เขมทัต เสนอปฏิรูปการศึกษา

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เขมทัต สุคนธสิงห เสนอแนวทางปฏิรูปการศึกษาโดยเริ่มจากการสร้างศูนย์เด็กเล็กในชุมชนเพื่อพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กวัยก่อนเรียน และเรียกร้องให้ท้องถิ่นสนับสนุนด้านอาหารและการดูแลครอบครัว เพื่อลดภาระสังคมในระยะยาว พร้อมทั้งเสนอให้โรงเรียนประถมศึกษาที่มีศักยภาพได้รับการยกฐานะเป็นนิติบุคคลทางพฤตินัยภายใต้การกำกับของสมัชชาการศึกษาพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขมทัต สุคนธสิงห หารือปัญหาการจัดการศึกษาที่มีสถานศึกษามากเกินไปในบางพื้นที่ซึ่งลดประสิทธิภาพลง และเสนอแนวทางแก้ไขโดยการจัดรวมสถานศึกษาและวิทยาลัยชุมชนเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่จากภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการปรับปรุงโครงสร้างรองรับภารกิจใหม่ในการกำกับดูแลคุณภาพการศึกษา การผลิตกำลังคน การวิจัยระบบการศึกษา และการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการจัดการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ เขมทัต สุคนธสิงห หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารบุคลากรทางการศึกษา โดยเสนอ

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ วาระการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มี ๓ วาระ ผมจะเริ่มด้วยวาระที่ ๑๖ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ในวาระนี้จะมีประเด็นหลักทั้งสิ้น ๕ ประเด็น ประเด็นแรก คือการปฏิรูปนโยบายการจัดการศึกษาและการจัดองค์กรในระบบการศึกษา ประเด็นที่ ๒ คือการเตรียมการผู้เข้าเรียน ประเด็นที่ ๓ คือการบริหารบุคลากรทางการศึกษา ประเด็นที่ ๔ คือระบบธรรมาภิบาลของการจัดการศึกษา และประเด็นที่ ๕ คือการปฏิรูประบบ ประกันคุณภาพของการศึกษา ในการปฏิรูปนโยบายและการจัดการศึกษานั้น เราหวังว่า จะเกิดผลจากการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการศึกษาอย่างน้อยที่สุด ๒ ประการ คือมีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ซึ่งในการนี้ฝ์ายเลขาธิการ ก็จะถูกปรับเปลี่ยนมาจากสํานักงานสภาการศึกษาแห่งชาติ ผลผลิตอันที่ ๒ คือ เรื่องของนโยบายและยุทธศาสตร์การศึกษาและพัฒนามนุษย์ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพราะที่ผ่านมานั้นประเทศไทยไม่ได้ทํานโยบายและยุทธศาสตร์ทางการศึกษา อย่างชัดแจ้ง แม้จะมีการปฏิรูปการศึกษาเมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาแล้ว สไลด์ (Slide) ต่อไปนั้นจะเปึนรูปแบบที่จะชี้ให้เห็นแนวทางว่าการจัดการศึกษานั้นจะดูแลคนไทย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนกระทั่งถึงสิ้นชีวิต มีการที่จะให้ทุกภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม ในสไลด์นี้จะเปึนตัวที่ จะช่วยอธิบายซึ่งผมจะอธิบายต่อไปโดยที่ใช้สไลด์นี้เปึนหลัก

การจัดองค์กรการศึกษาที่เราต้องการจะให้เปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย ซึ่งหมายถึงการดูแลเด็กแรกเกิดจนถึงก่อนเข้าโรงเรียน เราต้องการจะให้ชุมชนมามีส่วนช่วย ในการสร้างสถาบันครอบครัวของคนไทยให้เข้มแข็ง จะต้องช่วยกันสร้างศูนย์เด็กเล็ก ในทุกพื้นที่ เพราะเด็กนั้นมีการเจริญเติบโตของสมองตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ ๕ ป้ ฉะนั้น ถ้าเผื่อเราสามารถจะทําให้เด็กเหล่านี้มีร่างกายแข็งแรง มีความอบอุ่นแจ่มใส ก็จะไม่เปึน ภาระกับสังคมเมื่อเติบโตขึ้น การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นคงจะต้องเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุน สําหรับครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือทางด้านอาหารให้เด็กทารกที่เกิดมานั้นได้อาหาร มากเพียงพอที่จะมีสุขภาพดี ไม่มีความ ผิดปกติ ทําให้เด็กแรกเกิดได้รับความอบอุ่น จากครอบครัว และมีพัฒนาการด้านสมองและร่างกายที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดภาระ แก่สังคมเมื่อเติบโตขึ้น เราจะดูว่าการทําตรงนี้สัมฤทธิ์หรือเปล่า เราหวังจะได้เด็กที่มี ร่างกายแข็งแรง มีความอบอุ่นแจ่มใส เด็กเชื่อฟังคําสั่งควบคุมอารมณ์ตนเองได้ เราจะเห็นว่า เด็กสมัยใหม่นั้นถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างดีนั้นก็จะเอาแต่ใจตัวเอง ก็คิดแก้ตั้งแต่ตอนนี้นะครับ มาถึงระดับประถมศึกษาเราคงจะต้องหาทางเปลี่ยนแปลง โดยที่ใช้โรงเรียนที่มีศักยภาพ ในการดําเนินงานด้วยโรงเรียนและคณะกรรมการการศึกษาเองซึ่งมีอยู่แล้วจํานวนไม่น้อย แล้วก็ยังไม่ได้เปึนนิติบุคคลทางพฤตินัย ถึงแม้ทางนิตินัยจะเปึนแล้ว ทําให้เขาได้เปึน นิติบุคคลทางพฤตินัยมีการบริหารงานทั้งทา งด้านกําลังคน บุคลากร งบประมาณ และหลักสูตรภายใต้การกํากับและดูแลของสมัชชาการศึกษาพื้นที่ สําหรับโรงเรียน ที่ยังไม่มีความพร้อม แล้วก็ไม่ใช่เปึนโรงเรียนขนาดเล็กด้วย นะครับ ก็ขอให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เข้ามาร่วมกับหน่วยงานในกํากับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะเปึน สพฐ. นะครับ เพื่อพัฒนาให้สามารถดําเนินการได้ด้วยตนเอง ซึ่งชุมชนและสมัชชาการศึกษาสามารถจะเลือก รูปแบบการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ในทางดําเนินการที่ดีที่เราเรียกว่าเปึน เบสต์ แพรคทิส (Best Practice) หรือโรงเรียนตัวอย่างที่ดี ๆ ซึ่งมีอยู่มากมายนี่นะครับมาเปึนต้นแบบ แล้วก็พัฒนา เลียนแบบในสิ่งที่เหมาะสม เรามีปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งอยู่ตามชายขอบก็ตาม จําเปึนต้องรวบรวมมาเปึน คลัสเตอร์ (Cluster) กับกลุ่มพื้นที่ใกล้เคียงนะครับ แล้วพัฒนาให้เปึนศูนย์ การเรียนรู้ โดยที่ใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพด้วยการให้บริการ การศึกษาร่วมกับการศึกษาระดับอื่น ไม่ใช่เฉพาะระดับประถมศึกษา เราหวังว่าผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียนที่จบประถมศึกษานะครับ เด็กจะต้องมีความเปึนคนไทย มีความขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน กตัญ็ู มีวินัย ให้อภัย สามารถอ่านออกเขียนได้ และสามารถเริ่มเรียน ภาษาที่ ๒ นอกจากภาษาไทยได้ อันนี้เปึนตามภูมิสังคมนะครับ การศึกษาระดับมัธยมศึกษา ก็ให้โรงเรียนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนประจําจังหวัด โรงเรียนที่มีผลการศึกษา เปึนที่ยอมรับของผู้ปกครอง ดําเนินการโดยคณะกรรมการสถานศึกษาและสมัชชาการศึกษา โดยมีสภาการศึกษาจังหวัด ซึ่งเราเริ่มมีอยู่แล้ว ๑๐ กว่าจังหวัดนะครับ เปึนผู้ให้การสนับสนุน และเปึนที่ปรึกษา โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่และนักเรียนต่อห้องมากนี่นะครับ เพราะว่า ผู้ปกครองต้องการจะให้เข้าเรียนเราจะต้องจํากัดขนาดของนักเรียนในห้องเรียนนะครับ เพื่อที่จะลดขนาดลงมาวันนี้ ๕๐ คนต่อห้อง ก็มีเปัาหมายจะลดให้เหลือ ๓๕ คนต่อห้อง ภายใน ๓ ป้ ถึง ๔ ป้นะครับ แล้วจะทําอย่างไร ก็ต้องหาโรงเรียนในละแวกเดียวกันนะครับ มาทําเปึนโรงเรียนคู่แฝดหรือเปึนโรงเรียนในกลุ่มเพื่อเอาบุคลากรเข้าไปเสริมและยกระดับ มาตรฐานการจัดการศึกษาให้ได้ระดับเดียวกัน การจัดสรรนักเรียนเข้าเรียนก็ให้ถือตาม ที่พักอาศัยเพื่อให้เด็กไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง สําหรับโรงเรียนในระดับอําเภอนั้น ขณะนี้จริง ๆ แล้วเรามีโรงเรียน ๑ อําเภอ ๑ โรงเรียนที่เปึนโรงเรียนตัวอย่างที่มีการจัดการดี ก็ต้องพัฒนาให้ได้ระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบเท่าโรงเรียนประจําจังหวัด ให้ชุมชน ภาคสังคม สมัชชาการศึกษา ร่วมกันพัฒนามาตรฐานให้เท่าเทียมกันโดยเร็วที่สุด โรงเรียน มัธยมศึกษาในระดับตําบลนั้นคงจะต้องเลือกโรงเรียนที่มีผลการศึกษาที่ดี เปึนที่ยอมรับแล้ว ก็ไม่ต้องสนใจว่าเปึนโรงเรียนของรัฐหรือของเอกชน เพราะถือว่าให้การศึกษาแก่คนไทย เหมือนกันนะครับ มาเปึนโรงเรียนในท้องถิ่นและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุน

ในเรื่องการจัดการงบประมาณดําเนินการ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวจะเปึนไปตามประเด็นปฏิรูปการคลัง และงบประมาณเพื่อการศึกษานะครับ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนก็นอกจากจะมีผลสัมฤทธิ์ตาม ชั้นประถมศึกษาแล้วนี่ ผลสัมฤทธิ์เพิ่มเติมเด็กที่จบมัธยมศึกษาจะต้องรักสถาบัน รักครอบครัว ใฝ์เรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถทํางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างกัลยาณมิตร สําหรับการอาชีวศึกษานั้น ขณะนี้เรามีวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งสังกัดสํานักงานคณะกรรมการ อาชีวศึกษาแล้วนะครับ แต่ยังไม่มีฐานะเปึนนิติบุ คคลก็ต้องทําให้เปึนนิติบุคคล แล้วก็ ดําเนินการโดยชุมชน สังคม และเอกชน ต้องมีเอกชนเข้ามาร่วม ทั้งนี้เพราะการศึกษา อาชีวศึกษานั้นมุ่งสร้างความรู้ทักษะให้เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ โดยมุ่งเน้นให้ ประกอบอาชีพในถิ่นกําเนิดเปึนหลัก สร้างความพร้อมในการรับผู้อยู่นอกวัยศึกษา ผู้ขาดโอกาส ผู้ด้อยโอกาสเข้ามาเรียนอาชีพใหม่ ๆ ชุมชนสังคมต้องช่วยกันสร้างงานและส่งเสริมการลงทุน ในพื้นที่เพื่อช่วยพัฒนาสร้างความเจริญในท้องที่อย่างเหมาะสม สําหรับวิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยสารพัดช่างนั้นให้มุ่งจัดบริการการศึกษาแก่ผู้ขาดโอกาสและผู้ด้อยโอกาสรวมทั้ง ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ ทั้งนี้ให้โอนย้ายส่วนที่เปึน กศน. ซึ่งอยู่สํานักงานปลัดกระทรวงกับ การศึกษาเอกชนเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้จะได้ทํางานร่วมกันได้ โดยที่ไม่ต้องไปแย่งผู้เรียนกันนะครับ สถานศึกษากลุ่มนี้ให้จัดการเปึนกลุ่มที่ใช้มาตรฐานการฝ๊ก และมาตรฐานทักษะเดียวกัน ซึ่งสถานศึกษาของ กศน. เหล่านี้สามารถจะใช้เปึนที่เรียนของโรงเรียนขั้นพื้นฐานที่มี ขนาดเล็ก ซึ่งเราพูดไปในระดับประถมศึกษาเมื่อกี้นี้แล้วนะครับ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนนะครับ สําหรับผู้ที่จบอาชีวศึกษาก็จะต้องมีผลสัมฤทธิ์ของเด็กประถม ศึกษา แล้วก็เพิ่มเติมว่า รักสถาบัน รักครอบครัว ใฝ์เรียนรู้ด้วยตนเอง ทํางานร่วมกับผู้อื่นอย่างกัลยาณมิตร และที่สําคัญคือต้องประกอบอาชีพได้ด้วยทักษะฝ้มือและแสวงหาความรู้เพิ่มเติม สําหรับ การอุดมศึกษานั้นในปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษามีฐานะเปึนนิติบุคคลอยู่แล้วนะครับ สามารถ รับผิดชอบดูแลการจัดการศึกษาได้

แต่ปัญหาก็คือในบางพื้นที่นั้นมีสถานศึกษามากเกินไปหลากหลายนะครับ และทําให้ การจัดการศึกษาไม่มีประสิทธิภาพ ก็คงจะต้องทําอย่างไรให้สถานศึกษาเหล่านี้มารวมกัน ควบรวมช่วยกันจัดการศึกษา รวมทั้งวิทยาลัยชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสะท้อน ความสามารถในการจัดการศึกษา ซึ่งสามารถจะสร้างองค์ความรู้ใหม่จากภูมิปัญญาท้องถิ่น คณะกรรมาธิการหวังว่าผู้ที่จบอุดมศึกษาจะต้องมีผลสัมฤทธิ์การเรียนเพิ่มเติมจากที่จบ ชั้นมัธยมศึกษาก็คือจะต้องมีความซื่อตรง ซื่อตรงนี่จะมากกว่าซื่อสัตย์นะครับ มีความเสียสละ มีความมุ่งมั่น รู้จักสิทธิและหน้าที่ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคมรอบตัว สําหรับการศึกษาตลอดชีวิตนั้นนะครับ ปัจจุบันนั้นทาง กศน. ซึ่งชื่อเต็มก็คือสํานักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ท่านก็ทําอยู่แล้วนะครับ แต่ว่า ทําอย่างไรถึงจะทําให้มีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาให้เกิดประโยช น์สูงสุดถึงได้ให้ไป รวมกับทางการอาชีวศึกษาเมื่อกี้ที่เรานําเสนอ แล้วก็ชุมชนท้องถิ่นจะต้องมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษาให้เพียงพอกับประชากรในพื้นที่และตอบสนองความต้องการของ กําลังงานในพื้นที่ให้ได้ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเราต้องการคนไทยยุคใหม่ที่เปึนพลเมืองที่ตื่น รู้ เข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความสุขที่เปึนผู้ให้ ดูแลตนเองไม่ให้เปึนภาระของ ครอบครัวและสังคม อันนี้ซึ่งหมายรวมไปถึงผู้สูงวัยด้วยนะครับ สําหรับเปัาหมายระยะกลาง จากที่เรานําเสนอ เราหวังว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีโครงสร้างที่เหมาะสมรองรับภารกิจ และบทบาทใหม่ดังนี้นะครับ สามารถจะรองรับบทบาทหน้าที่ในการทํางานเชิงนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ มีบทบาทหน้าที่ ในการกํากับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท รวมถึง การศึกษาพิเศษและการศึกษาตลอดชีวิต มีบทบาทหน้าที่ในการเปึนกลไกการวางแผน ประสานงานการผลิตกําลังคนและจ้างงานระหว่างหน่วยงานการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท และภาคการผลิต มีบทบาทหน้าที่ในการทํางานวิจัยระบบการศึกษาและพัฒนามนุษย์ เปึนฐานข้อมูลรองรับการพัฒนานโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์ของประเทศ ทําบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริ มการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาของชาติ ทําบทบาทหน้าที่ในการประสาน สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตของกลุ่มเปัาหมาย ทุกช่วงวัยที่จัดโดยองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สุดท้ายคือบทบาทหน้าที่ ในการประสาน สนับสนุน และส่งเสริมการจัดการศึกษาพิเศษสําหรับกลุ่มเปัาหมายเฉพาะ

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าวนั้นเราเสนอให้เปึนไปตามหลักการกระจายอํานาจ และจําแนกอํานาจซึ่งต้องดําเนินการขับเคลื่อนต่อไปภายใต้การศึกษาข้อมูลและกํากับ ของกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ในเรื่องนี้มีประเด็นกฎหมาย ที่จะต้องทําก็คือปรับปรุง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติให้ชัดเจนขึ้น ปรับปรุง พ.ร.บ. ระเบียบ บริหารราชการกระทรวงการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ใหม่ และที่วันนี้จะต้องนําเสนอ ในตอนสุดท้ายก็คือการเสนอร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชา ติ สําหรับประเด็นต่อไปคือประเด็นในการเตรียมการผู้เข้าเรียน ในการเตรียมการผู้เข้าเรียนนั้นที่สําคัญก็คือ ณ ขณะนี้เราต้องออกแบบและเริ่มประกาศ วิธีการคัดเลือกผู้เข้าเรียนแบบใหม่ ต้องสร้างความเข้าใจให้กับสมัชชาการศึกษาตั้งแต่ ระดับท้องถิ่นเพื่อดูแลให้ผู้เรียนมีค วามสามารถตามเปัาประสงค์ของหลักสูตรแกนร่วมกัน ทั้งประเทศ ต้องเปลี่ยนวิธีการแนะแนวให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองให้เข้าใจถึง ขีดความสามารถและโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพต่าง ๆ เมื่อออกมาทํางานจริง รวมทั้ง เส้นทางการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานเพื่อไม่ให้นักเรียนไปเลือกเรียนในวิชาที่ตัวเอง ไม่ถนัดหรือไม่ชอบเพียงเพราะว่าผู้ปกครองแนะนํา ปฏิรูปการรับผู้เข้าเรียนศึกษาต่อ ในสถาบันการศึกษาโดยลดความเหลื่อมล้ํา ที่ผ่านมาเรื่องของการกวดวิชานั้นก็ทําให้เกิด ความเหลื่อมล้ํานะครับ เปลี่ยนวิธี วิธีการและกรอบการสอบคัดเลือกให้สะท้อนถึงศักยภาพ ของผู้ประสงค์จะเข้าเรียน สุดท้ายนะครับ ในเรื่องการเตรียมผู้เข้าเรียนนั้นชุมชนจะต้อง วางแผนกําลังคนตามภูมิภาคและการขยายตัวของเศรษฐกิจซึ่งจะเปึนการทํางานร่วมกัน ของทุกภาคส่วน เพื่อกระจายความเจริญให้ทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ําในสังคม ผลที่คาดหวังจากการปฏิรูปตรงนี้นะครับ จะเปึนการลดการเรียนเสริมนอกเวลาที่เราเรียกว่า กวดวิชา เพื่อฝ๊กทําข้อสอบ ผู้เรียนไม่ต้องไปทําการสอบตามสถานศึกษา วิ่งรอกหลายแห่ง ซึ่งเปึนภาระทั้งตัวผู้เรียนและผู้ปกครอง

ประเด็นต่อไปคือประเด็นเรื่องการบริหารบุคลากรทางการศึกษา เรื่องแรกก็คือการคัดเลือก และการบรรจุ ทําอย่างไรเราถึงจะคืนบุคลากรที่ถูกขอยืมตัวมาทํางานสนับสนุน กลับไปสถานศึกษาเพื่อทําการสอน วันนี้เรามีบุคลากรที่ไม่ได้สอนจํานวนเกือบครึ่งต่อครึ่ง เพราะมาทํางานสนับสนุน ต้องเปลี่ยนกระบวนการคัดสรรผู้มาทําหน้าที่ผู้สอนและผู้บริหาร เพราะว่าบุคลากรส่วนหนึ่งพยายามจะไปเปึ นผู้บริหารแล้วก็ไม่ได้ทําการสอน ยกเลิกกระบวนการสอบคัดเลือกผู้บริหารที่ดูจากการสอบด้วยการทําข้อสอบทางวิชาการ แต่เพียงอย่างเดียว ต้องใช้ประสบการณ์การสอนและทัศนคติเปึนองค์ประกอบด้วย การบรรจุบุคลากรเข้าเปึนข้าราชการในกลุ่มภูมิภาคคงจะต้องหาวิธีที่จะโอนย้าย โดยความสมัครใจในระยะเริ่มต้น เปลี่ยนแปลงและยกเลิกสิทธิในการโอนข้ามภูมิภาค ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการวิ่งเต้นโอนย้าย ทําให้บุคลากรได้มีโอกาสอยู่กับครอบครัวดั้งเดิม และสามารถพัฒนาถิ่นเกิดดั้งเดิม ส่งผลให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งขึ้น ปรับเปลี่ยนครูผู้สอน ในสถานศึกษาจากข้าราชการส่วนกลางออกไปเปึนข้าราชการหรือพนักงานราชการ ส่วนท้องถิ่นตามความสมัครใจ เน้นตามความสมัครใจนะครับ ทั้งนี้เพื่อให้การประเมินผลงาน ทําได้ชัดเจน ผลที่คาดหวังจากการปฏิรูปตรงนี้ ก็คือการลดการวิ่งเต้นเพื่อโยกย้ายสถานที่ ทํางาน ครูจะได้รับการบรรจุในพื้นที่ภูมิ ลําเนาดั้งเดิม ครูจะกลับไปทํางานสอน การบริหารบุคลากรอันต่อไปก็คือเรื่องของการพัฒนาบุคลากร ก็จะต้องจัดทํามาตรการ พัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและวัดผลอย่างต่อเนื่อง กําหนดระเบียบปฏิบัติ ในการประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทนตามภาระงาน และผลงานที่ทําออกมามากกว่า พิจารณาค่าตอบแทนจากคุณวุฒิเพียงอย่างเดียว หรือเปลี่ยนวิธีการเลื่อนวิทยฐานะ ตามผลสัมฤทธิ์ของผู้จบการศึกษา ไม่ใช่ทํารายงานแล้วก็เลื่อนวิทยฐานะ ต้องสร้างระบบ คุณธรรมและจริยธรรมให้แก่บุคลากรทางการศึกษา ทั้งครูผู้สอนที่ต้องมีจริยธรรมต่อผู้เรียน ผู้บริหารการศึกษาที่ต้องมีต่อผู้เรียน และมีผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะว่าในวงการการศึกษานั้น ก็คงจะทราบว่ามีการละเมิดเรื่องพวกนี้มากมาย ผลที่คาดหวัง ครูผู้สอนจะได้พัฒนาตนเอง มีความก้าวหน้าตามความสามารถในการสอน และการทํางานด้วยการค้นคว้าความรู้ใหม่ ประเด็นต่อไปเปึนประเด็นเรื่องการประกันคุณภาพ ทางการศึกษา การประกันคุณภาพ ทางการศึกษานั้นจะต้องปรับปรุงระบบ ประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ที่มีอยู่แล้วให้มีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง เตรียมการให้บุคลากรในสํานักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งบุคลากรจากเขตพื้นที่การศึกษามาอบรมให้เข้าใจ วัตถุประสงค์ และกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างถ่องแท้ เพื่อที่จะนําไปใช้ ปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ ที่ผ่านมานั้นเวลาที่พูดถึงระบบประกันคุณภาพนั้น บุคลากรไม่ได้มีความเข้าใจหรือไม่ได้เห็นความสําคัญที่แท้จริ งของการประกันคุณภาพ นึกว่าเปึนการตรวจประเมินผลเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็กลายมาเปึนภาระของครูผู้สอน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทุกคนที่เกี่ยวข้องจะต้องลงไปทําหมด ไม่ใช่ไปผลักภาระให้ครูผู้สอน ทําเรื่องประกันคุณภาพการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการนั้นต้องเข้าไปร่วม บุคลากรจากส่วนกลางเขตพื้นที่จะต้อง เปึนผู้ช่วยเหลือขยายผล โดยที่ไม่เปึนภาระแก่สถานศึกษา แต่สามารถทําให้การพัฒนาการ การจัดสถานศึกษาเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา และยกระดับคุณภาพ ผู้จบการศึกษาให้ได้ ผลที่คาดหวัง หวังว่าบุคลากรทางการศึกษามีความเข้าใจระบบ ประกันคุณภาพการศึกษา และช่วยกันพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา สุดท้ายคือเรื่อง ของการสร้างระบบธรรมาภิบาล ซึ่งในระบบธรรมาภิบาลนั้นที่มีปัญหามากที่สุดก็คือ ในภาคอุดมศึกษา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าในระดับอื่นไม่มี แต่ว่าระดับวงการศึกษา เนื่องจาก สถานศึกษามีความเปึนอิสระก็จะมีปัญหาเรื่องนี้ เนื่องจากว่ากรรมการสถานศึกษานั้น ไม่ได้อยู่ในกรอบของธรรมาภิบาลก็จะเกิดปัญหา ฉะนั้นต้องสร้างมาตรฐานการจัดศึกษา ที่มีความโปร่งใส ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง โดยการจัดแบ่งประเภทสถานศึกษาตามขนาด และภูมิสังคม จัดทํา มาตรฐานจรรยาบรรณของบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่กรรมการ สถานศึกษา กรรมการสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ครูผู้สอน และประกาศใช้โดยให้บุคลากรทุกคนลงนามยืนยันที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานจรรยาบรรณ จัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมโดยการสรรหาให้เปึนส่วนหนึ่งขอ งสภาการศึกษาจังหวัด ผลที่คาดหวังก็คือจะลดความเหลื่อมล้ําของบุคลากร ลดการทุจริตประพฤติมิชอบ และลดปัญหาด้านจริยธรรมลงไป ทั้งหมดนี้เปึนประเด็นการปฏิรูปของวาระที่ ๑๖ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ขอบพระคุณครับ