จุลพันธ์ ค้านร่างผ่อนผันค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมัน ชี้ขัดกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ คัดค้านร่างพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเห็นว่าขัดหลักกฎหมายว่าด้วยหนี้สาธารณะและเป็นผลจากความผิดพลาดในการบริหารของรัฐบาลในอดีต ทั้งการไม่สะสมเงินสำรองและการใช้ภาษีที่ไม่สอดคล้องกับความมั่นคงพลังงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการแก้ปัญหากองทุนน้ำมันที่ติดลบตั้งแต่ต้นปี แต่เพิ่งเร่งดำเนินการในช่วงปลายปี รวมถึงตั้งคำถามถึงความจำเป็นและภาระที่อาจตกอยู่กับประชาชนจากการกู้เงินเพิ่มเต็มเพดาน 150,000 ล้านบาท และเสนอทางเลือกอื่นที่ไม่กระทบเศรษฐกิจครัวเรือน เช่น การปรับค่าการตลาดและราคาอ้างอิงน้ำมัน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชกําหนด ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้ส่งมายังสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมต้องเรียนต่อ ท่านประธานว่าผมเองคงให้ความเห็นชอบอนุมัติตัวพระราชกําหนดฉบับนี้ไม่ได้ สาเหตุ หลายประการครับ

ประการแรก ชื่อของพระราชกําหนดนั้นบอกว่าเปึนพระราชกําหนดผ่อนผัน ให้กระทรวงการคลังไปค้ําประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ถามว่าผ่อนผันอะไร ประเด็กแรกเลยมันเปึนการผ่อนผันเพื่อที่จะให้รัฐบาลสามารถละเมิดกฎหมายซึ่งสภา ผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว นั่นก็คือกฎหมายหนี้สาธารณะ เพราะกฎหมาย หนี้สาธารณะไม่อนุญาตให้ทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสามารถดําเนินการได้ด้วยตนเอง จึงต้องผ่อนผัน นี่แหละสิ่งแรก นั่นก็คือรัฐบาลสนับสนุนให้มีการละเมิดกฎหมายโดยถูกต้อง คือเราออกพระราชกําหนดมาเพื่อไปกดทับเอาพระราชบัญญัติซึ่งสภาให้ความเห็นชอบไว้ ในอดีตแล้ว นี่คือประเด็นแรกของปัญหา

ประเด็นที่ ๒ เราต้องมาดูว่าเหตุใดทางกระทรวงการคลังแล้วก็ทางกองทุนน้ํามัน จึงมีความจําเปึนจะต้องมานั่งกู้เงินเพื่อที่จะเอาไปโปะ แน่นอนครับ การกู้เงินกองทุนน้ํามัน มันเคยเกิดขึ้นมาในหลายยุคหลายสมัย กองทุนน้ํามันกู้มาเพื่อที่จะไปลดภาระให้กับ พี่น้องประชาชนอันนี้ก็ถูกต้อง แต่สาเหตุที่วันนี้ตัวเลขกองทุนน้ํามันต้องแบกรับถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ มันเกิดจากอะไร มันเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของ รัฐบาล ของกระทรวงพลังงานเองในอดีต ทั้งที่พวกผมเอง เพื่อนสมาชิก คนในสังคม นักวิชาการในสังคมเขาท้วงติง เขาพูดถึง เขาหาหนทางแก้ไข เขาบอกประเด็นปัญหาท่านมา หลายครั้งหลายหนแต่ท่านไม่รับฟัง ง่าย ๆ เลยสิ่งแรก เดิมกองทุนน้ํามันเองมีกรอบ ในการกู้เงิน แต่ตัว พ.ร.บ. ในป้ ๒๕๖๒ ซึ่งออกมานี้กําหนดกรอบในการกู้เงินของ กองทุนน้ํามันไว้ที่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สาเหตุหนึ่งนั้นเพราะอะไร เพราะว่ารัฐบาลเองไม่เชื่อใจ กับกลไกของกองทุนน้ํามัน รัฐบาลสมัย คสช. ดําเนินการในการแก้ไขกฎหมาย ท่านปล่อยให้ กองทุนน้ํามันมีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบ แทนที่จะมีการสะสมเงินในกองทุนน้ํามันในช่วงที่ ราคาน้ํามันในตลาดโลกต่ํา เพื่อให้มันเกิดความมั่นคงเสถียรภาพทางพลังงาน มีคัชชัน (Cushion) มีส่วนเหลือส่วนเกินเยอะ ๆ ท่านไม่ทํา สุดท้ายตัวกองทุนน้ํามันไม่สามารถที่จะเติบโตได้ มาวันนี้พอราคาน้ํามันเกิดเหตุการณ์สงครามในยูเครนและรัสเซียราคาน้ํามันในตลาดโลก สูงขึ้นเปึนระยะเวลายาวนาน สุดท้ายกองทุนน้ํามันไม่มีสภาพความพร้อมเพียงพอที่จะรองรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่คือประเด็นปัญหา นอกจากนั้นในหลายป้ที่ผ่านมาในช่วง ๗-๘ ป้ ที่ผ่านมาพวกผมเรียกร้องมาโดยตลอด ผมเองคนหนึ่งที่เคยพูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า รัฐบาลควรจะไปปรับ สิ่งที่ท่านเก็บภาษีสรรพสามิต ๕.๙๙ บาทกับพี่น้องประชาชนมาตลอด ๖-๗ ป้ เพิ่งจะมาปลดล็อกปรับออกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ท่านควรจะเอาภาษีสรรพสามิต ส่วนนี้ออก แล้วก็ไปเติมความพร้อมในกองทุนน้ํามันด้วย แทนที่จะเอาออก ๕.๙๙ บาท แล้วไป เติมเงินใส่กองทุนน้ํามันเพื่อให้มันเกิดความพร้อมในการรองรับเหตุการณ์วิกฤติใด ๆ ที่เกิดขึ้น ท่านไม่ทํา แต่เก็บเงินภาษีเข้ากระเปิารัฐบาลเอาไปใช้เอาไปถลุง ไปลงทุน ไปทํา อะไรก็ตามที่ท่านใช้ สุดท้ายกองทุนน้ํามันไม่มีความพร้อมรองรับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น อย่างในปัจจุบัน นี่คือประเด็นปัญหาที่เราชี้ปัญหามาอย่างยาวนานแต่ท่านไม่รับฟัง จนกระทั่ง ในปัจจุบันนี้ก็อย่างที่เห็นกัน

ประเด็นที่ ๓ สถานการณ์ในเรื่องของความพร้อมของกองทุนน้ํามันเองนั้น ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าถ้าท่านดูตัวเลขย้อนหลัง เหตุการณ์ที่กองทุนน้ํามันเริ่มติดลบนั้น มันเริ่มตั้งแต่ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ป้นี้ เหตุการณ์สงครามเกิดช่วงต้นป้เรามีเค้าลาง เดือนกุมภาพันธ์ราคาน้ํามันโลกเริ่มสูงขึ้น กองทุนน้ํามันแตะตัวเลขติดลบครั้งแรกในปลาย เดือนธันวาคม แต่อย่างที่ได้เรียนกรอบตามพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนน้ํามันนั้นกําหนด ว่าท่านสามารถกู้เงินโดยแจ้งกับ ครม. ได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนน้ํามันท่านมีกรอบเงิน ที่ท่านสามารถบริหารจัดการภายในตัวเองได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราเริ่มทะลุมาตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ วันนั้นติดลบอยู่ ๒๑,๘๓๘ ล้านบาท แล้วท่านรอเวลา อะไรมาจนป์านนี้ รอเวลาอะไรมาจนกระทั่งช่วงป่ดสมัยประชุม แล้วมาลึกลับซับซ้อน ออกเปึนพระราชกําหนดออกมามัดมือชก วันนี้เข้าสภาผู้แทนราษฎรมามาให้พวกผม เปึนผู้อนุมัติตัวพระราชกําหนดฉบับนี้ มาถึงวันนี้ท่านบอกว่ากรอบการกู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้ได้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นับวันมาถึงวันนี้ท่านมาชี้แจงหนี้มีแล้ว ๑๓๔,๐๐๐-๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เกือบเต็มเพดาน มันสายไปไหม ทําไมตัวกรอบการกู้เงินท่านมี ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันแตะ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ วันนั้นเราก็เห็นปัญหา กรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ผมว่ามีไม่ต่ํากว่า ๑๐ ชุด เรียกหน่วยงานมา

คณะกรรมาธิการผมก็เรียกเชิญท่านมา ก็มาชี้แจงมาคุยกันบอกว่าปัญหามันเกิดแล้วนะ แต่ไม่มีการรับฟัง ไม่มีการแก้ไข สุดท้ายรอจนกระทั่งมันถึงวันฝ้แตกมาถึงวันนี้แล้วมา ขออนุมัติ เงินจาก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกดไปแล้ว ๑๓๔,๐๐๐ ล้านบาท มันเกิดอะไรขึ้น ทําไมมาถึงวันนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงในช่วงต้นนั้นหลายสิ่งหลายอย่าง เปึนประเด็นปัญหา เพื่อนสมาชิกก็ได้มีการพูดไปแล้วว่ามาขอกู้ครั้งนี้ มาขอกรอบการกู้เงิน ครั้งนี้ไม่มีโครงสร้างเลยว่าสุดท้ายจะชําระอย่างไร จะคืนได้อย่างไร แต่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ทั้งหมดไม่เปึนภาระงบประมาณ แล้วกองทุนน้ํามันจะชดเชยเงินได้ด้วยตนเอง ป้ ๒๕๗๒ ผมบอกผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านโดนหน่วยงานต้มเอาครับ มันไม่เกิดขึ้นจริงหรอก สุดท้ายจะเปึนภาระงบประมาณ พวกเราก็ต้องมาพิจารณาคืนเงินกู้ก้อนนี้ให้กับกองทุนน้ํามัน แทนกองทุนน้ํามันผ่านทางงบประมาณแผ่นดิน ป้ ๒๕๗๒ เปึนตัวเลขยกเมฆ เปึนตัวเลขลอย มาจากไหนก็ไม่มีใครเห็น โครงสร้างเปึนอย่างไรก็ไม่ทราบได้ ระยะเวลา ป้ ๒๕๗๒ อีก ๘ ป้ ความหมายของมันคืออะไร ความหมายของมันนั่นคือในภาวะที่ราคาน้ํามันในตลาดโลก เริ่มลงมาเรื่อย ๆ แล้วอย่างในปัจจุบัน แต่ประชาชนคนไทยยังจะต้องแบกรับราคาพลังงาน ที่มันสูงขึ้น เพื่อไปชดเชยหนี้ที่มันเกิดมาในช่วงของการบริหารงานที่ผิดพลาดของท่าน ต้องแบกราคาพลังงานที่มันสูงขึ้นต่อไป กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กระทบต่อเงิน ในกระเปิาของพี่น้องประชาชน กระทบต่อการแข่งขันของประเทศ นี่คือประเด็นปัญหา ที่เกิดขึ้น กระบวนการในการทําเรื่องนี้ไม่มีความจําเปึนต้องออกเปึนพระราชกําหนด ออกเปึนพระราชบัญญัติก็ได้ ออกช่องทางอื่นอีกมากมาย และที่สําคัญช่องทางซึ่งจะ ไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนทําไมท่านไม่เลือก เช่น การปรับโครงสร้างค่าการตลาด เขาก็พูดกันอยู่ วันนี้ค่าการตลาดของบริษัทน้ํามันยักษ์ใหญ่เปึนกําไรมหาศาลของเขา เงินในตลาดหุ้นของเขาเพิ่มขึ้นมาหลายแสนล้านบาทต่อป้ เปึนกําไรต่อป้ ทําไมท่าน ไม่ไปปรับโครงสร้างในเรื่องของค่าการตลาด ทําไมท่านไม่ไปปรับเรื่องของการอ้างอิงราคา น้ํามัน วันนี้เรายังอ้างอิงราคาน้ํามันตลาดสิงคโปร์ ทั้งที่ไม่มีการนําเข้าจริงมาจากสิงคโปร์เลย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะลดภาระให้กับพี่น้องประชาชนโดยไม่กระทบกับกองทุนน้ํามัน แต่รัฐบาล ไม่มีกลไก ไม่มีความคิดที่จะใช้ สุดท้ายกลับผลักภาระมายังประชาชนผ่านทางงบประมาณ แผ่นดิน ผ่านทางการค้ําประกันเงินกู้ตามพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมจึงไม่อาจเห็นชอบครับ