กนก วิจารณ์ใช้กองทุนน้ำมันไม่เป็นธรรม ชี้คนจนเดือดร้อนกว่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายวิจารณ์การใช้กองทุนน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม โดยชี้ว่าการขึ้นราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรมากที่สุด จึงเรียกร้องให้บริหารกองทุนอย่างรอบคอบและเป็นธรรม โดยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมเน้นย้ำให้รัฐบาลไม่พึ่งพากองทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเร่งฟื้นฟูรายได้และเพิ่มผลิตภาพการเกษตรอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ผมมีด้วยกัน ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ การใช้เงินกองทุนน้ํามันเพื่อชดเชยการขึ้นราคาน้ํามันหรือว่า พยุงราคาน้ํามันนั้นตั้งบนฐานคิดที่ผิด ตั้งบนฐานคิดที่ผิด นั่นก็คือว่ากองทุนน้ํามันทํางาน บนสมมติฐานว่าคนไทยทุกคนมีความสามารถ มีกําลังทางเศรษฐกิจที่เท่ากันที่จะรับกับ การขึ้นของราคาน้ํามัน ซึ่งสิ่งนี้ไม่เปึนความจริงครับ ตัวอย่างชัดเจนเช่น สมมุติว่าราคาน้ํามัน ขึ้น ๕ บาท ผลกระทบต่อกลุ่มประชาชนกลุ่มที่ ๑ ชาวนา ชาวสวนปาล์ม ชาวประมงรายย่อย ประมงพื้นบ้าน เอสเอ็มอี (SMEs) แม่ค้าในตลาดตามต่างจังหวัด แม้กระทั่งวิน (Win) มอเตอร์ไซค์ในเขตเทศบาลและในกรุงเทพมหานคร นี่คือกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ ราคาน้ํามันขึ้น ๕ บาท กระทบกับบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม สายการบิน จากตัวอย่าง ๒ กลุ่มที่ผมพูดนี้จะเห็นทันทีว่าประชาชน ๒ กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ํามันไม่เท่ากัน

ที่ไม่เท่ากันคืออะไรครับ ไม่เท่ากันก็เพราะคนไทยเหล่านี้มีกําลังทางเศรษฐกิจ กําลังทางการเงิน กําลังทุนที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ํามันไม่เท่ากัน นี่คือชีวิตจริงของคนไทยวันนี้ นั่นก็หมายความว่ากองทุนน้ํามันในการบริหารจําเปึนที่จะต้องจัดกลุ่มของการช่วยเหลือหรือ การชดเชยจากกองทุนนี้ไม่เท่ากันตามกําลังทางเศรษฐกิจของคนเหล่านั้น นั่นก็หมายความว่า กองทุนน้ํามันต้องช่วยคนจนก่อน ต้องช่วยเกษตรกรก่อน ต้องช่วยชาวนาก่อน ต้องช่วย ชาวประมงพื้นบ้านก่อน นี่คือเสียงของประชาชนครับ และนี่คือความเปึนจริงที่เจ็บปวด เพราะราคาน้ํามันที่ขึ้น ๕ บาทตามตัวอย่างที่พูดถึงนี้คนจนตายก่อน คนรวยตายทีหลัง กองทุนน้ํามันเปึนคนกําหนดว่าใครเปึนคนตายก่อนใครเปึนคนตายทีหลังครับ

ประเด็นที่ ๒ ในการชดเชยหรือการบริหารการชดเชยนี้กองทุนน้ํามันจะต้อง ทํางานอย่างละเอียด ทํางานให้หนักและมุ่งไปสู่เปัาหมายของกลุ่มประชาชนตามความจําเปึน ของคนเหล่านั้น ท่านไม่ต้องใช้ความง่ายและความสะดวกในการบริหารกองทุนด้วยการอ้างว่า ถ้าบริหารแบบนี้แล้วจะเกิดการทุจริต จะเกิดการควบคุมที่ทําไม่ได้ กรุณาอย่าอ้างอย่างนี้ เพราะเรารู้ว่าทําได้ครับ ถ้าทําไม่ได้ให้มาปรึกษากัน นั่นก็หมายความว่ากองทุนต้องไม่ใช้ ความง่ายและความสะดวกของการทํางานของตัวเอง ทําให้คนจน ทําให้ชาวนาตายก่อนครับ และในเวลาเดียวกันถ้าทําอย่างนี้ กองทุนน้ํามันที่บริหารอย่างละเอียดอย่างรอบคอบเช่นนี้ จะช่วยต่อชีวิตของคนจนและชาวนาให้ออกไปได้

และในเวลาเดียวกันกองทุนก็จะให้โอกาสกับคนจน กับชาวนา กับเกษตรกรก่อนที่จะมีชีวิต อยู่ต่อไป และหวังว่าในโอกาสข้างหน้าจะสร้างรายได้ให้เกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่ากองทุน น้ํามันกรุณาอย่าลุกขึ้นมาตอบและอ้างว่าการชดเชยเปึนรายกลุ่มประชาชนทําไม่ได้ กรุณา อย่าอ้างอย่างนั้น เพราะที่อ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าจะทําให้เกิดการทุจริต จะเกิดการ เคลื่อนย้ายน้ํามันแล้วก็ใช้น้ํามันอย่างผิดประเภท ท่านกรุณาอย่าอ้างอันนั้น อันนี้ มีความยากลําบากจริงผมเข้าใจแต่ท่านแก้ได้ถ้าท่านมีใจให้กับคนจน มีใจให้กับชาวนาจริง และที่สําคัญท่านต้องตระหนักว่าการทํางานอย่างละเอียด การทํางานอย่างรอบคอบ การทํางานหนักของกองทุนน้ํามัน คือการทํางานที่แลกกับชีวิตคนจน แลกกับชีวิตชาวนา นี่คือสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่ง

ประการสุดท้าย รัฐบาลไม่ใช่ให้กองทุนน้ํามันเปึนคนเดียวมาแก้ไขปัญหา ด้วยการชดเชย แล้วต่อชีวิตและให้โอกาสเท่านั้น คู่ขนานกันไปรัฐบาลจะต้องเร่งฟุ๋นฟูรายได้ ให้กับคนจน ให้กับชาวนา ให้กับเกษตรกรโดยด่วน ไม่ใช่เพียงแต่การออกพระราชกําหนด เพื่อค้ําประกันเงินกู้และเอาเงินของกองทุนมาชดเชยต่อไป เราก็จะมีรอบ ๒ รอบ ๓ เพราะคนจนก็ยังจนเหมือนเดิม ชาวนาก็ยังมีผลผลิตเท่าเดิม ชาวนาก็เปึนหนี้เปึนสินเหมือนเดิม นั่นหมายความว่า กองทุนน้ํามันต้องส่งเสียงบอกกับรัฐบาลว่าในขณะที่เราพยุงชีวิตของ คนจนและชาวนา เราจะต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพทางการผลิตข้าวให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น ด้วยการใช้ปุิยที่ถูกต้อง ด้วยการปรับปรุงดินให้มีคุณภาพ ด้วยการปลูกพันธุ์ข้าวที่ขายแล้ว ได้ราคา ด้วยการแปรรูปข้าวให้เปึนผลิตภัณฑ์ที่มีรายได้สูง สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะต้องทําคู่ขนาน กันไป ไม่ใช่ให้กองทุนน้ํามันทําแต่เพียงฝ์ายเดียว เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ ครั้งนี้ เปึนโอกาสสุดท้ายของกองทุนน้ํามันแล้วที่จะพิสูจน์ว่าท่านยืนอยู่ข้างใคร ท่านยืนข้างคนจน ท่านยืนข้างชาวนา หรือท่านยืนอยู่ข้างคนรวย หรือท่านยืนอยู่ข้างบริษัทขนาดใหญ่ ตรงนี้ ท่านจะต้องพิสูจน์และไม่ใช่พิสูจน์ด้วยการตอบในสภา แต่พิสูจน์ด้วยการกระทําให้การชดเชย เงินกองทุนน้ํามันนี้พุ่งเปัาไปสู่คนจนซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ ชาวนาซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เขามีชีวิตรอดก่อน ให้เขาสามารถลุกขึ้นและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น อันนั้นสิครับ ที่เปึน กองทุนน้ํามันที่เราอยากจะยกมือให้ตาม พ.ร.ก. นี้ แต่ถ้าไม่เปึนเช่นนั้น คนจนตาย ชาวนาตาย ประเทศไทยก็ตายด้วยเช่นเดียวกัน ขอบพระคุณครับ