สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒

บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่มีความผิดปกติในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข โดยเรียกร้องให้สํานักงบประมาณตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูรายงานของสํานักงบประมาณ เกี่ยวกับการโอนงบประมาณรายจ่าย ซึ่งรายงานตามมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ของงบประมาณประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ นะครับ ทั้งมีความรู้สึกชื่นชม แล้วก็มีความรู้สึกไม่ค่อยดี ปะปนกันนะครับ เพราะว่าต้องขอขอบคุณท่านด้วยนะครับที่ท่านได้แนบระเบียบว่าด้วยการบริหาร งบประมาณป้ ๒๕๔๘ มาด้วย ในหมวดที่ ๔ เกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ รายจ่ายจริงอยู่ครับ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายก็มีความจําเปึนในส่วนหนึ่ง จากการที่หลีกเลี่ยงเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของระเบียบนี้ ซึ่งอาจจะมีการซ่อนเร้นป่ดบังอยู่ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่สํานักงบประมาณต้องไม่ใช้วิธีการ เกรงอกเกรงใจ เพราะเนื่องจากว่าป้งบประมาณที่ท่านรายงานมันเปึนเรื่องของคาบเกี่ยวกัน ระหว่างรัฐบาล คมช. กับรัฐบาลของท่านสมชายและท่านสมัครนะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ามันจะมีคําครหาเกิดขึ้นทันทีนะครับว่าเปึนเพราะว่าระบบอํามาตย์หรือเปล่า ที่ทําให้เกิดอย่างนี้ขึ้นมา จริงอยู่ครับ ในรายงานฉบับนี้มีส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่เปึนตัวอย่างที่ดีในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุข เปึนต้น ผมเกษียณอายุราชการจากกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้ มาชมกันเอง แต่ว่าผมดูจากหลักฐานนี้ เห็นว่าเขามีเหตุมีผลดีนะครับ โอนเงินงบประมาณ ที่เหลือจ่ายเกี่ยวกับเรื่องของงานบริการรักษาพยาบาลเอาไปสร้างตึกคนไข้ อย่างนี้ดีครับ แต่ในขณะเดียวกันก็มีกระทรวงบางกระทรวง กรมบางกรม มากเลยครับ ผมไม่ทราบว่า มันเปึนการฝ์าฝ๋นระเบียบหรือเปล่า ที่ระเบียบกําหนดว่าการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ รายจ่ายนั้นต้องไม่เปึนการกําหนด ผมอ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องที่ผมจะอภิปรายเท่านั้น นะครับ ต้องไม่เปึนการกําหนดเปึนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศที่มิได้กําหนด ไว้ในแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง นั่นก็หมายความว่าถ้ามันคนละแผนงาน โครงการ หรืองาน หรือกิจกรรม แล้วก็ไม่ได้ กําหนดการศึกษาดูงานต่างประเทศไว้ล่วงหน้าเลย แล้วเอางบประมาณจากแผนงาน โครงการอื่นมาใช้ประโยชน์เพื่อการนี้ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ผลาญงบประมาณที่เปึนภาษี อากรของราษฎรไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานลองพลิกไปที่ หน้า ๗๘ สิครับ กระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ จํานวน ๒,๓๗๔,๐๐๐ บาท จากผลผลิตประชาชนได้รับความรู้และมีส่วน ร่วมในสิทธิเสรีภาพไปให้กับข้าราชการครับ เดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ในการที่จะไป ดูงานเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน โดยอ้างว่าต้องอาศัยประสบการณ์ความชํานาญของ หน่วยงานในต่างประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองพยานบังคับใช้แล้ว ผมไม่ทราบว่าจําเปึน ถึงขนาดนั้นหรือครับ ที่ว่าจะต้องไปดูของต่างประเทศเขา ซึ่งไปรบกวนผลผลิตที่เกี่ยวข้อง กับประชาชนโดยตรงเลยครับ คือประชาชนได้รับความรู้และมีส่วนร่วมในด้าน สิทธิเสรีภาพถึง ๒,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เท่านั้นยังไม่พอครับ ยังมีอีกครับ มีการโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๖,๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ในการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ในการประชุมศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาแนวทางปัองกันและปราบปรามยาเสพติดครับ จาก ผลผลิตที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชน คือกลุ่มที่ผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้รับการปัองกันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติด กลายเปึนว่าเอาของประชาชนไปให้ข้าราชการไปศึกษาดูงานอีกแล้ว ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท กระทรวงแรงงานก็ไม่แพ้กันนะครับ แปลงงบประมาณ จากผลผลิตแรงงานไทยในต่างแดนได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ไปใช้ในการศึกษา ดูงานของนักบริหารแรงงานระดับต้นและระดับกลางเพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากร เปึนเงิน ๓,๔๔๑,๐๐๐ บาท กระทรวงแรงงานเช่นเดียวกันนะครับ อีกรายการหนึ่ง ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สถานประกอบกิจการได้รับการส่งเสริม ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน อันนี้เปึนเงินของที่จะเปึนประโยชน์ ต่อสถานประกอบกิจการนะครับ ก็กลายเปึนว่าเปึนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษา ดูงานต่างประเทศตามโครงการฝ๊กอบรมและศึกษาดูงานจัดการรับรองเพื่อยกระดับ คุณภาพชีวิตแรงงาน รองรับการค้าเสรี ๒ รุ่น ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศ ญี่ปุ์น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอันนี้จะมีประโยชน์อะไรกับสถานประกอบกิจการ แล้วก็ มันเปึนเรื่องที่อยู่ในแผนงานโครงการเดียวกันหรือเปล่า และมีการตั้งงบประมาณ การศึกษาดูงานต่างประเทศไว้ในโครงการที่ได้รับการโอนไปตั้งแต่แรกไหม หรือว่าเพิ่งมา คิดได้ภายหลัง ถ้าไม่เปึนเช่นนั้นกระผมก็คิดว่าคงผิดระเบียบที่วางไว้ เพราะฉะนั้นนี่ละครับ คือสิ่งที่ผมคิดว่ามีทั้งภาพที่ดีนะครับ ก็คือสะท้อนให้เห็นว่ารายงานฉบับนี้ที่จะต้องรายงาน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ วรรคสาม เปึนสิ่งที่ทําให้สํานักงบประมาณจะต้องระมัดระวัง ในการที่จะพิจารณาอนุมัติในการโอนงบประมาณรายจ่ายให้มากขึ้น เพราะมิฉะนั้นแล้ว ตัวเลขของการโอนงบประมาณรายจ่ายมันก็จะมากขึ้น ๆ แล้วมันก็ไม่เปึนไปตามระเบียบ ที่วางไว้ ซึ่งน่าเปึนห่วง อันนี้มันจะทําให้ขัดกับหลักของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือเปล่า แล้วตัวท่านเองนั้นได้รับอิทธิพลกดดันอะไรหรือไม่ในการที่ทําให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงหรือโอนงบประมาณในลักษณะเช่นนี้ ก็อยากจะได้รับคําตอบจากท่านว่า สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเปึนส่วนหนึ่งที่อ่านพบจากรายงานของท่าน และยังมีส่วนอื่นอีก หรือไม่ที่ว่าท่านรู้สึกหนักอกหนักใจในการที่จะอนุมัติให้ส่วนราชการต่าง ๆ นั้นทําการโอน งบประมาณรายจ่ายในลักษณะที่มันคลุมเครือ ไม่ชัดเจน หรือไม่เปึนไปตามระเบียบ ท่านจะได้ลดความเกรงอกเกรงใจลงเพราะว่าสภาจะต้องตรวจสอบและให้ข้อคิดเห็น แก่ท่านผ่านท่านประธานสภา ขอบพระคุณครับ