อลงกรณ์ พลบุตร ยอมรับรายงานของคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นรายงานที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาระปฏิรูปที่ ๑๖, ๑๗ และ ๑๘ และเสนอแนวคิดในการควบรวมกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาในระบบและการศึกษาตลอดชีวิต และตอบโจทย์ปัญหาการศึกษาไทยที่มีอยู่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ กระผมมีความเห็นในเรื่องของรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งมีวาระปฏิรูปที่ ๑๖ วาระปฏิรูปที่ ๑๗ และวาระปฏิรูปที่ ๑๘ ซึ่งถือว่าเปึนรายงานที่ดีมาก
ในมุมมองของผมนั้นอาจจะมีข้อเสนอที่ต่อยอดในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ความจริงปัญหา สถานการณ์การศึกษาไทยที่ทางคณะกรรมาธิการได้วิเคราะห์ออกมาใน ๘ ประเด็นนั้น ๕ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอของผมซึ่งอาจจะเปึนจุดเปลี่ยนหรือว่าเปึนเทิร์นนิง พอยต์ (Turning point) ที่สําคัญ โดยยึดจากแนวการวิเคราะห์ปัญหาของคณะกรรมาธิการ ๑. ก็คือ เด็กร้อยละ ๗๐ ออกไปสู่โลกของงานด้วยวุฒิมัธยมศึกษา ไม่ว่าจะเปึน ม. ๖ ปวช. ม. ๓ หรือว่าต่ํากว่า โดยปราศจากการเตรียมทักษะและคุณลักษณะที่พอเพียง ๒. คือแรงงาน ๓๕-๔๐ ล้านคนไม่มีกลไกเข้าไปยกระดับทักษะที่เพียงพอ ๓. แรงงานระดับปริญญาตกงาน ๑๕๐,๐๐๐ คนต่อป้ ๔. งานวิจัยในมหาวิทยาลัยยังไม่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ได้มากพอ เร็วพอ การบริการวิชาการยังไม่ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ได้เต็มที่ และสุดท้าย คือรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมีการแก้ปัญหาครู การอ่าน อาชีวะ ทวิภาคี ธรรมาภิบาลอุดมศึกษา แต่ยังไม่เปึนการปฏิรูปเชิงระบบ จากสถานการณ์การศึกษา ที่เปึนปัญหาใหญ่อยู่ขณะนี้ และเข้าสู่ช่วงทศวรรษที่ ๒ ของการปฏิรูปการศึกษา กระผมมี ข้อคิดเห็นอย่างนี้ครับ การกําหนดในตัวร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... นั้น ความจริงเปึนการกําหนดแนวทาง ทิศทางยุทธศาสตร์ ของการปฏิรูปทั้งเรื่องการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ไว้ถูกต้อง ถูกทิศทาง สิ่งที่กระผม เสนอนั้นจะเปึนข้อแตกต่าง นั่นก็คือการเชื่อมโยงระหว่างต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําของ การศึกษาในระบบและการศึกษาตลอดชีวิต เพียงแต่นิยามการศึกษาตลอดชีวิตของผมนั้น ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ความจริงแล้วผมเสนอให้ควบรวม กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานครับ นี่จะเปึนการต่อยอด ต่อเชื่อม และตอบโจทย์ในข้อวิเคราะห์ของที่คณะกรรมาธิการได้เสนอมา หลังจากจบการศึกษา ในระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยตลอดชีวิตก็ตาม ในคอนเซปต์ (Concept) ของ การศึกษา แต่ในชีวิตจริงนั้นเมื่อจบแล้วต้องทํางาน และการเข้าทํางานนั้น จะต้องสอดคล้องต่อทิศทางยุทธศาสตร์ประเทศด้วย เหมือนอย่างที่เราพูดถึงความผิดพลาด ของการผลิตนักศึกษาและบัณฑิตออกมาโดยที่อุดมศึกษา มหาวิทยาลัยในช่วงหลายป้ที่ผ่านมา มีการสนับสนุนส่งเสริม มีสหวิชาเกิดมากมาย มีการวิจัยมากมายแต่ไม่ได้ตอบโจทย์เปัาหมาย ของประเทศ ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะควบรวมกระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องของ
การพัฒนาทักษะชีวิตอย่างแท้จริงให้สอดคล้องต้องกัน ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ควบรวม ๒ กระทรวงนี้เปึนกระทรวงเดียวกัน คณะกรรมการร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอมานั้นจะต้อง ปรับโครงสร้าง ไม่ใช่คิดในมุมกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องไปถึงปลายสุดเลย ดังนั้นผมเห็นว่า ในการควบรวมเหล่านี้ในระดับกรรมการแห่งชาติแล้วก็ลงไปในระดับของมาตรการอื่น ๆ เช่นการควบรวมสถานศึกษา สถาบันพัฒนาฝ้มือแรงงาน พัฒนาทักษะทั้งหลายให้เข้ามา อยู่ภายใต้คณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมดครับ ๒. ก็คือว่ามาตรการส่งเสริมไม่ว่าจะเปึนมาตรการ ส่งเสริมการลงทุนหรือมาตรการทางภาษีต้องฟรีครับ วันนี้ปัญหาเดียวของประเทศของเรา ก็คือเรื่องของคุณภาพคน คุณธรรมของคน กระทรวงที่เกิดขึ้นใหม่ภายใต้การควบรวมอย่างนี้ จะตอบโจทย์ครับ รวมไปถึงในเรื่องของโครงสร้างในระดับชาติลงไปภูมิภาค ลงไปสู่ระดับ ของพื้นที่ เห็นด้วยต้องมีสภาการศึกษาที่ประกอบไปด้วยพหุภาคีจากทุกภาคส่วนเข้ามา สุดท้ายที่เราละทิ้งกันมากก็คือเรื่องวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ทั้งเรื่องของการศึกษา และเรื่องการพัฒนาทักษะเฉพาะ ฝ้มือเฉพาะ ความชํานาญเฉพาะ
ถ้าอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่เรามีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กําหนดสถานะประเทศจะต้องก้าวสู่การเปึนประเทศพัฒนาแล้วภายในไม่กี่ป้ข้างหน้านั้น เราต้องสร้างคนอย่างไร แต่การสร้างมันจะไปอยู่ที่สถาบัน แต่สถาบันวันนี้มันต้องเปึน เชี่ยวชาญเฉพาะซึ่งเรามีอยู่น้อยมากและกระจัดกระจายเ หลือเกิน สุดท้ายก็คือเรื่อง คลังสมองครับ ที่อยู่ที่นี่ก็ล้วนแต่เปึนคลังสมองของชาติ เรามีโครงการคลังสมองอยู่มาก ทั้งในส่วนที่เกี่ยวโยงสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและอื่น ๆ แต่แท้ที่จริงแล้ว เราต้องจัดโครงสร้างนี้ให้เข้ามาสวมกับเรื่องของกรรมการนโยบายกำรศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ และภายใต้การขับเคลื่อนกระทรวงในรูปแบบการควบรวมใหม่ ตรงนี้ผมคิดว่าจะทําให้ประเทศของเราก้าวพ้นไปสู่ยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคม อาเซียน แล้วก็หลังจากนั้นต่อไปเราจะสู้ได้ครับ ขอบคุณมากครับ