รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอได้โปรดใช้เวลา ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์ กับประชาชน ท่านแรก ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวสวนยางทั้งหลายจังหวัด ไม่ว่าทางภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ ปัญหาในขณะนี้โดยเฉพาะภาคเหนือยางพาราราคาตกต่ำมากทั้ง ๆ ที่ เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ นั้นราคายางถ้วยอยู่ที่ ๒๘ บาท เมื่อวานนี้ราคายางลงเหลือแค่ ๑๕ บาท เป็นยางก้อนถ้วยได้รับความลำบากมากมาย เขาก็แจ้งมายังผมให้มากราบเรียน ท่านประธานกรุณาได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้เร่งรัดในการแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น รับหน้าที่มาแจ้งให้ท่านประธานหวังว่าเรื่องนี้จะถึงรัฐบาลโดยเร็วที่สุด
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ต้องถึงกระทรวงอุตสาหกรรม ปัญหาเกิดขึ้นที่บ้านสะแล่ง ตำบลเชียงแรง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ปรากฏว่ามีบริษัท จะไปสร้างโรงงานทำยางขนาดใหญ่ในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน ปรากฏว่ามีท่านรองผู้ว่าไปเป็น ประธานในการทำประชาคมไม่ผ่าน แต่แปลกใจปรากฏว่าอธิบดีกรมอุตสาหกรรมเซ็นหนังสือ ให้ตั้งโรงงานได้ทั้ง ๆ ที่ไม่ผ่านการประชาคม ผมก็แปลกใจว่าอะไรทำให้ท่านเปลี่ยนใจได้ ขนาดนั้น ขณะนี้ประชาชนอยู่ด้วยความหวั่นวิตกว่าจะสร้างมลภาวะและมีกลิ่นเหม็นไปถึง พี่น้องประชาชน ก็ย้ำผมมาหลายครั้งหลายหนว่าช่วยพูดให้หน่อย แต่ปิดสภามาเดือนเศษ ๆ ก็ไม่มีโอกาสได้นำมาบอก แต่วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดีฝากท่านประธานช่วยทำหนังสือ เพื่อให้มีการแก้ไขและตรวจสอบโดยด่วนว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรไปเปลี่ยนใจท่านอธิบดี ถึงทำได้ขนาดนั้น กราบขอบคุณอย่างสูงครับ
ต่อไป แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานี ในวันนี้ดิฉันหารือเรื่องของปัญหาประปาหมู่บ้าน ในหลายตำบลของอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ขอสไลด์ (Slide) แรกค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ตำบลปูยุด อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยท่านอิหม่ามต่วนบูคอรี โตะกูบาฮา และนายก อบต. นายแวอับดุลเราะห์มาน โตะอาดัม ลงดูแท็งก์น้ำประปาที่สร้างมาเมื่อหลาย ๑๐ ปีที่แล้ว สไลด์ (Slide) ถัดไป จุดที่ ๒ อบต. ปะกาฮะรัง รองนายกมามะรูสดี อูมาร์ และเลขาอุสมาน มะดีเย๊าะ หมู่ ๗ มีปัญหาน้ำประปา ไม่เพียงพอกับจำนวนครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น สไลด์ (Slide) ถัดไป จุดที่ ๓ โรงเรียนบ้านตันหยงลุโละ ผอ. นายแวอาซีซะห์ หวังแอ และนายกอีลียะห์ ลาเตะ สอดคล้องกันคือปัญหาเรื่องน้ำ เป็นเรื่องเร่งด่วนโดยเฉพาะเด็กนักเรียนและคุณครูรวม ๔๓๔ คน บางวันเด็ก ๆ ต้องกลับบ้าน เพื่อที่จะเข้าห้องน้ำแล้วก็เอาน้ำละหมาด ท่านประธานที่เคารพคะ อันนี้เป็นเพียง ๓ ตำบล ที่สะท้อนปัญหามา หลายที่พร้อมบริจาคที่ดินเพื่อสร้างระบบน้ำประปาในตำบล ดิฉัน ได้ประสานการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสายบุรี ผู้จัดการคมสิทธิ์ บริบูรณ์ ก็ได้ให้ ข้อเสนอแนะในหลายรูปแบบ แต่งบประมาณท้องถิ่นไม่เพียงพอ ได้ของบประมาณ ผ่านจังหวัด กลุ่มจังหวัด ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยากที่จะได้ และทราบว่าล่าสุด ๑๐ ตุลาคมที่ผ่านมากรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้หรือ กพต. ได้สรุปข้อสั่งการเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้พร้อมกับงบประมาณ ดิฉันขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานไปยังประธาน กพต. ได้ติดตามถึงแนวทางการจัดการแก้ปัญหาน้ำประปาควรดูทั้งระบบ รวมทั้งโครงสร้าง พื้นฐานที่เพียงพอต่อการจัดสรรน้ำที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด ขอบคุณค่ะ
คุณนิรมิต สุจารี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนําความเดือดร้อนของประชาชนกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ
เรื่องที่ ๑ ขอความอนุเคราะห์ติดตั้งปัายจราจรและไฟส่องสว่างบนถนน ทางหลวง ๒๐๔๔ ร้อยเอ็ด-โพนทอง ซึ่งตรงบริเวณสี่แยกบ้านคําผักกูด ตําบลโพธิ์ศรีสว่าง อําเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด จะเกิดอุบัติเหตุรถชนกันอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากว่าเปึน ถนนโค้งขึ้นเนิน ขาดปัายสัญญาณจราจร แล้วก็ขาดไฟส่องสว่าง จึงขอความกรุณาท่านประธาน ส่งเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม แขวงการทางร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน
เรื่องที่ ๒ ขอกราบเรียนต่อท่านประธาน ขอให้ซ่อมปรับปรุงไฟส่องสว่าง บนถนนทางหลวง ๒๑๓๖ อําเภอหนองพอก อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร บริเวณ หน้าศูนย์ปัองกันรักษาป์าดงมะอี่ ตลาดสดอําเภอหนองพอก ซึ่งไฟฟัาส่องสว่างดับมาเปึน เวลานาน ทําให้ประชาชนที่สัญจรไปมาไม่ได้รับความสะดวกสบาย
เรื่องที่ ๓ ผลจากพายุโนรูทําให้ถนนเส้นทางระหว่างบ้านปลาโด ตําบลหนองพอก ไปยังบ้านโนนสะอาด ตําบลบึงงาม อําเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ทําให้ประชาชนสัญจรไปมาลําบาก ขอให้ท่านได้โปรดส่งเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยเอ็ด หรือสํานักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ชาวบ้านดงบัง ตําบลหนองคู อําเภอเมือง จังหวัดยโสธร ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ชาวบ้านขอยูเทิร์น (U-turn) มา เดี๋ยวนี้กําลังทําอยู่ คิดว่าจะสําเร็จอีกไม่เกิน ๒๐ วัน ชาวบ้านขอขอบคุณมา ผู้ให้ข่าวมาก็คือนายนาดี หอมหวน แล้วก็ครูสมาน ชูวงศ์ ถึงแม้ว่า จะมีอุบัติเหตุเพิ่งส่งสการไปเมื่อวานนี้ ที่ตรงนี้แหละมีอุบัติเหตุทําให้เสียชีวิตไป ๑ ศพ แต่ว่าชาวบ้านก็ยินดี เพราะว่ายูเทิร์น (U-turn) ไม่ได้ไกลจากหมู่บ้าน
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนเปึนหลุมเปึนบ่อที่ซอยลําลูกกา ๑๗ รังสิต-ลําลูกกา ซอยที่ ๑๗ เปึนหลุมเปึนบ่อลึกมาก ทางเข้าหมู่บ้านแอร์วิลล่าและหมู่บ้านสัมพันธ์วิลล่า มีหลังคาบ้านที่อยู่แถว ๆ นั้น ๑,๕๐๐ หลัง แต่ถนนเปึนหลุมเปึนบ่อแย่มาก ผู้รับผิดชอบก็คือ เทศบาลลําสามแก้วและเทศบาลคูคต ผู้ร้องก็คือนายพลพัฒน์ หอมแม้น
เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องถนนใน อบต. เมืองพล อําเภอพล จังหวัดขอนแก่น ที่หมู่บ้านตําแย หมู่ ๒ บ้านทับบา หมู่ ๓ บ้านหันใหญ่ หมู่ ๗ แล้วก็บ้านโนนเหม่น หมู่ ๖ และหมู่ ๑๐ บ้านโนนเหลื่อม อันนี้ถนนเปึนหลุมเปึนบ่อ ชาวบ้านไปมาลําบาก โดยเฉพาะ ออกมาตอนกลางคืนนี้ลําบากมาก คนที่รับผิดชอบก็คือ อบจ. ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณคุณากร ปรีชาชนะชัย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้นําปัญหาความเดือดร้อนมาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากนายสง่า เจริญยิ่ง นายกองค์การบริหาร ส่วนตําบลจอมพระ และนายสมบูรณ์ เพ่งพิศ กํานันตําบลจอมพระ ถึงความเดือดร้อน ในเรื่องคมนาคมที่พี่น้องสัญจรไปมาและได้รับอันตรายและเกิดอุบัติเหตุบ่อย บริเวณฝายน้ําล้น ถนนบ้านปะ บ้านโคกสะอาด ตําบลจอมพระ อําเภอจอมพระ จึงอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดําเนินการในการจัดทําทางข้ามสัญจรระหว่างหมู่บ้าน พร้อมกับก่อสร้างอาคารบังคับน้ําเพื่อใช้ในการกักเก็บน้ําในการอุปโภคบริโภคเปึนการ แก้ปัญหาทั้งด้านคมนาคมและเรื่องน้ําไปพร้อมกันครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่กิจ สุขแสวง ผู้ใหญ่บ้านตากวนน้อย ตําบลลุ่มระวี เนื่องจากฝ์ายที่กักเก็บน้ําบ้านตากวนน้อยสร้างมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ ชํารุด ทรุดโทรม ประตูเหล็กผุกร่อน รวมถึงแหล่งกักเก็บน้ําด้านหน้าตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ํา ในการอุปโภคบริโภคได้ อีกทั้งยังเปึนแหล่งที่ผลิตน้ําดิบ น้ําประปาทั้ง ๓ หมู่บ้าน ไม่ว่า จะเปึนบ้านตากวน บ้านตากวนน้อย และบ้านร่มทอง มีพี่น้องประชาชนอยู่ ๑,๗๙๓ คน จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งในการซ่อมแซม แล้วก็ขุดลอก ให้แก่พี่น้องประชาชนทั้ง ๓ หมู่บ้านครับ
เรื่องสุดท้าย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสมชาย ก้านอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านกอก ตําบลลุ่มระวี หมู่บ้านนี้มีลําน้ําผ่าน ๓ สาย ลําห้วยบัว ลําห้วยอาโปง และลําห้วยระวี แต่ถึง ฤดูแล้งก็ยังขาดแคลนน้ํา จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล ในเรื่องการจัดสร้างอาคารบังคับน้ําในการอุปโภคบริโภคให้แก่พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
คุณศาสตรา ศรีปาน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิก ทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องมาหารือกับประธานครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเมื่อประมาณสัก ๑ ป้ที่ผ่านมา ผมได้หารือในสภาแห่งนี้ ให้สร้างถนนเลียบคลอง ร.๔ ตําบลคลองแห อําเภอหาดใหญ่ กรมชลประทานก็ได้เข้ามา จัดสรรงบประมาณอะไรต่าง ๆ แล้วก็ทําถนนให้กับชาวบ้านเรียบร้อย ทีนี้ผ่านไปไม่ถึง ๑ ป้ ชาวบ้านน้ําตาไหล ถามว่าซึ้งหรือ เปล่าครับ ร้องไห้เสียใจ เพราะว่าไม่ถึง ๑ ป้ถนนเส้นนี้ พังแล้ว ช่วยเป่ดดู
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
นี่พังแล้ว เนื่องจากผมเข้าไปดูสุดท้ายก็คือ มีรถขนาดใหญ่น้ําหนักเกินวิ่งไปมาเยอะ สิ่งแรกเลยที่ชาวบ้านอยากจะให้เราทําตอนนี้ก็คือ ให้มาซ่อมแซมก่อน แล้วก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝากจัดการเรื่องนี้ให้กับชาวบ้านด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมามีโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ทั่วประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ก็เปึนโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งอยู่ภายใต้ การดูแลของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. วันนี้พวกเขา
ก็ลําบาก ผมก็เห็นใจ จึงอยากให้ทางภาครัฐดึงโรงเรียนเหล่านี้มามีส่วนร่วม จ้างโรงเรียน ให้มาอบรมสร้างงานเสริมทักษะที่ภาครัฐได้จัดทําขึ้นให้กับพี่น้องประชาชน โรงเรียนเหล่านี้ จะได้มีรายได้
อีกเรื่องหนึ่ง มีโพรเจกต์ (Project) ชื่อว่าคลองเตยลิงค์ในเขตเทศบาลนคร หาดใหญ่ ผมเคยนําเสนอผ่านสภาแห่งนี้ ซึ่งเราขาดงบประมาณในการเขียนแบบ วันนี้ต้อง ขอขอบคุณกรมโยธาธิการและผังเมืองที่จัดสรรงบประมาณวันนี้แบบเริ่มสร้างแล้ว แล้วก็ ฝากติดตาม ถ้าโครงการนี้เสร็จก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจดึงนักท่องเที่ยวกระจายรายได้ให้กับ พี่น้องชาวหาดใหญ่ทุกคน ขอบพระคุณครับ
คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง วันนี้ขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ ไฟฟัา ถนนในพื้นที่ตําบลเสาหิน อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๕-๒๖ ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้องประชาชน ตําบลเสาหินมีทั้งหมด ๖ หมู่บ้าน เปึนตําบลที่ติดกับชายแดนพม่า ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูเรื่องโรงพัก ขอสไลด์ (Slide) นิดหนึ่งครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
ตําบลเสาหินมีความสําคัญมาก ในอดีต โรงพักที่นี่ก่อสร้างเมื่อป้ ๒๔๗๐ วันนี้สถานภาพของโรงพักนี้ อันนี้หลังเก่า แล้วก็ไปดู ที่ถนนของพี่น้องประชาชนตรงนี้ระยะทาง ๙๘ กิโลเมตร ผมเดินทางจากแม่สะเรียงไปถึง ตําบลเสาหินใช้เวลา ๕ ชั่วโมง ต้องผ่านแม่น้ํา เพราะฉะนั้นคือในช่วงฤดูฝนพี่น้องประชาชน ไม่มีทางที่จะออกเดินทางประสานงานติดต่อได้
ปัญหาสําคัญอีกเรื่องคือเรื่องของการสื่อสาร การสื่อสารเมื่อก่อนพี่น้อง บอกว่าที่ติดต่อได้ใช้สัญญาณโทรศัพท์ของประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่มันมีการสู้รบในพื้นที่ ก็มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนท่านประธานไปยังอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช ก็คือที่เรียนอธิบดี เพราะว่าไม่ว่าหน่วยงานไหนไม่ว่าจะเปึนองค์การโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเปึนกรมทางหลวงชนบท ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของไฟฟัาอย่างไรก็ต้องขออนุญาตท่านต้องผ่านท่านอยู่ดี เพราะฉะนั้น อยากจะขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืชว่า ขอให้เปึนเจ้าภาพในการดึงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน เร่งด่วนที่สุด ก็คือเรื่องของสัญญาณโทรศัพท์ครับ ส่วนเรื่องอื่นไม่ว่าจะเปึนถนนและไฟฟัาอยากจะเรียน ท่านอธิบดีในฐานะที่เปึนเจ้าของพื้นที่ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาของ พี่น้องตําบลเสาหิน อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
กราบสวัสดีครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของชาวบ้านครับ
เรื่องที่ ๑ ถนนสายบ้านซับตะเคียน ถนนเลียบคลองอ่างเก็บน้ําซับตะเคียน ตําบลเขาแหลม ตําบลม่วงค่อมที่ติดกัน จากสามแยกเข้าไปถึงอ่างเก็บน้ําระยะทางประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร มีคนสัญจรมากมาย แต่ทางสภาพทรุดโทรมเปึนอย่างมากเพราะว่าก่อสร้างมา ตกประมาณ ๑๔ ป้แล้ว ไม่มีหน่วยงานที่ไปดูแล ขอให้กรมชลประทานที่เปึนเจ้าของพื้นที่ ช่วยดูแลจัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซมให้เปึนที่เรียบร้อย
เรื่องที่ ๒ ไฟส่องแสงสว่างบนทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๓ ตั้งแต่ กม. ๐ ถึง กม. ๑ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร และ กม. ๔ ถึง กม. ๕ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร บ้านบัวชุม ตําบลบัวชุม อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เปึนทางที่มืดมาก แล้วก็อยากจะให้มีไฟ แสงสว่างเพื่อให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัยด้วย
เรื่องที่ ๓ ก็ไฟแสงสว่างเช่นเดียวกัน บนถนนสาย ๒๐๘๙ จากเดิมประมาณ ๑ กิโลเมตร จากโรงเรียนบ้านเนินทองช่วง กม. ๔๔ บวก ๘๐๐ หมู่ ๖ ตําบลแก่งผักกูด อําเภอท่าหลวง ระยะทาง ๑ กิโลเมตร ขอไฟแสงสว่างด้วยครับ
เรื่องที่ ๔ คือไฟส่องแสงสว่างทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ จาก กม. ๔๗ ถึง บ้านตลาดหงส์ไทย ๒๐๕ คือม่วงค่อม เปึนทาง ๔ เลน (Lane) จากจังหวัดลพบุรีมาและ เปึนทางที่มืดมาก มีรถสัญจรมากแต่ขณะนี้ไฟแสงสว่างไม่มี หน้าโรงพักตําบลม่วงค่อม ก็ขออนุญาตขอไฟแสงสว่างด้วย กราบขอบพระคุณครับ
พีระเพชร ศิริกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ขอหารือท่านประธานถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เกษตรกร ผู้นําท้องที่ ผู้นําท้องถิ่นผ่านไปยังผู้มีอํานาจ ดําเนินการ ดังนี้
เรื่องที่ ๑ การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ปรับปรุงซ่อมแซมถนนเชื่อม หมู่บ้าน ตําบล บ้านดานเม็ก ตําบลสําราญ อําเภอสามชัย บ้านดงสวนพัฒนา ตําบลนาทัน อําเภอคําม่วง ขอให้กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เร่ง ดําเนินการด้วย เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมาก เรื่องนี้ผ่านมาแล้ว ๓ ป้ครับ
เรื่องที่ ๒ การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือถนนลาดยาง บ้านเก่าเดื่อ- ภูพานทอง ภูพานทอง-บ้านโพนแพง ในแผนงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมีแล้ว ตอนนี้ชาวบ้านกําลังเดือดร้อนและกําลังถกเถียงกันมาก ขอให้ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ อบจ. ได้เร่งดําเนินการโดยเร่งด่วนด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ การขยายเขตไฟฟัาเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อการเกษตรของพี่น้อง ประชาชน บ้านบอน หมู่ที่ ๖ บ้านหนองบัวโดน บ้านหนองป์าอ้อย ตําบลลําห้วยหลัว อําเภอสมเด็จ ขยายเขตไฟฟัาเพื่อที่อยู่อาศัย การเกษตร บ้านในตําบลคําสร้างเที่ยง อําเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูลเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ที่การไฟฟัาส่วนภูมิภาค อําเภอสมเด็จแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรู้ไหมว่าถนนสู่นา ไฟฟัาสู่ไร่ มีน้ําใช้เพื่อ การเกษตร ชลประทานระบบท่อ ขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงโคทั่วหน้าเปึนเรื่องสําคัญที่พี่น้อง ประชาชนจะพลิกผันตัวเองขึ้นมาอยู่ดีกินดีด้วย แล้วก็ขอทวงถามเรื่องการเพิ่มกําลังไฟฟัา เข้าสู่วัดป์ารังสีปาลิวัน เทศบาลโพน อําเภอคําม่วงด้วยน การดําเนินการสูบน้ําด้วยพลังไฟฟัา เขื่อนลําปาว ขึ้นสู่ภูสิงห์ สูบน้ําจากเขื่อนลําพันชาดขึ้นสู่บ้านดานเม็ก อําเภอสามชัย และสุดท้ายขอกราบขอบพระคุณท่านเจ้ากระทรวง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิบดี ท่านรองอธิบดีกรมทางหลวง ท่าน ผอ. ดวงตาจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่กรุณาจัดสรร งบประมาณขยายช่องทางจราจรจาก ๒ ช่องทางจราจร เปึน ๔ ช่องทางจราจร ถนนสายปากทาง สร้างเสี้ยว ถนนสายสมเด็จ ซึ่งขอมาแล้วเปึนระยะเวลา ๔-๕ ป้ เพิ่งจะได้วันนี้ และขอความ กรุณาได้จัดสรรเปึนงบประมาณต่อเนื่องด้วย และในส่วนของอําเภอสามชัยนั้นหวังว่าคงจะ รีบส่งงบประมาณลงไปดําเนินการ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงที่กรุณา ขอบคุณครับ
คุณนัทธี ถิ่นสาคู ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นัทธี ถิ่นสาคู พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดภูเก็ต สืบเนื่องจากกรณีน้ําท่วมหนักที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา นอกจากส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวภูเก็ตเองแล้ว ยังส่งผลกระทบ ต่อภาพรวมด้านเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเปึนแหล่ง เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ภัยธรรมชาติทําให้ถนนตัดขาด ไหล่ทาง ทรุดตัวทับถมเส้นทางที่สัญจรไม่ได้เปึนสิบ ๆ จุด ภาวะด้านการท่องเที่ยวมีผลกระทบ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเปึนภัยธรรมชาติที่ห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่สามารถปัองกัน ไม่ให้เกิดความเสียหายเหมือนกับที่ผ่านมาได้ นั่นก็คือต้องฟุ๋นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ เสียหายแล้ว และปัองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องการปัองกันการสไลด์ (Slide) ของดินตามไหล่เขาในเขตทางหลวง ต้องขอขอบคุณท่าน ผอ. แขวงทางหลวงภูเก็ต ท่านยุทธนา พิทักษ์ ซึ่งได้สํารวจออกแบบในการฟุ๋นฟูได้อย่างครบถ้วนรวดเร็ว โดยขอใช้ งบกลางรายการเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนเร่งด่วน ซึ่งได้ส่งผลให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบแล้ว แต่ก็เกรงว่าจะล่าช้า ผมเองจึงจําเปึนต้องแจ้งผ่านสภานี้เพื่อเร่งรัดไว้อีก ทางหนึ่ง หากคิดว่านี่คือภาระของรัฐบาล ติดขัดเรื่องงบประมาณชาวภูเก็ตขอยืมก่อนก็ได้
แล้วก็รับรองว่าสิ้นสุดฤดูการท่องเที่ยวป้นี้ คนภูเก็ตจะชําระภาษีแล้วก็จ่ายคืนให้ครบถ้วน อย่างแน่นอน หากขอก็ไม่ได้ ยืมก็ไม่ให้ ผมก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลนี้คิดอย่างไรกับอนาคตของคน ภูเก็ต ฝากผ่านสภานี้ไปยังรัฐบาลด้วย ขอบคุณครับ
นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดมหาสารคาม ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ปัญหาการกัดเซาะและพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ําชี ในพื้นที่ จังหวัดมหาสารคาม ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตําบลท่าสองคอน ตําบลเกิ้ง ตําบลลาดพัฒนา เรื่องการกัดเซาะและพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ําชี จากภาพ ซึ่งนอกจากประชาชนในพื้นที่นี้แล้วก็จะมีประชาชนในบ้านวังยาว บ้านโนนสมบูรณ์ บ้านโนนตูม บ้านโขงกุดหวาย บ้านโนนสวรรค์ ตําบลเกิ้ง บ้านบ่อน้อย ตําบลท่าสองคอน บ้านท่าค้อ ตําบลลาดพัฒนา ซึ่งในป้นี้นอกจากมีการกัดเซาะตลิ่งแล้วยังมีน้ําท่วมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยได้นําแผนเข้าแผนและอนุมัติ งบประมาณต่อไป
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาแหล่งน้ํากุดชีใหญ่ ตําบลเกิ้ง อําเภอเมืองมหาสารคาม ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านดินดําทั้ง ๒ แห่ง ตําบลเกิ้ง ปัญหาแหล่งน้ําธรรมชาติ กุดชีใหญ่ของหมู่บ้าน ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม มีเนื้อที่ ๑๕๗ ไร่ ไม่สามารถรองรับและกักเก็บน้ําได้ ในช่วงหน้าแล้งก็จะมีปัญหาเรื่องไม่มีน้ํา ในช่วงหน้าฝนก็จะมีปัญหาเรื่องน้ําท่วม จึงอยากให้ ทางกรมทรัพยากรน้ําได้ศึกษาออกแบบเพื่อจะให้เปึนแก้มลิง แก้ปัญหาน้ําท่วมทุ่งนาเลา บ้านเฮือนเฮาและบ้านดินดํา และเก็บน้ําไว้ใช้ทําเกษตรกรรมในช่วงหน้าแล้งต่อไป จึงขอให้ กรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ศึกษาออกแบบ แล้วก็ สนับสนุนงบประมาณต่อไป ขอบคุณครับ
คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องผู้ประกอบการเรือประมงชายฝัืง ประมงพื้นบ้าน ที่อําเภอเกาะลันตา อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดระเบียบการจอดเรือของ พี่น้องประมงชายฝัืงที่ตําบลศาลาด่าน ตําบลเกาะลันตาใหญ่ ในบริเวณท่าเรือต่าง ๆ เช่น หาดคลองโขง หาดพระแอะ หาดคลองโตบ ในหมู่ที่ ๘ หาดทรายแตก หมู่ที่ ๒ และโดยเฉพาะ หมู่ที่ ๕ ตําบลเกาะลันตาใหญ่ ท่าเรือคลองหิน พี่น้องชาวประมงชายฝัืงมีปัญหาในเรื่อง การจอดเรือมาก ซึ่ง ณ วันนี้ไปจอดเรือที่หาดบากันเตียงก็ได้รับความทุกข์ร้อน ซึ่งไปกระทบ กับบังกะโลของพี่น้องที่ประกอบธุรกิจในเรื่องของการท่องเที่ยวด้วย
เรื่องที่ ๒ พี่น้องเกษตรกรได้ร้องเรียนว่าในขณะนี้ปาล์มน้ํามันราคาตกต่ํามาก แล้วก็ปาล์มทะลายโดยเฉพาะที่จังหวัดกระบี่สูญหายมากที่สุด ก็ขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดได้ไป ดูแลในพื้นที่ ในขณะเดียวกันปุิยราคาแพงก็ต้องฝากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร ได้ลดต้นทุนในเรื่องของการแก้ปัญหาภาคการเกษตร
เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องที่พูดกันหลายรอบในการหารือ ก็คือท่าเทียบเรือ เพื่อการท่องเที่ยวเกาะพีพี ได้มีการถ่ายโอนให้ อบต. อ่าวพระนางไปบริหารจัดการ แต่ อบต. ไม่สามารถดําเนินการได้ จึงขอเปลี่ยนจากท่าเรือเพื่อเชิงพาณิชย์มาเปึนท่าเรือเพื่อสาธารณะ ขอให้กรมธนารักษ์ได้ดําเนินการต่อไปด้วยนะครับ
เรื่องสุดท้าย ในเรื่องของป์าชุมชนจังหวัดกระบี่ ๖๙ ป์า ขาดงบประมาณ ในการดําเนินการบํารุงและพัฒนา เพื่อป์าชุมชน เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อรักษาแหล่งต้นน้ํา กําเนิดน้ํา เพื่อปัองกันการบุกรุกป์า ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบพระคุณมากครับ
คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล จังหวัด มุกดาหารคือบ้านเกิด กระผมได้รับการประสานงานจากนายวุฒิพงษ์ มีบุญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล เขต ๔ จังหวัดนครพนม พร้อมชาวบ้าน บ้านคลองเจริญ หมู่ที่ ๑๐ ตําบล พิมาน อําเภอนาแก จังหวัดนครพนม กรณีที่ชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิในที่ทํามาหากินมา
ตั้งแต่หลายรุ่นแล้ว ชั่วอายุคน แล้วทางอุทยานก็ยังมาประกาศเขตทับที่ชาวบ้านด้วย อีกกรณีหนึ่งคือเขาเช่าที่แล้ว จํานวน ๘ ไร่ แต่ได้ทํากินจริง ๆ คือ๓ ไร่ อันนี้เช่าจากหน่วยงาน ภาครัฐ
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องติดตามที่ผมได้ส่งเอกสารหารือท่านประธาน เมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมา กรณีการศึกษาอ่างเก็บน้ําลําน้ําห้วยน้ําโสม จังหวัดอุดรธานี อันนี้คุณวรวุฒิ โพธิ์พรหมมา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตอุดรธานี น้ําโสม และพร้อมชาวบ้านร้องเรียนว่า การศึกษากรณีนี้ชาวบ้านเปึนห่วงว่าจะกระทบการดําเนินชีวิตของชาวบ้านที่อยู่เขาแถวนั้น และอําเภอน้ําโสม เขาไม่ต้องการที่จะมีอ่างเก็บน้ํา เขาอยากให้ยุติ
เรื่องต่อมา ก็คือการที่พี่น้องตําบลสามพร้าว จังหวัดอุดรธานี ที่ถูกหน่วยงาน ภายในพื้นที่ไล่ที่ออกจากพื้นที่ประมาณ ๑๕๐ ครอบครัว เพื่อจะยกที่ไปสร้างวิทยาลัย พยาบาลศาสตร์ สาขาวิทยาเขตอุดรธานี อันนี้ชาวบ้านไม่ได้ตั้งหลัก แล้วเขาก็เดือดร้อนมาก ไม่รู้จะไปที่ไหน ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ผมได้หารือและติดตามมาทั้ง ๓ เรื่อง ได้ฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีอํานาจได้เร่งรัดแก้ไขความเดือดร้อนของ ชาวบ้านด้วย อยากขอบคุณหน่วยงานชลประทานจังหวัดมุกดาหารและโยธาธิการ จังหวัดมุกดาหาร ที่มองเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ
คุณสมัคร ปัองวงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมัคร ปัองวงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ขออนุญาตนําเรียนหารือ ท่านประธาน ๑ เรื่อง จากการลงพื้นที่กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องอําเภอศรีเมืองใหม่ อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับเรื่องถนนหนทางที่ชํารุดทรุดโทรม ไม่ได้รับ การเหลียวแล แล้วก็ซ่อมแซมมาเปึนเวลานาน
ถนนเส้นนี้เปึนเส้นทางหลัก เลขที่ ทล. ๒๑๓๕ เริ่มต้นจากตําบลดอนใหญ่ อําเภอศรีเมืองใหม่ ไปสิ้นสุดที่ตําบลหนามแท่ง อําเภอศรีเมืองใหม่ ระยะทางประมาณ ๓๖ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ ถูกก่อสร้างขึ้นมาเปึนเวลา ๔๐ กว่าป้แล้ว ตั้งแต่ ป้ ๒๕๒๔ ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ยังไม่มีการ ซ่อมแซมบํารุงรักษา ซึ่งทําให้พี่น้องประชาชนที่คาบเกี่ยวอยู่ในจุดนั้นทั้ง ๒ อําเภอ ไม่ว่าจะเปึน อําเภอศรีเมืองใหม่ อําเภอโขงเจียม ได้รับความลําบากเปึนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเปึนการเดินทาง ไปมาหาสู่และแม้กระทั่งการขนส่งสินค้าภาคการเกษตร ทั้งข้าว มันสําปะหลัง ยางพารา หรือแม้กระทั่งเปึนศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเปึนสามพันโบก อุทยาน ผาแต้ม แม่น้ําสองสี แม้กระทั่งแหล่งวัฒนธรรม อย่างเช่น วัดภูพร้าว วัดถ้ําป์า ภูคะนิง นี่คือสิ่งที่เปึนสายเลือดของพี่น้องชาว ๒ อําเภอนี้ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย ได้โปรดดําเนินการสั่งการและให้ความอนุเคราะห์ในการบําบัดทุกข์บํารุงสุข พี่น้องประชาชนทั้ง ๓ อําเภอด้วย ขอบคุณครับ
คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อําเภอบาเจาะ อําเภอยี่งอ อําเภอรือเสาะ และอําเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ผมขอเรียน ปรึกษาหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องด้วยกันนะครับ
ประเด็นแรก ก็คืออยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึงกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ให้มีการทบทวนมาตรการเอกสารที่ใช้ประกอบในการออกบัตร คนพิการ กล่าวคือในการทําบัตรคนพิการต้องใช้เอกสารหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือเอกสาร ใบรับรองแพทย์ความเปึนคนพิการ คนพิการทางการได้ยิน คนพิการทางเสียงไม่มีปัญหา อะไร แต่คนพิการที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวทางร่างกายได้ ตอนนี้ผมได้รับแจ้งจากญาติเขาว่า ต้องขนย้ายญาติที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ไปโรงพยาบาลเพื่อต้องการใบรับรองแพทย์ มิฉะนั้นแล้วไม่สามารถทําบัตรคนพิการได้ ผมก็เลยอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ทบทวนมาตรการในการออกเอกสาร
ใบรับรองความพิการของผู้พิการทางร่างกายที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เช่น กรมการปกครอง เขามีการทําบัตรประจําตัวประชาชนเคลื่อนที่ เหล่านี้เปึนต้น
ประเด็นหารือเรื่องที่ ๒ ก็คือผมได้รับการร้องเรียนจาก อสม. ซึ่งถือว่า เปึนบุคคลที่เสียสละช่วงวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ถือว่าเปึนฮีโร (Hero) ผู้เสียสละให้กับ ประเทศ เขาเหล่านี้ตอนนี้เขาบอกว่าอุปกรณ์ในการทํางาน ไม่ว่าจะเปึนเครื่องชั่งน้ําหนัก เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดเบาหวาน ในแต่ละตําบลต้องเวียนกันใช้ บางตําบลมีหลาย หมู่บ้านต้องเวียนกันไปมาระหว่างหมู่บ้านเพราะอุปกรณ์ไม่ครบ ผมก็เลยอยากให้ ท่านประธานมีหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุขจัดหางบประมาณ หาอุปกรณ์เหล่านี้ให้กับ อสม. ที่เขายินดีเสียสละที่จะทํางานเพื่อพวกเรา
ประเด็นต่อมาสุดท้าย เรื่องสวัสดิการของ อสม. เช่นกัน เขาบอกว่าตอนนี้ เขาถูกตัดงบประมาณกรณีรักษาพยาบาลห้องพิเศษกับครอบครัวเขา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เขาต้องการให้ทบทวนกลับคืนมาซึ่งสิทธิให้ครอบครัวเขาได้รับสิทธิพิเศษในการักษาพยาบาล ห้องพิเศษด้วย ขอบคุณครับ
คุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้
เรื่องที่ ๑ พี่น้องเกษตรกรที่ทํานาขอให้ช่วยเร่งรัดเงินส่วนต่างให้ด้วย
เรื่องที่ ๒ กรณีที่น้ําท่วมที่นาซึ่งยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ข้าวถูกน้ําท่วม ขอให้ช่วย เยียวยาให้ด้วย
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากสะพานข้ามแม่น้ําลพบุรีบริเวณทางเข้าวัดโพธิ์ระหัต ตําบลบางขันหมาก อําเภอเมือง จากเดิมใช้เงินบริจาคของประชาชนในการก่อสร้าง หลายสิบป้มาแล้ว ปัจจุบันนี้ตอม่อชํารุดก็เกรงว่าสะพานนั้นจะหักลงมาเปึนอันตรายต่อการ สัญจรและสภาพเดิมที่ทําไว้นั้นแคบมาก จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยส่งช่างไปสํารวจ ออกแบบ แล้วก็จัดสรรงบประมาณให้ด้วย เพราะว่าทาง อบต. บางขันหมากนั้นไม่สามารถ ออกแบบเองได้แล้ว แล้วก็ไม่มีงบประมาณมากพอในการดําเนินการ
เรื่องที่ ๔ อบต. โคกลําพาน ตําบลโคกลําพาน อําเภอเมือง ได้รับความ เดือดร้อนจากบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ คือถมคลองระบายน้ํา ซึ่งใช้ในการ ทํานาและการเกษตร ทําให้พี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อน นายกนภาพร สมประสงค์ ได้ทําหนังสือแจ้งไปที่บริษัทแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการดําเนินการ จึงขอฝากท่านประธาน ถึงการรถไฟให้ช่วยดําเนินการให้ด้วย
เรื่องที่ ๕ โครงการก่อสร้างเขื่อนปัองกันริมตลิ่งในบริเวณวัดพุน้อย ตําบลชอนม่วง อําเภอบ้านหมี่ ปัจจุบันนี้งานล่าช้าไป ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีการรับเหมากันเปึนหลายช่วง ปัญหาคือชาวบ้านที่ไปทํางานนั้นยังไม่ได้รับค่าแรง แล้วการทํางานก็ไม่ตรงตามแบบ ทางผู้นํา และเจ้าอาวาสวัดพุน้อยก็ได้แจ้งมาให้ทราบ ขอฝากท่านประธานช่วยแจ้งไปยังที่กรมโยธาธิการ และผังเมืองให้ช่วยแก้ปัญหาให้ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงค่ะ
คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านประธาน เมื่อวาน ผมได้สดับรับฟังการเป์าแซกโซโฟน (Saxophone) ของท่านประธานก็ไพเราะมาก แต่เรื่องที่ ผมจะมานําเสนอวันนี้ไม่ค่อยไพเราะเท่าไร เพราะว่าเสียงของพี่น้องประชาชนบริเวณ แยกท่าพระ บริเวณถนนรัชดาตัดราชพฤกษ์ ใน ๖ เดือนต่อไปอาจจะไม่ไพเราะเท่าไร เพราะมีการสร้างท่อร้อยสายใต้ดินข้ามแยก ซึ่งจริง ๆ แล้วโครงการนี้ผมเชื่อว่าจริง ๆ ควรจะ ทําเสร็จพร้อม ๆ กับอุโมงค์ แต่ก็ด้วยเหตุผลบางประการทางการเมืองก็ต้องรีบเร่งให้เสร็จ แล้วสุดท้ายก็ต้องมาขุดถนนใหม่อีกที ตอนแรกออกข่าวมาคนตกใจมากว่าจะป่ด ๒๔ ชั่วโมง ตามเอกสาร แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ออกมาแก้ไขข่าวมาป่ดแต่ตอนกลางคืน ทีนี้ตอนกลางคืน
ก็อยากให้ไม่สร้างเสียงดังจนเกินไป จนรบกวนการเปึนอยู่ของประชาชนในบริเวณนั้น แล้วก็ อยากให้ทาง กทม. บูรณาการการสร้างถนนให้สร้างเสร็จทีเดียวไม่ใช่มาขุด ๆ อย่างนี้
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาการจราจรในซอยเจริญนคร ๑๔ ตอนเช้าผมเพิ่งได้รับ ร้องเรื่องเรียนมาล่าสุดเรื่องรถติดมาก ก็อยากให้เข้าไปจัดการการจราจร เพราะว่าบริเวณ ด้านในมีโรงเรียนนานาชาติอยู่ แล้วก็การจราจรติดขัดเปึนอย่างมาก สืบเนื่องจากเจริญนคร ตอนนี้ก็มีคอนโดมิเนียมใหม่มาอยู่เยอะ ห้างใหญ่มาอยู่เยอะ ก็กลายเปึนติดพัลวันไปหมด สร้างความเดือดร้อนอย่างยิ่ง พอสาย ๆ รถโล่งคนก็รู้สึกว่าได้ใจแต่ก่อนรถติด คราวนี้ก็ขับรถ กันเร็วเกินไป มีศพตายหลายศพแล้วครับ ป้หนึ่งเปึน ๑๐ ศพ ซอยเล็ก ๆ แค่นี้ เนื่องจากว่า มีรถจอดข้างทางเปึนจํานวนมาก แล้วก็ทางเปึนทางตรง ผมขอเรื่องในการทําตัวหนอน ไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ป้นี้ แล้วก็เดือนมิถุนายนทาง กทม. ก็มีหนังสือตอบรับมา ไม่แน่ใจว่ารออะไรอยู่ไม่สร้างสักที ชีวิตทุกคนมีค่าครับ อย่างไรขอฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการสร้างตัวหนอนโดยเร็ว ขอบคุณครับ
พันตํารวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายจินดา ชัยวงศ์ อดีตลูกจ้างประจํา โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ร้องเรียนแทนลูกจ้างประจําทั่วประเทศว่าขณะที่ เขาดํารงตําแหน่งลูกจ้างประจําก็ได้รับสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลโดยเบิกจ่ายตรงได้ แต่พอเกษียณไปแล้วกลับถูกตัดสิทธิ แล้วให้ใช้ไปสิทธิในการรักษาพยาบาล ๓๐ บาทแทน ซึ่งเห็นว่าไม่เปึนธรรม เพราะลูกจ้างเหล่านั้นขณะปฏิบัติหน้าที่ก็อุทิศตนเต็มกําลังความสามารถ ใช้เวลาทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาคนไข้ ดูแล อํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่มาโรงพยาบาลหรือในส่วนราชการอย่างเต็มที่ จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐบาลพิจารณาเพื่อเปึน ขวัญกําลังใจให้กับลูกจ้างประจําที่ยังไม่เกษียณและลูกจ้างที่เกษียณไปแล้วด้วยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ จากการที่ผมเคยหารือกับท่านประธานถึงปัญหาการจราจร ที่ติดขัดมากบริเวณถนนสุขุมวิท สี่แยกศาลายามาหลายครั้งแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้กระทรวง คมนาคมก็ได้มีการศึกษาถึงความเปึนไปได้ของโครงการ ซึ่งก็ผ่านการสอบถามความเห็นชอบ ของพี่น้องประชาชนแล้ว ซึ่งทุกฝ์ายก็มีความเห็นด้วย กระผมจึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการเร่งรัดโครงการนี้ เพื่อให้เกิดโดยเร็วนะครับ เพราะว่าถนนสุขุมวิทสายนี้เปึนถนนที่มีความสําคัญ ซึ่งมีการจราจรที่ติดขัดมาก โดยเฉพาะ ในฤดูการขนส่งผลไม้เงาะ ทุเรียน เหล่านี้เปึนต้น ซึ่งก็ตรงกับเทศกาลที่พี่น้องประชาชน ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงที่อําเภอเขาคิชฌกูฏด้วย แล้วก็เปึนเส้นทางในการขนส่ง สินค้าผ่านไปยังชายแดนที่สําคัญอย่างยิ่งของจังหวัดจันทบุรีและภาคตะวันออก แล้วก็ ต่างประเทศด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ อําเภอหัวหิน อําเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือความเดือดร้อนของชาวจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ เรียนผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ๓ เรื่องดังนี้นะครับ
เรื่องที่ ๑ รับแจ้งจากผู้ใช้รถใช้ถนนอําเภอหัวหิน อําเภอปราณบุรีว่า ถนนทางหลวงเลขที่ ๓๗ สายบายพาส (Bypass) เข้าสู่อําเภอปราณบุรีและเส้นเข้าสู่ ตัวเมืองหัวหิน อยากได้เปึนสัญญาณที่บอกเวลาเปึนวินาทีบริเวณไฟเขียวไฟแดงที่ยังไม่มี ทุกแยก เพื่อให้กะระยะรถวิ่งได้ถูกต้องและเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุก่อนที่จะถึงจุดแยก ขอให้ กรมทางหลวงดําเนินการแก้ไขเรื่องดังกล่าว
เรื่องที่ ๒ ชาวบ้านตําบลห้วยสัตว์ใหญ่ อําเภอหัวหิน ฝากแจ้งว่ากรมทางหลวง ชนบทจะทําการติดตั้งไฟแสงสว่างข้างทางถนนทางหลวงชนบท ๕๐๖๒ ช่วงเขาตายายไปถึง ตําบลห้วยสัตว์ใหญ่ แต่เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนและปัองกันช้างป์า ข้างทางที่จะถูกรถชนหรือมาทําร้ายประชาชน แต่รอการอนุมัติการใช้พื้นที่ป์าจากอุทยาน แห่งชาติแก่งกระจาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชซึ่งขอไปนานแล้ว จึงขอ ความกรุณาทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ช่วยเร่งพิจารณาคําขอดังกล่าว
เรื่องที่ ๓ รับแจ้งจากนายเกษม สุวรรณชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตําบล เขาจ้าว อําเภอปราณบุรี ได้ขออนุญาตการทําถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายทางช่วงฐานป์าไม้ โปร่งไผ่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อําเภอกุยบุรี เพื่อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่อุทยาน ปฏิบัติหน้าที่สะดวกปลอดภัย ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์ จึงขอความกรุณาจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ได้พิจารณาการขอใช้พื้นที่ดังกล่าว เรียนผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานงานเกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ
คุณสุชาติ อุสาหะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องหารือผ่าน ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน และ ท่านอธิบดีกรมชลประทาน เรื่องให้จัดงบประมาณเร่งรัดในเรื่องการปัองกันน้ําท่วมและแก้ไข ปัญหาน้ําแล้งของจังหวัดเพชรบุรีจํานวน ๖ โครงการ
โครงการที่ ๑ เปึนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพความจุการเก็บกักอ่างเก็บน้ํา ห้วยแม่ประจันต์ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ งบประมาณ ๘๓ ล้านบาท เพื่อเพิ่มความจุของ อ่างเก็บน้ํา
โครงการที่ ๒ เปึนโครงการปรับปรุงโครงการจัดหาน้ําเพื่อช่วยเหลือราษฎร ในพื้นที่ตําบลแก่งกระจานและตําบลวังจันทร์ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท เพื่อให้ราษฎรในตําบลมีน้ําใช้
โครงการที่ ๓ เปึนโครงการอาคารปัองกันตลิ่งลําห้วยแม่ประจันต์ บ้านท่าตะคร้อ ระยะที่ ๒ ความยาว ๒,๐๐๐ เมตร งบประมาณจํานวน ๑๐๐ ล้านบาทเพื่อบรรเทาอุทกภัย และบรรเทาภัยจากน้ําให้แก่ราษฎรในพื้นที่
โครงการที่ ๔ เปึนโครงการปรับปรุงอ่างเก็บน้ําห้วยผาก อันเนื่องมาจาก พระราชดําริ แปลงที่ ๑ งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท เพื่อเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ําห้วยผากอัน เนื่องมาจากพระราชดําริ
โครงการที่ ๖ เปึนอาคารปัองกันตลิ่งลําห้วยแม่ประจันต์ ระยะที่ ๒ บ้านหนองไผ่ ระยะทาง ๘๐๐ เมตร งบประมาณ ๔๐ ล้านบาท
ทั้งหมด ๖ โครงการ รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๓๑๓,๐๙๓,๐๐๐ บาท ข้อมูล ทั้งหมดอยู่ที่ฝ์ายวิศวกรรมโครงการส่งน้ําและบํารุงรักษาแก่งกระจาน กระผมจึงขอให้ ท่านประธานได้เร่งรัดไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน และท่านอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อให้โครงการทั้ง ๖ โครงการ เปึนโครงการเร่งด่วน ในป้งบประมาณที่จะถึงนี้ แล้วก็ปัองกันปัญหาน้ําท่วมน้ําแล้งของจังหวัดเพชรบุรีต่อไป ขอบพระคุณครับ
คุณนพพล เหลืองทองนารา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม วันนี้ผมเองมีเรื่องที่จะมาหารือเพื่อขอให้ท่านได้นําเรื่องนั้น ส่งผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือในสิ่งที่เปึนกังวลใจของพวกเราพรรคเพื่อไทย แล้วก็ต่อพี่น้องเกษตรกร นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคมที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านได้บอก ไว้ว่าจะมีการจ่ายส่วนต่างของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในงวดแรก วันนี้นับขึ้นมาก็เกือบจะ ๑ เดือนเต็มแล้วยังไม่มีเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ผมเองก็ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าในสัปดาห์หน้า จะมีการนําเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ผมเองก็ขอให้เรื่องนี้ได้เปึนจริงเถอะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง พอหลังจากที่คณะรัฐมนตรีนั้นได้ผ่านความเห็นชอบในเรื่องโครงการประกันรายได้แล้ว ในส่วนของข้าวก็จะต้องมีการนําเรื่องนี้เข้าไปสู่คณะอนุกรรมการกําหนดเกณฑ์กลางราคา อ้างอิงของข้าว แล้วพอกําหนดเสร็จก็จะต้องมีการประกาศ แล้วพอประกาศนับตั้งแต่ วันประกาศในข้อกําหนดของคณะอนุกรรมการที่ได้เขียนไว้ตั้งแต่โครงการประกันรายได้ ป้ที่ ๑ จนถึงบัดนี้ป้ที่ ๔ ได้บอกไว้ว่าเมื่อใดที่คณะอนุกรรมการชุดนี้ได้ประกาศราคาอ้างอิงแล้ว จะต้องมีการนําเงินนั้นเข้าสู่บัญชีของพี่น้องเกษตรกรภายใน ๓ วันทําการ ผมขอเรียกร้อง แทนพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร เพราะตลอดระยะเวลา ๓ ป้ที่ผ่านมานั้นไม่เคยที่จะได้รับเงินตาม ข้อกําหนดที่ทางรัฐบาลเปึนคนกําหนดไว้เลย
ประการต่อมา ในเรื่องของค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งก็จะเข้าสู่ คณะรัฐมนตรีพร้อมกันผมหวังว่าเช่นนั้น แต่ทีนี้มีข่าวที่ผมได้รับทราบจากพี่น้องเกษตรกร
ก็คือว่าไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทนั้น จะมีการแบ่งจ่ายเปึน ๒ งวด คืองวดละ ๕๐๐ บาท ขอเมตตา ให้พี่น้องได้รับในงวดเดียว กราบขอบพระคุณครับ
คุณศรีนวล บุญลือ ครับ
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมาได้รับการร้องทุกข์จากในยุทธพงศ์ ไชยศร ผู้นําท้องที่ ผู้นําท้องถิ่น พร้อมกับราษฎรของอําเภอจอมทอง ที่ผ่านมาฝนตกหนักเกิดอุทกภัยน้ํากัดเซาะ ตลิ่งพัง จุดที่ ๑ วัดน้ําต้อง หมู่ ๑๐ บ้านแม่หอย จุดที่ ๒ คอสะพาน หมู่ ๑๓ บ้านน้ําลัด จุดที่ ๓ วัดน้ําบ่อแฝด ตําบลบ้านหลวง อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะว่าที่วัด เปึนจุดรวมใจของประชาชน สะพานก็เปึนสิ่งที่สําคัญที่ประชาชนจะต้องสัญจรไปมา ข้าเจ้า ในนามตัวแทนพี่น้องประชาชนขอเรียนฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบหรือรัฐบาล จะเปึนของกรมโยธาธิการและกรมชลประทาน เร่งดําเนินแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน
เรื่องที่ ๒ ก็คือป้ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้เงินเยียวยาให้กับกลุ่มเกษตรกรไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ แต่ป้นี้รัฐบาลว่าจะชดเชยเงินเยียวยาให้กับกลุ่มเกษตรกรไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ แต่ยังไม่มีวี่แวว ดังนั้นอยากจะเรียนฝากท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐบาล หรือกระทรวงที่รับผิดชอบช่วยเร่งแก้ไขปัญหาเงินเยียวยา ให้กับกลุ่มเกษตรกร มีความเดือดร้อนและมีความจําเปึนเปึนอย่างมาก เนื่องจากจะต้อง เอาเงินไปชําระหนี้ที่ ธ.ก.ส. และเงินที่กู้ยืมมาที่อื่น ดังนั้นก็ขอเร่งแก้ไขปัญหาให้กับ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลําไยในครั้งนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณเจ้า
คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธาน ชวน หลีกภัย ที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียน ขอหารือท่านประธาน ๕ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก ก็คือโครงการการก่อสร้างถนนเลียบทางด่วนบางขุนเทียน มีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๔ เรื่องย่อย
เรื่องแรกก็คือไฟฟัาส่องสว่างตอนนี้ดําเนินการเสร็จแล้วแต่การไฟฟัา นครหลวงยังไม่จ่ายไฟมาให้ เพราะฉะนั้นตอนนี้พี่น้องประชาชนมืดอยู่เปึนเวลา๖ เดือนแล้ว เรื่องย่อยที่ ๒ ก็คือไหล่ทาง โครงการทําเสร็จแล้วแต่ว่าไหล่ทาง ทางเข้าหมู่บ้าน หมู่บ้าน พฤกษ์ลดา หมู่บ้านซีรีน พระราม ๒ ตรงไหล่ทางยังไม่ได้ทําให้เขา แล้วก็ทิ้งหายไปเลย โครงการเสร็จไม่เสร็จอย่างไรต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องด้วย เพราะว่าก่อนหน้าที่ท่านมาทําโครงการ มันยังดีอยู่ เรื่องย่อยอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องสัญญาณไฟก่อสร้างระหว่างก่อสร้างในช่วง กลางคืน แล้วก็โครงการทั้งหมดสะพานข้ามแยกเลียบทางด่วนบางขุนเทียนจะเสร็จภายใน เมษายน ๒๕๖๖ นี้ ก็ขอให้ท่านได้บริหารจัดการเรื่องของเวลาให้เสร็จตามกําหนดด้วย พี่น้องประชาชนชาวบางขุนเทียนเปึนกังวล
เรื่องที่ ๒ ขอให้ซ่อมแซมถนนบริเวณวัดลูกวัว ใช้ยางมะตอยแค่ประมาณ ๑-๒ คันรถเท่านั้น พี่น้องประชาชนลําบากมากแล้วก็แจ้งผ่านช่องทางร้องเรียนมานะครับ
เรื่องที่ ๓ ผมมีภาพด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
ก็คือขยะบริเวณ ซอยอนามัยงามเจริญใกล้คลองรางโพธิ์เปึนแบบนี้มาหลายป้แล้ว เก็บไปก็มีคนแอบลักลอบ มาทิ้งเปึนคนจากต่างถิ่น เพราะฉะนั้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บกวาดแล้วก็ทํารั้ว ให้รั้วรอบขอบชิดไม่สามารถมาทิ้งได้อีก เพื่อไม่ให้เปึนมลภาวะกับพี่น้องประชาชนที่ใช้ชีวิต อยู่บริเวณนั้น
เรื่องที่ ๔ เรื่องเขื่อนหินริมทะเลบางขุนเทียน จํานวน ๔.๗ กิโลเมตร อยากให้ เร่งพิจารณาร่วมกัน เนื่องจากว่าใช้งบประมาณกว่าหลายพันล้านบาทแล้วก็ใช้งบทั้ง ส่วนกลางและท้องถิ่น อยากให้ช่วยดําเนินการโดยด่วน
เรื่องที่ ๕ เรื่องสุดท้าย ก็คือถนนบริเวณชุมชนในทะเล ชุมชนในทะเลตอนนี้ การสัญจรผ่านไปผ่านมาไม่มีการขุดลอกคูคลองก็เดินทางลําบาก อยากให้พิจารณาโครงการ ถนนเข้าไปด้วย ขอบคุณครับ
คุณเจือ ราชสีห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่าน ด้วยปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชนช่องอมรินทร์ทีวีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเนื้อหาข่าวบอกว่า เมื่อวันที่ ๒๙ เดือนตุลาคม ๒๕๖๕ เวลาตีสาม คนร้ายได้ก่อเหตุอาชญากรรมทุบประตู ทําลายกระจกเพื่อลักทรัพย์ ที่เกิดเหตุเปึนร้านขายยาใจกลางเมืองสงขลา อยู่ในใจกลางเมืองเลย และเมื่อเภสัชกรผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความที่ สภ. เมืองจังหวัดสงขลา ด้วยความกังวลใจ ของผู้เสียหายเขาก็พยายามที่จะค้นหาหลักฐานของคนร้าย เขาไปขอดูภาพจากกล้องวงจรป่ด จากเจ้าหน้าที่ตํารวจ ในเนื้อหาข่าวบอกว่าในพื้นที่อําเภอเมือง จังหวัดสงขลานั้น กล้องวงจรป่ด เสียทุกตัวไม่สามารถดูได้ พอข่าวนี้ออกมาพี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลา ในเขตเทศบาล นครสงขลา ในเขตอําเภอเมือง รู้สึกสับสนว่ากล้องวงจรป่ดทําไมมันต้องเสียทุกตัว จังหวัด สงขลาเปึนจังหวัดหลักของภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอําเภอเมืองเปึนศูนย์ราชการ เปึนศูนย์ เศรษฐกิจมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวมากมาย กล้องวงจรป่ดซึ่งเปึนเครื่องมือในการที่จะ ติดตามคนร้ายเกิดใช้ไม่ได้พี่น้องก็รู้สึกกังวล ผมเองก็ร้อนใจไม่น้อย ผมก็ได้รับทราบจาก พลตํารวจตรี วรา ผู้บังคับการจังหวัดสงขลาว่าท่านผู้บังคับการทําไมกล้องวงจรป่ดมันเสีย หมดหรือ ท่านบอกว่าไม่จริงหรอก บางตัวอาจจะเสียแต่ว่าส่วนใหญ่ใช้ได้ ก็เลยอยากจะเรียน ไปยังท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติว่าท่านช่วยให้ผู้บัญชาการภาค ๙ พลตํารวจโท นันทเดช ย้อยนวล แล้วก็ผู้ที่รับผิดชอบช่วยกันตรวจสอบแล้วก็ติดตามคดีนี้ แล้วก็ตรวจสอบว่า กล้องวงจรป่ดในเขตอําเภอเมืองมันใช้ได้หรือไม่ได้อย่างไร ถ้าใช้ไม่ได้ก็ซ่อมและช่วย บูรณาการกัน เพราะว่ามีอยู่หลายหน่วยงาน ไม่ว่าของกระทรวงมหาดไทย
ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ของท้องถิ่นก็บูรณาการกัน เพื่อเวลาเกิดเหตุพี่น้องจะได้อุ่นใจ พี่น้องจะได้สบายใจ เพราะว่าเมืองสงขลาเปึนเมืองสําคัญ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ดูแลนักท่องเที่ยว ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานแจ้งไปยังผู้ที่รับผิดชอบด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนในปัญหาการเสียค่าปรับของผู้ฝ์าฝ๋นจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถที่ถูกล็อก วิธีการปรับก็ยังเปึนโบราณอยู่ คือเมื่อรถจอดอยู่รถถูกล็อกแล้ว เจ้าตัวก็นั่งแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์ไปที่โรงพัก เสียค่ารถเพื่อไปเสียค่าปรับ ๔๐๐ หรือ ๕๐๐ บาท เสร็จแล้ว ก็กลับมาที่เดิม ตํารวจก็ต้องขี่รถจักรยานยนต์มาปลดล็อก แต่ตอนนี้ก็ต้องเสียเวลา เพราะว่าตํารวจที่มาก็มีคิวหลายคิว แต่ละจุดไม่เหมือนกัน ก็ใช้เวลาเปึนชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนี้เทคโนโลยีเราก้าวหน้าไปมากขึ้นแล้ว โซเชียล (Social) และอินเทอร์เน็ต (Internet) มีความก้าวหน้าอย่างมาก มีการเสียค่าปรับทางออนไลน์ (Online) ได้ไหม โดยการมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) โอนเงินให้โรงพัก เมื่อเสร็จแล้วตํารวจ ก็ปลดล็อกให้เขา ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเสียค่าแท็กซี่ การโอนเงินทางออนไลน์ (Online) นั้น ใคร ๆ เขาก็ทํา เดี๋ยวนี้ไม่ว่าร้านสะดวกซื้อ ร้านเล็กร้านน้อย ร้านอาหาร ทุกอย่าง โรงแรม ทําออนไลน์ (Online) หมดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้สถิติของเรามีผู้ใช้สมาร์ตโฟน (Smart phone) ถึง ๙๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ในประเทศของเราประมาณ ๕๘ ล้านเครื่อง อันนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าช่วยเพื่อให้ประชาชนได้หายความเดือดร้อน ผมจึงเรียน ท่านประธานว่าโปรดส่งคําปรึกษาหารือไปยังท่าน ผบ.ตร. สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อโปรด แก้ไขด้วยจะเปึนพระคุณยิ่ง ขอขอบพระคุณครับ
คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล ครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือสภาผ่านท่านประธานไปถึงคณะกรรมการ กสทช. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งเปึน ผู้คุมกฎ เปัาหมายของดิฉันก็คือว่าอยากให้ผู้คุมกฎการให้บริการโทรศัพท์มือถือ แล้วก็ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั่วประเทศลดราคาลงเพื่อพี่น้องประชาชน อย่างที่ ท่านประธานทราบ เราผ่านสถานการณ์โรคระบาด และวิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไป นิวนอร์มัล (New normal) ไม่ว่าจะเปึนเด็ก เยาวชนที่จะต้องใช้เพื่อการเรียนการศึกษา การสืบค้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของบริการธุรกิจ บริหารรัฐกิจต่าง ๆ เราปรับเปลี่ยนในการใช้โซเชียลมีเดีย (Social media) มากยิ่งขึ้น แล้วก็ใช้การออนไลน์ (Online) มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การขยายการใช้ก็ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น ดังนั้นกฎกติกาที่ กสทช. ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ใช้มาตั้งแต่สมัยที่เรามีโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟน (Smart phone) กันในประเทศแค่ ๖ ล้านเครื่อง ปัจจุบันนี้อย่างที่ทราบว่าในจํานวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจากการสํารวจตั้งแต่อายุ ๖ ขวบขึ้นไป ในจํานวนนั้น ๙๔ เปอร์เซ็นต์ของคนใช้โทรศัพท์มือถือเปึนสมาร์ตโฟน (Smart phone) แน่นอนว่าการใช้สมาร์ตโฟน (Smart phone) การใช้โทรศัพท์มือถือ แล้วก็การใช้ แท็บเล็ต (Tablet) แล้วก็การใช้คอมพิวเตอร์ นั่นก็คือใช้เพื่อการศึกษา การสืบค้นข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ดังนั้นจึงอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อส่งเรื่องหารือนี้ไปถึง คณะกรรมการ กสทช. ไม่ควรที่จะปล่อยให้ทางผู้ให้บริการหรือโอเปอเรเตอร์ (Operator) ต่าง ๆ แข่งขันกันเองเท่านั้น แต่ว่ากฎหมายกติกาที่คร่ําครึแล้วนั้นควรจะต้องได้รับการแก้ไข ให้ทันสมัย และควรจะแก้ไขในทุกระยะ เพื่อที่จะให้เปึนผลดีต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ขอบพระคุณค่ะ
นางสาวชนก จันทาทอง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก การติดตั้งไฟจราจรบนถนนมิตรภาพ เปึนถนนหมายเลข ๒๑๒ บริเวณอําเภอรัตนวาป้ แยกบ้านนาชุมช้าง ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เปึนจํานวนมากเปึนเวลานานแล้วว่าเวลาจะสัญจรไปติดต่อหน่วยงานราชการ ที่อําเภอรัตนวาป้ เวลาจะไปตลาดเพื่อซื้อของกลับไปขายที่หมู่บ้านนั้น สัญจรเส้นทางนี้
มีความอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันจึงนําเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังทางหลวงแผ่นดินเพื่อเข้าไปร้องขอติดตั้งไฟจราจร เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ เงินช่วยเหลือชาวนาหรือเงินเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทค่ะ จากการที่ดิฉันได้ออกพื้นที่จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ได้ไปเห็นได้ไปรับทราบปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตอนนี้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตกันอย่างแสนยากลําบาก และดิฉันก็มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศนั้นก็ไม่แตกต่างกัน จากปัญหาต้นทุนการผลิต สินค้าการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น จากปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น แพงทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันเชื้อเพลิง ปุิยจากกระสอบละ ๘๐๐ บาท ภายใน ๑ ป้ ขึ้นเปึนกระสอบละ ๑,๐๐๐-๑,๘๐๐ บาท แก๊สหุงต้ม น้ํามันพืช น้ําปลา น้ําตาลทราย แพงแม้กระทั่งเกลือ สวนทางกับรายได้ที่ลดลง ตอนนี้ราคายางก้อนกิโลกรัมละไม่ถึง ๒๐ บาท ราคาข้าวเปลือก กิโลกรัมละ ๘ บาท ๙ บาท ๑๐ บาทบ้าง ดิฉันจึงนําเรียนท่านประธานสภาไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่หาเสียงที่ประกาศเอาไว้ว่าจะมีเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ให้ช่วยเร่งเบิกจ่ายเงินแก่พี่น้องประชาชนก่อนที่พี่น้องประชาชนจะอดตายด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ต่อไปคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ผมได้มีโอกาสเข้าไป ปรึกษาหารือกับกลุ่มสหกรณ์การเกษตรกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่าชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล ที่อําเภอควนกาหลง ซึ่งเปึนกลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกันเพื่อที่จะผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ จากยางพารา เช่น แผ่นพื้นยางพารา หรือว่าแบร์ริเออร์ (Barrier) ยางพาราหรือว่ารับเบอร์ เฟนเดอร์ แบร์ริเออร์ (Rubber Fender Barrier) ของกระทรวงคมนาคมที่พวกเรารู้จักกัน ซึ่งที่ผ่านมาเราต้องบอกว่าภาคใต้ฝนตกทั้งเดือน ชาวบ้านแทบไม่ได้ตัดยางเลย บางที่ได้ตัดแค่ ๕ วัน ๖ วันเท่านั้นเอง แทนที่ราคาจะขึ้นกลับสวนทางกันวันนี้ราคายางลงไปอีก ซึ่งสหกรณ์เอง ก็ได้สะท้อนมาว่าอยากจะให้ภาครัฐเข้าไปมองปัญหาราคายางพาราในมุมมองใหม่ ๆ บ้าง เพราะการที่จะสร้างเสถียรภาพของยางพาราต้องทําให้ตลาดมีความต้องการยางพาราสูงขึ้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการเอายางไปแปรรูปเปึนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้มากขึ้น เราลองมาคิดดูว่า ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณในการเข้ามาประกันราคายางถ้าผมจําไม่ผิดเกือบ ๆ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าแบ่งมาสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นํามาศึกษาวิจัย นํามาพัฒนา
ว่ายางพาราที่พวกเรามีอยู่นี้สามารถนํามาแปรรูปทําเปึนสินค้าทําเปึนผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง ที่ตลาดมีความต้องการ เมื่อวิจัยแล้ว ผลิตแล้ว ก็ปัอนเข้าสู่ตลาดยิ่งมีมากผลิตภัณฑ์จํานวน การใช้ยางพาราก็จะสูงขึ้นเปึนเงาตามตัวไป นั่นหมายถึงว่าราคาของยางก็จะสูงขึ้นด้วย ซึ่งถ้าเราทําได้มันจะเปึนการยิงป๋นนัดเดียวได้นกถึง ๒ ตัว ตัวแรกก็คือราคายางที่สูงขึ้นกับ ผลกําไรของกลุ่มสหกรณ์ ในส่วนตัวที่ ๒ ก็คือรัฐเองก็จะสามารถประหยัดงบประมาณ มหาศาลที่จะต้องเอาไปประกันราคายางพาราด้วย ขอบพระคุณครับ
คุณวัน อยู่บํารุง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ชาวบางบอน หนองแขมเลือกมา ขออนุญาตหารือกับท่านประธานถึงจุดเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เขตบางบอนดังนี้
๑. บริเวณสะพานลอยหน้าปัูมน้ํามันป่โตรนาสค่อนข้างมืด ไฟส่องสว่าง ไม่เพียงพอ อาจจะเกิดเหตุอาชญากรรมต่อผู้สัญจรเวลากลางคืน ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการแก้ไขเพื่อปัองกันเหตุด้วย
๒. บริเวณปากซอยเอกชัย ๗๒ บริเวณนี้เคยเกิดเหตุจี้ชิงทรัพย์ประชาชน อยู่บ่อยครั้ง ถ้าเปึนไปได้ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดําเนินการหามาตรการปัองกัน เช่น ติดไฟส่องสว่างให้เพียงพอ ติดกล้องวงจรป่ด จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจลาดตระเวนเพื่อปัองกัน ปัญหาเกิดเหตุซ้ําด้วย
๓. บริเวณทางเดินริมคลองรางไผ่ เส้นทางนี้มีประชาชนสัญจรไปมาเปึน จํานวนมากทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งบริเวณนี้ค่อนข้างเปลี่ยว ลูกเล็กเด็กแดงสัญจรไปมา จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่หามาตรการปัองกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยการติดไฟส่องสว่าง ติดตั้ง กล้องวงจรป่ดและจัดสายตรวจด้วย
๔. บริเวณตึกร้างถนนกัลปพฤกษ์ติดสนามฟุตบอลไพจิตร บริเวณนี้ ค่อนข้างเปลี่ยว มืดและมีประชาชนสัญจรเดินผ่านตึกร้างเปึนจํานวนมาก ขอให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องดําเนินการหามาตรการปัองกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย
๕. บริเวณพื้นที่รกร้างซอยเอกชัย ๖๖ เปึนสถานที่เปลี่ยวมีหญ้าขึ้นสูงมาก ไฟแสงสว่างไม่เพียงพอ มีประชาชนสัญจรผ่านไปมาเปึนจํานวนมาก ฝากเจ้าหน้าที่ด้วย
๖. บริเวณซอยเอกชัย ๗๖ ใกล้ลานกีฬาหมู่บ้านเอสเคมีบุคคลมั่วสุมตั้งวง ดื่มสุรา ประชาชนผู้สัญจรเส้นทางนี้โดยเฉพาะผู้หญิงรู้สึกไม่สบายใจเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุ ร้ายแรงประการใดก็เปึนได้ ฝากเจ้าหน้าที่ด้วย
๗. บริเวณบ่อตกปลาถนนพระยามนธาตุเปึนพื้นที่กว้างมีหญ้าขึ้นรก เปึนจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุอาชญากรรม ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดําเนินการ หามาตรการปัองกันเหตุด้วย ขอบคุณครับ
ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ
เรื่องแรก ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทํา แผนพัฒนาอําเภอป์าพะยอมเปึนเมืองมหาวิทยาลัย เพราะว่าขณะนี้อําเภอป์าพะยอมเติบโต และขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะเปึนที่ตั้งของมหาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จึงขอให้ กระทรวงมหาดไทยจัดทําผังเมืองใหม่ จัดทําโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนน ไฟฟัา น้ํา จัดทําเรื่อง ความปลอดภัย เพราะนักศึกษาจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาเปึนจํานวนมาก แล้วก็ทําเปึน สมาร์ตซิตี (Smart City) เพราะคิดว่าถ้าจัดทําแผนผังเมืองรวมให้เปึนเมืองมหาวิยาลัยแล้ว การเปึนเมืองการท่องเที่ยวจะตามมา
๒. จังหวัดพัทลุงได้รับมรดกโลก ๒ อย่าง ๑. มโนราห์จากยูเนสโก (UNESCO) กับ ๒. ระบบนิเวศการเลี้ยงควายในพื้นที่ชุ่มน้ําทะเลน้อยจากเอฟเอโอ (FAO) แต่ในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงมีความเหมาะสมที่จะเปึนมรดกโลกอีก ๓ อย่าง ๑. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า เขาบรรทัด ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากเปึนแหล่งต้นน้ําให้กับคนตรัง พัทลุง และสตูล ๒. ก็คือทะเลสาบพัทลุงซึ่งมีความกว้างตั้ง ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ มีวิถีชุมชนที่น่าสนใจ น่าศึกษา มีประวัติศาสตร์อยู่ริมชายฝัืงและมีทรัพยากรที่คนใช้ชีวิต แล้วก็มีการท่องเที่ยว อยู่ในทะเลสาบ ๓. ที่จะเปึนมรดกโลกได้คือเส้นทางเสด็จของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ซึ่งเคย เสด็จเมื่อ ๑๐๐ กว่าป้ที่แล้วจากกันตัง จังหวัดตรังมายังลําปิาถึงจังหวัดพัทลุง เพราะว่า การเสด็จครั้งนี้ผ่านเมือง ผ่านชุมชน ผ่านความอดทนและอัจฉริยะของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ผ่านการมองเห็น การทุ่มเทในการพัฒนาและแก้ปัญหาเมืองพัทลุงมาโดยตลอด จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ
ผมขออนุญาตขอบคุณ ท่านสมาชิก ตั้งแต่ท่านแรก ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ถึงท่านสุดท้าย คุณนริศ ขํานุรักษ์ โดยภาพรวมทุกคนบริหารเวลาได้ดี ก็เปึนประโยชน์ เราใช้เวลาไปประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ สําหรับการหารือ
ท่านประธานชวน หลีกภัย ที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ขออนุญาตหารือท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียว เนื่องจากว่าเปึนเรื่องปัจจุบันในวันนี้ แล้วก็เปึนผลดีกับสภาของเรา พอดีเมื่อสักครู่ ผมกับท่าน ส.ส. วุฒินันท์ บุญชู ได้ไปดูพื้นที่ด้านล่างก็คือมีพี่น้องประชาชนแรงงาน รัฐวิสาหกิจสหภาพแรงงาน คือสภาของเราเวลาผ่านกฎหมายอะไรก็แล้วแต่จะมีผู้เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็จะมาออกสิทธิออกเสียงมาแสดงเจตจํานงกัน ทีนี้สภาของเราความจริงแบบ จะมีพื้นที่ลานประชาชนที่สามารถให้พี่น้องประชาชนออกมาแสดงสัญลักษณ์ได้ แต่ตอนนี้ ผมไม่ทราบว่าเสร็จหรือไม่เสร็จอย่างไร ถ้ายังไม่เสร็จจะรบกวนท่านประธานช่วยเร่งพิจารณา ตรงนี้ เพราะว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนพอมามาก ๆ แล้วอยู่บนท้องถนน และเวลาสมาชิก จะเลี้ยวเข้าประตูตรงนั้นมันอันตรายมาก เพราะบางคนก็ใช้ความเร็วเนื่องจากรีบเข้ามา ในสภา ก็อยากจะฝากนําเรียนท่านประธานให้ช่วยเร่งพิจารณาตรงนี้ ถ้าเกิดเสร็จแล้วอย่างไร ก็อาจจะให้พี่น้องที่ออกมาแสดงเจตจํานงในความคิดความเห็นต่าง ๆ ได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ สภาเพื่อความปลอดภัย ขอบคุณครับ
จะไปตรวจสอบดูให้ครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๙ คน
สมาชิกที่เคารพครับ ผมขออนุญาตขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๔๘ คน องค์ประชุมของเราคือ ๒๓๘ คน ครบองค์ประชุม ขอเป่ดประชุมครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ดังนี้
รับทราบเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้วย นายวันชัย ปริญญาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ และนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ได้มีหนังสือ ขอลาออกจากการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เปึนผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของนายวันชัย ปริญญาศิริ และ นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๗๕ คน องค์ประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๘ คน
เรื่องที่ ๒ ที่จะเรียนก็คือสัปดาห์หน้าจะงดการประชุม สัปดาห์หลังจากนั้น ก็ขออนุญาตประชุมวันศุกร์เพิ่มอีกสักวันหนึ่ง เพื่อความไม่ประมาท ต้องเรียนสมาชิกตรง ๆ ก็คือว่าผมไม่อยากให้เพื่อน ๆ เราที่ทํางานหนักในกรรมาธิการเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินในการ ประชุมกว่าจะสําเร็จ ก็ไม่อยากให้มันค้างแล้วก็ความไม่แน่นอนของสภาว่าจะอยู่ รัฐบาล จะยุบสภาหรือไม่เราก็ไม่มีโอกาสทราบ ก็อยากให้เราไม่ประมาท คือเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วนั้นและกําลังทยอยเข้ามา กรรมาธิการที่กําลังพิจารณาศึกษาอยู่รู้ว่าเวลา มีไม่พอแล้วก็จะทยอยเข้ามา ถ้าเราปล่อยทิ้งเอาไว้ไม่พิจารณาให้จบสมาชิกเราก็จะไม่มี ผลงานกลับบ้านเลย อันนี้ผมก็เลยคิดว่าพวกเราต้องยอมเหนื่อยกันหน่อยเพื่อพวกเรากันเอง ขอความร่วมมือวันศุกร์หน้า หลังจากนั้นจะประชุมวันไหน ผมก็จะหารือท่านผู้นําฝ์ายค้าน และผู้ควบคุมเสียงทุกฝ์ายครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณชินวรณ์ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อประเด็นที่ท่านประธานได้หยิบยกขึ้นมาหารือ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญที่นอกจาก ท่านประธานจะหารือเพื่อรับทราบโดยทั่วกันแล้ว ในฐานะที่กระผมได้เปึนประธาน
ในที่ประชุมวิป (Whip) รัฐบาล เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา วิป (Whip) รัฐบาลก็ได้หยิบยกเรื่องนี้ ขึ้นมาหารือเช่นเดียวกัน ผมขอใช้เวลาท่านประธานเล็กน้อยสําหรับเพื่อที่จะได้ ประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนสมาชิกสภาได้มีความเข้าใจร่วมกันว่าพวกเรามีความเห็นด้วย กับท่านประธานสภาเปึนอย่างยิ่ง ในเรื่องที่เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งพวกเรา ก็ทราบดีว่าคณะกรรมาธิการแต่ละชุดที่ได้ทํางานก็ใช้เวลา ๖ เดือนบ้าง ๑ ป้บ้าง กว่าผลงาน จะสําเร็จ แต่ว่าถ้าไม่ได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบของสภาก็ไม่สามารถที่จะส่งรายงาน และข้อสังเกตไปให้รัฐบาลดําเนินการต่อได้ หลายเรื่องเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิที่ทํากิน เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องภัยแล้ง เรื่องน้ํา เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ตลอดถึง เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียน กับท่านประธานว่าวิป (Whip) ฝ์ายรัฐบาลทุกพรรค เราได้หารือเรื่องนี้แล้วเราก็เห็นชอบ ตามที่ท่านประธานได้มีดําริ แล้วก็คิดว่าขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการในการประชุม ในวาระพิเศษในโอกาสต่อไป ซึ่งผมคิดว่าในช่วงสมัยประชุมนี้ก็มีอีกไม่กี่ครั้ง เพราะฉะนั้น ในนามวิป (Whip) รัฐบาลก็ยืนยันว่าเราจะทําหน้าที่ในส่วนของวาระพิเศษนี้อย่างเต็มที่ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็อยากจะกราบเรียนว่าในเรื่องนี้เปึนเรื่องของผลงานของเราได้ร่วมมือกัน กับท่านประธาน เพื่อที่จะได้ดําเนินการให้รายงานที่พวกเราเปึนคนไปศึกษากันเองได้ผ่าน ความเห็นชอบของสภา
และเราขอยืนยันว่าถ้ามีประเด็นใดที่เพื่อนสมาชิกมีความขัดข้องต่อรายงานฉบับใดขอให้ ได้มาประสานงานหารือเพื่อเราจะหาวิธีการที่จะได้ให้รายงานนั้นสมบูรณ์ที่สุด และทุกฝ์าย ก็ให้ความเห็นชอบ เพื่อประธานจะได้ดําเนินการในการประชุมให้ผ่านรายงานให้มากที่สุด และเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เรื่องนี้ผมได้ เรียนท่านผู้นําฝ์ายค้านเมื่อวานไว้ด้วยแล้ว สมาชิกครับ ต่อไปจะเปึนการพิจารณาเรื่องที่ ที่ประชุมเห็นชอบ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องของรายงานมีการสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาในสมัยการประชุมสมัยนี้ เราอยู่กันมา ๓ ป้กว่าปรากฏว่ามีรายงานฉบับหนึ่งมีการโหวตไม่ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร มันเปึนเพียงแค่รายงาน ข้อสังเกตก็ไม่ให้พิจารณา นี่คือบรรทัดฐานที่สร้างมาก่อน ท่านจะไป โทษใคร ต้องเอาเรื่องนั้นมาแก้ก่อนแล้วรายงานทุกฉบับจะผ่านโดยแบบว่าไม่มีข้อสงสัย ในเมื่อสภาสร้างบรรทัดฐานนั้นขึ้นมาแล้วจะให้ผมทําอย่างไร ผมก็จะต้องสร้างบรรทัดฐาน ตามนั้น อย่างที่อาทิตย์ที่แล้วสภาล่มเพราะความร่วมมือของหลายฝ์าย ไม่ใช่เฉพาะฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลก็ต้องอยู่พิจารณาด้วย ดังนั้นฝากท่านประธานว่าบรรทัดฐานที่สร้างไปนั้น ขอแก้ไข ได้ไหม ขอกลับมาแก้ไขได้ไหม โดยเฉพาะเรื่องคลองไทยมันมีเงินสะพัดหลายพันล้าน เห็นเขาบอกว่าอย่างนั้นมันถึงไม่ผ่านสภา เปึนเรื่องผิดปกติมาก ท่านประธานวินิจฉัยด้วยว่า จากนี้ไปจะทําอย่างไรครับ
ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ ไม่ได้มีวิจารณ์ใคร เราไม่ไปวิจารณ์ เปึนสิทธิของสมาชิกที่จะไม่เห็นด้วย ไม่วิจารณ์ใคร เพียงแต่ว่าขอความร่วมมือพวกเรามาประชุมกัน จะเห็นว่าไม่มีใครไปวิจารณ์ใครเลยครับ ขอพวกเราได้ไปเรื่องพิจารณาที่เราเลื่อนมา
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. พระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้
ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕
(คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ในการนี้อนุญาตให้ท่านผู้ชี้แจงดังต่อไปนี้เข้ามาได้ครับ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อํานวยการสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง นางสาวภาวิณี โฆษา ผู้อํานวยการกองนโยบายป่โตรเลียม สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน นายธีรลักษ์ แสงสนิท ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ นางสาวอุปมา ใจหงษ์ ผู้อํานวยการสํานักจัดการหนี้ ๑ สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ อันนี้เปึนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลัง แล้วก็มีกฤษฎีกา นางสาวจีรภัทร์ การประเสริฐกิจ ผู้อํานวยการกองกฎหมายการเงินการคลัง กองกฎหมาย การเงินการคลัง อนุญาตเชิญเข้ามาได้ครับ รัฐมนตรีพร้อมเชิญเลยครับ สมาชิกที่มีความ ประสงค์อภิปรายได้ส่งชื่อมาแล้วทั้งหมด ๕ ชื่อนะครับ ท่านผู้ใดมีความประสงค์อภิปราย กรุณาส่งชื่อมาด้วยครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพร้อม เชิญเลยครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอกราบเรียนว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ เห็นชอบในร่างพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๕ เห็นชอบร่างพระราชกําหนดผ่อนผัน ให้กระทรวงการคลังค้ําประกันชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา
โดยในบทบัญญัติมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กําหนดให้ การตราพระราชกําหนดให้กระทําได้เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปึนกรณีฉุกเฉินมีความจําเปึน รีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้และให้ประชุมรัฐสภาคราวถัดไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอ พระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ในโอกาสนี้กระผมจึงขอกราบเรียน ต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุผลความจําเปึนในการตราพระราชกําหนดและสาระสําคัญของ พระราชกําหนด ดังนี้
กระผมขอย้อนกล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาเพื่อให้ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เข้าใจถึงบริบทการดําเนินงานของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงและเปึนเหตุผลความจําเปึนในการตราพระราชกําหนดครั้งนี้ สถานการณ์ เศรษฐกิจ สถานการณ์น้ํามันโลกในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ หลายประการ เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ อันเปึนช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและ ชีวิตความเปึนอยู่ของประชาชนในทุกอาชีพอย่างรุนแรง ณ จุดนี้เองก็เปึนจุดเริ่มต้นที่กองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาดังกล่าวมีสภาพคล่องอยู่ประมาณ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ได้เข้า ช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายค่าครองชีพของประชาชนด้วยการเข้าไปดูแลราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ใน ระดับราคา ๓๑๘ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม จากเดิม ๓๖๓ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม ในช่วง การแพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเกิดจากการจํากัดการเดินทาง กิจกรรมทาง เศรษฐกิจในหลายรูปแบบทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้ความต้องการน้ํามันเชื้อเพลิง ทั่วโลกราคาน้ํามันลดลงไปมาก ดังนั้นในป้ ๒๕๖๓ ภาระของกองทุนน้ํามันในการช่วยเหลือ ก๊าซหุงต้มเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ความเดือดร้อนของประชาชน สถานะกองทุน ก็ยังมีสถานะเปึนบวกในปลายป้ ๒๕๖๓ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอป้ ๒๕๖๔ ในช่วงครึ่งหลัง ประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้เริ่มคลี่คลาย ประชาชนทั่วโลกได้รับการฉีดวัคซีน อัตราการติดเชื้อลดลงเปึนตามลําดับ หลายประเทศทั่วโลกได้มีการผ่อนคลายข้อจํากัดการเดินทาง สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ของตลาดโลกก็ดีขึ้นหลายภาคส่วน แต่ก็ยังมีความเปราะบางอยู่ในช่วงนี้เองราคาน้ํามัน ในตลาดโลกเริ่มสูงขึ้นจาก ๓๐ เหรียญ ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล เปึน ๕๐-๖๐ เหรียญต่อบาร์เรล อันเกิดจากสาเหตุการฟุ๋นตัวทางเศรษฐกิจโลกอย่างที่ผมกราบเรียน ขณะเดียวกันกับที่ผู้ผลิต
น้ํามันหลักของโลกคือกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC Plus) ยังมีมาตรการที่รักษาระดับการผลิต ไว้เท่าเดิมไม่ได้เพิ่มขึ้น สวนทางกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นในเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงจึงได้เริ่มเข้าไปรักษาเสถียรภาพราคาน้ํามันเชื้อเพลิงประเภท น้ํามันดีเซล ซึ่งถือว่าเปึนน้ํามันหลัก มีการใช้ในประเทศมากกว่า๗๐ ล้านลิตรต่อวัน โดยเฉพาะภาคขนส่งและโดยสารของประชาชน ซึ่งจะมีผลต่ออัตราเงินเฟัอโดยรักษา เสถียรภาพของราคาน้ํามันดีเซลไม่ให้เกิน ๓๐ บาทต่อลิตร ควบคู่กับการช่วยเหลือ ยังช่วยเหลืออยู่นะครับ ก๊าซหุงต้มในราคา ๓๑๘ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัมอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ราคาพึงเปึนของก๊าซหุงต้มในเวลานั้นสูงถึง ๔๔๐ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม และราคา ดีเซลยังสูงที่ ๙๐ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนที่ ๓๓ แล้วก็อัตราภาษีก็ยังอยู่ ในระดับที่สูงอยู่ ในป้ ๒๕๖๔ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงได้เข้าไปรักษาเสถียรภาพราคา น้ํามันดีเซลตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๘,๑๐๐ กว่าล้านบาท และราคาก๊าซหุงต้ม ในราคา ๓๑๘ บาท อีก ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท รวมกันแล้วคือ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่งผลให้กองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงสิ้นป้ ๒๕๖๔ ติดลบอยู่ที่ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้กระทรวงพลังงานได้ดําเนินการ มาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและการรักษาสภาพคล่องกองทุนน้ํามัน
อาทิเช่น ขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ํามันคงราคาค่าการตลาดน้ํามันดีเซลอยู่ที่ ๑.๔๐ บาทต่อลิตร และลดสัดส่วนการผสมน้ํามันไบโอดีเซลบี ๑๐๐ (B100) จากบี ๗ (B7) เหลือบี ๕ (B5) สําหรับในป้ ๒๕๖๕ ในช่วงไตรมาสแรกในช่วงแรกของป้ มกราคมถึงกลางกุมภาพันธ์ ราคาน้ํามันตลาดโลกยังคงสูงอยู่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มเติมด้วยสถานการณ์ความตึงเครียดของ ทางการเมืองระหว่างยูเครนกับรัสเซีย กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงยังต้องอุดหนุนรักษาราคา น้ํามันดีเซลเพื่อรักษาเสถียรภาพไม่ให้เกิน ๓๐ บาท และสถานะกองทุนก็ติดลบมากขึ้น กระทรวงพลังงานจึงได้ขอหารือกับทางกระทรวงการคลังและได้รับความร่วมมือเปึนอย่างดี ที่ทางกระทรวงการคลังได้ลดภาษีสรรพสามิตดีเซล เพื่อให้ราคาขายปลีกได้ลดลงในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้ลดลงจาก ๕.๙๙ บาท ลงเหลือ ๓.๒๐ บาท ลดลงมา ๒.๗๕ บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง แต่อีกไม่กี่วันถัดมาในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ต้นป้นี้เอง ประเทศรัสเซียก็ได้โจมตี ประเทศยูเครน เกิดภาวะที่เรียกว่าวิกฤติซ้อนวิกฤติทําให้น้ํามันดิบดีดตัวสูงขึ้นกว่า ๑๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล ถือว่าเปึนราคาสูงสุดในรอบ ๑๔ ป้ ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนน้ํามัน ได้เข้าไปอุดหนุนราคาน้ํามันดีเซลสูงสุดลิตรละถึง ๑๔ บาท ในวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๕ โดยที่ราคาน้ํามันดีเซลในช่วงเวลานั้นสูงถึงเกือบ ๑๘๐ เหรียญ อัตราแลกเปลี่ยนก็อ่อนตัวขึ้น ไปที่ ๓๓ บาทต่อดอลลาร์ หากไม่มีกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุนราคาน้ํามันดีเซล จะสูงกว่าลิตรละ ๔๔ บาท ซึ่งจะผลส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟัอ อย่างรุนแรงในช่วงเวลาที่ประเทศกําลังจะฟุ๋นตัว ในช่วงเวลาเดียวกันราคาแก๊สแอลพีจี (LPG) เราก็ยังอุดหนุนอยู่ที่ ๓๑๘ บาทต่อกิโลกรัมเช่นเดียวกัน ในขณะที่ราคาพึงเปึนจะอยู่ ประมาณ ๔๗๐ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ มีการติดลบเพิ่มขึ้น ๓๗,๕๙๒ ล้านบาท เปึนบัญชีน้ํามัน ๘,๒๒๔ ล้านบาท และราคาก๊าซหุงต้ม ๒๙,๓๖๘ ล้านบาท สถานการณ์ปัจจุบันเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สถานะ กองทุนน้ํามันที่ติดลบสูงกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพียงในไตรมาสที่ ๑ ของป้ ๒๕๖๕ กระทรวงพลังงานโดยการหารือกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องได้กําหนดมาตรการ บริหารสภาพคล่องกองทุนน้ํามัน ประกอบด้วยการลดอัตราอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มตั้งแต่ วันที่ ๑ เมษายน โดยมีการขยับขึ้นมาอยู่ที่ ๔๘๐ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม และลดอัตราอุดหนุน น้ํามันเชื้อเพลิงขยับขึ้นมา ๓๒ บาท และปัจจุบันนี้ก็ไม่ให้เกิน ๓๕ บาท จนถึงปัจจุบันนี้
โดยในเดือนพฤษภาคมก็ได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากทางกระทรวงการคลัง ลดภาษี สรรพสามิตน้ํามันดีเซล ๔.๖๕ บาท จาก ๕.๙๙ บาท จนเหลือปัจจุบัน ๑.๓๔ บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ํามันในช่วงไตรมาส ๒ ป้ ๒๕๖๕ สถานการณ์น้ํามันยังคงตึงตัว เหตุการณ์ความไม่สงบประเทศรัสเซีย ประเทศยูเครนที่ยืดเยื้อ การผลิตของโอเปก (OPEC) ที่ไม่สามารถเพิ่มได้ตามโควตา ในขณะเดียวกันกลับลดลง ด้วยซ้ําไป การคว่ําบาตรทางด้านพลังงานทางประเทศรัสเซีย ซึ่งเปึนช่วงที่กองทุนน้ํามัน ได้ใช้เงินถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการดูแลราคาน้ํามันดีเซลและราคาก๊าซหุงต้ม ส่งผลให้ เดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ กองทุนติดลบถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และในปัจจุบันนี้ก็ติดลบ ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยราคาน้ํามันยังคุมไว้ไม่ให้เกิน ๓๕ บาท หากไม่อุดหนุน ก็อยู่ประมาณ ๓๘-๓๙ บาทในขณะที่แก๊สแอลพีจี (LPG) ยังยืนอยู่ที่ราคาไม่เกิน ๔๐๐ บาท หากไม่อุดหนุน ๕๙๒ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม ณ สถานการณ์ปัจจุบันราคาน้ํามันโลก ยังไม่คลี่คลาย กองทุนน้ํามันยังต้องเข้าไปช่วยอย่างต่อเนื่องซึ่งนับเปึนเวลากว่า ๑ ป้ ทําให้ สถานการณ์ติดลบไปเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตามเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเปึนผลพวงจากตลาดโลก ให้น้อยที่สุด กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงยังต้องรักษาเสถียรภาพในระดับราคาที่เหมาะสม จึงจําเปึนต้องมีการเสริมสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน
ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ได้พยายามที่จะหาเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาโดยตลอด ตั้งแต่ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเริ่มมีแนวโน้มที่จะติดลบและขาดสภาพคล่อง โดยการทํางานร่วมกับ กระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดในการบริหารสภาพคล่องกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ผ่านกลไก คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ในการจัดหาแนวทาง การกู้ยืมเงินมาโดยตลอด อย่างไรก็ดีด้วยสถานการณ์ที่ยังคงจําเปึนที่กองทุนน้ํามันยังต้อง ช่วยเหลือราคาน้ํามันดีเซลและก๊าซหุงต้มเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ เริ่มฟุ๋นตัว ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ยังคงต้องการโอกาสในการฟุ๋นกลับมา กระแสเงินสดของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงยังติดลบ ส่งผลทําให้การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่สามารถดําเนินการได้ จําเปึนต้องเพิ่มความมั่นใจให้กับสถาบันการเงิน การค้ําประกันเงินกู้ของกระทรวงการคลัง เปึนสิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินในการให้เงินกู้กับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เพื่อจะได้เสริมสภาพคล่อง ใช้คืนหนี้บางส่วนกับผู้ค้าน้ํามัน เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจสามารถ ฟุ๋นตัว โดยได้รับผลการเปลี่ยนแปลงจากราคาน้ํามันน้อยที่สุด และการค้าน้ํามันยังดําเนิน ต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก
การคืนเงินกู้ของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงจะเปึนจากรายรับของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงที่จะได้จากการส่งเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ได้จัดทําแผนการชําระหนี้ไว้แล้ว โดยสามารถชําระหนี้ได้หมดภายในป้ ๒๕๗๒ โดยไม่เปึน ภาระทางการเงินต่อกระทรวงการคลัง หรือจะส่งผลกระทบเพียงจํากัดแก่พี่น้องประชาชน ผู้ใช้น้ํามัน ทั้งนี้ฐานะการเงินกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ณ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ มีสถานะ ติดลบกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดสภาพคล่อง มีหนี้ที่ต้องชดเชยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ที่ค้างอยู่กับผู้ค้าน้ํามันเชื้อเพลิงจํานวนมาก
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ จึงมีความจําเปึนที่จะต้องจัดหาแหล่งกู้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ํามันเชื้อเพลิง อันเปึนวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง
ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง รวมทั้งสามารถสนับสนุนดําเนินการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ แต่โดยที่กระทรวงการคลังไม่มีอํานาจที่จะค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งมีฐานะเปึนหน่วยงานกํากับดูแลของรัฐได้ตามกฎหมายด้วยการบริหาร หนี้สาธารณะและกฎหมายว่าด้วยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง จึงเปึนกรณีฉุกเฉินที่จําเปึนรีบด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์อันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ในการให้อํานาจกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เพื่อให้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องในการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ํามันเชื้อเพลิง ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงต่อไป จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ สมาชิก ที่ส่งชื่อมาแล้ว ๒ ท่านแรก คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ แล้วก็เปึนคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากนั้นก็เปึน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และคุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ขอเชิญ คุณจิรายุครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ์ายค้าน ติดตามการทํางานของรัฐบาลทั้งยุค คสช. และยุคปัจจุบัน เบ็ดเสร็จ ๘ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ไปพูดที่ไหนก็พูดแบบนี้ เพราะเวลาจะมาขอเงินสภาก็ต้องพูดแบบนี้ อ้างเหตุผลสารพัด แต่ที่ท่านประธานที่เคารพควรจะทราบ และพี่น้องประชาชนก็ควรจะทราบว่าการจะไป ค้ําประกันนั้นคือใช้เงินของกระทรวงการคลัง คือเงินของประเทศ เงินของประชาชน
ต้องถามตัวเองแล้วก็เอากระจกส่องด้วย กระทรวงพลังงานก็ดี ว่าตกลงแล้วท่านบริหาร ห่วยแตกผิดพลาดใช่หรือไม่ ถ้าท่านบริหารอย่างรัดกุม นี่ถ้าเกิดไม่มีสงครามยูเครน-รัสเซีย ท่านก็ไม่รู้จะโทษใคร โทษไอ้จุก ไอ้แกะ ไอ้เป้ยอย่างเดียว ผมจะบอกอย่างนี้ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ฝ์ายค้านไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลของผมก็คือว่าท่านมีแต่เข้ามาแล้วก็กู้ ๆ แจก ๆ กู้ ๆ แจก เดี๋ยวนี้เปลี่ยนใหม่แล้ว เปลี่ยนความคลาสสิก (Classic) เปึนขอค้ําประกันเงินกู้ ฟังแล้วดูดี คนที่ไม่เข้าใจระบบเศรษฐกิจของประเทศก็จะบอกว่า เพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ค่าน้ํามันจะได้ถูกลง ถ้าเกิดท่านประธานดูการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้ เขาเรียกว่าหนี้ท่วมหัวยังเอาตัวไม่รอดเลย นี่ปลายเทอมของรัฐบาลยังมีหน้าเข้ามาขออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ ป้ค้ําประกันเงินกู้ แล้วเงินใคร เงินท่านรัฐมนตรีไหม เงินท่านรอง นายกรัฐมนตรีไหม ท่านเคยอยู่ ปตท. มา ท่านรู้ว่าความผิดพลาดมันเกิดอะไรขึ้นท่านเอา ความจริงมาพูดสิว่านโยบายในการทําพลังงานมันผิดพลาดเพราะอะไร เราจึงไม่เห็นด้วย ดังต่อไปนี้ ท่านประธานจําการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ใช่ไหมว่าท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงบน บัลลังก์นั่งตรงนั้นแหละ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะลดค่าโรงกลั่น เดี๋ยวจะไปเจรจา ท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบหน่อยว่าเจรจาหรือยังและเจรจาแล้วได้อย่างไรบ้าง ๒. ท่านบอกว่าท่านจะลดค่า การตลาดท่านทําหรือยัง ทําแล้วมันเปึนอย่างไร ๓. นโยบายการใช้พลังงานเช่นก๊าซแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) ท่านทําหรือยัง สมัยก่อนณรงค์กันเยอะแยะมากมายให้ใช้ก๊าซแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) หลัง ๆ เข้าไปเติมตามปัูม เขาบอกป่ดแล้วน้องไม่มีแล้ว รัฐบาลเขา ไม่ชดเชย ราคามันก็พอกับดีเซล ก็ไปเอาถังโดนัท ถังแท่ง ๆ ท้ายรถออกเถอะ ท่านทํา หรือเปล่า นอกจากนี้ถ้าเกิดรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหาหรือถ้าตั้งใจทําจริง ๆ ดูกราฟ่ก (Graphic) ไปเรื่อย ๆ นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดพรีเซนเทชัน)
กราฟ่ก (Graphic) ที่ ๑ ถ้าท่าน ประธานดูท่านจะเห็นว่าก็เพราะว่าเขาแพงเพราะค่าการตลาด นี่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ใช้เงินกองทุน ๓ บาทกว่า แล้วท่านมาขอกู้ มาค้ําประกันเงินกู้อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่าพอหรือ ท่านเขียนแปะข้างฝาไว้เลยว่าไม่พอแน่นอนเพราะเดือนนี้คือเดือน ๑๑ เวลาผมไปยุโรปเขาบอกช่วงเดือน ๑๐ เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือน ๑ เดือน ๒ ๔-๕ เดือนนี้ เปึนช่วงที่ใช้พลังงานสูงมากครับ ราคาต้นทุนพลังงานก็สูงขึ้นแม้จะไม่มียูเครน-รัสเซีย
มันเปึนการบริหารงานห่วยแตกของรัฐบาลไทยมากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าเกิดท่านวางแผน อย่างดีที่ผมอยากจะบอกต่อไปนี้ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีไม่กี่มาตรา พูดง่าย ๆ ก็คือมาขอ เงินกู้นั่นแหละ ช้า ๆ ชัด ๆ ตรงไปตรงมา ดูกราฟ่ก (Graphic) ต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะลดค่ากลั่น ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกหน่อยทําหรือยัง จะใช้เปึน ตัวเลือกสุดท้ายในการใช้กฎหมายคุยโรงกลั่นขอแบ่งกําไร ตอนนี้ก็ยุ่งแต่หัวหน้าพรรคไม่รู้ จะย้ายไปอยู่พรรคไหน เอาเถอะอีก ๒ เดือน ดูภาพต่อไป น้ํามันแพง ไฟแพง มันไม่ได้เกี่ยวเลย กับยูเครน-รัสเซีย ไม่ต้องไปโทษ เบื่อ มันยิงกันมาตั้งแต่กุมภาพันธ์นี่จะธันวาคมแล้ว ถ้าท่าน บริหารแบบชาญฉลาดท่านก็รู้อยู่แล้วสงครามมันเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ตะวันออกไกลแถวรัสเซีย แถวอียู (EU) ท่านวางแผนหรือเปล่า ก็ท่านบริหารโหลยโท่ย ก็เลิกโทษเสียทีเถอะยู เซีย ท่านประธานที่เคารพ ไม่กี่มาตราแต่ฟังแล้วสะท้อนใจ เพราะท่าน นายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกู้เงินกันไปแล้ว ๘ ป้ ยังไม่เท่าขนหน้าแข้งของรัฐบาลบางรัฐบาลเลย เพราะท่านกู้ไปเฉียด ๑๐ ล้านล้านบาท พี่น้องประชาชนครับ แล้วจะปล่อยอย่างนี้ไหวหรือ มาขอกู้อีกแล้ว ฟังดูดีเหมือนค้ําประกัน แต่มันก็คือเงินกู้นั่นแหละ ท่านก็ไปเอาใจแต่พวกสถาบันการเงินที่เขาจะปล่อยกู้ เพราะถ้าเกิด รัฐบาลไม่ค้ําประกันเดี๋ยวเขาไม่ให้กู้ พุทโธ่พุทถัง กะละมังรั่ว มันก็ประเด็นเดียวกันนั่นแหละกู้ ผมจึงบอกว่ามาวันนี้แต่เช้า มาประชุมสภาแต่เช้านึกว่าจะเจอเรื่องดีจะมาบอกพี่น้องประชาชน ว่าเศรษฐกิจป้หน้ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ โชติช่วงชัชวาลแล้วพี่น้อง
เป่ดโทรทัศน์รัฐสภาเจอขอเงินกู้อีกแล้ว คุณพระช่วยจริง ๆ ท่านประธานครับ หนี้สาธารณะ วันนี้ ๖๐.๕๘ ผมยังไม่รู้ตัวเลขปัจจุบันอีกที่ถอยหลังไป ๒-๓ เดือนชนเพดานแล้ว โดยหลักแล้ว เรื่องกองทุนน้ํามันผมเปึนผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจสายอุตสาหกรรมมา ผมจะเห็นความฉลาดของ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหลายคน เขาไม่ใช่คิดวันนี้แก้พรุ่งนี้ เขาคิดวันนี้แก้ป้หน้า เขาวางแผนกันเปึนป้ ๆ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราเจอกันก็เปึนเรื่องปกติ ที่เราพบเห็นกันทั่วโลกอยู่แล้ว ป้ ๒๕๓๐ สงครามอ่าวเปอร์เซีย อิรัก อิหร่าน ถล่มกัน อีรุงตุงนังตรงนั้นบ่อน้ํามันล้วน ๆ นี่แค่ยูเครน-รัสเซีย รัฐบาลไทยในยุคนั้นผมไม่อยากจะเอ่ยถึง ท่านนายกชวน เขาก็แก้ไขกันได้ เขาวางแผนกันเปึน จึงไม่ค่อยมาเกิดปัญหาแบบนี้ แล้วเช้า ๆ แบบนี้ต้องมาฟังเรื่องกู้ เซ็ง แล้วผมอยากจะบอกท่านประธานว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเพียงแค่ ๔ มาตรา แต่มันมีราคา มาตราละประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ราคา ๕ มาตรา ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ ป้ ถ้าเกิดรัฐบาลชุดนี้บริหาร ๑. คือค่าการตลาด ถ้าท่านบริหารดี ๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านช่วยอธิบายว่าท่านลดลงแล้วเท่าไร แล้วท่านเก็บ ค่าการตลาดเวลาผมไปเติมน้ํามันเบนซิน ดีเซล ผมโดนไปกี่บาทท่านพูดให้ชัด แล้วที่ผ่านมา เก็บกี่บาท ค่ากําไร ค่าการตลาด ค่าโรงกลั่นท่านพูดให้เคลียร์
ต่อมากรณีข้อพิพาทของบริษัท โททาล และบริษัท เชฟรอน แท่นขุดเจาะ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเปึนต้นทุนสําคัญที่จะทําการผลิตกระแสไฟฟัา น้ํามันแพงเมื่อไรไฟฟัาแพง ขึ้นมาทันที เมื่อเช้านี้ผมเห็นการไฟฟัามากันเต็มสภา ท่านแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่ใช่ท่านพูด แต่เอาดีท่านบอกเขาขุดขึ้นแล้ว จ่ายน้ํามันแล้ว ไม่ใช่นะครับ ผมติดตามตลอด
อีกเรื่องหนึ่ง ต้นทุนความพร้อมท่านแก้ปัญหาหรือยัง ที่ผมพูดอย่างนี้ เขามาขอกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านถ้าแก้ปัญหา ๔-๕ ประเด็นนี้อาจจะกู้แค่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นต้นทุนความพร้อมที่ท่านไปให้เอกชนอีกจํานวนมาก อย่ามาทําลักหลับ เขาเห็น ในลาวก็ดี ในชายแดนก็ดี ในภาคใต้ ใน ศอ.บต. ในอีกหลายที่ที่รัฐบาลนี้กําลัง ประเคนให้กับเอกชน แล้วพอไม่ซื้อเขาเพราะจีดีพี (GDP) ประเทศมันไม่ได้เติบโตก็ต้องจ่าย ค่าความพร้อม วันนี้จ่ายป้ละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปค้ําประกันเงินตรงนี้ไหม ถ้าค้ําประกันเงินตรงนี้จบข่าว ท่านไม่ต้องมาขอกู้ ผมจึงบอกว่า รัฐบาลนี้มันไร้น้ํายาจริง ๆ เอะอะๆ อะไรก็มาขอกู้ เอะอะ ๆ อะไรก็จะแจก ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ สาเหตุที่รัฐบาลต้องออกพระราชกําหนดฉบับนี้เพราะเพดานมันเต็ม ที่ว่าเพดานเต็มก็เพราะว่าตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ รัฐบาลตอนนี้มียอดหนี้อยู่ ๑๐,๓๑๑,๗๓๑.๕๑ ล้านบาท หรือคิดเปึน ๖๐.๗๒ ซึ่งเต็มเพดานแล้ว ดังนั้นรัฐบาล จึงต้องออกพระราชกําหนดฉบับนี้ เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ การบริหารของ รัฐบาลมันมีหลายชอยซ์ (Choice) ที่เลือกได้ว่าจะบริหารแบบไหน ยกตัวอย่าง จะนําค่าการกลั่น ค่าการตลาดเหล่านี้มาช่วยได้ไหม เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลคิดจะกู้เพียงอย่างเดียวภาระจริงอยู่ รัฐบาลต้องชั่งน้ําหนักว่าการดูแลศักยภาพราคาพลังงานกับการลดค่าครองชีพของประชาชน จะใช้วิธีไหน แต่วันนี้รัฐบาลใช้วิธีนี้ กู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเลย เปึนภาระนะครับ เปึนภาระ ไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นนี้เท่านั้น ยังเปึนภาระไปสู่อนาคตด้วย
สมมุติว่ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไม่สามารถชําระหนี้ให้กับกระทรวงการคลังได้ใครรับผิดชอบ กระทรวงการคลังในฐานะผู้ค้ําประกัน และในที่สุดกระทรวงการคลังเอาเงินจากไหน ก็ภาษีจากพี่น้องประชาชนที่เก็บได้ไปแบกรับอันนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอนาคตน่าเปึนห่วง สําหรับประเทศไทย ถ้าเปรียบรัฐบาลเปึนพ่อแม่ พ่อแม่ที่จะดูแลลูก ๆ ดูแลครอบครัว จะทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้กับลูก ๆ ในอนาคต หรือสร้างความมั่นคง สร้างอนาคตที่มั่นคง ให้กับครอบครัว ให้กับลูก ๆ อันนี้ฝากให้รัฐบาลพิจารณานะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมจําได้ว่าในสมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เรามีคําหนึ่งที่ใครได้ยินแล้ว ปลื้มใจมากคนไทยทั้งประเทศ คําว่า โชติช่วงชัชวาล นั่นหมายถึงว่าอนาคตความร่ํารวย จะเกิดขึ้นกับประเทศเพราะว่าเราขุดเจาะพบแหล่งน้ํามัน พบบ่อน้ํามัน พบแหล่งก๊าซจํานวนมาก ถามว่าการที่พบแหล่งน้ํามัน อนาคตเราน่าจะรวยนะ ถามว่าแล้วเราได้ประโยชน์อะไรกับการ พบแหล่งน้ํามัน เปึนประเทศที่ผลิตน้ํามัน เปึนแหล่งก๊าซจํานวนมากเหล่านี้ ไม่เคยพูดถึงเลย ว่ามันก่อให้เกิดประโยชน์ ให้ความมั่งคั่งต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร มาวันนี้เราเปลี่ยนคํานี้ ดีกว่าไหม จากคําว่า โชติช่วงชัชวาล เปลี่ยนเปึน มืดมนอนธการ มืดมากหรือมืดตึ๊ดตื๋อเลย อนาคตของประเทศ เพราะรัฐบาลตัดสินใจเช่นนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องการขุด ค้นพบบ่อน้ํามันที่จังหวัดสุพรรณบุรีของกระผม วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ หลังจาก เลือกตั้ง ๒ เดือน ผมได้ยื่นกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา กระทู้ถามผม เลขที่ ๐๐๓ร นายกรัฐมนตรีตอบผมเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ในราชกิจจานุเบกษาว่า ที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีการขุดเจาะบ่อน้ํามันตั้งแต่ป้ ๒๕๓๒ ถึงป้ ๒๕๖๒ ๒๘ ป้ ถ้ามาถึงวันนี้ ก็ ๓๑ ป้ ขุดเจาะบ่อน้ํามันในแหล่งอู่ทอง แหล่งสังฆจาย แหล่งบึงกระเทียม แหล่งหนองผักชี จัดสรรค่าภาคหลวงให้กับ ๔ อําเภอด้วยกัน ตั้งแต่อําเภอบางปลาม้า ตําบลมะขามล้ม ตําบล วังน้ําเย็น ตําบลวัดโบสถ์ อําเภอเมือง ตําบลดอนโพธิ์ทอง เทศบาลท่าเสด็จ เทศบาลบางกุ้ง อบต. ศาลาขาว อบต. สวนแตง อําเภอสองพี่น้อง ตําบลบ่อสุพรรณ ตําบลหัวโพธิ์ อําเภออู่ทอง ตําบลเจดีย์ ตําบลดอนคา ตําบลพลับพลาไชยและตําบลหนองโอ่ง เห็นไหมมีแหล่งน้ํามัน ขุดเจาะได้ถึง ๓๐ กว่าป้ แล้วมีการพูดถึงไหม มีประโยชน์อะไรสําหรับคนไทยทั้งประเทศบ้าง นอกจากนั้นที่ขุดเจาะบ่อน้ํามันพบแล้วยังสร้างปัญหามากมาย ที่ตําบลหัวโพธิ์มีบ่อน้ํามัน เขาบอกว่าทําให้เขาลําบากมากขึ้น ทําให้เขาเสียหายมากขึ้น ยกตัวอย่างครับ แสงไฟที่ลุก
ตอนกลางคืนวาบอย่างกับกลางวันข้าวไม่ออกรวง เปึดไม่ออกไข่ ไก่ไม่ออกไข่ ลดจํานวน น้อยลง ปล่อยน้ําลงมาปนเปุ๋อนน้ํามันลงมาในสิ่งแวดล้อม อากาศก็ทําให้สุขภาพเสียหาย ถนนหนทางเสียหายหมด
อย่างนี้เขาบอกว่าไม่ได้ทําให้เขาร่ํารวยขึ้นเลยเอาบ่อน้ํามันคืนไป นอกจากนั้นสุดท้ายป้นี้ กระทรวงพลังงานจะให้ของขวัญประชาชนลดค่ากระแสไฟฟัา แต่กลับไปเพิ่มเงินให้กับ โรงงานไฟฟัา นี่หรือทําเพื่อพี่น้องประชาชนก็ฝากทางผู้มาชี้แจงด้วย ได้กรุณาชี้แจงว่าน้ํามัน ที่ขุดพบ ก๊าซที่ขุดพบก่อให้เกิดประโยชน์อะไรบ้าง ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิก ส่งชื่อมาทั้งหมด ๑๕ ท่าน ต่อไปเปึน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วก็มี ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง คุณเกียรติ สิทธีอมร ขอเชิญ พลตํารวจตรี สุพิศาล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ ตาม พ.ร.ก. ที่รัฐบาลนําเสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้เปึน พ.ร.ก. ที่เปึน พ.ร.ก. ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันได้ ผมเริ่มอย่างนี้ว่าสิ่งที่สําคัญคือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบคือสํานักงานกองทุนที่เปึนไปตามพระราชบัญญัติ เปึนนิติบุคคล แล้วเปึนหน่วยงานที่จะต้องจัดทําแผนรองรับวิกฤติด้านน้ํามันเชื้อเพลิงและยุทธศาสตร์ กองทุนน้ํามันและการกู้ยืมเงินให้กองทุนน้ํามัน กรณีที่เงินกองทุนไม่เพียงพอสําหรับ ดําเนินงานตามวัตถุประสงค์ มาตรา ๕ มีคําถาม ๕-๖ คําถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง เพราะฉะนั้นกองทุนนี้จะต้องผ่านความเห็นชอบต่อคณะกรรมการนโยบายนั่นคือหัวใจสําคัญ ผมไม่ทราบว่ามีคณะกรรมการนโยบายมาที่นี่หรือเปล่าหรือตัวท่านประธานเอง ตัวท่านผู้ชี้แจงเองหรือรัฐมนตรีอยู่ในนั้นด้วย เปึนประธานด้วย ก็คงมาในนามของ ตัวคณะกรรมการด้วย ช่วยชี้แจงคําถามผมนะครับ มีคําถามเกี่ยวกับเรื่องการที่คณะรัฐมนตรี ได้บังคับใช้แล้ว พระราชกําหนดนี้บังคับใช้วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ในมาตรา ๔ มาตรา ๕ ที่บอกไว้ในวรรคสองเลยว่าจะมีผลบังคับใช้ ๑ ป้ นับแต่วันที่ตราพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ คือช่วงระยะเวลา ที่จะบังคับพระราชกําหนดนี้ ขณะนี้เปึนคําถามครับ หลักเกณฑ์ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดไว้ ในมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ เขียนว่าอย่างไรเรื่องประเด็นของแผนกู้ แผนใช้และแผนชําระหนี้ วันนี้มีเจ้าหน้าที่จากสํานักงานบริหารหนี้มาด้วย ช่วยตอบด้วยว่ากําหนดวิธีการชําระหนี้ หากเงินค้ําประกันนี้กองทุนเอาไปใช้แล้วเกิดเปึนหนี้ในอนาคต ประเด็นสําคัญไม่ได้อยู่ที่นี่
กองทุนนี้คณะกรรมการทําไมไม่ควบคุมอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนในขณะที่รู้ว่าเปึนวิกฤติ ของประเทศแล้วตั้งแต่ก่อนเดือนตุลาคม แคชโฟลว์ (Cash Flow) ที่เปึนเงินเข้ากองทุนตาม มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ที่จะใช้ใน พ.ร.บ. น้ํามัน ป้ ๒๕๖๒ คือผู้นําเข้า ผ่านกรมศุลกากร ผู้ผลิตผ่านสรรพสามิต ผู้รับสัมปทาน ผู้ค้าน้ํามัน ผ่านกรมเชื้อเพลิงและ พลังงานธรรมชาติ อัตราการเก็บเงินนําเข้าปัจจุบันเท่าไรกับตอนที่เกิดวิกฤติเท่าไร ทําไม คณะกรรมการจึงไม่ประชุมอัตราการนําเข้าเงินกองทุนเพื่อให้มีแคชโฟลว์ (Cash Flow) เพื่อรองรับหนี้ที่จะเกิดจากวิกฤตินี้ตั้งแต่วิกฤตินั้นเปึนต้นมา ตอบผมด้วย นี่คือคําถามแรก
ถัดไป ในมติของการใช้กองทุน เงินกองทุนที่บอกในมาตรา ๓ วรรคสอง กระทําหรือยังที่ใช้มาแล้ว บังคับตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม ได้เริ่มก่อหนี้แล้วมีการทําสัญญาเมื่อไร สัญญานั้นกระทรวงการคลังมีภาระของแผนการใช้เงิน แผนการกู้จากที่ไหน และสุดท้ายคือ แผนการเกิดวิกฤตต้องชําระหนี้คืนอย่างไร เปึนคําถามที่ ๒ เพราะนั่นคืออยู่ในมาตรา ๓ และ มาตรา ๓ ในวรรคหนึ่งนั้นมีข้อยกเว้น ข้อยกเว้นคือในมาตราห้ามมิให้นํามาตรา ๑๙ วรรคสอง ของ พ.ร.บ. หนี้มาใช้บังคับ มาตรา ๑๙ วรรคสอง ผมไม่พูดวรรคหนึ่ง วรรคหนึ่ง เปึนเรื่องขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่จะไปก่อหนี้ผูกพันหรือหน่วยรัฐอื่น ๆ ที่จะไปก่อหนี้ ผูกพันแล้วรัฐไม่สามารถจะค้ําประกันได้ แต่ในวรรคสองเขียนไว้ว่าตามความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับการกู้เงินของหน่วยงานที่กํากับดูแลของรัฐด้วยโดยอนุโลม คือพูดง่าย ๆ ไม่ให้ใช้ พระราชบัญญัติหนี้อันนี้มา ทําไมเหตุผลนี้ ขอทราบเหตุผลและความจําเปึนด้วยนะครับ คณะกรรมการบริหารหนี้ว่าทําไมถึงยกเว้นข้อนี้ว่าไม่ให้ใช้ เพราะมันวิกฤติอย่างไร ผมถึงกลับย้อน ไปว่าทําไมคณะกรรมการนโยบายกํากับกองทุนถึงไม่กําหนดอัตราการนําเข้าเงินกองทุนใหม่ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะต้องซับซิไดซ์ (Subsidize) เช่น ดีเซล ๑๐ บาท นับตั้งแต่เกิดวิกฤตินะครับ แล้วยังคงอัตราเก็บเงินแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) บาทเดียว เข้ากองทุนต่อ ๑ ลิตร ทําไมไม่เพิ่ม ปล่อยให้ทุนใหญ่ได้กําไรทุกวัน ทุกเดือนหรืออย่างไร เพราะว่าอัตราค่าที่เปึนโพรฟ่ต อินเทอเรสต์ (Profit Interest) ของบริษัททุนทั้งหมดยังคงที่เหมือนเดิม ท่านชี้แจงด้วยว่า เขายังรวยเหมือนเดิมใช่ไหม นั่นคือคําถามครับ
สุดท้ายครับ โดยเฉพาะอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนดผู้มีสิทธิที่จะ ได้รับการคืนในสิทธิตามมาตรา ๒๗ เพื่อให้คืนตามมาตรา ๒๘ ที่จะได้รับเงินคืนจํานวนนี้ คือใครบ้าง ช่วยอธิบาย และเปึนเงินจํานวนเท่าไรใน ๑.๕ แสนล้านบาท ซึ่งเราจะต้องเปึนหนี้ เพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะว่ารัฐบาลขยายเพดานหนี้จาก ๖๐ ขึ้นเปึน ๗๐ แล้ว ๑๐ ล้านล้านบาท มันจิ๊บจ้อยค เราจะเปึนหนี้ในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมกองทุนนี้ได้ ในการทําให้แคชโฟลว์ (Cash Flow) นี้เกิดขึ้นและเอามาใช้คืน เงินค้ําประกันนี้จะต้องถูกใช้ เปึนหนี้รัฐบาลเปึน ๑๑.๕ ล้านล้านบาทในอนาคต ขอบคุณครับ ช่วยตอบคําถามผมด้วย
ขอบคุณครับ คุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อําเภอนาทวี สะบ้าย้อย สํานักแต้ว สํานักขาม ของอําเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ พระราชกําหนดฉบับนี้ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันชําระหนี้ พ.ศ. ๒๕๖๕ ออกโดยคณะรัฐมนตรี และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ไม่กี่วันเอง แต่มาขอให้สภาผู้แทนราษฎรรับรองพระราชกําหนดฉบับนี้ แบบนี้เปึนการเบิกเงินล่วงหน้าแล้วมาขออนุมัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ ตราประทับตามที่กฎหมายกําหนด ความล้มเหลวของกองทุนน้ํามันในการจัดการเรื่อง พลังงานของประเทศไม่ว่าจะเปึนน้ํามัน ก๊าซ ท่านเอามาขายในสภาให้เพื่อนสมาชิก ได้วิพากษ์วิจารณ์ อันนี้ขอบคุณมากครับ มีคําถามว่ากองทุนน้ํามันคืออะไร มีคําถามว่า กองทุนน้ํามันเอาเงินมาจากที่ไหน ท่านประธานครับ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไม่ใช่เพิ่งตั้งมา เกิดก่อนผมอีก ป้ ๒๕๑๖ ๔๙ ป้แล้ว ลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่อย่างนี้ บางช่วงเวลากองทุนน้ํามัน ออกมาเป่ดเผยว่ามีเงินสะสมเปึนแสนล้านบาท แต่วันนี้ติดลบแดง กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง สกนช. หน่วยงานนี้สังกัดอะไร กระทรวงพลังงาน จุดประสงค์ของกองทุนเพื่อปัองกัน ภาวะการขาดแคลนน้ํามันเชื้อเพลิงภายในประเทศ
๒. ในกรณีน้ํามันเชื้อเพลิงในตลาดโลกสูงจําเปึนต้องเอาเงินส่วนนี้ตรึงราคาน้ํามัน สรุปง่าย ๆ ราคาน้ํามันในตลาดโลกสูง ราคาน้ํามันในประเทศสูง รัฐบาลต้องมีมติเอาเงินก้อนนี้ไปชดเชย ถือว่าเปึนรายจ่ายหลักของกองทุนนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราดูรายจ่ายเราต้องดูรายได้ รายได้มี ๓ ส่วนหลักของกองทุนนี้ก็คือภาษีสรรพสามิตจากผู้ผลิตน้ํามันภายในประเทศ ๒. ภาษี ศุลกากร เรียกเก็บจากผู้นําเข้า ๓. ผู้ค้าน้ํามันและผู้รับสัมปทานทําธุรกิจพลังงานก๊าซน้ํามัน ภายในประเทศที่จ่ายผ่านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีที่เงินกองทุนหมด หรือเงินกองทุนติดลบกองทุนต้องทําอย่างไร กู้ครับ กู้ต้องใครเปึนคนค้ําประกัน รัฐบาลครับ คนที่อนุมัติรับผิดชอบก็คือสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมย้อนเวลาไปให้ท่านประธานได้เห็นว่า วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ เมื่อป้ที่แล้ว ปรากฏว่าเริ่มติดลบที่ ๔,๔๘๐ ล้านบาท เห็นไหม ปลายป้ที่แล้วเริ่มติดลบแล้ว ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอมาถึงเดือนมีนาคม ๑๓ มีนาคม ติดลบ ๒๙,๓๓๖ ล้านบาท ตัวเลขจะสูงขึ้น วันที่ ๒๐ วันนี้นะครับ ติดลบ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ลุกขึ้นชี้แจงว่าสถานะของกองทุนติดลบ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ก็คือผลงานของพวกท่านในการบริหารจัดการกองทุน และท่าน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การติดลบแบบนี้เขาเรียกว่าหนี้สิน หนี้สิน มันมากกว่าทรัพย์สิน เพราะฉะนั้นพระราชกําหนดฉบับนี้หัวใจหลักอยู่ในมาตรา ๓ ครับ ลงในรายละเอียดทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมเองวันนี้ไหน ๆ ก็มาพร้อมหน้าพร้อมตา ในฐานะ ประชาชนคนหนึ่งขอตําหนิการทําหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองทุนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานและกระทรวงการคลัง ที่ร่วมกันตัดสินใจในการใช้เงินนี้ เพราะฉะนั้นมันต้องมีการ พิจารณาตัวเอง ๒. บริหารแล้วขาดทุน ใครก็มาเปึนได้ คนบ้านผมแถวจังหวัดสงขลาเอาใคร มาเปึนก็ได้ ไปเอาประธานสหกรณ์ ประธานสวนยางมาบริหารกองทุนนี้ก็ได้ เพราะใครมาเปึน มันก็ขาดทุนเหมือนกัน ๓. บริหารแล้วเจ๊ง เจ๊งแล้วทําอย่างไร กู้ เอาหนี้มาโปะ อันนี้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นก็เลยจะถามกระทรวงพลังงานและรัฐบาลว่าคุณไม่มีมาตรการมากกว่านี้หรือ เห็นตัวเลขแดง ๆ อยู่คุณไม่มีมาตรการมากกว่านี้หรือ เพราะฉะนั้นรัฐบาล กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลังต้องแก้ปัญหาอย่างถาวร อย่าแก้ปัญหาเหมือนกับเกษตรกรติดหนี้ ธ.ก.ส. แก้อย่างไร เริ่มกู้ ๕๐,๐๐๐ พอถึงเวลาต้นดอกไม่มีก็ไปกู้แสนหนึ่ง พอถึงเวลาไม่มีแสนหนึ่ง ทั้งต้นทั้งดอกไปสองแสน นี่คือการทํางานของกระทรวงพลังงาน ติดหนี้เหมือนชาวบ้าน ติดหนี้ ธ.ก.ส. ไม่มีทางชาตินี้จะหลุดหนี้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยฝากท่านรัฐมนตรี ผมเคยมา
อภิปราย พี่น้องฝากแจ้งความท่านหาย ๔๘ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านได้ฟังเพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านอภิปราย ท่านไปพิจารณาว่าท่านในฐานะเปึนรัฐมนตรี เปึนผู้มีความเชี่ยวชาญ เรื่องพลังงาน จะมีมาตรการอย่างไรในการแก้ไข อย่าให้ประชาชนชาวบ้านเขาด่าอยู่ทุกวันนี้ หวังว่าท่านคงไม่ไปฟัองหัวหน้าผมอีกวันนี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขออภิปรายไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลเลือกใช้ออกพระราชกําหนด ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้สําหรับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เหตุที่ผม ไม่เห็นด้วย ผมไม่ได้รู้จักส่วนตัวกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แล้วก็ไม่ได้มีสาเหตุ โกรธเคือง แต่โดยหลักของการบริหารนโยบายสาธารณะหรือการบริหารราชการแผ่นดินนั้น สิ่งที่สําคัญที่สุดจะต้องดูกันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านก็ทราบว่าตัวท่านมาจากภาคพลังงาน โดยเฉพาะมาจากผู้ค้าน้ํามัน ผู้ค้าพลังงาน ในเรื่องนี้ สิ่งที่ท่านตัดสินใจกู้เงินหรือค้ําประกันกู้เงินก็คือท่านจะผลักภาระเรื่องราคาน้ํามันที่มีราคาแพง ซึ่งผมเห็นด้วยกับการช่วยเหลือโดยเฉพาะกลุ่มดีเซล แต่ไม่ควรที่จะผลักภาระไปให้ประชาชน เพราะท่านเลือกใช้วิธีผลักภาระไปให้ประชาชน ก็คือการให้เปึนหนี้สาธารณะ หนี้สาธารณะ คือเปึนหนี้ของประชาชนทุกคน ไม่ใช่เปึนหนี้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หรือท่าน รองนายกรัฐมนตรี และที่สําคัญท่านไม่เลือกที่จะให้ผู้ค้าน้ํามันซึ่งถ้าไปดูงบการเงิน ผมก็ไม่มี สาเหตุโกรธเคือง จะมีกําไรมากมาย ซึ่งกําไรดังกล่าวท่านไม่ได้เข้าไปแตะต้องกับกลุ่มผู้ค้า จึงทําให้เห็นว่าส่วนหนึ่งก็ตั้งคําถามว่าท่านมาจาก ปตท. หรือเปล่า ท่านมาจากพลังงาน หรือเปล่าท่านจึงเลือกใช้ช่องทางผลักภาระไปให้กับประชาชนเปึนผู้กู้ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้หนี้สาธารณะที่เปึนข้อมูลเป่ดเผยถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๕ ๑๐.๓ ล้านล้านบาท ในการมาชี้แจงกรรมาธิการงบประมาณของ ผอ. สํานักหนี้สาธารณะบอกว่าครั้งนี้ตั้งงบ หนี้สาธารณะไว้ ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทราบไหมเปึนเงินต้นแค่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึนดอกเบี้ย วันนี้มะเร็งร้ายของหนี้สาธารณะก็คือท่านผลักภาระไปให้ดอกเบี้ยกับประชาชน สิ่งที่ท่าน น่าจะมีวิธีที่แก้ปัญหาให้ดีกว่านี้ ผมคิดว่าในการชี้แจงงบประมาณเราก็จะเห็นว่าปกติในส่วน ของน้ํามันนั้น ส่วนที่รัฐบาลจะลดได้ก็คือในกลุ่มภาษี ภาษีซึ่งมีอยู่ ๖ ตัว ก็คือ ๑. หักเงินเข้า กองทุนน้ํามัน ๒. เข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน ๓. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๔. ภาษีเทศบาล แล้วก็ ๕. ภาษีสรรพสามิต ในส่วนนี้แม้แต่ท่านบอกว่าลดภาษีสรรพสามิตไป ๕ บาท แต่ยังมีตัวอื่น ๆ
ที่ลดได้ ในกรณีของบริษัทที่ร่ํารวยกับการค้าน้ํามัน ซึ่งผมคิดว่าตัวท่านรองนายกรัฐมนตรี หรือท่านรัฐมนตรีก็มีการพูดถึงและกระแสก็เรียกร้องคือเราน่าจะถึงเวลาเก็บภาษีลาภลอย เสียทีแล้ว เพราะว่าอย่างไรกําไรส่วนเกินที่เกินกว่าเกณฑ์ปกติควรจะหยุด แล้วก็เก็บภาษี เข้ามาให้กับประชาชน ดังนั้นผมคิดว่าพระราชกําหนดฉบับนี้เปึนพระราชกําหนดที่ส่งภาระ ให้คนในอนาคต
แล้วก็อยากจะเรียนถามข้อมูลเพิ่มเติมว่า ๑. เงินจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ท่านจะ ไปกู้ท่านสามารถชี้แจงว่าท่านไปกู้กับใครและดอกเบี้ยเท่าไร แล้วการกู้ดังกล่าวนับแต่วันที่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือเอาหนี้เดิม ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมากู้ด้วย ผมจึง อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล การออกพระราชกําหนดขณะที่มีสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรมาจากประชาชน ผมเห็นว่าทุกข์ร้อนของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร จะรู้ดี ถ้าท่านนําเรื่องเข้าสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะไม่มีความมักง่ายที่ไปผลักภาระให้ ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนไม่มีสิทธิไม่มีเสียง แต่ถูกผลักภาระจะต้องเปึนหนี้อีก ไม่รู้กี่ ๑๐ ป้ ด้วยความเคารพครับ จึงขอไม่เห็นด้วยกับพระราชกําหนดฉบับนี้ครับ
ขอบคุณครับ คุณเกียรติ สิทธีอมร แล้วก็หลังจากนั้นจะเปึนคุณวิรัตน์ วรศสิริน แล้วก็เปึนคุณเทวัญ ลิปตพัลลภ เชิญคุณเกียรติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วม อภิปรายพระราชกําหนดฉบับนี้ ในหลักการผมก็ต้องติงนิดหนึ่งต้นเบื้องต้น เราได้รับเอกสาร ๓ หน้า ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย มีพระราชกําหนด ใช่ครับ แต่เนื้อหาของพระราชกําหนด ฉบับนี้เปึนการค้ําประกันหนี้ เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องปกติที่ควรจะต้องมีรายละเอียดของหนี้ ที่มาที่ไปของหนี้และรายละเอียดการจะไปกู้หนี้จากใคร เงื่อนไขเปึนอย่างไร จะชําระหนี้ อย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไร เราไม่มี เอกสารที่ส่งให้ ส.ส. ๓ หน้าจริง ๆ อันนี้ลําบากใจ ก็ฝากไว้กรณีครั้งต่อไปก็ขอให้เอกสารที่สมบูรณ์มากกว่านี้ เนื่องจากเอกสารมีแค่นี้ก็ต้องมี คําถามอยู่พอสมควร แล้วก็เปึนหน้าที่ของรัฐบาลที่เปึนผู้เสนอ ออกพระราชกําหนดฉบับนี้ ก็ต้องชี้แจงให้ชัดว่าที่มาที่ไปเปึนอย่างไร ในหลักการการที่จะให้เราค้ําประกันเงินกู้เมื่อมี ความจําเปึนฉุกเฉิน ไม่ติดใจในหลักการ แต่ต้องเปึนเงินที่จําเปึนฉุกเฉินจริง ๆ ทีนี้มันเปึน หน้าที่ของผู้เสนอจะต้องพิสูจน์ว่าหนี้นี้ฉุกเฉินจําเปึนจริง ๆ อย่างไร ในเอกสารไม่มี ความจริง ท่านรู้ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดให้พวกเราฟัง ท่านรู้ว่ามันมีปัญหาตั้งแต่ ต้นป้แล้ว ไตรมาสที่ ๑ ก็ติดลบแล้ว ไล่มาเรื่อยหนี้มันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทําไมไม่ออกเปึน พระราชบัญญัติ ทันนะครับ จริง ๆ ช่วงเป่ดสภาก็ทันถ้ารู้ตัวตั้งแต่มีนาคม เอาละไม่เปึนไร ท่านมาถึงจุดนี้เปึนอํานาจฝ์ายบริหารผมก็ไม่ติดใจ แต่เปึนหน้าที่ที่ท่านต้องอธิบายให้ชัดเจนเลย
ว่าหนี้ที่ขอค้ําเปึนเพราะอะไรและมันจําเปึนจริง ๆ มากน้อยแค่ไหน ต้องไม่ใช่เปึนกรณีที่เกิด จากการบริหารที่ผิดพลาด พอพูดเช่นนี้ท่านต้องสร้างความมั่นใจ เผอิญผมเปึนคนหนึ่ง ที่อภิปรายเรื่องพลังงาน ๔ ป้นี้คนไหนนั่งอยู่ในสภานี้ได้ยินผมทุกครั้งไม่ว่าจะเปึนรายงานของ กรรมการใดก็แล้วแต่ที่กํากับในเรื่องพลังงานผมพูดทุกครั้ง แต่ผมพูดหลายครั้ง แต่ผมไม่เคย ได้รับคําตอบ ผมก็ต้องติดใจ แล้วผมขออนุญาตขึ้นชาร์ต (Chart) นิดหนึ่ง ได้ขออนุญาตไว้แล้ว มันมีชาร์ต (Chart) อยู่ชาร์ต (Chart) หนึ่งซึ่งเปึนข้อมูลของกระทรวงพลังงานเองเลย ข้อมูล ณ เมื่อวานนี้ที่เปึนตัวที่จะฟัองว่าต้นเหตุของปัญหาเกิดอะไรบ้าง ขอให้ขึ้นชาร์ต (Chart) ฝ์ายโสตครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดพรีเซนเทชัน)
ตารางนี้ผมไม่ได้เขียนเอง ตาราง ของกระทรวงพลังงานอยู่ในเว็บไซต์ (Website) ที่ผมกาไว้สีเหลือง ๆ นั่นคือจุดที่ผิดปกติ กําไรโรงกลั่นผมดูแถบสีเหลืองด้านล่าง ป้ ๒๕๖๓ กําไรโรงกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ ๗๐ สตางค์ต่อลิตร ป้ถัดมาอยู่ที่ ๘๙ สตางค์ต่อลิตร ป้นี้อยู่ที่ ๓.๗๐ บาท ผมไล่เดือนให้ดูด้วย ไล่ทุกเดือน ไล่มาเรื่อยแต่ละเดือน แต่ละเดือน แต่ละเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนมาจนถึงเดือนพฤศจิกายน ๓ บาทกว่าหมดเลย ไปเดือนมิถุนายนอยู่ที่ ๖.๘๙ บาทครับ
ทั้ง ๆ ที่เฉลี่ย ๒ ป้ก่อนหน้านั้นมันอยู่ที่ ๗๐ สตางค์เท่านั้น นี่ผิดปกติไหม ไม่มีคําอธิบาย ผมตั้งคําถามทุกครั้งเรื่องกําไรโรงกลั่น คําตอบที่เคยได้รับแล้วบันทึกไว้ในสภานี้ ท่านรอง นายกรัฐมนตรีเปึนคนตอบเองบอกว่าท่านมีผู้เชี่ยวชาญเปึนผู้ให้คําแนะนํา แล้วผมก็เลย บอกท่านบอกพาผู้เชี่ยวชาญมาสภาสักครั้งสิ ผมจะแลกเปลี่ยนกับเขาก็ยังไม่เคยเจอ ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ ปริศนาพอสมควร แต่ตัวเลขมันฟัองว่าปัญหามันมี เอาละ นั่นคือส่วนกําไร โรงกลั่น ไปดูกําไรค่าการตลาด ค่าการตลาดเห็นไหม ผมตั้งคําถามไปแล้ว บอกว่าผมตั้งปัูม ไม่ว่าผมจะขายแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) หรือขายน้ํามัน ขายดีเซล ต้นทุนเท่ากันหมดเลยครับ แต่ทําไมให้ค่าการตลาดไม่เท่ากัน แก๊สโซฮอล์ ๙๑ (Gasohol 91) อยู่ที่ ๒.๗๐ บาท แก๊สโซฮอล์ ๙๕ (Gasohol 95) ๓ บาท อี ๒๐ (E20) อี ๘๕ (E85) ๓ บาท ๓.๑๕ บาท แอลพีจี (LPG) เมื่อสักครู่นี้พูดถึง ๓.๒๕ บาท ทําไมครับ ขอคําอธิบาย ใครเปึนคนกําหนด กําไรเหล่านี้ ท่านประธานทราบไหมครับ ที่ผมติดใจนี่แล้วต้องพูดทุกครั้ง เพราะผมทราบดี ผมเคยสร้างโรงกลั่น ปัูมน้ํามันก็เคยสร้าง แล้วผมทราบดีว่ากําไรเท่าไร ผมถึงเดินไปหา สถาบันการเงินแล้วกู้เงินได้ ท่านประธานทราบไหมโรงกลั่นที่กําไร ๑ บาทต่อลิตร ๔ เหรียญ ต่อบาร์เรล ธนาคารปล่อยกู้ทันทีเลย ๒.๕๐ เหรียญต่อบาร์เรลปล่อยกู้ทันทีเหมือนกัน ๒.๕๐ เหรียญอยู่ที่ประมาณเท่าไร ๕๐ สตางค์ บริษัทในเครือของบริษัทพลังงานแห่งใหญ่ก็เคยกู้ ผมรู้ชื่อธนาคารด้วยว่าเขาไปกู้ตอนที่เขามีกําไรอยู่ ๒.๕๐ เหรียญต่อบาร์เรลหรือประมาณ ๕๐ สตางค์ต่อลิตร ตรงนี้พอเห็นตัวเลขที่ท่านชี้ให้เห็นตรงนี้ มันต้องถาม ท่านต้องเคลียร์ ให้ได้ ให้ความมั่นใจให้ได้ว่าท่านไม่ได้บริหารกันผิดพลาด แล้วสร้างหนี้จนเกินเหตุ แอลพีจี (LPG) ผมเคยตั้งคําถามไป ๒ ป้มาแล้ว บอกว่ามันมีตัวเลขของกระทรวงพลังงานเองที่บอกว่า ส่งไปขายต่างประเทศ แล้วพอซักไปซักมาในชั้นกรรมาธิการบอกลักลอบทั้งนั้น ผมก็บอก ลักลอบมันเยอะ เท่ากับปริมาณครัวเรือนที่ใช้ในประเทศเลย แล้วกลายเปึนว่าเราต้องนําเข้า แอลพีจี (LPG) สําเร็จรูปในราคาแพงมาเกลี่ยกับต้นทุนราคาถูก แล้วประชาชนจ่ายราคา แพงขึ้น พอผมพูดเช่นนั้น ท่านประธานทราบไหมว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเอาตัวเลขเหล่านั้น ลงจากเว็บไซต์ (Website) เลย จนถึงวันนี้ยังไม่ปรากฏเลย เพราะฉะนั้นช่วยชี้แจงหน่อยว่า วันนี้มีการส่งออกโดย ๓ บริษัทไปประเทศเพื่อนบ้านเปึนปริมาณเท่าไร แล้วก๊าซเขาได้ราคา เท่าไร แล้วทําไมโรงป่โตรเคมีสามารถซื้อแอลพีจี (LPG) ใช้เปึนวัตถุดิบด้วยสัญญาระยะยาว พิเศษ เงื่อนไขพิเศษราคาถูก แก้หรือยัง ถ้ายังไม่แก้ ประชาชนวันนี้จ่ายเงินเยอะเกินกว่า
ที่ควรเปึน แต่ทําให้บริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับป่โตรเคมีและพลังงานได้ประโยชน์ ตรงนี้ ท่านต้องเคลียร์ (Clear) ผมไม่กล่าวหาใครทั้งสิ้น แต่ต้องเคลียร์ Clear) ให้ชัดก่อนที่เราจะ ผ่านด้วยความสบายใจว่าหนี้เหล่านี้เปึนหนี้ที่ถูกต้องจริง ๆ ไม่ใช่เกิดจากการบริหาร ที่ผิดพลาด แล้วก็ต้องเรียนประการสุดท้ายว่าวันนี้บริษัทพลังงานประกาศในตลาดหลักทรัพย์ ว่ากําไรเยอะมากเลย เปึนประวัติการณ์เลยป้ละประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ ในอดีตในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมามันอยู่หลักหมื่นล้านบาทเท่านั้นเอง แล้วใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รู้ไหมเงินเข้าคลังกี่บาท เงินเข้าคลังจริง ๆ ตอนแรกพอพูดอย่างนี้ก็บอกว่าไม่ใช่หรอก เราเปึน รัฐวิสาหกิจ คลังถืออยู่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไปดูในเอกสารงบประมาณสิว่าเงินเข้าคลังจาก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่าไร ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง ตรงนี้ช่วยอธิบายหน่อย ประชาชนไม่สบายใจ ผมสะท้อนเสียงของประชาชนด้วยความไม่สบายใจอย่างยิ่ง และภาระเหล่านี้ที่ท่านขออนุมัติ จากสภา เปึนภาระที่ประชาชนต้องแบกรับทุกคน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวิรัตน์ วรศสิริน ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย คําถามก็คือทําไมต้องออกพระราชกําหนดฉบับนี้ ประเทศยากจน ประชาชนมั่งคั่งด้วยการกู้ กู้ กู้ แล้วก็แจก แจก แจก ท่านนายกประยุทธ์ ใกล้เลือกตั้งก็เป่ดลงทะเบียนบัตรคนจน ๑๕ ล้านคน กราบเรียนถามท่านประธานจริง ๆ ประเทศไทยเรามีคนจนถึง ๑๕ ล้านคนจริง ๆ หรือ ไม่ใช่หรอก ผมว่าไม่ใช่ แจกยิ่งเยอะ คะแนนยิ่งมากนั่นคือสาเหตุ สุดยอดยิ่งกว่าประชานิยมก็คือประชาชนขอทาน รอรัฐบาล แจกเงิน รอรัฐบาลกู้เงินมาทําสารพัดโครงการต่าง ๆ เที่ยวลดครึ่ง ซื้อลดครึ่ง คนละครึ่ง เงินกู้ ทั้งนั้น แต่จ่ายด้วยกระปุกออมสินเล็ก ๆ เงินก้นกระปุก เงินแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเล่าให้ท่านประธานฟัง ประเทศญี่ปุ์นนี้แม้จะเปึนประเทศ ร่ํารวยเจอโควิด (COVID) หนักกว่าเราอีก เขากระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวด้วยการ ออกแคมเปน (Campaign) ขายคูปองโก ทู ทราเวล (Go To Travel) ลด ๓๕ เปอร์เซ็นต์ กระจอกมาก สู้พี่ไทยเราไม่ได้ลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เขากระตุ้นการใช้จ่าย ให้คนออกไปใช้จ่าย ไปกินไปใช้ด้วยการออกคูปองโก ทู อีต (Go To Eat) ไปกิน ลด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ กระจอกมาก สู้พี่ไทยเราไม่ได้ลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แคะกระปุกมาใช้ แคะกระปุกมาใช้ไม่พอก็กู้ใหม่ สุดท้าย เปึนหนี้ ๑๐ ล้านล้านบาท มีหนี้ก็ต้องจ่าย เงินหมดทําอย่างไร ไม่มีก็ต้องกู้ ไม่พอก็ขึ้นภาษี ง่ายจะตาย ท่านรัฐมนตรีว่าไหม ง่ายจะตาย ถังแตกก็ขายที่ ไม่มีเงินก็ขายให้ต่างชาติ ง่ายจะตายไป บริหารแบบนี้ง่ายลงมาเลยเดี๋ยวให้ใครขึ้นไปแทน ผมว่าง่าย ทําอย่างนี้มันง่ายมาก พอน้ํามันโลกขึ้นราคาทําอย่างไรได้ จะลดภาษีก็ลดไม่ได้ จําเปึนต้องใช้เงิน ราคาขายปลีกน้ํามัน สมมุติว่าลิตรละ ๔๐ บาท ในนั้นเปึนค่าภาษีและเงินสมทบกองทุนไปครึ่งหนึ่ง ๒๐ บาท ถ้ารัฐบาล ไม่ถังแตก ถ้าเปึนรัฐบาลท่านนายกชวน ผมเชื่อว่าไม่เปึนอย่างนี้ ไม่มีหนี้ ๑๐ ล้านล้านบาท ไม่เปึนเช่นนี้อย่างแน่นอน ท่านก็สามารถจะงดเว้นภาษีได้หรือจะพักไว้ก่อนได้ หรือจะลดลงไปก็ได้ สุดท้ายเงินเฟัอก็ไม่สูงอย่างนี้ ราคาสินค้าก็ไม่แพงเช่นทุกวันนี้ แต่นี่เพราะว่ารัฐบาลถังแตก หมดปัญญา หมดหนทาง สุดท้ายก็ต้องออกพระราชกําหนดมาค้ําประกันกองทุนน้ํามันฉบับนี้ นี่ทั้งหมดคือสาเหตุ ถามว่าพระราชกําหนดค้ําประกันเปึนภาระใคร ใครเปึนคนใช้คืน ภาระ พลเอก ประยุทธ์ หรือ ภาระท่านรัฐมนตรีหรือ ไม่ใช่ แค่เปึนคนค้ําประกันเฉย ๆ ภาระยังเปึน ของประชาชนผู้ใช้น้ํามันวันยังค่ํา ประชาชนยังต้องแบกรับภาระกองทุนน้ํามันไปจนกว่า หนี้กองทุนน้ํามันจะหมด พระราชกําหนดนี้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องเติมน้ํามันแพง
ไปจนกว่า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะหมด ก็เท่ากับว่าต๊ะไว้ก่อนผ่อนทีหลัง รัฐบาลต๊ะไว้ ประชาชนผ่อน แก้ปัญหาแบบนี้ลงมาเถอะง่ายจะตาย ให้คนอื่นขึ้นไปแทนผมชื่อว่าดีกว่านี้ แทนที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาให้ตรงจุดแต่ไม่กล้าทํา ไม่กล้า ไม่รู้กลัวอะไร ที่จริงแล้วราคาน้ํามัน สูงอย่างนี้เห็นชัด ๆ บริษัทน้ํามัน โรงกลั่น ธุรกิจพลังงานกําไรกันมหาศาล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๐ เท่า ตรงนี้ไม่แก้ แต่ไปแก้ให้ประชาชนเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ขณะที่คนได้ประโยชน์มีเพียงไม่กี่กลุ่มแท้ ๆ รัฐบาลไม่แก้ให้ตรงจุด กลับมาออก พระราชกําหนดกองทุนน้ํามันสร้างภาระให้ประชาชน ท่านประธานครับ น้ํามันไม่ใช่เพิ่งแพง เคยแพงที่สุด ๑๕ ป้ก่อน แล้วก็ลงมาเรื่อย ๆ เมื่อป้ ๒๕๑๔ ลงมาเรื่อย ๆ
ผมถามน้ํามันลงมา ๘-๙ ป้ กองทุนเก็บเงินไม่พอชดใช้กับน้ํามันขึ้น ๗-๘ เดือนนี้หรือ เพราะอะไร เงินที่เก็บมันไปไหนหมด เงินชดเชยราคาน้ํามันไปไหนหมด น้ํามันลงมา ๘-๙ ป้ สมมุติว่าเราไม่มีโรงกลั่นน้ํามัน นําเข้าน้ํามันเสรีเลย น้ํามันเบนซินก็ยังจะถูกกว่านี้ ผมเชื่อว่า น้ํามันยังจะถูกกว่านี้ทุกอย่าง มีโรงกลั่นไปเพื่ออะไร เพื่อให้ทุกอย่างมันแพงอย่างนั้นหรือ ทุกวันนี้ประชาชนเดือดร้อน แต่ว่ามีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีกําไรกันอย่าง มหาศาลร่ํารวยอย่างมหาศาล สุดท้ายนะครับ ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าราคาน้ํามัน อาจจะแพงไปอีกนานแสนนานแล้วท่านจะทําอย่างไรกัน ท่านยังจะกู้ไปอีกนานเท่าไร จะให้ประชาชนแบกภาระหนี้ไปอีกนานเท่าไร ทําไมท่านไม่หาทางแก้ไขให้ยั่งยืน ท่านแก้ แบบนี้ง่ายจะตายใครก็ทําได้ ท่านลงมาเดี๋ยวให้ใครขึ้นไปแทน ผมเชื่อว่าเขาจะทําได้ดี กว่าท่านอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับ พระราชกําหนดฉบับนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเทวัญ ลิปตพัลลภ หลังจากนั้นจะเปึนคุณกิตติกร โล่ห์สุนทร คุณวีระกร คําประกอบ เปึนช่วงเที่ยงมีสมาชิกอภิปรายอีก ๑๐ กว่าท่าน เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกไปทานอาหาร ได้เลยครับ เชิญท่านเทวัญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากล้า จากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย แล้วก็แสดงความคิดเห็นพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ผมเข้าใจดีว่ารัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องออก พระราชกําหนดฉบับนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วอย่างที่เราทราบว่ากองทุนน้ํามันมีหน้าที่ ในการแทรกแซงราคาน้ํามัน ในช่วงไหนที่ราคาน้ํามันถูกก็จะมีเงินเข้ากองทุนค่อนข้างมาก แต่ในยามที่น้ํามันแพง กองทุนน้ํามันก็มีหน้าที่ในการที่จะเข้าไปแทรกแซงราคาน้ํามัน เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่การเข้าไปแทรกแซงเรื่อย ๆ มันทําให้ กองทุนน้ํามันขณะนี้ติดลบไปประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเหตุให้รัฐบาลต้องออกมา ค้ําประกันหนี้เงินกู้อันนี้ จริง ๆ แล้วถ้าเราคิดให้ดี เราไม่ควรจะปล่อยให้กองทุนน้ํามันมีหนี้
ติดลบมากขนาดนี้ เพราะจริง ๆ มันมีวิธีอื่นอีกหลายวิธีที่จะทําให้กองทุนน้ํามันและ ราคาน้ํามันในตลาดที่ประชาชนใช้อยู่ไม่แพงก็จะทําให้กองทุนน้ํามันติดลบน้อยลง ผมเรียนอย่างนี้ว่าโครงสร้างราคาน้ํามันสําเร็จรูปที่เราใช้อยู่ปัจจุบันประกอบไปด้วย ๓ ส่วน ส่วนที่หนึ่งก็คือน้ํามันดิบ น้ํามันดิบเปึนสิ่งที่เราต้องนําเข้าเราควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ ๒ ก็คือค่าการกลั่นของโรงกลั่นซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๖ โรง เปึนโรงที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมด ๓. ก็คือค่าการตลาด ค่าการตลาดก็คงประกอบไปด้วยค่าขนส่ง ค่ากําไรจากปัูมน้ํามัน ผมเอง จะขอพูดถึงค่าการกลั่น เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดไว้นิดหน่อยแล้ว ถ้าเราพูดถึง ค่าการกลั่นผมอยากให้ท่านประธานตามไปดูรูปที่ ๑ ค่าการกลั่นเราเฉลี่ยแล้วเมื่อป้ ๒๕๖๓ ทั้งป้อยู่ที่ ๗๐ สตางค์ เฉลี่ยทั้งป้ของ ๒๕๖๔ อยู่ที่ ๘๙ สตางค์ เฉลี่ยทั้งป้ของ ๒๕๖๕ ๓.๗๐ บาท
ท่านประธานดูว่าจากป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ ประมาณ ๓ เท่าตัว เฉลี่ยเดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาเคยขึ้นไปถึง ๖.๘๙ บาท พีก (Peak) สูงสุด ๑๐ มิถุนายน ๘.๕๖ บาท เดี๋ยวผมจะให้ ท่านประธานตามไปดูว่าโรงกลั่นกําไรขนาดไหน ขอไปหน้าที่ ๒ ท่านประธานดูสิครับ โรงกลั่นผมยกตัวอย่างโรงแรกทีโอพี (TOP) ป้ ๒๕๖๔ กําไรทั้งป้ ๑๒,๕๗๘ ล้านบาท แต่เฉพาะป้ ๒๕๖๕ ครึ่งป้ กําไร ๓๒,๕๐๙ ล้านบาท โรงที่ ๒ เอสพีอาร์ซี (SPRC) ป้ ๒๕๖๔ กําไรทั้งป้ ๔,๗๔๖ ล้านบาท แต่พอมาป้ ๒๕๖๕ ครึ่งป้ กําไร ๑๒,๔๔๐ ล้านบาท มาดูบีซีพี (BCP) เช่นเดียวกัน ป้ ๒๕๖๔ กําไร ๗,๖๒๓ ล้านบาท ครึ่งป้ ๒๕๖๕ กําไรอีก ๙,๖๘๒ ล้านบาท ดูที่เอสโซ (ESSO) ป้ ๒๕๖๔ ทั้งป้กําไร ๔,๔๔๓ ล้านบาท แต่ครึ่งป้ ๒๕๖๕ กําไร ๑๔,๑๙๘ ล้านบาท ท่านประธานเห็นไหมว่าผลกําไรของโรงกลั่นขึ้นหลายเท่าตัว เปึนพันเท่าก็ว่าได้ ผมจําได้ท่านรัฐมนตรีกับท่านปลัดเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะดึงกําไรจาก โรงกลั่นเดือนละ ๘,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาชดเชยสิ่งที่กองทุนน้ํามันขาดทุน ก็จะทําให้ ราคาน้ํามันลดลง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเปึนเวลา ๓ เดือน ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าผมเข้าไปดูในส่วนของกองทุนน้ํามันจริง ๆ แล้วตอนนี้มีเงินเรี่ยไรที่เข้ามาช่วย กองทุนน้ํามันไม่ใช่ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้เคยพูดไว้ มีงวดที่ ๑ วันที่ ๘ กันยายนเข้ามาประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท งวดที่ ๒ วันที่ ๗ ตุลาคม อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๒,๐๐๐ ล้านบาท จากที่ท่านรัฐมนตรีเคยพูดถึงว่าจะมีเงินเข้ามาประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท การที่จะเจรจากับกองทุนน้ํามันไม่ใช่เรื่องที่เราไม่เคยทํา ผมเรียนอย่างนี้ว่า สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านสมัคร สุนทรเวช เคยทํามาเมื่อตอนนั้นพรรคชาติพัฒนา มีโอกาสกํากับดูแลกระทรวงพลังงาน ก็มีการเจรจา ตอนนั้นน้ํามันขึ้นไป ๑๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล ท่านสมัครได้เจรจานั่งหัวโต๊ะ มีท่าน พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เปึนรัฐมนตรี ในขณะนั้น โรงกลั่นน้ํามันมาและให้ความร่วมมือด้วยการลดค่ากลั่น ๑ บาท เราก็ทําสําเร็จ มาแล้ว ฉะนั้นผมเรียนอย่างนี้ว่าค่าการกลั่นมีโอกาสถ้าเรามีการเจรจาและทําให้ลงด้วย จะช่วยเรื่องราคาน้ํามันและเรื่องการติดลบของกองทุน ทีนี้มาดูเรื่องค่าการตลาด กบง. กําหนดค่ากฎเกณฑ์ไว้ว่าประมาณ ๑.๘๕-๒ บาท แต่ปัจจุบันถ้าท่านดูตารางจะเห็นเลยว่า ราคาไม่ได้เปึนอย่างที่ กบง. กําหนดไว้ ผลปรากฏว่าป้นี้พีทีทีโออาร์ (PTTOR) กําไรจาก ค่าการตลาด เมื่อป้ ๒๕๖๓ กําไร ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๖๔ กําไร ๑๑,๔๗๔ ล้านบาท ในป้ ๒๕๖๕ ครึ่งป้กําไรไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒ ตัวนี้ถ้าเราสามารถที่จะเจรจาได้
ผมว่ากองทุนน้ํามันจะลดลงแน่นอน เรื่องนี้อดีตหัวหน้าพรรคกล้า ซึ่งปัจจุบันมาเปึนหัวหน้า พรรคชาติพัฒนากล้า คุณกรณ์ จาติกวณิช เคยให้สัมภาษณ์แล้วก็เคยแนะนําว่าน่าจะลด ค่าการกลั่นจะช่วยเรื่องราคาน้ํามันได้ ในปัจจุบันทางประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เหมือนกัน ก็มีการพูดคุยกับโรงกลั่น ถ้าโรงกลั่นไม่ลดก็จะออกภาษีลาภลอย ซึ่งอันนี้ ถ้าออกมาได้ก็จะทําให้ราคาลงได้ ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนไปถึงรัฐบาลช่วยเจรจากับ โรงกลั่น อย่าให้โรงกลั่นมีความสุขและกําไรบนความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณกิตติกร โล่ห์สุนทร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้เราก็มาพูดเรื่องวิกฤติพลังงาน จริง ๆ แล้ววิกฤติพลังงานเองอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้นําเสนอ มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๖๔ ตอนนั้นหลาย ๆ ประเทศเองเริ่มจะพ้นจาก วิกฤติโควิด (COVID) แล้วก็เข้าสู่หน้าหนาว ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงก็ขึ้น เปึนเรื่องปกตินะครับ ประกอบกับต้นป้เองก็มีวิกฤติรัสเซีย-ยูเครนตามซ้ําเข้ามา ซึ่งจริง ๆ แล้วทางรัฐบาลเอง ควรจะเห็นมาตั้งนานแล้วว่าวิกฤติพลังงานเองมันเริ่มมานาน จนถึงตอนนี้มันน่าจะครบ ๑ ป้ที่เราอยู่ในช่วงที่น้ํามันราคาแพง ถามว่าที่ผ่านมาเองรัฐบาลเลือกนโยบายที่จะพยุง ราคาเชื้อเพลิง หนัก ๆ ก็คือแอลพีจี (LPG) กับดีเซล ซึ่งถามว่าเปึนนโยบายที่ดีไหม ก็ต้อง บอกว่าดีในบางเรื่อง แต่ว่าทุกอย่างมันก็มีข้อดีข้อเสีย การที่รัฐบาลเลือกที่จะพยุงราคา น้ํามันดีเซล แล้วก็พยุงราคาก๊าซหุงต้ม ถามว่าแลกมาด้วยอะไร มันก็คือแลกมาด้วย งบประมาณที่รัฐบาลจะต้องหามาเติม ซึ่งงบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้มาจากอะไร มันก็ต้อง มาจากภาษีพวกเรา ผมเองไม่ได้เห็นค้านการที่รัฐบาลจะพยุงราคา ๒ ตัวนี้ แต่การเลือกใช้ งบประมาณมาผมข้องใจว่าในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะพยุงราคา ทําไมรัฐบาลไม่จัดสรร งบประมาณมาเลย ทําไมถึงจะให้เขาไปกู้ การที่เขาไปกู้มันก็สร้างภาระดอกเบี้ย ถามภาระ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นมามันจะไปไหนล่ะ มันก็กลับมาให้กับผู้บริโภคแบบพวกผมกันต่อไป รัฐบาล รู้ล่วงหน้า ถามว่ารัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณผ่านในงบประมาณประจําป้ได้ไหม ถ้าท่านรู้ท่านก็ทําได้ แต่ถ้าเกิดท่านบอกว่าท่านทําไม่ทัน ไม่เปึนไร ท่านทําไม่ทันท่านมี งบกลาง ท่านใช้งบกลางของท่านนายกรัฐมนตรีได้ไหม ท่านก็ทําได้อีก หรือท่านจะบอกว่า กองทุนนี้ไม่ได้เปึนหน่วยรับงบประมาณกระทําไม่ได้ ท่านเปึนรัฐบาลเอง ท่านคุมเสียงในสภา ท่านก็สามารถแก้กฎระเบียบได้อยู่ดี สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านจะให้กองทุนน้ํามันไปกู้ ก็คือเรื่องภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ซึ่งมันหนีไปไหนไม่พ้นนะครับ มันจะกลับมาสู่พวกผมอยู่ดี ผมก็เลยขออภิปรายว่าไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านจะให้กองทุนน้ํามันไปกู้เงินมา แล้วเพื่อให้มี ภาระดอกเบี้ยเกิดขึ้น
แล้วก็อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะติงว่าทางรัฐบาลเองก็ถือว่าต้องบริหาร ผิดพลาด เพราะว่าก่อนที่จะเกิดวิกฤติน้ํามัน กองทุนน้ํามันของเรามีสถานะเปึนบวก น่าจะประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในปัจจุบันท่านทําจนทะลุแสนล้านบาท ไปถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วมันติดลบ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ถือว่า หนักหนาสาหัสแล้ว ท่านไม่ควรจะปล่อยให้มันมาถึงขนาดนี้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ผมอยากจะติงว่า อาจจะเปึนการตัดสินใจอะไรที่ล่าช้าเกินไปหรือเปล่า หรือนโยบายอันไหนที่มันผิดพลาด เพราะว่าผมติดตามกองทุนมาโดยตลอด แล้วก็รู้ว่าตั้งแต่ต้นป้ที่แล้วท่านก็มีคําสั่งให้กองทุน ไปหาเงินกู้แล้ว แต่ว่าอย่างที่บอกคือกองทุนเองสถานะเขาติดลบ แล้วเขายังไม่มีแนวโน้ม ที่เขาจะมีรายได้มาเมื่อไร การที่เขาไปขอกู้ซื่อ ๆ กับแบงก์ทั่วไปใครเขาจะให้กู้ มันก็เลยเปึน เหตุผลที่มาถึงการที่ว่าท่านสั่งเขาไปเขาก็กู้ไม่ได้ สุดท้ายมาเขาก็กลับมาหาท่านใหม่ แล้วก็บอกว่าอย่างนั้นรัฐบาลช่วยค้ําประกันให้เขาหน่อย เผื่อหวังว่าเขาจะกู้ได้ ซึ่งผมก็ยัง ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลค้ําประกันให้แล้วสถาบันการเงินจะปล่อยกู้ให้เขาหรือเปล่า ผมค่อนข้าง มั่นใจว่าสถาบันการเงินเอกชนคงไม่ปล่อยอยู่ดี เพราะว่าแนวโน้มในการได้รายได้ในอนาคต ของเขา อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเองก็พูดว่ามีแผนใช้หนี้อันนี้หมดในป้ ๒๕๗๒ ป้ ๒๕๖๖ กับป้ ๒๕๗๒ มันก็อีก ๖ ป้ มันก็เปึนเวลานานพอสมควร ท่านขอกู้ในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้คืนภายใน ๖ ป้ก็ไม่ใช่ว่าจะในระยะเวลาที่สั้น ผมก็ยังสงสัยว่า ถ้าท่านไม่แทรกแซงสั่งให้รัฐบาลที่ถือหุ้นโดยของรัฐให้กู้จะมีสถาบันการเงินอันไหนที่เขาจะ ยอมให้กองทุนนี้กู้ ผมเองก็ยังอยากจะฝากว่าท่านมีงบกลาง ท่านใช้งบกลางตัดปัญหาไปเลย ไม่ต้องมีภาระดอกเบี้ยวนกลับมาให้พวกผมอีก อันนี้ก็เปึนข้อเสนอที่เราคิดว่าอยากจะฝากไป ทางรัฐบาลว่าถ้าท่านคิดดูว่ามันเปึนประโยชน์ก็น่าจะดีนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไว้กับท่านก็คือว่ากองทุนน้ํามันของเราจริง ๆ แล้ว ตัวหลัก ๆ ที่ติดลบเองมันมาจากการที่ท่านชดเชยแอลพีจี (LPG) กับน้ํามันดีเซล น้ํามันดีเซล ก็เข้าใจว่าเปึนภาคนโยบาย ซึ่งอันนี้ถือว่าเปึนการตัดสินใจของทางรัฐบาลไม่ว่ากัน แอลพีจี (LPG) ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนผ่านมาเราก็ดูแลมาตลอด เพราะว่ามันเปึนแก๊สหุงต้มที่ใช้ ในครัวเรือน ผมก็เลยอยากจะฝากท่านว่าถ้าแอลพีจี (LPG) ท่านมองว่าอย่างไรก็ตามเราไม่ทิ้ง เราจะดูแลเราจะตรึงราคาเขาตลอด ท่านดึงมันออกจากราคาเชื้อเพลิงปกติไหม ดึงให้มัน มาเปึนสินค้าควบคุมเลยไหม เพราะว่าถ้าดูจากปริมาณการผลิตแอลพีจี (LPG) ที่เรามี ในประเทศ ผมเข้าใจว่าก๊าซที่เราผลิตขึ้นจากอ่าวไทยเรามาแยกแอลพีจี (LPG) เราพอใช้ ในประเทศอาจจะต้องมีการนําเข้าบ้างเล็กน้อยก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าเรากําหนดตัวแอลพีจี (LPG) เปึนราคาควบคุมเสียมันก็จะตัดปัญหาในการที่เราต้องหาเงินมาอุดหนุนแอลพีจี (LPG) ตรงนี้ ตลอดเวลา มันก็จะไม่ต้องมาเปึนภาระของภาครัฐ ในเมื่อถ้าเกิดนโยบายระยะยาวของเรา เราคิดว่าเราจะต้องดูแลแอลพีจี (LPG) ตลอด ก็ผ่านตรงนี้ไว้ให้ท่านเผื่อพิจารณาด้วย อันนี้ ก็เปึนอีกข้อเสนอหนึ่ง
อีกอันหนึ่งที่อยากจะนําเรียนก็คือว่าวิกฤติพลังงานครั้งนี้มันนาน แต่ที่ผ่านมา ภาคพลังงานเองมีการเข้าไปช่วยเหลือภาคเกษตรบ้าง ซึ่งในช่วงปกติที่ภาคพลังงานเองไม่ได้ เดือดร้อนก็ไม่ได้มีการคัดค้านอะไร ทุกคนก็เห็นดีเห็นงามว่าภาคพลังงานไปช่วยเหลือ ภาคเกษตรก็เปึนสิ่งที่ดี แต่ว่าวิกฤติพลังงานครั้งนี้มันใช้เวลานาน ผมก็เลยอยากเสนอแนะ ท่านว่าท่านควรจะพิจารณาแยกมันให้ชัดเจนไหมระหว่างภาคพลังงานกับภาคการเกษตร การที่น้ํามันดีเซลต้องดึงส่วนผสมของภาคการเกษตรมา เพื่อมาดึงราคาภาคการเกษตร ให้ดีขึ้น อันนี้มันก็เปึนภาระของภาคพนักงานที่ทําให้ต้นทุนสูงขึ้น การที่เราแยกมันให้ขาด ไปเลยเราจะได้เห็นว่าเงินอุดหนุนที่เราจะต้องอุดหนุนภาคการเกษตรมีเท่าไร มันก็จะเปึน ตัวเลขที่เราจะนํามาพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณให้มันถูกต้องต่อไป อย่างกองทุน น้ํามันปกติมันจะมีข้อดีตรงที่ว่าถ้าราคาถูกเราจะเก็บมันเกิน เราก็จะมีเงินเข้าเก็บไว้เพื่อเปึน บัฟเฟอร์ (Buffer) ในการใช้ในอนาคตต่อไป เวลามันแพงเราก็จะเอาเงินออกมาเพื่อตรึงราคา ท่านก็ควรทําอย่างนี้กับภาคการเกษตรด้วยว่าถ้าช่วงไหนที่ภาคการเกษตรราคามันดี ท่านก็ควรจะมีการดึงเงินเข้ามาเพื่อเปึนของทุน ช่วงไหนที่ราคาไม่ดีท่านก็เอาเงินออกไป ผมก็อยากจะเสนอท่านว่าจริง ๆ แล้วควรจะแยกให้ชัดเจนไปเลยว่าภาคพลังงานคือภาคพลังงาน
ภาคเกษตรคือภาคเกษตร เราต้องดูแลทั้ง ๒ ภาคไม่ให้น้อยหน้าไป เพียงแต่ว่าอยากให้มัน ชัดเจน ให้มันเคลียร์คัต (Clear cut) ไปว่าตัวเลขที่เราใช้เงินงบประมาณของเรามันไปอยู่ ภาคไหนกันมากกว่า สุดท้ายนี้ก็คงต้องบอกว่าทางตัวกระผมเองแล้วก็ทางพรรคฝ์ายค้าน ก็คงไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านวีระกร คําประกอบ หลังจากนั้นจะเปึนคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญท่านวีระกรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คําประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ถ้าเราได้ออกไปพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรประชาชน ก็แน่นอนสิ่งหนึ่งที่เปึนเสียงสะท้อน ก็คือปุิยแพง น้ํามันแพง ปุิยแพง น้ํามันแพง แต่เราก็พยายามอธิบายให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบถึงราคาตลาดโลก ซึ่งราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกปัจจุบันก็ ๙๐ กว่าเหรียญ ถ้าเปรียบเทียบกับป้ที่แล้วซึ่งเราก็ได้ใช้น้ํามันราคาถูกกันในช่วง ๒ ป้ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ช่วงแรก ๆ ของโควิด (COVID) ราคาน้ํามันเหลือลิตรละประมาณ ๒๐ บาท ๒๐ กว่าบาท ปัจจุบันแม้ว่าราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้นจากประมาณ ๓๐ เหรียญ ในป้ ๒๕๖๓ ป้ ๒๕๖๔ โดยประมาณ ๓๐ เหรียญ วันนี้มันไป ๙๐ กว่าเหรียญแล้ว เราก็พยายามอธิบาย ให้พี่น้องประชาชนทราบว่ารัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะพยายามพยุงไว้ซึ่งราคาน้ํามัน โดยเฉพาะน้ํามันดีเซลซึ่งพี่น้องเกษตรกรต้องใช้กันทั้งประเทศให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม เดิมทีก็พยายามจะดึงให้มันอยู่ที่ประมาณ ๓๐ บาท หรือไม่เกิน ๓๐ บาท แต่ในปัจจุบันก็ทน ไม่ไหวเพราะราคามันขึ้นสูงไปเหลือเกิน น้ํามันดิบจาก ๒๐-๓๐ เหรียญในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ป้นี้มาเจอ ๙๐ กว่าเหรียญ จะเอาอะไรละครับ
รัฐบาลจริง ๆ แล้วก็คงจะต้องขึ้นราคา ๓ เท่าเหมือนกับที่ราคาน้ํามันดิบมันขึ้นจาก ๓๐ เหรียญ ไปเปึน ๙๐ เหรียญ แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลได้พยุงราคาไว้อยู่ที่ ๓๐ บาทบ้าง ปัจจุบัน อยู่ที่ ๓๕ บาท ก็เพราะว่าเรามีเครื่องมือที่สําคัญก็คือกองทุนน้ํามัน กองทุนน้ํามันเปึนสิ่งที่ จะทําให้ราคาน้ํามันมันพอจะไปได้ ช่วงไหนที่ราคาน้ํามันถูกรัฐบาลก็จะเก็บเข้ากองทุนมาก แต่ช่วงไหนที่ราคาน้ํามันมันขึ้นสูงเกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ช่วงนั้นรัฐบาล ก็จําเปึนที่จะต้องใช้เงินในกองทุนไปช่วยทําให้ราคามันลดลง ผมได้อธิบายให้กับพี่น้อง เกษตรกรได้ฟังทั้งประเทศในช่วงที่ผมได้ออกไปเยี่ยมเยือนนั้น ส่วนใหญ่พี่น้องประชาชน ก็เข้าใจดีว่ารัฐบาลพยายามทําดีที่สุดแล้ว โดยการใช้เงินกองทุนน้ํามันช่วยแก้ไขปัญหาราคา น้ํามันดีเซล ซึ่งพี่น้องเกษตรกรใช้กันให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม ผมมาดูเงินที่เก็บเข้ากองทุน สถานภาพของกองทุนย้อนหลังเราจะเห็นชัดเจนว่าบางช่วงกองทุนก็เปึนบวก ไม่ใช่ว่า ติดลบตลอด อย่างประมาณปลายป้ ๒๕๖๔ กองทุนเปึนบวกตั้ง ๕,๙๐๘ ล้านบาท แล้วในอดีต กองทุนนี้ก็เคยขึ้นไปถึงเปึนแสนล้านบาท เปึนบวก ไม่ได้แปลว่ากองทุนจะต้องติดลบ ตลอดชาติตลอดป้ ไม่ใช่ครับ เขาใช้เงินกองทุนนี้ในการแก้ไขปัญหา ก็แน่นอนละ ถ้าเราจะ ปล่อยให้เกษตรกรใช้น้ํามันแพง รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ พวกเราที่เปึนผู้แทนราษฎรก็อยู่ไม่ได้ ประชาชนก็ต้องตําหนิ โดยเฉพาะ ส.ส. ทําอะไรทําไมถึงปล่อยให้น้ํามันแพง แต่เมื่อรัฐบาล เขาแก้ไขปัญหาโดยการเอาเงินกองทุนไปช่วยพยุงราคาไม่ให้มันสูง หรือว่าเปึนราคา ที่เกษตรกรไม่สามารถที่จะใช้ได้ในการสูบน้ําเข้าไร่เข้านา ก็ทําให้กองทุนมันก็ต้องเริ่มติดลบ มาตั้งแต่ธันวาคมป้ที่แล้ว เริ่มติดลบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ติดเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จะเห็นได้ ชัดเจนว่ากองทุนเริ่มติดลบหนัก ๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งท่านประธานก็คงจะจําได้ ราคาน้ํามันดิบในช่วงเดือนพฤษภาคมมาจนถึงวันนี้มันไต่ตั้งแต่ ๗๐ เหรียญ ๘๐ เหรียญ ๙๐ เหรียญ แล้ว ๙๐ เหรียญก็ค้างเติ่งอยู่ตรงนี้ ลงไปได้ ๘๐ เหรียญเราก็ดีใจ เหลือ ๘๕ เหรียญ เราก็ดีใจ เกษตรกรหรือว่ากองทุนน้ํามันก็คงจะไม่ต้องชดเชยกันมากนัก ลงมา ๘๐ กว่าเหรียญ ไม่ทันไรขึ้นไปเปึน ๙๐ กว่าเหรียญแล้ว ราคาน้ํามันตลาดโลกเมื่อสักครู่ผมเป่ดกูเกิล (Google) ดู กดเข้าไป ๙๒ เหรียญ ๓๘ เซนต์แล้ว มันขึ้นแล้วมันค้าง พอขึ้นแล้วก็ไม่ยอมลง ก็เลยทําให้พี่น้องเกษตรกรก็เดือดร้อน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอย่าไปว่าท่าน เลยว่าท่านเคยอยู่ ปตท. หรือ ปตท.สผ. ทุกคนที่เปึนรัฐมนตรีมีจิตสํานึกเหมือนกันครับ ทําอย่างไรจะให้พี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ํามันราคาถูก วันนี้ถ้าเราดูด้วยความ
เปึนธรรม การบริหารจัดการกองทุนน้ํามัน เขาก็เอาน้ํามันดีเซล ปรับเงินจากน้ํามันดีเซลที่ พี่น้องประชาชนต้องใช้เอาเงินเข้ากองทุนลิตรละ ๗.๒๘ บาท ในขณะที่น้ํามันดีเซล ซึ่งพี่น้องเกษตรกรต้องใช้สูบน้ําเข้าไร่เข้านา เติมอีต๊อก อีแต๋น กองทุนต้องช่วย ๒.๘๖ บาท ต่อลิตร ท่านเห็นไหมว่าจริง ๆ แล้วรัฐบาลก็พยายามบริหารอย่างดีที่สุด แต่ก็อย่างว่า เมื่อสักครู่ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปช่วยดู เรื่องค่าโรงกลั่นด้วย ผมเองฟังแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจว่าเราทําไมถึงปล่อยให้โรงกลั่นเขาขึ้น ราคาค่ากลั่นสูง โดยเฉพาะตัวเลขที่ท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ ขอประทานโทษเอ่ยนามได้พูด เมื่อสักครู่นี้ ค่ากลั่นซึ่งรัฐบาลกําหนดว่าอยู่ในช่วง ๑.๘๕-๒ บาท ตอนนี้กดเข้าไป ๓.๗๐ บาท จนทําให้โรงกลั่นก็ร่ํารวยกันเปึนแถว
อย่างไรก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าถ้ามันจําเปึนจริง ๆ ก็เสนอกฎหมายมาเลย เก็บภาษี โรงกลั่นเปึนวินด์ฟอลล์ โพรฟ่ต (Windfall Profit) เหมือนกับเมืองนอกเขาทํา ถ้ามันมี โพรฟ่ต (Profit) หรือมีกําไรที่ไม่ใช่กําไรอันควร เปึนกําไรเพราะน้ํามันขึ้นน้ํามันลงอย่างนี้ ต่างประเทศเขาก็ทํา เขาเรียกกฎหมาย วินด์ฟอลล์ โพรฟ่ต (Windfall Profit) ฝากท่าน รัฐมนตรีด้วย ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพ ตามด้วยท่านพิสิฐครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ต้องก้าวไกลให้ไทยก้าวหน้า วันนี้ ผมขอร่วมอภิปรายซักถามในเรื่องของ พ.ร.ก. ค้ําประกันเงินกู้กองทุนน้ํามันที่รัฐบาล ได้เสนอด่วนเข้ามาในสภาของเรา ขอบคุณที่เสนอเข้ามาแล้วก็ได้อภิปรายกัน ทั้งนี้ผมจะ สอบถามไปทางรัฐบาลโดยไม่ซ้ํากับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนที่ได้อธิบายไป เพราะตั้งแต่ ผมเปึน ส.ส. เขต ผมก็ได้ไปสอบถามกับคนหลายคนว่าการประกันของรัฐบาลก็มีแต่ การประกันน้ํามันดีเซล โดยมีข้ออ้างที่สมเหตุสมผลอยู่บ้างก็เรื่องของน้ํามันดีเซลใช้ใน การเกษตรแล้วก็ใช้ภาคขนส่ง รถขนส่งขนาดใหญ่ถ้าไม่ประกันเรื่องดีเซล ต้นทุนการขนส่ง และการเกษตรจะสูงเกินไป แล้วทําให้สินค้าอย่างอื่นแพงขึ้นด้วย อันนี้พอเข้าใจได้ แต่ทางพรรคก้าวไกลและตัวผมคิดว่าถ้าหากจะช่วยเหลือประชาชนจริงเราก็ควรจะช่วยเหลือ โดยเฉพาะเจาะจงเปึนกลุ่มไป ไม่เถียงครับ ในการประกันให้เกษตรกรกับขนส่ง แต่ก็ควร จะออกไปคูปองให้เขาไปเพื่อจะใช้เปึนตัวทดแทนน้ํามัน การรับประกันช่วยอุดหนุนน้ํามัน ดีเซลอย่างเดียว ท่านประธานเอาง่าย ๆ ลองไปดูใต้ถุนสภาชั้นจอดรถของท่านผู้ทรงเกียรติ หลาย ๆ ท่าน เปึนรถเบนซ์ (Benz) และเปึนรถเบนซ์ (Benz) ที่ใช้ดีเซลกันหลายคัน ถามว่า การอุดหนุนน้ํามันดีเซลเราควรอุดหนุนให้คนที่ขี่รถเบนซ์ (Benz) หรือคนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ ที่ใช้เบนซินอย่างผมมากกว่ากัน ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาสภา เมื่อวานน้ํามันเหลือขีดแดงขั้นสุด
ผมไปเติมเต็มถัง ๑๗๐ บาท ฮอนด้าดรีม (Honda Dream) ของผม จะอยู่ได้ประมาณ ๑ สัปดาห์ ตอนผมเปึน ส.ส. ใหม่ ๆ ผมไปเติม ๑๐๐ บาท ก็ถีบตัวขึ้นสูงด้วยปัจจัยที่ท่านได้ พูดมาทั้งหมดครับ คนเหล่านี้คนที่หาเช้ากินค่ํามากมายก็ใช้น้ํามันเบนซินเปึนต้นทุนการผลิต ของเขา ต้นทุนทํามาหากิน อย่างพี่วิน (Win) มอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์ ซอย ๓ ที่ผมไปถาม เขาก็ไม่ได้รับการอุดหนุนใด ๆ เลยจากรัฐบาล ทั้งที่ตรงนี้การที่ขึ้นค่าน้ํามัน น้ํามันแพง สุดท้ายส่งผลต่อคนที่ไม่ได้ร่ํารวย ติดอยู่ใกล้กับรถไฟฟัา ที่เดินขึ้นรถไฟฟัาได้ แต่เขาอยู่ในซอย ค่าวิน (Win) มอเตอร์ไซค์ก็แพงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเช่นกัน คนเหล่านี้ อยู่ไหน ก็อยากจะไปถามว่าคนเหล่านี้อยู่ในสมการที่ท่านคิดออกนโยบายบ้างหรือเปล่า พี่ตุ๊กตุ๊ก ที่อยู่หน้าตลาดเงินวิจิตรบริเวณถนนเจริญรัถ เขตคลองสาน ใกล้ ๆ กับศูนย์ประสานงาน ของผมเองที่เป่ดขึ้นใหม่ เขาก็บ่นเหมือนกัน แม่ค้าก็มาบ่นกับผมเหมือนกันว่าตุ๊กตุ๊กราคา แพงขึ้น เพราะตุ๊กตุ๊กก็ใช้น้ํามันเบนซิน แล้วก็เปึนต้นทุนที่เขาขนส่งอาหารของสดจากตลาด ไปร้านค้าของเขา คนเหล่านี้อยู่ไหน คนเหล่านี้รัฐบาลเห็นเขาว่าเปึนต้นทุนในการผลิต แล้วควรจะช่วยอุดหนุนหรือไม่ แล้วหลาย ๆ คนเราเห็นในท้องถนนทั่วไปผมก็จอดเคียงบ่า เคียงไหล่กับพี่แกร็บ (Grab) พี่โรบินฮูด (Robinhood ) อยู่ตามแยกมอเตอร์ไซค์ เราก็เห็น เขาเยอะมาก บางครั้งเขาจําผมได้ก็เกิดการทักทายเปึนคอนเวอร์เซชัน (Conversation) ๖๐ วินาทีบ้าง ๑๐๐ วินาทีบ้าง แล้วแต่ว่าโชคจะประสบพบเจอกันอย่างไร เขาก็บ่นเรื่อง ต้นทุนของเขา มีหลายเรื่องที่เขาบ่น การเอารัดเอาเปรียบของแอป (App) พวกนี้ด้วยที่เขา หางานได้ยากขึ้น ส่วนแบ่งเขาน้อยลง รวมถึงต้นทุนของเขาที่ออกจากบ้านแต่ละวัน เขาเติม น้ํามันวันละ ๒๐๐ กว่าบาท ๓๐๐ กว่าบาท คนเหล่านี้อยู่ไหน กองทุนน้ํามันที่รัฐอุดหนุน ไม่ได้มีคนเหล่านี้อยู่ในสมการเลย
ดังนั้นข้อเสนอของผมที่จะถามของทุกท่านก็คือทําไมเราไม่อุดหนุนน้ํามันหรือให้คูปอง ใช้เงินกองทุนน้ํามันให้คูปองคนทั่วไปที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องจริง ๆ ไม่ใช่เหมารวมที่จะ บอกว่าดีเซลก็คือกลายเปึนขนส่งหมด ดีเซลที่ใช้รถเบนซ์ (Benz) มันมี ดังนั้นก็อยากให้ทาง คณะรัฐมนตรีที่มาตอบในวันนี้ตอบคําถามผมหน่อยว่าทําไมไม่มีมาตรการให้กับเบนซินของ ผู้มีรายได้น้อยบ้าง จากเสียงของตัวแทนประชาชนคนเล็ก ๆ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน ถ้าท่านไม่สามารถตอบคําถามผมได้ ผมก็ขออนุญาตโหวตไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. นี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของราคาน้ํามันในตลาดโลกที่แพงขึ้น แท้จริงแล้วได้เกิดมาตั้งแต่ เมื่อโควิด (COVID) ได้ปะทุขึ้น แล้วราคาก็ตก จากนั้นก็มีการกระโดดขึ้นมาอย่างที่ทาง ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวว่าในช่วงนั้นเรามีกองทุนน้ํามันที่เปึนบวกถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่หลังจากนั้นมากองทุนน้ํามันก็ติดลบอย่างรวดเร็ว แล้วก็มาสูงสุดเอาล่าสุดก็คืออยู่ที่ ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีคําถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่รีบดําเนินมาตรการดูแล เรื่องการเงินเหล่านี้ แทนที่จะมีการนํามาเสนอสภาให้ได้ดูแลกันในการออกกฎหมายเพื่อให้มี เงินมาดูแล กลับมาใช้เหตุผลว่าเปึนเรื่องความจําเปึนเร่งด่วนฉุกเฉินก็คือออกพระราชกําหนด เหตุผลที่พวกผมอยากจะท้วงติงในเรื่องนี้เพื่อจะไม่ให้เปึนแบบอย่างต่อไปในอนาคตว่า เหตุการณ์แบบนี้แท้ที่จริงแล้วท่านประเมินได้อยู่แล้วว่ากองทุนน้ํามันจะติดลบ แล้วติดลบ มากด้วย ท่านควรจะต้องรีบนําเสนอสภาและให้มีการระดมความคิดกัน ซึ่งกระผมจะขอ อนุญาตใช้โอกาสนี้ในการที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกข้องใจมากก็คือเรื่องของโรงกลั่น แล้วก็เรื่องของการดําเนินมาตรการนโยบาย พลังงานของประเทศไทย ซึ่ง ณ เวลานี้เรายังไม่ได้มีการดูอย่างองค์รวมเพื่อจะให้นําไปสู่ การใช้พลังงานที่เหมาะสม แล้วก็ไม่มีภาระทางการเงินแบบที่เราเห็นตอนนี้ เรื่องของ ค่าการกลั่น เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกก็ได้โชว์ตัวเลขว่าสูงถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วค่าการกลั่นไม่ควรจะสูงขนาดนี้ ควรจะอยู่ที่ประมาณสัก ๑.๕๐ บาท เหตุผล ที่สําคัญก็คือว่าโรงกลั่นทั้งหมดที่เรามีอยู่ในประเทศไทยทั้ง ๖ แห่งนี้ได้ก่อสร้างมานานแล้ว
ค่าเสื่อมราคาก็น่าจะได้มีการตัดไปเกือบหมดแล้ว ไม่ควรจะมาใช้เหตุผลแบบเดิม ๆ อีก ควรจะต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลง นั่นก็ส่วนหนึ่งที่น่าจะเปึนการไปต่อรองกับเขาได้
อีกประการหนึ่ง ผมคิดว่าทางกระทรวงก็น่าที่จะไปดูแลเรื่องของระบบ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ตอนนี้ ก็คือเรื่องของการที่เรามีน้ํามันหลายประเภทด้วยกัน น้ํามันที่เราใช้กันอยู่ตามปัูม ไม่ว่าจะเปึนอี ๘๑ (E81) อี ๒๐ (E20) แก๊สโซฮอล์ ๙๕ (Gasohol 95) แก๊สโซฮอล์ ๙๑ (Gasohol 91) หรือทางด้านไบโอดีเซล (Bio Diesel) เราก็ยังมีบี ๕ (B5) บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๑๐๐ (B100) เหล่านี้เปึนต้น ซึ่งเปึนภาระในการ ดูแลบริหารเปึนค่าใช้จ่าย ถ้าเราช่วยปรับลดส่วนนี้ให้เหลือเท่าที่จําเปึนและที่เปึนประโยชน์ ก็จะเปึนการลดค่าใช้จ่าย และประโยชน์ก็จะตกกับประชาชนที่จะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้
และอีกประการหนึ่ง ในเรื่องของนโยบายพลังงานเรา ยังมีเรื่องของ กรีน ไฮโดรเจน (Green Hydrogen) ที่กระทรวงพลังงานยังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ว่าเราจะนํามาใช้ ประโยชน์ได้อย่างไรทั้งที่ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ์นมีการใช้กันมากขึ้น ก็คือว่าเรานําเอา ไฮโดรเจน (Hydrogen) จากการแยกจากน้ําโดยอาศัยแสงโซลาร์ (Solar) มาผสมกับแก๊ส ธรรมชาติ กับแก๊สแอลพีจี (LPG) อย่างน้อยสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะให้ค่าใช้จ่ายเราถูกลง อันนี้คือตัวอย่างของวิธีการที่เราน่าจะมีการระดมความคิดกัน
แล้วผมก็ไม่ได้หมายถึงว่าสิ่งที่เรานําเสนอจะถูกเสมอไป แต่ก็อยากให้กระทรวงได้ชี้แจง ประเด็นเหล่านี้ว่าท่านได้มีความพยายามในการที่จะลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานให้กับ ประชาชนสักแค่ไหน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พลังงานมีราคาแพงขึ้น แน่นอนครับ ยังมีเรื่องของการใช้แสงโซลาร์ (Solar) ซึ่งเราก็คงจะมีการคุยกันอยู่แล้วว่าอยากจะให้ ประชาชนได้ใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น
สุดท้ายครับ หลายประเทศได้ใช้โอกาสนี้ในการเจรจาต่อรองกับประเทศ ที่ผู้ส่งออกน้ํามัน อย่างเช่น ซาอุดิอาระเบีย หรือแม้กระทั่งรัสเซียว่าเราสามารถที่จะซื้อน้ํามัน ราคาถูกจากเขาได้หรือไม่ อันนี้เปึนประเด็นที่ประชาชนยังไม่ได้รับฟังจากรัฐบาลว่าท่านได้ ดําเนินการในส่วนเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ก็ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อให้ท่านได้ช่วยชี้แจงด้วย ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน ตามด้วยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน วันนี้จะมาพูดอภิปรายเรื่องพระราชกําหนดซึ่งออกโดย รัฐบาล ผมจะพูดเรื่องนี้สั้น ๆ เรื่องพระราชกําหนดของท่าน ไม่มีรายละเอียดเลย แล้วก็ให้ พวกเรามาอภิปราย ทุกคนต้องไปค้นคว้าเอามาจากต้นทุนของแต่ละคนที่อยู่ในสภามา ท่านที่มานั่งชี้แจงท่านก็ต้องช่วยรับฟังผมด้วยว่าทําไมไปออกในช่วงนั้นในช่วงที่สภาป่ด แล้วท่านก็มีโอกาสทําตั้งนานแล้ว หลายท่านที่อภิปรายก่อนหน้าผมก็บอกว่ารู้ตั้งแต่วิกฤติ ยูเครนแล้วว่าจะต้องเกิดปัญหานี้แน่นอน ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย แล้วผมติดตามเรื่องนี้ มาตลอด ท่านอย่าไปมองว่าผมไม่เข้าใจนะ ผมนี่คือคู่ต่อสู้เรื่องที่ท่านบริหารแทงเกอร์ (Tanker) กันเมื่อก่อนว่าเอาเรือไปจอดในทะเลแล้วก็ไม่ขนน้ํามันมาที่แทงก์ (Tank) ผมคนนี้แหละในป้ ๒๕๕๔ ที่ไปพูดเรื่องนั้นกับพวกท่าน วันนี้ผมมองว่าหลายคนพูดถึงเรื่อง เอกสารที่ออกมา เอกสารที่ผมถือนี้เปึนวันที่ ๘ เมื่อวานนี้เอง เรื่องราคาน้ํามัน เรื่องอะไร ต่าง ๆ ผมจะไม่พูดในรายละเอียด แต่บอกว่าช่องแรกของท่านคือราคาน้ํามันอ้างอิงของ ตลาดโลกของท่าน อธิบายกันทุกครั้งก็บอกว่าจําเปึนต้องใช้ราคาอ้างอิงสิงคโปร์เนื่องจาก กลัวว่าไม่อย่างนั้นถ้าโรงกลั่นบ้านเราไม่ขายให้เรา เราต้องไปซื้อราคาสิงคโปร์ เราไม่ซื้อ สิงคโปร์เราต้องเสียค่าขนส่งทางเรือ ค่าประกันภัยและสูญหายตามธรรมชาติยังให้เราเสียอีก
ถ้าผมไม่ยอมซื้อตรงนี้ บอกอย่างนั้นผมก็ไม่ซื้อคุณ คุณไปซื้อเอง แล้วคุณจะต้องขนไปขาย ที่โน่น ถ้าโรงกลั่นเราขนไปขายสิงคโปร์เขาต้องออกค่าเรือเองไหม เขาต้องออกค่าประกันภัย เองไหม เขาต้องออกค่าเสี่ยงภัยเองไหม เขาก็ต้องออกเอง แต่วันนี้มันตลกมากท่านครับ ตลกที่ไม่ตลก คนไทยเหมือนควาย คุณซื้อในราคาโรงกลั่นสิงคโปร์มาบวกพวกนี้ให้กับเราอีก ประเด็นนี้ผมถือว่าผมเปึนคนไทยที่สูญเสียความเปึนมนุษย์ตามมาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าคุณบริหารอย่างนี้บ้านเมืองมันจะไปตรงไหน คุณเปึนตัวแทนของเราไปบริหารแผ่นดิน คุณต้องต่อรองกับต่างชาติที่มาลงทุนบ้านเรา ไม่ใช่ก้มหัวให้เขามันถึงวันนี้แล้วประกาศให้ ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้เอาแต่กู้ เอาแต่ง้อ ไม่เห็นหัวประชาชน ผมจะไม่รับ บอกคุณก่อน อันนี้เปึนจุดเดียวเท่านั้น ท่านมาดูสิครับ เล่นกลต่อไปเรื่องอะไร เล่นกลต่อไปเรื่องการ บิดเบือนราคาน้ํามัน ท่านดูช่องที่ ๑ ของท่าน เบนซิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเก็บเงิน เข้ากองทุน ๗.๕๘ บาทต่อลิตร ถ้าเด็กมันรู้ว่าใช้น้ํามัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เครื่องมันจะไปได้ ดีกว่า มันเติมน้ํามัน ๑ ลิตร มันต้องจ่ายเงินให้ท่านเข้ากองทุน ๗ บาทกว่า ไปบิดเบือนให้เรา ใช้ตัวอื่น ทําให้ราคาสูงขึ้น นี่เปึนอีกประเด็นหนึ่งในการบริหารจัดการพลังงานของเรา ท่านครับ เราไม่ใช่คู่ต่อสู้กันระหว่างข้างล่างกับข้างบน ท่านเปึนผู้ชี้แจง ผมเปึนผู้อภิปราย ในนามประชาชน ท่านก็มาในนามประชาชนมาบริหารแผ่นดิน แต่คนในอดีตมันทําอย่างนี้ ให้กับเรา
เมื่อสังคมวันนี้ยอมรับการยึดอํานาจไปแล้ว และท่านได้รับมาบริหารประเทศในครั้งหลัง โดยท่านประยุทธ์ ทําไมท่านไม่ต่อสู้ให้กับประชาชนคนไทยบ้าง ท่านรัฐมนตรีเก่งมาก ผมรู้ประวัติท่าน ท่านทํางานการเงินให้กับบริษัทพลังงาน ท่านอยู่แบงก์ ท่านเข้าใจหมด และผมเชื่อว่าถ้าท่านประยุทธ์เป่ดโอกาสให้ท่านทํางานมันจะไม่เปึนแบบนี้ ผมสงสัยแล้ว คุยกับท่านประธานผมก็สงสัยว่านายกรัฐมนตรีอาจจะไปให้โอกาสท่าน เพราะว่าท่านรู้มา ตั้งแต่วิกฤติครั้งแรกแล้วทําไมไม่แก้ มาปล่อยกู้อย่างนี้ ผมไม่ไว้ใจกองทุน ถ้าท่านไม่ไป ปกปัองพลังงานของพรรคการเมืองบางพรรค เรื่องปาล์มน้ํามัน เราจะต้องใช้น้ํามันแพง อย่างนี้หรือ น้ํามันปาล์มแพงกว่าน้ํามัน แพงกว่าต้นทุนตอนนั้น คุณก็ยังเอามาบวกเข้าไปอีก เอาของแพงมาปนของไม่แพง ให้ขายเปึนของแพงคุณก็ทํา คุณไม่ได้แยกว่าอันไหนเปึน พลังงาน อันไหนเปึนภาคเกษตรที่ต้องพัฒนา แก๊สมีท่านผู้อภิปรายท่านก่อนบอกผมว่าถ้าเรา ดึงออกจากพลังงานไปอยู่สิ่งที่จําเปึนสําหรับการเกษตร ท่านก็ออกนโยบายใหม่ไม่ต้องผูกพัน ตรงนี้ท่านก็ทําได้ แต่วันนี้ที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่สาระรายละเอียดข้างใน แต่การออก พระราชกําหนดต้องบอกผ่านสภาไปว่าให้มันมีรายละเอียดมากกว่านี้ ไม่ใช่เราไปถามหมอดู ว่าคุณจะคิดอย่างไร เพราะในนี้มันไม่มี ผมไม่ทราบว่าท่านคิดอะไรกันอย่างไร อย่าดูถูก ประชาชน การไม่เป่ดโอกาสให้เราตรวจสอบก็คือการดูถูกประชาชน การเอาเปรียบประชาชน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากมีการยุบสภา ประเด็นนี้จะเปึนประเด็นสาธารณะในการ หาเสียงต่อไป ถ้าพี่น้องประชาชนคนไทยเห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้ในการกู้จ่าย กู้จ่าย และกู้แจก กู้แจก แล้วบังคับให้เราใช้หนี้ เงินกู้ก็ต้องบวกดอกเบี้ย ทําไมไม่เอาเงินหลวงที่คุณดูแลล่ะ เงินหลวงคือเงินงบประมาณ เพราะไม่ต้องเสียภาษีซ้ําซ้อน ประเด็นสาธารณะเรื่องการกู้วันนี้ ที่ผมไม่รับมันจะเปึนประเด็นในการหาเสียงของทุกพรรคการเมือง ถ้าท่านต้องการการบริหาร ประเทศแบบนี้เลือกพรรครัฐบาลทั้งหมดเลย นี่เปึนประเด็นที่ผมเสนอว่าการเมืองตอนนี้ มันต้องเปึนการเมืองแบบนี้ แลกกันที่วันลงคะแนน เปึนไปได้อย่างไร ยอมให้เขาเอาค่าเรือ ค่าประกัน ค่าสูญหายตามธรรมชาติมาบวกเปึนค่าน้ํามันให้พวกเราใช้มาหลายสิบป้แล้ว ไม่ทราบว่าอีกร้อยป้ถ้ามีพวกท่านความคิดแบบนี้อยู่มันจะแก้ปัญหาได้ไหม ฝากพี่น้องประชาชน ตรวจสอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณศิริกัญญายังไม่พร้อมนะครับ เชิญท่านภาคิน สมมิตรธนกุล ท่านภาคินพร้อมไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนพระราชกําหนดผ่อนผันให้ กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ด้วยเหตุผลความจําเปึนที่ขึ้นมาอภิปรายในครั้งนี้ รวมถึงเหตุผลความจําเปึนที่ผมได้เห็น ของรัฐบาลว่าสถานการณ์ของกองทุนติดลบมาตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๖๔ นั้น เครื่องมืออันสําคัญ ของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานนั่นคือ กองทุนพลังงาน กองทุนพลังงานจะเปึนกองทุนที่รักษาระดับราคาน้ํามันเชื้อเพลิงภายใน ประเทศ พลังงานทั้งก๊าซในมิติของประเทศ เพราะฉะนั้นหัวใจใหญ่สําคัญที่ทําให้ประเทศ เรานั้นไม่ขาดพลังงาน น้ํามันมีเติมตลอด พี่น้องเกษตรกรสามารถใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ทางการเกษตรในการทําอาชีพเกษตรได้ตลอดเวลา นั่นคือพลังงานเชื้อเพลิงที่ประเทศเรา ได้นําเข้ามา ถามว่านําเข้ามาขนาดไหน นําเข้ามาเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นมีความจําเปึน ที่จะต้องใช้รัฐบาลที่มีความสามารถ เปึนมืออาชีพที่จะเข้ามาบริหารจัดการในเรื่องของ พลังงาน
ท่านจะเห็นว่าพลังงานนั้นเปึนวิกฤติทั่วโลก หลายประเทศนั้นจะเห็นว่าเกิดจลาจล เกิดการ แย่งชิงการเติมน้ํามันในช่วงโควิด (COVID) ในช่วงน้ํามันขาดแคลน ประเทศเรามีไหม ไม่มี เพราะอะไร เพราะเรามีมืออาชีพในการบริหารจัดการเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะท่านรอง นายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมท่านเปึนมืออาชีพด้านพลังงานที่บริหารจัดการได้ดีทําให้ น้ํามันไม่ขาด บริหารจัดการดีทําให้ประเทศเรามีน้ํามันใช้แบบมีเสถียรภาพ ไม่แพงไม่ถูกเกินไป เทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านของเรา ไม่มีวิกฤติพลังงานที่จะต้องมาแย่งเติมน้ํามัน เกษตรกรยังสามารถใช้เชื้อเพลิงในการที่จะผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง อันนี้สิ เราได้รัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานทําให้ประเทศเราสามารถเดินหน้าเรื่องพลังงานของประเทศได้ ฉะนั้นความจําเปึน ของกองทุน ผมว่ากองทุนมันเหมือนองค์กรธุรกิจอย่างหนึ่ง เขาใช้เวลาในการที่จะให้ กระทรวงการคลังค้ําแค่ป้เดียว ป้เดียว ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คืนแล้ว ถามว่ากู้มาแล้ว เปึนภาระของใคร ไม่ได้เปึนภาระอะไรเลย น้ํามันก็ไม่ได้แพงขึ้น พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้เติม น้ํามันแพงขึ้น เท่าเดิม เพราะกองทุนนั้นมีรายได้เข้ามาทุกวัน กองทุนมีรายได้มาจากผู้ผลิต น้ํามันภายในประเทศ กองทุนมีรายได้จากผู้นําเข้าน้ํามัน ก๊าซธรรมชาติเข้ามาในประเทศ ผู้รับสัมปทานก๊าซธรรมชาติในประเทศต่าง ๆ นี่คือรายได้ของกองทุนที่จะเก็บเข้ามา ที่จะจุนเจือได้มาทุกวัน ไม่ได้ได้มาเปึนป้ ได้ทุกวัน เดี๋ยวก็คืนหมดแล้ว ในเมื่อแนวทางเปึน เช่นนี้ ก็หมายความว่าการบริหารจัดการของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว มาถูกทางเพราะอะไร ๑. เมื่อน้ํามันมีเสถียรภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมันเดินไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ หัวใจใหญ่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการขนส่ง ถ้าหากว่าเชื้อเพลิงพลังงานมันแพง การขนส่งก็แพง ต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ก็แพง สินค้าต่าง ๆ มันแพง และผู้รับภาระคือใครครับ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ต้องมารับภาระ รัฐบาลจะปล่อยวางอย่างนี้ไม่ได้ ผมสนับสนุนเลยจะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะน้ํามันเชื้อเพลิงที่เปึนดีเซล ทุกวันนี้ประเทศไทยเราใช้วันละ ๒๐๐ ล้านลิตร ๒๐๐ ล้านลิตรส่วนใหญ่พี่น้องเกษตรกรใช้ด้วย ภาคการขนส่งก็ใช้ตามมา อันนี้คือหัวใจใหญ่ที่รัฐบาลต้องเข้าไปดูแล เห็นดีด้วยเลยครับ เพื่อให้รักษาระดับราคาต้นทุนการผลิตทุกอย่างมันเปึนไปได้อย่างดี ค่าครองชีพของพี่น้อง ประชาชนก็ยังเปึนไปได้อยู่ อันนี้คือหัวใจสําคัญที่ผมต้องลุกออกมาช่วยสนับสนุนว่าการที่
รัฐบาลออกมาขอกู้ โดยให้กระทรวงการคลังค้ํานั้นมันมาถูกทางแล้วที่เราจะทําให้เสถียรภาพ ของน้ํามันนั้นมีราคาที่เปึนไปได้ครับ
อีกอันที่จะตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเองก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะหาช่องทางที่จะ หาแหล่งพลังงานอย่างอื่น ผมเคยไปกับท่านรองนายกรัฐมนตรีไปที่ประเทศเพื่อนบ้านเรา ไปแสวงหาพลังงานราคาถูกนั่นคือพลังงานน้ําเพื่อหาความร่วมมือในการผลิตร่วมกัน ผลิตเสร็จแล้วก็รับซื้อกลับมาเข้าที่ประเทศเรา อันนั้นคือต้นทุนพลังงานที่ถูกลง แล้วถามว่า ตอนนี้ทิศทางของพลังงานประเทศนั้นจะไปทางไหน ตอนนี้ดูเหมือนเทรนด์ (Trend) ของทั้งต่างประเทศและบ้านเราก็คือทิศทางการส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟัา คืออีวี (EV) รถต่อไปก็อาจจะเติมน้ํามันน้อยลง มันก็จะเปึนทิศทางที่จะใช้เชื้อเพลิงจากไฟฟัา เกษตรกร ก็เช่นเดียวกันก็คือต่อไปเครื่องสูบน้ํา รถไถก็อาจจะเปึนเชื้อเพลิงที่มาจากรถไฟฟัา อันนี้ก็เปึน ทิศทางที่รัฐบาลส่งเสริมอยู่ผมเห็นแล้ว รวมทั้งการที่จะติดตั้งชาร์จเจอร์ (Charger) ส่งเสริม ผ่านมายังการไฟฟัาส่วนภูมิภาค การไฟฟัานครหลวงก็ดําเนินการอยู่ ผมได้เห็นทิศทางที่ รัฐบาลได้ส่งเสริมอยู่ ฉะนั้นแนวทางนี้ก็เห็นว่ารัฐบาลก็น่าจะเข้ามาช่วยส่งเสริมในเรื่องของ พลังงานที่มาจากพืชเกษตรซึ่งผมเคยอภิปรายไว้ว่าดูเหมือนรัฐบาลก็ให้ความใส่ใจมาแล้วว่า ส่งเสริมให้มีการใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตมาจากพี่น้องเกษตรกรก็คือน้ํามันบนดิน ผมเคยพูดย้ํา เสมอว่าน้ํามันบนดินเราส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรช่วยกันผลิตเพื่อลดการนําเข้า มาจาก มันสําปะหลังเปึนเอทานอล (Ethanol) มาจากอ้อยได้ มาจากน้ํามันปาล์ม จากพี่น้องทาง ภาคใต้ก็ผลิตกันเยอะ ทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ผลิตน้ํามันที่มาจากเกษตรกรเปึนน้ํามัน เชื้อเพลิงที่จะช่วยสนับสนุนให้ลดการนําเข้ามาแบ่งเบาภาระกองทุนของเราได้เปึนอย่างดี ท้ายที่สุดนี้ผมก็ขอสนับสนุนรัฐบาลที่จะให้กระทรวงการคลังค้ําประกันในการออก พระราชกําหนดผ่อนผันในการค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุน มั่นใจว่ากองทุนพลังงาน สามารถที่จะใช้คืนภายใน ๑ ป้ ในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศิริกัญญา ตามด้วยคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้ที่เรามาพิจารณาพระราชกําหนดฉบับนี้ก็เพื่อให้กระทรวงการคลังมีอํานาจ ที่จะค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุนน้ํามัน เราอาจจะลืมพูดเรื่องที่มันพื้นฐานที่สุดที่วันนี้ อาจจะยังไม่มีใครพูด อาจจะพูดเรื่องที่ว่าเราจะหาเงินมาให้กองทุนน้ํามันได้อย่างไรบ้าง หรือว่าจะทําให้น้ํามันราคาลดลงได้อย่างไรบ้าง แต่เรื่องพื้นฐานที่สุดในวันนี้การขอให้ กระทรวงการคลังมาค้ําประกันเงินกู้ก็คือการขอให้ประชาชนเปึนคนค้ําประกันเงินกู้ และเงินกู้ครั้งนี้มีวงเงินสูงถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูว่าถ้ามีเพื่อนของท่านประธาน มาขอให้ท่านประธานค้ําเงินกู้ ท่านประธานอยากจะทราบอะไรบ้างเกี่ยวกับเงินกู้ก้อนนี้ ท่านประธานคงไม่อยากฟังแค่ว่าเพื่อนของท่านประธานลําบากอย่างไร มีความจําเปึนแค่ไหน ที่จะต้องกู้เงิน แต่ว่าเพื่อนของท่านประธานต้องบอกด้วยว่าพอกู้ไปแล้วจะเอาเงินไปทําอะไร แล้วจะกู้แบบไหนบ้าง ดอกเบี้ยเท่าไร แล้วจะใช้หนี้กันอย่างไร ระยะเวลากี่ป้ ถูกต้องไหมคะ แต่มาวันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีแถลงตอนเริ่มต้นไม่มีการพูดถึงอะไรแบบนั้นเลย ไม่มี การพูดถึงแผนการกู้ แผนการใช้เงิน แล้วก็แผนการใช้หนี้ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันเข้าใจดีว่าแผนทั้ง ๓ แผนนี้มีการแถลงในการประชุมคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่ามันเปึนการประชุม วาระลับ เราเลยไม่มีโอกาสที่จะได้ดูแผนเหล่านั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาส เข้าประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ์ายค้านก็คือวิป (Whip) ฝ์ายค้าน มีการเชิญ ตัวแทนจากหน่วยงานเข้ามาชี้แจง ดิฉันก็ถามคําถามเดียวกันแบบนี้เลย วันนี้ทางหน่วยงาน ส่งเอกสารมาแล้ว แผน ๓ แผนมีอยู่แค่ ๑ หน้า ไม่ถึง ๒ หน้าดี แผนการกู้เงินบอกแค่ว่า จะกู้วงเงินแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินที่เหลืออีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้ทยอยเปึน ๖ ครั้ง แต่ว่าก็ไม่ได้บอกว่าจะคืนเมื่อไร แล้วก็ไม่ได้บอกว่าดอกเบี้ยจะเปึนอย่างไร แผนการใช้ ยิ่งหยาบใหญ่เลย บอกแค่ว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจะใช้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ส่วนอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจะใช้จนถึงกรกฎาคม ๒๕๖๖ จบค่ะ ไม่ได้บอกว่าการใช้เงิน จะใช้อะไรไปมากกว่านี้ ส่วนแผนการชําระหนี้ยิ่งแล้วใหญ่เหมือนเดิมบอกว่าจะชําระหนี้ ครบถ้วนของ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกภายในกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ส่วนวงเงินที่เหลือจะใช้ให้จบ
ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๗๒ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะหารายได้จากที่ไหนมาใช้หนี้ ที่ผ่านมา เราก็ลุ้นกันตัวโก่งว่าตกลงกองทุนน้ํามันจะกู้เงินได้หรือกู้เงินไม่ได้ ลุ้นมาตั้งแต่ต้นป้ เพราะก็มี บอกมาว่าตอนนั้นติดลบไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จําเปึนที่จะต้องกู้สถาบันการเงิน แต่ว่า ติดเรื่องทางเทคนิคทางบัญชีก็เลยยังไม่สามารถที่จะยื่นขอกู้ได้ เดี๋ยว สตง. ตรวจบัญชีเสร็จแล้ว ก็จะขอกู้ได้ จะกู้ได้เสร็จภายในเดือนมีนาคม พอเดือนมีนาคมบอกว่าจะกู้เสร็จภายใน เดือนเมษายน พอเดือนเมษายนก็บอกว่าจะกู้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน จนถึงทุกวันนี้ก็ยังกู้ ไม่ได้ ตอนแรกดิฉันก็เข้าใจว่าเปึนเรื่องทางเทคนิคทางบัญชี เพราะว่ามันมีการเปลี่ยนรูปแบบ ขององค์กรของกองทุนน้ํามัน ปรากฏว่าถามไปถามมาจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วสรุปว่าไม่มี แบงก์ (Bank) ไหนกล้าให้กู้ เพราะว่าสภาพคล่องของกองทุนน้ํามันนั้นมีปัญหาจริง ๆ ถ้าเพื่อนท่านประธานมาบอกกันตรง ๆ แบบนี้ว่าการเงินมีปัญหาจริง ๆ สภาพคล่องมีปัญหาจริง ๆ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคตจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ท่านประธานยังจะกล้าค้ําประกันหนี้ ให้เพื่อนคนนี้อีกไหม แล้วมันก็สุ่มเสี่ยงว่าสุดท้ายแล้วก็จะใช้หนี้ไม่ได้ เพราะมันไม่ได้มีแผน เลยว่าตกลงกองทุนน้ํามันจะต้องเก็บอัตราของน้ํามันดีเซลเพิ่มขึ้นเปึนเท่าไรของน้ํามันดีเซล น้ํามันเบนซินเพิ่มขึ้นเปึนเท่าไร
เพราะว่าที่ผ่านมาถ้าเราใช้ข้อมูลย้อนหลัง ค่าเฉลี่ยของการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ของน้ํามันในแต่ละชนิด เฉลี่ยย้อนหลัง ๒ ป้ คือป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ เพื่อจะใช้คืนหนี้ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จําเปึนจะต้องใช้ระยะเวลากว่า ๓๐ ป้ ถึงจะใช้หนี้ได้ครบทุกบาททุกสตางค์ แต่ว่าพอมาดูในแผนการใช้หนี้บอกว่าจะใช้คืนได้ภายใน ป้ ๒๕๗๒ ของวงเงินที่ใหญ่ที่สุดคือ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้คืนภายในป้ ๒๕๗๒ ก็คือว่า อีกแค่ ๗ ป้ ดังนั้นรับรองว่าจะต้องมีการเร่งรัดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันอย่างมหาศาล และแน่นอนว่าตรงนี้ก็จะตกไปเปึนภาระของประชาชนที่จะต้องจ่ายราคาน้ํามันแพง อีกใช่หรือไม่
สุดท้ายค่ะ มันมีต้นทุนอื่น ๆ อีกมหาศาลที่มันถูกซ่อนไว้ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว สภาวะสภาพคล่องของกองทุนน้ํามันแบบปัจจุบันก็แทบจะไม่ได้มีเงินเข้ากองทุนสักเท่าไร สุดท้ายแล้วเงินก้อนใหญ่ที่ใช้ในการอุดหนุนน้ํามันดีเซล น้ํามันเบนซินอยู่ทุกวันนี้มันคือภาษี สรรพสามิตที่เรางดเว้นการเก็บไป ๕ บาทต่อลิตร จนถึงทุกวันนี้เรายังไม่ทราบเลยว่า กระทรวงการคลังสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตไปแล้วกี่บาท ยังไม่ได้มีการเป่ดเผย ตัวเลขอย่างชัดเจน อย่างน้อย ๆ กองทุนน้ํามันยังมีบอกว่าเก็บอะไรไปแล้วเท่าไร แล้วก็ติดหนี้ อยู่เท่าไร แต่สําหรับต้นทุนทางการคลังที่มันซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเปึนภาษีสรรพสามิตที่หายไป ภาษีมูลค่าเพิ่มที่หายไป ไม่มีการชี้แจงไว้ตรงไหนเลย วันนี้ก็ต้องขอเรียกร้องท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงให้เรารู้ด้วยว่าสุดท้ายแล้วภาษี สรรพสามิตหายไปแล้วทั้งหมดเท่าไร เพราะมันก็วนเปึนงูกินหางนี่ละค่ะ ถ้ารายได้กองทุน น้ํามันไม่มีแล้วมาดึงเอาจากรายได้ของสรรพสามิต สรรพสามิตก็ไม่มี สุดท้ายก็ดึงไปที่รายได้ รัฐบาลอยู่ดี เพราะว่าเงินรัฐบาลมันก็คือเงินของรัฐบาลของประชาชน สุดท้ายแล้ว ในภาพใหญ่ที่สุดหนี้สาธารณะจะเปึนเท่าไร เพราะเราทราบกันดีว่าเมื่อกองทุนน้ํามันกู้ ไม่ว่า กระทรวงการคลังจะค้ําหรือจะไม่ค้ําก็จะตกไปเปึนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๐ ล้านล้านบาท สรุปแล้วภาระหนี้ของเราจะมีหน้าตาเปึนอย่างไรในอนาคต
เรื่องสุดท้าย อาจจะมีหลายท่านพูดไปแล้ว เรื่องของการเก็บภาษีลาภลอย เพราะว่าที่ผ่านมาก็เพิ่งเห็นว่า ปตท. มีแค่รายเดียวที่ยอมบริจาคว่ายอมให้เรี่ยไรมาเดือนละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าก็ยังมีอีกหลายเจ้าที่ยังไม่ได้มีการบริจาค ในนี้มีการพูดถึงอยู่ว่า สุดท้ายแล้วไม่อยากที่จะไปเก็บเขา เพราะว่ามันก็จะกลายเปึนการผลักภาระต้นทุนมาที่ราคา
น้ํามันของผู้บริโภค ซึ่งดิฉันคิดว่าถ้าเราเชื่อว่ามันเปึนกลไกตลาดจริง ราคาน้ํามันถูกกําหนด โดยตลาดโลกจริง การเก็บภาษีลาภลอยแบบนี้ย่อมไม่ส่งผลกระทบไปที่ผู้บริโภค ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ ตามด้วยท่านธนกร วังบุญคงชนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติขายแผ่นดินให้ต่างชาติคนละ ๑ ไร่ ให้เปึนเจ้าของ แผ่นดินในประเทศไทย เขาสามารถชักธงชาติของเขาขึ้นสู่ยอดเสาในแผ่นดินไทยได้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านมาตอบกระทู้ ท่านตอบผมสิ เขายกธงชาติของเขาขึ้นในประเทศไทยได้ไหม ตอบข้าง ๆ คู ๆ ตกลงจะถอยไหม จะถอยไหม ๑ ไร่ถอยไหม ตอบหน่อยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านพิเชษฐ์ครับ เข้าประเด็นที่กําลังพิจารณาอยู่นะครับ
ประเด็นครับ อันนี้เป่ดหัวครับ
เป่ดก็ต้องเป่ด ให้มันตรงประเด็น
สิงหาคม ๒๕๖๕ หนี้สาธารณะ ๑๐.๓ ล้านล้านบาท ๖๐.๗๒ เปอร์เซ็นต์ จะขยายเพดานอีกไหม เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน ที่จะพ้นตําแหน่ง จะยุบสภา จะขยายเพดานอีกไหม หนี้ครัวเรือนแตะไปที่ ๑๔.๙๗ อันนี้ เดือนสิงหาคม ครอบครัวละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท หนี้ครัวเรือนครอบครัวละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านรองนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศชาติได้ดีมาก ในประวัติศาสตร์ชาติไทยคนไทยเปึนหนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนมีที่รัฐบาลท่านเท่านั้น กองทุนน้ํามันกู้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ชาติไทย ๔๐ ป้ ท่านกู้มากที่สุด ไม่อายบรรพบุรุษหรือครับ หลายคนพูด ๙ คนไม่เห็นด้วย แต่ ๑ คนอาจจะเห็นด้วย ไปอนุมัติออกพระราชกําหนดวันที่ ๕ ตุลาคม ตอนนี้ประเทศไทย มันพังไปหรือยัง รีบร้อนทําไม วันที่ ๕ กับวันนี้เป่ดสภาเขาไม่เห็นด้วยทั้งหมด แล้วไปรีบร้อน ทําไม หลบเลี่ยงหรือครับ วันนี้ถ้าโหวตไม่ผ่านสภาท่านต้องลาออก เจตนาไม่บริสุทธิ์ วันที่ ๙ ตุลาคมมาขออนุมัติซึ่งท่านก็ใช้เงินไปแล้ว ท่านบอกว่าไม่เปึนภาระของประชาชนจริงหรือไม่ เปึนภาระของกองทุนจริงหรือไม่ เพราะว่ากองทุนมันกู้มา มันจะต้องจ่ายหนี้ ๗ ป้ ๗ ป้นี้ ไม่มีว่าน้ํามันของประเทศไทยจะลดราคาลงได้เลย ยังไม่รวมกับสถานการณ์ของโลกที่จะ เลวร้ายมากกว่านี้ พอถึงตอนนั้นท่านอยู่ที่ไหน ท่านอาจจะไม่เปึนรัฐบาลแล้วก็ได้ แต่ท่านต้อง รับผิดชอบ ท่านทิ้งทวนใช่ไหม ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านเปึนผู้เชี่ยวชาญ อยู่ ปตท. มาก่อน อยู่ การเงินการคลังมาก่อน รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านเปึนผู้เชี่ยวชาญที่สุดในประเทศไทย วันนี้ เอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเรื่องพลังงานเอามาให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ได้ไหม ดีกว่าไปเปึนประโยชน์กับประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านจงรักภักดีอยู่ บั้นปลายชีวิต ของท่านจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์พลังงานแห่งชาติ ผมขอสาปแช่ง ใครกินคําโตฉลาดแยบยล ไม่อายผีสางเทวดา ขอให้ ๗ ชั่วโคตรมีอันเปึนไปในทางที่เสื่อมเสียเลวร้ายถ้าคิดไม่ดี ต่อแผ่นดิน ผูกขาดแตะต้องไม่ได้ โรงกลั่นทั้งหมดรักษาไว้เหมือนไข่ในหิน เพราะพวกท่าน ใช่ไหม ท่านรู้ดี ทําไมไม่ไปจัดการโรงกลั่น ทําไมไม่ไปจัดการกับบริษัทผูกขาดพลังงานแห่งชาติ ปตท. ทําไมต้องทําร้ายประชาชน ผลักภาระหนี้ให้กับประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้เท่าไร ถ้าไม่ได้ก็ตอบ จะเอาเงินไปเลือกตั้งใช่ไหม ถ้าไม่เปึนอย่างที่ผมพูดให้ตอบมา ปฏิเสธมา อย่าให้หลังจากที่ท่านหมดอํานาจอีกไม่กี่วันนี้ อย่าให้มันเปึนรอยแผลที่จะทําให้ ท่านไปอยู่ในคุกได้ ท่านทําเพื่อประเทศชาติเถอะ ท่านทําไว้ให้ประเทศชาติได้ แต่ถ้าไม่ทํา
เดี๋ยวตอบผมมา ท่านคือคนที่มีศักยภาพ แต่ขอให้ใช้ศักยภาพของท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปในทางที่ถูกที่ควรเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่กู้ กู้แล้วขายแผ่นดิน ไม่ใช่ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธนกร ตามด้วยท่านสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล นะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ และผมเชื่อว่ารัฐบาลภายใต้การนําของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทําทุกอย่างเพื่อ ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็สงครามรัสเซีย-ยูเครน รัฐบาลเองก็สามารถที่จะบริหารจัดการได้ดีจนทั่วโลกก็ชื่นชม แต่สถานการณ์ของวิกฤติพลังงานเราก็เห็นกันทั่วโลกว่าทุกประเทศก็ประสบปัญหาหมด แล้วก็มีความจําเปึนที่รัฐบาลชุดนี้จําเปึนจะต้องออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ขึ้นมาในการที่จะไปดูแล ทางด้านพลังงาน กระผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าในอดีตที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็ใช้นโยบาย ได้ใกล้เคียงกันมากเลย แล้วก็ไปดูแลพลังงานก็คล้าย ๆ กัน แต่วันนี้พอรัฐบาลชุดนี้ ใช้นโยบายแบบนี้ รัฐบาลในอดีตบางรัฐบาลก็บอกว่าไม่ถูกต้องและบอกว่าเปึนความล้มเหลว ของรัฐบาลนี้ ผมไม่ทราบว่าท่านใช้ตรรกะอะไร ย้อนไปดูในสมัยสงครามอิสราเอล ย้อนไป ไกลหน่อย สมัยของ จอมพล ถนอม สงครามอ่าวเปอร์เซียในสมัย พลเอก ชาติชาย สงครามอิรัก-อเมริกาในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม สงครามในสมัย ที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็มีวิกฤติพลังงานแบบนี้ ซึ่งก็มีการใช้นโยบายที่คล้ายกัน ในสมัย อดีตผู้นําท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ราคาน้ํามันดีเซลขึ้นมาถึง ๘๓ เปอร์เซ็นต์ ในสมัย นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ น้ํามันดีเซลแพงขึ้น ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในขณะนั้นในสมัย นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านก็ใช้นโยบายเช่นเดียวกัน ก็คือ การอนุมัติให้กองทุนกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งในขณะนั้นท่านได้ใช้เงินไปถึง ๙๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งราคาน้ํามันดีเซลอยู่ในระดับราคาประมาณ ๑๓-๑๖ บาทต่อลิตร แล้วก็มีการประกาศ ลอยตัวน้ํามัน ซึ่งสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ราคาน้ํามันดีเซลจริงวันนี้ ท่านประธาน ก็ทราบดีอยู่แล้วมันก็ประมาณ ๔๐ กว่าบาทต่อลิตร ซึ่งแพงกว่าสมัยก่อนประมาณ ๒-๓ เท่า แต่ว่าระยะเวลาที่ผ่านมาผมเชื่อว่าในเรื่องต่าง ๆ ราคาต่าง ๆ มันก็เพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว ในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เราใช้ไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าในสมัยของ ท่านอดีตผู้นําทักษิณเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แล้วก็สามารถที่จะรักษาราคา น้ํามันดีเซลเพิ่มขึ้น ๒๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง กระผมเชื่อว่าการบริหารจัดการของรัฐบาล ชุดนี้มันก็ไม่ได้แตกต่างกับรัฐบาลในอดีต แล้ววันนี้ผมก็เชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะเปึน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ทุกคนก็รักประชาชน รักประเทศชาติทั้งนั้น ไม่มีใคร คิดร้ายหรือคิดไม่ดีกับพี่น้องประชาชนหรือประเทศชาติ เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อว่ารัฐบาล ได้เดินมาถูกทางแล้ว วันนี้เราจะเห็นได้ว่าการที่ พลเอก ประยุทธ์ เริ่มต้นเป่ดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) มาเรามีการเป่ดประเทศจนทั่วโลกก็ชื่นชมเรา แล้วก็วันนี้ เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง ๗-๘ ล้านคน สิ้นป้ก็ประมาณ ๑๐ ล้านคน ในอดีตที่ผ่านมาเรามี รายได้หลักจากการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึงป้ละ ๔๐ ล้านคน มีเงินเข้าประเทศกว่า ๒.๗ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมเชื่อว่าการที่รัฐบาลภายใต้การนําของ พลเอก ประยุทธ์ และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์ท่านก็เปึนมืออาชีพ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าเราก็จะต้อง ให้ความเปึนธรรมกับท่านด้วย ผมคิดว่ารัฐบาลทําอะไรในสายตาฝ์ายค้านถ้าท่านบอกว่า ไม่ดีเลยมันก็ไม่เปึนธรรม ผมเชื่อว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการมา ก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากมาย เพราะฉะนั้นแล้วผมขอความเปึนธรรมให้กับ รัฐบาลด้วย แล้วผมคิดว่าสิ่งไหนที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะฝ์ายค้านหรือ ฝ์ายรัฐบาลทุกคนก็เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วผมขอสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ และตามด้วยท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ นะครับ
สวัสดีท่านประธานครับ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สาระสําคัญของ พ.ร.ก. นี้ ปัญหามันก็เกิดมาจากน้ํามันแพง จึงจําเปึน ที่จะต้องตั้งกองทุนน้ํามันขึ้นมา การตั้งกองทุนน้ํามันขึ้นมาก็เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อที่จะมา พยุงราคาน้ํามันในกรณีที่น้ํามันตลาดโลกมันแพง สุดท้ายก็เปึนการอัฐยายซื้อขนมยาย เพราะรายได้จากกองทุนน้ํามันนั้นก็ต้องเก็บจากประชาชนในการที่ไปใช้น้ํามันต่าง ๆ กลับเข้ามาที่กองทุน และที่ผ่านมากองทุนน้ํามันก็มักจะอ้างว่าราคาน้ํามันแพงขึ้น ซึ่งเกิด มาจากการนําเข้าราคาน้ํามันดิบที่แพงขึ้น โอเค (OK) นั่นคือปัจจัยภายนอก ซึ่งเราไม่สามารถ ควบคุมได้ แต่ถ้าปัจจัยภายใน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องค่าการกลั่น ค่าภาษีต่าง ๆ ค่าการตลาด รวมทั้งมีการขุดเจาะน้ํามันภายในประเทศได้ สิ่งต่าง ๆเหล่านี้รัฐได้เข้าไปดูแล ไปไล่เบี้ยให้ดี แล้วหรือยัง ค่าการกลั่นที่ผ่านมาเราก็รู้อยู่ว่ามันแพงเกินจริงไหม ทําไมยังปล่อยให้เขา ไปอ้างอิงราคาตลาดโลก ถ้าหากว่าเราไม่ได้อ้างอิงราคาตามตลาดโลกหรือเอาสะท้อน ความเปึนจริงของค่าการกลั่นจริงผมเชื่อว่าราคาน้ํามันก็จะลดลงได้ ภาษีอันนี้พอเข้าใจได้ เพราะเนื่องจากว่าเราต้องเก็บเงินภาษีต่าง ๆ เข้ามาบริหารจัดการประเทศ ค่าการตลาด ก็เปึนที่รู้กันธุรกิจวงการในน้ํามันนั้นมีกําไรอย่างมหาศาล นี่ผมไม่ได้ว่าเขา เพราะว่าการเป่ด บริษัท การทําธุรกิจก็ต้องหวังมีกําไร ประเด็นที่ ๔ ก็คือการขุดเจาะน้ํามันภายในประเทศ เราควรที่จะต้องเพิ่มไหม สํารวจเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีการขุดเจาะเพิ่มขึ้นและให้รู้ปริมาณว่า มันพอเพียงไหมหรือสามารถหาแหล่งน้ํามันใหม่ได้เพิ่มขึ้นไหม และที่สําคัญการขุดเจาะ น้ํามันภายในประเทศได้ควรต้องเอาต้นทุนน้ํามันภายในประเทศไปเกลี่ยกับน้ํามันดิบที่ต้อง นําเข้าจากต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนราคาน้ํามัน ๓-๔ ประเด็นตรงนี้ ซึ่งจะเปึนการแก้ปัญหา อย่างยั่งยืน เพราะว่าการออก พ.ร.ก. นี้ขึ้นมาผมก็มองว่าเปึนการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก สุดท้ายก็ต้องมีการกู้ กู้ กู้ กันอยู่อย่างนี้ แล้วมากขึ้น ๆ อย่างที่ผมเรียนไป ๓-๔ ประเด็นตรงนั้น ถ้าหากหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบมีมาตรการโครงสร้างระบบราคาน้ํามัน ที่ดีพอเราก็จะสามารถทําให้ราคาน้ํามันลดลงมาได้ เราก็สามารถที่จะลดต้นทุนอะไรทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นกับราคาสินค้าได้ ส่งเสริมให้มีการแข่งขันราคา การค้าการขาย การส่งออกกับ
ต่างประเทศกับสากลได้ และสิ่งที่สําคัญที่ผมเปึนห่วง พ.ร.ก. นี้ไม่ได้ให้แผนการกู้ ไม่ได้ ให้แผนการใช้เงิน ไม่ได้ให้แผนการชําระเงินมาเลย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า พ.ร.ก. นี้ ที่ออกมาจะสามารถใช้หนี้ได้จริง และถ้าหากมีองค์กรหน่วยงานรัฐอื่นที่ประสบปัญหาอย่างนี้ ผมยกตัวอย่างเท่าที่ผมรู้มาก็มีการไฟฟัาฝ์ายผลิตอีก ที่มีปัญหาเช่นนี้เหมือนกันติดลบอยู่ แสนกว่าล้าน โดยเขาบอกว่าต้องเอามาชดเชยช่วยเหลือประชาชนในเรื่องค่าเอฟที (FT) แล้วต้องออกเปึน พ.ร.ก. ลักษณะแบบนี้เหมือนกัน จะทําให้รัฐบาลนี้เสียวินัยการเงินการคลัง หรือไม่ ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยว่า พ.ร.ก. นี้ไม่ควรนําเอามาใช้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ตามด้วยท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นะครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ในเรื่องพระราชกําหนดฉบับนี้ผมเองก็คงต้องเห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมคาใจอยู่ ก็คือว่าวันนี้ปัญหาเรื่องราคาน้ํามันเปึนสิ่งที่สําคัญ แล้วโลกกําลังจะเปลี่ยนไปในเรื่อง พลังงานสะอาด เรามีการสํารองเรื่องนี้ไหม จากวันนี้ไปจนอีกหลายป้ราคาน้ํามันไม่ลง แน่นอน เพราะประเทศมหาอํานาจกําลังจะหมดอํานาจเรื่องนี้ เขาก็ต้องพยายามทําเงิน ให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่สําคัญคือแล้วประเทศไทยเราละ วันนี้ราคาน้ํามันมันเปึนจริงไหม ราคาน้ํามันที่ออกมาเปึนราคาเปึนจริงไหม สมควรกับราคาที่จะออกมาให้พี่น้องประชาชน มาใช้ในราคานี้หรือไม่ แล้วที่สําคัญเราก็ไม่มีแผนรองรับเรื่องพลังงานสะอาดเลย ยุโรป เขาบอกป้ ๒๐๓๐ เขาจะเลิกใช้น้ํามัน รถยนต์ต้องใช้พลังงานไฟฟัา แต่ประเทศไทย ยังไม่มีแผนเรื่องพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเปึนโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ไม่ว่าจะเปึนเรื่องต่าง ๆ แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ก็ยังแพง ยังเปึนกลุ่มทุนที่ครอบงําอยู่ เช่นเดียวกับราคาน้ํามัน วันนี้บริษัทน้ํามันร่ํารวย ปตท. กําไรมหาศาล เปึนกําไรที่เกินกว่าเหตุเลยก็ได้ จริงอาจจะส่วนหนึ่ง ว่าเปึนของรัฐ แต่ผมว่ามันไม่ใช่ เพราะมันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว แต่สิ่งที่สําคัญคือวันนี้ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นมากคือผมคาใจ คุมแรงพลังงานอยู่มาจาก ปตท. หลังจากรัฐบาลยุคนี้ ยุบไปแล้ว ท่านกลับไปอยู่ ปตท. อีกหรือเปล่า คนที่มาจากกลุ่มทุนเปึนผู้บริหารในรัฐบาล เปึนรัฐมนตรี เปึนรองนายกรัฐมนตรี เปึนอะไรก็แล้วแต่ ประกาศออกมาเลยสิว่าหลังจาก เลิกเปึนรัฐมนตรีแล้วจะไม่กลับไปอยู่แล้ว ปตท. ผมถึงจะหายคลางใจ ถ้าไม่อย่างนั้นผมยัง มองว่าราคาน้ํามันมันไม่ใช่ความเปึนจริง ราคาน้ํามันคือสิ่งที่เอื้อกับบริษัทน้ํามันมากกว่า กับพวกปัูมที่ขายน้ํามันมากกว่า ปัูมเองก็ไม่ได้เหลืออะไรครับ แต่บริษัทน้ํามันกับผู้ค้าน้ํามัน กําไรมหาศาล ผมเรียนด้วยความเคารพ ท่านมาจาก ปตท. ท่านต้องสามารถทํากลไกตลาด ที่เขาพูดกัน ผมไม่มีความรู้หรอกว่าค่าการตลาด ค่าอะไรต่ออะไร มันต้องทําให้ลดลง และสิ่งที่สําคัญเงินกู้วันนี้ ใช่ รัฐบาลค้ําประกันกองทุนใช้ แต่ผมมองไปว่าถ้ากองทุนอยู่ใน สภาพนี้ต่อไปปัญหาก็คือว่าจะขาดทุนตลอดไปแล้วใครจะใช้หนี้ ผมอยากเห็นศักยภาพ จากผู้ที่มาจากบริษัทค้าน้ํามันมาดูแลตรงนี้แล้ว มันต้องทําให้เกิดกลไกกองทุนนี้มีเงินเหลือ
มากขึ้น ราคาน้ํามันต้องถูกลง แต่ในภาวะนี้คงทําได้ยาก แต่สิ่งที่ชัดเจนผมอยากเห็นจุดยืน ประกาศออกมาเลยความแคลงใจผมจะหมดว่าไม่กลับไปอยู่บริษัทเอกชนอีกแล้ว เรียนด้วย ความเคารพครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจุลพันธ์ ตามด้วยนางสาวนภาภรณ์ เพ็ชร์จินดา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชกําหนด ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้ส่งมายังสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมต้องเรียนต่อ ท่านประธานว่าผมเองคงให้ความเห็นชอบอนุมัติตัวพระราชกําหนดฉบับนี้ไม่ได้ สาเหตุ หลายประการครับ
ประการแรก ชื่อของพระราชกําหนดนั้นบอกว่าเปึนพระราชกําหนดผ่อนผัน ให้กระทรวงการคลังไปค้ําประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ถามว่าผ่อนผันอะไร ประเด็กแรกเลยมันเปึนการผ่อนผันเพื่อที่จะให้รัฐบาลสามารถละเมิดกฎหมายซึ่งสภา ผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว นั่นก็คือกฎหมายหนี้สาธารณะ เพราะกฎหมาย หนี้สาธารณะไม่อนุญาตให้ทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสามารถดําเนินการได้ด้วยตนเอง จึงต้องผ่อนผัน นี่แหละสิ่งแรก นั่นก็คือรัฐบาลสนับสนุนให้มีการละเมิดกฎหมายโดยถูกต้อง คือเราออกพระราชกําหนดมาเพื่อไปกดทับเอาพระราชบัญญัติซึ่งสภาให้ความเห็นชอบไว้ ในอดีตแล้ว นี่คือประเด็นแรกของปัญหา
ประเด็นที่ ๒ เราต้องมาดูว่าเหตุใดทางกระทรวงการคลังแล้วก็ทางกองทุนน้ํามัน จึงมีความจําเปึนจะต้องมานั่งกู้เงินเพื่อที่จะเอาไปโปะ แน่นอนครับ การกู้เงินกองทุนน้ํามัน มันเคยเกิดขึ้นมาในหลายยุคหลายสมัย กองทุนน้ํามันกู้มาเพื่อที่จะไปลดภาระให้กับ พี่น้องประชาชนอันนี้ก็ถูกต้อง แต่สาเหตุที่วันนี้ตัวเลขกองทุนน้ํามันต้องแบกรับถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ มันเกิดจากอะไร มันเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของ รัฐบาล ของกระทรวงพลังงานเองในอดีต ทั้งที่พวกผมเอง เพื่อนสมาชิก คนในสังคม นักวิชาการในสังคมเขาท้วงติง เขาพูดถึง เขาหาหนทางแก้ไข เขาบอกประเด็นปัญหาท่านมา หลายครั้งหลายหนแต่ท่านไม่รับฟัง ง่าย ๆ เลยสิ่งแรก เดิมกองทุนน้ํามันเองมีกรอบ ในการกู้เงิน แต่ตัว พ.ร.บ. ในป้ ๒๕๖๒ ซึ่งออกมานี้กําหนดกรอบในการกู้เงินของ กองทุนน้ํามันไว้ที่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สาเหตุหนึ่งนั้นเพราะอะไร เพราะว่ารัฐบาลเองไม่เชื่อใจ กับกลไกของกองทุนน้ํามัน รัฐบาลสมัย คสช. ดําเนินการในการแก้ไขกฎหมาย ท่านปล่อยให้ กองทุนน้ํามันมีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบ แทนที่จะมีการสะสมเงินในกองทุนน้ํามันในช่วงที่ ราคาน้ํามันในตลาดโลกต่ํา เพื่อให้มันเกิดความมั่นคงเสถียรภาพทางพลังงาน มีคัชชัน (Cushion) มีส่วนเหลือส่วนเกินเยอะ ๆ ท่านไม่ทํา สุดท้ายตัวกองทุนน้ํามันไม่สามารถที่จะเติบโตได้ มาวันนี้พอราคาน้ํามันเกิดเหตุการณ์สงครามในยูเครนและรัสเซียราคาน้ํามันในตลาดโลก สูงขึ้นเปึนระยะเวลายาวนาน สุดท้ายกองทุนน้ํามันไม่มีสภาพความพร้อมเพียงพอที่จะรองรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่คือประเด็นปัญหา นอกจากนั้นในหลายป้ที่ผ่านมาในช่วง ๗-๘ ป้ ที่ผ่านมาพวกผมเรียกร้องมาโดยตลอด ผมเองคนหนึ่งที่เคยพูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า รัฐบาลควรจะไปปรับ สิ่งที่ท่านเก็บภาษีสรรพสามิต ๕.๙๙ บาทกับพี่น้องประชาชนมาตลอด ๖-๗ ป้ เพิ่งจะมาปลดล็อกปรับออกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ท่านควรจะเอาภาษีสรรพสามิต ส่วนนี้ออก แล้วก็ไปเติมความพร้อมในกองทุนน้ํามันด้วย แทนที่จะเอาออก ๕.๙๙ บาท แล้วไป เติมเงินใส่กองทุนน้ํามันเพื่อให้มันเกิดความพร้อมในการรองรับเหตุการณ์วิกฤติใด ๆ ที่เกิดขึ้น ท่านไม่ทํา แต่เก็บเงินภาษีเข้ากระเปิารัฐบาลเอาไปใช้เอาไปถลุง ไปลงทุน ไปทํา อะไรก็ตามที่ท่านใช้ สุดท้ายกองทุนน้ํามันไม่มีความพร้อมรองรับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น อย่างในปัจจุบัน นี่คือประเด็นปัญหาที่เราชี้ปัญหามาอย่างยาวนานแต่ท่านไม่รับฟัง จนกระทั่ง ในปัจจุบันนี้ก็อย่างที่เห็นกัน
ประเด็นที่ ๓ สถานการณ์ในเรื่องของความพร้อมของกองทุนน้ํามันเองนั้น ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าถ้าท่านดูตัวเลขย้อนหลัง เหตุการณ์ที่กองทุนน้ํามันเริ่มติดลบนั้น มันเริ่มตั้งแต่ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ป้นี้ เหตุการณ์สงครามเกิดช่วงต้นป้เรามีเค้าลาง เดือนกุมภาพันธ์ราคาน้ํามันโลกเริ่มสูงขึ้น กองทุนน้ํามันแตะตัวเลขติดลบครั้งแรกในปลาย เดือนธันวาคม แต่อย่างที่ได้เรียนกรอบตามพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนน้ํามันนั้นกําหนด ว่าท่านสามารถกู้เงินโดยแจ้งกับ ครม. ได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนน้ํามันท่านมีกรอบเงิน ที่ท่านสามารถบริหารจัดการภายในตัวเองได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราเริ่มทะลุมาตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ วันนั้นติดลบอยู่ ๒๑,๘๓๘ ล้านบาท แล้วท่านรอเวลา อะไรมาจนป์านนี้ รอเวลาอะไรมาจนกระทั่งช่วงป่ดสมัยประชุม แล้วมาลึกลับซับซ้อน ออกเปึนพระราชกําหนดออกมามัดมือชก วันนี้เข้าสภาผู้แทนราษฎรมามาให้พวกผม เปึนผู้อนุมัติตัวพระราชกําหนดฉบับนี้ มาถึงวันนี้ท่านบอกว่ากรอบการกู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้ได้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นับวันมาถึงวันนี้ท่านมาชี้แจงหนี้มีแล้ว ๑๓๔,๐๐๐-๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เกือบเต็มเพดาน มันสายไปไหม ทําไมตัวกรอบการกู้เงินท่านมี ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันแตะ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ วันนั้นเราก็เห็นปัญหา กรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ผมว่ามีไม่ต่ํากว่า ๑๐ ชุด เรียกหน่วยงานมา
คณะกรรมาธิการผมก็เรียกเชิญท่านมา ก็มาชี้แจงมาคุยกันบอกว่าปัญหามันเกิดแล้วนะ แต่ไม่มีการรับฟัง ไม่มีการแก้ไข สุดท้ายรอจนกระทั่งมันถึงวันฝ้แตกมาถึงวันนี้แล้วมา ขออนุมัติ เงินจาก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกดไปแล้ว ๑๓๔,๐๐๐ ล้านบาท มันเกิดอะไรขึ้น ทําไมมาถึงวันนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงในช่วงต้นนั้นหลายสิ่งหลายอย่าง เปึนประเด็นปัญหา เพื่อนสมาชิกก็ได้มีการพูดไปแล้วว่ามาขอกู้ครั้งนี้ มาขอกรอบการกู้เงิน ครั้งนี้ไม่มีโครงสร้างเลยว่าสุดท้ายจะชําระอย่างไร จะคืนได้อย่างไร แต่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ทั้งหมดไม่เปึนภาระงบประมาณ แล้วกองทุนน้ํามันจะชดเชยเงินได้ด้วยตนเอง ป้ ๒๕๗๒ ผมบอกผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านโดนหน่วยงานต้มเอาครับ มันไม่เกิดขึ้นจริงหรอก สุดท้ายจะเปึนภาระงบประมาณ พวกเราก็ต้องมาพิจารณาคืนเงินกู้ก้อนนี้ให้กับกองทุนน้ํามัน แทนกองทุนน้ํามันผ่านทางงบประมาณแผ่นดิน ป้ ๒๕๗๒ เปึนตัวเลขยกเมฆ เปึนตัวเลขลอย มาจากไหนก็ไม่มีใครเห็น โครงสร้างเปึนอย่างไรก็ไม่ทราบได้ ระยะเวลา ป้ ๒๕๗๒ อีก ๘ ป้ ความหมายของมันคืออะไร ความหมายของมันนั่นคือในภาวะที่ราคาน้ํามันในตลาดโลก เริ่มลงมาเรื่อย ๆ แล้วอย่างในปัจจุบัน แต่ประชาชนคนไทยยังจะต้องแบกรับราคาพลังงาน ที่มันสูงขึ้น เพื่อไปชดเชยหนี้ที่มันเกิดมาในช่วงของการบริหารงานที่ผิดพลาดของท่าน ต้องแบกราคาพลังงานที่มันสูงขึ้นต่อไป กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กระทบต่อเงิน ในกระเปิาของพี่น้องประชาชน กระทบต่อการแข่งขันของประเทศ นี่คือประเด็นปัญหา ที่เกิดขึ้น กระบวนการในการทําเรื่องนี้ไม่มีความจําเปึนต้องออกเปึนพระราชกําหนด ออกเปึนพระราชบัญญัติก็ได้ ออกช่องทางอื่นอีกมากมาย และที่สําคัญช่องทางซึ่งจะ ไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนทําไมท่านไม่เลือก เช่น การปรับโครงสร้างค่าการตลาด เขาก็พูดกันอยู่ วันนี้ค่าการตลาดของบริษัทน้ํามันยักษ์ใหญ่เปึนกําไรมหาศาลของเขา เงินในตลาดหุ้นของเขาเพิ่มขึ้นมาหลายแสนล้านบาทต่อป้ เปึนกําไรต่อป้ ทําไมท่าน ไม่ไปปรับโครงสร้างในเรื่องของค่าการตลาด ทําไมท่านไม่ไปปรับเรื่องของการอ้างอิงราคา น้ํามัน วันนี้เรายังอ้างอิงราคาน้ํามันตลาดสิงคโปร์ ทั้งที่ไม่มีการนําเข้าจริงมาจากสิงคโปร์เลย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะลดภาระให้กับพี่น้องประชาชนโดยไม่กระทบกับกองทุนน้ํามัน แต่รัฐบาล ไม่มีกลไก ไม่มีความคิดที่จะใช้ สุดท้ายกลับผลักภาระมายังประชาชนผ่านทางงบประมาณ แผ่นดิน ผ่านทางการค้ําประกันเงินกู้ตามพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมจึงไม่อาจเห็นชอบครับ
สรุปได้แล้วครับ
เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กับการกู้ รัฐบาลอาจจะเห็นเปึนเรื่องเล็กน้อย เพราะว่าท่านผ่านการกู้เงินมาเยอะมาก ๒๐ กว่าล้านล้านบาท ซึ่งท่านกู้จากการขาดดุลเอง จากการกู้มาทําอย่างอื่น แต่ผมเอง เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สุดท้ายจะเปึนภาระของพี่น้องประชาชนที่ต้องมาชดใช้ ผมไม่อาจเห็นชอบอนุมัติตัว พระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนภาพร ตามด้วยท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดิฉันขอให้ความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.ก. นี้ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเพื่อให้ กระทรวงการคลังค้ําประกัน ดิฉันมีความคิดเห็นว่ามีความจําเปึนแค่ไหน เพื่อน ๆ ในสภานี้ คงพูดกันในหลาย ๆ ประเด็นแล้ว แต่ดิฉันต้องการจะให้ทางกองทุนรับทราบในวิธีคิด ที่พวกเราคิด อย่างในกรณีที่ ป้ ๒๕๕๑ ในขณะที่ราคาน้ํามันโลกอยู่ที่ราคา ๑๔๐ บาร์เรล แต่ว่าขายน้ํามันเบนซินให้กับประชาชนในบ้านเราคือ ๔๔ บาท แต่ในขณะที่ป้นี้ราคาน้ํามัน ราคา ๑๐๐ เหรียญต่อบาร์เรล ราคาอยู่ที่ ๕๐ บาท การบริหารของกองทุนทําไมมันถึงดูเขย่ง แตกต่างกันเช่นนี้ ถ้าเราจะเปรียบเทียบเมื่อสมัยยุคที่ท่านปิาเปรมอยู่บริหารประเทศ ณ ขณะนั้นเคยพูดว่าประเทศไทยเราจะโชติช่วงชัชวาลเมื่อครั้งนั้นเราเจอบ่อน้ํามัน แต่ ณ เวลาหนึ่งผ่านไป หลาย ๑๐ ป้ผ่านไป ประเทศไทยเราอยู่ในภาวะเช่นไร
เราอยู่ในภาวะที่เราซื้อน้ํามันแพงมาก ประชาชนคนไทยได้ใช้น้ํามันแพงมาก การมีกองทุนน้ํามัน เปึนสิ่งที่ดี เพราะอะไร เพราะว่าจะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามันให้คงที่ ไม่สวิง (Swing) มาก แต่กองทุนนี้สะสมเงินมานานหลายป้แล้ว ในช่วงที่ราคาน้ํามันลดลงถูกมาก ณ เวลานั้น เราก็ยังคงใช้น้ํามันแพงอยู่จนทําให้ชาวบ้านเกิดคําถามกันมากมายว่าขณะที่ราคาน้ํามัน ในต่างประเทศมันลดลงแล้ว ทําไมเราถึงไม่สามารถลดราคาลงได้ เพราะเราเก็บเข้ากองทุน แต่เมื่อนาน ๆ ไปประชาชนก็คลางแคลงใจว่าสะสมมานานหลายสิบป้ ทําไมเราอยู่ในภาวะ ถังแตกถึงต้องกู้อีก ดิฉันเศร้าใจมากเลยที่เป่ดมาแต่ละเรื่องแต่ละครั้งรัฐบาลเสนอมาทีไร มีแต่การกู้ กู้อยู่นั่นแหละ กู้ซ้ําซาก กู้จนน่าเซ็ง ทําไมถึงกู้บ่อย ๆ ซ้ําซากขนาดนี้ สิ่งหนึ่ง ที่ดิฉันคิดว่าควรจะต้องทําเปึนอย่างยิ่งเลย คือดิฉันมองว่ากองทุนนี้ถูกนํามาใช้ในการ บริหารงานโดยผิดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของท่านเพื่อบริหารให้กองทุนน้ํามัน ให้ราคา น้ํามันมีเสถียรภาพ แต่ดิฉันมองว่าปัจจุบันนี้ถูกนําไปใช้เรื่องการเมืองหรือไม่ เพราะเมื่อหลายป้ ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๖๒ ป้ ๒๕๖๓ เราทราบดีว่าราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาปาล์มมันถูก แล้วถูกนําไปใช้ให้ผสมกับราคาน้ํามัน โอเค (OK) ณ เวลานั้นราคาน้ํามันแพง พืชผล ทางการเกษตรตรงนี้มันถูกเอามาถัวกันได้ไม่ได้ว่าอะไร แต่ทําไมท่านถึงนําพืชผลทางการเกษตร น้ํามันปาล์มมาถัวกับน้ํามันในระยะเวลาที่นานมาก ชาวบ้านเขาเรียกร้องกันมานานมากแล้วว่า ให้ยกเลิกได้แล้วที่จะใช้เอทานอล (Ethanol) มาผสมกับน้ํามันเพื่อให้ราคาน้ํามันจริง มันลดลง ผสมมากจนทําให้ราคาน้ํามันปาล์มเพื่อการบริโภคสูงขึ้น ณ เวลานั้นด้วยซ้ํา ดิฉันเลยมองว่าเรื่องนี้มันกลายเปึนเรื่องที่นํามาใช้เพื่อการหวังผลทางการเมืองมากเกินไป เพราะว่ามันถูกชดเชยแบบนี้มายาวนานจนเกินไป ดิฉันเลยคิดว่าวัตถุประสงค์ของการที่จะ บริหารกองทุนน้ํามันมันไม่ตรงไปตรงมา ถามหน่อยว่าเราเคยเห็นไหมว่าการบริหารของ กองทุนน้ํามัน ท่านเคยเอาตัวเลขมาตีแผ่ให้ประชาชนรู้ไหมคะ ป้นี้เดือนนี้กําไรเท่าไร ป้นี้เดือนนี้ขาดทุนเท่าไร ท่านเคยมาตีแผ่ให้ประชาชนรู้ไหมว่าท่านมีรายจ่ายเปึนอย่างไร ทําไมท่านต้องชดเชยเท่านั้นเท่านี้ ประชาชนคนไทยสงสัยมาตลอด สงสัยแบบไม่เคยมีการ ตอบคําถามได้อย่างชัดเจน คําถามพวกนี้มันเกิดข้อสงสัยกันมาตลอด สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากที่จะ ให้ทํามากกว่าที่จะให้พวกเราในสภามาโหวตว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. นี้ สิ่งหนึ่ง ที่ต้องทําก็คือเราจะต้องเปลี่ยนบอร์ด (Board) บริหารกองทุนนี้ก่อนเลย ต้องเปลี่ยนบอร์ด (Board) ก่อนเลย เพราะอะไร ท่านบริหารงานกันมานานขนาดนี้ แต่ท่านไม่สามารถที่จะ
สร้างความสมดุลของราคาน้ํามันได้อย่างที่ควรจะเปึน และไม่สามารถตอบคําถาม ที่ประชาชนคลางแคลงสงสัยได้อย่างชัดเจนต่อเนื่อง อย่างหลายป้ผ่านมาท่านทําไม่ได้เลย สิ่งหนึ่งที่ต้องทําอย่างที่บอกเมื่อเราเปลี่ยนบอร์ด (Board) บริหารแล้วดูสิว่าการเปลี่ยนแปลง มันจะนํามาสู่ในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ บอร์ด (Board) นั้นที่มาที่ไปอย่างไร เปึนเด็กของใครส่งมา เปึนเด็กในโควตาของใคร เปึนโดยตําแหน่งของใครส่งมา ทําไมมันเอื้อกันไปเอื้อกันมา แล้วเกิดภาวะติดลบถังแตก ต้องกู้กันเปึนหมื่น ๆ ล้านบาทมันสมควรแล้วหรือไม่ ดังนั้นในส่วนตัวดิฉันเองจึงขอสนับสนุนที่จะโหวตไม่ผ่าน ที่จะให้ พ.ร.ก. นี้เข้าสู่การกู้ การค้ําประกันกองทุนนี้ เพราะดิฉันมองว่าท่านยังไม่สามารถทําหน้าที่ของตนเอง ได้ดีอย่างเพียงพอ ดังนั้นจะต้องเปลี่ยนบอร์ด (Board) ก่อน ถึงจะนําไปสู่ภารกิจถัดไป อื่น ๆ ได้ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร ตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญท่านวิสารครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ต่อพระราชกําหนดฉบับนี้มีทั้งหมด ๒ แผ่น เฉลี่ยแล้วแผ่นหนึ่ง ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตมุมมองอีกประเด็นหนึ่งที่จะแยกให้ ทางพี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อไปด้วย เมื่อสักครู่มีสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลท่านทําตัว เหมือนเปึนโฆษกรัฐบาลท่านมากล่าวอ้างว่าตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณก็ใช้เงินกองทุนนี้ สมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ใช้เงินกองทุนนี้ ผมว่าต้องให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุพัฒนพงษ์เปึนคนตอบจะดีกว่า ผมเรียนอย่างนี้ครับ กองทุนน้ํามันจริง ๆ แล้วเจตนา ท่านประธานเห็นไหมว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมาเพื่อค้ําประกัน โดยกระทรวงการคลังค้ําประกัน ธนาคารของรัฐ ซึ่งว่ากันตรง ๆ มีกระจิบกระจอกที่อยู่ในกระทรวงพลังงานเขาเล่าให้ผมฟังว่า ความเปึนจริง ผมต้องเล่าให้ท่านประธานฟังว่าเมื่อป้ ๒๕๔๖ ต่อป้ ๒๕๔๗ ขณะนั้น พรรคไทยรักไทยเราเปึนรัฐบาล รัฐมนตรีก็คือคุณหมอพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เราก็มี หนี้กองทุน เพราะเราต้องการที่จะทําให้ดีเซลราคาไม่แพงเกินไปนัก แต่ขณะเดียวกันมันก็มี เพดานที่จะต้องไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนั้นที่ท่านบอกว่า ๙๒,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ครับ สิ่งหนึ่งนั่นก็คือว่าเราต้องให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่ให้กัน จนกระทั่งเคยชิน รัฐบาลชุดนี้เพื่อนสมาชิกเราได้บอกไว้แล้วว่ากู้ กู้ กู้ แล้วตอนนี้อย่างที่ ท่านว่าจริง ๆ ผมขออนุญาตท่านพิเชษฐ์ได้บอกไว้แล้วกู้เพื่อที่จะหาเสียง อันนี้ผมใส่ร้ายเต็ม ๆ ว่ากล่าวเต็ม ๆ เพราะจริง ๆ แล้วควรจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนรับผิดชอบและจะได้ รับรู้ว่าภาวะโลกขณะนี้น้ํามันมันแพงมันเดือดร้อน น้ํามันดีเซลถึงเราจะช่วยเหลืออะไร อย่างไรเพื่อนสมาชิกเราได้บอกไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งนั่นก็คือว่าในสมัยพรรคไทยรักไทย เปึนรัฐบาลนั้นเรามีการส่งเสริมไบโอดีเซล (Bio Diesel) เราส่งเสริมเกี่ยวกับแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ถึงทุกวันนี้มันก็ยังติดตลาด พี่น้องประชาชนก็ยังใช้งบประมาณเหล่านี้ ในการใช้ไบโอดีเซล (Bio Diesel) แล้วก็มีความเคยชิน แต่มันอยู่ที่การบริหารจัดการของ รัฐบาลมากกว่า น้ํามันขึ้นน้ํามันลงเปึนเรื่องของภาวะกลไก แต่สิ่งที่ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้ทํา ก็คือว่าแก้ปัญหาเพื่อที่จะหาเสียง กองทุนน้ํามันเราต้องชดใช้ รัฐบาลเองต้องไปค้ําธนาคาร ของรัฐ นั่นหมายถึงว่าความเชื่อถือของธนาคารของรัฐต่อรัฐบาลชุดนี้ไม่มีแล้วครับ
กองทุนน้ํามันไปกู้แบงก์เอกชนไม่มีใครให้กู้ สิ่งที่ผมอยากเรียนขอท่านประธานก็คือว่าขณะนี้ กองทุนน้ํามันจะเปึนภาระที่ทําให้ประเทศชาติไปกันใหญ่นั่นก็คืออะไรครับ เราต้องค้ําประกัน ธนาคารของรัฐกันเองและการนําเงินกองทุนมาให้จะมีผลเสียต่อในอนาคตเพราะอย่างไรครับ เพราะอย่างไรมันก็ไม่พ้นพี่น้องประชาชนที่จะต้องเอาภาษีของตัวเองมาจ่าย เพียงแต่รัฐบาล ใช้กองทุนน้ํามันจ่ายล่วงหน้าไปก่อนแค่นั้นเองเพื่อที่จะหาเสียง อีกร้อยกว่าวันจะต้อง เลือกตั้งกันแล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้ผลักภาระให้พี่น้องประชาชน ขณะนี้ทุกอย่าง ท่านประธาน เห็นไหมครับ ราคาปุิยก็แพง ราคาน้ํามันก็แพง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเดือดร้อนไปหมด สิ่งที่ผมอยากจะบอกท่านประธานก็คือว่าการออกพระราชกําหนดฉบับนี้เปึนการกระทําที่ ทําให้วินัยการเงินการคลังเสียไปโดยใช้กฎหมายพิเศษของตัวเองมายกเว้น ว่าไปแล้ว ธนาคารต่าง ๆ แม้กระทั่งธนาคารของรัฐเอง ข่าวออกมาบอกว่ากรุงไทยไม่รับแล้วนะครับ ท่านต้องไปเอาออมสิน ตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ไปบีบบังคับให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มารับผิดชอบกองทุนอันนี้อีก มันเปึนไปได้อย่างไร เปึนรัฐบาลอยู่ แบงก์ของรัฐก็ยังไม่เชื่อถือ ต้องมาขอให้สภาแห่งนี้ออกเปึนกฎหมายพระราชกําหนดและอีกป้หนึ่งใครใช้หนี้ อีก ๗ ป้ ใครใช้หนี้ ก็ลูกหลานเรา รัฐบาลชุดนี้เพียงแต่ผลักภาระให้พี่น้องประชาชนเพื่อที่จะหาเสียง พี่น้องได้ใช้น้ํามันถูก พี่น้องไม่ต้องมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องภาวะน้ํามันขณะนี้
แต่ท่านประธานครับ เรื่องภาวะความเปึนจริงคืออะไร ถ้ากองทุนน้ํามันมีหนี้เยอะ ๆ เข้ามา ภาวะที่มันเดือดร้อนในภาวะปัจจุบันนี้คืออะไร ถ้าเวลาน้ํามันตลาดโลกลง พี่น้องประชาชน เห็นชัด เวลาน้ํามันตลาดโลกลงบ้านเราไม่ลง เวลาตลาดโลกขึ้นบ้านเราขึ้นไปด้วย อันนี้ มันคืออะไร มันเปึนเพราะผลพวงการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้ เรามีรองนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีที่ดูแลพลังงานซึ่งมาจากนายทุน มาจาก ปตท. มาจากผลประโยชน์ เอาเงิน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของพี่น้องประชาชนคนไทยไปซื้อหุ้นในต่างประเทศ อย่างนี้เปึนต้น ท่านประธานลองบอกผมสิครับ ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์ ตรง ๆ ว่ากองทุนน้ํามันแบบนี้มีที่ไหนในโลกบ้างผลักภาระให้พี่น้องประชาชน ถึงเวลาขึ้นมา ตอนนี้สิ่งที่บอกได้ตรง ๆ นั่นก็คือว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีทางออกอีกแล้ว ผลักภาระหาเงินไม่ได้ ก็เอาที่ดินไปขายให้ต่างชาติ ๔๐ ล้านบาทต่อ ๑ ไร่ พอถึงเวลาขึ้นมาตอนนี้ก็แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ ไม่รู้ว่าจะทําอย่างไร ถึงเวลาขึ้นมาแบงก์ของรัฐเองนะครับ ผมประกาศเลยว่ากรุงไทยไม่รับ เงินนี้แล้ว ต้องไปเอาออมสินและต้องไปบีบบังคับให้อาคารสงเคราะห์ซึ่งเปึนแบงก์ของรัฐ ต้องมารับผิดชอบตรงนี้ด้วย นั่นหมายถึงว่าเครดิตของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าหนี้มหาศาลมันจะต้องตกกับลูกกับหลาน น้ํามันเปึนสิ่งที่พวกเราต้อง บริโภคต้องใช้ แต่ควรจะต้องปล่อยให้ขึ้นไปตามกลไกตลาด ต้องสอนให้พี่น้องประชาชน ได้รับรู้บ้างว่าตอนนี้รัฐบาลมีมาตรการอะไร มีการลดไฟฟัาไหม มีการบอกให้พี่น้องประชาชน ประหยัดบ้างไหมครับ รัฐบาลตอนสมัยพรรคไทยรักไทยเปึนเรามีมาตรการหลายเรื่อง ที่จะต้องสอนให้พี่น้องประชาชนได้ประหยัด ได้มีสิ่งดี ๆ มาให้พี่น้องประชาชน แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้ บริหารแบบนี้ แบงก์รัฐบาลเองไม่ยอมรับในการค้ําประกันของรัฐบาล เลยต้องมาขอให้ สภาแห่งนี้ออกเปึนกฎหมายเพื่อค้ําประกันแบงก์ของรัฐกันเอง แล้วอย่างนี้ประเทศชาติจะไป ได้อย่างไรครับ ผมไม่ขอรับพระราชกําหนดฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช ตามด้วยนางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แล้วก็ท่านวรภพ วิริยะโรจน์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตได้อภิปราย เกี่ยวกับพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงาน
กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งเปึนการกู้เงินที่ทางกองทุนน้ํามัน ปัจจุบันได้ดูจากรายงานว่า ประมาณการฐานะกองทุนน้ํามัน ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ ติดลบสูงถึง ๑๒๖,๓๕๓ ล้านบาท ซึ่งหนี้ก้อนนี้เปึนหนี้ที่เกิดขึ้นจากเหตุผล ๒ ส่วน ที่ผมอยากจะสรุปให้ท่านประธานแล้วก็ พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าเปึนความผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐบาล ถึงแม้ผมเอง จะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ฝ์ายรัฐบาล แต่ว่าเรื่องของการบริหารงานที่ผิดพลาด ก็ต้องเอาความจริงมาพูดเพื่อให้ทางคณะรัฐมนตรีแล้วก็ผู้ที่บริหารกองทุน ก็คือสํานักงาน กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงได้รับทราบว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็พี่น้องประชาชน คิดอย่างไร
ประเด็นที่ ๑ คือการขาดวิสัยทัศน์ของกระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่ขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารกองทุน ที่ตั้งเพดานกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงไว้ที่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อนท่านประธานจําได้ไหมว่าตอนที่น้ํามันลงราคา ก่อนป้ ๒๕๖๒ รัฐบาลไม่เคยคิดเลยที่จะเก็บเงินเข้ามาในกองทุน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว น้ํามันดิบลงราคาไปมากไม่กี่สิบเหรียญต่อบาร์เรล แต่ทางรัฐบาลไปตั้งเพดานในการเก็บเงิน เข้ากองทุนอยู่ที่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันเกิดปัญหาตรงที่ว่าในเมื่อต้นทุน น้ํามันมันลงแล้วตัวราคาสินค้าไม่ได้ลงตาม พอราคาสินค้าไม่ได้ลงตามมันก็เกิดเรื่องของ ภาวะกําไรของผู้ประกอบการหรือที่บิ๊กอินดี้ (Big Indy) ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือ อุตสาหกรรมรายใหญ่ได้ก็มีกําไรอย่างต่อเนื่อง แทนที่รัฐบาลจะเก็บเงินเข้ากองทุนไว้ ในกรณี ในอนาคตเกิดความผันผวนของราคาน้ํามันในตลาดโลกก็ยังสามารถมีเงินกองทุนมาชดเชย น้ํามัน เพื่อไม่ให้ราคาน้ํามันสูงขึ้นกว่าลิตรละ ๓๐ บาท
ทั้งรัฐบาลในอดีตแล้วก็รัฐบาลในปัจจุบัน ที่จะได้ใช้เงินกองทุนนี้มาบริหาร เพราะว่า ทางสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายเห็นด้วยว่ากองทุนนี้เปึนเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติราคาพลังงานโดยเฉพาะน้ํามันเชื้อเพลิงให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งจะส่งผลถึงราคาสินค้าด้วย การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลชุดนี้ ขาดวิสัยทัศน์ แล้วก็ผู้บริหารกองทุนขาดวิสัยทัศน์ในการเก็บเงินเข้ากองทุน ทําให้เงินกองทุน มีแค่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดว่าผมอาจจะไม่สามารถลงมติให้ผ่านพระราชกําหนด ฉบับนี้ได้ ถ้าทางรัฐมนตรีแล้วก็ผู้บริหารสํานักงานกองทุนที่นั่งอยู่ข้างล่างท่านประธาน บนบัลลังก์ ไม่สามารถชี้แจงได้ว่าต้นทุนการกลั่นน้ํามันจริง ๆ หรือต้นทุนน้ํามันจริง ๆ เท่าไรกันแน่ ผมเองในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะกระทรวงพลังงาน สนพ. แล้วก็กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาชี้แจง หลายครั้ง ท่านประธานเชื่อไหมครับ ต้นทุนจริง ๆ ในการกลั่นน้ํามันยังไม่ทราบเลยว่า เรากลั่นน้ํามันในเมืองไทยต้นทุนจริง ๆ ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ ปตท. ที่มีโรงกลั่นถึง ๓ โรงใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเปึน ปตท. จีซี (GC) ไทยออยล์ แล้วก็ไออาร์พีซี (IRPC) ต้นทุนจริง ๆ เท่าไร แล้วผมถามว่าการที่รัฐบาลเอาเงินจากกองทุนน้ํามันไปชดเชยให้กับทางพี่น้องประชาชน โดยที่เรายังไม่รู้เลยว่าต้นทุนจริง ๆ เท่าไร สมมุติว่าเราเคยตรึงกันอยู่ที่ ๓๐ บาทในอดีต ก่อนวันที่ ๑ พฤษภาคม ๓๐ บาท ถ้าเกิน ๓๐ บาทก็เอาเงินกองทุนไปชดเชย โรงกลั่นน้ํามัน ถ้าเราไม่รู้ต้นทุนจริง ๆ ภาครัฐยังไม่รู้ต้นทุนจริง ๆ เพราะว่ามาชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการ ตัวแทน สนพ. ตัวแทนกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ยอมรับเลยว่ายังไม่รู้เลยว่าต้นทุนการกลั่น น้ํามันจริง ๆ ในประเทศไทยเท่าไร แล้วเราไปเอาราคาน้ํามันสําเร็จรูปที่สิงคโปร์มาเปึน ตัวคํานวณในการชดเชยราคาน้ํามันให้กับพี่น้องประชาชนผ่านกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง มันก็เหมือนกับอะไรครับ เหมือนกับการเอาเงินของพี่น้องประชาชนเอาไปเปึนกําไรให้กับ โรงกลั่น แล้ววันนี้โรงกลั่นอย่าง ปตท. ผมอภิปรายหลายครั้งแล้วในสภา ป้ ๒๕๖๓ กําไร ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท พอมาป้ ๒๕๖๔ กําไรแสนกว่าล้าน ป้ ๒๕๖๕ ก็ทําท่าจะ แสนกว่าล้านอีกแล้วครับ มันก็เหมือนกับการย้ายเงินของกองทุนน้ํามันที่ติดลบอยู่แสนกว่าล้าน ซึ่งเปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปเปึนกําไรให้กับโรงกลั่นน้ํามัน อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมรับไม่ได้
เพราะว่าเปึนไปได้อย่างไรครับ ที่วันนี้จะเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปค้ําประกัน เงินกองทุน โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าต้นทุนน้ํามันโรงกลั่นจริง ๆ ในประเทศไทยเท่าไร อย่างนี้ รัฐวิสาหกิจ ปตท. เอย โรงกลั่นน้ํามันเอย กําไรมหาศาลเลยครับ เศษกําไรที่มีอยู่ทุกวันนี้ก็คือ เงินภาษีที่ตอนนี้รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานกําลังจะเสนอให้สภาชุดนี้อนุมัติเปึน พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อชดเชยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง อันนี้คือสิ่งที่ผมรับไม่ได้ แล้วก็เปึนการผลักภาระหนี้ ให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นตอนนี้ถ้ารัฐมนตรีชี้แจงว่าต้องชดใช้ไปจนถึงป้ ๒๕๗๒ หมายความว่าอย่างไรครับ เราเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปให้บริษัทที่เปึนโรงกลั่นน้ํามัน ฉะนั้นอย่างนี้มันเปึนการเอาเปรียบพี่น้องประชาชน แล้ววันนี้รัฐมนตรีมาตอบในสภา ในกระทู้ถามสดของผมนะครับ บอกว่าจะไปขอโรงกลั่นเอาเงินที่กําไรเยอะ ๆ มาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน วันนี้ยังไม่เห็นสักบาทเลย ได้มา ๓,๐๐๐ ล้านบาท ปตท. ประกาศ พอเอา เข้าจริง ๆ ไม่ใช่มาช่วยราคาน้ํามันนะครับ เปึนส่วนของแก๊ส ที่โรงแยกแก๊สของ ปตท. ให้มา ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่น้ํามันยังไม่ได้สักบาทเลย อย่างนี้มันเหมือนกับมวยล้มต้มคนดูครับ ต้มพี่น้องประชาชนว่า ปตท. รัฐวิสาหกิจนะ รัฐบาลช่วยมาแล้ว แต่จริง ๆ ยังไม่ได้สักบาทเลย ในส่วนของน้ํามัน อันนี้ผมทวงท่านรัฐมนตรี ท่านไม่อยู่บนบัลลังก์ ท่านกินข้าวอยู่ข้างหลัง หรืออย่างไร ท่านฟัง ฝากให้ท่านมาตอบด้วยนะครับ ท่านรับปากในสภาว่าท่านจะไปเจรจา เอาเงินมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วันนี้ยังไม่ได้สักบาท แล้ววันนี้ยังจะเอาหนี้ก้อนโตมาให้ พี่น้องประชาชนมารับผิดชอบเปึนระยะเวลาอีกหลาย ๆ ป้ โดยเอาเงินก้อนนี้ไปเปึนกําไร ให้กับโรงกลั่นน้ํามันทั้ง ๖ แห่ง ก็ฝากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงด้วย ถ้าท่านชี้แจงไม่ได้ ผู้บริหารสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงชี้แจงไม่ได้ ผมไม่โหวตให้แน่ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณณธีภัสร์ ตามด้วยคุณวรภพ
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ พระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้หากพูดง่าย ๆ ก็คือ การขอให้กองทุนน้ํามันสามารถกู้เงินได้โดยมีกระทรวงการคลังหรือรัฐบาลเปึนผู้ค้ําประกัน นั่นเองครับ ซึ่งเงินกู้ทั้งหมดหากกองทุนมีความสามารถที่จะชําระหนี้ได้ก็คงไม่เปึนไร แต่หากชําระหนี้ไม่ได้หนี้ทั้งหมดนี้จะกลายเปึนหนี้สาธารณะที่ทุกคนจะต้องกลายมาเปึน ผู้ร่วมรับผิดชอบ หน้าที่หลักของกองทุนน้ํามันก็คือการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ํามัน เชื้อเพลิงของประเทศ เมื่อใดที่ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงในตลาดโลกแพงกองทุนก็จะเข้าไป อุดหนุนราคาขายปลีกไม่ให้แพงเกินไป และเมื่อใดที่ราคาน้ํามันโลกลดต่ําลงกองทุนก็จะ เก็บราคาค่าน้ํามันเพิ่มเข้ากองทุนไว้อุดหนุนเมื่อราคากลับมาสูงในอนาคต เพื่อไม่ให้ประชาชน ต้องรับมือกับสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนจนกระทบกับการดําเนินชีวิตมากจนเกินไป แต่ปัจจุบันนี้หากท่านประธานลองเดินเข้าไปตามตลาดหรือร้านค้าต่าง ๆ เราก็จะพบว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างกับข้าวที่ประชาชนซื้อกินทุก ๆ วันพร้อมใจกันขึ้นราคา สิ่งที่ ทําให้สินค้าอุปโภคบริโภคพร้อมใจกันขึ้นราคาแบบนี้สาเหตุหลักอย่างหนึ่งก็คือราคาพลังงาน ที่สูงขึ้นครับ ผมจึงเกิดข้อสงสัยว่าจริง ๆ แล้วประเทศเรามีกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่เปึน เครื่องมือคอยปรับสมดุลเรื่องราคาอยู่ แต่ทําไมราคาพลังงานจึงไม่สามารถรักษาระดับที่ทํา ให้พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนจนเกินไปแถมยังต้องมาขอกู้เงินเพิ่มอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท การที่กองทุนต้องกู้เงินจํานวนสูงขนาดนี้ก็เปึนเพราะว่าปัจจุบันกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง มีสถานะติดลบไปแล้วกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะติดลบเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ สถานการณ์แบบนี้หากมองผิวเผินทุกท่านอาจจะคิดว่าเปึนผลมาจากราคาน้ํามันโลกที่สูงขึ้น แต่ความจริงแล้วส่วนหนึ่งมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของกองทุนเอง ผมยกตัวอย่างเช่น หากเราย้อนไปดูข้อมูลในช่วงป้ ๒๕๖๓ เราจะพบว่ากองทุนมีการอุดหนุนราคาน้ํามันดีเซล บี ๑๐ (B10) ที่สวนทางกับราคาน้ํามันโลกที่กําลังปรับตัวลดลง แต่กองทุนกลับอุดหนุนที่ราว ๒.๕๐ บาทอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว แทนที่จะมีการปรับการอุดหนุนให้เข้ากับ
สถานการณ์น้ํามันโลกในขณะนั้น ดีเซล บี๒๐ (B20) ก็เช่นกันหากไปดูสัดส่วนแล้ว จะพบว่ามีปริมาณการใช้เพียง ๒ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ํามันดีเซลทั้งหมด แต่กองทุน กลับอุดหนุนน้ํามันตัวนี้ถึง ๔ บาทกว่า แล้วในช่วงไตรมาสแรกของป้ ๒๕๖๓ แก๊สโซฮอล์ อี ๘๕ (Gasohol E85) ก็เช่นกันคนใช้เพียง ๓ เปอร์เซ็นต์แต่กลับมีการอุดหนุนถึง ๗ บาทกว่า นอกจากการบริหารงานที่ผิดพลาดแล้ว ท่านประธานอย่าลืมว่ารายได้หลักของกองทุนนั้น มาจากการเก็บส่วนต่างจากราคาน้ํามันโลกที่ปรับตัวลดลง แต่สถานการณ์ตอนนี้สงคราม รัสเซีย-ยูเครนยังคงดําเนินต่อ ล่าสุดประเทศผู้ส่งออกน้ํามันโอเปก (OPEC) ก็มีการประกาศว่า จะลดกําลังการผลิตอีก ๒ ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพฤศจิกายนนี้ เราไม่เห็นวี่แววเลยว่า น้ํามันจะมีการลดลงในเร็ววันนี้ แล้วอย่างนี้กองทุนจะนําเงินที่ไหนมาใช้เงินกู้คืนครับ สิ่งนี้สถาบันการเงินเองที่จะปล่อยกู้ก็น่าจะเห็นไม่ต่างไปจากนี้นัก เพราะก่อนที่จะมีการ ให้ออก พ.ร.ก. ให้กระทรวงการคลังมาค้ําประกันเงินกู้ในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ทางกองทุนก็ได้มีการยื่นกู้ไปยังสถาบันการเงินหลายรายแต่ไม่มีใครกล้าให้กู้เลยครับ เพราะเปึนความเสี่ยงสูงมากที่กองทุนจะใช้หนี้คืนไม่ได้ แล้วเหตุใดรัฐบาลจึงกล้าเอาเงินภาษี ของประชาชนไปค้ําประกันครับ ในอดีตกองทุนน้ํามันก็เคยมีการกู้เพิ่มเช่นกัน จากภาพ จะเห็นได้เลยว่ามีทั้งตอนที่กระทรวงการคลังเข้ามาค้ําและกระทรวงการคลังไม่ได้ค้ํา ในป้ ๒๕๔๗ ถึงป้ ๒๕๔๘ กระทรวงการคลังก็เข้ามาค้ําประกันให้ เพราะเปึนช่วงแรกของการ ยกเลิกการควบคุมราคาหน้าโรงกลั่นและยกเลิกการกําหนดราคาน้ํามัน กองทุนจําเปึนต้องมีเงิน ไว้เปึนสภาพคล่องเพื่อรับมือต่อตลาด
แต่เมื่อเข้าสู่ป้ ๒๕๔๙ กองทุนเริ่มมีสถานะที่ดีขึ้น ตอนนั้นก็มีการออกพันธบัตรและมีการกู้ ได้โดยตรงกับสถาบันการเงินโดยไม่ต้องมีรัฐเปึนผู้ค้ําประกัน ตอนนั้นกองทุนมีแผนชัดเจนว่า จะมีวิธีการใดบ้างที่จะสามารถนําเงินเข้ากองทุนและใช้หนี้คืน แต่การกู้ครั้งนี้ในป้ ๒๕๖๕ กลับต่างออกไป เราไม่เห็นแผนที่ชัดเจนเลยว่ากองทุนจะมีวิธีการอย่างไรในการเอาเงินเข้า กองทุน แถมการกู้ครั้งนี้ยังเปึนวงเงินที่สูงเปึนประวัติการณ์ของกองทุน หากกองทุน ไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้หนี้ก้อนนี้จะกลายเปึนหนี้สาธารณะที่ประชาชนจะต้องร่วมกัน รับผิดชอบ หนี้ที่พวกเขาไม่ได้ก่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องแบกรับ ค่าครองชีพที่สูงและการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ไม่ได้ทําให้ภาระของประชาชน จํานวนมากนี้เบาลง แต่ในวันนี้รัฐบาลกับกล้าที่จะค้ําประกันให้กองทุนน้ํามันทั้ง ๆ ที่ไม่มี สถาบันการเงินกล้าค้ําประกัน เงินกู้ที่สูงถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่พ้นที่รัฐบาลจะต้อง นําเงินภาษีของประชาชนมาจ่ายอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ หากกองทุนไม่สามารถ บอกถึงวิธีการในการบริหารให้ดีขึ้นและจะใช้เงินคืนได้อย่างไร ผมจึงไม่สามารถรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรภพ ตามด้วยท่านอับดุลอายี สาแม็ง นะครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พ.ร.ก. ฉบับนี้ ผมดูแล้ว ๔ มาตรา ๓ หน้า สิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรียังไม่ได้ให้คําตอบ แล้วก็เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้ตั้งคําถามว่าสรุปแล้วจะเอาเงินจากไหนมาคืนหนี้กองทุนน้ํามันที่ผมดู ตัวเลขล่าสุดก็เปึนถึง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาชี้ช่องให้ครับ ชี้ช่อง ให้ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็ต้องย้ําอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จริง ๆ แล้วท่านเปึนคนที่รู้เรื่องนี้ ดีที่สุด ชี้ช่องให้ง่าย ๆ ก็คือเอาแอลพีจี (LPG) ที่ผลิตจากอ่าวไทยผ่านโรงแยกก๊าซของ ปตท. ที่วันนี้ขายให้กับกลุ่มป่โตรเคมียู่ แล้วก๊าซแอลพีจี (LPG) ก้อนนี้ไม่ได้จ่ายเข้ากองทุนน้ํามัน ผมไปดูตัวเลขมาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยถูกส่งเข้ามาในโรงแยกก๊าซแล้วก็ผลิตมาเปึน แอลพีจี (LPG) ได้ถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ของการจัดหาแอลพีจี (LPG) ก้อนนี้เฉลี่ยแล้วก็คือ ๙ ตันต่อวัน ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ ๙ ตันต่อวันมันเพียงพอกับที่ครัวเรือนเราใช้แอลพีจี (LPG)
อยู่ทุกวันนี้ เพียงแต่ว่า ๙ ตันต่อวันมันเปึนแค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีการส่งอุดหนุน เข้ากับกองทุนน้ํามันอยู่ ที่นี้อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ขายให้กับป่โตรเคมีเขาไม่ส่งกองทุนน้ํามัน เงินกองทุนน้ํามันมันก็เลยรายได้น้อยลง ถามว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์มันเยอะแค่ไหน ผมก็คํานวณ ออกมาให้เห็นตัวเลขง่าย ๆ มันคือ ๗๔๑ ล้านบาทต่อเดือน พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเอาเงิน ก้อนเดียวกันนี้ จริง ๆ แล้วประเทศไทยสามารถใช้แอลพีจี (LPG) ถูกลงได้ ๒.๖ บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นถ้าขอเพียงแค่เปลี่ยนนโยบายว่าแอลพีจี (LPG) ที่โรงแยกก๊าซผลิตได้เอามาอุดหนุน เข้ากองทุนน้ํามันด้วยมันถึงจะเปึนธรรม เพราะก๊าซธรรมชาติอย่าลืมนะครับ ก๊าซธรรมชาติ ที่โรงแยกก๊าซที่ ปตท. ผลิตได้มาจากอ่าวไทยทั้งหมด ดังนั้นกําไรส่วนเกินที่ตอนนี้กลุ่มทุน ปตท. เขาได้ประโยชน์จากการได้ก๊าซธรรมชาติราคาถูกในอ่าวไทย แต่สามารถไปขายเปึน วัตถุดิบป่โตรเคมีให้กับบริษัทในเครือที่ราคาก็ถูกกว่าราคาตลาดโลก ถูกกว่าที่ประชาชนใช้อีก ส่วนต่างตรงนี้มันควรจะเข้ามาสมทบให้กับกองทุนน้ํามัน ช่วยภาระหนี้กองทุนน้ํามัน ช่วยทําให้ ราคาแอลพีจี (LPG) ได้ถูกลง อย่างที่ผมเกริ่นไป ๒.๖ บาทต่อกิโลกรัม นี่ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ ในภาวะข้าวยากหมากแพงขนาดนี้ แล้วก็เช่นเดียวกันประเด็นนี้ถ้าถามว่าผมเคยพูดถึงไหม ผมเคยเชิญกระทรวงพลังงานมาหลายครั้ง เขาก็ให้เหตุผลว่าใน พ.ร.บ. กองทุนน้ําไม่ได้ กําหนดไว้ให้สามารถนําชดเชยจากพลังงานชนิดหนึ่งก็คือป่โตรเคมีมาอุดหนุนให้กับแอลพีจี (LPG) ได้ ต้องไปแก้ พ.ร.บ. แต่วันนี้ท่านก็เห็นแล้วครับ วันนี้ท่านก็แก้เปึน พ.ร.ก.ออกมา
ดังนั้นแล้วมันยืนยันได้ว่าการแก้ พ.ร.บ. เพื่อปลดล็อกให้ป่โตรเคมีเข้ามาสมทบในกองทุน น้ํามันด้วย มันทําได้ครับ ในโอกาสนี้เลยครับ แต่ท่านไม่ทํา ปัญหามันเลยตกมาที่ประชาชน กลายเปึนว่าก็มีคําถามว่าสุดท้ายจะเอาเงินจากไหน จะเอาภาษีจากประชาชนก้อนไหน มาอุดหนุนกองทุนน้ํามันเพื่อให้กลุ่มทุนพลังงานยังสามารถขายวัตถุดิบราคาถูกจากของ คนไทยทั้งประเทศให้กับป่โตรเคมีในเครือต่อไปได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ผมเกริ่นไป ก็อย่างที่ผมบอกว่าท่านเปึนคนที่ทราบดีที่สุด เพราะท่านเปึนผู้บริหารป่โตรเคมี ที่ผมพูดถึงนี้ ซึ่งที่ผมอภิปรายไปจะเห็นว่ามันเปึนเรื่องเดียวกันเลย ไม่ว่าจะเปึนค่าไฟแพง หรือแอลพีจี (LPG) ก็แพง เหตุผลเพราะว่าเราปล่อยให้มีนโยบายรัฐที่ให้กลุ่มทุนพลังงาน อย่าง ปตท. เอาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยราคาถูกไปขายให้กับกลุ่มทุนป่โตรเคมีในเครือ โดยที่ไม่ได้เอาประโยชน์ที่ได้จากทรัพยากรตรงนี้ตกมาเปึนของประชาชน หรืออีกช่องหนึ่ง ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ยอมนะครับ ผมก็อยากจะชี้ช่องให้กับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง มันก็มีอีกวิธีหนึ่ง ท่านก็ไปทําให้ภาษีสรรพสามิตที่ป่โตรเคมีเขาใช้แอลพีจี (LPG) อยู่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต แล้วเงินก้อนนี้ก็เอามาอุดหนุนชดเชยให้กับกองทุนน้ํามัน หรือไม่ก็เอามาชดเชยให้ประชาชนใช้แอลพีจี (LPG) ถูกลง ท่านก็ทําได้ครับ นี่ก็กลไกของ กระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถ้าท่านทําก็ช่วยประชาชนได้เยอะ ผมก็สนับสนุนเต็มที่ แล้วก็ต้องฝากทิ้งท้ายไว้ครับ ถ้าประเด็นปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากการ ที่ว่าเรามีกลุ่มทุนป่โตรเคมีที่กลายเปึนขั้วอํานาจใหญ่ มีพลังอํานาจในการสุดท้ายล็อบบี้ (Lobby) เข้ามาเปึนอํานาจทางการเมืองเปึนถึงขั้นรัฐมนตรี ผมก็ต้องยืนยันว่ามันถึงเวลา เปลี่ยนแล้วครับ สมัยก่อนเรามีก๊าซธรรมชาติราคาถูก เราก็เอาก๊าซธรรมชาติราคาถูกนั้น มาแปลงเปึนเม็ดพลาสติก เปึนป่โตรเคมีที่ขายราคาได้แพงเข้าใจได้ แต่โลกวันนี้มันไม่ใช่โลก สมัยก่อนครับ เพราะก๊าซธรรมชาติทุกวันนี้ ก๊าซธรรมชาติที่เรานําเข้ามา แอลเอ็นจี (LNG) สุดท้ายก็แพงกว่าต้นทุนราคาน้ํามันไปแล้ว ดังนั้นก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วที่กลุ่มทุนป่โตรเคมี กลุ่มทุนพลังงานทั้งหมดต้องมีการลงทุนเปลี่ยนแปลงเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบจากก๊าซธรรมชาติ เปึนน้ํามัน หรือว่าเปึนนาฟตา (NAFTA) ถ้าพูดในเชิงเทคนิคให้ถูกต้อง แล้วก็พอมีการ เปลี่ยนแปลงการลงทุนครั้งนี้ สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ที่จากก๊าซธรรมชาติก็สมควรที่จะถูก ปลดล็อกกลับมาให้ประชาชน นี่คือทั้งแอลพีจี (LPG) ทั้งกองทุนน้ํามัน แล้วก็เรื่องของค่าไฟแพง เปึนเรื่องเดียวกันทั้งหมดครับ อยู่ที่นโยบายรัฐล้วน ๆ แล้วก็เปึนที่น่าผิดหวังที่ พ.ร.ก. ครั้งนี้
ไม่ได้มาปลดล็อกเรื่องนี้ด้วย ทั้งที่จริงแล้วมันเปึนโอกาสอันดีที่จะทําให้แอลพีจี (LPG) ของไทย ประชาชนใช้ได้ถูกลง ๒.๖ บาทต่อกิโลเมตร ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อําเภอเบตง อําเภอธารโต อําเภอบันนังสตา และอําเภอกรงป่นัง ผมอยากจะเล่าให้พวกเราได้ฟังนะครับ เนื่องจากว่าเขตอําเภอเบตงเปึนเขตพื้นที่ที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ วันนี้ก็อยากจะ มาเปรียบเทียบสักหน่อยหนึ่งว่าราคาน้ํามันที่ชายแดนอําเภอเบตง ฝัืงประเทศมาเลเซีย ถ้าเอาตัวน้ํามันดีเซล ก็ราคา ๒ เหรียญ ๑๕ เซนต์ อัตราแลกเปลี่ยน ๘ บาท ก็ตกประมาณ ๑๗.๓๐ บาทต่อลิตร พอข้ามมาแดนประเทศไทย ราคาน้ํามันดีเซล ๓๔.๙๔ บาท มันต่างกันเยอะ ทีนี้เรามาดูโครงสร้างราคาน้ํามันของมาเลเซียทําไมเขาทําได้ถูก โดยอ้างเหตุผลว่ามาเลเซีย เปึนประเทศที่ส่งออกน้ํามันให้กับต่างประเทศ แล้วการบริการขายน้ํามันภายในประเทศนั้น เขาก็ใช้วิธีการที่จะไม่เก็บภาษี ยกเว้นบางรายการเท่านั้นเองที่เขาเก็บภาษี ๖ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเขาไม่เก็บภาษี ทําให้เขาขายได้ในราคาถูก แล้วก็มีกองทุนจากการประกอบการ การส่งออกน้ํามันอะไรต่าง ๆ เหล่านี้
เขาก็มาชดเชยเปึนเงินกองทุนให้กับการที่จะมาขายน้ํามันขายปลีกในประเทศของเขาเอง ก็ตกใจนะครับ อยู่ชายแดนติดกันแท้ ๆ หายใจยังได้ยินเสียงเลย ฝัืงเบตง อําเภอเบตง กับฝัืงมาเลเซียห่างกันจุดที่ชุมชนอยู่กันก็ประมาณสัก ๓-๔ กิโลเมตร แต่ราคาน้ํามันต่างกัน ฟัากับดิน ๒ เท่าตัว ๑๗ บาท กับ ๓๔ บาท พูดกันง่าย ๆ ของราคา ๒ เท่าตัว แต่พอมาดู ประเทศไทยโครงสร้างราคาน้ํามันยังต้องไปใส่ในกองทุน ณ วันนี้ก็ประมาณเกือบ ๙ บาท แล้วก็แปลกอยู่ที่ว่าเก็บภาษีอะไรยังไม่พอ ไปเก็บภาษีเรื่องของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน จะไปเก็บทําไม ถ้าลดได้มันก็น่าจะลด แล้วก็เปึนตัวหนึ่งที่เราจะพิจารณา เพราะว่าเราก็มี กรมพลังงาน มีกระทรวงพลังงานอยู่แล้ว แล้วทําไมไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเกินไป แทนที่ว่า จะไปกํากับดูแล ไปควบคุม ไปช่วยเหลือกลับไม่ช่วย ยังไปบวกเพิ่มในเรื่องของภาระให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วภาษีมูลค่าเพิ่มอะไรต่าง ๆ ก็ยังเก็บอยู่ ถ้าลดสิ่งเหล่านี้ได้ก็อาจจะเปึน สิ่งที่น่าจะช่วยเหลือในเรื่องของราคาน้ํามันได้ เปรียบเทียบอีกตัวหนึ่ง ประเทศข้างเคียง ประเทศมาเลเซียเท่าที่ผมดู เห็นว่าที่เขาไปประกอบการการส่งออก เขาไปประกอบการ การผลิตน้ํามัน ส่วนที่เปึนผลกําไรเขายังมาจุนเจือให้กับราคาน้ํามันขายปลีกภายในประเทศ แล้วเรามาดูประเทศไทยเราผลการประกอบการของ ปตท. อย่างป้ที่แล้ว ป้ ๒๕๖๔ มีผลกําไรจากการประกอบการสุทธิ ๑๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอมาป้นี้ครึ่งป้เขาบอกว่า มีกําไรถึง ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท เคยคิดบ้างไหมว่าในเรื่องกําไรของภาครัฐมหาศาลขนาดนี้ รัฐบาลเคยที่จะบอกกับ ปตท. บ้างไหมว่า ณ ขณะนี้กองทุนน้ํามันที่เราช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนติดลบไปแสนกว่าล้านบาทแล้ว คิดบ้างไหมว่าจะเอา ปตท. ไปช่วยประเทศชาติบ้าง แทนที่จะโกยกําไรอย่างเดียว ทีนี้เขาบอกว่าการผลิตน้ํามันในประเทศนั้นผลิตได้ประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดปริมาณการใช้บริโภคน้ํามันในประเทศ ผมไม่แน่ใจว่าตัวเลข ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึนตัวเลขที่หลอกลวงประชาชนหรือเปล่า เพราะว่าผมอยู่ภาคใต้ในเขต อ่าวไทยนั้นมันเปึนเขตที่เปึนเขตร่วมพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระหว่างประเทศมาเลเซียกับ ประเทศไทย อาจจะเรียกว่าเปึนจอยต์ ดีเวลอปเมนต์ แอเรีย (Joint Development Area) ในอ่าวไทยที่มันอยู่รอยแดนต่อในมหาสมุทร อันนี้สังเกตจากการที่มีบริษัทต่างชาติไปเจาะ น้ํามันตั้งแต่ผมยังไม่เกิดเลย จนวันนี้ก็ยังมีการคิดที่จะเจาะไปเรื่อย ๆ เพราะเข้าใจว่าในพื้นที่ ของอ่าวไทยของประเทศไทยนั้นมีแหล่งทรัพยากรน้ํามันมหาศาล เขายังไม่เลิกเจาะเลย ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงว่าบริษัทต่างชาติ ๒-๓ บริษัทนั้นเปึนใครเปึนบ้าง และถามว่าประเทศไทย
ได้รับการสัมปทานค่าน้ํามันที่เจาะไปในอ่าวไทยได้สักกี่บาท ท่านประธานควรจะไปเช็ก (Check) ดูว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าประชาชนถูกหลอกลวงก็ยังต้องถูกหลอกลวงอีกนานเท่าไร ผมว่า น่าจะไปตรวจสอบดูว่าประเทศไทยได้ประโยชน์ข้างต้น ไม่ต้องไปพูดถึงราคาเรื่องโรงกลั่น ได้เท่าไรอะไรเท่าไร เราเอาสัมปทานน้ํามันที่ได้ประโยชน์กับประเทศไทยโดยตรงจากต่างชาติ ที่มีการเจาะน้ํามันมีบริษัทเดียวที่เปึนของไทยก็คือ ปตท. ทําไมไม่ช่วยดูแลในเรื่องของภาระ วิกฤติของพี่น้องประชาชน และถามว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าเปึนแหล่งเจาะน้ํามันดิบจาก อ่าวไทยนั้นมันเปึนจริงหรือเปล่า ให้ตรวจสอบ
แล้วก็อยากจะให้มาชี้แจงกับสภาแห่งนี้ด้วยว่าสิ่งทั้งหมดที่พูดให้ประชาชนฟัง อะไรที่ไป แตะต้องกับผลประโยชน์ของน้ํามันในอ่าวไทยจะเปึนของ ปตท. หรือใครต่อใครเปึนอันเปึนไป ทั้งหมดคนที่พูดเรื่องนี้ ก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของความจําเปึน ในการที่จะไปกู้เงินหรือว่าค้ําประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ํามันนั้นผมว่าไม่จําเปึนเลยครับ ลดภาษีสิครับ โดยไม่ต้องไปกระทบกับเรื่องวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในส่วนของการไป เก็บภาษีของชาติในส่วนอื่น อันนี้ลดภาษีไปเลย กองทุนน้ํามันอาจจะไม่จําเปึนเพราะว่าเราสู้ กับอะไร ณ ขณะนี้ สู้กับวิกฤติภายนอกประเทศเปึนอย่างมาก เราไม่มีมาตรการที่จะไป ควบคุมใด ๆ เลยว่าเราสามารถที่จะวันนี้กู้เงิน วันนี้ค้ําประกันเงินให้กับกระทรวงการคลัง แต่ถามว่าอีกนานเท่าไรเราถึงจะต้องกู้อีก อีกนานเท่าไรเราจะต้องควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่มีเลยครับ ไม่มีวี่แววว่าเราจะควบคุมได้เลย อันตรายมาก ประเทศชาติมันจะล่มจมกับเรื่อง ของตรงนี้ครับ
สรุปได้แล้วนะครับ
เพราะเราไม่สามารถควบคุมต่างประเทศได้ ปล่อยให้มันลอยตัวอย่างนี้ถึงจะดี แล้วก็อยากจะบอกท่านประธานว่าชาวเบตงก็ยัง รําพึงรําพันนะครับ อยู่ประเทศใกล้เคียงติดแดนห่างกัน ๓ กิโลเมตร แต่ราคาน้ํามันขึ้นเปึน ๒ เท่าตัว ฝากบอกผู้บริหารประเทศชาติตรงนี้ว่าต่อไปนี้ให้คิดเรื่องเหล่านี้ให้มาก ๆ และสิ่งที่ มันเปึนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก อย่าไปคิดในเรื่องผลประโยชน์ของต่างชาติ หรือเปึนผลประโยชน์ของผู้ประกอบการแห่งเดียว ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ ตามด้วยคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ตามที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ ร่างพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ติดลบ มาจนถึงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ เบื้องต้นนั้นติดลบ ๑,๖๓๓ ล้านบาท สุดท้ายวันนี้ติดลบ ๑๒๔,๐๗๙ ล้านบาท รัฐบาลขอกู้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ติดลบมานั้นรัฐบาลมีความจงใจ
ให้ติดลบหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กํากับดูแลทําไมถึงให้ติดลบขนาดนี้ ผมคิดว่าสมควร ลาออกไปได้แล้วรัฐมนตรี ต้องกราบเรียนว่าการกู้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านประธาน ทราบไหมว่าค่าเป่ดถุงใครคนได้รับประโยชน์เปอร์เซ็นต์นี้ ท่านรัฐมนตรีตอบได้ไหมครับ คณะรัฐมนตรีตอบได้ไหมว่าใครได้เปอร์เซ็นต์ค่าเป่ดถุง เพราะตามธรรมเนียมแล้วนั้นในการ กู้เงินอย่างนี้จะต้องมีค่าเป่ดถุงครับ ท่านประธานคงจะไม่ทราบ การให้กระทรวงการคลัง และในการกู้และให้ใช้หนี้ไปก่อนนั้น แล้วให้กองทุนมาใช้ให้กระทรวงการคลังตั้งแต่ป้ ๒๕๖๖ ถึงป้ ๒๕๗๒ รวมแล้ว ๗ ป้ ผมถามว่าน้ํามันจะถูกลงหรือไม่ เพราะการใช้หนี้แล้วเวลาน้ํามันขึ้นลง ใครมีส่วนได้ผลประโยชน์ ใครเปึนคนรับผลประโยชน์ ท่านรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเปึนผู้บริหาร ปตท. มาก่อนท่านรู้หมดว่าใครได้รับประโยชน์จากการนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุนเพื่อพรรคการเมืองหรือใคร กู้ในครั้งนี้กู้เพื่อมาหาเสียง เลือกตั้งใช่หรือไม่ อย่าทรยศต่อประเทศชาติ ประชาชน ฟัาดินจะลงโทษ สุดท้ายผมได้กล่าวไว้ ในสภาครั้งหนึ่งแล้วว่าวันนี้ประเทศชาติคนจนขาดโอกาส คนรวยขายชาติ คนมีอํานาจ ขายแผ่นดิน คนพอมีพอกินขายเนื้อขายตัว คนชั่วขายพรรค คนรักประชาธิปไตย สิ้นเนื้อประดาตัวครับ เพราะฉะนั้นฟัาดินจะเปึนพยานจะได้ลงโทษผู้ทรยศต่อประเทศชาติ และประชาชน กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ
เดี๋ยวคนรวย เขาก็โกรธเอานะครับ เพราะว่าคนรวยขายชาติ ต่อไปเชิญท่านครูมานิตย์ ตามด้วย ท่านศาสตราจารย์กนก
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนเมืองสุรินทร์ ในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาตที่มาแสดงความคิดเห็นกับพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ซึ่งถ้าแปลความ ให้ตรงเลยน่าจะเปึนพระราชบัญญัติให้ประชาชนใช้หนี้ที่กระทรวงการคลังไปกู้มาให้กับ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เพราะว่าประชาชนนั้นอย่างไรก็ตาย แล้วก็ตายมานานแล้ว รัฐบาล ก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่อาจจะเปึนคอนเซปต์ (Concept) ของรัฐบาลก็ได้ว่าความทุกข์ของประชาชน ความลําบากของประชาชนคือความสําเร็จในการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่ายิ่ง ประชาชนจนเท่าไรก็จะได้อวดว่าบัตรประชารัฐหรือบัตรคนจนเพิ่มขึ้น เห็นไหมเพิ่มขึ้นทุกป้ ป้นี้ก็ ๒๒ ล้าน ที่ผมลุกขึ้นมาประเด็นที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีซุปเปอร์แมน (Superman) ท่านไม่อยู่ หรือครับ ผมสมญานามให้ซุปเปอร์แมน (Superman) ตอนมาเปึนรัฐมนตรีใหม่ ๆ มาเชียร์ บิ๊กตู่วันอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนั้นว่าต่อไปเงินในกระเปิาเราจะเต็ม จะโน่นจะนี่จะนั่น ผมก็ลุกขึ้นได้ไปดูบันทึกการประชุมว่าซุปเปอร์แมน (Superman) มาแล้ว แต่วันนี้มาขอ พ.ร.ก. ให้เราออกเปึน พ.ร.บ. ผมกราบเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าเราคิดตรง หรือเปล่า ถ้าเกิดว่า พ.ร.ก. วันนี้ไม่ผ่าน ซึ่งตามหลักยุบสภานะครับ เพราะรัฐบาลเอาสตางค์ เขาไปใช้ตั้ง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว แล้ววันนี้มาให้เราช่วยออกเปึน พ.ร.บ. ที่มาของการ ออก พ.ร.บ. ก็เพราะว่าตอนที่เงินไม่มีกับกองทุน ไปประกาศให้กับนายแบงก์ต่าง ๆ วิ่งเข้ามาเพื่อเสนอเงินกู้ เปึนครั้งแรกเลยที่นายแบงก์ทุกแบงก์ของเอกชนไม่วิ่งไปหารัฐบาล
เพราะเขาเห็นแล้วว่ากู้ทุกระบบ กู้ทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้กระทั่งว่าลูกระเบิดก็กู้แล้วครับ เขาก็เลยไม่กล้าให้ พอไม่กล้าให้มีวิธีการเดียวเท่านั้นที่จะอุ๊บอิ๊บภายในไม่ได้ ก็ต้องมา ออกเปึน พ.ร.ก. เพื่อให้สภาได้รับทราบ แล้ว พ.ร.ก. ฉบับนี้จะได้แสตมปีว่ากระทรวงการคลัง ค้ําประกันให้ว่าเงินแบงก์ไม่หายไปไหนแน่ จริง ๆ วันนี้รัฐบาลไม่จําเปึนต้องออก พ.ร.ก. ก่อน
เพราะครั้งหนึ่งผมเคยถามในสภาแห่งนี้ ที่ ปตท. หรือเกี่ยวกับรัฐมนตรีที่ดูแลพลังงาน โอนเงินกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่เก็บไว้ได้มาให้รัฐบาลใช้ฟรี ๆ เลยครับ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในป้ ๒๕๕๙ ป้ ๒๕๖๐ ป้ ๒๕๖๑ ผมเคยถามกระทู้ถามสด รัฐมนตรี ก็ตอบผมแบบอ้อม ๆ แอ้ม ๆ วันนี้ทําไมรัฐบาลไม่คืนให้เขาละครับ เอางบกลางคืนไปก่อน แล้วส่วนหนึ่งก็เอางบกลางที่เหลือไปพยุงกองทุนน้ํามัน ทําไมต้องมากู้ การกู้อย่างนี้มันมี เลศนัยเหมือนกับที่ผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่านได้ลุกขึ้นอภิปรายหรือเปล่า เพราะว่าเรื่องน้ํามัน มีคนที่ร่ํารวย มีกลุ่มทุนที่ร่ํารวยอย่างมหาศาล แน่นอนที่สุดโรงกลั่นจะคิดอย่างไรก็ได้ คิดแวต (VAT) อย่างไรก็ได้ คิดค่าขนส่งโน่นไปเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ นี่เขาส่งตรง มาเมืองไทยแล้วก็เข้าโรงกลั่น กลั่นออกมาแล้วก็เอาไปขาย แต่ทะลึ่งดันไม่คิดค่าโสหุ้ย อีกหลายขั้นตอนจนกลายเปึนน้ํามันแพง แล้วคิดออกมาตรการอะไรสักอย่างไหม ไม่เคยได้ยิน รัฐบาลออกมาตรการเพื่อกําหนดกฎเกณฑ์เรื่องน้ํามัน ยุคปิาเปรมเห็นไหมน้ํามันแพงตอนนั้น ท่านออกทุกเรื่อง แม้กระทั่งขอร้องให้คนนอนหัวค่ํา เพลงก็แต่งเพื่อเชิญชวนให้คนนอนหัวค่ํา ประหยัดพลังงาน ประหยัดน้ํามัน แต่รัฐบาลนี้ใช้เฉย จะให้ผมพูดอีกครั้งว่าเปึนการเอื้อให้กับ กลุ่มบางกลุ่ม ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ หนีไม่ได้หรอกครับ เพราะพวกเรานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานเห็นไหมครับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ลุกขึ้นมา ฝ์ายรัฐบาลเองหลายท่านที่ใจเปึนธรรม ก็ลุกขึ้นมาพูด โดยเฉพาะตัวท่านรัฐมนตรีจิตใจท่านอาจจะขาวสะอาด แต่ท่านมาจาก กลุ่มน้ํามัน แน่นอนที่สุดชนใดมาจากกลุ่มไหนก็ต้องช่วยกลุ่มนั้น ผมมาจากประชาชน ท่านไชยวัฒนาจากจังหวัดมหาสารคาม ส.ส. จังหวัดมหาสารคาม มาจากประชาชนก็ต้องพูด เรื่องข้าว เรื่องไร่นา เรื่องน้ําท่วม ผมนอกจากเรื่องข้าว เรื่องไร่นา เรื่องน้ําท่วม ผมก็ต้องพูด เรื่องครู เพราะผมมาจากครู กลุ่มน้ํามันจะไม่มาดูแลผลประโยชน์ของกลุ่มน้ํามันเอาโบสถ์ อมมาผมก็ยังไม่เชื่อครับ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องคิด แล้ววันนี้อาจจะมีใต้โต๊ะ อันนี้ผมกล่าวหา เวลาเงินโบนัส เงินปันผลหรือเงินอะไรต่าง ๆ มอบไปให้คนเก่าคนแก่ แล้วก็รวบรวม เดือนหนึ่งไม่รู้เท่าไรเงินเดือน คนที่ทํางานเกี่ยวกับ ปตท. คนที่ทํางานเกี่ยวกับโรงกลั่น นอกจากเงินเดือนแล้วโบนัสอีก ผมก็เลยสงสัยครับ มีกระแสข่าวมาอยู่เรื่อยว่าจะปรับ ท่านออก ๆ แต่นายกรัฐมนตรีบอกไม่ ๆ มันลงตัว ฝ์ายหาทุน ไม่มีมาตรการที่ทําให้เห็น ชัดเจนเลยว่าจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ใช้พลังงาน ที่ใช้น้ํามันเลย ไม่เคยไปขอต่อรองกับ ทางโรงกลั่น ไม่มีมาตรการอะไรที่ทําให้พวกผมมีความรู้สึกว่ารัฐบาลช่วยพยุงคนจน มีแต่กู้
ถ้ากู้ได้ก็ไม่ต้องเอาเข้าสภา แต่เรื่องนี้มันกู้ไม่ได้ นายแบงก์ไม่ให้กู้ พอนายแบงก์ไม่ให้กู้ก็ต้อง ออกเปึน พ.ร.ก. แล้วก็พอเปึน พ.ร.ก. ก็จะต้องมาให้ออกเปึน พ.ร.บ. อย่างไรก็ขอร้อง ฝ์ายรัฐบาล ยกให้ผ่าน ไม่ให้ผ่านต้องยุบนะ ไม่ได้ทะลึ่ง แล้วหลังจากนี้ไปถ้ารัฐบาลอยู่ผมว่า ไม่เกินอีก ๒ เดือนอาจจะต้องขอกู้เพิ่มกับกองทุนน้ํามัน รัฐบาลกู้แต่ประชาชนใช้หนี้ ผมยืนยันครับ เพราะไม่เห็นรัฐบาลจะหาเงินมาจากไหนเลย วันนี้ปุ็บปัูบ ๆ กู้ ปุ็บปัูบ ๆ เอาเงินงบกลางที่สภาอนุมัติ เอางบกลางมาให้ประชาชนใช้บ้างสิครับ ไม่ใช่เอางบกลางมา เพื่อประโยชน์ของท่านนายกรัฐมนตรี ไปไหนก็บอกจะให้โน่น ไปจังหวัดนี้ก็จะให้นั่นก็จะให้นี่ วันนี้ผมเชื่ออยู่ว่าสามารถทําให้คนจนลงได้ เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเยอะ
โครงการรัฐบาลหลายโครงการก็ประสบผลสําเร็จ เช่น โครงการคนละครึ่ง เพราะได้ข่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะเปึนกันคนละครึ่งมันลามไปถึงรัฐบาลแล้วนะครับ โครงการคนละครึ่ง เอากันถึงขนาดนั้นแล้วนะครับ
สรุปได้แล้วครับ
ก็อยากจะฝากท้ายที่สุดครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคิดเห็นกับ ประชาชนบ้าง คิดเห็นจากตาสีตาสา ยายมียายมา ลุงแจ่ม ปัาช้อยที่อยู่ชนบทเขาก็เดือดร้อน พลังงานแพงเมื่อไรสินค้าแพงทุกอย่าง ค่าขนส่งก็แพง ลูกหลานไปโรงเรียนก็ไม่มีสตางค์ ผู้แทนพวกเรา ประธานเองก็มาจากผู้แทนบ้านนอกเราก็เดือดร้อนเพราะความทุกข์ของ ชาวบ้านคือความเดือดร้อนของผู้แทน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกนก ตามด้วยท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ผมมีด้วยกัน ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ การใช้เงินกองทุนน้ํามันเพื่อชดเชยการขึ้นราคาน้ํามันหรือว่า พยุงราคาน้ํามันนั้นตั้งบนฐานคิดที่ผิด ตั้งบนฐานคิดที่ผิด นั่นก็คือว่ากองทุนน้ํามันทํางาน บนสมมติฐานว่าคนไทยทุกคนมีความสามารถ มีกําลังทางเศรษฐกิจที่เท่ากันที่จะรับกับ การขึ้นของราคาน้ํามัน ซึ่งสิ่งนี้ไม่เปึนความจริงครับ ตัวอย่างชัดเจนเช่น สมมุติว่าราคาน้ํามัน ขึ้น ๕ บาท ผลกระทบต่อกลุ่มประชาชนกลุ่มที่ ๑ ชาวนา ชาวสวนปาล์ม ชาวประมงรายย่อย ประมงพื้นบ้าน เอสเอ็มอี (SMEs) แม่ค้าในตลาดตามต่างจังหวัด แม้กระทั่งวิน (Win) มอเตอร์ไซค์ในเขตเทศบาลและในกรุงเทพมหานคร นี่คือกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ ราคาน้ํามันขึ้น ๕ บาท กระทบกับบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม สายการบิน จากตัวอย่าง ๒ กลุ่มที่ผมพูดนี้จะเห็นทันทีว่าประชาชน ๒ กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ํามันไม่เท่ากัน
ที่ไม่เท่ากันคืออะไรครับ ไม่เท่ากันก็เพราะคนไทยเหล่านี้มีกําลังทางเศรษฐกิจ กําลังทางการเงิน กําลังทุนที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ํามันไม่เท่ากัน นี่คือชีวิตจริงของคนไทยวันนี้ นั่นก็หมายความว่ากองทุนน้ํามันในการบริหารจําเปึนที่จะต้องจัดกลุ่มของการช่วยเหลือหรือ การชดเชยจากกองทุนนี้ไม่เท่ากันตามกําลังทางเศรษฐกิจของคนเหล่านั้น นั่นก็หมายความว่า กองทุนน้ํามันต้องช่วยคนจนก่อน ต้องช่วยเกษตรกรก่อน ต้องช่วยชาวนาก่อน ต้องช่วย ชาวประมงพื้นบ้านก่อน นี่คือเสียงของประชาชนครับ และนี่คือความเปึนจริงที่เจ็บปวด เพราะราคาน้ํามันที่ขึ้น ๕ บาทตามตัวอย่างที่พูดถึงนี้คนจนตายก่อน คนรวยตายทีหลัง กองทุนน้ํามันเปึนคนกําหนดว่าใครเปึนคนตายก่อนใครเปึนคนตายทีหลังครับ
ประเด็นที่ ๒ ในการชดเชยหรือการบริหารการชดเชยนี้กองทุนน้ํามันจะต้อง ทํางานอย่างละเอียด ทํางานให้หนักและมุ่งไปสู่เปัาหมายของกลุ่มประชาชนตามความจําเปึน ของคนเหล่านั้น ท่านไม่ต้องใช้ความง่ายและความสะดวกในการบริหารกองทุนด้วยการอ้างว่า ถ้าบริหารแบบนี้แล้วจะเกิดการทุจริต จะเกิดการควบคุมที่ทําไม่ได้ กรุณาอย่าอ้างอย่างนี้ เพราะเรารู้ว่าทําได้ครับ ถ้าทําไม่ได้ให้มาปรึกษากัน นั่นก็หมายความว่ากองทุนต้องไม่ใช้ ความง่ายและความสะดวกของการทํางานของตัวเอง ทําให้คนจน ทําให้ชาวนาตายก่อนครับ และในเวลาเดียวกันถ้าทําอย่างนี้ กองทุนน้ํามันที่บริหารอย่างละเอียดอย่างรอบคอบเช่นนี้ จะช่วยต่อชีวิตของคนจนและชาวนาให้ออกไปได้
และในเวลาเดียวกันกองทุนก็จะให้โอกาสกับคนจน กับชาวนา กับเกษตรกรก่อนที่จะมีชีวิต อยู่ต่อไป และหวังว่าในโอกาสข้างหน้าจะสร้างรายได้ให้เกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่ากองทุน น้ํามันกรุณาอย่าลุกขึ้นมาตอบและอ้างว่าการชดเชยเปึนรายกลุ่มประชาชนทําไม่ได้ กรุณา อย่าอ้างอย่างนั้น เพราะที่อ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าจะทําให้เกิดการทุจริต จะเกิดการ เคลื่อนย้ายน้ํามันแล้วก็ใช้น้ํามันอย่างผิดประเภท ท่านกรุณาอย่าอ้างอันนั้น อันนี้ มีความยากลําบากจริงผมเข้าใจแต่ท่านแก้ได้ถ้าท่านมีใจให้กับคนจน มีใจให้กับชาวนาจริง และที่สําคัญท่านต้องตระหนักว่าการทํางานอย่างละเอียด การทํางานอย่างรอบคอบ การทํางานหนักของกองทุนน้ํามัน คือการทํางานที่แลกกับชีวิตคนจน แลกกับชีวิตชาวนา นี่คือสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่ง
ประการสุดท้าย รัฐบาลไม่ใช่ให้กองทุนน้ํามันเปึนคนเดียวมาแก้ไขปัญหา ด้วยการชดเชย แล้วต่อชีวิตและให้โอกาสเท่านั้น คู่ขนานกันไปรัฐบาลจะต้องเร่งฟุ๋นฟูรายได้ ให้กับคนจน ให้กับชาวนา ให้กับเกษตรกรโดยด่วน ไม่ใช่เพียงแต่การออกพระราชกําหนด เพื่อค้ําประกันเงินกู้และเอาเงินของกองทุนมาชดเชยต่อไป เราก็จะมีรอบ ๒ รอบ ๓ เพราะคนจนก็ยังจนเหมือนเดิม ชาวนาก็ยังมีผลผลิตเท่าเดิม ชาวนาก็เปึนหนี้เปึนสินเหมือนเดิม นั่นหมายความว่า กองทุนน้ํามันต้องส่งเสียงบอกกับรัฐบาลว่าในขณะที่เราพยุงชีวิตของ คนจนและชาวนา เราจะต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพทางการผลิตข้าวให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น ด้วยการใช้ปุิยที่ถูกต้อง ด้วยการปรับปรุงดินให้มีคุณภาพ ด้วยการปลูกพันธุ์ข้าวที่ขายแล้ว ได้ราคา ด้วยการแปรรูปข้าวให้เปึนผลิตภัณฑ์ที่มีรายได้สูง สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะต้องทําคู่ขนาน กันไป ไม่ใช่ให้กองทุนน้ํามันทําแต่เพียงฝ์ายเดียว เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ ครั้งนี้ เปึนโอกาสสุดท้ายของกองทุนน้ํามันแล้วที่จะพิสูจน์ว่าท่านยืนอยู่ข้างใคร ท่านยืนข้างคนจน ท่านยืนข้างชาวนา หรือท่านยืนอยู่ข้างคนรวย หรือท่านยืนอยู่ข้างบริษัทขนาดใหญ่ ตรงนี้ ท่านจะต้องพิสูจน์และไม่ใช่พิสูจน์ด้วยการตอบในสภา แต่พิสูจน์ด้วยการกระทําให้การชดเชย เงินกองทุนน้ํามันนี้พุ่งเปัาไปสู่คนจนซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ ชาวนาซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เขามีชีวิตรอดก่อน ให้เขาสามารถลุกขึ้นและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น อันนั้นสิครับ ที่เปึน กองทุนน้ํามันที่เราอยากจะยกมือให้ตาม พ.ร.ก. นี้ แต่ถ้าไม่เปึนเช่นนั้น คนจนตาย ชาวนาตาย ประเทศไทยก็ตายด้วยเช่นเดียวกัน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเปึนท่านคมเดช แล้วก็มีอีกท่านขอมา ๕ นาที ท่าน ส.ส. นิคม บุญวิเศษ ความจริง ผมว่าจะป่ดการอภิปรายหลังจากท่านคมเดช แต่ว่าท่านขอมา ๕ นาที เปึนคนสุดท้ายแล้ว ฉะนั้นต้องขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกซึ่งกําลังประชุมคณะกรรมาธิการหรือมีธุระ อยู่ข้างนอกก็เชิญเตรียมเข้าห้องประชุมจะได้ลงมติกัน เชิญท่านคมเดชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ พระราชกําหนดผ่อนผันให้ กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ท่านเคยสงสัยไหมว่าทําไมไม่ออกเปึนพระราชบัญญัติ การออกเปึน พระราชบัญญัติตั้งคณะกรรมาธิการมันจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดกว่านี้ ซึ่งต่างกันกับ พระราชกําหนด อันนี้เปึนประเด็นหนึ่งที่เราตั้งข้อสังเกตว่ามันไม่ชอบมาพากล มันมีข้อสังเกต หลายอย่างและไม่สามารถที่จะบิดพลิ้วได้ก็คือตัวเลขการบริหารจัดการของประเทศในรอบ ๓ ป้กว่าที่ผ่านมา ตัวเลขหนี้สาธารณะ ตัวเลขหนี้ครัวเรือน ตัวเลขคนตกงาน ตัวเลขเกี่ยวกับ การจัดสรรงบประมาณ ช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมามันติดลบตลอด ตัวนี้ผมดูแล้วถ้าเราจะมองไปถึง ตัวเลขการบริหารจัดการของบริษัทมหาชนต่าง ๆ ตัวเลขพวกนี้มันต่างกันราวฟัากับดิน กับชาวบ้าน ตัวเลขคนจนขึ้นมาถึง ๒๐ ล้านคน ตัวเลขของบริษัทมหาชน ตัวอย่างเช่น ของซีพี (CP) จากทรัพย์สิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นมา ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมกฎหมาย เกี่ยวกับสุราก้าวหน้าตกไป ทําไมมีข้อมูลเกี่ยวกับการที่ดึงต่างชาติเข้ามา การหมุนเวียนเงินแค่ ๔๐ ล้านบาท สามารถซื้อที่ดินได้ ๑ ไร่ ตัวข้อมูลต่าง ๆ มันเปึนประเด็น หลัก ๆ ที่สามารถพูดและกล่าวหาได้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนนี้ ท่านรอง นายกรัฐมนตรีคนนี้เปึนตัวแทนกลุ่มทุน เปึนตัวแทนกลุ่มทุนอย่างชัดเจน ทําไม ปตท. ถึงมี โรงกลั่น ๓ โรง ทําไมตัวเลขของโรงกลั่น ๒ ป้ก่อนได้เงินบางจุด ๔,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นเปึน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท บางจุด ๗,๐๐๐ ล้านบาท ๙,๐๐๐ ล้านบาท กําไรหมดทุกจุด กําไรหมด ทุกจุดเลยครับ แต่กลับกลายเปึนว่าทางรัฐบาลมาขอกู้เงิน มาค้ําประกันเงินอะไรต่าง ๆ พวกนี้ มันมีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเจตนาที่จะเอื้อกลุ่มทุนโดยตรง จะหวังผลประโยชน์มากน้อยขนาดไหน จะมีเงินใต้โต๊ะ หรือไม่อย่างไรไม่มีคนทราบ ไม่มีใบเสร็จอะไรทั้งสิ้น หรือเปึนการเตรียมการเพื่อการเลือกตั้ง ต้องการส่วนหนึ่ง ต้องการทรัพยากรในการเลือกตั้งในอนาคตข้างหน้าหรือไม่อย่างไร หรือในช่วงเวลาที่ท่านเหลือเวลาอีก ๒ ป้ที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีอาจจะเกิดการทิ้งทวน ข้อมูลเหล่านี้ ข้อมูลพวกนี้มันเปึนประเด็นที่ต้องตั้งข้อสังเกต เพราะว่ามันเปึนข้อมูล ที่ดิ้นไม่ได้ ไม่เหมือนกับเราเชียร์ เราเชียร์พรรคนี้ เชียร์ท่านนายกรัฐมนตรีคนนั้นคนนี้ เราสามารถพลิกลิ้นไปได้ แต่ตัวเลขการบริหารจัดการนี้ไม่ใช่ และมันเปึนความล้มเหลวของ
ภาครัฐบาลที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตั้ง ครม. มีบางพรรคออกจากพรรคไป ผมมองถึงขนาดว่าตัวแทนกลุ่มทุนต่าง ๆ กลุ่มทุนไม่ว่าเหล้า เบียร์ สุรา กลุ่มแทนพลังงาน กลุ่มแทนสะดวกซื้อ กลุ่มแทนเกี่ยวกับเปึนเจ้าของเครื่องบิน หลายคนหลายบริษัทตัวเลข พุ่งทะลุหมดเลย ชาวบ้านจนหมด กลุ่มเศรษฐีรวยหมด ตรงนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่มีความสามารถเพียงพอในการที่จะวิเคราะห์การจัดการ ที่เราพูด มาทั้งหมดตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงจะเย็นแล้ว ไม่ทราบว่าท่านฟังหรือเปล่า เพราะว่าตัวเปัาหมาย ของท่านที่ดําเนินการมา เปึนนายกรัฐมนตรีมาจะเข้า ๘ ป้แล้ว ท่านไม่ได้เอาชาวบ้านเปึนตัวตั้ง ท่านเอาอํานาจของท่านเปึนตัวตั้ง แล้วมาบวกกับกลุ่มทุน อันนี้เปึนประเด็นหนึ่งที่เราตั้ง ข้อสังเกต
แต่อีกประเด็นหนึ่งคือต้นทุนความสามารถของท่านมันไม่เพียงพอในการเปึนนายกรัฐมนตรี จาก ๘ ป้ หรือ ๓ ป้กว่าที่เราจะคุยหรือจะพูดอะไรต่าง ๆ ตัวข้อมูลมันชัดเจน ถ้าท่านมี จิตสํานึกที่จะเอาประเทศเปึนตัวตั้งจริง ๆ ผมเรียนตรง ๆ เลยว่าปรับ ครม. เสีย ปรับ ครม. เปลี่ยนรองนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในกลุ่มทุนทั้งหมดออกไปทั้งหมด เอาคนที่มีความเปึนกลาง มีความรักชาติ มีประโยชน์กับบ้านเมือง ผ่าตัดในช่วงนี้ก่อนที่ท่านจะหมดวาระไป ผมเชื่อว่า ในเวลาการเปึนนายกรัฐมนตรีของท่านอีก ๒ ป้ ท่านไม่น่าจะอยู่ต่อในอนาคตข้างหน้า ท่านควรจะทิ้งท้ายทิ้งทวนให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองกว่านี้ครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเปึนท่านนิคม บุญวิเศษ สุดท้ายจริง ๆ ก็จะเปึนท่านรัฐมนตรีตอบชี้แจง เชิญท่านนิคมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปราย ๕ นาที กระผมขออภิปรายพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ผมอ่านแล้วผมรู้สึกแปลกใจว่าทําไมต้องใช้คําว่า ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุน พอมาดูครับ ที่เขาใช้คําว่า ผ่อนผัน เนื่องจากว่าการกู้อย่างเร่งด่วนนี้เพื่อนํามาใช้ในการรักษาเสถียรภาพระดับน้ํามัน เชื้อเพลิง โดยที่กระทรวงการคลังไม่อาจค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงได้ เพราะไปผิดกฎหมายเรื่องการบริหารหนี้สาธารณะจึงจําเปึนต้องมีการผ่อนผัน ให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ลักษณะนี้ เปึนการมัดมือชก ให้สภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะ ส.ส. ที่เห็นชอบทําผิดกฎหมาย เพราะว่า เปึนการผ่อนผันกฎหมาย เพราะรัฐบาลของท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารบ้านเมืองมามีหนี้ สาธารณะเกินร้อยละ ๖๐ จึงมีการขยายเปึนร้อยละ ๗๐ พอกองทุนน้ํามันขาดทุนก็บอกว่า จะต้องให้กระทรวงการคลังค้ําประกัน กระทรวงการคลังก็ไม่กล้าค้ํา จึงจําเปึนต้องออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมา ฉะนั้นผมเองในนามที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประการแรก ผมไม่เห็นด้วยอยู่แล้วถ้าทําผิดกฎหมาย อันนี้คือการมัดมือชกกันชัด ๆ เลย จริง ๆ แล้ว การบริหารน้ํามันมันไม่ใช่เรื่องยาก เพราะอะไรครับ เพราะเราได้เปรียบเทียบกับต่างประเทศ บางประเทศที่ใช้น้ํามันในราคาถูก แต่ไฉนเล่าประเทศไทยเราที่บอกว่ามีบ่อน้ํามัน
มีก๊าซธรรมชาติเยอะแยะมากมายทําไมเราถึงน้ํามันแพงกว่าเขา ผมได้ฟังการตอบคําถามของ สํานักงานบอกว่าประเทศไทยนําเข้าน้ํามัน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงว่าเราผลิตได้แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีคําถามว่าแล้วทําไมเราไม่ผลิตเพิ่ม คําตอบก็อาจจะบอกว่าเราไม่มีน้ํามัน เพียงพอ ผมไม่เชื่อหรอกครับ เพราะน้ํามันในประเทศไทยมีมากมาย เจาะตรงไหนก็มีน้ํามัน ท่านจะปฏิเสธไหมว่ามีการเจาะน้ํามันเถื่อนตอนนี้ บ่อเจาะน้ํามันมีเยอะแยะมากมายไม่เคย รายงาน มีการแอบเจาะน้ํามันตามอ่าวไทยหรือแม้แต่จังหวัดบางจังหวัดก็มีการเจาะน้ํามัน เช่นกัน แล้วบางกรณีน้ํามันที่มาลอยอยู่ตรงกลางทะเลใส่เรือลําใหญ่ ๆ มา แล้วนําเข้าโดยที่ ไม่เสียภาษีที่เขาเรียกว่าน้ํามันทรานซิต (Transit) ท่านยอมรับไหมว่ามีลักษณะนี้ ผมเชื่อว่ามี แล้วทําไมเราไม่ไปลดส่วนหนึ่ง เช่น เราไปลดค่าการตลาด ลดกําไรลงไปสิครับ
ผู้ประกอบการ นักธุรกิจรายใหญ่ โดยเฉพาะ ปตท. มีกําไรป้เปึนแสน ๆ ล้าน แต่มาบวก ค่าน้ํามันกับประชาชนลิตรละแพง ๆ ทุกวันนี้เราใช้น้ํามันแพง แต่เราต้องมากู้หนี้เพิ่ม แต่ถ้าที่ผ่านมาเราใช้น้ํามันถูกสิครับ แล้วเรามากู้หนี้เพื่อชดใช้โอเค (OK) ผมเห็นด้วย แต่ที่ผ่านมาเรายังใช้แพงอยู่ บอกว่าเราขาดทุนต้องมากู้เพิ่ม ผมไม่เห็นด้วยครับ ในส่วนที่เรา ควรจะลด มันมีคําถามว่าทําไมไม่ลดภาษี ภาษีซื้อ ภาษีขาย ภาษีเทศบาลต่าง ๆ และภาษีอื่น ๆ อีกเยอะแยะ ทําไมไม่ลดลงครับ แล้วทําไมไม่ลดกําไรลงไป กําไรป้เปึนแสนล้านบาท เหลือสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม อีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เอามาใส่กองทุนน้ํามันได้ไหม ทําไมไม่ลด ค่าขนส่งที่บอกว่ามีการขนส่งจากประเทศไทยไปสิงคโปร์ไปกลับ และมีการบวกค่าประกันภัย เราลดสิครับ ค่าประกันภัย ค่าขนส่งที่มันเปึนการขนส่งทิพย์ ค่าขนส่งเหล่านี้ ประกันภัย เหล่านี้ไม่รู้ใครได้ เข้ากระเปิาใครผมไม่ทราบนะครับ แล้วอีกประการหนึ่ง เรามีการบริหาร โดยบอร์ด (Board) ต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย มีหลายบอร์ด (Board) คนที่นั่งในบอร์ด (Board) ก็คือนายพลทั้งหลายมีเงินเดือน มีค่าเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย ทําไมไม่ลด ถ้าเราลดเหล่านี้ทําให้ราคาน้ํามันมันลดแน่นอน ฉะนั้นผมก็กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้เวลาผม ๕ นาที ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่ ที่ประชุมจะลงมติ เชิญผู้เสนอคือท่านรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจง เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ วันนี้ผมก็ได้นั่งฟังอภิปรายในเรื่องของพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกัน การชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ก็ต้องขอบพระคุณทาง สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ แล้วก็มีข้อสงสัยที่อยากจะได้รับคําชี้แจง ก็จะพยายามใช้เวลาโดยสังเขปนะครับ
ในเรื่องของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง หลักการที่ดําเนินการและเปึนวัตถุประสงค์ ที่ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็คือเพื่อสร้างเสถียรภาพของราคา น้ํามันแล้วก็ก๊าซหุงต้มต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เปึนภาระกับภาคประชาชน ซึ่งวันนี้ที่มีประเด็น ในเรื่องของเงินที่มีจํานวนที่สภาพคล่องที่ยังขาดอยู่และติดลบอยู่จํานวนมากก็ด้วยระยะเวลา
๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ที่ผมได้กราบเรียนทางประธานสภาผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในห้วงเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๓ ตั้งแต่เริ่มโควิด-๑๙ (COVID-19) เราเริ่มทยอย ได้ช่วยเหลือทางก๊าซหุงต้มในราคาที่ถือว่าไม่แพง ๓๑๘ บาท ต่อ ๑๕ กิโลกรัมถัง แล้วก็ ทําอย่างนี้มาโดยตลอดเปึนจํานวนเงินไม่น้อยทีเดียว เพื่อที่จะช่วยเหลือภาคประชาชนในยาม ที่มีโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านบอก แล้วตอนช่วงน้ํามันถูก ๆ ช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ทําไมไม่เรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเยอะ ๆ ไปเลย จะได้มีเงินเข้ามาเปึนบวก ผมก็เคยกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปแล้วว่าถ้าเรารู้ก่อน ว่าป้หน้ามันจะเกิดอะไรขึ้นเราคงเก่งมากและผมเองก็คงทําไม่ได้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดํารงตําแหน่งเดียวกับผมก็คงทําไม่ได้ เพราะในช่วงเวลาที่โควิด-๑๙ (COVID-19) เกิดขึ้นนั้น ประชาชนยากลําบากกันเหลือเกิน เรายังจะไปเพิ่มภาระเก็บเงินชดเชยเข้ากองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงให้น้ํามันเชื้อเพลิงแพงขึ้นอีก เราก็คงทําไม่ได้เช่นเดียวกัน การพูดหลังจากทราบ ข้อเท็จจริงแล้วมันดูเหมือนง่าย แต่ท่านปฏิบัติไม่ได้หรอกในยามนั้น ทําอย่างไรก็ไม่ลง เพราะว่าวันนั้นประชาชนเดือดร้อนเหลือเกิน แล้วก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายว่าในช่วงที่กําลังจะ ฟุ๋นฟู กําลังจะเกิดการฟุ๋นฟูในป้ ๒๕๖๔
ที่ผมได้กราบเรียนทางสภาให้เห็นข้อมูลเปึนป้ ๆ เลยว่าในช่วงของป้ ๒๕๖๔ เศรษฐกิจ ในประเทศตะวันตกเขาฟุ๋นฟูเร็วกว่าเรา เพราะเขามีวัคซีน เขามียาที่จะช่วยทําให้ลดปัญหา ของโควิด (COVID) ลงไปได้ เราก็ได้รับมาในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ของเขาจะได้เร็วกว่าแน่นอน เขาเปึนผู้คิดค้นในเรื่องของวัคซีนขึ้นมาได้เขาก็เอามาใช้ประโยชน์ของเขาก่อน การฟุ๋นฟู ทางเศรษฐกิจเขาก็เร็ว การบริโภคต่าง ๆ เขาก็ฟุ๋นตัวเร็ว กดดันทําให้ราคาน้ํามันขึ้นมาอีก แทนที่มันจะลงเหมือนเดิม อย่างที่ผมได้กราบเรียนไป ในป้ ๒๕๖๔ ก็ขึ้นมาจากอีกประเด็นหนึ่ง ยังเปึนประเด็นเรื่องโควิด (COVID) อยู่ แต่จากการฟุ๋นตัวจาก ๓๐ เหรียญ เปึน ๖๐ เหรียญ กําลังการผลิตซึ่งเคยหยุดเปึนเวลานาน ๆ จะให้เขาผลิตขึ้นมาโดยทันทีเปึนไปไม่ได้ แต่ดีมานด์ (Demand) หรือความต้องการของประชาชนซึ่งรอวันนั้นเริ่มเป่ดผ่อนคลายขึ้น ในประเทศตะวันตกเขาใช้ทันที เมื่อเปึนเช่นนั้นแล้วจึงเกิดการขึ้นของราคาน้ํามันดิบเกิดขึ้น แต่ประเทศไทยเรายังอยู่ในช่วงระหว่างที่ยากลําบากอยู่ ในช่วงเดือนตุลาคมถ้าจํากันได้ ตุลาคม ๒๕๖๔ เราเจอปัญหาเรื่องเดลตา (Delta) สายพันธุ์เดลตา (Delta) ยังเหนื่อย ยังจะต้องระมัดระวัง ยังต้องประคับประคองประเทศ ยังต้องดูแลเสถียรภาพของประเทศ ทั้งการเงินและการคลังเปึนอย่างดี รัฐบาลหรือกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ได้เข้าไป เข้าไปดูแล ในเรื่องของน้ํามันเชื้อเพลิงอีกครั้งหนึ่ง ตรึงไว้ ถึงแม้จะเกิน ๓๐ บาท เราก็ทําให้ไม่เกิน ๓๐ บาท ราคาก๊าซหุงต้มยังยืนไว้ที่ ๓๑๘ บาทเหมือนเดิม เหมือนเช่นเดิมถึงแม้ราคาจะสูง กว่านั้นถึง ๔๔๐ บาทเองก็ตาม ป้ ๒๕๖๕ ยิ่งไปกว่านั้นอีก ป้ ๒๕๖๕ เกิดปัญหายูเครน ปัญหาอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา น้ํามันเกิดขึ้นมาแพงขึ้นทุกระดับในตัวเลขที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ในรอบ ๑๔ ป้ แล้วก็หลาย ๆ รัฐบาล ท่านอาจจะบอกว่ารัฐบาลนั้นดี รัฐบาลนี้ดี ทุก ๆ รัฐบาล ท่านไปดูย้อนหลังในอดีต ท่านเจออยู่เรื่องเดียว เรื่องใดเรื่องหนึ่งแค่นั้น เรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง ของอัตราแลกเปลี่ยนที่มันอ่อนตัวและราคาน้ํามันอยู่ในระดับที่สูง ตรงนั้นก็เจอในช่วงของ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็มีกองทุนติดลบถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ตรงนั้น ท่านก็เจอวิกฤติแบบนั้น อีกยุคหนึ่งท่านเจอราคาน้ํามันสูงจริง มีคนกล่าวเหมือนกันว่าน้ํามัน สูงจริง แต่ราคาอัตราแลกเปลี่ยนไม่ใช่สูง อัตราแลกเปลี่ยนแค่ ๓๐ บาทต่อเหรียญสหรัฐ แค่นั้นเอง เมื่อแปลงเปึนราคาเงินบาทแล้วก็ถือว่ายังสูงก็จริง แต่เทียบกับวันนี้ ในยุคนี้ เวลานี้ สูงทั้งคู่ ไม่เคยมีวิกฤตการณ์ไหนมาก่อนที่เราเจอสูงทั้งคู่ในทั้ง ๒ นัย จึงเปึนเหตุผลว่าทําไม กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงถึงยังติดลบในจํานวนมากและรวดเร็ว ในช่วงเวลาเพียง ๒ ไตรมาสเอง
ทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ทํางานร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงไม่อยากให้ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้บอกว่าต้องมาค้ําประกัน เราก็พยายาม หาช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของมีหนังสือจากกระทรวงการคลังชี้แจง หรือทําคําอธิบาย ไปแล้ว สถานการณ์ก็ยังไม่เอื้ออํานวย เพราะว่าสถาบันการเงินก็ยังมีความกังวลในเรื่องของ ผลกระทบ อย่างโควิด (COVID) หรือการฟุ๋นตัวของประเทศอยู่ จนสุดท้ายจนถึงวันที่เรา จําเปึนต้องตัดสินใจ ตัดสินใจว่าถ้าไปกว่านี้แล้วมันไปไม่ไหวจริง ๆ เราจําเปึนจะต้องให้มีการ กู้เงินเพื่อที่จะมาสร้างสภาพคล่อง เพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วในเวลาอันสั้น ๆ ที่น้ํามันขึ้นสูง น้ํามันดีเซลสูงถึง ๑๘๐ เหรียญต่อบาร์เรล แล้วในขณะที่เอฟเอ็กซ์ (FX) สูงถึง ๓๘ บาท หรือ ๓๗ บาท ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศหรือของโลกนี้ ของประเทศไทยนี้ ตรงนี้เองก็เปึนความจําเปึนและความเร่งด่วนที่อยากจะเรียนทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ได้ทราบ
ในส่วนเรื่องของค่าการตลาด ค่าการกลั่นผมเรียนย้ําอีกทีหนึ่ง โดยเฉพาะ ค่าการกลั่น หลายคนก็เทียบอยู่ ๒ ป้ ๓ ป้ ผมก็เข้าใจท่านก็ต้องเลือกมา ๒ ป้ ๓ ป้ ค่าการกลั่นท่านก็บอกว่าป้นี้โรงกลั่นกําไรเยอะแยะ ๓.๗๐ บาท ตัวเลขไม่ต้องดูมาก เอาตัวเลขของกระทรวงพลังงานนี่แหละ แล้วท่านก็ดูป้ ๒๕๖๔ ๐.๘ สตางค์เอง ไม่ถึงบาทบ ป้ ๒๕๖๓ ก็ ๐.๗ สตางค์เอง ไม่ถึงบาท แต่ท่านไม่เคยดูย้อนหลังว่าในอดีตที่ผ่านมาเขาได้กัน ประมาณเท่าไรก่อนโควิด (COVID) ที่เขาได้ต่ํา ๆ ก็เพราะช่วงโควิด (COVID) ค่าการกลั่น มันต่ํา มัน ๒ บาทกว่ามาโดยตลอด เฉลี่ยกัน ๓ ป้ก็ประมาณนี้ เขาเคยเสียแล้ววันนี้เขาเคย ได้บ้าง เราก็จับจ้องอยู่ถ้ายาวกว่านี้เดี๋ยวท่านปลัดกระทรวงพลังงานก็จะมาชี้แจงว่าเรามี มาตรการที่จะติดตามเรื่องนี้อย่างไร แต่ก็ต้องดูแลให้ความเปึนธรรมกับผู้ประกอบการเขา ระดับหนึ่ง เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะมีปัญหา ในเรื่องของค่าการตลาดก็เช่นเดียวกัน ไปกดดัน เขามาก ๆ ค่าการตลาดเราก็พยายามพูดคุยกัน มีคนไปพูดคุย มีการประชุม มีการหารือกัน ในต้นทุนต่าง ๆ ของทางกระทรวงพลังงานกับผู้ประกอบการ รวมทั้งบุคคลที่ ๓ ก็คือ กลุ่มประชาชนก็มาช่วยกันคิดช่วยกันทํา ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าไม่ลดลงมา จนวันนี้ ในเรื่องของดีเซลก็ขอความร่วมมือมาที่ ๑.๔๐ บาท ในส่วนของแก๊สโซลีน (Gasoline) ก็ให้ ไปอยู่ในเกณฑ์ของค่าเฉลี่ยการตลาดที่พึงเปึนที่พูดคุยกันในส่วนนี้ อันนี้ก็จะมีผู้มาชี้แจงเพิ่มเติม ให้พวกเราได้รับทราบ ท่านสมาชิกได้รับทราบว่ามีการพูดคุยกันจริง ๆ และติดตามกัน ลองดู ในประเทศอื่น ๆ เวลาไปกดดันเขามาก ๆ อย่างประเทศเวียดนามล่าสุดถ้าท่านติดตาม ไปพูดคุย ไปลดค่าการกลั่น ไปลดอะไรต่าง ๆ หรือการชดเชยต่าง ๆ แล้วยังค้างชําระนาน ๆ เขาไปไม่ไหว เขาไปไม่ไหว เขาลดกําลังการผลิต ซ้ายมือประเทศไทย ผมคิดว่าไม่ใช่ว่าไม่มีคน ไปเติม คือมันสะดวกสบายเหลือเกิน ในขณะที่ล่าสุดเองที่เวียดนามมีกระบวนการอย่างที่ พวกเราหลายท่านเสนอ ไปบีบ ไปควบคุม ไปจํากัดทุกอย่างโดยไม่ดูเรื่องต้นทุนและความ เหมาะสม ผู้ประกอบการเขาก็ลดกําลังการผลิตเขารัน (Run) โรงงานแค่ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ เราเปึนประเทศเสรีกว่าเวียดนามด้วยซ้ําไป เราคงจะเข้าไปกํากับและยึดโรงงานโรงกลั่นเขา คงไม่ได้ แต่มันต้องอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสมแล้วเราก็ยังอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสมแล้วไปกันได้ แต่พอมันเกิดเหตุการณ์ในต่างประเทศที่เราเห็น เปึนอย่างไรละครับ ต้องเข้าคิว มันเกิด อย่างนี้ขึ้นจริง ๆ เราพยายามจะทําและติดตาม แล้วก็คุยกันด้วยเหตุด้วยผล และความ สมเหตุสมผลของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงดังกล่าวนําไปสู่อัตราของน้ํามันเชื้อเพลิงหรือราคา
น้ํามันเชื้อเพลิงในประเทศไทย ซึ่งท่านอยากจะให้ถูกกว่านี้อีก หลายท่านบอกว่าต้องลง ต้องทํา อย่างนั้นอย่างนี้ ลองดูเปรียบเทียบกับประเทศไทย ผมก็เคยนํามาแสดงในหลาย ๆ ครั้ง ข้อมูลในรัฐสภาแห่งนี้ ประเทศไทยเราก็ไม่ได้ต่ําที่สุดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี น้ํามันดีเซลเรายัง ประคับประคองอยู่ในอันดับที่ ๓ จากประเทศที่ราคาต่ําสุดในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) น้ํามัน เบนซินอาจจะดูสูงหน่อย เวียดนามดูจะต่ํากว่าแต่เวียดนามมีจํากัดการซื้อไปแล้ว มีการเข้าคิว อย่างที่ผมเรียนไป ตรงนี้เราคงไม่อยากเห็นให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย แอลพีจี (LPG) เหมือนกัน แอลพีจี (LPG) หลายท่านก็อยากจะให้ต่ํากว่านี้อีก โรงแยกต้องช่วยอย่างนั้นอย่างนี้ ลองดูราคา แอลพีจี (LPG) ที่เราขายกันอยู่ในประเทศและเรากําลังดูแลอยู่ อันนี้เราสูงกว่า เราเกือบจะ เรียกว่าต่ําที่สุดในภูมิภาครองจากมาเลเซียซึ่งเขามีพลังงานสะสมมากกว่าประเทศไทย มากมาย นี่ก็คือสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทํา พยายามประคับประคองใช้กองทุนน้ํามันในการที่จะ ช่วยเหลือ ในการที่จะบรรเทา ในการที่จะประคับประคองให้ประเทศไทยค่อย ๆ ฟุ๋นฟู ฟุ๋นฟู และค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจที่เปึนเศรษฐกิจปกติให้ได้โดยเร็ว วันนี้เราอยู่ในขั้นตอน เวลานี้อยู่ ผมเองก็อยากจะเรียนโดยสังเขปให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็ทางสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรทุกท่านให้ได้เข้าใจถึงภาพตรงนี้ว่าเราจําเปึนต้องทําตรงนี้จริง ๆ มิฉะนั้นแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไม่ต้องมีก็ได้แต่ประชาชนคนไทยจะต้องรับภาระตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ เปึนต้นมา หรือโดยเฉพาะต้นป้ ๒๕๖๕ น้ํามันในราคา ๔๐ กว่าบาท อาจจะถึง ๕๐ บาทก็ได้
ถ้ากระทรวงการคลังไม่ช่วยมาสนับสนุนอีกด้วย ราคาแอลพีจี (LPG) อาจจะสูงถึง ๕๒๕ บาท ต่อถัง ๑๕ กิโลกรัมก็ได้ แล้วประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างไร แล้วเราจะอยู่ท่ามกลางการฟุ๋นฟู ได้อย่างไร ในเมื่อขณะที่ถ้าจะต้องขึ้นในเวลานั้นกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไม่ได้เข้าไปช่วย วันนั้นประเทศไทยเรายังเผชิญหน้ากับโควิด-๑๙ (COVID-19) อยู่ เรากําลังรอการฟุ๋นฟูอยู่ ถ้าเราไม่เข้าไปช่วยเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้เข้าไปใช้ในการที่จะบรรเทา สร้างเสถียรภาพไว้ วันนี้เราก็คงจะมีปัญหาในเรื่องของการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและความเดือดร้อน ของประชาชนที่สะสมมากกว่านี้ด้วยซ้ําไป ส่วนเรื่องของแผนการชําระเงิน แผนการกู้เงิน ต่าง ๆ ก็จะมีผู้แทนของทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาชี้แจงต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอตัวแทนกระทรวงพลังงาน พร้อมชี้แจงไหม ขอให้ทางนี้ชี้แจงจบก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ขอกราบเรียนชี้แจงเรื่องค่าการกลั่นเพิ่มเติมจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปในส่วน ของการจัดเก็บเงินค่าการกลั่นจากโรงกลั่นน้ํามันดังนี้นะครับ
กระทรวงพลังงานได้มีแนวคิดที่จะจัดเก็บเงินจากโรงกลั่นน้ํามันในช่วงที่ ค่าการกลั่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภาวะปกติตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไป แต่เนื่องจากว่าไม่เคยมีการเก็บเงินเข้ากองทุนในลักษณะนี้มาก่อน กระทรวงพลังงานจึงได้ หารือกับทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บเงินดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่าคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง มีอํานาจเรียกเก็บเงินส่วนต่างของค่ากลั่นน้ํามันเบนซินและน้ํามันเบนซินจากโรงกลั่น แต่ต้องอยู่ ภายใต้กรอบของการบริหารนโยบายกองทุนที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เปึนผู้กําหนด อย่างไรก็ตามในการจัดเก็บดังกล่าวคณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อสังเกตว่า ตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ํามันไม่มีบทบัญญัติใดในการห้ามปรับเพิ่มหรือชะลอการปรับลดราคา ขายส่งราคาหน้าโรงกลั่นตามภาระการจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่ถูกเรียกเก็บเพิ่ม กล่าวคือเมื่อโรงกลั่นถูกเรียกเก็บเงินส่วนของค่าการกลั่นเพิ่มเติมเข้ามาที่กองทุนน้ํามัน โรงกลั่นก็สามารถที่จะส่งผ่านภาระดังกล่าวนี้ไปยังการเพิ่มราคาการขาย ซึ่งก็จะตกเปึนภาระ ของประชาชนได้ ก็ขอให้ระวังในส่วนของการเก็บเงินในการเพิ่มนี้ เมื่อกฤษฎีกาตอบมา
อย่างนี้แล้ว ในช่วงนี้เองค่าการกลั่นในช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมาลดลงมาจากที่เคยสูงถึง ๕ บาท ตอนนี้ลดลงมาอยู่ประมาณ ๒ บาทกว่า ถึง ๓ บาท แต่อย่างไรก็ตามถ้าเผื่อค่าการกลั่นกลับไปสูง อย่างต่อเนื่องอีก กระทรวงพลังงานก็จะได้เตรียมมาตรการและหลักเกณฑ์เปึนการล่วงหน้า ที่จะนําเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติจัดเก็บค่าการกลั่นให้เปึนทางการต่อไป ตามที่กฤษฎีกาได้ตอบชี้แจงมา เราจะมีการทําการล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์นี้ หากค่าการกลั่นตรงนี้กลับขึ้นมาสูงขึ้นอีก กราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอบพระคุณครับ
มีท่านวิสาร กับท่านอัครเดชขอสอบถามเพิ่มเติม ขอท่านวิสารก่อน เอาสั้น ๆ อภิปรายกันมาเยอะแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาต ๒-๓ คําถามสั้น ๆ ครับ เรื่องแรก ก็คือท่านรองสุพัฒนพงษ์ไม่ได้ตอบผมว่าทําไมแบงก์รัฐถึงไม่รับ แต่ว่าวันนี้ก็ดีแล้ว มีทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์และท่านปลัดกระทรวงการคลัง อยู่ที่นี่ ผมถามในฐานะที่เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชนอยู่ ๓ คําถามครับ ท่านประธานครับ อันนี้มันถือว่าเปึนการผิดวินัยการเงินการคลังของเราหรือไม่
อันที่ ๒ ท่านมั่นใจได้อย่างไรสํานักงานกองทุนน้ํามันมันก็เปึนภาครัฐ ทีนี้ถ้าเกิด พ.ร.บ. ไม่ผ่าน หนี้สินซึ่งเราเคยมีเพดานอั้นไว้ที่ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้มันเปึน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว มันท่วมแล้วครับ แบงก์รัฐก็ไม่ยอมค้ําประกัน ต้องให้รัฐบาลออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ ผมถามว่า ตัวนี้พอถึงเวลาขึ้นมากองทุนที่มีหนี้สินมหาศาล พอถึงเวลาขึ้นมา เวลาน้ํามันตลาดโลกลดลง บ้านเราเนื่องจากว่าคุณเอาหนี้ไปเพิ่มกองทุนน้ํามัน มันก็จะทําให้พี่น้องประชาชนต้องรับ ภาระในการที่จะใช้น้ํามันแพงไปอีกนานเลย สุดท้ายท่านประธานครับ ผมขอท่านประธาน ได้ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ตอบผมว่ามีเหตุจําเปึนอะไร แบงก์รัฐมันไม่รับหรืออย่างไร แบงก์กรุงไทยเขาไม่ยอมเชื่อถือรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ทําไมต้องไปบีบบังคับให้แบงก์อาคาร สงเคราะห์มารับต่อจากออมสินอีก ๒ แบงก์ ตรงนี้ผมถามท่านประธาน ๓ คําถาม ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอัครเดช
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด ราชบุรี ผมขออนุญาตถามท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมถามคําถามท่านไป ๒ คําถามครับ แล้วก็ไม่ได้คําตอบก็คือ ๑. ท่านแสดงต้นทุนจริง ได้ไหมว่าตอนนี้ต้นทุนจริง ๆ การกลั่นน้ํามันในประเทศไทยที่กลั่นโดยโรงกลั่นในเมืองไทย ทั้ง ๖ แห่ง ต้นทุนจริง ๆ เท่าไร ขอให้ท่านชี้แจงให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้รับทราบด้วย เพราะไม่อย่างนั้นข้อกล่าวหาที่ท่านอุ้มโรงกลั่น อุ้มนายทุน ที่ประชาชนตั้งข้อหาไว้ เพราะว่า ท่านเปึนอดีตผู้บริหาร ปตท. เก่า มันก็จะเปึนจริงอย่างที่พี่น้องประชาชนสงสัย ฉะนั้นท่านต้อง ชี้แจงว่าต้นทุนจริง ๆ ในการกลั่นน้ํามันที่เมืองไทยต้นทุนเท่าไร ๒. ท่านรับปากในสภาแห่งนี้ ว่าท่านจะนําเงินของโรงกลั่นที่มีกําไรมากเกินไปมาให้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยให้กับ พี่น้องประชาชน วันนี้ยังไม่เห็นสักบาทหนึ่งเลย ตัว ๓,๐๐๐ ล้านบาทมันเปึนในส่วนของ โรงแยกแก๊สที่มาช่วยแอลพีจี (LPG) แต่ส่วนของค่าการกลั่นที่เกี่ยวกับน้ํามันเชื้อเพลิง ยังไม่มีเลย ๓. เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังท่านปลัดกระทรวงพลังงานได้ชี้แจงว่าท่านหารือกฤษฎีกามา ว่าถ้าไปคิดค่าการกลั่นที่สูงขึ้น แล้วไปเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่ม มันจะครอสทู (Cross to) ไปที่พี่น้องประชาชน คือผู้ประกอบการโรงกลั่นสามารถเพิ่มราคาน้ํามันได้ ก็จะเปึนการผลักภาระ ไปยังพี่น้องประชาชน ผมถามว่าท่านมีอํานาจอยู่ในมือท่านยังสามารถออกพระราชกําหนด
อุ้มโรงกลั่นได้ กู้เงินค้ําประกันกองทุนเปึนแสนกว่าล้านบาทได้ ทําไมท่านไม่ออก พระราชกําหนดเรียกเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น หรือไม่ก็เรียกเก็บค่าส่วนต่างที่โรงกลั่น มีกําไรมากขึ้น จะเก็บในรูปภาษีก็ได้ หรือท่านจะเรียกเก็บเข้ากองทุนอย่างไรก็ได้ ท่านมีอํานาจทําไมท่านไม่ทําครับ ผมขออนุญาตตั้งคําถาม ๓ ข้อให้ท่านรัฐมนตรีและ ท่านปลัดกระทรวงพลังงานได้ตอบด้วยครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติครับ
ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ สุพิศาล คนสุดท้ายครับ
ขอท่านเกียรติ ก่อนนะครับ แล้วก็เปึนท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมตั้งข้อสังเกตแล้วกันจากคําตอบจากท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านปลัด
ข้อแรก เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าถ้าเราไปกดดันเขามาก ๆ เขาจะลดกําลังการผลิต ท่านยอมหรือครับ ให้โรงกลั่นเอาประเทศไทยเปึนตัวประกัน มันมี กฎหมายในหลายประเทศ กฎหมายในหลายประเทศเลยที่สามารถจัดการกับโรงกลั่น ที่มีพฤติกรรมในลักษณะที่ท่านชี้มาเมื่อสักครู่นี้โดยมีกฎหมายมารองรับ ถ้าประเทศไทย ถูกจับเปึนตัวประกันโดยโรงกลั่น ร่วมกับสภาเลยท่านรองนายกรัฐมนตรี ออกกฎหมายเลย กรณีฉุกเฉินจําเปึนทําไม่ได้ครับ ลดกําลังการผลิตอยู่ดี ๆ อย่างนั้นไม่ได้ นั่นข้อที่ ๑
ขอบคุณครับ เชิญท่านสุพิศาล แล้วก็ตามด้วยจุลพันธ์นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เมื่อสักครู่ท่านวิสารมาฝากคําถามพ่วงเพิ่มคือนโยบายประหยัด ต้องตอบท่านวิสารด้วยนะครับ ของผมมี ๒ คําถาม เพราะท่านไม่ได้ตอบผมในประเด็นของการออกพระราชกําหนดเรื่องที่ ออกกฎหมายมิให้นําความมาตรา ๑๙ วรรคสอง พระราชบัญญัติบริหารหนี้ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาใช้ ใช้หลักเกณฑ์ วิธีการหรือเหตุผลอะไรถึงมาออกกฎหมายพระราชกําหนดหักพระราชบัญญัติ ของบริหารหนี้ ผิดวัตถุประสงค์หรือหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะในเรื่อง วินัยการเงินการคลังอย่างไรหรือไม่ นี่คําถามที่ ๑ ที่ไม่ได้ตอบผม คําถามที่ ๒ ที่ผมถามไปคือ ตัวเลขเรโช (Ratio) ของอัตรานําเข้าของทุกหน่วยงานที่มาตรา ๒๗ บอกให้ส่งเงินเข้ามา ตอนก่อนตุลาคม ๒๕๖๕ ยอดเท่าไรในน้ํามันแต่ละประเภท กับหลังที่ปรับตุลาคม ๒๕๖๕ แล้ว มีอัตราเรต (Rate) ต่างกันอย่างไรไม่ได้ตอบ ๒ ประเด็นครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็เหลือท่านจุลพันธ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ฟังคําตอบจาก ทางท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางกระทรวงพลังงานก็จับได้ว่าใจลึก ๆ ท่านก็มองว่าตัวเลือกนี้ เปึนตัวเลือกที่จําเปึน ซึ่งจริง ๆ ตรงกันกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านก็นั่ง อยู่บนบัลลังก์ ท่านก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่านี่เปึนตัวเลือกสุดท้ายใช้คําว่า ตัวเลือกสุดท้าย ผมต้องเรียนอย่างนี้ คือมันอาจจะเห็นต่างกัน มันเปึนเรื่องที่เห็นต่างกันได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมฝากคําถามไปแล้วกัน ทําไมตัวเลือกสุดท้ายมาถึง แล้วตัวเลือกก่อนหน้าท่านมีอะไรบ้าง ทําไมท่านไม่พิจารณา ท่านได้พิจารณาหรือไม่ในเรื่องของการปรับโครงสร้างค่าการตลาด หรือแม้แต่การคืนหนี้สินที่ท่านดึงออกมาจากกองทุนน้ํามันไปยังกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ๒๐,๐๘๐ กว่าล้านบาท จําตัวเลขไม่ได้ ซึ่งอันนั้นเปึนการกระทําซึ่งขัดต่อร่างพระราชบัญญัติ แล้วก็กฎหมายของท่านเอง ท่านได้คิดหรือไม่ว่าท่านจะคืนหนี้ก้อนนี้ให้กับกองทุนน้ํามัน
เพื่อลดภาระที่มันจะเกิดกับพี่น้องประชาชนผ่านทางการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้หรือไม่ ผมถาม คําถามนี้จะได้ตอบได้ครับ
ขอบคุณครับ ผมขอให้ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เปึนท่านสุดท้ายสําหรับที่ถาม เพราะว่าเดี๋ยวท่านรัฐมนตรี ตอบชี้แจง แล้วเราก็จะได้ลงมติกัน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตให้ท่านประธานได้สอบถามท่านรัฐมนตรีในประเด็นที่ผมได้สอบถามไป โดยเฉพาะ ๑. ก็คือเรื่องของการใช้กรีน ไฮโดรเจน (Green Hydrogen) ในแอลเอ็นจี (LNG) ว่ามีนโยบายอย่างไรเพื่อจะได้ช่วยลดต้นทุนในการผลิต เพราะว่าแก๊สมีผลมากต่อเศรษฐกิจไทย นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ที่กระผมได้สอบถามไปก็คือเรื่องของการคิดค่ากลั่นของโรงกลั่น เนื่องจากโรงกลั่นเหล่านี้มีอายุมากแล้วไม่สมควรจะนําค่าเสื่อมมาคิด ท่านมีแนวนโยบาย ในเรื่องนี้อย่างไร ขออนุญาตครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบชี้แจงครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่องของว่าทําไมแบงก์รัฐไม่ให้สินเชื่อ ก็เปึนเรื่องของกฎเกณฑ์ของแบงก์รัฐที่ได้กล่าวมา เปึนแบงก์รัฐที่อยู่ในการกํากับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเขาดูเกณฑ์ในเรื่องของ การปล่อยสินเชื่อรวมอยู่ด้วย จริง ๆ แล้วไม่ได้ว่าไม่ได้ปล่อย
เขามีข้อเสนอเพิ่มเติมขึ้นมาและเงื่อนไขเราพูดคุยกันนานพอสมควร แล้วก็ใช้เวลา เขามีข้อเสนอที่ค่อนข้างจะมีความยุ่งยากพอสมควรในส่วนนั้น แล้วก็ความจําเปึนที่แบงก์รัฐ ที่จะต้องไปช่วยเหลือดูแลภาคประชาชนในช่วงโควิด (COVID) ตรงนั้นก็ยังมีสูงอยู่ ตรงนี้ เราพยายามจะหลีกเลี่ยงหาทางที่จะใช้วิธีการอื่นพูดคุยกันโดยใช้เงื่อนไขที่เรียกว่าผ่อนปรนได้ ที่ทางธนาคารหรือกระทรวงการคลังพอจะอุดหนุนได้มีอะไรบ้าง ซึ่งได้พูดคุยกันแม้กระทั่ง ในเรื่องของคอมฟอร์ต เลตเตอร์ (Comfort Letter) ที่จะออกจากทางกระทรวงการคลังเอง ซึ่งตรงนั้นเองก็พูดคุยกัน แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้ข้อสรุปและทอดยาว ซึ่งก็อย่างที่ผมเรียนว่า เราไม่ต้องการที่จะให้มีการค้ําประกันหนี้โดยเร็ว ก็เหมือนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน แต่ว่ามันมีทางเลือกอื่น ๆ เราก็ใช้ให้หมดเท่าที่จะใช้ได้อย่างที่ผมเรียน ท่านจุลพันธ์ว่าแม้กระทั่งเรื่องคุยกันในรูปแบบของการอุดหนุนในรูปแบบต่าง ๆ ที่เรียกว่า พีเอสเอ (PSA) หรือแม้กระทั่งในเรื่องของคอมฟอร์ต เลตเตอร์ (Comfort Letter) เองก็ตาม ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป มันมีประเด็นพูดคุยกันยาว สุดท้ายแล้วทางเลือกสุดท้ายก็เปึนเรื่องที่จําเปึน เมื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ของราคาน้ํามันและอัตราแลกเปลี่ยนที่มันโดดขึ้นเร็วมาก ในช่วงไตรมาส ๒ ไตรมาส ๓ ช่วงเวลาสั้น ๆ เอง ๓ เดือนเองขึ้นมาหลายหมื่นล้านบาท ตรงนั้นเองมันเลยเปึนเหตุจําเปึนและจําเปึนต้องเลือกใช้มาตรการสุดท้าย
ส่วนท่านอัครเดช ท่านถามทุกครั้งเรื่องต้นทุนโรงกลั่น เวลามีกระทู้มา ท่านเปึนกรรมาธิการท่านเรียกโรงกลั่นมาได้ โรงกลั่นเขาก็จะบอกว่ามันเปึนตลาดเสรี เปึนเรื่องข้อมูลที่เขาเป่ดเผยให้ไม่ได้เพราะมันเปึนเรื่องของการแข่งขันระหว่างโรงกลั่น ซึ่งกันและกัน ตรงนี้เองก็เปึนข้อจํากัดจริง ๆ ถามกระทรวงพลังงานท่านก็ถามแล้ว ถามกระทรวงพาณิชย์ท่านก็ถามแล้วก็ไม่ได้คําตอบ ท่านลองถามกระทรวงพาณิชย์ เช่นเดียวกันลองถามดู เปึนสินค้าควบคุมด้วย น้ํามันสําเร็จรูปเปึนสินค้าควบคุมด้วย ท่านต้องถามกระทรวงพาณิชย์ด้วยเหมือนกันว่าต้นทุนจริง ๆ เปึนเท่าไรกันแน่ ท่านถาม กระทรวงพลังงานแล้ว กระทรวงพลังงานก็ได้พยายามหาคําตอบว่ามันเปึนตลาดเสรี มันเปึน เรื่องข้อมูลที่ระหว่างโรงกลั่นเขาให้ซึ่งกันและกันไม่ได้ ลองกระทรวงอื่น ๆ ผมเองก็พยายาม จะถามกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอื่น ๆ ก็ได้คําตอบที่คล้ายคลึงกัน แล้วก็ในเรื่องของ เงินกําไรมาชดเชย เรื่องวินด์ฟอลล์ แท็กซ์ (Windfall Tax) อะไรต่าง ๆ ก็อย่างที่เรียน ผมคิดว่าทางท่านปลัดได้กล่าวไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเราก็ติดตามมาโดยตลอดว่าค่าการกลั่น
มันสูงขึ้นจริง ตอนนี้มันก็อ่อนตัวลงมา ท่านต้องย้อนดู ๒ ป้ที่แล้วช่วงโควิด (COVID) โรงกลั่น ตอนนั้นเขาได้ต่ํากว่า ๒ บาท ทําไมเราไม่ชดเชยให้เขา ออกวินด์ฟอลล์ แท็กซ์ (Windfall Tax) ไม่ใช่ว่าได้เปล่า ๆ เวลาที่เขาได้ต่ําลงเราต้องไปชดเชยให้เขาด้วย ถึงเวลานั้นเราจะยอมชดเชย ให้เขาหรือไม่ ตรงนั้นก็เปึนคําถาม เรื่องพวกนี้ดีเบต (Debate) กันได้ เห็นต่างกันได้ ในเรื่อง ของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าทางกระทรวงการคลังดูเรียบร้อยแล้วว่า ไม่น่าจะมีประเด็นอะไรที่จะเปึนข้อขัดแย้งกัน หรือการออกพระราชกําหนดครั้งนี้จะขัดกับ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะใด ๆ
ส่วนในเรื่องของกองทุนอนุรักษ์ อันนี้ก็อย่างที่ผมเรียนมีการคืนเงินตาม พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียนอย่างที่ท่านจุลพันธ์ว่า กรณีมีเงินเกินกว่าที่เราจะใช้ใน ๒-๓ ป้ จากแผนงานของกองทุนอนุรักษ์ก็ส่งคืนกลับกระทรวงการคลัง และกระทรวงการคลัง ถ้าท่านจุลพันธ์ดูเขาก็ลดอัตราภาษีสรรพสามิตเพื่อเปึนการดูแลช่วยเหลือในส่วนของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง ถ้าเขาไม่ช่วยลด ไม่ช่วยดูแลวันนี้ราคาเราก็ไม่ได้ราคานี้นะครับ วันนี้ราคา ต้นทุนจริง ๆ ที่พึงจะเปึนน้ํามันเชื้อเพลิงดีเซล ๓๘ บาท ถ้ากระทรวงการคลังไม่ได้ช่วยไว้ วันนี้ก็ ๔๐ กว่าบาท ตรงนี้ก็จะเปึนทางตรงทางอ้อม แต่ผมคิดว่ามันก็เปึนการที่ดูแล ประชาชนดูแลประคับประคองต่าง ๆ ให้เศรษฐกิจมันเดินไปได้
ส่วนที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้กล่าวมาเรื่องของนโยบาย เรื่องของกรีน (Green) หรือรีนิววาเบิลส์ (Renewables) หรือพลังงานสะอาด กระทรวงการพลังงานมีอยู่ในแผน พลังงานชาติ ผมเองอยากจะเรียนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านผ่านท่านประธานสภา ก็คือว่ามันเปึนความจําเปึนจริง ๆ
แล้วก็ผมเห็นด้วยกับท่านพิสิฐ แล้วก็เชื่อว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านก็เห็นด้วย ประเทศไทยเรายังจําเปึนนําเข้าพลังงานอยู่ถึงแม้เราจะมีแหล่งแก๊สธรรมชาติแล้วก็ตาม แต่เรายังนําเข้าน้ํามันเยอะ แล้วก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายหลายท่านว่า มีแนวโน้มจะใช้ไฟฟัามากขึ้นเพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิล (Fossil) ต่าง ๆ ที่จะเปึนปัญหา ต่อเรื่องความเปึนกลางทางคาร์บอนในอนาคต แล้วก็เปึนสิ่งที่จะเปึนข้อกีดกันทางการค้า ในอนาคตอีกด้วยเราจําเปึนจะต้องลดในสิ่งเหล่านี้ ซึ่งทิศทางของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ก็ชัดเจน ที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ความเปึนกลางทางคาร์บอน ในป้ ๒๐๕๐ ซึ่งส่วนหนึ่งก็จะทําให้เราใช้พลังงานสะอาด ในแผนพลังงานชาติจะมีการใช้ พลังงานสะอาดมากขึ้น มีการเก็บกักคาร์บอนไดออกไซด์เก็บไว้ใต้พื้นพิภพ วันนี้ก็ศึกษา ศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งในเบื้องต้นก็พบว่ามีความเปึนไปได้นะครับ แต่สิ่งที่เราจะทํา ก็คือนอกจากเราจะเปึนการคอมพลาย (Comply) กับตัวกติกาสากลของโลกในเรื่องของ ความเปึนกลางทางคาร์บอนแล้ว เรายังเปึนการที่จะลดการพึ่งพาการนําเข้าพลังงาน นั่นก็คือ สิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทํา เพราะรัฐบาลเห็นว่าในโอกาสที่เราเจอปัญหาในยามวิกฤติครั้งนี้ และเราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น จนเปึนเหตุว่าเรามีภาระทางพลังงาน วิกฤติทางพลังงาน อย่างมากมายมหาศาลเราจะแก้ตรงนี้ ถ้าเราเปลี่ยนแปลงในทิศทางของพลังงานชาติ มีการใช้ พลังงานทดแทนอื่น ๆ พลังงานสะอาดมากขึ้น รวมทั้งไฮโดรเจน และการกักเก็บ คาร์บอนไดออกไซด์ที่เก็บไว้ในใต้พื้นพิภพได้เราจะลดการพึ่งพาการนําเข้า ปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันนี้ที่ท่านอภิปรายในวันนี้จะไม่เกิดในคนยุครุ่นหลัง ๆ ถัด ๆ ไป ให้เขาเจอกับปัญหา สิ่งใหม่ ๆ ดีกว่า เราจะแก้กันวันนี้ จะทยอยแก้ สิ่งที่เราแก้วันนี้ก็คือปัญหาที่เราขอวันนี้ และแผนงานที่เรากําลังดําเนินการอยู่เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ อันเปึนปัญหาให้เกิดวิกฤติอยู่ในทุกวันนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าผมได้ให้โอกาสท่านสมาชิกได้ทั้งอภิปรายและซักถามค่อนข้างละเอียดแล้วนะครับ
ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ
ไม่ได้พาดพิง หรอกครับ ท่านอภิปรายถามท่านรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ต้องพูดถึงชื่อท่านนี้เปึนเรื่องธรรมดา
ท่านอัครเดชท่านอภิปรายมาเยอะแล้ว ซักถามอยู่หลายรอบแล้ว ผมพอแล้วนะครับ เราจะได้ลงมติกัน ผมขอเถอะครับ พอแล้วท่านอัครเดชครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบไม่ตอบ เปึนสิทธิของรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่ตอบ เรารับไม่ได้เราก็ไม่ต้องอนุมัติเท่านั้นเอง พอแล้วครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ ผมให้โอกาสท่านเยอะแล้ว เชิญท่านนั่งเลยครับ
นิดเดียวครับ ขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงนิดเดียวครับ
ไม่ได้พาดพิง ท่านอัครเดช ผมอธิบายตรงนี้ก่อน
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ
เดี๋ยวครับ คําว่า พาดพิง คือเปึนประเด็นที่ผู้อภิปรายพูดถึงท่านแล้วท่านเสียหาย แต่นี่ผมฟังแล้วมันไม่มี อะไรเสียหาย เพียงแต่ข้อมูลอาจจะไม่ตรงกันก็เปึนเรื่องธรรมดาในสภานี้ พาดพิงตรงไหน เสียหายไหม เชิญครับ
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นิดเดียวจริง ๆ ไม่ยาวครับ ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ คือท่านรัฐมนตรีชี้แจงกรณีต้นทุนว่า ผมเปึนกรรมาธิการแล้วมาชี้แจง หน่วยงานมาชี้แจงเราทราบอยู่แล้ว ก็กรรมาธิการเรียกมา ชี้แจง แล้วทางหน่วยงานมาชี้แจงว่าไม่ทราบต้นทุน ผมก็เลยเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าแล้วท่าน เอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปชดเชยโดยที่ต้นทุนการกลั่นยังไม่รู้เลย แสดงว่าอย่างนี้ ต้นทุนโรงกลั่นเรียกเท่าไรก็ได้ เพราะฉะนั้นประชาชนก็เสียหาย เพราะเหมือนกับท่านโกงเงิน ภาษีของพี่น้องประชาชนไปชดเชยให้โรงกลั่น นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เงินที่ขอให้ท่านมาเยียวยาหรือชดเชยให้พี่น้องประชาชน แล้วท่านรับปาก ณ สภาแห่งนี้ว่าท่านจะไปขอโรงกลั่นมาให้ ไปเจรจาโรงกลั่นมาให้ วันนี้ไม่ได้ สักบาท แล้วท่านมาพูดแก้ตัวให้กับโรงกลั่น ท่านไม่ใช่มาในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ท่านมาในฐานะพนักงาน ปตท. ฉะนั้นผมถึงเรียนท่านประธานว่าอันนี้
พอแล้วครับ เชิญนั่งครับ ท่านได้ใช้สิทธิไปเยอะแล้ว เชิญนั่งครับ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงไหมครับ หรือว่าไม่ต้องชี้แจง ไม่ชี้แจงก็ถือว่าเราจะได้ลงมติกันนะครับ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะให้การอนุมัติพระราชกําหนดผ่อนผันให้ กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เข้าห้องประชุม เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ท่านพิเชษฐ์ มีอะไรไหมครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า พระราชกําหนดนี้เปึนพระราชกําหนดที่สําคัญนะครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ อยากให้ท่านประธานได้ควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย ท่านประธานควรจะบอกว่า การกดบัตรแทนกันนั้นมีโทษถึงติดคุก ท่านประธานช่วยบอกในที่ประชุมหน่อยครับ
ไม่ต้องบอก หรอกครับ ท่าน ส.ส. รู้ดีอยู่แล้ว มีตัวอย่างให้เห็นมาเยอะแล้ว กดบัตรแทนกันเปึนอย่างไร เชิญท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วได้แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ เชิญครับ ยังให้โอกาสครับ
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๑๒๕ อยู่ครับ
สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๔๐๓ ครับ
ท่านประธานครับ คมเดช ๐๔๒ ครับ
ท่านคมเดช ๐๔๒ อยู่ครับ ถ้าท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนกันทุกท่านแล้ว ผมขอป่ดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๘๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ท่านผู้ใดเห็นว่าควรอนุมัติโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ
ท่านประธานครับ สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๔๐๓ เห็นด้วยครับ
ท่านประธานครับ ๐๔๒ คมเดช ไม่เห็นด้วยครับ
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเชิญนะครับ
ท่านประธานครับ กระผม อันวาร์ สาและ ๔๘๑ เห็นด้วยครับ
๔๘๑ เห็นด้วย เชิญนะครับ รออยู่ครับ ถ้าท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน
ท่านประธานคะ ๔๖๗ ไม่เห็นด้วยค่ะ
เชิญใหม่ครับ
ยกเลิกก่อนค่ะ
หมายความว่า อย่างไร
ท่านประธานครับ ผม ๔๕๘ ไม่เห็นด้วยครับ
ต่อไปจะเปึน การพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๒ นะครับ
๒. ร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลง ระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ....
(คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตาม ความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้นําเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการ ตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวาง ไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากกรมสรรพากรเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ๒. นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ รองอธิบดี รักษาการในตําแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ๓. นายมงคล ขนาดนิด ผู้อํานวยการกองกฎหมาย ๔. นางสาวเพ็ญสุข สังฆสุบรรณ์ ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการ ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ๕. นายพชา วิทูรภาพ นิติกรเชี่ยวชาญกองกฎหมาย เชิญท่านผู้ร่วมชี้แจงเข้าประจําที่นะครับ
(ผู้ชี้แจงจากหน่วยงานภายนอกเข้าประจําที่)
ต่อไปขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร
เหตุผล โดยที่ประเทศไทยมีพันธกรณีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากร แบบร้องขอตามความตกลงหรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการปัองกัน
การเลี่ยงรัษฎากร และความตกลงพหุภาคีว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการบริหารภาษี หรือเรียกว่าความตกลงแม็ก (MAC) และมีพันธกรณีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชี ทางการเงินแบบอัตโนมัติตามความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจในการ แลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่าเปึนความตกลงเอ็มซีเอเอ ซีอาร์เอส (MCAA CRS) ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเปึนภาคีสมาชิกโกลบัล ฟอรัม ออน ทรานส์พาเรนซี แอนด์ เอ็กเชนจ์ ออฟ อินฟอร์เมชัน ฟอร์ แทกซ์ เพอร์โพเซส (Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Purposes) หรือที่เรียก สั้น ๆ ว่าโกลบัล ฟอรัม (Global forum)
ซึ่งเปึนกรอบความร่วมมือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากรขององค์การเพื่อความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือชื่อย่อว่า โออีซีดี (OECD) อันมีผลผูกพันให้ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกต้องดําเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากร และข้อมูลบัญชี ทางการเงินกับคู่สัญญาตามความตกลงดังกล่าว ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตาม พันธกรณีและข้อผูกพันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากรและข้อมูลบัญชีทางการเงิน ดังกล่าวได้ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ ภาษีอากร มีสาระสําคัญสรุปได้ดังนี้
๑. การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอ ซึ่งปรากฏอยู่ในมาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๒ ประกอบไปด้วย
๑.๑ กําหนดขอบเขตอํานาจของเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบคําร้องขอ
๑.๒ กําหนดรายละเอียดคําขอที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของคู่สัญญาต้องส่ง มายังเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย
๑.๓ กําหนดเหตุที่ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย สามารถปฏิเสธ การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอ
๑.๔ กําหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทยแจ้งเจ้าหน้าที่ ผู้มีอํานาจของคู่สัญญา ในกรณีที่คําร้องขอข้อมูลมีรายละเอียดไม่เพียงพอ หรือมีเหตุในการ ปฏิเสธคําร้องขอ
๑.๕ กรณีคําร้องขอข้อมูลมีรายละเอียดเพียงพอและไม่มีเหตุในการ ปฏิเสธคําร้องขอ ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจดําเนินการรวบรวมข้อมูลตามคําร้องขอ หากไม่มี ข้อมูลดังกล่าว ให้สั่งการให้อธิบดีมีอํานาจในการจัดหาข้อมูล โดยอธิบดีมีอํานาจการสั่ง บุคคลหรือผู้ที่ครอบครองข้อมูลดังกล่าวส่งข้อมูลนั้นให้แก่อธิบดี เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจ ของประเทศไทยเพื่อการแลกเปลี่ยนต่อไป
๒. การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอัตโนมัติปรากฏอยู่ในมาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๒๔ ประกอบไปด้วย
๒.๑ กําหนดขอบเขตอํานาจของเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ
๒.๒ กําหนดผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลบัญชีทางการเงิน และผู้ได้รับยกเว้น ไม่เปึนผู้มีหน้าที่รายงาน
๒.๓ กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดให้ลูกค้าของตนแจ้งและยืนยัน ข้อมูลเกี่ยวกับถิ่นที่อยู่ทางภาษีทุกครั้งที่มีการเป่ดบัญชีใหม่ และต้องตรวจสอบบัญชี ทางการเงินของลูกค้าของตน หากพบว่าบัญชีทางการเงินใดถือโดยลูกค้าซึ่งเปึนผู้ที่ต้อง ถูกรายงาน หรือถือโดยลูกค้าซึ่งมีผู้มีอํานาจควบคุมเปึนผู้ที่ต้องถูกรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่ รายงานกําหนดให้บัญชีทางการเงินนั้นเปึนบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน
๒.๔ กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงาน รายงานข้อมูลบัญชีทางการเงิน แก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจ ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของป้ถัดไป
๒.๕ กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องเก็บรักษาข้อมูลเปึนระยะเวลา ๖ ป้ นับแต่วันสิ้นป้ปฏิทินที่เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบบัญชีทางการเงิน
๓. อํานาจของเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจปรากฏในมาตรา ๒๕ คือกําหนดให้ เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทยสามารถเป่ดเผยข้อมูลให้กับเจ้าพนักงานประเมิน ตามประมวลรัษฎากร หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ป่โตรเลียม หรือกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษีอากรอื่นตามที่กําหนดได้ ทั้งนี้ การเป่ดเผยดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของความตกลง เท่านั้น
๔. บทกําหนดโทษ ปรากฏในมาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๓๑ ประกอบไปด้วย
๔.๑ กําหนดโทษปรับทางปกครอง ในกรณีไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของอธิบดี ในกรณีสั่งให้ส่งข้อมูลแบบร้องขอ หรือสั่งให้ปฏิบัติและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงิน แบบอัตโนมัติ
๔.๒ กําหนดโทษทางอาญา กรณีเจตนาแจ้งข้อความอันเปึนเท็จ กรณี การไม่เก็บรักษาข้อมูลและกรณีเป่ดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่น
๕. บทเฉพาะกาล กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงานตามพระราชบัญญัตินี้ ดําเนินการตรวจสอบบัญชีทางการเงินที่มีอยู่ในก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ ของลูกค้าของตน หากพบว่าบัญชีทางการเงินใดถือโดยลูกค้าซึ่งเปึนผู้ที่ต้องถูกรายงาน หรือถือโดยลูกค้าซึ่งมีผู้มีอํานาจควบคุมเปึนผู้ต้องถูกรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่รายงานกําหนดให้ บัญชีทางการเงินนั้นเปึนบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปึนมาและความจําเปึนที่ต้องตราพระราชบัญญัตินี้ กล่าวคือ เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าร่วมเปึนสมาชิกกรอบความร่วมมือโกลบัล ฟอรัม (Global Forum) จึงต้องยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เปึนไปตามมาตรฐานสากล ๒ เรื่อง ได้แก่
๑. การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอสําหรับข้อมูลที่อยู่นอกเหนืออํานาจ ตามประมวลรัษฎากร
๒. การแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติตามความตกลงพหุภาคี ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินแบบอัตโนมัติที่เรียกย่อ ๆ ว่า ความตกลงเอ็มซีเอเอ ซีอาร์เอส (MCAA CRS) ซึ่งรัฐสภาได้กรุณาให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๕ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะรองรับการดําเนินการตามมาตรฐานสากล ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้ง ๒ เรื่องข้างต้นได้
สุดท้ายนี้กระผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณา ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่าง ประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะเปึนการร่วมอภิปรายของท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจ ท่านแรก พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และตามด้วยท่านเกียรติ สิทธีอมร เชิญท่านสุพิศาลครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขอมีส่วนร่วมอภิปรายในวาระรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... เริ่มอย่างนี้ครับ ไทยเราเพิ่งเข้าเปึนสมาชิกในโออีซีดี (OECD) นั้น หรือที่เรียกภาษาอังกฤษ ในภาษาไทยคือ
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นี้เอง ตอนที่เราเพิ่งเข้าสภาแห่งนี้ก่อนนิดเดียว ประเด็นคืออย่างนี้ครับ ในองค์กรระหว่างประเทศ ของกลุ่มที่ร่วมตั้งแต่ยุโรปจนถึงปัจจุบันนี้มี ๓๓ ประเทศ สิ่งสําคัญคือองค์กรระหว่าง ประเทศนี้เปึนองค์กรที่เปึนกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ไทยเราเปึนประเทศพัฒนาแล้วนะครับ แล้วก็บอกว่ากลุ่มประเทศนี้คือยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการค้าเสรี ขีดเส้นใต้ครับ ยอมรับระบอบประชาธิปไตย ชัดเจนแน่นะว่าประเทศเราขณะนี้วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์นี้ยังไม่มีการเลือกตั้งเลยครับ มันเปึนประเทศที่เปึนประชาธิปไตยแน่หรือเปล่า นี่คือคําถาม ส.ส. แห่งนี้รู้ครับ ประชาชนรู้ครับ ในกฎหมายนี้ซึ่งเปึนกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่อง ของการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากรนั้นเปึนผู้ที่จะใช้อํานาจนี้ในคํานิยามของ มาตรา ๓ ผมมีเนื้อหาของความหมายที่จะอภิปราย ไม่ว่าจะเปึนกรอบข้อตกลงในมาตรา ๗ ที่เกี่ยวข้อง ในความหมายของข้อตกลงทั้งนิยามศัพท์ ตลอดจนการขอของประเทศต่าง ๆ และเราจะไปขอเขา ซึ่งมีอยู่ในมาตรา ๙ ใน ๗ วงเล็บ แล้วก็เหตุอันจะปฏิเสธได้ในมาตรา ๑๐ ซึ่งมีทั้งหมด ๘ วงเล็บ อันนี้ผมไม่ขอกล่าว เพราะรายละเอียดคงอยู่ตรงนั้นแล้ว แต่ผมจะมาดู ตรงนี้ครับ เพราะเวลามีน้อย คืออยู่ในคําว่า แบบอัตโนมัติ
แบบอัตโนมัติคืออยู่ในหมวด ๒ ในมาตรา ๑๓ ความหมายคําว่า ความตกลง หมายถึง ความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีการเงิน แบบอัตโนมัติ นิยามศัพท์ในนี้ไม่มีคําว่า อัตโนมัติ มีนิยามศัพท์แค่บัญชีทางการเงิน ซึ่งหมายถึงบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินสินทรัพย์ บัญชีการลงทุน หรือกรมธรรม์ของลูกค้า รวมหมายถึงบัญชีเงินดิจิทัล (Digital) ในบล็อกเชน (Block Chain) ด้วยหรือไม่ เปึนคําถามนะครับ ผู้ที่ออกกฎหมาย นั่นคือเปึนสิ่งอันหนึ่ง แล้วก็ประเด็นเหมือนกันคือ เรื่องของแบบอัตโนมัติ คําถามก็คือวัน ว เวลา น ตรงไหนที่บอกว่าเปึนแบบอัตโนมัติ ซึ่งในหมวดนี้ไม่ได้พูดถึงเลย เปึนแบบอนุมัติบนแพลตฟอร์ม (Platform) อะไร บนการเชื่อมต่อของพหุภาคีอะไรในอนุสัญญาหรือสัญญาอันนี้ที่เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะหลาย ประเทศเขามีมาแล้ว แต่ในนี้ไม่ได้เขียนว่าเมื่อข้อมูลที่จะส่งผ่านแบบอัตโนมัตินั้นเมื่อเขา ร้องขอทันทีเลยใช่ไหมจากต้นทาง แล้วข้อมูลหรือถังดิจิทัล (Digital) ข้อมูลมหัต บิก ดาต้า (Big Data) ของกรมสรรพากรที่มีอยู่ในคลังข้อมูลนั้นครบถ้วนที่จะให้ดูไหม ในบัญชีต่าง ๆ มันก็จะมีฐานในนิยามศัพท์ของคําว่า บัญชี อีกนะครับ ซึ่งไปอยู่ในมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๘ จะบอกรายละเอียดเลยว่าข้อมูลอะไรในวรรคหนึ่ง ใน (๑) ถึง (๓) ผมก็ไม่ขอกล่าวครับ แต่ประเด็นคืออย่างนี้ คําว่า เส้นทางการเงิน ไม่ได้ปรากฏอยู่ในนี้เลย แล้วจะไปจับใครครับ ถ้าเปึนอาชญากร หรือมันจะอยู่ตรงท้ายของ (๑) ที่เขียนว่าข้อมูลอื่นตามที่อธิบดีประกาศ กําหนด อย่างนั้นหรือครับ เอาไปซุกไว้อย่างนั้นหรือครับ จริง ๆ แล้วเส้นทางการเงินของ ดาต้า (Data) ของบัญชีทั้ง ๓-๔ ประเทศ หรือกรมธรรม์มันเปึนแหล่งที่มาของเงินทุจริต หรือเงินที่ได้มา ชัดเจนครับ แต่ไม่มีปรากฏ นักสืบทั้งหลายในระบบดิจิทัล (Digital) หรือแพลตฟอร์ม (Platform) อื่น ๆ หรือยุคทันสมัยนี้ เขาใช้เส้นทางการเงินที่ถูกโอนย้าย ถ่ายมาจากแอดเดรส (Address) ที่จะเปึนพรอกซี (Proxy) หรือจะเปึนนอมินี (Nominee) หรือเอนโนนิมัส (Anonymous) หรือเปึนอันโนว์น (Unknown) ก็ตาม ที่สามารถพิสูจน์ได้ มาด้วยเส้นทางการเงินแบบนี้ละครับ และอีกหน่อยมันเข้าสู่บล็อกเชน (Block Chain) ซึ่งมันจะมีการตามหาบุคลากรได้อย่างเรียลไทม์ (Real time) และแก้ไขไม่ได้ คําถาม ไม่มีอยู่ในนี้หรอกครับ สินทรัพย์ทางดิจิทัล (Digital) เอ็นเอฟที (NFT) ไม่มี ปรากฏไหมครับ อีกหน่อยเงินทั้งหมดมันจะเปึนแคชเรต (Cash Rate) แล้วมันจะกลายจากแคชเรต (Cash Rate) เปึนอย่างอื่นอีกนับไม่ถ้วน เปึนรูปภาพที่มีมูลค่า เปึนลายเซ็นที่มีกองเงิน
สามารถแลกเงินได้เปึนสินทรัพย์ได้ทุกรูปแบบ แล้วอยู่ตรงไหนข้อมูลตรงนี้ ไม่มีปรากฏครับ ผมจึงยังมีคําถามในพระราชบัญญัตินี้อีกเยอะแยะ โดยเฉพาะในวรรคสองของมาตรา ๑๘ เหมือนกันครับ กฎหมายรอง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและรูปแบบการส่งข้อมูลที่อธิบดี กําหนด กําหนดอะไรครับ อัตโนมัติ ผมอยู่ต้นทางหรือเราเปึนต้นทางเขา เรากดติ๊ง มาตรา ๑๘ ถูกส่งเปึนภาษาอังกฤษ ทางโน้นเขามีดาต้า (Data) สรรพากรของประเทศสเปน หรือญี่ปุ์น หรือฮ่องกง พร้อมที่จะให้เราใช่หรือไม่ครับ นั่นคือหลักการที่ไม่ได้ครอบคลุม ผมถึงถามไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ ตามด้วยท่านวิรัตน์ วรศสิริน นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอขอบคุณที่ยื่นร่าง พ.ร.บ. เข้ามา ในหลักการคงต้องผ่านให้ แต่เผอิญวันนั้นที่เข้าสภา วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ สภาร่วม ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ๕ ข้อ อ่านดูทุกมาตราเลย ท่านไม่ได้ เอาข้อสังเกตผมไปเขียนเท่าไร แต่ไม่เปึนไร ไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการพอได้ แล้วที่จริงแล้ว จะเปึนประโยชน์มากเลย ที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวสรุปว่ามีอะไรบ้างใน พ.ร.บ. นี้ส่งมาด้วยสิครับ จะได้ใช้เวลาน้อยลงในการไล่ดูกฎหมายที่ท่านส่งเข้ามาในสภาก็จะเปึนประโยชน์ ผมให้ ความสําคัญกับหลักการและเหตุผลที่เขียนไว้ก็คิดว่ามันเขียนกว้าง เพราะฉะนั้นเราปรับปรุงได้ พอสมควรในชั้นกรรมาธิการก็เลยไม่ติดใจ จะผ่านให้ในวาระหนึ่ง เมื่อสักครู่ที่ท่านเกริ่นนํา ท่านพูดถึงว่าคําร้องขอต้องมีรายละเอียดที่เพียงพอและเหตุอันควร ตรงนี้ผมคิดว่าต้องไป ว่ากันในชั้นกรรมาธิการลึกหน่อย เพราะคําว่า เพียงพอเหตุอันควร ดุลยพินิจใคร หรืออิง กฎหมายของประเทศใด ท่านก็ทราบดีนะครับ ประเทศผู้ร้องขอข้อมูลมีเกือบทุกกรณี กฎหมายเขาก็ไม่เหมือนของเรา บางเรื่องผิดในประเทศเขาแต่ไม่ผิดในประเทศเรา บางเรื่องผิด ในประเทศเราไม่ผิดในประเทศเขาตรงนี้คือความยากลําบาก เพราะฉะนั้นเราจะทําอย่างไร ที่ให้กฎหมายสามารถใช้ได้อย่างเปึนธรรมผมพูดในกรอบกว้างก่อน เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียด ที่เขียนมาทั้งหมดกลายเปึนว่าอธิบดีค่อนข้างจะมีดุลยพินิจพอสมควรทีเดียวแล้วต้องใช้ ดุลยพินิจมาก จะมีเปึนรูปกรรมการดีไหมครับ เพราะว่าใช้ดุลยพินิจคนเดียวน่ากังวลอยู่ และเปึนผลกระทบอย่างกว้างขวางได้ในกรณีที่มันเปึนเรื่องของนิติบุคคลแล้วก็เปึนเรื่องของ ความลับทางการค้า อธิบดีคนเดียวผมคิดว่าน่ากังวลไปนิดหนึ่ง เราสามารถจัดโครงสร้าง ที่ถ่วงดุลกันสักนิดหนึ่งน่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า อีกประการหนึ่งที่สําคัญก็คือโลกไปไกลแล้ว ดิจิทัล สเปซ (Digital space) บล็อกเชน (Block chain) เต็มไปหมดเลย ที่เขียนมาผมคิดว่า อาจจะไม่สามารถเข้าไปถึงหรือครอบคลุมได้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย ตอนนี้ขายของผ่าน แพลตฟอร์ม (Platform) ทั้งหมด ถ้าจะเช็ก (Check) เรื่องภาษีทําอย่างไร เหนื่อยเลยนะครับ ถ้าเขาไม่ขึ้นทะเบียนตามที่กระทรวงการคลังอยากให้เขาขึ้นทะเบียน เยอะมากเลย แล้วนอกจากนั้นมีกรณีที่มีการขายสินค้าที่ผิดกฎหมายอยู่แล้วด้วย ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนเลย ผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) ใดก็ได้ที่ดัง ๆ ที่สุดวันนี้ ท่านทราบไหมว่าไม่เคยมีเลเบล (Label) ภาษาไทยเลย ผิดเหมือนกัน แต่ก็ยังปล่อยให้ขายกันอยู่ ตรงนี้การกํากับดูแลของเรามีประเด็น
ที่จะเปึนปัญหาที่ท้าทายพอสมควร ก็ต้องไปคุยกันว่าถ้าเราออกกฎหมายแล้วเราบังคับใช้ ไม่ได้ก็เปึนปัญหา ก็จะทําให้กฎหมายมันไม่มีความหมาย อันนี้ต้องให้แม่นยําแล้วก็เขียนให้ ครอบคลุมเพียงพอ ก็คิดว่าคงต้องไปปรับปรุงกันในชั้นกรรมาธิการ ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ๕ ข้อ
ข้อแรก ก็คือว่าจะกระทบสิทธิพื้นฐานของบุคคลไหม คืออยู่ดี ๆ อธิบดี ใช้ดุลยพินิจแล้วไปกระทบสิทธิพื้นฐาน ตรงนี้ไม่ได้เขียนชัดเจนว่าพีดีพีเอ (PDPA) ในเรื่อง ของข้อมูลส่วนบุคคลนําไปเป่ดเผย ไปเผยแพร่แล้วถ้าเกิดพลาดไปใครรับผิดชอบ อธิบดี รับผิดชอบไหวไหม ส่งผลกระทบต่อกระทรวงด้วย ต่อรัฐมนตรีด้วยไหม ตรงนี้ผมถึงเสนอว่า เปึนรูปกรรมการอาจจะรอบคอบกว่า ในมาตรา ๔ ผมยกตัวอย่างเลยนะครับ พูดถึงคําสั่ง มันต้องส่งอย่างไร ส่งไปรษณีย์ ถ้าปฏิบัติตามที่กําหนดไว้ให้ถือเลยว่าได้รับแล้ว ท่านประธาน ทราบไหมครับ มีหลายกรณีที่ผมเห็นและตรวจสอบการทํางานของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ต้องให้ผม เอ่ยกรณีเปึนพิเศษแล้วกัน เคยตรวจสอบ ตั้งใจส่งไปที่อยู่ผิดเพื่อให้ไม่ได้รับข้อมูลหรือ เอกสารนั้น ตั้งใจนะครับ แล้วเพื่ออะไร เพื่อจะออกเปึนหมายจับแทน มีกระบวนการ กลั่นแกล้งได้ ตรงนี้ครับ ถ่วงดุลของกฎหมายเราจะทําอย่างไรกันดี อันนี้ต้องไปลงกันใน รายละเอียดเพื่อที่จะปรับปรุงให้มันบังคับใช้ได้ดี
เรื่องที่ ๒ ที่ผมพูดไว้ก็คือการใช้ดุลยพินิจ แล้วก็ข้อดีที่ใส่ไว้คือมาตรา ๑๐ แต่มาตรา ๑๐ คือท่านต้องเข้าใจการให้ข้อมูลครั้งนี้มันอาจจะเปึนคุณหรือเปึนโทษก็ได้ เพราะถ้าเปึนสนธิสัญญาภาษีซ้อนให้ข้อมูลเปึนคุณเพราะยกเว้นภาษี หรือจ่ายไปแล้วไม่ต้อง จ่ายซ้ําในประเทศที่มีสนธิสัญญา แต่บางกรณีถ้าเข้าข่ายการหลีกเลี่ยงภาษีหรือการตีความ ภาษีผิดก็จะเปึนโทษกับเจ้าของข้อมูลได้ ก็เลยต้องตั้งคําถามว่าขอบเขตการขอข้อมูล เหตุผลที่ดี เมื่อสักครู่ที่พูดถึงเบสไลน์ (Baseline) มันอยู่ที่ไหน คําร้องขอจากศาลของประเทศไหม หรือแค่เจ้าหน้าที่ของประเทศร้องขอก็เอาแล้วถือว่าใช้ได้แล้ว ตรงนี้มันมีความอ่อนไหวอยู่ ผมคิดว่าต้องคุยกันให้ชัด แล้วกรณีที่กฎหมายไม่เหมือนกันจะทําอย่างไรกันดี ตรงนี้เปึนเรื่อง ที่ท้าทายพอสมควรนะครับ
ต่อไปที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ในเบื้องต้น ก็คงเปึนเรื่องของมีสิทธิในการเก็บภาษี บุคคลนั้นหรือเปล่า คือก่อนที่ประเทศที่ร้องขอเขาร้องขอมา เขาอธิบายไหม ยืนยันไหมว่าเขามี สิทธิในการเก็บภาษีบุคคลนั้น ๆ หรือนิติบุคคลนั้น ๆ อันนี้คือขั้นตอน ซึ่งต้องระบุในกฎหมาย เพราะไม่อย่างนั้นอธิบดีจะทําหน้าที่ไม่ถูก แล้วถ้าเปึนคนใจดีก็ให้หมด ใครขอมาให้หมด แต่ถ้าเขาไม่มีสิทธิในการที่จะเก็บภาษีบุคคลคนนั้นหรือนิติบุคคลคนนั้นตั้งแต่ต้นแล้ว ตรงไหนคือเกราะคุ้มกันของบุคคลหรือนิติบุคคลของประเทศเรา ในทุกมาตราที่ผมดูไม่มีการ พิสูจน์สิทธิของการจัดเก็บภาษี
ข้อต่อไปที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ก็เปึนเรื่องถึงการสํารวจความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ (Website) ในการสัมมนา มีการแสดงความกังวลชัดเจนมากว่าความพร้อมในการปฏิบัติตาม เซกชัน ๑ (Section 1) ที่พูดถึงการแลกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ เขาบอกกระทรวงไม่พร้อมครับ ท่านไปดูข้อมูลที่ท่านส่งมา มันมีข้อสังเกตที่เขาบอกไม่ค่อยพร้อม จะทําไหวไหมแลกเปลี่ยน อัตโนมัติ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้กําหนดเพียงว่าใครมีหน้าที่รายงานข้อมูลต่ออธิบดีอย่างไร เท่านั้นเอง ตรงนี้ก็ต้องซักซ้อมความเข้าใจกันให้ชัด ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ประเทศต้นทาง ที่ร้องขอจะมีสิทธิในการเก็บภาษีบุคคลในประเทศไทย ก็ต่อเมื่อเขาพํานักในประเทศไทยเกิน ๑๘๐ วัน ถูกไหมครับ ใครพิสูจน์ แล้วถ้าเขาวิ่งเข้าวิ่งออก ๆ ใครพิสูจน์ เบอร์เดน ออฟ พรูฟ (Burden of proof) ในทางกฎหมายก็คือภาระในการต้องพิสูจน์อยู่กับใคร ไม่ใช่เขาร้องขอ มาแล้วกล่าวหาเปึนเบื้องต้นไว้ก่อนไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุนเลย อันตรายนะครับ ถ้าท่านเขียน กฎหมายไว้เพียงแค่นี้ ไม่มีกระบวนการขั้นตอนในการที่จะต้องพิสูจน์ว่าเขามีสิทธิเก็บภาษี
คนเหล่านั้นจริงหรือไม่ หรือคนเหล่านั้นเข้าข่ายที่จะต้องเสียภาษีในประเทศเขาจริงหรือไม่ ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าจะให้รอบคอบต้องระบุไว้ในกระบวนการขั้นตอนที่เขียนในกฎหมายด้วย อันนี้ก็ยังเห็นว่าไม่ชัด ที่เขียนไว้ทั้งหมดยังไม่ชัด
ประการสุดท้าย ซึ่งผมว่าเปึนหลักที่สําคัญมากเลยครับ ซึ่งผมตั้งคําถามไว้ ตั้งข้อสังเกตไว้ตอนที่เข้าสภาร่วม ก็คือว่าเรื่องนี้มันเปึนเรื่องส่วนบุคคล เปึนข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนหนึ่ง ในกฎหมายที่เขียนมาไม่ได้เขียนเลยว่าต้องได้รับความยินยอมของเจ้าของข้อมูล ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเราจะดําเนินงาน ดําเนินการทางหน่วยงานของรัฐอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ แล้วประเทศต้นทางต้องการขอข้อมูล นายเกียรติ สิทธีอมร ผมก็คงจะงงมาก อยู่ดี ๆ ท่านเอาข้อมูลผมที่มีเสียภาษีทุกป้ส่งไปให้เขาโดยไม่ถามผมเลยแม้แต่คําเดียว หรือไม่ถาม ท่านประธานเลยแม้แต่คําเดียว อย่างนี้ในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เขียนเลยนะครับ ไม่ได้เขียนไว้ หรือถ้าผมอ่านแล้วพลาดตรงไหนชี้แนะด้วย แต่ผมอ่านไม่เจอ แล้วอันนี้เปึนข้อสังเกตที่ผมตั้งไว้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ป้ ๒๕๖๓
ดีกว่าไหมครับ ทุกครั้งที่ประเทศเราได้รับร้องขอจากใครก็แล้วแต่ให้โอกาสเจ้าของข้อมูล ได้มีส่วนร่วม หรือให้ข้อมูลที่อาจจะเปึนประโยชน์ในการพิจารณาของกระทรวงไม่เสียหาย ผมก็คิดว่าไม่ได้ผิดกระบวนการขั้นตอนของสนธิสัญญาระหว่างประเทศ แต่ผมคิดว่ามันเปึน เรื่องที่ดีกว่าและตรวจสอบได้โปร่งใส อย่าคิดว่าทุกคนที่ถูกร้องขอคือคนเลี่ยงภาษี ต้องไม่คิด อย่างนั้น ต้องคิดว่าตามกฎหมายไทยทุกคนบริสุทธิ์จนกว่าพิสูจน์ว่าผิด เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดว่า ไม่ว่าประเทศต้นทางร้องขอจะมีเหตุผลใดก็แล้วแต่ต้องให้เจ้าของข้อมูลได้มีโอกาสอธิบาย ตัวเองกับเจ้าหน้าที่ของฝ์ายไทย ซึ่งต้องดูแลปกปัองผลประโยชน์ของคนไทยหรือคนที่พํานัก อยู่ในประเทศ ถูกไหมครับ แล้วแม้กระทั่งกฎหมายภาษี อย่างผมยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกา เขาเวิลด์ วายด์ แทกซ์ (World Wide Tax) ก็คือพูดง่าย ๆ คุณมีรายได้ประเทศไหนจ่ายมันเอง หมดเลยที่โน่น ประเมินหมด แต่นั่นประเทศเดียว ประเทศอื่นไม่ใช่ ถ้าผมมีรายได้ นอกประเทศไม่เวิลด์ วายด์ แทกซ์ (World Wide Tax) ผมจะต้องเสียภาษีจนกว่าผมเอาเงิน ก้อนนั้นที่เปึนรายได้ที่เกิดขึ้นจากนอกประเทศเข้าไปประเทศเขา เข้าไปประเทศที่จะเก็บภาษี ถึงจะเข้าข่ายการเก็บภาษี ฉะนั้นถ้าเปึนอย่างนั้นเราเขียนกฎหมายเพียงแค่นี้โดยที่ไม่ให้ โอกาส ไม่เป่ดโอกาส ให้แต่อํานาจของผู้แทนหรืออธิบดีอันตรายไปนิดหนึ่งครับ ผมคิดว่า ถ้าดําเนินการแบบโปร่งใสให้โอกาสคนที่เขาถูกสอบ หรือถูกขอข้อมูลได้รับทราบว่าเขาถูกขอ ข้อมูลเปึนสิ่งที่ดีทั้งสิ้นเลย แล้วเปึนการดําเนินการที่มีธรรมาภิบาลและมีความโปร่งใส และทําให้ประชาชนตรวจสอบได้ แล้วก็จะไม่เข้าข่ายการละเมิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลหรือพีดีพีเอ (PDPA) ที่ประเทศไทยมีแล้ว ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมก็อยากจะเห็นเราไป ถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการ ไปปรับปรุงกัน ร่างนี้กรอบกว้าง ๆ มีอยู่พอสมควร แต่ยังไม่ ครบถ้วนแล้วก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์ใน ๕ ประการที่เปึนข้อสังเกตและความเปึนกังวล ก็สามารถ ที่จะไปร่วมกันปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการต่อไปได้ ขอบพระคุณครับ
ท่านต่อไป ท่านวิรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ แม้ว่าเปึนฝ์ายค้าน จะคิดว่าไม่สนับสนุนกฎหมายรัฐบาลตลอดไปก็คงไม่ใช่ นี่ก็เปึนกฎหมายหนึ่งที่ผมก็เห็นด้วย เปึนอย่างยิ่งว่าเราควรจะต้องมีกฎหมายอย่างนี้ นั่นเพราะเหตุผลอะไร เพราะว่าขณะนี้ในยุค ดิจิทัล (Digital) การค้า การลงทุน การโอนเงินต่าง ๆ เปึนไปอย่างรวดเร็ว ก็ยากที่จะตรวจสอบ ติดตามต่าง ๆ ประเทศไทยนับได้ว่าเปึนประเทศที่นักลงทุนสนใจที่จะมาอยู่ประเทศไทย เปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มทุนที่เรียกว่ากลุ่มคนสีเทาต่าง ๆ การทําผิดกฎหมายต่าง ๆ การหนี ภาษี การค้ายาเสพติด บ่อนการพนัน การค้าของผิดกฎหมาย รถหรูต่าง ๆ ก็เข้ามาอยู่ ในประเทศไทยอย่างมากมาย ซึ่งเราจะติดตามเห็นข่าวอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันเปึนปัญหา อย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบ เรื่องทั้งหมดนี้ในประเทศไทยถือว่าเปึนเรื่องที่เรายังไม่สามารถ ที่จะควบคุมได้อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นจะมีการตรวจสอบการลงทุนอย่างนี้ผมคิดว่าดี เพราะว่านักลงทุนที่ผิดกฎหมายเขาไม่ไปหรอกครับ ไปสิงคโปร์เขาไม่ไป ไปญี่ปุ์นไปไม่ได้ ไปสหรัฐอเมริกา ไปยุโรป ที่นั่นจับได้เปึนเรื่องใหญ่โทษหนัก แต่เขาจะมาเมืองไทย ประเทศไทย คนมีเงินมาประเทศไทยมันเปึนสวรรค์ เปึนสรวงสวรรค์เลยประเทศไทย ซื้อได้ ทุกอย่าง ในสภานี้ก็เคยได้ยินกันบ่อย ๆ ซื้อโน่นซื้อนี่กัน แม้กระทั่งสภายังมีการซื้อขายกันเลย เราอย่าไปว่าข้างนอกเขา ระบบข้าราชการเมืองไทยตั้งแต่ยุค คสช. ๘ ป้มายิ่งไปกันใหญ่ ซื้อขายกันเต็มไปหมด
ก่อนหน้านี้ตํารวจได้ยินไหมซื้อขายตําแหน่งกันเต็มไปหมด สมัยท่าน พลเอก ประวิตร สมัย คสช. มีข่าวซื้อขายตําแหน่งกันเยอะแยะ มาปัจจุบันข้าราชการต่าง ๆ ก็มีข่าวว่าวิ่งเต้นกัน เยอะแยะต่าง ๆ แล้วก็ไปทําผิดกฎหมายกัน ก็ไปทุจริตกันต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนว่า เราควรจะมีกฎหมายนี้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันระหว่างประเทศให้มันโปร่งใส คนที่มาทําผิดมาจากต่างประเทศมาอยู่เมืองไทย ต่างด้าวมาก็ต้องเป่ดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน อันนี้ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ผมก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยในมาตรา ๓๒ ขออนุญาตอ่านให้ ท่านประธานฟังในบทเฉพาะกาล เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอัตโนมัติ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานตรวจสอบบัญชีทางการเงินที่มีอยู่ในวันก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับของลูกค้าของตนให้ตรวจสอบ ผมเข้าใจว่าความหมาย ของท่านที่ร่างมาคือต้องการให้ตรวจสอบบัญชีตั้งแต่เป่ดมา มาจนถึงวันประกาศใช้ พระราชบัญญัติ ท่านคงไม่ได้หมายความว่าให้ตรวจสอบเฉพาะในวันที่ประกาศใช้ พระราชบัญญัติ ตรงนี้ผมก็จะฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเอาไปพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านได้วินิจฉัยไปแล้วให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการอยู่ในวันก่อนวัน ใช้คําเดียวกับของท่าน อยู่ในวันก่อนวันบริหารราชการแผ่นดินให้เปึนคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ของท่านอยู่ในวันก่อนวันก็จะหมายความว่าในวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติจึงจะตรงกับ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้นจะขัดกับคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านจะเขียน ว่าอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมันก็จะเปึนเฉพาะวันนั้น แต่ในเมื่อท่านใช้คําว่า อยู่ใน วันก่อนวัน ก็หมายความว่าท่านต้องการใช้ตั้งแต่วันที่บริษัท ก ข ค ง เขาเป่ดบัญชีนี้ แล้วก็ให้ ตรวจสอบมาจนถึงวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ต่อไป ผมก็ฝากเปึนข้อสังเกตว่าตรงนี้ ท่านอาจจะต้องทําหนังสือไปขอสอบถามศาลรัฐธรรมนูญว่าท่านจะวินิจฉัยอย่างไร มีความเห็นอย่างไร จะตรงกับของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ผมก็ตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ คณะกรรมาธิการเอาไปศึกษากันดู กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านต่อไป ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในหลักการผมเห็นด้วยกับการที่สรรพากรจะมีเครื่องมือในการทํางานต่อไป แต่ว่าผมจะ
ขออนุญาตให้ท่านประธานได้โปรดให้ทางกระทรวงให้ความกระจ่างเกี่ยวกับเนื้อหาของการ ทํางานนี้ว่าการที่จะมีกฎหมายนี้ ถ้าอ่านจากที่ท่านนําเสนอมาเหมือนกับว่าที่ผ่านมาในอดีต เรามีการทําสัญญาหรืออนุสัญญากับต่างประเทศในเรื่องของภาษีซ้อนก็ดี หรือในการที่เราเข้าเปึน ภาคีของโกลบัล ฟอรัม (Global Forum) นี้ก็ดี เราไม่มีเครื่องมือหรือกฎหมายในการส่ง ข้อมูลกับต่างประเทศ และที่ทํามาในหลายสิบป้มานี้ท่านทํางานอย่างไร อันนี้ผมขออนุญาต ท่านให้ความกระจ่างด้วย แล้วก็ในการทํางานอันนี้ท่านอ้างถึงเรื่องของโออีซีดี (OECD) ว่าเรา ต้องร่วมมือกับเขา จริง ๆ ผมก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตว่าโออีซีดี (OECD) เปึนสมาคมของ ประเทศที่ร่ํารวยแล้ว ๓๘ ประเทศ คือจะต้องมีรายได้ต่อประชากรไม่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ เหรียญ ต่อป้จึงเปึนสมาชิกเขาได้
ประเทศไทยยังอยู่ห่างไกล อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ เหรียญเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น การที่เราถูกลากเข้าไปอยู่ในกลุ่มหรือเครือข่ายของโออีซีดี (OECD) คําถามใหญ่ก็คือเราจะถูกเขา ให้ความเท่าเทียมกับเราหรือเปล่า หรือเขาถือว่าเราไม่ใช่สมาชิก เพราะฉะนั้นเขาอาจจะ ดูแลเราให้ได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เท่าเทียมกับสมาชิกอื่นก็ได้ เพราะฉะนั้นการที่เราไปมี พันธกรณีอย่างนี้กับเขา สิ่งที่อยากจะให้ท่านให้ความกระจ่าง แล้วก็ในการทํางานของ กรรมาธิการ เวลาที่ท่านทํากฎหมายขอให้เขียนให้ชัดว่าเราจะต้องไม่เสียเปรียบในการ แลกเปลี่ยนข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือว่าหากเขาเรียกข้อมูลจากเรามาเราต้องให้ แต่ถ้าเกิดเรา ไปเรียกจากเขา เขาต้องให้กับเราเท่าเทียมกันไหม อันนี้คือสิ่งที่พวกเราคงต้องช่วยกันดูครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนประเด็นใหญ่ ก็คือว่าโลกทุกวันนี้จะก้าวไปสู่ระบบ ที่เรียกกันว่ามี ครอส บอร์เดอร์ แท็กซ์ (Cross Border Tax) เกิดขึ้น เช่น ถ้าเกิดบริษัทไทย ไปจดทะเบียนในประเทศอื่นที่มีภาระภาษีเงินได้ที่ต่ํากว่าของไทย ไทยก็ควรจะมีสิทธิ ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากที่เขาไปเสียต่ํา ซึ่งเปึนสิ่งที่พวกประเทศที่ร่ํารวยแล้วจะพยายาม กดดันให้เกิดขึ้น เพื่อจะปัองกันไม่ให้บริษัทของเขาผ่องถ่ายหรือย้ายงานมายังประเทศ ที่มีภาระภาษีต่ํากว่า ด้านหนึ่งเราก็ต้องดูแลว่ามันจะมีผลกระทบต่อเรื่องของการส่งเสริม การลงทุนในบ้านเราหรือเปล่า เราอยากจะให้สตาร์ตอัป (Startup) หรือคนที่เขามีการลงทุน ย้ายมา แต่ถ้าหากเขาจะต้องมีภาระภาษีเท่าเทียมกับในประเทศเขา เขาอาจจะไม่มีเหตุผล ที่จะมาก็ได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่ง หรือในทางกลับกันบริษัทไทยไม่น้อยที่ไปทํางานใน ต่างประเทศ แล้วก็อาจจะไม่ได้มาเสีย ที่จริงไม่ได้อาจ คือไม่ได้มาเสียภาษีในประเทศไทย สรรพากรมีแนวนโยบายไหมที่จะมีการเก็บภาษีทั้งนิติบุคคลหรือบุคคลเหล่านั้น เพราะระบบ ภาษีบ้านเราก็ยังคงเปึนระบบที่ว่ารายได้จากประเทศไทยเท่านั้นที่มาเสียภาษีในเมืองไทย แต่ถ้าเกิดรายได้จากต่างประเทศอาจจะไม่ได้ถูกให้มีการเสียภาษี ก็อยากจะให้ท่านได้ช่วย ดูแลในส่วนนี้ด้วย แล้วก็ผมอยากจะให้ท่านได้ให้มีความชัดเจนว่าในกรณีที่เราไม่ได้รับ ความร่วมมือจากประเทศคู่สัญญาเหล่านั้น เราต้องมีสิทธิที่จะยกเลิกพันธกรณีนี้ได้ ไม่จําเปึนที่ว่าเราต้องเปึนเบี้ยล่างที่จะต้องให้ข้อมูลเขาตลอดไป อันนี้ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง ที่ขออนุญาตฝากไว้นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคล การที่เราจะให้ข้อมูลของ นาย ก นาย ข ให้กับต่างประเทศ อย่างน้อยควรต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน อันนี้ก็เปึนการปกปัองสิทธิของคนที่มาอยู่ในเมืองไทยว่าได้รับการคุ้มครอง มิฉะนั้นแล้ว มันก็อาจจะมีผลกระทบต่อธุรกิจหรือเศรษฐกิจของบ้านเราได้ ถ้าเกิดเรามีความไม่ระมัดระวัง ในเรื่องนี้พอ ในเรื่องของการดูแลตามกฎหมายผมก็มั่นใจว่าประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม โออีซีดี (OECD) คงจะต้องใช้อํานาจในการที่จะให้เราให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ คําถามใหญ่คือ ในส่วนของเราเองคือสรรพากร ท่านมีการจัดองค์กรภายในอย่างไร มีการทํายุทธศาสตร์หรือ แนวคิดอย่างไรในการที่จะให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบ คือเราจะต้องมีการไปพูดง่าย ๆ ไปบุก หรือไปหาข้อมูลจากประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น และในอดีตที่ผ่านมาเราได้ทําไปบ้างหรือเปล่า ถ้าท่านมีข้อมูลได้ช่วยโปรดให้ความกระจ่างด้วยครับ ก็ขออนุญาตสอบถาม แล้วก็ในหลักการ ผมเห็นด้วยกับการที่ท่านจะเสนอกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านจุลพันธ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติซึ่งรัฐบาลได้ส่งมาเปึนร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ในหลักการวาระหนึ่ง ผมเองไม่ได้ติดใจก็รับได้ เพราะว่ามันเปึนสิ่งซึ่งฝ์ายราชการได้มี การเจรจาความระหว่างประเทศผ่านทางกระบวนการของโออีซีดี (OECD) มาเปึนเวลา สักพักหนึ่งแล้ว แล้วก็ดําเนินการมาถึงจุดที่จะต้องมีการทํากฎหมายประกอบเพื่อให้มันเปึนไป ตามข้อตกลงซึ่งได้ไปลงนามเอาไว้ อันนี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่สิ่งที่จะต้องมีการทักท้วงแล้วก็ สอบถามนะครับ
ประเด็นแรกเลยเรื่องของกรอบเวลา พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสภามาในสมัยประชุม สุดท้ายนี้ที่เราทํางานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้ง เหลือเวลาอยู่เพียงแค่ ๓-๔ เดือน เข้ามามีกระบวนการที่มีความจําเปึนซึ่งทางวิป (Whip) ของรัฐบาลได้ประสานมา แล้วก็มีการขอเลื่อนระเบียบวาระเพื่อให้มาประชุมกันในวันนี้ แล้วก็ลงมติกันในวันนี้นะครับ เปึนกระบวนการซึ่งค่อนข้างเร่งรัด แล้วก็ยังมีการทิ้งท้ายด้วยว่าด้วยข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่ได้ไปทํามามีความจําเปึนจะต้องเร่งให้กระบวนการของกฎหมายแล้วเสร็จภายในสิ้นป้ ต้นป้ ก็เหลืออยู่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง ผมถามว่าทําไมกระบวนการมันถึงต้องมาเร่งรัดอย่างนี้ ทั้งที่ กระบวนการพิจารณากฎหมายมันควรจะเปึนอิสระ แล้วก็สามารถที่จะวิเคราะห์วิจารณ์ ศึกษาได้อย่างถี่ถ้วนแล้วก็ครบถ้วนทุกมุม แต่กระบวนการในการเร่งรัดที่มาสู่สภาครั้งนี้ มันเกิดจากกระบวนการความล่าช้าของกระทรวงการคลังหรือไม่ที่ท่านดําเนินการในการผ่าน ร่างกฎหมายนี้มาล่าช้าเกินไป ก็ไม่อยากให้เกิดอีก แล้วก็จะสอบถามในเรื่องของกรอบเวลาว่า จริง ๆ แล้วเรามีเวลามากน้อยเพียงไรในการที่จะดําเนินการในวาระสอง วาระสาม ให้จบสิ้น แล้วก็ส่งไปยังวุฒิสภาและส่งกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ประเด็นในเรื่องของกระบวนการนั้นมันเปึนเรื่องของการส่งผ่านข้อมูล ระหว่างประเทศ คําถามแรกคือท่านใช้คําว่า คู่สัญญา มันค่อนข้างกว้าง คําว่า คู่สัญญา มันหมายถึงประเทศซึ่งมีสนธิสัญญาร่วมกันผ่านทางกระบวนการโออีซีดี (OECD) แล้วก็จะมี การส่งผ่านข้อมูลซึ่งกันและกัน ซึ่งกันและกัน อันนี้ย้ํานะครับ ไม่ใช่ว่าเราส่งให้เขาฝ์ายเดียว แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการทั้งหมดผมต้องเรียนถามว่า ๑. ก็คือประเทศที่อยู่ในกระบวนการ
ที่จะมาเปึนคู่สัญญาของเราทั้งหมดในอนาคตมีใครบ้าง แล้วมีประเทศไหนบ้างที่ได้ ดําเนินการในส่วนของการไปแก้ไขเพิ่มเติมในตัวกฎหมายเพื่อให้รองรับกับกระบวนการ ที่มันจะเกิดขึ้นในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ ในส่วนของการแลกเปลี่ยนข้อมูลเองมันเปึน ประเด็นซึ่งต้องถกกัน แล้วก็ต้องใช้กระบวนการในชั้นกรรมาธิการเพื่อศึกษาให้มันถี่ถ้วน ผมถามท่านอย่างนี้ดีกว่า เรากําลังจะแลกเปลี่ยนข้อมูลของประชาชนซึ่งผ่านทางกระบวนการ เสียภาษี ข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมือของภาครัฐ กระทรวงการคลัง หน่วยงานจัดเก็บต่าง ๆ เรากําลังจะถ่ายโอนข้อมูลเหล่านี้ไปต่างประเทศตามกระบวนการ ๒ วิธี ๑. คือการร้องขอ คือหมายความว่าถ้าบุคคลซึ่งมีคดีหรืออะไรก็ตามในต่างประเทศแล้วกฎหมายมันเชื่อมโยงถึงกัน หมายความว่ากฎหมายไม่ขัดกัน เขาส่งคําร้องขอมายังเรา เราก็ต้องส่งข้อมูลไปให้เขา ซึ่งเปึน กรณีเดียวกันเราก็สามารถทําได้ กับอีกกระบวนการหนึ่งเขาเรียกว่ากระบวนการแบบอัตโนมัติ คือกระบวนการซึ่งไม่ต้องถาม เราต้องส่งไปให้โดยต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเบื้องต้น กันอยู่แล้ว แต่ในประเทศไทยเองเปึนที่ทราบกันดีสมัยนี้คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เยอะไปหมด ถามว่านั่งในห้องนี้มีใครไม่โดนคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ไม่มีครับ แล้วเขาก็ ถกเถียงกันมากว่าสุดท้ายข้อมูลของประชาชนที่หลุดไปยังมือของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) มาจากไหน หลายคนก็สงสัย ภาครัฐมีไหม ผมเองก็สงสัยและผมเชื่อว่ามีด้วย กระบวนการ เหล่านี้เมื่อมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเราจะยืนยันได้อย่างไร เพราะว่ากระบวนการ ในการปัองกันข้อมูลเหล่านี้มันใช้เทคโนโลยี มันใช้ความรู้เฉพาะทาง เรื่องของการทํา ไฟร์วอลล์ (Firewall) เรื่องของการปัองกันข้อมูลต่าง ๆ การเก็บรักษาข้อมูลผ่านดาต้าเบส (Data Base) ต่าง ๆ ซึ่งผมไม่มั่นใจว่าท่านพร้อมหรือไม่ ท่านมีกระบวนการในการรองรับ อย่างไรหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการมีฮาร์ดแวร์ (Hardware) ก็คือตัวฐานเก็บข้อมูล หรือเรื่องของซอฟต์แวร์ (Software) เรื่องของกระบวนการ เรื่องของแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ที่จะมาปกปัองข้อมูลของประชาชน แล้วก็ข้อมูลของต่างประเทศ ที่เขาจะส่งมาให้เราด้วยซ้ํา
ประเด็นต่อมาครับ วันนี้ต้องถามอย่างนี้ว่ากระบวนการที่ผมต้องถามก็คือ เรื่องของการส่งต่อข้อมูลโดยอัตโนมัติ ร้องขอผมไม่ค่อยห่วงเท่าไรเพราะว่าเปึนราย เปึนเรื่อง ของเฉพาะตัวบัญชีตัวบุคคล อันนั้นจะมีประเด็นซึ่งจะสอบถามต่อมาในขั้นตอนต่อไป แต่ประเด็นที่จะสอบถามก็คือประเด็นในเรื่องของที่เปึนการส่งต่อข้อมูลแบบอัตโนมัตินี่แหละ มันหมายถึงอะไร มันหมายถึงเรากําลังจะส่งต่อข้อมูลของภาคธุรกิจของเราจํานวนมาก มันครอบคลุมถึงสถาบันการเงิน ธนาคารต่าง ๆ สถาบันการเงินทุกประเภท มันครอบคลุมถึง บริษัทประกันภัย มันครอบคลุมถึงเรื่องของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ นี่มันเปึนข้อมูลซึ่งมี มูลค่าสูงมาก แล้วมันสามารถให้คุณให้โทษกับภาคเอกชน หรือกับใครก็ตามที่ถือข้อมูล เหล่านี้ ท่านก็คงได้ยินบิกดาต้า (Big Data) พอเห็นบิ๊กดาต้า (Big Data) ถ้าคนมันใช้เปึน เขาเอาไปทําประโยชน์ เขาเอาไปทําความได้เปรียบกับภาคธุรกิจเอกชนของไทยได้ทันที การแลกเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้เมื่อมันไปถึงมือต่างชาติแล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่ามันจะ ไม่ย้อนกลับมาเปึนคมดาบที่สะท้อนกลับมา แล้วมันทําร้ายทําลายกับพี่น้องประชาชน กับภาคเอกชนของไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านจะต้องไปหาวิธีการในการอุดช่องโหว่ไม่ให้เกิดขึ้น
ประเด็นสุดท้าย ท่านเกียรติได้ยกประเด็นซึ่งมีความสําคัญมาก ขออนุญาต ที่ได้เอ่ยนาม เรื่องสิทธิของประชาชน เวลาที่มีการร้องขอข้อมูลมา หรือเวลาที่ท่าน จะส่งข้อมูลไป ผมไม่รู้ว่าข้อตกลงจริง ๆ ท่านน่าจะแนบข้อตกลงระหว่างประเทศที่ท่าน ไปเซ็นกับโออีซีดี (OECD) มาให้เห็นชัด ๆ ด้วย มันไม่มีเอกสารมาประกอบในส่วนนี้ ผมถาม ท่านว่าผมเปึนบุคคลผมมีสิทธิในข้อมูลของผม ผมจ่ายภาษีของรัฐไม่ใช่ว่าผมได้ส่งมอบ อนาคตของผมให้กับภาครัฐนะ ไม่ใช่ ผมทําตามกฎหมายในการเสียภาษีอากร แต่ถามว่า ข้อมูลของผมกําลังจะถูกถ่ายโอนไปยังต่างประเทศ ถ้าท่านจะถ่ายโอนข้อมูลไปโดยแบลงก์ (Blank) หัว หมายความว่าไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่เปึนภาพรวมของโครงสร้างการจัดเก็บ ของท่าน อันนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ท่านกําลังจะส่งข้อมูลของบุคคล ถามว่าสิทธิของเขา อยู่ตรงไหน แล้วเรามีกฎหมายอื่นใดบ้างที่มันมีความจําเปึนที่มาคุ้มครองประชาชนเหล่านั้น ในการที่จะรักษาซึ่งสิทธิของข้อมูลของเขาไว้ ผมไม่แน่ใจว่าการไปลงนามสนธิสัญญาระหว่าง ประเทศของท่านขัดกฎหมายลักษณะนี้กี่ฉบับ เพราะฉะนั้นท่านอาจจะต้องไปให้คําตอบ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แล้วก็อาจจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมในชั้นของกรรมาธิการเพื่อที่จะ มาอุดช่องโหว่ไม่ให้พี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียเปรียบแล้วก็เดือดร้อน ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน รัฐมนตรีได้ตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยของสมาชิกครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ก่อนอื่นก็ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ กรุณาตั้งคําถามแล้วก็มีข้อสังเกต ซึ่งในเรื่องของร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่อง ร่างกฎหมายใหม่ที่ค่อนข้างจะมีรายละเอียดแล้วก็ทางด้านเทคนิคค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา ๓-๔ ป้ที่ผ่านมานั้นทางกรมสรรพากรก็ได้มีการทํางานกับทางด้านโออีซีดี (OECD) กันอยู่เปึนประจํา แล้วก็มีการทําการประชุมเชิงปฏิบัติการ
ประเด็นในเรื่องของว่าเราเสียเปรียบหรือไม่เสียเปรียบโออีซีดี (OECD) เขาทรีต (Treat) เราอย่างไรตรงนี้ ก็ไม่ใช่ประเทศเราประเทศเดียวที่เปึนสมาชิก แต่ว่า ในกรอบความตกลง กรอบความร่วมมือตรงนี้ก็มีทั้งประเทศที่ร่ํารวย ประเทศที่มีรายได้ ปานกลาง ประเทศที่ยังยากจนอยู่ ฉะนั้นในเสียงของประเทศที่มีรายได้น้อยหรือประเทศ ยากจนนั้นก็มีสิทธิมีเสียงในการที่จะขอสงวนความเห็นไว้ในการเจรจาในรอบต่าง ๆ ซึ่งทาง โออีซีดี (OECD) นั้นก็รับไว้ เพระฉะนั้นในเรื่องนี้นั้นในตลอดระยะเวลาของการเจรจาเราก็ได้ วอยส์ (Voice) ในเรื่องของข้อจํากัดของเราอยู่แล้ว
ต่อประเด็นในเรื่องของทางด้านเทคนิครายละเอียดอะไรต่าง ๆ ผมขออนุญาต รับข้อสังเกตของท่านสมาชิกทุกท่าน แล้วก็ขอให้ทางกรมสรรพากรนั้นก็คงจะต้องไปว่ากันใน รายละเอียดอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ส่งข้อมูลเพิ่มเติม เพราะว่าเรื่องนี้ก็มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่เรียนว่าในเรื่องของความร่วมมือทางด้านภาษีระหว่างประเทศนั้น จริง ๆ แล้วก็มี ๓ กรอบ ด้วยกัน
กรอบอันที่ ๑ ก็เปึนในเรื่องของทรานสแพเรนซี (Transparency) กับเอ็กเชนจ์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Exchange of information) อันหนึ่ง อันที่ ๒ ก็จะเปึนในเรื่องที่เราได้เคย นําเสนอต่อสภานี้ก็คือในเรื่องของบีอีพีเอส (BEPS) ก็คือเบส อีโรชัน แอนด์ โพรฟ่ต ชิฟติง (Base Erosion and Profit Shifting) อันนั้นก็เปึนอีกกรอบความร่วมมือหนึ่ง แต่กรอบ ความร่วมมืออันที่ ๓ นั้นก็คือในเรื่องของความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๓ กรอบนั้นก็จะมีข้อที่จะเหมือนกันอยู่ข้อหนึ่งคือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งอันนี้ก็จะมี ไทม์เฟรม (Timeframe) มีกรอบระยะเวลาของการที่จะต้องเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าแลกเปลี่ยนทันที ก็อย่างที่เรียนก็คือมีทั้งกรอบในเรื่องของ แบบอัตโนมัติกับในเรื่องของแบบที่ร้องขอ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกว่า เรื่องของข้อมูลตรงนี้จะต้องชัดเจนว่ามีอะไรบ้างในกรณีที่ร้องขอ หรือว่ามีสิทธิในเรื่องที่จะ พิจารณาว่าให้ได้หรือให้ไม่ได้ หรือว่าเปึนข้อมูลที่ควรจะให้หรือไม่ให้ อันนี้ก็เปึนสิทธิของ ประเทศของเรา เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ กรอบนั้นก็จะมีข้อเหมือนกันอยู่เรื่องของการทํา ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูล อันนี้ก็คงจะดําเนินการ ในส่วนของแฟตกา (FATCA) เรื่องไทย-สหรัฐนั้นก็เปึนเรื่องของแฟตกา (FATCA) ซึ่งก็มีเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูล แบบอัตโนมัติเช่นเดียวกัน ซึ่งอันนี้ตามแผนนั้นก็จะเริ่มประมาณปลายเดือนกันยายน ป้ ๒๕๖๖ อันนี้ก็เปึนกรอบเวลา แต่รายละเอียดนั้นขออนุญาตเรื่องว่าระยะเวลาของการที่จะ พิจารณาในเรื่องร่างกฎหมายฉบับนี้จะมีข้อจํากัดในเรื่องของระยะเวลาอย่างไรบ้างนั้น ก็ขออนุญาตให้ทางท่านอธิบดีกรมสรรพากรนั้นชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งประเด็นของท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุพิศาล ประเด็นในเรื่องของเดฟ่นิชัน (Definition) ในเรื่องของ อัตโนมัติ อะไรคืออัตโนมัติกับอันไหนคือในเรื่องของแบบร้องขอ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ในเบื้องต้น ขออนุญาตให้ท่านอธิบดีกรมสรรพากรชี้แจงเพิ่มเติมครับ
เชิญท่านอธิบดี กรมสรรพากร ท่านลวรณ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กรุณา อธิบายไปในเบื้องต้น ต้องขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าร่างกฎหมาย ฉบับนี้จะเปึนร่างกฎหมายสําคัญที่จะยกระดับความโปร่งใสทางด้านการบริหารการจัดเก็บภาษี
ของประเทศไทยและของโลก มีคําถามจากท่านสมาชิกว่าแล้วเดิมก่อนที่จะมีกฎหมายนี้ เราอยู่กันอย่างไร ทํางานกันอย่างไร ก็ขออนุญาตเรียนว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลมีอยู่ด้วยกัน ของเดิมเราจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้เฉพาะภาษีซ้อนซึ่งเราไปเปึนสมาชิกอยู่ อันนั้น ก็ดําเนินการมานานหลายสิบป้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของภาษีซ้อนก็แลกเปลี่ยนกันไป แต่วันนี้กติกาของโลกกําลังจะเปลี่ยนแปลงไป เพื่อยกระดับความโปร่งใสขึ้นไปอีกว่าข้อมูล ที่จะแลกเปลี่ยนกันนั้นภาษีซ้อนอย่างเดียวไม่เพียงพอแล้วในโลกวันนี้ อาจจะต้องมีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านการบริหารจัดเก็บภาษีอื่น ๆ แล้วก็ข้อมูลที่ไม่ใช่ภาษีก็คือข้อมูล ที่เราคุยกันวันนี้คือบัญชีทางการเงิน อันนี้เปึนอีก ๒ ส่วนที่กติกาโลกจะกําหนดว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลจากนี้ไปจะต้องทําให้มากขึ้นกว่าเดิม ลึกขึ้นกว่าเดิม ทีนี้ในเรื่องของ กรอบระยะเวลาที่ดูนาน ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่าในภาคีความตกลงนี้เราเริ่มต้น ตั้งแต่ประมาณป้ ๒๕๖๑ ป้ ๒๕๖๒ แล้วก็มีการดําเนินการ ๒ ส่วน ส่วนแรก คือการแลกเปลี่ยน ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาษี อันนั้นต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. เพื่อไปแก้ประมวลรัษฎากร อันนั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะว่าการแก้ไขกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติมีขั้นตอน ค่อนข้างเยอะ เราใช้เวลาอยู่ ๒-๓ ป้ ในการแก้ประมวลรัษฎากรแล้วก็มาผ่านที่สภาแห่งนี้ เมื่อประมาณช่วงป้ ๒๕๖๔ ปลาย ๆ ป้ หลังจากนั้นเมื่อแก้ให้เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ด้านภาษีได้แล้ว เราก็มาทําการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่ใช่ภาษีก็คือร่างกฎหมายฉบับที่เรา กําลังพิจารณาอยู่ ก็เริ่มต้นคุยตั้งแต่ปลายป้ที่แล้ว แต่อย่างที่เรียนว่าขั้นตอนการออกกฎหมาย ในระดับพระราชบัญญัติมีขั้นตอนข้อกําหนดที่กําหนดไว้พอสมควร ทําให้ระยะเวลา ไม่สามารถเร่งรัดให้มันเร็วกว่านี้ได้ บวกกับกฎหมายนี้เปึนกฎหมายใหม่ การยกร่างกฎหมาย ก็ต้องกระทําอย่างรอบครอบที่สุด ในประเด็นเรื่องของข้อมูลที่ร้องขอกับข้อมูลที่ไม่ได้ร้องขอ มี ๒ ส่วนครับ ข้อมูลร้องขอเปึนข้อมูลที่ขอมาเปึนเรื่อง ๆ ไป
แต่ว่าในกฎหมายมีการกําหนดว่าการร้องขอจะต้องมีหลักเกณฑ์หลักการอย่างไร ไม่ใช่ว่า ขออะไรมาก็ต้องตอบไปทั้งหมดนะครับ ซึ่งเมื่อขอมาแล้วทางเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจ ต้องพิจารณาว่ามันเข้าหลักเกณฑ์ที่กําหนดเอาไว้หรือไม่ แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อการบริหาร จัดเก็บภาษีหรือไม่ หลังจากนั้นตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่ให้ก็ได้ อันนั้นยังเปึนอํานาจของ ประเทศไทย ส่วนข้อมูลที่ไม่ได้ร้องขอหรือที่เรียกว่าข้อมูลแบบอัตโนมัติ เรามีหน้าที่ส่งข้อมูลว่า ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม วันสิ้นป้ ข้อมูลที่อยู่ในบัญชีทางการเงินของผู้ที่เราต้องส่งมีอยู่อย่างไรบ้าง เราส่ง ณ วันนั้น ก็ส่งไปเข้าระบบของโออีซีดี (OECD) โออีซีดี (OECD) จะกระจายต่อไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ประเทศต้นทางที่บุคคลนั้นมาพํานักอยู่นะครับ อันนั้นเปึนหลักเกณฑ์ แล้วก็ การส่งข้อมูลทั้งหลายเปึนการส่งข้อมูลบนมาตรฐานที่สูงมากของโออีซีดี (OECD) วันนี้เขาได้เริ่ม มาตรวจสอบแล้วว่าถ้าสมมุติเราจะเริ่มต้นส่งข้อมูลจริงระบบของเราที่จะเชื่อมต่อกับเขา มีความมั่นคง มีความปลอดภัยมากแค่ไหน แล้วก็การแลกเปลี่ยนข้อมูลตามร่างกฎหมายฉบับนี้ ต้องขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกว่าเปึนการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเท่าเทียมกัน เปึนลักษณะ ของต่างตอบแทน หมายถึงว่าถ้าเราให้เขา เขาต้องให้เรา ถ้าเขาปฏิเสธการให้ประเทศไทย ประเทศไทยก็สามารถปฏิเสธการให้เขาได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นมีความเท่าเทียมกัน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่วนเรื่องความครอบคลุมของร่างกฎหมายฉบับนี้ วันนี้เราอยู่ที่บัญชี ทางการเงิน แต่ว่าในประเด็นของสินทรัพย์ที่เปึนลักษณะของสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital) อันนั้นเปึนเรื่องของอนาคต ซึ่งในร่างกฎหมายเป่ดช่องเอาไว้ว่าในอนาคตถ้าเกิดจะขยาย ขอบเขตการครอบคลุมก็สามารถกระทําได้ อันนั้นเปึนเรื่องของอนาคตว่าถ้าเกิดภาคี ประเทศสมาชิกมีการตกลงกันว่าจะครอบคลุมไปมากกว่าบัญชีทางการเงิน ก็เปึนเรื่องที่ สามารถเปึนไปได้ในอนาคต ส่วนประเด็นอื่น ๆ ข้อแนะนํา ข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์ของ ท่านสมาชิก อันนั้นขออนุญาตรับไปแล้วก็นําไปพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให้ กฎหมายนี้ออกมาด้วยความรอบคอบแล้วก็รัดกุมที่สุด ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรี มีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ แล้วจะใช้สิทธิสรุปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ไหมครับ ถ้าไม่มีอะไร ผมจะขอมติจากที่ประชุม มีไหมท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ
อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอย่างที่กราบเรียนสักครู่นี้กฎหมายฉบับนี้ก็เปึนกฎหมายเรียกว่าค่อนข้าง ที่จะใหม่ ในอดีตนั้นก็จะมีเรื่องของดับเบิล แท็กเซชัน (Double Taxation) เรื่องเดียว แต่ว่าครั้งนี้ก็จะเปึนในลักษณะที่เปึนมัลติแลตเทอรัล (Multilateral) หรือเปึนพหุภาคี เพราะฉะนั้นในการเจรจากับโออีซีดี (OECD) หรือหน่วยงานต่าง ๆ นั้นก็ทําอย่างรอบคอบ แล้วก็ระมัดระวังที่สุดในเรื่องของการที่จะได้ผลประโยชน์ตอบแทน แต่อย่างที่กราบเรียน คือว่าโลกในปัจจุบันนั้นก็มีอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือในเรื่องของการจัดเก็บภาษีกับในเรื่องของข้อมูล ทางการเงิน ซึ่งนอกเหนือจากในเรื่องของการทําธุรกิจปกติ แต่ก็อาจจะมีเรื่องของธุรกิจแอบแฝง เพราะฉะนั้นมีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือเรื่องของปัองกันในเรื่องของการหลีกเลี่ยง หลบหลีก เรื่องภาษีระหว่างประเทศ ก็อย่างที่เราทราบกันว่าในหลายประเทศนั้นก็เปึนแหล่งที่ หลบเลี่ยงภาษีนะครับ
อันที่ ๒ หลักการที่สําคัญก็คือเพื่อให้เกิดความเปึนธรรมกับประเทศเล็ก ๆ อย่างกรณีของเบส อีโรชัน แอนด์ โพรฟ่ต ชิฟติง (Base Erosion and Profit Shifting) ตรงนี้ แล้วก็เปึนเรื่องของความเปึนธรรมกับประเทศเล็ก ๆ เช่น บริษัทต่างชาตินั้นทําธุรกิจ ทางด้านดิจิทัล (Digital) ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแต่ว่าได้รายได้จากประเทศไทย อันนี้ ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่จะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของอัตราภาษีขั้นต่ํากับในสิ่งที่เราเรียกว่าเปึน พิลลาร์วัน (Pillar One) พิลลาร์ทู (Pillar Two) ซึ่งก็มีทั้งภาษีขั้นต่ํา แล้วก็ในเรื่องของ การเอาผลกําไรนั้นไปแบ่งให้กับประเทศที่คุณมีรายได้อยู่นะครับ อันนี้ก็จะเปึนเรื่องหลักการ ที่สําคัญ ๒ อัน ซึ่งก็เปึนเรื่องที่มีความจําเปึน แล้วเราเองก็พยายามที่จะดูให้รอบคอบ มากที่สุด ก็ต้องขอความกรุณาจากท่านสมาชิก แล้วก็ทางท่านกรรมาธิการที่จะได้ช่วยกันดู ในรายละเอียดต่อไปครับ
ขั้นต่อไป จะเปึนขั้นขอมติจากที่ประชุม ในขั้นรับหลักการวาระ ๑ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ นะครับ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิก เข้ามาแสดงตนครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนได้ครับ กดปุ์มแสดงตนตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ก่อนจะลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ป่ดการ แสดงตนแล้ว มีท่านสมาชิกแสดงตนในห้องประชุม ๓๑๘ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะครับ
ต่อไป ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านสมาชิก ท่านใดเห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินี้โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใด เห็นว่าไม่ควรรับหลักการกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญกดปุ์ม ลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนน ครบทุกท่านแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๒๔ เห็นด้วยครับ
ท่านณัฐวุฒิ เห็นด้วยครับ
ท่านประธานคะ ๑๖๐ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เห็นด้วยค่ะ
๑๖๐ ท่านธัญวัจน์ เห็นด้วยครับ มีอีกไหมครับ
ท่านประธานอีกสักครู่นะครับ พอดีอีก ๓ ท่านกําลังเดินมา
ท่านประธานคะ เบญจา แสงจันทร์ ๑๙๙ เห็นด้วยค่ะ
ท่านเบญจา ๑๙๙ เห็นด้วยครับ มีอีกไหมครับ ครบแล้วนะครับ ป่ดการลงคะแนนครับ ผู้ลงมติ ๓๓๙ ท่าน บวก ๓ เปึน ๓๔๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๓ ท่าน บวก ๓ เปึน ๓๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน มติที่ประชุมรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ....
ต่อไป จะพิจารณาโดยการตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาหรือจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เชิญเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... โดยขออนุญาตเสนอจํานวนกรรมาธิการวิสามัญที่ ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านอรรถกร ได้เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา จํานวน ๒๕ ท่าน มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๒๕ ท่าน ในจํานวน ๒๕ ท่าน รัฐบาลตั้งได้ ไม่เกิน ๑ ใน ๔ เพราะฉะนั้นเชิญรัฐบาลจะเสนอใคร เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาล จํานวน ๕ คน ดังต่อไปนี้ ๑. นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ๒. นางสาวเพ็ญสุข สังฆสุบรรณ์ ๓. นายอภิวัฒน์ จิระศิริโสภณ ๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์
รัฐบาล เสนอตั้ง ๕ ท่าน ก็เหลือ ๒๐ ท่าน เปึนสัดส่วนของพรรคการเมือง ต่อไปเอาพรรคเพื่อไทย ก่อนนะครับ จํานวน ๖ ท่าน เชิญเสนอได้เลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่าง
ประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายไตรรงค์ ติธรรม ๒. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๓. นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช ๔. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๕. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๖. นายพีรภัทร ทองธีรสกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ครบครับ พรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยน ข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... สัดส่วน พรรคพลังประชารัฐ จํานวนทั้งสิ้น ๔ ท่าน ดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๒. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๓. นายดิสทัต คําประกอบ ๔. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ยกมือถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. นายวิรัช พันธุมะผล ๒. นายชัยรัตน์ มาตยานุมัตย์ ๓. นายวีระชัย ตันติกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน เสนอครับ ยังไม่พร้อมนะครับ เชิญพรรคก้าวไกล ก่อนครับ ๒ ท่านครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ ขอเสนอรายชื่อผู้เข้าร่วมใน ร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ๒ ท่านด้วยกันครับ ๑. คุณณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๒. คุณสุภกัญญ์ญา เกษชุมพล ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ครบถูกต้องครับ พรรคเศรษฐกิจไทย ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปัญญา จีนาคํา พรรคเศรษฐกิจไทย ขอเสนอท่านยุทธนา โพธสุธน เปึนกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ครบครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายโกศัย เดชรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรอง พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูล
เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ นายภัทรภณ หงษ์ศรีสุข ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรอง ครบครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ๒ ท่านดังนี้ ๑. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ๒. นายเกียรติ สิทธีอมร ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองครับ ผู้รับรองครบ ครบ ๒๕ ท่านแล้วนะครับ ท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อทบทวนความถูกต้องครับ
ท่านประธานครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จากท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เปึนท่านธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
เปลี่ยนนะครับ ท่านเลขาธิการเปลี่ยนชื่อทันไหมครับ เชิญอ่านรายชื่อทบทวนอีกครั้งครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... จํานวน ๒๕ ท่าน ๑. นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ๒. นางสาวเพ็ญสุข สังฆสุบรรณ์ ๓. นายอภิวัฒน์ จิระศิริโสภณ ๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๖. นายไตรรงค์ ติธรรม ๗. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๘. สุชาติ ธาดาธํารงเวช ๙. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๑๐. นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ๑๑. นายพีรภัทร ทองธีรสกุล ๑๒. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๑๓. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๑๔. นายดิสทัต คําประกอบ ๑๕. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย ๑๖. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๗. นายชัยรัตน์ มาตยานุมัตย์
๑๘. นายวีระชัย ตันติกุล ๑๙. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ๒๐. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๑. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๒๒. นางสาวสุภกัญญ์ญา เกษชุมพล ๒๓. นายยุทธนา โพธสุธน ๒๔. นายโกไสย เดชรุ่งเรือง และ ๒๕. นายภัทรภณ หงษ์ศรีสุข
กรรมาธิการ ๒๕ ท่าน รายชื่อถูกต้องไหมครับ มีพรรคไหนต้องการจะเปลี่ยนแปลงรายชื่อไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ถือว่าทุกพรรคการเมืองยืนยันกรรมาธิการ ๒๕ ท่านที่เสนอมา กําหนดระยะเวลาการแปรญัตติ จะเสนอตามข้อบังคับหรือจะมีระยะเวลาเปึนอย่างอื่น เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ท่านสมาชิกเสนอตามข้อบังคับคือภายใน ๗ วัน ตามข้อ ๑๒๕ มีสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับ เปึนการจบการพิจารณา ขอบคุณ ท่านอธิบดีกรมสรรพากรและคณะรัฐมนตรี ขอบคุณครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อ เสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว
(พิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ป้ที่ ๔ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจําป้ครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕)
ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ในวาระนี้ เปึนการพิจารณาต่อจากคราวที่แล้ว เราได้พิจารณาในวาระ ๒ ตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตราจนถึงมาตรา ๔ แล้วก็ป่ดประชุม เราจึงมาพิจารณาต่อในวันนี้ ขั้นตอนจากคราวที่แล้วเราพิจารณาในมาตรา ๔ กําลังจะถามมติเพราะว่ามาตรานี้ มีการแก้ไข ดังนั้นต้องถามมติจากที่ประชุมว่าจะให้มีการแก้ไขหรือไม่ ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกเข้ามาลงมติร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ต่อจากการประชุมคราวที่แล้วที่ค้างไว้ เราอยู่ในระหว่าง การลงมติของมาตรา ๔ ซึ่งต้องขอมติจากที่ประชุมเนื่องจากกรรมาธิการมีการแก้ไขมา เราจะแก้ไขหรือไม่ ในมาตรา ๔ มีผู้แปรญัตติได้สงวนคําแปรญัตติด้วยนะครับ ดังนั้นต้องถาม ๒ ครั้ง จะเห็นด้วยกับการแก้ไขไหม ถ้าที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขจะเห็นตามใครนะครับ ตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่หรือผู้แปรญัตติ เชิญกดปุ์มแสดงตนก่อนนะครับ เชิญครับ ท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนได้ครับ เชิญท่านสมาชิกเข้ามาใหม่กดปุ์มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ป่ดการแสดงตน ท่านสมาชิกแสดงตน ๒๙๐ ท่าน ครบกําหนดประชุมนะครับ
ในมาตรา ๔ เนื่องจากกรรมาธิการมีการแก้ไขและมีผู้ขอสงวนความเห็นนะครับ ก่อนอื่นต้องถามมติก่อนว่า จะยินยอมให้มีการแก้ไขหรือจะคงไว้ตามร่างเดิม ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขต้องการคงไว้ตามร่างเดิม กดปุ์ม ไม่เห็นด้วยครับ งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญกดปุ์มลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการ ลงคะแนนครับ ผลการลงมติ ท่านสมาชิกเห็นด้วย ๒๘๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นควรให้มีการแก้ไข
จะถามมติ ต่อไปว่าจะแก้ไขตามกรรมาธิการหรือตามผู้ขอสงวน เชิญท่านแสดงตนอีกครั้งหนึ่ง กดปุ์ม แสดงตน เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ป่ดการ แสดงตน สมาชิกยังอยู่ ๒๙๓ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะครับ
จะถาม มติครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นต่างจากการแก้ไขของกรรมาธิการคือเห็นกับผู้ขอสงวนกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการ ลงคะแนน มีท่านสมาชิกที่ลงมติเห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นชอบกับการแก้ไขของกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปครับ มาตรา ๔/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม่ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้ขอ แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ผู้ขอสงวนติดใจไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรชาติ สุวรรณพรหม กรรมาธิการ สงวนความเห็นครับ ความเปึนจริงมาตรา ๔/๑ เปึนส่วนที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม่ เพื่อเปึนการแก้ไขปัญหา ของระบบว่ากฎหมายนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อผ่าน ๑๘๐ วันไปก่อน เพื่อไม่ให้โอกาสผู้บริหาร ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามานั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีเวลาทํางานก่อนที่จะให้ประชาชน ไปเข้าชื่อในการที่จะถอดถอน รวมทั้งการเข้าชื่อเพื่อการที่จะทําหน้าที่ในการสอบสวนก็ใช้ เวลาก่อนหมดวาระอีก ๖ เดือน ๑๘๐ วันก็ไม่ควรจะใช้อํานาจเหล่านี้ เนื่องจากในช่วงที่จะ หมดวาระกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ควรจะใช้นะครับ กฎหมายฉบับนี้ก็เหมือนกับว่าเปึนการ กั้นหน้าแล้วก็กั้นหลังเอาไว้ เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนนั้นไปใช้อํานาจในการเข้าชื่อเพื่อการ ถอดถอนตามระยะเวลาอันสมควร ดังนั้นระยะเริ่มต้นนั้นต้องให้ผู้บริหารหรือสมาชิก ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาได้มีโอกาสทํางานเสียก่อน ก่อนที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อเป่ด โอกาสให้คนที่มีโอกาสมาจากการเลือกตั้งนั้นได้เข้าไปทําหน้าที่ในการทํางาน จึงเปึนหลักการ ซึ่งกรรมาธิการนั้นเพิ่มขึ้นมา แล้วในส่วนที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยกับการ ไปตัด (๒) เนื่องจากว่ามาตรา ๖ (๒) นั้นจะเปึนมาตราหลักสําคัญส่วนหนึ่ง ซึ่งเห็นว่าถ้าไม่มี กั้นอาไว้ในช่วง ๖ เดือนสุดท้ายก่อนหมดวาระก็จะทําให้การเข้าชื่อเพื่อการถอดถอนนั้น ไปเสนอชื่อเพื่อการถอดถอน ซึ่งความเปึนจริงตรงนี้แล้วเมื่อมีการเข้าชื่อเพื่อให้ผู้กํากับดูแล ใช้อํานาจในการถอดถอนไม่ควรจะเกิดขึ้นหลังจากซึ่งมีเวลาในการทํางานเหลือแค่ ๖ เดือน เท่านั้นเอง แต่หลักสําคัญอยู่ตรงที่ว่ามาตรา ๖ (๑) และมาตรา ๖ (๒) มาตรา ๖ (๑) คือการ เข้าชื่อครบเพื่อถอดถอนตามจํานวนที่กําหนดในมาตรา ๗ ส่วนมาตรา ๖ (๒) นั้นคือหลักการ ในการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อเข้าชื่อ ๕,๐๐๐ คน หรือเข้าชื่อ ๑ ใน ๑๐ แล้วก็ให้ผู้กํากับ ดูแลนั้นไปทําหน้าที่ในการสอบสวนตามข้อเท็จจริง ตามข้อผิดที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นมาตรา ๖ (๑) กับมาตรา ๖ (๒) นั้นมีข้อสําคัญอยู่ มีความแตกต่างกันว่ามาตรา ๖ (๑) ข้อกล่าวหานั้น อาจจะไม่มากนักกระทําความผิด สามารถเข้าชื่อกันให้ครบตามจํานวนตามมาตรา ๗ ส่วนมาตรา ๖ (๒) นั้นข้อกล่าวหาที่จะต้องมาทําหน้าที่ในการที่จะเสนอชื่อนั้นจะต้องแนบ ข้อกล่าวหา เหมือนกับการแก้ไขปัญหาผู้กํากับดูแลซึ่งเคยมีอํานาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง วันนี้เรามีพระราชบัญญัติจัดตั้งซึ่งได้ให้อํานาจของผู้กํากับทําหน้าที่ในการสืบสวนแล้วก็ สอบสวนหาข้อเท็จจริงที่กระทําความผิดได้ แต่เราไม่สามารถที่จะไปแก้ไขผู้กํากับดูแล
ไม่ว่าจะเปึนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านนายอําเภอตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ยังมีอํานาจ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งในการใช้อยู่ แต่มาตรา ๖ (๒) ในข้อ ๒ ในมาตรา ๔ ซึ่งเพิ่มขึ้นมา ที่กั้นเอาไว้ไม่ให้ใช้อํานาจหลังจากหมดวาระ ๖ เดือน เพื่อต้องการลดอํานาจของผู้กํากับ ดูแลลงว่าผู้กํากับดูแลมีอํานาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ๑ คนสามารถเข้าชื่อและให้ผู้กํากับ ลงโทษตั้งกรรมการสอบสวนได้ แล้วกรรมการสอบสวนนั้นซึ่งผู้กํากับจะตั้งขึ้นมา ไม่มี กฎเกณฑ์อะไรที่จะมาห้ามผู้กํากับได้ เนื่องจากในกฎหมายจัดตั้งเดิมนั้นไม่ได้ตั้งกติกา หรือกฎอะไรไว้เลย แต่ในขณะที่มาตรา ๖ (๒) นั้นเราร่างขึ้นมาใหม่ในมาตรา ๔/๑ นะครับ เพื่อที่จะกําหนดกฎเกณฑ์ว่าการที่ผู้กํากับจะใช้อํานาจในการสอบสวนได้นั้นจะต้องตั้ง กรรมการสอบสวนอะไรบ้างในมาตรา ๑๕ แล้วก็การที่จะใช้อํานาจนั้นมีมาตรา ๑๘ ซึ่งเรา เพิ่มขึ้นมา มีมาตรา ๑๘/๑ มาตรา ๑๘/๒ นั้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงเพื่อให้เห็นว่า หลังจากการใช้อํานาจผู้กํากับดูแลกับกฎหมายฉบับนี้ถ้าซ้ําซ้อนกันหรือเหมือนกัน ให้ใช้ กฎหมายฉบับนี้เปึนหลักในการลงโทษ
ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็จะมีความมั่นคง มีหลักประกันให้กับผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกผู้บริหาร ท้องถิ่นที่จะได้รับหลักประกันว่ามีการตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ แล้วก็ตามมาตรา ๑๘ คือการลงโทษหรือการกระทําสืบสวนนั้นให้ใช้ตามกฎหมายฉบับนี้ ถ้ามีการตั้งกรรมการ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งมาก่อนแล้ว มีการสอบสวนในเวลาเดียวกันก็ต้องให้สอบสวน ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเปึนการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของพระราชบัญญัติจัดตั้ง ตามที่ผมขออนุญาตกราบเรียนให้ทราบว่านั่นคือวัตถุประสงค์หลักของมาตรา ๔/๑ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้มีการกั้นหน้าแล้วก็กั้นหลังให้กับผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่น ซึ่งจะทําหน้าที่ในการเลือกตั้งเข้ามา เปึนการปกปัองประโยชน์ให้อํานาจกับประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในทางการเมือง นอกจากให้ผู้กํากับดูแลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งแล้วนั้น กฎหมายฉบับนี้ก็จะเปึนกฎหมายที่ให้อํานาจของประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประธาน หรือกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ทําหน้าที่แทนประธานนะครับ เรื่องนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันในคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ ขอยืนยันความเห็นตามกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
กรรมาธิการ ยืนยันนะครับ ท่านสรชาติยังติดใจไหมครับ จะได้โหวต พูดผ่านไมโครโฟนหน่อยครับ ติดใจ ไม่ติดใจครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ไม่ติดใจครับ แต่จะขอชี้แจงไปแล้วเพื่อบันทึกว่าเรามีกฎหมายดี ๆ แต่ครั้งแรกที่จะเข้ามาต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าเสียงข้างมากในครั้งแรกที่เข้ามาคือ ไม่ตัดมาตรา ๔ (๒) แต่หลังจากซึ่งไปปรับปรุงแก้ไขมานั้นผมได้สงวนความเห็นตาม กรรมาธิการเสียงข้างมากก่อนที่จะถอนจากร่างเข้าไปเท่านั้นเอง นั่นคือสิ่งที่จะขออนุญาต ชี้แจงให้ที่ประชุมรับทราบว่าต่างกันนิดเดียว เพราะว่าก่อนที่จะเข้ามาครั้งที่ ๒ กับครั้งที่ ๑
ครั้งที่ ๑ เข้ามาตามที่ผมนําเสนอนั่นคือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ แต่ก็ไม่ติดใจครับ
ถึงอย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรรมาธิการได้เพิ่มมาตราขึ้นมาใหม่เปึนมาตรา ๔/๑ ก็ต้องถามที่ประชุมว่าจะให้เพิ่ม ตามกรรมาธิการหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่งสอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิก แสดงตนก่อนลงมติครับ เชิญท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ป่ดการแสดงตน มีท่านสมาชิกแสดงตน ๒๖๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
เนื่องจาก คณะกรรมาธิการได้เพิ่มมาตรา ๔ ขึ้นเปึนมาตรา ๔/๑ ขึ้นมาอีก ๑ มาตรา แต่เนื้อหาในการ เพิ่มมาตรานั้นมีกรรมาธิการขอสงวนแต่ไม่ติดใจ ดังนั้นจะถามมติครั้งเดียวว่าท่านสมาชิก จะเห็นด้วยกับการเพิ่มหรือไม่เห็นด้วยนะครับ ต่อไปผมจะถามมติ ท่านสมาชิกท่านใด เห็นควรให้มีการเพิ่มมาตราขึ้นมาใหม่ตามกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใด เห็นว่าไม่ควรจะเพิ่มมาตราขึ้นมาใหม่กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญกดปุ์มลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการ ลงคะแนน ผลการลงคะแนน ท่านสมาชิกเห็นด้วย ๒๑๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๔๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นชอบให้กรรมาธิการเพิ่ม มาตรา ๔/๑ ขึ้นมานะครับ
ต่อไป เปึนมาตรา ๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่สงวนความเห็นติดใจไหมครับ เชิญท่านสรชาติครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการ มาตรา ๕ มันเปึนสาระสําคัญที่จะต้องเลือกกันว่าจะให้มีมาตรา ๖ ซึ่งมี ๒ วงเล็บไหม คือ (๑) และ (๒) เนื่องจากมาตรา ๕ ถ้าเราไปตัดในมาตรา ๑๓ ออก คือการตัดหลักการของการถอดถอน โดยอํานาจประชาชนออกไป ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในมาตรา ๕ มีอยู่ ๒ หลักการ หลักการแรก คือเปึนไปตามมาตรา ๖ (๑) คือการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกและผู้บริหาร ท้องถิ่นส่วนที่กรรมาธิการตัดออกคือมาตรา ๑๓ ท่านจะเห็นว่าถ้าคงไปตามร่างเดิมนั่นก็คือ การมีทั้งมาตรา ๙ และมาตรา ๑๓ เอาไว้ คือถ้าเราไปตัดมาตรา ๑๓ นั้น เปึนไปตามหลักการ ของมาตรา ๖ ซึ่งกําลังจะถึง ซึ่งความเปึนจริงแล้วกฎหมายสําคัญอยู่ที่มาตรา ๖ แต่บังเอิญ มาตรา ๕ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาเปึนประตูด่านแรกนําเข้าไปสู่มาตรา ๖ ดังนั้นก็คือถ้าสมมุติว่าโหวตตาม กรรมาธิการที่แก้ไขก็เท่ากับกฎหมายฉบับนี้นั้นจะมีหลักการเพียงหลักการเดียวคือการเข้าชื่อ เพื่อการถอดถอนผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ส่วนหลักการที่ ๒ คือหลักการเข้าชื่อ ๑ ใน ๑๐ หรือ ๕,๐๐๐ คน เพื่อให้ผู้กํากับได้ทําการสอบสวนจะไม่มี นั่นคือสิ่งที่ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเปึนทางเลือกว่าเราจะเลือกตัดในสิ่งที่สาระสําคัญ มาตรา ๖ (๒) ไหม เพราะมาตรา ๖ (๒) นั้นซึ่งผมเรียนไปแล้วว่าคือการแก้ไขอํานาจของ ผู้กํากับดูแลซึ่งมีอํานาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งซึ่งมีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันนั้นหลายท่านก็เห็นว่า การกํากับดูแลนั้นให้อํานาจผู้กํากับมากเกินไปในการที่จะใช้บัตรสนเท่ห์หรือมีสมาชิกมาร้อง เพื่อให้เห็นว่าผู้บริหารหรือสมาชิกท้องถิ่นนั้นกระทําความผิด แล้วก็ตั้งกรรมการสอบสวน ลงโทษทางวินัยเกิดขึ้น โดยที่ไม่มีหลักการที่เพียงพอในการที่จะกํากับดูแลโดยการตั้ง กรรมการสอบสวนที่มาตรฐาน โดยการที่ไม่มีการให้องค์กรภายนอกหรือตั้งคนอื่นเข้ามา ทําหน้าที่ ซึ่งกฎหมายใหม่ตรงนี้ซึ่งกําลังจะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ท่านคงจําได้ว่าก่อนที่จะ เข้ามาวันนี้มีครั้งหนึ่งซึ่งกฎหมายฉบับนี้เข้ามาแล้วไม่ได้ตัดมาตรา ๑๓ ออกไป แต่หลังจาก คณะกรรมาธิการขอถอนร่างกลับไปนั้นเปึนการไปตัดมาตรา ๖ เมื่อตัดมาตรา ๖ ทําให้ ต้องไปตัดมาตรา ๑๓ ออก นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าถ้าท่านสมาชิกจะคงไว้
ตามร่างเดิมที่ทางกฤษฎีกา ที่ทาง ครม. เสนอขึ้นมานั้นก็จะทําให้กฎหมายนั้นมีความสมบูรณ์ และนําไปแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาในอดีต ๒๐ กว่าป้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ซึ่งเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของผู้กํากับดูแลที่ใช้อํานาจบางครั้งตรงไปตรงมาบ้าง บางครั้งก็ใช้อํานาจในการสอบสวนพรรคพวกคนอื่นบ้าง วัตถุประสงค์หลักของมาตรา ๕ ในมาตรา ๑๓ นั้นคือการออกไปเพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน กับท่านประธานว่าผมขอเห็นด้วยตามร่างเดิมซึ่งกฤษฎีกาและ ครม. เสนอมาครับ
กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่เชิญครับ ตอบชี้แจงครับ
การเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ กรรมาธิการค่ะ ในส่วนของร่างมาตรา ๕ ในส่วนของ คณะกรรมาธิการเองได้มีการพิจารณาแล้วว่าในเมื่อตัวคณะกรรมาธิการมีความเห็นว่า กระบวนการในการเข้าชื่อเพื่อที่จะมีการถอดถอนตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ถึงแม้ว่าในตัวร่าง ที่ผ่าน ครม. แล้วก็ผ่านการรับหลักการมาในวาระหนึ่ง จะกําหนดในเรื่องของการเข้าชื่อ เปึนมาตราหลักก็คือในส่วนของมาตรา ๖ โดยมาตรา ๖ จะแบ่งเปึน (๑) ซึ่งเปึนวงเล็บหลัก ในเรื่องของการเข้าชื่อเพื่อที่จะถอดถอนตามจํานวนที่กฎหมายฉบับนี้กําหนด
แต่ว่าในส่วนของมาตรา ๖ (๒) ได้เพิ่มกระบวนการเข้ามาว่าให้ประชาชนสามารถที่จะ ดําเนินการเข้าชื่อเพื่อที่จะให้มีการสอบสวนโดยคณะกรรมการที่ผู้กํากับดูแลเปึนคนตั้งขึ้นก่อน ถ้าหากว่าผลของการสอบสวนปรากฏออกมาว่ามีการกระทําความผิดตามที่สอบสวน ผลของ การเข้าชื่อก็จะมีผลทําให้ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นต้องพ้นจากตําแหน่ง ทีนี้ในการพิจารณาของตัว คณะกรรมาธิการเองได้มีการพิจารณากันหลายรอบด้วยเหตุด้วยผลแล้วก็ข้อดีข้อเสีย ในท้ายที่สุดทางกรรมาธิการก็มีข้อสรุปร่วมกันว่าในเมื่อตัวรัฐธรรมนูญเองได้กําหนดในเรื่อง ของการเข้าชื่อถอดถอน แล้วเราก็มีมาตรา ๖ (๑) ที่กําหนดในเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนกรณีที่จะให้ เข้าชื่อเพื่อให้มีการสอบสวนก่อน ในส่วนของการสอบสวนมันมีการกําหนดอยู่แล้วในกฎหมาย จัดตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองซึ่งเปึนอํานาจของผู้กํากับดูแลอยู่แล้ว ก็เลยเห็นว่า ไม่ควรจะมีการกําหนดให้เกิดความซ้ําซ้อนกันอีก แล้วก็อาจจะเปึนอุปสรรคในการดําเนินงาน ของตัวผู้บริหารท้องถิ่นหรือว่าสมาชิกสภาท้องถิ่นเอง ดังนั้นคณะกรรมาธิการโดยเสียงข้างมาก จึงเห็นควรว่าให้ตัดมาตรา ๖ (๒) ออก ซึ่งเปึนเรื่องของการเข้าชื่อเพื่อให้มีการสอบสวนก่อน ที่จะสั่งให้พ้นจากตําแหน่ง เมื่อมีการตัดในส่วนของมาตรา ๖ (๒) ออกแล้ว ก็ได้มีการปรับ เนื้อหาทั้งหมดของตัวร่างพระราชบัญญัตินี้ แล้วก็มาตรา ๕ ก็เปึนส่วนหนึ่งที่จะต้องปรับ เหมือนกัน ก็คือตัดในส่วนของการกล่าวถึงมาตรา ๑๓ ซึ่งเปึนเรื่องของการเข้าชื่อเพื่อที่จะให้ มีการสอบสวนก่อน อันนี้ก็จะเปึนไปตามหลักการที่คณะกรรมาธิการได้มีการตัดในส่วนของ การเข้าชื่อเพื่อที่จะให้มีการสอบสวนออก ก็จะสอดคล้องกันทั้งฉบับค่ะ
กรรมาธิการ ยืนยันจะแก้ไขตามที่ได้เสนอนะครับ ดังนั้นก็ถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการ หรือไม่ ก่อนลงมติต้องตรวจสอบองค์ประชุมโดยท่านสมาชิกต้องแสดงตนนะครับ เชิญกดปุ์ม แสดงตนครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิก เข้ามาแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ป่ดการแสดงตน มีผู้แสดงตน ๒๕๓ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะครับ
ในมาตรา ๕ กรรมาธิการได้มีการแก้ไข มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ขอสงวนไว้ว่าไม่ต้องการแก้ไข ให้คงไว้ตามร่างเดิม ดังนั้นถามมติครั้งเดียว ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยว่าควรมีการแก้ไข ตามกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ คือต้องการคงไว้ตามร่างเดิมตามที่ผู้ขอสงวนโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการ ลงคะแนน ผลการลงมติ ท่านสมาชิกเห็นด้วย ๒๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ดังนั้นมติที่ประชุมในมาตรา ๕ เห็นควรแก้ไขตาม กรรมาธิการนะครับ
ต่อไป มาตรา ๖ คณะกรรมาธิการตัดออกทั้งมาตรา มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็น ท่านสรชาติเชิญครับ ยังติดใจไหมครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการครับ มาตรา ๖ คือหัวใจสําคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งความเปึนจริงแล้วนั้นที่ผ่านมาจากทาง ครม. ประธานกฤษฎีกานั้นเปึนหลักการที่ถูกต้องแล้วครับ คือให้มี ๒ หลักการอยู่ด้วยกันว่า มาตรา ๖ (๑) คือการเข้าชื่อเพื่อการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ (๒) ที่ทาง ครม. หรือทางกฤษฎีกาเสนอขึ้นมาผมเชื่อว่ามีการพูดคุยแล้วก็ทบทวนกันอย่างรอบคอบแล้ว นําเสนอมาเพื่อการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เปึนต้นมา ที่เรามีกฎหมาย ฉบับแรกไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ ประกอบกับมาตรา ๖ (๒) นั้นปัญหาเริ่มต้น มาจากการซึ่งเรามีพระราชบัญญัติจัดตั้งซึ่งเกิดก่อนรัฐธรรมนูญ ปัญหาเหล่านั้นก็คือ ให้อํานาจกับผู้กํากับดูแลมีอํานาจมากในการกํากับดูแล โอกาสที่ภาคประชาชนจะเข้าไป มีส่วนร่วมในการกํากับดูแลไม่มีเลย กฎหมายฉบับนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเปึนกฎหมาย ฉบับแรกที่รัฐบาลเสนอด้วยความก้าวหน้าเข้ามาว่าให้ประชาชนนั้นเข้ามามีส่วนร่วม ในทางการเมืองในการกํากับดูแล กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายควบคู่กันกับกฎหมายเข้าชื่อ เพื่อการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งเราผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อันนั้นคือให้ประชาชนเข้ามามีอํานาจในการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น เราได้แก้ไขให้ประชาชน มีอํานาจในการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําป้ด้วย เพียงแต่ว่าให้นายกรัฐมนตรีมีความเห็นชอบก่อน ซึ่งระยะเวลาห่างกันเปึนเวลานาน กฎหมายเข้ามาในสภาแห่งนี้คู่กัน ๒ ฉบับครับ กฎหมายฉบับแรกนั้นเนื่องจากว่าทุกคน เห็นพ้องต้องกันผ่านไปสภาอย่างรวดเร็วก็คือประกาศใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่กฎหมาย ฉบับนี้มีความเห็นแตกต่างกันนิดหน่อย ซึ่งผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนให้ที่ประชุม ได้รับทราบนิดหนึ่งว่าเดิมเริ่มต้นนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วยที่จะให้มีมาตรา ๖ นี้ไว้ แต่เมื่อได้รับการร้องเรียนจากสมาคม จากผู้บริหาร ซึ่งแน่นอนมันต้องมีผู้ได้ประโยชน์ และผู้เสียประโยชน์ เมื่อเราต้องการกระจายอํานาจให้ประชาชนมีอํานาจในการมากํากับดูแล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ย่อมมีผู้เสียประโยชน์ ผู้เสียประโยชน์อาจจะเปึนผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งยังไม่ยอมรับอํานาจประชาชนในการกํากับในขณะนี้ แต่ผมเชื่อได้ว่าอนาคตข้างหน้าวันนี้ ไม่มีมาตรา ๖ (๑) กับมาตรา ๖ (๒) วันหน้าอย่างไรก็ต้องมีเกิดขึ้น เพราะเราจะไปกั้น อํานาจประชาชนไม่ให้มามีส่วนร่วมทางการเมืองในกฎหมายท้องถิ่นไม่ได้ ซึ่งกฎหมาย
ในรัฐบาลกลางเองเราก็ยังให้ประชาชนในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ กํากับดูแลได้ มีการตรวจสอบได้ ร้องเรียนได้ แต่กฎหมายท้องถิ่นเองผมเชื่อแน่ว่าถ้าผู้บริหารท้องถิ่นและ สมาชิกท้องถิ่นยอมรับการตรวจสอบโดยภาคประชาชนบ้าง กฎหมายนี้คือการลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน ที่ผ่านมาการกระจายอํานาจนั้นเปึนการกระจายอํานาจจากรัฐบาลกลาง ให้ท้องถิ่นเท่านั้น แต่กฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาลนําเสนอมาเปึนกฎหมายที่ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน คือให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งผมเชื่อแน่ว่า ตลอดระยะเวลาที่เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ ประชาชนยังไม่มีอํานาจ ในการเข้าไปกํากับดูแลท้องถิ่นเลย ดังนั้นก็คือการเลือกตั้งเสร็จ ผู้บริหาร สมาชิกก็จะมีอํานาจ อยู่ในองค์กรของตนเองโดยตลอด กฎหมายฉบับนี้จึงเปึนฉบับแรกที่เสนอมาตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ประกอบกับรัฐบาลมีความเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะให้ประชาชนเข้ามามีอํานาจในการ ควบคุมและกํากับดูแล แต่เมื่อสภาแห่งนี้ไม่อยากจะรับอํานาจประชาชนเข้ามาโดยการขอตัด (๒) ไปก่อน เอาเฉพาะ (๑) เอาไว้ ซึ่งก็เปึนการแก้ไขกฎหมายเดิมเมื่อป้ ๒๕๔๒ เท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมว่าสักวันหนึ่งเราคงจะพร้อมที่จะให้ ประชาชนเข้ามากํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนก็จะมีส่วนร่วม มากยิ่งขึ้น โดยการเข้ามามีส่วนร่วมตามกฎหมายที่เรากําลังตัดออกนี้ไว้ก่อน เมื่อเราไม่พร้อม เราก็ต้องเอาอํานาจประชาชนไปไว้อีกส่วนหนึ่ง ให้ประชาชนนั้นดูองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฉพาะเท่าที่เลือกตั้งผ่านเข้ามา การกํากับดูแลโดยภาคประชาชนนั้นซึ่งผมก็เชื่อแน่ว่าสักวันหนึ่ง เมื่อประชาชนเรียกร้องก็จะต้องมาแก้ไขกฎหมายฉบับนี้โดยให้มีมาตรา ๖ (๒) เพิ่มขึ้นมา แต่วันนี้ไม่พร้อมก็คงคิดว่าเราจะแก้ไขเฉพาะกฎหมายเดิมที่เรามีอยู่เมื่อป้ ๒๕๔๒ นั่นเปึนสิ่งที่ ผมขออนุญาตกราบเรียนแล้วก็ไม่ติดใจ แต่ขออนุญาตชี้แจงให้เห็นว่าวันนี้สภาเราไม่พร้อม ที่จะรับ (๒) ก็เอาเฉพาะ (๑) เท่านั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานขออนุญาตครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง เนื่องจากว่าในมาตรา ๖ ทางคณะกรรมาธิการได้มีการ ตัดแก้ไป ผมขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะสมาชิกเปึนการอภิปรายสอบถาม
ประการที่ ๑ ผมฟังท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผมคิดว่ายังจําเปึนที่ กรรมาธิการเสียงข้างมากต้องชี้แจง เพราะว่าท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นท่านพูดถึง อํานาจของประชาชนในการควบคุมและกํากับดูแลผู้บริหาร หรือสมาชิกขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าฟังดูเสมือนว่าการที่สภาแห่งนี้จะพิจารณามาตรานี้ต่อและเปึนการตัดออก ถึงแม้ท่านไม่ติดใจนั้นจะเปึนการทําลายความชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วม ในการกํากับดูแลท้องถิ่นซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่ ฉะนั้นท่านต้องยืนให้ชัดครับ ท่านต้องตอบให้ชัดว่า จริง ๆ แล้วอํานาจที่ยึดโยงโดยตรงนั้นมันมีอยู่แล้วโดยที่ไม่จําเปึนต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๖ (๒) ซึ่งพูดถึงกระบวนการในการแค่เข้าชื่อเพื่อนําไปสู่การกํากับดูแล แล้วก็คืน อํานาจไปให้องค์กรหรือข้าราชการในส่วนภูมิภาคที่เปึนผู้ดําเนินการ ซึ่งขัดกับปรัชญาของ การกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นเปึนอย่างยิ่ง นั่นท่านจําเปึนครับ มิฉะนั้นพี่น้องประชาชน สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สหพันธ์องค์กรบริหารส่วนตําบล สมาคมองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ท่านจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าพวกเรายืนอํานาจประชาชนแบบใด อย่างไร นั่นเปึนประการที่ ๑
ประการที่ ๒ กรณีการตัดมาตรา ๖ มันจะไปสัมพันธ์กับการลงคะแนน ในมาตรา ๕ ซึ่งได้มีการดําเนินการไปแล้ว แล้วก็ในมาตรา ๑๓ ที่กําลังจะกล่าวถึง ฉะนั้น ท่านต้องพูดให้ชัดครับ ท่านอาจจะต้องบอกสภาแห่งนี้ว่าหากไม่ตัดมาตรา ๖ จะแย้งกับกรณี การตัดมาตรา ๕ จะไปแย้งหรือมีผลต่อการพิจารณามาตรา ๑๓ กรรมาธิการต้องพูดให้เต็มลูป (Loop) เพราะว่าถ้าท่านพูดให้เต็มลูป (Loop) อธิบายสมาชิกเข้าใจมันจะไม่มีปัญหา ในเรื่องของการลงคะแนนซึ่งอาจจะนําไปสู่ปัญหาการตีความกฎหมายว่าท่านไม่เอามาตรา ๕ ท่านมาเอามาตรา ๕ ตามที่กรรมาธิการแก้แต่เดี๋ยวเกิดมาถึงมาตรา ๖ ท่านไม่เอาตามที่ กรรมาธิการแก้ เกิดมีสมาชิกขอให้แย้ง ขอให้ลงมติต่าง ๆ มันจะมีผลกระทบเปึนปัญหา ข้อกฎหมายระหว่างกัน นั่นเปึนประการที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่าท่านต้องอธิบายสมาชิกก่อนครับ
ประการที่ ๓ มันมีความย้อนแย้งระหว่างหลักการในมาตรา ๖ กับหลักการ ในมาตรา ๗ กรณีของมาตรา ๖ ท่านพยายามไปอ้างว่ามันเปึนการเขียนเพื่อให้สอดรับ ตอนแก้แล้วนะครับ ไม่ใช่ร่างเดิม กับรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๔ ที่บอกว่าการแก้ไขเพิ่มเติม กรณีของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอ ข้อบัญญัติ หรือถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ คําว่า ย้อนแย้ง คืออะไรครับ ตอนร่างที่มาจากรัฐบาลท่านใส่ เข้าไปในมาตรา ๖ (๒) โดยที่ท่านไม่เคยยึดโยงเลยว่าจะต้องเอาคําแค่ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น ท่านก็ยังใส่ได้ ไม่ได้พูดถึงกฎหมายที่เข้าชื่อกรณีของการเสนอข้อบัญญัติต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้ ราบเรียบอย่างที่ท่านชี้แจงนะครับ ผมเองเปึนคนแย้งเกือบต้องมีการลงมติกัน เกือบต้อง ถอนออกไป แต่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะนั้นเดินหน้าต่อแล้วท่านก็กระซิบ ในลักษณะว่าขอให้ผ่านไปนําไปสู่การแก้ไขทีหลัง เพราะว่ามีเงื่อนไขบางอย่างที่ขัดหรือแย้ง ต่อหลักการที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปด้วยซ้ํา ที่ผมบอกว่าจะย้อนจะแย้งก็คือว่ากรณีนี้ ท่านกําลังจะตัดออกเพราะบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้เขียน แต่พอไปถึงมาตรา ๗ ท่านกําลัง จะไม่ยอมให้ใส่การลงคะแนนลับเข้าไป เพราะท่านอ้างรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียน ตกลงกฎเกณฑ์ หรือกติกาที่ท่านยกมาตั้งแต่ต้นประเด็นเรื่องการตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมไม่เชื่อ ผมไม่รู้ใครเขียนนะครับ อาจจะเปึนรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลฝ์ายกฎหมาย กับคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ได้ ท่านต้องตีความครอบคลุมอยู่แล้วครับ ไม่น่าจะผิดพลาดขนาดนั้นหรอก ท่านอย่ามาหลอกเราว่าจะตัดมาตรานี้เดี๋ยวจะไม่เอามาตรา ๗ ท่านต้องพูดให้ชัดว่ามาตรา ๗ ลงคะแนนลับก็ทําได้ ก็ทําได้เดี๋ยวดูเสียงในสภากัน แต่เอาตรงนี้ก่อนผูกท่านไว้ก่อนว่ากรณี ที่ท่านยกมาตอนต้นไม่ได้เปึนข้อความในรัฐธรรมนูญท่านยังทําได้เลย แต่วันนี้จะตัดหรือไม่ อีกเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่ายอมรับได้ นั่นเปึนเงื่อนไขประการที่ ๓ ที่ต้องถามท่านครับ
เงื่อนไขประการที่ ๔ หรือประเด็นประการที่ ๔ เปึนประการสุดท้ายก็คือว่า ประเด็นของการพิจารณามาตรา ๖ จะไปส่งผลต่อกรณีมาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๗/๑ นี่เปึนเรื่องส่วนตัวของผม ในฐานะพี่ชายก็เปึนอดีตนายก อบจ. คุณพ่อก็เปึนรองนายก เทศมนตรีมา ๑๒ ป้เต็ม ส่วนตัวคืออะไรครับ ผมพยายามจะแยกให้เห็นว่าประเด็น เรื่องของตัวผู้บริหารกับประเด็นเรื่องของสมาชิกท้องถิ่นนั้นมีนัยที่แตกต่างกัน ผู้บริหารมีแค่ ๗,๒๐๐ กี่คนจําไม่ได้นะครับ ต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์วันให้ข้อมูลมา ๗,๘๕๒ แห่ง แต่สมาชิกหลายหมื่นคน นัยของการเลือกตั้งที่มาที่ไปของสมาชิกกับนายกแต่ละคน ไม่เหมือนกัน แล้วกรณีแบบนี้เดิมที่ท่านยกเปึน (๑) (๒) หากตัดวันนี้ไปไม่กระทบถึงกรณี ที่ผมจะขอแยกให้มีการพิจารณากรณีของผู้บริหารกับกรณีของสมาชิกสภาท้องถิ่นใช่หรือไม่ ซึ่งหากเปึนเช่นนั้นก็เปึนประเด็นที่ผมถามท่านทั้ง ๔ ประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี เอาให้ชัดว่าไม่กระทบอํานาจประชาชน ประชาชนมีอํานาจในการถอดถอนโดยตรงอยู่แล้ว และประชาชนที่มีจํานวนนับมากพอ ซึ่งเดี๋ยวไปพิจารณากันต่อว่าควรจะเปึนจํานวนเท่าไรนั้น ก็ไม่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ เขาเรียกอะไรนะครับ การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งเราไม่อยากเอาอีกแล้ว เรากําลังพูดถึงการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นเต็มรูป เอ่ยมาสักคําว่า กรรมาธิการตั้งใจจะตัดมาตรา ๖ เพราะสนับสนุนการคืนอํานาจทางตรงให้กับประชาชน และเปึนการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นที่ไม่ต้องการให้มีอํานาจส่วนภูมิภาคเข้าไปแทรกแซง เอ่ยมาสักคําแบบนั้นครับ ผมก็จะสนับสนุนและเห็นด้วยให้มีการตัดมาตรา ๖ โดยที่ ไม่จําเปึนต้องติดใจในการลงคะแนน แต่ต้องเอ่ยคํานั้นผูกพันในสภาแห่งนี้ ผูกพันในมาตรา ถัด ๆ ไปที่ผมจะมีการอภิปราย ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญกรรมาธิการ ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ใคร่ขอถือโอกาสกราบเรียนชี้แจง เพิ่มเติมในร่างมาตรา ๖ ก่อนอื่นต้องขอยอมรับข้อเท็จจริงว่ากรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบและเชื่อว่ารอบด้าน จากการรับฟังองค์กรของพี่น้อง ผู้บริหารและสมาชิกท้องถิ่นหลายระดับ ตลอดจนได้รับฟังความคิดเห็นในภูมิภาค ทั้งเหนือ ทั้งใต้ ทั้งอีสาน แล้วก็ได้ประมวลมาพิจารณากันหลายรอบจนตกผลึกว่าในที่สุด
ตัวมาตรา ๖ ควรจะชัดเจน ถ้าหากว่าตามร่างที่เข้าสู่กรรมาธิการเราได้รับมาในหลักการ ที่เข้าชื่อถอดถอนโดยตรงกับการเข้าชื่อเพื่อให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอน ในที่สุด ได้พิจารณาว่าเราควรจะเปึนหลักการเดียวคือหลักการที่เข้าชื่อแล้วก็ถอดถอนเพียง หลักการเดียว ทั้งนี้จะโดยที่ความเห็นของท่านสมาชิกผู้อภิปรายว่าการให้อํานาจพี่น้อง ประชาชนของเราโดยตรงก็ไม่น่าจะผิด ก็น่าจะเปึนความชอบธรรมสูงสุด จึงใคร่ขออนุญาต ให้เหตุผลเพิ่มเติมเพียง ๒-๓ ข้อ
ข้อแรก ก็คือหลักการที่เราผ่านหลักการและเหตุผลนั้นก็คือมีหลักการเดียว คือเข้าชื่อเพื่อถอดถอนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นจึงไม่มี ความจําเปึนที่จะต้องใช้วิธีในการสอบสวนเพื่อถอดถอนอีก
ข้อที่ ๒ เรื่องการสอบสวนเพื่อถอดถอนนั้นได้ปรากฏชัดเจนอยู่ที่กฎหมาย ในการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละประเภท มีขั้นตอนมีกระบวนการอยู่แล้วชัดเจน
ประการที่ ๓ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้เห็นชอบ ตั้งข้อสังเกต ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าให้กระทรวงมหาดไทยได้ไปพิจารณาทบทวนกฎเกณฑ์ การสอบสวน ระเบียบการเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ชัดเจน ให้สอดคล้อง เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อที่จะให้กระบวนการสอบสวนนั้นอยู่ในส่วนของกฎหมายในการจัดตั้งซึ่งมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจึงได้สรุปว่าเราขอใช้หลักการเดียว ดังที่กราบเรียนมา จึงได้ยืนยันในการตัดมาตรา ๖ ออก เพราะหลักการนั้นได้ไปปรากฏชัดเจน อยู่ในร่างมาตรา ๗ เรียบร้อยแล้ว จึงขอยืนยัน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
มาตรา ๖ กรรมาธิการยืนยันจะขอตัดออกทั้งมาตรา แต่มีผู้ขอสงวนความเห็นว่าต้องการให้คงไว้ ไม่ต้องการให้ตัดออก ดังนั้นต้องถามมติจากที่ประชุมครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิก เข้ามาแสดงตนลงมติในมาตรา ๖ เชิญท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ป่ดการแสดงตน ท่านสมาชิกแสดงตน ๒๖๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
มาตรา ๖ กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออกทั้งมาตรา มีผู้สงวนบอกว่าต้องการให้คงไว้ตามร่างเดิม ไม่ต้องการให้ตัดออก ดังนั้นจะถามมติจากที่ประชุมครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากคือต้องการตัดออกทั้งมาตรากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใด ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ตัดออก คือต้องการคงไว้ตามร่างเดิมตามผู้ขอสงวนกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญกดปุ์มลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการ ลงคะแนนครับ ผลการลงมติ ท่านสมาชิกเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ตัดออกทั้งมาตรา ๒๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ดังนั้นมติ ที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการคือตัดออกมาตรา ๖ ทั้งมาตรา
ต่อไป มาตรา ๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ผู้ขอสงวนความเห็นติดใจไหมครับ ผู้ขอสงวนไม่ติดใจนะครับ แต่มีท่านสมาชิกต้องการซักถาม ท่านทัศนีย์เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ท่านเปึน ผู้ขอสงวนใช่ไหม กรรมาธิการเสียงข้างน้อยใช่ไหม เชิญครับ ขอผู้ขอสงวนก่อนนะครับ ท่านทัศนีย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม บรรณ แก้วฉ่ํา เปึนกรรมาธิการที่มาจากสัดส่วนของพรรคก้าวไกล เปึนบุคคลภายนอกนะครับ เคยเปึนนิติกรขององค์กรท้องถิ่น ปัจจุบันเปึนหัวหน้าฝ์ายนิติการของ อบจ. พระนครศรีอยุธยา กระผมขออนุญาตใช้เวลาพูดในมาตรานี้มากหน่อยนะครับ ผมสงวนความเห็นไว้ทั้งหมด ๒๖ มาตรา ขอใช้เวลามากเฉพาะมาตรานี้ส่วนมาตราหลัง ๆ ที่สงวนความเห็นไว้ ผมติดใจ ทุกมาตราแต่ว่าถ้าจําเปึนต้องชี้แจงก็จะใช้เวลาประมาณ ๒-๓ นาที จะไม่เยอะ บางมาตรา ก็จะไม่ชี้แจง เหตุผลที่ผมขอสงวนความเห็นในมาตรานี้เนื่องจากว่ากฎหมายนี้มีความสําคัญ อย่างยิ่ง เปึนกฎหมายที่เปึนการใช้อํานาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยทางตรงของ ประชาชน คือแต่เดิมนี้ในท้องถิ่นเมื่อประชาชนในท้องถิ่นไปโหวตเลือกผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ระหว่างวาระดํารงตําแหน่ง ๔ ป้ จะมีความประพฤติไม่ดีอย่างใด ๆ ก็ต้องรอให้ครบ ๔ ป้ก่อน จึงจะไปโหวตอีกครั้งหนึ่งเพื่อไม่เลือกเขานะครับ แต่ว่าการที่มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาทําให้ ประชาชนนี้สามารถเข้าชื่อถอดถอนเขาเสียเมื่อไรก็ได้ หากมีความประพฤติไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นแท้จริงกฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง แต่ว่าในการจัดทําร่างกฎหมาย ฉบับนี้กลับไปนําบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการสอบสวนเข้ามาเพิ่ม ซึ่งผมต้องขอขอบพระคุณ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่มีมติให้ตัดบทบัญญัติเรื่องการสอบสวนออกเสียทั้งหมดนะครับ เนื่องจากว่าการที่จะไปใช้อํานาจในการกํากับดูแลท้องถิ่นควรไปทําไว้ในกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่แล้ว แต่กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายของประชาชนโดยแท้ เพราะฉะนั้น ต้องกล่าวเรื่องการให้อํานาจประชาชน ผมขออนุญาตมีประเด็นที่อยากจะชี้แจงแทนท้องถิ่น ทั่วประเทศ แทนผู้บริหารท้องถิ่นแล้วก็แทนสมาคมด้วยนะครับ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ มีกรรมาธิการบอกว่าเหตุที่สมาคมท้องถิ่นเข้ามาค้านร่างกฎหมายฉบับนี้เนื่องจากกลัวอํานาจ ประชาชน คือผมเองมีตําแหน่งในสมาคมต่าง ๆ ของท้องถิ่นเกือบทุกสมาคม แล้วก็เคยเปึน เลขานุการของ ๓ สมาคมหลัก ก็คือสมาคม อบต. สมาคมสันนิบาตเทศบาลและสมาคม อบจ. ในการพิจารณายกร่างประมวลกฎหมายท้องถิ่นมาก่อน ผมขออนุญาตถือโอกาสชี้แจง แทนนายกท้องถิ่นแล้วก็สมาชิกสภาท้องถิ่นทั่วประเทศว่าเหตุผลที่เข้ามาคัดค้านในร่าง กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เขากลัวอํานาจประชาชน เพราะว่าเขาได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่เข้ามาแต่ ก็ติดใจบางประเด็นเท่านั้นเองก็คือการที่ไปเพิ่มอํานาจสอบสวนให้ผู้กํากับดูแล ตรงนี้ทําให้เขา ต้องรับผิดชอบต่อผู้กํากับดูแลแทนที่จะรับผิดชอบต่อประชาชน
อีกประเด็นหนึ่งที่ติดใจซึ่งเปึนประเด็นที่ผมขอสงวนความเห็นไว้ก็คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ไปตัดเรื่องที่ดีออกเสียก็คือกระบวนการลงคะแนนโดยลับนะครับ กระบวนการลงคะแนนโดยลับมีความสําคัญอย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่นว่าในครอบครัวเดียวกัน พ่อชอบฝ์ายหนึ่ง แต่ลูกชอบขั้วการเมืองอีกฝ์ายหนึ่ง การที่พ่อไปเลือกไปโหวตคะแนนโดยลับ ลูกก็ไม่รู้ อย่างนี้ก็ไม่เกิดความแตกแยกในครอบครัว แต่ว่าการใช้วิธีเอาชื่อประชาชน มาเป่ดเผยอย่างนี้ พ่อก็สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกตนเองหรือว่าแม้ฝ์ายลูกก็ไปตรวจสอบได้ว่า พ่อตนเองไปลงคะแนนถอดถอนนายก อบต. ที่เขาชอบ นี่เกิดความแตกแยกนะครับ
นอกจากนั้นการเอาชื่อประชาชนมาเป่ดเผยเปึนการทําให้การใช้สิทธิของประชาชน ตามกฎหมายฉบับนี้อยู่ด้วยความหวาดหวั่น เพราะว่าชื่อตนเองไปโชว์ให้ผู้ถูกถอดถอนนั้น รับทราบอยู่ ผู้ถูกถอดถอนสามารถดูชื่อตนเองได้ตลอดเวลา ความกังวลต่อความปลอดภัย ในชีวิตในตนเอง ความกังวลต่อครอบครัว ต่ออิทธิพลต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเราออกแบบ ให้ประชาชนใช้สิทธิในลักษณะที่ทําให้เขาหวาดหวั่นว่าจะเกิดภัยต่อตนเอง อีกอย่างหนึ่ง กระบวนการลงคะแนนโดยลับเปึนการปัองกันการใช้เงินในการซื้อให้เข้าชื่อถอดถอน คือถ้ามีการลงคะแนนโดยลับมันตรวจสอบได้ยากเวลาเอาสตางค์ไปใช้จ่ายว่าเขาจะทําตามที่ ตกลงไว้หรือไม่ แต่ว่าการเอาชื่อมาเป่ดเผยแบบนี้ผู้ที่ใช้เงินไม่ว่ากรณีตัวเองถูกถอดถอนก็ดี หรือเปึนผู้อยากจะถอดถอนผู้อื่นก็ดี ใช้เงินไปเท่าไรสามารถไปตรวจรายชื่อของประชาชน ที่โชว์อยู่ได้ทันที แล้วก็ตามหลักสากลที่ค้นดูทุกประเทศทั่วโลกไม่มีประเทศไหนเขาทํากัน ที่ไปเอาชื่อประชาชนมาเป่ดเผยในลักษณะนี้ นี่ก็เลยเปึนเหตุผลว่าทําไมกระผมจึงขอสงวน ความเห็นให้เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนโดยลับเข้ามาในร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ
ทีนี้ประเด็นในมาตรา ๒๕๔ มีประเด็นว่าการที่เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วย การลงคะแนนโดยลับเข้ามาในร่างกฎหมายฉบับนี้ เปึนการเกินกรอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ หรือไม่ จะสังเกตเห็นว่าบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการสอบสวนนี้ก็ไม่มีในเนื้อความ ตามมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญ แต่ในร่างกลับเขียนเพิ่มมาได้ เพราะฉะนั้นในกระบวนการ ลงคะแนนโดยลับก็เปึนเพียงหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งผมมองว่า สามารถเพิ่มเข้ามาในกฎหมายฉบับนี้ได้ โดยเฉพาะประเด็นสําคัญคือถ้าไม่เพิ่มนี้จะเกิด ความวุ่นวายในท้องถิ่นทั่วประเทศ ไม่ว่าตั้งแต่ระดับครอบครัวอย่างที่ผมยกตัวอย่าง ในชุมชน ท้องถิ่นก็เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ์าย เพราะเห็นกันชัดว่าฝ์ายโน้นเลือกข้างฝ์ายนี้ถอดถอนคนนี้ ด้วยเหตุตามที่นําเรียนมากระผมจึงติดใจที่จะสงวนความเห็นเพื่อให้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับ กระบวนการลงคะแนนโดยลับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ กรรมาธิการ ดิฉันได้สงวนความเห็นในส่วนของมาตรา ๗ โดยขอให้กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาลที่ได้ผ่านการรับหลักการในวาระหนึ่งมา เนื่องจาก ตัวมาตรา ๗ จะเปึนมาตราที่เปึนหัวใจอีกมาตราหนึ่ง เพราะเปึนการกําหนดตัวจํานวน
ของคนที่จะมีสิทธิเข้าชื่อว่าจะใช้จํานวนคนเท่าไรในการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือว่า ผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งในร่างที่ผ่านวาระหนึ่งมาจะมีการกําหนดว่าให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิ เข้าชื่อกันเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้น เพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นได้ ซึ่งกรณีที่มีการกําหนดว่าให้ใช้จํานวน เกินกึ่งหนึ่งเนื่องจากเพื่อให้เกิดความเปึนธรรมแล้วก็ให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าในการเลือก ผู้บริหารท้องถิ่นหรือว่าสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้นจะมีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากน้อยต่างกันเพียงใด หรือว่าในเขตนั้นจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากน้อยต่างกันเพียงใด แต่ว่าวิธีการคํานวณจะใช้ วิธีการเดียวกันก็คือว่าต้องมีการเข้าชื่อกันเกินกึ่งหนึ่งของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ในเขตเลือกตั้งนั้น
สําหรับในร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ถ้าพิจารณาดี ๆ จะเห็นว่ามันมี ความลักลั่นกันอยู่ เนื่องจากได้กําหนดในส่วนของจํานวนไว้แตกต่างกันตามจํานวนคน ที่มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง อย่างเช่น ในกรณีแรก ถ้าไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ คน จะใช้ ๒ ใน ๓ ของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือ ๖๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากว่าเกิน ๕๐,๐๐๐ คน แต่ไม่เกิน๑๐๐,๐๐๐ คน ใช้ ๑ ใน ๒ หรือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากว่าเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน จะใช้ ๑ ใน ๕ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์
จะเห็นได้ว่ายิ่งเปึนเขตเลือกตั้งที่มีคนเยอะจํานวนที่ใช้ในการลงคะแนนถอดถอนก็จะมี จํานวนยิ่งน้อยลง เพราะฉะนั้นอาจจะทําให้เกิดความลักลั่นกันในการเข้าชื่อเพื่อที่จะ ถอดถอนได้ กรณีนี้ทางดิฉันจึงเห็นว่าควรจะกลับไปใช้ในร่างที่เสนอมาจากรัฐบาลแล้วก็ ได้ผ่านการรับหลักการมาในวาระหนึ่ง
ท่านสรชาติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สรชาติ สุวรรณพรหม กรรมาธิการเสียงข้างน้อยอีกท่านหนึ่ง ที่ได้สงวนความเห็นเอาไว้ ความเปึนจริงก็เห็นคล้อยตามกับท่านกฤษฎีกาว่าการที่ทาง กรรมาธิการเสียงข้างมากไปแบ่งชั้นต่าง ๆ เพื่อที่จะให้มีระดับต่าง ๆ ในการถอดถอน ผู้บริหารท้องถิ่น ผมเองก็เกรงเช่นเดียวกันกับท่านกฤษฎีกาซึ่งท่านจะเห็นตามร่างเดิม คือใช้ ๑ ใน ๒ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใดก็แล้วแต่ นั่นก็คือ ร่างเดิมที่ผ่านกฤษฎีกา ผ่าน ครม. มานั้นจะเปึน ๑ ใน ๒ ส่วนร่างที่คณะกรรมาธิการ ผ่านขึ้นมาแบ่งเปึนชั้นต่าง ๆ ซึ่งดูแล้วชั้นที่ ๑ ใช้เสียง ๒ ใน ๓ ในการไปลงคะแนน ๒ ใน ๓ ก็คือ๖๖ เปอร์เซ็นต์ขึ้น ดังนั้นผู้ถูกถอดถอนจะมาค้านไม่ให้ถูกถอดถอนใช้ประมาณ ๓๓-๓๔ คนเท่านั้นเองใน ๑๐๐ ท่าน แต่ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้บริหาร หรือสมาชิกต้อง ใช้เสียงถึง ๖๗ คน มันเปึนโอกาสซึ่งจะถอดถอนได้ยากมาก ไม่ได้แตกต่างอะไรกับกฎหมาย เมื่อป้ ๒๕๔๒ เลยครับ ใช้เสียง ๓ ใน ๔ อันนั้นคือ ๗๕ เปอร์เซ็นต์เลย เราจึงจะเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เปึนต้นมา ซึ่งเรามีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญเมื่อป้ ๒๕๔๐ แต่ถามว่ากฎหมายเมื่อป้ ๒๕๔๒ นั้นทําไมต้องกําหนด ๓ ใน ๔ ป้ ๒๕๔๒ ผมเปึนกรรมาธิการ ท่านหนึ่งในกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากกฎหมายฉบับเมื่อป้ ๒๕๔๒ นั้น รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ให้ใช้เสียง ๓ ใน ๔ กําหนดในรัฐธรรมนูญเลยครับ กรรมาธิการก็แก้ไขอะไรไม่ได้เลย เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นล็อกเอาไว้ที่เสียง ๓ ใน ๔ ซึ่งผมได้กราบเรียนเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วว่าตรงนี้คือมาตราที่เปึนข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ว่านอกจากเปึน รัฐธรรมนูญที่ดีในการจัดระเบียบการปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วนั้น เสียข้อเดียวก็คือข้อ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมนี่แหละครับ ไปกําหนด ๓ ใน ๔ ไว้ในรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการ ออกกฎหมายเมื่อป้ ๒๕๔๒ ก็ทําอะไรไม่ได้เมื่อรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ที่ ๓ ใน ๔ รัฐธรรมนูญ
ป้ ๒๕๕๐ ไม่ได้กําหนดไว้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ยิ่งเป่ดโอกาสให้มากยิ่งขึ้น ตามที่กราบเรียน ไปแล้วว่าเป่ดโอกาสให้ไม่ต้องลงคะแนนด้วยซ้ําไป จึงเปึนที่มาของมาตรา ๗ ว่าทําไมไม่มีการ ไปลงคะแนนเพื่อการถอดถอนเข้าชื่อแล้ว ลดขั้นตอนไปอีก ๑ ขั้นตอน เมื่อลดขั้นตอนแล้ว ถ้ามองในแง่ข้อเท็จจริงก็คือว่าการไปลงคะแนนเสียงนั้นต้องตั้งหน่วยเลือกตั้ง ใช้ กกต. ค่าใช้จ่ายเท่ากับการเลือกตั้ง แต่ในเมื่อเราจะให้อํานาจประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ กํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ทําไมไม่ให้ประชาชนเข้าชื่อแล้วก็เป่ดเผยกัน ตรงไปตรงมา กฎหมายฉบับนี้จึงเปึนการเป่ดเผยตรงไปตรงมาว่าให้ประชาชนนั่นแหละครับ เปึนคนตัดสินใจในเมื่อเลือกเข้ามาแล้ว ใช้เสียงประชาชนเกินกึ่งหนึ่งจะรู้ว่าออกหรือไม่ออก ถามว่าคนที่ออกตามกฎหมายฉบับนี้มีความผิด ไม่ครับ สามารถไปลงเลือกตั้งได้ใหม่โดยไม่มี ความผิด ซึ่งแตกต่างจากการออกโดยใช้อํานาจผู้กํากับดูแล ถ้าผู้กํากับดูแลนั้นใช้อํานาจ ในการถอดถอนท่านแล้ว ตัดสิทธิท่านทางการเมือง ๕ ป้ ๑๐ ป้ ตามกฎหมายที่มีอยู่ มันจะแตกต่างกัน
ดังนั้นจึงจะเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ เปึนข้อดีในมาตรานี้ว่า ที่เป่ดโอกาสให้กรรมาธิการได้ไปคิดว่าจะใช้เสียงเท่าไรในการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกผู้บริหารท้องถิ่น ผมเห็นด้วยกับทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านกฤษฎีกา เสนอมา แต่ผมเองส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยกับทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้าใช้ ๑ ใน ๒ ทั้งหมดนั้นมันก็จะกลายเปึนองค์กรขนาดใหญ่อย่าง กทม. อย่าง อบจ. เทศบาลนคร โอ้โห ถ้าใช้กึ่งหนึ่งก็ต้องใช้จํานวนมากมายมหาศาล ลดได้ไหม ลดหลั่นลงมาได้ไหมว่าถ้าเปึน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่นั้นไม่ต้องใช้ ๑ ใน ๒
ผมได้นําเสนอให้เห็นภาพว่าตามที่ข้อบกพร่องของกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้น ในเลเวล (Level) แรกหรือระดับที่ ๑ หรือ (๑) ที่ท่านเห็นในมือท่าน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่อยู่ในตรงนั้น คิดเฉลี่ยให้เห็นแล้วว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถ้าจะใช้ตามร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมากผ่านมาก็คือใช้ ๒ ใน ๓ ในการถอดถอน ก็คือ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ถึงจะถอดถอนได้ใน ๑๐๐ คน ส่วนเลเวล (Level) ที่ ๒ นั้นลดมากึ่งหนึ่งก็คือ ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน มีเหลือไม่กี่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว มี อบจ. ขนาดใหญ่เท่านั้นเอง เทศบาลนครนิดหน่อย ส่วนเลเวล (Level) ที่ ๓ ใช้ ๑ ใน ๕ ก็คงจะมีเฉพาะ กทม. แห่งเดียวเท่านั้นที่ใช้ตรงนี้ได้ เมื่อมองแล้วมันไม่ได้เปึนธรรมกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งพยายามจะกําหนดเปึนเลเวล (Level) อย่างนี้ขึ้นมา ถามว่า กฎหมายเดิมเมื่อป้ ๒๕๔๒ กําหนดเปึนเลเวล (Level) คือตรงไหนครับ กฎหมายเดิมลงชื่อ เพื่อไปลงคะแนนเราทําเลเวล (Level) ครั้งแรกในป้ ๒๕๔๒ ซึ่งผมเปึนกรรมาธิการ เพื่อให้ เปึนการเข้าชื่อได้ง่ายเท่านั้นเอง แต่การลงคะแนนใช้ ๓ ใน ๔ เหมือนเดิมตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญกําหนดเมื่อป้ ๒๕๔๐ แต่วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดทั้งเรื่อง ไปลงคะแนนแล้วก็เรื่องกําหนดว่าสัดส่วนจะเท่าไรให้เปึนไปตามกฎหมาย กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยผมก็เลยคิดว่าอยู่ตรงกลางระหว่างของท่านกฤษฎีกา ๑ ใน ๒ ทุกองค์กร ผมขอใช้เปึน ๑ ใน ๒ ๑ ใน ๓ แล้วก็ ๑ ใน ๕ ลดหลั่นลงมา จะเห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในมาตรา ๗ ซึ่งผมเสนอเอาไว้ ๑ ใน ๒ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่เปึนของตนเอง อาจจะเปึน อบต. เทศบาล เมืองพัทยา พวกนี้ถือว่ามีพื้นที่เปึนของตัวเองเกิดขึ้น มีพื้นที่ดูแล ซึ่งเปึนไปตามหลักการของกฎหมายแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ในมาตรา ๑๖ นั้นของกฎหมายแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ให้อํานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่เปึนของตนเองมีอํานาจเหมือนกัน ทุกอย่าง เมืองพัทยามีอะไร อบต. มีอํานาจเหมือนกับเมืองพัทยาเลย กฎหมายเมื่อป้ ๒๕๔๒ ส่วนมาตรา ๑๗ คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีอํานาจหน้าที่เฉพาะที่ไม่ซ้ําซ้อนกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่นนั้น ๆ อยู่ชั้น ๒ ลอยขึ้นมา ผมก็มองว่า อบจ. ควรจะใช้ ๑ ใน ๓ ๑ ใน ๒ เฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่เปึนของตนเอง ๑ ใน ๓ ก็คือ อบจ. ทั่วประเทศเหมือนกันหมดไม่ให้แตกต่างกัน ไม่ให้ลักหลั่นกัน ไม่อย่างนั้น จะมี อบจ. เล็ก อบจ. ใหญ่อยู่ในเลเวล ๑ (Level 1) อยู่ในเลเวล ๒ (Level 2) และอยู่ใน
เลเวล ๓ (Level 3) ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเข้ามา มันก็จะมีปัญหาในการที่จะไปใช้ กฎหมายฉบับนี้ในการไปลงคะแนน เพราะผมเชื่อแน่ว่าในการถอดถอนเรื่องไม่ได้จบที่ การถอดถอนเสร็จผู้กํากับลงความเห็นแล้ว จะต้องไปจบกันที่ศาลปกครองทั้งหมด เมื่อไปขึ้น ศาลปกครองแล้วก็ไม่มีใครตัดสินใจได้ว่าจะเปึนอย่างไรที่จะออกมาอย่างนั้น มันจะเปึนโมฆะก็ได้ ถ้าไปใช้ ๒ ใน ๓ ไปใช้ ๑ ใน ๒ แล้วก็ไปใช้ ๑ ใน ๕ ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากมา ส่วนผมมีความเห็นว่า ๑ ใน ๕ นั้นเฉพาะ กทม. ที่เดียว เพราะในกฎหมายแผนและขั้นตอน การกระจายอํานาจมาตรา ๑๘ นั้น กทม. ก็เปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นองค์กรเดียว ที่ทั้งจังหวัดนั้นไม่มีชั้นล่างเลยก็คือให้ ๑ ใน ๕ ของ กทม. ซึ่งหลักการนี้นั้นผมเชื่อได้ว่า นอกจากจะเปึนหลักการที่อยู่ตรงกลางระหว่างของท่านกฤษฎีกากับของกรรมาธิการ เสียงข้างมากแล้วนั้น ผมอยู่ตรงกลางพร้อมที่จะโหวตและเปึนกฎหมายได้ว่าสมาชิกสภา แห่งนี้นั้นต้องการให้การตัดสินสมาชิกผู้บริหารท้องถิ่นกับผู้บริหารท้องถิ่นจะใช้เสียงเท่าไร ๑ ใน ๒ ๑ ใน ๓ หรือ ๑ ใน ๕ ตามที่ผมนําเสนอได้ไหม นอกจากนี้แล้วนั้นผมได้ปกปัอง เสียงข้างน้อยเอาไว้ด้วยว่าจะถอดถอนเขาได้ อย่างผู้ว่า กทม. ได้เสียงเปึนล้าน ๆ ท่านก็ต้อง ใช้เสียงให้มากกว่าผู้ว่า กทม. ได้ ไม่ใช่ใช้ ๑ ใน ๕ อย่างเดียว ไม่พอครับ นั่นคือสิ่งที่ผม ปกปัอง ปกปัองไปที่นายก อบจ. ด้วย เสียงจะถอดถอนนายก อบจ. นั้นจะต้องได้มากกว่า นายก อบจ. ได้รับคะแนนเสียงเข้ามา นั่นคือสิ่งที่ผมได้แปรญัตติเอาไว้เปึนส่วนตรงกลาง ระหว่างของท่านกฤษฎีกาซึ่งอาจจะมองไปแล้วกระด้างเปึนหน่อยหนึ่ง ๑ ใน ๒ ทุกองค์กร องค์กรใหญ่ก็ใช้ ๑ ใน ๒ หมด ของผมเลยอยู่ตรงกลาง ส่วนของกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้น ๒ ใน ๓ ๑ ใน ๒ ๒ ใน ๓ ไปแล้ว ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนการถอดถอนได้ยากมาก
ซึ่งก็จะทําเหมือนกับกฎหมายเมื่อ ๒๐ กว่าป้ที่แล้ว ไม่สามารถถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ได้เลย ถามว่าถอดถอนได้ไหม ได้ประมาณอยู่ ๔ ครั้ง ๔ ครั้งก็คือเฉพาะนายก อบต. กับนายกเทศบาลท้องถิ่นตําบลเท่านั้น นอกนั้นโต ๆ มาไม่มีการถอดถอนได้เพราะมันใช้เสียง ๓ ใน ๔ นั้นเปึนไปไม่ได้อยู่แล้วในการที่จะไปถอดถอน กฎหมายฉบับนี้เป่ดโอกาสให้ คณะกรรมาธิการและท่านอยู่ตรงนี้เปึนผู้พิจารณาว่าท่านจะเลือก ๑ ใน ๒ ตามที่ ร่างกฤษฎีกาซึ่งสงวนตามร่างเดิมของผมซึ่งอยู่ตรงกลาง หรือจะไปเอาตามกรรมาธิการ ซึ่งเทไปที่ ๒ ใน ๓ ถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ว่าองค์กรขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้น นั่นคือสิ่งที่ผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๗ จะต้องเปึนการตัดสินใจของท่านผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านว่าจะเอาอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ
กรรมาธิการ ที่ขอสงวนหมดแล้วนะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ กรรมาธิการจากพรรคก้าวไกลครับ ผมสงวนความเห็นตาม มาตรา ๗ ในเรื่องของหลักการการใช้สิทธิของพี่น้องประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอน ซึ่งในนานาอารยะมีรายงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าของรัฐสภาแห่งนี้เขียนรองรับว่า การเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องใช้โดยวิธีลับ นั่นหมายความว่าชื่อของพี่น้องประชาชนที่จะเข้าชื่อถอดถอนคนที่ตัวเองเคยไปเลือก หรือไม่เลือกก็แล้วแต่ แต่ในเมื่อมีพฤติการณ์หรือมีพฤติกรรมที่ใช้อํานาจตามกฎหมาย แล้วก็เข้าข่ายที่จะเข้าชื่อถอดถอนได้ ผมคิดว่าถ้าไม่ระบุเรื่องการลงคะแนนเสียงโดยลับเอาไว้ ย่อมขัดในหลักการใหญ่ของการใช้สิทธิของพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น ผมยังยืนยันติดใจว่าขอแปรญัตติในมาตรา ๗ ว่าการลงคะแนนเสียงจะต้องเปึนไปตาม หลักสากลคือลงคะแนนโดยตรงและลับเหมือนกับที่เราไปลงคะแนนเลือกผู้บริหาร ทั้งระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่น ท่านประธานครับ ร่างนี้เสนอโดย ครม. เข้ามา เราประชุมกรรมาธิการกันก็ได้ความจริงขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้วกระทรวงมหาดไทยยกร่างขึ้นมา โดยไม่มีเรื่องอํานาจสอบสวนด้วยซ้ํา แต่ก็มีการเติมโดยกฤษฎีกาเข้ามา สุดท้ายก็กลายเปึน ณ วันนี้ก็ถอนออกไปทั้งหมด เพื่อไม่ให้สับสนผมก็คิดว่าสภาแห่งนี้จะได้รับทราบข้อมูล ที่ตรงไปตรงมาว่าร่างนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ที่สําคัญครับ กฎหมายที่ออกโดยสภาแห่งนี้ไม่ควร
ไปดูหมิ่นดูแคลนผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นที่เขามาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชน เราควรคิดบวกว่าแม้กฎหมายเดิมป้ ๒๕๔๒ ให้เข้าชื่อถอดถอนแล้วก็เกิดผลน้อย นั่นไม่ได้หมายความว่าจะมีเหตุผลที่จะมาออกกฎหมายเพื่อจะให้ตัวชี้วัดในการถอดถอน เพิ่มมากขึ้นต่างหาก ผมยืนยันว่าในหลักการในการแปรญัตติตามมาตรา ๗ ว่าจะต้อง ลงคะแนนโดยวิธีลับครับ ขอบพระคุณครับ
มีท่านสมาชิก จะซักถามนะครับ เชิญท่านทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ก่อนครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอสนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ท่านประธานคะ ตามหลักประชาธิปไตยแล้วประชาชน มีอํานาจสูงสุด มีอํานาจในการเลือกตั้งผู้แทนของเขาไม่ว่าไปทําหน้าที่ทั้งระดับชาติ ระดับ ท้องถิ่น รวมถึงมีอํานาจหน้าที่ในการตรวจสอบการทําหน้าที่ของผู้แทนที่เขาเลือกไปด้วย ซึ่งหลังจากประชาชนเข้าคูหาโหวตเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกนั้นต้องอยู่ไป ๔ ป้ การดํารงตําแหน่งของเขาจะประพฤติดี ประพฤติไม่ดี ประชาชนก็ต้องทนไปอีก ๔ ป้
แต่เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้เข้ามาก็เปึนการเพิ่มทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น ในการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นโดยไม่ต้องรอให้ครบวาระ ๔ ป้ ซึ่งหากสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นคนนั้นบริหารท้องถิ่นผิดพลาดหรือประพฤติไม่ดี ซึ่งจะเปึนการเพิ่มอํานาจตรวจสอบให้กับการทํางานของประชาชนในการตรวจสอบ สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และเพิ่มพลังให้กับประชาชนด้วย แต่สิ่งที่น่าเปึนห่วง ในกฎหมายฉบับนี้ก็คือการกําหนดให้นํารายชื่อประชาชนที่ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นมาเป่ดเผย หากกฎหมายฉบับนี้ไม่มีกระบวนการลงคะแนนโดยลับ การนํารายชื่อประชาชนที่ถอดถอนมาเป่ดเผยตามที่กรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนอย่างที่ดิฉันจะขออภิปรายดังนี้ค่ะ ประชาชน ในท้องถิ่นจะใช้สิทธิด้วยความหวาดกลัว หวั่นเกรงต่อภัยที่อาจเกิดแก่ตนเองและครอบครัว โดยฝ์ายประชาชนและการใช้สิทธิของประชาชนตามร่างกฎหมายนี้ออกแบบให้ประชาชน ใช้สิทธิด้วยความหวาดระแวง หวาดกลัวต่อภัยที่อาจจะเกิดขึ้นต่อตนเองและครอบครัว เพราะมีการนําชื่อของตนเองเข้าไปเป่ดเผย เพราะว่าการนําชื่อของตนเองเข้าไปเป่ดเผย ผู้ที่ถูกถอดถอนก็นึกว่าต้องมีความโกรธแค้นโกรธเคือง เพราะฉะนั้นการใช้สิทธิของประชาชน ก็จะไม่เปึนตามหลักในการใช้สิทธิโดยเสรีหรือฟรีโหวต ฝ์ายผู้ถูกถอดถอนได้เห็นชื่อประชาชน ที่ถอดถอนตนเองว่าใครได้ถอดถอนตนเองบ้างก็อาจจะทําให้มีการทําร้ายกัน เพราะท่านประธาน จะเห็นว่าการเมืองโดยเฉพาะเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้ยังดีขึ้น เมื่อก่อนมีการถึงการฆ่ากันเลย เพราะฉะนั้นการให้เอารายชื่อประชาชนออกมาเป่ดเผยว่าเปึนผู้เข้าชื่อถอดถอนก็อาจจะทําให้ ประชาชนที่ลงชื่อนั้นมีความหวาดกลัว แล้วไม่มีความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองด้วย แล้วจะมีการขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ์ายอีก มันมีมากมาย ครอบครัว ๆ หนึ่งมีการชอบ ในการเมืองแตกต่างกัน หากมีการถอดถอนก็อาจจะทําให้มีการขัดแย้งในครอบครัว ในชุมชน เพราะฉะนั้นการลงชื่อลับจะเปึนการดีที่สุดที่จะเปึนการปกปัองประชาชน แล้วกฎหมายนี้ หากผ่านไปฝ์ายการเมืองท้องถิ่นก็จะมีเงิน มีอํานาจ ถ้ารู้ว่าประชาชนคนไหนถอดถอน ชื่อตัวเองออกก็เอาเงินไปซื้อเสียงได้ เมื่อซื้อแล้วก็ให้ประชาชนถอนชื่อออก อันนี้ก็เปึนการ ที่จะปัองกันการซื้อเสียง การที่เราจะมีท้องถิ่นที่เข้มแข็งต้องมีการกระจายอํานาจจาก ส่วนกลางอย่างแท้จริง เพราะว่าท้องถิ่นดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงแล้วก็รู้ชัดเจน มากกว่าส่วนกลางเสียอีก เพราะฉะนั้นการที่จะทําให้ท้องถิ่นเข้มแข็งเราก็ต้องมีระบบ
การตรวจสอบ โดยผู้ตรวจสอบที่ดีที่สุดก็คือพี่น้องประชาชน การทําท้องถิ่นและบ้านเมือง ถ้าจะทําให้ท้องถิ่นบ้านเมืองเสียหายแม้แต่วันเดียวก็ไม่สมควรอยู่ในอํานาจต่อไป ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านประชาชนไม่ต้องรอจนถึง ๔ ป้ ก็สามารถถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ ซึ่งถ้าหากเราต้องรอ กฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านบางทีเราต้องรอถึง ๘ ป้ด้วยซ้ํา ซึ่ง ๘ ป้มานี้บางทีผู้นําที่ไร้ความสามารถเราก็ต้องทนอยู่ เพราะฉะนั้นดิฉันขอสนับสนุน ให้มีการจัดตั้งลงคะแนนโดยลับในการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และในอนาคตก็อาจจะมีการปรับปรุงให้เปึนการถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้บริหารประเทศได้ต่อไป ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน จุลพันธ์ แล้วก็ท่านสาทิตย์หลังจากนั้น เชิญท่านจุลพันธ์ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ .... ในมาตรา ๗ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานในการใช้สิทธิแล้วก็อภิปรายไปยังเพื่อนสมาชิก แล้วก็ทุกท่านที่เปึนกรรมาธิการในประเด็นซึ่งค่อนข้างจะมีความสําคัญ
ประเด็นแรก ผมไม่ได้มาทักท้วงท่านในเรื่องของว่าจะรับหรือไม่รับอย่างที่ ท่านได้ห่วงใยกังวล แต่แน่นอนกระบวนการถ้าเกิดว่ามันจะเดินหน้าต่อไปถ้ามันยังเปึน ลักษณะแบบเป่ดเผยกลไกที่ท่านทํามาผมไม่เชื่อว่ามันจะบรรลุผลได้ เพื่อนสมาชิกอภิปราย มาหลายท่านแล้ว กระบวนการในการเดินหน้าเพื่อให้มีการเข้าชื่ออย่างเปึนการลับนั้น จึงจะเปึนทางออก ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าในตัวร่างพระราชบัญญัติเองนั้นมันเปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ซึ่งมีการพูดถึงว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีสิทธิในการที่จะ เข้าเสนอข้อบัญญัติหรือเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารได้ มันจึงมีความจําเปึน จะต้องออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ถึงแม้ว่าโดยส่วนตัวลึก ๆ นั้นพรรคเพื่อไทยเองด้วย เราไม่ได้มีความเห็นด้วยเพราะว่าเลือกตั้งท้องถิ่นมันก็เหมือนกับเลือกตั้ง ส.ส. ๔ ป้ มีวาระของมันมันก็ไปตามกระบวนการของมัน ถ้าเกิดว่าสุดท้ายทําดีประชาชนก็เลือก ทําไม่ดี ประชาชนก็เปลี่ยนคนก็เท่านั้นนะครับ กลไกมันมีตามระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ซึ่งกรอบเวลา มันเปึนเวลาที่เหมาะสม แต่เมื่อมันมีเขียนในร่างรัฐธรรมนูญถึงแม้จะไม่เห็นด้วยมันดําเนินเรื่อง เข้ามามันก็มีความจําเปึนที่เราจะต้องออกกฎหมายเพื่อให้มันเปึนไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในมาตรา ๗ นั้น ท่านพยายามที่จะปรับแก้ แน่นอน ท่านถูกสมาชิกในห้องนี้ให้ท่านไปแก้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่แก้มาครั้งนี้ผมต้องเรียนด้วย ความเคารพท่านพยายามที่จะปรับเปึน ๓-๔ กลุ่ม คือกลุ่มที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยก็ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐ คน เข้าชื่อ ๒ ใน ๓ ถอดถอนได้เลย ในกลุ่มกลาง ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน ขนาดกลางถ้ามาเข้าชื่อกันเกินครึ่งถอดถอนได้เลย ในเขตที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน เข้าชื่อกันเกิน ๑ ใน ๕ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ถอดถอนได้เลยเช่นเดียวกัน แต่มีข้อแม้ว่าจะต้อง มากกว่าคะแนนที่เขาได้รับเลือกตั้ง อันนี้ผมเข้าใจนะครับ
แต่ประเด็นสําคัญที่ผมจะนําเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ไปยังกรรมาธิการนั่นก็คือท่านไปดูมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ เปึนกระบวนการ ในการออกกฎหมาย เขากําหนดว่าเราจะต้องมีกระบวนการในการทําไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การทําประชาพิจารณ์ เป่ดเผยการรับฟังความคิดเห็น การวิเคราะห์ต่อประชาชนประกอบ การพิจารณาในทุกขั้นตอน ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกกรอบระยะเวลาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมายที่เราได้ทํามา แต่กระบวนการนี้มันผ่านมา ก่อนที่จะเข้าสู่สภาในวาระหนึ่ง ได้มีกระบวนการไปสอบถามประชาชน ไปทําประชาพิจารณ์
เรียบร้อย แต่ในคําถามที่ไปถามประชาชนเขาไม่ได้ถามในสิ่งที่ท่านได้แก้มา นี่คือกระบวนการ ที่มันอาจจะเกิดข้อผิดพลาดในขั้นตอนของกฎหมาย แล้วมันจะเปึนปัญหาในระยะยาวต่อไป เพราะคําถามที่ท่านไปประชาพิจารณ์ท่านบอกว่าในกระบวนการถอดถอนท้องถิ่น ถ้าเกิดว่า เขาเข้าชื่อกันแล้วกระบวนการถอดถอนจึงจะเริ่มต้นโดยมีกรรมการหรือมีอะไรขั้นตอนต่อไป แต่นี่ท่านเปลี่ยนกระบวนความนั่นก็คือถ้าเข้าชื่อกันครบตามจํานวนที่กําหนดให้ถอดถอนเลย หลุดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมมองว่ามันเปึนการแก้ไขซึ่งมีนัยสําคัญมากและ มันเกินไปกว่าหลักการและเหตุผลที่เรามีกันในขั้นรับหลักการที่เราพูดกันในสภาในวาระหนึ่ง เพราะฉะนั้นมันจึงเปึนการแก้ไขซึ่งออกจะเปึนปัญหา ท่านลองนึกสภาพว่าเพื่อนสมาชิกหรือ กรรมาธิการที่เปึน ส.ส. ลองนึกสภาพดู ถ้าท่านเปึน ส.ส. เลือกตั้งเข้ามามีคนแข่ง ๑๐ คน ๒๐ คนอย่างที่เราเปึนกัน หลายคนเข้ามาในสภาไม่ได้คะแนนเกินครึ่งบางคนก็ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์แต่ได้เปึนสมาชิก เข้ามาแล้วเข้าชื่อถอดถอนได้ ถอดถอนกันด้วยจํานวน เกินครึ่ง ถ้าคนที่เขาลงมติให้คนอื่นเขามารวมตัวกันหมดแล้วเขามาเข้าชื่อถอดถอนท่าน ท่านหลุดเลยนะครับ คิดในหลักการเดียวกันถามว่ามันยุติธรรมหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมจึง มองว่ากระบวนการที่มันเกิดขึ้นมันเปึนการแก้ไขที่มากเกินควรเกินไป นอกจากนั้นในเรื่อง ของความลักลั่นก็คือท้องถิ่นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ใช้สัดส่วนที่ต่างกันก็เปึน ประเด็นซึ่งจะต้องมีข้อถกเถียงกันต่อไปอีกยาวนาน
และประเด็นสุดท้ายนั่นก็คือในส่วนเรื่องของจํานวนผู้มาใช้สิทธิในการถอดถอน นั่นเอง ท่านใช้คําว่า ต้องมีผู้มีสิทธิเข้าชื่อกันเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ในเขตเลือกตั้ง ท่านใช้คําว่า จํานวนของผู้ไปใช้สิทธิ ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่สําคัญนะครับ เพราะผู้ที่จะมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนคือใครครับ คือประชาชนที่อยู่ในเขตเลือกตั้งและเปึนผู้มีสิทธิ ไม่ใช่ผู้เสียสิทธิ
ถ้าท่านใช้จํานวน อย่างเช่นบอกว่าใช้ครึ่งหนึ่ง เอาเขตเลือกตั้งที่มีขนาดกลางของท่าน ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน ถ้าท่านบอกว่าใช้ครึ่งหนึ่งของคนที่มีสิทธิหมายความว่ามีประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ต้องใช้ ๕๐,๐๐๐ คน อันนี้เข้าใจได้ แต่ถ้าเกิดท่านบอกว่าใช้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่มาใช้สิทธิ ครั้งก่อนอาจจะมีผู้มาใช้สิทธิเพียงแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับ ๖๐,๐๐๐ คน หมายความว่า ๓๐,๐๐๐ รายชื่อหลุดแล้ว มันไม่ใช่เปึนจํานวนที่เยอะเลยนะครับ มันจะทําให้ เกิดปัญหาและเกิดความขัดแย้งในชุมชนอย่างมหาศาล ท่านอาจจะเข้าใจว่าก็เขาไม่ใช้สิทธิ เขาก็เสียสิทธิ แต่มันไม่เกี่ยวนะครับ กระบวนการใช้สิทธิและเสียสิทธิมันเปลี่ยนแปลงแปรผัน ตลอดเวลา หมายความว่าอะไร ผมใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งหน้า ในการเลือกตั้งผมมีสิทธิ ผมไปลงใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ แต่ถ้าผมไม่ใช้สิทธิ ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งถัดไปหมายความว่าผมเสียสิทธิในการเลือกตั้งสิ่งใด ๆ ก็ตาม ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่งหรือจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งก็ได้ มันไม่ได้หมายความว่าผมไม่ใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว เมื่อเวลาถอดถอนผมจะมีสิทธิ หรือไม่มีสิทธิมันไม่ได้ชี้ชัดเช่นนั้น เพราะฉะนั้นท่านใช้จํานวนของผู้ไปใช้สิทธิครั้งก่อนผมมองว่า เปึนตัวเลขที่จะเกิดปัญหาในการปฏิบัติจริง ก็เปึนประเด็นที่จะฝากไว้ไปยังเพื่อนกรรมาธิการ นี่เปึนหลักการที่สําคัญ กฎหมายมันมีปัญหาในเรื่องของการตรา พวกผมในฐานะสมาชิก พรรคเพื่อไทยผมก็คงต้องงดออกเสียงไว้ก่อน เพราะว่านาทีนี้มันยังเกิดความคลุมเครือ ถ้าท่านไม่สามารถสร้างให้เกิดความชัดเจนขึ้นได้ ด้วยกฎหมายฉบับนี้เราอาจจะเดินหน้า ร่วมกับท่านไม่ได้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน สาทิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานได้ลุกขึ้นอภิปรายในมาตรา ๗ เนื่องจากคณะกรรมาธิการมีการแก้ไขแล้วก็ เพิ่มเติมข้อความขึ้นมาใหม่ ความจริงแล้วผมได้สงวนความเห็นและคําแปรญัตติไว้เกือบ ทุกมาตรา แต่ว่าจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในมาตรานี้แล้วก็คงจะไม่อภิปราย ในมาตราอื่นอีกเพราะว่าหลักการนั้นขัดกันโดยสิ้นเชิง มาตรา ๗ จริง ๆ แล้วเปึนการเขียน เสมือนกับเปึนหัวใจของพระราชบัญญัติเรื่องของการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น
และผู้บริหารท้องถิ่น แต่ที่ผมเห็นว่ามีการเขียนเพิ่มเติมเข้ามาเสมือนกับเปึนหัวใจของ ตัวกฎหมายถอดถอนฉบับนี้ก็คือผมคิดว่ามีปัญหา ๒ อย่าง คือ ๑. ถ้าเขียนแบบนี้จะทําให้ กระบวนการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นแทบเปึนไปไม่ได้เลย และจะกลายเปึนเหมือนกฎหมายแก้บนที่ต้องเขียนตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น กับ ๒. การเขียน โดยใช้หลักการแบบนี้ยิ่งชี้ให้เห็นว่าเปึนการตีความเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตามใจของ ผู้ร่างโดยที่ไม่ได้คํานึงถึงหลักการประชาธิปไตยเลย ในข้อความที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ มาตรา ๗ (๑) มาตรา ๗ (๒) มาตรา ๗ (๓) และในวรรคที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่นั้นไปเขียนไว้ว่าการที่จะ ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นกับผู้บริหารท้องถิ่นใช้วิธีการแค่ลงชื่อถอดถอนให้ได้ตามจํานวน ก็ถือว่าถอดถอนได้แล้วแปลความอย่างนั้น แต่ที่ผมบอกว่าจะเปึนไปได้ยากเพราะอะไร ใน (๑) ท่านระบุว่าเขตเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ คน ต้องมีผู้มีสิทธิเข้าชื่อกันเกิน ๒ ใน ๓ ของจํานวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้น และจํานวนดังกล่าวต้องมี ไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงเลือกตั้งที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นได้รับ ในการเลือกตั้งครั้งนั้นด้วย นั่นหมายความว่าผู้ที่จะไปลงชื่อถอดถอนจะต้องมากกว่า คะแนนเสียงที่เขาได้รับ แล้วก็เกินกว่าจํานวนเงื่อนไขที่ตัวกฎหมายกําหนดด้วย ผมจะบอกว่า วิธีการแบบนี้แทบเปึนไปไม่ได้เลยด้วยเงื่อนไข ๑. จํานวนที่ระบุเอาไว้ว่าจะต้องมีจํานวนมากกว่า คะแนนซึ่งเขาเคยได้รับเลือกตั้งมา แต่ที่บอกว่าจะเปึนไปไม่ได้ก็เพราะว่าผู้ที่ลงชื่อถอดถอน ต้องถูกประกาศเป่ดเผยชื่อตนเองตามมาตรา ๑๐ และไม่ใช่เป่ดเผยที่เดียว เป่ดเผย ๒ ที่เลยคือ ๑. ป่ดประกาศ ณ ที่ทําการ กับ ๒. มีการโฆษณาลงชื่อ เป่ดเผยชื่อในระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
นี่คือปัญหาที่จะทําให้เปึนไปไม่ได้ ใน (๒) (๓) ก็เช่นเดียวกันครับ ใช้หลักการเดียวกันเลย เพราะฉะนั้นแทนที่จะมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งท่านบอกว่าในกฎหมายป้ ๒๕๔๒ เปึนไปได้น้อย ความจริงมีเคส (Case) ถอดถอนอยู่ ๗-๘ กรณี แต่ยิ่งบัญญัติแบบนี้เสมือนกับป่ดทางเลยครับ ที่จะไม่ให้กฎหมายถอดถอน มีความเปึนไปได้แทนที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่เปึนการปรับปรุงที่ทําให้กระบวนการยิ่งเปึนไปไม่ได้ มากกว่าเดิม กับ ๒. ท่านประธานครับ กรรมาธิการพยายามชี้แจงผมหลายครั้งว่าการเขียน เรื่องเข้าชื่อถอดถอนเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ซึ่งเขียนว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอข้อบัญญัติหรือเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือเพื่อถอดถอน แต่มาตรา ๖ เมื่อสักครู่นี้เห็นได้ชัดเลยว่าท่านตีความ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเอาเองโดยผู้ยกร่างคือกระทรวงมหาดไทย นั่นคือเดิมท่านเขียน กฎหมายว่าเข้าชื่อแล้วสอบสวน ไปเพิ่มอํานาจสอบสวนให้กับคนในกระทรวงมหาดไทย ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเอาไว้ ท่านก็ตีความและเติมขึ้นมาเอง แต่พอโดนสมาชิกสภานี้แย้ง ท่านเอากฎหมายกลับไปท่านไปถอดเรื่องสอบสวนออก แต่ยังคงเรื่องของการเข้าชื่อถอดถอน เอาไว้ ผมไปอ่านเจตนารมณ์แล้วครับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๕๔ เขียนไว้อย่างนี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีการบัญญัติกระบวนการถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา แต่บัญญัติให้การปกครองในระดับท้องถิ่น ประชาชนสามารถถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ เนื่องจากการปกครอง ในระดับท้องถิ่นเปึนการปกครองที่ใกล้ชิดกับประชาชน ประชาชนจะรู้เห็นและรับทราบ การทํางานของสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นตลอดเวลา ประชาชนจึงควรใช้สิทธิ ในการถอดถอน ในการถอดถอน ไม่ใช่เข้าชื่อถอดถอน แต่เวลาท่านตีความ ท่านตีความ เจตนารมณ์ตรงนี้ว่าในเมื่อเขียนไว้ว่าเข้าชื่อ ก็ตีความไปว่าแค่เข้าชื่อก็ถอดถอนได้ แต่ท่านไป เติมเอาเองเดิมทีว่าเข้าชื่อแล้วสอบสวนได้ด้วย แทนที่ท่านจะตีความว่าถอดถอนเปึนไป ตามเดิมก็คือกฎหมายป้ ๒๕๔๒ ต้องเข้าชื่อแล้วไปลงคะแนนถอดถอด นี่คือปัญหาของตัว กฎหมายฉบับนี้ เปึนการตีความเจตนารมณ์ที่ตีความเอาตามใจของผู้ร่าง แล้วที่ผมบอกว่า ขัดหลักประชาธิปไตยเพราะว่าคนจะเปึนสมาชิกสภาท้องถิ่นกับผู้บริหาร ชาวบ้านต้องไปลง คะแนนเสียงเลือกตั้งในคูหาโดยตรงและลับ แต่ถอดถอนใช้วิธีการลงชื่อโดยเป่ดเผย ซึ่งอันนี้ ขัดหลักประชาธิปไตยและการคุ้มครองความลับของประชาชนซึ่งจะใช้สิทธิตามกฎหมาย
และรัฐธรรมนูญครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็พูดในทุกมาตราแล้วก็คงจะ ไม่ลุกขึ้นอภิปรายอีกก็แล้วแต่ที่สภานี้จะลงมติไป แต่ถ้าเราลงไปแบบนี้กฎหมายนี้จะไม่มีผล เหมือนกับกฎหมายแก้บนตามรัฐธรรมนูญ ตีความเจตนารมณ์เอาเองและขัดหลักประชาธิปไตย ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ส่วนหนึ่งซึ่งยังไม่ถึง ในมาตรา ๑๒ แต่ว่ามันเกี่ยวพันกัน ผมก็ขออนุญาตในฐานะที่กรรมาธิการได้มีการแก้ไข ในมาตรา ๗ ผมเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้มีปัญหามาแต่ต้น จริง ๆ เรื่องของการ เข้าชื่อถอดถอน ย้อนเพื่อนสมาชิกพูดหลายคนแล้ว ในป้ ๒๕๔๒ เราให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไปลงคะแนนเสียง ต่อมาก็เปลี่ยน ผมเข้าใจว่าเดิมทีจะเปึนการให้ผู้กํากับมีการสอบสวน
ซึ่งก็มีการเข้ามาในสภาแล้วก็นํากลับไป แล้วกลับมาอีกทีหนึ่งตอนนี้ก็เปึนไปตามมาตรา ๗ ก็คือการเข้าชื่อถอดถอน การเข้าชื่อถอดถอนในมาตรา ๗ ก็แบ่งชั้นของการเข้าชื่อเพื่อให้มี การถอดถอน แต่ผมเรียนท่านประธานว่าวิธีการผมอยากจะถามกรรมาธิการเหมือนกัน ในมาตรา ๗ ซึ่งเขียนไว้ว่าใน (๑) เขตเลือกตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ คน ต้องมีผู้มีสิทธิ เข้าชื่อถอดถอนเกิน ๒ ใน ๓ คือให้ ๒ ใน ๓ นั่นคือชั้นที่ ๑ ในส่วนที่ ๒ (๒) เกิน ๕๐,๐๐๐ คน แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ต้องมีผู้มีสิทธิเข้าชื่อเกินกึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้เรียนแล้ว แต่ใน (๓) ก็คือเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็ต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเกิน ๑ ใน ๕ ซึ่งประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มีข้อจํากัดว่าต้องไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงที่เลือกตั้ง ของสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ได้รับเลือกตั้ง นั่นคือหลักการที่ทําให้เกิดการถอดถอนขึ้น แต่ว่ามันมีคําที่ผมอยากจะถามกรรมาธิการว่าในกฎหมายมาตรา ๒๕๔ มาตรา ๒๕๔ ผมอยากจะอ่านให้ท่านประธานได้ทราบผ่านไปยังกรรมาธิการ เขาเขียนว่า ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้แหละผมอยากจะถามเหมือนกันว่า แล้วทําไมในมาตรา ๗ มาใช้คําว่า จํานวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผมว่ามันจะขัดแย้งกับมาตรา ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ หรือไม่ ท่านจุลพันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ตั้งประเด็นนี้ไว้ ผมคิดว่ากรรมาธิการต้องตอบว่าทําไมต้องเปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นคําว่า จํานวนผู้ไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง ผมยกตัวอย่างเช่น ใน (๑) ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ คน ถ้าผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีแค่ ๓๐,๐๐๐ คน จํานวนมันก็แปรผันไป แต่ถ้าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ใช้คําว่า ผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง จํานวนก็มีความแตกต่างกัน นั่นคือประเด็นที่ต้องอยากให้ตอบคําถามนี้ด้วย แต่ที่เพื่อนสมาชิกกังวลมาก ๆ อันนี้ผมเห็นด้วย และผมก็ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการในการที่ไป เรื่องของการป่ดประกาศ มันมีอยู่ในมาตรา ๑ ป่ดประกาศ เป่ดเผยข้อมูลของผู้ไปลงชื่อ แล้วก็ผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างนี้ อันนี้มันเปึนการประกาศให้รู้กันเลยว่า ใครอยู่ข้างใครอย่างไร อันนี้เปึนอันตรายต่อระบบการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วก็มันจะเกิด ความขัดแย้งที่ใหญ่หลวงเกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชน นั่นเปึนประการสําคัญ
ประการต่อมา ผมอยากจะถามเหมือนกันว่าการกําหนดจํานวนในมาตรา ๗ นั้น ใช้ทั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นเหมือนกันผมไม่ค่อยจะเห็นด้วย แต่เดิมการไปลงคะแนน มันเปึนการลงลับ แม้ว่าจะใช้ ๒ ใน ๓ เหมือนกันอย่างที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ชี้แจงแล้ว อันนั้นก็เปึนไปตามที่มีการแก้ไขในครั้งนี้ แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า
จํานวนสมาชิกสภาท้องถิ่นกับผู้บริหารท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน แล้วในระบบทําไมเขาให้มี การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าการเลือกตั้งผู้บริหาร ท้องถิ่นโดยตรงมันเปึนหลักการที่ทําให้ผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรงนั้นอยู่ได้ ๔ ป้ เหมือนเรา ได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนเข้ามาเขาก็จะให้อยู่ได้จนครบวาระอันนี้ก็เช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้นแม้ว่าหลักการมันจะทําให้เกิดการให้พี่น้องประชาชนได้มีการตรวจสอบ ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นก็ตาม ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องตอบโจทย์ แล้วมีการรัดกุมเพื่อพี่น้องประชาชนได้ทําหน้าที่มากกว่าที่จะไป ผมคิดว่าเปลี่ยนหลักการไป ๒-๓ ครั้งแล้ว แล้วแต่ละครั้งเข้ามามันมีคําถามเยอะแยะเกิดขึ้นในมาตราต่อ ๆ ไป นั่นก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในมาตรา ๗ ก็คือว่าถ้าครบตามจํานวนนี้ผู้บริหารท้องถิ่นหลุดเลยนะครับ สมาชิกสภาท้องถิ่นหลุดเลย มันไม่มีอะไรที่จะทําให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนนั้นได้ใช้สิทธิ ของเขาโดยลับเพื่อที่จะเอาผู้บริหารท้องถิ่นคนนั้นออกไป แล้วมีหลักการที่ดีกว่า ที่กรรมาธิการได้ทํามา ผมก็อึดอัดใจว่าทําไมกฎหมายแก้ไปแก้มาแย่ไปกว่าเดิมอีก ผมก็กังวลอยู่ ก็กราบเรียนท่านกรรมาธิการได้ตอบคําถามให้ชัดเจนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ยังมีท่าน สมาชิกสนใจจะซักถามอีกหลายท่าน ท่านมานพเชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมือง ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิในฐานะสมาชิก เนื่องจากว่ามาตรา ๗ กรรมาธิการได้มีการแก้ไข ผมมีความสนใจและให้ความสําคัญ โดยเฉพาะเรื่องของกระบวนการและวิธีการถอดถอน ผมมองว่ากระบวนการถอดถอนที่อยู่ ในร่างนี้ว่าให้มีการลงชื่อและเป่ดเผยผมคิดว่าผมไม่เห็นว่ามันจะสามารถดําเนินการได้จริง ๆ ในพื้นที่เลย อันนี้คือเปึนประเด็นที่ผมมองเห็น ท่านประธานลองนึกภาพสิว่ากระบวนการ เลือกตั้งของสภาท้องถิ่น ไม่ว่าจะ อบต. จะเทศบาล กระบวนการที่ประชาชนใช้สิทธิเพื่อที่จะ คัดเลือกตัวแทนต่าง ๆ เหล่านี้เขาก็ใช้วิธีลับ สิ่งที่ผมคิดว่ามันไม่สามารถจะดําเนินการได้ และจะถอยหลังเยอะกว่าเดิมผมคิดว่ามันมีความอันตรายอยู่ ๒-๓ เรื่องมันยังไม่บรรลุผลเลย
อันที่ ๑ คือว่าคนมาใช้สิทธิ ที่บอกว่าใช้สิทธิแล้วก็ลงชื่อแล้วก็มีการเป่ดเผย ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย สิทธิที่เขาไปใช้เขาไม่ได้รับการคุ้มครองเพราะคุณ ได้เป่ดเผย ซึ่งประเด็นต่อมาก็คือผมคิดว่ามันเปึนการเป่ดเผยตัวตนที่จะเลือกข้างที่ชัดเจน เกินไป ซึ่งโดยวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยวัฒนธรรมของคนในชุมชนมันจะแรงขนาดไหน เขาไม่สามารถที่จะเลือกข้าง วันใดวันหนึ่งเขาต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ไม่งานศพก็งานแต่ง
งานบุญ งานสังคมอะไรพวกนี้ครับ เขาก็อยู่ในบริเวณ ๕ ตารางกิโลเมตร ๑๐ ตารางกิโลเมตร และเขาเปึนเครือญาติกัน เขาเปึนพื้นที่กัน แต่ความคิดเห็นทางการเมือง กระบวนการ ที่เป่ดเผยผมคิดว่าอันนี้เปึนความอันตรายที่จะนําไปสู่การขัดแย้งตั้งแต่การเลือกข้างกัน
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่ากระบวนการอย่างนี้ถ้าหากว่ามันมีอํานาจเข้ามาแทรกแซง ย่อมมีการคุกคามของฝ์ายตรงข้ามที่เห็นต่าง เพราะฉะนั้นก็คือจะเกิดความอันตราย เราไม่รู้ว่า มันจะมีเครื่องมือปัองกันอย่างไรถ้าเราเป่ดเผย
ประเด็นที่ ๓ ผมเข้าใจว่าความร้าวฉานที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าตั้งแต่ระดับ ครอบครัว ชุมชน ไปถึงเครือข่ายในพื้นที่แน่นอน เพราะว่าเรารู้ตัวตนและจะไม่จบในแค่ การเป่ดเผยชื่อ คนที่ถูกเป่ดเผยชื่อจะถูกวิวาทะ จะเจอปะทะสังสรรค์กันทุกกิจกรรม ของสังคมที่เขาเจอกัน อันนี้ผมคิดว่าที่ท่านแก้ไขบอกว่าจะต้องเป่ดเผยมันไม่สามารถ ดําเนินการได้เลย มันจะถอยหลังเข้าคลองแย่กว่าฉบับเดิมอีก ทีนี้ในแง่ถ้าหากว่าเราป่ดลับ ผมคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลายคนก็อภิปรายไว้พอสมควรแล้ว ผมคิดว่าการป่ดลับมันเปึนกระบวนการที่มันได้รับการคุ้มครองอยู่แล้ว เพราะว่าเราเข้าไปในคูหา ผมจะรักใคร ผมจะชอบใคร ผมจะเกลียดใคร ผมจะกาใคร ผมจะหาเสียงอย่างไร ใครจะเอากับผม หรือไม่เอากับผม เพื่อนในครอบครัว เพื่อนข้างบ้าน เพื่อนในวงต่าง ๆ เหล่านี้เขาจะเอากับผม หรือไม่เอากับผม
ผมคิดว่ามันเปึนสิทธิที่เขาก็มีสิทธิ ๑ สิทธิ ๑ เสียงเหมือนกันเวลาเข้าคูหา วิธีการใช้สิทธิ แบบลับ อันนี้ได้รับการคุ้มครอง ผมคิดว่าเมื่อสิทธิได้รับการคุ้มครองคนที่จะออกมาใช้สิทธิ มีความเชื่อมั่นครับ ต่างกันที่เป่ดเผยว่าสิทธิที่บอกว่าไปใช้สิทธิและเป่ดเผยตัวเอง ผมคิดว่า ความเชื่อมั่นไม่เกิดขึ้น ไม่มีทางที่จะออกมา แต่ถ้าหากว่าเปึนกระบวนการป่ดลับ ผมคิดว่า อย่างน้อยที่สุดก็คือว่าตัวเองคิดอย่างไร ใช้สิทธิแบบไหน นั่งด้วยกันอาจจะคุยกันบอกว่า เอาด้วยกัน แต่ว่าเอาเข้าจริง ๆ ลึก ๆ ข้างในของแต่ละคนอาจจะต่างกัน กระบวนการใช้สิทธิ ตรงนี้มันได้รับการคุ้มครอง ส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าเปึนเรื่องของหลักฐานสากลที่ทุกคน มีความคิดต่างความเห็นต่าง มันจะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเลยเพราะว่ามีเครื่องมือ เครื่องมือที่ว่าเปึนกระบวนการที่สากล เปึนหลักการสากล ทุกประเทศทุกกระบวนการ แม้แต่การเลือกตั้งในระดับประเทศที่พวกเรามานั่งอยู่ตรงนี้ มันก็คือเครื่องมือที่จะปัองกัน เครื่องมือที่เปึนการยอมรับว่าเมื่อมีคนคิดต่างเห็นต่างมันมีเครื่องมือหนึ่ง เครื่องมือตรงนี้ที่เราใช้ กระบวนการลับตรงนี้ โดยสรุปถ้าหากว่าจะมีการเป่ดเผยใน พ.ร.บ นี้เป่ดเผยข้อมูลสําหรับคน ที่มาใช้สิทธิในการถอดถอน ผมคิดว่ากฎหมายแบบนี้จะเปึนกฎหมายที่จะมีเจตนารมณ์ในการ ทําลายการเติบโตของท้องถิ่นครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านต่อไป ท่านปกรณ์วุฒิ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในมาตรานี้สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็คงได้อภิปรายไปแล้วว่าสิ่งที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากได้ร่างมาใหม่ ได้แก้ไขมามันผิดหลักประชาธิปไตยแล้วมันก็ผิดหลักการ ลงคะแนนที่เปึนแบบลับ ซึ่งก็ส่งผลทั้งเรื่องของความกังวลในความปลอดภัยของผู้ที่เข้าชื่อ ถอดถอนและอาจจะนําไปสู่การที่กฎหมายนี้จะไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง เพราะว่าคงไม่มี ใครที่จะสามารถรวบรวมชื่อได้มากขนาดนั้นจริงหากเปึนการเป่ดเผย จริง ๆ แล้วผมคิดว่า หลักการมันเปึนหลักการง่าย ๆ คือถ้าเขามาแบบไหนเขาก็ต้องหลุดไปแบบนั้น นายกรัฐมนตรี ในสภาพการเมืองปกติที่ไม่ได้เอาคน ๒๕๐ คน ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาร่วมเลือก เขาก็มาได้จากมติของสภาผู้แทนราษฎรและเขาก็ถูกถอดถอนได้จากมติในการไม่ไว้วางใจ ของสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน พรรคการเมืองเข้ามาอยู่ในสภาได้ด้วยคะแนนเสียงของ
ประชาชน ฉะนั้นถ้าพรรคการเมืองจะหายไปก็แปลว่าประชาชนจะต้องไม่เลือกเขา ไม่ใช่ เอาคน ๙ คนขึ้นมานั่งบัลลังก์แล้วก็บอกว่าพรรคนี้ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว เช่นกันครับ ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งในคูหาเลือกตั้ง ถ้าเขาจะถูกถอดถอน เขาก็ต้องถูกถอดถอนในคูหาเลือกตั้งเหมือนกัน ถ้าจะมีการถอดถอนกันก่อนที่จะครบวาระ มันก็ควรจะเปึนการลงประชามติในคูหาเลือกตั้งเหมือนกัน ไม่ใช่เอาคนกลุ่มหนึ่งจํานวนเท่าเกณฑ์ ที่ตั้งขึ้นมาลงชื่อกันแล้วก็ให้เขาหลุดออกจากตําแหน่งไป ดังนั้นผมคิดว่าคําถามนี้คงเปึน คําถามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากจะต้องตอบคําถามสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามในร่างที่กรรมาธิการแก้ไขมาผมคิดว่าก็มีปัญหา มีความลักลั่นอยู่ในตัวมันเอง อยู่พอสมควร ที่ได้ไปแบ่งเขตเลือกตั้งไว้เปึน ๓ ประเภท เปึนเขตเลือกตั้งเล็ก เขตเลือกตั้งกลาง เขตเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งแก้จากร่างที่เราผ่านวาระหนึ่ง กันไปในชั้นรับหลักการผมลองอ่านแล้ว มันดูแปลก ๆ ผมก็เลยลองคํานวณในเอกซ์เซล (Excel) ดูเล่น ๆ เมื่อสักครู่ผมสมมุติตัวเลข ขึ้นมาเองเลยว่าการเลือกตั้งมีผู้ไปใช้สิทธิประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และผู้ชนะการเลือกตั้ง ได้รับคะแนนเสียงประมาณ ๑ ใน ๓ ของผู้ไปใช้สิทธิทั้งหมด ซึ่งอันนี้ผมอ้างอิงมาจากการ เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เขาก็ได้คะแนนเสียงเกิน ๑ ใน ๓ มาไม่มากสักเท่าไร ๑ ใน ๓ ก็เปึนตัวเลขที่เปึนไปได้นะครับ ผมพบว่าถ้ามีเขตเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๕๐,๐๐๐ คน จะเปึนแบบเล็ก จะเปึนแบบ (๑) มาใช้สิทธิ ๓๐,๐๐๐ คน ถ้าจะถอดถอนต้องใช้ ๒ ใน ๓ ของผู้มาใช้สิทธิคือ ๒๐,๐๐๐ คน อีกเขตเลือกตั้งหนึ่งมีผู้มีสิทธิ ๖๖,๖๖๖ คน มาใช้สิทธิ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๔๐,๐๐๐ คน เกณฑ์คือครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิคือ ๒๐,๐๐๐ คน อีกเขตหนึ่ง มีประชากรผู้มีสิทธิ ๑๐๑,๐๑๐ คน มาใช้สิทธิ ๖๐,๖๐๐ คน และก็ต้องใช้ผู้ที่มาลงชื่อถอดถอน เท่ากับประมาณ ๑ ใน ๓ เพราะ ๑ ใน ๕ ไม่พอ
เพราะว่าผู้ชนะได้ ๑ ใน ๓ จะใช้ผู้ที่ต้องถอดถอน ๒๐,๐๐๐ คน ๓ เขต มีผู้มีสิทธิ ๕๐,๐๐๐ คน ผู้มีสิทธิ ๖๖,๖๐๐ คน กับผู้มีสิทธิ ๑๐๑,๐๐๐ คน แต่ใช้ตัวเลข ๒๐,๐๐๐ คนเท่ากันในการ มาลงชื่อถอดถอน ผมอยากถามว่าที่แก้จากกึ่งหนึ่งมาเปึน ๓ วงเล็บใช้หลักคณิตศาสตร์อะไร หรือใช้หลักสถิติอะไรที่มาเขียน ๓ ตัวเลขนี้ขึ้นมา ๒ ใน ๓ กึ่งหนึ่ง ๑ ใน ๕ เอามาจากไหน เอามาจากสถิติทั่วไปแล้วก็พบว่ามันไม่ได้มีความลักลั่นย้อนแย้งหรือเปล่า หรือว่าแค่คิดขึ้นมาเอง คือมันเปึนตัวเลขที่จะพลอตกราฟ (Plot graph) ขึ้นมา เขาเรียกว่าฟังก์ชัน (Function) ที่มันดิสครีต (Discrete) มันไม่ต่อเนื่องครับ มันขึ้นไปแล้วก็หายไป ลงมาแล้วก็ขึ้นไปใหม่ แล้วก็ลงมาอีก แล้วก็ขึ้นไปใหม่ ผมก็เลยไม่เข้าใจตรรกะในการใช้ความคิดการแบ่งเขต ๓ วงเล็บนี้ว่ามันเอามาจากไหน ผมอยากทราบคําตอบจากกรรมาธิการเสียงข้างมากจริง ๆ ว่าเลข ๒ ใน ๓ เลขกึ่งหนึ่ง และ ๑ ใน ๕ อ้างอิงมาจากอะไร ขอบคุณครับ
ท่านศรีนวล เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ข้าเจ้าขอร่วมอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับปรับปรุง) ในมาตรา ๗ ข้าเจ้าเห็นด้วยและให้การสนับสนุน อย่างเต็มที่ ผู้มีสิทธิเข้าชื่อผู้ใดเห็นว่าสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใดจงใจทอดทิ้ง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และอํานาจ อันจะเปึนเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือมีความประพฤติในทางที่จะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียหรือก่อความไม่สงบเรียบร้อย แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือพฤติกรรมส่อไปทางทุจริต หรือกระทําการอันเปึนการขัด แห่งผลประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิเข้าชื่อกัน อันนี้ข้าเจ้าเห็นด้วย เพราะว่า ณ ปัจจุบันนี้การเลือกตั้งแต่ละครั้งนั้น ไม่ว่าสภาท้องถิ่น อบต. เทศบาล องค์การ บริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปหาเสียงขอชาวบ้าน เรียกร้องให้ชาวบ้านลงเข้าชื่อ เพื่อตัวเองจะเข้ามาเปึนผู้บริหารท้องถิ่น ตอนที่จะเข้ามาเรียกร้องความสนใจ พอดีบางคน เข้ามาแล้วละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ลงพื้นที่ ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา
ทุกวันนี้ประชาชนหลายที่ หลายแห่ง หลายหนเรียกร้องอยู่เสมอว่าบางครั้งเลือกคนผิด จะพิจารณาอย่างใดที่จะเอาเขาออกได้ ถ้ากฎหมายนี้ออกมาประชาชนเปึนสิ่งที่ประทับใจ อย่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติเหมือนกัน ตั้งแต่รากหญ้าจนถึงสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนกินเงินเดือนเปึนภาษีของประชาชนทั้งหมดนะเจ้า ดังนั้นทุกคนเมื่อเข้ามาสู่ตําแหน่ง จะต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง แล้วประชาชนก็ยังฝากถามมาบอกว่าท่าน ส.ส. ถ้าเข้าสภาแล้ว ถ้าถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นได้ แต่ถ้าเปึนสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก็ได้กินเงินเดือนภาษีประชาชนเหมือนกันขอให้พิจารณาด้วย ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าไปอยู่ในตําแหน่งแล้วละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ หลังจากการเลือกตั้งแล้วไม่ลงพื้นที่ ทิ้งประชาชนเดือดร้อน ไม่สนใจไยดีประชาชน ขอถามใครจะเปึนผู้ถอดถอน ส.ส. หรือ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ประชาชนฝากถามมาว่าถ้า ส.ส. ออกกฎหมายถอดถอน ผู้บริหารท้องถิ่นเท่ากับปลาเล็กกินปลาใหญ่ แล้วปลาเล็กไม่มีโอกาสที่จะมากินปลาใหญ่ อันนี้ก็คือเปุ่นเปรียบเทียบให้ฟังนะเจ้า และที่ผ่านมาสภาล่มมาหลาย ๆ ครั้งเพราะสมาชิก ผู้ทรงเกียรติละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ทําให้สภาล่ม
เสียโอกาสที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ที่การเลือกตั้งผ่านมาแต่ละครั้ง อันนี้ประชาชน ฝากมาถามประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้าเจ้ามาวันนี้เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชนอยากจะตั้ง คําถามทุกท่านทุกคนว่าเมื่อเราออกกฎหมายถอดถอนท้องถิ่นแล้ว และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ แล้วใครจะมาถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอฝากเรียนถาม ท่านประธานนะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า
กรรมาธิการ ตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ต้องกราบขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาได้ให้ข้อคิดตลอดจนให้ข้อท้วงติง เปึนประเด็นจํานวนค่อนข้างมาก ก็ใคร่ขอถือโอกาสนี้นะครับ หลังจากผมชี้แจงแล้วขออนุญาต ให้ท่านกรรมาธิการตัวแทนเสียงข้างมาก ท่านวิกรมก็ดี ทางกฤษฎีกาก็ดี ช่วยชี้แจงในประเด็น ที่เกี่ยวข้องด้วยกัน ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า มาตรา ๗ มันเริ่มที่เหตุ ที่จะนําไปสู่การถอดถอนได้มันต้องมีเหตุในวรรคหนึ่งว่าต้องกระทําผิดเรื่องการจงใจทอดทิ้ง ละเลยปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติเปึนประการที่ ๑ เสียก่อน ทีนี้ถ้าหากว่าดูเปรียบเทียบตามร่างเดิมที่มาจาก ครม. จะเห็นว่าร่างของ ครม. นั้นไม่ได้แบ่ง ประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหลากหลาย ตั้งแต่ขนาดเล็ก ตั้งแต่ อบต. เทศบาล ตําบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ตลอดจนไปถึงกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา ไม่ได้แบ่ง ประเภทและไม่ได้แบ่งจํานวน เพราะฉะนั้นการที่ตามร่าง ครม. ได้พูดรวม ๆ แต่เพียงว่า เมื่อเข้าเหตุที่จะถอดถอน เข้าชื่อเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนผู้ไปใช้สิทธิ นี่ร่างของ ครม. ที่ทาง กรรมาธิการรับมา แต่เมื่อมาสู่การพิจารณาของกรรมาธิการแล้ว เปึนธรรมดาอยู่เองที่ทาง กรรมาธิการมีความเห็นที่หลากหลายมาก เพราะว่าเปึนข้อเท็จจริงที่แต่ละท่านก็รับมาจากทั้ง พื้นที่ด้วย จากประสบการณ์ของแต่ละท่านด้วย ซึ่งจํานวนท้องถิ่นเรามีจํานวนเปึนหมื่น ก็เปึน ธรรมดาอยู่เอง เพราะฉะนั้นกรรมาธิการก็มาคิดว่าเราจะเอาจุดฐานของความชอบธรรม เรื่องบุคคลผู้ที่จะเข้าสู่ตําแหน่งและจะถูกถอนออกจากตําแหน่งนี้คือตัวเลขอะไร แล้วจะเกิด ความเปึนธรรมมากที่สุด แล้วต้องพิจารณาไปถึงประเภทท้องถิ่นหลายประเภท แต่ละ ประเภทมีเขตเลือกตั้งแตกต่างกัน ขนาดใหญ่ก็จะเปึนที่ทุกคนรู้จักดี เช่น กรุงเทพมหานคร
ผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนเกินล้านเสียงขึ้นไปก็เปึนประเด็นที่มาพิจารณา ในขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กอย่าง อบต. หมู่บ้านเล็ก ๆ ก็มีเขตเลือกตั้ง มีฐานของ ความชอบธรรมคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่มาก เพราะฉะนั้นเราได้ดูเรื่องของความเปึนจริง เรื่องเขตเลือกตั้ง เรื่องผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่องเขตเลือกตั้งและกฎหมายเดิม ป้ ๒๕๔๒ จึงได้มา พิจารณาแยกแยะทั้งหมดเปึน ๓ เลเวล (Level) หรือ ๓ ขั้นตอนที่ปรากฏอยู่ใน (๑) (๒) (๓) (๑) เขตเลือกตั้ง เราใช้คําว่า เขตเลือกตั้ง เพราะว่าเขตเลือกตั้งนั้นเปึนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นของเรา
เขตเลือกตั้งก็มีแตกต่างกัน เขตเลือกตั้งของเทศบาลก็ไม่เหมือนกันกับ อบต. เขตเลือกตั้งของ อบจ. ก็แตกต่างออกไป เพราะฉะนั้นการใช้เขตเลือกตั้งจึงเปึนการกําหนดเปึนการชี้ลงไปว่า ภายในองค์กรเขต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมันมีเขตเลือกตั้งก็น่าจะเปึนจุดสัมพันธ์ จุดที่จะสร้างความเปึนธรรมที่ดีที่สุด เขตเลือกตั้งที่เราแบ่งออกเปึน ๓ ประเภท ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ คน จาก ๕๐,๐๐๐ คน ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน จากเขตเลือกตั้งเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไป แต่ทั้ง ๓ ประเภทนี้จะถูกล็อกด้วยว่าจะถอดถอนทั้ง ๓ ระดับนั้น ขีดเส้นใต้ว่าจะต้องมีจํานวน ไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงเลือกตั้งที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นได้รับเลือกตั้ง ในครั้งที่ผ่านมา จุดนี้ถือว่าเปึนจุดหลักประกันให้กับผู้ที่จะถูกถอดถอน ทั้งฝ์ายสมาชิกซึ่งมี เขตเลือกตั้งเล็กกว่า และท่านผู้บริหารซึ่งมีเขตเลือกตั้งทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นจุดนี้จึงเปึนจุดที่เปึนหลักประกันที่น่าจะให้ความมั่นใจ ให้ความน่าเชื่อถือ หรือให้ความเชื่อมั่นกับทางท่านสมาชิกและท่านผู้บริหารที่จะถูกถอดถอนว่าได้รับ หลักประกันที่ดี ที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเราได้กระจายเขตเลือกตั้งแบ่งเปึน ๓ ระดับดังกล่าวนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้เกิดความเปึนธรรม ที่ผมใช้คําว่าฐานคิดของความชอบธรรมของบุคคล ก่อนที่จะเข้าสู่ตําแหน่งและที่จะถูกถอดถอนออกจากตําแหน่งนั่นเอง เพราะฉะนั้นใน (๑) เขตเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ คน คือขนาดเล็ก ตรงนี้ใช้ฐานว่าเข้าชื่อเกิน ๒ ใน ๓ หรืออาจจะประมาณ ๖๖ เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ขีดเส้นใต้ว่า แต่จํานวนดังกล่าว ต้องไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงที่ผู้ที่ถูก หรือสมาชิก หรือผู้บริหารที่ได้รับในการเลือกตั้งครั้งนั้นด้วย ทํานองเดียวกัน ใน (๒) เขตเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่เกิน ๕๐,๐๐๐ คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน เราก็ใช้ผู้เข้าชื่อร่วมกันเกินกึ่งหนึ่ง ตัวเลขนี้ก็มาจากร่างที่มาจาก ร่างของ ครม. นั่นเอง แต่เราก็บอกว่าแต่จํานวนดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่สมาชิกหรือผู้บริหารผู้นั้นได้รับการเลือกตั้งครั้งนั้นด้วย มาสู่ประเภทที่ ๓ คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไป จะใช้จํานวนกึ่งหนึ่ง ก็เปึนจํานวนที่มาก อย่างเช่น เรื่องของ กทม. เราก็คิดว่าจํานวน ๑ ใน ๕ หรือร้อยละ ๒๐ ก็น่าจะเปึนจุดที่เหมาะสม แต่ตัวนี้ก็ต้องรองรับว่าแต่จํานวนดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าคะแนน ที่ได้รับมาในการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นกฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้ก็ได้นํามาทั้งจากร่างของ ครม. นํามาจากกฎหมาย ป้ ๒๕๔๒ นํามาจากฐานคิดบนความชอบธรรมของบุคคลที่เข้าสู่ตําแหน่ง และที่จะถูกถอดถอนออกจากตําแหน่ง และที่สําคัญที่สุดก็คือคํานึงถึงเขตเลือกตั้งสัมพันธ์กับ
ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งประกอบการพิจารณา กระผมยอมรับว่าเปึนการพิจารณาร่างกฎหมาย ที่มีความยุ่งยากและมีความที่สลับซับซ้อนพอสมควร เพราะว่าข้อเท็จจริงบนพื้นฐาน ที่แตกต่างกันจํานวนมาก เพราะฉะนั้นท่านกรรมาธิการจึงมีความเห็นที่หลากหลาย ท่านสมาชิกก็มีความเห็นที่หลากหลายเช่นเดียวกัน คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยอมรับว่า พยายามที่จะปรับไปสู่ที่คิดว่าน่าจะเปึนจุดที่สมดุลที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดเท่าที่พึงกระทําได้ เราจึงได้ป่ดช่องว่างอยู่ในบทตอนท้ายเรื่องการนับจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การนับจํานวน ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ในวรรคท้ายด้วย
และโยงไปที่บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๓ จะเห็นว่าพยายามที่จะป่ดช่องโหว่โดยใช้ประกาศ ของกระทรวงมหาดไทยที่จะออกมาเพื่อป่ดช่องโหว่ที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นนี้กระผม อยากให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเราได้พิจารณาในจุดของมาตรา ๗ ร่วมกันก่อน ส่วนประเด็น เรื่องว่าเปึนความลับ เป่ดเผยจะเปึนอันตราย เกิดปัญหาหลายประการตามมา เพราะอยู่ใน ชุมชนใกล้ชิดอันนั้นก็จะอยู่ในมาตรา โดยเฉพาะอยู่ในมาตรา ๑๐ ถัดไป ทางทฤษฎีกาจะขอ ชี้แจงตอนโน้นเพื่อที่จะให้ท่านผู้มีเกียรติได้กรุณารับทราบประกอบการพิจารณาเมื่อถึง มาตรา ๑๐ ในเบื้องต้นนี้จึงขออนุญาตยืนยันในมาตรา ๗ ตามนี้ และใคร่ขอเชิญท่านวิกรม ช่วยเพิ่มเติมด้วยจากการสัมมนาที่ภาคเหนือด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการ วิกรมชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ ผม วิกรม เตชะธีราวัฒน์ ในฐานะโฆษก คณะกรรมาธิการ สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ผมต้องขอชี้แจงเพิ่มเติมจากท่านคณะกรรมาธิการ ที่ได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่ เนื่องจากว่ามาตรานี้เปึนมาตราที่สําคัญ เปึนหัวใจหลักของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องกล่าวว่ามีมาตราที่สําคัญ ๒ มาตรา ก็คือมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ซึ่งมาตรา ๖ นี้ก็ได้เปึนที่ถกเถียงไปตลอดระยะเวลาในการประชุมคณะกรรมาธิการเรา โดยต้องขอขอบคุณทางสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ที่ได้ตัดวรรคสองในการเข้าชื่อเพื่อสอบสวนออก เพราะว่ามีการขัดแย้งกันมากมายในที่ประชุม เห็นแล้วเปึนเรื่องที่จะทําให้ในสภาหรือว่า ประชาชนจะมีความขัดแย้งกันมากมายจึงสมควรที่จะต้องตัดออกไปครับ ส่วนมาตรา ๗ เปึนมาตราเกี่ยวกับเรื่องของหลักเกณฑ์ในการที่จะพิจารณาว่าควรจะเข้าชื่อถอดถอน จํานวนเท่าไร ส่วนตัวผมเองในการที่จะลงคะแนนลับไม่ลับ จะได้สงวนไว้ในมาตราต่อไป ซึ่งในความเห็นส่วนตัวผมเองในการที่จะลงคะแนนลับสมควรอย่างยิ่ง เพราะว่าการที่จะ เป่ดเผยชื่อของประชาชน เพื่อที่ว่าจะเข้าชื่อหรือไม่เข้าชื่อ จะชอบหรือไม่ถอดถอนผู้ใด เปึนการที่จะทําให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อประชาชน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะเข้าชื่อในการที่จะ เปึนการลงคะแนนทางลับ แต่ในมาตราตรงนี้ที่ได้บัญญัติไว้เปึนเกี่ยวกับเรื่องหลักการซึ่งทาง คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ได้อภิปรายกันหลายรอบ โดยที่เราได้แบ่งหลักเกณฑ์เปึน ๓ ทาง เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความหลากหลาย มี ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง
ทั่วประเทศ และแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของจํานวนพื้นที่ ประชากร งบประมาณ แล้วก็ในการแตกต่างของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทางคณะกรรมาธิการจึงเห็นแล้วว่าเราควรจะต้อง แบ่งสัดส่วนออกเปึน ๓ เลเวล (Level) ด้วยกัน โดยสัดส่วนที่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเราก็แบ่งไว้ที่ ๒ ใน ๓ ซึ่งจะมากกว่ากึ่งหนึ่งร่างที่ผ่านวาระหนึ่งมาแล้ว ส่วนเกณฑ์หลักการที่ ๒ คือ ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน เราแบ่งไว้ที่ไม่เกินกึ่งหนึ่งคือ ๑ ใน ๒ ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน เราแบ่งไว้ที่ ๑ ใน ๕ เนื่องจากว่าถ้าท่าน จะเห็น ยกตัวอย่างทางกรุงเทพมหานครมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า ๔ ล้านคน ถ้าท่านจะแบ่ง ลงชื่อให้เกินกึ่งหนึ่งต้องใช้เสียงมากกว่า ๒ ล้านเสียง ซึ่งเปึนเสียงที่มากเกินไปและไม่สามารถ จะกระทําการได้เลย คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจึงเล็งเห็นว่าควรจะต้องแบ่งเลเวล (Level) ไว้ตามจํานวนที่ได้กล่าวไปนี้ ส่วนเสียงจํานวนน้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน เนื่องจากว่า เรามีทั้งสมาชิก แล้วก็ผู้บริหารเราจึงต้องแบ่ง เพราะว่าถ้าท่านเข้าไปดูข้อมูลจะเห็นว่าจํานวน ของสมาชิกที่น้อยที่สุดแค่หลักร้อยเองครับ
ดังนั้นแล้วทางคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงเล็งเห็นว่าควรจะต้องแบ่งเลเวล (Level) ไว้ ๓ เลเวล (Level) เพื่อที่จะไม่ได้เหมือนเปึนการตัดเสื้อโหลสําหรับทางท้องถิ่นที่มีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศ ขอบคุณมากครับ
เชิญกรรมาธิการ จากกฤษฎีกาได้ตอบชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงศ์ กรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในประเด็นนี้ เนื่องจากทางดิฉันได้สงวนความเห็นไว้ในส่วนของมาตรา ๗ แต่อย่างไรก็ตามมีบางคําถาม ที่ขออนุญาตตอบทางท่านที่ได้สอบถามมา ต่อคําถามที่ว่าในส่วนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ กําหนดว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ทําไมในส่วนของมาตรา ๗ ถึงมีการกล่าวถึงผู้มีสิทธิ เข้าชื่อ แล้วก็มีการกล่าวถึงผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แล้วก็มีการกล่าวถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย มี ๓ คําอยู่ในมาตราเดียวกัน ขอเรียนอธิบายอย่างนี้ว่าในส่วนของมาตรา ๗ จะกําหนด หลักการใน ๒ เรื่อง มาตรา ๗ จะกําหนดเหตุแห่งการถอดถอนว่าผู้มีสิทธิเข้าชื่อจะถอดถอนได้ โดยมีเหตุอะไรบ้าง แล้วก็จํานวนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะใช้สิทธิในการถอดถอน ซึ่ง (๑) ถึง (๓) ตามร่างที่กรรมาธิการเสนอมาจะเปึนวิธีการคํานวณว่าต้องใช้เสียงเท่าไร โดยอาศัย จํานวนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งมากําหนดในชั้นแรกก่อน แล้วก็ถึงจะใช้ตัวผู้ไปใช้ สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้นมาเปึนตัวคํานวณว่าจะใช้ ๒ ใน ๓ หรือ ๑ ใน ๒ หรือ ๑ ใน ๕ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จะเปึนเรื่องของการคํานวณเท่านั้นเพื่อที่จะได้จํานวนว่า ในแต่ละเขตเลือกตั้งตามไซส์ (Size) ที่กําหนดจะต้องใช้จํานวนเท่าไรบ้าง แต่สําหรับหลักการ ในส่วนของมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญก็ยังคงมีอยู่ เพราะว่าในส่วนของร่างพระราชบัญญัตินี้ จะมีการกําหนดไว้เลยว่าผู้มีสิทธิเข้าชื่อจะหมายถึง ในส่วนของมาตรา ๕ จะกําหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องเปึนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนในประเทศนี้จะสามารถเข้าชื่อเพื่อจะ ถอดถอนได้ มาตรา ๕ เราจะกําหนดแค่ว่าต้องเปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเฉพาะในเขตเลือกตั้ง ที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นได้รับเลือกตั้งอยู่ในวันที่ยื่นหนังสือแสดงเจตนา ตามมาตรา ๙ อันนี้คือคุณสมบัติที่ ๑ และคุณสมบัติที่ ๒ ของผู้มีสิทธิเข้าชื่อนอกจากจะต้อง
เปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามเงื่อนไขที่กําหนดเมื่อสักครู่แล้ว ในวันดังกล่าวก็คือวันที่มีหนังสือ แสดงเจตนาเขาจะต้องไม่อยู่ในระหว่างเปึนผู้ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง อันนี้ก็คือตาม มาตรา ๓๙ ของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น หรือต้องไม่ถูกจํากัดสิทธิในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นเนื่องจากว่ากฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ได้มีการกําหนดในมาตรา ๔๒ (๓) บอกว่าผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิ หรือว่าแจ้งเหตุที่ไม่ใช่เหตุอันสมควร ผู้นั้นจะถูกจํากัดสิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด โดยในส่วน (๓) ของมาตรา ๔๒ จะกําหนดห้ามเปึนข้อจํากัดเลยว่าให้จํากัดสิทธิในการเข้าชื่อ ร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น เพราะฉะนั้นนอกจากจะเปึน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว ในมาตรา ๕ เรายังกําหนดเพิ่มเติมในส่วนของผู้มีสิทธิเข้าชื่อว่าจะต้องมี ลักษณะตามที่กําหนดในมาตรา ๕ ด้วย เพื่อให้การเข้าชื่อเปึนไปด้วยความเปึนธรรมแล้วก็ อยู่ในขอบเขตตามที่กฎหมายกําหนดว่าจะต้องเปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่จะทําการ ถอดถอนนั้นด้วยแล้วก็ไม่ถูกต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นในส่วนที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ กําหนดทั้งหมดก็ไม่ได้มีส่วนไหนที่ขัดหรือแย้งกับตัวรัฐธรรมนูญในส่วนของการใช้คําว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือว่าผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือผู้มีสิทธิเข้าชื่อ ตามที่ได้อธิบายให้ท่านทราบ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่าน สรชาติครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ คือมาตรา ๗ หลายท่านก็เห็น ความสําคัญแล้วนะครับ เพราะผมเรียนแล้วว่าการที่แบ่งเปึนชั้นต่าง ๆ มันจะทําให้ลักลั่น กันตรงที่ว่า ๒ กับ ๓ ๑ ใน ๒ แล้วไปกระโดด ๑ ใน ๕
ผมเชื่อได้ว่ามีหลาย อบจ. ครับ ซึ่งอยู่ในทั้ง ๒ แล้วก็ ๓ อบจ. ใดที่ตกอยู่ ๑ ใน ๕ ๑ ในขั้นที่ ๓ คือใช้เสียงแค่ ๑ ใน ๕ เท่านั้นเอง ซึ่งมันจะต่างกันมากกับ ๑ ใน ๒ เปึนตัวเลข ที่แตกต่างกันมาก ถามผมว่ากฎหมายนี้ผ่านตาออกมาได้อย่างไรครับ ผมเองต้องขออนุญาต ยอมรับว่าช่วงที่มันผ่านเปึนเลเวล (Level) ออกมาผมไม่ได้ร่วมประชุมด้วย เนื่องจากว่า ผมมีภารกิจ หากผ่านมาถึงแล้วกรรมาธิการก็ผ่านกฎหมายมาตรานี้ออกไปแล้วว่าทําให้ สร้างปัญหาให้กับการเกิดว่า ๑ ใน ๒ กับ ๑ ใน ๕ ท่านกลับไปดูว่า อบจ. ที่ใช้ ๑ ใน ๒ ต่ํากว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คนมา ใช้ ๑ ใน ๕ มันจะสร้างปัญหาในอนาคต ที่เกิดขึ้น ทางเลือกก็คือขออนุญาตกราบเรียนว่าท่านกฤษฎีกาถึงได้สงวนความเห็นว่ากลับไป ที่ร่างเดิม ๑ ใน ๒ ผมถึงได้สงวนความเห็นเอาไว้ว่าอยู่ตรงกลางก็คือพื้นที่เปึนของตนเองและ ๑ ใน ๒ ๑ ใน ๓ เฉพาะ อบจ. แล้วก็ ๑ ใน ๕ ของ กทม. เพื่อแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นว่า มันลักลั่นกันของแต่ละองค์กรนั้นเอง ผมเชื่อแน่ว่าทั้ง ๓ ร่างตรงนี้ครับ ท่านโหวตอะไร เปึนกฎหมายได้หมด ถ้าท่านกลับไปที่ร่างของกฤษฎีกาก็เปึนกฎหมายได้ ถ้าท่านกลับมา ที่ร่างของผมอยู่ตรงกลางก็เปึนกฎหมายได้ ส่วนร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากจะมีปัญหา ตามที่ผมกราบเรียน ขออนุญาตกราบเรียนว่าท่านเปึนผู้ทรงเกียรติที่จะต้องคิดแล้วว่า จะใช้ตรงไหนเปึนเกณฑ์ในการตัดสินใจว่า ๒ ใน ๓ ๑ ใน ๒ แล้วกระโดดมาที่ ๑ ใน ๕ เลย นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านครับ
มาตรา ๗ มีการแก้ไข กรรมาธิการขอสงวนความเห็น หมายความว่ายังติดใจ ดังนั้นคงจะต้องขอถามมติ เอาไว้ไปถามมติในคราวต่อไปเถอะครับ วันนี้ป่ดประชุมแล้วครับ ขอบคุณมากครับ