วรภพ ชี้ก๊าซอ่าวไทยไม่ช่วยลดราคา ชี้ปตท.กำไรแต่ประชาชนแบกภาระ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

วรภพ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงาน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในการอุดหนุนก๊าซแอลพีจี ที่ประชาชนยังไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากทรัพยากรในอ่าวไทยที่ผลิตโดย ปตท. เสนอให้ปรับนโยบายพลังงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำส่วนต่างกำไรจากก๊าซธรรมชาติมาชดเชยกองทุนน้ำมันหรือลดราคาให้ผู้บริโภค พร้อมเรียกร้องให้ใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อถอดประโยชน์จากราชทรัพยากรพลังงานคืนสู่สาธารณะอย่างเป็นธรรม.

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พ.ร.ก. ฉบับนี้ ผมดูแล้ว ๔ มาตรา ๓ หน้า สิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรียังไม่ได้ให้คําตอบ แล้วก็เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้ตั้งคําถามว่าสรุปแล้วจะเอาเงินจากไหนมาคืนหนี้กองทุนน้ํามันที่ผมดู ตัวเลขล่าสุดก็เปึนถึง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาชี้ช่องให้ครับ ชี้ช่อง ให้ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็ต้องย้ําอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จริง ๆ แล้วท่านเปึนคนที่รู้เรื่องนี้ ดีที่สุด ชี้ช่องให้ง่าย ๆ ก็คือเอาแอลพีจี (LPG) ที่ผลิตจากอ่าวไทยผ่านโรงแยกก๊าซของ ปตท. ที่วันนี้ขายให้กับกลุ่มป่โตรเคมียู่ แล้วก๊าซแอลพีจี (LPG) ก้อนนี้ไม่ได้จ่ายเข้ากองทุนน้ํามัน ผมไปดูตัวเลขมาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยถูกส่งเข้ามาในโรงแยกก๊าซแล้วก็ผลิตมาเปึน แอลพีจี (LPG) ได้ถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ของการจัดหาแอลพีจี (LPG) ก้อนนี้เฉลี่ยแล้วก็คือ ๙ ตันต่อวัน ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ ๙ ตันต่อวันมันเพียงพอกับที่ครัวเรือนเราใช้แอลพีจี (LPG)

อยู่ทุกวันนี้ เพียงแต่ว่า ๙ ตันต่อวันมันเปึนแค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีการส่งอุดหนุน เข้ากับกองทุนน้ํามันอยู่ ที่นี้อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ขายให้กับป่โตรเคมีเขาไม่ส่งกองทุนน้ํามัน เงินกองทุนน้ํามันมันก็เลยรายได้น้อยลง ถามว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์มันเยอะแค่ไหน ผมก็คํานวณ ออกมาให้เห็นตัวเลขง่าย ๆ มันคือ ๗๔๑ ล้านบาทต่อเดือน พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเอาเงิน ก้อนเดียวกันนี้ จริง ๆ แล้วประเทศไทยสามารถใช้แอลพีจี (LPG) ถูกลงได้ ๒.๖ บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นถ้าขอเพียงแค่เปลี่ยนนโยบายว่าแอลพีจี (LPG) ที่โรงแยกก๊าซผลิตได้เอามาอุดหนุน เข้ากองทุนน้ํามันด้วยมันถึงจะเปึนธรรม เพราะก๊าซธรรมชาติอย่าลืมนะครับ ก๊าซธรรมชาติ ที่โรงแยกก๊าซที่ ปตท. ผลิตได้มาจากอ่าวไทยทั้งหมด ดังนั้นกําไรส่วนเกินที่ตอนนี้กลุ่มทุน ปตท. เขาได้ประโยชน์จากการได้ก๊าซธรรมชาติราคาถูกในอ่าวไทย แต่สามารถไปขายเปึน วัตถุดิบป่โตรเคมีให้กับบริษัทในเครือที่ราคาก็ถูกกว่าราคาตลาดโลก ถูกกว่าที่ประชาชนใช้อีก ส่วนต่างตรงนี้มันควรจะเข้ามาสมทบให้กับกองทุนน้ํามัน ช่วยภาระหนี้กองทุนน้ํามัน ช่วยทําให้ ราคาแอลพีจี (LPG) ได้ถูกลง อย่างที่ผมเกริ่นไป ๒.๖ บาทต่อกิโลกรัม นี่ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ ในภาวะข้าวยากหมากแพงขนาดนี้ แล้วก็เช่นเดียวกันประเด็นนี้ถ้าถามว่าผมเคยพูดถึงไหม ผมเคยเชิญกระทรวงพลังงานมาหลายครั้ง เขาก็ให้เหตุผลว่าใน พ.ร.บ. กองทุนน้ําไม่ได้ กําหนดไว้ให้สามารถนําชดเชยจากพลังงานชนิดหนึ่งก็คือป่โตรเคมีมาอุดหนุนให้กับแอลพีจี (LPG) ได้ ต้องไปแก้ พ.ร.บ. แต่วันนี้ท่านก็เห็นแล้วครับ วันนี้ท่านก็แก้เปึน พ.ร.ก.ออกมา

ดังนั้นแล้วมันยืนยันได้ว่าการแก้ พ.ร.บ. เพื่อปลดล็อกให้ป่โตรเคมีเข้ามาสมทบในกองทุน น้ํามันด้วย มันทําได้ครับ ในโอกาสนี้เลยครับ แต่ท่านไม่ทํา ปัญหามันเลยตกมาที่ประชาชน กลายเปึนว่าก็มีคําถามว่าสุดท้ายจะเอาเงินจากไหน จะเอาภาษีจากประชาชนก้อนไหน มาอุดหนุนกองทุนน้ํามันเพื่อให้กลุ่มทุนพลังงานยังสามารถขายวัตถุดิบราคาถูกจากของ คนไทยทั้งประเทศให้กับป่โตรเคมีในเครือต่อไปได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ผมเกริ่นไป ก็อย่างที่ผมบอกว่าท่านเปึนคนที่ทราบดีที่สุด เพราะท่านเปึนผู้บริหารป่โตรเคมี ที่ผมพูดถึงนี้ ซึ่งที่ผมอภิปรายไปจะเห็นว่ามันเปึนเรื่องเดียวกันเลย ไม่ว่าจะเปึนค่าไฟแพง หรือแอลพีจี (LPG) ก็แพง เหตุผลเพราะว่าเราปล่อยให้มีนโยบายรัฐที่ให้กลุ่มทุนพลังงาน อย่าง ปตท. เอาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยราคาถูกไปขายให้กับกลุ่มทุนป่โตรเคมีในเครือ โดยที่ไม่ได้เอาประโยชน์ที่ได้จากทรัพยากรตรงนี้ตกมาเปึนของประชาชน หรืออีกช่องหนึ่ง ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ยอมนะครับ ผมก็อยากจะชี้ช่องให้กับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง มันก็มีอีกวิธีหนึ่ง ท่านก็ไปทําให้ภาษีสรรพสามิตที่ป่โตรเคมีเขาใช้แอลพีจี (LPG) อยู่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต แล้วเงินก้อนนี้ก็เอามาอุดหนุนชดเชยให้กับกองทุนน้ํามัน หรือไม่ก็เอามาชดเชยให้ประชาชนใช้แอลพีจี (LPG) ถูกลง ท่านก็ทําได้ครับ นี่ก็กลไกของ กระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถ้าท่านทําก็ช่วยประชาชนได้เยอะ ผมก็สนับสนุนเต็มที่ แล้วก็ต้องฝากทิ้งท้ายไว้ครับ ถ้าประเด็นปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากการ ที่ว่าเรามีกลุ่มทุนป่โตรเคมีที่กลายเปึนขั้วอํานาจใหญ่ มีพลังอํานาจในการสุดท้ายล็อบบี้ (Lobby) เข้ามาเปึนอํานาจทางการเมืองเปึนถึงขั้นรัฐมนตรี ผมก็ต้องยืนยันว่ามันถึงเวลา เปลี่ยนแล้วครับ สมัยก่อนเรามีก๊าซธรรมชาติราคาถูก เราก็เอาก๊าซธรรมชาติราคาถูกนั้น มาแปลงเปึนเม็ดพลาสติก เปึนป่โตรเคมีที่ขายราคาได้แพงเข้าใจได้ แต่โลกวันนี้มันไม่ใช่โลก สมัยก่อนครับ เพราะก๊าซธรรมชาติทุกวันนี้ ก๊าซธรรมชาติที่เรานําเข้ามา แอลเอ็นจี (LNG) สุดท้ายก็แพงกว่าต้นทุนราคาน้ํามันไปแล้ว ดังนั้นก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วที่กลุ่มทุนป่โตรเคมี กลุ่มทุนพลังงานทั้งหมดต้องมีการลงทุนเปลี่ยนแปลงเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบจากก๊าซธรรมชาติ เปึนน้ํามัน หรือว่าเปึนนาฟตา (NAFTA) ถ้าพูดในเชิงเทคนิคให้ถูกต้อง แล้วก็พอมีการ เปลี่ยนแปลงการลงทุนครั้งนี้ สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ที่จากก๊าซธรรมชาติก็สมควรที่จะถูก ปลดล็อกกลับมาให้ประชาชน นี่คือทั้งแอลพีจี (LPG) ทั้งกองทุนน้ํามัน แล้วก็เรื่องของค่าไฟแพง เปึนเรื่องเดียวกันทั้งหมดครับ อยู่ที่นโยบายรัฐล้วน ๆ แล้วก็เปึนที่น่าผิดหวังที่ พ.ร.ก. ครั้งนี้

ไม่ได้มาปลดล็อกเรื่องนี้ด้วย ทั้งที่จริงแล้วมันเปึนโอกาสอันดีที่จะทําให้แอลพีจี (LPG) ของไทย ประชาชนใช้ได้ถูกลง ๒.๖ บาทต่อกิโลเมตร ขอบคุณครับ