เรวัต ชี้ปัญหาโอนงบ 2551

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒

เรวัต สิรินุกุล ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการโอนงบประมาณปี 2551 และเสนอแนวทางบริหารที่ดีโดยให้หน่วยงานจ่ายโบนัสแก่บุคลากรเมื่อโครงการเสร็จสิ้นและเงินเหลือ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน เรวัต สิรินุกุล อภิปรายว่าการดูงานต่างประเทศเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและประสิทธิภาพการทำงานของสภาฯ โดยชี้ว่าหากไม่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยจะไม่สามารถเจริญก้าวหน้าทัดเทียมสากลได้

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ เท่าที่ผมดูรายงาน การโอนงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ผมดูแล้วผมก็เลยมีความสงสัยนะครับ ยอดเงินที่โอน ๑๙,๕๔๔ ล้านบาทเศษ สงสัยอยู่ว่าเงินงบประมาณนี้ถ้าไม่โอนผมถามนะ ผมไม่ค่อยรู้ ก็เลยถามท่านที่ปรึกษาสํานักงบประมาณ ท่านพุทธพงศ์ ขอเรียนถามท่านนะครับว่า ถ้าไม่โอนไปไหน อยู่ในกระทรวงต่าง ๆ เราไม่โอนไปไหน ไม่ย้ายไปทําอะไรก็แล้วแต่ เอาไปไหนครับเงินจํานวน ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเอาไปไหนต่อ กระทรวงนั้น ๆ เอาไปไหนต่อ นี่ถามท่านนะครับ กรุณาตอบผมด้วย

ประการต่อมา การย้ายโครงการหนึ่งไปโครงการหนึ่งบางทีก็บอกว่าทํางาน เสร็จแล้วเหลือจ่าย ตรงนี้ครับความคิดของผมนะครับคนที่ได้งบประมาณมาแล้ว แล้วทํางานเสร็จแล้วโครงการจบ เงินเหลือ คนคนนั้นท่านต้องให้โบนัส (Bonus) เขา นะครับ คือกรมนั้นหรือหน่วยงานต้องให้โบนัสเขา เพราะเขาทําเสร็จแล้วเงินก็ยังเหลือ นี่ครับคือผลงานที่แท้จริงของเขา ท่านต้องให้งบประมาณเขาเพิ่มในป้ต่อไป หรือให้โครงการเขาเพิ่มในป้ต่อไป อย่างนี้ จึงจะบอกว่าการจัดงบประมาณที่แท้จริงและถูกต้อง อย่างนี้สิครับ ผมคิดว่าโครงการ เหล่านี้ และคนที่ทําเงินเหลือจ่ายนี่ครับ ผู้บริหารเหล่านี้ถือว่าเปึนผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ แล้วเงินเหล่านี้ครับก็ไม่ต้องไปใช้ต่อครับ เก็บแล้วเอาไปไว้ไหน เอาไปคืน ท่านหรือเปล่า อย่างนี้เปึนต้น อย่างนี้สิครับผมถือว่าเปึนผู้บริหารที่ดีนะครับ

อีกประการหนึ่งท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีคนพูดว่าเวลาเหลือจ่าย เสร็จแล้วเอาไปดูงาน ท่านประธานครับตรงนี้ต้องยอมรับว่าความจริงแล้วประเทศไทย นี่ครับ ประเทศไทยเรานี่ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ก็ไปดูงานมาจากต่างประเทศนะครับ ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ หรือโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าถนนหนทาง ไม่ว่าตึกรามบ้านช่อง ก็ล้วนแล้วแต่ไปดูงานทั้งนั้น นับว่าเปึนประโยชน์ครับ ถ้าลองไม่ไปดูงานสิครับ ประเทศไทย ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร อย่างประเทศเพื่อนบ้านเขา เขาไม่ค่อยดูงาน ไม่อะไรอย่างนั้น เขาก็ เจริญไปอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าของเรานี่เจริญทัดเทียมทั่วโลกเขา สากลนิยม เพราะไปดูงาน มา อย่างท่านทั้งหลายนั่งบนโน้น ขอประทานโทษนะครับ ท่านก็ไปดูงานมา จึงได้ทํางาน อย่างเต็มที่ ทํางานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล อย่างนี้เปึนต้น ผมจึงเห็นว่าการดูงานนี้ เปึนประโยชน์ เปึนประโยชน์ครับ

อีกอันหนึ่งครับท่านประธานครับ งบเหลือจ่ายที่บอกว่าไม่ใช้ อันนี้ ทําไม่ทัน แล้วก็ไปทําอีกโครงการหนึ่ง แล้วดีกว่าของเก่าด้วยซ้ํา อย่างนี้ผมเห็นด้วย และต้องทําครับ อย่างผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างโครงการนี้ของกระทรวงกลาโหม ๒๕๐ ล้านบาท บอกว่าเปึนโครงการที่เนื่องจากไม่สามารถดําเนินการตามแผนได้ทัน ภายในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ อันนี้นะครับ ไม่ทัน แล้วก็เปลี่ยนครับ โอนไปครับ ไปทํางาน อีกอันหนึ่งก็คือว่าเพื่อเปึนค่าใช้จ่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เพิ่มเติม เพื่อ พัฒนาเทคโนโลยี โครงการวิจัยและพัฒนาจรวดนําวิถีเพื่อความมั่นคง อย่างนี้สิครับผม เห็นด้วย อันนี้เปึนประโยชน์ และใกล้เคียงกัน เพราะอันนั้นไปพิจารณาเรื่องของขีด ความสามารถในเรื่องผลิตกระสุน และอันนี้จรวดนําวิถี ไม่เสียหลาย ก็เปึนประโยชน์ อย่างนี้ผมเห็นด้วยทําอย่างนี้สิครับผมเห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ทราบว่า เลยเรียนถามต่อไป ไม่ทราบว่าทางสํานักงบประมาณว่าการย้ายโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านดูแลไหม ท่านดูไหมว่าอันนี้เปึนประโยชน์ไหม เอาไปทําอะไร หรือว่าเขาเสนอมาว่า เอาไปอย่างนี้ก็เรื่องของเขาไป แล้วก็ปล่อยไป อย่างนี้หรืออย่างไร นี่ท่านดูหรือเปล่า ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วการโอนงบประมาณเขาขอมาแล้วและโอนสับเปลี่ยน ความจริงไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ เปึนเรื่องธรรมดา แต่ผมฝากท่านนิดหนึ่งว่าท่านกรุณา ตรวจสอบดูด้วยว่าเงินที่เขาเหลือจ่ายทําไม เพราะเหตุใด ท่านเร่งเขาไหม ท่านมีหน้าที่ไหม ครับ ขอประทานโทษครับ ท่านมีหน้าที่ที่เวลาเขาไม่เบิกเงินไปเร่งให้เขามาเบิกเงินไหม ท่านมีหน้าที่ไหม เพราะเงินเหล่านี้เปึนเงินลงทุนนะครับท่านประธานครับ เปึนเงินลงทุน ที่จะสร้างงานนะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้ผมก็เลยสงสัยว่าที่ผ่านมานั้นรัฐบาลมีเงินเหลือจ่าย เยอะแยะ ทําให้อะไรครับ เศรษฐกิจมันก้าวหน้าไหมครับ เศรษฐกิจก้าวไหมช่วงนั้น ก้าวหน้าไหม ภาวะเศรษฐกิจตกต่ําไหม ท่านดูไหมครับ ท่านดูหรือเปล่าครับ เดี๋ยวตอบผม ด้วยนะครับ ตอบผมด้วยว่าท่านดูถึงไหมว่าเศรษฐกิจที่ผ่านมาช่วงไหนที่ไม่เจริญ ช่วงไหน ที่หยุด ช่วงไหนที่ตกต่ํา เอาเงินไปไหม แล้วเงินเหลือเพราะอะไร แล้วทําไมไม่เอาไปใช้ ความจริงผมก็ไม่ทราบว่าเปึนหน้าที่ของท่านหรือเปล่า ว่าเขาไม่เบิกก็ช่างเขาหรืออะไร อย่างนี้เปึนต้น ความจริงไม่เปึนประโยชน์นะครับ ตั้งงบประมาณแล้วไม่เบิกเงินไม่เปึนประโยชน์นะครับ ท่านต้องลงโทษด้วยนะครับว่ากระทรวงไหน ทบวงไหน ตั้งงบประมาณแล้วไม่มาเบิกเงิน หรือเบิกเงินไปช้า ท่านต้องลงโทษด้วย เพราะอะไร เพราะเท่ากับว่าไม่อยากทํางานนั้น หรือว่าขอประทานโทษ ขอมาอย่างนั้นท่านให้ก็เอา ท่านให้ก็ทํา ไม่ให้ก็ไม่ทํา ไม่มี ความตั้งใจที่จะดําเนินงานนั้น ท่านมองหรือเปล่าครับ มองหรือครับ ท่านก็ใช้ได้อยู่ คือผม ไม่อยากจะพูดอะไรอื่นครับ เพียงแต่ว่างบประมาณก็แล้วแต่ที่เบิกไปผมเห็นด้วยว่าต้องใช้ เพราะว่าถ้ากระทรวงต่าง ๆ ราชการต่าง ๆ ไม่มีเงินไปใช้มันจะพัฒนาได้อย่างไร ไม่มีทาง เจริญรุ่งเรืองเลยครับ เพราะฉะนั้นเรื่องสําคัญที่สุดที่ผมฝากไว้ ท่านรับปากผมไว้ท่าน ที่ปรึกษาประจําสํานักงบประมาณ ท่านภุชพงศ์ ทัดเทียมรมย์ ที่เคารพครับ ผมฝากท่านไว้ หลายเรื่องแล้วนะครับ ท่านต้องทํานะครับสิ่งที่ผมฝาก แล้วผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมืองครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดคือว่าทําไมไม่เบิกงบ เอาไว้ทําไม ตั้งมาแล้ว ไม่เบิกงบ ทีหลังท่านก็อย่าให้ ไม่ทําตามอย่าให้เลย ใครเหลือจ่ายไม่ให้เลย เพราะฉะนั้น ผมถึงกราบเรียนว่ามาตั้งงบแล้วไม่เบิก ไม่ใช่ว่าเปึนผลดี แต่คนที่เปึนอธิบดี หรือกรม กระทรวงต่าง ๆ ที่เบิกไปแล้วทํางานได้สําเร็จแล้วเงินเหลือจ่ายแล้วเก็บไว้อันนี้ เปึนผลดีท่านต้องจารึกคนพวกนี้ไว้ แล้วงบประมาณต่าง ๆ เขาจะขอเพิ่มหรือว่าทําให้ มากขึ้นให้เขาไป อย่างนี้ถูกต้องครับท่านประธาน แล้วดูว่าเอาไปแล้วเศรษฐกิจไม่พุ่ง เศรษฐกิจไม่เจริญ ท่านต้องดูแลเรื่องนี้ด้วย ท่านรับปากผมไว้หลายเรื่องแล้วนะครับ ผมก็คงจะกราบเรียนแค่นี้ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ