บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ โดยชี้ให้เห็นว่าเงินบางส่วนถูกเปลี่ยนแปลงไปใช้ในโครงการอื่น ๆ ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และเรียกร้องตรวจสอบแก้ไข
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะได้อภิปรายในเรื่องของ รายการโอนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ของป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ซึ่งตามรายงานนั้น ก็ระบุนะครับว่าเปึนช่วงครึ่งหลัง ก็คือเดือนเมษายนจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ก็ต้องย้ํานะครับว่า นี่คือช่วงของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อป้ที่แล้ว เงินงบประมาณที่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณนั้นมีตัวเลขอยู่ที่ ๑๙,๕๔๔ ล้านบาทเศษ ๆ นะครับ ถ้าหากว่าดูตัวเลขประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินงบประมาณ ประมาณ ๒ ล้านล้านบาท อาจจะมองได้ว่าเปึนตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่ถ้าหากว่าเรามองที่งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราตัดเงินที่เปึนค่าเงินเดือน เปึนค่างบผูกพันออกไป ผมเชื่อว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินลงทุนหรือว่างบลงทุน ของรัฐบาลนั้นต้องถือได้ว่าแต่ละป้มีนัยสําคัญทีเดียวนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าหากเราตัดเงิน งบประมาณอื่น ๆ ออกนี่นะครับ อาจจะเหลือเงินงบที่จะเอามาลงทุนได้อยู่เพียงแค่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ท่านใช้การโอนงบประมาณจนถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่ามีนัยสําคัญครับ ถ้าหากว่าเราจะได้ดู ผมขออนุญาต ที่ท่านประธานและท่านผู้ชี้แจงในขณะนี้ได้กรุณาดูตามที่ผมจะได้อภิปรายต่อไปนั้น ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงตัวเลขใหญ่ ๆ ของแต่ละหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามรายงานของท่าน หน้า ๔๘ เปึนตัวเลขของกรมทางหลวง กรมทางหลวงมีการโอนงบประมาณถึง ๑,๑๖๔ ล้านบาท เหตุผลของกรมทางหลวงก็คือว่าตามมติ ครม. เพราะว่าไม่สามารถ ทําตามสัญญาได้ทันในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ แล้วก็เนื่องจากว่าผู้ประกวดราคาขอยกเลิก ผลประกวดราคาตามมติ ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ คําถามของผมก็ต้องถามท่าน เหมือนกันว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้เปึนประสบการณ์ หรือเปึนบทเรียนหรือไม่ว่า การที่บริษัทไม่สามารถทําสัญญาได้ หรือว่าผู้ที่ไปจ้างเหมาไม่สามารถทําได้ตามที่ตัวเอง ตั้งใจเอาไว้ มันเกิดปัญหาอะไรขึ้น แล้วมันจะเกิดขึ้นในป้อื่น ๆ ต่อไปหรือไม่ เงินของ กรมทางหลวงจึงมีการเปลี่ยนแปลงงบออกมาจนถึง ๑,๑๖๔ ล้านบาท ตามเหตุผลที่ว่านะครับ ผมดูเฉพาะตัวเลขใหญ่ ๆ เท่านั้นเองนะครับท่านประธาน เพราะว่าไม่ได้มีเวลามากนัก ที่จะได้ศึกษาเรื่องนี้ กรมชลประทาน ๒๒๒ ล้านบาท ที่เปึนตัวเลขใหญ่ ก็ต้องถามว่า ตอนแรกตั้งใจจะไปทําแหล่งแล้วก็ระบบส่งน้ําก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดกลาง โครงการที่คลองสียัด โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ําป์าสัก โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน โครงการประแสร์ โครงการฝายท่าระม้านี้ บอกว่าส่วนใหญ่ก็คือเงินงบประมาณเหลือ ถูกไหมครับ ถ้าดูจากตัวเลขอย่างนี้ เหลือ ๑๐ ล้านบาทบ้าง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๑ ล้านบาทบ้าง สุดท้ายกรมชลประทานเหลืองบถึง ๒๒๒ ล้าน บาท ที่เอาไปใช้ในการปัองกันและบรรเทาภัยจากน้ําอย่างนี้เปึนต้นนะครับ รวมตัวเลข ของกรมชลประทานคือ ๒๓๔ ล้านบาท ซึ่งผมก็เชื่อว่านี่ก็ยังเปึนเงินงบที่มีตัวเลข ที่ค่อนข้างใหญ่ หน้าต่อไปเปึนหน้าที่ ๑๕๔ ของกรมทางหลวง กรมทางหลวงดูตัวเลข ใหญ่ ๆ ก็คือ ๓๐๗ ล้านบาท ๓๐๗ ล้านบาทมาจากการที่งบประมาณเหลือจ่ายจากการที่ ได้ดําเนินงานสําเร็จตามวัตถุประสงค์และเปัาหมายที่กําหนดแล้วเหลือตั้ง ๓๐๗ ล้านบาท จากโครงการต่าง ๆ ใช่ไหมครับ แสดงว่าตัวเลขมันเกินหรืออย่างไร เขาตั้งตัวเลขไว้เกิน ขนาดนั้นมันจึงเหลือจ่ายจากงบที่ทําสําเร็จแล้วเปึนตัวเลข ๔๕ ล้านบาทบ้าง ๒๑๘ ล้านบาทบ้าง อย่างนี้เปึนต้นนะครับ ตัวเลขของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ในหน้า ๑๖๖ มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขไปอีก ๑๒๖ ล้านบาทเศษ ๆ ส่วนใหญ่ก็เหตุผลเดียวกัน ดําเนินงานสําเร็จตามวัตถุประสงค์และตามเปัาหมายแล้ว นั่นแสดงว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ก็แสดงว่าตั้งงบประมาณไว้เกินแล้วจึงโยกงบประมาณ ไปใช้ในหมวดอื่น เรื่องอื่น นําไปใช้ตามนโยบายเร่งด่วน หน้านี้สําคัญมากครับ ท่านประธาน หน้า ๑๖๖ ท่านตอบผมชัด ๆ เลยนะครับ ๑๒๖ ล้านบาท ที่ท่านโอนไปท่าน บอกว่าเปึนค่าก่อสร้างฝายผสมผสานตามมติ ครม. วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ๑,๐๐๐ แห่ง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ แห่ง ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท เปึนเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช่ครับ เพาะชําหญ้าแฝก ๔๗๕,๐๐๐ กล้า เปึนเงินอีก ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมตัวเลข ๒ ตัวนี้ มันก็ ๕,๗๘๓,๗๕๐ บาท ทําไมตัวเลขรวมของท่านจึงกลายเปึน ๑๒๖,๒๙๒,๕๙๒ บาท ตัวเลขในตารางของงบประมาณที่โอนไปกับเหตุผลที่ให้ใน (๒) ที่ท่านให้ตัวเลขนี้ไม่ตรงกัน และต่างกันอย่างมาก ผมอาจจะดูไม่ละเอียดถ้าผมไม่ละเอียดผมขออภัย แต่ถ้าผมดูจาก ตรงนี้แล้วผมก็เป่ดหน้าอื่น ๆ นะครับท่านประธาน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ผมไม่เห็นตัวเลขอื่นที่รวมแล้วได้ ๑๒๖ ล้านบาท หรือเหตุผลอื่น หรือโครงการอื่น ผมยังไม่เห็นนะครับ ถ้ามีท่านอธิบายแล้วกันเดี๋ยวผมจะนั่งรอฟังคําตอบ จากท่านนะครับ ผมขออนุญาตพอมีเวลานะครับ สํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาเปึนตัวเลขใหญ่อีกเหมือนกัน ๑,๗๔๘ ล้านบาท มาจากไหน ปัญหาคือ เปึนงบบุคลากรเพื่อโอนไปเบิกจ่ายให้ถูกต้องตามบัญชีถือจ่ายของผู้สําเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและผู้รับบริการการฝ๊กอบรมและพัฒนาวิชาชีพระยะสั้น ของประกาศนียบัตรวิชาชีพ ๓๓๓ ล้านบาท เพื่อฝ๊กอบรมและพัฒนาวิชาชีพระยะสั้น ๑,๔๑๕ ล้านบาท ปัญหานี้เกิดอะไรขึ้นกับเงิน ๑,๗๔๘ ล้านบาท ซึ่งถ้าผมอ่านแค่นี้ ผมอาจจะมองได้ว่ามีการเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง มีอีกบัญชีหนึ่งหรืออย่างไร แล้วเปึนเงิน เบิกจ่ายงบบุคลากร ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท หน้า ๒๑๑ ตัวเลขนี้ขอคําอธิบายจริง ๆ เพราะว่าอ่านแล้วตกใจ ถ้าหากว่าท่านทําบัญชีกันผิดหรืออะไรสักอย่างมันเกิดอะไรกันขึ้น ในสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจดูหน่วยงานอื่นแล้วผมก็เหลียวมาดู สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องดูหน่อยมีการโอนงบที่ว่าเกิดขึ้นหรือไม่ ตัวเลขไม่เยอะ ๑๘,๓๔๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ว่าสิ่งที่เราพูดกันมาอยู่ตลอดก็คือว่า งบต่างประเทศโอนมาใช้ในประเทศได้หรือไม่ ป้ ๒๕๕๑ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชนที่ผมเปึนกรรมาธิการอยู่ ถามคําถามนี้ตั้งแต่ต้น เพราะเรารู้ว่าเศรษฐกิจ บ้านเราไม่ดี อยากจะขอเอางบที่ต้องไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งตอนนั้นท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้เสียหายนะครับ ท่านเองก็เปึนคนหนึ่งบอกว่าผมไม่อยากเดินทาง ต่างประเทศ ผมไม่ค่อยอยากจะไปสุขภาพผมอาจจะไม่ดีนัก และผมก็ไม่ชอบขึ้นเครื่องบิน ท่านบอกว่าเอาเงินมาใช้ในประเทศดีกว่าไหม มาจัดทําโน้นทํานี้กัน เพื่อที่จะได้เปึน ประโยชน์ต่อคนในประเทศ แล้วก็ทําให้ประชาชนนั้นเข้าใจถึงการพัฒนาการเมือง มากยิ่งขึ้น ซึ่งเปึนสิ่งที่เปึนความคิดที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ถามมาที่สภาทีไรสภาบอกว่าโอนงบ ระหว่างต่างประเทศมาใช้ในประเทศไม่ได้ แต่สุดท้ายในรายงานของท่านท่านบอกว่า จากผลผลิตสนับสนุนการดําเนินงานตามภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญทั้งในประเทศและด้านต่างประเทศก็มีการโอนมา ๑๔ ล้านบาท แล้วโอน ไปทําอะไร โอนไปพัฒนาระบบบริหารจัดการการรักษาความปลอดภัยเพื่อสนองตอบ ภารกิจของรัฐสภา ๑๔ ล้านบาท ไปรวมกับ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เรื่องประชาสัมพันธ์ เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ๑๔ บวก ๔ เปึน ๑๘ ล้านบาท ก็เอาไปเปึนเรื่องของพัฒนาการรักษาความปลอดภัย ในรายละเอียดบอกว่าไปเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เช่น ค่าตอบแทนพิเศษ ของข้าราชการฝ์ายรัฐสภาเปึนค่าครุภัณฑ์ เปึนค่าใช้จ่ายในการดําเนินการของพิพิธภัณฑ์ ของรัฐสภาอย่างนี้เปึนต้น ก็ถามคําถามนะครับว่า ตกลงสภาแห่งนี้ทําไมตอบคนละครั้ง สองครั้ง จนมาถึงปัจจุบัน บางครั้งผมเข้าประชุมผมก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจเหมือนกัน ท่านเลขาธิการตอบอย่างหนึ่ง ท่านประธานก็ปฏิบัติอีกแบบหนึ่งอย่างนี้เปึนต้น ตกลง งบต่างประเทศเอามาใช้ในประเทศได้หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เรามีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่า เราจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินตราต่อต่างประเทศ
สุดท้าย สํานักงบประมาณของท่านอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมเชื่อว่า ผมยังมีความคิดนะครับว่าหน่วยงานของท่านน่าจะดูเล็กเกินไปในภารกิจ อันยิ่งใหญ่ คือการจัดสรรดูแลงบประมาณเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ท่านจะเชี่ยวชาญ ขนาดไหนครับ ท่านจะมีคนที่รู้ทุกเรื่องตั้งแต่วิทยาศาสตร์ สาธารณสุข ประมง ป์าไม้ แล้วไปตรวจสอบเงินงบประมาณของหน่วยงานอื่น จากการส่งคนของท่านไปประเมิน ผลงาน บรรยากาศของการที่เราประชุมงบประมาณกันในแต่ละป้ ป้ที่แล้วผมได้ไปเปึน กรรมาธิการงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๒ นะครับ ยังมีความรู้สึกด้วยเหมือนกันว่าบางที ก็รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ของสํานักงบประมาณดูจะมีอิทธิพลอย่างมากในการที่จะ ของบประมาณจากที่นั่นที่นี่ ตั้งตัวเลขเท่านั้นเท่านี้ จะขยับตัวเลขให้ได้หรือไม่ได้ ผมดูว่า ท่านดูมีอิทธิพลสูงมากเลยนะครับ
คําถามก็คือว่า หน่วยงานของท่านถูกตรวจสอบโดยใคร มีธรรมาภิบาล มากน้อยขนาดไหน ท่านมีความรู้ ความเชี่ยวชาญมากกว่าคนในหน่วยงานอื่น ๆ จริงหรือไม่ นี่คือคําถามที่ผมอยากถามท่านครับ ขอบพระคุณครับ