ประภาภัทร นิยม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษาและการแบ่งบทบาทชัดเจนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนา "ซอฟต์ สกิล" ของคนไทยผ่านสื่อ และการกําหนดนโยบายที่มาจากพื้นฐานที่กว้างขวาง และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการดังกล่าว
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินะคะ ดิฉันขออนุญาตขอโอกาสนําเสนอรายละเอียดของ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ
พ.ศ. .... ดังที่ได้มีทั้ง ๒ ท่านคือท่านเขมทัตแล้วก็ท่านอมรวิชช์ได้กล่าวไปแล้วถึงความสําคัญ ของการมีกลไกหลักเพื่อที่จะยืนระยะการปฏิรูปการศึกษาให้ดําเนินไปได้อย่างมั่นคง แล้วก็ต่อเนื่ อง
เพราะฉะนั้นกลไกนี้ก็ถือว่าเปึนกลไกที่มีความสําคัญในระยะแรกที่จําเปึนมาก ๆ ที่จะต้อง เกิดขึ้น โดยหลักการและเหตุผลดิฉันจะผ่านไปเร็ว ๆ เพราะหลายท่านได้พูดไปแล้ว ก็เพื่อที่จะเปึนกลไกกําหนดนโยบายระดับชาติที่จะให้ครอบคลุมกา รพัฒนาการศึกษา และการเรียนรู้ของคนไทยทั้งมวล ตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต แล้วก็มีหน้าที่ในการที่จะ นําเสนอนโยบายเหล่านี้ต่อคณะรัฐมนตรี ในการที่จะพัฒนาคุณภาพคนเพื่อไปพัฒนาสังคม การจัดทํานโยบายก็จะมาจาก ๒ ระบบสําคัญ ก็คือระบบของการมีส่วนร่วมซึ่งอาจจะมา ในรูปแบบของสมัชชาการศึกษาก็ดี หรือว่าสภาการศึกษาจังหวัดก็ดี หรือรูปแบบอื่น ๆ และอีกระบบหนึ่งก็คือมาจากระบบวิชาการ และข้อมูลที่มีความสําคัญแล้วก็มีข้อเท็จจริง ที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ในการที่จะจัดทํานโยบายต่าง ๆ ให้ไม่มีข้อผิดพลาด แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริ ง เช่น อาจจะมาจากสถาบันวิจัยระบบการศึกษา หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทําหน้าที่อย่างนี้อยู่แล้วหลาย ๆ หน่วยงานมาร่วมไม้ร่วมมือกัน ส่วนการดําเนินการพัฒนานโยบายนี่เราก็ตั้งหลักกันเอาไว้ว่าคณะกรรมการชุดนี้จะต้องทําได้ อย่างต่อเนื่องแล้วก็จะต้องปราศจากการแทรกแซงโดยกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะมีผล ไปถึงการที่เราจัดองค์ประกอบของคณะกรรมการ หลักการอีกส่วนหนึ่งก็คือว่า ในการดําเนินการปฏิรูปการศึกษา นี่เราจะต้องจัดทําโดยให้เกิดการกระจายอํานาจ การจัดการศึกษาไปสู่ทั้งสถานศึกษา ทั้งชุมชน ท้องถิ่น เอกชนแล้วก็ประชาสังคม เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ ๆ แล้วก็หมายความว่าอย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็คือจําแนกบทบาทให้ชัดเจนระหว่างผู้ที่เปึนผู้จัดบริการ การศึกษา ซึ่งเขาควรจะทําหน้าที่ ของเขาได้อย่างเต็มที่ มีความชัดเจน มีความเปึนตัวของตัวเองในการบริหารจัดการ ทั้งในเรื่องของการเงิน บุคคล แล้วก็เรื่องของด้านวิชาการออกจากการเปึนหน่วยงานกํากับ หน่วยงานใหญ่หรือหน่วยงานส่วนกลางที่มีหน้าที่กํากับดูแล ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้องดําเนินการ ให้เกิดการแยกบทบาทให้ชัดเจนต่อไป แล้วก็จะต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแนวทาง การจัดสรรงบประมาณดังที่ได้กล่าวไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้ก็จําเปึน ที่จะต้องมีกลไกที่เอื้อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาโดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อที่จะจัดทํา หรือจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติขึ้น ในร่างพระราชบัญญัตินี้จะประกอบไปด้วย ๓ หมวดใหญ่และบทเฉพาะกาล รวมทั้งหมด ๓๙ มาตราด้วยกัน ในหมวด ๑ จะเปึนว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการศึกษา
และพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ตั้งแต่มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๔ และในหมวด ๒ ก็จะว่าด้วย คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ตั้งแต่มาตรา ๑๕ ถึงมาตรา ๒๐ ในหมวด ๓ จะว่าด้วยสํานักงาน คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ตั้งแต่มาตรา ๒๑ ถึงมาตรา ๓๖ แล้วก็จะมีบทเฉพาะกาล ตั้งแต่มาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๓๙ ในรายละเอียดของหมวด ๑ คือองค์ประกอบของคณะกรรมการ ในมาตรา ๕ ได้ระบุไว้ว่าให้มีคณะกรรมการนโยบาย การศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ซึ่งเรียกโดยย่อว่า คศม. ประกอบด้วย กรรมการ จํานวน ๒๑ คนด้วยกัน มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเปึนรองประธานกรรมการ แล้วก็มีองค์ประกอบที่สําคัญก็คือ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๑๒ คน อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สําคัญก็คือกรรมการ เฉพาะเรื่องจํานวน ๖ คนด้วยกัน กรรมการเฉพาะเรื่องจะทําหน้าที่คล้าย ๆ กับทํางาน เกือบจะเต็มเวลา เพื่อที่จะขับเคลื่อนด้านนโยบายและแผนระ บบการศึกษา ด้านเศรษฐศาสตร์และการคลัง
ด้านส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาที่หลากหลาย ด้านกฎหมายการศึกษา ด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ และสุดท้ายคือด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี องค์ประกอบก็มีเลขาธิการเปึนกรรมการและเลขานุการ และเจ้าหน้าที่ ของสํานักงานที่เลขาธิการมอบหมายไม่เกิน ๒ คนเปึนผู้ช่วยเลขานุการ อันนี้คือองค์ประกอบ ของคณะกรรมการชุดนี้
ต่อไปในหมวดของคณะกรรมการนี้มาตราสําคัญคือมาตรา ๑๒ ซึ่งระบุถึง อํานาจหน้าที่ของกรรมการตั้งแต่
(๑) กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ และแผนงานที่บูรณาการการศึกษากับการพัฒนามนุษย์ในทุกมิติเพื่อการพัฒนาประเทศ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ท่านจะเห็นได้ว่าการทํางานเชิงนโยบายยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้ทําแต่เพียงลําพัง กระทรวงศึกษาธิการแต่เพียงกระทรวงเดียว แต่ว่าจําเปึนที่จะต้องบูรณาการแผนจาก หลายหน่วยงานด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดยกตัวอย่างเช่นในคณะกรรมาธิการของเราเอง ในขณะนี้ก็เริ่มมีการพูดคุยเตรียมการในการทําครอส คัตติง (Cross cutting) ระหว่าง การศึกษา สื่อ และทางด้านศิลปวัฒนธรรม ค่านิยม เพื่อที่จะพัฒนาเรื่องซอฟต์ สกิล (Soft skill) ของคนไทยทั้งมวลผ่านสื่อซึ่งให้เปึนโรงเรียนของสังคมอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น การกําหนดนโยบายนี้จึงเปึนการกําหนดนโยบายที่มาจากพื้นฐานที่กว้างขวาง และจะต้อง มีการจัดทําการบูรณาการเพื่อออกมาเปึนรูปธรรมที่ชัดเจนเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
(๒) กํากับดูแลให้นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนการศึกษาและพัฒนามนุษย์ แห่งชาติและแผนงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่คณะรัฐมนตรีให้ควา มเห็นชอบแล้ว ให้มีการนําไปสู่ การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนบรรลุผลและรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ
เพราะฉะนั้นก็เปึนบทบาทหน้าที่ที่ต้องมีการขับเคลื่อนอย่างเปึนประจํา และจําเปึนที่จะต้องมีแขนขาหรือว่าเครือข่ายที่จะต้องร่วมกันปฏิบัติหน้าที่นี้เช่นกัน เพื่อที่จะ ติดตามการปฏิบัติแล้วก็รายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ
(๓) กําหนดนโยบายด้านมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติตั้งแต่ปฐมวัยจนถึง การเรียนรู้ตลอดชีวิต มาตรฐานหลักสูตรการศึกษา และระบบการประเมินผลการศึกษา
เพื่อให้เปึนไปตามแผนพัฒนาการศึกษาและพัฒ นามนุษย์แห่งชาติ และรายงานผล ต่อคณะรัฐมนตรีและสาธารณชน
เรื่องนี้จําเปึนที่ทุกคนสาธารณชนจําเปึนที่จะต้องทราบว่ามาตรฐานการศึกษา ของเรานั้นอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะเปึนบรรทัดฐานในการที่จะพัฒนาแม้แต่ผู้ปกครองเองก็ควรทราบ เพื่อที่จะพัฒนาบุตรหลานของตนเองไปในทิศทางที่ถูกต้อง
(๔) กําหนดนโยบายและพิจารณากลั่นกรองให้ความเห็นชอบการจัดสรร งบประมาณด้านการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติก่อนนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ภารกิจนี้ ก็เปึนสิ่งที่สําคัญดังที่ได้กราบเรียนไปแล้วในเรื่องของการปฏิรูประบบการคลังเพื่อการศึกษา
(๕) กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานในการปรับปรุงโครงสร้าง และอัตรากําลังของกระทรวงศึกษาธิการในระยะยาวให้สอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูป การศึกษาและการพัฒนามนุษย์ของประเทศเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
เรื่องนี้ก็เปึนการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญแต่ว่าไม่อาจจะทําได้ในระยะเวลา ชั่วข้ามคืน จําเปึนที่จะต้องมีการศึกษาและจัดทําแผนงานอย่างชัดเจนของการเปลี่ยนผ่าน ที่จะต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในการรองรับการปฏิบัติงานที่จะมีคุณภาพต่อไป เช่นการแยกบทบาทเรกูเลเตอร์ ออกจากเซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) อย่างนี้เปึนต้น ก็จําเปึนที่จะต้องมีการจัดทําแผนงานรายละเอียดรองรับ
ต่อไปเปึนอํานาจหน้าที่ใน (๖) ซึ่งสําคัญมาก ๆ เนื่องจากว่าการขับเคลื่อน การศึกษาชาตินั้นยึดโยงอยู่บนพระราชบัญญัติหลายฉบับด้วยกันแล้ วก็มีความสัมพันธ์ เกี่ยวเนื่องกัน ถ้าหากจะปรับปรุงแก้ไขรูปแบบ วิธีการต่าง ๆ จําเปึนที่จะต้องดูหรือ ประมวลกฎหมายให้ทั่วถึงหมดทุกฉบับ เพราะฉะนั้นจําเปึนที่จะต้องมีการจัดทํา ปรับปรุง พัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาและพัฒนามนุษย์เสนอต่อรัฐสภา และพิจารณากลั่นกรอง กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาและพัฒนามนุษย์ที่เสนอโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และพัฒนามนุษย์ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงเสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเกี่ยวกับร่างกฎหมายการศึกษาและพัฒนามนุษย์ที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่เห็นควร
เพราะฉะนั้นก็เปึนการทํางานตั้งแต่การปรับ แก้ไข พัฒนากฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ตลอดจนไปถึงการติดตามเพื่อให้เกิดทิศทางของการใช้กฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาในระยะยาวด้วยนะคะ
(๗) จัดให้มีการวิจัยระบบการศึกษาและพัฒนามนุษย์ ศึกษาวิจัยทั้ง ในด้านระบบการบริหารจัดการระบบการเงินการคลัง ตลอดจนระบบหลักสูตรการเรียนรู้ เพื่อเปึนข้อมูลประกอบการจัดทํานโยบายเสนอต่อคณะกรรมการ และเครือข่ายสมัชชา การศึกษา เพื่อทําหน้าที่สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการร่วมขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษา รวมทั้งเปึนกลไกประมวลและจัดทําข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐ นําไปปฏิบัติ หรือนําไปประกอบในการกําหนดนโยบายสาธารณะด้านการศึกษา รวมถึง การทําข้อเสนอต่อรัฐบาล และคณะกรรมการ
(๘) ติดตามผลการดําเนินงานของหน่วยงาน
(๙) จัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้
(๑๐) แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง คณะอนุกรรมการหรือคณะทํางาน
(๑๑) แต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ
(๑๒) กําหนดข้อบังคับด้านจริยธรรมของกรรมการ กรรมการเฉพาะเรื่อง บริหารของสํานักงาน พนักงานและลูกจ้างของสํานักงาน และบทลงโทษ
(๑๓) กําหนดระเบียบกลางเกี่ยวกับการบริ หารงานบุคคล การเงิน การงบประมาณและทรัพย์สิน การมอบอํานาจให้คณะกรรมการเฉพาะเรื่องหรือสํานักงาน ดําเนินการต่าง ๆ และดําเนินกิจการโดยทั่วไป
(๑๔) ปฏิบัติการอื่นตามที่กําหนดไว้ใน พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ต่อไปในหมวด ๒ ว่าด้วยคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ก็กําหนดให้มีกรรมการ เฉพาะเรื่องปฏิบัติงานเต็มเวลา จํานวน ๗ ด้านด้วยกันตามมาตรา ๑๖ ด้านที่ ๑ ก็เปึน
ด้านนโยบายและการวิจัยระบบ ด้านที่ ๒ ด้านนโยบายการคลังเพื่อการศึกษา ด้านที่ ๓ คือด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านที่ ๔ ด้านกฎหมายการศึกษา ด้านที่ ๕ ด้านสื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ด้านที่ ๖ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านที่ ๗ ด้านอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกําหนด แล้วก็อํานาจหน้าที่ของโครงการเฉพาะเรื่องก็อยู่ในมาตรา ๑๗ ซึ่งท่านคงจะดูรายละเอียดได้ในเอกสารรายงานนะคะ
ส่วนหมวด ๓ ว่าด้วยสํานักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ สํานักงานจะเปึนหน่วยงานในกํากับของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการ ตามมาตรา ๒๑ แล้วก็อํานาจหน้าที่ของสํานักงาน จะมี ๖ ข้อตามมาตรา ๒๒ ก็จะเปึน (๑) การส่งเสริม สนับสนุน การดําเนินงานของคณะกรรมการ (๒) ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณากลั่นกรอง (๓) ประสานงานหน่วยงานและองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง (๔) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดสมัชชาการศึกษาแห่งชาติ (๕) จัดทํากฎหมาย และ (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมายนะคะ นอกจากนี้ก็มีเรื่องของ ในสํานักงานนี้ก็จะเปึนเรื่องของการจัดการทุน ทรัพย์สิน รายได้ของสํานักงานนะ คะ ตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ แล้วก็ว่าด้วยเรื่องด้วยเลขาธิการที่จะต้องมาจากการสรรหา และมีคุณสมบัติ และทําสัญญาจ้างมีวาระ ๔ ป้ ตามมาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๒๙ นอกจากนั้น ก็เปึนมาตรา ๓๐ ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ของเลขาธิการมี ๕ ข้อด้วยกัน ส่วนสุดท้ายคือส่วนของ บทเฉพาะกาลนะคะ ในระยะเริ่มแรกให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการไม่เกิน ๙ คน ทําหน้าที่ชั่วคราว และให้สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทําหน้าที่เปึนหน่วยงานธุรการ ตามมาตรา ๓๗ นะคะ แล้วก็อีกมาตราหนึ่งในบทเฉพาะกาล คือมาตรา ๓๘ ก็จะว่าด้วยเรื่อง การดําเนินการสรรหาเลขาธิการให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน และมาตรา ๓๙ ว่าด้วยเรื่อง ของการให้โอนสํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาไปเปึน ของสํานักงานคณะกรรมการ นโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติภายใน ๑ ป้ ทั้งหมดนี้ก็เปึนสาระของ ร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาตินะคะ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าจากพระราชบัญญัติในการที่จะจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น
จะมีความสําคัญมากในการที่จะเริ่มกระบวนการในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ให้เกิดผลที่เปึนรูปธรรมได้จริง ดังนั้นจึงอยากจะขอนําเรียนให้ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติกับท่านกรรมาธิการได้พิจารณา แล้วก็ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อที่จะส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะพิจารณา ทั้งหมดทั้งมวลที่คณะกรรมาธิการ ดิฉันเองเปึนตัวแทน แล้วก็อีก ๒ ท่าน คือ ท่านอาจารย์เขมทัต และอาจารย์อมรวิชช์ ได้นําเสนอไปแล้วนั้นก็จะเห็นได้ว่าเปึนการพยายามที่จะสานพลังทั้งฝ์าย บริหารก็ดี ทั้งฝ์ายพลังความรู้และพลังการมีส่วนร่วม ซึ่งตรงนี้ก็เท่ากับเปึนพลัง ๓ ส่วน ที่จะทําให้เกิด การเปลี่ยนแปลงได้จริง พลังของฝ์ายบริหารที่แท้จริงแล้วจะต้องเกิดขึ้นจากทั้งด้าน คณะกรรมการนโยบายด้วย แล้วก็ทางฝ์ายปฏิบัติที่เปึนระดับของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเปึน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็จําเปึนที่จะต้องมีวาระที่จะต้องได้หารือกันในเรื่องของ นโยบายนี้อย่างชัดเจน ส่วนพลังความรู้ก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องระดมพลังจากหน่วยงาน ที่ทํางานด้านวิจัยระบบการศึกษา ซึ่งขณะนี้ก็มีอยู่หลายหน่วยงานและได้เริ่มที่จะทํางาน ด้วยกันแล้ว ส่วนพลังการมีส่วนร่วมนั้นในความเปึนจริงขณะนี้ก็เริ่มเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน ในระดับพื้นที่จะเรียกว่าชื่อของกรรมการสภาการศึกษาจังหวัดหรือจะเรียกว่าสมัชชา การศึกษาจังหวัดก็ดี เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าพวกเรามีความหวังที่จะเห็นการสานพลัง ทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วก็ก่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างแท้จริงต่อไป ก็ต้อง กราบขอบพระคุณที่ได้ให้โอกาสคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง กราบขอบพระคุณค่ะ