สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เทียนฉาย กีระนันทน์ ขอบคุณว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ และหารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเตรียมความพร้อมของประเทศในการเปลี่ยนแปลง เธอยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบให้ดีขึ้น

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็ต้องขอชื่นชมอีกครั้งสําหรับท่านกรรมาธิการที่พยายามจะแก้ไขในส่วนที่พวกผม อยู่ในภาคเอกชนหวังเปึนอย่างยิ่งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่ วนของการศึกษาของ ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้เปึนสิ่งที่ยากลําบากมากสําหรับภาคเอกชน เพราะคนที่ท่านสร้างมานี่ บางครั้งเราไม่ได้ต้องการเลยในสาขาอย่างนั้น และการเปลี่ยนแปลงของโลกก็จะเปลี่ยนไป อีกแบบหนึ่ง แต่ท่านก็ไปสร้างคนในลักษณะที่จําเจอยู่แบบนั้น เพราะบางครั้งจะเห็นว่า ภาคเอกชนเองต้องไปตั้งโรงเรียนเอง ไปสร้างวิทยาลัยเอง เพราะว่าท่านไม่ได้ตอบโจทย์เรา เพราะฉะนั้นสัญญาณเล็ก ๆ ถึงแม้ว่าจะยังมองไม่เห็นชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ก็เปึนจุดเริ่มต้นที่ดี ในการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของการศึกษา ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยเปัาหมาย หรือวัตถุประสงค์จริง ๆ ของกระบวนการศึกษาซึ่งผมก็ได้พูดมาครั้งหนึ่งแล้วในสภาแห่งนี้ เพื่อทบทวนความจําว่าการศึกษาของโลกนั้นเขามุ่งเปัำหมายไปที่ ๔ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของโนว์เลจ (Knowledge) คือเรื่องของความรู้ ซึ่งความรู้มีหลากหลายมาก ครูคนหนึ่ง ไม่มีทางที่จะรู้หมดทั้งโลก อาจจะรู้แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ การศึกษาจะต้องจัดไปสู่เรื่องกระบวนการ การเรียนรู้ในเรื่องของความรู้ต่าง ๆ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของทักษะหรือสกิล (Skill) ความรู้นั้นจะต้องไปปฏิบัติได้ ไม่ใช่รู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด ซึ่งของเราทุกวันนี้มันลักษณะเหมือนกับคล้าย ๆ อย่างนั้น ผมไม่กล้าฟันธงว่าเปึนเช่นนั้น เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของคอมพาราทีฟ แอคชัน (Comparative action) คือการทํางานร่วมกัน หรือทํางานเปึนทีม การศึกษาปัจจุบันนี้ที่ออกมาคือทํางานเหมือนกันแต่มันทีมใครที มมัน สอนอย่างไรก็ไม่รู้เก่งมาก มันกลายเปึนว่าเปึนเรื่องที่ต่างคนต่างแก่งแย่งซึ่งกันและกัน และเรื่อ งสุดท้ายคือเรื่องของไรท์ วิชัน (Right vision) คือวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง มีการตั้งเปัาหมาย มีการคิดเปึน มีคุณธรรม มีจริยธรรม ทุกอย่างพร้อมหมดอยู่ในเรื่อง สุดท้าย สัดส่วนต่าง ๆ เขาไม่ได้แบ่ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่ากันหมด แต่มันแล้วแต่

การเวท (Weight) น้ําหนักในแต่ละส่วน ความรู้นั้นอาจจะให้ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอื่นอาจจะเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ อันนี้คือที่มาที่ไปของการศึกษา ในโลกนี้ ผมไม่ใช่นักการศึกษา แต่ไปจําเขามา คือไปอ่านเขามา เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า การที่เราพยายามที่จะปฏิรูปในส่วนของการจัดการศึกษาเปึนสิ่งที่ดี แต่ขณะนี้อย่างที่บอกว่า มันไปตามเปัานั้นหรือเปล่า มันเปึนไปอย่างนั้นหรือไม่ จริง ๆ แล้วในส่วนของประถมศึกษาป้ที่ ๑ ถึงประถมศึกษาป้ที่ ๓ ซึ่งเราต้องการให้เด็กเรียนรู้แค่อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเปึน สื่อสารกันได้ แต่เราใส่เข้าไป ๘ กลุ่มสาระ แบกจนหลังแอ่นไปเลย มันเปึนเพราะอะไร มันเรียนมากเกินไป หรือเปล่า ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ จัดอีกแบบหนึ่งได้ไหม ให้เขาเรียนขึ้นไป ใส่วิชาความรู้ เข้าไปหน่อย ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ก็อัดหนักเข้าไปอีกหน่อย ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ จะเข้า มหาวิทยาลัยเขามีเปัาหมายแล้วก็เอาเข้าไปเลยครับ อันนี้คือในเรื่องของ คอนเทนต์ (Content) หรือเนื้อหาสาระของการศึกษา ขณะเดียวกันเปัาหมายใหญ่ของ ประเทศชาติ ท่านจะต้องกําหนด แล้วก็การศึกษานั้นต้องล้อตาม ต้องล้อตามตรงส่วนที่ว่า ขณะนี้โลกทั้งใบกําลังเดินไปในเรื่องของไ บโอเบส (Bio-based) ไม่ใช่ฟอสซิลเบส (Fossil-based) เราเตรียมคนสําหรับเรื่องนี้หรือยัง เราเตรียมนักวิทยาศาสตร์ไว้สําหรับ เรื่องนี้หรือยัง เรายังสอนที่จบทางด้านบริหารจัดการธุรกิจมา จบ ๑ ป้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านคน ขณะที่จบทางวิทยาศาสตร์ไม่กี่หมื่นคนเท่านั้นเอง หรืออาจจะระดับ ๑๐๐,๐๐๐ คนต้น ๆ ตรงนี้มันเตรียมความพร้อมหรือไม่ ผมคิดว่า มันปรับเปลี่ยนในส่วนนี้นอกเหนือจากการที่เราจะตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาแทนสภาการศึกษา ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดีในการที่องค์กรนี้จะได้เปึนอิสระในการที่จะเดินไปข้างหน้า แต่ผมดูแล้ว จากตัวเลขที่เปึนสัดส่วนของคณะกรรมการในเรื่องของนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์ แห่งชาติ ในเรื่องกรรมการ ๖ คน เน้นหนักทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแค่คนเดียว นอกนั้นเปึนเรื่องของระบบการศึกษาบ้าง เศรษฐศาสตร์ การคลัง การส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดชีวิต และการศึกษาที่หลากหลาย จริง ๆ แล้วการศึกษาของเราต้องสอนคนให้มี การเรียนรู้ตลอดชีวิต เปัาหมายคือไม่ใช่คนแค่ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน นักเรียนที่อยู่ในระบบ แต่มันหมายถึงคนทั้งประเทศที่จะต้องสร้างการเรียนรู้ตรงนี้ท่านจะทําอย่างไรกับมัน ไม่ใช่ว่า สอนจบตามหลักสูตรแล้วก็จบกันไป จะไปล้มหายตายจากที่ไหนก็เรื่องของคุณ บางคน ในต่างประเทศจบดอกเตอร์แล้วยังมาเรียนเรื่องเครื่องเชื่อม เครื่องอ๊อกอยู่เลยครับ ----๓๒/๑

เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมก็ฝากไว้ด้วยว่าผมคงไม่ขัดในเรื่องของกรรมการนโยบายการศึกษา ซึ่งจะตั้งขึ้นมาแทนสภาการศึกษา แต่กําหนดหน้าที่ของเราให้ชัดเจนให้มันดีนะครับ ทะลุทะลวงไปเลย ไหน ๆ ก็จะทําแล้วทําให้มันดีไปเลย ขณะนี้จะเห็นว่ากรรม การ สถานศึกษา อ.ก.ค.ศ. ในต่างจังหวัดเปึนปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาในประเทศไทยเลย เรียกว่าเปึนมาเฟ้ย (Mafia) ในต่างจังหวัด จะเลื่อนยศ ปลด ย้ายอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ เขาคุมหมดแล้ว แม้กระทั่งตัวแทนภาคเอกชนที่เข้าไปอยู่ในนั้น ๑ คน พวกผมยังไม่รู้จักเลยครับว่า เปึนตัวแทนจากที่ไหน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าล้างระบบได้แล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ นะครับ ผมเห็นว่าหลายสิ่งตอบโจทย์ แต่ไหน ๆ ก็ตอบโจทย์แล้วตอบโจทย์ให้มันสุด ๆ ไปเลย บริหารให้มันดี จัดการให้มันดี ไม่ใช่ไปสร้างมาเฟ้ยขึ้นมาแล้วระบบการศึกษาพอเข้าไปถึง ผอ. ย้ายมาคิดแต่เรื่องเสื้อกีฬาสีเท่าไร เปอร์เซ็นต์น้ําเท่าไร มันทําไมจะต้องไปดูเรื่องนี้ เรื่องการศึกษามันควรจะเน้นหนักตรงนี้ ก็ขอฝากกรรมาธิการทุกท่านว่าช่วยเอาให้มันลึก ๆ ลงไปเลย จัดการให้มันดีแล้วประเทศชาติจะเจริญ พวกผมก็จะได้ใช้คนที่ มีคุณภาพ จริง ๆ ครับ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่านนะครับ คุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ คุณโกวิท ศรีไพโรจน์ คุณคณิศร ขุริรัง ดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ และรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ เชิญคุณกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ครับ