ภาคิน สนับสนุนค้ำประกันหนี้ 1.5 แสนล้าน ชี้รักษาเสถียรภาพพลังงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ภาคิน สมมิตรธนกุล สนับสนุนพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันหนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 150,000 ล้านบาท โดยเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ราคาเชื้อเพลิง และค่าครองชีพ พร้อมเน้นบทบาทสำคัญของกองทุนที่ช่วยป้องกันวิกฤตและสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกจากภาคเกษตร เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและส่งเสริมความมั่นคงพลังงานในระยะยาว

นายภาคิน สมมิตรธนกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนพระราชกําหนดผ่อนผันให้ กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ด้วยเหตุผลความจําเปึนที่ขึ้นมาอภิปรายในครั้งนี้ รวมถึงเหตุผลความจําเปึนที่ผมได้เห็น ของรัฐบาลว่าสถานการณ์ของกองทุนติดลบมาตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๖๔ นั้น เครื่องมืออันสําคัญ ของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานนั่นคือ กองทุนพลังงาน กองทุนพลังงานจะเปึนกองทุนที่รักษาระดับราคาน้ํามันเชื้อเพลิงภายใน ประเทศ พลังงานทั้งก๊าซในมิติของประเทศ เพราะฉะนั้นหัวใจใหญ่สําคัญที่ทําให้ประเทศ เรานั้นไม่ขาดพลังงาน น้ํามันมีเติมตลอด พี่น้องเกษตรกรสามารถใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ทางการเกษตรในการทําอาชีพเกษตรได้ตลอดเวลา นั่นคือพลังงานเชื้อเพลิงที่ประเทศเรา ได้นําเข้ามา ถามว่านําเข้ามาขนาดไหน นําเข้ามาเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นมีความจําเปึน ที่จะต้องใช้รัฐบาลที่มีความสามารถ เปึนมืออาชีพที่จะเข้ามาบริหารจัดการในเรื่องของ พลังงาน

ท่านจะเห็นว่าพลังงานนั้นเปึนวิกฤติทั่วโลก หลายประเทศนั้นจะเห็นว่าเกิดจลาจล เกิดการ แย่งชิงการเติมน้ํามันในช่วงโควิด (COVID) ในช่วงน้ํามันขาดแคลน ประเทศเรามีไหม ไม่มี เพราะอะไร เพราะเรามีมืออาชีพในการบริหารจัดการเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะท่านรอง นายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมท่านเปึนมืออาชีพด้านพลังงานที่บริหารจัดการได้ดีทําให้ น้ํามันไม่ขาด บริหารจัดการดีทําให้ประเทศเรามีน้ํามันใช้แบบมีเสถียรภาพ ไม่แพงไม่ถูกเกินไป เทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านของเรา ไม่มีวิกฤติพลังงานที่จะต้องมาแย่งเติมน้ํามัน เกษตรกรยังสามารถใช้เชื้อเพลิงในการที่จะผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง อันนี้สิ เราได้รัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานทําให้ประเทศเราสามารถเดินหน้าเรื่องพลังงานของประเทศได้ ฉะนั้นความจําเปึน ของกองทุน ผมว่ากองทุนมันเหมือนองค์กรธุรกิจอย่างหนึ่ง เขาใช้เวลาในการที่จะให้ กระทรวงการคลังค้ําแค่ป้เดียว ป้เดียว ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คืนแล้ว ถามว่ากู้มาแล้ว เปึนภาระของใคร ไม่ได้เปึนภาระอะไรเลย น้ํามันก็ไม่ได้แพงขึ้น พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้เติม น้ํามันแพงขึ้น เท่าเดิม เพราะกองทุนนั้นมีรายได้เข้ามาทุกวัน กองทุนมีรายได้มาจากผู้ผลิต น้ํามันภายในประเทศ กองทุนมีรายได้จากผู้นําเข้าน้ํามัน ก๊าซธรรมชาติเข้ามาในประเทศ ผู้รับสัมปทานก๊าซธรรมชาติในประเทศต่าง ๆ นี่คือรายได้ของกองทุนที่จะเก็บเข้ามา ที่จะจุนเจือได้มาทุกวัน ไม่ได้ได้มาเปึนป้ ได้ทุกวัน เดี๋ยวก็คืนหมดแล้ว ในเมื่อแนวทางเปึน เช่นนี้ ก็หมายความว่าการบริหารจัดการของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว มาถูกทางเพราะอะไร ๑. เมื่อน้ํามันมีเสถียรภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมันเดินไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ หัวใจใหญ่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการขนส่ง ถ้าหากว่าเชื้อเพลิงพลังงานมันแพง การขนส่งก็แพง ต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ก็แพง สินค้าต่าง ๆ มันแพง และผู้รับภาระคือใครครับ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ต้องมารับภาระ รัฐบาลจะปล่อยวางอย่างนี้ไม่ได้ ผมสนับสนุนเลยจะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะน้ํามันเชื้อเพลิงที่เปึนดีเซล ทุกวันนี้ประเทศไทยเราใช้วันละ ๒๐๐ ล้านลิตร ๒๐๐ ล้านลิตรส่วนใหญ่พี่น้องเกษตรกรใช้ด้วย ภาคการขนส่งก็ใช้ตามมา อันนี้คือหัวใจใหญ่ที่รัฐบาลต้องเข้าไปดูแล เห็นดีด้วยเลยครับ เพื่อให้รักษาระดับราคาต้นทุนการผลิตทุกอย่างมันเปึนไปได้อย่างดี ค่าครองชีพของพี่น้อง ประชาชนก็ยังเปึนไปได้อยู่ อันนี้คือหัวใจสําคัญที่ผมต้องลุกออกมาช่วยสนับสนุนว่าการที่

รัฐบาลออกมาขอกู้ โดยให้กระทรวงการคลังค้ํานั้นมันมาถูกทางแล้วที่เราจะทําให้เสถียรภาพ ของน้ํามันนั้นมีราคาที่เปึนไปได้ครับ

อีกอันที่จะตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเองก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะหาช่องทางที่จะ หาแหล่งพลังงานอย่างอื่น ผมเคยไปกับท่านรองนายกรัฐมนตรีไปที่ประเทศเพื่อนบ้านเรา ไปแสวงหาพลังงานราคาถูกนั่นคือพลังงานน้ําเพื่อหาความร่วมมือในการผลิตร่วมกัน ผลิตเสร็จแล้วก็รับซื้อกลับมาเข้าที่ประเทศเรา อันนั้นคือต้นทุนพลังงานที่ถูกลง แล้วถามว่า ตอนนี้ทิศทางของพลังงานประเทศนั้นจะไปทางไหน ตอนนี้ดูเหมือนเทรนด์ (Trend) ของทั้งต่างประเทศและบ้านเราก็คือทิศทางการส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟัา คืออีวี (EV) รถต่อไปก็อาจจะเติมน้ํามันน้อยลง มันก็จะเปึนทิศทางที่จะใช้เชื้อเพลิงจากไฟฟัา เกษตรกร ก็เช่นเดียวกันก็คือต่อไปเครื่องสูบน้ํา รถไถก็อาจจะเปึนเชื้อเพลิงที่มาจากรถไฟฟัา อันนี้ก็เปึน ทิศทางที่รัฐบาลส่งเสริมอยู่ผมเห็นแล้ว รวมทั้งการที่จะติดตั้งชาร์จเจอร์ (Charger) ส่งเสริม ผ่านมายังการไฟฟัาส่วนภูมิภาค การไฟฟัานครหลวงก็ดําเนินการอยู่ ผมได้เห็นทิศทางที่ รัฐบาลได้ส่งเสริมอยู่ ฉะนั้นแนวทางนี้ก็เห็นว่ารัฐบาลก็น่าจะเข้ามาช่วยส่งเสริมในเรื่องของ พลังงานที่มาจากพืชเกษตรซึ่งผมเคยอภิปรายไว้ว่าดูเหมือนรัฐบาลก็ให้ความใส่ใจมาแล้วว่า ส่งเสริมให้มีการใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตมาจากพี่น้องเกษตรกรก็คือน้ํามันบนดิน ผมเคยพูดย้ํา เสมอว่าน้ํามันบนดินเราส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรช่วยกันผลิตเพื่อลดการนําเข้า มาจาก มันสําปะหลังเปึนเอทานอล (Ethanol) มาจากอ้อยได้ มาจากน้ํามันปาล์ม จากพี่น้องทาง ภาคใต้ก็ผลิตกันเยอะ ทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ผลิตน้ํามันที่มาจากเกษตรกรเปึนน้ํามัน เชื้อเพลิงที่จะช่วยสนับสนุนให้ลดการนําเข้ามาแบ่งเบาภาระกองทุนของเราได้เปึนอย่างดี ท้ายที่สุดนี้ผมก็ขอสนับสนุนรัฐบาลที่จะให้กระทรวงการคลังค้ําประกันในการออก พระราชกําหนดผ่อนผันในการค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุน มั่นใจว่ากองทุนพลังงาน สามารถที่จะใช้คืนภายใน ๑ ป้ ในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอบคุณมากครับ