เทียนชัย อภิปรายเคสศึกษา

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เทียนชัย ปนวิเศษ ขออภิปรายเชิงกรณีศึกษาหรือเคส สตัดดี (Case study)

นายเทียนชัย ป่ืนวิเศษ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผม เทียนชัย ป่ืนวิเศษ ผมขออนุญาตที่จะขออภิปรายเชิงยกกรณีศึกษาหรือว่าเคส สตัดดี (Case study)

โดยประการแรกผมขออนุญาตที่จะหยิบยกถ้อยคําในบางตอนจากบทสรุปผู้บริหาร ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้นํามาเรียนต่อสภาแห่งนี้ ประเด็นแรกท่านพูดถึงว่าการที่จะ เปลี่ยนประเทศไทยไปสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้และนวัตกรรมไปสู่วิสัยทัศน์ ประเทศ ป้ ๒๕๗๕ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเพื่อสร้างมูลค่าและเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ํา ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมทําให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชน เกษตรกร สร้างชุมชนสังคมเข้มแข็ง และต่อมาท่านได้ให้เหตุผลและหลักการว่าปฏิรูประบบวิจัย ประเทศเนื่องจากระบบวิจัยมีความสําคั ญเปึนการสร้างความรู้ การจัดการความรู้ และต่อยอดความรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคมและประเทศ โดยที่ท่านได้สรุปว่า การปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์นวัตกรรมนั้นมีเปัาหมายเพื่อนําประเทศไปสู่การมีระบบ เศรษฐกิจนวัตกรรม ซึ่งเปึนไปได้ต่อเมื่อประเทศไทยสามารถเร่งเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร การผลิตและการบริการ การมีโครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ดีพอจะทําให้ภาคการเกษตร ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเจริญเติบโตได้ดี เพิ่มสัดส่วนในการสร้างผลิตผลให้ประเทศมากขึ้น ทําให้ความเหลื่อมล้ําลดลงและ นําความมั่นคงสู่ประเทศได้เร็วขึ้น และท้ายที่สุดท่านได้หยิบยกถึงมาตรการโดยที่ท่านบอกว่า สร้างความตระหนักให้ชุมชน สังคม เห็นความสําคัญของการสร้างความรู้ใหม่ ภูมิปัญญา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพัฒนาต่อยอดความรู้และภูมิปัญญานั้น ๆ ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้หยิบยกในรายงานทั้งหมดนี้มีความจําเปึนจะต้องร่วมกันทํา ๓ คณะกรรมาธิการด้วย คณะกรรมาธิการแรกที่ผมขออนุญาตที่จะหยิบยกคือ คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา คณะกรรมาธิการที่ ๒ คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา คณะกรรมาธิการที่ ๓ คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ผมขออนุญาตที่จะยกกรณีศึกษาที่ผมได้ไปออกร่วมกับ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ จังหวัดนครศรีธรรมราชเปึนเมืองเก่าเปึนเมืองแห่งชุมทาง ไม่ว่าจะเปึนชุมทางนครศรีธรรมราชเอง ชุมทางทุ่งสง หรือว่าชุมทางเขาชุมทอง ที่ชุมทาง เปึนจุดของรถไฟ พวกแม่ค้าเขาก็เอาสินค้าไปขาย สินค้า ๑ ในนั้นคือมังคุด เขาเอามังคุดไปขาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีมังคุดที่เปึนมังคุดดิบเขาทิ้งเลยครับ ทิ้งไว้เหมือนกับเศษเนื้อข้างเขียง

ก็ไม่มีคนดูแล แต่ว่าชุมชนท้องถิ่นที่เปึนหมู่บ้านของชุมชนรถไฟเขาไปเก็บมา เก็บมาแล้ว เขาก็มาตัดมาแงะ คําว่าคัดภาษาใต้ก็คือคําว่าแงะ เขาแงะออกมาครับ เมื่อแงะออกมาแล้ว มันก็มียางติด ด้วยภูมิปัญญาท้ องถิ่นเขาก็เอาไปแช่ในน้ําเกลือ หลังจากที่แช่ในน้ําเกลือ ผลที่ออกมามันเปึนผลมังคุดซึ่งขาวแล้วก็มาลองรับประทานกัน มันจะประกอบด้วยรสหวาน รสมัน รสกรอบ แล้วก็รสเค็ม รสหวาน รสมัน รสกรอบนี่เกิดจากตัวมังคุดเอง แต่รสเค็ม เกิดจากภูมิปัญญาที่ว่าไปแช่ในน้ําเกลือ แล้วก็มีการแบ่งปันกันในชุมชนและนําออกขาย ในชุมชนรถไฟก่อน แล้วต่อมาก็มีการขายไปทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่สิ่งที่เปึนอุปสรรค คือ ๑. คนที่จะสามารถแงะมีจํานวนจํากัด แล้วตลาดที่ขายมันมีขายแต่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผมหยิบยก ๓ คณะกรรมาธิการก็เปึนอย่างนี้ว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา มีความจําเปึนที่จะต้องไปสร้างเรื่องราวหรือสร้างสตอรี (Story) ให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นมา แล้วตอนนี้อาจารย์สืบพงศ์ได้จดทะเบียนเปึนมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมชาติแล้ว แต่นั่นมันยังไม่พอครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาต้องช่วยในการคิดค้นสร้างเครื่องแงะ ให้มันเกิดในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ๒. ต้องคิดถึงกระบวนการถนอมอาหารว่าเราจะมี กระบวนการอย่างไรที่จะถนอมมังคุดคัดหรือมังคุดแงะให้มีความสดเหมือนกับตอนที่แงะใหม่ ๆ ๕ วันเปึนอย่างไร ๑๐ วันเปึนอย่างไร ๓. บรรจุภัณฑ์ครับ จะต้องมีกระบวนการสร้าง บรรจุภัณฑ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนพลาสติก เพาช์ (Plastic pouch) หรือว่าใส่ในขวดแก้วหรือว่า ใส่ในกระปิอง แล้วต้องไปหาข้อมูลด้านโภชนาการว่ามังคุดคัดมันมีคุณค่าทางโภชนาการ อย่างไร ผมเชื่อสิ่งหนึ่งก็คือว่ารสชา ตินี้ดีแน่ และที่สูงมากก็คือสารอาหารก็คือใยอาหาร หรือไฟเบอร์ (Fiber) สูงมากครับ

แล้วต่อไปคือการสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างที่ผมกล่าวแล้วว่าที่จะไปจดทะเบียน เปึนภูมิปัญหาทางวัฒนธรรมนี่ไม่พอ เราต้องเอาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญานี่ไปช่วย เราสามารถทําให้เขาเปึนสิ่งบ่ งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือว่าจีไอนี่ได้ไหม เราจดทะเบียน เรื่องสิทธิบัตรในการผลิตได้ไหม เราสร้างแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าให้กับเขาได้ไหม ถ้าเราสร้างสิ่งเหล่านี้ได้คุณค่ามันก็จะเพิ่มขึ้น อันสุดท้ายคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังมีความจําเปึนจะต้องหำตลาดให้เขา ในขณะนี้ถ้าคนจะกินมังคุดคัด ต้องไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ จะทําอย่างไรอีก ๗๐ กว่าจังหวัดเขาจะได้กินอันนี้ ผมเชื่อว่าด้วยรสชาติและความอร่อยของสินค้านี้จะสามารถสู่ตลาดโลกได้ ทางเศรษฐกิจ ต้องหาให้มุ่งสู่ตลาดโลกให้ได้ครับ ด้วยการรวมกันทั้ง ๓ องค์กร หรือว่า ๓ กรรมาธิการนี่ ผมเชื่อว่ามังคุดคัดหรือว่ามังคุคแงะนี่เปึนอนาคตของชาติครับ ขอบพระคุณมากครับ