บรรณ ชี้ร่างกฎหมายถอดถอนท้องถิ่นต้องลงคะแนนลับป้องกันขัดแย้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

บรรณ แก้วฉ่ำ ชี้แจงเหตุผลในการสงวนความเห็นต่อร่างกฎหมายเกี่ยวกับการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น โดยเห็นว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ดีในการคืนอำนาจให้ประชาชน แต่กังวลว่าการเพิ่มบทบัญญัติเรื่องการสอบสวนอาจทำให้ผู้บริหารต้องรับผิดชอบต่อผู้มีอำนาจมากกว่าประชาชน และไม่ควรมีการเปิดเผยชื่อผู้ลงชื่อถอดถอนซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ความหวาดกลัว และการซื้อเสียง จึงเสนอให้กำหนดการลงคะแนนเสียงแบบลับเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามมาตรฐานสากล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ขัดหรือเกินกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๔ และควรคงไว้เพื่อรักษาเจตนารมณ์ของกฎหมายในการเสริมสร้างประชาธิปไตยระดับท้องถิ่น

นายบรรณ แก้วฉ่ํา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม บรรณ แก้วฉ่ํา เปึนกรรมาธิการที่มาจากสัดส่วนของพรรคก้าวไกล เปึนบุคคลภายนอกนะครับ เคยเปึนนิติกรขององค์กรท้องถิ่น ปัจจุบันเปึนหัวหน้าฝ์ายนิติการของ อบจ. พระนครศรีอยุธยา กระผมขออนุญาตใช้เวลาพูดในมาตรานี้มากหน่อยนะครับ ผมสงวนความเห็นไว้ทั้งหมด ๒๖ มาตรา ขอใช้เวลามากเฉพาะมาตรานี้ส่วนมาตราหลัง ๆ ที่สงวนความเห็นไว้ ผมติดใจ ทุกมาตราแต่ว่าถ้าจําเปึนต้องชี้แจงก็จะใช้เวลาประมาณ ๒-๓ นาที จะไม่เยอะ บางมาตรา ก็จะไม่ชี้แจง เหตุผลที่ผมขอสงวนความเห็นในมาตรานี้เนื่องจากว่ากฎหมายนี้มีความสําคัญ อย่างยิ่ง เปึนกฎหมายที่เปึนการใช้อํานาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยทางตรงของ ประชาชน คือแต่เดิมนี้ในท้องถิ่นเมื่อประชาชนในท้องถิ่นไปโหวตเลือกผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ระหว่างวาระดํารงตําแหน่ง ๔ ป้ จะมีความประพฤติไม่ดีอย่างใด ๆ ก็ต้องรอให้ครบ ๔ ป้ก่อน จึงจะไปโหวตอีกครั้งหนึ่งเพื่อไม่เลือกเขานะครับ แต่ว่าการที่มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาทําให้ ประชาชนนี้สามารถเข้าชื่อถอดถอนเขาเสียเมื่อไรก็ได้ หากมีความประพฤติไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นแท้จริงกฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง แต่ว่าในการจัดทําร่างกฎหมาย ฉบับนี้กลับไปนําบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการสอบสวนเข้ามาเพิ่ม ซึ่งผมต้องขอขอบพระคุณ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่มีมติให้ตัดบทบัญญัติเรื่องการสอบสวนออกเสียทั้งหมดนะครับ เนื่องจากว่าการที่จะไปใช้อํานาจในการกํากับดูแลท้องถิ่นควรไปทําไว้ในกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่แล้ว แต่กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายของประชาชนโดยแท้ เพราะฉะนั้น ต้องกล่าวเรื่องการให้อํานาจประชาชน ผมขออนุญาตมีประเด็นที่อยากจะชี้แจงแทนท้องถิ่น ทั่วประเทศ แทนผู้บริหารท้องถิ่นแล้วก็แทนสมาคมด้วยนะครับ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ มีกรรมาธิการบอกว่าเหตุที่สมาคมท้องถิ่นเข้ามาค้านร่างกฎหมายฉบับนี้เนื่องจากกลัวอํานาจ ประชาชน คือผมเองมีตําแหน่งในสมาคมต่าง ๆ ของท้องถิ่นเกือบทุกสมาคม แล้วก็เคยเปึน เลขานุการของ ๓ สมาคมหลัก ก็คือสมาคม อบต. สมาคมสันนิบาตเทศบาลและสมาคม อบจ. ในการพิจารณายกร่างประมวลกฎหมายท้องถิ่นมาก่อน ผมขออนุญาตถือโอกาสชี้แจง แทนนายกท้องถิ่นแล้วก็สมาชิกสภาท้องถิ่นทั่วประเทศว่าเหตุผลที่เข้ามาคัดค้านในร่าง กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เขากลัวอํานาจประชาชน เพราะว่าเขาได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่เข้ามาแต่ ก็ติดใจบางประเด็นเท่านั้นเองก็คือการที่ไปเพิ่มอํานาจสอบสวนให้ผู้กํากับดูแล ตรงนี้ทําให้เขา ต้องรับผิดชอบต่อผู้กํากับดูแลแทนที่จะรับผิดชอบต่อประชาชน

อีกประเด็นหนึ่งที่ติดใจซึ่งเปึนประเด็นที่ผมขอสงวนความเห็นไว้ก็คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ไปตัดเรื่องที่ดีออกเสียก็คือกระบวนการลงคะแนนโดยลับนะครับ กระบวนการลงคะแนนโดยลับมีความสําคัญอย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่นว่าในครอบครัวเดียวกัน พ่อชอบฝ์ายหนึ่ง แต่ลูกชอบขั้วการเมืองอีกฝ์ายหนึ่ง การที่พ่อไปเลือกไปโหวตคะแนนโดยลับ ลูกก็ไม่รู้ อย่างนี้ก็ไม่เกิดความแตกแยกในครอบครัว แต่ว่าการใช้วิธีเอาชื่อประชาชน มาเป่ดเผยอย่างนี้ พ่อก็สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกตนเองหรือว่าแม้ฝ์ายลูกก็ไปตรวจสอบได้ว่า พ่อตนเองไปลงคะแนนถอดถอนนายก อบต. ที่เขาชอบ นี่เกิดความแตกแยกนะครับ

นอกจากนั้นการเอาชื่อประชาชนมาเป่ดเผยเปึนการทําให้การใช้สิทธิของประชาชน ตามกฎหมายฉบับนี้อยู่ด้วยความหวาดหวั่น เพราะว่าชื่อตนเองไปโชว์ให้ผู้ถูกถอดถอนนั้น รับทราบอยู่ ผู้ถูกถอดถอนสามารถดูชื่อตนเองได้ตลอดเวลา ความกังวลต่อความปลอดภัย ในชีวิตในตนเอง ความกังวลต่อครอบครัว ต่ออิทธิพลต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเราออกแบบ ให้ประชาชนใช้สิทธิในลักษณะที่ทําให้เขาหวาดหวั่นว่าจะเกิดภัยต่อตนเอง อีกอย่างหนึ่ง กระบวนการลงคะแนนโดยลับเปึนการปัองกันการใช้เงินในการซื้อให้เข้าชื่อถอดถอน คือถ้ามีการลงคะแนนโดยลับมันตรวจสอบได้ยากเวลาเอาสตางค์ไปใช้จ่ายว่าเขาจะทําตามที่ ตกลงไว้หรือไม่ แต่ว่าการเอาชื่อมาเป่ดเผยแบบนี้ผู้ที่ใช้เงินไม่ว่ากรณีตัวเองถูกถอดถอนก็ดี หรือเปึนผู้อยากจะถอดถอนผู้อื่นก็ดี ใช้เงินไปเท่าไรสามารถไปตรวจรายชื่อของประชาชน ที่โชว์อยู่ได้ทันที แล้วก็ตามหลักสากลที่ค้นดูทุกประเทศทั่วโลกไม่มีประเทศไหนเขาทํากัน ที่ไปเอาชื่อประชาชนมาเป่ดเผยในลักษณะนี้ นี่ก็เลยเปึนเหตุผลว่าทําไมกระผมจึงขอสงวน ความเห็นให้เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนโดยลับเข้ามาในร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ

ทีนี้ประเด็นในมาตรา ๒๕๔ มีประเด็นว่าการที่เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วย การลงคะแนนโดยลับเข้ามาในร่างกฎหมายฉบับนี้ เปึนการเกินกรอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ หรือไม่ จะสังเกตเห็นว่าบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการสอบสวนนี้ก็ไม่มีในเนื้อความ ตามมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญ แต่ในร่างกลับเขียนเพิ่มมาได้ เพราะฉะนั้นในกระบวนการ ลงคะแนนโดยลับก็เปึนเพียงหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งผมมองว่า สามารถเพิ่มเข้ามาในกฎหมายฉบับนี้ได้ โดยเฉพาะประเด็นสําคัญคือถ้าไม่เพิ่มนี้จะเกิด ความวุ่นวายในท้องถิ่นทั่วประเทศ ไม่ว่าตั้งแต่ระดับครอบครัวอย่างที่ผมยกตัวอย่าง ในชุมชน ท้องถิ่นก็เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ์าย เพราะเห็นกันชัดว่าฝ์ายโน้นเลือกข้างฝ์ายนี้ถอดถอนคนนี้ ด้วยเหตุตามที่นําเรียนมากระผมจึงติดใจที่จะสงวนความเห็นเพื่อให้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับ กระบวนการลงคะแนนโดยลับ ขอบคุณครับ