สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒

พีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอแนวคิดในการลดค่าใช้จ่ายและบุคลากรในระบบราชการ โดยเน้นความจำเป็นในการศึกษาความหมายขององค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ และกำหนดภาระหน้าที่และงานให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและความต้องการของประเทศ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ เวลาที่ผมเห็นสํานักงาน ก.พ.ร. ได้ลงประกาศที่เกี่ยวกับการการพัฒนาระบบราชการ ผมก็ติดตามดูด้วยความชื่นชม อยากจะเห็นการดําเนินการพัฒนาระบบราชการ มีความก้าวหน้าไปตามที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปผ่านหน้าสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในหนังสือพิมพ์ บางครั้งก็อยากจะไปร่วมรับฟังหรือร่วมแสดงความคิดเห็นในงานประชุม และสัมมนาอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเนื่องจากไม่ได้มีโอกาสที่จะได้รับเชิญหรือรับอะไรไป ก็เลยไม่มีโอกาสที่จะไปร่วม แต่โดยส่วนตัวก็พยายามที่จะติดตามดูความก้าวหน้า ของการพัฒนาระบบราชการอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นในส่วนต้นก็อยากจะให้กําลังใจกับ สํานักงาน ก.พ.ร. ขอให้ได้พัฒนาระบบราชการกันต่อไป ผมมีข้อสังเกตอยู่เล็กน้อย เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกจากพรรคเดียวกัน ท่านไพจิตได้พูดถึงแล้ว เรื่องของบุคลากร ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งพวกผมก็เห็นอยู่เปึนประจํา ทั้งใน อบต. ทั้งในเทศบาล ก็เห็นว่ามีจํานวนบุคลากรค่อนข้างจะเยอะ อาจจะเกินความจําเปึนหลายครั้ง เพราะฉะนั้น ก็เลยอยากจะให้ส่วนนั้น ให้ ก.พ.ร. ได้ไปช่วยพิจารณาดูในเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะเมื่อ ทางภาคราชการได้พยายามที่จะลดคนในระบบราชการลง และค่าใช้จ่ายต่องบบุคลากร ท่านก็บอกว่าลดลงอยู่เรื่อย แต่ผมก็เชื่อมันก็จะไปโผล่ที่อื่นอีก เพราะฉะนั้นถ้ามีการ ติดตามหรือการวางระบบของบุคลากรที่อยู่ในภาคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็น่าจะมีส่วนที่จะช่วยทําให้การดําเนินงานนั้นเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนทาง ก.พ.ร. ได้ช่วยดูด้วยเหมือนกัน คือช่วงหลังมีการเสนอ ตั้งหน่วยงานขึ้นมาเยอะมาก ผ่านการพิจารณาของสภาตรงนี้ คือเปึนหน่วยงานของรัฐ รูปแบบใหม่ หลายครั้งท่านประธานเองอาจจะเห็นชื่อองค์กรมหาชน ซึ่งไม่เคย ได้ยินชื่อเลย ผมก็ผ่านไปบางแห่งก็เพิ่งเห็นขึ้นปัายว่าเปึนองค์กรมหาชนตั้งขึ้นมานะครับ ถ้าจะดูหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ที่ท่านบอกไว้ในรายงานนี้ มีทั้งรูปแบบที่เปึน หน่วยงานธุรการของรัฐที่เปึนอิสระ ที่เปึนกองทุนที่เปึนนิติบุคคล เปึนหน่วยบริการรูปแบบ พิเศษ รวมทั้งประเภทที่เปึนหน่วยงานประเภทหนึ่งที่ใช้อํานาจรัฐ หรือเปึนกลไกของรัฐ แต่ไม่เปึนองค์กรของรัฐ คือแนวโน้มการตั้งองค์การแห่งนี้จะมีมากขึ้น ๆ ท่านประธาน ก็เพิ่งพิจารณาไปเมื่อไม่นานมานี้ มันตั้งขึ้น ๆ อย่างนี้เรื่อย ๆ ก็ทําให้เกิดคําถามว่าทําไม เขาไม่ตั้งเปึนระบบราชการ พอตั้งขึ้นมาเปึนหน่วยงานอย่างนี้ก็ตามมาด้วยค่าตอบแทน แล้วก็ไปดําเนินงานต่าง ๆ เกิดขึ้น เลยทําให้ผมคิดว่าท่านที่ต้องการตั้งหน่วยงานเหล่านี้ ขึ้นมาก็จะหลีกเลี่ยงแล้ว ขอเปึนหน่วยงานของรัฐที่เปึนอิสระบ้าง เปึนองค์กรมหาชนบ้าง เปึนอะไรต่ออะไรบ้าง มันก็จะตามมาอย่างที่ผมเรียน ตามมาด้วยปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนที่จะเกิดขึ้นเปึนจํานวนมาก ก็อยากจะให้พิจารณาดูว่ารูปแบบที่มัน มีหลากหลายมากขึ้น ๆ ขณะนี้ จนกระทั่งหลายครั้งเวลาเขียนกฎหมายต้องมาถกเถียงกัน ว่าเขียนอย่างไร จึงจะให้หน่วยงานเหล่านี้สามารถที่จัดหมายเลขลําดับเพื่อจะได้รับ งบประมาณจากสํานักงบประมาณได้ อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็อยากจะให้ดูในเรื่องนี้ ด้วยเหมือนกัน

ส่วนที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เรียกว่า องค์กร ของรัฐ และยังแยกเปึนองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระ กับองค์กรอื่น เมื่อวานนี้สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้พิจารณากฎหมายของ ป.ป.ช. และ คตง. ด้วย ก็มีการแยกข้าราชการในสํานักงาน แห่งนี้ เพื่อจะได้ให้ค่าตอบแทนเหมือนกับข้าราชการในระบบกระบวนการยุติธรรม พูดง่าย ๆ ก็คือได้ค่าตอบแทนเหมือนอัยการ แล้วก็ให้สํานักงานเหล่านี้สามารถที่จะ กําหนดค่าตอบแทนได้เองอีกด้วย ถ้ามันเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้ท่านประธานครับ ค่าตอบแทนก็จะแยกแยะกันออกไป เดี๋ยวก็จะมีคนพยายามที่จะเปึนอย่างนี้เพื่อจะได้ค่าตอบแทนสูงขึ้น ก็อยากจะให้ ทาง ก.พ.ร. ได้ศึกษาเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนขึ้นด้วย เพราะผมเข้าใจว่าพวกเรายังเข้าใจ ผิดกันเยอะว่า คําว่า หน่วยงานของรัฐที่เปึนอิสระ มันอิสระอะไร ทุกคนเข้าใจว่าเปึนอิสระ ทุกอย่างตั้งแต่งบประมาณ การบริหารงานบุคคล อะไรต่ออะไรก็ได้มันเลยทําให้เกิด ปัญหาขึ้นตามมาอย่างนี้เรื่อย ๆ ก็อยากจะให้มีการศึกษากันอย่างจริง ๆ ว่า คําว่า องค์กร ของรัฐที่เปึนอิสระนั้น ความหมายที่แท้จริงมันคืออะไร เราจะได้กําหนดภาระหน้าที่ และการทํางานขององค์กรเหล่านี้ให้มันสอดคล้องกับความเปึนจริงและตรงกับ ความต้องการของประเทศได้มากขึ้น ในรายงานท่านได้พูดถึงเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย เกี่ยวกับองค์กรมหาชน ซึ่งก็ทราบว่ามีปัญหากันอยู่เยอะ ก็เสียดายเพียงบอกว่า ก.พ.ร. เองพยายามที่จะรายงานเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ได้เสนอ ครม. ไปแล้ว แต่ด้วย สาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจึงยังไม่สามารถเสนอร่างกฎหมายนี้ต่อรัฐสภาได้ ก็อยากจะให้เร่งทําเรื่องนี้หน่อยเพราะมันมีความจําเปึนจริง ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ