ชาลี เจริญสุข หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเสนอให้ผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเสนอให้สภาการศึกษาพิจารณาโครงสร้างของการจัดการศึกษาที่จังหวัด ชาลี เจริญสุข เสนอแผนการบูรณาการการบริหารจัดการการศึกษาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองและนักเรียน และจำกัดจำนวนนักเรียนในห้องเรียน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทราครับ ในฐานะที่ เมื่อครั้งที่แล้วได้อภิปรายไปแล้วก็ยังไม่ลืมครับ
ต่อเนื่องเลยครับท่าน สปช. เตือนใจว่าในเรื่องของการประเมินสรุปก็คือการคืนคุณครู ให้นักเรียน ผมก็ยังไม่ลืมนะครับครั้งที่แล้วเพราะว่ามีการเรียกร้องกันมาเยอะ ประการต่อมา ย้ําอีกนิดนะครับก็คือคืนไม้เรียวให้กับครู เพราะว่าตอนนี้เด็ก ๆ เขาค่อนข้างที่จะสอนยาก ไม่มีมาตรการที่ต้องบอกว่าเข้มงวดจริง ๆ หรือเด็กบางคนถ้าไม่มีกฎระเบียบที่เคร่งครัด เขาก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง อันนี้ก็ฝากไว้ ต้องขอบคุณที่หลายความคิดนี้ตรงกัน สําหรับตัวผมเอง ในวันนี้ที่ขึ้นมาอภิปรายเพราะว่าอยากจะให้เปึนข้อเสนอติดไว้ในรายงานเพราะเขาเปึนห่วง ในการปฏิรูปการศึกษา ล่าสุดที่จัดรายการเสียงประชาชนก็มีการเสนอขึ้นมา มีคําถามเด็ด เลยครับ จะปฏิรูปการศึกษาอย่างไร มีข้อเสนอหนึ่งฝากท่านคณะกรรมาธิการว่าเขาบอกว่า อยากให้วงการกระทรวงศึกษาธิการอันดับแรกเลยขอให้ผู้ที่จะมาเปึนรัฐมนตรีอยู่ใน แวดวงการเรียนการสอนหรือในแวดวงวิชาการได้ไหม เพราะว่าที่ผ่านมามาจากนอกวงการ ก็เราจะเห็นได้จากอะไรครับ กระทรวงกลาโหมก็เน้นในเรื่องของความเชี่ยวชาญเฉพาะ ด้านการทหาร กระทรวงสาธารณสุขก็จะเน้นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญในด้านสุขภาพ แล้วทําไม กระทรวงศึกษาธิการใครมาเปึนก็ได้ นี่เขาถามมาในรายการเสียงประชาชน ซึ่งเราก็บอกว่า มันเปึนกลไกที่มาตามระบอบ แต่เนื่องจากผมว่าในรายงานอยากจะให้ติดไว้ว่ากระบวนการ คัดกรองหรือมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้ผมว่าคนที่จะมาเปึนนายกรัฐมนตรีต้อง พิจารณาเปึนพิเศษ อาจจะมีลักษณะของทุกกระทรวงควรจะพิจารณาความเหมาะสม ที่จะมาบริหาร ไม่ใช่ว่าใครมาก็เปลี่ยนนโยบาย ใครมาก็เปลี่ยนนโยบาย ถูกแล้วครับที่ คณะกรรมาธิการได้พูดถึงการปฏิรูปการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เกิด วันนี้เราพูดถึง ตั้งแต่เกิดจนถึงเรียนจบจนถึงมีงานทํา อีกเรื่องหนึ่งผมก็คงจะเน้นไปที่ทางภาคปฏิบัติ ก็คือทางจังหวัด จากอนุบาลขึ้นมาระดับจังหวัด ในจังหวัดนี่วันนี้เราเจอปัญหาหนึ่ งก็คือ โรงเรียนถูกยุบ ผมเห็นใจครับโรงเรียนที่ถูกยุบเปึนโรงเรียนที่มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงเขาก็เสียใจ เสียโอกาส เขาบอกว่าเขาจบมาจากสถาบันการศึกษานี้แล้วแต่ไม่มีโรงเรียนให้เขารําลึกนึกถึง อีกแล้วในช่วงอนุบาลก็ดี ประถมศึกษาก็ดี มัธยมศึกษาก็ดี อันนี้เราเห็นใจ บางที่ครับ ท่านประธานที่เคารพ บางที่โรงเรียนนั้นถูกรื้อไปแล้ว แล้วไปสร้างเปึนวัดไปแล้วไม่มีร่องรอย อันนี้ก็น่าเสียดาย สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะเสนอก็คือสภาการศึกษาผมมองว่าไม่ทราบว่า โครงสร้างไปสู่จังหวัดจะเปึนอย่างไร แต่ผมเห็นสภามหาวิทยาลัยเขาค่อนข้างที่จะเข้ม ข้น แล้วก็เป่ดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปนั่งในสภามหาวิทยาลัย ฉะนั้น
ในสภาการศึกษาผมมองว่าถ้าเกิดมีสภาการศึกษาจริงในจังหวัดนั้นจะต้องบริหาร ให้เกิดการบูรณาการให้ได้ ตอบโจทย์ตั้งแต่ผู้ปกครองนักเรียนจนมาถึ งผู้เรียน จนมาถึง ผู้บริหารสถานศึกษา ในรายการเสียงประชาชนผมก็ได้เกริ่นไว้ว่าเรื่องนี้เนื่องจากผู้ปกครอง มีความประสงค์จะเข้าโรงเรียนดังของจังหวัดฉะนั้นเราคงไปป่ดกั้นไม่ได้เพราะว่าพ่อแม่ ก็อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนที่ดีที่สุด เก่งที่สุดเพื่อใบประกาศนียบัตร ก็ให้โอกาสโรงเรียนดัง เลยครับอย่าไปป่ดกั้นจํานวนนักศึกษา แต่ห้องเรียนผมเห็นด้วยว่าควรจะจํากัดจํานวน นักเรียนในห้อง แต่ในเรื่องของความดังของสถานศึกษาเราอย่าไปป่ดกั้น เป่ดรับเข้าไปเลยครับ รับที่ส่วนกลางเสร็จแล้วให้สถาบันการศึกษาในส่วนกลางนี้กระจายลงสู่พื้นที่อีกค รั้ง อาจจะเปึนใบประกาศของสถาบันการศึกษาที่ดัง ๆ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ําว่าสถาบันดัง คนก็อยากมาเรียนเยอะ แล้วจบไปก็สมัครไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ง่าย แล้วก็เปึน เกียรติประวัติก็เปึนการร่วมมือกันเลย
เป่ดเปึนศูนย์ไปเลยทั้งจังหวัด ทุกอําเภอ ก็จะได้ไม่ต้องยุบโรงเรียนด้วย แล้วก็ไปให้ครบ ทั้งเงิน ทั้งบุคลากร ทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ครบ เหมือนกับมานั่งเรียนในจังหวัด แต่เรียนในพื้นที่ของตัวเอง โดยใบประกาศคือส่วนกลาง อันนี้สภานี่ผมเห็นด้วย แล้วขอให้ ลงลึกแล้วก็ตอบโจทย์ให้ได้ครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ