สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ชี้แจงการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยย้ำถึงเหตุผลที่ไม่เก็บเงินเข้ากองทุนมากขึ้นในช่วงราคาน้ำมันต่ำ เพื่อไม่ให้ประชาชนแบกรับภาระเพิ่ม พร้อมอธิบายความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อค้ำประกันหนี้และเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุน ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากปัจจัยภายนอก เช่น วิกฤตยูเครน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตะวันตก ขณะเดียวกันยังเน้นความพยายามของรัฐบาลในการตรึงราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะแอลพีจี ด้วยการใช้เงินกว่า 100,000 ล้านบาทจากกองทุนเพื่อบรรเทาภาระประชาชนและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงหากไม่มีการสนับสนุนจากรัฐ ราคาอาจพุ่งสูงมากและส่งผลต่อการผลิตและการฟื้นตัวในระยะยาว
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ วันนี้ผมก็ได้นั่งฟังอภิปรายในเรื่องของพระราชกําหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ําประกัน การชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ก็ต้องขอบพระคุณทาง สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ แล้วก็มีข้อสงสัยที่อยากจะได้รับคําชี้แจง ก็จะพยายามใช้เวลาโดยสังเขปนะครับ
ในเรื่องของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง หลักการที่ดําเนินการและเปึนวัตถุประสงค์ ที่ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็คือเพื่อสร้างเสถียรภาพของราคา น้ํามันแล้วก็ก๊าซหุงต้มต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เปึนภาระกับภาคประชาชน ซึ่งวันนี้ที่มีประเด็น ในเรื่องของเงินที่มีจํานวนที่สภาพคล่องที่ยังขาดอยู่และติดลบอยู่จํานวนมากก็ด้วยระยะเวลา
๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ที่ผมได้กราบเรียนทางประธานสภาผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในห้วงเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๓ ตั้งแต่เริ่มโควิด-๑๙ (COVID-19) เราเริ่มทยอย ได้ช่วยเหลือทางก๊าซหุงต้มในราคาที่ถือว่าไม่แพง ๓๑๘ บาท ต่อ ๑๕ กิโลกรัมถัง แล้วก็ ทําอย่างนี้มาโดยตลอดเปึนจํานวนเงินไม่น้อยทีเดียว เพื่อที่จะช่วยเหลือภาคประชาชนในยาม ที่มีโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านบอก แล้วตอนช่วงน้ํามันถูก ๆ ช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ทําไมไม่เรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเยอะ ๆ ไปเลย จะได้มีเงินเข้ามาเปึนบวก ผมก็เคยกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปแล้วว่าถ้าเรารู้ก่อน ว่าป้หน้ามันจะเกิดอะไรขึ้นเราคงเก่งมากและผมเองก็คงทําไม่ได้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดํารงตําแหน่งเดียวกับผมก็คงทําไม่ได้ เพราะในช่วงเวลาที่โควิด-๑๙ (COVID-19) เกิดขึ้นนั้น ประชาชนยากลําบากกันเหลือเกิน เรายังจะไปเพิ่มภาระเก็บเงินชดเชยเข้ากองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงให้น้ํามันเชื้อเพลิงแพงขึ้นอีก เราก็คงทําไม่ได้เช่นเดียวกัน การพูดหลังจากทราบ ข้อเท็จจริงแล้วมันดูเหมือนง่าย แต่ท่านปฏิบัติไม่ได้หรอกในยามนั้น ทําอย่างไรก็ไม่ลง เพราะว่าวันนั้นประชาชนเดือดร้อนเหลือเกิน แล้วก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายว่าในช่วงที่กําลังจะ ฟุ๋นฟู กําลังจะเกิดการฟุ๋นฟูในป้ ๒๕๖๔
ที่ผมได้กราบเรียนทางสภาให้เห็นข้อมูลเปึนป้ ๆ เลยว่าในช่วงของป้ ๒๕๖๔ เศรษฐกิจ ในประเทศตะวันตกเขาฟุ๋นฟูเร็วกว่าเรา เพราะเขามีวัคซีน เขามียาที่จะช่วยทําให้ลดปัญหา ของโควิด (COVID) ลงไปได้ เราก็ได้รับมาในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ของเขาจะได้เร็วกว่าแน่นอน เขาเปึนผู้คิดค้นในเรื่องของวัคซีนขึ้นมาได้เขาก็เอามาใช้ประโยชน์ของเขาก่อน การฟุ๋นฟู ทางเศรษฐกิจเขาก็เร็ว การบริโภคต่าง ๆ เขาก็ฟุ๋นตัวเร็ว กดดันทําให้ราคาน้ํามันขึ้นมาอีก แทนที่มันจะลงเหมือนเดิม อย่างที่ผมได้กราบเรียนไป ในป้ ๒๕๖๔ ก็ขึ้นมาจากอีกประเด็นหนึ่ง ยังเปึนประเด็นเรื่องโควิด (COVID) อยู่ แต่จากการฟุ๋นตัวจาก ๓๐ เหรียญ เปึน ๖๐ เหรียญ กําลังการผลิตซึ่งเคยหยุดเปึนเวลานาน ๆ จะให้เขาผลิตขึ้นมาโดยทันทีเปึนไปไม่ได้ แต่ดีมานด์ (Demand) หรือความต้องการของประชาชนซึ่งรอวันนั้นเริ่มเป่ดผ่อนคลายขึ้น ในประเทศตะวันตกเขาใช้ทันที เมื่อเปึนเช่นนั้นแล้วจึงเกิดการขึ้นของราคาน้ํามันดิบเกิดขึ้น แต่ประเทศไทยเรายังอยู่ในช่วงระหว่างที่ยากลําบากอยู่ ในช่วงเดือนตุลาคมถ้าจํากันได้ ตุลาคม ๒๕๖๔ เราเจอปัญหาเรื่องเดลตา (Delta) สายพันธุ์เดลตา (Delta) ยังเหนื่อย ยังจะต้องระมัดระวัง ยังต้องประคับประคองประเทศ ยังต้องดูแลเสถียรภาพของประเทศ ทั้งการเงินและการคลังเปึนอย่างดี รัฐบาลหรือกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ได้เข้าไป เข้าไปดูแล ในเรื่องของน้ํามันเชื้อเพลิงอีกครั้งหนึ่ง ตรึงไว้ ถึงแม้จะเกิน ๓๐ บาท เราก็ทําให้ไม่เกิน ๓๐ บาท ราคาก๊าซหุงต้มยังยืนไว้ที่ ๓๑๘ บาทเหมือนเดิม เหมือนเช่นเดิมถึงแม้ราคาจะสูง กว่านั้นถึง ๔๔๐ บาทเองก็ตาม ป้ ๒๕๖๕ ยิ่งไปกว่านั้นอีก ป้ ๒๕๖๕ เกิดปัญหายูเครน ปัญหาอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา น้ํามันเกิดขึ้นมาแพงขึ้นทุกระดับในตัวเลขที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ในรอบ ๑๔ ป้ แล้วก็หลาย ๆ รัฐบาล ท่านอาจจะบอกว่ารัฐบาลนั้นดี รัฐบาลนี้ดี ทุก ๆ รัฐบาล ท่านไปดูย้อนหลังในอดีต ท่านเจออยู่เรื่องเดียว เรื่องใดเรื่องหนึ่งแค่นั้น เรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง ของอัตราแลกเปลี่ยนที่มันอ่อนตัวและราคาน้ํามันอยู่ในระดับที่สูง ตรงนั้นก็เจอในช่วงของ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็มีกองทุนติดลบถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ตรงนั้น ท่านก็เจอวิกฤติแบบนั้น อีกยุคหนึ่งท่านเจอราคาน้ํามันสูงจริง มีคนกล่าวเหมือนกันว่าน้ํามัน สูงจริง แต่ราคาอัตราแลกเปลี่ยนไม่ใช่สูง อัตราแลกเปลี่ยนแค่ ๓๐ บาทต่อเหรียญสหรัฐ แค่นั้นเอง เมื่อแปลงเปึนราคาเงินบาทแล้วก็ถือว่ายังสูงก็จริง แต่เทียบกับวันนี้ ในยุคนี้ เวลานี้ สูงทั้งคู่ ไม่เคยมีวิกฤตการณ์ไหนมาก่อนที่เราเจอสูงทั้งคู่ในทั้ง ๒ นัย จึงเปึนเหตุผลว่าทําไม กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงถึงยังติดลบในจํานวนมากและรวดเร็ว ในช่วงเวลาเพียง ๒ ไตรมาสเอง
ทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ทํางานร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงไม่อยากให้ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้บอกว่าต้องมาค้ําประกัน เราก็พยายาม หาช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของมีหนังสือจากกระทรวงการคลังชี้แจง หรือทําคําอธิบาย ไปแล้ว สถานการณ์ก็ยังไม่เอื้ออํานวย เพราะว่าสถาบันการเงินก็ยังมีความกังวลในเรื่องของ ผลกระทบ อย่างโควิด (COVID) หรือการฟุ๋นตัวของประเทศอยู่ จนสุดท้ายจนถึงวันที่เรา จําเปึนต้องตัดสินใจ ตัดสินใจว่าถ้าไปกว่านี้แล้วมันไปไม่ไหวจริง ๆ เราจําเปึนจะต้องให้มีการ กู้เงินเพื่อที่จะมาสร้างสภาพคล่อง เพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วในเวลาอันสั้น ๆ ที่น้ํามันขึ้นสูง น้ํามันดีเซลสูงถึง ๑๘๐ เหรียญต่อบาร์เรล แล้วในขณะที่เอฟเอ็กซ์ (FX) สูงถึง ๓๘ บาท หรือ ๓๗ บาท ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศหรือของโลกนี้ ของประเทศไทยนี้ ตรงนี้เองก็เปึนความจําเปึนและความเร่งด่วนที่อยากจะเรียนทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ได้ทราบ
ในส่วนเรื่องของค่าการตลาด ค่าการกลั่นผมเรียนย้ําอีกทีหนึ่ง โดยเฉพาะ ค่าการกลั่น หลายคนก็เทียบอยู่ ๒ ป้ ๓ ป้ ผมก็เข้าใจท่านก็ต้องเลือกมา ๒ ป้ ๓ ป้ ค่าการกลั่นท่านก็บอกว่าป้นี้โรงกลั่นกําไรเยอะแยะ ๓.๗๐ บาท ตัวเลขไม่ต้องดูมาก เอาตัวเลขของกระทรวงพลังงานนี่แหละ แล้วท่านก็ดูป้ ๒๕๖๔ ๐.๘ สตางค์เอง ไม่ถึงบาทบ ป้ ๒๕๖๓ ก็ ๐.๗ สตางค์เอง ไม่ถึงบาท แต่ท่านไม่เคยดูย้อนหลังว่าในอดีตที่ผ่านมาเขาได้กัน ประมาณเท่าไรก่อนโควิด (COVID) ที่เขาได้ต่ํา ๆ ก็เพราะช่วงโควิด (COVID) ค่าการกลั่น มันต่ํา มัน ๒ บาทกว่ามาโดยตลอด เฉลี่ยกัน ๓ ป้ก็ประมาณนี้ เขาเคยเสียแล้ววันนี้เขาเคย ได้บ้าง เราก็จับจ้องอยู่ถ้ายาวกว่านี้เดี๋ยวท่านปลัดกระทรวงพลังงานก็จะมาชี้แจงว่าเรามี มาตรการที่จะติดตามเรื่องนี้อย่างไร แต่ก็ต้องดูแลให้ความเปึนธรรมกับผู้ประกอบการเขา ระดับหนึ่ง เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะมีปัญหา ในเรื่องของค่าการตลาดก็เช่นเดียวกัน ไปกดดัน เขามาก ๆ ค่าการตลาดเราก็พยายามพูดคุยกัน มีคนไปพูดคุย มีการประชุม มีการหารือกัน ในต้นทุนต่าง ๆ ของทางกระทรวงพลังงานกับผู้ประกอบการ รวมทั้งบุคคลที่ ๓ ก็คือ กลุ่มประชาชนก็มาช่วยกันคิดช่วยกันทํา ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าไม่ลดลงมา จนวันนี้ ในเรื่องของดีเซลก็ขอความร่วมมือมาที่ ๑.๔๐ บาท ในส่วนของแก๊สโซลีน (Gasoline) ก็ให้ ไปอยู่ในเกณฑ์ของค่าเฉลี่ยการตลาดที่พึงเปึนที่พูดคุยกันในส่วนนี้ อันนี้ก็จะมีผู้มาชี้แจงเพิ่มเติม ให้พวกเราได้รับทราบ ท่านสมาชิกได้รับทราบว่ามีการพูดคุยกันจริง ๆ และติดตามกัน ลองดู ในประเทศอื่น ๆ เวลาไปกดดันเขามาก ๆ อย่างประเทศเวียดนามล่าสุดถ้าท่านติดตาม ไปพูดคุย ไปลดค่าการกลั่น ไปลดอะไรต่าง ๆ หรือการชดเชยต่าง ๆ แล้วยังค้างชําระนาน ๆ เขาไปไม่ไหว เขาไปไม่ไหว เขาลดกําลังการผลิต ซ้ายมือประเทศไทย ผมคิดว่าไม่ใช่ว่าไม่มีคน ไปเติม คือมันสะดวกสบายเหลือเกิน ในขณะที่ล่าสุดเองที่เวียดนามมีกระบวนการอย่างที่ พวกเราหลายท่านเสนอ ไปบีบ ไปควบคุม ไปจํากัดทุกอย่างโดยไม่ดูเรื่องต้นทุนและความ เหมาะสม ผู้ประกอบการเขาก็ลดกําลังการผลิตเขารัน (Run) โรงงานแค่ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ เราเปึนประเทศเสรีกว่าเวียดนามด้วยซ้ําไป เราคงจะเข้าไปกํากับและยึดโรงงานโรงกลั่นเขา คงไม่ได้ แต่มันต้องอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสมแล้วเราก็ยังอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสมแล้วไปกันได้ แต่พอมันเกิดเหตุการณ์ในต่างประเทศที่เราเห็น เปึนอย่างไรละครับ ต้องเข้าคิว มันเกิด อย่างนี้ขึ้นจริง ๆ เราพยายามจะทําและติดตาม แล้วก็คุยกันด้วยเหตุด้วยผล และความ สมเหตุสมผลของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงดังกล่าวนําไปสู่อัตราของน้ํามันเชื้อเพลิงหรือราคา
น้ํามันเชื้อเพลิงในประเทศไทย ซึ่งท่านอยากจะให้ถูกกว่านี้อีก หลายท่านบอกว่าต้องลง ต้องทํา อย่างนั้นอย่างนี้ ลองดูเปรียบเทียบกับประเทศไทย ผมก็เคยนํามาแสดงในหลาย ๆ ครั้ง ข้อมูลในรัฐสภาแห่งนี้ ประเทศไทยเราก็ไม่ได้ต่ําที่สุดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี น้ํามันดีเซลเรายัง ประคับประคองอยู่ในอันดับที่ ๓ จากประเทศที่ราคาต่ําสุดในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) น้ํามัน เบนซินอาจจะดูสูงหน่อย เวียดนามดูจะต่ํากว่าแต่เวียดนามมีจํากัดการซื้อไปแล้ว มีการเข้าคิว อย่างที่ผมเรียนไป ตรงนี้เราคงไม่อยากเห็นให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย แอลพีจี (LPG) เหมือนกัน แอลพีจี (LPG) หลายท่านก็อยากจะให้ต่ํากว่านี้อีก โรงแยกต้องช่วยอย่างนั้นอย่างนี้ ลองดูราคา แอลพีจี (LPG) ที่เราขายกันอยู่ในประเทศและเรากําลังดูแลอยู่ อันนี้เราสูงกว่า เราเกือบจะ เรียกว่าต่ําที่สุดในภูมิภาครองจากมาเลเซียซึ่งเขามีพลังงานสะสมมากกว่าประเทศไทย มากมาย นี่ก็คือสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทํา พยายามประคับประคองใช้กองทุนน้ํามันในการที่จะ ช่วยเหลือ ในการที่จะบรรเทา ในการที่จะประคับประคองให้ประเทศไทยค่อย ๆ ฟุ๋นฟู ฟุ๋นฟู และค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจที่เปึนเศรษฐกิจปกติให้ได้โดยเร็ว วันนี้เราอยู่ในขั้นตอน เวลานี้อยู่ ผมเองก็อยากจะเรียนโดยสังเขปให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็ทางสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรทุกท่านให้ได้เข้าใจถึงภาพตรงนี้ว่าเราจําเปึนต้องทําตรงนี้จริง ๆ มิฉะนั้นแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไม่ต้องมีก็ได้แต่ประชาชนคนไทยจะต้องรับภาระตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ เปึนต้นมา หรือโดยเฉพาะต้นป้ ๒๕๖๕ น้ํามันในราคา ๔๐ กว่าบาท อาจจะถึง ๕๐ บาทก็ได้
ถ้ากระทรวงการคลังไม่ช่วยมาสนับสนุนอีกด้วย ราคาแอลพีจี (LPG) อาจจะสูงถึง ๕๒๕ บาท ต่อถัง ๑๕ กิโลกรัมก็ได้ แล้วประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างไร แล้วเราจะอยู่ท่ามกลางการฟุ๋นฟู ได้อย่างไร ในเมื่อขณะที่ถ้าจะต้องขึ้นในเวลานั้นกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไม่ได้เข้าไปช่วย วันนั้นประเทศไทยเรายังเผชิญหน้ากับโควิด-๑๙ (COVID-19) อยู่ เรากําลังรอการฟุ๋นฟูอยู่ ถ้าเราไม่เข้าไปช่วยเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้เข้าไปใช้ในการที่จะบรรเทา สร้างเสถียรภาพไว้ วันนี้เราก็คงจะมีปัญหาในเรื่องของการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและความเดือดร้อน ของประชาชนที่สะสมมากกว่านี้ด้วยซ้ําไป ส่วนเรื่องของแผนการชําระเงิน แผนการกู้เงิน ต่าง ๆ ก็จะมีผู้แทนของทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาชี้แจงต่อไป ขอบคุณครับ