อับดุลอายี สาแม็ง ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการสัมปทานน้ำมันในอ่าวไทย โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ประโยชน์ที่ได้รับจากบริษัท ปตท. และเสนอทางเลือกในการลดภาษีแทนการสร้างกองทุนน้ำมันเพื่อป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประชาชน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อําเภอเบตง อําเภอธารโต อําเภอบันนังสตา และอําเภอกรงป่นัง ผมอยากจะเล่าให้พวกเราได้ฟังนะครับ เนื่องจากว่าเขตอําเภอเบตงเปึนเขตพื้นที่ที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ วันนี้ก็อยากจะ มาเปรียบเทียบสักหน่อยหนึ่งว่าราคาน้ํามันที่ชายแดนอําเภอเบตง ฝัืงประเทศมาเลเซีย ถ้าเอาตัวน้ํามันดีเซล ก็ราคา ๒ เหรียญ ๑๕ เซนต์ อัตราแลกเปลี่ยน ๘ บาท ก็ตกประมาณ ๑๗.๓๐ บาทต่อลิตร พอข้ามมาแดนประเทศไทย ราคาน้ํามันดีเซล ๓๔.๙๔ บาท มันต่างกันเยอะ ทีนี้เรามาดูโครงสร้างราคาน้ํามันของมาเลเซียทําไมเขาทําได้ถูก โดยอ้างเหตุผลว่ามาเลเซีย เปึนประเทศที่ส่งออกน้ํามันให้กับต่างประเทศ แล้วการบริการขายน้ํามันภายในประเทศนั้น เขาก็ใช้วิธีการที่จะไม่เก็บภาษี ยกเว้นบางรายการเท่านั้นเองที่เขาเก็บภาษี ๖ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเขาไม่เก็บภาษี ทําให้เขาขายได้ในราคาถูก แล้วก็มีกองทุนจากการประกอบการ การส่งออกน้ํามันอะไรต่าง ๆ เหล่านี้
เขาก็มาชดเชยเปึนเงินกองทุนให้กับการที่จะมาขายน้ํามันขายปลีกในประเทศของเขาเอง ก็ตกใจนะครับ อยู่ชายแดนติดกันแท้ ๆ หายใจยังได้ยินเสียงเลย ฝัืงเบตง อําเภอเบตง กับฝัืงมาเลเซียห่างกันจุดที่ชุมชนอยู่กันก็ประมาณสัก ๓-๔ กิโลเมตร แต่ราคาน้ํามันต่างกัน ฟัากับดิน ๒ เท่าตัว ๑๗ บาท กับ ๓๔ บาท พูดกันง่าย ๆ ของราคา ๒ เท่าตัว แต่พอมาดู ประเทศไทยโครงสร้างราคาน้ํามันยังต้องไปใส่ในกองทุน ณ วันนี้ก็ประมาณเกือบ ๙ บาท แล้วก็แปลกอยู่ที่ว่าเก็บภาษีอะไรยังไม่พอ ไปเก็บภาษีเรื่องของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน จะไปเก็บทําไม ถ้าลดได้มันก็น่าจะลด แล้วก็เปึนตัวหนึ่งที่เราจะพิจารณา เพราะว่าเราก็มี กรมพลังงาน มีกระทรวงพลังงานอยู่แล้ว แล้วทําไมไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเกินไป แทนที่ว่า จะไปกํากับดูแล ไปควบคุม ไปช่วยเหลือกลับไม่ช่วย ยังไปบวกเพิ่มในเรื่องของภาระให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วภาษีมูลค่าเพิ่มอะไรต่าง ๆ ก็ยังเก็บอยู่ ถ้าลดสิ่งเหล่านี้ได้ก็อาจจะเปึน สิ่งที่น่าจะช่วยเหลือในเรื่องของราคาน้ํามันได้ เปรียบเทียบอีกตัวหนึ่ง ประเทศข้างเคียง ประเทศมาเลเซียเท่าที่ผมดู เห็นว่าที่เขาไปประกอบการการส่งออก เขาไปประกอบการ การผลิตน้ํามัน ส่วนที่เปึนผลกําไรเขายังมาจุนเจือให้กับราคาน้ํามันขายปลีกภายในประเทศ แล้วเรามาดูประเทศไทยเราผลการประกอบการของ ปตท. อย่างป้ที่แล้ว ป้ ๒๕๖๔ มีผลกําไรจากการประกอบการสุทธิ ๑๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอมาป้นี้ครึ่งป้เขาบอกว่า มีกําไรถึง ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท เคยคิดบ้างไหมว่าในเรื่องกําไรของภาครัฐมหาศาลขนาดนี้ รัฐบาลเคยที่จะบอกกับ ปตท. บ้างไหมว่า ณ ขณะนี้กองทุนน้ํามันที่เราช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนติดลบไปแสนกว่าล้านบาทแล้ว คิดบ้างไหมว่าจะเอา ปตท. ไปช่วยประเทศชาติบ้าง แทนที่จะโกยกําไรอย่างเดียว ทีนี้เขาบอกว่าการผลิตน้ํามันในประเทศนั้นผลิตได้ประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดปริมาณการใช้บริโภคน้ํามันในประเทศ ผมไม่แน่ใจว่าตัวเลข ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึนตัวเลขที่หลอกลวงประชาชนหรือเปล่า เพราะว่าผมอยู่ภาคใต้ในเขต อ่าวไทยนั้นมันเปึนเขตที่เปึนเขตร่วมพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระหว่างประเทศมาเลเซียกับ ประเทศไทย อาจจะเรียกว่าเปึนจอยต์ ดีเวลอปเมนต์ แอเรีย (Joint Development Area) ในอ่าวไทยที่มันอยู่รอยแดนต่อในมหาสมุทร อันนี้สังเกตจากการที่มีบริษัทต่างชาติไปเจาะ น้ํามันตั้งแต่ผมยังไม่เกิดเลย จนวันนี้ก็ยังมีการคิดที่จะเจาะไปเรื่อย ๆ เพราะเข้าใจว่าในพื้นที่ ของอ่าวไทยของประเทศไทยนั้นมีแหล่งทรัพยากรน้ํามันมหาศาล เขายังไม่เลิกเจาะเลย ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงว่าบริษัทต่างชาติ ๒-๓ บริษัทนั้นเปึนใครเปึนบ้าง และถามว่าประเทศไทย
ได้รับการสัมปทานค่าน้ํามันที่เจาะไปในอ่าวไทยได้สักกี่บาท ท่านประธานควรจะไปเช็ก (Check) ดูว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าประชาชนถูกหลอกลวงก็ยังต้องถูกหลอกลวงอีกนานเท่าไร ผมว่า น่าจะไปตรวจสอบดูว่าประเทศไทยได้ประโยชน์ข้างต้น ไม่ต้องไปพูดถึงราคาเรื่องโรงกลั่น ได้เท่าไรอะไรเท่าไร เราเอาสัมปทานน้ํามันที่ได้ประโยชน์กับประเทศไทยโดยตรงจากต่างชาติ ที่มีการเจาะน้ํามันมีบริษัทเดียวที่เปึนของไทยก็คือ ปตท. ทําไมไม่ช่วยดูแลในเรื่องของภาระ วิกฤติของพี่น้องประชาชน และถามว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าเปึนแหล่งเจาะน้ํามันดิบจาก อ่าวไทยนั้นมันเปึนจริงหรือเปล่า ให้ตรวจสอบ
แล้วก็อยากจะให้มาชี้แจงกับสภาแห่งนี้ด้วยว่าสิ่งทั้งหมดที่พูดให้ประชาชนฟัง อะไรที่ไป แตะต้องกับผลประโยชน์ของน้ํามันในอ่าวไทยจะเปึนของ ปตท. หรือใครต่อใครเปึนอันเปึนไป ทั้งหมดคนที่พูดเรื่องนี้ ก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของความจําเปึน ในการที่จะไปกู้เงินหรือว่าค้ําประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ํามันนั้นผมว่าไม่จําเปึนเลยครับ ลดภาษีสิครับ โดยไม่ต้องไปกระทบกับเรื่องวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในส่วนของการไป เก็บภาษีของชาติในส่วนอื่น อันนี้ลดภาษีไปเลย กองทุนน้ํามันอาจจะไม่จําเปึนเพราะว่าเราสู้ กับอะไร ณ ขณะนี้ สู้กับวิกฤติภายนอกประเทศเปึนอย่างมาก เราไม่มีมาตรการที่จะไป ควบคุมใด ๆ เลยว่าเราสามารถที่จะวันนี้กู้เงิน วันนี้ค้ําประกันเงินให้กับกระทรวงการคลัง แต่ถามว่าอีกนานเท่าไรเราถึงจะต้องกู้อีก อีกนานเท่าไรเราจะต้องควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่มีเลยครับ ไม่มีวี่แววว่าเราจะควบคุมได้เลย อันตรายมาก ประเทศชาติมันจะล่มจมกับเรื่อง ของตรงนี้ครับ