สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

อมรวิชช์ นาครทรรพ หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาและกลไกที่จำเป็นในการปฏิรูป โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการเชิงพื้นที่และกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในแต่ละพื้นที่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีความยาวนานและสามารถสร้างคนให้มีความสามารถในการคิดและใฝ่รู้ได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างกระทรวง การปรับโครงสร้างอัตรากำลัง และการกระจายคนมีคุณภาพลงไปสู่ฐานพื้นที่ รวมถึงการลดขนาดรัฐส่วนกลางและลดขนาดคนในส่วนกลาง เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุเป้าหมายได้ภายใน 10-15 ปี

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อมรวิชช์ นาครทรรพ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการครับ คงมี ๒ ส่วนที่จะเรียนนะครับ คือในส่วนของวาระ ปฏิรูปที่ ๑๘ เรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้ สืบเนื่องจากที่ได้มี ข้อคิดเห็นจากการเสนอรายงานรอบแรกและมีการปรับปรุงไปนะครับ กับอีกส่วนหนึ่งก็คง เปึนการขมวดภาพรวมให้เห็นนะครับ คานงัดที่สําคัญที่จะเปึนกลไกปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ และประโยชน์ที่ประเทศชาติของเราพึงได้รับนะครับ ในส่วนแรกอยากกราบเรียนว่า เรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้เปึนหัวใจนะครับ จากที่ท่านอาจารย์เขมทัต ท่านอาจารย์ประภาภัทรได้เรี ยนที่ประชุมให้ทราบไปแล้วนะครับ เรื่องการศึกษา เรื่องการปฏิรูปเปึนเรื่องใหญ่มาก เปึนเรื่องที่ครอบคลุมทุกช่วงวัยนะครับ แล้วในแต่ละเรื่อง ก็มีคานงัดที่ไม่เหมือนกัน มีกลไกที่ต้องปรับเปลี่ยน ต้องพัฒนาไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การศึกษา ระดับปฐมวัยที่จะต้องอาศัยท้องถิ่นเข้ามาร่วมมืออย่างจริงจังร่วมกับอีกหลายภาคส่วนนะครับ ทั้งทางฟากสาธารณสุขก็ดี กับทางกระทรวงก็ดีนะครับ เรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งประถมศึกษา มัธยมศึกษา ซึ่งเรื่องนี้หัวใจอยู่ที่การให้อิสระโรงเรียน ปลดโซ่ตรวน ปลดพันธนาการให้โรงเรียนทุกโรงเรียนมีครูที่เก่ ง มีผู้บริหารที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล มีภาวะรับผิดชอบ และสามารถดําเนินการยืดหยุ่นหลักสูตรตามสภาพภูมิสังคม ตามโจทย์ ที่รายงานแต่ละพื้นที่ได้ เรื่องอาชีวศึกษาเปึนเรื่องของการนําภาคเอกชนเข้ามาเปึนหัวหอก อย่างจริงจังในระบบพีพีพี (PPP) หรือพับลิก ไพรเวท พาร์ทเนอร์ชิป (Public Private Partnership) ที่จะทําให้เอกชนเข้ามาเปึนทั้งครูผู้สอน เปึนพื้นที่เรียนรู้ แล้วก็เปึน แหล่งตลาดงานที่จะรองรับ แล้วก็ร่วมวางแผนกําลั งคนกับทางอาชีวะด้วย อุดมศึกษา เปึนโจทย์ทั้งเรื่องการผลิตกําลังคน บัณฑิตที่มีคุณภาพ รับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการวิจัย ที่ตอบโจทย์ภาคการผลิต ตอบโจทย์สังคมได้อย่างจริงจังภายใต้การบริหารงานที่มี ธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เรียนท่านสมาชิกว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยความพยายาม ต้องอาศัยกลไกหลายเรื่องที่ต้องมาทํางานร่วมกันนะครับ ในการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ต้องเรียนตามตรงว่าเปึนเรื่องที่ยากมาก แล้วก็เปึนเรื่องที่ท้าท้ายมาก ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียน ตอนท้ายว่าด้วยเหตุใดเราถึงต้องพยายามวางกลไก ๓-๔ กลไกขึ้นมาในการทําให้แน่ใจว่า

การปฏิรูปคราวนี้สําเร็จ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นผมอยากเรียนว่า เรื่องสําคัญก็คือการสร้าง คนไทยยุคใหม่ คนไทยยุคใหม่ที่ไม่ใช่เปึนผู้ที่ มีสํานึกต่อส่วนรวม ส่วนรวมต้องมาก่อน มีความเสียสละเพื่อบ้านเมือง มีความเปึนพลเมืองที่ดี มีความเปึนมนุษย์ที่สมบูรณ์เท่านั้น แต่ว่าเปึนพลเมืองยุคใหม่ที่เท่าทันข้อมูลข่าวสาร มีทักษะ มีสมรรถนะ มีความสามารถ เท่าทันกับโลกการผลิตยุคใหม่จริง ๆ นะครับ มีความเปึนพลเมืองไทย เปึนพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลกไปพร้อม ๆ กัน สิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นครับถ้าไม่มีสิ่งที่ผมจะกราบเรียน ในวาระที่ ๑๘ คือเรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้ที่คงต้องมีการปฏิรูปหลายเ รื่องนะครับ ตั้งแต่กระบวนการหลักสูตรเองที่ต้องเหมาะสม มีความทันสมัยขึ้นนะครับ เราคงพูด แต่เรื่องหลักสูตร แกนกลางอย่างเดียวอีกต่อไปไม่ได้แล้วนะครับ มันคงต้องมีหลักสูตร ตามสภาพภูมิสังคม หลักสูตรเฉพาะมากยิ่งขึ้น เราคงพูดถึงวิธีการจัดการเรียนที่เปึน แบบท่องจํา บังคับให้จําไปสอบอย่างเดียวอีกต่อ ไปไม่ได้แล้วนะครับ คงต้องสอนให้ผู้เรียน เรียนตามหลักทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่จริง ๆ การเรียนรู้ที่ดีที่สุดตอนนี้ที่เปึนการยอมรับ ในสากลโลกก็คือการเรียนรู้ด้วยการสร้างความรู้ด้วยตนเอง นะครับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า คอนสตรักชันนิซึม (Constructionism) นะครับ ก็คือการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งมันมาจากหลักของวิทยาศาสตร์การทํางานของสมองที่เราเชื่อว่าถ้าคนเรามีแพชชัน ฟอร์ เลิร์นนิง (Passion for Learning) มีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เรียนรู้จะเรียนรู้ได้ดี จะจําได้ดีนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนหลักสากล และเปึนหลักสําคัญที่เราจะต้องออกแบบการเรียนรู้ใหม่ ให้เด็ก ๆ ของเรานะครับ ไม่ใช่แค่มีทักษะการเรียนรู้ครับ แต่มีแรงบันดาลใจ มีความใฝ์รู้ ติดตัวอยู่ตลอดเวลาด้วย ตรงนี้ต้องอาศัยทั้งกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ต้องอาศัย ทั้งเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ ต้องอาศัยทั้งสื่อต่าง ๆ เข้ามาประกอบกันนะครับ ตอนนี้ ทั่วโลกครับ ต้องเรียนที่ ประชุมว่ากําลังพูดเรื่องนิว เพดดะโกจี (New pedagogy) เรื่องศาสตร์การสอนใหม่ให้เท่าทันจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็กยุคใหม่นะครับ

เพราะฉะนั้นการเรียนการสอนให้ผู้เรียนรู้จักคิดด้วยเหตุด้วยผลหาความรู้เองได้ มีทั้ง การเรียนในห้องเรียน เรียนทั้งจากกิจกรรม เรียนรู้จากชีวิตจริง เรียนรู้จากสภาพสังคม พหุวัฒนธรรมที่เปึนสภาพความเปึนจริงในสังคมไทย การฝ๊กทักษะต่าง ๆ จากสภาพ การทํางานจริงต่าง ๆ นี่เปึนความจําเปึนทั้งสิ้นครับ และแน่นอนเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ายังใช้ การวัดผลแบบเดิมที่เน้นแต่เรื่องคะแนนสอบ การวัดผลแบบเดิมนั้นส่งผลร้ายมากมาย ที่สําคัญ ๒ เรื่องครับ มันเปึนการพิพากษาเด็กด้วยคะแนนสอบอย่างเดียว ที่สําคัญก็คือว่า มันไม่ได้นําไปสู่การพัฒนาเด็กให้ค้นพบตัวเองเจอ ค้นพบเปัาหมายในชีวิต เพราะฉะนั้น การวัดผลใหม่คงมีทั้งเรื่องการวัดความรู้พื้นฐาน ความรู้เฉพาะ การวัดทักษะต่าง ๆ ผลจาก การทํางานของผู้เรียนโดยเน้นปัจเจกบุคคลคือผู้เรียนเปึนสําคัญด้วย อันนี้เปึนหลักคิดของ การปฏิรูประบบการเรียนรู้ที่สําคัญอีกประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งครับอยากเรียน ที่ประชุมว่าเรื่องการสร้างองค์ความรู้ใหม่ อันนี้สําคัญมาก ตอนนี้สิ่งที่ทางกรรมาธิการ ได้พยายามมองคือการไม่มองแยกเสื้อแบ่งส่วน การสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาที่จะเปึนเนื้อหา การเรียนรู้ใหม่นั้นคงไม่ใช่โรงเรียนหรือกระทรวงทําแต่ผู้เดียวอีกต่อไปแล้วนะครับ แต่เปึน เรื่องของคนในพื้นที่ เรื่องของมหาวิทยาลัยสถาบันวิชาการในพื้นที่ช่วยกันสร้างความรู้ใหม่ ต่าง ๆ ขึ้นมาเสริมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นตามสภาพภูมิสังคม สร้างนวัตกรรมที่จะไปตอบโจทย์ ภาคการผลิต ตอบโจทย์วิสาหกิจชุมชน ตอบโจทย์เศรษฐกิจชุมชนด้วยในเวลาเดียวกัน เนื้อหาการปฏิรูปใหม่เหล่านี้วิธีการเรียนรู้ใหม่เหล่านี้ตลอดจนระบบการเรียนรู้ใหม่เหล่านี้ จะเปึนเรื่องสําคัญเปึนหัวใจของระบบการเรียนรู้ใหม่ที่อยู่ในวาระปฏิรูปที่ ๑๘ ที่จริง ๆ ตอนนี้ ก็มีการเริ่มต้นนําร่องไปแล้วนะครับ ทางกรรมาธิการเองที่ผ่านมาหลายเดือนเราไม่ได้ทํางาน แต่ในการร่างรายงานเสนอสภาเท่านั้น หรือร่างกฎหมายเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งที่ทําก็คือการนํา แนวคิดของทางกรรมาธิการนี่ไปประสานกับกระทรวงศึกษาธิการนะครับกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการทําให้หลายเรื่องนําไปสู่การปฏิบัติจริง ตอนนี้ก็เปึนที่น่ายินดีทางกระทรวง มีการขานรับมีโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน นําร่องใน ๒๐ เขตพื้นที่การศึกษา ๓๐๐ โรงเรียน นําการปฏิรูปอย่างที่ผมได้กราบเรียนที่ประชุมนี้ลงไปสู่ผู้เรียนจริง ๆ ผ่านการพัฒนาครู ผ่านการทําระบบโคชชิง (Coaching) ในระดับพื้นที่ ตรงนี้ก็ทําให้เห็นหน้าตา ของระบบการเรียนรู้ใหม่ เห็นหลักสูตรใหม่อย่างที่อยากกราบเรียนที่ประชุมที่มีการปรับใช้ หลักสูตรกลาง ๆ ที่ไม่ใช่มีแค่หลักสูตรแกนเท่านั้น แต่มีหลักสูตรมีเนื้อหาที่แปรไปตาม

สภาพภูมิสังคมด้วย มีหลักสูตรเฉพาะต่าง ๆ ขึ้นมาด้วย อันนี้ก็เปึนจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราหวังว่า จะเปึนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบแล้วก็ขยายผลสิ่งที่ดีเหล่านี้ไปในระยะยาวได้ด้วยนะครับ อีกส่วนหนึ่งที่อยากกราบเรียนที่ประชุมคือในการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้นี้ใช้การจัดกำร เชิงพื้นที่เปึนกลไกขับเคลื่อนสําคัญครับ เปัาหมายปลายทางของการปฏิรูปคราวนี้ ที่หลายท่านได้เรียนไปแล้วคือเรื่องการกระจายอํานาจ การกระจายความรับผิดชอบลงไปสู่ ระดับพื้นที่ การจัดการเชิงพื้นที่จึงเปึนหัวใจสําคัญมาก และตรงนี้จะขาดกลไกระดับพื้นที่ ไม่ได้ครับ ตอนนี้หลายท่านได้พูดถึงคําว่าคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด สมัชชาการศึกษา จังหวัด สิ่งเหล่านี้คงไม่ได้เปึนเพียงตัวอักษรนะครับ จะมีความหมายที่แท้จริงในทางปฏิบัติด้วย จะว่าไปแล้วตอนนี้มีอยู่ ๑๗ จังหวัดทั่วประเทศที่เริ่มงานโครงการนําร่องจังหวัดปฏิรูป การเรียนรู้ มีอย่างน้อ ย ๆ ๔-๕ จังหวัดนะครับ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอํานาจเจริญ ที่มีการดําเนินงานไปอย่างเข้มแข็ง มีสิ่งที่ คล้าย ๆ กับสิ่งที่เราเรียกกันกรรมการการศึกษาจังหวัดและสมัชชาการศึกษาจังหวัดเกิดขึ้น ในการที่จะเข้ามาร่วมคิดร่วมตั้งโจทย์ร่วมวางแผนให้กับการศึกษาในจังหวัดของตนเองว่า การศึกษาของลูกหลานระบบการเรียนรู้ใหม่นี่ควรจะเปึนอย่างไร สมัชชาเหล่านี้ในอนาคต จะแปรรูปไปได้อีกมากมายนะครับ จะเปึนสมัชชาในระดับเล็กกว่าจังหวัดก็ได้ ใหญ่กว่า จังหวัดก็ได้ เปึนสมัชชาเฉพาะประเด็นก็ได้ เฉพาะกลุ่มเปัาหมาย เช่น เด็กพิการ กลุ่มด้อยโอกาสก็ได้ เปึนสมัชชาด้านพหุวัฒนธรรมก็ได้ ซึ่งอันนี้ก็คงเปึนเรื่องระยะยาวนะครับ แต่สิ่งสําคัญซึ่งผมจะเรียนก็คือว่าการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ผมกราบเรียนไปตอนต้น การเรียนรู้ ที่จะสร้างคนให้รู้จักคิดมีความใฝ์รู้เรียนรู้ได้ตลอดชีวิตนั้นแล้วก็สามารถมีชีวิตที่มั่นคง มีงาน ที่มั่นคงอยู่ในพื้นที่ของตนเองได้นั้น จะเปึนไปไม่ได้ครับถ้าขาดกลไกจังหวัด สมัชชาจังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ร่วมคิด ร่วมส่งเสริม แล้วก็ร่วมตรวจสอบ ติดตาม เฝัาระวัง ทําให้การจัดการเรียนรู้ใหม่นี้เปึนจริงได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเปึน ๒ ข้างของ เหรียญเดียวกัน กระบวนการเรียนรู้ใหม่กับกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งผมเรียนแล้วว่าการจัดการเชิงพื้นที่จะเปึนคานงัดสําคัญในเรื่องนี้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้ กราบเรียนตอนท้ายต่อไปนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่อยากกราบเรียนที่ประชุมเพิ่มเติมเพื่อขยายความ ก็คงไม่มีอะไรมากครับ เปึนเรื่องการเรียนในห้องเรียนกับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่นะครับ การเรียนในห้องเรียนนั้น สําคัญนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้ามองลงไปถึงผู้เรียนแล้วนอกจากการให้หลักคิด การคิดเปึนระบบ การโน้มน้าวให้ผู้เรียนเกิดแรงบันดาลใจ สามารถคิด ฝ๊กฝน พัฒนาตนเองได้ เรื่องครูจะเปึนเรื่องสําคัญมา ก แล้วก็เรื่องนี้เดี๋ยวผมจะเก็บไว้พูดตอนท้ายนะครับ เพราะฉะนั้นครูต้องปฏิรูปทั้งระบบจริง ๆ ทั้งเรื่องการผลิต การพัฒนา ระบบการบริหาร งานบุคคล ซึ่งตรงนี้จะเปึนเรื่องใหญ่มากของกระบวนการปฏิรูปใน ๑๐-๑๕ ป้ข้างหน้า อย่างไรก็ตามตรงนี้ก็อยากเรียนว่าในกระบวนการคิดเบื้ องต้นของกรรมาธิการนี่เราคิดว่า ครูจะเปึนจุดเปลี่ยนสําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นกระบวนการจัดการชั้นเรียนของครู กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการชั้นเรียนของครูจะสําคัญมากครับ เรื่องกระบวนการที่ครูสามารถ ที่จะมีมาตรการที่ให้ผู้เรียนรับผิดชอบต่อการเรียน เปึนหน้าที่ของผู้เรียนนะครับ เราอาจจะ ไม่ต้องพูดถึงการตกซ้ําชั้นอีกต่อไป มีการสอบวัดมาตรฐานความรู้ที่จริงจัง การให้นักเรียน เรียนซ้ําบางวิชาได้ มีมาตรการที่ลงโทษที่ไม่ใช้กําลังผู้เรียน ที่ให้เข้าใจกฎ กติกา มีความมีวินัยต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้หลายเรื่องต้องเรียกกลับคืนมานะครับ ถ้าเรากําลังพูดถึง การศึกษาที่จะสร้างความเปึนพลเมือง สร้างคนไทยยุคใหม่ที่เคารพกติกา ระบบการศึกษา เปึนสิ่งแรกครับที่เราจะต้องทําให้ความเข้มแข็ง ความศักดิ์สิทธิ์ของกติกาของการอยู่ร่วมกัน เปึนจริงในระดับโรงเรียน เช่นกันในเรื่องของครูนะครับ สิ่งที่เปึนโจทย์สําคัญมาก ที่กรรมาธิการคิดก็คือทําอย่างไรเราจะคืนครูให้ผู้เรียน คืนเวลาเรียนให้ศิษย์ ตอนนี้มีตัวเลข ที่บางหน่วยงานสํารวจออกมาว่าเราเสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ไม่ใช่การสอนมากถึง ร้อยละ ๔๐ เราเสียเวลาไปกับกฎ ระเบียบ งานธุรการต่าง ๆ มากมาย จนครูไม่มีเวลาสอน เราเอาเรื่องการประกวดแข่งขันทางวิชาการไปผูกกับความก้าวหน้าของครู ของผู้บริหาร กับวิทยฐานะ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทําให้เวลาเรียนของผู้เรียนนั้นลดน้อยลง เวลาของครู ที่จะให้เด็กน้อยลง อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ต้องทํา ในขณะเดียวกันเวลาที่คืนให้ผู้เรียนนั้นก็คงไม่ใช่ เวลาที่ไปเรียนในห้องเรียนอย่างเดียวนะครับ คงเปึนเวลาที่ไปเรียนผ่านกิจกรรม เรียนผ่านการสัมผัสชีวิตจริงมากขึ้นด้วย เรียนผ่านสภาพสังคมพหุวัฒนธรรม เรียนผ่าน การฝ๊กทักษะกับสถานประกอบการจริง อันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ แล้วก็เปึนสิ่งที่ ผมคิดว่า จะเปึนเงื่อนไขของระบบการเรียนรู้ใหม่ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาช่วยกันครับ

อาจจะเปึนการจัดการศึกษาที่วางโครงสร้างใหม่ รองรับบทบาทในเรื่องวิจัยระบบการศึกษา ที่ทําให้กระบวนการปฏิรูปสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในตัวเองได้ เปึนบทบาทใหม่ ในเรื่องการวางแผนกําลังคนร่วมกับตลาดแรงงาน แล้วใช้การวางแผนนี้ร่วมกันกับการศึกษา ทุกระดับ ทุกประเภท เปึนบทบาทใหม่ของเรื่องการพัฒนาคุณภาพ ส่งเสริมคุณภาพ ทั้งในส่วนกลาง ทั้งในระดับเขตพื้นที่ที่ผ่านบทบาทจากการใช้อํานาจ เปึนการใช้ปัญญา ใช้ความรู้ในการพัฒนาโรงเรียน ภายใต้ความเปึนอิสระของโรงเรียน เปึนบทบาทของ การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ตามหลักอุปสงค์ที่จะต้องมีการศึกษาต้นทุน ค่าใช้จ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งคงต้องใช้เวลาเช่นกันนะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สําคัญ แล้วก็คงนํามาสู่โครงสร้างใหม่ของกระทรวง ที่อยู่ในสไลด์นั้นก็เปึนเพียงตัวอย่างนะครับ การมีสํานักงานใหม่ต่าง ๆ เกิดขึ้นนั้นเปึนเพียงตัวอย่างครับ เปึนเพียงตัวอย่างในพิมพ์เขียว เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา ศึกษามาก แล้วก็คงอยู่ภายใต้การกํากับ ดูแลของสิ่งที่จะอยู่ ในร่าง พ.ร.บ. ที่นําเสนอสภาในวันนี้ นั่นคือร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายการศึกษา และพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ที่จะเปึนกลไกสําคัญที่จะยืนระยะการปฏิรูปให้ได้ ๑๐-๑๕ ป้ เพื่อทําเรื่องยาก ๆ แล้วก็เปึนเรื่ องที่ต้องใช้เวลาเหล่านี้ แล้วก็ต้องอาศัย การศึกษาวิจัยเหล่านี้ ให้สามารถยืนระยะแล้วก็ไปสู่การบรรลุเปัาหมายได้ รวมไปถึงสิ่งที่ ผมเรียนที่ประชุมแล้วนะครับ การปรับโครงสร้างของกระทรวง การปรับโครงสร้าง อัตรากําลังหรือการทําเรื่องรีดี พลอยเมนต์ (Redeployment) ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มาก การกระจายคนมีคุณภาพลงไปสู่ฐานพื้นที่ ลดขนาดรัฐส่วนกลาง ลดขนาดคนในส่วนกลาง สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาทั้งสิ้นครับ ผมอยากกราบเรียนที่ประชุมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ แม้แต่ในคณะกรรมาธิการเองในความเห็นต่างเหล่านี้เราต้องการกระบวนการทางสังคม ที่จะสร้างความเห็นพ้องครับ ต้องการกระบวนการทางสังคมที่จะลดแรงต้าน เรากําลังพูดถึง บุคลากรครูและบุคลากรทางการศึกษาครึ่งล้านคน โรงเรียนอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ โรง มีความเห็นต่างมากมายครับ เรามีความเห็นต่างกันตั้งแต่ขั้วที่แรงเลยที่อยากจะรื้อโครงสร้าง กระทรวงให้ได้ภายในเร็ววัน ไปจนกระทั่งวิธีคิดของการที่เราพยายามจะปรับกระทรวง ให้ทําหน้าที่ตามบทบาทให้ได้ อย่างที่ผมกราบเรียนครับในการทําสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนป่ดท้ายว่าเรื่องนี้จะเปึนจริงได้มันมีคานงัดสําคัญอยู่หลายเรื่อง ที่จําเปึนต้องเกิดขึ้น ที่ผมอยากเรียนที่ประชุม เพราะว่าได้กรุณาพิจารณาให้ความสําคัญ

อยากขอความกรุณาว่าอย่าได้ดูเฉพาะตรงสิ่งที่เปึนเนื้อหาการปฏิรูปซึ่งทั้ง ๒ ท่านได้เรียน ไปแล้วนะครับ สิ่งที่สําคัญคือกลไกใหม่ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการกระจายอํานาจลงสู่ ฐานพื้นที่จังหวัด กลุ่มจังหวัด การเกิดขึ้นของคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดและสมัชชา การศึกษาจังหวัดตามกฎหมาย การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้สําหรับโรงเรียนในการบริหาร จัดการการเงิน การสอบบรรจุครูเอง การพัฒนาหลักสูตรให้ยืดหยุ่นตามสภาพภูมิสังคม ตามสภาพผู้เรียนเอง เรื่องการเงินการคลังตามแบบอุปสงค์ คูปองการศึกษา กลไกที่จะนํา ภาคประชาชนสร้างแรงจูงใจที่ดีพอให้เข้ามาเปึนแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เปึนจริง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาเพื่อจะมีงานทํา เรื่องการปฏิรูปการผลิตการพัฒนาครูและ ระบบงานบุคคลครูทั้งระบบ ซึ่งเรื่องนี้เรื่องใหญ่มากนะครับ ถ้าเราปฏิรูปเรื่องครูไม่สําเร็จ ก็คงไม่มีความหวังอะไรเหลือกับเรื่องการสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับผู้เรียน เรื่องการปฏิรูป หลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ การวัดประเมินผลทั้งระบบที่จะต้องรื้อปรับมากมาย เรามีตั้งแต่ เรื่องหลักสูตรซึ่งก็ยากพออยู่แล้วนะครับ ไปถึงเรื่องการปฏิรูปเรื่องการสอบโอเนต (O-NET) และการสอบหลาย ๆ เรื่องที่ทําอย่างไรจะเปึนการสอบที่เชื่อถือได้ เปึนการสอบที่มีผลต่อ ผู้เรียนจริง ๆ เปึนการวัดมาตรฐานความรู้จริง ๆ มีผลต่อการเลื่อนชั้นหรือว่ามีผลต่อ การเรียนซ้ําบางวิชาจริง ๆ ไปจนถึงเรื่องสําคัญที่สุดที่ผ มได้เรียนไปแล้วนะครับ ก็คือ ในบรรดาเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องที่ใช้เวลาทั้งสิ้น การมีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติขึ้นมานั้นจะเปึนกลไกสําคัญที่จะส่งสัญญาณสําคัญว่าเราจะไม่ปล่อยให้ เรื่องการศึกษาเปึนเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการแต่ผู้เดียวอีกต่อไป ล้ว จริง ๆ มีกระทรวง ๑๑ กระทรวงที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการพัฒนาคน เราอยากเห็นคณะกรรมการนโยบาย การศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติเปึนกลไกทํางานข้ามกระทรวง ทํางานข้าม เซกเตอร์ (Sector) ได้ โดยองค์ประกอบที่มาจากทุกภาคส่วน แล้วก็เปึนการวางกลไกที่จะทํา การปฏิรูปใหญ่ระยะยาว ผมได้เรียนที่ประชุมไปแล้วว่าทางคณะกรรมาธิการเองไม่ได้มองแต่ การปฏิรูประยะยาว เรามีการปฏิรูประยะสั้นหรือควิกวิน (Quick win) ที่ทํางานร่วมกับ กระทรวงไปแล้วหลายเรื่องนะครับ แล้วภายในป้นี้ก็เชื่อว่าหลายเรื่องจะได้มีการเดินงาน ต่อไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัด ซึ่งตอนนี้อย่างที่ผมเรียนนะครับ

มีหลายจังหวัดได้ฟอร์ม (Form) สิ่งที่เรียกว่าคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดและสมัชชา ขึ้นมาแล้ว เราทดลองได้ทุกเรื่องในจังหวัดเหล่านี้ เราเห็นผลได้ทันทีในจังหวัดเหล่านี้ ตั้งแต่เรื่องระบบการดูแลเด็กปฐมวัย เรื่องการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เรื่องของ การศึกษาต้นทุนค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาแห่งชาติ ในอนาคต เรื่องของการทดสอบระบบโรงเรียนนิติบุคคลที่เปึนอิสระโดยสมบูรณ์ โดยมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ เรื่องของการจัดงบประมาณเปึนพื้นที่ เรื่องของ ระบบงานบุคคลครูใหม่ซึ่งก็ต้องมีการทดลอง แล้วก็วิจัย ติดตาม เรื่องของระบบการผลิต พัฒนาครูที่ตอบโจทย์เปึนพื้นที่ เรื่องของหลักสูตรจังหวัด ซึ่งอันนี้ก็เปึนสิ่งที่หลายจังหวัด เรียกร้องว่าเราอยากเห็นหลักสูตรที่ไม่ใช่แค่เปึนพื้นฐานของประเทศเท่านั้น แต่เปึนหลักสูตร ที่ตอบโจทย์และวิสัยทัศน์ของการพัฒนาจังหวัดด้วย เรื่องความร่วมมือภาคเอกชนในจังหวัด ที่จะเข้ามาเป่ดพื้นที่การเรียนรู้และการรองรับแรงงานในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ไปจนถึงเรื่องเปึนพื้นที่ทดลองในการที่จะใช้จังหวัดเหล่านี้ทดลองการปลดล็อกกฎ ระเบียบ หลายเรื่องที่จําเปึนต้องแก้ไขที่ขัดขวางเส้นทางการปฏิรูปอยู่ สิ่งเหล่านี้ที่ประชุมครับ ผมอยากเรียนว่านี่เปึนกลไกสําคัญที่จะทําให้เรื่องการปฏิรูปนั้นเปึนจริงได้ แล้วก็อยากเรียน ที่ประชุมว่าจะเปึนคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติก็ดีซึ่งอยู่ ในร่าง พ.ร.บ. ซึ่งนําเสนอที่ประชุมวั นนี้ รวมทั้งกลไกที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเปึนกลไก การกระจายอํานาจ การเกิดขึ้นของกรรมการการศึกษาจังหวัด เรื่องของสมัชชาการศึกษา จังหวัด เรื่องของกลไกอื่น ๆ ที่ผมได้กราบเรียนไป เช่นกลไกวิจัยระบบที่จะทําให้การปฏิรูป ครั้งนี้เปึนกระบวนการที่เราสามารถแก้พิมพ์เขี ยวของเราได้ตลอดเวลาบนฐานความรู้ นี่จะเปึนคานงัดสําคัญที่จะทําให้ความพยายามที่เราฝันมานาน การศึกษาเปึนสิ่งที่จะตอบโจทย์ การพัฒนาประเทศแทบทุกด้าน เราหวังว่าพิมพ์เขียวครั้งนี้จะเปึนจริงได้ แล้วในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังก็คือการทําให้การศึกษาเปึนเครื่องมือพาประเทศของเราไปสู่วิสัยทัศน์ ในอนาคตได้อย่างแท้จริงครับ เปึนประเทศที่ใช้ศักยภาพของเราได้เต็มที่ในการเปึนประเทศ แนวหน้าของโลก ในเรื่องของการผลิตก็ดี ในความเปึนสังคมที่สันติสุขก็ดี การที่เราจะเห็น คนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา การที่เด็กที่อยู่บนแผ่นดิน ไทยทุกคนไม่ว่า เชื้อชาติ ศาสนาใด เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม การที่ใช้การศึกษาเปึน เครื่องมือสร้างสัมมาชีพทุกพื้นที่ การที่ทุกภาคการผลิตที่สําคัญของประเทศเจริญเติบโตขึ้น

มีความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น การที่งบประมาณถูกใช้อย่างคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ลดการทุจริตคอร์รัปชันระบบการศึกษาที่มี ความรับผิดชอบตรวจสอบได้ โดยทุกภาคส่วนโดยประชาชน การวางแผนกําลังคนที่มีฐานอยู่บนข้อมูลที่ทันสมัยเปึนจริง ตลอดเวลา แล้วที่สําคัญคือการมีระบบการศึกษาไทยที่สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง นําไปสู่สังคมไทยที่เปึนสังคมฐานความรู้ เศรษฐกิจ ฐานนวัตกรรมอย่างแท้จริง อันนี้ เปึนเจตนารมณ์ที่ทางกรรมาธิการได้ตั้งใจนะครับ แล้วก็เปึนเจตนารมณ์แล้วก็สิ่งที่ผมใช้คําว่า คานงัดที่ร้อยทั้ง ๓ วาระนี้เข้าด้วยกันทั้งวาระ ปฏิรูปที่ ๑๖ วาระปฏิรูปที่ ๑๗ วาระปฏิรูปที่ ๑๘ ทั้งในเรื่องการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ทั้งในเรื่องของการปฏิรูป ระบบการเงิน การคลัง แล้วก็เรื่องของการปฏิรูประบบการศึกษาในภาพรวม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เชื่อมสัมพันธ์กันหมด นะครับ ก็อยากเรียนที่ประชุมป่ดท้ายว่าในเนื้อหาการปฏิรูปนั้น เราไม่ห่วงครับ เราเห็นค่อนข้างชัดเจนแล้ว ที่สําคัญแล้วก็คิดว่าคงได้ความคิดเห็นหลากหลาย จากที่ประชุมวันนี้คงเปึนเรื่องของกลไกทําให้เปึนจริง กลไกที่จะเปึนคานงัดสําคัญที่ผม ได้กราบเรียนไป ๔-๕ เรื่อง รวมทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาว ที่เราจะมอบให้เปึนหน้าที่ของ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติที่จะรับเอาเจตนารมณ์แล้วก็ หลักการ แนวคิด ที่ได้นําเสนอต่อที่ประชุมวันนี้ รวมทั้งข้อคิดเห็นของเพื่อนส มาชิก ไปทําให้เปึนจริงเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติของเราในระยะยาวครับ ขอบพระคุณครับ