อาคม เสนอร่างกฎหมายแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีตามมาตรฐานสากล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ชี้แจงความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศด้านภาษีอากร โดยมุ่งให้ไทยสามารถดำเนินการตามพันธกรณีสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนความโปร่งใสในการบริหารภาษี และรองรับมาตรฐานสากลภายใต้กรอบโกลบัลฟอรัม รวมถึงกำหนดกรอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งแบบร้องขอและแบบอัตโนมัติ พร้อมบทบาทและอำนาจของเจ้าหน้าที่ในการจัดการข้อมูลทางการเงินอย่างเหมาะสม มีการกำหนดบทลงโทษเพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ และขอให้สภารับรองร่างกฎหมายเพื่อยกระดับศักยภาพการบริหารจัดเก็บภาษีในบริบทระหว่างประเทศ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร

เหตุผล โดยที่ประเทศไทยมีพันธกรณีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากร แบบร้องขอตามความตกลงหรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการปัองกัน

การเลี่ยงรัษฎากร และความตกลงพหุภาคีว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการบริหารภาษี หรือเรียกว่าความตกลงแม็ก (MAC) และมีพันธกรณีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชี ทางการเงินแบบอัตโนมัติตามความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจในการ แลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่าเปึนความตกลงเอ็มซีเอเอ ซีอาร์เอส (MCAA CRS) ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเปึนภาคีสมาชิกโกลบัล ฟอรัม ออน ทรานส์พาเรนซี แอนด์ เอ็กเชนจ์ ออฟ อินฟอร์เมชัน ฟอร์ แทกซ์ เพอร์โพเซส (Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Purposes) หรือที่เรียก สั้น ๆ ว่าโกลบัล ฟอรัม (Global forum)

ซึ่งเปึนกรอบความร่วมมือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากรขององค์การเพื่อความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือชื่อย่อว่า โออีซีดี (OECD) อันมีผลผูกพันให้ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกต้องดําเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากร และข้อมูลบัญชี ทางการเงินกับคู่สัญญาตามความตกลงดังกล่าว ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตาม พันธกรณีและข้อผูกพันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอากรและข้อมูลบัญชีทางการเงิน ดังกล่าวได้ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ ภาษีอากร มีสาระสําคัญสรุปได้ดังนี้

๑. การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอ ซึ่งปรากฏอยู่ในมาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๒ ประกอบไปด้วย

๑.๑ กําหนดขอบเขตอํานาจของเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบคําร้องขอ

๑.๒ กําหนดรายละเอียดคําขอที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของคู่สัญญาต้องส่ง มายังเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย

๑.๓ กําหนดเหตุที่ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย สามารถปฏิเสธ การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอ

๑.๔ กําหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทยแจ้งเจ้าหน้าที่ ผู้มีอํานาจของคู่สัญญา ในกรณีที่คําร้องขอข้อมูลมีรายละเอียดไม่เพียงพอ หรือมีเหตุในการ ปฏิเสธคําร้องขอ

๑.๕ กรณีคําร้องขอข้อมูลมีรายละเอียดเพียงพอและไม่มีเหตุในการ ปฏิเสธคําร้องขอ ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจดําเนินการรวบรวมข้อมูลตามคําร้องขอ หากไม่มี ข้อมูลดังกล่าว ให้สั่งการให้อธิบดีมีอํานาจในการจัดหาข้อมูล โดยอธิบดีมีอํานาจการสั่ง บุคคลหรือผู้ที่ครอบครองข้อมูลดังกล่าวส่งข้อมูลนั้นให้แก่อธิบดี เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจ ของประเทศไทยเพื่อการแลกเปลี่ยนต่อไป

๒. การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอัตโนมัติปรากฏอยู่ในมาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๒๔ ประกอบไปด้วย

๒.๑ กําหนดขอบเขตอํานาจของเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทย ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ

๒.๒ กําหนดผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลบัญชีทางการเงิน และผู้ได้รับยกเว้น ไม่เปึนผู้มีหน้าที่รายงาน

๒.๓ กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดให้ลูกค้าของตนแจ้งและยืนยัน ข้อมูลเกี่ยวกับถิ่นที่อยู่ทางภาษีทุกครั้งที่มีการเป่ดบัญชีใหม่ และต้องตรวจสอบบัญชี ทางการเงินของลูกค้าของตน หากพบว่าบัญชีทางการเงินใดถือโดยลูกค้าซึ่งเปึนผู้ที่ต้อง ถูกรายงาน หรือถือโดยลูกค้าซึ่งมีผู้มีอํานาจควบคุมเปึนผู้ที่ต้องถูกรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่ รายงานกําหนดให้บัญชีทางการเงินนั้นเปึนบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน

๒.๔ กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงาน รายงานข้อมูลบัญชีทางการเงิน แก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจ ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของป้ถัดไป

๒.๕ กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องเก็บรักษาข้อมูลเปึนระยะเวลา ๖ ป้ นับแต่วันสิ้นป้ปฏิทินที่เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบบัญชีทางการเงิน

๓. อํานาจของเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจปรากฏในมาตรา ๒๕ คือกําหนดให้ เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศไทยสามารถเป่ดเผยข้อมูลให้กับเจ้าพนักงานประเมิน ตามประมวลรัษฎากร หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ป่โตรเลียม หรือกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษีอากรอื่นตามที่กําหนดได้ ทั้งนี้ การเป่ดเผยดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของความตกลง เท่านั้น

๔. บทกําหนดโทษ ปรากฏในมาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๓๑ ประกอบไปด้วย

๔.๑ กําหนดโทษปรับทางปกครอง ในกรณีไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของอธิบดี ในกรณีสั่งให้ส่งข้อมูลแบบร้องขอ หรือสั่งให้ปฏิบัติและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงิน แบบอัตโนมัติ

๔.๒ กําหนดโทษทางอาญา กรณีเจตนาแจ้งข้อความอันเปึนเท็จ กรณี การไม่เก็บรักษาข้อมูลและกรณีเป่ดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่น

๕. บทเฉพาะกาล กําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงานตามพระราชบัญญัตินี้ ดําเนินการตรวจสอบบัญชีทางการเงินที่มีอยู่ในก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ ของลูกค้าของตน หากพบว่าบัญชีทางการเงินใดถือโดยลูกค้าซึ่งเปึนผู้ที่ต้องถูกรายงาน หรือถือโดยลูกค้าซึ่งมีผู้มีอํานาจควบคุมเปึนผู้ต้องถูกรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่รายงานกําหนดให้ บัญชีทางการเงินนั้นเปึนบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปึนมาและความจําเปึนที่ต้องตราพระราชบัญญัตินี้ กล่าวคือ เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าร่วมเปึนสมาชิกกรอบความร่วมมือโกลบัล ฟอรัม (Global Forum) จึงต้องยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เปึนไปตามมาตรฐานสากล ๒ เรื่อง ได้แก่

๑. การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอสําหรับข้อมูลที่อยู่นอกเหนืออํานาจ ตามประมวลรัษฎากร

๒. การแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติตามความตกลงพหุภาคี ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินแบบอัตโนมัติที่เรียกย่อ ๆ ว่า ความตกลงเอ็มซีเอเอ ซีอาร์เอส (MCAA CRS) ซึ่งรัฐสภาได้กรุณาให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๕ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะรองรับการดําเนินการตามมาตรฐานสากล ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้ง ๒ เรื่องข้างต้นได้

สุดท้ายนี้กระผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณา ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่าง ประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ