สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒

สุเทพ เทือกสุบรรณ หารือเรื่องเหตุการณ์ปะทะในภาคใต้ แจ้งตัวเลขที่แสดงถึงการลดลงของเหตุการณ์และจำนวนผู้เสียชีวิต และอธิบายว่าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลใช้งบประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อแก้ไขปัญหา และรัฐบาลไม่ให้ใครไปใส่ร้ายประชาชนโดยขาดหลักฐาน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เปึนผู้ตอบกระทู้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ซูการ์โน มะทา ผมขออนุญาตกราบเรียนตอบ ในกระทู้แรกก่อนว่าที่ท่านอ้างว่าเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมีคนเสียชีวิตมากขึ้นโดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนนั้น ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงแก้ตัวเลขหน่อยนะครับ ถ้านับจํานวน เหตุการณ์ต้องถือว่าเหตุการณ์ลดลงนะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ ปล้นป๋น เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ เปึนต้นมา เหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้ป้หนึ่งเปึนพัน บางป้ก็สูงถึง ๒,๕๐๐ เหตุการณ์ ยอดผู้เสียชีวิตก็มีจํานวนมากทั้งประชาชน ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร แต่ว่าป้นี้ครับ จํานวนเหตุการณ์ลดลง ผมมีตัวเลขอยู่ในมือแล้วก็ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็สามารถที่จะตรวจสอบตัวเลขที่เปึนจริงได้นะครับ เหตุการณ์ ลดลงแน่นอนครับ ที่จริงผมต้องเรียนนะครับว่าเหตุการณ์ที่ลดลงนี่มันลดลงตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ ท่านครับ มีสัญญาณในเชิงบวกว่าการก่อเหตุนี่มีจํานวนครั้งลดลง ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นมา จากที่เคยมีเปึน ๒,๐๐๐ ครั้ง ป้ ๒๕๕๑ ก็มีแค่ ๑,๓๗๐ เหตุการณ์ นะครับ และมาป้นี้ก็ลดลงจากป้ ๒๕๕๑ เปึนจํานวนมาก ยอดของผู้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่ ตํารวจ ทหาร และประชาชนก็ลดลงกว่าป้ก่อน ๆ อันนี้เปึนเรื่องแรกที่ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่าน

เรื่องที่สอง เรื่องตัวเลขงบประมาณที่ท่านบอกว่า ๕ ป้ได้ใช้เงินไปนับแสน ล้านบาท จริง ๆ ไม่ถึงครับท่าน ผมมีตัวเลขอยู่ในมือนะครับ โดยเฉลี่ยแล้วในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีตัวเลขงบประมาณที่ใช้ไปมีประมาณ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ ล้านบาท มีป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ที่ตัวเลขเพิ่มเปึน ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ รวมแล้ว ก็ไม่ได้เปึนจํานวนนับแสนล้านบาทอย่างที่ท่านว่า อันนี้ไม่ได้ไปหักล้างอะไรนะครับ เพียงแต่ว่าให้ปรากฏเปึนตัวเลขข้อเท็จจริง ท่านถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ ๕ กันยายน ใครเปึนคนทํา ที่จริงท่านเคยพูดคุยกับผม เปึนการส่วนตัว ตอนนี้ผมยังไม่ได้คําตอบ ก็พยายามที่จะให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันค้นหา แต่ผมเรียนว่าตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศครับ เราได้กําหนดเปึนนโยบายชัดเจนครับ เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ์ายไม่มีการไปไล่ล่าฆ่าสังหารประชาชน เรายึดเอาแนวทางของการพัฒนาเพื่อที่จะยกระดับความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน เปึนหลัก เพราะฉะนั้นเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเราก็พยายามที่จะเข้าไปสืบสวนสอบสวน แล้วก็หาคนผิด เมื่อชัดเจนก็ออกหมายจับดําเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ทําอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กฎหมายอนุญาต ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่มัสยิดไอปาแย อย่างที่ ท่านทราบ ออกหมายจับไปแล้ว ๑ คน อีก ๓ คนกําลังพยายามพิสูจน์อยู่ครับว่าเปึนใคร มีผู้ต้องสงสัยอยู่ แต่ว่ายังไม่ชัดเจนก็ยังไม่ได้ออกหมายจับ ผมเรียนกับท่านประธานไปถึง ท่านสมาชิกครับว่า รัฐบาลไม่ให้ใครไปใส่ร้ายปัายสีประชาชนโดยขาดหลักฐาน โดยเด็ดขาดครับ จะทําตามหลักฐานพยานเท่านั้น และที่ท่านบอกว่า รัฐบาลแถลงไว้ว่า จะแก้ปัญหาภาคใต้ภายใน ๙๙ วัน แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ผมกราบเรียนว่าคงจะมี ความสับสนเล็กน้อยครับ นโยบายของรัฐบาลเรื่อง ๙๙ วันนั้นเปึนเรื่องอื่น เช่น เรื่องการศึกษา เรื่องการรักษาสุขภาพอนามัยประชาชน ในนโยบาย ๙๙ วันนั้นไม่ได้ รวมเอาเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าไปด้วย เพราะเราทราบดีนะครับว่าปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้เพียงไม่กี่วัน หรือไม่กี่เดือน มันเปึน ปัญหาที่ยืดเยื้อมายาวนาน ท่านก็เปึนผู้แทนราษฎรมาหลายป้ ท่านก็อยู่ฝ์ายรัฐบาล มาก่อน ท่านก็เห็นว่าปัญหามันซับซ้อน แล้วก็มีการเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันหลายมิติ แต่ว่า ที่ท่านถามว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ก็ต้องตอบสั้น ๆ ก็คือว่า มีกระบวนการ มีความพยายามที่จะแบ่งแยกดินแดนแล้วก็ยุยงปลุกปัืน ก่อเหตุเพื่อที่จะบั่นทอน ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล บั่นทอนการบริหารราชการของรัฐบาล แล้วรัฐบาลก็พยายาม แก้ไข ในส่วนของรัฐบาลนี้เราได้ตั้งเปัาว่าเราจะใช้หลักของการพัฒนา ยึดแนวทาง พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา เปึนธงชัย ในการปฏิบัติงานของรัฐบาลครับ ผมเชื่อว่าในช่วง ๓ ป้นับจากนี้เมื่อรัฐบาล ได้ดําเนินโครงการตามนโยบายนี้ครบถ้วน ได้ยกระดับชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ยกระดับรายได้ของประชาชนให้ดีขึ้น ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะหันมาร่วมมือกับ รัฐบาลมากขึ้น กลุ่มของผู้ก่อการร้ายทั้งหลายก็จะได้รับการสนับสนุนน้อยลง และผมเชื่อ ว่าปัญหาก็จะคลี่คลายขึ้นครับ