ศิริกัญญา ตันสกุล ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงจากการที่กระทรวงการคลังอาจต้องค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งอาจโยนภาระให้ประชาชน พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยแผนการกู้ ใช้ และชำระหนี้อย่างชัดเจน รวมถึงท้วงติงการอุดหนุนน้ำมันที่ซ่อนต้นทุนทางการคลัง และเสนอให้เก็บภาษีลาภลอยจากบริษัทน้ำมันเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องรับภาระเพิ่มเติม
เรียนท่านประธานที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้ที่เรามาพิจารณาพระราชกําหนดฉบับนี้ก็เพื่อให้กระทรวงการคลังมีอํานาจ ที่จะค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุนน้ํามัน เราอาจจะลืมพูดเรื่องที่มันพื้นฐานที่สุดที่วันนี้ อาจจะยังไม่มีใครพูด อาจจะพูดเรื่องที่ว่าเราจะหาเงินมาให้กองทุนน้ํามันได้อย่างไรบ้าง หรือว่าจะทําให้น้ํามันราคาลดลงได้อย่างไรบ้าง แต่เรื่องพื้นฐานที่สุดในวันนี้การขอให้ กระทรวงการคลังมาค้ําประกันเงินกู้ก็คือการขอให้ประชาชนเปึนคนค้ําประกันเงินกู้ และเงินกู้ครั้งนี้มีวงเงินสูงถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูว่าถ้ามีเพื่อนของท่านประธาน มาขอให้ท่านประธานค้ําเงินกู้ ท่านประธานอยากจะทราบอะไรบ้างเกี่ยวกับเงินกู้ก้อนนี้ ท่านประธานคงไม่อยากฟังแค่ว่าเพื่อนของท่านประธานลําบากอย่างไร มีความจําเปึนแค่ไหน ที่จะต้องกู้เงิน แต่ว่าเพื่อนของท่านประธานต้องบอกด้วยว่าพอกู้ไปแล้วจะเอาเงินไปทําอะไร แล้วจะกู้แบบไหนบ้าง ดอกเบี้ยเท่าไร แล้วจะใช้หนี้กันอย่างไร ระยะเวลากี่ป้ ถูกต้องไหมคะ แต่มาวันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีแถลงตอนเริ่มต้นไม่มีการพูดถึงอะไรแบบนั้นเลย ไม่มี การพูดถึงแผนการกู้ แผนการใช้เงิน แล้วก็แผนการใช้หนี้ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันเข้าใจดีว่าแผนทั้ง ๓ แผนนี้มีการแถลงในการประชุมคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่ามันเปึนการประชุม วาระลับ เราเลยไม่มีโอกาสที่จะได้ดูแผนเหล่านั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาส เข้าประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ์ายค้านก็คือวิป (Whip) ฝ์ายค้าน มีการเชิญ ตัวแทนจากหน่วยงานเข้ามาชี้แจง ดิฉันก็ถามคําถามเดียวกันแบบนี้เลย วันนี้ทางหน่วยงาน ส่งเอกสารมาแล้ว แผน ๓ แผนมีอยู่แค่ ๑ หน้า ไม่ถึง ๒ หน้าดี แผนการกู้เงินบอกแค่ว่า จะกู้วงเงินแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินที่เหลืออีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้ทยอยเปึน ๖ ครั้ง แต่ว่าก็ไม่ได้บอกว่าจะคืนเมื่อไร แล้วก็ไม่ได้บอกว่าดอกเบี้ยจะเปึนอย่างไร แผนการใช้ ยิ่งหยาบใหญ่เลย บอกแค่ว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจะใช้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ส่วนอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจะใช้จนถึงกรกฎาคม ๒๕๖๖ จบค่ะ ไม่ได้บอกว่าการใช้เงิน จะใช้อะไรไปมากกว่านี้ ส่วนแผนการชําระหนี้ยิ่งแล้วใหญ่เหมือนเดิมบอกว่าจะชําระหนี้ ครบถ้วนของ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกภายในกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ส่วนวงเงินที่เหลือจะใช้ให้จบ
ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๗๒ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะหารายได้จากที่ไหนมาใช้หนี้ ที่ผ่านมา เราก็ลุ้นกันตัวโก่งว่าตกลงกองทุนน้ํามันจะกู้เงินได้หรือกู้เงินไม่ได้ ลุ้นมาตั้งแต่ต้นป้ เพราะก็มี บอกมาว่าตอนนั้นติดลบไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จําเปึนที่จะต้องกู้สถาบันการเงิน แต่ว่า ติดเรื่องทางเทคนิคทางบัญชีก็เลยยังไม่สามารถที่จะยื่นขอกู้ได้ เดี๋ยว สตง. ตรวจบัญชีเสร็จแล้ว ก็จะขอกู้ได้ จะกู้ได้เสร็จภายในเดือนมีนาคม พอเดือนมีนาคมบอกว่าจะกู้เสร็จภายใน เดือนเมษายน พอเดือนเมษายนก็บอกว่าจะกู้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน จนถึงทุกวันนี้ก็ยังกู้ ไม่ได้ ตอนแรกดิฉันก็เข้าใจว่าเปึนเรื่องทางเทคนิคทางบัญชี เพราะว่ามันมีการเปลี่ยนรูปแบบ ขององค์กรของกองทุนน้ํามัน ปรากฏว่าถามไปถามมาจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วสรุปว่าไม่มี แบงก์ (Bank) ไหนกล้าให้กู้ เพราะว่าสภาพคล่องของกองทุนน้ํามันนั้นมีปัญหาจริง ๆ ถ้าเพื่อนท่านประธานมาบอกกันตรง ๆ แบบนี้ว่าการเงินมีปัญหาจริง ๆ สภาพคล่องมีปัญหาจริง ๆ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคตจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ท่านประธานยังจะกล้าค้ําประกันหนี้ ให้เพื่อนคนนี้อีกไหม แล้วมันก็สุ่มเสี่ยงว่าสุดท้ายแล้วก็จะใช้หนี้ไม่ได้ เพราะมันไม่ได้มีแผน เลยว่าตกลงกองทุนน้ํามันจะต้องเก็บอัตราของน้ํามันดีเซลเพิ่มขึ้นเปึนเท่าไรของน้ํามันดีเซล น้ํามันเบนซินเพิ่มขึ้นเปึนเท่าไร
เพราะว่าที่ผ่านมาถ้าเราใช้ข้อมูลย้อนหลัง ค่าเฉลี่ยของการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ของน้ํามันในแต่ละชนิด เฉลี่ยย้อนหลัง ๒ ป้ คือป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ เพื่อจะใช้คืนหนี้ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จําเปึนจะต้องใช้ระยะเวลากว่า ๓๐ ป้ ถึงจะใช้หนี้ได้ครบทุกบาททุกสตางค์ แต่ว่าพอมาดูในแผนการใช้หนี้บอกว่าจะใช้คืนได้ภายใน ป้ ๒๕๗๒ ของวงเงินที่ใหญ่ที่สุดคือ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้คืนภายในป้ ๒๕๗๒ ก็คือว่า อีกแค่ ๗ ป้ ดังนั้นรับรองว่าจะต้องมีการเร่งรัดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันอย่างมหาศาล และแน่นอนว่าตรงนี้ก็จะตกไปเปึนภาระของประชาชนที่จะต้องจ่ายราคาน้ํามันแพง อีกใช่หรือไม่
สุดท้ายค่ะ มันมีต้นทุนอื่น ๆ อีกมหาศาลที่มันถูกซ่อนไว้ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว สภาวะสภาพคล่องของกองทุนน้ํามันแบบปัจจุบันก็แทบจะไม่ได้มีเงินเข้ากองทุนสักเท่าไร สุดท้ายแล้วเงินก้อนใหญ่ที่ใช้ในการอุดหนุนน้ํามันดีเซล น้ํามันเบนซินอยู่ทุกวันนี้มันคือภาษี สรรพสามิตที่เรางดเว้นการเก็บไป ๕ บาทต่อลิตร จนถึงทุกวันนี้เรายังไม่ทราบเลยว่า กระทรวงการคลังสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตไปแล้วกี่บาท ยังไม่ได้มีการเป่ดเผย ตัวเลขอย่างชัดเจน อย่างน้อย ๆ กองทุนน้ํามันยังมีบอกว่าเก็บอะไรไปแล้วเท่าไร แล้วก็ติดหนี้ อยู่เท่าไร แต่สําหรับต้นทุนทางการคลังที่มันซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเปึนภาษีสรรพสามิตที่หายไป ภาษีมูลค่าเพิ่มที่หายไป ไม่มีการชี้แจงไว้ตรงไหนเลย วันนี้ก็ต้องขอเรียกร้องท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงให้เรารู้ด้วยว่าสุดท้ายแล้วภาษี สรรพสามิตหายไปแล้วทั้งหมดเท่าไร เพราะมันก็วนเปึนงูกินหางนี่ละค่ะ ถ้ารายได้กองทุน น้ํามันไม่มีแล้วมาดึงเอาจากรายได้ของสรรพสามิต สรรพสามิตก็ไม่มี สุดท้ายก็ดึงไปที่รายได้ รัฐบาลอยู่ดี เพราะว่าเงินรัฐบาลมันก็คือเงินของรัฐบาลของประชาชน สุดท้ายแล้ว ในภาพใหญ่ที่สุดหนี้สาธารณะจะเปึนเท่าไร เพราะเราทราบกันดีว่าเมื่อกองทุนน้ํามันกู้ ไม่ว่า กระทรวงการคลังจะค้ําหรือจะไม่ค้ําก็จะตกไปเปึนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๐ ล้านล้านบาท สรุปแล้วภาระหนี้ของเราจะมีหน้าตาเปึนอย่างไรในอนาคต
เรื่องสุดท้าย อาจจะมีหลายท่านพูดไปแล้ว เรื่องของการเก็บภาษีลาภลอย เพราะว่าที่ผ่านมาก็เพิ่งเห็นว่า ปตท. มีแค่รายเดียวที่ยอมบริจาคว่ายอมให้เรี่ยไรมาเดือนละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าก็ยังมีอีกหลายเจ้าที่ยังไม่ได้มีการบริจาค ในนี้มีการพูดถึงอยู่ว่า สุดท้ายแล้วไม่อยากที่จะไปเก็บเขา เพราะว่ามันก็จะกลายเปึนการผลักภาระต้นทุนมาที่ราคา
น้ํามันของผู้บริโภค ซึ่งดิฉันคิดว่าถ้าเราเชื่อว่ามันเปึนกลไกตลาดจริง ราคาน้ํามันถูกกําหนด โดยตลาดโลกจริง การเก็บภาษีลาภลอยแบบนี้ย่อมไม่ส่งผลกระทบไปที่ผู้บริโภค ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ