กอรปศักดิ์ สภาวสุ อธิบายโครงการประกันรายได้เกษตรกรโดยเน้นการเพิ่มรายได้ผ่านการลงทะเบียนและทำประชาคมรับรองที่ดิน แม้จะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณจึงไม่สามารถครอบคลุมทุกไร่นาได้ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลใช้ตัวเลขผลผลิตทางวิชาการแยกตามเขตชลประทานในการคำนวณเพื่อกำหนดวงเงินประกันรายได้อัตรา 10,000 บาท และขออภัยเกษตรกรที่มีพื้นที่น้อยที่ไม่ได้รับสิทธิเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ กอรปศักดิ์ สภาวสุ หารือประเด็นการตอบคำถามเกี่ยวกับการประกาศอาฟตา (AFTA) และชี้แจงว่าโครงการประกันรายได้ไม่ได้ครอบคลุมสินค้าเกษตรที่นำเข้า แต่เป็นการประกันผลผลิตตามหลักวิชาการ
กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีครับ คําถามสุดท้ายนี่ฟังแล้วน่ากลัวมากเลยนะครับ คือบอกว่า รัฐบาลนั้นไม่ควรจะอยู่ หรือว่าอยู่ไม่ได้ ถ้าหากว่าไม่สามารถดําเนินการได้ จริง ๆ แล้ว รัฐบาลตระหนักเรื่องนี้เปึนอย่างดีเลยครับ เพราะว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนเพราะฉะนั้น ในขณะนี้ ปั ญหาที่ หนักอกหนั กใจมากที่ สุ ดก็ คื อเรื่ องของหนี้ ครั บ ทุ กคน มีหนี้สินเยอะมาก ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเพิ่มรายได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นโครงการประกันรายได้กําลังจะ บอกพี่น้องเกษตรกรทุกครัวเรือน โดยเริ่มต้นที่ ๓ พืชไร่ก่อน ก็คือข้าวโพด มันสําปะหลัง แล้วก็พี่น้องที่เปึนชาวนาทั่วประเทศว่าจากนี้ไป รัฐบาลจะประกันรายได้ให้กับท่าน ความหมายก็คือ ว่าเกษตรกรทุกครัวเรือน ไม่มีโควตา ไม่ต้องวิ่งเต้น ไม่ต้องมีเส้นมีสาย ทุกครัวเรือน ขออย่างเดียวให้ไปจดทะเบียน ให้ไปทําประชาคม ถ้าที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิก็ได้ ขออย่างเดียวให้มีประชาคมรับรองกันเอง เชื่อถือกันเอง เชื่อใจกันเอง เอาเอกสารเหล่านี้ครับ เดินไปเลยครับ เดินไปทําสัญญาประกันรายได้ แล้วทําได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ข้าวโพด เริ่มมาทําสัญญากันแล้วมันสําปะหลังก็คงจะไล่มาเร็ว ๆ วันนี้ แล้วข้าวเข้าใจว่าวันที่ ๑ ตุลาคม ธ.ก.ส. ก็พร้อมที่จะเริ่มทําสัญญาประกันรายได้ ในการทําสัญญาประกันรายได้นั้น มีตัวเลขตัวหนึ่งซึ่งเกษตรกรกังวลครับ แบบที่คําถามเมื่อสักครู่ก็คือตัวเลขผลผลิต ผมย้ํา นิดหนึ่งนะครับ การประกันรายได้ไม่เกี่ยวกับการซื้อหรือขายสินค้าของท่าน ความหมายก็คือ ไม่มีการส่งมอบ ไม่ต้องกังวลว่าข้าวที่ท่านผลิตมานั้นท่านจะใช้รับประทานเอง หรือท่านจะขาย ขออย่างเดียวท่านไปจดทะเบียนว่าท่านมีนาอยู่กี่ไร่ สิ่งที่เราทําต่อก็คือวันที่ท่านมาบอกว่า มีนาอยู่กี่ไร่ เราก็จะมีตัวเลขเปึนตัวเลขทางวิชาการของทุกจังหวัดครับ ทุกจังหวัดที่ทํานา มี ๒ ตัวเลขด้วยกัน มีตัวเลขที่เรียกว่า เขตนอกชลประทาน และเขตในชลประทาน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจังหวัดของท่าน นาของท่านอยู่ในพื้นที่ในชลประทาน ท่านก็อาจจะได้ ตัวเลขผลผลิตสูง เพราะน้ําบริบูรณ์ อาจจะ ๖๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่เพื่อนบ้าน ในจังหวัดเดียวกันแต่อยู่นอกเขตชลประทาน แต่อาจจะโชคไม่ดีนักเพราะน้ําไม่บริบูรณ์ ตัวเลขผลผลิตก็จะต่ําลงมาหน่อย อาจจะ ๔๐๐ กิโลกรัมกว่าถึง ๕๐๐ กิโลกรัม รัฐบาล ใช้ตัวเลขตรงนี้ครับ ใช้ตัวเลขตรงนี้เปึนหลักในการคํานวณว่าผลผลิตของท่านที่จะเอามา ประกันเปึนจํานวนเท่าไร ถ้าท่านมี ๑๐ ไร่ ผลผลิต ๖๐๐ ท่านก็มี ๖ ตัน ใช่ไหมครับ ถ้าหากว่าท่านมีอยู่ ๒๐ ไร่ ท่านก็มี ๑๒ ตัน ถ้าท่านมี ๕๐ ไร่ ท่านก็มี ๓๐๐ ตัน อย่างนี้เปึนต้น แต่ว่ารัฐบาลไม่สามารถจะประกันรายได้ให้ท่านทุกไร่ที่ท่านมี ความหมายก็คือ อยากทํา แต่เงินไม่พอครับ เงินมีน้อย เพราะฉะนั้นเราก็จะลิมิท (Limit) ว่าประมาณ ๓๐-๔๐ ไร่ คูณออกมาแล้วเปึนตัวเลขที่ต่างกันครับ อย่างเช่น ภาคกลางผลผลิตก็ดีหน่อย แต่ราคาประกันที่ ๑๐,๐๐๐ บาทก็ให้ ๒๕ ตัน อย่างนี้เปึนต้น แต่ถ้าหากว่าบวก ลบ คูณ หาร มาแล้วก็จะเปึนเกษตรกรที่มีนาประมาณ ๓๐-๔๐ ไร่ หรืออาจจะมากกว่านั้น นิดหน่อย ใครที่มีนาเปึนร้อยไร่ ผมก็ต้องขอโทษกันนะครับว่าวันนี้รัฐบาลยังไม่มีเงิน ที่สามารถจะประกันรายได้ให้ครบทุกเม็ด ทุกไร่
ประเด็นที่ ๒ จะตอบคําถามที่ว่า แล้วเวลาที่เราประกาศ อาฟตา (AFTA) วันที่ ๑ มกราคม สินค้าเกษตรที่มาจากเพื่อนบ้านของเราจะเดินเข้ามาแล้วเราจะทํา อย่างไร เบื้องต้นที่สุด การประกันรายได้ไม่ได้พูดถึงสินค้าตัวจริง เพราะฉะนั้นสินค้า ที่เดินเข้ามาแล้วแอบเข้าโครงการประกันรายได้ทําไม่ได้นะครับ เพราะเราไม่ได้ประกัน ตัวเมล็ดข้าวครับ เราประกันผลผลิตซึ่งคิดในหลักวิชาการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ไม่ต้องเปึนห่วง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ถ้าพี่น้องเกษตรกรมีปัญหา และจากนี้ไปรัฐบาลต้องให้ ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของน้ําท่วม เรื่องของอย่างเวลานี้มันสําปะหลังก็เรื่อง ของเพลี้ยที่ระบาดอย่างรุนแรง เรื่องของความแห้งแล้งไม่มีฝน ถ้าท่านจดทะเบียนไว้ ความช่วยเหลือของรัฐบาลที่จะมีไปให้ท่านนั้นทําได้ง่ายและไม่รั่วไหล และทําได้ทันที ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่มีค้าขายที่ไม่มีพรมแดนที่เรากําลังจะเริ่มไปสู่จุดที่ อาเซียน ๑๐ ประเทศกลายมาเปึ น ๑ ประเทศ เราก็ ต้ องดู แลคนของเรา เราอาจจะได้เปรียบบางตัว บางสินค้า แต่เราอาจจะเสียเปรียบบางตัว บางสินค้า รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลผู้ที่เสียเปรียบโดยการมีมาตรการที่จะต้องเยียวยากัน และมาตรการนี้จะทําได้ครับถ้าท่านไปจดทะเบียนและมีประชาคมเรียบร้อยและบริบูรณ์ และการจดทะเบียนไม่ได้ทําครั้งเดียวนะครับ ถ้าหากทํานา ๒ ครั้ง จดทะเบียน ๒ ครั้ง เพราะต้องการทําสัญญาประกัน ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นการจัดงบประมาณจากนี้ไปซึ่งก็ต้อง ขอความร่วมมือขอความสนับสนุนจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือจะต้องมี งบประมาณให้ขึ้นทะเบียนกันตลอดทุกป้ ๆ เลยครับ ถ้าทําอย่างนั้นแล้วปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนชาวนาหรือชาวไร่ก็จะได้รับการดูแลทั่วถึง และไม่มีการรั่วไหลครับ ท้ายที่สุดไม่ใช่มีแค่นี้ครับ ไม่ใช่มีเฉพาะพี่น้องที่ทํานา หรือทําไร่ข้าวโพด หรือทํามันสําปะหลัง ยังมีชาวสวนอีกนะครับ และยังมีพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกพืชไร่ชนิดอื่นอีก ซึ่งเปึนหน้าที่ที่รัฐบาลก็จะต้องดําเนินการต่อ เราคงจะไม่ทําแค่นี้ หรอกครับ แต่ว่าอันนี้เปึนเรื่องเบื้องต้น จะทําพร้อมกันทั้งหมดทุกอย่างทั่วประเทศครั้งเดียวนั้น มันทําลําบาก แล้วก็จริง ๆ แล้วมันทําไม่ได้ครับ แล้วก็คิดว่าน่าจะครอบคลุมนะครับ เรื่องของ อาฟตา เปึนเรื่องที่พวกเราเปึนห่วงมาก กระทรวงพาณิชย์ขณะนี้ก็กําลังเร่งที่จะออกมา ชัดเจนว่านโยบายในการแก้ไขปัญหานั้นเราจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป
ท้ายที่สุดครับ มติคณะรัฐมนตรีที่ท่านเปึนห่วง ก็น่าเปึนห่วงนะครับ เพราะจริง ๆ เพิ่งให้ความเห็นชอบกันไปเมื่อวันอังคารนี้เองครับ เพราะฉะนั้นมติออกมาแล้ว มีการ ประชุมเรียบร้อยแล้ว วันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพท่านนั่งเปึนประธาน ในที่ประชุมก็ให้ความเห็นชอบในเรื่องนโยบายของข้าวเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ หมายความว่าได้มีการอนุมัติว่าจังหวัดพิษณุโลก ผลผลิตในเขตชลประทานเท่าไร นอกชลประทานเท่าไร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่าไร จังหวัดสุพรรณบุรีเท่าไร ทั่วประเทศเลยครับ วันนี้ไม่ได้เอามาเล่มหนาหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมมีโอกาสผมจะหยิบยื่นให้ท่าน เพื่อจะได้ไปเผยแพร่ต่อไปนะครับ ตรงนี้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เกษตรกร ทั่วประเทศควรจะต้องรู้แล้วว่ามีนากี่ไร่ ผลผลิตเท่าไร และจะประกันประมาณเท่าไรแน่ รู้ชัดเลยครับ และอันนี้เปึนสิ่งที่ดีครับท่านประธาน คือรู้ตั้งแต่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวเลยครับ อีกเดือน ๒ เดือนจะเก็บเกี่ยวรู้แล้ว่ารายได้ตัวเองจะมาจากที่ไหน อย่างไร ขอบพระคุณครับ