โกวิท ศรีไพโรจน์ ขอขอบคุณท่านประธานและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และระบุวาระปฏิรูป 3 วาระ ได้แก่ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา และการปฏิรูประบบการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องไม้เรียวและการจัดการศึกษา และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับโรงเรียนอาชีวศึกษา และการสนับสนุนเด็กที่มีความสามารถ โดยเฉพาะเด็กแว้น และแถลงว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ควรเป็นเจ้าของโรงเรียน
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี หมายเลข ๑๙ ครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการได้กรุณาทําการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของบริบทการศึกษาของไทย ผมเองก็มีวาระปฏิรูปวันนี้ ๓ วาระ ๑. การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา ๒. การปฏิรูประบบการคลัง ด้านการศึกษา (ด้านอุปสงค์) ๓. การปฏิรูประบบการเรียนรู้ ท่านประธานครับ เรื่องของ การจัดการศึกษานั้นจากการที่ผมเองได้ออกไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนในส่วนหนึ่ง
ได้เคยกราบเรียนท่านประธานในที่ประชุมนี้ครั้งหนึ่งแล้วเกี่ยวกับเรื่องของไม้เรียว ตรงนี้ผมก็ ได้กราบเรียนท่านประธานว่าผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านในห้องนี้ที่โต ขึ้นมาได้วันนี้ผมเชื่อว่า ได้ดีกับไม้เรียวครู เราได้รับการร้องเรียนจากครูในพื้นฐานว่าทําอย่างไรเราจะฝ๊กเด็กของเราได้ ให้มีวินัย ครั้งนี้เนื่องจากบริบทของประเทศไทยไม่เหมือนกับต่างชาติซึ่งเขามีหิมะ ภูมิประเทศฝ๊กวินัยเขาในตัว ของไทยของเรารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ผมเองยังยืนยันว่า ที่เปึนตัวเปึนตนมาวันนี้ต้องขอขอบพระคุณไม้เรียวของท่านอาจารย์วิชา การพิศิษฎ์ คุณพ่อของท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ตีเจ็บจริง ๆ แต่จําจนกระทั่งได้ดี มาทุกวันนี้ ถ้าหากเปึนไปได้การปฏิรูปการศึกษาซึ่งเคยถูกปฏิรูปมาครั้งหนึ่งแล้วตอนที่ ถูกหักไม้เรียวครู แล้วจนกระทั่งการศึกษาไทยตกต่ํามาจนทุกวันนี้ ถ้าหากว่าเอามาได้ ก็จะเปึนการดีมาก ประการที่ ๒ ในเรื่องของการจัดการศึกษานั้นในรายงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ยังขาดเรื่องของการคุ้มครองโรงเรียนอาชีวศึกษา ตรงนี้ขอกราบเรียน ท่านประธานขอความเปึนธรรมกับโรงเรียนอาชีวศึกษาทั่วประเทศ วันนี้โรงเรียนอาชีวศึกษา ทั่วประเทศของเราเหตุที่จัดการศึกษาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากรัฐไม่สามารถจะจัดการศึกษา ให้กับเยาวชนได้ มีเอกชนกลุ่มหนึ่งได้ลงทุนทางการศึกษา แต่เมื่อลงทุนไปแล้ววันนี้เวลาที่ผ่านมา ประมาณสัก ๕ ป้ ๑๐ ป้ที่ผ่านมารัฐได้ทุ่มเทเรื่องงบประมาณการศึกษา แต่ไม่ได้ไปพัฒนา เรื่องของคุณภาพ ไปเพิ่มเรื่องของจํานวน ซึ่งตรงนี้คณะกรรมาธิการได้ศึกษามาก็ตรงกัน แต่ในขณะเดียวกันการที่ไปสร้างโรงเรียนเยอะแยะไปหมด
แม้กระทั่งตําบลจนกระทั่งไม่มีคุณภาพ ขาดคุณภาพไปเลย มันไม่ได้ส่งผลดีต่อเยาวชน ต่อนักเรียนเลย อาจจะลดการเหลื่อมล้ําได้บ้างในเด็กที่อยู่ในชนบท แต่ไม่ใช่หมายความว่า เอาเด็กไปนั่งครบ ๖ ป้ แจกประกาศนียบัตรแล้วขึ้นมาไม่มีคุณภาพ อย่างนี้ไม่ค่อยถูกต้อง ในอดีตเคยมีการทําหลักสูตร วช. ๑ วช. ๒ ในมัธยมศึกษาป้ที่ ๔ ป้ที่ ๕ ซึ่งผลก็คือเด็กในยุคนั้น ไม่สามารถจะไปเรียนต่อได้เลย ไปเรียนต่ออาชีวศึกษาก็ไม่ได้ เรียนต่อในอุดมศึกษาก็ไม่ได้ ผลเสียก็คือตกกับนักเรียนจนกระทั่งปัจจุบันนี้ วันนี้เราขาดเรื่องของการอาชีวศึกษา แต่ว่าทิศทางของคณะรัฐบาลที่ดําเนินการมาอาจจะไม่ตรงกัน เนื่องจากว่าของเราบอกให้เด็ก ไปเรียน ๆ แต่ว่าจะมีคุณภาพแค่ไหน อีกเรื่องหนึ่งครับ ตรงนี้ต้องขอขอบพระคุณ ไปยังคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ในลักษณะที่เพิ่งออกประกาศของ คสช. ใช้อํานาจตามมาตรา ๒๔ เรื่องของเด็กแว้น ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวเด็กโดยตรง เด็กก็คือเด็กครับท่านประธาน แต่คนที่เสริมกําลังให้เด็กคือผู้ปกครอง มันต้องลงโทษ ผู้ปกครอง ผมเคยได้กล่าวในสภาแห่งนี้แล้วว่ากา รศึกษาภาคบังคับเรามีกฎหมายอยู่ เราเอาโทษผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลย มีปัญญาคลอดลูกแต่ว่าไม่สามารถไม่มีปัญญา เลี้ยงดูเด็ก ในขณะเดียวกันรัฐเราก็ให้เงินสนับสนุนมาตลอด แต่พูดตรง ๆ ก็ยังไม่ได้ดูแลเด็ก อย่างเพียงพอ ในลักษณะที่ว่าเมื่อเด็กอยำกจะออกมาก็ไม่สนใจ ในขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ได้มีการบังคับตามกฎหมายตรงนี้ได้เลย ไม่สามารถจะบังคับ ผู้ปกครองตรงนี้ได้ จริง ๆ เรื่องของนโยบายตรงนี้สอดคล้องกับทางคณะรัฐมนตรีซึ่งเดินมา ถูกทางแล้วในวันนี้ นี่ก็เปึนเรื่องของนโยบายจัดการศึกษา เรื่องของการเงินการคลังครับ ตรงนี้ผมเองถ้าเปึนไปได้ในรายงานตรงนี้อยากจะให้เปึนควิกวินเลย เกี่ยวกับเรื่องของ คูปองการศึกษา คูปองการศึกษานี่ชัดเจนครับ เพราะว่าจะได้ส่งผลให้เด็กที่เขาอยากจะเรียน ในโรงเรียนที่เขาต้องการ ผมเชื่อว่าผู้ปกครองที่มีความรับผิดชอบเรื่อง ของการเดินทาง เขาไม่มีปัญหา ครับเขาส่งเด็กได้ แต่ขอให้ลูกเขาได้เรียนในโรงเรียนที่ดี อย่าให้ลูกเขา ไปนั่งเฉย ๆ แล้วก็จบออกมาแบบสมองไม่มีอ ะไรเลย ในเรื่องสุดท้ายครับ เรื่องของ การจัดการเรียนรู้ ตรงนี้ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการด้วยความเคารพ จริง ๆ ผมเองผมเห็นด้วยกับท่านอรพินท์ครับตรงนี้ ถ้าหากว่าเราสร้างองค์กรขึ้นมาควบคุม องค์กรเดิมที่มีอยู่แล้ว แล้วก็สร้างซ้อน ซ้อน ซ้อน โอเค (OK) ครับอาจจะตั้งคณะกรรมาธิการ ตรงนี้ขึ้นมาในลักษณะแทนสภาการศึกษา คราวนี้ถ้าหากว่าเราพัฒนาตรงนี้มันก็น่าจะเปึนไปได้
แต่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องที่ว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ควรจะเปึนเจ้าของโรงเรียนเลย ผมว่า น่าจะถูกต้องนะครับ ก็คงจะกราบเรียนท่านประธานไปยังกรรมาธิการแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ