สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือเรื่องการพัฒนาการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา เพื่อให้บุคลากรไทยมีความสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลง พิสิฐ ลี้อาธรรม เสนอแนะการปฏิรูปหลักสูตร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ และเสนอแนะให้พิจารณาใช้หลักการ "Teach less learn more" นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาของเด็กที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย และเสนอแนะให้พิจารณาการให้เด็กเหล่านี้ได้อยู่ด้วยกันเรียนร่วมกัน

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกหมายเลข ๑๕๗ ก่อนอื่นผมก็ขอขอบคุณทางกรรมาธิการที่ได้นําเสนอ เรื่องนี้ขึ้นมา เพราะถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญต่อประเทศเปึนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่โลกมีการเป่ดเสรีทางการค้า มีการประกาศเรื่องของเขตเสรี ทางแปซิฟ่กของประเทศสหรัฐอเมริกา ทีพีพี (TPP) หรือในอาเซียน (ASEAN) เราเองเราก็มี เรื่องเออีซี (AEC) ที่จะทําให้มีการเคลื่อนย้ายประชากรในวิชาชีพต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ อย่างง่ายดาย แล้วล่าสุดทางดับเบิลยูทีโอ (WTO) ก็เหมือนกับจะมีการบรรลุข้อตกลง เกี่ยวกับเรื่องของการค้า เพราะฉะนั้นโลกจะมีการแข่งขัน มีการเปรียบเทียบยิ่งมากขึ้นทุกที แล้วถ้าเกิดบุคลากรของเราในประเทศไทยที่จบการศึกษาจากประเทศไทยไม่ได้มีคุณภาพ เราก็จะถูกทอดทิ้ง ได้รับการว่าจ้างหรือได้รับการทํางานในค่าตอบแทน ที่ตามสมควร เพราะฉะนั้นเรื่องของการพัฒนาการศึกษาจึงเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างสูง ซึ่งผม ได้ดูเนื้อหาที่ท่านทํามาแล้วก็คิดว่าได้ตอบโจทย์บางประการ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีหลาย ๆ ประเด็นที่ยังคิดว่ายังไม่ได้ตอบโจทย์เท่าที่ควร ก็อยากจะขออนุญาตเน้นหนักให้มา กขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปฏิรูปหลักสูตร ผมคิดว่าเรื่องสําคัญเลยก็คือเรื่องของ การมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ แล้วเรื่องของคณิตศาสตร์ ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่อง ที่มีความสําคัญอย่างมากต่อคุณภาพของการศึกษา ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้มากนัก ว่ามีความสําคัญอย่างไร ถ้าเกิดเรามีเด็กที่เก่งคณิตศาสตร์แล้วก็ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี เพื่อนบ้านเราที่มีพรมแดนติดกับเราผมท้าพนันได้เลยว่าประเทศเหล่านี้พูดภาษาอังกฤษได้ เก่งกว่าเด็กไทยแล้ว เรื่องของการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ขณะนี้โลกกําลังก้าวไปสู่ยุคของการ ใช้หลักที่เรียกว่าทีช เลส เลิร์น มอร์ (Teach less learn more) ผมคิดว่าจุดนี้เปึนจุดเน้น ถึงแม้ท่านจะพยายามจะเขียนด้วยถ้อยคําต่าง ๆ มากมาย แต่ถ้าเราไม่มีจุดเน้นคนก็จะ มองข้ามในเรื่องนี้ มีรายละเอียดหลาย ๆ อย่างในเนื้อหาที่ท่านทําซึ่งผมไม่ค่อยสบายใจ แล้วก็อยากจะให้ท่านได้ลองทบทวนดูตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการจัดสรรงบดําเนินการ ที่ต้องการเพิ่มพิเศษว่าเรื่องของเด็กที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยเพื่อจัดทํางบประมาณเฉพาะ ในการจัดการศึกษาแก่เยาวชนเหล่านี้ ผมเปึนห่วงว่าท่านจะไปจัดให้เขาแยกตัวออ กจาก เด็กไทยหรือเปล่า อย่างที่ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้ากระผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ กระผมคิดว่า การให้เด็กได้อยู่ด้วยกัน เรียนร่วมกันน่าจะเปึนเรื่องที่ดีกว่าหรือเปล่า เรื่องของการที่ท่าน พยายามจะให้มีการจัดคูปองการศึกษาก็น่าจะเปึนเรื่องดี แต่ถ้าจะไปเลยเถิดถึงจะบอกว่า ให้นําคูปองนี้ไปหักจากรายได้เพื่อลดภาษี หรือไปมีอํานาจก้าวล้ําไปในเรื่องของการคลัง

ผมก็เปึนห่วงว่าเรื่องของท่านจะถูกทางกระทรวงการคลังหรือทางระบบการคลังเขาล็อกไว้ เพราะว่ามันไปกระทบต่องานของเขานะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าไม่จําเปึนก็ไม่ควรจะใส่ แล้วก็เรื่องคุณภาพของการเรียนการสอนทุกวันนี้ผมคิดว่าเรื่องใหญ่ที่สุดที่เปึนปัญหาเลย ก็คือเรื่องของความเปึนครูของผู้ที่ทําหน้าที่นี้นะครั บ เราทราบดีครับในสังคมในขณะนี้ มีปัญหาเรื่องของหนี้สินครูเปึนอย่างมาก ผมคิดว่าเรื่องนี้คงแยกไม่ออกจากเรื่องของ การจัดการการศึกษาว่าเราจะจัดอย่างไรที่จะให้ครูไม่ต้องไปมีหนี้สินมากมายอย่างที่เปึนอยู่ ทุกวันนี้นะครับ และประการสุดท้ายในเรื่องนี้คือเรื่องของภาระของครู ท่านก็ได้กล่าว ในบางที่แล้ว แต่ผมคิดว่าเรื่องที่ครูต้องทําเอกสารต่าง ๆ มากมายเปึนการเบียดบังเอาเวลา ของครูของอาจารย์ที่ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาหรือต่อหน่วยงานที่เปึนผู้ดูแล ทําให้เวลา ที่จะมาสอนหรือจะเตรียมการสอนน้อยลง อันนี้เปึนปัญหาอย่างมากที่อยากจะให้ท่านได้ลอง จับจุดนี้ดูให้ดีนะครับ เพราะฉะนั้นที่ผมเปึนห่วงมาก ๆ ก็คือว่ากฎหมายที่ท่านทํามา เหมือนกับว่าจะเปึนการแปลงสภาการศึกษาให้เปึนคณะกรรมการนโยบายการศึกษา และพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ผมก็เห็นด้วยกับคุณอรพินท์นะครับว่าเรามีองค์กรอยู่แล้ว ทําไมต้องมาตั้งองค์กรใหม่ การตั้งองค์กรใหม่แต่ละครั้งมันต้องมีการเสียเวลา ต้องมีการปรับ มันคุ้มหรือไม่นะครับ ที่ผมเปึนห่วงคือมันจะมีบทบิวรอคเครซี (Bureaucracy) อันใหม่ขึ้นมา ทําให้งานต่าง ๆ ช้าลง แต่ละเรื่องกว่าจะประชุมได้ใช้เวลาเปึนแรมเดือนหรือแรมป้ แต่ละครั้งที่ประชุมก็ห่างกัน ๑ เดือนเปึนอย่างน้อย และถ้าเกิดไม่ผ่านก็ต้องไปรออีก ๑ เดือน เปึนต้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ทําให้เจ้าหน้าที่ ที่ทํางานเรื่องนี้ปล่อยเกียร์ว่าง ก็ขออนุญาต ที่จะให้ท่านได้ดูให้ดีในเรื่องนี้ ประการสุดท้ายขออนุญาตนะครับที่ผมอยากจะพูดมาก ๆ เลย ก็คือเรื่องของระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ขณะนี้เรามีการจัดแรงกิง (Ranking) ของมหาวิทยาลัยของโลก ประเทศไทยของเราแรงกิงของมหาวิทยาลัยไทยด้อยลงทุกที เพราะว่ามหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียก็ดี หรือในโลกก็ดีเขาพยายามจะแข่งในเรื่องนี้ แต่ว่าเราติดปัญหาหลาย ๆ เรื่อง เรื่องที่สําคัญก็คือเรื่องของความเปึนอิสระจาก กระทรวงศึกษาธิการ ผมอยากจะขอวิงวอนให้ท่านได้ปลดล็อกให้มหาวิทยาลัยที่ได้ติดอันดับ แรงกิงของโลกแล้วได้ให้เขาแข่งกับโลกโดยที่กระทรวงศึกษาธิการอย่าไปบังคับ หรือกําหนด ว่าต้องส่งเรื่องมาให้อนุมัติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการจัดหลักสูตรใหม่หรือการทํากิจกรรมใด ๆ ก็ตามควรจะเปึนหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ที่เขาต้องดูแลกันเอง แล้วก็แข่งในระดับโลก

ผมคงไม่ต้องเอ่ยนามว่ามีที่ไหนบ้าง แต่เรื่องนี้เปึนภาระอย่างมาก ท่านที่เปึนผู้กําหนด นโยบายอาจจะคิดว่าถ้าส่งเรื่องมาท่านก็ให้อยู่แล้ว อันนี้สิครับกว่าจะส่งเรื่องขึ้นมาได้ใช้เวลา เปึนอย่างมาก ซึ่งเปึนภาระแล้วก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการที่จะมีการปรับปรุงระบบ การศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับโลกเหล่านี้เปึนต้นนะครับ ก็ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ