สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เบญจวรรณ สร่างนิทร หารือเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูป และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดประเภทหน่วยงานของรัฐและโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดระบบการศึกษาและการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปช. ๑๒๔ ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ตามรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดิฉันมีข้อสังเกต ในประเด็นเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษา ตามที่ได้มีการเสนอจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ ซึ่งดูตามหน้าที่ ก็ชัดเจนในเรื่องหน้าที่ว่าเปึ นเรื่องเรกูเลเตอร์มีการกําหนดนโยบายยุทธศาสตร์และ แผนการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีการกําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์และแผนงาน ในการปรับโครงสร้างและอัตรากําลังของกระทรวงศึกษาธิการ นี่คือตัวอํานาจของคณะกรรมการ แต่ประเด็นมันอยู่ที่สํานัก งานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ในมาตรา ๒๑ ที่บอกว่าให้จัดตั้งหน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานในกํากับของรัฐที่ไม่เปึน ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และไม่เปึนรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น มีฐานะเปึนนิติบุคคลและอยู่ในกํากับ ของนายกรัฐมนตรี ทําหน้าที่เปึนเลขา นุการของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ

พัฒนามนุษย์แห่งชาติ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าการจัดประเภทของ หน่วยงานของรัฐหลัก ๆ มีภารกิจหลักอยู่ ๓ ด้าน ถ้าเปึนงานบริการสาธารณะทางปกครอง ให้จัดตั้งเปึนส่วนราชกา ร ถ้าเปึนบริการสาธารณะทางพาณิชย กรรมและอุตสาหกรรม ให้จัดตั้งเปึนรัฐวิสาหกิจ ถ้าเปึนบริการสาธารณะทางสังคมและวัฒนธรรมให้จัดตั้งเปึน องค์การมหาชน เพราะฉะนั้นดูในภารกิจของคณะกรรมการนี้เปึนเรื่องการกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ ซึ่งส่วนราชการที่ควรจัดตั้งหรือรับผิดชอบภารกิจนี้ต้องเปึนส่วนราชการค่ะ ดิฉันเรียนว่าในการที่ดําเนินการขณะนี้ก็ศึกษาเรื่องการปฏิรูปกฎหมายองค์การมหาชนอยู่ เราเขียนกรอบในการจัดตั้งองค์การมหาชนส่วนหนึ่งว่าภารกิจจะต้องไม่มีการวางแผนและ กําหนดนโยบายหรือกําหนดยุทธศาสตร์ เพราะภารกิจนี้เปึนภารกิจของส่วนราชการ นี่คือ ประเด็นของโครงสร้างที่มีการจัดตั้งสํานักงานเพื่อดูแลในส่วนนี้ โยงมาถึงส่วนนี้ที่จะให้มี สภาการศึกษาจังหวัด หรือคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด หรือสมัชชาการศึกษาจังหวัด ถ้าจะแยกเรกูเลเตอร์ออกจากอิมพลีเ มนเตเตอร์ (Implementater) หรือโอเปอเรเตอร์ ถามว่าจําเปึนไหมที่เรกูเลเตอร์ต้องลงไปประจําในพื้นที่คือในภาคสนามด้วย ขณะนี้ ในโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการเองในระดับพื้นที่

เพราะดิฉันก็พยายามดูเอกสารในนี้ ไม่ปรากฏว่าเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหลาย ซึ่งเปึน เขตประถมศึกษามี ๑๖๙ เขต เขตมัธยมศึกษาซึ่งมี ๔๒ เขต แล้วก็อาชีวศึกษาซึ่งขณะนี้ อาชีวศึกษาก็แบ่งเปึนภาค แล้วก็กรณีที่เปึนมหาวิทยาลัยก็จะมีสภามหาวิ ทยาลัย แล้วอุดมศึกษาก็จะมีสภามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ถ้าพูดถึงพื้นที่ในกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็มีมากมายก่ายกองมาก ในส่วนที่จะเกิดหน่วยงานซึ่งไม่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่ว่า จะไปมีในระดับพื้นที่นั้น ในระบบหรือกลไกในการทํางานจะบรรลุตามเปัาหมายหรือ วัตถุประสงค์ได้แค่ไหน เพียงไร ดิฉันก็ค่อนข้างมีข้อสังเกตตรงจุดนี้นะคะ การปฏิรูป ในเรื่องการจัดระบบการศึกษาที่บอกว่าให้ย้าย กศน. และ สช. ไปเปึนส่วนหนึ่งของงาน ด้านอาชีวศึกษานั้นก็คงจะต้องเปึนการฉีกนะคะ ฉีกร่างของ กศน. ส่วนหนึ่งที่เปึนการอบรม วิชาชีพไปอยู่ในอาชีวศึกษา ฉีก สช. ส่วนหนึ่งซึ่งเปึนการเรียนทางด้านอาชีพทั้งหลาย ไปอยู่อาชีวศึกษา แต่ทั้ง กศน. แล้วก็ สช. นั้น ส่วนหนึ่งเปึนเรื่องการเรียนในระบบสามัญ ก็คือระบบการศึกษาทั่วไป ตรงนี้ดิฉันฝากดูด้วยนะคะ ในเรื่องต่อมาเรื่องการจัดการ บุคลากรทางการศึกษานะคะ ดิฉันมองไม่เห็นในเรื่องการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องการจัดการ บริหารบุคลากรทางการศึกษา ขณะนี้ในทางปฏิบัตินั้นระหว่างข้าราชการครู ในกฎหมาย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก็มีข้อกําหนดไว้ชัดเจนว่าข้าราชการครู จะต้องทําหน้าที่อะไร บุคลากรทางการศึกษาต้องทําหน้าที่อะไร แต่ในทางปฏิบัติ ณ ขณะนี้ ก็ยังมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการอยู่นะคะ ทีนี้ประเด็นที่มีข้อเสนอว่าเมื่อบรรจุบุคลากร ในกลุ่มภูมิภาคแล้ว การโอนย้ายในระยะแรกต้องสมัครใจ แต่ต่อมาโอนย้ายภูมิภาคก็จะต้อง ไม่ให้มีการโอนย้ายตรงนี้ ดิฉันก็ฝากดูด้วยนะคะว่าสิ่งที่เขาจะโอน ย้ายนั้นถ้าบอกว่าไปลง ที่ครอบครัวอยู่กับท้องถิ่นดั้งเดิมนี่จะสามารถทําได้หรือเปล่า แล้วอีกข้อหนึ่งที่บอกว่า ให้ปรับเปลี่ยนผู้สอนจากข้าราชการส่วนกลางไปเปึนข้าราชการหรือพนักงานราชการ ประเด็นตรงนี้พนักงานราชการในการกําหนดนั้นจะเปึนว่าของที่ไหนก็ของที่นั้น ถ้ายังอาศัย ระเบียบข้าราชการพลเรือนอยู่นอกจากจะเปลี่ยนชื่อพนักงานราชการเปึนข้าราชการประเภทอื่น ซึ่งจะสามารถโอนย้ายได้ ดิฉันก็ฝากข้อสังเกตในส่วนนี้ไว้นะคะ ถ้าจะปฏิรูปให้บังเกิดผล แล้วสิ่งที่ปรากฏตามการศึกษาครั้งนี้จะเห็นว่าโครงสร้างในภูมิภาคก็ยังหลากหลาย อยู่เหมือนเดิมนะคะ ดิฉันอยากจะให้การปฏิรูปนําไปสู่การดําเนินการที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง ขอบพระคุณมากค่ะ