สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

(เนื่องจาก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ติดราชการ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรู ปแห่งชาติ คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกลงชื่อมาประชุมจํานวน ๑๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ดิฉันขอดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๖ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ ดังนี้

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

เปึนเรื่องซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ คือการรับทราบการให้บริการโทรทัศน์ ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (Digital) ช่องหมายเลข ๑๐ ของสถานีวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

ตามที่ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม ทางเครื่องขยายเสียงและวิทยุโทรทัศน์วงจรป่ดภายในบริเวณรัฐสภา และสถานีวิทยุโทรทัศน์ รัฐสภาผ่านดาวเทียม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓ วรรคสอง นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้สํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับสิทธิเปึนผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สําหรับให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล บริการสาธารณะประเภทที่ ๓ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการกระจายข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาล กับประชาชน และรัฐสภากับประชาชน โดยให้มีการแพร่ภาพออกอากาศในระบบดิจิทัล ของช่องรับสัญญาณหมายเลข ๑๐ คือช่อง ๑๐ ระบบดาวเทียมและเคเบิลทีวี (Cable TV)

ช่อง ๒๐ แล้ว ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา จึงขอเรียนให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรู ปการศึกษาและการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์

วาระปฏิรูปที่ ๑๖ : การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา

วาระปฏิรูปที่ ๑๗ : การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์)

วาระปฏิรูปที่ ๑๘ : การปฏิรูประบบการเรียนรู้ และร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. ....

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ค่ะ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกคะ เนื่องจากรายงานวาระปฏิรูปที่นําเสนอในวันนี้เปึนรายงาน ที่คณะกรรมาธิการได้นําความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ได้จากการพิจารณา ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (รอบ ๑) ไปปรับปรุงและเสนอแผนการดําเนินงาน พร้อมทั้งได้จัดทํา ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องมาด้วยจํานวน ๑ ฉบับ นําเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา เปึนรอบ ๒ ในวันนี้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ดิฉันขอให้ท่านประธานกรรมาธิการ แถลงรายงานแต่ละวาระปฏิรูป

เฉพาะส่วนที่ได้ปรับปรุงแก้ไขและแถลงหลักการและเหตุผลและสาระสําคัญอย่างย่อ ในร่างพระราชบัญญัติ โดยให้สมาชิกอภิปรายรายงานทั้ง ๓ วาระปฏิรูป และร่างพระราชบัญญัติไปในคราวเดียวกัน จากนั้นดิฉันจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่า ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานแต่ละวาระปฏิรูป และจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ กับหลักการ เหตุผล และสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติตามลําดับ

ด้วยคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๔ พุทธศัก ราช ๒๕๕๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบและเห็นด้วย ในหลักการของรายงานและแนวทางการดําเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เรื่อง ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์แล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการนําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึน แนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการและกระบวนการปฏิรูป พร้อมแผนดําเนินการเพื่อเสนอ สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน ทั้ง ๓ วาระปฏิรูปเสร็จแล้ว พร้อมทั้งได้ดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาในวันนี้

เรียนท่านสมาชิกเนื่องจากการพิจารณารายงาน ใน รอบ ๒ ดิฉันจึงใคร่ ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข และแถลง หลักการและเหตุผลพร้อมสาระหลักอย่างย่อของพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมาจะมีส่วนสําคัญในการผลักดันให้การปฏิรูป ประสบความสําเร็จได้อย่างไร โดยขอให้คณะกรรมาธิการแถลงอย่างกระชับและอยู่ใน ประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิกดิฉันคงขอความกรุณา ท่านอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและไม่ซ้ํากับรอบแรกก็จะช่วยให้ การพิจารณานั้นเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดิฉันขอ เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้กรุณาแถลงรายงานพร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสําคัญ อย่างย่อในพระราชบัญญัติเพื่อเปึนแนวทางในการพิจารณาของสมาชิกค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ใคร่ขอกราบเรียนต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติว่าตามที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาศึกษาเพื่อดําเนินการ จัดทําแผนยุทธศาสตร์ วาระปฏิรูปที่ ๑๖ การปฏิรูป ระบบการจัดการศึกษา วาระปฏิรูปที่ ๑๗ การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์ ) และวาระปฏิรูปที่ ๑๘ การปฏิรูประบบการเรียนรู้ พร้อมทั้งจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูปดังกล่าวเพื่อเสนอต่อสภาปฏิ รูปแห่งชาติ พิจารณานั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้จัดทํารายงานแผนยุทธศาสตร์วาระปฏิรูป ทั้ง ๓ วาระ พร้อมจัดทําร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องคือร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... เสร็จสิ้นแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอที่ ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบ เพื่อนําเสนอให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดําเนินการต่อไป กระผม ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านว่า กิจการทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยคนดีและเก่งเปึนส่วนใหญ่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนการขับเคลื่อน ทางการเมือง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมและอื่น ๆ ไม่ใช่มีเครื่องมือ เจ๊งยังใช้ เช่นคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดจะขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้

เราจึงจําเปึนต้องพัฒนาคนให้เปึนคนดีและเก่ง และเปึนมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสนใจ ใฝ์เรียนรู้ไปตลอดชีวิต คิดเปึน ทําเปึน ทํางานร่วมกันเปึนทีมอย่างเปึนกัลยาณมิตรได้ สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้ยึดเปึนแนวทางในการจัดทํารายงานการ ประชุมทั้ง ๓ วาระ เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งนี้ เพื่อที่จะเปึนแนวทางสําหรับปฏิรูปการศึกษา และพัฒนามนุษย์ของประเทศที่จะสร้างให้คนไทยมีความเปึนมนุษย์ที่สมบูรณ์ เปึนพลัง ที่สําคัญของประเทศต่อไป สําหรับรายละเอียดการปฏิรูปทั้ง ๓ วาระ และร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ปรากฏตามรายงาน ที่ได้นําเสนอ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังมีรายละเอียดการปฏิรูปการศึกษาและ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ได้มีการศึกษาโดยคณะอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการ ได้จัดทําเปึนเอกสารประกอบเพื่อท่านสมาชิกที่ สนใจในรายละเอียดได้ศึกษาเพิ่มเติมด้วย ส่วนสรุปรายงานการปฏิรูป ๓ วาระ และร่างพระราชบัญญัติ กระผมใคร่ขอเรียนเชิญ นายเขมทัต สุคนธสิงห์ กรรมาธิการ รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม เลขานุการ คณะกรรมาธิการ และนายอมรวิชช์ นาครทรรพ โฆษกกรรมาธิการ เปึนผู้นําเสนอ สาระสําคัญต่อที่ประชุม โดยขออนุญาตท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ให้ทั้ง ๓ ท่าน ได้นําเสนอโดยเพาเวอร์พอย ต์ (PowerPoint) พร้อมทั้งแจกเอกสารนําเสนอดังกล่าว ต่อที่ประชุมด้วย อนึ่ง สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการเพิ่งตรวจพบข้อผิดพลาดในรายงานของ คณะกรรมาธิการ และไม่สามารถชี้แจงเปึนเอกสารต่อที่ประชุมได้ทัน จึงขอแก้ด้วยวาจา ในชั้นนี้ไปในคราวเดียวกันในรายงานหน้า ๙๗ ส่วนที่เปึนบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... จากเดิมข้อ ๒.๒ กําหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า คศม. ประกอบด้วยกรรมการจํานวน ๑๙ คน ขอแก้ไขเปึนกําหนดให้มี คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า คศม. ประกอบด้วยกรรมการจํานวน ๒๑ คน จึงขออนุญาตท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแก้ไข รายงานดังกล่าวให้ถูกต้องสมบูรณ์ ก่อนที่ทั้ง ๓ ท่านจะนําเสนอ กระผมขอนําเสนอเบื้องต้น ก่อนนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ฉายเพาเวอร์พอยต์ด้วยครับ รายงานวาระการปฏิรูปการศึกษา และพัฒนามนุษย์ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘ สถานการณ์ปัจจุบันการศึกษาไทย เด็กร้อยละ ๗๐

ออกไปสู่โลกของงานด้วยวุฒิมัธยมศึกษา ชั้น ม. ๖ ป.ว.ช. ม. ๓ หรือต่ํากว่า โดยปราศจาก การเตรียมทักษะและคุณลักษณะที่พอเพียง แรงงาน ๓๕-๔๐ ล้านคน ไม่มีกลไกเข้าไป ยกระดับทักษะที่พอ เพียง แรงงานระดับปริญญาตกงาน ๑๕๐,๐๐๐ คนต่อป้ การใช้ งบประมาณไม่คุ้มค่า บุคลากรทางการศึกษา ครู ผู้บริหารการศึกษา มีปัญหาการจัดการ การพัฒนาเด็กปฐมวัยไม่เข้มแข็ง เด็ก ๓ ขวบพัฒนาการล่าช้าร้อยละ ๓๑ งานวิจัย ในมหาวิทยาลัยยังไม่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจได้ มากและเร็วพอ การบริการทางวิชาการยังไม่ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ได้เต็มที่ รัฐบาลและ กระทรวงศึกษาธิการมีการแก้ปัญหาครู การอ่าน อาชีวะ ทวิภาคี ธรรมาภิบาลอุดมศึกษา และอื่น ๆ แต่ยังไม่เปึนการปฏิรูปเชิงระบบ บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทย การเปึน สังคมผู้สูงวัย เด็กที่เกิดน้อยลง การขาดแรงงาน การเปึนสังคมพหุวัฒนธรรม แรงงานอาเซียน ที่จะเข้ามา ความจําเปึนต้องพัฒนาแรงงานเพื่อยกระดับการผลิตให้ดีกว่าประเทศที่ต้นทุน แรงงานและราคาวัตถุดิบที่ต่ํากว่า

เศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะเปึน การขับเคลื่อ นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) และระบบคมนาคมเชื่อมกลุ่มสุวรรณภูมิที่จะสร้างเมืองเศรษฐกิจใหม่และ โอกาสใหม่ในหลายพื้นที่ ทิศทางการกระจายความรับผิดชอบ การพัฒนาลงพื้นที่ หลักปฏิรูป การกระจายผู้จัดการศึกษาไปยังภาคส่วนต่าง ๆ รัฐปรับบทบาทจัดการศึกษาเปึนพื้นที่ สร้างกลไกธรรมาภิบาลและภาวะรับผิดชอบ ปรับเปลี่ยนการจัดสรรทรัพยากรตามอุปสงค์ สร้างขีดความสามารถ และการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน โจทย์ใหม่คือการเรียนรู้เพื่อชีวิต และงานของคนทั้งปวง ต่อไปผมจะขอให้นายเขมทัตเสนอต่อจากผมไปครับ ขออนุญาต ท่านประธานด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ วาระการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มี ๓ วาระ ผมจะเริ่มด้วยวาระที่ ๑๖ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ในวาระนี้จะมีประเด็นหลักทั้งสิ้น ๕ ประเด็น ประเด็นแรก คือการปฏิรูปนโยบายการจัดการศึกษาและการจัดองค์กรในระบบการศึกษา ประเด็นที่ ๒ คือการเตรียมการผู้เข้าเรียน ประเด็นที่ ๓ คือการบริหารบุคลากรทางการศึกษา ประเด็นที่ ๔ คือระบบธรรมาภิบาลของการจัดการศึกษา และประเด็นที่ ๕ คือการปฏิรูประบบ ประกันคุณภาพของการศึกษา ในการปฏิรูปนโยบายและการจัดการศึกษานั้น เราหวังว่า จะเกิดผลจากการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษาอย่างน้อยที่สุด ๒ ประการ คือมีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ซึ่งในการนี้ฝ์ายเลขาธิการ ก็จะถูกปรับเปลี่ยนมาจากสํานักงานสภาการศึกษาแห่งชาติ ผลผลิตอันที่ ๒ คือ เรื่องของนโยบายและยุทธศาสตร์การศึกษาและพัฒนามนุษย์ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพราะที่ผ่านมานั้นประเทศไทยไม่ได้ทํานโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษา อย่างชัดแจ้ง แม้จะมีการปฏิรูปการศึกษาเมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาแล้ว สไลด์ (Slide) ต่อไปนั้นจะเปึนรูปแบบที่จะชี้ให้เห็นแนวทางว่าการจัดการศึกษานั้นจะดูแลคนไทย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนกระทั่งถึงสิ้นชีวิต มีการที่จะให้ทุกภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม ในสไลด์นี้จะเปึนตัวที่ จะช่วยอธิบายซึ่งผมจะอธิบายต่อไปโดยที่ใช้สไลด์นี้เปึนหลัก

การจัดองค์กรการศึกษาที่เราต้องการจะให้เปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย ซึ่งหมายถึงการดูแลเด็กแรกเกิดจนถึงก่อนเข้าโรงเรียน เราต้องการจะให้ชุมชนมามีส่วนช่วย ในการสร้างสถาบันครอบครัวของคนไทยให้เข้มแข็ง จะต้องช่วยกันสร้างศูนย์เด็กเล็ก ในทุกพื้นที่ เพราะเด็กนั้นมีการเจริญเติบโตของสมองตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ ๕ ป้ ฉะนั้น ถ้าเผื่อเราสามารถจะทําให้เด็กเหล่านี้มีร่างกายแข็งแรง มีความอบอุ่นแจ่มใส ก็จะไม่เปึน ภาระกับสังคมเมื่อเติบโตขึ้น การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นคงจะต้องเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุน สําหรับครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือทางด้านอาหารให้เด็กทารกที่เกิดมานั้นได้อาหาร มากเพียงพอที่จะมีสุขภาพดี ไม่มีความ ผิดปกติ ทําให้เด็กแรกเกิดได้รับความอบอุ่น จากครอบครัว และมีพัฒนาการด้านสมองและร่างกายที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดภาระ แก่สังคมเมื่อเติบโตขึ้น เราจะดูว่าการทําตรงนี้สัมฤทธิ์หรือเปล่า เราหวังจะได้เด็กที่มี ร่างกายแข็งแรง มีความอบอุ่นแจ่มใส เด็กเชื่อฟังคําสั่งควบคุมอารมณ์ตนเองได้ เราจะเห็นว่า เด็กสมัยใหม่นั้นถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างดีนั้นก็จะเอาแต่ใจตัวเอง ก็คิดแก้ตั้งแต่ตอนนี้นะครับ มาถึงระดับประถมศึกษาเราคงจะต้องหาทางเปลี่ยนแปลง โดยที่ใช้โรงเรียนที่มีศักยภาพ ในการดําเนินงานด้วยโรงเรียนและคณะกรรมการการศึกษาเองซึ่งมีอยู่แล้วจํานวนไม่น้อย แล้วก็ยังไม่ได้เปึนนิติบุคคลทางพฤตินัย ถึงแม้ทางนิตินัยจะเปึนแล้ว ทําให้เขาได้เปึน นิติบุคคลทางพฤตินัยมีการบริหารงานทั้งทา งด้านกําลังคน บุคลากร งบประมาณ และหลักสูตรภายใต้การกํากับและดูแลของสมัชชาการศึกษาพื้นที่ สําหรับโรงเรียน ที่ยังไม่มีความพร้อม แล้วก็ไม่ใช่เปึนโรงเรียนขนาดเล็กด้วย นะครับ ก็ขอให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เข้ามาร่วมกับหน่วยงานในกํากับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะเปึน สพฐ. นะครับ เพื่อพัฒนาให้สามารถดําเนินการได้ด้วยตนเอง ซึ่งชุมชนและสมัชชาการศึกษาสามารถจะเลือก รูปแบบการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ในทางดําเนินการที่ดีที่เราเรียกว่าเปึน เบสต์ แพรคทิส (Best Practice) หรือโรงเรียนตัวอย่างที่ดี ๆ ซึ่งมีอยู่มากมายนี่นะครับมาเปึนต้นแบบ แล้วก็พัฒนา เลียนแบบในสิ่งที่เหมาะสม เรามีปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งอยู่ตามชายขอบก็ตาม จําเปึนต้องรวบรวมมาเปึน คลัสเตอร์ (Cluster) กับกลุ่มพื้นที่ใกล้เคียงนะครับ แล้วพัฒนาให้เปึนศูนย์ การเรียนรู้ โดยที่ใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพด้วยการให้บริการ การศึกษาร่วมกับการศึกษาระดับอื่น ไม่ใช่เฉพาะระดับประถมศึกษา เราหวังว่าผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียนที่จบประถมศึกษานะครับ เด็กจะต้องมีความเปึนคนไทย มีความขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน กตัญ็ู มีวินัย ให้อภัย สามารถอ่านออกเขียนได้ และสามารถเริ่มเรียน ภาษาที่ ๒ นอกจากภาษาไทยได้ อันนี้เปึนตามภูมิสังคมนะครับ การศึกษาระดับมัธยมศึกษา ก็ให้โรงเรียนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนประจําจังหวัด โรงเรียนที่มีผลการศึกษา เปึนที่ยอมรับของผู้ปกครอง ดําเนินการโดยคณะกรรมการสถานศึกษาและสมัชชาการศึกษา โดยมีสภาการศึกษาจังหวัด ซึ่งเราเริ่มมีอยู่แล้ว ๑๐ กว่าจังหวัดนะครับ เปึนผู้ให้การสนับสนุน และเปึนที่ปรึกษา โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่และนักเรียนต่อห้องมากนี่นะครับ เพราะว่า ผู้ปกครองต้องการจะให้เข้าเรียนเราจะต้องจํากัดขนาดของนักเรียนในห้องเรียนนะครับ เพื่อที่จะลดขนาดลงมาวันนี้ ๕๐ คนต่อห้อง ก็มีเปัาหมายจะลดให้เหลือ ๓๕ คนต่อห้อง ภายใน ๓ ป้ ถึง ๔ ป้นะครับ แล้วจะทําอย่างไร ก็ต้องหาโรงเรียนในละแวกเดียวกันนะครับ มาทําเปึนโรงเรียนคู่แฝดหรือเปึนโรงเรียนในกลุ่มเพื่อเอาบุคลากรเข้าไปเสริมและยกระดับ มาตรฐานการจัดการศึกษาให้ได้ระดับเดียวกัน การจัดสรรนักเรียนเข้าเรียนก็ให้ถือตาม ที่พักอาศัยเพื่อให้เด็กไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง สําหรับโรงเรียนในระดับอําเภอนั้น ขณะนี้จริง ๆ แล้วเรามีโรงเรียน ๑ อําเภอ ๑ โรงเรียนที่เปึนโรงเรียนตัวอย่างที่มีการจัดการดี ก็ต้องพัฒนาให้ได้ระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบเท่าโรงเรียนประจําจังหวัด ให้ชุมชน ภาคสังคม สมัชชาการศึกษา ร่วมกันพัฒนามาตรฐานให้เท่าเทียมกันโดยเร็วที่สุด โรงเรียน มัธยมศึกษาในระดับตําบลนั้นคงจะต้องเลือกโรงเรียนที่มีผลการศึกษาที่ดี เปึนที่ยอมรับแล้ว ก็ไม่ต้องสนใจว่าเปึนโรงเรียนของรัฐหรือของเอกชน เพราะถือว่าให้การศึกษาแก่คนไทย เหมือนกันนะครับ มาเปึนโรงเรียนในท้องถิ่นและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุน

ในเรื่องการจัดการงบประมาณดําเนินการ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวจะเปึนไปตามประเด็นปฏิรูปการคลัง และงบประมาณเพื่อการศึกษานะครับ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนก็นอกจากจะมีผลสัมฤทธิ์ตาม ชั้นประถมศึกษาแล้วนี่ ผลสัมฤทธิ์เพิ่มเติมเด็กที่จบมัธยมศึกษาจะต้องรักสถาบัน รักครอบครัว ใฝ์เรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถทํางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างกัลยาณมิตร สําหรับการอาชีวศึกษานั้น ขณะนี้เรามีวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งสังกัดสํานักงานคณะกรรมการ อาชีวศึกษาแล้วนะครับ แต่ยังไม่มีฐานะเปึนนิติบุ คคลก็ต้องทําให้เปึนนิติบุคคล แล้วก็ ดําเนินการโดยชุมชน สังคม และเอกชน ต้องมีเอกชนเข้ามาร่วม ทั้งนี้เพราะการศึกษา อาชีวศึกษานั้นมุ่งสร้างความรู้ทักษะให้เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ โดยมุ่งเน้นให้ ประกอบอาชีพในถิ่นกําเนิดเปึนหลัก สร้างความพร้อมในการรับผู้อยู่นอกวัยศึกษา ผู้ขาดโอกาส ผู้ด้อยโอกาสเข้ามาเรียนอาชีพใหม่ ๆ ชุมชนสังคมต้องช่วยกันสร้างงานและส่งเสริมการลงทุน ในพื้นที่เพื่อช่วยพัฒนาสร้างความเจริญในท้องที่อย่างเหมาะสม สําหรับวิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยสารพัดช่างนั้นให้มุ่งจัดบริการการศึกษาแก่ผู้ขาดโอกาสและผู้ด้อยโอกาสรวมทั้ง ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ ทั้งนี้ให้โอนย้ายส่วนที่เปึน กศน. ซึ่งอยู่สํานักงานปลัดกระทรวงกับ การศึกษาเอกชนเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้จะได้ทํางานร่วมกันได้ โดยที่ไม่ต้องไปแย่งผู้เรียนกันนะครับ สถานศึกษากลุ่มนี้ให้จัดการเปึนกลุ่มที่ใช้มาตรฐานการฝ๊ก และมาตรฐานทักษะเดียวกัน ซึ่งสถานศึกษาของ กศน. เหล่านี้สามารถจะใช้เปึนที่เรียนของโรงเรียนขั้นพื้นฐานที่มี ขนาดเล็ก ซึ่งเราพูดไปในระดับประถมศึกษาเมื่อกี้นี้แล้วนะครับ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนนะครับ สําหรับผู้ที่จบอาชีวศึกษาก็จะต้องมีผลสัมฤทธิ์ของเด็กประถม ศึกษา แล้วก็เพิ่มเติมว่า รักสถาบัน รักครอบครัว ใฝ์เรียนรู้ด้วยตนเอง ทํางานร่วมกับผู้อื่นอย่างกัลยาณมิตร และที่สําคัญคือต้องประกอบอาชีพได้ด้วยทักษะฝ้มือและแสวงหาความรู้เพิ่มเติม สําหรับ การอุดมศึกษานั้นในปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษามีฐานะเปึนนิติบุคคลอยู่แล้วนะครับ สามารถ รับผิดชอบดูแลการจัดการศึกษาได้

แต่ปัญหาก็คือในบางพื้นที่นั้นมีสถานศึกษามากเกินไปหลากหลายนะครับ และทําให้ การจัดการศึกษาไม่มีประสิทธิภาพ ก็คงจะต้องทําอย่างไรให้สถานศึกษาเหล่านี้มารวมกัน ควบรวมช่วยกันจัดการศึกษา รวมทั้งวิทยาลัยชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสะท้อน ความสามารถในการจัดการศึกษา ซึ่งสามารถจะสร้างองค์ความรู้ใหม่จากภูมิปัญญาท้องถิ่น คณะกรรมาธิการหวังว่าผู้ที่จบอุดมศึกษาจะต้องมีผลสัมฤทธิ์การเรียนเพิ่มเติมจากที่จบ ชั้นมัธยมศึกษาก็คือจะต้องมีความซื่อตรง ซื่อตรงนี่จะมากกว่าซื่อสัตย์นะครับ มีความเสียสละ มีความมุ่งมั่น รู้จักสิทธิและหน้าที่ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคมรอบตัว สําหรับการศึกษาตลอดชีวิตนั้นนะครับ ปัจจุบันนั้นทาง กศน. ซึ่งชื่อเต็มก็คือสํานักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ท่านก็ทําอยู่แล้วนะครับ แต่ว่า ทําอย่างไรถึงจะทําให้มีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาให้เกิดประโยช น์สูงสุดถึงได้ให้ไป รวมกับทางการอาชีวศึกษาเมื่อกี้ที่เรานําเสนอ แล้วก็ชุมชนท้องถิ่นจะต้องมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษาให้เพียงพอกับประชากรในพื้นที่และตอบสนองความต้องการของ กําลังงานในพื้นที่ให้ได้ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเราต้องการคนไทยยุคใหม่ที่เปึนพลเมืองที่ตื่น รู้ เข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความสุขที่เปึนผู้ให้ ดูแลตนเองไม่ให้เปึนภาระของ ครอบครัวและสังคม อันนี้ซึ่งหมายรวมไปถึงผู้สูงวัยด้วยนะครับ สําหรับเปัาหมายระยะกลาง จากที่เรานําเสนอ เราหวังว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีโครงสร้างที่เหมาะสมรองรับภารกิจ และบทบาทใหม่ดังนี้นะครับ สามารถจะรองรับบทบาทหน้าที่ในการทํางานเชิงนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ มีบทบาทหน้าที่ ในการกํากับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท รวมถึง การศึกษาพิเศษและการศึกษาตลอดชีวิต มีบทบาทหน้าที่ในการเปึนกลไกการวางแผน ประสานงานการผลิตกําลังคนและจ้างงานระหว่างหน่วยงานการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท และภาคการผลิต มีบทบาทหน้าที่ในการทํางานวิจัยระบบการศึกษาและพัฒนามนุษย์ เปึนฐานข้อมูลรองรับการพัฒนานโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์ของประเทศ ทําบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริ มการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาของชาติ ทําบทบาทหน้าที่ในการประสาน สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตของกลุ่มเปัาหมาย ทุกช่วงวัยที่จัดโดยองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สุดท้ายคือบทบาทหน้าที่ ในการประสาน สนับสนุน และส่งเสริมการจัดการศึกษาพิเศษสําหรับกลุ่มเปัาหมายเฉพาะ

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าวนั้นเราเสนอให้เปึนไปตามหลักการกระจายอํานาจ และจําแนกอํานาจซึ่งต้องดําเนินการขับเคลื่อนต่อไปภายใต้การศึกษาข้อมูลและกํากับ ของกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ในเรื่องนี้มีประเด็นกฎหมาย ที่จะต้องทําก็คือปรับปรุง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติให้ชัดเจนขึ้น ปรับปรุง พ.ร.บ. ระเบียบ บริหารราชการกระทรวงการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ใหม่ และที่วันนี้จะต้องนําเสนอ ในตอนสุดท้ายก็คือการเสนอร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชา ติ สําหรับประเด็นต่อไปคือประเด็นในการเตรียมการผู้เข้าเรียน ในการเตรียมการผู้เข้าเรียนนั้นที่สําคัญก็คือ ณ ขณะนี้เราต้องออกแบบและเริ่มประกาศ วิธีการคัดเลือกผู้เข้าเรียนแบบใหม่ ต้องสร้างความเข้าใจให้กับสมัชชาการศึกษาตั้งแต่ ระดับท้องถิ่นเพื่อดูแลให้ผู้เรียนมีค วามสามารถตามเปัาประสงค์ของหลักสูตรแกนร่วมกัน ทั้งประเทศ ต้องเปลี่ยนวิธีการแนะแนวให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองให้เข้าใจถึง ขีดความสามารถและโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพต่าง ๆ เมื่อออกมาทํางานจริง รวมทั้ง เส้นทางการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานเพื่อไม่ให้นักเรียนไปเลือกเรียนในวิชาที่ตัวเอง ไม่ถนัดหรือไม่ชอบเพียงเพราะว่าผู้ปกครองแนะนํา ปฏิรูปการรับผู้เข้าเรียนศึกษาต่อ ในสถาบันการศึกษาโดยลดความเหลื่อมล้ํา ที่ผ่านมาเรื่องของการกวดวิชานั้นก็ทําให้เกิด ความเหลื่อมล้ํานะครับ เปลี่ยนวิธี วิธีการและกรอบการสอบคัดเลือกให้สะท้อนถึงศักยภาพ ของผู้ประสงค์จะเข้าเรียน สุดท้ายนะครับ ในเรื่องการเตรียมผู้เข้าเรียนนั้นชุมชนจะต้อง วางแผนกําลังคนตามภูมิภาคและการขยายตัวของเศรษฐกิจซึ่งจะเปึนการทํางานร่วมกัน ของทุกภาคส่วน เพื่อกระจายความเจริญให้ทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ําในสังคม ผลที่คาดหวังจากการปฏิรูปตรงนี้นะครับ จะเปึนการลดการเรียนเสริมนอกเวลาที่เราเรียกว่า กวดวิชา เพื่อฝ๊กทําข้อสอบ ผู้เรียนไม่ต้องไปทําการสอบตามสถานศึกษา วิ่งรอกหลายแห่ง ซึ่งเปึนภาระทั้งตัวผู้เรียนและผู้ปกครอง

ประเด็นต่อไปคือประเด็นเรื่องการบริหารบุคลากรทางการศึกษา เรื่องแรกก็คือการคัดเลือก และการบรรจุ ทําอย่างไรเราถึงจะคืนบุคลากรที่ถูกขอยืมตัวมาทํางานสนับสนุน กลับไปสถานศึกษาเพื่อทําการสอน วันนี้เรามีบุคลากรที่ไม่ได้สอนจํานวนเกือบครึ่งต่อครึ่ง เพราะมาทํางานสนับสนุน ต้องเปลี่ยนกระบวนการคัดสรรผู้มาทําหน้าที่ผู้สอนและผู้บริหาร เพราะว่าบุคลากรส่วนหนึ่งพยายามจะไปเปึ นผู้บริหารแล้วก็ไม่ได้ทําการสอน ยกเลิกกระบวนการสอบคัดเลือกผู้บริหารที่ดูจากการสอบด้วยการทําข้อสอบทางวิชาการ แต่เพียงอย่างเดียว ต้องใช้ประสบการณ์การสอนและทัศนคติเปึนองค์ประกอบด้วย การบรรจุบุคลากรเข้าเปึนข้าราชการในกลุ่มภูมิภาคคงจะต้องหาวิธีที่จะโอนย้าย โดยความสมัครใจในระยะเริ่มต้น เปลี่ยนแปลงและยกเลิกสิทธิในการโอนข้ามภูมิภาค ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการวิ่งเต้นโอนย้าย ทําให้บุคลากรได้มีโอกาสอยู่กับครอบครัวดั้งเดิม และสามารถพัฒนาถิ่นเกิดดั้งเดิม ส่งผลให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งขึ้น ปรับเปลี่ยนครูผู้สอน ในสถานศึกษาจากข้าราชการส่วนกลางออกไปเปึนข้าราชการหรือพนักงานราชการ ส่วนท้องถิ่นตามความสมัครใจ เน้นตามความสมัครใจนะครับ ทั้งนี้เพื่อให้การประเมินผลงาน ทําได้ชัดเจน ผลที่คาดหวังจากการปฏิรูปตรงนี้ ก็คือการลดการวิ่งเต้นเพื่อโยกย้ายสถานที่ ทํางาน ครูจะได้รับการบรรจุในพื้นที่ภูมิ ลําเนาดั้งเดิม ครูจะกลับไปทํางานสอน การบริหารบุคลากรอันต่อไปก็คือเรื่องของการพัฒนาบุคลากร ก็จะต้องจัดทํามาตรการ พัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและวัดผลอย่างต่อเนื่อง กําหนดระเบียบปฏิบัติ ในการประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทนตามภาระงาน และผลงานที่ทําออกมามากกว่า พิจารณาค่าตอบแทนจากคุณวุฒิเพียงอย่างเดียว หรือเปลี่ยนวิธีการเลื่อนวิทยฐานะ ตามผลสัมฤทธิ์ของผู้จบการศึกษา ไม่ใช่ทํารายงานแล้วก็เลื่อนวิทยฐานะ ต้องสร้างระบบ คุณธรรมและจริยธรรมให้แก่บุคลากรทางการศึกษา ทั้งครูผู้สอนที่ต้องมีจริยธรรมต่อผู้เรียน ผู้บริหารการศึกษาที่ต้องมีต่อผู้เรียน และมีผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะว่าในวงการการศึกษานั้น ก็คงจะทราบว่ามีการละเมิดเรื่องพวกนี้มากมาย ผลที่คาดหวัง ครูผู้สอนจะได้พัฒนาตนเอง มีความก้าวหน้าตามความสามารถในการสอน และการทํางานด้วยการค้นคว้าความรู้ใหม่ ประเด็นต่อไปเปึนประเด็นเรื่องการประกันคุณภาพ ทางการศึกษา การประกันคุณภาพ ทางการศึกษานั้นจะต้องปรับปรุงระบบ ประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ที่มีอยู่แล้วให้มีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง เตรียมการให้บุคลากรในสํานักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งบุคลากรจากเขตพื้นที่การศึกษามาอบรมให้เข้าใจ วัตถุประสงค์ และกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างถ่องแท้ เพื่อที่จะนําไปใช้ ปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ ที่ผ่านมานั้นเวลาที่พูดถึงระบบประกันคุณภาพนั้น บุคลากรไม่ได้มีความเข้าใจหรือไม่ได้เห็นความสําคัญที่แท้จริ งของการประกันคุณภาพ นึกว่าเปึนการตรวจประเมินผลเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็กลายมาเปึนภาระของครูผู้สอน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทุกคนที่เกี่ยวข้องจะต้องลงไปทําหมด ไม่ใช่ไปผลักภาระให้ครูผู้สอน ทําเรื่องประกันคุณภาพการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการนั้นต้องเข้าไปร่วม บุคลากรจากส่วนกลางเขตพื้นที่จะต้อง เปึนผู้ช่วยเหลือขยายผล โดยที่ไม่เปึนภาระแก่สถานศึกษา แต่สามารถทําให้การพัฒนาการ การจัดสถานศึกษาเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา และยกระดับคุณภาพ ผู้จบการศึกษาให้ได้ ผลที่คาดหวัง หวังว่าบุคลากรทางการศึกษามีความเข้าใจระบบ ประกันคุณภาพการศึกษา และช่วยกันพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา สุดท้ายคือเรื่อง ของการสร้างระบบธรรมาภิบาล ซึ่งในระบบธรรมาภิบาลนั้นที่มีปัญหามากที่สุดก็คือ ในภาคอุดมศึกษา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าในระดับอื่นไม่มี แต่ว่าระดับวงการศึกษา เนื่องจาก สถานศึกษามีความเปึนอิสระก็จะมีปัญหาเรื่องนี้ เนื่องจากว่ากรรมการสถานศึกษานั้น ไม่ได้อยู่ในกรอบของธรรมาภิบาลก็จะเกิดปัญหา ฉะนั้นต้องสร้างมาตรฐานการจัดศึกษา ที่มีความโปร่งใส ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง โดยการจัดแบ่งประเภทสถานศึกษาตามขนาด และภูมิสังคม จัดทํา มาตรฐานจรรยาบรรณของบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่กรรมการ สถานศึกษา กรรมการสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ครูผู้สอน และประกาศใช้โดยให้บุคลากรทุกคนลงนามยืนยันที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานจรรยาบรรณ จัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมโดยการสรรหาให้เปึนส่วนหนึ่งขอ งสภาการศึกษาจังหวัด ผลที่คาดหวังก็คือจะลดความเหลื่อมล้ําของบุคลากร ลดการทุจริตประพฤติมิชอบ และลดปัญหาด้านจริยธรรมลงไป ทั้งหมดนี้เปึนประเด็นการปฏิรูปของวาระที่ ๑๖ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ ท่านต่อไปค่ะ

รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านกรรมาธิการสภาทุกท่าน ดิฉัน นางประภาภัทร นิยม จะขออนุญาต ทําหน้าที่ในการรายงานเสนอวาระการปฏิรูปการศึกษา วาระปฏิรูปที่ ๑๗ คือการปฏิรูป ระบบการคลังด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์) ในวาระนี้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นมาจาก ครั้งที่แล้วเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นนะคะ หลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากท่านสมาชิก ไปแล้ว แต่หลักการก็ยังเปึนหลักการเดิม หลักการที่สําคัญก็คือว่าเราจะใช้งบประมาณ เพื่อการศึกษาอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพและสะท้อนคุณภาพของการศึกษา แล้วก็ เกิดความทั่วถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มผู้ที่ด้อยโอกาสแล้วก็มีความจําเปึนในด้านงบประมาณ อันนี้เปึนหลักการที่สําคัญ ดังนั้นถ้าหากว่าจะให้เกิดระบบของการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพนี้ แน่นอนว่าเราจําเปึนที่จะต้องมีระบบของข้อมูลที่ชัดเจน ระบบข้อมูลมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่ง ก็คือระบบข้อมูลที่เกี่ยวกับบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาที่จะสะท้อนคุณภาพ หมายความว่า เราจะต้องใช้จ่ายเท่าไรเพื่อใ ห้เกิดการจัดการศึกษาที่มีคุณภา พในแต่ละระดับ เช่น ในระดับปฐมวัย ในระดับการศึกษาภาคบังคับขั้นพื้นฐานแล้วก็อาชีวศึกษา ตัวเลขตรงนี้ จะต้องได้รับการวิเคราะห์แล้วก็พัฒนาขึ้น เพื่อที่จะเปึนตัวที่กําหนดว่าเราจะต้องใช้จ่าย งบประมาณเพื่อการศึกษาและให้เกิดคุณภาพนั้นเท่ำไรที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมา เราไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเช่นนี้ เพราะฉะนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดทําบัญชีรายจ่าย ด้านการศึกษาอย่างเร่งด่วน ส่วนข้อมูลที่ ๒ ที่จําเปึนก็คือข้อมูลทางด้านผู้เรียน ซึ่งตรงนี้ เปึนข้อมูลพื้นฐานที่สําคัญมาก ๆ การจัดสรรจะต้องบอกได้ว่าจัดสรรลงไปที่ใคร เท่าไร โดยความจําเปึนเช่นไร เพราะการศึกษาที่ต้องการการลงทุนเปึนพิเศษก็มีเช่นกันนะคะ แล้วการศึกษาที่ระบุโดยความต้องการของผู้เรียนที่มีความหลากหลายมีเปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้นหลักการที่ดิฉันกล่าวถึงซึ่งเปึนระบบของข้อมูล จําเปึนมาก ๆ ในรายงานฉบับนี้ จะได้พูดถึงเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณเปึน ๓ ชุดด้วยกันนะคะ ชุดแรกชุดที่ ๑ ก็คือเรื่องของการจัดสรรงบประมาณด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตามลักษณะหน้าที่การให้บริการตามภูมิสังคมเพื่อจัดสรรแก่สถานศึกษา อันนี้คือ ระบบอุปทานเปึนระบบเดิมนะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ดีอันนี้ยังคงมีความจําเปึนอยู่ในส่วนหนึ่ง

เพราะฉะนั้นที่เราพูดกันว่าเราต้องใช้จ่ายงบประมาณตามหลักอุปสงค์แทนที่จะเปึนอุปทานนั้น สําหรับประเทศของเราอาจจะยังต้องการทั้ง ๒ ระบบ ด้านหนึ่งก็เปึนด้านอุป ทาน อีกด้านหนึ่งเปึนด้านอุปสงค์ค่ะ ทั้งนี้เนื่องจากว่าเราไม่ใช่รัฐสวัสดิการโครงสร้าง การจัดเก็บภาษีของเราไม่ได้เอื้อให้เราสามารถที่จะใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อไปเติมเต็มให้เกิด การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพให้ครบถ้วนทั้งหมดได้กับทุกคน เราจึงจําเปึนที่จะต้องแสวงหา แล้วก็สรรหาการได้มาซึ่งการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ของภาคเอกชน ครอบครัว ประชาสังคม องค์กร แล้วก็รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องร่วมกัน ในการจัดทําแผนการได้มาซึ่งการลงทุนเพื่อการศึกษานี้ด้วยนะคะ ในชุดที่ ๒ จะเปึนเรื่องของ การจัดทําระบบคูปองการศึกษาเ พื่อที่จะจัดสรรให้แก่ผู้เรียน ในระบบคูปองอันนี้ เปึนระบบอุปสงค์ เพื่อผู้เรียนจะได้นําไปจ่ายให้แก่สถานศึกษาและตรงตามที่ผู้เรียนต้องการ

ในชุดที่ ๓ เปึนเรื่องของการจัดสรรงบเพิ่มพิเศษเพื่อที่จะให้งบประมาณถึงผู้เรียนที่มี ความต้องการความช่วยเหลือเปึนพิเศษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เพียงพอเพื่อให้เกิด การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพตามสภาพและความเปึนจริงของผู้เรียนนะคะ ต่อไปจะเปึน รายละเอียดในแต่ละชุดของสาระดังต่อไปนี้ ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณเพื่อลงทุน โครงสร้างพื้นฐานซึ่งเปึนด้านอุปทานนั้นจะต้องจัดไปให้แก่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ที่ดําเนินการที่จะจัดให้มีการศึกษาขึ้น ในกรณีนี้เราได้พูดกันเยอะเกี่ยวกับเรื่องของหน่วยงาน ที่จะจัดการให้บริการ ตามหลักของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้เราพยายามจําแนกบทบาท ระหว่างเรกูเลเตอร์ (Regulator) คือผู้กํากับดูแลออกจากผู้ที่มีส่วนในการให้บริการการศึกษา เพราะฉะนั้นความสําคัญในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่จะตรงไปยังผู้ให้บริการ การศึกษาจําเปึนที่จะต้องได้รับการปรับแก้ไขให้ชัดเจนขึ้น ผู้ให้บริการการศึกษาที่แท้จริง ก็คือสถานศึกษานั่นเอง เพราะฉะนั้นการปรับแก้ไขตรงนี้คงจะต้องไปปรับเรื่อง พ.ร.บ. การจัดสรรงบงบประมาณที่เคยมีการผ่านหน่วยงาน คงจะต้องมีการจัดตรงสู่สถานศึกษา มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการวางแผนกําลังคนของส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะกํากับดูแลให้เกิด การจัดการศึกษานั้นก็มีความจําเปึนอย่างยิ่ง ดังนั้นหน่วยงานต่าง ๆ จึงต้องทําหน้าที่ที่เปึน เรกูเลเตอร์ก็คือว่าทําการวิจัย คาดการณ์ แล้วก็แสดงแผนความต้องการกําลังคนของ หน่วยงานโดยจัดทําเปึนแผน ๕ ป้ ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ แล้วก็จะนําเอาแผนเหล่านี้ส่งมายัง คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติเพื่อนํามาพิจารณาเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีต่อไป ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณด้วย ดังนั้นการทํางานร่วมกันระหว่าง หน่วยงานทั้งส่วนราชการของรัฐ ของภาคเอกชนที่จะดูแลการจัดการศึกษาก็จะต้องทํางาน ร่วมกับฝ์ายนโยบาย เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์เชิงนโยบายในสัดส่วนความต้องการงบประมาณ ที่เหมาะสมเพื่อนําเสนอต่อรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณ สําหรับค่าใช้จ่าย ในการดําเนินงานที่ต้องการเพิ่มเปึนพิเศษ เช่นการช่วยเหลือผู้พิการหรือเด็กพิเศษที่ต้องการ ความช่วยเหลือ พวกเก่งเปึนพิเศษ ทางคณะกรรมการนโยบายการศึก ษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติจะต้องทํางานร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ เช่น สภาการศึกษาจังหวัด หรือว่า ภาคส่วนที่มีความใกล้ชิดแล้วก็มีข้อมูลตรงในเรื่องเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนให้บุคคล ที่มีความต้องการพิเศษเหล่านั้นสามารถเข้าถึงในการรับโอกาสทางการศึกษาให้กับตนเองได้ แล้วก็ไม่เปึนภาระกับสังคม ทีนี้ในชุดต่อไปก็คือในเรื่องของการจัดทําคูปองการศึกษา

ซึ่งเปึนด้านอุปสงค์ เรื่องนี้จะต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลตามที่ดิฉันได้กราบเรียนไปแล้วว่าก่อนที่จะ จัดทําเรื่องคูปองการศึกษาได้เราจําเปึนที่จะต้องศึก ษาแล้วก็จัดทําบัญชีรายจ่าย ด้านการศึกษาให้ชัดเจน จําเปึนต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียนที่ชัดเจน ปัจจุบันนี้ข้อมูลเหล่านี้ กําลังที่จะถูกพัฒนาขึ้นให้อยู่ในระบบที่หน่วยงานนําไปใช้งานได้จริง ๆ ไม่เกิดความซ้ําซ้อน แล้วก็เปึนข้อมูลที่อับเดต (Update) คือทันสมัยแล้วก็ทัน เหตุการณ์ ดังนั้นระบบของ การจัดสรรงบประมาณจึงจะสามารถนําไปใช้จ่ายโดยตรงแก่ผู้เรียนตามลักษณะของ ความต้องการไม่ว่าจะเปึนในวัยตั้งแต่ปฐมวัย วัยของการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วก็อาชีวศึกษา การจัดทําคูปองการศึกษาในระบบอุปสงค์จะให้โอกาสแก่ผู้เรียนสามารถที่จะเลือก สถานศึกษาที่ตนเองต้องการและมีความเหมาะสมได้

อาจจะด้วยระยะทางก็ดี หรือด้วยคุณภาพก็ดี หรือความถนัดที่ตนเองมีอยู่ก็ดี เรื่องนี้ก็จะ ทําให้ผู้เรียนเลือกสถานศึกษาได้ทั้งของรัฐและของเอกชน ก็จะทําให้เกิดการแข่งขันในเชิง การตลาดที่เปึนจริงมากขึ้นในเรื่องของคุณภาพ เพราะว่าการศึกษานี้เปึนการผลิตคน ดังนั้นสิ่งที่จะเปึนเรื่องการแข่งขันก็จะเปึนเรื่องการแข่งขันคุณภาพของผู้เรียน เพราะฉะนั้น ระบบของคูปองการศึกษาก็จะไปก่อให้เกิดการแข่งขันในด้านนี้ขึ้น นอกจากนั้นแล้วระบบนี้ ก็ยังเป่ดโอกาสให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาด้วยตนเองของผู้ที่ มีความสามารถที่จะจ่ายได้ ครอบครัวหรือผู้ปกครองที่มีความสามารถที่จะจ่ายเพื่อการศึกษา ของบุตรหลานได้เอง ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่มากมาย แล้วก็มีโอกาสที่จะเลือกสถานศึกษาที่ตนเอง ต้องการ เพื่อให้เขามีโอกาสได้มากขึ้นก็จะมีมาตรการ ยกตัวอย่างเช่นการลดหย่อนภาษี ของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง เช่นเดียวกับการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษา ดังนี้เปึนต้น นอกจากนี้แล้วมาตรการนี้ยังจะกล่าวถึงการที่เป่ดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถ เรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้ด้วย ในกรณีที่สถานศึกษามีแผนการผลิตที่ต้องการยกระดับคุณภาพ การศึกษาที่ชัดเจน แล้วก็พูดถึงค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษานั้นอย่างชัดเจน และได้สะท้อนให้เห็นว่า งบการลงทุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่หน่วยงานจัดให้นั้นไม่เพียงพออย่างไร สถานศึกษา จึงสามารถที่จะเปึนตัวของตัวเองในการที่จะเสนอเพื่อขอเก็บค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพิ่มเติมได้ หมายความว่าเก็บค่าเล่าเรียนเพิ่มได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นระบบของอุปสงค์ การจัดสรรเงินด้านอุปสงค์นี้จึงเปึนกลไกที่สําคัญมากที่จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ของการจัดการศึกษากับคุณภาพการศึกษาได้จริง เรื่องนี้จึงเปึนเรื่องที่สําคัญมาก ๆ นะคะ ชุดสุดท้ายก็เปึนเรื่องของการจัดสรรงบดําเนินการที่ต้องการเพิ่มพิเศษ ทั้งนี้เราต้องอาศัย กลไกที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้เรียน ซึ่งมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการสํารวจความต้องการของเด็กพิเศษนั้น ทั้งส่วนที่ไม่สมประกอบของร่างกายหรือของสมอง แล้วก็เยาวชนที่เข้ามาสู่ระบบ การศึกษาแล้วยังขาดโอกาส หรือว่าอาจจะหลุดออกจากระบบ รวมถึงเด็กที่มี ความสามารถพิเศษด้วย เพื่อที่จะให้เยาวชนเหล่านี้ได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสมแล้วก็ ตลอดรอดฝัืง ดังนั้นการสํารวจความต้องการจึงต้องอาศัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือว่าภาคส่วนของประชาสังคมต่าง ๆ ที่จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้เรียน ลําดับต่อไปก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับหน่วยงาน แล้วก็ของกระทรวงแรงงาน ก็จะมีบทบาท ทําแผนงานหรือว่าสํารวจข้อมูลในเรื่ องของเยาวชนที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งปัจจุบันนี้

ก็มีตกค้างอยู่มากมายที่เข้ามารับการศึกษาแล้วแต่ไม่สามารถที่ได้วุฒิ เนื่องจากว่า ไม่มีสัญชาติไทย หรือไม่ได้รับการรับรองที่จะเข้าไปปฏิบัติงานหรือทํางานในหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ดังนั้นก็จะต้องมีการจัดทําทั้งงบประมาณเพื่อที่จะให้การศึกษากับเด็กเหล่านี้ แล้วก็จัดทํา เรื่องของความชัดเจนในเรื่องสัญชาติต่อไป ลําดับที่ ๓ ก็ให้บทบาทกับสภาการศึกษาจังหวัด หรือภาคประชาสังคมที่จะรวบรวมความต้องการงบประมาณเพิ่มเติมพิเศษ พิจารณาหาทาง จัดหางบประมาณจากส่วนท้องถิ่นก็ดี จากภาคเอกชน หรือให้มีวิสาหกิจชุมชนที่จะนําเสนอ ผลการจัดหางบประมาณจากท้องถิ่น และความต้องการที่ขาดอยู่เสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ เพื่อที่จะสอบทาน แล้วก็ พิจารณาส่งคําของบประมาณเพิ่มเติมให้แก่รัฐบาลเพื่อจัดสรรง บประมาณให้สอดคล้องกับ แผนระยะสั้นและแผนระยะกลางนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นได้ว่า ๓ ส่วนในเรื่องของ ระบบการคลังเพื่อการศึกษาก็มีการปรับเปลี่ยนทั้งในเชิงระบบการจัดสรร แล้วก็ ทั้งในเชิงข้อมูล แล้วก็บทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องเปลี่ยนไปดังที่ได้กล่าวไป ทั้งหมดแล้วนั้นค่ะ ดิฉันก็ขอจบในส่วนนี้เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อมรวิชช์ นาครทรรพ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการครับ คงมี ๒ ส่วนที่จะเรียนนะครับ คือในส่วนของวาระ ปฏิรูปที่ ๑๘ เรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้ สืบเนื่องจากที่ได้มี ข้อคิดเห็นจากการเสนอรายงานรอบแรกและมีการปรับปรุงไปนะครับ กับอีกส่วนหนึ่งก็คง เปึนการขมวดภาพรวมให้เห็นนะครับ คานงัดที่สําคัญที่จะเปึนกลไกปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ และประโยชน์ที่ประเทศชาติของเราพึงได้รับนะครับ ในส่วนแรกอยากกราบเรียนว่า เรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้เปึนหัวใจนะครับ จากที่ท่านอาจารย์เขมทัต ท่านอาจารย์ประภาภัทรได้เรี ยนที่ประชุมให้ทราบไปแล้วนะครับ เรื่องการศึกษา เรื่องการปฏิรูปเปึนเรื่องใหญ่มาก เปึนเรื่องที่ครอบคลุมทุกช่วงวัยนะครับ แล้วในแต่ละเรื่อง ก็มีคานงัดที่ไม่เหมือนกัน มีกลไกที่ต้องปรับเปลี่ยน ต้องพัฒนาไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การศึกษา ระดับปฐมวัยที่จะต้องอาศัยท้องถิ่นเข้ามาร่วมมืออย่างจริงจังร่วมกับอีกหลายภาคส่วนนะครับ ทั้งทางฟากสาธารณสุขก็ดี กับทางกระทรวงก็ดีนะครับ เรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งประถมศึกษา มัธยมศึกษา ซึ่งเรื่องนี้หัวใจอยู่ที่การให้อิสระโรงเรียน ปลดโซ่ตรวน ปลดพันธนาการให้โรงเรียนทุกโรงเรียนมีครูที่เก่ ง มีผู้บริหารที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล มีภาวะรับผิดชอบ และสามารถดําเนินการยืดหยุ่นหลักสูตรตามสภาพภูมิสังคม ตามโจทย์ ที่รายงานแต่ละพื้นที่ได้ เรื่องอาชีวศึกษาเปึนเรื่องของการนําภาคเอกชนเข้ามาเปึนหัวหอก อย่างจริงจังในระบบพีพีพี (PPP) หรือพับลิก ไพรเวท พาร์ทเนอร์ชิป (Public Private Partnership) ที่จะทําให้เอกชนเข้ามาเปึนทั้งครูผู้สอน เปึนพื้นที่เรียนรู้ แล้วก็เปึน แหล่งตลาดงานที่จะรองรับ แล้วก็ร่วมวางแผนกําลั งคนกับทางอาชีวะด้วย อุดมศึกษา เปึนโจทย์ทั้งเรื่องการผลิตกําลังคน บัณฑิตที่มีคุณภาพ รับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการวิจัย ที่ตอบโจทย์ภาคการผลิต ตอบโจทย์สังคมได้อย่างจริงจังภายใต้การบริหารงานที่มี ธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เรียนท่านสมาชิกว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยความพยายาม ต้องอาศัยกลไกหลายเรื่องที่ต้องมาทํางานร่วมกันนะครับ ในการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ต้องเรียนตามตรงว่าเปึนเรื่องที่ยากมาก แล้วก็เปึนเรื่องที่ท้าท้ายมาก ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียน ตอนท้ายว่าด้วยเหตุใดเราถึงต้องพยายามวางกลไก ๓-๔ กลไกขึ้นมาในการทําให้แน่ใจว่า

การปฏิรูปคราวนี้สําเร็จ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นผมอยากเรียนว่า เรื่องสําคัญก็คือการสร้าง คนไทยยุคใหม่ คนไทยยุคใหม่ที่ไม่ใช่เปึนผู้ที่ มีสํานึกต่อส่วนรวม ส่วนรวมต้องมาก่อน มีความเสียสละเพื่อบ้านเมือง มีความเปึนพลเมืองที่ดี มีความเปึนมนุษย์ที่สมบูรณ์เท่านั้น แต่ว่าเปึนพลเมืองยุคใหม่ที่เท่าทันข้อมูลข่าวสาร มีทักษะ มีสมรรถนะ มีความสามารถ เท่าทันกับโลกการผลิตยุคใหม่จริง ๆ นะครับ มีความเปึนพลเมืองไทย เปึนพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลกไปพร้อม ๆ กัน สิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นครับถ้าไม่มีสิ่งที่ผมจะกราบเรียน ในวาระที่ ๑๘ คือเรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้ที่คงต้องมีการปฏิรูปหลายเ รื่องนะครับ ตั้งแต่กระบวนการหลักสูตรเองที่ต้องเหมาะสม มีความทันสมัยขึ้นนะครับ เราคงพูด แต่เรื่องหลักสูตร แกนกลางอย่างเดียวอีกต่อไปไม่ได้แล้วนะครับ มันคงต้องมีหลักสูตร ตามสภาพภูมิสังคม หลักสูตรเฉพาะมากยิ่งขึ้น เราคงพูดถึงวิธีการจัดการเรียนที่เปึน แบบท่องจํา บังคับให้จําไปสอบอย่างเดียวอีกต่อ ไปไม่ได้แล้วนะครับ คงต้องสอนให้ผู้เรียน เรียนตามหลักทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่จริง ๆ การเรียนรู้ที่ดีที่สุดตอนนี้ที่เปึนการยอมรับ ในสากลโลกก็คือการเรียนรู้ด้วยการสร้างความรู้ด้วยตนเอง นะครับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า คอนสตรักชันนิซึม (Constructionism) นะครับ ก็คือการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งมันมาจากหลักของวิทยาศาสตร์การทํางานของสมองที่เราเชื่อว่าถ้าคนเรามีแพชชัน ฟอร์ เลิร์นนิง (Passion for Learning) มีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เรียนรู้จะเรียนรู้ได้ดี จะจําได้ดีนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนหลักสากล และเปึนหลักสําคัญที่เราจะต้องออกแบบการเรียนรู้ใหม่ ให้เด็ก ๆ ของเรานะครับ ไม่ใช่แค่มีทักษะการเรียนรู้ครับ แต่มีแรงบันดาลใจ มีความใฝ์รู้ ติดตัวอยู่ตลอดเวลาด้วย ตรงนี้ต้องอาศัยทั้งกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ต้องอาศัย ทั้งเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ ต้องอาศัยทั้งสื่อต่าง ๆ เข้ามาประกอบกันนะครับ ตอนนี้ ทั่วโลกครับ ต้องเรียนที่ ประชุมว่ากําลังพูดเรื่องนิว เพดดะโกจี (New pedagogy) เรื่องศาสตร์การสอนใหม่ให้เท่าทันจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็กยุคใหม่นะครับ

เพราะฉะนั้นการเรียนการสอนให้ผู้เรียนรู้จักคิดด้วยเหตุด้วยผลหาความรู้เองได้ มีทั้ง การเรียนในห้องเรียน เรียนทั้งจากกิจกรรม เรียนรู้จากชีวิตจริง เรียนรู้จากสภาพสังคม พหุวัฒนธรรมที่เปึนสภาพความเปึนจริงในสังคมไทย การฝ๊กทักษะต่าง ๆ จากสภาพ การทํางานจริงต่าง ๆ นี่เปึนความจําเปึนทั้งสิ้นครับ และแน่นอนเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ายังใช้ การวัดผลแบบเดิมที่เน้นแต่เรื่องคะแนนสอบ การวัดผลแบบเดิมนั้นส่งผลร้ายมากมาย ที่สําคัญ ๒ เรื่องครับ มันเปึนการพิพากษาเด็กด้วยคะแนนสอบอย่างเดียว ที่สําคัญก็คือว่า มันไม่ได้นําไปสู่การพัฒนาเด็กให้ค้นพบตัวเองเจอ ค้นพบเปัาหมายในชีวิต เพราะฉะนั้น การวัดผลใหม่คงมีทั้งเรื่องการวัดความรู้พื้นฐาน ความรู้เฉพาะ การวัดทักษะต่าง ๆ ผลจาก การทํางานของผู้เรียนโดยเน้นปัจเจกบุคคลคือผู้เรียนเปึนสําคัญด้วย อันนี้เปึนหลักคิดของ การปฏิรูประบบการเรียนรู้ที่สําคัญอีกประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งครับอยากเรียน ที่ประชุมว่าเรื่องการสร้างองค์ความรู้ใหม่ อันนี้สําคัญมาก ตอนนี้สิ่งที่ทางกรรมาธิการ ได้พยายามมองคือการไม่มองแยกเสื้อแบ่งส่วน การสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาที่จะเปึนเนื้อหา การเรียนรู้ใหม่นั้นคงไม่ใช่โรงเรียนหรือกระทรวงทําแต่ผู้เดียวอีกต่อไปแล้วนะครับ แต่เปึน เรื่องของคนในพื้นที่ เรื่องของมหาวิทยาลัยสถาบันวิชาการในพื้นที่ช่วยกันสร้างความรู้ใหม่ ต่าง ๆ ขึ้นมาเสริมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นตามสภาพภูมิสังคม สร้างนวัตกรรมที่จะไปตอบโจทย์ ภาคการผลิต ตอบโจทย์วิสาหกิจชุมชน ตอบโจทย์เศรษฐกิจชุมชนด้วยในเวลาเดียวกัน เนื้อหาการปฏิรูปใหม่เหล่านี้วิธีการเรียนรู้ใหม่เหล่านี้ตลอดจนระบบการเรียนรู้ใหม่เหล่านี้ จะเปึนเรื่องสําคัญเปึนหัวใจของระบบการเรียนรู้ใหม่ที่อยู่ในวาระปฏิรูปที่ ๑๘ ที่จริง ๆ ตอนนี้ ก็มีการเริ่มต้นนําร่องไปแล้วนะครับ ทางกรรมาธิการเองที่ผ่านมาหลายเดือนเราไม่ได้ทํางาน แต่ในการร่างรายงานเสนอสภาเท่านั้น หรือร่างกฎหมายเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งที่ทําก็คือการนํา แนวคิดของทางกรรมาธิการนี่ไปประสานกับกระทรวงศึกษาธิการนะครับกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการทําให้หลายเรื่องนําไปสู่การปฏิบัติจริง ตอนนี้ก็เปึนที่น่ายินดีทางกระทรวง มีการขานรับมีโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน นําร่องใน ๒๐ เขตพื้นที่การศึกษา ๓๐๐ โรงเรียน นําการปฏิรูปอย่างที่ผมได้กราบเรียนที่ประชุมนี้ลงไปสู่ผู้เรียนจริง ๆ ผ่านการพัฒนาครู ผ่านการทําระบบโคชชิง (Coaching) ในระดับพื้นที่ ตรงนี้ก็ทําให้เห็นหน้าตา ของระบบการเรียนรู้ใหม่ เห็นหลักสูตรใหม่อย่างที่อยากกราบเรียนที่ประชุมที่มีการปรับใช้ หลักสูตรกลาง ๆ ที่ไม่ใช่มีแค่หลักสูตรแกนเท่านั้น แต่มีหลักสูตรมีเนื้อหาที่แปรไปตาม

สภาพภูมิสังคมด้วย มีหลักสูตรเฉพาะต่าง ๆ ขึ้นมาด้วย อันนี้ก็เปึนจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราหวังว่า จะเปึนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบแล้วก็ขยายผลสิ่งที่ดีเหล่านี้ไปในระยะยาวได้ด้วยนะครับ อีกส่วนหนึ่งที่อยากกราบเรียนที่ประชุมคือในการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้นี้ใช้การจัดกำร เชิงพื้นที่เปึนกลไกขับเคลื่อนสําคัญครับ เปัาหมายปลายทางของการปฏิรูปคราวนี้ ที่หลายท่านได้เรียนไปแล้วคือเรื่องการกระจายอํานาจ การกระจายความรับผิดชอบลงไปสู่ ระดับพื้นที่ การจัดการเชิงพื้นที่จึงเปึนหัวใจสําคัญมาก และตรงนี้จะขาดกลไกระดับพื้นที่ ไม่ได้ครับ ตอนนี้หลายท่านได้พูดถึงคําว่าคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด สมัชชาการศึกษา จังหวัด สิ่งเหล่านี้คงไม่ได้เปึนเพียงตัวอักษรนะครับ จะมีความหมายที่แท้จริงในทางปฏิบัติด้วย จะว่าไปแล้วตอนนี้มีอยู่ ๑๗ จังหวัดทั่วประเทศที่เริ่มงานโครงการนําร่องจังหวัดปฏิรูป การเรียนรู้ มีอย่างน้อ ย ๆ ๔-๕ จังหวัดนะครับ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอํานาจเจริญ ที่มีการดําเนินงานไปอย่างเข้มแข็ง มีสิ่งที่ คล้าย ๆ กับสิ่งที่เราเรียกกันกรรมการการศึกษาจังหวัดและสมัชชาการศึกษาจังหวัดเกิดขึ้น ในการที่จะเข้ามาร่วมคิดร่วมตั้งโจทย์ร่วมวางแผนให้กับการศึกษาในจังหวัดของตนเองว่า การศึกษาของลูกหลานระบบการเรียนรู้ใหม่นี่ควรจะเปึนอย่างไร สมัชชาเหล่านี้ในอนาคต จะแปรรูปไปได้อีกมากมายนะครับ จะเปึนสมัชชาในระดับเล็กกว่าจังหวัดก็ได้ ใหญ่กว่า จังหวัดก็ได้ เปึนสมัชชาเฉพาะประเด็นก็ได้ เฉพาะกลุ่มเปัาหมาย เช่น เด็กพิการ กลุ่มด้อยโอกาสก็ได้ เปึนสมัชชาด้านพหุวัฒนธรรมก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็คงเปึนเรื่องระยะยาวนะครับ แต่สิ่งสําคัญซึ่งผมจะเรียนก็คือว่าการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ผมกราบเรียนไปตอนต้น การเรียนรู้ ที่จะสร้างคนให้รู้จักคิดมีความใฝ์รู้เรียนรู้ได้ตลอดชีวิตนั้นแล้วก็สามารถมีชีวิตที่มั่นคง มีงาน ที่มั่นคงอยู่ในพื้นที่ของตนเองได้นั้น จะเปึนไปไม่ได้ครับถ้าขาดกลไกจังหวัด สมัชชาจังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ร่วมคิด ร่วมส่งเสริม แล้วก็ร่วมตรวจสอบ ติดตาม เฝัาระวัง ทําให้การจัดการเรียนรู้ใหม่นี้เปึนจริงได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเปึน ๒ ข้างของ เหรียญเดียวกัน กระบวนการเรียนรู้ใหม่กับกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งผมเรียนแล้วว่าการจัดการเชิงพื้นที่จะเปึนคานงัดสําคัญในเรื่องนี้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้ กราบเรียนตอนท้ายต่อไปนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่อยากกราบเรียนที่ประชุมเพิ่มเติมเพื่อขยายความ ก็คงไม่มีอะไรมากครับ เปึนเรื่องการเรียนในห้องเรียนกับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่นะครับ การเรียนในห้องเรียนนั้น สําคัญนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้ามองลงไปถึงผู้เรียนแล้วนอกจากการให้หลักคิด การคิดเปึนระบบ การโน้มน้าวให้ผู้เรียนเกิดแรงบันดาลใจ สามารถคิด ฝ๊กฝน พัฒนาตนเองได้ เรื่องครูจะเปึนเรื่องสําคัญมา ก แล้วก็เรื่องนี้เดี๋ยวผมจะเก็บไว้พูดตอนท้ายนะครับ เพราะฉะนั้นครูต้องปฏิรูปทั้งระบบจริง ๆ ทั้งเรื่องการผลิต การพัฒนา ระบบการบริหาร งานบุคคล ซึ่งตรงนี้จะเปึนเรื่องใหญ่มากของกระบวนการปฏิรูปใน ๑๐-๑๕ ป้ข้างหน้า อย่างไรก็ตามตรงนี้ก็อยากเรียนว่าในกระบวนการคิดเบื้ องต้นของกรรมาธิการนี่เราคิดว่า ครูจะเปึนจุดเปลี่ยนสําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นกระบวนการจัดการชั้นเรียนของครู กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการชั้นเรียนของครูจะสําคัญมากครับ เรื่องกระบวนการที่ครูสามารถ ที่จะมีมาตรการที่ให้ผู้เรียนรับผิดชอบต่อการเรียน เปึนหน้าที่ของผู้เรียนนะครับ เราอาจจะ ไม่ต้องพูดถึงการตกซ้ําชั้นอีกต่อไป มีการสอบวัดมาตรฐานความรู้ที่จริงจัง การให้นักเรียน เรียนซ้ําบางวิชาได้ มีมาตรการที่ลงโทษที่ไม่ใช้กําลังผู้เรียน ที่ให้เข้าใจกฎ กติกา มีความมีวินัยต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้หลายเรื่องต้องเรียกกลับคืนมานะครับ ถ้าเรากําลังพูดถึง การศึกษาที่จะสร้างความเปึนพลเมือง สร้างคนไทยยุคใหม่ที่เคารพกติกา ระบบการศึกษา เปึนสิ่งแรกครับที่เราจะต้องทําให้ความเข้มแข็ง ความศักดิ์สิทธิ์ของกติกาของการอยู่ร่วมกัน เปึนจริงในระดับโรงเรียน เช่นกันในเรื่องของครูนะครับ สิ่งที่เปึนโจทย์สําคัญมาก ที่กรรมาธิการคิดก็คือทําอย่างไรเราจะคืนครูให้ผู้เรียน คืนเวลาเรียนให้ศิษย์ ตอนนี้มีตัวเลข ที่บางหน่วยงานสํารวจออกมาว่าเราเสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ไม่ใช่การสอนมากถึง ร้อยละ ๔๐ เราเสียเวลาไปกับกฎ ระเบียบ งานธุรการต่าง ๆ มากมาย จนครูไม่มีเวลาสอน เราเอาเรื่องการประกวดแข่งขันทางวิชาการไปผูกกับความก้าวหน้าของครู ของผู้บริหาร กับวิทยฐานะ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทําให้เวลาเรียนของผู้เรียนนั้นลดน้อยลง เวลาของครู ที่จะให้เด็กน้อยลง อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ต้องทํา ในขณะเดียวกันเวลาที่คืนให้ผู้เรียนนั้นก็คงไม่ใช่ เวลาที่ไปเรียนในห้องเรียนอย่างเดียวนะครับ คงเปึนเวลาที่ไปเรียนผ่านกิจกรรม เรียนผ่านการสัมผัสชีวิตจริงมากขึ้นด้วย เรียนผ่านสภาพสังคมพหุวัฒนธรรม เรียนผ่าน การฝ๊กทักษะกับสถานประกอบการจริง อันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ แล้วก็เปึนสิ่งที่ ผมคิดว่า จะเปึนเงื่อนไขของระบบการเรียนรู้ใหม่ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาช่วยกันครับ

อาจจะเปึนการจัดการศึกษาที่วางโครงสร้างใหม่ รองรับบทบาทในเรื่องวิจัยระบบการศึกษา ที่ทําให้กระบวนการปฏิรูปสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในตัวเองได้ เปึนบทบาทใหม่ ในเรื่องการวางแผนกําลังคนร่วมกับตลาดแรงงาน แล้วใช้การวางแผนนี้ร่วมกันกับการศึกษา ทุกระดับ ทุกประเภท เปึนบทบาทใหม่ของเรื่องการพัฒนาคุณภาพ ส่งเสริมคุณภาพ ทั้งในส่วนกลาง ทั้งในระดับเขตพื้นที่ที่ผ่านบทบาทจากการใช้อํานาจ เปึนการใช้ปัญญา ใช้ความรู้ในการพัฒนาโรงเรียน ภายใต้ความเปึนอิสระของโรงเรียน เปึนบทบาทของ การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ตามหลักอุปสงค์ที่จะต้องมีการศึกษาต้นทุน ค่าใช้จ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งคงต้องใช้เวลาเช่นกันนะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สําคัญ แล้วก็คงนํามาสู่โครงสร้างใหม่ของกระทรวง ที่อยู่ในสไลด์นั้นก็เปึนเพียงตัวอย่างนะครับ การมีสํานักงานใหม่ต่าง ๆ เกิดขึ้นนั้นเปึนเพียงตัวอย่างครับ เปึนเพียงตัวอย่างในพิมพ์เขียว เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา ศึกษามาก แล้วก็คงอยู่ภายใต้การกํากับ ดูแลของสิ่งที่จะอยู่ ในร่าง พ.ร.บ. ที่นําเสนอสภาในวันนี้ นั่นคือร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายการศึกษา และพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ที่จะเปึนกลไกสําคัญที่จะยืนระยะการปฏิรูปให้ได้ ๑๐-๑๕ ป้ เพื่อทําเรื่องยาก ๆ แล้วก็เปึนเรื่ องที่ต้องใช้เวลาเหล่านี้ แล้วก็ต้องอาศัย การศึกษาวิจัยเหล่านี้ ให้สามารถยืนระยะแล้วก็ไปสู่การบรรลุเปัาหมายได้ รวมไปถึงสิ่งที่ ผมเรียนที่ประชุมแล้วนะครับ การปรับโครงสร้างของกระทรวง การปรับโครงสร้าง อัตรากําลังหรือการทําเรื่องรีดี พลอยเมนต์ (Redeployment) ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มาก การกระจายคนมีคุณภาพลงไปสู่ฐานพื้นที่ ลดขนาดรัฐส่วนกลาง ลดขนาดคนในส่วนกลาง สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาทั้งสิ้นครับ ผมอยากกราบเรียนที่ประชุมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ แม้แต่ในคณะกรรมาธิการเองในความเห็นต่างเหล่านี้เราต้องการกระบวนการทางสังคม ที่จะสร้างความเห็นพ้องครับ ต้องการกระบวนการทางสังคมที่จะลดแรงต้าน เรากําลังพูดถึง บุคลากรครูและบุคลากรทางการศึกษาครึ่งล้านคน โรงเรียนอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ โรง มีความเห็นต่างมากมายครับ เรามีความเห็นต่างกันตั้งแต่ขั้วที่แรงเลยที่อยากจะรื้อโครงสร้าง กระทรวงให้ได้ภายในเร็ววัน ไปจนกระทั่งวิธีคิดของการที่เราพยายามจะปรับกระทรวง ให้ทําหน้าที่ตามบทบาทให้ได้ อย่างที่ผมกราบเรียนครับในการทําสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนป่ดท้ายว่าเรื่องนี้จะเปึนจริงได้มันมีคานงัดสําคัญอยู่หลายเรื่อง ที่จําเปึนต้องเกิดขึ้น ที่ผมอยากเรียนที่ประชุม เพราะว่าได้กรุณาพิจารณาให้ความสําคัญ

อยากขอความกรุณาว่าอย่าได้ดูเฉพาะตรงสิ่งที่เปึนเนื้อหาการปฏิรูปซึ่งทั้ง ๒ ท่านได้เรียน ไปแล้วนะครับ สิ่งที่สําคัญคือกลไกใหม่ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการกระจายอํานาจลงสู่ ฐานพื้นที่จังหวัด กลุ่มจังหวัด การเกิดขึ้นของคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดและสมัชชา การศึกษาจังหวัดตามกฎหมาย การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้สําหรับโรงเรียนในการบริหาร จัดการการเงิน การสอบบรรจุครูเอง การพัฒนาหลักสูตรให้ยืดหยุ่นตามสภาพภูมิสังคม ตามสภาพผู้เรียนเอง เรื่องการเงินการคลังตามแบบอุปสงค์ คูปองการศึกษา กลไกที่จะนํา ภาคประชาชนสร้างแรงจูงใจที่ดีพอให้เข้ามาเปึนแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เปึนจริง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาเพื่อจะมีงานทํา เรื่องการปฏิรูปการผลิตการพัฒนาครูและ ระบบงานบุคคลครูทั้งระบบ ซึ่งเรื่องนี้เรื่องใหญ่มากนะครับ ถ้าเราปฏิรูปเรื่องครูไม่สําเร็จ ก็คงไม่มีความหวังอะไรเหลือกับเรื่องการสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับผู้เรียน เรื่องการปฏิรูป หลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ การวัดประเมินผลทั้งระบบที่จะต้องรื้อปรับมากมาย เรามีตั้งแต่ เรื่องหลักสูตรซึ่งก็ยากพออยู่แล้วนะครับ ไปถึงเรื่องการปฏิรูปเรื่องการสอบโอเนต (O-NET) และการสอบหลาย ๆ เรื่องที่ทําอย่างไรจะเปึนการสอบที่เชื่อถือได้ เปึนการสอบที่มีผลต่อ ผู้เรียนจริง ๆ เปึนการวัดมาตรฐานความรู้จริง ๆ มีผลต่อการเลื่อนชั้นหรือว่ามีผลต่อ การเรียนซ้ําบางวิชาจริง ๆ ไปจนถึงเรื่องสําคัญที่สุดที่ผ มได้เรียนไปแล้วนะครับ ก็คือ ในบรรดาเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องที่ใช้เวลาทั้งสิ้น การมีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติขึ้นมานั้นจะเปึนกลไกสําคัญที่จะส่งสัญญาณสําคัญว่าเราจะไม่ปล่อยให้ เรื่องการศึกษาเปึนเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการแต่ผู้เดียวอีกต่อไป ล้ว จริง ๆ มีกระทรวง ๑๑ กระทรวงที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการพัฒนาคน เราอยากเห็นคณะกรรมการนโยบาย การศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติเปึนกลไกทํางานข้ามกระทรวง ทํางานข้าม เซกเตอร์ (Sector) ได้ โดยองค์ประกอบที่มาจากทุกภาคส่วน แล้วก็เปึนการวางกลไกที่จะทํา การปฏิรูปใหญ่ระยะยาว ผมได้เรียนที่ประชุมไปแล้วว่าทางคณะกรรมาธิการเองไม่ได้มองแต่ การปฏิรูประยะยาว เรามีการปฏิรูประยะสั้นหรือควิกวิน (Quick win) ที่ทํางานร่วมกับ กระทรวงไปแล้วหลายเรื่องนะครับ แล้วภายในป้นี้ก็เชื่อว่าหลายเรื่องจะได้มีการเดินงาน ต่อไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัด ซึ่งตอนนี้อย่างที่ผมเรียนนะครับ

มีหลายจังหวัดได้ฟอร์ม (Form) สิ่งที่เรียกว่าคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดและสมัชชา ขึ้นมาแล้ว เราทดลองได้ทุกเรื่องในจังหวัดเหล่านี้ เราเห็นผลได้ทันทีในจังหวัดเหล่านี้ ตั้งแต่เรื่องระบบการดูแลเด็กปฐมวัย เรื่องการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เรื่องของ การศึกษาต้นทุนค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแห่งชาติ ในอนาคต เรื่องของการทดสอบระบบโรงเรียนนิติบุคคลที่เปึนอิสระโดยสมบูรณ์ โดยมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ เรื่องของการจัดงบประมาณเปึนพื้นที่ เรื่องของ ระบบงานบุคคลครูใหม่ซึ่งก็ต้องมีการทดลอง แล้วก็วิจัย ติดตาม เรื่องของระบบการผลิต พัฒนาครูที่ตอบโจทย์เปึนพื้นที่ เรื่องของหลักสูตรจังหวัด ซึ่งอันนี้ก็เปึนสิ่งที่หลายจังหวัด เรียกร้องว่าเราอยากเห็นหลักสูตรที่ไม่ใช่แค่เปึนพื้นฐานของประเทศเท่านั้น แต่เปึนหลักสูตร ที่ตอบโจทย์และวิสัยทัศน์ของการพัฒนาจังหวัดด้วย เรื่องความร่วมมือภาคเอกชนในจังหวัด ที่จะเข้ามาเป่ดพื้นที่การเรียนรู้และการรองรับแรงงานในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ไปจนถึงเรื่องเปึนพื้นที่ทดลองในการที่จะใช้จังหวัดเหล่านี้ทดลองการปลดล็อกกฎ ระเบียบ หลายเรื่องที่จําเปึนต้องแก้ไขที่ขัดขวางเส้นทางการปฏิรูปอยู่ สิ่งเหล่านี้ที่ประชุมครับ ผมอยากเรียนว่านี่เปึนกลไกสําคัญที่จะทําให้เรื่องการปฏิรูปนั้นเปึนจริงได้ แล้วก็อยากเรียน ที่ประชุมว่าจะเปึนคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติก็ดีซึ่งอยู่ ในร่าง พ.ร.บ. ซึ่งนําเสนอที่ประชุมวั นนี้ รวมทั้งกลไกที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเปึนกลไก การกระจายอํานาจ การเกิดขึ้นของกรรมการการศึกษาจังหวัด เรื่องของสมัชชาการศึกษา จังหวัด เรื่องของกลไกอื่น ๆ ที่ผมได้กราบเรียนไป เช่นกลไกวิจัยระบบที่จะทําให้การปฏิรูป ครั้งนี้เปึนกระบวนการที่เราสามารถแก้พิมพ์เขี ยวของเราได้ตลอดเวลาบนฐานความรู้ นี่จะเปึนคานงัดสําคัญที่จะทําให้ความพยายามที่เราฝันมานาน การศึกษาเปึนสิ่งที่จะตอบโจทย์ การพัฒนาประเทศแทบทุกด้าน เราหวังว่าพิมพ์เขียวครั้งนี้จะเปึนจริงได้ แล้วในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังก็คือการทําให้การศึกษาเปึนเครื่องมือพาประเทศของเราไปสู่วิสัยทัศน์ ในอนาคตได้อย่างแท้จริงครับ เปึนประเทศที่ใช้ศักยภาพของเราได้เต็มที่ในการเปึนประเทศ แนวหน้าของโลก ในเรื่องของการผลิตก็ดี ในความเปึนสังคมที่สันติสุขก็ดี การที่เราจะเห็น คนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา การที่เด็กที่อยู่บนแผ่นดิน ไทยทุกคนไม่ว่า เชื้อชาติ ศาสนาใด เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม การที่ใช้การศึกษาเปึน เครื่องมือสร้างสัมมาชีพทุกพื้นที่ การที่ทุกภาคการผลิตที่สําคัญของประเทศเจริญเติบโตขึ้น

มีความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น การที่งบประมาณถูกใช้อย่างคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ลดการทุจริตคอร์รัปชันระบบการศึกษาที่มี ความรับผิดชอบตรวจสอบได้ โดยทุกภาคส่วนโดยประชาชน การวางแผนกําลังคนที่มีฐานอยู่บนข้อมูลที่ทันสมัยเปึนจริง ตลอดเวลา แล้วที่สําคัญคือการมีระบบการศึกษาไทยที่สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง นําไปสู่สังคมไทยที่เปึนสังคมฐานความรู้ เศรษฐกิจ ฐานนวัตกรรมอย่างแท้จริง อันนี้ เปึนเจตนารมณ์ที่ทางกรรมาธิการได้ตั้งใจนะครับ แล้วก็เปึนเจตนารมณ์แล้วก็สิ่งที่ผมใช้คําว่า คานงัดที่ร้อยทั้ง ๓ วาระนี้เข้าด้วยกันทั้งวาระ ปฏิรูปที่ ๑๖ วาระปฏิรูปที่ ๑๗ วาระปฏิรูปที่ ๑๘ ทั้งในเรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ทั้งในเรื่องของการปฏิรูป ระบบการเงิน การคลัง แล้วก็เรื่องของการปฏิรูประบบการศึกษาในภาพรวม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เชื่อมสัมพันธ์กันหมด นะครับ ก็อยากเรียนที่ประชุมป่ดท้ายว่าในเนื้อหาการปฏิรูปนั้น เราไม่ห่วงครับ เราเห็นค่อนข้างชัดเจนแล้ว ที่สําคัญแล้วก็คิดว่าคงได้ความคิดเห็นหลากหลาย จากที่ประชุมวันนี้คงเปึนเรื่องของกลไกทําให้เปึนจริง กลไกที่จะเปึนคานงัดสําคัญที่ผม ได้กราบเรียนไป ๔-๕ เรื่อง รวมทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาว ที่เราจะมอบให้เปึนหน้าที่ของ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติที่จะรับเอาเจตนารมณ์แล้วก็ หลักการ แนวคิด ที่ได้นําเสนอต่อที่ประชุมวันนี้ รวมทั้งข้อคิดเห็นของเพื่อนส มาชิก ไปทําให้เปึนจริงเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติของเราในระยะยาวครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอขอบพระคุณค่ะ ไม่ทราบว่าท่านประธานจะมีเพิ่มเติมอีกไหมคะ ในส่วนของหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับที่เสนอมานะคะ เชิญค่ะ

รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม กรรมาธิการ

มีเรื่อง พ.ร.บ. อีกเรื่องหนึ่งค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม กรรมาธิการ 🔗

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินะคะ ดิฉันขออนุญาตขอโอกาสนําเสนอรายละเอียดของ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ

พ.ศ. .... ดังที่ได้มีทั้ง ๒ ท่านคือท่านเขมทัตแล้วก็ท่านอมรวิชช์ได้กล่าวไปแล้วถึงความสําคัญ ของการมีกลไกหลักเพื่อที่จะยืนระยะการปฏิรูปการศึกษาให้ดําเนินไปได้อย่างมั่นคง แล้วก็ต่อเนื่ อง

เพราะฉะนั้นกลไกนี้ก็ถือว่าเปึนกลไกที่มีความสําคัญในระยะแรกที่จําเปึนมาก ๆ ที่จะต้อง เกิดขึ้น โดยหลักการและเหตุผลดิฉันจะผ่านไปเร็ว ๆ เพราะหลายท่านได้พูดไปแล้ว ก็เพื่อที่จะเปึนกลไกกําหนดนโยบายระดับชาติที่จะให้ครอบคลุมกา รพัฒนาการศึกษา และการเรียนรู้ของคนไทยทั้งมวล ตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต แล้วก็มีหน้าที่ในการที่จะ นําเสนอนโยบายเหล่านี้ต่อคณะรัฐมนตรี ในการที่จะพัฒนาคุณภาพคนเพื่อไปพัฒนาสังคม การจัดทํานโยบายก็จะมาจาก ๒ ระบบสําคัญ ก็คือระบบของการมีส่วนร่วมซึ่งอาจจะมา ในรูปแบบของสมัชชาการศึกษาก็ดี หรือว่าสภาการศึกษาจังหวัดก็ดี หรือรูปแบบอื่น ๆ และอีกระบบหนึ่งก็คือมาจากระบบวิชาการ และข้อมูลที่มีความสําคัญแล้วก็มีข้อเท็จจริง ที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ในการที่จะจัดทํานโยบายต่าง ๆ ให้ไม่มีข้อผิดพลาด แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริ ง เช่น อาจจะมาจากสถาบันวิจัยระบบการศึกษา หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทําหน้าที่อย่างนี้อยู่แล้วหลาย ๆ หน่วยงานมาร่วมไม้ร่วมมือกัน ส่วนการดําเนินการพัฒนานโยบายนี่เราก็ตั้งหลักกันเอาไว้ว่าคณะกรรมการชุดนี้จะต้องทําได้ อย่างต่อเนื่องแล้วก็จะต้องปราศจากการแทรกแซงโดยกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะมีผล ไปถึงการที่เราจัดองค์ประกอบของคณะกรรมการ หลักการอีกส่วนหนึ่งก็คือว่า ในการดําเนินการปฏิรูปการศึกษา นี่เราจะต้องจัดทําโดยให้เกิดการกระจายอํานาจ การจัดการศึกษาไปสู่ทั้งสถานศึกษา ทั้งชุมชน ท้องถิ่น เอกชนแล้วก็ประชาสังคม เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ ๆ แล้วก็หมายความว่าอย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็คือจําแนกบทบาทให้ชัดเจนระหว่างผู้ที่เปึนผู้จัดบริการ การศึกษา ซึ่งเขาควรจะทําหน้าที่ ของเขาได้อย่างเต็มที่ มีความชัดเจน มีความเปึนตัวของตัวเองในการบริหารจัดการ ทั้งในเรื่องของการเงิน บุคคล แล้วก็เรื่องของด้านวิชาการออกจากการเปึนหน่วยงานกํากับ หน่วยงานใหญ่หรือหน่วยงานส่วนกลางที่มีหน้าที่กํากับดูแล ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้องดําเนินการ ให้เกิดการแยกบทบาทให้ชัดเจนต่อไป แล้วก็จะต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแนวทาง การจัดสรรงบประมาณดังที่ได้กล่าวไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้ก็จําเปึน ที่จะต้องมีกลไกที่เอื้อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาโดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อที่จะจัดทํา หรือจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติขึ้น ในร่างพระราชบัญญัตินี้จะประกอบไปด้วย ๓ หมวดใหญ่และบทเฉพาะกาล รวมทั้งหมด ๓๙ มาตราด้วยกัน ในหมวด ๑ จะเปึนว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการศึกษา

และพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ตั้งแต่มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๔ และในหมวด ๒ ก็จะว่าด้วย คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ตั้งแต่มาตรา ๑๕ ถึงมาตรา ๒๐ ในหมวด ๓ จะว่าด้วยสํานักงาน คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ตั้งแต่มาตรา ๒๑ ถึงมาตรา ๓๖ แล้วก็จะมีบทเฉพาะกาล ตั้งแต่มาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๓๙ ในรายละเอียดของหมวด ๑ คือองค์ประกอบของคณะกรรมการ ในมาตรา ๕ ได้ระบุไว้ว่าให้มีคณะกรรมการนโยบาย การศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ซึ่งเรียกโดยย่อว่า คศม. ประกอบด้วย กรรมการ จํานวน ๒๑ คนด้วยกัน มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเปึนรองประธานกรรมการ แล้วก็มีองค์ประกอบที่สําคัญก็คือ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๑๒ คน อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สําคัญก็คือกรรมการ เฉพาะเรื่องจํานวน ๖ คนด้วยกัน กรรมการเฉพาะเรื่องจะทําหน้าที่คล้าย ๆ กับทํางาน เกือบจะเต็มเวลา เพื่อที่จะขับเคลื่อนด้านนโยบายและแผนระ บบการศึกษา ด้านเศรษฐศาสตร์และการคลัง

ด้านส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาที่หลากหลาย ด้านกฎหมายการศึกษา ด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ และสุดท้ายคือด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี องค์ประกอบก็มีเลขาธิการเปึนกรรมการและเลขานุการ และเจ้าหน้าที่ ของสํานักงานที่เลขาธิการมอบหมายไม่เกิน ๒ คนเปึนผู้ช่วยเลขานุการ อันนี้คือองค์ประกอบ ของคณะกรรมการชุดนี้

ต่อไปในหมวดของคณะกรรมการนี้มาตราสําคัญคือมาตรา ๑๒ ซึ่งระบุถึง อํานาจหน้าที่ของกรรมการตั้งแต่

(๑) กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ และแผนงานที่บูรณาการการศึกษากับการพัฒนามนุษย์ในทุกมิติเพื่อการพัฒนาประเทศ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ท่านจะเห็นได้ว่าการทํางานเชิงนโยบายยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้ทําแต่เพียงลําพัง กระทรวงศึกษาธิการแต่เพียงกระทรวงเดียว แต่ว่าจําเปึนที่จะต้องบูรณาการแผนจาก หลายหน่วยงานด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดยกตัวอย่างเช่นในคณะกรรมาธิการของเราเอง ในขณะนี้ก็เริ่มมีการพูดคุยเตรียมการในการทําครอส คัตติง (Cross cutting) ระหว่าง การศึกษา สื่อ และทางด้านศิลปวัฒนธรรม ค่านิยม เพื่อที่จะพัฒนาเรื่องซอฟต์ สกิล (Soft skill) ของคนไทยทั้งมวลผ่านสื่อซึ่งให้เปึนโรงเรียนของสังคมอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น การกําหนดนโยบายนี้จึงเปึนการกําหนดนโยบายที่มาจากพื้นฐานที่กว้างขวาง และจะต้อง มีการจัดทําการบูรณาการเพื่อออกมาเปึนรูปธรรมที่ชัดเจนเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

(๒) กํากับดูแลให้นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนการศึกษาและพัฒนามนุษย์ แห่งชาติและแผนงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่คณะรัฐมนตรีให้ควา มเห็นชอบแล้ว ให้มีการนําไปสู่ การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนบรรลุผลและรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ

เพราะฉะนั้นก็เปึนบทบาทหน้าที่ที่ต้องมีการขับเคลื่อนอย่างเปึนประจํา และจําเปึนที่จะต้องมีแขนขาหรือว่าเครือข่ายที่จะต้องร่วมกันปฏิบัติหน้าที่นี้เช่นกัน เพื่อที่จะ ติดตามการปฏิบัติแล้วก็รายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ

(๓) กําหนดนโยบายด้านมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติตั้งแต่ปฐมวัยจนถึง การเรียนรู้ตลอดชีวิต มาตรฐานหลักสูตรการศึกษา และระบบการประเมินผลการศึกษา

เพื่อให้เปึนไปตามแผนพัฒนาการศึกษาและพัฒ นามนุษย์แห่งชาติ และรายงานผล ต่อคณะรัฐมนตรีและสาธารณชน

เรื่องนี้จําเปึนที่ทุกคนสาธารณชนจําเปึนที่จะต้องทราบว่ามาตรฐานการศึกษา ของเรานั้นอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะเปึนบรรทัดฐานในการที่จะพัฒนาแม้แต่ผู้ปกครองเองก็ควรทราบ เพื่อที่จะพัฒนาบุตรหลานของตนเองไปในทิศทางที่ถูกต้อง

(๔) กําหนดนโยบายและพิจารณากลั่นกรองให้ความเห็นชอบการจัดสรร งบประมาณด้านการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติก่อนนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ภารกิจนี้ ก็เปึนสิ่งที่สําคัญดังที่ได้กราบเรียนไปแล้วในเรื่องของการปฏิรูประบบการคลังเพื่อการศึกษา

(๕) กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานในการปรับปรุงโครงสร้าง และอัตรากําลังของกระทรวงศึกษาธิการในระยะยาวให้สอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูป การศึกษาและการพัฒนามนุษย์ของประเทศเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

เรื่องนี้ก็เปึนการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญแต่ว่าไม่อาจจะทําได้ในระยะเวลา ชั่วข้ามคืน จําเปึนที่จะต้องมีการศึกษาและจัดทําแผนงานอย่างชัดเจนของการเปลี่ยนผ่าน ที่จะต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในการรองรับการปฏิบัติงานที่จะมีคุณภาพต่อไป เช่นการแยกบทบาทเรกูเลเตอร์ ออกจากเซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) อย่างนี้เปึนต้น ก็จําเปึนที่จะต้องมีการจัดทําแผนงานรายละเอียดรองรับ

ต่อไปเปึนอํานาจหน้าที่ใน (๖) ซึ่งสําคัญมาก ๆ เนื่องจากว่าการขับเคลื่อน การศึกษาชาตินั้นยึดโยงอยู่บนพระราชบัญญัติหลายฉบับด้วยกันแล้ วก็มีความสัมพันธ์ เกี่ยวเนื่องกัน ถ้าหากจะปรับปรุงแก้ไขรูปแบบ วิธีการต่าง ๆ จําเปึนที่จะต้องดูหรือ ประมวลกฎหมายให้ทั่วถึงหมดทุกฉบับ เพราะฉะนั้นจําเปึนที่จะต้องมีการจัดทํา ปรับปรุง พัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาและพัฒนามนุษย์เสนอต่อรัฐสภา และพิจารณากลั่นกรอง กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาและพัฒนามนุษย์ที่เสนอโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และพัฒนามนุษย์ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงเสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเกี่ยวกับร่างกฎหมายการศึกษาและพัฒนามนุษย์ที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่เห็นควร

เพราะฉะนั้นก็เปึนการทํางานตั้งแต่การปรับ แก้ไข พัฒนากฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ตลอดจนไปถึงการติดตามเพื่อให้เกิดทิศทางของการใช้กฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาในระยะยาวด้วยนะคะ

(๗) จัดให้มีการวิจัยระบบการศึกษาและพัฒนามนุษย์ ศึกษาวิจัยทั้ง ในด้านระบบการบริหารจัดการระบบการเงินการคลัง ตลอดจนระบบหลักสูตรการเรียนรู้ เพื่อเปึนข้อมูลประกอบการจัดทํานโยบายเสนอต่อคณะกรรมการ และเครือข่ายสมัชชา การศึกษา เพื่อทําหน้าที่สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการร่วมขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษา รวมทั้งเปึนกลไกประมวลและจัดทําข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐ นําไปปฏิบัติ หรือนําไปประกอบในการกําหนดนโยบายสาธารณะด้านการศึกษา รวมถึง การทําข้อเสนอต่อรัฐบาล และคณะกรรมการ

(๘) ติดตามผลการดําเนินงานของหน่วยงาน

(๙) จัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้

(๑๐) แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง คณะอนุกรรมการหรือคณะทํางาน

(๑๑) แต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ

(๑๒) กําหนดข้อบังคับด้านจริยธรรมของกรรมการ กรรมการเฉพาะเรื่อง บริหารของสํานักงาน พนักงานและลูกจ้างของสํานักงาน และบทลงโทษ

(๑๓) กําหนดระเบียบกลางเกี่ยวกับการบริ หารงานบุคคล การเงิน การงบประมาณและทรัพย์สิน การมอบอํานาจให้คณะกรรมการเฉพาะเรื่องหรือสํานักงาน ดําเนินการต่าง ๆ และดําเนินกิจการโดยทั่วไป

(๑๔) ปฏิบัติการอื่นตามที่กําหนดไว้ใน พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ต่อไปในหมวด ๒ ว่าด้วยคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ก็กําหนดให้มีกรรมการ เฉพาะเรื่องปฏิบัติงานเต็มเวลา จํานวน ๗ ด้านด้วยกันตามมาตรา ๑๖ ด้านที่ ๑ ก็เปึน

ด้านนโยบายและการวิจัยระบบ ด้านที่ ๒ ด้านนโยบายการคลังเพื่อการศึกษา ด้านที่ ๓ คือด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านที่ ๔ ด้านกฎหมายการศึกษา ด้านที่ ๕ ด้านสื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ด้านที่ ๖ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านที่ ๗ ด้านอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกําหนด แล้วก็อํานาจหน้าที่ของโครงการเฉพาะเรื่องก็อยู่ในมาตรา ๑๗ ซึ่งท่านคงจะดูรายละเอียดได้ในเอกสารรายงานนะคะ

ส่วนหมวด ๓ ว่าด้วยสํานักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ สํานักงานจะเปึนหน่วยงานในกํากับของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการ ตามมาตรา ๒๑ แล้วก็อํานาจหน้าที่ของสํานักงาน จะมี ๖ ข้อตามมาตรา ๒๒ ก็จะเปึน (๑) การส่งเสริม สนับสนุน การดําเนินงานของคณะกรรมการ (๒) ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณากลั่นกรอง (๓) ประสานงานหน่วยงานและองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง (๔) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดสมัชชาการศึกษาแห่งชาติ (๕) จัดทํากฎหมาย และ (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมายนะคะ นอกจากนี้ก็มีเรื่องของ ในสํานักงานนี้ก็จะเปึนเรื่องของการจัดการทุน ทรัพย์สิน รายได้ของสํานักงานนะ คะ ตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ แล้วก็ว่าด้วยเรื่องด้วยเลขาธิการที่จะต้องมาจากการสรรหา และมีคุณสมบัติ และทําสัญญาจ้างมีวาระ ๔ ป้ ตามมาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๒๙ นอกจากนั้น ก็เปึนมาตรา ๓๐ ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ของเลขาธิการมี ๕ ข้อด้วยกัน ส่วนสุดท้ายคือส่วนของ บทเฉพาะกาลนะคะ ในระยะเริ่มแรกให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการไม่เกิน ๙ คน ทําหน้าที่ชั่วคราว และให้สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทําหน้าที่เปึนหน่วยงานธุรการ ตามมาตรา ๓๗ นะคะ แล้วก็อีกมาตราหนึ่งในบทเฉพาะกาล คือมาตรา ๓๘ ก็จะว่าด้วยเรื่อง การดําเนินการสรรหาเลขาธิการให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน และมาตรา ๓๙ ว่าด้วยเรื่อง ของการให้โอนสํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาไปเปึน ของสํานักงานคณะกรรมการ นโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติภายใน ๑ ป้ ทั้งหมดนี้ก็เปึนสาระของ ร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาตินะคะ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าจากพระราชบัญญัติในการที่จะจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น

จะมีความสําคัญมากในการที่จะเริ่มกระบวนการในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ให้เกิดผลที่เปึนรูปธรรมได้จริง ดังนั้นจึงอยากจะขอนําเรียนให้ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติกับท่านกรรมาธิการได้พิจารณา แล้วก็ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อที่จะส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะพิจารณา ทั้งหมดทั้งมวลที่คณะกรรมาธิการ ดิฉันเองเปึนตัวแทน แล้วก็อีก ๒ ท่าน คือ ท่านอาจารย์เขมทัต และอาจารย์อมรวิชช์ ได้นําเสนอไปแล้วนั้นก็จะเห็นได้ว่าเปึนการพยายามที่จะสานพลังทั้งฝ์าย บริหารก็ดี ทั้งฝ์ายพลังความรู้และพลังการมีส่วนร่วม ซึ่งตรงนี้ก็เท่ากับเปึนพลัง ๓ ส่วน ที่จะทําให้เกิด การเปลี่ยนแปลงได้จริง พลังของฝ์ายบริหารที่แท้จริงแล้วจะต้องเกิดขึ้นจากทั้งด้าน คณะกรรมการนโยบายด้วย แล้วก็ทางฝ์ายปฏิบัติที่เปึนระดับของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเปึน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็จําเปึนที่จะต้องมีวาระที่จะต้องได้หารือกันในเรื่องของ นโยบายนี้อย่างชัดเจน ส่วนพลังความรู้ก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องระดมพลังจากหน่วยงาน ที่ทํางานด้านวิจัยระบบการศึกษา ซึ่งขณะนี้ก็มีอยู่หลายหน่วยงานและได้เริ่มที่จะทํางาน ด้วยกันแล้ว ส่วนพลังการมีส่วนร่วมนั้นในความเปึนจริงขณะนี้ก็เริ่มเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน ในระดับพื้นที่จะเรียกว่าชื่อของกรรมการสภาการศึกษาจังหวัดหรือจะเรียกว่าสมัชชา การศึกษาจังหวัดก็ดี เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าพวกเรามีความหวังที่จะเห็นการสานพลัง ทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วก็ก่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างแท้จริงต่อไป ก็ต้อง กราบขอบพระคุณที่ได้ให้โอกาสคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง กราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ไม่มีแล้วนะคะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้ท่านสมาชิกก็ได้รับทราบแนวทางการดําเนินการปฏิรูป การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้ง ๓ วาระปฏิรูปแล้วนะคะ ทั้งยังได้รับทราบ หลักการ เหตุผล และสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษา และพัฒนามนุษย์แห่ งชาติ พ.ศ. .... แล้วนะคะ ต่อไปดิฉันคงจะขอเชิญท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติอภิปรายให้ความเห็นโดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิมนะคะ ดิฉันมีรายชื่ออยู่ในขณะนี้ ๕ ท่านแรกคือ ท่านเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ท่านอรพินท์ สพโชคชัย ท่านพลเดช ป่ืนประทีป ท่านพิสิฐ์ ลี้อาธรรม แล้วก็ท่านธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ต่อไปขอเชิญ ท่านเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ค่ะ

นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล

ท่านประธานที่เคารพ ผม เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล จังหวัดปราจีนบุรี ท่านประธานครับ ผมได้รับเอกสารเมื่อวันศุกร์และได้ศึกษาเกี่ยวกับ รายงานฉบับนี้ ๓ วัน วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ทั้ง ๓ วันครับ อ่านแล้วก็กราบเรียนได้ว่า ตรงกับหัวใจแล้วก็ใกล้เคียงกับแนวความคิดที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอตรงนี้มา เพราะว่า มันค่อนข้างจะมองแล้ว จากการที่ผมได้อยู่กับวงการศึกษามาตั้งแต่เปึนครู ๔๐ กว่าป้มาแล้ว จนกระทั่งเข้ามาอยู่ในระบบของการศึกษา เปึนผู้ทรงคุณวุฒิ และที่สําคัญก็คือคนในบ้าน ก็เปึนบุคลากรทางการศึกษาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงรับรู้ทุกปัญหาต่าง ๆ ของวงการศึกษามาพอสมควรทีเดียว พอเห็นรายงานฉบับนี้ก็ค่อนข้างจะมองเห็นแสงสว่าง ที่ปลายอุโมงค์ครับ แต่ในขณะเดียวกันจากการรายงานมาแล้วพร้อม ๆ กันกับรายงานนี้ กําลังจะเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ก็ปรากฏว่ามีกระแสข่าวซึ่งออกมาในลักษณะค่อนข้างจะ ตรงกันข้ามกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ฉบับนี้ ที่ขณะนี้ที่กําลังจะรายงานเข้ามาตรงนี้ตรงกันข้ามกัน ก็ทําให้เกิดประเด็นขึ้นมาว่าผมจะต้อง ซักถามประเด็นทางด้านนี้ ๒ ประเด็น ประเด็นของกระแสข่าวของวงการศึกษาซึ่งค่อนข้าง จะไปกันคนละทาง

แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งเปึนเรื่องของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ประเด็นแรกเลย ที่ทางแวดวงทางการศึกษาหรือบุคลากรทางการศึกษาค่อนข้างจะอ่อนไหวแล้วก็หวั่นไหว ทางด้านนี้มากนั่นก็คือในเรื่องของการถ่ายโอนการศึกษา ระบบการศึกษา สถานศึกษา ทั้งหมด ทั้งครูทั้งบุคลากรทางการศึกษาให้กับทางท้องถิ่น แล้วก็ภาคเอกชน ประเด็นที่ ๒ นั่นก็คือในระบบเมื่ อถ่ายโอนไปแล้วก็จะกลับไปใช้ระบบซี เหมือนเดิม ระบบแท่ง ซึ่งก็ป้ ค.ศ. ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรต่าง ๆ ครูปฏิบัติการ ครูชํานาญการ ครูชํานาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญอะไรต่าง ๆ พวกนี้จะไม่มี นั่นเปึนประเด็นที่เขาซักถามมา ประเด็นที่ ๓ ก็คือ จะไม่มีเงินค่าวิทยฐานะซึ่งตรงนี้เปึนหัวใจสําคัญที่บุคลากรทางการศึกษาทําวิทยฐานะกันขึ้นมา เพราะตรงนี้ ประเด็นต่อไปประเด็นที่ ๔ คือครูเมื่อไปอยู่กับท้องถิ่นแล้วก็จะไปเปึน พนักงานราชการหรือพนักงานของรัฐสังกัดท้องถิ่นซึ่งเขาก็บอกว่าผู้บังคับบัญชาของ ผู้อํานวยการโรงเรียนนี่เขาก็คือปลัดเทศบาล ปลัด อบต. ประเด็นต่อไปเขตพื้นที่การศึกษา คงจะต้องถูกยุบเพราะมีสภาการศึกษา ประเด็นต่อไป ภาครัฐขณะนี้กําลังหาวิธีที่จะยุบคุรุสภา ยุบ สกสค. แล้วก็พยายามที่จะสกัดกั้นครูไม่ให้เข้ามาชุมนุมแล้วก็คัดค้านพระราชบัญญัติ การศึกษาซึ่งขณะนี้บุคลากรทางการศึกษารวมทั้งครูด้วยก็บอกว่าเมื่อไม่ได้เข้ามาชุมนุม ที่กรุงเทพมหานครก็จะส่งทางไปรษณีย์มาแทน ตรงนี้ผมรู้สึกเปึนห่วงว่าในขณะนี้เราพยายาม จะใช้มวลชนใช้อะไรต่า ง ๆ พวกนี้มาเปึนการต่อต้าน ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทางกรรมาธิการปฏิรูป การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งก็มีผู้บังคับบัญชาของ บุคลากรทางการศึกษาอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย เราไม่ได้ทําความเข้าใจ ไม่ได้ให้เขา มีส่วนร่วมหรือเปล่า ทําไมถึงเกิดประเด็นข่าวอ ย่างนี้เกิดขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าข่าวอย่างนี้ กระจายออกไปทั่วทั้งประเทศปัญหาจะเกิดขึ้นแน่นอน แล้วก็จะเปึนการถ่วงดุลแล้วก็จะไม่ใช่เปึน คานงัดแล้วครับมันงัดคานเอาไปเลยเพื่อที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือการปฏิรูป เรื่องของการศึกษาไม่สามารถจะบรรลุผลสําเร็จได้ก็ฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านนี้ด้วยครับ อีกประเด็นหนึ่งตรงนี้ ขอสรุปนิดหนึ่งว่าอาจจ ะตีความมาจากในเรื่องของในหน้า ๖ นั่นก็คือข้อ ๓.๒ ง. การให้ผลตอบแทนตามภาระงาน ผลงาน ค่าตอบแทนตามคุณวุฒิซึ่งอยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ แล้วก็ในเรื่องของการถ่ายโอน ฉ. ปรับเปลี่ยนครูผู้สอนในสถานศึกษาจาก ข้าราชการ สปช. ๕๖/๒๕๕๘ รัศมี ๒๐/๒

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ได้ปฏิบัติมาแล้วคืออภิปรายคนละ ๕ นาทีค่ะ เพราะฉะนั้นท่านเลือกที่จะปฏิรูปตรงอะไร ก็ได้ค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอรพินท์ สพโชคชัย ค่ะ

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ จริง ๆ เห็นด้วยกับท่านโกวิทได้พูดถึง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เรื่องการศึกษาเปึนเรื่องใหญ่มาก มีเวลาพูด ๕ นาทีนั้นจริง ๆ อยากจะขอสัก ๕๐ นาที เรื่องประเด็นการอภิปรายวันนี้ดิฉันมี ๒-๓ ประเด็นนะคะ ดิฉันคิดว่าข้อเสนอของกรรมาธิการนั้นดิฉันคิดว่ายังมีหลายประเด็น ที่อาจจะยังขาดความเฉียบคมนะคะ ดิฉันคิดว่าเรื่องการศึกษาเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก การจะปฏิรูปการศึกษานั้นจะต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการที่จะสกัดหรื อว่าจะ เปลี่ยนแปลงหลาย ๆ เรื่องนะคะ เรื่องการศึกษาทํามาแล้วหลายสิบป้ มีการปฏิรูปหลายครั้ง ซึ่งไม่ประสบความสําเร็จ แล้วลงท้ายไปลงที่โครงสร้างซึ่งดิฉันคิดว่าโครงสร้างไม่ใช่คําตอบ ของการปฏิรูปการศึกษา จุดคานงัดดิฉันอยากจะขอกรรมาธิการช่วยกลับไปพิจารณานะคะ ดิฉันคิดว่าจุดคานงัดนั้นอาจจะไม่ใช่จุดคานงัดที่แท้จริง อาจจะเปึนแค่ตัวที่เรียกว่าเปึน จุดประเด็นหลายเรื่อง ดิฉันเห็นด้วยกับการแยกเรกูเลเตอร์ออกจากโอเปอเรเตอร์ (Operator) แต่ในข้อเสนอของท่านท่านยังทําไม่เด็ดขาด ถ้าจะแยกโอเปอเรเตอร์ออกจากเรกูเลเตอร์ จริง ๆ นั้นท่านต้องใจแข็งค่ะ กระทรวงศึกษาธิการต้องไม่มีโรงเรียนอยู่ในสังกัดของ กระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการดูแลโรงเรียนเปึนเจ้าของโรงเรียน เยอะมาก เพราะฉะนั้นท่านจะเปึนเรกูเลเตอร์ไม่ได้ เรกูเลเตอร์นั้นต้องเรกูเลท (Regulate) จริง ๆ ต้องมีความเข้มแข็ง ในการที่จะกําหนดว่าทิศทางนโยบายเปึนอย่างไร คุณภาพ มาตรฐานเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ๒ เรื่องที่ไม่ใช่เปึนจุดคานงัดนะคะก็คือว่า กระทรวงศึกษาธิการ ท่านจะเอากระทรวงศึกษาธิการไว้แล้วมีโรงเรียนไว้ใน กระทรวงศึกษาธิการ หรือครูทั้งหลายยังสังกัดกระทรวงศึกษาธิการไม่มีทางปฏิรูปการศึกษาได้ ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ชัดเจนนะคะ ถ้าเสนอโดยที่ไม่จัดการกับ ๒ เรื่องนี้ดิฉันคิดว่าการปฏิรูปการศึกษาเปึนไปไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการทําหน้าที่อะไร ถ้าอย่างนั้นก็ยุบกระทรวงศึกษาธิการทิ้งได้ ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญซึ่งดิฉัน คิดว่าในข้อเสนอนั้นอาจจะยังไม่ค่อยชัดเจนคือเรื่องของการทดสอบนักเรียน ทดสอบเด็ก เรื่องของการทดสอบนั้นเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมันจะนําไปสู่เรื่องของการประกันคุณภาพ

ปัจจุบันเรามีระบบทดสอบที่เรียกว่าเปึนโอเนต เอเนต (A-NET) อะไรต่าง ๆ นะคะ จากการ ที่เข้าไป สอบถามดูนี่การทดสอบเด็กเราทดสอบที่เมื่อเด็กชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๖ มีประโยชน์อะไรคะ ทดสอบเพื่อวัดว่าเด็กเหล่านี้ควรจะสอบได้หรือสอบตกนะคะ ดิฉันคิดว่า การวัดที่แท้จริงนั้นถ้าจะวัดให้ มีคุณภาพนั้นดิฉันเคยไปดูงานการปฏิรูปการศึกษา ที่ต่างประเทศนะคะ เขาวัดที่ ป. ๕ ค่ะ ประถมศึกษาป้ที่ ๕ เพื่อจะเป่ดโอกาสให้เด็ก ประถมศึกษานั้นมีโอกาสในการที่จะได้พัฒนาเพื่อจะเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ มัธยมศึกษาตอนต้น ถ้าเด็กมีคุณภาพไม่ดีแล้วท่านก็ส่งปัญหาต่อไปให้โรงเรียนมัธยมศึกษา ต่อไปนะคะ เพราะฉะนั้นในประเทศสหรัฐอเมริกาเขาวัดที่ ป. ๕ แล้วก็เมื่อผลการเรียน เปึนอย่างไรแล้วเอาผลการเรียนนั้นเปึนตัวกําหนดว่าจะกําหนดมาตรฐานในการศึกษาหรือว่า โรงเรียนแต่ละโรงเรียนเปึนมาตรฐานอย่างไร เพราะฉะนั้นอยากให้ทบทวนการวัดผลเด็ก ที่เราทําอยู่ในปัจจุบัน เราวัดที่ ป. ๖ ม. ๓ แล้วก็ ม. ๖ ไม่มีประโยชน์ เด็กออกจากโรงเรียนไปแล้ว ครูไม่มีโอกาสทําอะไรเลย ประเด็นสุดท้าย ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ต้องปฏิรูปอย่างชัดเจน อย่างแท้จริงก็คือระบบประกันคุณภาพการศึกษาปัจจุบันนี้เราใช้เงินไปนะคะ อย่าง สมศ. ใช้เงินไปแล้ว ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่าโรงเรียนดีขึ้นหรือเลวลงอย่างไร เราตอบได้ เปึนรูปธรรมหรือไม่ ดิฉันคิดว่าเรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษานั้นที่กําลังเริ่มทําคิดว่า น่าจะมีส่วนที่ถูกต้องคือเรื่องการผลักดันให้เกิดการประกันคุณภาพภายในและต้องใช้ผลนั้น อย่างจริงจัง ดิฉันไปดูโรงเรียนหลายโรงเรียนคนไม่เข้าใจ ผู้บริหารการศึกษาไม่ได้เข้าใจว่า ระบบประกันคุณภาพภายในทําอย่างไร ดิฉันไปนั่งออบเสิร์ฟ (Observe) การอบรม เขาบอก อันนี้เปึนยาหม้อใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าในหม้อยานั้นมีอะไร ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้คงจะต้องมีการ ปรับปรุงให้ชัดเจนนะคะ เมื่อมีการวัดผลแล้วดิฉันคิดว่าการปฏิรูปการศึกษานั้นจะต้องเอา ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนของเด็ก

มาเปึนผลที่วัดโรงเรียน ไม่ใช่วัดว่าโรงเรียนนี้มี ห้องเรียนกี่ห้อง มีห้องน้ํากี่ห้อง ดิฉันคิดว่า ตรงนั้นเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ อีกจุดหนึ่งที่ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญก็คือว่าโรงเรียน จะอยู่หรือจะไปให้ใช้ดีมานด์ (Demand) ถ้าโรงเรียนสอนไม่ดี เด็กไม่ไปเข้าโรงเรียนก็ยุบเสีย ถ้าโรงเรียนไหนสอนดีเด็กเขาก็อยากไปเรียน ดิฉันคิดว่าอยากจะให้ตรงนั้นใช้ดีมาน ด์ เปึนตัวกําหนด แล้วก็ใช้ผลของเด็กนั้นเปึนตัวที่วัดผลสัมฤทธิ์ของครู ไม่ต้องวัดที่กระดาษ สุดท้ายดิฉันเห็นเรื่องของกฎหมาย อดไม่ได้ที่จะบอกว่าดิฉันไม่เห็ นด้วยกับการที่ตั้ง คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ แล้วก็ตั้งองค์กรขึ้นมา พระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ควรจะมีถ้าท่านยังมีกระทรวงศึกษาธิการอยู่ ดิฉันดูบทบาทภาระ ที่ท่านกําหนดในกฎหมายนั้น ทั้งหมดคือหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ท่านเลือกเอา ถ้าท่านจะ ตั้งกรรมการชุดนี้และตั้งสํานักงาน คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ ก็ยุบกระทรวงศึกษาธิการเสีย ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญคุณหมอพลเดช ป่ืนประทีป ค่ะ

นายพลเดช ป่ืนประทีป

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พลเดช ป่ืนประทีป สมาชิก สปช. หมายเลข ๑๕๒ ท่านประธานครับ ในภาพรวมรายงาน วาระปฏิรูปที่ ๑๖ วาระปฏิรูปที่ ๑๗ วาระปฏิรูปที่ ๑๘ รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ทางกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ นําเสนอ ผมคิดว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการเสนอรอบที่แล้วก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร มีรูปธรรม มีการออกแบบต่าง ๆ มีความชัดเจน มีความครอบคลุม โดยภาพรวมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับมีประเด็นที่ผมคิดว่าเปึนประเด็นรูปธรรมที่เปึนเชิงเปัาหมายที่สังคมคาดหวัง รอคอย อยากจะเห็น ดังนั้นผมไม่ได้มีข้อโต้แย้งหรือว่าข้ออภิปรายอะไรมากมาย นอกจาก เปึนข้อเสนอให้ช่วยดูแลในประเด็นปัญหารูปธรรมบางอย่างอย่างน้อย ๒ ประการ ประการที่ ๑ นั้นผมมองว่าการปฏิรูปการจัดการศึกษาในคราวนี้นั้นมีความยากลําบาก มีแรงต้าน มีแรงหนุน การจัดการปัญหาต่า ง ๆ ทั้งหลายตลอดกระบวนการให้เกิด การเปลี่ยนแปลงนั้นคงต้องทําด้วยความละเอียดรอบคอบ แล้วก็ต้องมีการวางแผน ดําเนินการที่ดี การปฏิรูปการจัดการศึกษาคราวนี้ผมอยากเห็นว่าสามารถแก้ปัญหาระบบ เอนทรานซ์ (Entrance) ตรงนี้ได้ เพราะว่าผมมีความรู้สึกตลอดมาว่ามันเปึนความทุกข์ครับ

เปึนความทุกข์ในระบบ เปึนความทุกข์ของผู้ปกครองของเด็กต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบการศึกษา ปัจจุบันนะครับ เพราะเรื่องระบบของเอนทรานซ์นั้นทําให้การตัดสินโดยการแข่งขัน การสอบได้ สอบไม่ได้ต่าง ๆ ทั้งหลายก็ส่งผลให้เกิดผลกระทบทางด้านจิตวิทยามากมาย และขณะเดียวกันนั้น โรคระบาดของการสอบแบบเอนทรานซ์นั้นมันได้แพร่ไปถึง โรงเรียนมัธยมศึกษาถึงประถมศึกษา รวมทั้งโรงเรียนอนุบาล ทั้งระบบตรงนี้ถ้าหากว่า จะมีโรดแมป (Roadmap) หรือว่ามีเปัาหมายในเชิงรูปธรรมว่าจะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ โดยระบบการปฏิรูปการศึกษาในคราวนี้ ผมอยากเห็นว่ามันจะเห็นผลที่เปึนเชิงสัมฤทธิ์ ที่เปึนรูปธรรมว่าจะเกิ ดการเปลี่ยนแปลงในระบบเอนทรานซ์ในระดับต่าง ๆ ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย ตรงนี้ภายในกี่ป้จะส่งผลอันนี้ออกมา เพราะว่า มันทั้งให้ความหวังแล้วก็ให้กําลังใจให้กับสังคมว่าการปฏิรูปการศึกษาที่เราจะลงทุนในการทํา ขับเคลื่อนต่าง ๆ ทั้งหลายนี้จะเกิดผลเปึนรูปธรรม นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ ประการที่ ๒ นั้น รูปธรรมอีกอย่างหนึ่ง การปฏิรูปการศึกษาในเที่ยวนี้จะสามารถสอดคล้องกับประเด็น การจัดการปัญหาในพื้นที่พิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันมีมิติพิเศษในทางวัฒนธรรม ในทางศาสนา ในทางความมั่นคง มันมีปัญหาเรื่องความไม่สงบ มันมีปัญหาที่ละเอียดอ่อนเปราะบางต่าง ๆ มากมาย มันต้องท้าทายครับว่าการปฏิรูปการศึกษาในเที่ยวนี้นั้นจะต้องสามารถแอพพลาย (Apply) หรือประยุกต์ใช้ในเรื่องของการแก้ปัญหารูปธรรมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ด้วยอย่างเหมาะสม

ภายในกี่ป้จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอย่างนี้เปึนต้น ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับเรื่องการศึกษานั้นสัก ๓๐-๔๐ ป้ก่อน สมัยก่อนในคนรุ่นผม เพื่อนที่เรียนหนังสือ ที่กรุงเทพฯ ด้วยกันหลายคนก็มาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสมัยนั้นมีการเรียนร่วมกัน ระหว่างเยาวชนที่เปึนคนพุทธ แล้วก็เยาวชนที่เปึนมุสลิมเรียนร่วมกัน การเรียนร่วมกันนั้น ทําให้เกิดความผูกพัน ความสัมพันธ์ในทางสังคมที่สําคัญ แต่การเปลี่ยนแปลงด้วยระบบ ที่ไปสนับสนุน ส่งเสริม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งก็เปึนวิธีการจัดการกับปัญหา การศึกษาเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เลือกวิธีนั้น พอเลือกวิธีนั้นมันทําให้ เกิดการแยกตัวทางสังคมครั้งใหญ่ แล้วก็เรียกว่ายิ่งนับวันจะยิ่งถ่างออกไป วันนี้เด็ก เยาวชน ไม่ว่าหญิง ชาย เรียนแยกกันความผูกพันไม่มี ช่องว่างทางสังคมตรงนี้ ความสัมพันธ์ตรงนี้ เปึนช่องว่างที่ใหญ่มากแล้วขยายออกไป คําถามคือปฏิรูปการศึกษาคราวนี้จะจัดการปัญหานี้ ได้อย่างไร หรือไม่ ใครเปึนคนจัดการ ใครเปึนคนตัดสิน ใครเปึนคนกํากับดูแล และชุมชน ท้องถิ่นนั้นจะมีบทบาท มีส่วนร่วมในการที่ร่วมกําหนด ร่วมคิดด้วยหรือไม่ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ค่ะ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกหมายเลข ๑๕๗ ก่อนอื่นผมก็ขอขอบคุณทางกรรมาธิการที่ได้นําเสนอ เรื่องนี้ขึ้นมา เพราะถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญต่อประเทศเปึนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่โลกมีการเป่ดเสรีทางการค้า มีการประกาศเรื่องของเขตเสรี ทางแปซิฟ่กของประเทศสหรัฐอเมริกา ทีพีพี (TPP) หรือในอาเซียน (ASEAN) เราเองเราก็มี เรื่องเออีซี (AEC) ที่จะทําให้มีการเคลื่อนย้ายประชากรในวิชาชีพต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ อย่างง่ายดาย แล้วล่าสุดทางดับเบิลยูทีโอ (WTO) ก็เหมือนกับจะมีการบรรลุข้อตกลง เกี่ยวกับเรื่องของการค้า เพราะฉะนั้นโลกจะมีการแข่งขัน มีการเปรียบเทียบยิ่งมากขึ้นทุกที แล้วถ้าเกิดบุคลากรของเราในประเทศไทยที่จบการศึกษาจากประเทศไทยไม่ได้มีคุณภาพ เราก็จะถูกทอดทิ้ง ได้รับการว่าจ้างหรือได้รับการทํางานในค่าตอบแทน ที่ตามสมควร เพราะฉะนั้นเรื่องของการพัฒนาการศึกษาจึงเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างสูง ซึ่งผม ได้ดูเนื้อหาที่ท่านทํามาแล้วก็คิดว่าได้ตอบโจทย์บางประการ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีหลาย ๆ ประเด็นที่ยังคิดว่ายังไม่ได้ตอบโจทย์เท่าที่ควร ก็อยากจะขออนุญาตเน้นหนักให้มา กขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปฏิรูปหลักสูตร ผมคิดว่าเรื่องสําคัญเลยก็คือเรื่องของ การมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ แล้วเรื่องของคณิตศาสตร์ ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่อง ที่มีความสําคัญอย่างมากต่อคุณภาพของการศึกษา ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้มากนัก ว่ามีความสําคัญอย่างไร ถ้าเกิดเรามีเด็กที่เก่งคณิตศาสตร์แล้วก็ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี เพื่อนบ้านเราที่มีพรมแดนติดกับเราผมท้าพนันได้เลยว่าประเทศเหล่านี้พูดภาษาอังกฤษได้ เก่งกว่าเด็กไทยแล้ว เรื่องของการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ขณะนี้โลกกําลังก้าวไปสู่ยุคของการ ใช้หลักที่เรียกว่าทีช เลส เลิร์น มอร์ (Teach less learn more) ผมคิดว่าจุดนี้เปึนจุดเน้น ถึงแม้ท่านจะพยายามจะเขียนด้วยถ้อยคําต่าง ๆ มากมาย แต่ถ้าเราไม่มีจุดเน้นคนก็จะ มองข้ามในเรื่องนี้ มีรายละเอียดหลาย ๆ อย่างในเนื้อหาที่ท่านทําซึ่งผมไม่ค่อยสบายใจ แล้วก็อยากจะให้ท่านได้ลองทบทวนดูตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการจัดสรรงบดําเนินการ ที่ต้องการเพิ่มพิเศษว่าเรื่องของเด็กที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยเพื่อจัดทํางบประมาณเฉพาะ ในการจัดการศึกษาแก่เยาวชนเหล่านี้ ผมเปึนห่วงว่าท่านจะไปจัดให้เขาแยกตัวออ กจาก เด็กไทยหรือเปล่า อย่างที่ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้ากระผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ กระผมคิดว่า การให้เด็กได้อยู่ด้วยกัน เรียนร่วมกันน่าจะเปึนเรื่องที่ดีกว่าหรือเปล่า เรื่องของการที่ท่าน พยายามจะให้มีการจัดคูปองการศึกษาก็น่าจะเปึนเรื่องดี แต่ถ้าจะไปเลยเถิดถึงจะบอกว่า ให้นําคูปองนี้ไปหักจากรายได้เพื่อลดภาษี หรือไปมีอํานาจก้าวล้ําไปในเรื่องของการคลัง

ผมก็เปึนห่วงว่าเรื่องของท่านจะถูกทางกระทรวงการคลังหรือทางระบบการคลังเขาล็อกไว้ เพราะว่ามันไปกระทบต่องานของเขานะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าไม่จําเปึนก็ไม่ควรจะใส่ แล้วก็เรื่องคุณภาพของการเรียนการสอนทุกวันนี้ผมคิดว่าเรื่องใหญ่ที่สุดที่เปึนปัญหาเลย ก็คือเรื่องของความเปึนครูของผู้ที่ทําหน้าที่นี้นะครั บ เราทราบดีครับในสังคมในขณะนี้ มีปัญหาเรื่องของหนี้สินครูเปึนอย่างมาก ผมคิดว่าเรื่องนี้คงแยกไม่ออกจากเรื่องของ การจัดการการศึกษาว่าเราจะจัดอย่างไรที่จะให้ครูไม่ต้องไปมีหนี้สินมากมายอย่างที่เปึนอยู่ ทุกวันนี้นะครับ และประการสุดท้ายในเรื่องนี้คือเรื่องของภาระของครู ท่านก็ได้กล่าว ในบางที่แล้ว แต่ผมคิดว่าเรื่องที่ครูต้องทําเอกสารต่าง ๆ มากมายเปึนการเบียดบังเอาเวลา ของครูของอาจารย์ที่ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาหรือต่อหน่วยงานที่เปึนผู้ดูแล ทําให้เวลา ที่จะมาสอนหรือจะเตรียมการสอนน้อยลง อันนี้เปึนปัญหาอย่างมากที่อยากจะให้ท่านได้ลอง จับจุดนี้ดูให้ดีนะครับ เพราะฉะนั้นที่ผมเปึนห่วงมาก ๆ ก็คือว่ากฎหมายที่ท่านทํามา เหมือนกับว่าจะเปึนการแปลงสภาการศึกษาให้เปึนคณะกรรมการนโยบายการศึกษา และพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ผมก็เห็นด้วยกับคุณอรพินท์นะครับว่าเรามีองค์กรอยู่แล้ว ทําไมต้องมาตั้งองค์กรใหม่ การตั้งองค์กรใหม่แต่ละครั้งมันต้องมีการเสียเวลา ต้องมีการปรับ มันคุ้มหรือไม่นะครับ ที่ผมเปึนห่วงคือมันจะมีบทบิวรอคเครซี (Bureaucracy) อันใหม่ขึ้นมา ทําให้งานต่าง ๆ ช้าลง แต่ละเรื่องกว่าจะประชุมได้ใช้เวลาเปึนแรมเดือนหรือแรมป้ แต่ละครั้งที่ประชุมก็ห่างกัน ๑ เดือนเปึนอย่างน้อย และถ้าเกิดไม่ผ่านก็ต้องไปรออีก ๑ เดือน เปึนต้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ทําให้เจ้าหน้าที่ ที่ทํางานเรื่องนี้ปล่อยเกียร์ว่าง ก็ขออนุญาต ที่จะให้ท่านได้ดูให้ดีในเรื่องนี้ ประการสุดท้ายขออนุญาตนะครับที่ผมอยากจะพูดมาก ๆ เลย ก็คือเรื่องของระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ขณะนี้เรามีการจัดแรงกิง (Ranking) ของมหาวิทยาลัยของโลก ประเทศไทยของเราแรงกิงของมหาวิทยาลัยไทยด้อยลงทุกที เพราะว่ามหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียก็ดี หรือในโลกก็ดีเขาพยายามจะแข่งในเรื่องนี้ แต่ว่าเราติดปัญหาหลาย ๆ เรื่อง เรื่องที่สําคัญก็คือเรื่องของความเปึนอิสระจาก กระทรวงศึกษาธิการ ผมอยากจะขอวิงวอนให้ท่านได้ปลดล็อกให้มหาวิทยาลัยที่ได้ติดอันดับ แรงกิงของโลกแล้วได้ให้เขาแข่งกับโลกโดยที่กระทรวงศึกษาธิการอย่าไปบังคับ หรือกําหนด ว่าต้องส่งเรื่องมาให้อนุมัติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการจัดหลักสูตรใหม่หรือการทํากิจกรรมใด ๆ ก็ตามควรจะเปึนหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ที่เขาต้องดูแลกันเอง แล้วก็แข่งในระดับโลก

ผมคงไม่ต้องเอ่ยนามว่ามีที่ไหนบ้าง แต่เรื่องนี้เปึนภาระอย่างมาก ท่านที่เปึนผู้กําหนด นโยบายอาจจะคิดว่าถ้าส่งเรื่องมาท่านก็ให้อยู่แล้ว อันนี้สิครับกว่าจะส่งเรื่องขึ้นมาได้ใช้เวลา เปึนอย่างมาก ซึ่งเปึนภาระแล้วก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการที่จะมีการปรับปรุงระบบ การศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับโลกเหล่านี้เปึนต้นนะครับ ก็ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ค่ะ

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมคงมี ๒-๓ ประเด็นครับท่านประธานที่จะนําเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผมกําลังมองอย่างนี้ครับว่าการจัดการศึกษาของไทยนั้นมันอาจจะมีโรงเรียนค่อนข้างมาก จนเกินไป ในฐานะที่ผมอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เราปรับฐานความคิดใหม่ได้ไหมครับว่าเราใช้ พื้นที่หลักในการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาหรือการจัดวางตําแหน่งทางการศึกษา แบ่งออกเปึน เช่น ตําบล อําเภอและจังหวัด แล้วก็เน้นเลยว่าทําอย่างไรให้มันมีสถานศึกษา ที่มีคุณภาพจริง ๆ ในระดับพื้นที่เหล่านี้ ไม่จําเปึนที่จะบอกว่าใน ๑ อําเภอต้องมี หลายโรงเรียนหรอกครับ วันนี้ต้องยอมรับความจริงครับ เด็กในต่างจังหวัดนั้น ๑ อําเภอจะมี หลายโรงเรียน เด็กก็จะไปเรียนโรงเรียนที่มีมาตรฐานสูงสุดในพื้นที่นั้น ใน ๑ ตําบล มีหลายโรงเรียนเด็กก็จะไปเรียนโรงเรียนที่มีมาตรฐานสูงสุดในพื้นที่นั้น เพราะฉะนั้นในฐาน ความคิดที่ท่านคณะกรรมาธิการได้นําเสนอว่าจะใช้โรงเรียนที่ มีมาตรฐานเปึนพื้นที่หลัก ในการขับเคลื่อน แล้วก็โรงเรียนที่เหลืออยู่ที่ยังขาดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปมีส่วนร่วม ผมคิดว่าฐานความคิดนี้ไม่น่าจะเปึนฐานความคิดที่นํามาสู่การปฏิบัติได้

ผมคิดว่าวันนี้กลไกหลักที่จะอยู่ในพื้นที่ร่วมกับการศึกษา คือการปกครองส่วนท้องถิ่น และการกระจายอํานาจ เพราะฉะนั้นประเด็นมันมีอยู่ว่าโรงเรียนที่มีมาตรฐานอยู่แล้ว เราจะทํางานร่วมกันได้อย่างไรกับการกระจายอํานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะกระจายไม่กระจายไม่ใช่เรื่องสําคัญทําอย่างไรให้องคาพยพนี้เปึนองคาพยพร่วมกัน ท่านได้เขียนไว้ในจุดคานงัดพูดถึงเรื่องการกระจายอํานาจสู่พื้นที่จังหวัด กลุ่มจังหวัด มีคณะกรรมการศึกษาระดับจังหวัด สมัชชาการศึกษาจังหวัด ประเด็นที่ผมอยากตั้งคําถาม ก็คือว่าเมื่อมีการบูรณาการแล้วมันเคลื่อนตัวได้จริงไหมในโครงสร้างนี้ ท่านเคยทราบไหมครับ ในฐานะผมเปึนผู้บริหารท้องถิ่น ข้อจํากัดที่ท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปสนับสนุน ทางการศึกษาได้ขณะนี้คืออะไร มันติดกรอบเรื่องการกระจายอํานาจครับ ในแผนขั้นตอน การกระจายอํานาจ แผนขั้นตอนการกระจายอํานาจพูดถึงการที่โรงเรียนต้องมาอยู่ภายใต้ สังกัดท้องถิ่น กระทรวงศึกษาธิการก็บอกว่าไม่อยากจะมาก็ไม่ต้องมา วันนี้ก็มาด้วยกัน ไม่ได้แล้ว แต่วันนี้เรากําลังจะกําหนดว่าอนาคตเราต้องทํางานร่วมกัน ผมคิดว่าการแยกกันอยู่ ไม่ใช่เปึนเรื่องที่ดี ต้องอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องจุดคาดงัดในระดับพื้นที่นี่ ผมกําลังมองว่า การบูรณาการงานร่วมกันนั้นที่เราไม่ได้ระบุไว้ในการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้เลย อะไรคือ เครื่องมือในการบูรณาการร่วมกัน เรามีเพียงคณะกรรมการ ในประการที่ ๒ ที่ผมอยาก นําเรียนคือคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ ในมาตรา ๑๒ (๓) ท่านบอกว่ากําหนดนโยบายด้านมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงการเรียนรู้ ตลอดชีวิต วันนี้ปฐมวัยเปึนหน้าที่ของท้องถิ่นหมดเลยครับ การศึกษาตลอดชีวิตก็เชื่อมโยง กับท้องถิ่นหมด แต่พอเรามาดูในมาตรา ๕ โครงสร้างที่มาของคณะกรรมการบริหาร ไม่มีกลไกของท้องถิ่นเลย ตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญนะครับ วันข้างหน้าพื้นที่มันจะ เคลื่อนตัวได้องคาพยพใหญ่เลย ไม่ว่าจะเปึนระดับตําบล ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด มันเปึนการจับมือกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นครับ นี่คือสาระหลักที่ผมอยากนําเรียนว่าถ้า ๒ ประเด็นนี้ไม่ได้มีการกําหนดทิศทางให้ชัดเจน ในการปฏิรูปครั้งนี้ สุดท้ายมันก็ไม่มีทางออก แล้วมันก็ไม่มีทิศทาง มันก็จะเปึนมโนภาพ ที่บอกว่าเราจะจัดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็ขออนุญาตนําเรียนไปยังท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณานําสาระเหล่านี้เพื่อไปกําหนดประเด็นบรรจุไว้

ในกรอบการปฏิรูปว่าอะไรคือเครื่องมือ อะไรคือกลไกที่จะทําให้องคาพยพในการ จัดการศึกษานั้นมีคุณภาพมากขึ้น ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ ๕ ท่านต่อไปนะคะ ก็มีท่านทนงศักดิ์ ทวีทอง ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ แล้วก็ท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ต่อไปขอเชิญท่านทนงค์ศักดิ์ ทวีทอง ค่ะ

นายทนงศักดิ์ ทวีทอง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายทนงศักดิ์ ทวีทอง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในเรื่องของการปฏิรูป เรื่องการศึกษานั้น ก็ต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่พยายามที่จะมองถึงอนาคต ที่จะปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง แต่ผมเองนั้นก็อยู่กับพื้นที่ อยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบัน ก็อยากจะให้หวนกลับมาสู่ปัญหาปัจจุบันที่ต้องเร่งแก้โดยเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องที่ ท่านนายกธีรศักดิ์ได้พูดถึง ในเรื่องของการศึกษาปฐมวัย โดยเฉพาะในเรื่องของศูนย์เด็ก ซึ่งขณะนี้ก็อยากจะเรียนว่าเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในมือของท้องถิ่น ผมอยากจะเรียกว่า อยู่ในมือของท้องถิ่น พวกเราได้รับการถ่ายโอนภารกิจอันนี้มาจากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

วันนี้มีเด็กในศูนย์เด็กของท้องถิ่นประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คน อยู่ในศูนย์เด็กกระจายไป ทั่วประเทศประมาณ ๒๐,๐๐๐ ศูนย์ ซึ่งเปึนภาระที่หนักสําหรับพวกเรา แต่พวกเราก็เต็มใจ ที่จะทํางานนี้เนื่องจากเด็ก ๆ เหล่านั้นคือลูกหลานของพวกเรา ในขณะที่พวกเราได้พยายาม ที่จะทําในเรื่องศูนย์เด็กนั้นเราก็ขาดแคลนสิ่งต่าง ๆ มากมาย ก็โชคดีภายในป้สองป้นี้เราเพิ่ง ได้รับงบประมาณในเรื่องของการก่อสร้างศูนย์เด็กขึ้นมา ท่านลองคิดดูนะครับว่ากี่ป้มาแล้ว ที่เรามีศูนย์เด็ก เพิ่งป้ ๒๕๕๘ นี้เพิ่งได้งบประมาณในการสร้างศูนย์เด็กแล้วก็อนุบาล โดยเฉพาะจะมีการต่อเนื่องถึงอนุบาล ๑ อนุบาล ๒ อนุบาล ๓ ต่อ ผมเชื่อว่าดอกเตอร์ ที่ผ่านมานั้นก็อาจจะเคยอยู่ในศูนย์เด็กบ้างหรือโรงเรียนวัดบ้าง แต่ดอกเตอร์ที่จบปัจจุบันนี้ ไม่มีทางที่จะผ่านจากศูนย์เด็กหรืออนุบาลของเด็กจากท้องถิ่น เพราะว่าเขาเหล่านั้นจะไปที่ โรงเรียนอนุบาลดี ๆ อยากจะให้กรรมาธิการได้หวนกลับมาดูตรงนี้ ดูปัญหาที่เกิดขึ้นกับ พื้นฐานของชาติที่จะไปสู่อนาคตต่อไป โดยเฉพาะนอกเหนือจากการที่จะกลับมาดู เรื่องศูนย์เด็กแล้ว ในเรื่องของโรงเรียนขนาดเล็กที่วันนี้พวกเราเห็นในพื้นที่ในชนบททั่ว ๆ ไป เราเองไม่ต้องการครูที่มีความรู้มากมาย แต่เราต้องการให้มีครูอยู่ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็ก ประมาณ ๒๐ คน มีครู ๒ คนอยู่มากมาย ปัญหาที่สําคัญคือ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน ท่านกรรมาธิการก็อาจจะพอทราบ แต่ผมเชื่อว่าสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติก็คงอาจจะไม่เข้าใจว่าเด็ก ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ อยู่ใน ห้องเดียวกันสอนกันอย่างไร เรื่องแบบนี้มีจริงในประเทศไทยแล้วมีมากมาย ซึ่งตรงนี้ ต้องรีบแก้โดยด่วน ผมไม่เชื่อว่าเด็กที่เรียนรวมกันในห้องเดียวจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี ที่สําคัญคือผมอยากจะพูดถึงพื้นฐานของเด็ก ผมไม่แน่ใจว่านอกจากหมอหรือคนที่มีลูก มีหลาน เข้าใจ รับทราบในเรื่องของเด็กบกพร่องในการเรียนรู้หรือไม่ จากข้อมูลของทาง การแพทย์ที่ผมเคยพูดในสภานี้ ๒-๓ ครั้งว่าประมาณร้อยละ ๗ เปึนเด็กที่บกพร่อง ในการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นเด็ก ๙๐๐,๐๐๐ คน ในส่วนที่อยู่กับท้องถิ่น ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าคนที่เปึนเด็กบกพร่องในการเรียนรู้ วันนี้ทางท้องถิ่นพวกเราพยายามที่จะ ทําอย่างไร ค้นหาเด็กเหล่านี้ที่จะร่วมมือกับทางเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งมีงบประมาณ ที่ค่อนข้างจะน้อยมาก โดยเฉพาะที่จัง หวัดสุราษฎร์ธานี ทางองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อุดหนุนศูนย์การศึกษาพิเศษถึงป้ละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะทําอย่างไร หาเด็ก หาครู ที่จะเข้ามาช่วยดูแลเด็กเหล่านี้

สิ่งเหล่านี้นั้นก็อยากจะเรียนว่ามีกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการศึกษาของคนพิการ ซึ่งส่วนใหญ่โรงเรียนจะปฏิเสธไม่รับเด็กเหล่านี้ นี่คือปัญหาที่แท้จริงของชาติอันหนึ่งนะครับ เด็กตาบอด เด็กหูหนวก โดยเฉพาะเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้นี้ ซึ่งเรามองเด็กเหล่านี้ เหมือนเด็กธรรมดา หน้าตาปกติธรรมดา แต่เขามีปัญหาในเรื่องการบกพร่องในการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้กรรมาธิการได้กลับมาดูแลพื้นฐานตรงนี้ว่าจะทําอย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร ในการที่จะให้พวกเขาได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กปกติ เด็กธรรมดานะครับ โดยเฉพาะขอย้ําว่าเด็กที่เรียนห้องเดียวกันนี้ ๖ ชั้นครูสอนอย่างไร ผมอยากจะถามท่านกมล ไม่อยู่นะครับ อยากจะถามเขตพื้นที่การศึกษาหรือทางเลขาธิการ นะครับว่าคุณสอนอย่างไร อยากจะรู้จริง ๆ ว่าสอนอย่างไรให้เด็กได้เปึนเหมือนเด็กปกติ ธรรมดา ๆ และโดยเฉพาะอยากจะฝากว่าขณะนี้ในเรื่องของผู้อํานวยการโรงเรียนแต่ละแห่ง เขาน้อยใจว่าแต่ละแห่งนั้นขาดแคลนเหลือเกิน จะต้องเร่งรีบ เพราะฉะนั้นในการปฏิรูปนี้ นอกเหนือจากการที่ท่านจะคิดไปข้างหน้าแล้ว ปัจจุบันต้องแก้ด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว กระทรวงศึกษาธิการก็อยู่อย่างนี้ครับ ไม่มีใครแก้ครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ กระผมมีความเห็นในเรื่องของรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งมีวาระปฏิรูปที่ ๑๖ วาระปฏิรูปที่ ๑๗ และวาระปฏิรูปที่ ๑๘ ซึ่งถือว่าเปึนรายงานที่ดีมาก

ในมุมมองของผมนั้นอาจจะมีข้อเสนอที่ต่อยอดในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ความจริงปัญหา สถานการณ์การศึกษาไทยที่ทางคณะกรรมาธิการได้วิเคราะห์ออกมาใน ๘ ประเด็นนั้น ๕ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอของผมซึ่งอาจจะเปึนจุดเปลี่ยนหรือว่าเปึนเทิร์นนิง พอยต์ (Turning point) ที่สําคัญ โดยยึดจากแนวการวิเคราะห์ปัญหาของคณะกรรมาธิการ ๑. ก็คือ เด็กร้อยละ ๗๐ ออกไปสู่โลกของงานด้วยวุฒิมัธยมศึกษา ไม่ว่าจะเปึน ม. ๖ ปวช. ม. ๓ หรือว่าต่ํากว่า โดยปราศจากการเตรียมทักษะและคุณลักษณะที่พอเพียง ๒. คือแรงงาน ๓๕-๔๐ ล้านคนไม่มีกลไกเข้าไปยกระดับทักษะที่เพียงพอ ๓. แรงงานระดับปริญญาตกงาน ๑๕๐,๐๐๐ คนต่อป้ ๔. งานวิจัยในมหาวิทยาลัยยังไม่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ได้มากพอ เร็วพอ การบริการวิชาการยังไม่ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ได้เต็มที่ และสุดท้าย คือรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมีการแก้ปัญหาครู การอ่าน อาชีวะ ทวิภาคี ธรรมาภิบาลอุดมศึกษา แต่ยังไม่เปึนการปฏิรูปเชิงระบบ จากสถานการณ์การศึกษา ที่เปึนปัญหาใหญ่อยู่ขณะนี้ และเข้าสู่ช่วงทศวรรษที่ ๒ ของการปฏิรูปการศึกษา กระผมมี ข้อคิดเห็นอย่างนี้ครับ การกําหนดในตัวร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... นั้น ความจริงเปึนการกําหนดแนวทาง ทิศทางยุทธศาสตร์ ของการปฏิรูปทั้งเรื่องการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ไว้ถูกต้อง ถูกทิศทาง สิ่งที่กระผม เสนอนั้นจะเปึนข้อแตกต่าง นั่นก็คือการเชื่อมโยงระหว่างต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําของ การศึกษาในระบบและการศึกษาตลอดชีวิต เพียงแต่นิยามการศึกษาตลอดชีวิตของผมนั้น ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ความจริงแล้วผมเสนอให้ควบรวม กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานครับ นี่จะเปึนการต่อยอด ต่อเชื่อม และตอบโจทย์ในข้อวิเคราะห์ของที่คณะกรรมาธิการได้เสนอมา หลังจากจบการศึกษา ในระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยตลอดชีวิตก็ตาม ในคอนเซปต์ (Concept) ของ การศึกษา แต่ในชีวิตจริงนั้นเมื่อจบแล้วต้องทํางาน และการเข้าทํางานนั้น จะต้องสอดคล้องต่อทิศทางยุทธศาสตร์ประเทศด้วย เหมือนอย่างที่เราพูดถึงความผิดพลาด ของการผลิตนักศึกษาและบัณฑิตออกมาโดยที่อุดมศึกษา มหาวิทยาลัยในช่วงหลายป้ที่ผ่านมา มีการสนับสนุนส่งเสริม มีสหวิชาเกิดมากมาย มีการวิจัยมากมายแต่ไม่ได้ตอบโจทย์เปัาหมาย ของประเทศ ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะควบรวมกระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องของ

การพัฒนาทักษะชีวิตอย่างแท้จริงให้สอดคล้องต้องกัน ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ควบรวม ๒ กระทรวงนี้เปึนกระทรวงเดียวกัน คณะกรรมการร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอมานั้นจะต้อง ปรับโครงสร้าง ไม่ใช่คิดในมุมกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องไปถึงปลายสุดเลย ดังนั้นผมเห็นว่า ในการควบรวมเหล่านี้ในระดับกรรมการแห่งชาติแล้วก็ลงไปในระดับของมาตรการอื่น ๆ เช่นการควบรวมสถานศึกษา สถาบันพัฒนาฝ้มือแรงงาน พัฒนาทักษะทั้งหลายให้เข้ามา อยู่ภายใต้คณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมดครับ ๒. ก็คือว่ามาตรการส่งเสริมไม่ว่าจะเปึนมาตรการ ส่งเสริมการลงทุนหรือมาตรการทางภาษีต้องฟรีครับ วันนี้ปัญหาเดียวของประเทศของเรา ก็คือเรื่องของคุณภาพคน คุณธรรมของคน กระทรวงที่เกิดขึ้นใหม่ภายใต้การควบรวมอย่างนี้ จะตอบโจทย์ครับ รวมไปถึงในเรื่องของโครงสร้างในระดับชาติลงไปภูมิภาค ลงไปสู่ระดับ ของพื้นที่ เห็นด้วยต้องมีสภาการศึกษาที่ประกอบไปด้วยพหุภาคีจากทุกภาคส่วนเข้ามา สุดท้ายที่เราละทิ้งกันมากก็คือเรื่องวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ทั้งเรื่องของการศึกษา และเรื่องการพัฒนาทักษะเฉพาะ ฝ้มือเฉพาะ ความชํานาญเฉพาะ

ถ้าอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่เรามีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กําหนดสถานะประเทศจะต้องก้าวสู่การเปึนประเทศพัฒนาแล้วภายในไม่กี่ป้ข้างหน้านั้น เราต้องสร้างคนอย่างไร แต่การสร้างมันจะไปอยู่ที่สถาบัน แต่สถาบันวันนี้มันต้องเปึน เชี่ยวชาญเฉพาะซึ่งเรามีอยู่น้อยมากและกระจัดกระจายเ หลือเกิน สุดท้ายก็คือเรื่อง คลังสมองครับ ที่อยู่ที่นี่ก็ล้วนแต่เปึนคลังสมองของชาติ เรามีโครงการคลังสมองอยู่มาก ทั้งในส่วนที่เกี่ยวโยงสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและอื่น ๆ แต่แท้ที่จริงแล้ว เราต้องจัดโครงสร้างนี้ให้เข้ามาสวมกับเรื่องของกรรมการนโยบายกำรศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ และภายใต้การขับเคลื่อนกระทรวงในรูปแบบการควบรวมใหม่ ตรงนี้ผมคิดว่าจะทําให้ประเทศของเราก้าวพ้นไปสู่ยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคม อาเซียน แล้วก็หลังจากนั้นต่อไปเราจะสู้ได้ครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมก็เห็นใจคณะกรรมาธิการ เพราะเวลาเราพูดถึง ปฏิรูปเมื่อไร กระทรวงศึกษาธิการเขาก็จะขอเพิ่มหน่วยงานให้ใหญ่ขึ้น เช่น ปฏิรูปคราวนี้ ก็ขอให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปึนทบวง อาชีวศึกษาก็เปึนทบวง สรุปแล้วก็เปึนอีก ๔ ทบวง ๑ กระทรวง แต่คณะปฏิรูปนี้ก็พยายามจะทําให้กระทรวงเล็กลง โดยเน้นเรื่องเรกูเลเตอร์และโอเปอเรเตอร์ แน่นอนครับถ้าเราสามารถแยกเรกูเลเตอร์ กับโอเปอเรเตอร์สําเร็จ กระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงแรงงานรวมกันได้ เพราะเปึน เรกูเลเตอร์ด้วยกัน พอมันเปึนเรกูเลเตอร์แล้วหน่วยงานมันไม่ใหญ่มากครับท่านประธาน กระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงแรงงานนี่รวมกันได้เลย แต่เราจะแยกอย่างไร เพราะว่า อุปสรรคมันเยอะมากการแยกเรกูเลเตอร์กับเซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) ซึ่งมันเคยอยู่ด้วยกัน ที่ผมบอกว่าแยกยากเพราะว่าการจะแยกได้นี่ระบบเงินอุดหนุนรายหัว มันต้องคลุมถึงบุคลากรด้วย งบประมาณมันต้องคัฟเวอร์ (Cover) หมด เปอร์เฮด (Per head) แล้วผมต้องตอกย้ําด้วยว่าเปอร์เฮดของรัฐกับของเอกชนต้องให้เท่ากันครับท่านประธาน ทุกวันนี้เปอ ร์เฮดรัฐนี่สูง เอกชนต่ํากว่า ต่ํากว่าไม่พอเงินอุดหนุนให้ครบไม่หมด ให้แค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เอกชนไปเก็บอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเวลาประชาชนจะไปเรียนเอกชน

เสียสตางค์ฉันไม่เอา ฉันไปเรียนรัฐที่ฟรีดีกว่า มี ๓ จังหวัดภาคใต้ที่ได้ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นโรงเรียนเอกชน ๓ จังหวัดภาคใต้จึงเฟ๋ืองฟู แต่เอกชนในส่วนอื่นได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่เฟ๋ืองฟูก็ล้มหายตายจากไปพอสมควร เพราะฉะนั้นการแยกเรกูเลเตอร์ กับเซอร์วิส โพรไวเดอร์เปึนหัวใจสําคัญแล้วทํายาก แต่ก็ต้องทําครับท่านประธาน เมื่อต้องทํา เราก็ต้องแยกสภาการศึกษาให้สามารถฟังก์ชัน (Function) ได้ดี ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ทําอะไร ก็ไม่มีใครสนใจ จะนโยบายอะไรก็ช่างเอ็ง ในที่สุดก็เปึนนโยบายขอ งแต่ละแท่งอยู่แล้ว เพราะเปึนตัวกําหนดเงิน เพราะฉะนั้นการแยกสภาการศึกษาไปเปึนกรรมการนโยบาย มีนายกรัฐมนตรีลงมา มันก็เหมือนกับไปเปึนสภาการศึกษาในอดีต คือไปสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี เราก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานี่ละครับ แต่คราวนี้ผมดีใจที่ใส่เขี้ยวเล็บเข้าไป ไม่ว่าเ รื่องงบประมาณ ผมว่าควรจะใส่เขี้ยวเล็บในการดูแลเห็นชอบกับซี ๑๐ ด้วย คือต้องเห็นชอบกับคนระดับซี ๑๐ แล้วก็เห็นด้วยกับงบประมาณ ไม่ให้นักการเมืองซี้ซั้ว เอาคนของตัวเองมาจริงอยู่อํานาจตัดสินใจในที่สุดเปึนของ ครม. แต่อย่างน้อยมีคนได้แสดง ความคิดเห็นว่าใครเหมาะไม่เหมาะ ให้ประชาชนได้รับรู้ ให้สื่อได้รับทราบ ส่วนรัฐบาลจะไป ตัดสินใจอย่างไรอันนั้นมันเปึนอํานาจของรัฐบาล แต่อย่างน้อยประชาชนมีข้อมูลครับว่า อะไรมันกําลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย

ผมว่าตรงนี้สําคัญ การเพิ่มเขี้ยวเล็บให้สภาการศึกษา ส่วนว่าจะเปลี่ยนสภาการศึกษาว่า ให้เปึนนิติบุคคลเหมือนองค์กรมหาชนผมก็ไม่ติดใจ แต่ก็ต้องค่อย ๆ เปลี่ยนก็คือข้าราชการ ก็ยังมี แล้วก็สามารถสร้างพนักงานได้ เมื่อมันเปึนเรกูเลเตอร์ โอเปอเรเตอร์ โอเปอเรเตอร์ ชัดเจน ท่านประธาน ผมอยากให้มีหลักประกันที่ชัดเจนเหมือนกันว่าคุณครูที่ไม่ได้เปึน ข้าราชการ ที่เปึนเพียงพนักงานราชการนี่ต้องมีสิทธิประโยชน์ไม่ต่างกันในเรื่องวิทยฐานะ เอาละ ก็เปึนพนักงานราชการก็ต้องบริหำร ไม่มีบําเหน็จ บํานาญ อันนั้นไม่ติดใจ เพราะประเทศไทยเราก็เทรนด์ (Trend) ไปอย่างนั้นอยู่แล้ว ข้าราชการก็ดีในเรื่องบําเหน็จ หรือบํานาญ แต่เรื่องวิทยฐานะนี่ต้องมี เหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัย พอแยกออกมา ผศ. รศ. ศ. ก็ยังมีเหมือนเดิม ถึงจะเปึนแค่พนักงานมหาวิทยาลัย ไม่ได้เปึนข้าราชการ ตําแหน่ง ทางวิชาการจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงไป ผมว่าอันนี้จะทําให้พนักงานราชการดีใจ เพราะว่า ทุกวันนี้พนักงานราชการไปใช้ระเบียบ ก.พ. ระเบียบ ก.พ. มันไม่มีหรอกครับเรื่องวิทยฐานะ ผมว่าต้องดึงพนักงานราชการนี่มาเปึนพนักงานครูเหมือนมหาวิทยาลัย แล้วให้มีวิทยฐานะ เหมือนข้าราชการ ผมว่าอันนี้จะทําให้คุณครูดีใจมากขึ้น แต่แน่นอนเราต้องยอมรับว่า การบริหารงานครูนี่มันยุ่งยาก เพราะฉะนั้นการที่เราจะให้โรงเรียนบริหารครูได้นี่เราจะต้อง ปรับแก้ไขระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทําอย่างไรระเบียบบริหาร ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี่จะทําหน้าที่เหมือน ก.พ. คือแค่ออกกติกา แล้วก็ ให้โรงเรียนเขาไปทําตามกติกา แล้วเขามี อ.ก.ค.ศ. ของเขาเอง ดูแลบริหารงานบุคคล ของเขาเองได้ ไม่ใช่มารวมศูนย์ มารวมศูนย์กล่าวหา ทุจริตทีห นึ่ง ๕ ป้ แล้วในที่สุด วิ่งกันไปวิ่งกันมาก็บอกไม่ผิด ผมว่ามันจะเปึนโอเปอเรเตอร์ได้ต่อเมื่อโอเปอเรเตอร์มีอิสระ ในการบริหารงานบุคคลและงบประมาณครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอันนี้จําเปึนที่จะต้อง ค่อย ๆ ทํา โดยไม่ให้กระทบความก้าวหน้าของคุณครูที่มีอยู่แล้ว แล้วส่วนโอนเนอร์ (Owner) เมื่อเปึนโอเปอเรเตอร์แล้วโรงเรียนจะไปอยู่ท้องถิ่น จะไปอยู่ไหนมันไม่ต่างกันหรอกครับ ท่านประธาน แต่อยู่ท้องถิ่นอาจจะดีหน่อย ต่อไปท้องถิ่นมีงบประมาณของตัวเอง เก็บภาษีเองได้ อาจจะเติมเข้ามาให้อีกว่าใครมาอยู่กับฉัน ฉันมีเงินให้ เหมือนในอดีตโรงเรียนมัธยมศึกษา หลายโรงเรียนลงไปอยู่กับ อบจ. เพราะ อบจ. มีงบให้ แต่เราต้องกําหนดหน้าที่โอนเนอร์ ให้ชัดเจนครับท่านประธาน เหมือนที่เรากําลังจะทํากับรัฐวิสาหกิจว่าคุณมีหน้าที่คัดกรรมการ ดูแลความโปร่งใส แล้วก็ดูแลอะไร ต้องเขียนโอเปอเรเตอร์นี่ โอนเนอร์นี่ต้องชัดเจน

เพราะฉะนั้นโอนเนอร์จะอยู่ท้องถิ่น จะอยู่ตรงไหนมันไม่ต่างกันหรอกครับท่านประธาน อันนี้ผมอยากจะฝากเอาไว้ว่าเรื่องครูเราก็ต้องดูแลไม่ให้ต่างกัน ผมขอประทานอภัย ท่านประธานเล็กน้อย ทีนี้มาถึงคุณภาพครับ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย และเด็กประถมศึกษา ผมว่าเราต้องทําเหมือนอารยประเทศเขา คุณครูที่จบปฐมวัยนี่ต้องรู้เรื่องการศึกษาพิเศษครับ ท่านประธาน พอเด็กเข้ามาปุ็บสามารถคัดกรองได้เลยว่าเด็กนี้มีปัญหาอะไร ตัวเองจะแก้ปัญหาเด็กอย่างไร อะไรที่สุดวิสัยต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาแก้ ประสานมาแก้ ให้จบตั้งแต่แรก บางแห่งเขาบอกว่า ป. ๑ ต้องจบ แต่หลายท่านบอก ป. ๕ ต้องจบ ผมว่า มันต้องจบสักจุดหนึ่งครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ค่ะ

นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผม ธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ สปช. หมายเลข ๐๙๘ ผมมีข้อสังเกตรอบ ๒ เฉพาะในประเด็น กลไกร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... จริง ๆ แล้วมองแค่พัฒนามนุษย์แห่งชาติผมก็สนับสนุนแล้ว เพราะมองมนุษย์ไม่ใช่เปึนแค่ ทรัพยากร เรื่องนี้ผมได้ดูหลักการของ พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วผมคิดว่าเปึนหัวใจสําคัญเพราะว่า การปฏิรูปนี่ต้องมีกลไกผลักดัน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยในหลักการของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วก็มีข้อสังเกตรวม ๓ ประการ ประการแรก องค์กรที่เสนอมานี้เปึนการปรับ ผมคิดว่า คงจะปรับปรุงแปลงรูปสภาการศึกษาให้เข้มแข็งขึ้น ซึ่งคงไม่ซ้ําซ้อนกับกระทรวงศึกษาธิการ เสียทีเดียว ผมคิดว่าเราจําเปึนต้องมีองค์กรนะครับ ผมเรียกว่าองค์กรที่ต้องทําเรื่อง การบริหารการเปลี่ยนแปลง เน้นการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น อย่างจริงจัง ถ้าจะให้ กระทรวงศึกษาธิการปฏิรูปตัวเองคงยาก ซึ่งผมก็คิดว่าคงทํายากละถ้าหากว่าเราให้กระทรวง เขาปฏิรูปตัวเอง เพราะระบบการเรียนรู้ที่นําเสนอมานี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ การเปลี่ยน กระบวนทัศน์ เราให้ความสนใจน้อยกับกระบวนทัศน์กับกรอบคิด จริง ๆ แล้วเวลาเราพูดถึง การเรียนรู้มันเปลี่ยนกระบวนทัศน์ เมื่อกี้มีเพื่อนสมาชิกพูดถึงการสอนมาสู่ การเรียน เรื่องใหญ่นะครับมันเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทํางานกันหมด เปึนการเปลี่ยน กระบวนทัศน์ที่ผมเรียกว่าการเรียนรู้ที่คนเปึนศูนย์กลางแบบบูรณาการ คือจากการสอนมาสู่ การเรียนทักษะอนาคตสมัยใหม่ของโลกศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งมนุษย์เปึนศูนย์กลาง อันนี้ เปึนเรื่องใหญ่มากที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวัฒนธรรมจากสอนน้อยเรียนมาก เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ควร จะมีหลักการและเหตุผลอธิบายในเรื่องกรอบคิดใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความคิดใหม่ให้ชัดเจน อย่าไปแอสซูม (Assume) ว่าคนทราบ อยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่าประเด็นที่เราปฏิรูปกันไม่ได้มันเปึนประเด็นเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร มากทีเดียว เราขาดการบริหารการเปลี่ยนแปลงและเราสร้างผู้นําการเปลี่ยนแปลงที่น้อย หวังว่าองค์กรใหม่ที่เกิดขึ้นจะทําเรื่องนี้อย่างจริงจัง ประการที่ ๒ ผมอยากให้กําหนด ความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติที่จะเกิดขึ้นให้ชัดเจน เพื่อสอดคล้องและเชื่อมโยง กับการพัฒนาประเทศสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่บอกว่าคนเปึนทั้งเปัาหมาย เปึนทั้งผู้ผลักดัน ผู้รับประโยชน์ ฉะนั้นการปฏิรูปการเรียนรู้มันจะสามารถนําประเทศออกจากกับดัก ประเทศรายได้กลุ่มปานกลางไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่คนไทยในอนาคตอยู่ดีมีสุขอย่างแท้จริง

สมดุลทั้งกายและใจ ประการที่ ๓ เรื่องการกําหนดให้มีกรรมการประจํา ๖ ท่าน หรือ ๗ ท่าน ซึ่งท่านแยกตามทักษะที่จําเปึนสําหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งผมได้ดูแล้ว ผมเห็นด้วยในหลักการว่าเปึนนวัตกรรมใหม่ที่ควรจะมี แต่มีมากเกินไปหรือไม่ตั้ง ๖ ด้าน แยกออกจากกัน จะบูรณาการกันยากและจะกลายเปึนหลายแท่งหลายไซโล ซึ่งถ้า เอามาเชื่อมโยงกันสัก ๒-๓ ด้านก่อนจะดีไหม เพราะวัฒนธรรมองค์กรการบริหารงาน แบบฟูลไทม์ คอมมิชชันเนอร์ (Full time commissioner) หรือเรียกว่ากรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิประจํา เปึนเรื่องใหม่สําหรับเรามาก เปึนเรื่องที่ต้องการบริหารความรู้ ต้องการ จัดการกับความรู้มากกว่าการบริหารอํานาจ ควบคุม กํากับ บังคับบัญชา สั่งการ องค์กรของเรา ยังติดยึดกับวัฒนธรรมอํานาจมากกว่าความรู้ คงจะต้องออกแบบให้เรียนรู้ไปจาก การทดลองจริงไปก่อนและอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ถ้าทําได้ตามเปัาห มายผมคิดว่า จะเปึนประโยชน์มาก นอกจากนี้ผมคิดว่าถ้าจะบริหารองค์กรนี้ได้ดีควรจะมี การตั้งกรรมการบริหารขึ้นมาเปึนชุดเล็กจากคณะกรรมการใหญ่ ประกอบด้วยกรรมการเต็มเวลา ทุกท่านที่รับแผนนโยบายจากกรรมการใหญ่มาแปลงสู่ภาคปฏิบัติ โดยมีเลขาธิการเปึน กรรมการและเลขานุการ อาจจะช่วยสร้างเอกภาพในการบริหารงานได้ดียิ่งขึ้น โดยสรุป ผมอยากจะเห็นองค์กรใหม่ตาม พ.ร.บ. นี้อยากจะเห็นหนักไปทางด้านการบริหารงาน การเปลี่ยนแปลง และอยากจะเห็นวัฒนธรรมการทํางานแบบใหม่ให้เกิดขึ้นเปึนองค์กร ตัวอย่าง อย่าลืมว่าการปฏิรูปเริ่มต้นจากเจ้าของเรื่องคงไม่ไ ด้ และหวังว่าองค์กรใหม่นี้ จะสามารถแปลงความคิดออกสู่ภาคปฏิบัติกันจริง ๆ จากการสอนมาสู่การเรียน ๒ คําเท่านั้น ถ้าทําได้ และเปึนการเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ของบ้านเราด้วย ขอบพระคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณนะครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็ต้องขอชื่นชมอีกครั้งสําหรับท่านกรรมาธิการที่พยายามจะแก้ไขในส่วนที่พวกผม อยู่ในภาคเอกชนหวังเปึนอย่างยิ่งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่ วนของการศึกษาของ ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้เปึนสิ่งที่ยากลําบากมากสําหรับภาคเอกชน เพราะคนที่ท่านสร้างมานี่ บางครั้งเราไม่ได้ต้องการเลยในสาขาอย่างนั้น และการเปลี่ยนแปลงของโลกก็จะเปลี่ยนไป อีกแบบหนึ่ง แต่ท่านก็ไปสร้างคนในลักษณะที่จําเจอยู่แบบนั้น เพราะบางครั้งจะเห็นว่า ภาคเอกชนเองต้องไปตั้งโรงเรียนเอง ไปสร้างวิทยาลัยเอง เพราะว่าท่านไม่ได้ตอบโจทย์เรา เพราะฉะนั้นสัญญาณเล็ก ๆ ถึงแม้ว่าจะยังมองไม่เห็นชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ก็เปึนจุดเริ่มต้นที่ดี ในการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของการศึกษา ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยเปัาหมาย หรือวัตถุประสงค์จริง ๆ ของกระบวนการศึกษาซึ่งผมก็ได้พูดมาครั้งหนึ่งแล้วในสภาแห่งนี้ เพื่อทบทวนความจําว่าการศึกษาของโลกนั้นเขามุ่งเปัำหมายไปที่ ๔ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของโนว์เลจ (Knowledge) คือเรื่องของความรู้ ซึ่งความรู้มีหลากหลายมาก ครูคนหนึ่ง ไม่มีทางที่จะรู้หมดทั้งโลก อาจจะรู้แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ การศึกษาจะต้องจัดไปสู่เรื่องกระบวนการ การเรียนรู้ในเรื่องของความรู้ต่าง ๆ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของทักษะหรือสกิล (Skill) ความรู้นั้นจะต้องไปปฏิบัติได้ ไม่ใช่รู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด ซึ่งของเราทุกวันนี้มันลักษณะเหมือนกับคล้าย ๆ อย่างนั้น ผมไม่กล้าฟันธงว่าเปึนเช่นนั้น เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของคอมพาราทีฟ แอคชัน (Comparative action) คือการทํางานร่วมกัน หรือทํางานเปึนทีม การศึกษาปัจจุบันนี้ที่ออกมาคือทํางานเหมือนกันแต่มันทีมใครที มมัน สอนอย่างไรก็ไม่รู้เก่งมาก มันกลายเปึนว่าเปึนเรื่องที่ต่างคนต่างแก่งแย่งซึ่งกันและกัน และเรื่อ งสุดท้ายคือเรื่องของไรท์ วิชัน (Right vision) คือวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง มีการตั้งเปัาหมาย มีการคิดเปึน มีคุณธรรม มีจริยธรรม ทุกอย่างพร้อมหมดอยู่ในเรื่อง สุดท้าย สัดส่วนต่าง ๆ เขาไม่ได้แบ่ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่ากันหมด แต่มันแล้วแต่

การเวท (Weight) น้ําหนักในแต่ละส่วน ความรู้นั้นอาจจะให้ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอื่นอาจจะเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ อันนี้คือที่มาที่ไปของการศึกษา ในโลกนี้ ผมไม่ใช่นักการศึกษา แต่ไปจําเขามา คือไปอ่านเขามา เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า การที่เราพยายามที่จะปฏิรูปในส่วนของการจัดการศึกษาเปึนสิ่งที่ดี แต่ขณะนี้อย่างที่บอกว่า มันไปตามเปัานั้นหรือเปล่า มันเปึนไปอย่างนั้นหรือไม่ จริง ๆ แล้วในส่วนของประถมศึกษาป้ที่ ๑ ถึงประถมศึกษาป้ที่ ๓ ซึ่งเราต้องการให้เด็กเรียนรู้แค่อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเปึน สื่อสารกันได้ แต่เราใส่เข้าไป ๘ กลุ่มสาระ แบกจนหลังแอ่นไปเลย มันเปึนเพราะอะไร มันเรียนมากเกินไป หรือเปล่า ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ จัดอีกแบบหนึ่งได้ไหม ให้เขาเรียนขึ้นไป ใส่วิชาความรู้ เข้าไปหน่อย ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ก็อัดหนักเข้าไปอีกหน่อย ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ จะเข้า มหาวิทยาลัยเขามีเปัาหมายแล้วก็เอาเข้าไปเลยครับ อันนี้คือในเรื่องของ คอนเทนต์ (Content) หรือเนื้อหาสาระของการศึกษา ขณะเดียวกันเปัาหมายใหญ่ของ ประเทศชาติ ท่านจะต้องกําหนด แล้วก็การศึกษานั้นต้องล้อตาม ต้องล้อตามตรงส่วนที่ว่า ขณะนี้โลกทั้งใบกําลังเดินไปในเรื่องของไ บโอเบส (Bio-based) ไม่ใช่ฟอสซิลเบส (Fossil-based) เราเตรียมคนสําหรับเรื่องนี้หรือยัง เราเตรียมนักวิทยาศาสตร์ไว้สําหรับ เรื่องนี้หรือยัง เรายังสอนที่จบทางด้านบริหารจัดการธุรกิจมา จบ ๑ ป้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านคน ขณะที่จบทางวิทยาศาสตร์ไม่กี่หมื่นคนเท่านั้นเอง หรืออาจจะระดับ ๑๐๐,๐๐๐ คนต้น ๆ ตรงนี้มันเตรียมความพร้อมหรือไม่ ผมคิดว่า มันปรับเปลี่ยนในส่วนนี้นอกเหนือจากการที่เราจะตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาแทนสภาการศึกษา ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดีในการที่องค์กรนี้จะได้เปึนอิสระในการที่จะเดินไปข้างหน้า แต่ผมดูแล้ว จากตัวเลขที่เปึนสัดส่วนของคณะกรรมการในเรื่องของนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์ แห่งชาติ ในเรื่องกรรมการ ๖ คน เน้นหนักทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแค่คนเดียว นอกนั้นเปึนเรื่องของระบบการศึกษาบ้าง เศรษฐศาสตร์ การคลัง การส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดชีวิต และการศึกษาที่หลากหลาย จริง ๆ แล้วการศึกษาของเราต้องสอนคนให้มี การเรียนรู้ตลอดชีวิต เปัาหมายคือไม่ใช่คนแค่ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน นักเรียนที่อยู่ในระบบ แต่มันหมายถึงคนทั้งประเทศที่จะต้องสร้างการเรียนรู้ตรงนี้ท่านจะทําอย่างไรกับมัน ไม่ใช่ว่า สอนจบตามหลักสูตรแล้วก็จบกันไป จะไปล้มหายตายจากที่ไหนก็เรื่องของคุณ บางคน ในต่างประเทศจบดอกเตอร์แล้วยังมาเรียนเรื่องเครื่องเชื่อม เครื่องอ๊อกอยู่เลยครับ ----๓๒/๑

เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมก็ฝากไว้ด้วยว่าผมคงไม่ขัดในเรื่องของกรรมการนโยบายการศึกษา ซึ่งจะตั้งขึ้นมาแทนสภาการศึกษา แต่กําหนดหน้าที่ของเราให้ชัดเจนให้มันดีนะครับ ทะลุทะลวงไปเลย ไหน ๆ ก็จะทําแล้วทําให้มันดีไปเลย ขณะนี้จะเห็นว่ากรรม การ สถานศึกษา อ.ก.ค.ศ. ในต่างจังหวัดเปึนปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาในประเทศไทยเลย เรียกว่าเปึนมาเฟ้ย (Mafia) ในต่างจังหวัด จะเลื่อนยศ ปลด ย้ายอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ เขาคุมหมดแล้ว แม้กระทั่งตัวแทนภาคเอกชนที่เข้าไปอยู่ในนั้น ๑ คน พวกผมยังไม่รู้จักเลยครับว่า เปึนตัวแทนจากที่ไหน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าล้างระบบได้แล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ นะครับ ผมเห็นว่าหลายสิ่งตอบโจทย์ แต่ไหน ๆ ก็ตอบโจทย์แล้วตอบโจทย์ให้มันสุด ๆ ไปเลย บริหารให้มันดี จัดการให้มันดี ไม่ใช่ไปสร้างมาเฟ้ยขึ้นมาแล้วระบบการศึกษาพอเข้าไปถึง ผอ. ย้ายมาคิดแต่เรื่องเสื้อกีฬาสีเท่าไร เปอร์เซ็นต์น้ําเท่าไร มันทําไมจะต้องไปดูเรื่องนี้ เรื่องการศึกษามันควรจะเน้นหนักตรงนี้ ก็ขอฝากกรรมาธิการทุกท่านว่าช่วยเอาให้มันลึก ๆ ลงไปเลย จัดการให้มันดีแล้วประเทศชาติจะเจริญ พวกผมก็จะได้ใช้คนที่ มีคุณภาพ จริง ๆ ครับ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่านนะครับ คุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ คุณโกวิท ศรีไพโรจน์ คุณคณิศร ขุริรัง ดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ และรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ เชิญคุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๒ จากจังหวัดมหาสารคาม ความจริงเรื่องการศึกษาถือว่าเปึนหัวใจในการพัฒนา ในทุก ๆ ด้าน แล้วก็เปึนเรื่องที่สําคัญที่ประเทศไทยเรามีขีดความสามารถในการแข่งขัน กับนานาอารยประเทศก็ต้องอาศัยเรื่องการศึกษานะครับ ทีนี้การลงทุนด้านการศึกษา ของประเทศไทยที่คณะกรรมาธิการได้รายงานตั้งแต่ครั้งแรกนะครับบอกว่าเปึนอันดับ ๒ ของโลกถ้าเทียบกับรายได้ประชาชาติ ซึ่งถือว่าเรามีการลงทุนด้านการศึกษาเยอะ แต่ผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษามันไม่ไปด้วยกับการลงทุนนะครับ และทางกรรมาธิการก็บอกว่า เกิดจากการมีปัญหาด้านการจัดการ ซึ่งเรื่องนี้พวกผมก็เห็นด้วยนะครับว่าการจัดการ ด้านการศึกษาเรามีปัญหาเรื่องของการที่ส่วนกลางใหญ่เกินไป ค่าใช้จ่าย งบประมาณต่าง ๆ

ก็มาอยู่ส่วนกลางอยู่กระทรวง ทบวง กรม ไปถึงโรงเรียนน้อยมาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้ ที่เราจะมาพูดถึงในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาที่เราบอกว่าเราต้องการให้เงินไปถึงโรงเรียน เงินไปถึงนักเรียน ให้ดีมานด์ ไซด์ (Demand side) อุปสงค์มากกว่าซัพพลาย ไซด์ (Supply side) ก็คือจากส่วนกลางเปึนคนกําหนดนะครับ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ในเรื่องของการปฏิบัติ ผมว่ายากเหมือนกัน ผมต้องให้กําลังใจคณะกรรมาธิการนะครับ เราทําอย่างไรที่จะลด กระทรวงลง ลดงบประมาณในส่วนกลางลง คิดง่ายแต่ทํายากเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ มีโครงสร้างขนาดใหญ่ มีความซับซ้อนแล้วงบประมาณต่าง ๆ ก็เรียกว่ามีไขมันเยอะ ทําอย่างไรเราจะลดตรงนี้ลงไปส่วนข้างล่างได้ นี่คือคําตอบที่พวกเราต้องช่วยกันหานะครับ ซึ่งเรื่องของการจัดการของการศึกษาเราอยากให้มีโรงเรียนดี ๆ อยากให้มีมหาวิทยาลัย ที่มีคุณภาพไปที่ต่างจังหวัด ไปที่ทั่วประเทศ งบการศึกษาที่เราบอกว่าอยากให้ไปถึงโรงเรียน ถึงจังหวัด ถึงที่ให้มากที่สุดดีมานด์ ไซด์ได้มากขึ้น ทําอย่างไรเราจะให้เปอร์เซ็นต์ของ ดีมานด์ ไซด์มันเพิ่มขึ้นไปที่จังหวัดนะครับ เช่นว่าไปจังหวัดมหาสารคามจํานวนประชากร ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนไปเท่าไร แล้วให้ในจังหวัดเขาไปจัดการว่าประถมศึกษา อนุบาลจะได้ รายหัวเท่าไร ประถมศึกษาเท่าไร มัธยมศึกษาเท่าไร แล้วเอาประถมศึกษามารวมกัน เราจะจัดการอย่างไร โรงเรียนเยอะโรงเรียนน้อยให้พื้นที่เขาเปึนคนคิดนะครับ ถ้าจํานวน โรงเรียนเขาเยอะเกินไปทําให้งบในการจัดการมันเยอะ ทางจังหวัดก็ต้องจัดการเพื่อจะ บริหารจัดการให้ต้นทุนในการจัดการดีขึ้น ถ้าโรงเรียนใหญ่เกินไปจํานวนนักเรียนต่อห้องมาก ทางจังหวัดก็เปึนคนจัดการ

ซึ่งผมเห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดหรือสภาการศึกษาจังหวัดที่จะต้อง มีการร่วมไม้ร่วมมือกันแล้วก็มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งเมื่อกี้ท่านจิตร์ก็บอกว่าตอนนี้ มันมีหลายเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลในต่างจั งหวัดอยู่ในระดับจังหวัดอยู่ เราก็ต้องลดตัวนั้น เพื่อจะแก้ปัญหาในระดับจังหวัดซึ่งในส่วนของงบรายหัวนี่ส่วนของอุดมศึกษา ท่านอาจารย์เปรื่องก็อยู่ที่นี่ ท่านอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ท่านก็เห็นแล้วครับว่ามหาวิทยาลัย ราชภัฏทําไมน้อยกว่ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ทําไมเกิดความเหลื่อมล้ํากันขึ้นมา บอกว่าไม่ต้องเท่ากันหรอกครับ ขอให้ใกล้เคียงกันอย่าเอาเปรียบกันมาก ซึ่งมหาวิทยาลัย ราชภัฏนี่ต้องเห็นใจมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าใกล้ชิดประชาชน แล้วก็สามารถจะพัฒนา จังหวัดได้เยอะ แต่ว่าต้นทุนไม่ว่าเปึนเรื่องรับนักเรียนมา เรื่องของงบประมาณต่าง ๆ ก็น้อยกว่า แล้วจะทําให้คุณภาพการศึกษาไปแข่งขันกับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร ได้อย่างไร นี่คือความเหลื่อมล้ําในการจัดสรรงบประมาณด้านการเงินการคลัง ซึ่งผมหวังว่า คณะกรรมการจะไปดูเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ําในการจัดสรรงบประมาณ ในส่วนของอุดมศึกษาด้วยที่พวกเราในต่างจังหวัดก็อยากให้มีมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด ที่มีความเข้มแข็งแข็งแรง จะทําอย่างไรให้คนในต่างจังหวัดไม่ต้องเข้ามาเรียนที่กรุงเทพมหานคร เรียนที่ต่างจังหวัดแล้วก็มีคุณภาพการศึกษำทัดเทียมกับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ก็ต้อง ขอนําเรียนคณะกรรมาธิการแล้วก็ต้องให้กําลังใจที่จะเปลี่ยนการศึกษาของประเทศไทย ปฏิรูปการศึกษาประเทศไทยให้คนไทยเก่งขึ้นดีขึ้นแล้วก็สามารถจะแข่งขันกับ นานาอารยประเทศได้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณโกวิท ศรีไพโรจน์ ครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี หมายเลข ๑๙ ครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการได้กรุณาทําการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของบริบทการศึกษาของไทย ผมเองก็มีวาระปฏิรูปวันนี้ ๓ วาระ ๑. การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ๒. การปฏิรูประบบการคลัง ด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์) ๓. การปฏิรูประบบการเรียนรู้ ท่านประธานครับ เรื่องของ การจัดการศึกษานั้นจากการที่ผมเองได้ออกไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนในส่วนหนึ่ง

ได้เคยกราบเรียนท่านประธานในที่ประชุมนี้ครั้งหนึ่งแล้วเกี่ยวกับเรื่องของไม้เรียว ตรงนี้ผมก็ ได้กราบเรียนท่านประธานว่าผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านในห้องนี้ที่โต ขึ้นมาได้วันนี้ผมเชื่อว่า ได้ดีกับไม้เรียวครู เราได้รับการร้องเรียนจากครูในพื้นฐานว่าทําอย่างไรเราจะฝ๊กเด็กของเราได้ ให้มีวินัย ครั้งนี้เนื่องจากบริบทของประเทศไทยไม่เหมือนกับต่างชาติซึ่งเขามีหิมะ ภูมิประเทศฝ๊กวินัยเขาในตัว ของไทยของเรารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ผมเองยังยืนยันว่า ที่เปึนตัวเปึนตนมาวันนี้ต้องขอขอบพระคุณไม้เรียวของท่านอาจารย์วิชา การพิศิษฎ์ คุณพ่อของท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ตีเจ็บจริง ๆ แต่จําจนกระทั่งได้ดี มาทุกวันนี้ ถ้าหากเปึนไปได้การปฏิรูปการศึกษาซึ่งเคยถูกปฏิรูปมาครั้งหนึ่งแล้วตอนที่ ถูกหักไม้เรียวครู แล้วจนกระทั่งการศึกษาไทยตกต่ํามาจนทุกวันนี้ ถ้าหากว่าเอามาได้ ก็จะเปึนการดีมาก ประการที่ ๒ ในเรื่องของการจัดการศึกษานั้นในรายงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ยังขาดเรื่องของการคุ้มครองโรงเรียนอาชีวศึกษา ตรงนี้ขอกราบเรียน ท่านประธานขอความเปึนธรรมกับโรงเรียนอาชีวศึกษาทั่วประเทศ วันนี้โรงเรียนอาชีวศึกษา ทั่วประเทศของเราเหตุที่จัดการศึกษาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากรัฐไม่สามารถจะจัดการศึกษา ให้กับเยาวชนได้ มีเอกชนกลุ่มหนึ่งได้ลงทุนทางการศึกษา แต่เมื่อลงทุนไปแล้ววันนี้เวลาที่ผ่านมา ประมาณสัก ๕ ป้ ๑๐ ป้ที่ผ่านมารัฐได้ทุ่มเทเรื่องงบประมาณการศึกษา แต่ไม่ได้ไปพัฒนา เรื่องของคุณภาพ ไปเพิ่มเรื่องของจํานวน ซึ่งตรงนี้คณะกรรมาธิการได้ศึกษามาก็ตรงกัน แต่ในขณะเดียวกันการที่ไปสร้างโรงเรียนเยอะแยะไปหมด

แม้กระทั่งตําบลจนกระทั่งไม่มีคุณภาพ ขาดคุณภาพไปเลย มันไม่ได้ส่งผลดีต่อเยาวชน ต่อนักเรียนเลย อาจจะลดการเหลื่อมล้ําได้บ้างในเด็กที่อยู่ในชนบท แต่ไม่ใช่หมายความว่า เอาเด็กไปนั่งครบ ๖ ป้ แจกประกาศนียบัตรแล้วขึ้นมาไม่มีคุณภาพ อย่างนี้ไม่ค่อยถูกต้อง ในอดีตเคยมีการทําหลักสูตร วช. ๑ วช. ๒ ในมัธยมศึกษาป้ที่ ๔ ป้ที่ ๕ ซึ่งผลก็คือเด็กในยุคนั้น ไม่สามารถจะไปเรียนต่อได้เลย ไปเรียนต่ออาชีวศึกษาก็ไม่ได้ เรียนต่อในอุดมศึกษาก็ไม่ได้ ผลเสียก็คือตกกับนักเรียนจนกระทั่งปัจจุบันนี้ วันนี้เราขาดเรื่องของการอาชีวศึกษา แต่ว่าทิศทางของคณะรัฐบาลที่ดําเนินการมาอาจจะไม่ตรงกัน เนื่องจากว่าของเราบอกให้เด็ก ไปเรียน ๆ แต่ว่าจะมีคุณภาพแค่ไหน อีกเรื่องหนึ่งครับ ตรงนี้ต้องขอขอบพระคุณ ไปยังคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ในลักษณะที่เพิ่งออกประกาศของ คสช. ใช้อํานาจตามมาตรา ๒๔ เรื่องของเด็กแว้น ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวเด็กโดยตรง เด็กก็คือเด็กครับท่านประธาน แต่คนที่เสริมกําลังให้เด็กคือผู้ปกครอง มันต้องลงโทษ ผู้ปกครอง ผมเคยได้กล่าวในสภาแห่งนี้แล้วว่ากา รศึกษาภาคบังคับเรามีกฎหมายอยู่ เราเอาโทษผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลย มีปัญญาคลอดลูกแต่ว่าไม่สามารถไม่มีปัญญา เลี้ยงดูเด็ก ในขณะเดียวกันรัฐเราก็ให้เงินสนับสนุนมาตลอด แต่พูดตรง ๆ ก็ยังไม่ได้ดูแลเด็ก อย่างเพียงพอ ในลักษณะที่ว่าเมื่อเด็กอยำกจะออกมาก็ไม่สนใจ ในขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ได้มีการบังคับตามกฎหมายตรงนี้ได้เลย ไม่สามารถจะบังคับ ผู้ปกครองตรงนี้ได้ จริง ๆ เรื่องของนโยบายตรงนี้สอดคล้องกับทางคณะรัฐมนตรีซึ่งเดินมา ถูกทางแล้วในวันนี้ นี่ก็เปึนเรื่องของนโยบายจัดการศึกษา เรื่องของการเงินการคลังครับ ตรงนี้ผมเองถ้าเปึนไปได้ในรายงานตรงนี้อยากจะให้เปึนควิกวินเลย เกี่ยวกับเรื่องของ คูปองการศึกษา คูปองการศึกษานี่ชัดเจนครับ เพราะว่าจะได้ส่งผลให้เด็กที่เขาอยากจะเรียน ในโรงเรียนที่เขาต้องการ ผมเชื่อว่าผู้ปกครองที่มีความรับผิดชอบเรื่อง ของการเดินทาง เขาไม่มีปัญหา ครับเขาส่งเด็กได้ แต่ขอให้ลูกเขาได้เรียนในโรงเรียนที่ดี อย่าให้ลูกเขา ไปนั่งเฉย ๆ แล้วก็จบออกมาแบบสมองไม่มีอ ะไรเลย ในเรื่องสุดท้ายครับ เรื่องของ การจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการด้วยความเคารพ จริง ๆ ผมเองผมเห็นด้วยกับท่านอรพินท์ครับตรงนี้ ถ้าหากว่าเราสร้างองค์กรขึ้นมาควบคุม องค์กรเดิมที่มีอยู่แล้ว แล้วก็สร้างซ้อน ซ้อน ซ้อน โอเค (OK) ครับอาจจะตั้งคณะกรรมาธิการ ตรงนี้ขึ้นมาในลักษณะแทนสภาการศึกษา คราวนี้ถ้าหากว่าเราพัฒนาตรงนี้มันก็น่าจะเปึนไปได้

แต่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องที่ว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ควรจะเปึนเจ้าของโรงเรียนเลย ผมว่า น่าจะถูกต้องนะครับ ก็คงจะกราบเรียนท่านประธานไปยังกรรมาธิการแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศร ขุริรัง ครับ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ จากอดีตจนถึงปัจจุบันปัญหาเรื่อง การศึกษาของประเทศไทยโดยเฉพาะการพัฒนาเด็กถือว่ามีปัญหาอยู่อย่างยาวนาน ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้ำนการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ที่เจตจํานง ที่จะช่วยกันปฏิรูปด้านการศึกษา ผมจะขออภิปรายแสดงข้อคิดความเห็นที่เกี่ยวกับ การศึกษาปฐมวัยเปึนหลักดังต่อไปนี้ครับ ในวาระแรกการปฏิรูประบบการศึกษา การปฏิรูประบบการศึกษานั้นหากหมายถึงการปฏิรูปเรื่องโครงสร้างแล้ว ผมว่าโครงสร้าง ในปัจจุบันนี้ดีอยู่แล้วครับ มีความเหมาะสม ไม่ควรเพิ่มหน่วยงานทาง ด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเปึนระดับจังหวัด ระดับอําเภอ เพราะจะทําให้องค์กรนั้นใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อน มากขึ้น ไม่มีผลต่อคุณภาพต่อผู้เรียนแต่อย่างไร แต่ควรจะยกสถานศึกษาให้เปึนนิติบุคคล มีอิสระในการบริหาร ให้โรงเรียน ครู คิดเองโดยเอาผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเปึนตัวชี้วัด

เรื่องต่อไปครับ วาระการปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา การปฏิรูประบบการคลัง ด้านการศึกษานั้น กฎหมายภาษีเพื่อการศึกษานั้นเราต้องคิดครับ ปัจจุบันนี้ภาษีแวต (VAT) แบ่งให้ท้องถิ่น แบ่งให้หน่วยราชการต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ควรจะแบ่งให้กับ กระทรวงศึกษาด้วย โดยมาจัดการศึกษาโดยเฉพาะอย่างนี้เปึนต้น ปรับปรุงระบบเงินอุดหนุน รายหัวของนักเรียนให้เกิดตามสภาพความเปึนจริง งบประมาณด้านการศึกษาจะต้องจัดให้ โรงเรียนโดยตรง ปัจจุบันนี้นะครับผ่านกระทรวง ผ่านกรม ผ่านเขตพื้นที่การศึกษา กว่าจะถึง โรงเรียน การสนองตอบต่อความต้องการต่อโรงเรียน ต่อนักเรียนนั้นช้ามาก ตรงนี้จะต้อง ปรับปรุงและปฏิรูปครับ ต่อไปเปึนการปฏิรูประบบการเรียนรู้ จะต้องปรับปรุงหลักสูตร การศึกษาทุกระดับให้เหมาะสมให้เด็กคิดเปึน สอนให้คิดไม่ใช่สอนให้ท่องจํา ท่องจําเก่ง ได้ผลคะแนนดีก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะดี ๆ ได้ อย่างนี้ไม่ใช่ครับ ต้องให้คิดเปึน คิดอย่างไรจะเกิดประโยชน์กับสังคม มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีระเบียบวินัย ตรงนี้สําคัญครับถ้าเราไม่สร้างนะครับประเทศเราจะขับเคลื่อนจะเดินต่อไปไม่ได้และจะ ล้าหลังกับอารยประเทศครับ การพัฒนาครูก็สําคัญ ครูจะต้องตระหนัก สร้างครูให้ตระหนัก ในการมีจิตวิญญาณความเปึนครู มีจรรยาบรรณในความเปึนครู สอนในโรงเรียนมากกว่า สอนนอกห้องเรีย น นอกห้องเรียนใ นที่นี้หมายถึงการเป่ดสถานที่ติว การเป่ดสถานที่ สอนพิเศษอย่างนี้เปึนต้น จะต้องสร้างมาตรฐานการวัดผล จําแนกผู้เรียนให้เหมาะสม กับความรู้ความสามารถในการศึกษาต่อโดยยึดถือที่เด็กเปึนสําคัญ ปัจจุบันนี้ครับ เด็กตามชนบทตามหมู่บ้านห่างไกลถามว่าเข้ามาสอบเข้ามาวัดผลสู้กับโรงเรียนในส่วนกลาง ในส่วนจังหวัดได้หรือไม่ ผมว่าน้อยครับ ในสมัยผมยังมีเด็กช้างเผือกที่จะพอเข้ามาต่อสู้ เข้ามาศึกษาต่อเพื่อจะได้พัฒนาบ้านพัฒนาเมืองต่อไป ปัจจุบันนี้ไปเช็ก (Check) ดูเลยครับ ในหมู่บ้านหนึ่งในตําบลหนึ่งมีสักกี่คนที่จะก้าวถึงตรงนั้น เพราะว่าฐานะครอบครัวเขายากจน เขาไม่มีเงินเรียนพิเศษครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... นั้น ผมมีข้อสังเกตว่าจะเกิดความซ้ําซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว หรือไม่ สุดท้ายปัญหาที่จะต้องเกิด ครู โรงเรียน จะฟังคําสั่งจากใคร จะต้องรับนโยบาย จากใคร ประเด็นนี้ก็ถือว่าสําคัญเปึนอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายครับ เด็ก เยาวชน คนไทยจะต้องมี ความรู้คู่คุณธรรมและจริยธรรม ที่สําคัญที่สุดเด็ก เยาวชนไทยจะต้องมีระเบียบวินัย

มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ประเทศชาติถึงจะขับเคลื่อนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนต่อไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญดอกเตอร์ธรณ์ครับ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ 🔗

เรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน รวมทั้งท่านคณะกรรมการการศึกษาด้วยนะครับ ผม ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ นะครับ คือในเรื่องของการศึกษาเปึนโจทย์ที่เราพยายามพูดคุย พยายาม จะหาคําตอบกันมานานนะครับ ผมเองก็เกี่ยวข้องตั้งแต่ทั้งระดับทุกระดับนะครับ ทั้งลูก ทั้งอะไรต่ออะไร แล้วตัวเองก็อยู่ในวงการการศึกษามาตลอดนะครับ จุดที่สําคัญนะครับ คือผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่พูดไปก่อนหน้านี้ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ควรจะต้อง มีองค์กรต่าง ๆ แต่ที่ผมเปึนห่วงอย่างยิ่งก็คือคณะกรรมาธิการห รือองค์กรต่าง ๆ ที่เรา ตั้งขึ้นมานี้มันสามารถที่จะทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและพลิกผันในสิ่งที่กําลังเปึนปัญหา กับประเทศไทยอยู่หรือเปล่า จุดที่สําคัญนะครับก็คือสําหรับการศึกษาของผมทั้งหมด ไม่ว่าอะไรก็ตามผมตั้งคําถามง่าย ๆ ก็คือว่ามันมีโจทย์แล้วก็การตอบโจทย์ มันมีอยู่แค่นั้นนะครับ สําหรับผม กระบวนการที่เราพยายามจะทําให้การศึกษาก็คือการทําให้การดูโจทย์ของ มนุษย์คนหนึ่งสามารถตอบโจทย์ได้อย่างถูกต้อง

อย่างมีเหตุผล อย่างมีความคิด มีการค้นคว้า เพื่อให้การตอบโจทย์นั้นสามารถยอมรับได้ ปัจจุบันของเราที่ผ่านมาทั้งหมดจนแม้กระทั่งทุกวันนี้สิ่งที่เจอมาทั้งหมดก็คือโจทย์ ท่องจํา พอท่องจําเสร็จมันก็จะไปติดฝังกลายเปึนว่ามันมีทั้งเรื่องของการมโนคติก็คือ คิดไป อ่านมา แค่นี้แล้วคิด คิด คิดไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการลอกก็มีอยู่ ๒ อย่าง มันไม่ใช่ เฉพาะแค่ไปตอบโจทย์ในห้องเรียน แต่จะไปตอบโจทย์ในโซเชียล มีเดีย (Social media) หรืออะไรต่าง ๆ กระบวนการการเรียนรู้ของคนโดนฝังไว้อย่างนั้น เพราะฉะนั้นเราจะเห็น ได้เยอะแยะมากมาย แล้วก็จะมีคําว่ามโนไปหรือเปล่า มีคําว่าลอกเขามานี่ มีคําว่าเชื่อง่ายจัง คิดเองหรือเปล่า เยอะแยะมากมายในสังคมปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการศึกษาในความคิดของผม มันไม่ใช่แค่ตอบเฉพาะว่าประเทศจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อที่ตอบสนองแรงงาน อันนั้น ใช่หมดครับ เพียงแต่ว่าสิ่งที่สําคัญก็คือเราทําให้คนไทยคิดวนกันอยู่แค่นี้ ท่องจําแล้วก็เชื่อ ใช้วิธีการเชื่อคน เชื่อคนโน้นเชื่อคนนี้มากกว่าเชื่อตัวเอง ตรงนั้นละเขาไม่เชื่อตัวเองเพราะเขา ไม่ได้ฝ๊กให้มีกระบวนการเรียนรู้ของตัวเองที่มากเพียงพอ เพราะฉะนั้นตอนตอบโจทย์เสร็จ มันก็เลยเกิดปัญหาต่าง ๆ เต็มไปหมดในสังคม ถ้าเกิดเราต้องการจะปฏิรูปเราต้องแก้ตรงนี้ ก็คือจากโจทย์มาเปึนท่องจํา มาเปึนในเรื่องของการค้นคว้าเพิ่มเติม มาถึงเรื่องการวิเคราะห์ แล้วก็ตอบโจทย์ ปัญหาของเราก็คือการค้นคว้าเพิ่มเติมกับการวิเคราะห์ ประเด็นในนี้ ที่ผมให้ความสําคัญมากที่สุดในทั้งหมดนี้ก็คือในเรื่องของการศึกษาตลอดชีวิต ผมพูดเรื่องนี้ มาตลอด เพราะผมคิดว่าคนไทยไม่ว่าจะเปึนเด็ก ผู้ใหญ่หรืออะไรก็ตามเราได้โจทย์มา อาจารย์บอกให้ไปค้นคว้า แล้วค้นคว้าจากอะไร เด็กทุกคนก็เป่ดกูเกิล (Google) เหมือนกันหมด ดูหน้าเดียวกันเหมือนกันหมด แล้วก็ค้นแค่เดิม ๆ เหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นที่ทางเราก็ทราบดีว่าต้องการให้มหาวิทยาลัยหรือองค์กรสถาบันการศึกษาวิจัย หาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมา แล้วองค์ความรู้ใหม่ ๆ มันจะกลับเข้ามาหาการเรียนรู้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นหัวใจของมันก็คือในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชี วิตว่าเราไม่ใช่เอางานวิจัย มาเยอะแยะมากมาย ตอนนี้หิ้งมันท่วมถึงหลังคาไปแล้วงานวิจัยเรามีเยอะแยะมากมาย คําถามก็คืองานวิจัยที่มีเยอะแยะมากมายกลับไปอยู่ในเรื่องของการเรียนรู้และการศึกษา ได้แค่ไหน ทั้งในรูปแบบของหนังสือเรียน ทั้งในรูปแบบขององค์กรต่าง ๆ ที่ทําให้เกิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต เราพึ่งอะไร ตอนนี้เราพึ่งกูเกิลอย่างเดียว เพราะฉะนั้นตรงนั้นผมฝาก ความหวังไว้อย่างมากว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งในนี้เขียนไว้ว่า กศน. ผมเรียนตามตรงว่า

ผมทํางานกับ กศน. มา ๒๐ ป้กว่า หว้ากอนี่ผมก็ไปไม่รู้กี่ครั้ง ผมก็คิดว่าการเรียน กศน. กรอบของ กศน. เขาจํากัดเฉพาะว่านักเรียนข้างนอกการศึกษา แต่ไม่ได้พูดถึงการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างจริงจัง พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ด้านศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย มหาศาล เราไม่ได้นําสิ่งเหล่านั้นมาทําให้อยู่ในส่วนหนึ่งข องการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตรงนั้น จะเปึนการตอบโจทย์ที่สําคัญว่าเราจะพัฒนาอย่างไร กศน. ควรจะขยายอํานาจมากกว่านี้ แล้วลิงก์ (Link) ไปหาพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ แล้วก็อย่าสร้างในสิ่งที่คนไม่ไป แต่ให้ไปทําในสิ่งที่คน ไปอยู่แล้วให้มันดีขึ้น แล้วก็องค์กรตรงนี้คือโจทย์สําคัญที่สุดของเรา สุดท้ายที่ผมอยากฝากไว้ มาจากลูกผมซึ่งก็เครียดมาตลอด เราต้องการใส่จริยธรรมเข้าไปในการศึกษา คุณธรรม เข้าไปในการศึกษา แต่เราทําอะไร เราให้เด็กท่องศีล ท่องกลอน ท่องภาษาบาลี แล้วนั่นมันต่างอะไรกับการท่องจําวิทยาศาสตร์สูตรเคมี แคลคูลัส (Calculus) ที่เราเกลียด มาตั้งแต่ต้น จริยธรรม พุทธศาสนา หรือศาสนาใดก็ตามกลับเข้าไปหาเด็กก็ยังเปึน การท่องจําอยู่ดี มันต้องตรงนั้นนะครับ สอดแทรกจริยธรรมโดยที่ไม่ใช่ให้เด็กเกลียด เพราะเด็ก ป. ๓ ป. ๕ ที่ไหนก็เกลียดการท่องจํา แล้วยิ่งให้ท่องจําเรื่องคุณธรรม เขาจะอยาก จํานักหรือ เพราะฉะนั้นตรงนั้นคือจุดที่สําคัญอีกส่วนหนึ่งที่หลายฝ์ายต้องมาช่วยกัน ฝากกรรมการการศึกษาไว้อย่างเต็มใจและเต็มที่ตรงนี้นะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ หมายเลข ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูป การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เปึนอย่างยิ่งครับ

ผมทราบว่าท่านพยายามอย่างมากที่จะปฏิรูปการศึกษาของไทยเราให้ดีขึ้น ทั้งนี้เพราะว่า ที่ผ่านมานั้นเราผิดหวังกับการศึกษาของเรา และหลายท่านกล่าวว่าขณะนี้จาก ๑๐ เราอยู่อันดับ ๘ โดยภาพรวม จะจริงเท็จแค่ไหนผมไม่ทราบ ผมก็จําเขามาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราจะทําอย่างไรล่ะ ถ้ามันเปึนอย่างนี้จริงก็เปึนเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าไปทั้ง อาเซียนละครับ วิชาอะไรบ้างที่เขาทดสอบ แล้วเราจะแก้ไขอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมคิดว่าเราจะต้องเกาให้ถูกที่คันนี่นะครับ ที่เราคันตรงไหนบ้างขณะนี้ ลองหาดูครับ เวลาผมคันหลัง ผมก็เกาให้ถูกที่คัน ถ้าเกาไม่ถึงผมก็เอาหลังไปพิงกับกําแพงแล้วก็สีเอา เพื่อให้หายคัน ทีนี้ตรงไหนคันบ้างครับขณะนี้ ผมว่าอันที่ ๑ เรื่องของเขตพื้นที่กว้างครับ กว้างจนไม่รู้จะทําอย่างไรครับ ในแต่ละเขตมีรอง ผอ. อยู่ ๑๓-๑๔ คน แล้วเดินชนกัน วันแล้ววันเล่า ไม่รู้จะทําอะไรก็กินกาแฟกันเสร็จก็เดินชนกันต่อ และทําอย่างไรละครับ ผมว่าทางที่ดีที่สุดทําเขตให้เล็กลงแล้วเอาท่านรองนั่นแหละไปอยู่ในเขตนั้น แล้วให้ท่านได้ ทํางาน ไม่ต้องเดินชนกันอยู่ ถามว่าทําไมผมรู้ เพราะพ่อผมก็เปึนครูประชาบาล พี่ก็เปึนครู พ่อก็เปึนครู และผมก็เปึนครูอีกครับ อยู่มัธยมศึกษามา ๑๒ ป้ แล้วก็มาอยู่มหาวิทยาลัย ก็เลยรู้ว่าต้องทําให้แคบลงครับ ถ้าไม่แคบลงแล้วจะลําบาก นี่คือจุดคันที่เราจะต้องแก้ ถ้าแก้ไม่ได้ผมว่ายังคันต่อ ต้องเกาให้ถูกจุดนี้นะครับ ของมัธยมที่ยังเปึน ๒-๓ จังหวัดต่อเขต ก็ทําให้หายคันเสียให้ได้ครับ ผมว่าเขตจังหวัดนั่นแหละดีแล้ว ผมถามเพื่อนผมว่าเปึนอย่างไร ไปรวมกับจังหวัดโน้นโอ้ลําบาก กว่าจะประชุมกันได้ กว่าจะเข้าใจกันได้ อะไร ๆ ก็ติดต่อกัน ไม่ค่อยถึง จุดคันจุดที่ ๑ ครับ ผมอยากให้แก้ เสนอจริง ๆ เนื่องจากว่าผมเองเปึนคนที่ อยู่ในพื้นที่ตลอด ๒๐ ป้ก็เปึนครูแล้ว เพราะฉะนั้นเชื่อผมเถอะตรงนี้ ผมว่านี่คือคันจุดที่ ๑ จุดที่ ๒ จุดคันที่เราต้องเกาก็คือจุดของการพัฒนาบุคลากร มหาวิทยาลัยครูเกิดสักแห่ง เถอะครับ วิทยาลัยครูเคยผลิตครูมีคุณภาพ วิทยาลัยวิชาการศึกษามีคุณภาพอย่างยิ่ง ครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือที่บ่มเพาะของความเปึนครูที่สุดยอด แล้วถามว่า แล้วครูเราหายไปไหนทุกวันนี้ ยืนสอนไม่หันดูเด็กเลย บางคนเวลาสอนขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ เอาก้นตั้งบนโต๊ะแล้วแกว่งเท้า อย่างนี้หรือครู มันไม่ใช่ครับ ครูต้องมีหลักการสอน มีศิลปะ ในการสอน ไม่ใช่สอนเนื้อหาอย่างเดียว เมื่อกี้ก็มีท่านพูดถึง คุณธรรมจริยธรรมอยู่ ผมว่าเปึนเรื่องที่ต้องมีครับ เพราะฉะนั้นในการเปึนครูคือศิลปะที่จะต้องมี เปึนวิศวกร สร้างสังคมครับ อันนี้ก็ต้องเกิดให้ได้นะครับมหาวิทยาลัยครู ผมเสนอว่าอย่างนั้นนะครับ

ถ้าไม่เกิดมหาวิทยาลัยครู ก็เอาครุศา สตร์ ศึกษาศาสตร์ที่มีอยู่ทําให้เด่นชัดเลยครับ สร้างครูที่เปึนครู อย่าสร้างครูที่เปึนอย่างอื่น แล้วรับรองครับครูคือพระเอก นางเอก ของนักเรียน หลายท่านจําครูของท่านได้ ผมยังจําได้เลยครับ ครูโช่ง คํากล้อง ครูผม สอนตั้งแต่ ป. ๑ ป. ๒ ถามว่าทําไมผมถึงจําชื่อสกุลได้ เพราะครูคือครู จุดคันที่ ๓ ที่ต้องแก้ วิธีการสอบเข้าเอเนต โอเนต เนตอะไรต่อมิอะไรผมก็จําไม่ได้ขนาดว่าผมเปึนอาจารย์ มหาวิทยาลัย แล้วผมก็เบื่อที่จะไปจําเนต ๆ ทั้งหลายนั่นละครับ ผมว่าวิธีการสอบเข้า เอาง่าย ๆ อย่าให้เที่ยวซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรมันมากนักเลย และที่สําคัญคือปล่อยให้ มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเขารับของเขาให้เต็มที่ สร้างคุณภาพ แล้วเราค่อยไปตรวจสอบได้ไหม แล้วแข่งกันเองครับแต่ละมหาวิทยาลัย อย่างในประเทศอังกฤษเขาบอกว่าเขาแข่งกันเอง ที่ไหนคุณภาพดีที่นั่นจะได้งบประมาณมาก นี่คือรางวัลที่ได้ ก็ลองดูสิครับว่าจะได้ไหมอย่างนั้น คัน ๓ แล้วครับ การเข้าเรียน คันที่ ๔ เงินเดือนครู ดูกันหน่อยครับ เงินเดือนครูถ้าใจผมแล้ว วิศวกรสังคมควรจะให้เทียบเท่ากับฝ์ายยุติธรรมด้วยซ้ําไป ให้ครูเขาได้รับขวัญกําลังใจ ไม่ต้อง ไปกู้สหกรณ์ กู้แล้วกู้อีกครับ ฉฉ ฉุกเฉินกันไม่หยุดเลย ผมเองก็ ฉ เปึนประจําเหมือนกัน เมื่อก่อนนี้ครับ อันนี้ก็เรื่องหนึ่งก็คือหาเงินฉุกเฉินมาใช้เพื่อให้เพียงพอ จุดนี้ผมขอเสนอ แต่คนที่เปึนครูต้องมีคุณภาพ เปึนคนเก่ง คนดีที่สุดนี้ก็อยากจะให้สังคมไทยมีครูที่ดี เปึนวิศวกรสังคมนะครับ

สุดท้ายบทบาทหน้าที่ของสภาการศึกษานะครับ ผมเห็น พ.ร.บ. ที่จริงผมก็อยากจะให้ กําลังใจกรรมการนะครับ แต่พอมาดูแล้วสุดท้ายบอกให้โอนส่วนหนึ่งของสภาการศึกษา เข้าไปอยู่ในกรรมการชุดนี้ก็หมายถึงว่าสภาการศึกษาก็ยังอยู่ กรรมการชุดนี้ก็ยังอยู่ ผมว่า อย่างนี้ได้ไหมครับถ้าอย่างไรหลอมรวม ๒ อย่างนี้เข้าด้วยกัน อาจจะปรับชื่อเปึนอย่างอื่น สภาการศึกษาชื่อหนึ่ง กรรมการชื่อหนึ่งหลอมรวมเปึนที่เดียวกันได้ไหมครับ ทั้งนี้เพื่อว่า อันที่ ๑ ประหยัดค่าใช้จ่ายครับ เพราะผมดูค่าใช้จ่ายพอสมควรนะเท่าที่ดูต้องมีค่าตําแหน่ง ค่าประชุม ค่าเบี้ยเลี้ยงอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ยุบรวม ๒ หน่วยนี้เข้าด้วยกันได้ไหมแล้วปฏิรูป ปรับให้ดีที่สุด ที่สุดนี้ผมขอฝากว่าอย่างนี้นะครับ มีครูดีสังคมไทยจะเขียวขจีทั่วแผ่ นดิน สร้างครูให้ดีเถอะครับ แล้วในที่สุดประเทศไทยก็จะมีคนดีแล้วไม้เรียวนั้นเอาคืนมาเถอะ คือคุณธรรมแห่งความเปึนครูครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่านนะครับ คุณเบญจวรรณ สร่างนิทร คุณเตือนใจ สินธุวณิก คุณชาลี เจริญสุข พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ และคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี เชิญคุณเบญจวรรญก่อนครับ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร 🔗

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปช. ๑๒๔ ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ตามรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดิฉันมีข้อสังเกต ในประเด็นเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษา ตามที่ได้มีการเสนอจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ ซึ่งดูตามหน้าที่ ก็ชัดเจนในเรื่องหน้าที่ว่าเปึ นเรื่องเรกูเลเตอร์มีการกําหนดนโยบายยุทธศาสตร์และ แผนการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีการกําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์และแผนงาน ในการปรับโครงสร้างและอัตรากําลังของกระทรวงศึกษาธิการ นี่คือตัวอํานาจของคณะกรรมการ แต่ประเด็นมันอยู่ที่สํานัก งานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ในมาตรา ๒๑ ที่บอกว่าให้จัดตั้งหน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานในกํากับของรัฐที่ไม่เปึน ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และไม่เปึนรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น มีฐานะเปึนนิติบุคคลและอยู่ในกํากับ ของนายกรัฐมนตรี ทําหน้าที่เปึนเลขา นุการของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ

พัฒนามนุษย์แห่งชาติ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าการจัดประเภทของ หน่วยงานของรัฐหลัก ๆ มีภารกิจหลักอยู่ ๓ ด้าน ถ้าเปึนงานบริการสาธารณะทางปกครอง ให้จัดตั้งเปึนส่วนราชกา ร ถ้าเปึนบริการสาธารณะทางพาณิชย กรรมและอุตสาหกรรม ให้จัดตั้งเปึนรัฐวิสาหกิจ ถ้าเปึนบริการสาธารณะทางสังคมและวัฒนธรรมให้จัดตั้งเปึน องค์การมหาชน เพราะฉะนั้นดูในภารกิจของคณะกรรมการนี้เปึนเรื่องการกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ ซึ่งส่วนราชการที่ควรจัดตั้งหรือรับผิดชอบภารกิจนี้ต้องเปึนส่วนราชการค่ะ ดิฉันเรียนว่าในการที่ดําเนินการขณะนี้ก็ศึกษาเรื่องการปฏิรูปกฎหมายองค์การมหาชนอยู่ เราเขียนกรอบในการจัดตั้งองค์การมหาชนส่วนหนึ่งว่าภารกิจจะต้องไม่มีการวางแผนและ กําหนดนโยบายหรือกําหนดยุทธศาสตร์ เพราะภารกิจนี้เปึนภารกิจของส่วนราชการ นี่คือ ประเด็นของโครงสร้างที่มีการจัดตั้งสํานักงานเพื่อดูแลในส่วนนี้ โยงมาถึงส่วนนี้ที่จะให้มี สภาการศึกษาจังหวัด หรือคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด หรือสมัชชาการศึกษาจังหวัด ถ้าจะแยกเรกูเลเตอร์ออกจากอิมพลีเ มนเตเตอร์ (Implementater) หรือโอเปอเรเตอร์ ถามว่าจําเปึนไหมที่เรกูเลเตอร์ต้องลงไปประจําในพื้นที่คือในภาคสนามด้วย ขณะนี้ ในโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการเองในระดับพื้นที่

เพราะดิฉันก็พยายามดูเอกสารในนี้ ไม่ปรากฏว่าเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหลาย ซึ่งเปึน เขตประถมศึกษามี ๑๖๙ เขต เขตมัธยมศึกษาซึ่งมี ๔๒ เขต แล้วก็อาชีวศึกษาซึ่งขณะนี้ อาชีวศึกษาก็แบ่งเปึนภาค แล้วก็กรณีที่เปึนมหาวิทยาลัยก็จะมีสภามหาวิ ทยาลัย แล้วอุดมศึกษาก็จะมีสภามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ถ้าพูดถึงพื้นที่ในกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็มีมากมายก่ายกองมาก ในส่วนที่จะเกิดหน่วยงานซึ่งไม่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่ว่า จะไปมีในระดับพื้นที่นั้น ในระบบหรือกลไกในการทํางานจะบรรลุตามเปัาหมายหรือ วัตถุประสงค์ได้แค่ไหน เพียงไร ดิฉันก็ค่อนข้างมีข้อสังเกตตรงจุดนี้นะคะ การปฏิรูป ในเรื่องการจัดระบบการศึกษาที่บอกว่าให้ย้าย กศน. และ สช. ไปเปึนส่วนหนึ่งของงาน ด้านอาชีวศึกษานั้นก็คงจะต้องเปึนการฉีกนะคะ ฉีกร่างของ กศน. ส่วนหนึ่งที่เปึนการอบรม วิชาชีพไปอยู่ในอาชีวศึกษา ฉีก สช. ส่วนหนึ่งซึ่งเปึนการเรียนทางด้านอาชีพทั้งหลาย ไปอยู่อาชีวศึกษา แต่ทั้ง กศน. แล้วก็ สช. นั้น ส่วนหนึ่งเปึนเรื่องการเรียนในระบบสามัญ ก็คือระบบการศึกษาทั่วไป ตรงนี้ดิฉันฝากดูด้วยนะคะ ในเรื่องต่อมาเรื่องการจัดการ บุคลากรทางการศึกษานะคะ ดิฉันมองไม่เห็นในเรื่องการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องการจัดการ บริหารบุคลากรทางการศึกษา ขณะนี้ในทางปฏิบัตินั้นระหว่างข้าราชการครู ในกฎหมาย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก็มีข้อกําหนดไว้ชัดเจนว่าข้าราชการครู จะต้องทําหน้าที่อะไร บุคลากรทางการศึกษาต้องทําหน้าที่อะไร แต่ในทางปฏิบัติ ณ ขณะนี้ ก็ยังมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการอยู่นะคะ ทีนี้ประเด็นที่มีข้อเสนอว่าเมื่อบรรจุบุคลากร ในกลุ่มภูมิภาคแล้ว การโอนย้ายในระยะแรกต้องสมัครใจ แต่ต่อมาโอนย้ายภูมิภาคก็จะต้อง ไม่ให้มีการโอนย้ายตรงนี้ ดิฉันก็ฝากดูด้วยนะคะว่าสิ่งที่เขาจะโอน ย้ายนั้นถ้าบอกว่าไปลง ที่ครอบครัวอยู่กับท้องถิ่นดั้งเดิมนี่จะสามารถทําได้หรือเปล่า แล้วอีกข้อหนึ่งที่บอกว่า ให้ปรับเปลี่ยนผู้สอนจากข้าราชการส่วนกลางไปเปึนข้าราชการหรือพนักงานราชการ ประเด็นตรงนี้พนักงานราชการในการกําหนดนั้นจะเปึนว่าของที่ไหนก็ของที่นั้น ถ้ายังอาศัย ระเบียบข้าราชการพลเรือนอยู่นอกจากจะเปลี่ยนชื่อพนักงานราชการเปึนข้าราชการประเภทอื่น ซึ่งจะสามารถโอนย้ายได้ ดิฉันก็ฝากข้อสังเกตในส่วนนี้ไว้นะคะ ถ้าจะปฏิรูปให้บังเกิดผล แล้วสิ่งที่ปรากฏตามการศึกษาครั้งนี้จะเห็นว่าโครงสร้างในภูมิภาคก็ยังหลากหลาย อยู่เหมือนเดิมนะคะ ดิฉันอยากจะให้การปฏิรูปนําไปสู่การดําเนินการที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง ขอบพระคุณมากค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉันก็ขอเรียนชื่นชมท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษานะคะว่า สิ่งที่ท่านได้ระดมความคิดในการที่จะปฏิรูปเกี่ ยวกับเรื่องของการศึกษา ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่ ยิ่งใหญ่มาก ๆ ของประเทศไทยเรา แล้วก็จะทําให้ประเทศนั้นเกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง ท่านได้พยายามมองโดยรอบด้านนะคะ แล้วก็นําเสนอประเด็นต่าง ๆ มา ดิฉันอยาก ขออนุญาตที่จะกราบเรียนย้ําเสนอเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคณะกรร มการนโยบาย การศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ของท่านค่ะ เห็นด้วยในหมวด ๒ ที่ท่านเสนอ ให้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของสื่อและเทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้ค่ะ อยากจะขอเรียนว่าด้านของสื่อนั้นคงไม่ใช่เฉพาะเรื่องประเด็นที่จะ ครอส คัตติงกับสื่อ คือสื่อเปึนโรงเรียนของสังคม

เพราะอันนั้นจะเปึนประเด็นของการที่จะบอกว่าสื่อมวลชนนั้นควรจะได้ปรับเปลี่ยนบทบาท ของตัวเองมาทําหน้าที่ให้ความรู้ ให้ปัญญาแก่พี่น้องประชาชน เปึนโรงเรียนของสังคม แต่สิ่งที่ดิฉันอยากขอเสนอจากนี้จะเปึนเรื่องของการปฏิรูประบบการเรียนการสอนโดยผ่าน ด้านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ อยากจะขอกราบเรียนย้ําว่าขอให้ท่านนั้นได้นําสิ่งที่เปึน พระราชวิสัยทัศน์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่ม มีพระราชวิสัยทัศน์ ที่มองการณ์ไกลอย่างยิ่งในการที่จะลดความเหลื่อมล้ําทางด้านการศึกษา เราทราบกันดีว่า การศึกษาในประเทศไทยเรานั้นความเข้ มแข็งของวิชาการและการเรียนการสอนนั้น ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคแตกต่างกันมากเหลือเกินค่ะ ซึ่งเด็กในส่วนภูมิภาคนั้น เปึนเด็กที่มีช้างเผือกมากก็จริง แต่เราควรจะปรับปรุงเขามากยิ่งขึ้น ดังนั้นดิฉันอยากจะ ขอเสนอดังนี้ว่าขอให้คณะกรรมการที่ท่านได้คิดตั้งขึ้นนี้ได้นํา เอาระบบการศึกษาทางไกล ผ่านดาวเทียม ซึ่งเปึนพระราชดําริและมีการดําเนินการอยู่ในโรงเรียนไกลกังวลนั้น มาใช้เปึนระบบครอบคลุมทั่วประเทศค่ะ ต้องมีการทําให้เกิดความเท่าเทียมกัน ด้านการศึกษาของเด็กทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค กระทรวงศึกษาธิการ สํานักงบประมาณสมควรอย่างยิ่งที่จะตั้งงบประมาณในการที่จะลงทุนด้านการติดตั้งระบบ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมนี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศค่ะ อันนี้เราจะสามารถแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพและประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการศึกษาของเด็กไทยเรา ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างแท้จริงค่ะ ประการที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาต กราบเรียนเสนอก็คือเรื่องของการปฏิรูปและยกระดับคุณภาพของบุคลากรทางการศึกษา พูดง่าย ๆ ก็คือบรรดาครูอาจารย์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคุณครูทั้งหลาย ที่สอนอยู่ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนกระทั่งมาถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อน ๆ สมาชิกได้กล่าวถึงเรื่องนี้หลายท่านแล้ว ดิฉันอยากจะขอเน้นย้ําตรงนี้ค่ะว่า อยากขอให้เห็นใจบรรดาคุณครูทั้งหลาย ที่ทําการเรียนการสอนหรือว่าสอนเด็กนักเรียนอยู่ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศค่ะ ทําอย่างไรเราจึงจะสามารถทําให้ ระบบการเลื่อนวิทยฐานะของคุณครูทั่วประเทศนั้น ไม่ใช่วัดจากการที่คุณครูจะต้องมา คร่ําเคร่งทําเอกสารวิชาการเพื่อจะเลื่อนวิทยฐานะ แต่อยากขอให้ท่านกรุณาปฏิรูปปรับปรุง ด้วยการที่นําผลการสอนหรือผลสัมฤทธิ์ของการสอนของครูแต่ละท่านในแต่ละชั้นเรียนว่า เด็กนักเรียนมีการศึกษา มีความรู้มากขึ้นแค่ไหน เปึนตัววัดที่สําคัญ เปึนเครื่องชี้วัดที่สําคัญ

ของการเลื่อนวิทยฐานะของคุณครูค่ะ ถ้าเราทําได้อย่างนี้จริงดิฉันคิดว่าจะเปึนบุญกุศล และเปึนความสบายใจของคุณครู คุณครูก็จะได้ไม่เสียเวลาในการที่จะมาทําเอกสารวิชาการ เพื่อที่จะเลื่อนวิท ยฐานะของตนเอง แต่ว่ามามุ่งในด้านของการสร้างหรือหาวิชาความรู้ มาเสริม สอนให้เด็กในชั้นเรียนของตัวเองนั้นมีความรู้ มีปัญญาอย่างแท้จริง ดิฉันอยากขออนุญาตกราบฝากไว้ใน ๒ ประเด็นนี้นะคะ ประเด็นสุดท้ายค่ะ อยากขอเรียนสั้น ๆ ในเวลาที่เหลืออยู่นี้ว่าการวัดผลการเรียน การสอนของเราระดับที่จะเข้าเรียนอุดมศึกษา ทั้งระบบโอเนตและเอเนตนั้น เราได้ยินข่าวมากมายนะคะว่าผลของการเรียน สอบโอเน็ตและเอเน็ตของบรรดาเด็ก ๆ นั้นมีคะแนนต่ํามาก จนกระทั่งเปึนที่กังวล ของนักการศึกษาและผู้บริหารทุกคน ถึงเวลาหรือยังคะที่เราจะต้องมีการคิดพิจารณา หรือว่ารีคอนซิเดอร์ (Reconsider) ใหม่ว่าระบบโอเนตและเอเน ตนี้ใช้ได้ผลหรือไม่ หรือเราควรจะย้อนกลับไปใช้ระบบการเรียนสอบเอนทรานซ์ที่จะวัดให้เด็ก ๆ ได้เข้าเรียน ในระดับอุดมศึกษาต่อไปค่ะ ขออนุญาตกราบฝากไว้ ๓ ประเด็น ขอประทานโทษ ที่เกินเวลามาค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ

นายชาลี เจริญสุข 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทราครับ ในฐานะที่ เมื่อครั้งที่แล้วได้อภิปรายไปแล้วก็ยังไม่ลืมครับ

ต่อเนื่องเลยครับท่าน สปช. เตือนใจว่าในเรื่องของการประเมินสรุปก็คือการคืนคุณครู ให้นักเรียน ผมก็ยังไม่ลืมนะครับครั้งที่แล้วเพราะว่ามีการเรียกร้องกันมาเยอะ ประการต่อมา ย้ําอีกนิดนะครับก็คือคืนไม้เรียวให้กับครู เพราะว่าตอนนี้เด็ก ๆ เขาค่อนข้างที่จะสอนยาก ไม่มีมาตรการที่ต้องบอกว่าเข้มงวดจริง ๆ หรือเด็กบางคนถ้าไม่มีกฎระเบียบที่เคร่งครัด เขาก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง อันนี้ก็ฝากไว้ ต้องขอบคุณที่หลายความคิดนี้ตรงกัน สําหรับตัวผมเอง ในวันนี้ที่ขึ้นมาอภิปรายเพราะว่าอยากจะให้เปึนข้อเสนอติดไว้ในรายงานเพราะเขาเปึนห่วง ในการปฏิรูปการศึกษา ล่าสุดที่จัดรายการเสียงประชาชนก็มีการเสนอขึ้นมา มีคําถามเด็ด เลยครับ จะปฏิรูปการศึกษาอย่างไร มีข้อเสนอหนึ่งฝากท่านคณะกรรมาธิการว่าเขาบอกว่า อยากให้วงการกระทรวงศึกษาธิการอันดับแรกเลยขอให้ผู้ที่จะมาเปึนรัฐมนตรีอยู่ใน แวดวงการเรียนการสอนหรือในแวดวงวิชาการได้ไหม เพราะว่าที่ผ่านมามาจากนอกวงการ ก็เราจะเห็นได้จากอะไรครับ กระทรวงกลาโหมก็เน้นในเรื่องของความเชี่ยวชาญเฉพาะ ด้านการทหาร กระทรวงสาธารณสุขก็จะเน้นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญในด้านสุขภาพ แล้วทําไม กระทรวงศึกษาธิการใครมาเปึนก็ได้ นี่เขาถามมาในรายการเสียงประชาชน ซึ่งเราก็บอกว่า มันเปึนกลไกที่มาตามระบอบ แต่เนื่องจากผมว่าในรายงานอยากจะให้ติดไว้ว่ากระบวนการ คัดกรองหรือมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้ผมว่าคนที่จะมาเปึนนายกรัฐมนตรีต้อง พิจารณาเปึนพิเศษ อาจจะมีลักษณะของทุกกระทรวงควรจะพิจารณาความเหมาะสม ที่จะมาบริหาร ไม่ใช่ว่าใครมาก็เปลี่ยนนโยบาย ใครมาก็เปลี่ยนนโยบาย ถูกแล้วครับที่ คณะกรรมาธิการได้พูดถึงการปฏิรูปการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เกิด วันนี้เราพูดถึง ตั้งแต่เกิดจนถึงเรียนจบจนถึงมีงานทํา อีกเรื่องหนึ่งผมก็คงจะเน้นไปที่ทางภาคปฏิบัติ ก็คือทางจังหวัด จากอนุบาลขึ้นมาระดับจังหวัด ในจังหวัดนี่วันนี้เราเจอปัญหาหนึ่ งก็คือ โรงเรียนถูกยุบ ผมเห็นใจครับโรงเรียนที่ถูกยุบเปึนโรงเรียนที่มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงเขาก็เสียใจ เสียโอกาส เขาบอกว่าเขาจบมาจากสถาบันการศึกษานี้แล้วแต่ไม่มีโรงเรียนให้เขารําลึกนึกถึง อีกแล้วในช่วงอนุบาลก็ดี ประถมศึกษาก็ดี มัธยมศึกษาก็ดี อันนี้เราเห็นใจ บางที่ครับ ท่านประธานที่เคารพ บางที่โรงเรียนนั้นถูกรื้อไปแล้ว แล้วไปสร้างเปึนวัดไปแล้วไม่มีร่องรอย อันนี้ก็น่าเสียดาย สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะเสนอก็คือสภาการศึกษาผมมองว่าไม่ทราบว่า โครงสร้างไปสู่จังหวัดจะเปึนอย่างไร แต่ผมเห็นสภามหาวิทยาลัยเขาค่อนข้างที่จะเข้ม ข้น แล้วก็เป่ดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปนั่งในสภามหาวิทยาลัย ฉะนั้น

ในสภาการศึกษาผมมองว่าถ้าเกิดมีสภาการศึกษาจริงในจังหวัดนั้นจะต้องบริหาร ให้เกิดการบูรณาการให้ได้ ตอบโจทย์ตั้งแต่ผู้ปกครองนักเรียนจนมาถึ งผู้เรียน จนมาถึง ผู้บริหารสถานศึกษา ในรายการเสียงประชาชนผมก็ได้เกริ่นไว้ว่าเรื่องนี้เนื่องจากผู้ปกครอง มีความประสงค์จะเข้าโรงเรียนดังของจังหวัดฉะนั้นเราคงไปป่ดกั้นไม่ได้เพราะว่าพ่อแม่ ก็อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนที่ดีที่สุด เก่งที่สุดเพื่อใบประกาศนียบัตร ก็ให้โอกาสโรงเรียนดัง เลยครับอย่าไปป่ดกั้นจํานวนนักศึกษา แต่ห้องเรียนผมเห็นด้วยว่าควรจะจํากัดจํานวน นักเรียนในห้อง แต่ในเรื่องของความดังของสถานศึกษาเราอย่าไปป่ดกั้น เป่ดรับเข้าไปเลยครับ รับที่ส่วนกลางเสร็จแล้วให้สถาบันการศึกษาในส่วนกลางนี้กระจายลงสู่พื้นที่อีกค รั้ง อาจจะเปึนใบประกาศของสถาบันการศึกษาที่ดัง ๆ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ําว่าสถาบันดัง คนก็อยากมาเรียนเยอะ แล้วจบไปก็สมัครไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ง่าย แล้วก็เปึน เกียรติประวัติก็เปึนการร่วมมือกันเลย

เป่ดเปึนศูนย์ไปเลยทั้งจังหวัด ทุกอําเภอ ก็จะได้ไม่ต้องยุบโรงเรียนด้วย แล้วก็ไปให้ครบ ทั้งเงิน ทั้งบุคลากร ทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ครบ เหมือนกับมานั่งเรียนในจังหวัด แต่เรียนในพื้นที่ของตัวเอง โดยใบประกาศคือส่วนกลาง อันนี้สภานี่ผมเห็นด้วย แล้วขอให้ ลงลึกแล้วก็ตอบโจทย์ให้ได้ครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ครับ ยังทันครับ ใจเย็น ๆ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดมุกดาหาร ตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เข้ามาในครั้งนี้ กระผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ แต่ผมอยากจะเสนอแนะอยู่สัก ๓ ประการ ประการที่ ๑ ก็คือระบบการศึกษาของไทย ผมคิดว่าในอดีตที่ผ่านมาก่อนป้ ๒๕๔๐ ผมคิดว่าดีครับ ในอดีตที่ผ่านมาดี เพราะว่าเด็ก ๆ สมัยก่อนไม่ได้มีคอมพิวเตอร์ ไม่ได้มีโน้ตบุค (Notebook) ไม่ได้มีอะไรทั้งสิ้น มีแต่กระดานดํา ลบแล้วลบอีก เขายังจําได้เลยเรียนหนังสือนี่ ผมยังทันอยู่ครับช่วงนั้น ยังจําได้ แล้วก็ผู้หลักผู้ใหญ่ ที่นั่งอยู่ในสภานี่ผมคิดว่าล้วนแล้วแต่ผ่านกระดานชนวนแล้วก็มาเปึนกระดานดําทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทําในอดีตนี่สร้างผู้หลักผู้ใหญ่ในชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้า แล้วก็การพัฒนาการศึกษามาโดยตลอด แต่หลังจากป้ ๒๕๔๐ มาได้มีการปฏิรูปการศึกษา มีการยุบรวมการประถมศึกษากับมัธยมศึกษา นั่นแหละคือต้นเหตุที่ทําให้ประสิทธิภาพของ การศึกษาเด็กไทยนี่การศึกษาต่ําลง ไปแข่งที่ไหนก็จะแพ้กลับมา แต่ก็มีบางส่วนที่ยังเก่งอยู่ ทีนี้ผมขอเสนอแนะว่าการศึกษาในปัจจุบันนี้ประถมศึกษาและมัธยมศึกษานี่ควรแยกกัน อย่างเด็ดขาด ยกตัวอย่างที่จังหวัดมุกดาหาร มัธยมศึกษาไปขึ้นอยู่กับจังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหารมีโรงเรียนมัธยมศึกษา ๓๐ แห่งไปขึ้นกับจังหวัดนครพนม เพราะฉะนั้น เวลาการบริหารงานนี่มันลําบาก เดินทางไป ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เวลาประชุมอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้แยกกัน มัธยมศึกษาให้มี ทุกจังหวัด แล้วก็บางจังหวัด ประถมศึกษานี่มี ๓ เขต ๔ เขตก็มี แต่ไม่ขึ้นกับจังหวัด คือหมายความว่าผู้อํานวยการ การประถมศึกษาแต่ละเขตนี่ก็ไปขึ้นกับส่วนกลาง การบริหารงานแต่ละเขตก็ต่างกัน คุณภาพ และประสิทธิภาพทางการศึกษาไม่เปึนอันเดียวกัน ต่างคนต่างจัด อันนี้ก็อยาก จะให้

ยกเลิกการประถมศึกษาเขตให้เหลือแค่การประถมศึกษาจังหวัดพอ เล็ก ใหญ่ก็ช่าง เอาอย่างนี้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คืออนุบาล อนุบาลส่วนใหญ่จะอยู่ในสังกัดของ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือสังกัด อบต. เทศบาล อันนี้ก็เหมือนกัน ผมก็อยากจะให้ ส่วนเหล่านี้ทําอย่างไรถึงจะไปด้วยกันได้ หลักสูตรเดียวกัน ที่จริงกระทรวงศึกษาธิการ ควรจะเปึนผู้จัดทําหลักสูตร ส่วนหน่วยงานที่ดูแลหรือว่าบริหารจัดการการศึกษานี่ ผมคิดว่า อย่างท้องถิ่นเขาก็ทําได้ดี แล้วถ้าเปึนไปได้การศึกษาในส่วนต่างจังหวัดนี่ก็ค วรจะไปอยู่ ท้องถิ่นก็ดี ทําไมถึงอย่างนั้นล่ะครับ โรงเรียนต้องการถนนคอนกรีตในโรงเรียน อยากจะได้ให้ ท้องถิ่นเขามาทําคอนกรีตให้ แต่ปรากฏว่าเขามาไม่ได้เนื่องจากว่าเปึนส่วนราชการ จะต้อง จัดทําผ้าป์าไปทําถนนคอนกรีตในโรงเรียน ผมก็ช่วยมาหลายโรงเรียน

เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ถ้าจะโอนไปก็โอนไป แต่ว่าหลักสูตรการศึกษา ดูแลการศึกษา คุณภาพการศึกษาควรจะเปึนของกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงเดียวนะครับ ส่วนเรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะเสนอแนะให้กระทรวงศึกษาธิการไปทํา ในขณะนี้ทราบว่า กระทรวงศึกษาธิการมีหลายแท่ง ประถมศึกษาก็มีเลขาธิการ มัธยมศึกษาธิการก็มีเลขาธิการ กศน. ก็มีเลขาธิการ คุรุสภาก็มีเลขาธิการ การศึกษาเอกชนก็มีเลขาธิการ แล้วปรากฏว่า เปึนผู้หลักผู้ใหญ่หมดนะครับ ไม่ยอมฟังปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพราะว่าตําแหน่งเท่ากัน คือซี ๑๑ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรถึงจะไปในแนวทางเดียวกัน แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากจะให้กระทรวงศึกษาธิการกําหนดหลักสูตรภาษาอังกฤษให้ส อนตั้งแต่ระดับอนุบาล เอ (A) บี (B) ซี (C) ดี (D) ให้เด็กอนุบาลได้รู้ แล้วให้กระทรวงศึ กษาธิการจัดสอบครู ครูสอนภาษาอังกฤษให้มีทุกโรงเรียนอย่างน้อย ๑ คนให้มีทุกโรงเรียน ๒. ครูสอนภาษาจีน ก็อยากจะให้มีทุกโรงเรียน เพราะฉะนั้นด้านตะวันตกเราก็มีภาษาอังกฤษ ถ้าติดต่อกับ ทางตะวันออกก็มีภาษาจีนอย่างนี้ ให้คนไทยของเราอย่างน้อยให้รู้ ๓ ภาษา ๑. ภาษาไทย ๒. ภาษาอังกฤษ ๓. ภาษาจีน กราบขอบคุณครับ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ดิฉันเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและกา รพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วาระที่ ๑๖ เรื่องการปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ดิฉันขอเพิ่มเติมและขอเกี่ยวกับนโยบาย การศึกษาต้องมีเปัาหมายในการศึกษา เพื่อคนที่จบการศึกษามีงานทําแล้วก็ตรงกับที่ เขาเรียน และตอนนี้จบการศึกษามาด้านครูว่างงานมากมายในประเทศไทย ดังนั้นการที่ จบครูหรือจบการศึกษาอื่นที่ว่างงาน เราพอมีงานอะไรที่จะให้เขาไม่ว่างงานในการปฏิรูป ในครั้งนี้ โครงสร้างการจัดการศึกษาของชาติต้องเน้นการมีธรรมาภิบาล และต้องมีแนวคิด กระจายอํานาจ การจัดการศึกษาในท้องถิ่นและชุมชนรัฐเปึน ผู้กําหนดนโยบายกํากับ ดูแลมาตรฐาน และช่วยเหลือให้ได้รักษามาตรฐานการศึกษาไว้ได้อย่างยั่งยืน การสร้างความเข้าใจแก่บุคลากรทางการศึกษามีความจําเปึนในการทํางาน ประกันคุณภาพ และต้องให้บุคลากรทุกคนลงมือปฏิบัติตามกระบวนการประกันคุณภาพที่เหมาะสม

การปรับปรุงระบบประกันคุณภาพจะต้องปฏิบัติได้จริง ส่วนกลางและเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องช่วยกันขยายผล อย่าปล่อยให้เปึนภาระของสถานศึกษา การยกระดับคุณภาพ ผู้จบการศึกษาอย่างต่อเนื่องเปึนเรื่องสําคัญ ต้องทําให้สถานศึกษามีมาตรฐานใก ล้เคียง และลดการแข่งขันเข้าเรียนในสถานศึกษา บุคลากรการศึกษาจะต้องมีโอกาสกลับไปปฏิบัติ ในภูมิลําเนาของตนเอง บ้านเกิดของตนเอง ระบบการศึกษาจะต้องลดปัญหาทุจริต ประพฤติมิชอบ การบรรจุ โยกย้าย แต่งตั้งบุคลากร และการรับนักศึกษา สถานศึกษาจะต้อง มีส่วนร่วมโดยคณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องพัฒนาเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการ สถานศึกษา เพื่อรองรับความเปึนมาตรฐานคุณภาพทางการศึกษาและการเรียนรู้ คณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องเข้าใจระบบคุณภาพและนโยบาย ต้องจัดทําแผนเพื่อหนุนเสริม การเรียนการสอนของโรงเรียนด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องเข้าใจกลไกเชื่อมโยง สู่ท้องถิ่นและผลักดันให้เกิดหลักสูตรท้องถิ่น เช่นการศึกษาเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่นทําให้เข้าใจ บ้านเกิด ต้นทุนของชุมชนทําให้เขารักบ้านเกิดแล้วก็หวงแหนบ้านเกิด รักทรัพยากรธรรมชาติ ของชุมชน

ทําให้จิตใจสํานึกถึงเปึนพลเมืองเปึนคนไทย คณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องมีกลไกเชื่อมโยง สร้างความเข้าใจเรียนรู้แล้วก็ปัองกันเกี่ยวกับโรงเรียน ครูให้ใกล้ชิดประเด็นนี้สําคัญ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะคะ เพราะว่าปัจจุบันนี้เด็กจะต้อนรับอาเซียน เขียนหนังสือ ก็ไม่ออกภาษาไทยนะคะ อ่านหนังสือก็ไม่ได้ อ่านหนังสือก็ไม่ออก เขียนหนังสือก็ไม่ชัดไม่ได้ ความปลอดภัยของครูของผู้สอนก็ยิ่งหนัก คณะกรรมการสถานศึกษาจะมีการช่วยเหลือ ประเมินอย่างไรให้ง่าย ๆ ดังนั้นดิฉันขอแนะนะคะ อยากให้ครูธุรการก็ทํางานด้านธุรการ โดยเน้นเจ้าหน้าที่ให้รับเจ้าหน้าที่ธุรการไปทํางานเสีย ครูก็ไปสอน ไม่ใช่เอาครูไปทํางานธุรการ หรือไปช่วย ผอ. ไม่ใช่หน้าที่นะคะ จะต้องมีเจ้าหน้าที่จ้างโดยตรงให้ตรงจุด เกาตรงจุดนะคะ จะต้องย้ายครูกลับถิ่นเดิมเพื่อจะไปดูแลชุมชนของเขาให้เข้มแข็ง ดังนั้นจะต้องควบคุม โรงเรียนให้มีคุณภาพไม่ใช่โรงเรียนเอกชนบางโรงเรียนทําธุรกิจเพื่อสร้ำงความร่ํารวยของ ตนเองไม่ว่าจะได้ค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่าไฟฟัา ไม่เปึนธรรมจะต้องลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเปึนธรรมให้แก่ผู้ปกครอง เด็กแล้วก็บุคลากรนะคะ ดังนั้นการศึกษาการปฏิรูป เปึนประเด็นสําคัญเปึนหัวใจของคน ดังนั้นการปฏิรูปครั้งนี้นะคะ ดิฉันขออนุญาตนิดหนึ่งนะคะ พบปัญหาในขณะที่ดิฉันมาอยู่ที่นี่ พบเด็กเร่ร่อนไม่ได้รับการเรียนหนังสือ เด็กครอบครัว ยากจน ครอบครัวเด็กที่ติดยาเสพติด เด็กกําพร้า แล้วก็เด็กมีปัญหาต่าง ๆ ที่เจอ ในฐานะที่เรา จะต้อนรับอาเซียน เราจะเตรียมการศึกษาให้เขาอย่างไร มีโรงเรียน มีทุนให้เขาที่จะเรียน แล้วก็มีงานทําหรือยัง เพราะว่าต่อไปนี้ภาษาไทยก็อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ ภาษาอังกฤษยิ่งแล้วใหญ่ ภาษารูมี ภาษามาเลย์ ภาษาจีน ภาษาอาหรับ ยิ่งห่างไกล พม่า เขมร ลาว เต็มบ้านเต็มเมือง ดังนั้นขอฝากไว้นะคะ ขอให้เปลี่ยนสนามรบใน ๓ จังหวัดชายแดน เปึนสนามการเรียนรู้ภาษาอาเซียน ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ๓ ท่านสุดท้ายนะครับ คุณไพโรจน์ พรหมสาส์น คุณสมเดช นิลพันธุ์ และคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เชิญคุณไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผมเห็นว่าเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเปึน หัวใจสําคัญที่สุดประการหนึ่งของการปฏิรูปซึ่งสภาปฏิรูปเราจะต้องหาทางผลักดันที่จะเสนอ ข้อคิดเห็นเพื่อให้มีการปฏิรูปแห่งชาติให้ได้ นอกเหนือจากเรื่องการเมืองการปกครองรวมทั้ง

การปฏิรูปตํารวจอะไรก็สุดแล้วแต่ การศึกษาเปึนพื้นฐานที่สําคัญที่สุดของชีวิต มนุษย์เรา ถ้าไม่มีความรู้ความเข้าใจไม่ได้เรียนรู้โอกาสที่จะมีชีวิตที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี มีสภาพชีวิตที่ดี คุณภาพชีวิตดีคงจะยากนะครับ เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องที่จําเปึนและสําคัญอย่างยิ่งที่เรา จะต้องปฏิรูปการศึกษาในทุก ๆ ด้าน ๕ ด้าน ๖ ด้านที่ท่านกรรมาธิการเสนอ แต่สิ่งที่ผมคิดว่า สําคัญที่สุดก็คือ การปฏิรูปคุณภาพการศึกษากับการปฏิรูปการจัดการศึกษา ด้านคุณภาพนั้น เราก็คงจะเห็นแล้วว่าคุณภาพการศึกษาของเราค่อนข้างจะด้อยเมื่อเทียบกับ ประเทศข้างเคียงนะครับอย่างที่มีตัวเลข ผมไม่แน่ใจถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ที่บอกในอาเซียน มีไม่กี่ประเทศแต่เรายังอยู่อันดับที่ ๘ ขณะเดียวกับที่เราใช้งบประมาณในด้านการศึกษา ประมาณอันดับที่ ๒ ของโลกหรือมากที่สุดในบรรดากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มีอยู่ ที่จะต้องดูแลลูกหลานของเรา เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง ปฏิรูปการศึกษาการเรียนรู้การจัดการศึกษา โดยเฉพาะของท่านเรื่องการเรียนรู้อะไรต่าง ๆ มันจะต้องใส่เข้าไปตรงนี้ทุกอย่างเลย ตั้งแต่ปฐมวัย ตั้งแต่ก่อนปฐมวัย โรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา รวมทั้งการพัฒนาการเมืองการปกครองที่เราต้องการให้มีเปึนกระบวนการ หรือเปึนลักษณะเปึนโพลิติคอล โซเชียลไลเซชัน (Political socialization) อย่างเปึน กระบวนการและอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรที่จะต้องใส่เข้าไปทั้งในเรื่องการเรียนการสอน การบ้านการเมืองอะไรก็แล้วแต่

แต่ในเรื่องการจัดการศึกษานั้นผมคิดว่าลําพังกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงเดียว หรือจะ ประสานกับหน่วยงานอื่น ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนไม่สามารถที่จะไปดูแลโรงเรียนต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่ว่าขนาดใหญ่ขนาดเล็กทั่วทั้งประเทศ และเท่ากับจํานวนวัดที่มีอยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าวัดนะครับ การศึกษาเปึนฐานชีวิตที่สําคัญ เพราะฉะนั้นจะจัดการอย่างไร ถึงจะให้เหมาะสม กระผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องให้กระทรวงศึกษาธิการนั้นเปึนฝ์าย ที่จะกําหนดในเชิงยุทธศาสตร์ เชิงนโยบายอะไรต่าง ๆ แต่การบริหารการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับพื้นฐานนั้น อย่างเช่น การประถมศึกษา การอาชีวศึกษา ประถมศึกษาจําเปึนอย่างยิ่งเลยที่จะต้องกระจายอํานาจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งคน ทั้งเงิน ทั้งงาน ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนในช่วงหลายป้ที่ผ่านมากระผมเปึนกรรมการ กระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น ๓๐๐ กว่าโรงเรียนครับ เพราะเราไปตั้งมาตรฐานไว้สูง ที่ติดปัญหาติดขัดมากที่สุดก็คือเรื่องครู ไปถามความเห็นของครู ครูไม่อยากไปอยู่กับท้องถิ่น ผมคุยกับดอกเตอร์ชาติชาย ขอโทษที่เอ่ยนาม เมื่อสักครู่นี้ เราเคยไปดูงานที่ประเทศเยอรมนี ที่ประเทศฝรั่งเศส ที่ประเทศฝรั่งเศสนั้นเรื่องการบริหารโรงเรียน เรื่องหลักสูตรอยู่กั บ ส่วนกลาง ครูขึ้นกับส่วนกลาง ไม่ต้องไปอยู่กับท้องถิ่น แต่ว่าท้องถิ่นบริหารจัดการ อะไรต่าง ๆ เขาก็ทําได้และทําได้ดีด้วย ผมอยากจะให้มีการศึกษาดูในเรื่องนี้ว่าจะทําอย่างไร ส่วนประเทศเยอรมนีก็กําหนดหลักเกณฑ์อะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า ในชั้นนี้การ จัดการด้านการประถมศึกษานั้น ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ท้องถิ่น มีขีดความสามารถบริหารจัดการได้ เมื่อวานนี้ผมไปที่โรงเรียนบางนมโคซึ่งเปึนเทศบาล ตําบลเล็ก ๆ งบประมาณ ๑๐-๒๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง สามารถโอนโรงเรียนประถมศึกษา ๓ โรงเรียนไปอยู่กับเทศบาล โอนสถานีอนามัยไปอยู่กับเทศบาล แล้วเขาพร้อมและทําได้ อย่างดีด้วยนะครับ ผมไปร่วมพิธีเป่ดอาคารเด็กเล็กอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นขอให้ส่งคน ไปดูเลยที่บอกว่าโรงเรียนไม่พร้อม หลักสูตรไม่พร้อม ท้องถิ่นไม่พร้อม ถ้าให้เขาไป เปึนอํานาจหน้าที่ ไม่ใช่ท้องถิ่นอย่างเดียว ชุมชนด้วย เอกชนด้วย ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วม เอกชนมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นการศึกษา ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนท่านกําหนดได้เลย เปัาหมายนะครับ ไม่ใช่กระจายอํานาจบริหารการศึกษาไปให้โรงเรียน ไม่ใช่นะครับ กระจายอํานาจการศึกษาบริหารจัดการไปให้ท้องถิ่น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง ขนาดใหญ่ ๆ ท้องถิ่นรูปแบ บพิเศษอย่าง กทม. อย่างพัทยาหรือท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

จะตั้งขึ้นมาเอาไปเลย ทําไปได้เลย เขาทําได้ ก็ทําไมล่ะเอกชนรายเดียวยังบริหาร มหาวิทยาลัยได้ อาชีวศึกษามันจะเหมาะกับพื้นที่ เขามีปัญหาอะไร เขาต้องการ คนประเภทไหนให้เขาบริหารจัดกา รไป องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีงบตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทจนถึง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมจะบริหารไม่ได้ แทนที่จะเอาไปสร้าง ถนนหนทาง ทําไมเราไม่ติดอาวุธทางปัญญาให้กับลูกหลานของเรา เพราะฉะนั้น ประถมศึกษาไปได้เลยนะครับ ตั้งเปัาไว้เลย อีก ๕ ป้ ๑๐ ป้จะไปกี่แห่ง อย่าไปวัดความพร้อม เฉพาะที่ว่าจะต้องพร้อมอย่างนั้นอย่างนี้ ครูต้องยินยอมมันไม่ได้นะครับ กําหนดเปัาหมาย ไปเลย โรงเรียนเล็กโรงเรียนน้อยอาจจะรวมกันผมไม่ว่า เพราะฉะนั้นเรื่องของการจัดการ ประถมศึกษาคิดว่าท้องถิ่นขนาดใหญ่ เมือง นครอะไรทําได้ ส่วนเรื่องมัธยมศึกษานั้น ก็เช่นเดียวกันครับ เทศบาลมหานคร อย่างจังหวัดเชียงใหม่ อย่างจังหวัดนครราชสีมา เขาทําได้ งบประมาณเปึนพัน ๆ ล้านบาท รวมทั้งอาชีวศึกษาด้วย ผมขอฝากเรื่องนี้ว่า ถ้าหากท่านจะไปปรับแต่งสักนิดหนึ่งตรงที่การจัดการศึกษาบอกทําร่วม ๆ มันร่วมไม่ได้ หรอกครับต้องวางเปัาไปเลยว่าให้ ท้องถิ่นบริหารจัดการแต่ต้องไปทั้งคน ทั้งเงิน ทั้งงาน แล้วทําให้เปึนระบบ ถ้าครูยังไม่พร้อม ๓ ป้ ๕ ป้ไปดูระบบประเทศฝรั่งเศสเขาทํากันอย่างไร ถ้าเปึนอย่างนั้นลูกหลานของเราจะได้เรียนรู้และมีความก้าวหน้า มีความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งขอฝากการพัฒนาการเมืองการปกครองทุกอย่างประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานต้องเริ่มจาก โรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา ใส่เข้าไปในหลักสูตรทุกหลักสูตร ถ้าเปึนอย่างนั้น คนของเราจะมีความรู้ความเข้าใจและสามารถที่จะเปึนพลเมืองที่ดีได้ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณสมเดช นิลพันธุ์ ครับ

นายสมเดช นิลพันธุ์

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมเดช นิลพันธุ์ จากจังหวัดนครปฐมครับ สปช. หมายเลข ๒๐๓ ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตชื่นชมกับการเปลี่ยนวิธีการจัดสรร งบประมาณเพื่อการศึกษา พยายามจัดสรรงบประมาณที่ก่อให้เกิดความเปึนธรรม มีการใช้ คูปองการศึกษานั้นเพื่อจะตรงจุดในการแก้ปัญหาการศึกษา ก่อให้เกิดมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นกําหนดว่าบุคคลย่อมมีสิทธิและ

ความเสมอภาคในการรับการศึกษาภาครัฐโดยทั่วถึงและมีคุณภาพ ผู้ที่ยากไร้ ผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ที่อยู่ในสภาวะที่ลําบากนั้นต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและทัดเทียมครับ

ถ้าเรามองในสภาพปัจจุบันก็จะพบว่าในระดับพื้นฐานก็พออนุมานได้ว่าเห็นความเสมอภาค แต่ที่ชัดเจนแล้วยังไม่ได้บําบัดแก้ไขจะเห็นว่าในระดับอุดมศึกษามันขาดความเสมอภาค มีความเหลื่อมล้ําค่อนข้างชัดเจนในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นมันจะ ส่งผล ให้เกิดความแตกต่างทางด้านคุณภาพของบัณฑิต เท่าที่พบโดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัย กลุ่มใหม่ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ ๕๒ มหาวิทยาลัย รัฐเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณในขณะนั้น ถ้าหันย้อนไปดูผมอาจจะเรียกว่าเปึนงบคนพิการ ที่บอกว่างบคนพิการ งบมหาวิทยาลัย กลุ่มใหม่น้อย แล้วมันก็ไม่พอเหมาะพอดีในการพัฒนา ตรงกันข้ามถ้าเปึนมหาวิทยาลัย กลุ่มเก่าฐานเพดานต่าง ๆ นี่มันจะขึ้นสูงมากว่า ถ้าใช้วิธีการจัดสรรงบประมาณตามฐานเดิม มหาวิทยาลัยกลุ่มเก่าก็จะมีฐานเดิมในการพิจารณาสูงขึ้น ๆ ซึ่งกวดไม่ทัน หรือในประเด็นที่ ๒ ถ้าเรามองในลักษณะวิธี การหารเฉลี่ย คุณหมอก็ได้พูดแล้วว่า การหารเฉลี่ยมันก็ก่อให้เกิดความไม่เปึนธรรมที่ชัดเจน มหาวิทยาลัยกลุ่มเก่าได้งบค่าหัว ในการบริหารจัดการบัณฑิตต่าง ๆ มันก็สูงมากกว่ากัน สิ่งที่ผมอยากเสนอนั้นนะครับ พวกนักกอล์ฟนี่ยังมีแฮนดิแคป (Handicap) ฟุตบอลก็ยังมีการต่อ ๒ ลูก ๓ ลูก ฉะนั้นคนที่ฐานรากที่อยู่ในชนบทนี่ส่วนใหญ่ก็เรียนมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ ผมว่าประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ แล้วกลุ่มคนเหล่านี้เปึนกลุ่มคนที่ด้อยโอกาส เราจะจัดสรรงบประมาณพัฒนาเพิ่มเติมเขาอย่างไร น่าจะมีลักษณะเปึนงบเพิ่มพิเศษ เพื่อพัฒนาคนเหล่านี้นั้น ถ้าเราเชื่อว่าการศึกษาคือการเตรียมคนในอนาคตนั้นคงจะต้อง ให้ความสําคัญกับงบประมาณในจุดนี้ครับ จึงกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๐๑๕ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟังหลายท่านพูดมีความรู้สึกที่ภาคภูมิใจอย่างมากที่ สปช. เราให้ความสําคัญกับการศึกษา เปึนอย่างมาก แล้วผมได้ฟังท่านกรรมาธิการอภิปรายเกือบครบทุกท่าน หลายเรื่อง ที่ผมยังคลางแคลงใจ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่ามันจะเปึนประโยชน์

ท่านประธานครับ การศึกษานี่ต้องยอมรับความจริงว่าบุคลากรทางการศึกษาขาดคุณภาพ เราต้องยอมรับก่อนครับในอดีตที่ผ่านมานั้นผมเห็นชีวิตครูสมถะ อยู่กันอย่างแบบสมถะ มีคุณภาพ ดิ้นรนทุกอย่างชีวิตครูนี่ จนล่าสุดท้ายรถบางคันเขียนว่าอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธาน ชีวิตครูไม่กู้แต่ลูกระเบิด กู้ทุกเรื่อง แต่ ณ ปัจจุบันตั้งแต่เปลี่ยนชีวิตครูขึ้นมานี่ ท่านประธานครับมีชีวิตที่ดีขึ้น เขาบอกอาชีพครูปัจจุบันนี้รองจากหมอครับ ซีไม่ตัน เงินเดือน ไม่ตัน อยากได้อะไรได้ เขตการศึกษามีผู้ทรงคุณวุฒิเยอะแยะ มีรอง ผอ. เขตเยอะมาก แต่คุณภาพล่ะ ครับ คุณภาพไม่มีครับท่านประธาน ต้องยอมรับความจริงว่าคุณธรรม จริยธรรมตรงนั้นมันหายไปเลย ผมถึงเคยเสนอแม้แต่นักการเมืองต่าง ๆ บุคลากร ทางการศึกษาทุกบุคลากรต้องมีโรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม ผ่านโรงเรียนนี้ก่อน ถ้าไม่ผ่าน คุณไม่สามารถประกอบอาชีพครูได้

ท่านประธานครับ ผมเคยพูดติติงกรรมาธิการตรงนี้ เสนอแนะในเรื่องของความโปร่งใส ท่านรู้ไหมว่าที่เรียกว่า อ.ก.ค.ศ. การโยกย้ายครูผมฟังจากท่านกรรมาธิการบอกว่าต้องให้สิทธิ ผู้ที่จะย้ายกลับภูมิลําเนาไปดูแลบิดามารดาไปอยู่กับครอบครัว สร้างครอบครัวที่อบอุ่น ท่านครับ กลับไปดูคําขอสิครับ เปึนหมื่นคําขอที่ไม่ได้รับการพิจารณาเพราะว่าเขาไม่มีเงิน จะจ่าย องค์กรเหล่านี้ละครับ ผมกล้าเรียนด้วยความจริงใจว่าล่าสุดมีการหยุดการคัดเลือก ในสายคุรุสภาอะไรต่าง ๆ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีฟันธงว่าหยุดเพราะเรื่องร้องเรียน เรื่องทุจริตคอร์รัปชันขึ้นเยอะมาก ท่านครับ ท่านต้องไปปฏิรูปตรงนี้ว่า อ.ก.ค.ศ. สกสค. อะไรนี่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาคเอกชน หรือประชาชนเข้ามีส่วนร่วมหรือไม่ ท่านครับ มันต้องมีส่วนร่วมทุกฝ์าย ผมเห็น อ.ก.ค.ศ. ที่บ้านผมเขต ๒ เขต ๓ หน้าเดิม ๆ ทั้งสิ้นครับ เลือกเข้ามา ผูกขาดอยู่นั่นแหละ เรื่องที่ ๒ ครับ การจัดการเรียนการสอน ท่านไปดูนะครับ ต่างจังหวัดจะมาเรียนโรงเรียนของรัฐนี่ท่านเคยได้ยินคําว่าแป็ะเจี๊ยะไหมครับ ผมเคยพูดตรงนี้ครั้งหนึ่งแล้วว่าแป็ะเจี๊ยะเสียทุกโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนประจําจังหวัด โดยเฉพาะโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร เคยมีออกระเบียบรับรองแป็ะเจี๊ยะด้วยหรือ ผมถามหน่อยครับว่ามีกฎหมายข้อนี้ด้วยหรือ เคยมีการร้องเรียนเข้ามาโรงเรียนต่างจังหวัด เคยมีการพิจารณาไหมว่าเงินเหล่านั้นที่เสียแป็ะเจี๊ยะ สาธิตประสานมิตร สาธิตต่าง ๆ แป็ะเจี๊ยะเปึนล้านบาทครับ ท่านดูสิว่าเงินเหล่านี้ไปตรงไหน เคยมีไหมครับ หรืออาชีพครู กองการกระทรวงศึกษาธิการไม่มีองค์กรใดเข้าไปแตะได้ มันต้องแตะได้ครับ พวกผมนี่ อยู่ท้อ งถิ่นปัจจุบันงบท้องถิ่นประมาณ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท พวกผมเอาไปจ่าย เปึนเงินเดือนครู ค่าตอบแทน ไปจ่ายนมโรงเรียน อาหารกลางวัน ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง ของพวกเรา เปึนหน้าที่ของ สพฐ. ของกระทรวงศึกษาธิการครับ แต่มาเบียดบังเอาเงิน ที่จะไปพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาคุณภาพชีวิต ประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทตั้งอยู่ตรงนี้ ท่านไปดูนะครับ เมื่อกี้ผมขอบคุณท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ท่านบอกว่าท่านจะเอาโรงเรียน ย้ายมาอยู่ที่ท้องถิ่นท่านยินดี ท้องถิ่นเดี๋ยวนี้นะครับ ศักยภาพโรงเรียนของท้องถิ่นทั้งประเทศ ผมกล้าพูดได้ว่าสู้โรงเรียนของรัฐหลาย ๆ โรงเรียนได้ ผมยกตัวอย่างมาแล้วที่จังหวัดร้อยเอ็ด ไปดูครับ ได้รางวัลระดับประเทศโรงเรียนของเขาทุกโรงเรียน ครูของเขามีคุณภาพ ศูนย์เด็ก ยางตลาดบ้านผมก็ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้เงินรางวัลมา ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านครับ แต่ถ้าท่านโอนมาอย่างที่ท่านกล่าวนําว่าโรงเรียนมีทั้งหมดกี่พันโรงเรียนไม่รู้กี่หมื่นโรงเรียน

แต่อีกประมาณ ๗,๐๐๐ โรงเรียนที่เปึนโรงเรียนที่ ๑ ไม่มีคุณภาพ พัฒนายากต้องโอนมาให้ ท้องถิ่น ท่านครับ คิดให้ดีก่อนครับ ท่านจะโยนสิ่งไม่ดีมาหาท้องถิ่นนั้น ท่านครับ ไม่ใช่ว่า เราไม่รับ เรายินดีรับ แต่อย่างที่ท่านไพโรจน์บอกเราจะทําให้ดูครับ ๗,๐๐๐ แห่ง แต่โอนมา โอนทั้งบุคลากรโอนทั้งเงินนะครับ ปัจจุบันท้องถิ่นมีเงินอยู่ก้อนเดียวตลอดเวลา รัฐบาล ทุกรัฐบาลยัดอะไรลงมาก็เงินก้อนนี้ละครับ แม้แต่การจ้างงานบริหารงานบุคคล ของกระทรวงศึกษาธิการท่านรู้ไหมครับ เฉลี่ยประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศครับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งหมด แต่ท้องถิ่นนี่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เปึนต้นมา เงินเดือนขึ้นทุกเดือน ขึ้นทุกป้ รัฐบาล ๔ รัฐบาลแล้วครับเปลี่ยนกันเปึนไปมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน ขึ้นเงินเดือนเอาใจข้าราชการแต่เงินท้องถิ่นบริหารงานบุคคล ต้องไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม เราใกล้ตายแล้วครับ เดี๋ยวผมจะจัดสัมมนาท้องถิ่น ชําแหละท้องถิ่นให้ดูว่าท่านใดสนใจว่าท้องถิ่นมีอะไรอยู่บ้าง ตื้นลึกหนาบางจะชําแหละให้ดูว่า งบประมาณท้องถิ่นทั้งหมดมีอะไรบ้าง ผมจะเชิญ สปช. ทุกท่าน สนช. สํานักงบประมาณ คณะรัฐมนตรี ผมจะเชิญกระทรวงมหาดไทยกระจายอํานาจทุกกระทรวง ใครสนใจพวกเรา จะนําเสนอตีแผ่ความจริงของท้องถิ่นให้ฟัง ณ ปัจจุบันนี้พอท่านบอกว่าจะโอนมาตอนแรก ผมตกใจนะครับ แต่ถ้าท่านโอนทั้งงานทั้งเงิน ทั้งคนแล้วตั้งเปึนรายการใหม่ครับ อย่ากินสัดส่วนของท้องถิ่นนะครับ อย่าหัวหมอเหมือนสํานักงบประมาณทําอยู่ปัจจุบัน

สํานักงบประมาณกินเงินท้องถิ่นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เบี้ยผู้สูงอายุ ผู้พิการ อะไรต่าง ๆ อยู่ในนี้หมดครับท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ สิ่งที่ผม อยากจะฝากนั่นก็คือเรื่องการพัฒนาบุคลากร ที่ผมพูดไปแล้วว่าทุกอย่างจะเปึนโรงเรียน ต่างจังหวัด โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกเรื่อง ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเปึนรูปแบบพิเศษ รูปแบบอะไรก็ช่างต้องมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ ถ้าทุกอย่างเปึนอย่างนี้ได้ความโปร่งใสมันก็จะเกิด ท่านประธานครับ ความโปร่งใสจะเกิดแล้วสัดส่วนตรงนั้นผมดูในโครงสร้างระดับประเทศที่ท่านเขียนมา

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านเกรียงไกร สรุปได้แล้วครับ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

ครับ นิดเดียวครับท่านประธาน ไม่มีคําว่า ท้องถิ่นหรือไม่มีคําว่าประชาชนเลย มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเปึนประธานด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นท่านลองกลับไปพิจารณาใหม่นะครับว่าสิ่งที่ผมพูดไปนี่มันมีความจริงแค่ไหน เราจะไปปรับกลยุทธ์ในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไรเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิ การ ต้องขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกที่แสดงความจํานงอภิปรายทั้งสิ้น ๒๓ ท่าน ได้ให้ความเห็นครบแล้ว ผมจะขออนุญาตเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้สรุปหรือจะตอบข้อชี้แจง ข้อซักถาม เรียนเชิญท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเรียนท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ผมตั้งใจนั่งฟังอยู่ตลอดเวลาเปึนเวลา ๓ ชั่วโมง ๕๕ นาทีแล้วนะครับ เนื่องจากวาระของ สภาปฏิรูปแห่งชาติจะหมดลงในเร็ว ๆ นี้ แล้วเพื่อเปึนการประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้ คณะกรรมาธิการใคร่ขอขอบพระคุณสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านที่ให้ข้อสังเกต ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มีค่าอันเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง คณะกรรมาธิการขอน้อมรับ ข้อเสนอแนะที่มีค่าและประเด็นที่ดี ๆ ที่ท่านเหล่านี้ไปพิจารณาปรับปรุงรายงานของ คณะกรรมาธิการตามความเหมาะสมต่อไป ขอบพระคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านประธาน สรุปแค่นี้นะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานของวาระปฏิรูปที่ ๑๖ การปฏิรูป ระบบการจัดการศึกษา วาระปฏิรูปที่ ๑๗ การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์ ) และวาระปฏิรูปที่ ๑๘ การปฏิรูประบบการเรียนรู้ พร้อมกับ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว ต่อไปผมจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานทั้ง ๓ วาระปฏิรูปที่นําเสนอ และเห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการและเหตุผลของ ร่างพระราชบัญญัติ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เข้าใจว่ายังมี บางท่านติดประชุมคณะกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการอยู่ ขอเรียกอีกทีนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

คุณวสันต์ ไม่ต้องวิ่งมาก ยังทันครับ อีก ๒ ท่าน ใครอย่าเพิ่งกดอะไร ยังไม่ได้เรียกนะครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ประทานโทษครับ ยังทันอยู่ มีอีกไหมครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับถ้าพร้อมแล้ว เข้าใจว่ามีสมาชิกเราประชุมกรรมาธิการอยู่ตึกโน้น คงครบแล้วนะครับ ขออนุญาต ให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ เลขที่ ๒๓๗ ลืมบัตรไว้ ที่ห้องประชุมตึก ๓ ตอนนี้กําลังขอบัตรเฉพาะกิจค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ไม่เปึนไรครับ

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณอ่อนอุษา เสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ มีท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบแล้วป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๙๙ ท่าน เปึนอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการทั้ง ๓ วาระปฏิรูปตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ออกเสียง ลงคะแนนครบแล้วนะครับ ยกเว้นคุณอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ยังไม่ได้บัตรนะครับ ถ้าครบแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๑๙๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ตกลงของคุณอรพินท์ลงได้ไหม

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

ได้ค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

โอเคได้นะครับ ขอบคุณมากเลย เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๑๖ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา วาระปฏิรูปที่ ๑๗ การปฏิรูป ระบบการคลังด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์) วาระปฏิรูปที่ ๑๘ การปฏิรูประบบการเรียนรู้ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปนะครับ

ต่อไปผมขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ เหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบำยการศึกษาและพัฒนา มนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าหากที่ประชุมเห็นชอบ จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสน อแนะของสมาชิกไปให้ คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาและให้กรรมาธิกา รพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๗ วันนับแต่วันถั ดจากวันที่สภามีมติ และที่ประชุมไม่เ ห็นชอบจะถือว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้นเปึนอันตกไปนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิ กได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบแล้ว ขอป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ผู้เข้าประชุมเหลือ ๑๙๘ เห็นด้วย ๑๗๙ ไม่เห็นด้วย ๘ งดออกเสียง ๑๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๐ นะครับ

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผล สาระสําคัญหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

ศาสตราจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์

ท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เดี๋ยวผมจะ สรุปครับ อาจารย์สมบัติครับ เพราะเดี๋ยวจะให้อาจารย์เข้ามาครับ ซึ่งจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณานะครับ และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจากวันถัดจากวันที่สภามีมติ โดยสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจาก วันที่สภามีมตินะครับ ท่านอาจารย์สมบัติมาไม่ทันใช่ไหมครับ

ศาสตราจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์

ไม่ใช่ครับ มาทันแล้วมันกดแล้วไม่ขึ้น ขอโทษทีครับ หมายเลข ๒๐๕ ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ไม่เปึนไรครับ อาจารย์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

ศาสตราจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์

เห็นด้วยครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เห็นด้วยนะครับ บวกเพิ่มไปอีก ๑

ศาสตราจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์

ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

บวกเพิ่มไปอีก ๑ นะครับ มีท่านอื่นอีกหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

เปึนอันว่า จบการพิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๖ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา วาระปฏิรูปที่ ๑๗ การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์ ) และวาระปฏิรูปที่ ๑๘ การปฏิรูประบบการเรียนรู้ รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษา และพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ถัดไปเปึนวาระที่ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา

วาระปฏิรูปที่ ๒๐ ระบบวิจัยเพื่อเปึนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ของประเทศ (รอบ ๒)

วาระปฏิรูปที่ ๒๑ ระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเปึน โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมของประเทศ (รอบ ๒)

และวาระการพัฒนา เรื่อง การปฏิรูประบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ (Connected Government as National Agenda)

ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ด้วยนะครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เนื่องจาก คณะกรรมาธิการเสนอรายงานภายหลังที่ได้นําความเห็นข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง พร้อมทั้งได้จัดทํารายงานจํานวน ๒ วาระปฏิรูป และได้เสนอรายงานวาระการพัฒนาซึ่งเปึน เรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกันนําเสนอเพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา ดังนั้นเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณา ผมจะขอให้ประธานกรรมาธิการแถลงรายงานแต่ละวาระปฏิรูปเฉพาะส่วน ที่ได้ปรับปรุงแก้ไข และวาระการพัฒนาโดยให้สมาชิกอภิปรายรายงานทั้ง ๒ วาระปฏิรูป และ ๑ วาระการพัฒนาไปในคราวเดียวกัน จากนั้นผมจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะ เห็นด้วยหรือไม่กับรายงานวาระปฏิรูปและวาระการพัฒนารวมทั้ง ๓ วาระนั้นนะครับ

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๖/๒๕๕๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบและเห็นด้วย ในหลักการแนวทางการดําเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ทั้ง ๒ วาระปฏิรูปแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการ นําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการ และกระบวนการปฏิรูป พร้อมแผนการดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา อีกครั้งหนึ่งนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน ทั้ง ๒ วาระปฏิรูป และวาระการพัฒนาเสร็จแล้ว จึงได้เสนอรายงานเพื่อให้ประชุมพิจารณา ในวันนี้นะครับ

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากเปึนการพิจารณารายงานในรอบที่ ๒ จึงใคร่ ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไขโดยขอให้ คณะกรรมาธิการแถลงอย่างกระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับ การอภิปรายของท่านสมาชิกกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม และไม่ซ้ํากับรอบแรกด้วยจะขอบคุณอย่างสูง ขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้แถลง รายงานครับ

นายศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานกรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธาน สปช. แล้วก็ท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ ในนามของกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ผมขอรายงานข้อเสนอวาระ การขับเคลื่อนของ สปช. นะครับ ขออนุญาตใช้สไลด์ในการนําเสนอแล้วก็ขอแจกสไลด์ ในการนําเสนอด้วยนะครับ ขอเรียนว่าสไลด์ที่นําเสนอจะเปึนตัวหนังสือแล้วก็จํานวนสไลด์ จะน้อยกว่าที่ผมจะใช้แสดง เพราะว่าที่จะแสดงจะเปึนรูปเปึนหลัก แต่ว่าตัวเนื้อหาจะเท่ากัน ทั้งนี้เพื่อประหยัดกร ะดาษ แล้วก็หวังด้วยว่าจะประหยัดต้นไม้ไม่ต้องพิมพ์กระดาษ จํานวนมากนักก็เลยจะขอเรียนตามนั้นนะครับ เราจะขอเรียนเฉพาะส่วนที่สรุปและ ประเด็นหลัก ๆ เอกสารสรุปข้อเสนอแนะได้แจกเวียนท่านกรรมาธิการทุกท่านแล้วนะครับ ผมจะขอเรียนเสนอวาระปฏิรูปที่ ๒๐ และวาระปฏิรูปที่ ๒๑ นะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะรบกวน ให้คุณอนนต์เสนอวาระการพัฒนาเรื่องการปฏิรูประบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ เรียนว่าวาระปฏิรูปที่ ๒๐ นี่เปึนเรื่องของระบบวิจัยเพื่อเปึนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ของประเทศ และวาระที่ ๒๑ เปึนระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเปึน โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมของประเทศเปึน ๒ อันที่แตกต่างกัน แต่ก็มีความเกี่ยวข้อง กันอยู่ระดับหนึ่ง ต้องเรียนว่าเราเห็นความสําคัญของเรื่องนี้ เราในที่นี้ผมหมายถึง สปช. ของเรานี่นะครับ อย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนที่เราทําวิสัยทัศน์ประเทศไทยป้ ๒๕๗๕ ได้พูดถึง การที่เราจําเปึนที่จะต้องมีการปฏิรูปเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนโดยมีคนไทยที่สมบูรณ์ มีคุณภาพอยู่เย็นเปึนสุข แล้วก็ทราบกันดีว่าทั้ง ๓ ประเด็นที่จะนําไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนี่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานทางวิจัย เพื่อที่จะทําให้เราสามารถจะทําสิ่งเหล่านี้ได้ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการดูแลทรัพยากรของประเทศ ใช้ทรัพยากรอย่างเท่าที่จําเปึน ซึ่งก็ต้องใช้

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเช่นเดียวกัน ในการทําวิสัยทัศน์ของปร ะเทศไทย ป้ ๒๕๗๕ เราพูดถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนซึ่งมีทั้งหมด ๓๖ วาระการปฏิรูป และ ๗ วาระการพัฒนา ในส่วนนี้ได้แบ่งออกเปึน ๘ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มที่เราจะเน้นในเรื่องของ วาระการปฏิรูปจะอยู่ในระบบการศึกษา การพัฒนาคุณภาพคน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และปัญญาของประเทศ ก็คือวาระปฏิรูปที่ ๒๐ และวาระปฏิรูปที่ ๒๑ ส่วนวาระการพัฒนา ที่จะพูดถึงการปฏิรูปข้อมูลจะครอบคลุมทั้ง ๘ กลุ่มไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเดี๋ยวคุณอนนต์ จะมาเล่าให้ฟัง ผมจะเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าเราพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สําคัญมาก ของประเทศ ๒ อัน คือโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศ การสร้างความรู้ การใช้ ความรู้ การใช้กลไกวิจัย การสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมของประเทศ การพัฒนาให้ประเทศ มีนวัตกรรม มีเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพเจริญก้าวหน้า ทั้งหมดนี้เพื่อนําพวกเราเข้าสู่สังคม ฐานความรู้และเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ในส่วนนี้ในกลไกที่เราได้พิจารณาเรื่องความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนนี่

เปึนที่ชัดเจนว่ามันเกิดมาจากความกระจุกของโอกาสนะครับ การที่เรามีผลิตภาพต่ํา คือทํามากได้น้อย และความไม่สมดุลของการพัฒนาที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้าเราจะแก้ปัญหานี้ก็คงต้องทําหลายมิติด้วยกัน แต่มิติที่เปึนโครงสร้างพื้นฐานที่สําคัญมาก อันหนึ่ง ก็คือมิติที่เราต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อที่จะทําให้โอกาสที่กระจุกตัวอยู่กระจายครบถ้วนนะครับ ทําให้พื้นที่ต่าง ๆ สามารถจะเข้าถึงความรู้ สามารถจะเข้าถึงบริการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สามารถจะเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้เพื่อจะทําให้ชีวิตความเปึนอยู่ดีขึ้น และทําให้ ผลิตภาพของชุมชน ผลิตภาพภาคการเกษตรดีขึ้น ซึ่งก็หมายความว่าเราจะทํา แทนที่จะเปึนการทํามากได้น้อย เราก็จะทําเท่าเดิมแล้วได้มากขึ้น หรือทําน้อยลงแล้วได้ มากขึ้นด้วย ก็จะเปึนการเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ แล้วในขณะเดียวกันก็ลดความเหลื่อมล้ํา จะทําอย่างนี้ได้เราต้องรู้จักใช้ทรัพยากร อย่างเหมาะสม แล้วก็ต้องสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม ภูมิปัญญา ที่จะดูแล สิ่งแวดล้อมและดูแลโลกใบนี้ให้ดี ซึ่งก็หมายความว่าเราจะต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สร้างสมดุลเหล่านี้ให้เกิดขึ้น เราได้เคยพูดกันถึงความอ่อนแอของประเทศว่าเราได้ละเลย การสร้างความรู้ และละเลยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมาเปึนเวลานาน ก็ไม่ได้หมายความว่า เราลืมทั้งหมดหรอกครับ แต่ว่าเราทําน้อยมาก น้อยมากเสียจนเราละทิ้งความแข็งแกร่ง ของเราในอดีต ทําให้เราเจริญเติบโตช้ากว่าเพื่อน ๆ ในโลก ก็ทําให้โอกาสการพัฒนาของเรา เสื่อมถอย ทั้งนี้อาจจะเปึนเพราะว่าเราอยู่ในพื้นที่ซึ่งเปึนโชคดีของประเทศไทยนะครับ พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ที่สมัยหนึ่งก็บอกว่าในน้ํามีปลา ในนามีข้าว มีแร่ธาตุ มีทรัพยากร มากมาย นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีสิ่งที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้เยอะแยะ ภูมิปัญญาต่าง ๆ นะครับ แต่เนื่องจากเราละเลยการสร้างความรู้ และละเลยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่มาต่อยอด สิ่งเหล่านี้ แล้วก็ไม่ได้รักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ใช้ประโยชน์ได้นาน ๆ เราก็เกิดมีความเสื่อมถอย แล้วก็ทําให้เรามีปัญหาที่เราเจอในปัจจุบัน เปึนที่ชัดเจนเหมือนกันว่าเรามีความอ่อนแอ เนื่องจากเราไม่ได้ใช้ความรู้และข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีในการตัดสินใจ เพื่อจะสร้างสมรรถนะความสามารถระยะยาวของประเทศ หรือแม้แต่ในการแก้ปัญหา ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทั้งนี้เพราะเราละเลยเรื่องการใช้เครื่องมือวิจัย แล้วก็การใช้ความรู้ในการแก้ปัญหา ผมเพิ่งกลับลงมาจากจังหวัดสกลนครเมื่อวานนี้นะครับ

เราไปดูการพัฒนาที่หนองหารกัน แล้วเราก็พบว่าหนองหารกําลังจะมีปัญหาวิกฤติ เปึนแหล่งน้ําจืดที่ใหญ่เปึนที่ ๒ ของประเทศ แต่ว่าเมื่อเราไปวิเคราะห์กันแล้วนี้เราพบว่า เรามีความรู้เกี่ยวกับหนองหารน้อยมาก ไม่มีใครได้ทําการศึกษาวิจัยให้ลึกซึ้งเกี่ยวกับ หนองหาร ก็เปึนปัญหาว่าเมื่อชุมชนรอบ ๆ หนองหารโตขึ้น เมื่อทั่วโลกมีวิกฤติ แล้วก็มีผลกระทบเราจําเปึนที่จะต้องดูแลหนองหาร เราขาดความรู้ที่จะเอามาเชื่อมโยง แต่ถึงจะไม่ได้มีความรู้ทั้งหมด ก็ยังมีโอกาสที่เราจะสร้างความรู้เหล่านั้นได้ถ้าเราเน้นเรื่อง การวิจัยและพัฒนา แล้วก็เน้นการสร้างความรู้ที่จะเปึนประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา ผมยกอันนั้นเปึนเพียงตัวอย่าง ผมเชื่อว่าเกือบ ๆ ทุกประเด็นที่เราดูอยู่ในประเทศไทย เราได้ละเลยการที่จะสร้างความรู้ในสิ่งเหล่านั้น เพื่อที่จะให้เรามีต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหา เพื่อที่เราจะได้มีข้อเท็จจริงสําหรับพัฒนาไปในระยะยาว เพราะฉะนั้นระบบวิจัยจะเปึนเรื่อง สําคัญมาก ในขณะเดียวกันเราก็มีโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีไม่เพียงพอ ไม่เชื่อมโยง ทําให้ชุมชน ทําให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรายเล็กและรายย่อย ไม่สามารถจะเข้าถึงความรู้ ไม่สามารถจะเข้าถึงเทคโนโลยี ไม่สามารถจะเข้าถึงบริการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีการผลิตและพัฒนากําลังคนที่ไม่เพียงพอทั้งเชิงปริมาณและ คุณภาพนะครับ

แล้วก็ขาดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ความรู้ ผู้ใช้เทคโนโลยี สมัยหนึ่งเรามีความรู้ความสามารถ ทางการเกษตรที่เข้มแข็งมากทีเดียว และเสร็จแล้วเนื่องจากเราละเลยการเสริมสร้างกําลังคน และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยและพัฒนา ก็ทําให้แทนที่เราจะเข้มแข็งขึ้น ๆ ก็ปรากฏว่า ณ วันนี้การวิจัยของเราล้าหลัง จํานวนคนเราไม่เพียงพอ ก็ทําให้ผลิตภาพ ทางด้านการเกษตรและผลิตภาพทางด้านการผลิตของเราต่ําแล้วก็เปึนปัญหา ทั้งนําไปสู่ การเสียโอกาสในการได้ค้าขาย แล้วก็เพิ่มความเหลื่อมล้ําให้กับพวกเราเปึนอย่างมาก ในขณะที่เราทําการศึกษาเรื่องวิจัยและพัฒนาและเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมนี่เราก็พบความจริงอันหนึ่ง ซึ่งเดิมเรานึกว่าจะมีคณะกรรมาธิการด้านอื่น ได้ดูแลอยู่ ก็ปรากฏว่าเราศึกษาแล้วไม่มี แต่ว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมากก็คือเรื่องระบบข้อมูล เราพบว่าระบบข้อมูลของเรามักจะไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่บูรณาการ แล้วก็เปึนที่เข้าไม่ถึง เมื่อเข้าไม่ถึงเราก็ไม่มีข้อมูลสําหรับมาทําวิจัย เมื่อเข้าไม่ถึงเราก็ไม่มีข้อมูลสําหรับมาวิเคราะห์ เพื่อจะแก้ปัญหา เมื่อเข้าไม่ถึงเราก็ไม่สามารถจะตรวจสอบความโปร่งใสของสิ่งต่าง ๆ ได้ เราก็เลยมีการเสนอวาระการพัฒนาขึ้น เรียกว่าการปฏิรูประบบข้อมูลเพื่อการพัฒนา ประเทศ ซึ่งเดี๋ยวจะได้พูดถึงต่อไป ผมจะสรุปเปัาหมายทั้ง ๓ อันนี้ด้วยความเห็นว่าเราจําเปึน ที่จะต้องมีการสร้าง การวิจัย สร้างความรู้ จัดการความรู้ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต่อยอดภูมิปัญญา เพื่อสร้างความพร้อมของสังคม เพื่อสร้างความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ในการที่จะใช้ ความรู้ในการพัฒนาและในการแก้ปัญหา ซึ่งการที่โครงสร้างพื้นฐานทางวิจัยจะนําเราไปสู่ การสร้างสังคมทางความรู้ เราเห็นว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีจะเปึนพื้นฐานในการเพิ่ม ผลิตภาพ เพิ่มคุณค่า เพิ่มมูลค่า ต่อยอดภูมิปัญญา ทําให้เราใช้ทรัพยากรได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และจะทําให้เราสามารถจะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้ประโยชน์สิ่งแวดล้อม ได้อย่างสมคุณค่า เปึนการสร้างการขับเคลื่อน เพิ่มขีดความสามารถ และสร้างเศรษฐกิจ ฐานนวัตกรรม จะทําทั้ง ๒ อย่างนี้ได้ระบบข้อมูลต้องดี เราต้องสามารถจะเข้าถึงข้อมูล ภาครัฐจะต้องเชื่อมโยง เราจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย ทันเหตุการณ์ และบูรณาการกัน เปึนการสร้างความโปร่งใส เปึนการสร้างความสามารถในการวิเคราะห์ ที่เราเรียก ภาษาอังกฤษว่าอนาไลติก (Analytic) เปึนการใช้โอกาสในการใช้บิ ก ดาตา (Big data) ในการทําธุรกิจไปในอนาคต และเปึนการที่เรามีข้อมูลสําหรับการบริหารและตัดสินใจ ทั้งหมดนี้จะเปึนฐานสําคัญสําหรับเศรษฐกิจนวัตกรรมเพื่อความมั่งคั่ง สําหรับสังคม

ทางความรู้เพื่อความมั่นคง และสําหรับการดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืน น่าอยู่ เรามีป์าสมบูรณ์เพื่อความสมดุลก็คือความยั่งยืน ๒ วาระแรกเปึนวาระปฏิรูป และวาระ ข้อมูลเปึนวาระการพัฒนา ในวาระปฏิรูปมันมีปัญหาที่ชัดเจนขึ้น เมื่อเราวิเคราะห์แล้ว เราก็พบว่านโยบายและยุทธศาสตร์วิจัยและการจัดสรรงบประมาณของชาติ ของประเทศ ไม่ชัดเจน ไม่ต่อเนื่อง ไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ เราพบอีกว่าโครงสร้าง พื้นฐานของระบบวิจัยอ่อนแอ ไม่เพียงพอ ไม่เชื่อมโยง ขาดช่องทางการเข้าถึง ที่มีประสิทธิภาพ ขาดการมีส่วนร่วมของภาคการผลิตของชุมชนและท้องถิ่น ทําให้มีข้อจํากัด ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และมีข้อจํากัดของการใช้เครื่องมือเหล่านี้พัฒนาให้ชุมชน เข้มแข็ง พัฒนาให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีความเข้มแข็งขึ้นแล้วก็เติบโตในอัตราที่สูงเร็วพอ แล้วก็อย่างที่พูดกันเมื่อเช้านี้งานวิจัยจํานวนมากไม่ได้ถูกนําไปใช้ประโยชน์ทั้งทางเชิงพาณิชย์ ทั้งสังคมและชุมชน เนื่องจากเราได้ทํางานแยกส่วนจากกัน คนที่คิดจะทํางานวิจัยในอดีต ที่ผ่านมาอาจจะทํางานวิจัยด้วยความสนใจเปึนหลัก ไม่ได้มองผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากความเชื่อมโยงมีน้อยเกินไป ทั้งนี้ก็อาจจะเปึนเพราะว่าการแยกเปึนส่วน ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านมาในอดีต โครงสร้างระบบวิจัยและบริหารจัดการของประเทศจําเปึนที่จะต้อง ให้มีเอกภาพในระดับประเทศ

แต่ในขณะเดียวกันต้องมีความอิสระคล่องตัวในแต่ละส่วนงาน ให้มีความคล่องตัวเพียงพอ เพื่อจะแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานในส่วนต่าง ๆ ได้ แต่การมีความอิสระ คล่องตัวในระดับบางระดับก็จะต้องมีการบูรณาการอย่างเหมาะสม แต่ที่สําคัญก็คือ จําเปึนต้องมีเอกภาพในระดับประเทศ เพราะฉะนั้นต้องมีการวางแผนนโยบายที่ชัดเจน ต่อเนื่อง เราหวังเปึนอย่างยิ่งว่าถ้าประเทศได้รับโอกาสที่จะแ ก้ประเด็นปัญหาเหล่านี้ จะทําให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้า ทันสมัย มีการใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง มีการคิดวิเคราะห์ บนเหตุและผล เปึนประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้และนวัตกรรม เปัาหมายการปฏิรูป ของเราก็คือให้ระบบวิจัย ให้กลไกวิจัยเปึนเครื่องมือในการพัฒนา ในการแก้ปัญหา ในการวางแผนนโยบายระยะยาวของประเทศ ทําอย่างไรเวลาที่มีการตัดสินใจในระดับ นโยบายได้มีการได้ข้อเท็จจริงจากการศึกษาวิจัย แล้วเอาข้อเท็จจริงนั้นไปใช้ ในการวางนโยบายของประเทศ ทําอย่างไรให้เรามีความรู้มากพอที่จะเปึนภูมิคุ้มกัน ซึ่งก็หมายความว่าเราต้องมีระบบวิจัยที่วางแผนไว้ล่วงหน้าที่จะเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ที่อาจจะ มากระทบเรา การวิจัยเราจึงมองเรื่องระบบวิจัย ปฏิรูประบบวิจัยเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง เรามองว่าการปฏิรูประบบวิจัยจําเปึนที่จะต้องทําให้ผลงานวิจัยไปเกิดประโยชน์ต่อสังคม ไปเกิดประโยชน์เศรษฐกิจทําให้เกิดควา มมั่งคั่ง ทําให้เกิดกระจายโอกาสได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคม ต่อยอดการสร้างคุณค่าและมูลค่าภูมิปัญญา ทรัพยากร เสริมสร้างความเจริญของสิ่งแวดล้อม แล้วก็ให้เกิดประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม ทําให้ผลิตภาพทางเกษตรกรรม ทางอุตสาหกรรมมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วทําให้ประเทศ หลุดพ้นจากกับดักรายได้ประเทศปานกลางได้ แล้วทําให้ชุมชนเข้มแข็ง เราเสนอว่า ในการปฏิรูปจําเปึนที่จะต้องวิเคราะห์โครงสร้างหน่วยงานต่าง ๆ อาจจะมีความจําเปึน ต้องปรับยุบและควบรวมหน่วยงานให้เกิดความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ และทําให้มีการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ เราเสนอว่าการปฏิรูป ต้องปรับการบริหารจัดการของระบบวิจัยและองค์กรทุกระดับ รายละเอียดอยู่ในเอกสาร ที่ได้แจกไปแล้วนะครับ เรามองว่าการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐาน ของระบบวิจัยจําเปึนที่จะต้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ เรามองว่า เรื่องการผลิตและพัฒนากําลังคน การมีอาชีพนักวิจัยเปึนเรื่องสําคัญ ทุกหน่วยงาน ควรจะต้องมีการวิจัยเพื่อที่จะพัฒนา เพื่อที่จะแก้ปัญหา เพื่อที่จะพัฒนาความคิด พัฒนา

ประสิทธิภาพ ของหน่วยงานด้วยกลไกวิจัย แล้วก็ด้วยกลไกพัฒนากําลังคนของทุกหน่วยงาน และทุกองค์กร เราเห็นว่าจะมีระบบวิจัยที่เข้มแข็งได้เราต้องสร้างสังคม ชุมชน องค์กร ฐานความรู้ มีการสร้างแหล่งเรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้ มีการใช้วิจัยเปึนเครื่องมือในการพัฒนาคน ใช้วิจัยเปึนเครื่องมือในการเข้าใจปัญหาและหาแนวทางแก้ปัญหาทําให้เกิดการมีส่วนร่วม ถ้าจะทําอย่างนี้ได้ก็มีความชัดเจนว่าเราจะต้องมีแหล่งทรัพยากรของคนที่มีคุณภาพ เราคิดว่าในเกือบ ๆ ทุกองค์กรจําเปึนที่จะต้องมีความสามารถที่จะแยกแยะข้อเท็จจริง ออกจากความเห็นส่วนตัวได้ เปึนที่สังเกตว่าบ่อยครั้งเราไม่มีข้อเท็จจริงอยู่ในมือ เราไม่มี วิธีการที่จะให้เกิดความแน่ใจว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือข้อที่สรุปได้บนฐานของ เหตุและผลอย่างเปึนวิทยาศาสตร์ก็คืออย่างบนเหตุและผลคือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผมไม่ได้หมายถึงความรู้ทางวิท ยาศาสตร์นะครับ หมายถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่ทําให้เราสามารถจะถกเถียงแล้วก็มีข้อสรุปที่ชัดเจนได้แทนที่จะเปึนเรื่องของ การให้ความเห็น แล้วก็บ่อยครั้งก็เปึนเรื่องของการดูแลเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม จะทําอย่างนี้ได้ต้องมีการจัดระบบ เรามองว่าในที่สุด แล้วก็จะต้องมีการดูแลระบบทั้งระบบให้สอดคล้องเชื่อมโยงกัน หน่วยงานนโยบายวิจัย ระดับชาติ หน่วยงานวิจัยระดับสาขาต่าง ๆ

ทั้งสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งด้านการออกแบบ ต่าง ๆ ต้องมีหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยที่มีจํานวนมากพอ มีความครอบคลุมอย่างเหมาะสม ซึ่งก็หมายความว่าต้องสอดคล้องกับนโยบายวิจัยระดับชาติ ต้องมีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ โครงการวิจัยที่เปึนยุทธศาสตร์ของชาติ แล้วก็เพื่อจะผลักดันให้เกิดการใช้ระบบวิจัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าถ้าทําอย่างนี้จะมีหน่วยงานวิจัยที่จําเปึนที่จะต้องเพิ่มมาอีก จํานวนมาก ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์ ยกตัวอย่าง ที่ผมยกตัวอย่างหนองหารให้ฟังเมื่อกี้นี้ แล้วที่สําคัญมากสําหรับประเทศไทยซึ่งเปึนประเทศ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เราเชื่อว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีสถาบัน ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศขึ้น อันนี้เปึนตัวอย่าง ก็คงจะต้องมีสถาบัน อย่างนี้อีกจํานวนมาก ถ้านั่งคิดวิเคราะห์กันเราก็จะต้องแนะนําว่าควรจะต้องมีอะไรบ้าง แล้วก็ทําเรื่องเหล่านี้ให้เปึนที่ชัดเจนขึ้นมา เมื่อมีระบบทั้งหมดนี้แล้วเราก็จําเปึนที่จะต้อง มีกลไกที่สามารถจะตรวจสอบประเมินผลประสิทธิภาพได้ เราพูดถึงระบบธรรมาภิบาล ของระบบวิจัยของประเทศ เราคงจะต้องไปแก้กฎหมายหลายฉบับเพื่อที่จะให้เราสามารถ จะปรับปรุงทั้งระบบวิจัย ระบบประเมินผล แล้วก็ระบบควบคุมคุณภาพของระบบวิจัย และหน่วยงานวิจัย เพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด เรามองว่าการนําข้อเสนอ ข้อเท็จจริงต่อผู้บริหารระดับองค์กร และระดับประเทศชาติมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ในการตัดสินใจบนฐานความรู้และข้อเท็จจริง และที่สําคัญมากอีกอันหนึ่งก็คือการที่ เราจะต้องจัดระบบให้มีความเชื่อมโยงระหว่างผู้ที่สนใจในการผลิตความรู้ ผู้ที่สนใจที่จะ เอาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งหมายถึงทั้งภาคสังคม ภาคชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ กับภาคการศึกษา แล้วก็หน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ในภาครัฐ ทั้งหมดนี้ก็จะทําให้ องค์กรและชุมชนมีการใช้งานวิจัย การใช้ข้อมูล การใช้ข้อเท็จจริงในการบริหารจัดการ และมีกลไกที่จะนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ให้เกิดขึ้นได้ ที่ชัดเจนอีกอันหนึ่งก็คือเราต้องมีระบบฐานข้อมูลงานวิจัยที่ถูกต้อง ทันสมัยและสามารถ บูรณาการเชื่อมโยงเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งก็จําเปึนที่จะต้องจัดระบบใหม่ของโครงสร้าง พื้นฐานทางงานวิจัย สําคัญที่สุดแน่นอนก็คือแผนพัฒนากําลังคน แผนสร้างอาชีพนักวิจัย ให้เปึนที่ยอมรับ ให้มีนักวิจัยจํานวนมากพอ ปัจจุบันทันทีที่ภาคเอกชนเริ่มสนใจงานวิจัย เราก็จะพบว่าเรามีการขาดแคลนนักวิจัยอย่างสูง จะทําอย่างไรให้เราสามารถจะพัฒนา

นักวิจัยให้เร็วพอ แล้วก็ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องกา รใช้งานวิจัย ส่วนต่อไป เปึนเรื่องที่เราชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปฏิรูปงานวิจัย ซึ่งผมเชื่อว่าก็จะเปึนที่ชัดเจนอยู่แล้วอยู่ในเอกสาร มีการที่ทําให้โครงสร้างพื้นฐานทางวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศเข้มแข็งขึ้น สังคมใช้เปึนสังคมฐานความรู้ แล้วก็ทําให้เราคิดพิจารณาอยู่บนเหตุและผล ทําให้คนรุ่นใหม่อาศัยความรู้แล้วก็อาศัย เหตุและผลในการดําเนินชีวิตทําให้ชีวิตความเปึนอยู่ดีขึ้น ผมจะขอข้ามไปพูดถึงตัวอย่าง ของข้อเสนอการปฏิรูปเร่งด่วน ซึ่งผมกล่าวถึงเมื่อกี้นี้นิดหนึ่งว่าในประเทศเรานี่ มีความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพเปึนอันดับ ๒ ของโลก เราจําเปึนที่จะต้องเข้าใจและรู้ถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และเข้าใจ ระบบนิเวศ เพื่อที่จะใช้ในการกําหนดนโยบายในการใช้ทรัพยากร กําหนดนโยบาย ในการสนับสนุนระยะยาว เพื่อที่จะดูแลรักษาทรัพยาก รเหล่านี้ แล้วก็สร้างความสมบูรณ์ ให้เกิดขึ้น

ทําสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ให้ชุมชนสามารถจะสร้างทําเศรษฐกิจจากความรู้ แล้วก็สร้างความรู้ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยปัจจุบันซึ่งความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ ชีวภาพมีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่มีอยู่ในฐานทรัพยากรชีวภาพเปึนข้อมูล ที่สําคัญที่จะทําให้เราสามารถจะใช้ในการพัฒนาประเทศที่จะสามารถทําให้เราเกิดความรู้ใหม่ นําไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นข้อเสนอที่สําคัญ อันหนึ่งที่เราคิดว่าสําคัญมาก ก็ยกเปึนตัวอย่างของการที่จะต้องมีสถาบันวิจัยระดับสูงของประเทศที่ชัด ๆ มาก ๆ ของเราก็คือ การพัฒนาให้มีสถาบันวิจัยและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพ ของประเทศขึ้น ก็จะทําให้เราสามารถที่จะเข้าใจผลกระทบของโลกที่เปลี่ยนไป กับสิ่งแวดล้อมกับทรัพยากรชีวภาพที่เรามีอยู่ ซึ่งจะทําให้เราสามารถที่จะป่ดความเสี่ยง เพราะการสูญเสียทรัพยากรชีวภาพเหล่านี้ได้ อันนั้นเปึนเรื่องของระบบวิจัยของประเทศ ซึ่งจะนําไปสู่การสร้างสังคมฐานความรู้ อีกมิติหนึ่งเปึนเรื่องวาระปฏิรูปที่ ๒๑ คือการปฏิรูป ระบบ วทน. เพื่อเปึนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านนวัตกรรมของประเทศที่จะนําประเทศไปสู่ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม จากการที่เราศึกษาและจากปัญหาที่พูดถึงเมื่อกี้นี้ในแง่ของ วทน. เราพบว่าโครงสร้างการบริหารจัดการระบบ วทน. ของประเทศขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถ เชื่อมโยงครบวงจรตลอดห่วงโซ่ มูลค่าระหว่างภาคการผลิตและภาคการบริการที่ต้องใช้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับผู้ที่จะต้องทําให้บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือผู้วิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทําให้กลไกการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ มีขีดจํากัดและผลงานวิจัยก็ไม่ถูกต่อยอดไปใช้ประโยชน์ เราพบว่าการจัดสรรงบประมาณ ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่เพียงพอและไม่ต่อเนื่องที่จะ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และทําให้ภาคเอกชนมีความพร้อมที่จะลงทุนวิจัยหรือลงทุน ในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อที่จะทําให้เศรษฐกิจของเราเจริญก้าวหน้าขึ้น เราเห็นว่าระบบจูงใจ ที่จะทําให้ภาคเอกชนลงทุนในวิจัยและพัฒนามีน้อยเกินไปจําเปึนที่จะต้องมีกลไกที่จะทําให้ เกิดการบูรณาการ การใช้ความต้องการของภาคเอกชนที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะเอา เทคโนโลยีไปใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพเพื่อเพิ่มการผลิต เพิ่มคุณค่าและมูลค่าทําเศรษฐกิจ ของประเทศให้เข้มแข็งขึ้น ได้มีความจําเปึนที่เราจําเปึนที่จะต้องมีแรงจูงใจให้เขาได้เร่ งรัด การพัฒนาเทคโนโลยี และทําให้คุณค่าและมูลค่าของผลผลิตของสิ่งที่เขาทํามีมูลค่าสูงขึ้น ทําให้ประเทศเรามีรายได้ดีขึ้นแล้วก็สามารถจะแข่งขันกับนานาอารยประเทศได้ และที่สําคัญ

ทําอย่างไรให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่และรัฐได้ช่วยกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเขาไม่มี โอกาสที่จะลงทุนในการทําวิจัยด้วยตัว ของเขาเองได้มีความสามารถที่จะเพิ่มผลิตภาพให้เติบโตเร็วขึ้น เราพูดเสมอว่าทําอย่างไร ให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถที่จะมีผลิตภาพสูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ย การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถ้าทําอย่างนี้ได้เราก็ จะลดความเหลื่อมล้ํา ในสังคมได้ แล้วก็จะทําให้ประเทศมีความเข้มแข็งขึ้น ทําอย่างไรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจะเน้นเรื่องการสร้างสมรรถนะและความสามารถของท้องถิ่น ส่งเสริม ให้ชุมชนได้เข้าถึงบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและความรู้เพื่อสร้างขีดความสามารถ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพิ่มผลิตภาพของภาคเกษตรของเกษตรกรรายย่อยและชุมชนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เขาเจริญเติบโตแล้วก็สามารถที่จะมีผลิตภาพสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงพอที่จะ ลดความเหลื่อมล้ําที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศ การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ หมายถึงการผลักดัน ผู้ประกอบการใหม่ด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่จะทําให้เกิด ผู้ประกอบการใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและทําให้เกิดผลิตภาพของภาคการผลิต เปัาหมายของ การปฏิรูปคือการเปลี่ยนประเทศจากประเทศที่ติดกับอยู่ในประเทศรายได้ปานกลางเข้าสู่ ประเทศที่พัฒนาแล้วทําให้เราอยู่ในที่อาจารย์สุวิ ทย์ใช้คําว่าเฟ่ร์สท เวิลด์ (First World) ก็คือประเทศที่ได้รับการพัฒนาแล้วคือมีรายได้สูงมีความเหลื่อมล้ําลดลง จะทําอย่างนี้ได้ เราต้องเน้นเรื่องการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพราะฉะนั้น เปัาหมายการปฏิรูปก็คือการเพิ่มขีดความสามารถ ประสิทธิภาพ และมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต แก่ภาคการผลิต ภาคบริการ ภาคสังคม ชุมชนและภาคการเกษตร โดยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทําอย่างไรให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ข้อมูล วทน. ประกอบ การตัดสินใจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และภาวะวิกฤติของโลกที่กําลังเกิดขึ้นได้ เรามองว่าชุมชนและประชาชนจะต้องสามารถ พัฒนาสถานภาพและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ทําให้เกิดกลไกที่เราจะบริหารจัดการนวัตกรรม ทําให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ให้กระจายให้ทั่วถึงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะฉะนั้น กลไกข้อเสนอของการปฏิรูปนี้จึงเปึนเรื่องของการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ วทน. ให้มีความเปึนเอกภาพในระดับประเทศ และให้จัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์ในรูปแบบ ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของโปรแกรมหรือที่เราเรียกโปรแกรม เบส บัดเจตติง (Program-based budgeting) และมีการประเมินผลอย่างสม่ําเสมอและจริงจังทําให้ระบบมีประสิทธิภาพ ให้มีการลงทุนด้าน วทน. สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศและกระจายการลงทุน ให้กับทุกภาคส่วนและท้องถิ่น เราพูดถึงการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานการบริการ วทน. อย่างทั่วถึงและมีความทันสมัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะขีดความสามารถทางการแข่งขัน ของภาคการผลิตและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอี (SME) และชุมชน เราจะต้องมี โรงงานต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะทําให้ระบบนวัตกรรมของเราเข้มแข็ง เราจะต้องมี ระบบจูงใจทางการเงินและสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อให้ภาคเอกชนลงทุนในการ ทําวิจัยและพัฒนา เราจะต้องมีการพัฒนาและบริ หารการจัดการด้านกําลังคน

เราพูดถึงการทําสเตม เวิร์ก ฟอร์ซ (STEM work force) และสเตม เอดดูเคชัน (STEM education) การทําสเตม (STEM) เราหมายถึง สเตมนี่ย่อมาจากไซนน์ เทคโนโลยี เอนจิเ นีย ริง แล ะ แมททะเม ติก ส์ (Science Technology Engineering and Mathematics) หมายถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ เปึนการประมวลรวมกัน เวลาเรียนหนังสือสมัยใหม่เราก็ต้องให้แน่ใจว่าไม่ได้แยกเรียน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อที่จะกระตุ้นความสนใจ ของนักศึกษา เพื่อที่จะกระตุ้นให้มีผู้เรียนอาชีวศึกษามากขึ้น การพัฒนาการเรียนรู้ด้านสเตม เปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็จําเปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีเครือข่ายของทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ผลักดันการพัฒนาการเรียนการสอนด้านอาชีพที่เกี่ยวข้องกับทางเทคโนโลยีให้มากขึ้น เราพบว่าในประเทศไทยการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีมีสัดส่วนซึ่งต่ํามากเมื่อเทียบกับ ทุก ๆ ประเทศในโลก เรามีคนที่เน้นทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีในระดับอุดมศึกษา เพียงแค่ประมาณ ๓๐-๓๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเทศทั้งหลายทั่วโลกจะมีคนที่เรียนด้านนี้ เกือบถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อขาดจํานวนนี้จํานวนมากแล้วเรามีคนอยู่ในภาครัฐพอสมควร เราก็พูดถึงการที่เราจะให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนเกิดทาเลนต์ โมบิลิตี (Talent Mobility) ให้ผู้ที่มีความสามารถในภาครัฐออกไปช่วยส่งเสริมภาคการผลิต ในภาคเอกชนได้ ที่เปึนเช่นนี้เพราะว่าสมรรถนะความสามารถของประเทศอยู่ที่สมรรถนะ ความสามารถของภาคเอกชน จําเปึนอย่างยิ่งที่ภาครัฐจําเปึนที่จะต้องส่งเสริมให้ภาคเอกชน มีความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งได้

อีกอันหนึ่งที่สําคัญสําหรับการสร้างสมรรถนะความสามารถของผู้ประกอบการก็คือ การมีระบบคุณภาพที่เข้มแข็ง เราเรียกอันนี้ว่าโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ภาษาอังกฤษเรียกเนชันแนล ควอลลิตี อินฟราสตรักเจอร์ (National quality infrastructure) ซึ่งหมายความว่าแล้วต้องมีระบบมาตรฐาน ระบบวัด ระบบคุณภาพ ที่มีมาตรฐานและทันสมัย ทําให้ผู้ประกอบการมีฐานสําหรับการพัฒนาคุณภาพ เพราะว่า การแข่งขันถ้าเราจะเปลี่ยนจากประเทศรายได้ปานกลางเปึนประเทศที่อยู่ในเฟ่ร์สท เวิลด์ ได้ คุณภาพของการผลิตเปึนเรื่องสําคัญมากและจําเปึน ที่จะต้องมีระบบการวัดการดูแล มาตรฐาน การดูแลคุณภาพ ซึ่งภาครัฐจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทางคุณภาพไว้ให้เอสเอ็มอีได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น จากการที่เราเสนอประเด็นปัญหาเหล่านี้ เราก็เสนอการปฏิรูปเพื่อที่จะแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ คือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของการบริหารจัดการและระบบงบประมาณด้าน วทน. ของประเทศ ปฏิรูปเรื่องการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งก็จะมี การลงทุนเพื่อที่จะให้เกิดความร่วมมือทุกภาคส่วน รัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย และหน่วยงานวิจัย และรัฐ เอกชน ชุมชน เปึนต้น เน้นเรื่องการมีกลไกหรือระบบที่จะเอื้อ ให้เอกชนทําวิจัยมากขึ้น ให้เอกชนร่วมมือกับรัฐทํางานวิจัยมากขึ้น ให้เกิดการลงทุน การผลิตและบริการที่ทําให้เกิดการส่งเสริมการพัฒนาระบบคุณภาพ แล้วก็ระบบการผลิต ที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น ทําให้เกิดความ สามารถในการแข่งขันมากขึ้น ที่มีแวลู แอดเดด (Value added) สูงขึ้น เราเน้นเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีให้ทั่วถึง ทั่วถึงทั้งกับภาคเอกชน จากสังคมและชุมชน เราเน้นเรื่องการปรับปรุง การพัฒนา และบริหารจัดการ ก็จะเห็นว่าทั้งหมดนี้ เปึนการปรับปรุงโครงสร้างและ การปรับปรุงกิจกรรมพื้นฐานเพื่อที่จะให้เกิดการพัฒนาและการบริหารจัดการประเทศ ให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางวิจัย และระบบโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทางนวัตกรรม เพื่อพาประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว แล้วก็เพื่อให้ชุมชน และสังคมได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทําให้สมรรถนะความสามารถ สูงขึ้น ทําให้ผลิตภาพสูงขึ้น ทําให้เราสามารถจะใช้ทรัพยากรต่อยอดให้มีมูลค่าสูงขึ้น ทําให้แรงงานไทยมีทักษะแล้วก็มีสมรรถนะความสามารถสูงขึ้น ทําให้ผลิตภาพของเราดีขึ้น และมองว่าการปฏิรูป ทั้งหมดนี้ถ้ามองเปึนตัวอย่างเราก็เสนอตัวอย่าง ๒ ด้านนะครับ

ความจริงเรามีตัวอย่างอยู่ในเอกสารมากกว่า ๒ ด้าน แต่ที่ผมจะเรียนเสนอตรงนี้ เปึนตัวอย่าง ๒ ด้าน ด้านหนึ่งคือด้านไบโอเบส อินดัสตรี (Bio-based industry) เรามองว่า ประเทศไทยผลิตน้ําตาลจํานวนมาก ผลิตแปังจํานวนมาก ผลิตยางดิบจํานวนมาก ถ้าเราใช้สิ่งเหล่านี้และสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมชีวภาพ คือแปรรูปสิ่งเหล่านี้ ให้เปึนสิ่งที่มีมูลค่าสูงขึ้น มีคุณค่าสูงขึ้น ไม่ว่าจะเปึนวัสดุ ไม่ว่าจะเปึนอาหาร อาหารสัตว์ อาหารคน อาหารคุณภาพ ไม่ว่าจะเปึนยาต่าง ๆ ก็จะทําให้แวลู เชน (Value chain) ที่เกิดขึ้นในประเทศสูงขึ้นจะทําอย่างนี้ได้คงจะต้องใช้ภาคเอกชนเปึนตัวนํา เพราะว่าการผลิต ก็คงจะต้องสามารถที่จะนําไปสู่การทําธุรกิจได้ ก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงการขับเคลื่อน เศรษฐกิจจากการที่เราเน้นเรื่องการผลิต แล้วก็ขายวัตถุดิบเปึนการแปรรูปให้เกิดเศรษฐกิจ เชิงนวัตกรรม ยกระดับรายได้ของประเทศแล้วก็ยกระดับผลิตภาพในทุกภาคส่วน

ตั้งแต่ภาคการเกษตร ภาคการผลิตเอสเอ็มอีและบริษัทขนาดใหญ่มาร่วมกันผลักดันประเทศ ไปสู่ไบโอเบส อินดัสตรีซึ่งก็จะมีทุกภาคส่วนมาร่วมกัน แล้วก็จะต้องทําให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอด เทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามา การพัฒนาเทคโนโลยีเอง การร่วมมือการพัฒนากําลังคน ในทิศที่จะนําไปสู่การผลิตที่ทําให้แทนที่เราจะขายน้ําตาลหรือขายแปังเปึนการขาย เม็ดพลาสติกหรือเปึนการขายยา แล้วก็อาศัยฐานความเข้มแข็งของเอกชนทําสิ่งเหล่านี้ ให้เกิดขึ้นก็จะทําให้เรามีประเทศซึ่งเปึนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมได้ ในกลไกเหล่านี้เราได้ สร้างเครือข่ายขึ้นแล้ว แล้วก็เปึนความหวังว่าจะผลักดันเรื่องนี้ต่อไปให้เกิดการผลักดันให้ ไบโอเบส อินดัสตรีเปึนนโยบายเปึนยุทธศาสตร์ของประเทศซึ่งก็จะทําให้เราอาศัย ภาคการเกษตรของเรานําไปสู่ทั้งพลังงานและการผลิตของมูลค่าสูงขายได้ มีการศึกษา ที่ชัดเจนว่าการเกษตร ผลผลิตทางด้านชีวภาพพวกไบโอแมส (Biomass) นี่สามารถ จะทดแทนน้ํามันได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ถ้าเผื่อเราสามารถจะลงทุนทางด้านเทคโนโลยี สามารถจะลงทุนแล้วก็มีเปัาหมายที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมแล้วก็ลดการผลิตคาร์บอน ผลผลิต ทางด้านชีวภาพสามารถจะทดแทนน้ํามันได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ อีกด้านหนึ่งที่ชัดเจนมากก็คือ เรามองว่าเราควรจะมุ่งเน้นเรื่องนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการส่งเสริม อุตสาหกรรมประเภทยาและชีวะวัตถุเพื่อการส่งออกและความมั่นคงของประเทศ เราพูดอันนี้ว่ามันเปึนอินโนเวชัน (Innovation) เพื่อเฮลต์ แอนด์ เวลเนส (Health and wellness) เราจะทําอันนี้เราต้องการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเพื่อผลิตยาและชีวะวัตถุไม่ใช่เพื่อประชากร ๖๐-๗๐ ล้านคนในประเทศไทย แต่เพื่อตลาดอาเซียนและตลาดพื้นที่ลุ่มแม่น้ําโขงซึ่งก็หมายถึงคนเปึนพันล้านคนไม่ใช่แค่ ๗๐-๘๐ ล้านคน การทําอย่างนี้จําเปึนที่จะต้องมีการปฏิรูปในกลไกต่าง ๆ ที่เมื่อกี้ ผมได้เล่าให้ฟังแล้วอยู่ในเอกสารทั้งในแง่ของปรับเปลี่ยนกฎหมาย ทั้งในแง่ของการทํางาน ร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และในแง่ของการเปลี่ยนวิธีคิดจากการที่นําไปสู่ การเน้น การสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ และเพื่อชีวิตความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นของคนในรีเจิน (Region) นี้ทั้งหมด ถ้าเราทําอย่างนั้นก็สามารถจะสร้างสมรรถนะความสามารถ สร้างงาน ทางเทคโนโลยี สร้างงานที่ต้องการคนที่มีความรู้สูงทําให้รายได้ต่อหัวของคนสูงขึ้น ทําให้เรา สามารถที่จะเปึนเจ้าของความรู้ได้จํานวนมาก สามารถจะต่อยอดลูกหลานของเรา

ที่มีความสามารถได้ไปแสดง ณ วันนี้ก็เก่งขนาดไปได้เหรียญทองเวลาที่แข่งขันทางวิชาการ ระดับเด็ก ๆ แต่ว่าสิ่งที่เราต้องการก็คือเอาเด็กเหล่านี้มาต่อยอดในประเทศทําให้เขาสามารถ ที่จะเข้าไปทํางานในบริษัทที่ทํา วิจัยและพัฒนาแล้วก็ส่งเสริมนวัตกรรมบนฐานของ ความต้องการที่จะให้ประเทศไทยแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ แล้วก็ดูแลตลาดเช่นในกรณีนี้ ตลาดสุขภาพของคนในอาเซียนและในลุ่มน้ําโขงได้ ก็เปึนตัวอย่าง ๒ อันที่อยากจะเรียนไว้ เพื่อที่จะให้เห็นว่าถ้าเราสามารถจะปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้นี่ มันเปึนโอกาสสูงมากที่จะทําให้ประเทศของเราก้าวหน้าทันสมัยมีเศรษฐกิจบนฐานนวัตกรรม เพื่อเสริมวาระปฏิรูปที่ ๒๐ ซึ่งถ้าเราบอกว่าถ้าเราสามารถจะปฏิรูประบบวิจัยได้

เราก็มีโอกาสที่จะทําให้ประเทศไทยเปึนสังคมฐานความรู้ ใช้ความรู้ในการตัดสินใจ ในการวางนโยบาย ในการแก้ปัญหาทุกระดับ ข้อเสนอที่สําคัญที่สุดของเราอยู่ใน ๒ สไลด์ ที่ผมกําลังจะพูดก็คือว่าเรามีความเห็นว่าจะแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ทางปัญญา และโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมได้นี่จําเปึนที่จะต้องมีการแก้ปัญหาโดยมีผู้นํานําไปสู่ การเปลี่ยนแปลงที่จะทําให้ระบบทั้ง ๒ ระบบ ทํางานอย่างมีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ เราพูดถึงภาษาพวกเราบ่อย ๆ ก็เรียกซูเปอร์ บอร์ด (Super board) แต่อันที่จริงก็อาจจะ ไม่จํา เปึนต้องใช้คําว่า ซูเปอร์ บอร์ดนะครับ แต่ว่าจะต้องมีคณะกรรมการปฏิรูป วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติขึ้นเพื่อเปึนผู้นํารับผิดชอบ ในการบริหารจัดการการปฏิรูป พูดภาษาอังกฤษก็คงเรียกว่าอันนี้คือเชน จ์ แมเนจเมนต์ (Change management) นะครับ คือต้องมีลีดเดอร์ชิ ป (Leadership) ในการเชนจ์ แมเนจเมนต์ เปึนผู้นํา ที่จะต้องมีความสามารถแล้วก็ได้รับความเชื่อถือและ ประสบความสําเร็จในการทํางานสําคัญ ๆ นะครับ ที่สําคัญก็คือประเทศชาติต้องเห็นว่า จําเปึนที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ แล้วก็แต่งตั้งผู้นําที่จะนําการเปลี่ยน แปลงอันนี้ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างจริงจัง คณะกรรมการชุดนี้จะต้องมีหน่วยงานประสานงาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปซึ่งจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมาช่วยกันทําหน้าที่บริหารจัดการ ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงานการปฏิรูป ซึ่งควรจะเปึนหน่วยงานที่มีความเปึนอิสระ พอสมควรทีเดียว ความจริงเปึนอิสระมากทีเดียวที่จะสามารถบริหารจัดการที่คล่องตัวไม่ติด ระบบราชการ เพื่อมาบริหารจัดการการปฏิรูป จัดการกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อการ ปฏิบัติงานให้ดีขึ้น ที่จะต้องดําเนินการให้เกิดการปฏิรูปตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน แล้วก็สามารถที่จะจัดลําดับความสําคัญของสิ่งที่จะต้องปฏิรูปแล้วก็ค่อยทําไปตั้งแต่แผน ๖ เดือน แผน ๑ ป้ แผน ๒ ป้ แผน ๓ ป้ ถึงแผน ๕ ป้ หรือมากกว่านั้น ที่จะต้องกําหนด ยุทธศาสตร์และจัดทําแผนปฏิบัติการกรอบการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ อย่างชัดเจน และต้องสร้างความมั่นใจในเปัาหมายของแต่ละข้อจนประสบความสําเร็จ แล้วก็ต้องสามารถ ที่จะมีการติดตามความก้าวหน้า และประเมินผลการดําเนินงานกัน และให้มีการรายงาน เปึนระยะ ๆ รายงานต่อผู้ที่มีอํานาจที่จะต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงอันนี้ แล้วก็ที่สําคัญ อีกอันหนึ่งก็คือต้องก้าวข้ามระบบราชการ สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ดําเนินงาน ด้วยความโปร่งใสและใช้ข้อมูลที่ถูกต้องทันเวลา มีการสื่อสารอย่างรวดเร็ว ต้องทําให้

เปึนที่ทราบและเข้าใจถึงความจําเปึนที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ หน่วยงานนี้พึงจะ มีอํานาจแต่ไม่ควรจะใช้อํานาจเลยนะครับ เพราะว่าต้องการสร้างความไว้วางใจให้เกิดกับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่าเขามาทําอันนี้เพื่อให้หน่วยงานอื่น ๆ ได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะว่า หน่วยงานนี้ก็จะเปึนหน่วยงานที่ต้องผลักดันการเปลี่ยนแปลงอันนี้ เมื่อมี ๒ ยูนิต (Unit) นี้แล้ว สิ่งที่เราเสนอไว้ก็จะได้รับการพิจารณาแล้วก็ไปเรียงลําดับความสําคัญ หากลไก ที่จะเดินให้นําไปสู่เปัาประสงค์และทําให้เกิดผลกระทบกับประเทศตามที่ผมได้เรียนแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เปึนเรื่องของการปฏิรูปที่ ๒๐ และปฏิรูปที่ ๒๑ นะครับ ระบบวิจัยแล้วก็ ระบบ วทน. ของประเทศ ข้อเสนออันนี้ได้เขีย นไว้ผมคิดว่าละเอียดและชัดเจนพอสมควร ในวารสารที่นําเสนอไปแล้วนะครับ ผมก็จะขอจบวาระปฏิรูปที่ ๒๐ และวาระปฏิรูปที่ ๒๑ เพียงเท่านี้นะครับ แล้วก็จะขอเรียนเชิญคุณอนนต์เสนอวาระการพัฒนาเรื่องการปฏิรูประบบ ข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณอนนต์ครับ

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ 🔗

เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ผมขออนุญาตเสนอวาระพัฒนาเรื่องการปฏิรูประบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ ขอไปสไลด์ที่ ๒ เลยครับ ในเอกสารที่แจกไปท่านจะเห็นมีคําที่หลา กหลายที่เราใช้ อยู่ในเอกสาร อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) บ้าง คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ (Connected Government) บ้าง หรือว่าดิจิทัล โซไซตี (Digital Society) หรือว่าดิจิทัล อีโคโนมี (Digital Economy) อยากจะอธิบายไว ๆ นะครับว่าในภาพนี้จะเปึนความสัมพันธ์ ระหว่าง

คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์กับเรื่องของเปัาห มายหรือนโยบายเรื่องดิจิทัล โซไซตีกับ อีโคโนมีนะครับ คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์จริง ๆ แล้วก็คือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศบูรณาการภารกิจ แล้วก็กระบวนการการทํางานของ หน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคสังคมแล้วก็ภาคประชาชน แล้วก็ส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ทั่วถึง แล้วก็เปึนธรรม ทีนี้เมื่อมีคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์แล้วก็คงจะก่อให้เกิดกิจกรรมหลากหลายเปึนกิจกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะขยายผล แล้วก็พัฒนาไปสู่ในเรื่องของสังคมที่เปึนดิจิทัลได้ แล้วก็ต่อยอดขยายผล มีผลกระทบทางเศรษฐกิจ อันนี้ก็เปึนความหมายและความสัมพันธ์ ส่วนเรื่องอีกัฟเวิร์นเมนต์เอง จริง ๆ แล้วก็เปึนเรื่องของช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาที่จะก้าวไปสู่คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ จะมีความหมายคล้ายคลึงกับเรื่องของคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ ขอไปสไลด์ที่ ๔ เลยครับ สไลด์ที่ ๔ ถามว่าเหตุผลเรามาทําเรื่องนี้ทําไม จริง ๆ แล้วหลักการและเหตุผลค่อนข้างจะมี ความชัดเจนมาก เรื่องนี้เปึนเรื่องของการตอบโจทย์ที่จะนําพาให้ประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ได้ประสบความสําเร็จ เพราะว่ากิจกรรมทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นภายใต้คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ ไม่ว่าจะเปึนระหว่างรัฐต่อรัฐ หรือว่ารัฐกับเอกชน หรือว่ารัฐต่อประชาชนจะทําให้เรามี กิจกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็มีนวัตกรรมต่าง ๆ บนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เราเรียกว่า บิ๊ก ดาตาแล้วก็ขยายผลไปสู่ในเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจ ถ้าเราขาดคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ ซึ่งเปึนกลไกสําคัญ ก็ยากนะครับที่เราจะสามารถบรรลุผลในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมีได้ ไปสไลด์ที่ ๕ ครับ สไลด์ที่ ๕ ท่านจะเห็นว่าอีกโจทย์หนึ่งที่สําคัญนะครับ คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์เปึนเรื่องที่เราจะสามารถร้อยลูกปัดวาระปฏิรูปที่สําคัญต่าง ๆ ได้ จะนําไปสู่ ในเรื่องของการปฏิบัติในวาระปฏิรูปอย่างเปึนรูปธรรม แล้วก็ทําให้เราบรรลุเปัาหมาย ของการปฏิรูป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ํา การสร้างโอกาสให้การเข้าถึง บริการของรัฐ การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ เรื่องการพัฒนาส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม แล้วก็ขับเคลื่อนประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนา รวมทั้งเรื่อง การบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องของการสร้างธรรมาภิบาล เรื่องของการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งหมดนี้จะเปึนผลกระทบในเชิงบวกทั้งนั้น และที่สําคัญอีกอันหนึ่งเรื่องนี้รัฐได้ประกาศเปึนนโยบา ยไว้ตอนแถลงนโยบาย ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเปึนนโยบายที่จําเปึนที่จะต้องสานต่อให้แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้น

ถ้าขาดกลไกหรือคานงัดที่สําคัญ อย่างเช่น คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์นี่ยากนะครับ ที่เราจะเห็นความสําเร็จในเรื่องของโครงการเหล่านี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเสนอก็เปึนการสนับสนุน แล้วก็เสริมกับนโยบายของรัฐ แล้วก็จะทําให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการทํางานตรงนี้จะสามารถ ส่งผลกระทบในเชิงบวก แล้วก็ทําให้นโยบายนั้นสัมฤทธิผลได้ สไลด์ถัดไปครับ อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือความพร้อมนะครับ ประเทศไทยไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เราเริ่มมีอีกัฟเวิร์นเมนต์กันบ้างแล้ว ท่านจะเห็นในภาพอันนั้นก็คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ในปัจจุบันเราเริ่มมีการทํางาน ในโครงการเหล่านี้มา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องกัฟเวิร์นเมนต์ ฮับ (Government Hub) เทรดดิง ฮับ (Trading Hub) โลจิสติกส์ ฮับ (Logistics Hub) หรือไฟแนนเชียล ฮับ (Financial Hub) พวกนี้ก็เปึนเนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) ก็เปึนเรื่องช่องทาง ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จที่มีการดําเนินการไปแล้วบ้าง แต่ว่ายังไม่ได้สมบูรณ์แล้วก็ยังไม่ได้ มีการบูรณาการ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะเอาคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ เข้ามาบูรณาการ ทําให้โครงการเหล่านี้สามารถสานต่อไปได้ แล้วก็จะส่งประโยชน์ กับประเทศอย่างจริงจัง สไลด์ถัดไปครับ อันนี้ก็จะเห็นว่าถ้าฐานข้อมูลหลักของเรา ๔ ฐาน ไม่ว่าเรื่องคน เรื่องนิติบุคคล เรื่องทรัพย์สิน เรื่องสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งเปึนฐานข้อมูลหลักถ้ามีการเชื่อมโยงกันเราสามารถจะต่อยอดให้บริการที่หลากหลาย ตอบสนองต่อความต้องการกับประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ

อันนี้ก็เปึนเหตุผลหนึ่งว่าทําไมเราคิดว่าคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์นั้นจําเปึนอย่างยิ่งนะครับ สไลด์ถัดไปครับ อันนี้เปึนงานวิจัยของทางที่ปรึกษาแมกคิ นซีย์ซึ่งเปึนที่ปรึกษาทางธุรกิจ ระดับโลกเขาได้ศึกษาวิจัยไว้ว่าในโลกนี้มีประเทศอยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าประเทศด้วยกัน ที่มีโอเพน ดาตา (Open data) ที่มีคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ ถ้าสามารถที่จะขยายผล ได้เต็มศักยภาพแล้วจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้ถึง ๓-๕ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกันเราก็สามารถที่จะแสวงหาประโยชน์จากเรื่องของโอเพน ดาตาและ คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์นี้ได้เช่นกัน ในหน้าถัดไปครับ อันนี้ท่านก็จะเห็นว่าสุดท้ายแล้ว ด้วยความสําคัญทั้งหลายทั้งปวงก รรมาธิการจึงเห็นว่าวาระคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์นี้ เปึนวาระพัฒนา ต้องถือว่าเปึนวาระแห่งชาติ ทั้งนี้เราหวังในผลลัพธ์ที่สําคัญนอกจากที่จะ นําพาประเทศไปสู่ในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี ดิจิทัล โซไซตี แล้วยังเพิ่มประสิทธิภาพของ การบริหารจัดการภาครัฐ แก้ปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ขยายผลทางเศรษฐกิจ แล้วก็ทําให้ ประเทศแข่งขันได้ดีขึ้น สไลด์ถัดไปทีนี้ถามว่าทํางานกันอย่างไร ได้เปเปอร์ (Paper) อันนี้ขึ้นมา คือสิ่งแรกเลยเราก็ได้ศึกษาเคส (Case) ซึ่งเปึนเคสที่ประเทศที่นําคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ไปใช้แล้วประสบความสําเร็จก็คือประเทศเกาหลีว่าเขาสําเร็จอย่างไรครับ ปัจจัยสําคัญก็ คือเรื่องภาวะผู้นําเขาใช้เวลา ๒๐ ป้กว่าจะเปลี่ยนผ่านคอนเนกเต ด กัฟเวิร์นเมนต์มาสมบูรณ์แบบ เขามีความมุ่งมั่นตลอดทางแล้วก็จริงจังต่อเนื่อง ถือเปึน วาระแห่งชาติเช่นกัน แล้วคานงัดที่สําคัญก็คือมีการออกกฎหมายปฏิรูประบบราชการ มีการปรับเรื่องของกระบวนการทํางานของระบบราชการ การเป่ดเผยข้อมูล เรื่องของการ อํานวยความสะดวก อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาจากประเทศที่เขาประสบความสําเร็จ สําหรับประเทศไทยเองเราก็ศึกษา เราใช้เรื่องของอีกัฟเวิร์นเมนต์มาเกือบ ๒๐ ป้เหมือนกัน แต่มุมมองที่เรามองก็คือว่าทําไมเราไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร ก็อยู่ที่เรื่องปัญหา ประสบการณ์ ความท้าทายต่าง ๆ สิ่งที่เราได้พูดคุยทั้งหมดก็จากผู้ที่มีประสบการณ์และผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญและเกี่ยวข้องกับโครงการนี้โดยตรง จะเห็นว่ามีโครงการค้างท่ออยู่เปึน จํานวนมาก ซึ่งเพิ่งจะมีปัจจุบันเท่านั้นเองที่รัฐให้ความสําคัญอย่างจริงจัง เปึนเรื่องของการ ให้นโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ดิจิทัล โซไซตีมา ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็เปึนครั้งแรกที่เราจะ เห็นถึงความมุ่งมั่นเหล่านี้นะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่เราได้พูดคุยก็มีกับทางภาคเอกชนเช่นกัน ที่สําคัญก็คือยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน ถ้าเรามีประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วทําอย่างไร

ที่จะทําให้ต่อไปนี้ขับเคลื่อนได้สําเร็จ การพัฒนาบุคลากรสําคัญเพราะว่าเรายังขาดแคลน เรื่องบุคลากรในแอเรีย (Area) นี้อย่างมาก แล้วก็สุดท้ายคือว่าสิ่งที่เราศึกษาไปทั้งหมด ได้มีการกระทบความคิดกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารระดับสูงต่าง ๆ ทั้งหมดแล้ว ที่นําเสนอมาทั้งหมดนี้ไปในทิศทางเดียวกันกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่จะนําความคิด ของสภาปฏิรูปนั้นไปปรับใช้ สไลด์ถัดไปครับ จากสรุปผลออกมาท่านจะเห็นว่าตารางนี้ บอกได้ชัดเจนว่าทําไมต้องมีคอนเนกเต ด กัฟเวิร์นเมนต์ ไทยแลนด์ถูก จัดอันดับ โดยสหประชาชาติว่าอีกัฟเวิร์นเมนต์ของเรานี่อยู่ในระดับที่ล้าหลัง แล้วก็ถดถอยไปเรื่อย จากป้ ๒๐๐๘ มาถึงป้ ๒๐๑๔ ลําดับที่ ๖๔ ถอยไปลําดับที่ ๑๐๒ เราอาจจะอยู่เหนือ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเขมร แต่ที่เหลือนั้นประเทศเหล่านี้ เขาดีกว่าเราทั้งหมด ถามว่าประเทศเกาหลีทําไมเขาเปึนที่ ๑ ได้ ปัจจัยแรกที่ได้เรียนแล้ว ก็เรื่องของภาวะผู้นํา เขาเขียนกฎหมายเรื่องของอีกัฟเวิร์นเมนต์ แอกต์ (e-Government Act) ออกมา อันนี้จะเปึนเรื่องของปฏิรูประบบการบริ หารราชการแผ่นดิน มีเรื่องของ กัฟเวิร์นเมนต์ เอนเตอร์ไพรส์ อาร์คิเทก ต์ เฟรมเวิร์ก (Government Enterprise Architect Framework) อันนี้ผมจะเรียนต่อไปว่าหน้าตามันเปึนอย่างไร สไลด์ถัดไปครับ สไลด์นี้เปึนสิ่งที่เราค้นพบ ล้วก็ประมวลออกมาทั้งหมดว่าหลังจากที่ได้มีการประชุม ระดมสมองแล้วก็พูดคุยกันหลากหลายแล้วปัญหาที่ท้าทายที่เราจะเดินหน้าต่อไปเราต้อง จัดการกับสิ่งเหล่านี้ทั้ง ๗ เรื่องให้ได้

เรื่องแรกคือนโยบาย วันนี้เราคิดว่ามีแล้วนะครับ เปึนนโยบายที่เปึนวาระแห่งชาติ แต่คิดว่า จะต้องเอาคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์นั้นเข้าไปเปึนกลไกขับเคลื่อนที่สําคัญนะครับ ทั้งเรื่อง การจัดการนั้นก็เช่นกันนะครับ ความสําคัญของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้นต้องให้ ความสําคัญเพราะว่าเขาจะเปึนทั้งยูสเซอร์ (User) ด้วย เปึนทั้งคนที่ดิลิเวอร์ เซอร์วิส (Deliver service) ด้วย เพราะคนเหล่านี้เองถ้าไม่เปลี่ยนแปลงแล้วเรื่องของการที่จะผลักดัน โครงการนี้คงสําเร็จยาก การแลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีไม่ทั่วถึง เรื่องงบประมาณที่ยังจัดสรรไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องบุคลากรที่ยังขาดแคลนอยู่ แล้วก็เรื่อง กฎหมาย เรื่องกฎหมายนี้ก็อย่างที่เรียนแล้วนะครับ มีกฎหมายฉบับที่เราจะต้องออกเพื่อให้มี สภาพบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบริหา รจัดการภาคราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของกฎหมายอีกัฟเวิร์นเมนต์กับการแก้ปรับปรุงกฎหมายที่เปึนอุปสรรค เปึนเงื่อนไข ต่อการเปลี่ยนแปลงนะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนต่อไปนะครับ สไลด์ถัดไปครับ สําหรับเรื่องของสิ่งที่เราคิดว่าเปึนประเด็นป ฏิรูป เราได้วิเคราะห์ปัญหา ความท้าทายหมดแล้วนะครับ สิ่งที่จะต้องทําก็คือมี ๕ ประเด็นด้วยกันที่จะเบรก ไซโล (Break silo) จากการทํางานทั้งหมด แล้วก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการ บริหารจัดการ ลดความซ้ําซ้อนในเรื่องการลงทุน การออกกฎหมายอีกัฟเวิร์นเมนต์ เรื่องของโครงสร้างการขับเคลื่อน เรื่องของการวางโครงสร้างเปึนผังแม่บท ออกแบบไว้ สําหรับรองรับการทํางานของทุกภาคส่วนให้ไปอยู่ในระบบเดียวกัน ทํางานให้อยู่ในมาตรฐาน เดียวกันนะครับ เรื่องของการพัฒนาบุคลากร แล้วก็การจะทําให้สําเร็จนั้นไม่จําเปึนต้องไป บิก แบง (Big bang) เริ่มจากไพลอต โปรเจกต์ (Pilot project) โครงการที่อยู่ในท่อ มีความพร้อมสมบูรณ์สุดนะครับ แล้วก็โครงการที่ค้างท่อเหล่านี้เราสามารถมาปัดฝุ์น ขยายผลต่อแต่ทําให้เปึนระบบครับ สไลด์ถัดไปครับ อันนี้ท่านก็คงจะเห็นนะครับว่าถ้าเรา ให้มาอยู่ในกรอบที่เราพูดถึงเรื่องคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ โดยมี ๕ ปัจจัยปฏิรูปหลัก เรื่องของอีกัฟเวิร์นเมนต์ แอกต์เรื่องของไพลอต โปรเจกต์ เรื่องของมีโครงสร้างการขับเคลื่อน เรื่องของการที่ทํางานอยู่บนระบบที่เราเรียกว่ากัฟเวิร์นเมนต์ เอนเตอร์ไพรส์ อาร์คิเทกต์ เฟรมเวิร์ก อันนี้จะช่วยทําให้การเดินไปข้างหน้าของคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์นั้นอยู่ในผัง ที่เปึนระบบแบบแผนที่จะสามารถพัฒนาได้ยาวต่อเนื่องไปนะครับ โอกาสที่เราประสบความสําเร็จ ก็มีมากนะครับ ไม่ซ้ําซ้อน ไม่เปลี่ยนแปลงระหว่างทางนะครับ ถัดไปครับ ผมจะขอให้

รายละเอียดประเด็นที่สําคัญ ๆ เท่านั้นนะครับ ไปเรื่องของกฎหมาย การออกกฎหมายใหม่ เรื่องอีกัฟเวิร์นเมนต์ อีกเรื่องหนึ่งที่เราเห็นว่าสําคัญก็คือเรื่องของกัฟเวิร์นเมนต์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แอนด์ รีซัลต์ แอกต์ (Government Performance and Result Act) ตัวนี้เปึนกฎหมายที่เราได้อ้างอิงมาจากทางประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผมคิดว่าเปึนปัจจัยสําคัญ ที่จะทําให้การบริหารราชการของเรานั้นมีการคาดหวังผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน มีการวัดผลได้ การปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลัง เปึนข้อจํากัดของการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลง ลองดู ตัวอย่างนะครับว่าอีกัฟเวิร์นเมนต์ของทางประเทศเกาหลีที่เราดึง ๆ มาเฉพาะประเด็นสําคัญ มีอะไรบ้าง อยู่ในเอกสารที่แจก ตัวเลขอาจจะเล็กสักหน่อยนะครับ อย่างเช่นมาตรา ๖ เราพูดถึงเรื่องกระบวนการทํางานเพื่อความสะดวก แล้วก็ลดเวลาการให้บริการ อันนี้หมายถึงไมด์เซต (Mindset) ของการทํางานของราชการต้องเปลี่ยนทันที การปฏิรูป ระบบงานก่อนที่จะเข้าสู่ระบบดิจิทัล อันนี้เปึนสภาพบังคับ ต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) อันนี้เปึนตัวอย่าง มีการปกปัองข้อมูลบุคคลด้วย มีเรื่องของมาตรการปัองกัน การดําเนินการลงทุนที่ซ้ําซ้อนกันนะครับ แล้วก็ข้อมูลประเภทไหนที่จําเปึนที่จะต้องเป่ดเผย ต่อประชาชน และอีกอันหนึ่งคือลดเอกสาร ก็เปึนการบังคับเลย กระดาษทั้งหลาย ต้องลดนะครับ มีการประเมินผลโครงการด้วย อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ถัดไปครับ อันนี้ก็เปึน กัฟเวิร์นเมนต์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แอนด์ รีซัลต์ แอกต์ นะครับ แล้วก็ของทางประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ผมคิดว่ามีความเกี่ยวข้องเพราะว่าถ้าราชการต่อไปข้างหน้านั้นไม่กําหนดเปัาหมายในเรื่อง ของการให้บริการ การตอบสนองต่อความต้องการของภาคประชาชนก็เปึนการยากที่จะ วัดผลความสําเร็จเหล่านี้ วัดผลเรื่องการใช้ทรัพยากร จัดลําดับความสําคัญของแผนงาน โครงการต่าง ๆ

เพราะฉะนั้นเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ก็สําคัญเช่นกัน ที่จะทําให้เราสามารถหวังผลสัมฤทธิ์ ของโครงการอันนี้ได้ สไลด์ถัดไปครับ ตอนนี้เรามาพูดถึงเรื่องการขับเคลื่อน เมื่อกี้เราพูด กฎหมาย การขับเคลื่อนนี่ก็จะเห็นว่าไม่ต้องไปหาโครงสร้างใหม่อะไร ไม่ต้องไปตั้งใหม่ วันนี้เราคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปึนคณะกรรมการระดับชาติ อยู่แล้ว มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ผมคิดว่าเพียงแต่เอาสโคป (Scope) เรื่องของ เนคเทค กัฟเวิร์นเมนต์ (NECTEC Government) นั้นใส่เข้าไป แล้วก็จะทําให้ตัวนี้เปึนกลไก สําคัญ และคณะกรรมการชุดนี้ก็มากําหนดนโยบาย กําหนดทิศทาง แล้วก็มากํากับดูแล การขับเคลื่อน มีการตั้งยูนิต (Unit) ที่เราเรียกว่าโพรเจกต์ แมเนจเมนต์ ออฟฟ่ศ (Project Management Office) หรือพีเอ็มโอ (PMO) มาขับเคลื่อนโครงการนี้ ซึ่งผมจะขยายความ ต่อไปมันหมายความว่าอย่างไร รวมทั้งเรื่องของการสนับสนุนในเรื่องของการลงทุน ซึ่งอันนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญ และการจัดสรรทรัพยากรบุคคล เพราะว่าจะมีหลายหน่วยงานที่มี สกิล (Skill) หลากหลายทางด้านไอที (IT) ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ กระจัดกระจายอยู่ เราอาจจะจําเปึนที่จะต้องพูล (Pool) คนเหล่านั้นร่วมกัน เพื่อมาทํางานที่เปึนวาระแห่งชาติ ถัดไปครับ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของพีเอ็มโอ โพรเจกต์ แมเนจเมนต์ ออฟฟ่ศ อันนี้เปึนสําคัญ เพราะว่าโครงสร้างที่จะขับเคลื่อนประสบความสําเร็จได้นั้นมันจะต้องมีหน่วยงาน ซึ่งเสมือนหนึ่งเปึนหน่วยดิลิเวอร์รี ยูนิต (Delivery unit) ที่จะส่งมอบงานให้ได้อย่างมั่นใจ แต่ไม่ใช่เปึนหน่วยงานที่ลงมือทํา เขาจะเปึนหน่วยงานสนับสนุนผลักดัน มีหน้าที่ติดตาม โครงการ มีหน้าที่สนับสนุนเพื่อจะช่วยเหลือโครงการต่าง ๆ ใครขาดเหลืออะไรนั้น หน่วยงานนี้จะเปึนคนเข้าไปดูแล เปึนคนสนับสนุนทั้งในเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง ตรงไหนขาดสกิลตรงไหนนี่หน่วยงานนี้เขาจะเข้าไปเติมให้ ดูแลในเรื่องของบุคลากร พัฒนาบุคลากร ดูทั้งเรื่องของการแคปเจอร์ (Capture) เรื่องของการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เปึนไพลอต โพรเจกต์เมื่อมีการเรียนรู้ก็จะถูกเก็บบทเรียน อันนั้นไว้สําหรับขยายผลในเรื่องของโครงการถัด ๆ ไป แล้วก็เปึนเชนจ์ เอเจนต์ (Change agent) ที่สําคัญ ถัดไปครับ อันนี้จะดูยากหน่อย แต่ว่าเปึนแบบอย่างของเรื่อง ที่เราเรียกว่ากัฟเวิร์นเมนต์ เอนเตอร์ไพรส์ อาร์คิเทกต์ เฟรมเวิร์ก จริง ๆ แล้วก็เปึนเรื่องที่จะ กําหนดกรอบการทํางานของทุกภาคส่วนให้อยู่ในบริบทเดียวกัน โดยจะเห็นว่าแบ่งงานกัน ในกลุ่มสีแดงนั้นก็เปึนกลุ่มของกระทรวงไอซีที (ICT) หรือกระทรวงดิจิทัลที่จะพัฒนาโครงสร้าง

พื้นฐาน ดูเรื่องคุณภาพของข้อมูล ดูเรื่องของการเชื่อมต่อ ดูเรื่องของทางเทคนิคเปึนหลัก ส่วนสีน้ําเงินที่เห็นนั้น อันนี้ถือว่าเปึนกระทรวงที่เปึนกระทรวงที่ให้บริการหลัก แก่ภาคประชาชน แล้วก็กระทรวงที่อยู่แนบด้านข้างก็เปึนการสนับสนุน แต่ทุกอย่างจะต้อง ทํางานอยู่ภายใต้มาตรฐานในกรอบของคุณภาพเดียวกัน มีการบริหาร ติดตาม และดูแล ในเรื่องความปลอดภัยของการเป่ดเผยระบบข้อมูลด้วย อันนี้ก็เปึนเฟรมเวิร์กที่เราคิดว่า มีความจําเปึนที่จะต้องมีการพัฒนานํามาใช้มันถึ งจะเดินไปได้อย่างมีแบบแผน สไลด์ถัดไป สําหรับในการพัฒนาเรื่องบุคลากรนั้น ก็เปึนเรื่องของความสําคัญอีกอันหนึ่ง ในช่วงเริ่มต้น ของการที่จะขับเคลื่อนโครงการมีความจําเปึนที่จะต้องระดมคนจากทุกภาคส่วนมา ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งมีความจําเปึนที่จะต้องจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ซึ่งได้หารือกันแล้ว เรายังขาดแคลนอยู่ แต่ว่าการรวมทีมเหล่านี้แล้วจําเปึนที่เราจะต้องสร้างองค์ความรู้ต่อเนื่อง ที่จะให้มีเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกคือระดมแล้วก็พัฒนา ในระยะสั้น แล้วก็หาคนที่มีคุณสมบัติที่เหมาะ สอดคล้องกับเรื่องของการที่จะขับเคลื่อน โครงการ เพราะคนที่จะลีด (Lead) โครงการนี้ไม่ใช่มีอํานาจ เปึนคนที่ใช้อํานาจไปในทางที่ เราเรียกว่าเปึนซอฟต์ เพาเวอร์ (Soft power) ในเรื่องของการที่จะผลักดันให้เกิด ความสําเร็จให้ได้ แล้วที่สําคัญคือจะต้องมีการคิดเรื่องของค่าตอบแทนที่มันดึงดูด เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครมาทํา

ส่วนในระยะยาวได้มีการหารือ ประสานกับหลายหน่วยงาน ทั้งเรื่องของทางภาควิชาการ ต่าง ๆ ด้วยนะครับ เห็นว่าเราจําเปึนที่จะต้องพัฒนาบุคลากรขึ้นมาเอง มีการประสานงานกับ ในมหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตรที่มีสกิล เบส (Skill-based) เฉพาะทางด้านนี้ที่จะมา สนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้ออกไปอีกมากนะครับ สไลด์ถัดไปครับ สําหรับ โครงการนําร่องนะครับ วันนี้โครงการที่ได้มีความคิดริเริ่มไว้แล้วบ้างนะครับ เราคิดว่าน่าที่จะ สานต่อไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอีพอร์ตโฟลิโอ (e-Portfolio) เรื่องของอีแอกกริคัลเจอรัล (e-Agricultural) อีเฮลต์ (e-Health) คือทั้ง ๓ โครงการนี้เปึนเรื่องที่จะตอบสนองต่อ ความต้องการของภาคสังคม ภาคประชาชน และภาครัฐในระยะสั้นนะครับ ต่อครับ อันนี้ ภาพนี้ท่านก็คงจะเห็นนะครับว่าปัจจุบันมีความพยายามที่จะเชื่อมฐานข้อมูลของ หลายหน่วยงานด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะเปึนทะเบียนราษฎร์ ฐานข้อมูลแรงงาน ฐานข้อมูล ผู้ป์วย เด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุต่าง ๆ อันนี้ก็เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการจัดการเรื่อง รัฐสวัสดิการ ดูแลการบริหารจัดการคนตั้งแต่เปึนวัยแรกเกิด จนกระทั่งเติบโต วัยเรียน วัยแรงงาน แล้วก็เข้าสู่วัยชรา ทั้งหมดจะมีการจัดการอย่างเปึนระบบ นะครับ ครบไซเคิล (Cycle) อีแอกกริคัลเจอรัลก็เช่นกันนะครับ อันนี้ก็ภาคเกษตร ก็ดูแลทั้งเกษตรโซนนิง (Zoning) การดูเรื่องพรีซิชัน (Precision) ของเรื่องเกษตร ทําอย่างไรที่จะให้มีการบริหาร จัดการทั้งน้ํา ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ให้เหมาะสมแล้วตรงกับ ความต้องการในพื้นที่ที่เหมาะกับพืชแต่ละประเภท แล้วก็การต่อยอดการแปรรูปตั้งแต่ต้นน้ํา ลงสู่ปลายน้ํา การดูแลเฉพาะพื้นที่พิเศษด้วยนะครับ เกษตรในพื้นที่พิเศษที่ต้องดูแล อย่างเช่น ที่แห้งแล้งต่าง ๆ ระบบชลประทาน อีเฮลต์ก็เช่นกันนะครับก็มีการดูแลผู้ป์วย ทะเบียนผู้ป์วยนี่สามารถที่จะเอาไปแชร์ (Share) กันได้นะครับ ตลอดคลินิกต่าง ๆ ที่อยู่ใน เครือข่ายนะครับ เพราะฉะนั้นความถูกต้อง ความแม่นยําทั้งหลายก็จะเปึนประโยชน์ต่อ ประชาชนและผู้ป์วยในอนาคต อันนี้เปึนตัวอย่างทั้งหมดที่คิดว่าจะเปึนประโยชน์ ถ้าเราสามารถสานต่อได้ อีกัฟเวิร์นเมนต์เหล่านี้ต่อไปก็สามารถที่จะมาเชื่อมโยงแล้วก็สร้าง เปึนคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์อยู่ในระบบที่เราเรียกว่าเอนเตอร์ไพรส์ อาร์คิเทกต์เจอร์ ได้ในที่สุดนะครับ ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็เปึนภาพของโรดแมป (Roadmap) ๕ ป้นะครับ โรดแมป ๕ ป้ท่านก็คงจะเห็นนะครับว่าภายใน ๕ ป้อย่างน้อยเราจะเห็น ๓ ไพลอต โพรเจกต์ ที่อยู่บนฐานของการออกแบบพัฒนาอย่างเปึนระบบ ที่มีเอนเตอร์ไพรส์ อาร์คิเทกต์เจอร์

เปึนเฟรมเวิร์กพร้อมที่จะขยายผลต่อออกไปอีกในหลาย ๆ โครงการด้วยกัน มีการ ออกกฎหมายเปึนขั้นเปึนตอนมานะครับ มีการขับเคลื่อนโครงการที่จัดพีเอ็มโอขึ้นมา แล้วก็ มีการจัดวางกรอบในการทํางานของคณะกรรมการดิจิทัลนะครับ ทั้งหมดจะสอดประสานกันไป แล้วก็ผลักดันโครงการที่ค้างท่อทั้งหมดนี้ให้สามารถสัมฤทธิผลได้ภายใน ๕ ป้ครับ ถัดไปครับ สําหรับในเรื่องของบทสรุปตัวชี้วัดความสํา เร็จทั้งหลายนะครับ อันนี้ ท่านคงจะเห็นนะครับว่าสิ่งแรกเลยก็คือตอบสนองต่อสิทธิพื้นฐานของประชาชนนะครับ ในมาตรา ๖๑ ของเรา ประชาชนพึงที่จะได้รับข้อมูลจากภาครัฐที่ครอบครองอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการจัดระบบจัดระเบียบการเข้าถึงเหล่านี้แล้ว เราไม่สามารถที่จะ ตอบสนองต่อประชาชนได้ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เราจะได้เลยก็คือเรื่องการที่จะสามารถ ตอบสนองต่อสิทธิพื้นฐานของประชาชนนะครับ ส่วนที่เหลือเราจะเห็นดิจิทัล อีโคโนมีที่จะ ตามมา เราจะมีประชาชนเปึนศูนย์กลางตามที่เราได้ออกแบบในเรื่องรัฐธรรมนูญไว้ การทํางานของภาครัฐจะตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน มีการสอดประสานกันโดยที่จะส่งมอบบริการ ให้กับภาคประชาชนอย่างมีคุณค่า มีธรรมภิบาลที่ดี แม้ว่าจะมีสละกัน แต่ว่าก็เชื่อมโยง ทํางานร่วมกัน มีส่วนร่วมของภาคสังคมที่จะเข้ามาด้วยนะครับ รัฐก็โปร่งใส แล้วก็มีการ เป่ดเผยข้อมูล อันนี้ก็เปึนผลสรุปที่เขาพึงจะได้นะครับ ภาพสุดท้ายครับ ภาพสุดท้ายท่านจะ เห็นว่าประโยชน์จากคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์นั้นเราอยู่ในโลกนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่า ในศตวรรษที่ ๒๑ อันนี้เปึนเทรนด์ของโลกที่กําลังจะไป ถ้าเรายังล้าหลังอยู่เราไม่มีที่ยืน ในโลกนี้แน่นะครับ เพราะฉะนั้นความท้าทายของเราว่าจะทําอย่างไรที่จะเอาประโยชน์จาก คอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ไปขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ดิจิทัล อีโคโนมี ดิจิทัล โซไซตีให้ประสบความสําเร็จ

ประเด็นปฏิรูปที่อยู่ในช่องกรอบข้างซ้ายมือ ๕ ประเด็น จะเปึนตัวทําให้เราสามารถมุ่งไปสู่ อนาคตที่มีประชาชนเปึนศูนย์กลาง รัฐที่ตรวจสอบได้ เอกชนแข่งขันได้ แล้วก็สามารถ เพิ่มรายได้ให้กับประเทศด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการยังมีชี้แจงเพิ่มเ ติมอีกไหมคะ ไม่มีแล้ว ครบแล้ว ท่านสมาชิกก็ได้รับทราบรายงานวิธีดําเนินการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูป วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ในวาระปฏิรูปที่ ๒๐ วาระปฏิรูปที่ ๒๑ รวมทั้งวาระการพัฒนา การปฏิรูประบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ แล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญสมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็นโดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิมค่ะ ในรายชื่อของท่านสมาชิกที่มีอยู่ มีท่านอาจารย์ดอกเตอร์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่าน พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ท่านเธียรชัย ป่ืนวิเศษ ท่านทิวา การกระสัง ดิฉันขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ก่อนเลยค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ จริง ๆ ผมชื่นชมงานที่เสนอมาก แต่เสียดายนิดเดียวครับตกหล่น เรื่องของคนพิการไป ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ เพราะว่ามันเปึนสัจธรรมอย่างหนึ่ง ที่ว่าเรื่องของคนพิการมักเปึนเรื่องแรกที่ถูกลืมแล้วก็เรื่องสุดท้ายที่คนคิดถึง ผมคิดว่า ในนวัตกรรมทั้งหลายเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผมอยากให้คิดอย่างสตีฟ จอบส์ เลยครับ คือทําอะไรขึ้นมาต้องทําสําหรับทุกคนครับ ตัวอย่างไอโฟนนี่ครับ ไอโฟนที่สตีฟ จอบส์ทําขึ้นมานี่เขาทําให้ทุกคนใช้ได้ คนตาบอดใช้ดีเลยครับ คุณภาพชีวิตผมดีขึ้น เพราะไอโฟนของสตีฟ จอบส์ ฉะนั้นคนตาบอดต้องขอบคุณอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นการพัฒนา นวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมันต้องคิดสําหรับทุกคน แม้แต่ระบบข้อมูล ข่าวสารที่เราจะบอกว่าระบบฐานข้อมูลก็ต้องคิดถึงทุกคนนะครับ แม้แต่รัฐสภายังไม่คิดถึง เลยครับ ผมไม่สามารถใช้ไอโฟนเข้าไปเอาข้อมูลจากเว็บ (Web) มาได้เลยครับ ต้องมีคนอ่าน เพราะว่าระบบฐานข้อมูลเราไม่ได้เอื้อให้ทุกคนใช้ได้ เพราะเราไม่เคยคิดเรื่องยูดี (UD)

ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal Design) เพราะเราไม่คํานึงเรื่องนี้มากนัก โดยเฉพาะ ประเทศไทยครับ แต่อันนี้ผมเข้าใจครับท่านประธาน เพราะเขามักคิดว่าคนพิการทําอะไร ไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง ก็ไม่รู้ว่าไปคิดคํานึงถึงอะไร มันไม่ใช่นะครับท่านประธาน เพราะถ้าเราคิดถึง สําหรับทุกคนแล้ว ระบบทุกอย่างถ้าเราออกแบบมาแล้วให้ทุกคนใช้ประโยชน์ได้ จะเปึนประโยชน์มหาศาล ยิ่งเราเข้าเปึนสังคมผู้สูงอายุ เดี๋ยวผู้สูงอายุต้องสายตาเลือนราง ก็เหมือนคนตาบอดเรานี่ละครับ เดี๋ยวก็หูตึงก็เหมือนคนหูหนวกเรานี่ละครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทําออกแบบอยู่บนพื้นฐานที่คิดถึงทุกคน ไม่ว่าระบบฐานข้อมูล ไม่ว่านวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เราจะทําขึ้นมาขอให้คิดถึงทุกคนนะครับ มิฉะนั้นวันหนึ่งอาจจะถูกฟัองว่าเลือกปฏิบัติ โดยไม่เปึนธรรมต่อคนพิการ อันนี้ผมก็อยากจะฝากคณะกรรมาธิการเอาไว้เปึนเรื่องแรก เรื่องที่ ๒ เราคิดถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสําหรับเกษตร สุขภาพ อุตสาหกรรมเปึนตัวอย่าง ผมอยากให้คิดถึงตัวอย่างอุปกรณ์เครื่องใช้สําหรับคนพิการด้วยครับ ถ้าคณะทํางาน อยากจะรู้ว่าอุปกรณ์เครื่องใช้สําหรับคนพิการในต่างประเทศเขามีกันมากมายขนาดไหน ไปดูได้เลยครับเวลาเขาจัดงานในต่างประเทศ เดินกันไม่หวาดไม่ไหวครับเยอะแยะไปหมด ประเทศเกาหลีเขาก็คิดครับ แล้วเขาก็สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ออกมาในราคาถูกแล้วก็ขายไป ในโลกนี้ ผมว่าเมืองไทยก็ต้องคิด ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ เนคเทค (NECTEC) นี่ทําวิจัย เฮียริง เอด (Hearing aid)

แล้วก็ให้ สปสช. ซื้อนี่ให้เอกชนผลิต เดิม สปสช. ซื้อเฮียร์ริงเอดสําหรับคนหูตึงที่เอาไปใช้ ท่านประธานครับ เครื่องละหมื่นกว่าบาท เนคเทควิจัยให้เอกชนไทยผลิตเหลือ ๗,๐๐๐ บาท คุณภาพมาตรฐาน ให้ สปสช. ซื้อก็กดราคาลงมาได้ ๗,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน มันประหยัดงบประมาณไปเท่าไร เพราะฉะนั้นผมว่าเราต้องเอาใจใส่เรื่องนี้ ยิ่งสังคมไทยเรา กําลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ พวกอุปกรณ์ เครื่องใช้อะไรสําหรับคนพิการนี่ท่านผู้สูงอายุ มีโอกาสได้ใช้เกือบทั้งนั้น เพราะว่าคนพิการกลุ่มใหญ่เปึนผู้สูงอายุครับท่านประธาน คนพิการในประเทศไทยตามสํานักงานสถิติแห่งชาติ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คนเปึนผู้สูงอายุ ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นกลุ่มใหญ่ของคนพิการคืออยู่กลุ่มผู้สูงอายุ นั่นหมายความว่า กลุ่มผู้สูงอายุยิ่งมีมากเท่าไร คนพิการก็มากเปึนเงาตามตัวไปด้วยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้ก็ต้องคิดเพื่อทําให้นวัตกรรมอุปกรณ์ของใช้คนพิการต่าง ๆ ให้มันถูกลง แล้วอย่างน้อยให้ผมไม่อับอายด้วยครับท่านประธาน ผมนี่อับอายมากเลยที่มันมี ซอฟต์แวร์ (Software) ที่เปึนโอซีอาร์ (OCR) อ่านได้ ๔๐ ภาษา ยกเว้นภาษาไทย ผมก็เลยใช้ ไอโฟนไปเที่ยวถ่ายเอกสารอ่านไม่ได้ เพราะว่ามันอ่านภาษาไทยไม่ได้ เรื่องสุดท้ายครับ ท่านประธานขอเล็กน้อยครับ ก็คือการส่งเสริมให้คนไทยรักที่จะเรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เล็กครับ ในต่างประเทศเขามีค่ายวิทยาศาสตร์ มีกิจกรรมวิทยาศาสตร์กระตุ้นตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ เลยครับ แล้วก็มีสําหรับคนพิการทุกประเภทด้วย ผมพยายามเชิญชวนเนคเทคและอีกหลายฝ์าย มาช่วยมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในป ระเทศไทยที่ผมเปึนประธานอยู่สร้างค่าย วิทยาศาสตร์สําหรับคนตาบอด เพื่อกระตุ้นให้คนตาบอดเรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เล็ก เพราะว่าเวลาพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ให้คนตาบอดใช้ได้นี่คนทั่วไปเขาลืมครับ ในต่างประเทศ ก็เช่นเดียวกัน เวลาฟัองว่าเลือกปฏิบัติเขาก็โยนกลับมาให้เราทํา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสร้าง คนของเราพร้อมที่จะเข้าไปทําครับ แล้วเมืองไทยไม่ยอมให้คนพิการเรียนวิทยาศาสตร์ครับ อันนี้อาศัยพระบารมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่พระองค์ทรงพระกรุณามีโครงการ พระราชดําริให้คนพิการเข้าค่ายวิทยาศาสตร์แล้วเรียนวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยจึงยอม ให้เรียนครับ ตอนนี้มีคนตาบอดจบวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ แล้วก็ทํางานอยู่ที่เนคเทค เพราะฉะนั้นผมคิดว่างานวิทยาศาสตร์ทั้งหลายนี่ผมอยากจะฝากปฏิรูปว่าให้คิดเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าถ้าท่านดึงคนพิการเข้ามามีบทบาทมันอาจจะเปึนแรงส่งให้คนทั่วไปสนใจด้วยว่า ตาบอดมันทําได้ แล้วทําไมพวกครบ ๓๒ มันทําไม่ได้ ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร

พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร 🔗

เรียนท่านประธานสภาและสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ ผม พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร หมายเลข ๑๐๑ ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและ ทรัพย์สินทางปัญญา ที่ได้นําเรื่องนี้มาเข้าในส่วนนี้ อันนี้เปึนความจําเปึนอย่างยิ่งในฐำนะ ที่ผมเคยรับราชการทหารมาก่อน ผมเห็นประเทศเรานี่ทําเรื่องยุทโธปกรณ์เยอะ แต่ว่าเวลา จัดซื้อจัดหาเรามักจะไม่ใช้ของไทย อันนี้เปึนสิ่งที่เราทําให้มีปัญหา ในส่วนเวลาซื้อมาแล้ว การซ่อมบํารุงทีหลังอะไหล่ต่าง ๆ มันจะไม่สามารถทําได้ การสั่งข้ามป้ ๓ เดือน หรือ ๓ ป้ สมมุติอย่างยางรถยนต์ยูนิม็อก ๓ ป้ถึงจะมา เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมันมีปัญหาเราต้อง รบทัพจับศึกมันก็ไม่ทันกาล อะไรที่เราทําได้รัฐบาลต้องมีกฎหมายบังคับเลยว่าเราต้องซื้อ ของไทยเท่านั้น ผมยืนยันว่าประเทศไทยตอนนี้เวลามีการโชว์ยุทโธปกรณ์เราทําเยอะแยะ มากนะครับ แล้วก็ผมได้ไปทดลองในพื้นที่เองบางครั้งอาจจะดีกว่าของนอกด้วยแต่เราไม่ซื้อ เพราะว่าเราไปติดล็อก สเปก (Lock spec) เรื่องมาตรฐานของที่ฝรั่งเขาคิดขึ้นมา

การที่ได้มาตรฐานในแต่ละอย่างอาจจะต้องเสียเงิน ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท บริษัทไทย ที่อุตส่าห์ตั้งใจทํามาเพื่อบ้านเพื่อเมืองก็ไม่ได้มีโอกาสเข้า ผมได้ต่อสู้ในเรื่องนี้มาตลอด แต่บ้านเรานี่มันเปึนอย่างนี้ คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ มันจึงซื้อของห่วย ๆ มาให้ ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องสูญเสียชีวิ ตในสนามรบโดยที่ไม่จําเปึนเปึนจํานวนหลายเปอร์เซ็นต์ ผมว่าถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนนี้ผมอยากจะเรียนว่าถ้าเราได้ส่งเสริมในเรื่องนี้ ถ้าสมัยก่อนนี่ ถ้าเราไม่ไปคอยแต่ไปขอใครเขานี่ คือเราได้พัฒนาสร้างเครื่องบินทําสงคราม สู้กับประเทศฝรั่งเศสแล้วเรารบชนะด้วย ถ้าจําไม่ผิดสมัยรุ่นปู์รุ่นย่าเรา เพราะว่าคุณลุงผมนี่ เปึนช่างการบินของท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) แล้วสร้างเครื่องบินมา แล้วตอนหลังนี่ ประเทศสหรัฐอเมริกามาช่วยเหลือฟรี ๆ เราเลยตัดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา หรือความรู้ ในด้านนั้นหายไปหมดเลย เราไปได้ของฟรี แต่สุดท้ายเขาก็มาซื้อ หรือมาขายเราในราคาแพง ๆ แล้วก็สิ่งไหนที่มีเทคโนโลยีสูง ๆ เขาไม่ยอมขายให้เรา แต่ถ้าเราทําเองนี่อะไรที่เปึน การปัองกันประเทศสูง ๆ เราทําได้ทั้งหมดในส่วนนี้ ในส่วนอย่างอื่น เพราะว่าเรื่องพวกนี้ เปึนเรื่องสําคัญ เพราะเราต้องมีความเจริญขึ้นไป เหมือนเราขึ้นค่าแรง ประเทศเพื่อนบ้านเรา ๑๐๐ กว่าบาท เราขึ้นเปึน ๓๐๐ บาทนี่ แต่ว่าเรายังผลิตสินค้าแบบเดิมนี่คงเปึนไปไม่ได้ เราต้องเปึนสินค้าที่อัพเกรด (Upgrade) ขึ้นมา แล้วก็ทักษะของคนเราต้องสูงขึ้นเพื่อจะได้ สามารถพอเพียงต่อการใช้จ่ายของประชาชน ปัจจุบันเราขึ้นมาทําให้โรงงานของต่างชาติ ที่เคยจ้างแรงงานวันละ ๑๒๐ บาท ก็เปึน ๓๐๐ บาท ก็เลยหนีไปประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด ตอนนี้เราก็มองด้านเดียวว่าทําให้ประชาชนเรามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่จริง ๆ มันไม่ใช่ มันต้องทํา ควบคู่กันไป ถ้าผมดูงบวิจัยแล้วนี่ จริง ๆ เราก็ไม่ได้น้อย แต่ว่าบางทีไปวิจัยในสิ่งที่ ไม่เปึนประโยชน์เยอะ โดยเฉพาะวิจัยในเชิงวิชาการและทําเปเปอร์มา เสียเงิน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทนี่ แล้วมันทําประโยชน์อะไรไม่ได้ เราควรจะมาบีบว่าให้จุดไหนที่ไม่เปึนประโยชน์ ก็จะต้องตัดทิ้ง เอาส่วนที่มีอยู่ปัจจุบันนี่มาทําในสิ่งที่เปึนประโยช น์ แล้วก็จับต้องได้ แล้วก็เมื่อทําได้แล้วนี่เราต้องมีกฎหมายบังคับว่าหน่วยราชการนั้นที่ใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึน ทางทหาร เครื่องมือแพทย์ เครื่องมืออะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าของเราทําได้เยอะ แต่เราไม่สนใจ และอีกอย่างหนึ่งอยากจะให้มีแบรนด์ (Brand) เปึนของตัวเอง เพราะว่าถ้าเราไม่มี แบรนด์เปึนของตัวเองนี่ ในอนาคตเราจะต้องย้ายการผลิตของเรานี่ ไม่ว่าจะเปึนเครื่องยนต์ หรือรถยนต์อะไรก็แล้วแต่ ถ้าเราไปประเทศไหนก็แล้วแต่เขาก็รู้ว่าเปึนของคนไทย

เหมือนโตโยต้าจะอยู่ประเทศไหนผลิตที่ไหนในโลกก็รู้เปึนของประเทศญี่ปุ์น แต่เรานี่มีแบรนด์ ของตัวเองที่เหลืออยู่ที่เห็นมีวิทยุธานินทร์อย่างเดียวก็น่าเห็นใจว่าเราไม่ค่อยนิยมใช้ของเรา จริง ๆ แล้วทั้งหมดนี่ผมว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ผลิตในประเทศเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึน รถยนต์ รถอะไรต่าง ๆ ขออนุญาตเพิ่มนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็ทําในประเทศไทยเกือบทั้งสิ้น เพราะว่าผมนี่เคยคุยกับทางบริษัทพวกนี้ เขาบอกว่าทั้งโลกนี่หลังจากประเทศเขานี่ไม่ว่าจะเปึนประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส คนไทยละเอียดระดับ ๒ รองจากเขา เขาถึงพยายามมาทําที่ประเทศไทย เพราะว่าเรามี ความละเอียดรอบคอบ ไม่ว่าจะเปึนสินค้าแบรนด์เนม (Brandname) กระเปิาหลุยส์ กระเปิาอะไรอยู่ในประเทศไทยหมด ทําแล้วแล้วส่งกลับไปประเทศฝรั่งเศส ไปตบแต่งอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มาขายเพิ่มมูลค่ามหาศาลในส่วนนี้ ประมาณ ๑๐ กว่าแบรนด์ที่ทําใน ประเทศไทยผมรู้จักเพื่อน ๆ ผมที่เขาไปทํางานบริษัทพวกนี้ ก็เรียนให้ทราบ ก็คงจะมีเรื่อง กราบเรียนเพิ่มเติมแค่นี้ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเทียนชัย ป่ืนวิเศษ ค่ะ

นายเทียนชัย ป่ืนวิเศษ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผม เทียนชัย ป่ืนวิเศษ ผมขออนุญาตที่จะขออภิปรายเชิงยกกรณีศึกษาหรือว่าเคส สตัดดี (Case study)

โดยประการแรกผมขออนุญาตที่จะหยิบยกถ้อยคําในบางตอนจากบทสรุปผู้บริหาร ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้นํามาเรียนต่อสภาแห่งนี้ ประเด็นแรกท่านพูดถึงว่าการที่จะ เปลี่ยนประเทศไทยไปสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้และนวัตกรรมไปสู่วิสัยทัศน์ ประเทศ ป้ ๒๕๗๕ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเพื่อสร้างมูลค่าและเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ํา ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมทําให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชน เกษตรกร สร้างชุมชนสังคมเข้มแข็ง และต่อมาท่านได้ให้เหตุผลและหลักการว่าปฏิรูประบบวิจัย ประเทศเนื่องจากระบบวิจัยมีความสําคั ญเปึนการสร้างความรู้ การจัดการความรู้ และต่อยอดความรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคมและประเทศ โดยที่ท่านได้สรุปว่า การปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์นวัตกรรมนั้นมีเปัาหมายเพื่อนําประเทศไปสู่การมีระบบ เศรษฐกิจนวัตกรรม ซึ่งเปึนไปได้ต่อเมื่อประเทศไทยสามารถเร่งเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร การผลิตและการบริการ การมีโครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ดีพอจะทําให้ภาคการเกษตร ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเจริญเติบโตได้ดี เพิ่มสัดส่วนในการสร้างผลิตผลให้ประเทศมากขึ้น ทําให้ความเหลื่อมล้ําลดลงและ นําความมั่นคงสู่ประเทศได้เร็วขึ้น และท้ายที่สุดท่านได้หยิบยกถึงมาตรการโดยที่ท่านบอกว่า สร้างความตระหนักให้ชุมชน สังคม เห็นความสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่ ภูมิปัญญา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพัฒนาต่อยอดความรู้และภูมิปัญญานั้น ๆ ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้หยิบยกในรายงานทั้งหมดนี้มีความจําเปึนจะต้องร่วมกันทํา ๓ คณะกรรมาธิการด้วย คณะกรรมาธิการแรกที่ผมขออนุญาตที่จะหยิบยกคือ คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา คณะกรรมาธิการที่ ๒ คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา คณะกรรมาธิการที่ ๓ คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ผมขออนุญาตที่จะยกกรณีศึกษาที่ผมได้ไปออกร่วมกับ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ จังหวัดนครศรีธรรมราชเปึนเมืองเก่าเปึนเมืองแห่งชุมทาง ไม่ว่าจะเปึนชุมทางนครศรีธรรมราชเอง ชุมทางทุ่งสง หรือว่าชุมทางเขาชุมทอง ที่ชุมทาง เปึนจุดของรถไฟ พวกแม่ค้าเขาก็เอาสินค้าไปขาย สินค้า ๑ ในนั้นคือมังคุด เขาเอามังคุดไปขาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีมังคุดที่เปึนมังคุดดิบเขาทิ้งเลยครับ ทิ้งไว้เหมือนกับเศษเนื้อข้างเขียง

ก็ไม่มีคนดูแล แต่ว่าชุมชนท้องถิ่นที่เปึนหมู่บ้านของชุมชนรถไฟเขาไปเก็บมา เก็บมาแล้ว เขาก็มาตัดมาแงะ คําว่าคัดภาษาใต้ก็คือคําว่าแงะ เขาแงะออกมาครับ เมื่อแงะออกมาแล้ว มันก็มียางติด ด้วยภูมิปัญญาท้ องถิ่นเขาก็เอาไปแช่ในน้ําเกลือ หลังจากที่แช่ในน้ําเกลือ ผลที่ออกมามันเปึนผลมังคุดซึ่งขาวแล้วก็มาลองรับประทานกัน มันจะประกอบด้วยรสหวาน รสมัน รสกรอบ แล้วก็รสเค็ม รสหวาน รสมัน รสกรอบนี่เกิดจากตัวมังคุดเอง แต่รสเค็ม เกิดจากภูมิปัญญาที่ว่าไปแช่ในน้ําเกลือ แล้วก็มีการแบ่งปันกันในชุมชนและนําออกขาย ในชุมชนรถไฟก่อน แล้วต่อมาก็มีการขายไปทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่สิ่งที่เปึนอุปสรรค คือ ๑. คนที่จะสามารถแงะมีจํานวนจํากัด แล้วตลาดที่ขายมันมีขายแต่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผมหยิบยก ๓ คณะกรรมาธิการก็เปึนอย่างนี้ว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา มีความจําเปึนที่จะต้องไปสร้างเรื่องราวหรือสร้างสตอรี (Story) ให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นมา แล้วตอนนี้อาจารย์สืบพงศ์ได้จดทะเบียนเปึนมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมชาติแล้ว แต่นั่นมันยังไม่พอครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาต้องช่วยในการคิดค้นสร้างเครื่องแงะ ให้มันเกิดในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ๒. ต้องคิดถึงกระบวนการถนอมอาหารว่าเราจะมี กระบวนการอย่างไรที่จะถนอมมังคุดคัดหรือมังคุดแงะให้มีความสดเหมือนกับตอนที่แงะใหม่ ๆ ๕ วันเปึนอย่างไร ๑๐ วันเปึนอย่างไร ๓. บรรจุภัณฑ์ครับ จะต้องมีกระบวนการสร้าง บรรจุภัณฑ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนพลาสติก เพาช์ (Plastic pouch) หรือว่าใส่ในขวดแก้วหรือว่า ใส่ในกระปิอง แล้วต้องไปหาข้อมูลด้านโภชนาการว่ามังคุดคัดมันมีคุณค่าทางโภชนาการ อย่างไร ผมเชื่อสิ่งหนึ่งก็คือว่ารสชา ตินี้ดีแน่ และที่สูงมากก็คือสารอาหารก็คือใยอาหาร หรือไฟเบอร์ (Fiber) สูงมากครับ

แล้วต่อไปคือการสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างที่ผมกล่าวแล้วว่าที่จะไปจดทะเบียน เปึนภูมิปัญหาทางวัฒนธรรมนี่ไม่พอ เราต้องเอาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญานี่ไปช่วย เราสามารถทําให้เขาเปึนสิ่งบ่ งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือว่าจีไอนี่ได้ไหม เราจดทะเบียน เรื่องสิทธิบัตรในการผลิตได้ไหม เราสร้างแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าให้กับเขาได้ไหม ถ้าเราสร้างสิ่งเหล่านี้ได้คุณค่ามันก็จะเพิ่มขึ้น อันสุดท้ายคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังมีความจําเปึนจะต้องหำตลาดให้เขา ในขณะนี้ถ้าคนจะกินมังคุดคัด ต้องไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ จะทําอย่างไรอีก ๗๐ กว่าจังหวัดเขาจะได้กินอันนี้ ผมเชื่อว่าด้วยรสชาติและความอร่อยของสินค้านี้จะสามารถสู่ตลาดโลกได้ ทางเศรษฐกิจ ต้องหาให้มุ่งสู่ตลาดโลกให้ได้ครับ ด้วยการรวมกันทั้ง ๓ องค์กร หรือว่า ๓ กรรมาธิการนี่ ผมเชื่อว่ามังคุดคัดหรือว่ามังคุคแงะนี่เปึนอนาคตของชาติครับ ขอบพระคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ต่อไปขอเชิญท่านทิวา การกระสัง ค่ะ

นายทิวา การกระสัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกเลขที่ ๐๙๒ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านเรื่องหนึ่ง เรื่องของอีกัฟเวิร์นเมนต์ ผมอยากจะอภิปรายขอแสดงความเห็น เพิ่มเติม เนื่องจากว่าประเทศของเรานั้นเปึนระบบนิติรัฐก็คือการปกครอง การปกครองก็คือ การบริหารงานโดยกฎหมายเปึนหลัก ท่านประธานกรรมาธิการครับ ท่านเสนอรายงาน ขึ้นมาว่าประเทศต้องพัฒนานั้นจะต้องใช้ระบบนี้ เนื่องจากว่าของเราก็ใช้ประมาณ ๒๐ ป้ แบบประเทศเกาหลี ของเราจากอันดับที่ ๖๐ กว่ามาอยู่ที่อันดับที่ ๑๐๒ ในขณะที่ ประเทศเกาหลีนั้นขึ้นมาอยู่ที่ ๑ ของโลก ที่ผมกล่าวว่าประเทศของเรานั้นเปึนระบบนิติรัฐ ท่านเสนอรายงานแล้ว ความจริงอยากจะขอให้ท่านเสนอกฎหมายมาด้วย ทําไมผมถึงต้อง เสนอให้กรรมาธิการนี้พิจารณาแล้วร่างกฎหมายมาด้วย เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๕๗ มาตรา ๒๗ บอกว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่ในกำร เสนอกฎหมายถ้าหากเห็นว่ากฎหมายนั้นมีความจําเปึน ถ้ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ก็เสนอผ่านคณะรัฐมนตรี กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็เสนอผ่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นอกจากนี้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘๐ ก็ให้อํานาจและหน้าที่ของกรรมาธิการในการที่จะ

ศึกษา วิเคราะห์เห็นความจําเปึน เรื่องนี้เปึนความจําเปึนอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าอะไรครับ ที่มันถอยหลังนั้นไม่ใช่ประเทศนะครับ เปึนระบบราชการ ระบบราชการนั้นการบริหารจัดการ ถอยหลังจากอันดับที่ ๖๐ กว่ามาอันดับที่ ๑๐๒ แต่ทางภาคเอกชนนั้นมีการบริการที่ดีมาก ภาคเอกชนนั้นเปลี่ยนแนวคิดมานานแล้วว่าเปึนผู้รับใช้หรือเปึนผู้ให้บริการ อย่างเช่น ท่านไป ห้างสรรพสินค้า หรือไปขึ้นเครื่องบิน ทีนี้ท่านซื้อตั๋วเครื่องบินจากโทรศัพท์มือถือก็ได้ ผมเคยยกตัวอย่างแล้วว่าผมไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ์นผมไม่ต้องใช้ เงินที่ประเทศญี่ปุ์นเลย ผมใช้เงินที่ประเทศไทย ผมไปเที่ยวเกียวโตอยู่ ๗ วันผมไม่ได้ใช้เงินที่นั่นเพราะผมซื้อ ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ ซื้อที่พักอะไรจากประเทศไทย จากโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว นี่คือการเจริญเติบโตของระบบอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศไทยแล้วครับ เรามีกฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลนี้มีความภาคภูมิใจมากแม้แต่ในการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลกับ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ออกมาพูดว่าเปึนรัฐบาล ที่ออกกฎหมายซึ่งไม่มีใครเคยออกเลย นั่นคือพระราชบัญญัติอํานวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ คือกฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมาย ที่ดีมากแต่นําไปใช้เพื่อการปฏิบัติได้น้อย เนื่องจากว่าอะไรครับ ระบบกฎหมายของ ประเทศไทยนั้นหน่วยงานไหนก็มีกฎหมายของหน่วยงานนั้น โดยเราอ้างว่าประเทศเรานั้น ปกครองโดยระบบนิติรัฐ ระเบียบหรือกําหนดวิธีการติดต่อราชการต่าง ๆ ของแต่ละหน่วยงาน ก็มีระเบียบและกฎหมายของตัวเอง เช่น กฎหมายที่ท่านยกมาเปึนพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. ๒๕๔๐ พระราชบัญญัติอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ นี่เฉพาะ อิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียวมีกฎหมายอยู่ ๔-๕ ฉบับ ไม่รวมถึงข้อกําหนดของหน่วยราชการอื่น อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทยนอกจากมีพระราชบัญญัติในแต่ละชนิดแล้วก็ยังมีระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทยซึ่งถือว่าเปึนกฎหมายลูกอีก กฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาลภูมิใจหนักหนา

คือพระราชบัญญัติอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอ นุญาตของทางราชการป้ ๒๕๕๘ จะเปึนไปไม่ได้เลยถ้าหากว่าไม่เปลี่ยนวิธีคิดตามพระราชบัญญัติ เรามีของประเทศเกาหลี อยากขอความกรุณาท่านกรรมาธิการมีเวลาเหลือนะครับ มีเวลาเหลือจนถึงเดือนกันยายน ถ้ามีเวลาว่างก็ขอความกรุณานะครับ ขอความร่วมมือจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้ หน่วยงานทางวิทยาศาสตร์หรือว่าตัวแทนกระทรวง ทบวง กรม ตัวแทนแต่ละคน นํากฎหมายเก่า ๆ มาดูนะครับ ศึกษา ถึงแม้ว่าจะเสนอไม่ทันก็เสนอผ่านตรงไปยังรัฐบาลก็ได้ อย่างน้อยให้ทางสภานี้ได้เห็นว่าประเทศถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดหรือแนวคิด ถ้าไม่มีกฎหมาย รายงานที่ท่านเขียน มาหรือแม้แต่พระราชบัญญัติของทางที่รัฐบาลว่านี้ก็จะเปึนเหตุให้ ประชาชนฟัองตัวแทนของรัฐนะครับ พระราชบัญญัติอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต ของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ คอยดูนะจะมีคดีเกิดขึ้นอีกเยอะมากเนื่องจากว่าบริการไม่ทัน เพราะเหตุแต่ละหน่วยงานนั้นอ้างระเบียบของ ตัวเองแต่ไปขัดกับกฎหมายฉบับนี้ ผมคาดไม่ผิดหรอกท่านคอยดูก็แล้วกัน ถ้าไม่มีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งมารองรับก็คือบังคับ หน่วยงานต่าง ๆ กฎหมายนี้ท่านไปบอกว่าท่านจะคุยกับกระทรวง ทบวง กรมนั้น ๆ เชื่อเถอะประเทศไทยนะครับคุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง คุยภาษาไทยด้วยกันยังคุยไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เลยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านคุยภาษาคอมพิวเตอร์กับเขายิ่งไม่รู้เรื่องใหญ่เลย ขอขอบพระคุณครับ ใช้เวลาเกินไปไม่กี่วินาที ขอขอบพระคุณท่านประธานด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ค่ะ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ วันนี้พอดีเรื่องมันเกี่ยวกับผม ทั้ง ๒ เรื่อง เรื่องของวิทยาศาสตร์ผมก็ต้องเรียนให้ทราบว่าผมก็จบ วทบ. นะครับ ทั้งปริญญาตรีทั้งปริญญาโทแล้วก็ปริญญาเอกก็วิทยาศาสตร์ แล้วก็ถึงปัจจุบันก็สอนเด็กจบ วทบ. ไปประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ คนได้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะพูดเรื่องนี้นิดหนึ่ง สังเกตได้อย่างหนึ่งก็คือเรื่องของวิทยาศาสตร์กับเรื่องของการศึกษาคล้าย ๆ กันเลย หลักการคล้าย ๆ กันเลยครับ เพราะว่าเราก็ตั้งคณะกรรมการอะไรสักอย่างขึ้นมาเพื่อที่ พยายามจะสางปัญหาที่สะสมมาเนิ่นนาน ซึ่งตรงนี้ผมเห็นด้วยนะครับไม่ใช่ไม่เห็นด้วย ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าต้องมีกรรมการแล้วก็ต้องทํางานกันระยะยาว มันไม่ใช่เปึนอะไรที่จะ

แก้กันวูบ ๆ วาบ ๆ เพียงแต่ว่าผมเปึนห่วง ใช้คําว่า เปึนห่วง แล้วกันนะครับ ว่าเดิมทีเราก็ พยายามสะสางปัญหานี้มาไม่รู้กี่ป้แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกผมรับประกันว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ แต่หลายต่อหลายอย่างที่ผมเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอเร่งด่วนที่ทางคณะกรรมาธิการ เสนอมาผมก็เห็นเหมือนอย่างที่ผมเจอมาหลายป้แล้วคล้าย ๆ กันนะครับ ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ระบบฐานข้อมูล ตั้งแต่ผมทํางานช่วยอาจารย์ผมวิจัยมาเมื่อ ๓๐ กว่าป้ก่อนจนถึง ปัจจุบัน ผมมั่นใจว่าผมให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานข้อมูลไม่ต่ํากว่า ๑๐ แห่ง ฐานข้อมูลพวกนั้น ไม่เคยกลับมาหาผมเลย หน้าที่ของผมก็คือเดี๋ยวก็จะมีฐานข้อมูลโน้นมาฐานข้อมูลนี้มา ผมก็ให้ข้อมูลไปแล้วก็หายต๋อม ๆ แล้วก็หายต๋อม นาน ๆ ทีอาจจะมีเรียกประชุมสักทีแล้วก็ หายต๋อม คือฐานข้อมูลมันก็คงจะดีครับ เพียงแต่ว่าถ้าเกิดตราบใดที่เราคิดว่าฐานข้อมูล มันก็เปึนฐานข้อ มูลมันก็จบอยู่แค่นั้น หรือแม้กระทั่งสถาบัน ผมยกตัวอย่างเรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพก็แล้วกันครับ เพราะเปึนเรื่องที่ผมถนัดแล้วก็ทาง คณะกรรมาธิการก็นําเสนอขึ้นมา ยกเปึนวาระแห่งชาติ ยกเปึนสถาบันวิจัยชั้นสูง ด้านความหลากหลายทางวิชาภาพ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็พูดตามตรงว่าสถาบันชั้นสูงก็มี องค์กรด้านความหลากหลายทางชีวภาพก็มีอยู่ องค์กรมหาชน เรื่องอื่น ๆ อีกมากก็มีนะครับ การศึกษาด้านนี้ก็มีมหาศาล แต่ผมขอยกตัวอย่างอย่างที่ผมเจอนี่ครับ ผมสงสัยมานานแล้ว ว่าข้อมูลการศึกษาที่มีมหาศาลทําโน่นทํานี่มานี่มันเอาไปทําอ ะไร ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องที่ผมทําอย่างวาฬบลูดาอย่างนี้แล้วก็สัตว์ต่าง ๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าฐานของมันก็มาจาก ความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ตอนจบก็คือว่าเราต้องการสงวนเขา ต้องการคุ้มครองเขา ต้องการใช้เขาให้เปึนประโยชน์ระยะยาวมันไม่เคยเกิดเลย ประเทศไทย ๕๕ ป้ไม่เคยมี สัตว์สงวนตัวใหม่เลย ๑๕ ตัวตั้งแต่เราท่องจํากันได้ ๕๕ ป้นะครับ วาฬบลูดาจะเปึนตัวแรก ในรอบ ๕๕ ป้ ทั้งที่ประเทศไทย ๕๕ ป้มีการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาตลอด ศึกษาตั้งแต่เต่า ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ลังเหลืออยู่ ๔ ลัง เต่ามะเฟ๋องก็ยังศึกษากันอยู่ ผมว่า มันมีปัญหาตรงนี้ครับ

ถ้าเกิดคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นต้องไปจัดการกับปัญหาที่แท้จริง ผมมั่นใจว่าประเทศไทย ไม่ได้ทุนการศึกษาวิจัยน้อยเกินไป ผมคิดว่าอาจจะน้อย แต่มันไปที่น้อยอยู่แล้วมันไปไหน ก็ไม่ทราบ นั่นข้อแรก ข้อที่ ๒ ข้อมูลที่เรามีมีสูงเปึนหิ้ง ๆ ไม่รู้กี่หิ้ง ฐานข้อมูลมีไม่รู้กี่ฐาน แต่มันไม่ได้เกิดประโยชน์ นั่นคือข้อที่ ๒ เพราะฉะนั้นจุดที่สําคัญที่สุดก็คือก่อให้เกิดประโยชน์ จากการศึกษาวิจัยของเรานําสิ่งที่เราศึกษาวิจัยเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์นั่น แหละคือพอยต์ (Point) ที่สําคัญที่สุดของการนําวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มันเกิดการขับเคลื่อนประเทศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการอนุรักษ์หรือเรื่องของการพัฒนา จนถึงปัจจุบันเวลาจะมีการพัฒนา พื้นที่แต่ละแห่ง ท่านลองไปดูอีไอเอ (EIA) สิครับไม่ว่าจะเปึนที่ไหนก็ตามเหมือนกันหมด ข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพนี่ผมท่องมาตั้ง ป. ๖ แล้วกระมังครับ มันก็เปึนข้อมูลเดิม ทั้งที่ส่วนตัวเองผมก็รู้ว่ามันมีข้อมูลศึกษาอีกมากมาย แต่มันกระเด็นกระดอนไปหมด เสร็จแล้วก็ก่อให้เกิดปัญหา แล้วก็มานั่งถามกันว่ามันรบกวนความหลากหลายหรือเปล่า มีปัญหากับชุมชนหรือเปล่า ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าข้อมูลต่าง ๆ ของเราไม่สามารถจะเข้าถึง ไม่สามารถจะนําไปใช้ประโยชน์ได้จริงจัง เพราะฉะนั้นตรงนั้นมันเปึนจุดที่ล่อแหลมมาก การตั้งองค์กรใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อทําอย่างเดิม ทําอะไร เรียกประชุม หน้าก็หน้าเดิม ๆ พูดก็พูดกัน เรื่องเดิม ๆ แล้วกลับไปเหมือนเดิม มันไม่ใช่เปึนการปฏิรูปในความคิดของผม การปฏิรูป มันต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจนว่าศึกษาวิจัยไปแค่นี้เกิดผลแค่นี้อย่างไรก็ตามต้องมีให้ชัดเจน ตรงนั้นผมว่าถึงกลับมาที่ตัวอย่างที่ผมศึกษา ๕๕ ป้ เต่าตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ลัง เหลือ ๔ ลัง ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นในแง่ของการคุ้มครอง แล้วมันจะทําความหลากหลายทางชีวภาพกันไปทําไม นี่เปึนตัวอย่างเดียวยังมีตัวอย่างอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมฝากความหวัง ไว้อย่างยิ่งกับ ท่านกรรมาธิการ เวลามันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็คงจะไม่มีโอกาสพูด ทางด้านการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ขออันนี้ให้ได้เถอะครับมันชัดเจนมากว่า วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ที่เราทุ่มเททั้งเงินทั้งกําลังกายทั้งกําลังใจมานี่มันได้เอาไปใช้ นักวิทยาศาสตร์ไม่ต้องการงบงานวิจัยเพิ่ม เติมมากมายมหาศาล นักวิทยาศาสตร์ต้องการ ให้งานที่ตัวเองทํานั้นไม่รู้กี่ป้ ๆ ได้เห็นผลในเชิงปฏิบัติ ผมฝากไว้แค่นี้ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านวิบูลย์ คูหิรัญ ค่ะ

นายวิบูลย์ คูหิรัญ

เรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็ยินดีกับ ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สิน ทางปัญญาด้วยครับ รู้สึกตามวาระปฏิรูปทั้งสองแล้วก็วาระการพัฒนาที่ท่านได้นําเสนอ ในวันนี้รู้สึกผมคิดว่าเปึนรายงานที่นับว่าดีมากที่สุด เปึนรายงานอันหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเปึน แบบอย่างที่เราน่าจะใช้ในการดําเนินการได้ ทีนี้มีอยู่อันหนึ่งที่เมื่อกี้พูดถึงเรื่องทางด้าน การวิจัยที่ทั้ง ๒ ท่าน ท่านดอกเตอร์ธรณ์ แล้วก็ทาง พลเอก ธวัชชัย ได้กล่าวถึง อันนี้ผมมี ประสบการณ์อยู่อันหนึ่งว่าในการทําวิจัยนี่เมื่อไปจดทะเบียนหมายถึงว่าไปจดได้ ทรัพย์สินทางปัญญาแล้วบางทีมันก็มีข้อขัดข้องเหมือนกัน อย่างที่ท่าน พลเอก ธวัชชัย ได้เรียนเมื่อกี้ว่าในการที่จะเอามาใช้บางทีมั นมีปัญหา อย่างประสบการณ์ที่ผมเคยได้รับ คือผู้ที่ทําการวิจัยแล้วเมื่อจะเอาไปขายหมายถึงว่าไปขายนี่ปรากฏว่าทําไม่ได้เนื่องจากว่า มันไปติดระเบียบเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลาย คืออย่างที่ผมได้พบก็คือเกี่ยวกับ เรื่องลูกถ้วยไฟฟัา คือลูกถ้วยไฟฟัาธรรมดามันจะมีคลาส (Class) ของมัน ทีนี้ปรากฏว่า ที่วิจัยออกมาแล้วมันไม่ได้มาตรฐานตามที่มีกําหนดไว้ในสากล เพราะฉะนั้นไม่รู้ว่ามันจะเข้า คลาสตัวไหนแต่ว่าที่วิจัยมานี่ปรากฏว่ามันใช้ได้ผลดีมาก เอาไปทดลองใช้แล้วได้ผลดี ดีกว่าที่มีขายอยู่ เพราะว่ามันสามารถที่จะใช้ใน แหล่งที่มีพอลลูชัน (Pollution) ได้ แต่ปรากฏว่าเวลาจะซื้อนี่ซื้อไม่ได้

เพราะว่าเวลาจะออกสเปก (Spec) ซื้อนี่ไม่รู้จะไปกําหนดว่าซื้อในคลาสไหน แล้วก็ในการจัดซื้อ ปรากฏว่าในระเบียบบอกว่าจะต้องมีผู้เสนอ ๓ รายขึ้นไป ทีนี้ปรากฏว่าการจดทะเบียน อันนี้มันเปึนลิขสิทธิ์ของเขาคนเดียว เพราะฉะนั้นคนอื่นเขาจะมาทําก็ทําไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันก็เปึนปัญหาที่ทําใ ห้เกิดมีปัญหานะครับว่าทําอ ย่างไรที่เราจะต้องแก้ ช่วยในการที่ เมื่อมีการวิจัยออกมาแล้วทําอย่างไรที่จะต้องให้แก้ได้ ตัวระเบียบตัวนี้ที่จะทําให้เขาจัดซื้อ แล้วก็เอาของไปใช้ได้นะครับ อันนั้นเปึนอันหนึ่ง อีกอันหนึ่งที่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่อง วาระ การพัฒนา การปฏิรูประบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างมากเลย ถ้าทําได้มันน่าจะช่วยประเทศได้ อย่างดีมากนะครับ เพียงแต่ว่าก็มี ตัวที่เกี่ยวกับเรื่อง โปรเจกต์ แมเนจเมนต์ ออฟฟ่ศตัวนี้ผมว่าคงจะต้องเร่งด่วน แล้วก็ดูแล้วน่าจะต้องทําอย่างไร ต้องพัฒนาคนที่จะเข้าไปอยู่ในนี้ อาจจะต้องมีการฝ๊กอบรมอะไรกั นมากที่จะมาใช้ แล้วก็สามารถที่จะไปช่วยหน่วยงานอื่น ๆ ได้ ในการทํานี่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า มันจะต้องมีไกด์ไลน์ (Guideline) หรือเปล่าแล้วก็ทําอย่างไร ท่านอาจจะต้องจ้างคนมา แล้วก็อาจจะมีไกด์ไลน์อะไรทั้งหลายนี่นะครับ มันก็เปึนในทํานองคล้าย ๆ แบบตอนที่เราทํา พวกไอเอสโอ (ISO) ทั้งหลายนี่มันก็จะต้องมีการที่จะพัฒนาคน แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ นี่ก็คงจะต้องมีการพัฒนา แล้วพีเอ็มโอตัวนี้คงจะต้องเปึนคนคอยเข้าไปตรวจสอบแล้วก็ไป ช่วยเขาทั้งหลายนี่นะครับ อันนี้ผมว่าตัวพีเอ็มโอนี่น่ำจะต้องรีบตั้ง แล้วก็คงจะต้อง รีบ หมายถึงว่ามีการเสริมพัฒนาหรือฝ๊กอบรมอะไรกันให้หนักที่จะมาร่วมกับอาจจะเปึนบริษัท คอนซัลแทนต์ (Consultant) อะไรที่จะต้องเข้ามาช่วย ที่ท่านได้กล่าวไปแล้วนะครับ ผมคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องที่ผมเห็นด้วยแล้วก็น่าจะต้องรีบดําเนินการ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๐ วาระปฏิรูปที่ ๒๑ และ วาระการพัฒนา ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและ ทรัพย์สินทางปัญญาได้เสนอในครั้งนี้นั้นถือว่ามีความสมบูรณ์ มองรอบด้าน มองกว้าง มองลึก แล้วก็จะเปึนบลูปรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for Change) ที่สําคัญของประเทศต่อไป ผมมีความเห็นบางประการในฐานะที่เคยดูแลนโยบายยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา

ซึ่งเปึนการต่อยอดเพื่อให้ประเทศไทยนั้นก้าวสู่วิสัยทัศน์ปฏิรูปประเทศที่ สปช. ได้วางไว้ คือการก้าวสู่การเปึนประเทศพัฒนาแล้ว นั่นหมายความว่าเราจะต้องก้าวพ้นกับดักประเทศ ที่มีรายได้ปานกลาง ที่เรียกว่าเอ็มไอที (MIT) หรือว่ามิดเดิล อินคัม แทรป (Middle Income Trap) ดังนั้นเครื่องมือดังกล่าวนี่สําคัญมาก ในรายงานดังกล่าวอาจจะ มุ่งเน้นไปในเรื่องของ วทน. วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมทั้งเรื่องของคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ ที่จะเปึนวาระการพัฒนา แต่สิ่งที่อยากจะให้เพิ่มเติมเสริมเปึนภาพต่อเนื่อง ก็คือเรื่องของการใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาหรืออินเทลเล กชวล พรอพเพอร์ตี รีจิม (Intellectual property regime) ไปสู่การสร้างความสามารถในเชิงพาณิชย์ของนวัตกรรม ต่าง ๆ ผมเคยได้รับเกียรติไปบรรยายที่อังค์ถัด (UNCTAD) ที่เจนีวาในฐานะตัวแทน ประเทศกําลังพัฒนา เปึนไทยแลนด์ โมเดล (Thailand Model) ว่าการจะก้าวข้ามประเทศ ซึ่งเคยขายทรัพยากร แรงงานราคาถูก จุดที่ตั้งที่เปึนศูนย์กลาง วันนี้บุญเก่าหมดแล้ว จําเปึนที่จะต้องยืนบนขาของตัวเองบนฐานที่เรายังได้เปรียบอยู่ คือฐานของความหลากหลาย ทางชีวภาพ บนฐานที่เรามีวิทยาศาสตร์ชนบท เรามีเทคโนโลยีท้องถิ่น เรามี ภูมิปัญญาชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เปึนอีกด้านของเหรียญของระบบทรัพย์สินทางปัญญา

การจะต่อยอดเพื่อให้นวัตกรรมสามารถที่จะเปึนเครื่องยนต์ขับเคลื่อนยกระดับอัพเกรด ประเทศให้พ้นจากประเทศกําลังพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว จะให้ประชาชน มีรายได้ต่อหัว ๔๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อคนอย่างในปัจจุบันนั้น หนทางเดียว ก็คือการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาที่เรามีศักยภาพของเรา มันยากต่อการที่เราจะก้าวจาก ประเทศก๊อบปุ้ไปสู่ประเทศครีเอทีฟ (Creative) ได้โดยเร็ว ญี่ปุ์นใช้เวลา ๕๐ ป้ครับ กว่าจะสร้างเศรษฐกิจขึ้นมาได้ทัดเทียมกับประเทศตะวันตกที่เขาปฏิวัติอุตสาหกรรมมา ๒๐๐ กว่าป้ ใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาในภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่รวมทั้งระบบ ทรัพย์สินทางปัญญาเดิมในการสร้างมูลค่าพวกแบรนด์ต่าง ๆ เรื่องของลิขสิทธิ์ เรื่องของ สิทธิบัตร เรื่องของเครื่องหมายทางการค้า แล้วก็แบบผังวงจรซึ่งก็คือยุคไอทีที่สร้าง ความร่ํารวยให้อย่างข้ามคืนกั บประเทศตะวันตกในยุคคลื่นลูกที่ ๓ ดังนั้นสิ่งที่ผมพูด ในอังค์ถัดก็คือเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งความจริงมันมีอยู่ ๘ อย่าง ด้วยกัน แต่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพที่มาต่อยอดเรื่องของไบโอเทค (Biotech) เรื่องของไบโอ เบส อินดัสตรีล้วนแล้วแต่เปึนสิ่งที่มาถูกทางแล้ว แต่อยากให้ ความสําคัญมากขึ้นต่อการทําพิมพ์เขียวแผนที่จะก้าวสู่การมีนวัตกรรมแล้วก็ไปสู่เรื่องของ คอมเมอร์เชียลไลเซชัน (Commercialization) หรือเชิงพาณิชย์ นั่นหมายความว่าตัวสําคัญ มากที่สุดก็คือตัวทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศอังกฤษกับประเทศฝรั่งเศสต่างกันนะครับ ประเทศอังกฤษปฏิวัติอุตสาหกรรมก่อน มีเครื่องจักรไอน้ํา ฝรั่งเศสคิดไปถึงเรื่องของการ ที่จะเกิดปฏิวัติการท่องเที่ยวแทนที่จะใช้ลมก็ใช้เรือกลไฟ ฝรั่งเศสเลือกที่จะใช้ครีเอทิวิตี (Creativity) บนความประณีตของคนฝรั่งเศส ทํากระเปิานั่นคื อหลุยส์วิตตอง แต่ว่า คนอังกฤษยังเปึนคนงานเหมืองถ่านหินและโรงงานอุตสาหกรรม เราเลือกทางใด ในที่สุดอังกฤษก็มาปรับตัวในยุคไม่กี่ป้มานี้ครับ ก็เข้าสู่ยุคครีเอทีฟ อีโคโนมี (Creative economy) แล้วก็ทําเชิงพาณิชย์ได้ เราได้เห็นเรื่องสตาบัคและสตาบังจนดูว่าเปึนข่าว ที่ขําขันนะครับ แต่แท้ที่จริงแล้วสตาบัคผมว่าหลายท่านเคยไปกินที่นั่น ผมเองก็เคยไปกิน ที่ต้นกําเนิดที่ซีแอตเติล ที่ไพรส์เพรส จากโรงกาแฟคูหาเดียววันนี้สร้างแบรนด์ แต่แบรนด์นั้น มันเกิดขึ้นจากการปกปัองคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มันเกิดขึ้นจากการที่เอาเรื่องการค้า เชิงพาณิชย์อย่างที่ท่านเกริกไกรได้พูดถึงเทรดดิง อิดิชัน (Trading Edition) เข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นตรงส่วนของต้นน้ํา การวิจัยและสิ่งที่เรามีเปึนแอสเซต (Asset) เปึนมรดก

ของเรานั้นไปสู่การวิจัยพัฒนามาสู่การสร้างนวัตกรรมไปสู่ การร่วมลงทุน จะใช้พีพีพี หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือเวนเจอร์ แคปป่ตอล (Venture Capital) ก็ตาม ท้ายที่สุดก็ต้องมาสู่ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยทรัพย์สินทางปัญญาครับ ไม่อย่างนั้นไอแพด (IPAD) ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ไอโฟนคงไม่เกิดขึ้น ด้วยมูลค่าถ้าคิดเปึนตัววัตถุดิบอย่างเดียวนั้นมันก็คงเพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่พอใส่เรื่องของแผงวงจรไปเรื่องของแอพพลิเคชัน (Application) ไปเรื่องของโอเอส (OS) ในระบบ ไปถึงเรื่องของฟ้เจอร์ (Feature) ต่าง ๆ ขายกัน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเราจะต้องก้าวไปถึงจุดนั้น และผมเชื่อว่าถ้ารายงานฉบับนี้ซึ่งแน่นอนท่านได้เคย พูดถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา แต่มาเขียนผังให้ชัดเจนเปึนแอกชัน เพลน (Action plan) ของประเทศนะครับ แล้วก็ไปสู่ตรงนั้นได้อย่างไรภายใต้ระบบทรัพย์สินทางปัญญา และเรื่องของครีเอทีฟ อีโคโนมี ซึ่งเราเคยเปึนผู้นําในอาเซียนนะครับ เคยจัดการประชุม นานาชาติว่าด้วยการประชุมทรัพย์สินทางปัญญา แล้วก็เรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในระหว่างประเทศมาแล้วนะครับ และอังค์ถัด รวมทั้งไวโป (WIPO) หรือองค์กรทรัพย์สิน ทางปัญญาโลก ก็เรตติง (Rating) เราให้อยู่ในประเทศชั้นนําในเรื่องนี้ ก็หวังว่าจะไปเติมเต็ม รายงานของท่านต่อไปนะครับ แล้วก็ชื่นชมว่ารายงานนี้เปึนฐานที่จะเปึนเหมือนโกรท เอนจิน (Growth engine) ของเราไปสู่เปัาหมายที่ สปช. เราวางไว้คือการเปึนประเทศที่ก้าวหน้า เปึนประเทศชั้นนําและเปึนประเทศที่จะเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วในที่สุดครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูป คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการ และ สปช. ที่เคารพทุกท่านครับ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ หมายเลข ๒๑๖ เอกสารที่ได้อ่านถึงแม้ว่าไม่จบแต่ก็เปึนสิ่งชี้วัดว่ากรรมาธิการมีความตั้งใจสูงในการที่จะ ปฏิรูปประเทศไทยเพื่อไปสู่ความสําเ ร็จ สิ่งที่ผมเห็นในข้อ ๕.๔ ในข้อ ๒ ข้างล่างบอกว่า โครงการผลิตกําลังคน โดยเฉพาะผลิตนักวิจัยและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมวิจัยและ นวัตกรรม เช่น นักวิทยาศาสตร์ ช่างเทคนิค ตรงนี้ผมว่าถ้าเพิ่มไปทางด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ไปหน่อยก็คงดีละครับ เช่นว่าศิลป่นเข้าไป เพราะว่าในความเปึนจริงแล้วศิลป่น เหล่านี้ก็เกิดจากการสร้างกําลังคนขึ้นมา เกิดจากการบ่มเพาะ กว่าจะเปึนศิลป่นแต่ละคนนั้น ยากแสนยาก อย่างเช่น ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ อย่างนี้ หรืออย่างหวังเต๊ะอย่างนี้นะครับ กว่าจะได้คนอย่างนี้มานั้นตั้งแต่เล็กแต่น้อยต้องผ่านประสบการณ์อะไรต่าง ๆ มา จึงทําให้ ท่านเหล่านั้นออกมาเปึนศิลป่นคือผู้สร้างงานศิลปะ เพราะฉะนั้นในข้อนี้ผมว่าถ้าหากว่า ใส่ในเช่นของศิลป่นไปด้วยคือเราต้องสร้างศิลป่นด้วยครับ รัชกาลที่ ๖ พระองค์บอกว่า ถ้าชาติใดขาดศิลป่นชาตินั้นก็เหงาเงียบ ก็เหมือนสังคมที่ขาดสตรีนั่นแหละครับ อีกข้อหนึ่ง คือข้อ ๕.๔.๒ ในขั้นตอนที่ (๑) ตรงนั้น ตรงนี้ท่านประธานและกรรมาธิการท่านใส่เอาไว้ ผมว่าเปึนสิ่งสําคัญนะครับ ให้สถาบันกำรศึกษาทุกระดับปรับวิธีการเรียน การสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีสเตม สกิล (STEM Skills) ที่ว่า แล้วท่านเน้นว่าโดยเฉพาะสถาบันการศึกษา ที่ผลิตครู ตรงนี้ถือว่าเปึนประโยคทองของผมนะครับ แล้วก็หลาย ๆ ท่าน ท่านเน้นบอกว่า โดยเฉพาะสถาบันที่ผลิตครู เพราะในความเปึนจริงหัวใจความเปึนอยู่ของสังคมนั้นก็คือ คนเปึนครูนั่นแหละครับ แต่ถามว่าครูคือใคร ใครคือครู ก็ตอบได้ว่าพ่อแม่ก็ครู สิ่งแวดล้อม ก็ครู ประสบการณ์ต่าง ๆ ก็ครู และครูที่สอนในชั้นเรียนคือครูที่เปึนหลัก เพราะฉะนั้นที่ท่าน ใส่ประโยคนี้ว่าโดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ผลิตครู ตรงนี้ผมว่าถ้าหากว่าเราทํากันจริงแล้ว ประเทศไทยเราผลิตครูให้มีคุณภาพเหมือนกับที่หลายท่านพูดเมื่อเช้าก็คงจะทําให้ ประเทศไทยเรามีอะไรที่ดีขึ้นอีกมำกมายทีเดียว เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอว่าถ้าหากว่า คณะศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์มหาวิทยาลัยใดเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ แล้วให้เหมือนประโยค ที่ท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการเขียนไว้เน้นเรื่องการผลิตครูให้ครูที่เปึนครูจริง ๆ แล้วถ้าหากว่าทําอย่างนั้นไม่ได้ ตั้งมหาวิท ยาลัยครูขึ้นมาหรือมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ อะไรก็แล้วแต่ขึ้นมา แล้วแน่นอนประเทศไทยเราก็คงจะพัฒนาไปได้ ในข้อ ๕.๕ ในหน้า ๑๑

เช่นเดียวกัน ข้อเสนอปฏิรูปที่บอกว่าสร้างความตระหนักให้ชุมชน สังคม เห็นความสําคัญ การสร้างความรู้ใหม่ขั้ นทําวิจัย ก็คือเรื่องภูมิปัญญาไทย อันนี้ถือว่าเข้าถึง ความเปึนไทยแล้วละครับ วันนั้นท่านประธานไปนั่งสังสรรค์กันผมว่าคงจะได้ถ่ายเทเรื่องนี้ ซึ่งกันและกันแน่นอนครับ วิทยาศาสตร์กับค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นจึงมีคําว่า ภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนั้นยังมีภูมิปัญญาโลกอีกตัวหนึ่งครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่เกิดขึ้นจากการบ่มเพาะของบรรพชนของเราตั้งแต่อดีต ถ้าพูดไปแล้ว สยามประเทศเกิดขึ้นถ้านับตามหลักฐานไม่ว่าเอกสารเก่าโบราณ หรือว่าจะเปึนศิลาจารึก สยามนี้มีคนมีอยู่ตั้งแต่ก่อน พ.ศ. ๕๐๐ ด้วยซ้ําไปนะครับ วิวัฒนาการ พัฒนาการมาถึง ปัจจุบันนี้ อย่างง่าย ๆ ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยอย่างหนึ่งคือมังคุดคัด ซึ่งหลายคน ไปรับประทานแล้วอย่างท่านเธียรชัยได้รับประทานแล้วถูกอกถูกใจ ถามว่ามังคุดคัดนี่อะไร แกเห็นแกบอกว่ามันแกว ไป ๆ มา ๆ พอกัดกินเข้าไปไม่ใช่มันแกวกลายเปึนมั งคุดคัด ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ชุมชนรถไฟ อร่อย ชอบใจ แล้วแกคิดถึงขั้นว่าจะส่งไป ประเทศเยอรมนีนะครับ ท่านประธานครับ นี่คือเรื่องหนึ่งมังคุดคัดที่ชุมชนรถไฟ จังหวัดนครศรีธรรมราช นี่เปึนภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นจากความยากจน ไปเห็นมังคุดเขียว หล่นอยู่ที่ข้างถนนรถ ไฟแถวนั้นแกก็เอามาปาดหัวปาดท้าย กรีด เห็นยางกินไม่ได้ไปแช่ น้ําเกลือ

ไป ๆ มา ๆ พอน้ําเกลือออกหมดยางไม่มี แกกินแล้วมันอร่อยหวาน แกให้สามีกิน ให้ลูกกิน ลูกชอบ หลานชอบ โอ้โฮ มันแล้วคราวนี้ให้พี่น้องใกล้ ๆ รับประทานด้วย ไป ๆ มา ๆ เขาชอบกันหมดครับท่านประธาน ขายได้ครับมังคุดคัดตอนนี้ ๕ ไม้ ๑๐๐ บาท แต่ถ้าฤดูไหนมีน้อยก็ ๓ ไม้ ๓ ไม้นี่ไม้ละแค่ ๓ ลูก ๑๐๐ บาท นี่คือเรื่องหนึ่งที่เกิดจาก ภูมิปัญญา ก็ขอฝากท่านประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการ ๒ อย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่ ด้วยนะครับ ให้วิจัยในเรื่องของสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยด้วย ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกที่แจ้งความประสงค์จะอภิปรายให้ความเห็น ในวาระปฏิรูปที่ ๒๐ วาระปฏิรูปที่ ๒๑ และวาระการพัฒนาที่คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญานําเสนอได้อภิปราย ครบแล้วค่ะ ดิฉันขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการตอบชี้แจงข้อซักถามค่ะ

นายศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สปช. ท่านสมาชิก สปช. ในนามของกรรมาธิการนะครับ พวกเราก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ฟัง ๘ ท่านได้อภิปรายแล้วให้ความเห็นเติมเต็มสิ่งที่เราได้ทํากันมา อันที่จริงระหว่างที่ได้ทําก็ได้มีการแลกเปลี่ยน ได้มีการประชุมร่วมกับกรรมาธิการชุดต่าง ๆ หลายชุดนะครับ แล้วเมื่อกี้คําแนะนําก็มีข้อเสนอให้ทําอย่างนั้นเพิ่มเติม ซึ่งพวกเราก็ยินดี เปึนอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าการแลกเปลี่ยนตรงนั้นได้ทําให้พวกเรามองกว้างขึ้น มองได้ชัดขึ้นนะครับ แล้วก็เชื่อว่าเปึนประโยชน์กับการเสนอบลูปรินต์ ฟอร์ เชนจ์ที่เรากําลัง ทํากันอยู่ สําหรับความเห็นที่ได้ในวันนี้พวกเราก็จะนําไปปรับปรุงเพิ่มเติม เติมเต็มในข้อเสนอ แล้วก็เพื่อที่จะได้นําเสนอทํางานต่อไปครั บ ก็จะขออนุญาตขอบพระคุณทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ไม่มีชี้แจงเพิ่มเติมแล้วนะคะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงาน วาระปฏิรูปที่ ๒๐ ระบบวิจัยเพื่อเปึนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศ (รอบ๒) แล้วก็วาระปฏิรูปที่ ๒๑ ระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเปึนโครงสร้าง พื้นฐานทางนวัตกรรมของประเทศ (รอบ ๒) กับวาระการพัฒนา การปฏิรูประบบข้อมูล

เพื่อการพัฒนาประเทศ เรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อไปดิฉันคงจะต้องขอมติจากที่ประชุมนะคะว่า ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งก่อนลงมติดิฉันก็คงจะต้องขอนับองค์ประชุมก่อนนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

คงต้องคอยนิดหนึ่งนะคะ ถ้าสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วขอเชิญท่านใช้สิทธิแสดงตนค่ะ ท่านกรุณาเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านธวัชชัยได้ไหมคะ ได้นะคะ ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๙๙ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเ ห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน การพิจารณาทั้ง ๒ วาระปฏิรูปและ ๑ วาระการพัฒนาของคณะกรรมาธิการปฏิรูป วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้นําเสนอ หากท่าน เห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิลงคะแนนแล้วนะคะ ท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าเผื่อไม่มีดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๐๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ เสียง ไม่ลงคะแนน ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณาศึกษา ในข้อเสนอวาระปฏิรูปที่ ๒๐ ระบบวิจัยเพื่อเปึนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศ (รอบ ๒) วาระปฏิรูปที่ ๒๑ ระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเปึน โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมของประเทศ (รอบ ๒) วาระการพัฒนา การปฏิรูประบบข้อมูล เพื่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงาน พร้อมข้อความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปค่ะ เปึนอันจบการพิจารณาวาระการปฏิรูปทั้ง ๒ วาระปฏิรูปและ ๑ วาระการพัฒนา แล้วค่ะ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ดิฉันขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน แล้วก็ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายให้ความเห็นอย่างสร้างสรรค์ค่ะ ขอป่ดประชุมค่ะ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๒๕ นาฬิกา