สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๖ · ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องการนำวิทยาศาสตร์ไปสอนแก่เด็ก และเห็นด้วยว่าควรจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการจัดระบบฐานข้อมูลและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตั้งเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจน เพื่อให้การศึกษาวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และไม่ให้เกิดปัญหาที่ไม่ได้ผล

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ วันนี้พอดีเรื่องมันเกี่ยวกับผม ทั้ง ๒ เรื่อง เรื่องของวิทยาศาสตร์ผมก็ต้องเรียนให้ทราบว่าผมก็จบ วทบ. นะครับ ทั้งปริญญาตรีทั้งปริญญาโทแล้วก็ปริญญาเอกก็วิทยาศาสตร์ แล้วก็ถึงปัจจุบันก็สอนเด็กจบ วทบ. ไปประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ คนได้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะพูดเรื่องนี้นิดหนึ่ง สังเกตได้อย่างหนึ่งก็คือเรื่องของวิทยาศาสตร์กับเรื่องของการศึกษาคล้าย ๆ กันเลย หลักการคล้าย ๆ กันเลยครับ เพราะว่าเราก็ตั้งคณะกรรมการอะไรสักอย่างขึ้นมาเพื่อที่ พยายามจะสางปัญหาที่สะสมมาเนิ่นนาน ซึ่งตรงนี้ผมเห็นด้วยนะครับไม่ใช่ไม่เห็นด้วย ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าต้องมีกรรมการแล้วก็ต้องทํางานกันระยะยาว มันไม่ใช่เปึนอะไรที่จะ

แก้กันวูบ ๆ วาบ ๆ เพียงแต่ว่าผมเปึนห่วง ใช้คําว่า เปึนห่วง แล้วกันนะครับ ว่าเดิมทีเราก็ พยายามสะสางปัญหานี้มาไม่รู้กี่ป้แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกผมรับประกันว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ แต่หลายต่อหลายอย่างที่ผมเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอเร่งด่วนที่ทางคณะกรรมาธิการ เสนอมาผมก็เห็นเหมือนอย่างที่ผมเจอมาหลายป้แล้วคล้าย ๆ กันนะครับ ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ระบบฐานข้อมูล ตั้งแต่ผมทํางานช่วยอาจารย์ผมวิจัยมาเมื่อ ๓๐ กว่าป้ก่อนจนถึง ปัจจุบัน ผมมั่นใจว่าผมให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานข้อมูลไม่ต่ํากว่า ๑๐ แห่ง ฐานข้อมูลพวกนั้น ไม่เคยกลับมาหาผมเลย หน้าที่ของผมก็คือเดี๋ยวก็จะมีฐานข้อมูลโน้นมาฐานข้อมูลนี้มา ผมก็ให้ข้อมูลไปแล้วก็หายต๋อม ๆ แล้วก็หายต๋อม นาน ๆ ทีอาจจะมีเรียกประชุมสักทีแล้วก็ หายต๋อม คือฐานข้อมูลมันก็คงจะดีครับ เพียงแต่ว่าถ้าเกิดตราบใดที่เราคิดว่าฐานข้อมูล มันก็เปึนฐานข้อ มูลมันก็จบอยู่แค่นั้น หรือแม้กระทั่งสถาบัน ผมยกตัวอย่างเรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพก็แล้วกันครับ เพราะเปึนเรื่องที่ผมถนัดแล้วก็ทาง คณะกรรมาธิการก็นําเสนอขึ้นมา ยกเปึนวาระแห่งชาติ ยกเปึนสถาบันวิจัยชั้นสูง ด้านความหลากหลายทางวิชาภาพ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็พูดตามตรงว่าสถาบันชั้นสูงก็มี องค์กรด้านความหลากหลายทางชีวภาพก็มีอยู่ องค์กรมหาชน เรื่องอื่น ๆ อีกมากก็มีนะครับ การศึกษาด้านนี้ก็มีมหาศาล แต่ผมขอยกตัวอย่างอย่างที่ผมเจอนี่ครับ ผมสงสัยมานานแล้ว ว่าข้อมูลการศึกษาที่มีมหาศาลทําโน่นทํานี่มานี่มันเอาไปทําอ ะไร ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องที่ผมทําอย่างวาฬบลูดาอย่างนี้แล้วก็สัตว์ต่าง ๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าฐานของมันก็มาจาก ความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ตอนจบก็คือว่าเราต้องการสงวนเขา ต้องการคุ้มครองเขา ต้องการใช้เขาให้เปึนประโยชน์ระยะยาวมันไม่เคยเกิดเลย ประเทศไทย ๕๕ ป้ไม่เคยมี สัตว์สงวนตัวใหม่เลย ๑๕ ตัวตั้งแต่เราท่องจํากันได้ ๕๕ ป้นะครับ วาฬบลูดาจะเปึนตัวแรก ในรอบ ๕๕ ป้ ทั้งที่ประเทศไทย ๕๕ ป้มีการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาตลอด ศึกษาตั้งแต่เต่า ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ลังเหลืออยู่ ๔ ลัง เต่ามะเฟ๋องก็ยังศึกษากันอยู่ ผมว่า มันมีปัญหาตรงนี้ครับ

ถ้าเกิดคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นต้องไปจัดการกับปัญหาที่แท้จริง ผมมั่นใจว่าประเทศไทย ไม่ได้ทุนการศึกษาวิจัยน้อยเกินไป ผมคิดว่าอาจจะน้อย แต่มันไปที่น้อยอยู่แล้วมันไปไหน ก็ไม่ทราบ นั่นข้อแรก ข้อที่ ๒ ข้อมูลที่เรามีมีสูงเปึนหิ้ง ๆ ไม่รู้กี่หิ้ง ฐานข้อมูลมีไม่รู้กี่ฐาน แต่มันไม่ได้เกิดประโยชน์ นั่นคือข้อที่ ๒ เพราะฉะนั้นจุดที่สําคัญที่สุดก็คือก่อให้เกิดประโยชน์ จากการศึกษาวิจัยของเรานําสิ่งที่เราศึกษาวิจัยเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์นั่น แหละคือพอยต์ (Point) ที่สําคัญที่สุดของการนําวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มันเกิดการขับเคลื่อนประเทศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการอนุรักษ์หรือเรื่องของการพัฒนา จนถึงปัจจุบันเวลาจะมีการพัฒนา พื้นที่แต่ละแห่ง ท่านลองไปดูอีไอเอ (EIA) สิครับไม่ว่าจะเปึนที่ไหนก็ตามเหมือนกันหมด ข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพนี่ผมท่องมาตั้ง ป. ๖ แล้วกระมังครับ มันก็เปึนข้อมูลเดิม ทั้งที่ส่วนตัวเองผมก็รู้ว่ามันมีข้อมูลศึกษาอีกมากมาย แต่มันกระเด็นกระดอนไปหมด เสร็จแล้วก็ก่อให้เกิดปัญหา แล้วก็มานั่งถามกันว่ามันรบกวนความหลากหลายหรือเปล่า มีปัญหากับชุมชนหรือเปล่า ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าข้อมูลต่าง ๆ ของเราไม่สามารถจะเข้าถึง ไม่สามารถจะนําไปใช้ประโยชน์ได้จริงจัง เพราะฉะนั้นตรงนั้นมันเปึนจุดที่ล่อแหลมมาก การตั้งองค์กรใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อทําอย่างเดิม ทําอะไร เรียกประชุม หน้าก็หน้าเดิม ๆ พูดก็พูดกัน เรื่องเดิม ๆ แล้วกลับไปเหมือนเดิม มันไม่ใช่เปึนการปฏิรูปในความคิดของผม การปฏิรูป มันต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจนว่าศึกษาวิจัยไปแค่นี้เกิดผลแค่นี้อย่างไรก็ตามต้องมีให้ชัดเจน ตรงนั้นผมว่าถึงกลับมาที่ตัวอย่างที่ผมศึกษา ๕๕ ป้ เต่าตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ลัง เหลือ ๔ ลัง ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นในแง่ของการคุ้มครอง แล้วมันจะทําความหลากหลายทางชีวภาพกันไปทําไม นี่เปึนตัวอย่างเดียวยังมีตัวอย่างอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมฝากความหวัง ไว้อย่างยิ่งกับ ท่านกรรมาธิการ เวลามันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็คงจะไม่มีโอกาสพูด ทางด้านการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ขออันนี้ให้ได้เถอะครับมันชัดเจนมากว่า วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ที่เราทุ่มเททั้งเงินทั้งกําลังกายทั้งกําลังใจมานี่มันได้เอาไปใช้ นักวิทยาศาสตร์ไม่ต้องการงบงานวิจัยเพิ่ม เติมมากมายมหาศาล นักวิทยาศาสตร์ต้องการ ให้งานที่ตัวเองทํานั้นไม่รู้กี่ป้ ๆ ได้เห็นผลในเชิงปฏิบัติ ผมฝากไว้แค่นี้ครับ