สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องรายงานประจําปี 2551 ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และมาตรการรักษาความลับข้อมูลของลูกค้า ชี้ข้อบกพร่องในรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและสาธารณประโยชน์ของธนาคาร และเสนอแนะให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานสนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์พลังงานทดแทนภาคประชาชน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ของ เอสเอ็มอี แบงก์ อยู่ ๒-๓ ประเด็นนะครับ ซึ่งจากการที่ได้อ่านรายงานของท่าน

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ประจําป้ ๒๕๕๑ ซึ่งในรายงานท่านได้ระบุถึงการจัดตั้ง คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของธนาคารขึ้นมานะครับ ประเด็นเวลานี้ข้อมูลข่าวสาร ของราชการซึ่งอยู่ตามหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ มักจะเปึนข้อมูลที่หน่วยงานเหล่านั้น มีความรู้สึกว่าจะต้องเปึนความลับเอาไว้ก่อน การเป่ดเผยต่อสาธารณชนนั้นเปึนเรื่องที่ ค่อนข้างยากลําบาก และมักจะต้องใช้กระบวนการหรือกลไกทางกฎหมายที่ล่าช้า ยาวนานกว่าที่จะเป่ดเผยออกมาได้ ก็อยากจะซักถามว่าข้อมูลข่าวสารประเภทไหน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการจะเป่ดเผย กับสาธารณชนหลังจากที่ตั้งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขึ้นมาแล้วนี่ต้องการจะเป่ดเผย อะไร และมีขอบเขตแค่ไหนในการเป่ดเผยข้อมูลเหล่านี้

ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของมาตรการการรักษาความลับข้อมูลของลูกค้า ซึ่งเราจะพบว่าข้อมูลซึ่งธนาคารได้เก็บข้อมูลของลูกค้าไว้ทั้งหลายนี่ซึ่งข้อมูลเหล่านั้น ลูกค้ามีความคิดว่าสิ่งที่ธนาคารเก็บไว้เปึนข้อมูลส่วนบุคคล หรือว่าเปึนข้อมูล ของกลุ่มลูกค้าที่ควรจะเปึนความลับ การจะเป่ดเผยข้อมูลเหล่านั้นท่านได้มี การประสานงานได้มีการบอกกล่าวกับลูกค้าของท่านหรือไม่ และมีขอบเขตแค่ไหนในการ ที่จะไม่ให้ข้อมูลความลับของลูกค้าเหล่านั้นถูกแพร่ออกไปข้างนอกโดยที่ไม่เปึนธรรม รวมทั้งข้อมูลที่ท่านบันทึกไว้ทั้งหลายได้เป่ดโอกาสให้ลูกค้ามีโอกาสได้ตรวจสอบ ได้แก้ไข มากน้อยแค่ไหน เพื่อความถูกต้องก่อนที่จะเป่ดเผยตามกระบวนการ ตามอํานาจหน้าที่ ของท่านต่อไป

มีประเด็นเล็ก ๆ ก่อนที่จะเปึนอีกประเด็นสุดท้ายก็คือในรายงานฉบับนี้ ได้เขียนถึงเรื่องกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและสาธารณประโยชน์ ซึ่งก็ค่อนข้างเห็นใจว่า ธนาคารของท่านอาจจะมีกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ค่อนข้างน้อยไป สักนิดหนึ่ง ก็คือไปแจกสมุดกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับงานทอดกฐิน ผมคิดว่า กิจกรรมแบบนี้มันไม่ใช่กิจกรรมที่จะมารายงานกับสภาผู้แทนราษฎรหรือกับรัฐสภาครับ เปึนเรื่องของเอกสารภายในหรืองานประชาสัมพันธ์ภายในขององค์กรท่านเท่านั้นละครับ นี่ฝากไว้นะครับ

เรื่องสุดท้ายก็คือ ท่านได้รายงานถึงผลงานสนับสนุนนโยบายภาครัฐ อันหนึ่งที่ผมให้ความสนใจแล้วก็คิดว่าเปึนโครงการที่ดีก็คือโครงการเงินหมุนเวียน เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน อันนี้เปึนโครงการที่ผมคิดว่า จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างจิตสํานึกแล้วก็สร้างค่านิยมในการอนุรักษ์พลังงาน แต่ว่าอ่านตามรายงานของท่านแล้วท่านบอกว่าเปึนโครงการตอบสนองโครงการเงินทุน หมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เพื่อช่วยส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงาน โดยให้ทุนสนับสนุนแก่เจ้าของโรงงาน เจ้าของอาคารหรือบริษัทจัดการพลังงาน เพื่อนําไปใช้ลงทุนและดําเนินงานในการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าขอบเขต ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเขาก็มีบริษัทห้างร้านที่เขา ทําโครงการร่วมกันอยู่แล้วท่านก็ให้เงินทุนสนับสนุนนี้เปึนเรื่องที่ดี แต่ที่ผมต้องการ นําเสนอก็คือว่ามีกลุ่มอนุรักษ์พลังงานทดแทนที่เปึนภาคประชาชนแล้วเขารวมตัวกัน แล้วก็มีแนวคิด มีแนวนโยบายในการที่จะอนุรักษ์พลังงาน ท่านได้สนับสนุนเหล่านี้อย่างไร ผมได้เคยนําเรื่องมาหารือต่อสภาแห่งนี้เรื่องของศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทน ที่ตําบลนาหมอบุญ อําเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน หรือว่าช่างประดิษฐ์ในหมู่บ้านมีความรู้ได้รับการอบรมมา แล้วก็ไปจัดตั้งศูนย์เรียกว่า ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนขึ้นมา โดยการสนับสนุนของสํานักงานพลังงานจังหวัด โดยการสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็จัดตั้งขึ้นมาเปึนศูนย์เรียนรู้ มีผู้คนมากมายจากหลากหลายที่ไปศึกษาเรียนรู้และกลุ่มนี้ก็ได้ประดิษฐ์สินค้าขึ้นมา ซึ่งเปึนสินค้าอนุรักษ์พลังงาน เช่น เตาเผาขยะ เตาแกลบ เตาเผาถ่าน เตาชีวมวล ถังแก๊สชีวภาพ อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งได้ผลดีแล้วก็เปึนการสร้างจิตสํานึกของผู้คนที่ไป ศึกษาดูงานว่าให้เขาได้เรียนรู้ว่ามันมีทางออกมีทางเลือกในการอนุรักษ์พลังงานที่แบบ ชาวบ้าน ๆ เขาใช้กัน แล้วนําไปใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น เตาแกลบ เมื่อเผาแกลบแล้วก็ขึ้นมา เหมือนกับใช้แก๊สหุงต้มนี่ละครับ แล้วประสิทธิภาพเหมือนกัน แต่ว่าใช้พลังงานใช้วัตถุดิบ ต่าง ๆน้อยมาก แล้วก็ราคาต่ํา กลุ่มเหล่านี้เขาก็ได้สร้างสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ แล้วก็ออกจําหน่าย แต่ว่าเขาไม่สามารถทําได้แพร่หลายเพราะว่าเขาไม่มีทุนมากพอ เวลานี้ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนที่ตําบลบ้านนาหมอบุญ ก็อยู่ได้ด้วยการที่ให้ผู้คนที่มาศึกษาดูงาน ส่วนใหญ่ก็ทั่วภาคใต้ละครับมาดูงานที่นั่น แล้วก็มีเงินบริจาคหรือว่าจากการขายสินค้าเหล่านี้ไป ถามว่าโครงการแบบนี้ กลุ่มแบบนี้ ท่านจะสามารถที่จะเข้าไปสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาให้เขาได้เติบโตขึ้นมาแล้วก็สร้าง คุณูปการกับสังคมได้กว้างขวางขึ้นกว่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ก็อยากจะตั้ง ข้อสังเกตไว้พร้อมกับ ๓-๔ ข้อข้างต้นที่อยากจะขอคําตอบจากท่านด้วย กราบขอบพระคุณครับ