สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขณะนี้ยังมี ท่านสมาชิกยังไม่มาลงชื่อนะครับ เดี๋ยวรอสักพัก ช่วงนี้ก่อนที่จะเปิดประชุมมีท่านใด จะปรึกษาหารือได้นะครับ เพื่อที่รอท่านสมาชิกที่กำลังเดินทางมาลงชื่อเป็นองค์ประชุม เชิญครับ

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน จังหวัดมุกดาหาร พอดีท่านประธานมีดำริว่ารอประชุมให้หารือก่อน ผมก็ขออนุญาตตามที่ ท่านประธานมีดำริ คือผมเคยหารือไปแล้วในสภา ๒-๓ อาทิตย์ที่แล้ว แต่มีปัญหาอยู่ว่า หน่วยงานที่รับไปดำเนินการแล้วเขาเกรงว่างบประมาณเป็นจำนวนมาก เขาเกรงว่าจะไม่ได้รับ การอนุมัติ คือแขวงทางหลวงมุกดาหารเขาไปตอบสนองชาวบ้าน ชาวบ้านอยากให้เขาตัดถนน อ้อมหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลร่มเกล้า หมู่ที่ ๔ บ้านหนองนกเขียน เป็นทางหลวงแผ่นดินชนบท ของมุกดาหาร กลางค่ำกลางคืนมีรถหกล้อ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นทางลัดระหว่าง อำเภอหนองพอกไปอำเภอนิคมคำสร้อยจะเข้าตัวจังหวัดมุกดาหารแล้ว ขนสินค้าข้ามสะพาน ไปที่มุกดาหารและไป สปป. ลาว ถนนเส้นนี้รถบรรทุกบรรทุกหนักผ่านมานานหลายปีแล้ว ชาวบ้านก็ไม่ค่อยเป็นสุข เพราะว่าค่ำคืนรถก็วิ่งผ่านตลอด ชาวบ้านก็เลยต้องการให้หน่วยงาน ไปตัดถนนอ้อมหมู่บ้านเขาประมาณ ๓ กิโลเมตร กับ ๘๐๐ เมตร ในส่วนนั้นก็ผ่านสวนยางด้วย คาดว่าอาจจะมีการชดเชยสวนยางด้วย ก็เลยหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบโดยตรง อยากให้ท่านผลักดันเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนให้ชาวบ้านหน่อยนะครับ ขอบคุณมากท่านประธาน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดขอนแก่น ขออนุญาตชื่นชม ท่านประธานที่จะสร้างบรรทัดฐาน ๐๙.๐๐ นาฬิกา ก็มานั่งบนบัลลังก์อีกสักหน่อย องค์ประชุมก็ต้องครบได้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อคืนดึกถึงตีหนึ่ง ตีสอง ผมลุกขึ้นพูดกับ ท่านประธานวันนี้ในฐานะที่เคยเป็น สส. เขตที่จังหวัดขอนแก่น และปัจจุบันก็อยู่จังหวัด ขอนแก่น มีข่าวคราวที่ไม่ดีเกี่ยวกับ สส. ของจังหวัดขอนแก่น ผมคิดว่าคนขอนแก่นเป็น นักการเมืองที่อยู่ในสายประชาธิปไตย เรื่องที่จะไปซื้อสิทธิขายเสียง ขายตัวผมว่าไม่มี ผมเห็นใจน้องทั้ง ๒ ท่าน จะทางบวกทางลบ ผมยืนยันกับพี่น้องทั่วประเทศว่าคนขอนแก่น มีบรรทัดฐาน นายแคล้ว นรปติ กินเหล้าแล้ว นายแคล้วเบอร์ได๋ กินเหล้านายสวัสดิ์ ถิ่มบัตร นายกระจ่าง ผมคิดว่าวิชามารต่าง ๆ ที่จะทำลายระบอบประชาธิปไตย เลิกเสียครับ เพราะว่าองค์ประชุมทางฝ่ายผมล้นเหลือนะครับ ล้นเหลือ ๒ วันที่ผ่านมาไม่มีปัญหา องค์ประชุม คนอีสานว่า ไม่ทราบว่า บ่ฮู้ว่าจะซือมาหาสีแตก ซื้อมาทำไมครับ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญครับ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นชื่นชมท่านประธานครับ ถึงแม้วันนี้ช่วงรอสมาชิกก็ใช้เวลาให้เป็น ประโยชน์โดยการหารือ ผมจากจังหวัดน่านซึ่งเกิดมหาอุทกภัยใหญ่อย่างที่เราทราบกัน เมื่อคราวก่อนนี้ได้มีการหารือไปแล้วก็อยากจะฝากว่าในมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐจะดำเนินการ เนื่องจากปีที่แล้วรัฐสร้างบรรทัดฐานไว้ก็อยากจะให้ใช้บรรทัดฐานเดิม แต่ทีนี้บรรทัดฐาน ต่าง ๆ หลายอย่างมันต้องโดยมติ ครม. หลังน้ำท่วม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเยียวยา หรือเรื่อง อื่น ๆ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการขุดลอกลำน้ำน่าน เพราะเมื่อปีที่แล้วเกิด อุทกภัยใหญ่ ผมไปดูแล้วส่วนใหญ่เข้าไปลอกแถวเชียงราย ผมถามทางชลประทานของน่าน แทบไม่มีเลย ก็อยากจะฝากไปยังทางชลประทาน หลังจากเขตเทศบาลเมืองน่านไปเขามีการ สร้างฝายธงน้อยซึ่งเสร็จเมื่อปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ ก็เกิดน้ำท่วมขึ้นมาเลย ก็เลยมีผลว่า ฝายตรงนี้หรือเปล่า แต่ว่าผมได้คุยกับทางกรมพลังงาน ทางกรมพลังงานก็พยายามจะหาทาง แก้ไข เพราะเขาบอกน้ำมาผิดปกติ ซึ่งก็ได้ทราบว่ากรมพลังงานได้งบประมาณมาทำช่อง ระบายน้ำเพิ่มจากเดิม ๕ ช่อง เพิ่มขึ้นมาอีก ๔ ช่องเพื่อระบายน้ำ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ตะกอนที่มาถึงหน้าฝายแล้วก็หลังฝาย หลายปีแล้ว ๑๐ กว่าปีแล้ว ไม่ได้มีการขุดลอกเลย เพราะฉะนั้นเวลาปริมาณน้ำที่มามันก็เลยทำให้ไม่สามารถที่จะเกิดการระบายได้ ก็อยากจะ ฝากไปยังทางชลประทานให้มีการลอกลำน้ำน่านในส่วนของหน้าฝายธงน้อยหรือตลอด แล้วก็ หลังฝายธงน้อยด้วยเพราะไม่อย่างนั้นเวลาน้ำมานี่ ปีนี้มันมาเยอะจริง ๆ แล้วก็ที่สำคัญก็ฝาก รัฐวางแผนระยะกลาง ระยะยาว แล้วก็วางมาตรการต่าง ๆ ไม่ใช่แต่การเยียวยาทั่วไป ปีนี้ ชาวบ้านเก็บของไม่ทันโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเสียหาย บางคนแทบจะหมดตัวเลย ก็ฝากรัฐ เยียวยาเป็นพิเศษ ส่วนพืชผลทางการเกษตรก็แช่น้ำเสียหายเยอะ ก็ฝากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้พิจารณาดูแลด้วยนะครับ

แล้วก็อีกประการหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือว่าในงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมเพิ่ง ได้รับรายงานมาเมื่อเช้านี้ ปรากฏว่ามีโครงการของบ้านนาแห้ว ตำบลกองควาย อำเภอเมือง เสนอมาซึ่งปรากฏว่ารัฐอนุมัติมา แต่เวลาจัดสรรไปมีการแจ้งพิกัดผิดก็คือแจ้งมาเป็น บ้านนาแห้ว แต่เป็นตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง ก็ฝากให้ทางชลประทาน หรือ สทนช. ผมไม่ทราบว่ามันไปผิดที่ไหน ผมถามทางชลประทาน ชลประทานก็บอกเขาส่งพิกัด ส่งรายละเอียดมาถูก แต่พอจัดสรรไปมันไม่ถูกต้อง ก็ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแก้ไข ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก มีเวลาอยู่ ตอนนี้ท่านสมาชิกก็ทยอยกันมาลงชื่อเป็นองค์ประชุม ผมขอยึดกติกาเดิม เดี๋ยวใครจะปรึกษาหารือ กรุณาเดินมาลงชื่อตรงหน้าเจ้าหน้าที่ แล้วก็กำหนดเวลาตามที่เรา กำหนดกัน คนละไม่เกิน ๒ นาทีครับ ยังพอมีเวลา เชิญครับ ขออนุญาตท่านภูมิพัฒน์ก่อน แล้วก็ท่านต่อไปครับ เชิญครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๑ ซึ่งรับใช้พี่น้องชาวอำเภอนาทม นาหว้า ศรีสงคราม และอำเภอบ้านแพง ก่อนอื่นต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และคนที่สอง เจ้าหน้าที่ ข้าราชการทุกท่านของสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านประธานได้ส่งเรื่อง หารือไปกระทรวงต่าง ๆ แล้วได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วมาก ต้องขอขอบพระคุณ ทุกกระทรวง กรม ได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน และเรื่องสำคัญก็ยังเป็นอันดับหนึ่งที่พี่น้องราษฎรเดือดร้อนร้องเรียนมามาก แต่ก็ดีขึ้นมาก เพราะว่าที่เขตของผม ๔ อำเภอ ผู้กำกับ ตำรวจแต่ละสถานีได้เริ่มจับผู้ค้ายาเสพติด ยาบ้าได้ จำนวนมาก จับได้ทุกวัน สถานีตำรวจภูธรนาหว้า จังหวัดนครพนม ผู้กำกับไปจับเอง ไปตอนค่ำ ตอนกลางคืน ตอนเช้า จับได้ทุกวัน สถานีไหนที่ผู้กำกับไปจับเองก็จับได้มาก แต่ก็ยังมีปัญหา ข่าวรั่วอยู่บ้างถ้าผู้กำกับไม่ไป ซึ่งอาจจะรั่วจากลูกน้องของตัวเองหรือท่านอื่น ๆ นั่นต้อง ขอกราบขอบพระคุณผู้กำกับทุกสถานีและผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดนครพนม ยอดเยี่ยมมาก แต่อยากให้ฝ่ายปกครองผู้ว่า รองผู้ว่า ปลัดจังหวัด ปลัดอำเภอ นายอำเภอได้ช่วยปราบปราม อีกแรงหนึ่ง เพราะว่าผู้ใหญ่บ้าน กำนันได้ส่งรายชื่อผู้ขายยาบ้าและผู้เสพแล้ว ถ้าไปช่วยกัน จับตามรายชื่อที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านส่งมาก็จะดำเนินการจับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แล้วก็พี่น้อง ของเราก็จะพ้นจากความเดือดร้อนทั้งที่ตกนรกทั้งเป็น แล้วก็ขอให้ฝ่ายปกครองได้นำผู้ติด ยาเสพติดไปบำบัดทุกคน เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ในหมู่บ้านเดือดร้อนกัน ทุกฝ่ายช่วยกัน ก็จะทำให้มีความสุขอยู่ในหมู่บ้านได้ ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยด้วย ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ที่ท่านเด็ดขาดรวดเร็วมาก พี่น้องประชาชน ชื่นชมมาก กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านจุลพงศ์ครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอใช้เวลา สักเล็กน้อย ก่อนอื่นเลยต้องขอชื่นชมท่านประธานที่ท่านได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ตรงเวลา ซึ่งจริง ๆ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก การประชุมของคนไทยส่วนใหญ่ประธานมา ตรงเวลานี่ค่อนข้างจะหายากนะครับ ผมขอชื่นชมท่านประธานนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือขณะที่ประชุมสภา ท่านประธานครับ บางครั้งบริเวณตรงกลาง จะอากาศร้อนอบอ้าว อาจจะเป็นเพราะแอร์ไม่พอ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานว่า ถ้าสมาชิก ยกตัวอย่างเช่นผมจะขออนุญาตถอด Jacket สูทข้างนอก แต่ข้างในยังผูกเน็กไทอยู่ ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นการผิดระเบียบการประชุมสภา ถ้าไปเทียบกับต่างประเทศอย่าง ประเทศสิงคโปร์ หรือหลาย ๆ ประเทศในอาเซียน ญี่ปุ่นเขาใส่เสื้อแขนยาว แล้วบางที ก็ไม่ต้องผูกเน็กไทนะครับ หรือแม้แต่ใส่แขนสั้น จริง ๆ มันอยู่ที่เนื้อหาการประชุมมากกว่า การแสดงความคิดเห็นของสมาชิกมากกว่านะครับ มากกว่าการแต่งตัว

อันที่ ๓ คือเป็นเรื่องขัดข้องใจผมตั้งแต่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ๆ แล้ว คือระยะเวลากำหนดการประชุมสภาใหญ่กับคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่ามันทำให้การประชุมสภา ไม่มีประสิทธิภาพเลย หมายความว่าขณะที่ประชุมสภาใหญ่ก็มีการประชุมกรรมาธิการไปด้วย ถ้าในสมัยหน้าท่านประธานได้มีโอกาสเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมก็จะเสนอว่าจริง ๆ ควรจะไม่ตรงกัน หรือเราอาจจะประชุมสภาสัก ๒ อาทิตย์ แล้วหยุด ๑ อาทิตย์แบบใน ต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกในต่างจังหวัดจะได้ออกพบปะกับประชาชน เต็มอาทิตย์เลย ขณะเดียวกัน ๒ อาทิตย์เราประชุมสภา ไม่จำเป็นต้องประชุมทุกวันนะครับ แต่หมายความว่าอาจจะ ๓-๔ วัน แล้วผมคำนวณดูแล้วจะเป็นการประหยัดค่าเดินทางของ สมาชิกด้วยนะครับ แล้วขณะเดียวกันสมาชิกก็มีเวลาที่จะใช้เวลากับพื้นที่เต็มที่ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เรื่องอุณหภูมิในห้อง ผมก็มีความรู้สึกเหมือนท่านจุลพงศ์ เดี๋ยวอย่างไรฝ่ายสถานที่ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของสภาลองตรวจสอบดู เพราะว่าอากาศค่อนข้างอบอ้าว ข้างหลังผมผมยัง ต้องใช้พัดลมเลย เดี๋ยวขอให้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่สภาที่รับผิดชอบช่วยตรวจสอบดูว่า เครื่องปรับอากาศนั้นมันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ต่อไปเชิญท่านรัชนก สุขประเสริฐ ครับ

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ สิงหาคม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้หารือไปแล้วในเรื่องของบ่อนไก่ชน ที่ชมรมอนุรักษ์ไก่ชน ซอยสวนผัก อุ่นอารี ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากดิฉันหารือไปทุกอย่างปกติหมดค่ะ ยังคงดำเนินการและมีการเล่นพนันไก่ชนกันอยู่ เหมือนเดิมค่ะ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๘ ก็เล่นเหมือนเดิม วันอาทิตย์ที่ ๑๐ ยันล่าสุดเมื่อวาน วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ฝากท่านประธานเร่งรัดตามไปที่ทาง สภ. เมือง สมุทรปราการให้เร่งรัดดำเนินการหรือว่าฝากไปยัง ผบ.ตร. ในสัปดาห์ที่แล้วดิฉันพูดไปแล้ว ดิฉันยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็นกับเรื่องนี้ ฝากท่านไปตรวจสอบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช เชิญครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ขอชื่นชมท่านประธานก่อนที่ดำเนินการให้มีการหารือกันในวันนี้ ก่อนที่องค์ประชุมจะครบ ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงอธิบดีกรมชลประทาน โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีการสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านไทรทอง ที่ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นโครงการแก้ปัญหา น้ำท่วมและน้ำแล้ง เป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒ ใช้เวลาในการก่อสร้างมาประมาณ ๗ ปีแล้ว ยังดำเนินการก่อสร้างไม่เสร็จสิ้น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งในเขตพื้นที่อำเภอบางสะพานยังมีอุปสรรคมีปัญหาต่าง ๆ อยู่ จึงอยากให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการให้กรมชลประทานดำเนินการเร่งรัด จัดสรรงบประมาณไปเพื่อดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านทรายทอง ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน ให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วย เพื่อจะได้ต่อท่อระบบส่งน้ำอุปโภคบริโภคและ ได้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอำเภอบางสะพานอย่างถาวรต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในช่วงที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยังมาไม่ครบเพราะว่าดึกมาก เมื่อคืนนี้ เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอหารือซึ่งผมได้กะว่าจะหารือในหลาย ๆ วัน วันนี้ก็เป็นโอกาสดี ที่จะต้องหารือครับ ก็คือเนื่องจากว่าประตูเมืองอุดรธานีซึ่งเป็นประตูเมืองที่กรมโยธาธิการ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างมาในงบ ๓๙ ล้านบาทเศษ ๆ ได้มีการเซ็นสัญญา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ เท่าที่จำได้ก็คือวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ จนหมดวาระสิ้นสัญญา แต่เป็นสิ่ง ที่แปลกว่าพอสิ้นสัญญาแล้วก็ไม่รู้ว่าปรับหรือไม่ปรับของบุคคลที่เป็นผู้รับเหมาที่ทำให้ ประตูเมืองมันเก้งเค้งอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นมันจะเสียหายต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด อุดรธานี แล้วก็บ่นกร่นด่าจนทุกวันนี้ไม่ว่าจะทางเฟซ ทาง LINE ทางอะไรต่าง ๆ และได้ ทราบว่าหลังจากที่ผู้รับเหมาได้ทิ้งงานไป ครบสัญญาแล้ว แต่ไม่สามารถที่จะดำเนินการ แล้วเสร็จ หลังจากนั้นได้ข่าวว่าได้มีการต่อสัญญาให้กับผู้รับเหมาอีก จะเอาเงินเอางบมาอีก ประมาณ ๙,๘๐๐,๐๐๐ บาท ใน ๙,๘๐๐,๐๐๐ บาทนี้ก็เอาเหล็กเอาอะไรไปพาด ๆ ไว้เฉย ๆ ถ้าท่านประธานว่าง ๆ ก็ลองไปประตูเมืองอยู่หน้ากรมหลวงประจักษ์เลยนะครับ จริง ๆ แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเขาขออนุญาตทาง มทบ. ๒๔ หรือไม่อย่างไร เพราะฉะนั้นประตูเมืองนี้ คือดีนะครับ แต่ ณ วันนี้ผมไม่ได้ให้โชว์ เพราะว่ามันเร็วจนเกินไป เพราะว่าผมมีคลิปมีอะไรต่าง ๆ ที่จะให้ ดูด้วย เพราะได้มีการหารือหลายครั้ง ความล่าช้า แล้วจังหวัดอุดรธานีก็จะทำการเปิด โครงการพืชสวนโลก ซึ่งจะมีขึ้นในปี ๒๕๖๙ นี้ อีกเวลาประมาณสัก ๔๐๐ กว่าวันเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าประตูเมืองยังไม่เสร็จมันเป็นที่อับอายขายหน้าพี่น้องชาวโลกหรือพี่น้อง ประเทศไทยที่จะเดินทางไปดูพืชสวนโลกในปลายปี ๒๕๖๙ และในขณะเดียวกันจังหวัด อุดรธานีก็จะมีการเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติในปี ๒๕๖๙ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงขอท่านประธานได้บันทึกส่งไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการ ให้ดำเนินการเร่งรัดให้แล้วเสร็จ และบุคคลที่ทำงานไม่เสร็จนั้นก็ขอให้มีการปรับตาม กระบวนการ จะทำสัญญาใหม่หรือจะทำใหม่อะไรก็แล้วแต่ ก็เร่งรัดให้มีการดำเนินการ ให้แล้วเสร็จ ขอขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา ครับ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ผมเองมีเรื่องจะมาขอหารือกับท่านประธานสภาครับ

เรื่องแรก ในเรื่องของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวรในเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องแผนการส่งน้ำในคลองส่งน้ำของโครงการส่งน้ำนเรศวร มีคลองสายหลักที่จะส่งน้ำให้กับ พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ ๙๗,๕๐๐ ไร่ อยู่ ๒ เส้น คือ สาย PL1 และ PL0 ปัญหา ก็คือว่าทางโครงการนั้นได้กำหนดแผนการส่งน้ำว่าจะยุติการส่งน้ำภายในวันที่ ๓ สิงหาคม แต่ผลปรากฏว่าในความเป็นจริงยังมีพี่น้องเกษตรกรชาวนาในโครงการนเรศวรยังไม่สามารถ ที่จะเก็บเกี่ยวได้ตามกำหนด เพราะว่าการส่งน้ำตั้งแต่ต้นมีความล่าช้าและมาตรการ การเผาฟางก็เป็นอุปสรรคอีกอย่างหนึ่งทำให้พี่น้องนั้นต้องทำนาล่าช้าไป เพราะฉะนั้นขอให้ ชลประทานได้ดูในข้อเท็จจริงด้วย ในเมื่อชาวนาก็ปลูกข้าวตามกติกาในรอบแรก แต่ว่าวันนี้ ข้าวยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตและยังต้องการน้ำอีกรอบหนึ่ง และชาวบ้านก็ขอมาตั้งแต่วันที่ ปิดการส่งน้ำในวันที่ ๓ แล้วจนวันนี้ไม่มีการตอบรับใด ๆ เลย ผมไม่เข้าใจว่าทางกรมชลประทาน ทำไมจะยืนเห็นชาวบ้านดูต้นข้าวตายคานาได้ แล้วก็ตายคานา ตายคาเพราะว่าไม่มีน้ำส่งไป ทั้ง ๆ ที่วันนี้เขื่อนสิริกิติ์ระบายน้ำออกจากเขื่อนวันละถึง ๕๕ ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำผ่าน หน้าบ้านเขาแต่ว่าเขาไม่มีน้ำจะใช้ มันเจ็บใจมากนะครับ ผมขอให้ผู้อำนวยการโครงการ ส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวรได้ดูแลในส่วนของน้ำทั้งคลอง PL1 และ PL0 ให้กับพี่น้อง เกษตรกรก่อนที่พี่น้องเขาต้นข้าวจะเสียหาย

เรื่องที่ ๒ ผมเองต้องขอบพระคุณทางรัฐบาลนะครับ แล้วก็คณะกรรมการ นบข. ที่ได้อนุมัติเงิน นบข. ให้กับพี่น้องเกษตรกรซึ่งรอกันมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ทีนี้ ผมอยากจะขออีกสักอย่างหนึ่งนะครับ นั่นหมายความว่าพอ นบข. อนุมัติไปเมื่อวันที่ ๑๓ แล้ว ขอให้เรื่องนี้ได้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีโดยไว แม้ว่า Timeline เมื่อก่อนนี้มันจะอยู่ประมาณ ๓-๕ สัปดาห์ก็ตาม แต่ถ้าเป็นไปได้ในวันอังคารหน้าหรือวันอังคารถัดไปก็ขอให้ได้เข้าสู่ คณะรัฐมนตรีเถอะครับ เพราะว่าพี่น้องก็แย่แล้วแต่พี่น้องชาวนาในพิษณุโลกก็ฝากผู้แทน อย่างพวกผม ๓ คนมาว่าขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้อนุมัติโครงการนี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจะอ่านรายชื่อเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกได้เตรียมตัวนะครับ ท่านวิลดา อินฉัตร และท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ แล้วก็ท่านนพดล ทิพยชล เชิญท่านวิลดา อินฉัตร ครับ

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากสถานการณ์สู้รบตามชายแดน ดิฉันก็ได้พบกับท่านผู้การ ตชด. และผู้กำกับ ตชด. ก็ได้ปรึกษาหารือกันว่าตอนนี้ได้ยื่นเอกสารต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนรบจนปัจจุบันสถานการณ์ ก็คลี่คลายลงในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ขอมามีทั้งกล้องขยายเขตไฟฟ้า อากาศยานไร้คนขับต่าง ๆ จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับเลย ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นทรายหรือว่าการฝึกของโรงเรียน ๕๓ โรง ก็ไม่มีวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการฝึก พอเราทำการรบจริง ๆ ก็คงจะเป็นที่ลำบากใจของ ตชด. ท่าน ตชด. ก็อยากจะได้เสื้อเกราะที่สามารถป้องกันชีวิตของตนเองเพื่อจะกลับไปสู่ ครอบครัวได้อย่างปลอดภัย จึงขอให้รัฐบาลช่วยอนุมัติงบแล้วก็ดูหนังสือที่ได้ส่งมาหลายเดือนแล้ว ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับงบ ไม่มากนะคะ แค่ ๒๖-๒๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับเสื้อเกราะ เสื้อเกราะนี้ได้ทราบมาว่าทางศรีสะเกษขาดอยู่ ๑๐๐ ตัว แล้วก็ทาง สุรินทร์ ๔๐๐ ตัว อยากเรียนให้ท่านประธานช่วยบอกกับรัฐบาลจัดสรรหาสิ่งที่จำเป็นกับชีวิต ของ ตชด. ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ครับ

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ อำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาที่ใช้เวลาว่างที่เกิดประโยชน์ ก็คงจะ ก่อเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัด ชลบุรี เขต ๕ ผมนั้นมีอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทรอันเนื่องมาจากพระดำริ เป็นโครงการ สุดท้าย ตอนนี้พี่น้องชาวบ้านวิตกกังวลเนื่องจากชลประทานนั้นได้ปล่อยน้ำออกทุกวัน เนื่องจากว่าหลายจังหวัดของประเทศไทยนั้นฝนตกน้ำท่วมแต่ชลบุรีผมน้ำไม่ค่อยมี ตอนนี้ น้ำในอ่างนั้นเหลือประมาณ ๒๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่จริงแล้วอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร เก็บน้ำได้ถึง ๑๔๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ๒๖ ล้านลูกบาศก์เมตรถือว่าขั้นวิกฤติ แต่ชลประทาน ยังปล่อยน้ำออกทุก ๆ วัน เนื่องจากข้างล่างจะไปอ้างว่าพื้นที่ข้างล่างนั้นทำนา แต่พื้นที่ ข้างล่างนั้นไม่เคยลงมาดูน้ำท่วม เมื่อวานนี้ผมได้นำเรียนท่านรัฐมนตรีไปแล้วก็ฝาก ท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องคลองส่งน้ำเหมือนกัน ได้รับการร้องเรียนจากอดีตท่าน สจ. สมนึก ทองแก้ว คลองส่งน้ำในช่วงตำบลวัดโบสถ์ วัดหลวง วัดโคกเพลาะ ถนนเลียบคลอง ๒ ฝั่งนั้นได้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก หลายปีแล้วก็ยังไม่ดำเนินการซ่อมแซม ก็อยากจะให้กรมชลประทานนั้นได้ผลักดันงบประมาณไปซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชน โดยเร่งด่วน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพดล ทิพยชล ครับ

นายนพดล ทิพยชล นนทบุรี

เรียนท่านที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรี เขต ๔ อำเภอปากเกร็ด พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องระหว่างรอการประชุมหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก เรื่องเกี่ยวกับรัฐสภาเราครับ มีพี่น้องประชาชนฝากเรื่องผ่าน ผู้แทนราษฎรมาเกี่ยวกับผู้สูงอายุกับผู้พิการที่มาใช้บริการรัฐสภา แล้วก็ในรัฐสภาเราเท่าที่ สังเกตเรามีรถกอล์ฟไฟฟ้าอยู่หลายคัน เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะจัดสรรรกอล์ฟไฟฟ้า ๑ วัน ต่อ ๑ คัน เพื่อที่จะบริการพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการในกรณีที่เขามาใช้ รัฐสภา ก็ขอฝากเรื่องนี้ให้สภาพิจารณาจะได้กลายเป็นสภาที่โอบรับพี่น้องประชาชนทุกคน จริง ๆ ครับ

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องในพื้นที่ครับ เกี่ยวกับรถเมล์สาย ๑๖๖ ที่จะวิ่งจาก ปากเกร็ดมา กทม. มาสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตอนนี้ก็ปริมาณรถไม่ Match ไม่เหมาะสมกับปริมาณของคนที่ใช้บริการ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอฝากทางขนส่งจังหวัดนนทบุรี เพิ่มจำนวนรถ ปอ. สาย ๑๖๖ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้บริการ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๓ ท่าน มีท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ท่านคุณหมอศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ และคุณนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร เชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้นะครับ เนื่องจากว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ยกเลิกสัญญาหน่วยบริการปฐมภูมิคลินิกอบอุ่น ในเขตหนองจอก ๒ คลินิกคือ กฤษณะสหคลินิก เขตหนองจอก สกุลดีสหคลินิก เขตหนองจอก ทำให้ต้องมีการย้ายประชาชนจำนวนหลายร้อยคนไปอยู่ในที่โรงพยาบาล แพทย์ปัญญาที่ถนนรามคำแหงในแถบคลองตันซึ่งไกลมาก พี่น้องที่ใช้บริการในส่วนของ การส่งต่อผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินั้น ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องที่ยากไร้ การเดินทางนั้น ใช้เงินเป็นบางทีก็หลายร้อยหรือเป็น ๑,๐๐๐ บาท ก็สร้างความเดือดร้อนมาก ซึ่งโรงพยาบาล ในเขตหนองจอกใกล้ ๆ คือเวชการุณย์รัศมิ์ ซึ่งเขาบอกว่าเต็มแล้ว แต่ส่วนโรงพยาบาล ใกล้เคียงซึ่งใกล้กว่าโรงพยาบาลแพทย์ปัญญาคือโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี อยู่ถนน รามคำแหง เขตคันนายาว และโรงพยาบาลรัตนประชารักษ์อยู่ในเขตคลองสามวา ตรงนี้ ใกล้กว่าทำไมถึงว่าไม่ได้เอาไปให้นั้น จึงขอเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ย้ายที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญามาอยู่ ๓ โรงพยาบาลนี้ ได้หรือไม่เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนก็สามารถที่จะเดินทางไปรักษาพยาบาลได้อย่างสะดวก ยิ่งขึ้น ขอขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เชิญครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันจะขอหารือท่านประธาน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้เวลาให้กับสมาชิกได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ ท่านประธานคะ อยากจะ ขออนุญาตหารือเกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมสภาในอำนาจของท่านประธานสภาในข้อ ๙ และการอภิปรายของสมาชิกในข้อ ๖๙ หลังจากที่ดิฉันได้ฟังการอภิปรายการประชุมสภา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ มา ๒ วัน ยังมีสมาชิกหลายท่านที่ยังอภิปรายแบบวาระที่ ๑ และไม่ได้บอกว่าปรับลดอะไร เพราะเหตุอะไร บางครั้งนำข้อมูลใหม่ขึ้นมาอภิปรายซึ่งรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีโอกาสมาชี้แจง ซึ่งอาจจะทำให้ พี่น้องประชาชนได้ข้อมูลผิดได้ ก็เรียนหารือท่านประธาน ก็อยากจะให้อยู่ในข้อบังคับที่เรา มีไว้ค่ะ

เรื่องที่ ๒ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมเป็นองค์ประชุม ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำให้การประชุมทั้ง ๒ วันมีความเรียบร้อย โดยเฉพาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฝั่งรัฐบาล วันนี้เราเองเรามีเรื่องชายแดน สภาผู้แทนราษฎร เป็นพื้นที่ที่เราจะต้องเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับรัฐบาล ให้กับประเทศชาติ ให้แสดงว่า ประเทศเรามีความเข้มแข็งพร้อมที่จะอนุมัติงบประมาณเพื่อบำรุงกองทัพ อนุมัติงบประมาณ เพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตชายแดน ท่านประธานคะ สภาแห่งนี้ดิฉันก็ขอให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านร่วมกันเป็นพลังในยามบ้านเมืองขณะนี้ที่เราจะต้องปกป้อง อธิปไตยของเรา ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ คุณหมอศรีญาดานะครับ ซึ่งประเด็นที่ท่านหารือเรื่องการอภิปรายในวาระที่ ๒ นั้น จริง ๆ แล้ว ผมก็ได้แจ้งตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าอยากจะขอความกรุณาท่านสมาชิกว่าการอภิปรายใน วาระที่ ๒ นั้นอยากจะให้ท่านบอกถึงเหตุผลว่าท่านตัดงบประมาณเพราะเหตุผลอะไร ผมคิดว่าถ้าหากว่าท่านบริหารจัดการเวลา แล้วก็เพื่อให้การประชุมของเรานั้นมีความรัดกุม มากขึ้นก็จะใช้เวลาไม่มากไม่นาน แล้วก็คงจะได้เนื้อหาสาระ จริง ๆ แล้วผมทราบว่าบางท่าน ก็อาจจะเลยไปถึงการอภิปรายลงในรายละเอียดเหมือนวาระที่ ๑ แต่ก็ไม่อยากจะรบกวน หรือขัดจังหวะในการอภิปรายของท่าน แต่สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นวันวันสุดท้ายวันที่เราจะต้อง ลงมติกันแล้ว อยากจะขอความกรุณาว่ามาตราที่เหลืออยากจะขอความกรุณาท่านสมาชิก ที่แจ้งความจำนงในการอภิปรายนั้นขอให้ยึดข้อบังคับ แล้วก็ขอให้ท่านอยู่ในเนื้อหาสาระว่า เหตุผลของการปรับลดงบประมาณนั้นเพราะเหตุผลอะไรเพื่อเราจะได้ประหยัดเวลา ต่อไป เชิญท่านนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ครับ

นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สส. ศรีสะเกษ เขต ๙ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉัน ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้ เนื่องจากอำเภอราษีไศลและอำเภอศิลาลาดมีปัญหา เรื่องน้ำประปา ลักษณะน้ำประปามันจะเหลืองและเป็นสนิมทุกหมู่บ้านทุกตำบลด้วยการที่ ชาวบ้านเขามีปัญหาเรื่องนี้น้ำก็เหม็น ดิฉันเห็นใจชาวบ้านเพราะได้ลงไปดูกับตาแล้วว่า มันเป็นความจริง บางคนบอกว่าอยู่มา ๒๐ ปีแล้วแก้ไม่ได้ เพราะว่าประปาเป็นประปา หมู่บ้าน แล้วก็เป็นประปาที่ อบต. ดูแล ขาดงบประมาณ ดังนั้นดิฉันได้ประสานกับ การประปาส่วนภูมิภาคไปแล้วว่าช่วยขยายประปาให้พี่น้อง ทางการประปาส่วนภูมิภาค ไม่มีปัญหา ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยขอให้พิจารณาตรงนี้ด้วยนะคะ เนื่องจากอำเภอราษีไศลมีแม่น้ำมูลไหลผ่าน อำเภอราษีไศลห่างจากแม่น้ำมูลไม่ถึง ๓๐ เมตร แต่มีปัญหาเรื่องน้ำ ถ้าเราเอาแม่น้ำมูลขึ้นมาทำเป็นน้ำประปาให้ชาวบ้านได้มันจะแก้ปัญหา โดยยั่งยืนได้ค่ะ

เรื่องที่ ๒ อำเภอราษีไศลและอำเภอศิลาลาดมีปัญหาเรื่องโฉนดที่ดินค่ะ ที่ สค. ๑ ซึ่งออกสำรวจตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ แต่ได้จ่ายเงินค่ารังวัดหรืออะไรเรียบร้อยแล้ว โฉนดยังออกไม่ได้เพราะว่ามีปัญหาเรื่องที่ทับซ้อน ชาวบ้านบางคนก็สร้างบ้านแต่ทำอะไรไม่ได้ อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ให้พี่น้องด้วย เร่งแก้ปัญหาที่มันหมักหมมมานานแล้ว บางคนรอโฉนดจนเขาเสียชีวิตไปแล้ว บางคนจะเอาบ้าน ไปจำนองเพื่อที่จะแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนก็ยังทำไม่ได้ ฝากท่านประธานนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมจะอ่านรายชื่ออีก ๓ ท่าน ท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เพื่อท่านจะได้เตรียมตัว เชิญท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ วันนี้ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ เรื่องปลาหมอคางดำ ก็อยากจะทวงถามติดตามความคืบหน้า การประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เนื่องจากว่ากรุงเทพมหานครได้มีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แล้วก็มีการจ่ายเงินเยียวยาเป็นที่เรียบร้อย จนทำให้จังหวัดต่าง ๆ รวมถึงนายอำเภอ พระสมุทรเจดีย์ พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ทวงถามว่าจังหวัดสมุทรปราการจะประกาศเมื่อไร ประชาชนจะได้เตรียมตัวสักที

เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างเลียบคลองสรรพสามิต ซึ่งผมก็ได้ปรึกษาหารือ สภาแห่งนี้ประมาณ ๓ ครั้ง เข้าใจเป็นอย่างดีว่าทางแขวงทางหลวงชนบทได้มีการแก้ไข หลายครั้ง แต่เนื่องจากขโมยสายไฟไม่เคยหยุดหย่อน พอแก้ไขเสร็จก็ขโมยอีก เราอาจจะ มีการนำเสนอทิศทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดไฟแสงสว่างโซลาร์เซลล์ชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน สร้างความปลอดภัยให้เขาหน่อย เนื่องจากประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้มีความไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก

เรื่องที่ ๓ ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ซึ่งผมได้ติดตามในการขุดลอกตั้งแต่งบประมาณปี ๒๕๖๗ จนได้งบประมาณปี ๒๕๖๘ วันนี้ช่วงเช้าที่ผ่านมาแบคโฮเพิ่งได้ขุดลอกคูคลองเป็นวันแรก ซึ่งได้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๕ ว่าจะมีการขุดลอกวันที่ ๑๐ วันนี้วันที่ ๑๕ แล้ว เราก็ได้มีการ ติดตาม ๕ วันที่ล่าช้า แต่ก็ต้องขอบคุณนะครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนในการใช้เรือสัญจรทางน้ำเป็นอย่างมาก ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ ท่านประธานนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้อนุมัติโครงการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ช่วยข้าวนาปรังและนาปี เพื่อจะช่วยเกษตรกรผู้เดือดร้อน ทางพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว นาปรังก็โทรมาว่าขอขอบคุณทางรัฐบาลที่ช่วยเหลือและเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกร

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลลุมพุกและชาวบ้านดอนเขือง สืบเนื่องมาจากแยกถนนสาย ๒๓ แล้วก็ไปถึงบ้านกู่จาน ชาวบ้านได้ออกไปอยู่ตาม ท้องไร่ท้องนาเยอะ หลายครัวเรือน ก็อยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตไฟฟ้าไปให้ กับพี่น้องเกษตรกร และอีกเส้นหนึ่งก็คือถนนสายบ้านดอนเขืองไปบ้านขี้เหล็ก พี่น้องประชาชน ได้ไปอยู่ตามไร่นาหลายครัวเรือนเหมือนกันไม่มีไฟฟ้าใช้ ผมอยากฝากกระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วย ให้เห็นความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรที่ได้ขยายครัวเรือน ออกไปอยู่ตามท้องไร่ท้องนาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม แล้วก็ขออีก ๓ ท่านต่อไปจะได้เตรียมตัว หลังจาก ท่านเกรียงศักดิ์แล้ว จะเป็นท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านอรอุมา บุญศิริ แล้วก็ท่านปรีติ เจริญศิลป์ เตรียมตัวไว้นะครับ ขอเชิญท่านเกรียงศักดิ์ครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานีเป็นเมือง ๒ มรดกโลกบ้านเชียง พระพุทธบาทบ้านผือ แล้วก็ ยังจะมีโครงการพืชสวนโลก ปี ๒๕๖๙ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่มีมิติใหม่ในการ ที่ประชุมสภา แล้วก็เห็นการทำงานของท่าน สส. ทุกท่าน ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล รู้สึกว่า ตั้งแต่เช้าจนตีหนึ่ง ตีสอง ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเอาใจใส่ในการทำหน้าที่เพื่อ พี่น้องประชาชนแล้วก็เพื่อประเทศชาติของเราโดยเฉพาะทางฝั่งรัฐบาล การทำงาน ประสานงานทุกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือเป็นที่น่าชื่นชมครับ แต่สิ่งที่พี่น้องของเรา ตอนนี้มีความหวังก็คือการปราบยาเสพติด ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล ขอบคุณมหาดไทย ท่านภูมิธรรมนำทีม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ตลอดจนทหารและสาธารณสุข บูรณาการร่วมกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นรูปธรรมครับ ในพื้นที่ตอนนี้มีเสียงว่า ก็ภาษา อีสานอย่างท่านอดิศร เพียงเกษ มักจะพูดว่าจังซี่แหน่แหม ก็เป็นเรื่องที่เราชื่นใจที่จะเห็น แสงสว่างปลายอุโมงค์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนเมืองอุดรก็เป็นเมืองที่อยากให้ มีการพัฒนาการทำวงแหวนรอบ ๒ ซึ่งจริง ๆ แล้วเมืองอุดรเป็นเมืองที่ชายแดนต่อกับ หนองคาย สปป. ลาว มีรถไฟความเร็วสูง เสียดายที่รถไฟความเร็วสูงไม่ไปเชื่อมที่ท่านาแล้ง แต่ไม่เป็นไรครับ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่อยากฝากทางท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านว่า การพัฒนาคนต้องพัฒนาที่การศึกษา การศึกษาสร้างคนสร้างชาติ วันนี้ไม่ว่าการพิจารณา มาตรา ๒๓ ที่เราจะพิจารณากันต่อไปนี้ก็คงจะมองถึงลูกหลาน Gen C Gen Y ตลอดจน บุคลากรครูและบุคลากรทางการศึกษาว่าเราจะพัฒนาอย่างไร ให้ขวัญและกำลังใจลูกหลาน แล้วก็บุคลากรครูของเราอย่างไรให้นำการศึกษาของชาติ เพื่อที่จะนำพาบ้านเมืองของเรา ก้าวไปสู่ประเทศที่มีซิวิไลซ์ครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมขอ ๓ ท่านสุดท้าย สำหรับท่านที่ลงชื่อไว้แล้วไม่ได้ใช้สิทธิตอนนี้ต้องขออภัยนะครับ ตอนนี้องค์ประชุมเราจะครบแล้ว เนื่องจากผมได้ประกาศรายชื่อ ๓ ท่านแล้ว ขอ ๓ ท่านสุดท้าย เราจะเปิดประชุมเลย เชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ก็คือเกี่ยวกับเรื่องต้นไม้ในรัฐสภา ผมก็มาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่รัฐสภาชุดที่แล้ว ผมเห็นต้นไม้ก็คือว่ามันเป็นต้นไม้แก่เอามาปลูกแล้วมันก็ตาย แล้วก็ ต้องเอาสลิงเข้าไปดึง ปัญหาทั้งหมดมันเป็นประเด็นเรื่องความรู้ในการปลูกต้นไม้จริง ๆ ผมอยากจะฝากท่านประธาน คือท่านประธานลองนึกภาพเราเอาต้นไม้แก่ ๆ ในปลูกในที่ร่ม ปลูกไว้ข้างนอกแล้วเราเอาสลิงมาดึง ๑. เรื่องพายุ ๒. เรื่องโรค เรื่องของการที่จะเติบโต โดยสำคัญที่บ้านผมที่เชียงใหม่ ท่านประธานเห็นไหมครับ วันนี้ท่านไปที่สารภีท่านจะเห็นต้นยาง เขาไม่ได้ปลูกต้นแก่ เขาเอาต้นเล็ก ๆ ปลูก อันนี้คือความยั่งยืน เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝาก ท่านประธาน ท่านประธานเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง ที่ดูแลอาคารสถานที่ ผมคิดว่า นโยบายตรงนี้ถ้าหากว่ามันมีการบำรุงไปบำรุงมางบประมาณนี้จะเปลืองมาก สิ่งที่ผมอยากจะเห็นถ้าเราจะทำให้สิ่งแวดล้อมของรัฐสภามันมีความยั่งยืน แล้วก็มี ความงดงาม ๕-๖ ปีที่ผ่านมาถ้าเราเลือกกล้าไม้ที่มันสูงประมาณ ๑-๒ เมตรปลูกลงไป วันนี้ ผมคิดว่าเกิน ๒๐ เมตรแล้ว ประเด็นที่ ๒ ผมไปดูชนิดไม้ที่เขาปลูก เอาไปปลูกใต้ร่มอาคาร เป็นไม้ที่เขาต้องการแสงมากแต่ว่าเอามาปลูกในร่มอย่างไรไม้มันก็ไม่รอด ผมอยากจะฝาก ท่านประธานกรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ รัฐสภาต่อไปเราจะได้มีต้นไม้ที่ร่มรื่น ขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอรอุมา บุญศิริ ครับ

นางอรอุมา บุญศิริ บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานค่ะ วันนี้ดิฉันอยากจะหารือ ท่านประธานเรื่องถนน ซึ่งเป็นถนน ทล. ๒๔๑๗ จากอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมไป อำเภอนาทมของจังหวัดนครพนม ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่สร้างความเศร้าเสียใจ ความโศกเศร้า ให้ผู้คนที่สัญจรอย่างมากเลยเพราะว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ที่ผ่านมามีรถนักเรียนพลิกคว่ำ รถนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลเซกา โรงเรียนเซกา ทำให้มี เด็ก ๆ ของเราเสียชีวิตถึง ๒ คน บาดเจ็บสาหัส ๑ คน แล้วก็บาดเจ็บอีก ๔๒ คน นั่นคือ เพราะว่าถนนเส้นนี้ไม่มีไหล่ทาง ๒ ข้างทางเป็นคู พื้นผิวของถนนไม่สามารถทำให้รถ เกาะถนนได้เลย ซึ่งอันนี้จะสะท้อนให้เห็นว่าความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนแทบจะไม่มีเลย และที่สำคัญที่สุดวันนี้ดิฉันอยากจะนำเรียนไปถึงกระทรวงศึกษาธิการด้วยว่าความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาทำให้เด็กนักเรียนจากอำเภอนาทมต้องนั่งรถกว่า ๒๐ กิโลเมตรมาถึงอำเภอเซกา เพื่อเข้ามารับการศึกษาต่อ นั่นหมายความว่าการศึกษาของบ้านเรายังไม่เข้าถึงเด็ก ๆ ในชนบทอย่างแท้จริง ซึ่งตรงนี้เองทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเดินทางและทำให้เกิด อุบัติเหตุต่อน้อง ๆ ในครั้งนี้ นำความโศกเศร้าเสียใจไปถึงผู้ปกครองแล้วก็คุณครู แล้วก็ เพื่อน ๆ นักเรียนทุกท่าน นอกจากถนนเส้นนี้แล้วยังเป็นถนนอีกเส้นหนึ่งซึ่งเป็นความลำบาก เช่นกัน นั่นคือถนนของทางเชื่อมตำบลโสกก่าม ไปตำบลท่าดอกคำ ของอำเภอเซกาเช่นกัน ไปอำเภอบึงโขงหลง ถนนเส้นนี้ก็ไม่มีทั้งไฟฟ้า ถนนก็เป็นถนนมีหลุมมีบ่อ ก็อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปดูแลให้ความสะดวกสบายกับพี่น้องเรานิดหนึ่ง ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุดท้าย เชิญทางกรรมาธิการเตรียมความพร้อมได้เลย ตอนนี้องค์ประชุมเราครบแล้ว ต่อไปเชิญ ท่านปรีติ เจริญศิลป์ ครับ

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปรีติ เจริญศิลป์ วันนี้ก็ขอหารือเรื่องภายในสภา เสนอแนะท่านประธานแล้วกัน ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ก็ได้รับเสียงสะท้อนจาก เรียกว่าเจ้าหน้าที่สภาดีกว่าครับ เรื่องสถานที่ ออกกำลังกาย เรามีเพียงเรียกว่าชั้น ๕ เป็นสนามพื้นปาเก้ ก็ยังเรียกว่าใช้ได้แค่บางกิจกรรม เท่านั้น จริง ๆ เหมาะกับการเล่นวอลเลย์บอลหรือตีแบดมินตันเท่านั้น การที่ผู้สูงอายุจะมา เตะฟุตบอลเขาอาจจะเจ็บเข่า เขาแจ้งมาอย่างนี้นะครับ แล้วก็การวิ่งออกกำลังกาย ผมเห็น หลายครั้งมีการไปวิ่งที่ชั้น ๑ ตรงพื้นไม้รอบ ๆ ซึ่งจริง ๆ มันก็ไม่ใช่สถานที่สำหรับการ ออกกำลังกายโดยตรง ถ้าสภาจัดที่ที่เหมาะสม เช่นมีสร้างสนามฟุตซอลหญ้าเทียมไว้ แล้วก็ จัดหาลู่วิ่งให้กับพนักงานก็จะเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเจ้าหน้าสภาครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ผมสังเกตว่าเวลาเราประชุมกรรมาธิการกันข้างบนบางทีเราไม่รู้ว่า จะโหวตเมื่อไร ในสภาข้างล่างพูดอะไร ถ้าเราสามารถเพิ่ม Subtitle ข้างล่างชื่อตรงจอว่า เขาพูดอะไร เพราะเดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องจ้างคนมานั่งพิมพ์ เราแค่ เอาเสียงเข้ามาแล้วก็แปลออกมาเป็น Subtitle เป็นภาษาได้เลย อันนี้จะง่ายทำให้เรา สามารถติดตามการประชุมได้แม้เราอยู่ในห้องกรรมาธิการ ฝากไว้ ๒ เรื่องครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๘ คน
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเป็นองค์ประชุมครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ๒๗๔ ท่าน ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่เลยครับ

จากการประชุม ครั้งที่ ๑๒ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่ ๒ โดยพิจารณาต่อตั้งแต่มาตรา ๑๔ จนจบมาตรา ๒๓ ประธานของที่ประชุมเห็นว่าได้พิจารณาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว จึงสั่ง ปิดประชุมเพื่อดำเนินการต่อในวันนี้ ดังนั้นผมจึงขอดำเนินการต่อ ขอเชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๒๔ เชิญครับ

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๔ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในกำกับ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็นไว้ ขอรายชื่อด้วยครับ ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เชิญครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ 🔗

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการผู้ขอสงวนความเห็น ท่านประธานครับ วันนี้ในมาตรา ๒๔ ของ กระทรวงศึกษาธิการ ผมจะขออนุญาตอภิปรายให้สภาผู้แทนราษฎรนั้นปรับลดงบประมาณ ในโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ๑๕ จังหวัด มูลค่ารวมกัน ๓๗๕ ล้านบาท โดยเสนอให้เปลี่ยนจากวิธีการก่อสร้างอาคารใหม่มาเป็นวิธีการเช่าสถานที่ใหม่หรือด้วย วิธีการอื่น ผมต้องเริ่มต้นโดยการย้ำชัด ๆ ว่าทางผมและกรรมาธิการทุกคนเราเห็นตรงกันว่า สถานที่ทำงานของศึกษาธิการจังหวัดใน ๑๕ จังหวัดนี้ ณ ปัจจุบันนั้นมีปัญหาจริง และเรามี ความจำเป็นจริงที่ต้องหาสถานที่ทำงานใหม่ที่ปลอดภัยและสะดวกสำหรับเจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่ผม และกรรมาธิการเห็นต่างกันอยู่ก็คือว่าทางออกในการแก้ปัญหานี้ ควรจะเป็นการก่อสร้าง อาคารใหม่ ๑๕ อาคาร หรือควรจะเป็นการหาสถานที่ใหม่ด้วยวิธีการอื่น วันนี้ผมอยากจะ อภิปรายและให้ ๒ เหตุผลสั้น ๆ ว่าทำไมผมเห็นว่าเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องสร้างอาคารใหม่ ขึ้นมาถึง ๑๕ อาคาร

เหตุผลที่ ๑ คือเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ หากท่านประธานจะบอก กับผมว่าศึกษาธิการจังหวัดนั้นเป็นหน่วยงานที่จะทำงานต่อในรูปแบบเดิมไปอีก ๑๐๐ ปี ถ้าเป็น เช่นนี้ผมคิดว่าทางเลือกในการลงทุนสร้างอาคารใหม่ก็พอจะรับฟังได้ แต่ข้อเท็จจริงที่พวกเรา ทุกคนในสภาแห่งนี้รับรู้กันครับ นั่นก็คือในบรรดาร่าง พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ที่แทบจะทุก พรรคการเมืองได้เสนอเข้ามาที่สภาและคาดว่าจะถูกพิจารณาในสภาเร็ว ๆ นี้ แทบทุกฉบับ มีการพูดถึงประเด็นเรื่องการทบทวนโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของศึกษาธิการจังหวัด ภายใต้สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่ที่ถูกเติมเข้ามาในสมัย คสช. และมาถึงวันนี้ก็ถูกตั้งคำถามโดยหลายภาคส่วนว่าอาจจะมีความทับซ้อน หรืออย่างน้อย ก็ไม่สามารถบูรณาการได้ดีเท่าที่ควรกับโครงสร้างเขตพื้นที่การศึกษาภายใต้ สพฐ. ดังนั้น แม้วันนี้ยังไม่ใช่วันที่สภาต้องมาถกกันว่าโครงสร้างรูปแบบของศึกษาธิการจังหวัดควรจะเป็น อย่างไร แม้วันนี้ผมเข้าใจดีว่าศึกษาธิการจังหวัดก็ต้องเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไปตามกฎหมาย แต่ในวันนี้ที่เรารู้กันอยู่ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราจะมี พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ และเราก็ ไม่รู้ว่าเนื้อหาตรงนั้นจะกำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดกับเขตพื้นที่ยังแยกกันทำงานแบบนี้ต่อ หรือไม่ ผมเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องลงทุนในการสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาถึง ๑๕ อาคาร แต่เราสามารถมีทางเลือกอื่นที่คุ้มค่ากว่าได้

ทางเลือกที่ ๑ ที่เป็นไปได้ คือการลองดูความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ร่วมกัน กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ หรือแม้กระทั่งพื้นที่ของ สำนักงานของส่วนราชการนอกกระทรวงศึกษาธิการ ในการฟังการอภิปรายตลอด ๒ วัน ที่ผ่านมา ผมกับท่านประธานก็น่าจะเห็นตรงกันว่าประเทศเราไม่ได้ขาดเรื่องของอาคาร สำนักงานของราชการเลย ในชั้นอนุกรรมาธิการตอนนั้นหน่วยงานก็ชี้แจงกับผมบอกว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใน ๑๕ จังหวัดที่เรากำลังพูดถึงนี้ไม่มีพื้นที่เหลือจริง ๆ แต่ผมก็ อดสงสัยไม่ได้ว่าคำชี้แจงนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่อย่างไร ในเมื่อทางปลัดกระทรวงศึกษาธิการเองได้พูดขึ้นมาทีเล่นทีจริงตอนหนึ่งในชั้น อนุกรรมาธิการว่าศึกษาธิการจังหวัดกับเขตพื้นที่การศึกษานั้นอาจจะทำงานในที่เดียวกันยาก เพราะเป็นเหมือนน้ำคนละสี ได้ยินแบบนี้ผมก็ได้แต่หวังว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้กำลังจะ ขอเงินภาษีของประชาชนมากลบความล้มเหลวของตนเองที่ไม่สามารถทำให้ ๒ หน่วยงาน ภายใต้กระทรวงเดียวกันสามารถทำงานภายใต้สถานที่เดียวกันได้ แต่หากคำชี้แจงเป็นจริง แล้วเราไม่มีพื้นที่เหลือจริง ๆ ในสำนักงานเขตพื้นที่ทางการศึกษาหรือส่วนราชการอื่น ๆ ใน ๑๕ จังหวัดนี้ ก็ยังมีทางเลือกที่ ๒ ที่ยังคุ้มค่ากว่าการก่อสร้างอาคารใหม่ นั่นก็คือการหา สถานที่ใหม่ในการเช่า ถ้าท่านประธานเปิดเอกสารงบประมาณท่านจะค้นพบว่า ๑๕ อาคาร ที่ผมพูดถึงนี้มีการตั้งงบประมาณไว้เฉลี่ยที่อาคารละประมาณ ๒๕ ล้านบาท หากเราหา สถานที่ใหม่ในการเช่าด้วยค่าเช่าที่ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ๒๕ ล้านบาท ก็จะทำให้เราเช่า สถานที่ได้ประมาณ ๔๐ กว่าปี หรือหากสมมุติว่าเราหาสถานที่เช่าใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ๒๕ ล้านบาทนี้ก็ยังทำให้เราสามารถเช่าสถานที่ได้กว่า ๒๐ ปี

แต่เหตุผลประการที่ ๒ นอกจากเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณแล้ว คือเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ท่านประธานครับ หากสถานที่ทำงานปัจจุบัน มีความทรุดโทรมถึงขั้นที่ว่าไม่มีความปลอดภัยในการทำงานต่อ การจะแก้ปัญหานี้ด้วยการ มาก่อสร้างอาคารใหม่ก็ดูจะเป็นวิธีที่ค่อนข้างจะประหลาดและไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ เพราะหากเราของบมาใช้ในการก่อสร้างอาคารใหม่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะสร้างเสร็จ แล้วสามารถย้ายเข้าได้ แต่ในทางกลับกันหากเราของบประมาณมาหาสถานที่ใหม่เพื่อเช่า เราหาสถานที่ใหม่ได้เมื่อไรก็แทบจะสามารถย้ายเข้าไปทำงานในที่ใหม่ได้ทันที ดังนั้นหากเรา ในที่นี้ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่จริง ๆ การใช้วิธีการเปลี่ยน งบประมาณในปี ๒๕๖๙ ที่เป็นงบก่อสร้างมาเป็นงบในการเช่าสถานที่ใหม่แทนก็น่าจะ ตอบโจทย์ที่สุด หรือแม้ในกรณีแย่ที่สุดที่เราไม่สามารถแปลงงบปี ๒๕๖๙ ที่เป็นงบก่อสร้าง มาเป็นงบในการเช่าสถานที่ใหม่ได้เพราะไปติดระเบียบประการใด การใช้งบปี ๒๕๗๐ มาเช่า สถานที่ใหม่ก็น่าจะทำให้เจ้าหน้าที่ยังสามารถย้ายเข้าไปในสถานที่ใหม่ได้เร็วกว่าการใช้งบ ปี ๒๕๖๙ มาก่อสร้างอาคารใหม่ด้วยซ้ำ ที่ผมพูดแบบนี้เพราะผมไปทำการบ้านมา ไปย้อนดูว่า ในบรรดา ๘ จังหวัดที่เคยได้งบก่อสร้างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในงบปี ๒๕๖๘ สำรวจ เบื้องต้นแล้วน่าจะมีมากที่สุดแค่ ๑-๒ จังหวัดเท่านั้นที่มีการสร้างอาคารเสร็จแล้ว และทาง สำนักงบประมาณก็ชี้แจงมาว่าส่วนใหญ่นั้นคาดว่าจะย้ายเข้าไม่ได้ก่อนต้นปี ๒๕๖๙ นั่นหมายความว่าอะไรครับ นั่นหมายความว่าหากการก่อสร้าง ๑๕ อาคาร ในงบปี ๒๕๖๙ นั้น ใช้เวลาเท่า ๆ กัน แม้เราอนุมัติงบก่อสร้างในวันนี้อาคาร ๑๕ อาคารใหม่นั้นก็จะยังสร้างไม่เสร็จ แล้วยังไม่สามารถย้ายเข้าไปได้จนกว่าจะถึงต้นปี ๒๕๗๐ แต่ในทางกลับกันแม้ในสถานการณ์ เลวร้ายที่สุดที่เราต้องรอถึง พ.ร.บ. งบปี ๒๕๗๐ ในการตั้งงบมาเช่าสถานที่ใหม่ แต่หาก หน่วยงานทำงานเร็วถ้าเตรียมการล่วงหน้า หน่วยงานนั้นสามารถดำเนินการหาสถานที่ใหม่ และเตรียมการย้ายเข้าสำหรับเจ้าหน้าที่ได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ๒๕๗๐ หรือว่าไตรมาส ๔ ในปี ๒๕๖๙ ซึ่งเร็วกว่าด้วยซ้ำ

ดังนั้นกล่าวโดยสรุป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ หรือไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ผมเห็นว่าการหาสถานที่ใหม่ มาเช่านั้นจะตอบโจทย์กว่าการมาก่อสร้างอาคารใหม่สำหรับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ใน ๑๕ จังหวัดนี้ แล้วผมอยากจะทิ้งท้ายแบบนี้ครับ เรื่องนี้ความจริงเห็นต่างกันเยอะในชั้น อนุกรรมาธิการ คะแนนเสียงเท่ากันเลย และผมก็เข้าใจว่าท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ก็ลำบากใจมากในการเป็นคนลงมติชี้ขาด ในวันนี้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรา ๕๐๐ คน จะต้องลงมติเรื่องนี้ผมขอฝากคำถามทิ้งท้ายไว้แบบนี้ครับ ว่าหากท่านทำธุรกิจที่มีพนักงาน ๕๐ คน แล้วท่านต้องหาสถานที่ทำงานในต่างจังหวัด โดยที่ท่านไม่รู้ว่าอีก ๓ ปีข้างหน้านั้น ธุรกิจท่านจะยังอยู่หรือเปล่า ท่านจะเลือกอย่างไร ระหว่างการหาที่ในการเช่ากับการสร้าง อาคารขึ้นมาใหม่ และอีกคำถามหนึ่งครับ หากสมมุติท่านทำธุรกิจแล้วพนักงาน ๕๐ คน ของท่านกำลังทำงานในสถานที่ที่มันไม่ปลอดภัย ท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ระหว่างเร่งหา ที่เช่าใหม่เพื่อรีบย้ายเข้ากับการมาก่อสร้างอาคารใหม่แล้วรอให้ก่อสร้างเสร็จถึงจะย้ายเข้าได้ ดังนั้นผมทิ้งท้ายแบบนี้จริง ๆ ครับท่านประธานว่าหากเพื่อนสมาชิกทุกคนในที่นี้เราปฏิบัติ กับเงินภาษีประชาชนที่มาจากหยาดเหงื่อประชาชนเสมือนกับเงินส่วนตัวของเราที่มาจาก หยาดเหงื่อของพวกเรากันเอง ผมเชื่อครับว่าทุกท่านนั้นจะเห็นด้วยกับผมและกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยในประเด็นนี้ ขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ครับ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ มาตรา ๒๔ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในกำกับ ผมเสียงข้างน้อยก็สงวนความเห็นไว้ ของสำนักงานปลัดปรับลดตามรายการในเล่ม หน้า ๑๒๙ เป็นเรื่องเอกสารซึ่งผมเว้นมาหลายมาตรา จริง ๆ มันเกิดขึ้นทุกมาตรา แล้วก็ เพิ่งมาเริ่มพูดในมาตรานี้เป็นหลักนะครับ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอเอกสาร ให้กรรมาธิการพิจารณาตามแบบฟอร์ม ๓.๑ กับ ๓.๒ สำหรับงบปี ๒๕๖๘ กับปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๖๘ ก็จะทำถึง ๓๐ เมษายน ทั้ง ๓.๑ และ ๓.๒ ยอดรวมเท่ากัน โดย ๓.๑ ก็แยกตาม แผนงานตามที่กำหนด ๓.๒ ก็แยกตามแผนงานที่กำหนด แต่จะมีรายการหนึ่งที่เขียน เหมือนกันคือแผนงานบุคลากร งบบุคลากร ท่านประธานครับ ยอดรวมเท่ากันแต่งบบุคลากร ทั้ง ๓.๑ ๓.๒ ไม่เท่ากันและไม่เคยเท่ากันทุกหน่วยเลย มีหน่วยเดียวที่เท่าคือ กปร. เดี๋ยวถึง กปร. แล้วจะอธิบายให้ฟัง ทีนี้ทางฝ่ายสำนักงบก็ชี้แจงให้ผมว่าเดี๋ยวปีหน้าจะทำให้มันเท่า ผมก็ไม่ได้พูดมาหลายมาตราก็มาถึงจังหวะของกระทรวงศึกษาธิการก็เลยเอามาพูดให้ฟังว่า วิธีทำงบประมาณถ้าจากฐานเดียวกัน Data Based เดียวกัน คุณจะทำ Report เป็นรูปแบบไหน ก็แล้วแต่ตาม User Requirement หรือ End User ต้องการ หรือตาม Format ของมัน แต่อย่างไรมันต้องกลับไปสู่ฐานเดิมให้ได้ อันนี้มันแตกต่างกันโดยไม่ทราบสาเหตุนะครับ แล้วที่สำคัญพอเราไปดูงบการเงิน งบบุคลากรเป็นยอดที่มากกว่าทั้ง ๒ แบบ เป็นเหมือนกัน ทุกหน่วยที่แสดงแบบฟอร์มเข้ามา แล้วเป็นแบบฟอร์มที่กรรมาธิการกำหนดให้เสนอ อันนี้ สำนักงานปลัดนะครับ

ส่วนต่อไปกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ท่านประธานครับ ผมน่าจะเป็นคนเดียว ที่พูดถึงเรื่องงบการเงินก็ต้องใช้ความรู้เพื่ออธิบายให้ทางท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิก ได้เข้าใจไปด้วย ฟังบ่อย ๆ ก็คงจะเข้าใจว่า Debit Credit ทรัพย์สิน หนี้สิน ทุนคืออะไร สำหรับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่งก็คือ สตง. ไม่แสดงความเห็น แนวทางการสอบบัญชีเราถือว่าเรื่องนี้ร้ายแรงสุดคือตรวจไม่ได้ คือไม่มีข้อมูลให้ตรวจ ถ้าตรวจแล้วไม่มีอะไรเราก็แสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข รองลงมาน้อยหน่อยก็มีเงื่อนไข ซึ่งก็จะเจอบ่อย ๆ ที่ผมได้เรียนท่านประธานและที่ประชุมให้ทราบไปแล้วนะครับ ต่อมา ก็เห็นว่าตรวจแล้วงบการเงินไม่ถูกต้อง แต่ไม่แสดงความเห็นก็คือมันตรวจไม่ได้ ตรวจไม่ได้ เพราะไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอนะครับ ผมก็ย่อว่า อย่างหมายเหตุ ๔ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ ๖๕ บัญชี เป็นเงิน ๓๑ ล้านบาทเศษ หมายเหตุ ๗ ลูกหนี้เงินโอน ๑๙ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๘ อาคารอุปกรณ์ ๑,๔๒๑ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๙ สินทรัพย์ ไม่มีตัวตนสุทธิ ๓๔ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๑๐ เจ้าหนี้การค้า ยอดคงเหลือ ๕๘ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๑๓ เงินรับฝากระยะสั้น แสดงยอดคงเหลือ ๗๓ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๑๕ รายการ ขายสินค้าและบริการ ๔๙ ล้านบาทเศษ และหมายเหตุ ๒๒ ค่าใช้สอยอีก ๒,๖๘๘ ล้านบาทเศษ มีรายได้เงินนอกงบประมาณและค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานไม่บันทึกในระบบ New GFMIS Thai นี่คือเหตุผลที่ สตง. ต้องออกรายงานถือว่าร้ายแรงที่สุดใน ๔ ประเภทของ Auditor Report ของรายงานผู้สอบบัญชี ซึ่งสภาวิชาชีพรู้จักกัน ผู้สอบบัญชีข้างนอก ผู้สอบบัญชีตลาด ผู้สอบบัญชีภาษีอากร รวมกระทั่ง สตง. เราใช้มาตรฐานลักษณะเดียวกัน แล้วก็เป็นอย่างนี้ ทั่วโลก อันนี้ก็จำเป็นต้องนำมาชี้แจงให้ฟัง อีกอันหนึ่งก็คือนอกจากหมายเหตุต่าง ๆ แล้ว ยังมีอีกหัวข้อหนึ่งก็คือมีการเปิดเผยข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ทำตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ว ก็คือหนังสือเวียน เวียนให้ทุกหน่วยทราบ ว ๕๕๙ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ รูปแบบการนำเสนอ รายงานการเงินหน่วยงานของรัฐต้องทำอย่างไร องค์ประกอบงบการเงินย่อหน้า ๑๗ ส่วนหมายเหตุ ๑๘ ก็เหมือนกัน ทั้งหมดนี้ผมพูดมา หลายครั้งแล้วว่าผมจะโยงไปถึงรัฐมนตรีที่กำกับดูแลตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผมก็เลยสรุปว่าแสดงว่ารัฐมนตรีไม่ทำหน้าที่กำกับหรือควบคุมกิจการของหน่วยรับงบประมาณ หรือควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ และให้มีการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดผลสัมฤทธิ์ สูงสุด ทั้งนี้ตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘ ชัดเจนนะครับ ผมเอาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แล้วผมก็กล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าท่านไม่ทำหน้าที่ตามมาตรา ๘ ที่ผมเคยบอกก่อนหน้านี้ ก็เป็นอย่างนี้ทุกกระทรวงแล้วท่านก็ไม่เคยขึ้นมานั่งอยู่บนบัลลังก์ ข้างประธานครับ ต่อไปอีก ๒-๓ หน่วย ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก็แสดงว่า รายงานการเงินไม่ถูกต้องคือไม่สามารถหาหลักฐานการตรวจสอบบัญชีที่เหมาะสมกับแสดง ข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง ก็ลักษณะเดียวกันก็คือสำหรับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมก็กล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าไม่ทำหน้าที่ตามมาตรา ๘ เช่นเดียวกัน อีกหน่วยหนึ่ง สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา อันนี้แสดงความเห็นเบาลงมาหน่อยคือมีเงื่อนไข แต่เช่นเดียวกันผมก็กล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าไม่กำกับตามมาตรา ๘ ไม่อย่างนั้นท่านก็จะบอก ไม่รู้ปลัดมาชี้แจง อธิบดีชี้แจงแล้วก็จบ สุดท้ายท่านประธานสำนักงานคณะกรรมการ การส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา แสดงความเห็นรายงาน การเงินไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีเกณฑ์ในการแสดงความเห็น เช่น แสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญ รายละเอียดก็ตามรายงานผู้สอบบัญชีผมไม่อ่านแล้วนะครับ เพราะว่า จะเสียเวลา เช่นเดียวกันผมก็บอกว่ารัฐมนตรีไม่ทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ มาตรา ๘ ท่านจะฟังอยู่ข้างนอกแล้วเข้ามาตอบหรือไม่ก็ตาม ผมเคยพูดเรื่องนี้ ในสมัยที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรีก็รีบวิ่งเข้ามาตอบเขาบอกว่าเรืองไกรตีหัวเข้าบ้านเลย ผมบอกไม่ใช่ ผมทำตามหน้าที่ แต่ท่านไม่มานั่งฟัง ท่านไม่มาตอบ แล้วก็ให้กรรมาธิการ เสียงข้างมากคอยตอบ ตอบกันอยู่แค่นี้ครับ ผ่านมานี่เข้าวันที่ ๓ ก็มีเท่านี้ครับ ขอบคุณมาก

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสมาชิกที่ได้แปรญัตติแล้วก็สงวนความเห็นไว้นะครับ เชิญท่านแรก ท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้อภิปราย เดี๋ยวครับ เชิญท่านจุลพันธ์ก่อนครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ด้วยความเคารพครับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แล้วก็เป็นกรรมาธิการด้วย เรียนชี้แจงเดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย แต่ว่าอย่างไรก็ตามในประเด็นเมื่อสักครู่ของท่านเรืองไกร ก็คงเป็นประเด็นที่ได้สื่อสารไปแล้ว ท่านรัฐมนตรีก็คงหาเวที หาเวลามาในการชี้แจง ทำความเข้าใจ แต่ขั้นตอนตรงนี้ชี้แจงให้ชัดเพราะว่าผมก็เป็นกรรมาธิการนะครับ เรามีหน้าที่ในการซักถาม ตอบตามที่สมาชิกมอบหมายให้กรรมาธิการไปค้นหาความจริง ไปทำงานแทน ซึ่งพวกผม ในฐานะกรรมาธิการก็มานำเสนอต่อสภา ท่านมีข้อซักถามท่านถามมานะครับ แต่ว่าเมื่อสักครู่ ท่านเรืองไกรพยายามที่จะให้ท่านรัฐมนตรีมาตอบ ต้องเรียนว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้เป็นสมาชิก ในขณะนี้คงไม่มีเวทีที่ทางรัฐมนตรีจะมาชี้แจงในห้องประชุมได้ ก็เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการ เสียงข้างมากในการที่จะชี้แจงเท่าที่เราได้มีข้อมูลอยู่ในมือ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านบุญเลิศครับ

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายแสดงเหตุผลที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติ โดยขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งไว้ ๑๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้ปรับลดลง ๑ เปอร์เซ็นต์ มาดูโครงการในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งมีการตั้งงบหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นชุดปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพื่อผู้พิการสำหรับ การเรียนรู้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นห้องคอมพิวเตอร์พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ หรือห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ที่คณะอนุกรรมาธิการได้มีการปรับลดไปรวมแล้วประมาณ ๓๑ ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามหลาย ๆ โครงการมีความสำคัญ ในส่วนของด้านครุภัณฑ์ ก็ต้องบอกว่าแม้แต่ในสถานศึกษาเอง อาชีวศึกษาหลายสถานที่ยังขาดการบำรุงรักษา เครื่องไม้เครื่องมือ สื่อการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก ต้องขออนุญาตอย่างนี้ครับ ผมเอง ก้าวแรกที่ได้เข้าไปเป็นเด็กอาชีวะเมื่อปี ๒๕๔๕ ในสถานศึกษา ตลอดระยะเวลาจน พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งจากเครื่องกลึง ๑ เครื่องที่ผมเคยเห็นตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ณ ปัจจุบันเครื่องกลึง มันยังไม่หมุนเลยครับ หลายสิบปีที่ผ่านมาเครื่องไม้เครื่องมือ สื่อการเรียนการสอนมีปัญหา เป็นอย่างมาก ไม่ได้ตั้งงบประมาณซ่อมแซมหรือจำหน่ายเลย เพราะเครื่องจักรทุกตัวมีค่าเสื่อม ที่มันลดลงไปเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับ เด็กอาชีวะอาจจะเป็นการเสียโอกาส ที่จะได้เรียนรู้ในสถานศึกษาระยะเวลาระดับ ปวช. ๓ ปี ๕ ปี อันนี้เป็นหนึ่งสิ่งที่เราอยากจะ สะท้อนถึงเด็กอาชีวะปัญหาเรื่องการเรียนการสอนนะครับ

อีกอันหนึ่งครับ พอเราไปดูงบในส่วนของแผนงานยุทธศาสตร์สร้างความ เสมอภาคทางการศึกษา อันนี้ผมก็ขอเป็นข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต ในส่วนของงบอุดหนุนรายหัว ต้องบอกว่างบอุดหนุนรายหัวของเด็กอาชีวะหลายปีไม่เคยปรับเพิ่มขึ้นเลย วันนี้ยังอยู่ที่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าย้อนไป ๓ ปี ปี ๒๕๖๗ ๔,๔๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๘ ๔,๖๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ปี ๒๕๖๙ ๔,๖๐๐ กว่าล้านบาทเช่นเดียวกัน ถ้าเราสามารถ ที่จะจัดงบอุดหนุนรายหัวเพิ่มขึ้นในการจัดงบประมาณปีหน้า ผมเชื่อคุณภาพการเรียนการสอน ในการจัดการเรียนการสอนจะเพิ่มขึ้น แล้วคนที่ได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ สถานศึกษา รวมถึงเด็กอาชีวะหลาย ๆ ท่านที่ได้เรียนทางด้านสายวิชาชีพเขาจะได้มีความรู้ ไปสามารถใช้ในสถานที่ประกอบการได้จริง หนึ่งสิ่งที่ตามมาที่ผมพยายามสะท้อนให้เห็น โครงสร้างต่าง ๆ ถ้าวันนี้เราสามารถที่จะจัดงบจัดสรรโครงการต่าง ๆ ที่ถูกที่ควร ปรับลด อันไหนสมควร ชะลอก่อนไหม อะไรที่มันสามารถทำได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครุภัณฑ์ งบการก่อสร้างต่าง ๆ ก็ต้องยืนยันว่าหลายสถานศึกษาเรื่องอาชีวะยังขาดแคลนอีกเยอะ ผมก็เลยอยากจะเรียนเชิญหลาย ๆ ท่านรวมถึงกระทรวงต่าง ๆ ลองเข้าไปดูลองไปเยี่ยมชมดู ถึงปัญหาความเดือดร้อนของเด็กอาชีวะจริง ๆ อย่าปล่อยให้เขาสู้เพียงลำพังครับ อย่าปล่อย ให้เขาสู้เพียงลำพัง ผมยืนยันอีกครั้ง แม้แต่ผมเองยังสู้เพียงลำพังเลยกว่าจะจบสถานศึกษาได้ ๓ ปี ๒ ปี ปวช. ปวส. ใช้เวลานะครับ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ สุดท้ายนี้เราอยากช่วยกันฆ่าพญาปลวก อย่าสร้างองค์กรของเด็กอาชีวะให้ดูสวยเลิศหรูเลย ให้ดูงามเหลือเกินแต่ข้างในมันไม่ต่างอะไรจากพญาปลวกที่เกาะกินบ้านหลังที่ ๒ ของน้อง ๆ เยาวชน เด็กอาชีวะเลยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานนิดเดียวครับ อยากขอความกรุณาท่านประธาน ในกรณีมีผู้แปรญัตติอยากให้ ท่านประธานได้กรุณาแจ้งด้วยว่ามาตรานี้มีผู้ยื่นความจำนงแปรญัตติกี่ท่าน เพื่อสมาชิกที่อยู่ ข้างล่างจะได้บริหารเวลาได้ บางคนอยากจะไปรับประทานอาหารอะไรต่ออะไรจะได้เตรียมตัว จะได้มาลงมติได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอนาน ขอบพระคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกที่แปรญัตติแล้วก็สงวนความเห็นอยู่ทั้งหมดอีก ๕ ท่าน แล้วก็มีท่านสมาชิก แจ้งความจำนงอภิปรายอีก ๒ ท่าน รวมเป็น ๗ ท่าน เดี๋ยวท่านบริหารเวลาของท่านนะครับ เชิญท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อขอตัดงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะในส่วนของ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโครงการ โรงเรียนคุณภาพ และโดยเฉพาะโครงการ ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ และโครงการส่งเสริม การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลาที่มีการแจก Tablet เช่า Tabet ให้เด็กใช้ รวมแล้วประมาณ ๘,๕๐๐ ล้านบาท งบประมาณของ สพฐ. งบลงทุนแค่ ๙,๐๐๐ ล้านบาทเอง รวมทั้ง ค่าดำเนินงาน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ปรากฏว่าได้มีการตั้ง งบประมาณไว้สำหรับโรงเรียนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียน ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ ที่ท่านเห็นอยู่สีน้ำเงินในกราฟ คืองบประมาณที่ลงที่โรงเรียน ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ จะเป็นเช่นนี้แทบทุกโครงการ งบประมาณทั้งหมดของ สพฐ. ที่เป็นส่วนที่จะเป็นงบลงทุน และค่าดำเนินการก็ตาม จะลงที่โรงเรียนคุณภาพมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์

สำหรับโครงการที่ ๒ ที่ผมอยากให้ตัดก็คือโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งใช้งบประมาณอยู่ ๑,๘๕๔ ล้านบาท เป็นค่าเช่าอุปกรณ์การเรียนการสอนสำหรับ นักเรียนหรือ Tablet และอุปกรณ์สำหรับครู อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ตั้งไว้แค่ ๑๕๐ ล้านบาท สำหรับครูเพียงน้อยนิด ทั้งหมดนี้จะลงที่โรงเรียนคุณภาพและมัธยมปลาย ถ้าตั้งงบประมาณ อย่างนี้ผมเรียนว่าวันนี้การศึกษาของเราตกต่ำที่สุดในรอบ ๒๐ ปี และปีนี้จะมีการสอบ PISA PISA เขาสอบเด็กจบ ม.๓ ครับ แต่ท่านไปแจก Tablet ม.๔ ม. ๕ ม. ๖ แล้วก็งบประมาณ ลงไปที่อำเภอ แต่ PISA เขาสุ่มสอบทุกโรงเรียน ปีนี้ที่จะสอบรับรองว่าจะต่ำสุดในรอบ ๒๓ ปี หลังจากที่เรามีคุณภาพการศึกษา มาตรฐานการศึกษาที่ถูกวัดโดยองค์กรนานาชาติ บอกว่า เราแย่สุดในรอบ ๒๐ ปี และ ๒๒-๒๓ ปีนี้ก็จะแย่ลงไปอีกถ้าไม่หยุดยั้ง ๒ โครงการนี้ ทำไมครับ ท่านบอกว่าท่านจะสนับสนุน ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียน แล้วก็มาสนับสนุน ม. ปลาย ก็แปลว่าโรงเรียนเล็กโรงเรียนน้อยอยู่ทั่วไปทั่วทั้งอำเภอถูกทิ้งร้าง ท่านบอกว่าต้องการให้เป็น โรงเรียนต้นแบบจริงครับ เป็นได้มีมาตรฐาน มีครูต้นแบบ ท่านบอกว่าเพิ่มโอกาสก็เพิ่มเด็กที่เรียนในอำเภอ หรือเด็กที่มีฐานะที่ดีที่สามารถมาเรียน อำเภอได้ก็เท่านั้น ท่านจะให้เด็กทั้งอำเภอมาเรียนโรงเรียนนี้โรงเรียนเดียวได้อย่างไร ท่านบอกว่าจะให้เป็นแม่ข่ายเพื่อดูดเด็กมา เขามาแล้วท่านไม่ต้องทุ่มงบประมาณอะไรขนาดนี้ วันนี้โรงเรียนนักเรียนก็มากมายอยู่แล้ว ท่านบอกว่าจะให้เขาเอาเด็กมาเรียน จะไปสร้างภาระ ได้อย่างไร โรงเรียนเล็กโรงเรียนน้อย มีครูคน ๒ คน แล้วจะไปให้เขาหอบหิ้วเด็กมาเรียน โรงเรียนอำเภอแล้วก็กลับไปเรียนเดิมได้อย่างไร ท่านบอกว่าให้เขามายืมสื่อ เอาอีกแล้วภาระ ของครู ๑ คน ๒ คนในโรงเรียนเหล่านั้น มาไม่ได้ครับ ท่านบอกว่าจะให้ครูโรงเรียนนี้ไปเป็น พี่เลี้ยงเขา ครูนี่มันมีเด็กอยู่หน้างานไม่เหมือนทหารที่รบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ทางโน้นอาจจะยังไม่ได้รบ มันมารวมกันได้ แต่ครูมันมีข้าศึกอยู่ต่อหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ครูโรงเรียนอำเภอไปเป็นพี่เลี้ยงครูในตำบล ในหมู่บ้าน แม้แต่ ศึกษานิเทศก์ไม่มีเด็กอยู่ในมือ ไม่มีชั้นเรียน ไม่มีชั่วโมงสอนก็ยังออกโรงเรียนไม่ได้ อย่าได้หวังนะครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงก็คือเพิ่มความเหลื่อมล้ำแล้วก็ทิ้งให้โรงเรียนเหล่านั้น ขาดทุกสิ่งทุกอย่าง ขาดบุคลากร อาคารสถานที่ทรุดโทรม ชาวบ้านต้องหาผ้าป่า ลูกจ้าง ที่เคยจ้างเขาเป็นอัตราจ้าง มีสมทบ ประกันสังคม วันนี้ก็ทิ้งเขาให้เป็นจ้างเหมาบริการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายลงไป ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอามาทุ่มให้กับอำเภอ สิ่งที่ท่านควรจะทำ วันนี้ก็คือตัดงบทั้ง ๒ โครงการนี้ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ วันนี้เขาใช้สมาร์ตโฟนมันแทน Tablet ได้แล้ว แต่สิ่งที่มันขาดก็คือโรงเรียนอื่น ๆ ก็ตาม หรือแม้แต่โรงเรียนใด ๆ ก็ตามนะครับ เขาต้องการ คือคอมพิวเตอร์สำหรับครู เขาต้องการ Smartboard เขาต้องการ Printer สำหรับครูเพื่อใช้ ร่วมกันกับนักเรียนทั้งห้อง เขาไม่ได้เรียกร้องที่จะมีอะไรเป็นการส่วนตัว มี Tablet เรียนส่วนตัวเท่านั้น ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน ท่านจะมาเอาอกเอาใจดูแลอยู่โรงเรียนอำเภอ มัธยม ๑ โรงเรียน ประถม ๑ โรงเรียน ๑ อำเภอ ๙๐๐ กว่าอำเภอ โรงเรียนแค่ ๑,๘๐๘ โรงเรียน จากทั้งหมด ๒๙,๓๐๐ โรงเรียน แต่จะมาดูแลโรงเรียน ๒ โรงเรียนที่ในอำเภอเท่านั้น นอกนั้น ท่านทิ้งร้างไป เขาสอบ PISA แล้วท่านให้ Tablet สำหรับ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ Pisa นั้นเขาสอบ เด็กจบ ม. ๓ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ควรจะทำที่ผมอยากจะแนะนำอีกครั้งหนึ่งก็คือว่า เราควรจะจัดคอมพิวเตอร์ให้กับครู ให้กับห้องปฏิบัติการที่โรงเรียนจัดสมาร์ตทีวีให้เขาได้ใช้ ได้สอน จัด Printer ให้ครู จัดเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูง สร้างแพลตฟอร์มที่ทำให้เขาสามารถเรียนควบคู่ไปกับการเรียน Onsite กับออนไลน์ ถ้าท่าน ยังเดินหน้าที่จะทำโรงเรียน ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ และแจก Tablet ให้กับนักเรียน ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ เพื่อเอาไปใช้เป็นการส่วนตัว รับรองการศึกษาจะดำดิ่งแล้วจะเกิดความ ลักลั่น เหลื่อมล้ำ ลูกหลานไทยทั้งหลายที่อยู่ทุกทิศทั่วไทยตามเกาะตามแก่ง ภูเขาสูง ชนบท ชายแดนไปหมดแล้วครับ ออกนอกระบบการศึกษาแล้วก็ออกจากระบบการศึกษา ไม่ได้ เรียนต่อ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ ขาดครู ครูไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชา อาคารเรียนทรุดโทรม ผมจึงขอ ตัดงบประมาณส่วนนี้ ๘,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าปีหน้าอย่าได้ทำอย่างนี้ ถ้าทำไม่เป็นแล้วพวกผม จะทำเอง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมขอปิดการลงชื่อการแจ้งความจำนงอภิปรายนะครับ ต่อไปท่านกฤช ศิลปชัย

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติตัดลดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการลง ๑ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ต้องขอตัดนั้นก็เพราะว่ายังมีโครงการที่จัดกันผิดทิศผิดทาง แก้ปัญหาไม่ได้ ทำให้ การศึกษาไทยของเราวน Loop อยู่กับที่ไม่ไปไหน ขอเริ่มต้นอย่างนี้ครับ ปัญหาด้าน การศึกษาที่เราทุกคนในที่นี้ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือเรื่องของภาระงานครู การที่เอาครูที่มีหน้าที่สอนไปทำอย่างอื่น ไปทำงานประเมินต่าง ๆ ไปจัดทำรายงานในโครงการ ไปอบรม สัมมนาหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านนฤมลก็ยังทราบครับ แล้วก็ได้ประกาศนโยบายผ่านสื่อว่าจะลดภาระงานครูในช่วงแรก ที่เข้ารับตำแหน่งครับ เมื่อผมไปดูในงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในหลาย ๆ หน่วยงาน ในสังกัด โดยเฉพาะส่วนของรายจ่ายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นของ สพฐ. สช. อาชีวะ หรือแม้แต่ สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังมีโครงการที่ทำให้เพิ่มภาระงานครูแล้วดึงครูออกนอก ห้องเรียนจำนวนมากหลายโครงการครับ ยกตัวอย่างโครงการโรงเรียนคุณธรรม แม้ในเอกสาร ที่ท่านชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบอกว่า ไม่มีการดึงครูออกจากห้องเรียนครับ ไม่มีการบังคับทำรายงาน ไม่มีการบังคับการประกวด แล้วบอกว่าเป็นภาคสมัครใจด้วย แต่หากผู้บริหารโรงเรียนไหนอยากจะได้ผลงาน อยากจะส่ง โรงเรียนนี้เข้าร่วมประกวดก็ต้องหมายถึงว่าไปให้คุณครูต้องเตรียมรายงาน เตรียมของ จัดนิทรรศการ โครงการนี้มีทั้งการประเมินในรอบเอกสาร แล้วก็ประเมินตามสภาพจริง ที่หนักก็คือการประเมินตามสภาพจริงครับ เวลาลงไปประเมินในพื้นที่ ต้องจัด Booth จัด Board จัดเตรียมสถานที่ บางครั้งใช้เวลาเป็นเดือน ดึงทั้งครู ดึงทั้งนักเรียนออกนอก ห้องเรียนครับ โครงการนี้งบประมาณ ๒,๔๕๐,๐๐๐ บาทเศษ

โครงการต่อมาครับ โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อสร้างพื้นฐาน แก่ผู้เรียนด้านการศึกษา ๔ ด้าน มีเป้าหมายนักเรียน ๓,๒๐๐ คน โรงเรียน ๗๗ แห่ง ในเอกสารบอกว่าออกนอกโรงเรียน ๒ วันครับ เพื่อมาทำอะไร มาประกวดแข่งขันทักษะ ลูกเสือ เนตรนารี แต่ให้ไปดูข้อเท็จจริงว่าก่อนที่จะได้โรงเรียน ๗๗ แห่ง ก็คือจังหวัดละแห่ง ในแต่ละจังหวัดก็ต้องมีการแข่งขันกันเองก่อนถึงจะได้ตัวแทน ฝึกซ้อมกันเป็นเดือน ต้องมีครู มาทำการฝึกซ้อม เสียเวลาเรียนเสียเวลาสอน ท่านประธานครับ ครูสอนวิชาลูกเสือไม่มี ในโรงเรียน เขาเอาครูวิชาสามัญไปอบรมหลักสูตรลูกเสือ หลักสูตร BTC หลักสูตร ATC แล้วก็มาให้ครูเหล่านี้มาสอนวิชาลูกเสือในคาบกิจกรรม ในเอกสารบอกไม่มีการจัดทำ รายงาน ใช่ครับในโครงการที่ประกวดไม่ต้องทำ แต่คุณครูที่พาเด็กมาร่วมกิจกรรมตั้งแต่ ระดับจังหวัดจนผ่านเข้าสู่รอบระดับประเทศอย่างไรก็ต้องทำสรุปกิจกรรม อย่างน้อยก็ให้กับ ผู้บริหารโรงเรียน เพื่อให้ผู้บริหารโรงเรียนนำมาใช้เป็นผลงานในการประเมินโรงเรียน หรือคุณครูนำไปเป็นผลงานในการประเมินตัวเองอยู่ดีครับ

อีกโครงการครับ ที่คิดว่าเป็นภาระงานครูก็คือโครงการโรงเรียนคุณภาพ ITA โครงการนี้งบประมาณ ๓๗๗ ล้านบาท ไปดูในรายละเอียดและผลที่คาดว่าจะได้รับ ผมเอง เข้าใจในเจตนาดีครับ เป็นโครงการของสำนักงานนวัตกรรมการศึกษาที่ต้องการจะยกระดับ ลดความเหลื่อมล้ำ เปิดเผยข้อมูล โดยเฉพาะกิจกรรมที่ ๘ ที่บอกว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูล Open Data มีผู้รับผิดชอบเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน ๒๔๕ เขต จำนวน โรงเรียน ๑,๘๐๘ โรงเรียน เจตนาดีครับ แต่สุดท้ายใครต้องเป็นคนทำ ที่จะต้องเอาข้อมูล เหล่านี้มารายงาน มาโชว์ มากรอกเข้าในระบบ ก็ไม่พ้นคุณครูอีกแล้วครับ นี่ไม่เป็นการดึงครู ออกนอกห้องเรียนตรงไหนครับโครงการนี้

อีกโครงการหนึ่งครับ โครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียน ตามกรอบประเมิน PISA สู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โครงการนี้ คืออะไรครับ ก็คือโครงการเอาคุณครูไปติวครับ ไปติวแล้วก็ให้มาติวนักเรียนต่อว่าการแข่งขัน ขีดความสามารถของประเทศจะสูงขึ้นเพราะใช้วิธีการเหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมันควรที่จะอยู่ในระบบการศึกษาแบบปกติ ควรไปแก้ไข ไปปรับปรุงวิธีการเรียนวิธีการสอน พัฒนาหลักสูตรในด้านของโครงสร้างแล้วก็ นโยบายทางการศึกษามากกว่ามาทำกิจกรรมโครงการแบบนี้ครับ

สุดท้ายครับ ผมเข้าใจดีว่าในชั้นกรรมาธิการก็ทราบมาว่าทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้มีการพยายามซักถามในเรื่องดังกล่าว แล้วก็ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ไม่มีการเอาครูออกนอกห้องเรียนครับ ไม่มีการเอานักเรียนออกนอกห้องเรียน ไม่ต้องทำ รายงาน ไม่บังคับการประกวดครับ เข้าใจที่คณะกรรมการตัดงบประมาณได้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่จากประสบการณ์การเป็นครูของผม ผมไม่สามารถเชื่อได้จริง ๆ ผมเคยเป็นครูมาก่อน ผมถึงรู้ดีว่าถึงแม้ในระดับสั่งการจะบอกว่าไม่บังคับแต่ในทางปฏิบัติหากไม่ทำมันก็จะมีผล ต่อการประเมินครับ มันก็จะถูกกดดัน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินของโรงเรียนหรือการประเมิน ผลงานของครูเอง ดังนั้นที่บอกว่าไม่มี ผมไม่เชื่อครับ และถือโอกาสนี้บอกคุณครูทั่วประเทศ เลยว่าเดี๋ยวหลังจากอภิปรายผมจะ Upload File ๒ File นี้ให้คุณครูทั่วประเทศได้เข้ามาดู เลยว่ามีโครงการไหนบ้างที่ทางกระทรวงได้บอกว่าไม่มีการจัดทำรายงาน ไม่มีความถี่ในการ ทำรายงาน ไม่มีการเอาครูออกนอกห้องเรียน ไม่มีการเอานักเรียนออกนอกห้องเรียนและ ไม่บังคับการประกวด ให้คุณครูเข้ามาดูเลยครับ แล้วถ้าคุณครูยังเจอโครงการแบบนี้มาบังคับ ให้คุณครูได้ต้องทำรายงานต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ขอให้คุณครูมาบอกผมได้เลยครับ ถ้ายังมีการเพิ่ม ภาระงานครูกับโครงการเหล่านี้ก็มาบอกผมเลย ผมจะเอาเรื่องไปยื่น ป.ป.ช. ว่าสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการยื่นข้อมูลเป็นเท็จต่อคณะกรรมาธิการ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายตัดลด งบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งโครงการส่วนใหญ่เป็นกิจการลูกเสือ เนตรนารีและยุวกาชาด จำนวน ๑๑ โครงการ รวมมูลค่า ๒๑๑ ล้านบาทครับ อย่างที่ผมพูด ไปว่า Concept ผมในครั้งนี้คือทำให้รัฐมัน Lean ขึ้น ถ้าเปรียบว่างบประมาณเป็นกายภาพ ของประเทศ งบเงินต่าง ๆ เป็นเส้นเลือด เป็นพลังงานไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ แน่นอนครับว่า ร่างกายคนเรามีไขมันดีและไขมันไม่ดีอยู่ ซึ่งกิจการลูกเสือผมต้องยอมรับว่าเป็นไขมันชนิดดี ซึ่งเป็นอะไรที่มันมีประโยชน์ แล้วการที่พูดของผมวันนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะบอกว่าต้องยกเลิก ลูกเสืออะไรไปเลยนะครับ แต่เป็นเพียงการปฏิรูปให้ลูกเสือได้กลับไปสู่จิตวิญญาณที่แท้จริง ยิ่งกว่าเดิมครับ จากการที่ต้องพึ่งพางบประมาณของประเทศ เปลี่ยนไปเป็นการหาเงินบริจาค หรือการหารายได้เข้าตัวเองอย่างสมาคมอื่น ๆ อย่างเอ็นจีโออื่น ๆ อย่างในต่างประเทศเขา ซึ่งอันนี้ผมคิดว่ามันเป็นหัวใจและจิตวิญญาณของลูกเสือทั่วโลกคือจิตอาสาและพึ่งพาตนเอง การที่กิจการลูกเสือไทยต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน ในครั้งนี้ที่ขอมา ๒๑๑ ล้านบาท เข้าใจว่าเป็นการจัด Event ต่าง ๆ มันสวนทางกับหลักการที่เราสอนเยาวชนของเรามิใช่ หรือครับ การปรับลดงบประมาณในส่วนนี้จึงหาใช่การทำลายแต่คือการส่งเสริมกิจการลูกเสือ ให้กลับมาสู่รากฐานอันแข็งแกร่งให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เป็นผู้ให้อย่างเต็มภาคภูมิ งบประมาณ ๒๑๑ ล้านบาท ไม่ใช่เงินก้อนเดียวแต่เป็นโครงการจำนวนมาก ผมขอยกตัวอย่าง โครงการสร้างกระบวนทัศน์เพื่อพัฒนาลูกเสือจิตสาธารณะ งบประมาณ ๒๙ ล้านบาท หรือโครงการชุมนุมลูกเสือสำรองแห่งชาติอีก ๒๑ ล้านบาท ผมไม่ได้บอกโครงการเหล่านี้ไม่ดี แต่สุดท้ายมันคุ้มหรือเปล่าที่จะใช้เงินนี้ในสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้ ควรจะปรับลดไปบ้างหรือไม่ และที่สำคัญไปกว่านั้นถ้าเรามองผิวเผินมันคือตัวเลขแค่ ๒๑๑ ล้านบาท แต่ไม่ใช่ครับ ทราบไหมว่าลูกเสือของไทยเป็นองค์กรกึ่งรัฐ เรามีหน่วยงานราชการต่าง ๆ อย่างเช่น สำนัก การลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน หรือว่าสำนักงานลูกเสือแห่งชาติอีกครับ ที่ทับซ้อน กันอยู่และคนเหล่านี้ก็มีข้าราชการประจำที่เราต้องใช้งบประมาณเป็นประจำครับ นอกเหนือจากนี้แล้วการที่เราบังคับในการเรียนลูกเสือจะเป็นการที่ทำให้ประชาชน หลายครอบครัวต้องเดือดร้อนครับ ทุกคนเคยเรียนในนี้ครับ ก็ตอบได้ตรง ๆ ว่าชุดลูกเสือ ใช้แค่สัปดาห์ละครั้ง แล้วก็ค่อนข้างมีราคาแพงและเป็นชุดที่ปรับเปลี่ยนไปตามระดับชั้น มีลูกเสือสำรอง ลูกเสือสามัญ ลูกเสือวิสามัญ ก็เปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ พอ ม.ปลาย ไปเรียน รด. ไม่ได้ใช้ชุดลูกเสือแล้ว เช่นนี้ก็กลายเป็นว่าทำให้เป็นภาระต่อครอบครัวหลายครอบครัว เหมือนกัน เราควรนำเงินเหล่านี้ไปสนับสนุนกิจการการศึกษาอื่น ๆ เพิ่มเงินเดือนให้ครู ได้หลายอย่าง ก็เป็นไปได้ถ้ามีช่องว่างทางการคลังที่เพิ่มขึ้น ผมทราบดีครับว่าจริง ๆ แล้ว พูดเรื่องนี้มา หลายคนไม่เคยพูดครับ ก็เป็นกังวลเพราะว่ากิจการลูกเสือไทยก็ต้องยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ อันเป็นที่รักของเราได้ก่อตั้งขึ้น เป็นผลงานชิ้นเอกของท่านครับ แล้วผมก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างสูงที่สุดครับว่าการสืบสานพระราชปณิธาน ที่แท้จริงคือการทำให้กิจการลูกเสือคงอยู่ได้อย่างมีเกียรติและยั่งยืน การปรับโครงสร้าง ให้ลูกเสือสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่เป็นภาระของแผ่นดินย่อมเป็นการสนองพระราชประสงค์ ที่แท้จริงมิใช่หรือครับ ด้วยเหตุข้างต้นผมจึงขออนุญาตตัดงบประมาณเกี่ยวกับกิจการลูกเสือ และเนตรนารีของกระทรวงศึกษาธิการออกไปทั้งสิ้น ๒๑๑ ล้านบาท กราบขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านปารมี ไวจงเจริญ ครับ

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายงบวาระสองของงบ ปี ๒๕๖๙ ในส่วนของมาตรา ๒๔ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดิฉันขอเสนอให้ตัดงบ จะเป็นงบใน สพฐ. เป็นงบค่าจ้างเหมาบริการ จัดหาสื่อการเรียนรู้รูปแบบดิจิทัลเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งมีวงเงินงบประมาณ ๑๐๙ ล้านบาท โดยประมาณ แล้วก็ดิฉันซึ่งเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบการศึกษาด้วย ได้เสนอตัดเหลือ ๙๙ ล้านกว่า ๆ แต่ดิฉันยังมีความเห็นว่าตัดน้อยไปค่ะ ในคณะอนุกรรมาธิการ ที่ดิฉันร่วมเป็นอนุกรรมาธิการก็ขอมติโหวตในโครงการนี้แล้ว เหตุผลที่ดิฉันขอมติโหวต แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตัดมากกว่านี้ แต่ดิฉันเห็นว่าควรจะต้องตัดมากกว่านี้หรือชะลอไปเลย ทั้งโครงการ เพราะว่าโครงการนี้ซ้ำซ้อนมาก การสร้างสื่อการเรียนรู้รูปแบบดิจิทัลซ้ำซ้อน มากมายจนนักเรียนไทยและครูไทยจะมีสื่อดิจิทัลล้นทะลักไปทั่วแล้วนะคะ มันเป็นการใช้งบ ที่ซ้ำซ้อนมาก ทีนี้มีเหตุผลที่ซ้ำซ้อนมาก ๆ คืออะไร ก่อนที่จะไปสู่เหตุผลดิฉันอยากให้ ท่านประธานดูรายละเอียดสื่อที่ขอมา ๑๐๙ ล้านบาท แล้วอนุกรรมาธิการเราตัดเหลือ ๙๙ ล้านบาทกว่า ๆ นี้นะคะ สพฐ. ให้รายละเอียดมาว่าจะผลิตสื่อใน ๔ หัวข้อตามสไลด์ค่ะ

อันที่ ๑ สื่อด้านสำรวจตัวเองและเส้นทางการเติบโต

อันที่ ๒ สื่อด้านเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมโลก

อันที่ ๓ สื่อด้านทักษะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

อันที่ ๔ สื่อด้านสำรวจเส้นทางอาชีพ

แต่ถ้าเรามาดูเหตุผลที่ดิฉันเสนอตัดมากกว่านี้ หรือตัดทั้งโครงการเลย ก็เพราะว่าเหตุผลที่ ๑ สื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ลักษณะนี้ ตามรายละเอียดที่ สพฐ. ให้มา ๔ หัวข้อเมื่อสักครู่ ท่านประธานเขาอินเทอร์เน็ต เข้าไปใน YouTube ท่านจะเจอสื่อประเภทนี้ เยอะแยะมาก ก ล้านตัว ท่านหาได้ใน YouTube มากมายค่ะ และหลาย ๆ YouTuber ทำได้ดีด้วย นี่คือเหตุผลที่ว่าซ้ำซ้อนควรจะตัดออก นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกค่ะ เหตุผลที่ ๒ ที่ดิฉันเสนอตัดโครงการนี้คือ ปี ๒๕๖๙ สพฐ. ขอมาอีกแล้ว เมื่อตอนงบปี ๒๕๖๘ ดิฉันก็เป็น อนุกรรมาธิการอยู่ด้วยก็ขอมาทำสื่อดิจิทัล ๓ กลุ่ม แต่ที่ตรงและซ้ำซ้อนกับขอมาปี ๒๕๖๙ คือสื่อกลุ่มที่ ๓ สื่อการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนยุคใหม่ศตวรรษที่ ๒๑ เอาอีกแล้ว ซ้ำซ้อน ปี ๒๕๖๘ ขอไปแล้ว ๑๙๕ ล้านบาทกว่า ๆ ปี ๒๕๖๙ มาขออีก ซ้ำซ้อนอย่างไร ดิฉันมี หลักฐานค่ะ ในรายละเอียด ที่ สพฐ. ส่งมาในคณะอนุกรรมาธิการในงบปี ๒๕๖๘ สื่อกลุ่มที่ ๓ ที่ดิฉันวงไว้ตรงกลางนะคะ มันมีความคล้าย ดิฉันไปจับ Keyword เทียบกับงบปี ๒๕๖๘ ที่ สพฐ. ขอมาอีก จะเทียบได้เลยว่า Keyword ซึ่งมันจะบอก Concept ของสื่อ มันคล้ายกันมาก ตัวอย่างนะคะ เพื่อความรวดเร็วของเวลา ในข้อที่ ๑ งบปี ๒๕๖๙ ที่เพิ่งขอมา สื่อด้านสำรวจ ตัวเองและเส้นทางการเติบโต ในสื่อกลุ่มที่ ๓ ของงบปี ๒๕๖๘ ท่านก็มีรายละเอียดว่า เพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมสู่ตลาดแรงงานอนาคต เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ดู Keyword ก็รู้และถ้ามาดูรายละเอียดใน Concept มันเหมือนกัน ซ้ำซ้อนไม่รู้จะซ้ำซ้อน อย่างไร นี่เป็นการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ดิฉันจึงขอเสนอตัดโครงการนี้

อีกประเด็นหนึ่ง ดิฉันต้องขอฝากท่านประธานไปถึงท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการของดิฉัน และรวมถึงกรรมาธิการห้องใหญ่ มีสิ่งหนึ่งที่ดิฉันเสียใจมาก และขอตำหนิ สพฐ. เลยค่ะ ในคณะอนุกรรมาธิการเรา ทีแรกดิฉันเสนอความเห็นแล้วว่า ขอให้ตัดลดโครงการเป็นรายโครงการ ไม่เอาตัดแบบภาพรวม แต่ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการ ไม่รับ ไม่เอา ให้ สพฐ. ไปปรับวงเงินรวมแล้วมันเกิดปัญหาตามบนจอ คือผลปรากฏว่า อนุกรรมาธิการของดิฉันเสนอให้ สพฐ. ไปปรับเป็นวงเงินรวม สพฐ. ไปปรับลดอะไรรู้ไหมคะ ไปปรับลดงบก่อสร้างอาคารเรียน ๑๔ โรงเรียน นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง อาคารเรียนโรงเรียน ปัจจุบันผุพัง ฝ้าเพดานถล่ม เสาไฟ สายไฟก็ระเกะระกะ มีข่าวนักเรียนบาดเจ็บจนถึงเสียชีวิต จากอาคารที่ผุพังมากมาย แทนที่ สพฐ. จะไปปรับลดโครงการสื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ ที่ดิฉันได้พูดเหตุผลไป ไม่ลด ดันไปลดงบก่อสร้างอาคารเรียน ๑๔ โรงเรียน อันนี้ดิฉันเสียใจมาก อีกอันหนึ่งขอฟ้องท่านประธานไปสู่ประชาชนเลยค่ะ สพฐ. ปรับลดงบปรับปรุงอาคารเรียน ของเด็กบกพร่องทางการได้ยินและเด็กพิเศษ ตามบนสไลด์เลยค่ะ เด็กบกพร่องทางการได้ยิน เขาเป็นกลุ่มเปราะบางอยู่แล้ว รวมถึงเด็กพิเศษ เด็กออทิสติกต่าง ๆ ซึ่งได้รับงบประมาณ จาก สพฐ. น้อยอยู่แล้วท่านยังไปปรับงบปรับปรุงอาคารเรียนเขาลงไปอีก ท่านจะใจร้าย ไปถึงไหนคะ

อีกประเด็นหนึ่ง ดิฉันขอฝากถามท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านก็นั่ง อยู่ตรงนี้ มันเหมือนมีตัวเลขผิดปกติ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการอาจจะช่วยชี้แจงตอบ คือในมติคณะอนุกรรมาธิการเราให้ปรับลดโครงการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ นักเรียน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ด้านซ้ายมือของจอ แต่ในรายงานเล่ม ๓ รายการปรับลดที่อยู่บนโต๊ะ ของ สส. ทุกท่าน สพฐ. ปรับมา ๒๐,๐๐๐ บาท ดิฉันไม่เข้าใจว่ามันเกิดความผิดพลาด อย่างไร คณะอนุกรรมาธิการมติของเราให้ปรับลด ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ สพฐ. ไปปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท ฝากท่านชี้แจงด้วยนะคะ

และสุดท้ายค่ะ โครงการอีก ๒ โครงการนี้ดิฉันก็เห็นว่าควรปรับลดมากกว่านี้ เพราะโครงการเหล่านี้เปลืองทั้งงบประมาณแผ่นดิน และที่สำคัญที่สุดเปลืองทรัพยากรเวลาครู งบประมาณนอกจากเปลืองแล้ว แต่บางท่านอาจจะเห็นว่ายอดงบประมาณไม่มาก แต่ที่สำคัญ มันเปลืองทรัพยากรครู ทรัพยากรเวลา แทนที่ครูจะได้อยู่ในชั้นเรียนกับนักเรียน

และสุดท้ายอีกนิดหนึ่ง ดิฉันขอฝากถามท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการนิดหนึ่ง ในวันที่คณะอนุกรรมาธิการจะเข้าเสนอห้องใหญ่ ตกลงกันก่อนว่าเราจะเสนอในวันพฤหัสบดี ดิฉันเองก็จะเข้าไปเสนอความเห็นร่วมกับเพื่อนที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญงบห้องใหญ่ของ พรรคประชาชน แต่ท่านเร่งรีบนำเข้าเสนอในเย็นวันพุธทำให้ตัวดิฉันและเพื่อนอีกหลายคน ไม่ได้เตรียมตัวแล้วไม่ได้เข้าไปชี้แจงกับกรรมาธิการห้องใหญ่เลย จึงขอให้ท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการช่วยชี้แจงตรงนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานมากค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไขและมีท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิในการขออภิปราย ๓ ท่าน เป็น ๓ ท่านสุดท้าย ขอเชิญท่านแรก ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี 🔗

ขอบคุณค่ะ เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ขอสไลด์ขึ้นนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานคะ งบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการในปีนี้มีการตั้งงบประมาณเพื่ออุดหนุนกิจการของลูกเสือ ยุวกาชาด ไว้ในหลายรายการด้วยกัน และเฉพาะที่ดิฉันนับได้ประมาณ ๘ รายการ ก็รวมเป็น งบประมาณกว่า ๑๗๘ ล้านบาท แต่ดิฉันเชื่อว่ายังมีอีกหลายรายการด้วยกันที่ซุกซ่อน งบประมาณไว้ในส่วนอื่นอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้ข้างต้นนี้ แต่หลายรายการที่ดิฉัน ได้เอาขึ้นบนจอด้านบนก็พบว่าขาดทั้งตัวชี้วัด ผลที่จะได้รับ แถมตั้งโครงการกันมาแบบ ซ้ำซ้อนกัน ทำกิจกรรมที่คล้าย ๆ กัน แค่ซอยย่อยรายการให้เล็กลง แล้วก็ใส่คำสวย ๆ หรู ๆ อย่างคำว่า คุณธรรมบ้าง จริยธรรมบ้าง จิตอาสาบ้าง แต่ว่าถ้าเราไปดูไส้ในของโครงการ เราก็จะพบว่ารายละเอียดของกิจกรรมที่ใช้ในการจัดงานนั้นเหมือนกัน ในจำนวน ๘ รายการข้างต้น ดิฉันอยากจะขอยกตัวอย่างโครงการเงินอุดหนุนงานชุมนุมลูกเสือ ระหว่างประเทศค่ะ ในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งลูกเสือ เข้าร่วมงานชุมนุมลูกเสือวิสามัญโลกครั้งที่ ๑๖ ที่ประเทศโปรตุเกส โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็น การแลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรมกับประเทศต่าง ๆ และคาดหวังว่าจะพัฒนาผู้เข้าร่วม จากประเทศไทยให้ก้าวหน้า เท่าทันโลก ทันสมัย ซึ่งโครงการนี้ได้ตั้งงบประมาณไว้สูงกว่า ๔ ล้านบาทด้วยกัน ท่านประธานคะ ดิฉันอยากตั้งคำถามถึงการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ ถึงผลลัพธ์แล้วก็ตัวชี้วัดของการดำเนินโครงการว่าหลังจากที่มีการเข้าร่วมงานชุมนุมต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว นำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์กับกิจการลูกเสือและเยาวชนของไทยอย่างไรบ้าง เพราะในเล่มงบประมาณที่ท่านชี้แจงมาไม่มีรายละเอียดในส่วนนี้เลย แล้วดิฉันก็พบว่า งบประมาณในปี ๒๕๖๙ ถือว่าเป็นครั้งที่ ๒ แล้วที่มีการตั้งงบประมาณโครงการนี้เอาไว้ แต่ไม่เคยมีการรายงานผลลัพธ์ของโครงการแต่อย่างไร ซึ่งดิฉันต้องขอย้ำว่างบประมาณ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือ ยุวกาชาด ๘ รายการที่ดิฉันได้นำเสนอขึ้นไปก่อนหน้านี้ ๑๗๘ ล้านบาทถือว่าเป็นงบประมาณที่สูงมาก ๆ ดิฉันเองก็หวังว่างบประมาณเมื่อถูกจัดสรร ไปแล้วจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ดิฉันจึงอยากฝากเป็นข้อสังเกตแล้วก็ข้อเสนอแนะต่อการ จัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในปีถัด ๆ ไป

ประการแรก ในการจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนกิจการลูกเสือ อย่างการ เข้าร่วมงานชุมนุมลูกเสือระหว่างประเทศควรจะต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน มีแผนที่ชัดเจนในการ ที่จะนำสิ่งที่เราเรียนรู้กลับมาประยุกต์ใช้ภายในประเทศ ที่สำคัญค่ะ หลักสูตรการเรียนรู้ ของลูกเสือไทยควรต้องมีการปรับปรุงได้แล้ว ปรับปรุงให้ทันโลก ทันสมัยอย่างที่กระทรวง ศึกษาธิการเขียนไว้ในคำของบประมาณ ซึ่งเราสามารถทำได้ค่ะ ผ่านการเรียนการสอนเรื่องที่ นานาชาติเขาให้ความสำคัญ หลักการหรือคุณค่าสากลที่ทั่วโลกเขายึดถือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของสิทธิมนุษยชน เรื่องของประชาธิปไตย เรื่องของการเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ หรือการเพิ่มการเรียนรู้ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่างการเอาตัวรอดในสถานการณ์ ฉุกเฉิน

ประการสุดท้าย ดิฉันขอฝากเป็นข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการในปีถัด ๆ ไปว่ายังมีงบประมาณในอีกหลายส่วนมาก ๆ ที่ยังขาดแคลน ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะงบประมาณที่ดิฉันคิดว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการ สนับสนุนเพิ่มเติม เช่นงบการศึกษาของเด็กพิเศษในศูนย์การศึกษาพิเศษ อย่างที่ ท่านปารมีได้พูดไปก่อนหน้านี้ว่างบประมาณในส่วนนี้ก็ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว งบประมาณ ในส่วนนี้จะเป็นงบประมาณที่ใช้ในการดูแลเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ซึ่งดิฉัน ทราบมาว่าที่ผ่านมางบประมาณไม่เคยเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้ ครอบคลุมระยะเวลาของการเปิดเรียน เพราะศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษจะเปิดตลอดทั้งปี แล้วก็เปิดรับนักเรียนตลอดทั้งปีเช่นเดียวกัน ทำให้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาไม่เคย เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่มีการเพิ่มขึ้นในตลอดทุก ๆ ปี แน่นอนค่ะเมื่องบประมาณ ไม่เพียงพอก็ทำให้ค่าอาหารของน้อง ๆ นักเรียนไม่เพียงพอเช่นเดียวกัน อีกทั้งเด็ก ที่รับบริการที่บ้านหรือว่าเด็กที่ป่วยติดเตียงแล้วไม่สามารถมารับบริการที่ศูนย์ได้ เด็กกลุ่มนี้ ณ วันนี้ก็ไม่ได้รับงาน ไม่ได้รับเงินหรือว่างบประมาณในการอุดหนุน รวมไปถึงงบประมาณ ที่จะใช้ในการอบรมให้กับผู้ที่ดูแลเด็ก ๆ อีกด้วย ดิฉันจึงขอฝากเป็นข้อสังเกตแล้วก็ ข้อเสนอแนะในการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับปีถัด ๆ ไป ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ครับ

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชม การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ผู้แทนประชาชนจากเขตคลองสามวา พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันขอใช้สิทธิสมาชิกในการอภิปรายปรับลดงบประมาณ ในวาระสอง มาตรา ๒๔ โดยโครงการที่ดิฉันจะขอยกตัวอย่างขึ้นมาก็จะสะท้อนปัญหา การเขียนของบประมาณด้านการศึกษาในประเทศ ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โครงการที่ดิฉัน ตั้งข้อสังเกตก็คือโครงการส่งเสริมการพัฒนาครูผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา ศักยภาพ ตามพหุปัญญาของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาค่ะ ซึ่งปัญหาของโครงการนี้ดิฉัน จะขอสรุปง่าย ๆ สั้น ๆ เป็น ๒ ก ด้วยกัน ก แรกก็คือเกินหน้าที่ ส่วน ก ที่ ๒ ก็คือกระจุกตัว กันอยู่แค่นี้ งบประมาณนี้นะคะ ของบประมาณมาเป็นค่าครุภัณฑ์ ๑๗.๓๓ ล้านบาท โดนตัด ในชั้นอนุกรรมาธิการไปแล้วเหลือ ๑๕ ล้านบาท แต่ยังมีค่าจ้างเหมาบริการเพิ่มขึ้นมาอีก ๒.๖๔ ล้านบาท รวมแล้วโครงการนี้รัฐต้องเสียงบประมาณ ๑๗.๖๔ ล้านบาท ซึ่งเราเห็นตรงกันค่ะ ท่านอนุกรรมาธิการว่าโครงการนี้มีปัญหาที่จะต้องปรับลดอยู่ เพียงแต่ที่ดิฉันเห็นต่างออกไป ก็คือควรจะปรับลดโครงการนี้ทั้งโครงการ ทำไมหรือคะ เรามาดูหน้าที่ของคุรุสภากันค่ะ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร พุทธศักราช ๒๕๔๖ มาตรา ๘ ได้กำหนด วัตถุประสงค์ของคุรุสภาไว้ว่ามีหน้าที่หลักในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพการออกและเพิกถอน ใบอนุญาต การกำกับดูแล การปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ การกำหนดนโยบายแผนพัฒนา วิชาชีพต่าง ๆ การประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ ซึ่งภารกิจเหล่านี้พูดให้ง่าย ๆ เลยก็คือหน่วยงานคุรุสภาเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็น Regulator ทำหน้าที่ในการออกกฎเกณฑ์กติกาเพื่อให้หน่วยงานสำหรับผลิตครูเขาได้ผลิตครู ได้ตรงตามเป้าหมายของประเทศ แต่จาก TOR ของโครงการนี้ระบุไว้ชัดเจนว่าสำนักเลขาธิการ คุรุสภาไม่ได้จะทำหน้าที่กำหนดนโยบายหรือว่าประสานส่งเสริม แต่จะเป็นผู้ดำเนินโครงการนี้ ด้วยตัวเอง ลักษณะโครงการจะเป็นการสร้างสถานการณ์จำลองทางวิชาชีพครูขึ้นมา โดยจะมีการจัดทำเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพต่าง ๆ โดยให้ครู เสมือนจริงเป็นผู้ดำเนินเรื่องราว ๑๐ สถานการณ์จำลอง ซึ่งการที่จะเข้าสู่สถานการณ์พวกนี้ ก็จะต้องมีแว่นเสมือนจริงประกอบด้วยถึงจะสามารถที่จะใช้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ได้ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของคุรุสภา มันเป็นหน้าที่ของหน่วยผลิตซึ่งนั่นก็คือมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่ผลิต ครุศาสตร์บัณฑิตต่าง ๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีการของบอุดหนุนผู้เรียน ด้านสังคมศาสตร์แล้วก็เพื่อจะไปพัฒนาวิชาชีพครูอยู่แล้ว คุรุสภากำลังของบประมาณ ที่ไม่ตรงกับภารกิจของตัวเอง รวมถึงซ้ำซ้อนกับงบประมาณของที่อื่นอยู่ ในความเห็นของ ท่านอนุกรรมาธิการ ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าสถานการณ์จำลอง ๑๐ สถานการณ์นี้จะเป็น สถานการณ์ที่เพียงพอที่จะยกระดับวิชาชีพครูทั้งประเทศให้ดีขึ้น ยิ่งในสถานการณ์ที่โลก พัฒนาไปไกล ๑๐ สถานการณ์จำลองไม่มีทางที่จะครอบคลุมสิ่งที่คุณครูจะต้องเจอแน่นอน วิธีการที่จะพัฒนาวิชาชีพครูได้ดีที่สุดไม่ใช่การให้ครูไปเสียเวลากับห้องเรียนเสมือนจริง หรือว่าบทเรียนเสมือนจริงพวกนี้ค่ะ แต่คือการคืนเวลาให้กับครู คืนให้ครูได้มีเวลา มีปฏิสัมพันธ์กับลูกศิษย์ ได้ดูแลพวกเขาทำความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และสร้างโลก แห่งการเรียนรู้ที่แท้จริงในห้องเรียน ส่วนในภารกิจที่มันเกี่ยวข้องกับคุรุสภาจริง ๆ คุรุสภา ไม่ได้เขียนมาค่ะ ดิฉันเฝ้ารอเห็นการแก้ไขปัญหาระบบผลิตครูที่ยังมีปัญหาในการไม่สามารถ ที่จะผลิตครูได้ตรงตามสายงาน ในเรื่องของแผนการพัฒนาคุณภาพครู ในเรื่องของการ ปกป้องรักษาคุณครูที่ดีไว้ ไม่ให้ต้องมีครูคนไหนตัดสินใจลาโลกไปเพราะเขาแบกรับภาระงาน มหาศาลไม่ไหว ดิฉันยังไม่เห็นการเขียนของบประมาณพวกนี้เลยค่ะ ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือ เจ้าตัวโครงการที่เกินหน้าที่ของท่านมันก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการกระจุกตัวของทรัพยากร เพราะทรัพยากรที่ท่านขอไปมันจะไปกระจุกตัวอยู่ที่สำนักเลขาธิการคุรุสภา ในขณะที่เรา มีหน่วยพัฒนาครูอยู่ทั่วประเทศ ยังไม่นับถึงว่าการเข้าถึงได้ต้องใช้แว่น VR ซึ่งการที่คุรุสภา ใช้เหตุผลนี้ในการเขียนของงบประมาณเพื่อจะยกระดับวิชาครูทั้งประเทศจึงไม่สมเหตุสมผล ด้วยประการทั้งปวงค่ะ งบประมาณก้อนนี้กำลังแสดงถึงกลไกที่บิดเบี้ยวในการเขียนขอ งบประมาณ เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากฐานความคิดที่คอยแต่จะขยายขอบเขตหน้าที่ของ ตัวเองออกไปจนนำไปสู่ความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น แล้วก็ทำให้การใช้งบประมาณของรัฐ สิ้นเปลืองไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เป็นไปเพื่อประชาชนผู้เรียนหรือบุคลากรทางการศึกษา ที่แท้จริง ซึ่งหากเราตัดทิ้งโครงการทั้งหมดนี้ออกไปได้มันจะเป็นการที่จะทำให้เรามี งบประมาณเหลือมากพอที่จะไปพัฒนาการศึกษาด้านอื่น จะทำให้เราสามารถมอบโอกาส และคุณภาพทางการศึกษาที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนของเราได้มากขึ้น ด้วยเหตุผลทั้งหมด ที่กล่าวไปดิฉันขอตัดงบประมาณก้อนนี้ออก เพื่อเปลี่ยนงบประมาณที่สิ้นหวังนี้ไปสู่ การเสริมพลังให้ระบบการศึกษาไทยให้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสุดท้ายนะครับ ก่อนท่านสุดท้ายขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ท่านได้เตรียมตัว เข้าห้องประชุมเดี๋ยวเราจะมีการลงมติครับ เชิญท่านอรอุมา บุญศิริ ครับ

นางอรอุมา บุญศิริ บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉัน ขอร่วมอภิปรายงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ของกระทรวงศึกษาธิการในมาตรา ๒๔ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะมีงบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๑๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งงบตรงนี้ ดิฉันไม่ได้มีความติดใจอะไร เพียงแต่ว่ามันจะมีงบอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งดิฉันมองว่ามันเป็นการที่ ไม่ได้รับความยุติธรรมกับเด็ก ๆ แล้วก็เยาวชนของเรามากเกินไป เพราะว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่ อยู่ในตอนนี้นั่นคืองบของค่าใช้จ่ายโครงสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด ซึ่งงบประมาณ มันก็น้อยมากอยู่แล้ว อยู่ที่ประมาณ ๕,๑๒๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เข้าใจในคณะกรรมาธิการ ที่มีการตัดงบลงไปอีก ๒ ล้านบาท ซึ่งทำให้งบตรงนี้ก็เหลือจำนวนน้อยมากลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งดิฉันมองว่าเรื่องของยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตอนนี้กำลังระบาดอย่างหนักในกลุ่มของ เด็กวัยรุ่นในช่วงของเด็กนักเรียน ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้เกิดปัญหามากขึ้นก็เรื่องของยาเสพติด ทั้งหมด หากเราคำนวณเป็นงบประมาณรายจ่ายทั่วประเทศแล้ว งบตัวนี้จะอยู่ที่จังหวัดละ แค่เพียง ๒๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ บาท หมายถึงว่าจะตกประมาณ อยู่ที่กลุ่มเป้าหมาย ๔.๗ ล้านคน จะมีงบประมาณให้เด็ก ๆ ในการรณรงค์เรื่องยาเสพติดและ ความมั่นคงของเด็ก ๆ ในโรงเรียน ไม่ถึง ๑ บาทด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้เองรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการภูมิคุ้มกันและยาเสพติด จากข้อมูลเมื่อปี ๒๕๖๗ หลักการและเหตุผล ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติและสำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะ หน่วยงานกำหนดนโยบายและหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการบูรณาการแผนยุทธศาสตร์ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศได้กำหนดแผนพัฒนาเอาไว้ เพื่อให้เป็น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แผนดังกล่าวได้นำไปใช้ในกรอบการขับเคลื่อน ซึ่งแผนดังกล่าว ประกอบไปด้วยกลุ่มเป้าหมายยุทธศาสตร์และประชากรทุกกลุ่มวัยให้รู้เท่าทันยาเสพติด และมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ซึ่งได้มอบหมายให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดให้กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้นักเรียน เหล่านี้ผ่านหลักสูตรในสถานศึกษาให้มีคุณภาพและครอบคลุมทุกวัยในระดับการพัฒนา หลักสูตรเพื่อการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังสามารถให้นำสื่อการเรียนรู้เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ในเด็กเยาวชน โดยการพัฒนาชุดความเรียนรู้และการเรียนรู้ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ได้อย่างสะดวกและหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็ทราบว่าเรื่องของยาเสพติดเป็น วาระเร่งด่วนที่รัฐบาลเองก็ต้องการที่จะแก้ไข ซึ่งตรงนี้การระบาดในกลุ่มของเยาวชนเรา ในโรงเรียนมันจะมาจากกลุ่มในรอบ ๆ สิ่งแวดล้อมก็คือใกล้ ๆ ของโรงเรียน ไม่ใช่เฉพาะแค่ ปัญหายาเสพติดเท่านั้น ปัญหาอื่น ๆ ที่เป็นสิ่งเสพติดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ บุหรี่ไฟฟ้าก็ดี หรือจะเป็นเรื่องของการพนันต่าง ๆ ก็ดี สื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่มอมเมาเด็ก ในช่วงวัยเรียนให้เข้ามาได้ง่ายขึ้น ดิฉันจึงอยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการทั้งหลายได้เล็งเห็น ถึงความสำคัญของยาเสพติด แล้วก็การป้องกันเด็ก ซึ่งถ้าเราป้องกันตั้งแต่เด็กยังเป็นเยาวชน เล็ก ๆ ดิฉันมั่นใจว่าโตขึ้นอนาคตของชาติเหล่านี้จะห่างไกลยาเสพติดอย่างแน่นอน ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปทางกรรมาธิการชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกยังติดใจ เชิญครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ขออนุญาตสัก ๓ นาที ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม พรรคประชาชนในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย เมื่อสักครู่ท่านเรืองไกรแล้วก็ท่านรองประธานกรรมาธิการได้ เรียกว่ามี Conflict กันนิดหนึ่ง ดิฉันในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็อยากจะพูดถึงข้อเสนอ ที่เกิดขึ้นในกรรมาธิการสักนิดหนึ่ง คือเมื่อสักครู่นี้ท่านเรืองไกรได้บอกว่าอยากให้ ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงในวาระนี้ ซึ่งแน่นอนว่าในวาระนี้มันอาจจะไม่ใช่เวลาที่รัฐมนตรีจะมา ชี้แจง แต่ดิฉันต้องขอยืนยันว่าในกรรมาธิการทางพรรคประชาชนก็ได้เคยเสนอไปหลายครั้ง ตั้งแต่วาระที่คุยกัน ตกลงว่าเราจะประชุมกันอย่างไร ว่าอยากจะให้มีรัฐมนตรีเข้ามาชี้แจง งบประมาณ เพราะดิฉันต้องขอชี้แจงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่างบประมาณจริง ๆ ข้าราชการเป็นคนทำแบบฟอร์มขึ้นมาก็จริง เป็นคนทำให้มันถูกต้องตามระเบียบ ตามกฎหมายก็จริง แต่ว่าคนที่เป็นผู้ออกนโยบาย คนที่เป็นคนคิดหรือว่าเป็นคนบอกว่าจะเอาสิ่งไหน จะให้ เอาเงินไปทำอะไรคือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ดังนั้นควรที่จะให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงมาชี้แจง ด้วยตัวเองในบางอย่างที่มีนัยสำคัญจริง ๆ ที่เป็นการตัดสินใจที่ต้องเป็นการรับผิดรับชอบ ทางการเมือง ซึ่งต้องพูดกันตรง ๆ ว่าในวาระหนึ่งก็ไม่ต้องมาพูดว่ารัฐมนตรีได้ตอบไปแล้ว ในวาระหนึ่ง บางคนตอบ ๓ นาที มีคนถามเป็น ๑๐๐ คำถาม ท่านตอบ ๓ นาที ตอบ ๕ นาที รัฐมนตรีบางกระทรวงไม่มาตอบด้วยซ้ำ ความรับผิดรับชอบต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน อยู่ตรงไหนดิฉันตั้งคำถามมาตลอด ซึ่งก็ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่เราเรียกไป ซึ่งในกรรมาธิการก็ได้เสนอไปอีกว่ารัฐมนตรีบางคนที่ไม่ได้มาตอบในวาระหนึ่ง ท่านจะติด ภารกิจอะไรของท่านก็ตาม ท่านมาตอบในวาระในชั้นกรรมาธิการไหม ได้มีการเสนอไป หลายครั้งก็ไม่ได้รับการตอบรับจากกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าให้เชิญรัฐมนตรีบางกระทรวง เข้ามาชี้แจง ซึ่งบางคำถาม อย่างท่านเรืองไกรอยากถามท่านรัฐมนตรี หรืออย่างเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ คนในกรรมาธิการที่อยากจะถามในหลาย ๆ กระทรวงก็ไม่สามารถที่จะถามได้ ซึ่งบางอย่างดิฉันพูดตรง ๆ ว่าถามไปกับข้าราชการเขาตอบก็ได้แค่ว่ารัฐมนตรีสั่งมา จะให้ ดิฉันตอบอย่างไรล่ะถูกไหม เพราะว่างบประมาณทั้งหมดรัฐมนตรีเป็นคนออกนโยบาย ข้าราชการจะให้เขามาตอบในเชิงนโยบายมันไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นดิฉันขอพูดในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่า ท่านพริษฐ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ได้เสนอไปตั้งแต่วันแรก แล้วว่าให้เชิญรัฐมนตรีบางกระทรวงมาตอบในกรรมาธิการ แต่ก็ไม่เคยมีรัฐมนตรีท่านไหน มาตอบในกรรมาธิการ ซึ่งไม่ได้มีข้อห้ามอะไรเอาไว้เลย แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะมี ความรับผิดชอบมากพอที่จะมาชี้แจงสิ่งนี้ และคนที่ตกลงกันได้ในกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และเสียงข้างมากว่าจะเชิญมาแล้วก็จะเชิญมาเพื่อตอบคำถามเรื่องภาษีทรัมป์ก็คือ ท่านประธานกรรมาธิการเอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านก็ยังไม่ให้เกียรติ ไม่หาเวลามาตอบกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย สัก ๕ นาทีก็ไม่มี อันนี้ดิฉันขอพูดเอาไว้ให้ พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับรับทราบถึงการทำงานของกรรมาธิการ แล้วก็ขั้นตอน ที่ถูกต้องในการที่เราทำงบประมาณกัน บางอย่างให้ข้าราชการมาตอบหรือให้กรรมาธิการ มาตอบ ตอบไม่ได้ ต้องเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเท่านั้น อันนี้เป็นเรื่องของความสำคัญ ในการที่รัฐมนตรีจะต้องมาตอบด้วยตัวเอง ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอชลน่าน ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ขออนุญาตที่จะใช้เวลาสักนิดเดียว ในกรณีที่เพื่อนสมาชิกในฐานะที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ลุกขึ้นเสนอความเห็น กับท่านประธาน กรณีเรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ในสภาแห่งนี้ในวาระที่สองในชั้นของกรรมาธิการต้องนำรายงาน มาเสนอต่อสภา ในประเด็นที่ต้องการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา หรือมาตอบข้อซักถามของกรรมาธิการ ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพรับ อาจจะ ไม่เกี่ยวกับประเด็นพิจารณา ไม่เกี่ยวกับตัวร่างแต่ว่านี่เป็นเรื่องจำเป็น เราเองต้องแบ่ง การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นวาระรับหลักการ วาระพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ วาระที่กรรมาธิการนำรายงาน มาเสนอต่อสภาและวาระที่สาม จริงอยู่ครับในวาระที่หนึ่งคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบมาตอบชี้แจงต่อข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกได้เพราะเป็นผู้เสนอ วาระที่สองในชั้น กรรมาธิการที่พิจารณาในรายมาตราของกรรมาธิการเองก็สามารถที่จะเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหรือตัวรัฐมนตรี ถ้ามีความประสงค์จะไปตอบชี้แจงในแต่ละมาตราก็ทำได้ แต่เมื่อกรรมาธิการได้สรุปรายงานเป็นร่างของกรรมาธิการแล้ว เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการ จะต้องมาเสนอต่อสภาแห่งนี้ เป็นการเสนอระหว่างกรรมาธิการและสภาแห่งนี้ บุคคลที่ไม่ใช่ กรรมาธิการและไม่ใช่สมาชิกไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณาครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นรัฐมนตรี ที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ เว้นแต่จะใช้สิทธิพาดพิงในกรณีที่เขาเป็นสมาชิกด้วย อันนี้เป็นวิธีการ ปฏิบัติ เป็นระเบียบปฏิบัติ ตามข้อบังคับ ตามบทบัญญัติของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องมันเป็นอย่างนี้ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้กรุณาทำความเข้าใจกับสมาชิก ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นประเด็นและทำให้สภาแห่งนี้เสียเวลาในสิ่งที่ไม่ควรจะเป็น แล้วกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการและสมาชิกที่ท่าน ทำร่างของท่านมาแล้ว สมาชิกมีข้อสงวนไว้ มีข้อแปรญัตติที่สงวนเอาไว้ก็มาพูดกัน มาเสนอ กันในเวทีแห่งนี้ และสมาชิกที่ไม่ได้เสนอคำแปรญัตติถ้ากรรมาธิการมีการแก้ไขก็สามารถ ที่จะทักท้วงได้ในร่างของตัวเอง นั่นคือร่างของสภาผู้แทนราษฎรที่เราส่งไปให้ เรามาสู้กัน ในมุมนี้เท่านั้นเองนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ขอใช้สิทธิ พาดพิงค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอนะครับ คุณรักชนก

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ไม่พอค่ะท่านประธาน ต้องขอใช้สิทธิพาดพิงจริง ๆ ๒ นาทีค่ะท่านประธาน ไม่เกินนี้แน่นอน ไม่เสียหาย

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ผมคิดว่าความเห็นของท่านก็เป็นประโยชน์ ท่านก็สามารถที่จะใช้สิ่งที่ท่านได้อภิปรายไว้ใน ข้อสังเกตได้ เพราะว่าวิธีปฏิบัติของการพิจารณางบประมาณซึ่ง

(นายเอกราช อุดมอำนวย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ประท้วงท่านประธาน ท่านประธานต้องวางตัวเป็นกลางครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวางตัว เป็นกลางครับ เดี๋ยวฟังนิดหนึ่ง

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ไม่เป็นกลางครับ ท่านประธาน ไม่เป็นกลางแน่นอน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เอาครับ ท่านพูดอย่างนี้ไม่ได้ ผมพยายามที่จะรักษากติกานะครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

เพราะว่าดิฉันเสียหายจริง ๆ ในสิ่งที่ท่านชลน่านได้อภิปราย

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพราะว่า เราก็ใช้เวลากันพอสมควรแล้ว

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานยังไม่ได้ฟัง

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะอนุญาต ให้คุณรักชนก แต่ว่าท่านไม่ควรจะพูดอย่างนั้น ท่านรักชนกครับ วิธีปฏิบัติเราก็เคยปฏิบัติ อย่างนี้มา อย่างข้อหารือ ข้อชี้แจงของท่านหมอชลน่าน อันนี้คือวิธีปฏิบัติที่เราทำกันมา แต่ว่าข้อเสนอของท่านรักชนกความจริงแล้วผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ แล้วท่านสามารถ ที่จะใช้ช่องทางนี้บันทึกไว้ในข้อสังเกตได้นะครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามท่านจะมีข้อติดพัน อยู่นิดหนึ่ง ผมให้เวลาท่านไม่เกิน ๑ นาที ๒ นาที เชิญครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม พรรคประชาชน ถ้าเพื่อนสมาชิกได้ฟังดิฉัน ดิฉันเกริ่นขึ้นมาเลยว่าท่านเรืองไกรเสนอให้รัฐมนตรีมาตอบ ในวาระนี้ อาจจะไม่ใช่เรียกว่าวาระที่ถูกต้อง ซึ่งแปลว่าดิฉันเข้าใจในวิธีธรรมเนียมปฏิบัติ เป็นอย่างดี แล้วดิฉันก็ไม่ได้ขอร้องให้รัฐมนตรีเข้ามาตอบชี้แจงในวาระนี้นะคะ แต่ว่าดิฉันพูด ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่ามีการพูดเรื่องนี้กันในกรรมาธิการ แต่ไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้นดิฉันก็อยากจะถามกลับไปเหมือนกันว่าถ้ารัฐมนตรีบางคนไม่มาตอบตั้งแต่วาระที่หนึ่ง ในกรรมาธิการก็ไม่มาตอบ แล้ววันนี้ก็ไม่มาตอบ แล้วงบประมาณที่ท่านเป็นคนดูแล ใครจะเป็นผู้รับผิดรับชอบค่ะ และดิฉันอยากจะขอตอบท่านชลน่านว่าท่านลองเปิดดู ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ หน้า ๒๙ ข้อ ๓๐ เราไม่สามารถร้องขอให้ รัฐมนตรีเข้ามาชี้แจงได้ก็จริง แต่ว่าในข้อ ๓๐ ถ้านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีขอแถลง หรือชี้แจงเรื่องใดต่อที่ประชุมประธานสามารถพิจารณาอนุญาตได้ ดังนั้นถ้ารัฐมนตรีที่อยู่ใน ห้องสภาแห่งนี้หรือว่าที่กำลังนั่งฟังอยู่อยากจะขึ้นมาชี้แจงสามารถทำได้ ไม่ได้มีข้อบังคับใด ที่ห้ามเอาไว้ อันนี้ก็ไม่ได้เป็นการสอนมวยกันแต่อย่างใด ด้วยความเคารพต่อท่านชลน่าน ก็อยากจะให้ท่านได้ลองพิจารณาข้อบังคับการประชุมตามที่ดิฉันได้เปิดไป ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วนะครับ ผมว่าพอหอมปากหอมคอ ขอทำความเข้าใจกับท่านสมาชิกนะครับ เมื่อสักครู่นี้มีท่านสมาชิก ได้กล่าวหาว่าผมวางตัวไม่เป็นกลาง จริง ๆ แล้วผมไม่อยากให้ท่านมีความรู้สึกอย่างนั้น แน่นอนว่าในข้อเท็จจริงถึงแม้ว่าผมจะมีสังกัดพรรคการเมืองก็ตาม แต่ด้วยสามัญสำนึกและ จิตสำนึกที่ผมมานั่งเป็นประธานนี้ ผมรู้ว่าผมต้องทำหน้าที่อะไร สิ่งสำคัญที่สุดก็คือผมต้อง รักษาความเป็นกลาง ถึงแม้นว่าผมไม่สามารถที่จะให้ท่านเชื่อในคำพูดของผมได้ แต่ว่าขอให้ ท่านเปิดใจให้ผมได้ทำหน้าที่เถอะครับ ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอความกรุณาให้โอกาสผม ในการทำงาน ขอเชิญท่านกรรมาธิการครับ ท่านชี้แจงหรือยังครับ เชิญครับ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบในส่วนของข้อซักถามที่ท่านกรรมาธิการได้สงวนความเห็นไว้ไม่ว่าจะเป็น ท่าน สส. พริษฐ์ ท่านเรืองไกร ท่านบุญเลิศ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ท่านกฤช ท่านเท่าพิภพ ท่านชลธิชา ท่านอาจารย์ปารมี ท่านพิมพกาญจน์ ท่านอรอุมา ซึ่งท่านเอง ก็เป็นสมาชิกที่ได้แปรญัตติไว้ ดิฉันขอไล่เป็นประเด็นนะคะ ในส่วนของศึกษาธิการจังหวัด ที่ทางสำนักปลัดได้มีการของบประมาณเข้ามาในการก่อสร้างทั้งหมด ๑๕ แห่ง วงเงิน ๓๗๕ ล้านกว่าบาทนี้ เราได้มีการถกกันในชั้นของอนุกรรมาธิการค่อนข้างมากแล้วท่านพริษฐ์เอง ก็กรุณาไปให้ข้อสังเกตในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการการศึกษาต่าง ๆ เยอะพอสมควร ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ เราได้มีการหารือกันเยอะถึงความจำเป็นในส่วนของตรงนี้เอง ศึกษาธิการจังหวัดทั้ง ๑๕ ที่ท่านปลัดเองก็ได้นำเสนอในส่วนของลักษณะเอกสารโครงการ เข้ามาว่าทุกวันนี้เขาอยู่กันสภาพแบบไหน อย่างไร ซึ่งทั้ง ๕ แห่งนี้ก็จะอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า ขออนุเคราะห์อาศัยหน่วยงานอื่นอยู่ อีก ๑๐ แห่งก็ไปอาศัยเขาอยู่เช่นกันค่ะ แต่ว่าอาคารนี้ กว่าจะปรับปรุงอะไรได้มันต้องมีการขออนุญาตในการปรับปรุงเพราะว่าเราไม่ได้อยู่ในที่ของ ตัวเอง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเราก็มีการถกในเรื่องของ พ.ร.บ. การศึกษาค่ะ ในเรื่องของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ก็สอบถามขั้นตอนเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร ก็ทราบมาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ณ ขณะนี้ก็มีการส่งให้กฤษฎีกา ตีความได้เมื่อสักประมาณเดือน ๒ เดือนที่แล้วก็ต้องรอความเห็นจากอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ไม่แน่ใจว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการความเหล่านี้เมื่อไร จะเข้า ครม. เมื่อใด จะเข้าสภาอีกเมื่อไร รวมถึงจากประสบการณ์ที่เราเองก็ได้มีการถกกันเราก็ยังเห็นว่าในส่วนของตึกศึกษาธิการ จังหวัด บางครั้งเขาก็ไม่ได้อยู่หน่วยงานเดียว บางพื้นที่ก็มีศึกษาธิการภาคเข้าไปร่วมอยู่ด้วย มีในส่วนของสำนักงานของ สพม. สพฐ. ประถมเข้าไปอยู่ด้วย อย่างยกตัวอย่างในพื้นที่ของ ราชบุรีเองตึกศึกษาธิการจังหวัดก็มีศึกษาธิการภาคเข้าไปอยู่ด้วย ตอนนี้ สพม. อยากจะขอ เข้าไปอยู่ด้วยค่ะ แต่ว่าก็ไม่ได้เนื่องจากว่าตึกก็เต็มค่ะ ตอนนี้ สพม. ในส่วนของพื้นที่ ก็ไปอาศัยอยู่ตามโรงเรียน โรงเรียนเองก็มาปรึกษาว่าเมื่อไร สพม. เขาจะมีที่ของเขา เพราะว่าโรงเรียนก็อยากจะเอาที่ของตัวเองคืนมามาใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ทั้งนั้นหน่วยงาน ก็ไม่ได้ละเลยก็ไปตามหาตามโรงเรียนเล็ก ๆ อย่างที่ท่านกรรมาธิการได้ให้ข้อคิดเห็นเลยว่า เราลองไปหาโรงเรียนขนาดเล็กได้ไหมที่อยู่นอกพื้นที่ออกไปสักนิดหนึ่งไปขอใช้อาคาร ของเขา ก็ไปค่ะ ก็ได้ค้นพบมาว่า ผอ. โรงเรียนให้ บางพื้นที่เป็นที่วัดหลวงพ่อให้แต่บางที ก็ติดขัดในเรื่องของกรรมการในวัดที่ยังไม่อนุญาตกระบวนการก็จะเยอะพอสมควร รวมถึง เราก็ถกกันว่าแล้วศึกษาธิการจังหวัดยังจะมีตัวตนอยู่หรือไม่ อันนี้ก็เป็นในเรื่องของการที่เรา จะต้องมาถกกันอย่างที่ได้นำเรียนว่ากระบวนการของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติมันก็ยังไม่ถึง ในขั้นที่เรียกว่าไปถึงไหนได้ไกลนะคะ แล้วอีกอย่างหนึ่งจากดิฉันเองได้มีประสบการณ์ ศึกษาธิการจังหวัดก็เป็นเหมือนตัวแทนของกระทรวงที่จะขับเคลื่อนงานในระดับนโยบาย ของกระทรวงร่วมกับทางจังหวัด มีการบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวงไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง พม. ข้อมูลการศึกษาต่าง ๆ ของเด็ก ๆ ในโรงเรียนในจังหวัดจะอยู่ที่มือของศึกษาธิการจังหวัดหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในสังกัดของ กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. อาชีวะ สกร. โรงเรียนของท้องถิ่น ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่าง ประสบการณ์ในช่วงโควิดที่ผ่านมา ตอนนั้นเราก็มีความกังวลแล้วก็กลัวกันมากในเรื่องของครู แล้วก็นักเรียนที่จะได้รับวัคซีนโควิดแล้วหรือยัง เป็นจำนวนเท่าไร ถ้าเราไม่มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้ประสานงาน ทางจังหวัดต้องไปไล่โทรโรงเรียนทั้งในเขตพื้นที่ของ สพม. สพป. อาชีวะ แล้วก็โรงเรียนท้องถิ่น โรงเรียน อบจ. กระบวนการการทำงานก็จะเยอะ อันนี้ก็ขออนุญาต เป็นการยกตัวอย่าง อีกทั้งในเรื่องของสวัสดิภาพและสวัสดิการในการทำงานของส่วนราชการ ดิฉันเข้าใจดีบางครั้งทางหน้างานฝนตกทีทำงานไปหลังคาก็รั่วเอกสารก็ต้องยกขึ้นวิ่งขึ้น แล้วถ้าหากว่าเป็นเอกสารสำคัญที่เป็นของส่วนราชการมันก็อาจจะเกิดการเสียหาย สูญหายได้ มันก็เป็นกำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน ปฏิบัติงานหน้างาน จากเหตุผลที่ดิฉัน ได้ยกตัวอย่างมาจึงขออนุญาตให้ทางสำนักปลัดได้เดินหน้าในการก่อสร้างตึกศึกษาธิการจังหวัด ที่ได้ขอมา ก็นำเรียนท่านพริษฐ์ด้วยเหตุการณ์ เหตุผลดังนี้ค่ะ

ในส่วนประเด็นของท่านเรืองไกรเมื่อสักครู่นี้ก็ถกไปกันเยอะพอสมควร ก็คงจะเป็นสิ่งที่ทางท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตไป ก็คงจะต้องไปหา แนวทางออกร่วมกัน

ของท่านบุญเลิศที่ท่านได้สอบถามมาในเรื่องของอาชีวะเราก็ได้เห็นอยู่ว่า อาชีวะอย่างที่ท่านได้บอกบางทีมีอุปกรณ์แล้ว พออุปกรณ์เสียกว่าจะได้ใช้ ตั้งงบไปกว่าจะได้เงิน ก็ผ่านปีงบประมาณไปจนบางครั้งเด็กเรียนจบไปแล้วก็ไม่ได้รับการซ่อมแซมอุปกรณ์ ทำให้ ขาดโอกาสทางการศึกษา ตรงนี้เองเราก็เป็นข้อสังเกตที่เราได้ให้ไปเหมือนกัน

ในส่วนของกองทุนเสมอภาคเพื่อการศึกษาที่ท่านได้สอบถามมาที่เป็น การอุดหนุนรายหัวเราก็อยากจะให้มีการเพิ่มให้เหมือนกันค่ะ แต่ว่าเราก็คงดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรรมาธิการนะคะ แต่ว่าเป็นการฝากให้ข้อสังเกตให้ทาง หน่วยงานได้ไปพิจารณา

ของท่านสุรวาทที่ท่านได้นำเรียนในเรื่องของโรงเรียนคุณภาพ ก็จะเป็น ในเรื่องของงานนโยบาย อันนี้ในส่วนของกรรมาธิการก็ได้ให้ข้อสังเกตไปเช่นกัน ในส่วนของ โครงการ Anywhere Anytime ในการจัดซื้อ Tablet ก็เป็นงบประมาณในปี ๒๕๖๘ ก็อยู่ นอกเหนือการที่ทางกรรมาธิการงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ จะดำเนินการพิจารณา แต่ต้อง นำเรียนท่านว่าตอนนี้สถานะของการจัดซื้อ Tablet ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ จากเดิมที่ทาง สพฐ. จะมีการจัดซื้อที่ในเขต สพฐ. ส่วนกลางที่เดียว ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรีนฤมลได้เข้ามา ดำรงตำแหน่งก็ทราบว่ามีนโยบายในการที่จะกระจายการจัดซื้อเป็นทั้งหมด ๑๑๘ เขต ทั่วประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความโปร่งใสจากที่ท่านได้ให้คำแนะนำมา แล้วก็เป็นในเรื่องของ การบำรุง Maintenance เครื่องมือเครื่องไม้ เมื่อใดที่เด็กนักเรียนเอาไปใช้แล้วเกิดจะ ต้องเสียต้องซ่อมมันจะได้มีการบริการที่ทั่วถึงแล้วก็เป็นการกระจายไป ซึ่งอันนี้ในงบ ปี ๒๕๖๙ เราจะไม่สามารถปรับลดตรงนี้ได้เนื่องจากว่ามันเป็นงบผูกพันจากปี ๒๕๖๘ ซึ่ง ณ ขณะนี้อยู่ในช่วงของการที่มีการยื่นประมูลในส่วนของตรงนี้

ในส่วนของท่านกฤช เรื่องภาระงานครูเช่นกันค่ะ กรรมาธิการทุกท่านที่นั่งอยู่ ตรงนั้นเล็งเห็นว่าเราต้องคืนครูสู่ห้องเรียน คืนครูให้กับเด็ก ครูต้องมีหน้าที่ที่จะบ่มเพาะ แล้วก็ให้องค์ความรู้กับเด็กในการเข้าไปเรียนหนังสือ เพราะว่าอนาคตก็จะเป็นอนาคต ของพวกเรา ลูกหลานของเรา ในส่วนของภาระงานครูก็ทราบมาเช่นกันว่าท่านรัฐมนตรี นฤมลเองหลังจากที่ท่านไปรับตำแหน่งก็มีกิจกรรมที่มีการปรับลดโครงการ กิจกรรม ที่โรงเรียนจะต้องรายงาน สพฐ. จาก ๑๑๔ โครงการ เหลือ ๖๒ โครงการและตัวชี้วัดของ ITA จาก ๒๘ ตัวชี้วัดก็จะเหลือ ๑๗ ตัวชี้วัด แล้วก็จะมีการประเมินเฉพาะโรงเรียนมัธยม โรงเรียนคุณภาพเท่านั้นจาก ๒๙,๐๐๐ โรงเรียนทั่วประเทศ จะเหลือแค่ ๑,๐๐๐ กว่าแห่ง ทั่วประเทศ และในอนาคตทราบมาว่าก็จะมีนโยบายที่จะให้ สพฐ. ไปหารือกับทาง ป.ป.ช. เพื่อขอลดตัวชี้วัดเพื่อลดภาระงานครู คืนครูให้กับเด็ก ๆ นักเรียนของเรา

ในส่วนของท่านเท่าพิภพ กิจกรรมลูกเสือก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่หลาย ๆ ท่าน ได้มีการกล่าวถึง ต้องนำเรียนท่านอย่างนี้ค่ะ กิจกรรมลูกเสือจริง ๆ มันเหมือนกับการสอน ประสบการณ์ให้กับเด็กตั้งแต่เขายังเล็ก ๆ ดิฉันเคยมีโอกาสเป็นเนตรนารี ตอนนั้นไปเข้าค่าย คุณครูให้ไม้ขีดมาแค่ ๓ อัน แล้วก็บอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้จุดไฟแล้วก็หุงข้าว เรานี้ก็เอาหัว ไปบังแล้วก็ก่อไฟแล้วก็หุงข้าวด้วยกัน กินด้วยกัน มันทำให้เราเห็นถึงความรักความสามัคคี มันเป็นการใช้ชีวิต เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เด็ก ดังนั้นกรรมาธิการก็ยังเห็นว่ามันก็ยัง เป็นกิจกรรมที่สำคัญ แต่ว่าสิ่งใดที่เป็นไขมันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นก็ได้มีการปรับลดไป

ในส่วนของท่านปารมี ท่านปารมีท่านเป็นกรรมาธิการในคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาที่ดิฉันเป็นประธาน กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ปารมีแล้วก็ต้องกล่าวขอโทษ อาจารย์ปารมีด้วยที่วันไปรายงานไม่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงมาของท่านเนื่องจากว่าฉุกละหุก จริง ๆ สืบเนื่องจากว่าตอนแรกคณะของดิฉันเองจะต้องรายงานในวันพุธที่ ๓๐ กรกฎาคม แล้วก็ช่วงนั้นเองทราบมาว่าทางรัฐบาลได้มีการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต งดจัดงานสโมสรสันนิบาตที่จะจัดในวันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม แล้วตอนแรกเราวางแผนกันไว้ว่าเราจะมีการรายงานแค่ ๓ คณะ ทีนี้เมื่อมีการงดจัดงานแล้ว ก็เลยเห็นว่าเวลาเรายังมี ทางท่านประธานกรรมาธิการงบประมาณก็ได้ถามว่ามีคณะไหน ที่จะขอเข้ารายงานบ้างหรือไม่ ดิฉันเองก็เลยขออนุญาตเสนอว่าดิฉันพร้อมที่จะรายงานตรงนี้ ก็ไปรายงานร่วมกับท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งจากห้องใหญ่ก็คือท่านนันทนา สงฆ์ประชา ต้องกราบขออภัยท่านปารมีมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

แล้วก็ในส่วนของโครงการปรับปรุงอาคารศูนย์การศึกษาพิเศษ ๓ รายการ วงเงิน ๑๒.๗๕๒๘ ล้านบาท ที่ท่านปารมีและ สส. อีกท่านหนึ่ง ต้องกราบขออภัยดิฉันจดชื่อ แล้วกระจัดกระจายข้อมูล ได้สอบถามมาว่าทำไมถึงไปปรับลดในรายการนี้ ดิฉันก็ได้ติง ไปเหมือนกันเพราะว่าหลังจากที่ประชุมกรรมาธิการเสร็จก็ขอดูรายละเอียดหน่อยว่า คุณปรับลดรายการใดไปบ้าง ทางหน่วยงานก็ได้ชี้แจงมาว่าที่ปรับลดไปคือรูปแบบรายการ และประมาณการมันไม่สอดคล้องกัน ถ้าหากว่าผ่านงบในปี ๒๕๖๙ นี้ไปเขาก็จะไม่สามารถ ที่จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ ดิฉันก็เลยได้แจ้งเขาไปว่าถ้าอย่างนั้นถ้าเป็นเหตุจำเป็นจริง ๆ คุณต้องไปดูในเรื่องของเอกสารให้ดีให้พร้อม ไม่เช่นนั้นโรงเรียนเหล่านี้ อาคารเหล่านี้ที่ต้อง สร้างให้กับเด็ก ๆ พิเศษเขาก็จะเสียโอกาส ดังนั้นถ้าเป็นไปได้คุณไปขอทางช่องทางงบเหลือจ่าย ของกระทรวงหรือว่าเป็นเงินงบกลางอะไรก็สุดแท้แล้วแต่ เพราะเชื่อว่าทุกท่านก็พร้อมที่จะ ร่วมด้วยช่วยกันในการผลักดันนะคะ

ในส่วนของท่านพิมพกาญจน์ สำนักเลขาธิการคุรุสภาได้ขอ Smart Classroom มาซึ่งอันนี้ก็เป็นต้นแบบในการผลิตครูต้นแบบที่เขาได้ชี้แจงกันมา แล้วเราก็เห็นควรว่าโอเค เราก็ดำเนินการให้เขาไป แต่ว่าเรามีการปรับลดค่ะ เพราะว่าในคณะเรานอกเหนือจากจะมี กรรมาธิการที่มีความรู้แล้วก็จะมีท่านที่ปรึกษาหลายท่านที่มีความรู้หลาย ๆ ด้านก็มาช่วยกัน กลั่นกรองโครงการนะคะ

ในส่วนเรื่องของโครงการรณรงค์ยาเสพติดของท่านอรอุมาก็เป็นประโยชน์ค่ะ เข้าใจว่า ณ ขณะนี้รัฐบาลรณรงค์เรื่องยาเสพติด แต่ว่าดิฉันก็ได้สอบถามเหมือนกันว่า กิจกรรมเหล่านี้เม็ดเงินใดที่ท่านสามารถปรับลดไปได้หรือไม่ ทางหน่วยงานก็ไปกลั่นกรอง แล้วก็บอกว่าส่วนที่นำเสนอมาให้กรรมาธิการนี้มันเป็นไขมันจริง ๆ ดิฉัน กุลวดี นพอมรบดี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาแล้วก็เป็นกรรมาธิการเสียงข้างมากในกรรมาธิการ งบประมาณนี้ก็ขออนุญาตยืนยันรายงานที่ดิฉันและกรรมาธิการได้ทำมาตามหนังสือที่ปรากฏ บนโต๊ะของทุกท่านด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คณะกรรมาธิการ ก็ยืนยันตามเสียงข้างมาก ดังนั้นก็ต้องลงมติกันนะครับ ผมเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านพริษฐ์ เชิญครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ครับท่านประธาน ขอใช้สิทธิ พาดพิงครับ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกับสิ่งที่ผมได้อภิปรายไป ก็ขอบคุณ ท่านกรรมาธิการแล้วก็ท่านประธานอนุกรรมาธิการที่ชี้แจงนะครับ ผมมีแค่ประเด็นสั้น ๆ ๒-๓ ประเด็น

ประเด็นแรก ผมต้องย้ำว่าที่ผมอภิปรายไปผมเห็นตรงกับท่านประธาน อนุกรรมาธิการว่าสถานที่ทำงานของศึกษาธิการจังหวัด ๑๕ จังหวัดมีปัญหาจริง ไม่ได้เห็น ต่างกันตรงนั้น เพียงแต่เป็นการตั้งคำถามว่าการจะแก้ปัญหานี้จำเป็นต้องสร้างอาคารใหม่ไหม หรือเราสามารถหาสถานที่ใหม่ที่ปลอดภัยและสะดวกสำหรับเจ้าหน้าที่ในการเช่าได้ ยิ่งในเมื่อเราไม่รู้ว่า พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ที่อาจจะออกมาใน ๒-๓ ปีข้างหน้าจะกำหนด เนื้อหาและโครงสร้างการทำงานในพื้นที่ไว้อย่างไร

ประการที่ ๒ เช่นกันครับ ผมเข้าใจว่าทางท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ พยายามจะชี้แจงถึงบทบาทของศึกษาธิการจังหวัด ณ ปัจจุบัน ผมก็ไม่ได้บอกว่าเราต้อง มาถกกันเรื่องนี้ ณ เวลานี้ครับ ผมเพียงแค่บอกว่าในเมื่อ พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ หลายฉบับจากแทบทุกพรรคการเมืองมีการพูดถึงการทบทวนเรื่องนี้ ก็จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า เรายังไม่ไปเดินหน้าในการสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาในวันที่เราไม่รู้ว่าอีก ๒-๓ ปีข้างหน้า โครงสร้างการทำงานจะยังคงเป็นแบบเดิมหรือเปล่า ทำไมเราไม่รอให้มันมีข้อสรุปจาก พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ก่อนจะมาตัดสินใจอะไรที่มันอาจจะเป็นการลงทุนระยะยาวเช่นนี้ แล้วผมก็เข้าใจดีว่า พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ยังไม่ได้ถูกเสนอเข้ามาที่สภาจาก ครม. ผมทราบดีถึงความล่าช้าของรัฐบาลในการดำเนินการเรื่องนี้ เพียงแต่ผมก็เห็นว่ารัฐบาล ก็กำหนดให้ร่างฉบับนี้เป็น ๑ ใน ๑๖ ร่างที่เรียกว่า Fast Track ดังนั้นผมก็หวังว่าไม่เร็วหรือช้า ในปี ๒ ปี ๓ ปีข้างหน้าเราก็จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่กัน อันนี้ ก็อยากจะชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการก็ยังยืนยันไหม ผมว่าเมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยืนยันว่ายืนตาม ร่างเดิม เชิญครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมได้อภิปราย ขอตัดงบโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา แล้วก็ได้พูดถึงให้ตัดค่าเช่า อุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้กรุณาตอบมาว่า เสมือนว่าค่าเช่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ นี้ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ แล้วก็จะไม่มีการเช่าใน ปี ๒๕๖๙ แต่ว่ามีในปี ๒๕๖๘ จะทำให้มีคนฟังแล้วเข้าใจอย่างนี้ แต่ความจริงแล้วมีการตั้งไว้ที่ เล่มขาวคาดแดง หน้า ๒๑๒ ตั้งไว้ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ นี้ ๑,๓๑๕ ล้านบาท แล้วก็จัด คอมพิวเตอร์ให้กับครู ๑๕๐ ล้านบาท แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นงบประมาณที่ผูกพันมาจาก ปี ๒๕๖๘ อาจจะถูกต้อง แต่ถ้าบอกว่ามีงบนี้เพียงงบปี ๒๕๖๘ นั้นจะไม่ตรงกับความเป็นจริง ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ บันทึกไว้นะครับ ขอเชิญท่านกรรมาธิการ

นายอัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสำคัญ ก็คือในมาตรานี้ มาตรา ๒๔ ของโครงการใน สพฐ. มีอีกโครงการหนึ่งที่มีความซ้ำซ้อนกัน ก็คือโครงการ Credit Portfolio หรือว่าแพลตฟอร์มแฟ้มสะสมทักษะ ซึ่งของ สพฐ. ของบมา เป็นปีแรกหลัก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ของสำนักงานปลัด อว. มาตรา ๑๓ ก็ขอมาหลัก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้เป็นปีแรกนะครับ ซึ่งประธานอนุกรรมาธิการศึกษาก็เป็นคนเดียวกัน ที่พิจารณาให้ทั้ง ๒ โครงการนี้เข้ามา ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท ถ้าสภาแห่งนี้ ได้อนุมัติมาตรา ๑๓ ไปแล้ว ตอนนี้เรากำลังจะอนุมัติมาตรา ๒๔ ซึ่งมีโครงการนี้ที่ผมเรียน ไปแล้วมันซ้ำซ้อนกับโครงการที่เราอนุมัติไป ก็อยากจะขอให้สภาแห่งนี้ลองพิจารณา ตัดโครงการนี้ออกไปเหมือนกับที่เราเคยตัด Cell Broadcast เมื่อปีที่แล้ว เพราะว่าถ้าปล่อยไป ก็คือเราจะเสียงบประมาณไปเปล่า ๆ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็อีกอย่างหนึ่งเป็นการ เพิ่มภาระให้นักเรียนด้วย ในอนาคตนักเรียนจะต้องลงทะเบียนทั้งระดับมัธยม ลงทะเบียน ในระบบหนึ่งของ สพฐ. แล้วขึ้นอุดมศึกษาก็ไปลงทะเบียนอีกระบบหนึ่งของ อว. ขอบคุณครับ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี กรรมาธิการ

ท่านประธานคะ ขออนุญาต นิดหนึ่งได้ไหมคะ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี กรรมาธิการ

ขออนุญาตนะคะ ต่อประเด็น ข้อสังเกตที่ท่านอัศวิน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้พูดถึงโครงการ Portfolio ของกระทรวง อว. แล้วก็ของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องนำเรียนว่าในส่วนของ User และ Algorithm ของโครงการ มันมีความแตกต่าง เพราะว่าของ อว. จะเป็นของเด็กชั้นอุดมศึกษา นักศึกษาปี ๑ ถึงปี ๔ แต่ว่าของทางกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. จะเป็นของเด็กประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษา ปีที่ ๖ ซึ่งเราเองก็ให้ข้อสังเกตไป แล้วก็ในอนาคตทั้ง ๒ หน่วยงานนี้จะต้องมีการพูดคุยกัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการชี้แจงครบถ้วนแล้ว ต่อไปผมจะลงมตินะครับ ก่อนลงมตินั้นขอเชิญ ท่านสมาชิกทุกท่านได้กดบัตรแสดงตน เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติเป็น ๒ ครั้ง ครั้งแรกนั้นผมจะถามว่าท่านสมาชิกเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นควร ให้มีการแก้ไข ผมก็จะถามต่อว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือผู้ที่แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ก่อนจะถามมตินั้นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิก ได้กดบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานครับ ๓๑๕ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๑๕ แสดงตนนะครับ ให้เวลาท่านสมาชิกกำลังเดินเข้ามานะครับ ขอเวลาสักครู่นะครับ

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

๓๖๘ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๖๘ นะครับ

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

พิทักษ์เดช ๒๕๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๕๒ แสดงตน มีท่านใดยังไม่แสดงตนหรือว่าบัตรมีปัญหาไหมครับ ท่านสมาชิกที่เดินเข้ามาแล้วกรุณา เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ผมจะรอท่านสัก ๒-๓ นาที ช่วงที่กำลังรออยู่นี้ สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ถึงปีที่ ๖ แผนการเรียนภาษาอังกฤษ สังคม และผู้ควบคุม โรงเรียนบึงศรีราชาพิทยาคม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ขอบคุณมากที่ให้ความสนใจงานของสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านแสดงตนครบแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ผู้เข้าประชุม จำนวน ๒๕๔ ท่าน บวก ๓ ท่าน เป็น ๒๕๗ ท่าน

ครบองค์ประชุม ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นควรให้มี การแก้ไข คือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนได้ครับ ท่านใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขคือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

ท่านประธานครับ ๐๘๐ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๘๐ เห็นด้วย มีท่านใดเครื่องลงคะแนนมีปัญหาไหมครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๗ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่านนะครับ

ที่ประชุม เห็นควรให้มีการแก้ไขตามมติของสภานะครับ ต่อไปผมถามมติว่าท่านเห็นด้วยให้มีการแก้ไข ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ สงวนคำแปรญัตติ ก่อนลงมตินั้นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก กดบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ผมขอปิด การแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๕๖ ท่าน

ครบองค์ประชุม ต่อไปผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

๐๘๐ ไม่เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๘๐ ไม่เห็นด้วยนะครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

๐๐๓ งดออกเสียงครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๐๓ งดออกเสียงนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๐ บวก ๑ งดออกเสียง ๒๕ ท่าน บวก ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่านครับ

ถือว่าที่ประชุม เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ต่อไปเป็นมาตรา ๒๕ เชิญท่านเลขาธิการครับ

ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๕ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานในกำกับ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น เชิญท่านเรืองไกรครับ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธาน ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ มาตรา ๒๕ กระทรวง สาธารณสุขและหน่วยงานในกำกับ มีหน่วยรับงบประมาณตามเอกสารเล่มขาวทั้งหมด ๑๖ หน่วยนะครับ อันนี้ไม่ได้รวมแผนบูรณาการหรือว่าแผนบุคลากร เฉพาะหน่วยรับ ตามแผนงานพื้นฐาน แผนงานยุทธศาสตร์ ก็แทบจะไม่ต้องดูอะไรเยอะเพราะว่าส่วนใหญ่ หน่วยงานของแพทย์ต้องชื่นชมนะครับ งบของท่านค่อนข้างจะ Clean ยกเว้นอันเดียว คือของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานผู้สอบบัญชีของสำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข การที่ไม่แสดงความเห็นคือตรวจไม่ได้ ผมก็ยังย้ำว่ารัฐมนตรีต้องรับรู้ครับ รัฐมนตรีก็คุ้นกันอยู่ สมัยก่อนท่านก็เคยมา วาระสอง ดึก ๆ ท่านก็บอกเรืองไกรไม่อยู่แล้ว ค่อยยังชั่ว กลับไป ไม่ใช่ไม่เคยมานะครับรัฐมนตรีในวาระสอง ทีนี้ท่านประธานครับ ในรายงานผู้สอบบัญชีเขาบอกว่าการที่ไม่สามารถแสดงความเห็นเพราะอะไร คือไม่สามารถ หาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ สำนักงาน ปลัดมีหนังสือ ที่ สธ ๐๒๐๖.๐๗.๑/๓๘๘๐๐ ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ก็บอก ความแตกต่างดังต่อไปนี้ ก็คือว่าหมายเหตุ ๖ ลูกหนี้การค้ายอดคงเหลือ ๔๘,๓๗๗.๘๗ ล้านบาท ก็ไม่มาก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้รวมยอดคงเหลือรายการที่มีผลต่างกับรายละเอียด ประกอบ จำนวน ๑,๔๙๔.๙๑ ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานมิได้เปิดเผยข้อมูลที่แยกตามอายุลูกหนี้ ให้เป็นไปตามหนังสือของกรมบัญชีกลางที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๔๗๙ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ และหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๕๕๙ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ นี่ข้อที่ ๑ ท่านปลัดจะตอบที่กรรมาธิการท่านก็ไม่ได้ตอบ ท่านรัฐมนตรีก็ควรจะมาตอบ

ข้อ ๒ หมายเหตุข้อ ๗ ลูกหนี้ระยะสั้น ยอด ๓,๖๖๓.๓๘ ล้านบาท มีผลต่างกับ รายละเอียดประกอบรายงานการเงิน ๔๑.๗๔ ล้านบาท หน่วยงานมิได้เปิดเผยข้อมูลลูกหนี้ ที่แยกตามอายุลูกหนี้ให้เป็นไปตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๔๗๙ และหนังสือ ที่ ๐๔๑๐.๒/ว ๕๕๙ เหมือนกับข้อ ๑ เขาไม่ได้อ้างความเห็นของ สตง. เขาอ้าง ของกรมบัญชีกลาง

ข้อ ๓ หมายเหตุ ๘ สินค้าคงเหลือ วันที่ ๓๐ กันยายน ๑๑,๒๐๘.๒๘ ล้านบาท มีผลต่างอยู่ ๕๖๕.๘๕ ล้านบาท ก็หารายละเอียดไม่ได้

ข้อ ๔ หมายเหตุ ๑๒ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์สุทธิ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ เหมือนกัน ยอดก็ไม่มากไม่เท่างบประมาณ ๓ ล้านล้านบาท ๑๘๘,๒๕๐.๑๘ ล้านบาท รวมยอด ที่มีผลต่างจากรายงานการเงิน ๘,๖๐๑.๐๒ ล้านบาท หน่วยงานมิได้เปิดเผยข้อมูลรายการ กระทบยอดของมูลค่าบัญชีระหว่างต้นงวดถึงสิ้นงวดที่แสดงถึงมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น จากการจำหน่ายออกมูลค่าทรัพย์สินที่ได้มาจากการรวมหน่วยงานและการเพิ่มขึ้นหรือลดลง ของสินทรัพย์จากสาเหตุต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๑๗ เรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

ข้อ ๕ หมายเหตุ ๑๕ เจ้าหนี้การค้า วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ยอดคงเหลือ ๑๐,๘๙๑.๖๓ ล้านบาท รวมยอดผลต่างเกี่ยวกับรายละเอียดประกอบไว้ ๔๒๕.๑๔ ล้านบาท

ข้อ ๖ หมายเหตุประกอบงบการเงิน หมายเหตุ ๑๗ เจ้าหนี้อื่นระยะสั้น ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ แสดงยอดคงเหลือ ๓๐,๖๐๘.๐๖ ล้านบาท รวมยอดผลต่าง ๓๔๕.๐๗ ล้านบาท

ข้อ ๗ หมายเหตุ ๑๘ เงินรับฝากระยะสั้นยอดคงเหลือ ๑๓,๔๖๑.๑๘ ล้านบาท รวมผลต่าง ๓๓๒.๓๗ ล้านบาท

ข้อ ๘ รายการแก้ไขข้อผิดพลาดแสดงยอดคงเหลือในงบเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ สุทธิต่อส่วนทุน จำนวน ๑๑,๘๗๓.๘๔ ล้านบาท ได้รวมยอดผลต่าง ๑,๐๐๘.๖๙ ล้านบาท แล้วหน่วยงานไม่ได้นำข้อผิดพลาดดังกล่าวปรับปรุงรายงานการเงินที่นำมาแสดงเป็นข้อมูล เปรียบเทียบ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลลักษณะของข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในรายงานการเงิน งวดก่อน ก็คืองวดก่อน ปี ๒๕๖๗ จำนวนเงินรายการแต่ละบรรทัดในรายงานการเงินที่ได้รับ ผลกระทบเท่าที่สามารถปฏิบัติได้ จำนวนเงินของรายการปรับปรุง ณ วันต้นงวดบัญชีแรกสุด ที่นำมาเปรียบเทียบนั้นไม่ได้ทำให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๓ เรื่อง นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด

ข้อสุดท้าย ข้อ ๙ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถชี้แจงสาเหตุ ของผลต่างยอดคงเหลือที่แสดงในรายงานการเงินกับรายละเอียดประกอบรายงานการเงิน ไม่นำส่งเอกสารหลักฐานรายละเอียดประกอบให้ สตง. ตรวจสอบอย่างครบถ้วนทุกรายการ ได้แก่ ทะเบียนคุม ลูกหนี้ทะเบียนคุม สินทรัพย์ รายงานผลการตรวจสอบพัสดุ ทะเบียน คุมเจ้าหนี้ ทะเบียนคุมเงินรับฝาก และรายละเอียดปรับปรุงผลสะสมจากการแก้ไข ข้อผิดพลาด

นี่เป็นเหตุที่ สตง. บอกว่า ๙ ข้อตรวจไม่ได้ เมื่อตรวจไม่ได้ผมต้องก็อ้างว่า กฎหมายวิธีงบประมาณ มาตรา ๘ ก็ยังบัญญัติให้รัฐมนตรีต้องมีหน้าที่ควบคุมแล้วก็ที่มาตรา ก่อนหน้านี้ท่านได้ท้วงผม ผมก็บอกไม่เป็นไร ผมยกรัฐธรรมนูญเลย มาตรา ๑๖๓ รัฐมนตรี ย่อมมีสิทธิเข้าประชุมและแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในที่ประชุม แต่ไม่มีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ตอบชัดหรือยังครับ ผมเข้าประชุมแต่ผมไม่มีสิทธิ เป็น สส. ไม่มีสิทธิ ลงคะแนน ผมถึงถามว่ารัฐมนตรีผมเป็นมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ พอดึก ๆ รัฐมนตรีที่ขึ้นมาก็บอก เรืองไกรกลับบ้านแล้ว ขอบคุณ เพราะกลัวที่จะต้องตอบคำถามผม ท่านกลับไปเปิดเทป เปิดรายงานการประชุมสิครับ ท่านเป็นฝ่ายค้านท่านก็เคยท้วง ผมก็เป็นกรรมาธิการ ปี ๒๕๖๓ ก็เป็นอยู่กับพวกท่านนั่นละ แล้วมาตรา ๑๒๙ วรรคสี่ให้อะไร กรรมาธิการมีอำนาจเรียก แล้วในชั้นคณะกรรมาธิการ รัฐมนตรีมาหรือไม่ ประธานคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้มา ท่านรองประธานทำหน้าที่ท่านก็บอก ท่านยุ่ง ท่านไปยุ่งเรื่อง Tariff เรื่องอะไรท่านก็ส่งใบลา แต่ไม่มีใครท้วงหรอกว่าท่านประธาน ไม่ได้มาแต่เลือกท้วงบางท่าน คนนั้นไม่มาคนนี้ไม่มา ก็เลือกเอาสิ่งที่พูดแล้วมันเกิดประโยชน์ ทางการข่าว เป็น Gimmick ทางการเมือง แล้วก็ข้อบังคับนะครับ เดี๋ยวถึงมาตราที่เกี่ยวกับสภา ผมจะพูดให้ฟังว่าข้อบังคับที่พวกท่านอ้างมันขัดมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อย่างไร รอสักครู่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายฉลาด ขามช่วง รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปมาตรา ๒๕ มีผู้แปรญัตติ ๔ ท่าน ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไกลนะครับ เชิญผู้แปรญัตติ ท่านแรก ท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ขอมีส่วนร่วมในการ อภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณปี ๖๙ ในส่วนของวาระสอง มาตรา ๒๕ งบประมาณของ กระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาในการจัดการบริหารงานของกระทรวง สาธารณสุขเองก็มีพี่น้องประชาชนส่งเสียงสะท้อนกันมาถึงความที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ เพียงพอในการให้บริการสาธารณสุขกับประชาชนในประเทศนี้มาตลอดเวลา หลายรัฐบาล ที่ผ่านมาก็ยังคงมีเสียงสะท้อนแบบนี้กันมาตลอด ซึ่งผมยืนยันแบบนี้ว่าส่วนหนึ่งก็มาจากการ นโยบายและงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขที่ยังไม่ฟังก์ชัน ยังไม่ได้มีการบริหาร จัดการอย่างดีเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในประเทศนี้ได้ เดี๋ยวหลังจากนี้น่าจะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายโฟกัสในส่วนของกระทรวงนี้ แต่ผมขอโฟกัสไปที่ความไม่คุ้มค่าและความมั่วซั่วของโครงการหนึ่งในกระทรวงสาธารณสุข ที่อยู่ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นี้ นั่นคือโครงการ World Expo Osaka Kansal 2025

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โครงการ World Expo Osaka Kansal 2025 ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นี้ขอมาที่ ๒๔๗ ล้านบาท แต่โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่อง เริ่มทำตั้งแต่ ปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๖๙ วงเงินรวมของโครงการทั้งหมด ๙๗๓ ล้านบาท เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็เคยอภิปรายโครงการนี้ในการอภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ในส่วนของวาระสองนี้เช่นกันว่ามันไม่คุ้มค่า มันคือการเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ไป Road Show ให้กับสถาบันเอกชน ดึงเอาเงินภาษีของเราไปดึงต่างชาติมารักษาใน โรงพยาบาลเอกชน มันไม่ได้มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยเลยครับ ในส่วนของการ ดำเนินงานเราก็จะเห็น Step แรกก็จะมีการประชุมเพื่อจัดทำเนื้อหาเบื้องต้นในการจัด World Expo Osaka Kansal 2025 ครั้งนี้ เรามาดูว่าต่อมาทำอะไร ประชาสัมพันธ์ครับ ประชาสัมพันธ์อาคารนิทรรศการไทย ใน World Expo ครั้งนี้ ครั้งแรกเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๗ ประชาสัมพันธ์ที่เชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่ Osaka ครั้งที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๘ ที่เซ็นทรัลเวิลด์นี่เอง และครั้งที่ ๔ กุมภาพันธ์ที่โตเกียว ผมงงมากเลย World Expo Osaka Kansal 2025 จัดที่ไหน จัดที่ Osaka แล้วเราก็รู้อยู่ว่า World Expo เป็นการนำเสนอต่อนานาชาติ เรามาประชาสัมพันธ์ในไทยทำไม เป็นเรื่องที่ผมไม่เข้าใจ อย่างยิ่งเลย ทำเพื่ออะไรครับ เรามาดูเอกสารชี้แจงกันครับ มีการประชุมจัดงานวันที่ ๕ มีนาคม พิจารณาเนื้อหา วันที่ ๗ มีนาคมพิจารณานิทรรศการ วันที่ ๑๙ มีนาคมพิจารณา การแสดงพิธีเปิดปิด งาน World Expo Osaka เริ่มจัดแสดงวันที่ ๑๓ เมษายน วันที่ ๑๙ มีนาคมยังประชุมอยู่เลยว่าจะเปิดปิดอย่างไร นี่คือโครงการมูลค่าเป็นพัน ๆ ล้านที่เป็นหน้า เป็นตาของประเทศแต่มาประชุมจัดงานกันติด เกือบจะถึงวันจัดงานอยู่แล้วแบบนี้ นี่ทำงาน กันแบบนี้หรือครับ อย่างนี้เรียกชุ่ยนะครับ ดูข้อ ๗ เลยครับ วันที่ ๑๘ มีนาคมเพิ่งมา Present ที่ทำเนียบรัฐบาล อย่างที่ผมบอกไปครับ Osaka World Expo เริ่มจัดแสดงวันที่ ๑๓ เมษายน วันที่ ๑๘ มีนาคมเพิ่ง Present ที่ทำเนียบฐบาล มันเกินคำว่าชุ่ยไปอีก พิธีการเยอะแยะมากมาย ถ้าไปดูในเอกสารการของบ จะบอกเลยว่าโครงการนี้เป็นโครงการระดับโลก เป็นงานใหญ่ไทยได้ประโยชน์เยอะแยะ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ให้ความสำคัญมากครับ กว่ารัฐมนตรีจะไปเปิดวันที่ ๒๔ เมษายน งานจัดไปแล้ว ๑๑ วัน แล้ววันเปิดงาน Osaka World Expo วันแรกวันที่ ๑๓ เมษายน ส่งระดับนำไปเลยครับ ปลัดกระทรวงก็ไม่ไป อธิบดีก็ไม่ไป ส่งรองอธิบดีไปแทน นี่ให้ความสำคัญแล้วหรือครับ มันย้อนแย้งไปหมด อยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชน เพื่อนสมาชิกและสื่อมวลชนดูนะครับ นี่คือรายละเอียดของโครงการจัดแสดงครั้งนี้ ๙๗๓ ล้านบาท มันคุ้มกับ ๙๗๓ ล้านบาท เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไหมครับ ถ้าถามผม ผมก็มองเลยว่าอย่างไรมันก็ไม่คุ้ม มันดูไม่ใช่งานมูลค่าพันล้านบาทเลยครับ แล้วไม่แปลกเลย ที่จะจัดงานกันแบบนี้ ทำงานกันแบบนี้ จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คนไทยไปเที่ยวงานก็กลับมา บ่นกันเต็มไปหมดว่างานมันห่วย งานมันไม่มีประสิทธิภาพ บอกเลยว่า โอ้โฮ Design สวยมาก ตึกสวยเหมือนเอกชนแต่ Content ราชการ สื่อมวลชนก็เขียนข่าวสับเละงบแบบนี้ แล้วยิ่ง มีคนขุดแล้วว่าโครงการสืบราคาก่อนเจาะจงจ้าง ๔ วัน นี่คือโครงการที่เราจะเป็นหน้าเป็นตา ให้ประเทศจริง ๆ หรือครับ แล้วปีนี้ยังจะมาของบอีก ๒๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่สามารถ ผ่านงบประมาณแบบนี้ได้จริง ๆ มันไม่เป็นประโยชน์อะไรกับพี่น้องประชาชนเลยครับ ผมขอตัดงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขอย่างที่ผมได้แปรญัตติไว้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผู้แปรญัตติท่านต่อไป ขอเชิญคุณกัลยพัชร รจิตโรจน์ ครับ

นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันจะขออภิปรายงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข มาตรา ๒๕ วาระที่สอง โดยเสนอตัดงบ ๓ โครงการด้วยกัน ด้วยความกังวลอย่างยิ่งว่าการจัดสรร งบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นี้ยังให้ความสำคัญกับสิ่งเพิ่มเติมที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน ในขณะที่ สิ่งจำเป็นเร่งด่วนของระบบสาธารณสุขยังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลน บุคลากรทางการแพทย์ที่ยังวิกฤติหนักมาก การเยียวยาอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับชายแดน อันเนื่องมาจากการที่ทรัมป์ (Trump) ยกเลิการช่วยเหลือสาธารณสุขชายแดนหรือแม้แต่ ในเหตุปะทะบริเวณชายแดน ระบบสุขภาพปฐมภูมิยังไม่เกิด ๓๐ บาทรักษาทุกที่ยังไม่ทุกที่จริง อันเนื่องมาจากการขาดการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพข้ามสังกัด คลินิกและ สถานพยาบาลต่าง ๆ มีเงินบำรุงติดลบและอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน และนี่คือโครงการที่ ๑ ค่ะ

เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดิฉันขอเริ่มต้นด้วย โครงการของกรมการแพทย์ คือโครงการก่อสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ สาขา บางขุนเทียน วงเงินทั้งสิ้น ๓,๓๐๗,๗๑๖,๑๐๐ บาท เป็นตึกที่แพงมากเลย โครงการก่อสร้าง สถาบันมะเร็งแห่งชาติในวงเงินสูงขนาดนี้ในสถานการณ์ประเทศเป็นแบบนี้เป็นการลงทุน ที่ผิดจุดในความคิดของดิฉัน นอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาที่เร่งด่วนของสาธารณสุขแล้ว ยังอาจทำให้ปัญหาที่มีอยู่หนักกว่าเดิมอีกด้วย เพราะเพิ่มภาระงานให้กับบุคลากรของเรา ที่ไม่เพียงพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่ตึกนี้ก่อสร้างมาเพื่อรอเครื่อง ที่ยังเจรจาราคาไม่เสร็จกับประเทศมหาอำนาจแห่งหนึ่ง ที่ต้องเฉพาะเจาะจงว่าเป็นประเทศ มหาอำนาจแห่งนี้ก็เพราะว่าเป็นประเทศที่ให้ราคาที่เอื้อมถึงได้ และเป็นการยืนยันจาก คำกล่าวของท่านอธิบดีเลยที่มาชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง สรุปง่าย ๆ คืองบ ๓,๓๐๐ ล้านบาทนี้สร้างเฉพาะตัวตึกเปล่า รอเครื่องฉายรังสีมะเร็งที่ยังตกลงราคา กันไม่ได้ ท่านคุ้น ๆ เหตุการณ์นี้ไหมคะ นี่ท่านทำตาม Model เรือดำน้ำไม่มีเครื่องหรือเปล่าคะ เมื่อดิฉันสอบถามในชั้นอนุกรรมาธิการว่ามีคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้การรักษาที่ทันสมัย Advance ขนาดนี้เพียงไหน ท่านก็กล่าวว่าเป็นการรักษามะเร็งชนิด Solid Tumor คือมะเร็งแข็งที่รักษาได้โดยการฉายรังสี โดยยิงได้แม่นถึงระดับโปรตอนให้เนื้อเยื่อบริเวณ ใกล้เคียงเสียหายน้อยที่สุด โดยเครื่องชนิดนี้มีไม่กี่ที่ในโลกเท่านั้น ในประเทศที่มีล้วนแต่เป็น ประเทศโลกที่หนึ่ง และทั้งหมดล้วนมีงบประมาณสาธารณสุขและงบประมาณแผ่นดิน มากกว่าไทยหลายเท่าค่ะ สิ่งที่ดิฉันกำลังกังวลเกี่ยวกับสาธารณสุขไทยตอนนี้ก็คือการจัดลำดับความสำคัญ ดิฉันคิดว่า การเร่งนำเทคโนโลยีราคาสูงควรทำอย่างยิ่ง ถ้าระบบสาธารณสุขมูลฐานที่พวกเรามีอยู่นั้น ไม่ได้มีปัญหาที่เร่งด่วนมากมาย ดิฉันขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะคะ ด้วยวงเงิน ๓,๓๐๐ ล้านบาทนี้ เราสามารถผลิตแพทย์เพิ่มได้จำนวน ๑,๘๓๗ คน เพราะแพทย์ ๑ คน ใช้งบ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน เราจะฝึกอบรมพยาบาลวิชาชีพได้ ๖,๖๑๕ คน เพราะคนหนึ่ง ใช้งบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนโดยเฉลี่ย ซึ่งดิฉันมองว่าการใช้งบประมาณในรูปแบบนี้ จะช่วยแก้ปัญหาได้ทันทีและตรงจุดมากกว่าการก่อสร้างอาคารใหม่อย่างแน่นอนค่ะ

ต่อมาโครงการที่ ๒ กรมการแพทย์แผนไทย อันนี้เป็นสไลด์จากที่กรมการแพทย์ แผนไทยไปชี้แจงในอนุกรรมาธิการฝึกอบรมค่ะ ดิฉันพบว่างบจำนวน ๓๗.๔ ล้านบาท สำหรับแผนงานส่งเสริม Soft Power แพทย์แผนไทยนั้นประกอบด้วย ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ เป็นงบดำเนินงาน จำนวน ๑๓.๖ ล้านบาท สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและพัฒนา สมุนไพรเกี่ยวกับอุตสาหกรรมความงาม ๒ อันนี้ดิฉันไม่ติดนะคะ โอเคเลย รายจ่ายส่วนที่ ๒ ๒๓.๘ ล้านบาท สำหรับงาน Global Wellness Summit คือต้องบอกก่อนว่า ๒๓.๘ ล้านบาท คือเฉพาะค่าธรรมเนียมการเป็นเจ้าภาพและค่าสิทธิที่จะได้จัดงาน ท่านต้องชี้แจงค่าจัดงาน ที่ต้องเสียเพิ่ม ท่านต้องเสียเงินภาษีของประชาชนเพิ่มอีกเท่าไรเพื่อจัดงานนี้ ท่านต้องตอบ คำถามนี้ให้ได้ค่ะ นี่คือตัวอย่างของการใช้งบประมาณแบบสวยแต่รูป ในอดีตเรามีบทเรียน จากการส่งเสริมกัญชาแล้วใช่ไหมคะ สาธารณสุขไทยได้อะไรจากการส่งเสริมกัญชาบ้าง เงินลงทุนได้สะท้อนมาในระบบเศรษฐกิจไทยไหมคะ เกษตรกรที่ปลูกสมุนไพรอยู่ดีกินดีขึ้นไหม ท่านลงทุนกับแปลงเกษตรเหมือนลงทุนการจัด Event มากมายหรือเปล่า ท่านได้คุยกับ กระทรวงอุตสาหกรรมหรือยัง เพื่อตั้งมาตรฐานสกัดยาแบบใช้ทางการแพทย์หรือว่า Medical Grade ดิฉันมองว่าสาธารณสุขไทยควรลงทุนในสิ่งจำเป็นพื้นฐานมากกว่าสิ่งเพิ่มเติม ที่จำเป็นรองลงมาอย่างที่กล่าวไปข้างต้นค่ะ ดิฉันจึงขอเสนอตัดงบประมาณสร้างตึกของ กรมการแพทย์ลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน ๔๙๖,๑๕๗,๔๑๕ ล้านบาท เพิ่มเติมจากที่ อนุกรรมาธิการตัดไป ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ตรงกับที่ท่านตั้งไว้สำหรับงบปีแรกพอดี ด้วยเหตุผล ที่ว่ากำลังคนไม่มี เสี่ยงสร้างแล้วไม่ได้ใช้ สถาบันมะเร็งเดิมก็ยังใช้การได้อยู่ เครื่องมืออย่างเดียว ไม่เสร็จนะคะ และควรลงทุนกับสาธารณสุขพื้นฐานมากกว่า Advance Medicine ค่ะ ขอตัดงบประมาณ Soft Power ของกรมการแพทย์แผนไทยในส่วนของรายการจ่ายอื่น ซึ่งก็คือ การจ่ายเงินเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit 2026 ถ้าท่านยังไม่มี ตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพียงพอว่าท่านจะได้อะไรจากการจัดงานครั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายกี่คน รวมถึง เงินที่ท่านจ่ายไปเป็นเพียงสิทธิในการเป็นเจ้าภาพ ชี้แจงเงินที่เหลือมาด้วยว่าจัดงานเท่าไร ดิฉันขอตัดงบประมาณจำนวนนี้ทั้งหมด ๒๓.๘ ล้านบาท จาก ๓๗.๔๑ ล้านบาท คิดเป็น ๖๓.๖ เปอร์เซ็นต์ของโครงการนี้ด้วย ๒ เหตุผล เหตุผลแรก คือขอตั้งเป็นคำถามต่อรัฐมนตรี และ ครม. ว่าสาธารณสุขมีหน้าที่หารายได้หรือดูแลประชาชนกันแน่ค่ะ จัดไปแล้วได้อะไร รัฐบาลนี้มี Event เยอะมาก แต่ผลสัมฤทธิ์ก็เห็นกันอยู่ไม่ค่อยได้ผลอะไรนัก เป็นที่น่าสังเกต อย่างยิ่งว่าโครงการที่ Hit ที่สุดของปีนี้ก็คือการสร้างตึกและจัด Event นั่นเอง

ขอแถมโครงการสุดท้ายที่ดูจะหรูหราเป็นพิเศษ ท่านดูในสไลด์ได้เลยก็คือ เหมือนสถานพยาบาลหรือว่า Resort มากกว่ากันนะคะ โครงการนี้เป็นโครงการของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นโครงการสร้างตึกอีกแล้วค่ะ สร้างอาคารปฏิบัติการ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๑๑/๑ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๑ หลัง ตั้งวงเงินไว้ ๒๕๔,๒๑๓,๐๐๐ บาท สไลด์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เอามานำเสนอใน อนุกรรมาธิการก่อสร้างนั้นสวยงามมากค่ะ มีมากกว่านี้อีกเยอะที่ดิฉันตกใจ ใช้สถาปนิก ตกแต่งภายในสวยงามมากแต่ว่านั่นไม่ใช่ภารกิจหลักของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นะคะ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นห้องปฏิบัติการมีหน้าที่จัดหาเครื่องมือแล็บ ทำแล็บ จากภาพนี้ รายละเอียดมีห้องโถงรอ ห้องโถงรองรับด้วย สรุปตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำงาน เจาะเลือด เป็นทำงาน Service Provider ให้บริการผู้ป่วยแล้วใช่หรือไม่ ยังไม่นับถึงสไลด์ ที่เน้นแต่ความสวยงามแต่ไม่บอกเลยว่าจะเก็บเชื้ออย่างไร มีห้อง Sterile ไหม มีห้อง ดูดอากาศไหมกรณีที่มีโรคติดต่อแบบโควิดขึ้นมาอีก สิ่งที่ท่านมาโชว์ก็คือห้องผู้บริหารที่ดูแล้ว ต้องถามว่าจำเป็นต้องดูดีขนาดนี้ไหม ถ้าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสไลด์สุดท้าย โชว์ Lighting ยามค่ำคืนอีกด้วยค่ะ โดยติดไฟหลายชนิด ๆ ละ ๑๐ ตัว ๔๐ ตัวบ้าง ดิฉันต้องบอกตรง ๆ ว่าเสียดายภาษีประชาชนค่ะ ขอให้ท่านชี้แจงดิฉันได้เลยค่ะว่าท่านทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับนโยบาย Medical Wellness Medical Tourism ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ก็ต้องขอถามย้ำว่าตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็น Service Provider ให้บริการผู้ป่วยแล้วใช่หรือไม่ ดิฉันขอเสนอตัดงบโครงการนี้ออก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นจำนวนเงิน ๓๘,๑๓๑,๙๕๐ บาท สรุปรวมทั้ง ๓ โครงการ ขอเสนอตัดงบประมาณรวมทั้งหมด ๕๕๘,๐๘๙,๓๖๕ บาทค่ะ ซึ่งคิดเป็นเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ ของงบกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผู้แปรญัตติต่อไปนะครับ เชิญคุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญครับ

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ พรรคประชาชน วันนี้ผมขออภิปรายงบประมาณวาระสอง มาตรา ๒๕ ของกระทรวงสาธารณสุขในรายการ ดังต่อไปนี้ ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โครงการแรก จากกรมสนับสนุน บริการสุขภาพ โครงการจัดแสดงนิทรรศการในงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงบที่กระทรวงสาธารณสุขได้เป็นเจ้าภาพและใช้งบจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีข่าวจากหน้าสื่อเรื่องผลการจัดนิทรรศการ Thailand Pavilion ในงาน Expo 2025 หรือบางท่านก็ไปดูมาด้วยตัวเอง มีการวิจารณ์ต่าง ๆ หลากหลายว่า การจัดงานมีทั้งประทับใจบ้าง ไม่ประทับใจบ้าง ผมเองก็ได้ไปมาเช่นกัน อาคารที่เห็นเป็น อาคารกระจกก็ใช้เทคนิคกระจกสมมาตร อันนี้น่าสนใจดีนะครับ ส่วนรายละเอียดข้างใน ผมก็ยังคิดว่าการจัดงานยังดูเหมือนการแสดงผลงานวิชาการมากเกินไป ซึ่งผมจะเล่า รายละเอียดให้ฟังนะครับ อย่างโซน ๑๐๐ ศักยภาพสาธารณสุขไทยที่แสดงผลิตภัณฑ์สุขภาพ ของไทย วันที่ไปเห็นผมเห็นคนเดินผ่านโซนไปโซนต่อไปอย่างเร็วมาก ถึงแม้เราจะโชว์สินค้า เป็น ๑๐๐ ชิ้น ไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ของไทยไม่ดีแต่คำอธิบายมันเล็กก็เล็กนะครับ ให้ผู้ชมอ่าน แล้วดูรายละเอียดเองก็ไม่มีคนมาบรรยาย ผู้ชมที่เป็นผู้สูงอายุก็เข้ามาจำนวนมาก คำอธิบาย เล็กไปเขาก็ไม่อ่านหรอกครับ โซนต่อมาคือโซน ๑๐,๐๐๐ เมนูอาหารสุขภาพมี ๒ กิจกรรม ๑. คือ Scan QR Code แล้วก็เข้าไปเล่นเกมปรุงอาหาร กับอีกกิจกรรมหนึ่งวางจานบนแสง แล้วก็ฉายอาหารขึ้นมาบนจาน ปัญหาของโซนนี้ก็คือจอแตกครับ ภาพไม่ชัด ก็รู้สึกเสียดาย ของมากที่ไปดู ดูไม่ค่อยรู้เรื่องเลยครับ ข้อดีของงานภายในที่จัดก็มีนะครับ อย่างเช่น โซนนวดแผนไทย และโซน ๑๐๐,๐๐๐ ผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกัน ผมเห็นคนญี่ปุ่นที่เขาขึ้นไปยืน บนเครื่องนวดฝ่าเท้าในงาน เขาก็อุทานขึ้นมาว่ามันดีมากก็เรียกคุณแม่ คุณยายของเขา มายืนนวดด้วยกันนะครับ ก็ถือว่ายังมีจุดเด่นที่ดีอยู่ ผมก็ขอให้กำลังใจผู้จัดงาน แต่โดยรวม ถือว่าคะแนนไม่ได้ ๑๐ เต็ม ๑๐ คิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ในงบ ๙๐๐ ล้านบาทในงบผูกพัน งบประมาณของเรา เพราะ Pavilion บางประเทศที่ผมไปมาเขาใช้งบใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่รู้สึกมีความเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากกว่าของบ้านเราที่ดูเป็นวิชาการเกินไป เข้าแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกอยากเข้าซ้ำเหมือนของ Pavilion ประเทศอื่น ทีนี้เรามาดูเรื่องงบประมาณกันบ้าง วงเงินประมาณจากปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๖๙ ทั้งสิ้น ๙๐๐ ล้านบาทเศษ ในงบปี ๒๕๖๙ คอลัมน์ขวาสุดใช้ไป ๒๔๗ ล้านบาทเศษ เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร ๑๒ ล้านบาทเศษ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดนิทรรศการ ๒๓๕ ล้านบาทเศษ ทั้ง ๆ ที่เหลือเวลาจัดแสดง ในห้วงเวลาของงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ อีกแค่ ๑๓ วันจากวันที่ ๑ ตุลาคมถึงวันที่ ๑๓ ตุลาคม เปรียบเทียบกับงบปี ๒๕๖๗ ใช้ไป ๑๓๔ ล้านบาท และงบปี ๒๕๖๘ ตั้งงบ ๕๕๕ ล้านบาท จัดแสดงจริงวันที่ ๑๓ เมษายนถึงวันที่ ๓๐ กันยายนในช่วงงบของ ๒๕๖๘ นับได้ ๑๗๑ วัน เมื่อเปรียบเทียบแล้วจึงตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนเงิน ๒๓๕ ล้านบาท ที่เราจะใช้ในงบปี ๒๕๖๙ นั้นเหมาะสมหรือไม่ ที่จะใช้จัดแสดงอีก ๑๓ วันและจะถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าเพียงใด อย่างที่ สส. สหัสวัตได้อภิปรายไปด้วยเช่นกันนะครับ

ต่อมาจะเป็นของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก มีโครงการ เสริมสร้างความเป็นเลิศทางการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรในระบบ สุขภาพ รายการค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ เพื่อยกระดับ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำนวนเงิน ๗๓๕,๐๐๐ บาท ผมขอตั้งคำถามว่าอันนี้เป็นภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขจริงหรือ แล้วถ้าอนาคต ประเทศไทยเรามีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติมากกว่านี้กระทรวงสาธารณสุขก็จะรับมาดูแล หมดเลยหรือครับ ถึงโครงการนี้จะมีมูลค่าไม่สูงแค่ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ผมก็ขอเสนอตัด เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยที่จะเป็นภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขในอนาคต เราควรส่งมอบ ให้เป็นภารกิจของกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ก็ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามากกว่าใช่หรือไม่ครับ

สุดท้ายจะเป็นของกรมควบคุมโรค มีงบประมาณโครงการโรคมาลาเรีย ที่ซ้ำซ้อน โครงการที่ ๑ โครงการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ ภายในนี้ มีค่าใช้จ่ายในการเร่งรัดกำจัดโรคมาลาเรีย ๑๗ ล้านบาทเศษ เมื่อดูรายละเอียดจาก อนุกรรมาธิการอบรม สัมมนา วัตถุประสงค์โครงการเพื่อป้องกันควบคุมการแพร่เชื้อโรค มาลาเรียในอำเภอเสี่ยง ซึ่งจะส่งผลให้มีอำเภอหยุดแพร่เชื้อมาลาเรีย จำนวน ๙๒๘ อำเภอ รายละเอียดดำเนินการมีทั้งลงพื้นที่เร่งรัดหาผู้ป่วย เฝ้าระวัง ควบคุมยุง พัฒนาบุคลากร เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและวิจัยแม่นยำ รวมไปถึงตรงกรอบสีส้มตรงกลาง มีงบยาและวัสดุ วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในการควบคุมโรคมาลาเรีย ถ้ารวมทั้ง ๓ โครงการก็ประมาณ ๔๖ ล้านบาท ก็ดูน่าจะมีประสิทธิภาพดี

มาดูอีกโครงการหนึ่งที่ซ้ำซ้อนกัน คือโครงการที่ ๒ สนับสนุน เฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคในถิ่นทุรกันดาร ตามโครงการพระราชดำริ ข้อที่ ๑ ค่าใช้จ่ายในการเร่งรัด กำจัดโรคมาลาเรีย ๑,๐๔๓,๐๐๐ บาท กลุ่มเป้าหมายคือ ๙๔๕ โรงเรียน ๕๖ จังหวัด และชุมชนในพื้นที่แผนภูฟ้าพัฒนา ๖๑ ชุมชนในจังหวัดน่าน รายละเอียด ๑. คือหารือ แนวทางการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคมาลาเรียในถิ่นทุรกันดาร เป็นค่าอาหารของ ผู้เข้าร่วมสัมมนา กรอบอาจจะตัวเล็กไปหน่อยนะครับ ๒. พัฒนาศักยภาพหน่วยงาน เครือข่ายในการดำเนินการกำจัดโรคมาลาเรียในสถานศึกษา พื้นที่ กพด. เป็นการอบรม สัมมนา และ ๓. สำรวจประเมินทางระบาดวิทยาและสังคมด้านการจัดการโรคมาลาเรีย ในพื้นที่แพร่เชื้อ มีค่าน้ำมันลงพื้นที่ เมื่อดูค่าใช้จ่ายโครงการอื่น ข้ออื่นในโครงการเดียวกัน ข้อ ๒ กับข้อ ๓ ในกรอบข้างล่าง ก็จะเป็นเรื่องควบคุมโรคหนอนพยาธิและวัสดุเวชภัณฑ์ วัสดุวิทยาศาสตร์ ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องควบคุมหนอนพยาธิ ไม่เกี่ยวอะไรกับมาลาเรียเลย แล้วทำไมเราต้องมาเสียงบประมาณอบรมมาลาเรียใหม่ แยกกลุ่มเป้าหมายพื้นที่กัน แล้วสุดท้ายก็ไม่มีเวชภัณฑ์ควบคุมมาลาเรียในโครงการนี้เลย แล้วโรคมันจะหายไปได้ จริงหรือครับ

เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการกำจัดโรคมาลาเรียทั้ง ๒ ชนิด โครงการ นับดูหมัดต่อหมัด ผมก็เห็นว่าโครงการสนับสนุนเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโลกในถิ่นทุรกันดาร ตามโครงการพระราชดำรินั้น มีภารกิจอบรมซ้ำซ้อน มีขอบเขตที่แคบกว่าและไม่มีเวชภัณฑ์ ที่ใช้ควบคุมโรคได้ จึงขอเสนอตัดค่าใช้จ่ายในการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ๑,๐๔๓,๐๐๐ บาท ในโครงการสนับสนุนเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในถิ่นทุรกันดาร ตามโครงการพระราชดำริ โดยขอเสนอในปีงบประมาณต่อไปให้รวมโครงการนี้ในโครงการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ที่เป็นปัญหาสำคัญทั้งกลุ่มเป้าหมายและภารกิจครับ โดยสรุปแล้วก็ขอแปรญัตติมาตรา ๒๕ ตัดโครงการที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้า แล้วฝากข้อสังเกตเพื่อให้การจัดงบประมาณในปีต่อไป มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผู้แปรญัตติท่านต่อไป ขอเชิญคุณอลงกต มณีกาศ เชิญคุณหมอครับ

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ทุกข์ของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ถือบัตรทอง ณ เวลานี้ก็คือว่าถ้าได้ฟอกไตจะต้องเสียเงินเอง จ่ายเงินเองทุกที่ ไม่เหมือน โครงการที่บอกว่าบัตรทอง ๓๐ บาทรักษาทุกที่ (ฟรี) ซึ่งปีนี้ผมดูจากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข โดย สปสช. ตั้งงบค่าบริการผู้ป่วยไตวายสูงถึง ๑๖,๐๗๔ ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วประมาณ ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ประกาศตอนเริ่มเดือนเมษายนที่ผ่านมาบอกว่าต่อไปนี้ผู้ป่วย รายใหม่ฟอกไตต้องจ่ายเงินเอง โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ซึ่งตอนนั้นมี Slogan ว่า ๓๐ บาทรักษาฟรี ทุกโรค แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้รักษาฟรีทุกโรค การฟอกไตยังต้องได้เสียเงิน ต้องได้ จ่ายเงินเอง ผู้ป่วยหลายคนทุกข์ยากลำบากเนื่องจากการฟอกไต เพราะว่าต้องฟอกอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง และต้องฟอกตลอดชีวิต แต่ละครั้งต้องจ่ายเงินไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐ บาท ให้กับโรงพยาบาลนั้น ๆ ในช่วงต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๕ ตอนนั้นท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านได้ไปตรวจราชการอยู่ที่จังหวัดนครพนม ตามคำเชิญของท่านศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส. นครพนม อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปเปิดศูนย์ไตเทียมที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ท่านได้พบกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย และทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องฟอกไต ท่านอนุทินกลับมาจึงได้ ผลักดันโครงการฟอกไตฟรีทั่วประเทศ ซึ่งเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ผมย้อนข้อมูลให้ท่านประธานได้รับทราบว่าในช่วงต้น ๆ โครงการนั้น ถึงแม้เป็นการล้างไต ทางหน้าท้อง สปสช. ก็กันเงินไว้ประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ เริ่มมีการฟอกไตฟรีทั่วประเทศก็ใช้เงินเพิ่มอีกนิดหน่อย ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๗ ใช้เงินเพิ่มเป็น ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๘ ใช้งบประมาณเพิ่มเป็น ๑๓,๕๐๐ กว่าล้านบาท พอมาปี ๒๕๖๙ เพิ่งมาประกาศตอนเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ฟอกไตรายใหม่ต้องเสียเงินทุกกรณี ทุกรายและทุกที่ แต่กลับว่าโครงการนี้เพิ่มงบประมาณ ขึ้นเป็น ๑๖,๐๗๔ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าเงินที่สูงขึ้น ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วย ฟอกไตต้องได้จ่ายเงินเอง ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้ากระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ฟอกไตต้องเสียเงิน ผมเองก็คงต้องไม่เห็นด้วยกับงบประมาณนี้ ต้องขอแปรญัตติโดยการ ตัดงบอย่างน้อยอีกประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในรายผู้ป่วยฟอกไตที่ต้องได้จ่ายเงินเอง แต่ทำไมงบประมาณถึงสูงขึ้น

อีกประการหนึ่ง โครงการของสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะ การซื้อรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นเอกซเรย์ปอดเคลื่อนที่ ตรวจด้วยระบบเอไอคันละ ๑๐ ล้านบาท หรือว่ารถเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบภาพดิจิทัลคันละ ๑๐ ล้านบาท ผมก็เสนอให้ตัด เช่นกัน เพราะว่าปีนี้จัดซื้อหลายสิบคัน ถ้าอนุมัติปีนี้ ปีต่อไปก็ต้องขอซื้ออีกเรื่อย ๆ เพราะมองดูแล้วรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ไม่มีความจำเป็น เพิ่มเงินอีกนิดหน่อยสามารถที่จะไป ซื้อรถ Stroke Mobile Unit ซึ่งใช้ตรวจในโรคของหลอดเลือดสมอง ไม่ว่าจะแตก หรือว่าจะตีบ หรือว่าจะตัน ซึ่งสามารถรักษาบนรถได้ หรือไม่อย่างนั้นก็สามารถที่จะใช้เงินตรงนี้ไปซื้อรถ ผ่าตัดเคลื่อนที่ โดยเฉพาะช่วงนี้ได้มีการผ่าตัดเคลื่อนที่บนรถของทหารหาญตามชายแดน ซึ่งผมได้ทราบจากทางท่านตัวแทนเจ้ากรมการแพทย์ทหารบกว่าชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล หรือ รพ.สต. ที่จะตั้งเป็นห้องผ่าตัดชั่วคราว ไม่สามารถทำได้ก็ต้องผ่ากันสด ๆ โดยศัลยแพทย์บนรถผ่าตัดเคลื่อนที่ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่อยากจะให้มีการจัดซื้อรถเอกซเรย์เคลื่อนที่หรือว่ารถเอกซเรย์ปอดแบบเคลื่อนที่ เพราะเป็นแค่การตรวจสุขภาพ ซึ่งการตรวจสุขภาพเหล่านี้ผู้มารับบริการก็สามารถที่จะเดินทาง มาที่โรงพยาบาลเองได้ ต่างกันกับรถ Stroke Mobile Unit ซึ่งรถ Stroke Mobile Unit จะมีเครื่อง CT Scan อยู่บนรถ และเวลานาทีทองใช้เวลาประมาณ ๔ ชั่วโมง นั่นก็คือว่าถ้าคนไข้มีอาการปากเบี้ยว มีอาการแขนขาอ่อนแรง ญาติแจ้ง ๑๖๖๙ ๑๖๖๙ จะแจ้งโรงพยาบาลที่มีรถ Stroke Mobile Unit มารับคนไข้ถึงบ้าน แล้วเอาคนไข้ขึ้นตรวจ CT Scan บนรถเลยว่าโรคของผู้ป่วยนั้นเป็นแบบเส้นเลือดแตกในสมองหรือเส้นเลือดตีบตัน ถ้าเป็นเส้นเลือดตีบตันก็สามารถที่จะฉีดยาละลายลิ่มเลือดภายใน ๔ ชั่วโมง ซึ่งเป็นการลด การเสียชีวิตของผู้ป่วยหลอดเลือดสมองและช่วยป้องกันการเกิดอัมพาตอัมพฤกษ์ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญกรรมาธิการตอบชี้แจง กรรมาธิการท่านใดจะตอบไหมครับ เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มาตรา ๒๕ ก็กราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านสำหรับข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ แล้วก็ข้อซักถามของท่าน ทางกรรมาธิการก็ได้ตรวจสอบในรายละเอียดกับหน่วยงาน ซึ่งมีตัวแทนจากหลาย ๆ พรรคการเมืองซึ่งนั่งอยู่ในกรรมาธิการ มีการสอบซักกันอย่างละเอียดแล้วก็ได้คำตอบจาก ทางหน่วยงานมาว่าในโครงการที่ท่านได้สอบซักถามยังคงมีความจำเป็น แล้วก็เป็นประโยชน์ ที่จะใช้ในการเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขให้กับพี่น้องประชาชน ภารกิจของ กระทรวงสาธารณสุขเรื่องของการเข้าถึงทางการแพทย์ แล้วก็สุขภาพให้ทั่วถึงและเป็นธรรม พัฒนาด้านวิชาการ แล้วก็การบริการทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก รวมถึงการผลิตแพทย์และพยาบาล และพัฒนาหน่วยบำบัดผู้ติดยาเสพติด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด กลไกทั้งหมดเหล่านี้เป็นภารกิจที่มี ความจำเป็น แล้วก็ขอบพระคุณในข้อสังเกต ซึ่งหน่วยงานก็จะรับไปในการพัฒนา แล้วก็ ปรับปรุงวิธีการทำงานของตนในปีถัด ๆ ไป หลายโครงการที่ท่านสอบซักถาม ตัวอย่าง เรื่องของงาน อย่างเช่น Expo จากการตรวจสอบก็เป็นงบประมาณซึ่งมีการผูกพันมาครับ ทางกรรมาธิการไม่สามารถที่จะไปปรับลดหรือปรับแก้ได้เพราะมีการผูกพันต่อเนื่องนะครับ อย่างไรก็ตามการจัดงาน Expo ก็เป็นการนำเสนอในเรื่องของการเอาสาธารณสุขของ ประเทศไทยไป Showcase ไปนำแสดงกับต่างประเทศ ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ในทางบวกอยู่จำนวนมาก ส่วนเรื่องของกลไกในการดำเนินการก็เป็นหน้าที่ในการไป ตรวจสอบการใช้งบประมาณให้ถูกต้องต่อไป ซึ่งมีความเชื่อมั่นจากการที่ได้สอบซักกับ ทางหน่วยงานว่าการใช้งบประมาณทั้งหมดเป็นไปอย่างคุ้มค่านะครับ ทางกรรมาธิการ มีการปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขทั้งสิ้น ๖๙๓ ล้านบาทเศษ คิดเป็น ร้อยละ ๑.๒๕ ซึ่งเป็นการปรับลดงบประมาณโดยไม่กระทบต่อการดำเนินงาน เป็นการปรับลด งานที่มีความล่าช้าบ้าง บางอย่างอาจจะเบิกจ่ายไม่ทัน รวมถึงการปรับลดซึ่งเราเชื่อว่า เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่กระทบต่อเนื้องานของหน่วยงาน ซึ่งทางกรรมาธิการ เสียงข้างมากยืนยันในความเห็นของทางกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ ได้ตอบชี้แจงครบถ้วนแล้วนะครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้น ผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควร ให้แก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ เสียงข้างมาก หรือจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกทุกท่านเข้าห้องประชุมนะครับ ช่วงนี้เวลา ๑๒.๒๐ นาฬิกา ท่านที่อยู่ห้องอาหาร เชิญนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านใด บัตรขัดข้องแจ้งเจ้าหน้าที่นะครับ หรือขานชื่อบอกหมายเลขแสดงตนได้นะครับ ที่กำลัง เข้ามาเชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ใช้สิทธิแสดงตนครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่เข้ามาโปรดใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ใช้สิทธิแสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใช้สิทธิ เพิ่มเติมผมขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๖ ท่าน

เป็นอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควร ให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครบถ้วนแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ

นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

ท่านประธานครับ ๔๐๒ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ บันทึกไว้นะครับ ต

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

ท่านประธานครับ ๐๓๖ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บันทึกไว้ครับ ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน มีบัตรท่านใดขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกเพิ่มเติมผมขอปิด การแสดงตน เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๑ ท่าน

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนบ้างครับ ครบถ้วนนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล ผู้ลงมติ จำนวน ๓๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๑ ท่าน งดออกเสียง ๒๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ

นายอัครแสนคีรี โล่วีระ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ๔๘๗ เห็นด้วยครับ

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

๑๘๔ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ บันทึกไว้นะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๒๖ ครับ

ว่าที่ร้อยตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๖ กระทรวงอุตสาหกรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒๖ กระทรวงอุตสาหกรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ มีท่านสมาชิกขออภิปรายนะครับ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ๑ ท่าน ผู้แปรญัตติ ๑ ท่าน และสมาชิกอภิปราย ๑ ท่าน เชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น คุณชวาล พลเมืองดี เชิญครับ

นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ปัญหาพื้นที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตรายในประเทศไทยที่นับว่ายังคงต้องรอคอยที่รัฐบาลจะเห็น ความสำคัญและแก้ปัญหาอย่างจริง ๆ จัง ๆ อยู่ตลอดมา ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ส่งให้กับคณะกรรมาธิการงบประมาณบอกว่าปัจจุบันมีข้อมูลพื้นที่ ต้องการจัดการ กากอุตสาหกรรมที่มีการลักลอบทิ้งอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงที่จัดการอย่างไม่เหมาะสมกว่า ๑๔ พื้นที่ ในจำนวน ๗ จังหวัด ซึ่งรวมแล้วมีปริมาณกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ที่นับว่าจะเป็น สารเคมีอันตราย โดยคาดว่าจะใช้เงินจำนวนกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจัดการกากอุตสาหกรรม เหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมได้อภิปรายไปในวาระที่หนึ่งว่าปีนี้รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตั้งคำของบประมาณมาใช้ในการแก้ปัญหานี้เพียง ๒ แห่งในจังหวัดระยองเท่านั้น รวมเป็น เงินงบประมาณเพียงแค่ ๖๔.๗๕ ล้านบาท ผูกพันกับงบประมาณปีหน้า ๓๙๕.๒๕ ล้านบาท เพียงเท่านั้น แต่สำหรับที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นที่พระนครศรีอยุธยา ราชบุรีหรือที่ชลบุรีก็ยังต้องรอ คอยต่อไปอย่างไม่มีกำหนด แม้ว่าในปีนี้ทางกรมโรงงานแจ้งว่าได้มีการขอจัดสรรงบจำนวน ๓๐ ล้านบาทเพื่อจัดการกากอุตสาหกรรมที่เหลือทั้งหมดในพื้นที่บริษัท เอกอุทัย สาขาอุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่สุดท้ายแล้วพองบประมาณเข้าสู่สภากลับเห็นเพียงแค่ที่บริษัท วิน โพรเสส จำกัด อย่างเดียวที่ได้ตั้งคำของบประมาณเข้ามา ผมก็ยังไม่เข้าใจถึงระบบการจัดการ แก้ไขปัญหาพื้นที่ปนเปื้อนจากกากอุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐบาล สักทีว่าท่านได้มีการจัดเก็บข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ จากที่ภาคประชาชนเคยทำข้อมูลไว้ว่า มีพื้นที่ที่ถูกลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมมากกว่า ๒๐๐ ที่ทั่วประเทศไทย แต่กรมโรงงาน กลับบอกว่ามีเพียง ๑๔ ที่เท่านั้น ไม่แน่ใจว่าท่านได้มีการเก็บข้อมูล ได้นับในพื้นที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง หรืออย่างที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง เข้าไปด้วยหรือเปล่า รวมถึง ยังไม่เข้าใจว่าท่านใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือกพื้นที่ไหนควรจะจัดการก่อนหรือหลัง ซึ่งผม ต้องบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้มีความขัดข้องกับการตั้งงบประมาณในการแก้ไขปัญหาที่โรงงาน วิน โพรเสส จำกัด จังหวัดระยองแต่อย่างไร เพียงแต่มันควรจะทำได้มากกว่านี้ เร่งแก้ปัญหา ได้รวดเร็วกว่านี้ เพราะอีกหลาย ๆ พื้นที่ที่ยังพบเจอปัญหาเหมือนกันก็ยังรอคอย การแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ เพราะฉะนั้นผมขอฝากเป็นข้อสังเกตสำหรับการจัดทำงบประมาณ ในปีถัดไปด้วยว่าขอให้ช่วยสำรวจพื้นที่ปนเปื้อนทั้งหมดอย่างละเอียด และวางแผนการใช้ งบประมาณในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยนะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ผมต้องขอตั้งข้อสังเกตว่าโครงการในแผนยุทธศาสตร์จัดการ มลพิษและสิ่งแวดล้อมของกรมโรงงานอุตสาหกรรมอาจจะซ้ำซ้อนกับบทบาทหน้าที่ของ กรมควบคุมมลพิษหรือไม่ ส่วนที่กรมโรงงานมีแผนจะจัดซื้อเครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง ขนาด ๑๐ ไมครอนหรือ PM10 และขนาด ๒.๕ ไมครอน หรือ PM2.5 ในบรรยากาศทั่วไป พร้อมอุปกรณ์ในพื้นที่ ๔ พื้นที่ด้วยกัน คือ เชียงใหม่ ชลบุรี ราชบุรี แห่งละ ๒.๖ ล้านบาท และที่ขอนแก่น ๑.๒๙ ล้านบาท รวมแล้วกว่า ๙ ล้านบาท รวมไปถึงมีแผนที่จะจัดซื้อ รถปฏิบัติการตรวจวัดมลพิษที่จังหวัดเชียงใหม่อีก ๑๐.๖๓ ล้านบาท รวมงบประมาณ ทั้ง ๒ ตัว ทั้งการซื้อเครื่องวัดฝุ่นและรถวัดมลพิษรวมแล้วเกือบ ๒๐ ล้านบาท ผมคิดว่า เป็นงบประมาณที่อาจจะซ้ำซ้อนกับบทบาทหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษที่มีหน้าที่โดยตรง เพราะดูจากสิ่งที่กรมโรงงานจะซื้อเป็นสิ่งที่กรมควบคุมมลพิษมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถานี ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ จำนวน ๖๘ สถานี ครอบคลุม ๓๗ จังหวัดทั่วประเทศ หรือจะเป็นหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่จำนวน ๙ คัน หรือจะเป็น เครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 แบบติดตั้งภายนอกอาคารจำนวน ๑๔ เครื่อง ก็เลย ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการซื้อครุภัณฑ์เหล่านี้ว่าอาจจะเป็นการซื้อที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงมีเครื่องมือเหล่านี้ในการปฏิบัติการอยู่แล้ว ผมจึงขอฝาก ข้อสังเกตสำหรับงบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรมไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ เชิญคุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เชิญครับ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ ของกระทรวงอุตสาหกรรม รายงานมันก็แปลกแต่ละอัน ไม่ตรงกันนะครับ สำนักปลัดอุตสาหกรรมก็เป็นเรื่องแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข โดยผม จะแยกเป็นข้อย่อยไปเลยจะได้ประหยัดเวลา

อันที่ ๑ ก็คือบัญชีเงินฝากเพื่อนำส่งคลังของหน่วยเบิกจ่ายในภูมิภาค ๑ แห่ง ใบแจ้งยอดธนาคารมี ๑๔๕,๐๐๐ กว่าบาท แต่แยกประเภทมี ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ต่างกันสัก ๑๐ เท่าเศษ ๆ ท่านรัฐมนตรีไปตรวจโรงงาน ตรวจบัญชีเงินฝากของสำนักงานปลัดด้วยนะครับ ท่านก็เป็นผู้แทนด้วยเห็นอยู่ บางทีท่านนั่ง ผมไม่รู้ว่าท่านกดบัตรด้วยหรือไม่ น่าจะอยู่ฝั่งรัฐบาล ด้วยความรักเคารพ ไม่ได้มีอะไร และอาจจะพันไปถึงรัฐมนตรีพรรคเดียวกันก่อนหน้านี้ ด้วยหรือไม่ ก็ฝากท่านไปดู

อันที่ ๒ เงินฝากธนาคารเป็นเงินงบประมาณด้วย ของหน่วยเบิกจ่ายภูมิภาค ไม่พบการแสดงรายการตามใบแจ้งยอด แต่ในบัญชีแยกประเภทมียอด ๓๔๘,๐๐๐ กว่าบาท

อันที่ ๓ บัญชีเงินฝากของหน่วยเบิกจ่ายในภูมิภาค ๑๓ แห่ง แสดงยอด ๒๖๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ไม่พบบัญชีแยกประเภทเงินฝากธนาคาร มันต่างกันอย่างไร ท่านไปไล่ดู เพราะท่านไล่เรื่องอุตสาหกรรมมีผลงานออกมาเยอะ

อันต่อไป บัญชีอาคารสิ่งปลูกสร้างของหน่วยเบิกจ่ายภูมิภาค ๑๐ แห่ง ไม่ระบุรายละเอียดสุทธิ คือทั้งราคาทุน ทั้งค่าเสื่อม ๓๔ ล้านบาท

บัญชีครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดสุทธิของหน่วยเบิกจ่ายในภูมิภาคอีก ๖ แห่ง อีก ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท

บัญชีงานระหว่างก่อสร้างดำเนินการเสร็จแล้วพร้อมใช้งานในภูมิภาค ๒ แห่ง ๔,๗๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่โอนเป็นสินทรัพย์ก็ยังปล่อยเป็นงานระหว่างก่อสร้าง เมื่อไม่โอน เป็นสินทรัพย์ก็ไม่คำนวณค่าเสื่อมราคา

ต่อไปบัญชีเงินฝากคลัง อันนี้เป็นรหัส ทางสำนักงานปลัดหรือทางท่านรัฐมนตรี คงทราบเพราะว่าเป็นเรื่องของหน่วยงาน รหัส ๑๐๗๗๗ แสดงยอดคงเหลือมากกว่า บัญชีเจ้าหนี้เงินโอน รายการอุดหนุนขององค์กรปกครองท้องถิ่น ๕๑ ล้านบาท

และอีกอันหนึ่งเยอะหน่อย ให้เจ้าหน้าที่จดหรือว่าทางชวเลขจดไปบอก ที่ท่านปลัด ท่านรัฐมนตรีเองแล้วกัน บัญชีเงินฝากคลัง รหัส ๖๕๘ รหัส ๙๐๑ รหัส ๑๐๕๙๙ รหัส ๑๐๖๕๘ รหัส ๑๐๗๗๓ รหัส ๑๐๗๙๙ รหัส ๑๐๙๐๑ รหัส ๑๐๙๐๓ รหัส ๑๐๙๐๕ และรหัส ๑๐๙๐๖ แสดงยอดคงเหลือมากกว่าบัญชีเงินฝากระยะสั้น เป็นจำนวน ๖๓ ล้านบาท ท่านไปไล่เอาเองตามเลขรหัสบัญชีประมาณ ๑๐ กว่าเลข

และอีกอันหนึ่ง เงินฝากระยะสั้นของหน่วยเบิกจ่ายภูมิภาค ๓ แห่ง แสดง ยอดคงเหลือผิดดุลบัญชี คำนี้พวกท่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นแต่นักบัญชีเราเข้าใจ คำว่า ผิดดุลบัญชีก็เป็นสาระสำคัญ มันควรจะอยู่ด้านซ้ายหรือด้านขวา ด้านเดบิตหรือด้านเครดิต ด้านรับหรือด้านจ่าย ถ้าควรอยู่เดบิตไปอยู่เครดิตก็เรียกผิดดุล จำนวน ๓๕ ล้านบาทเศษ

ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดที่ผมเห็นว่ามันเป็นข้อผิดพลาด เพื่อให้ทางกระทรวง ทางหน่วยรับงบประมาณได้รับทราบผลต่าง ๆ ขอปรับลดงบประมาณตามที่ได้สงวนความเห็นไว้ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีผู้แปรญัตติท่านเดียว เชิญคุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เชิญครับ

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง 🔗

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ในฐานะผู้แปรญัตติมาตรา ๒๖ กระทรวงอุตสาหกรรม ในส่วนของกรมส่งเสริม อุตสาหกรรม ซึ่งมีงบประมาณกว่า ๑,๒๔๐ ล้านบาท โดยมีการจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่าย ในการฝึกอบรมและสัมมนาตามแผนบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต รวมวงเงิน ๑๖.๑๘ ล้านบาท แบ่งออกเป็น ๕ รายการดังนี้ค่ะ รายการที่ ๑ ค่าใช้จ่ายในการ พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมชีวภาพ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท รายการที่ ๒ ค่าใช้จ่ายในการ ยกระดับวิสาหกิจไทยยุคใหม่ด้วยวัสดุชีวภาพและวัสดุอุตสาหกรรม ๑,๐๘๐,๐๐๐ บาท รายการที่ ๓ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมและบริการทางการแพทย์ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท รายการที่ ๔ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและดิจิทัล ๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท

รายการสุดท้าย รายการที่ ๕ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรม ยานยนต์สมัยใหม่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่มาตรฐานสากล ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้ง ๕ รายการนี้ หากเรามองผิวเผินตามชื่อรายการเราก็จะเชื่อได้ว่าเป็นโครงการ ที่จะสามารถเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ แต่เมื่อพอเรา ไปดูในรายละเอียดของทั้ง ๕ โครงการ ก็ปรากฏว่าเป็นการอบรม สัมมนาจำนวน ๘ หลักสูตร ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างหลักสูตรคล้ายกันแทบทั้งหมด นั่นก็คือการนำกลุ่มเป้าหมายเข้ามา อบรมเพื่อที่จะได้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ ดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตว่าการกำหนด กลุ่มเป้าหมายแบบนี้มีความเท่าเทียมกันในโครงสร้างอุตสาหกรรมหรือเปล่า หรือว่าเป็นการ จำกัดเพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพได้เท่านั้น ดิฉันเข้าใจดีว่า เราจำเป็นที่จะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการ ขนาดเล็กแล้วก็ขนาดย่อม เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเข้มแข็ง ยืนหยัดอยู่ได้ในตลาดโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจค่ะ แต่คำถามก็คือสูตรเหล่านี้สามารถทำให้เราบรรลุ เป้าหมายความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ยกตัวอย่างในเอกสารที่หน่วยงานชี้แจงมา ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายในการยกระดับ ดิฉันขอขีดเส้นใต้คำว่า ยกระดับ เป็นการยกระดับ วิสาหกิจไทยยุคใหม่ด้วยวัสดุชีวภาพและวัสดุอุตสาหกรรมและค่าใช้จ่ายในการพัฒนา ศักยภาพอุตสาหกรรมชีวภาพ ทั้ง ๒ รายการนี้ก็มีงบประมาณรวมกัน ๒.๒๘ ล้านบาท มี ๓ หลักสูตร โดยทั้ง ๓ หลักสูตรนี้ก็มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมชีวภาพและเทคโนโลยี เหมือนกัน อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายก็เป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ดิฉันเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเลย ที่จะต้องแยกเป็น ๓ หลักสูตรเพื่อที่จะเสียงบประมาณจ้างวิทยากร เสียงบประมาณในการ จ่ายค่าที่พัก ค่ารถตู้ ค่ารถโดยสารไปถึง ๓ รอบ การตั้งโครงการแบบนี้จึงมีความเหมาะสม แล้วก็คุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน

มาดูกันที่ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแล้วก็ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ระบบ อัตโนมัติและดิจิทัล งบประมาณรวม ๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท ก็มี ๒ หลักสูตรค่ะ คือหลักสูตร จะเป็นการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติและดิจิทัล กับฝึกอบรมด้าน Lean Manufacturing และ Automation ทั้ง ๒ หลักสูตรนี้วัตถุประสงค์แล้วก็กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงผลที่คาดว่าจะได้รับก็ใกล้เคียงกัน ดิฉันคิดว่าเพื่อประหยัดงบประมาณเราควรที่จะยุบรวม หลักสูตร โดยการเอาเนื้อหาหลักสูตรทั้ง ๒ มารวมไว้ด้วยกันเพื่อที่จะประหยัดงบประมาณไปได้ ท่านประธานคะ ถ้าลองคิดคำนวณดูเล่น ๆ งบประมาณในการอบรมรายการที่มีมูลค่า ๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท มีผู้เข้าอบรมจำนวน ๓๒๐ คน หารต้นทุนออกมาแล้วก็จะตกประมาณ เฉลี่ยที่ ๒๑,๒๕๐ บาทต่อคน แล้วตัวชี้วัดที่จะสะท้อนผลทางเศรษฐกิจคืออะไรคะ เพราะว่า วิธีการวัดผลโครงการที่ท่านได้ตั้งไว้ในเอกสารชี้แจงมันก็ไม่ได้เห็นผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจน ขนาดนั้น เช่น การพัฒนาทักษะความรู้ ความเข้าใจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมันก็เป็น เพียงแค่ตัวชี้วัดที่เป็นผลผลิต แต่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่จะสะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจ และการแข่งขันได้ ในขณะที่ทุกวันนี้เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เรากำลังเผชิญสถานการณ์การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ผู้ประกอบการจำนวนมากค่ะ จำต้องปรับตัวเพื่อให้ยืนหยัดและแข่งขันในตลาดโลกได้ การที่มีเงินก้นถุงหรือมีงบประมาณ ที่จะอุดหนุนเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ดิฉันคิดว่าจึงมีความจำเป็นมากยิ่งกว่า เพื่อที่จะสามารถแข่งขันแล้วก็ให้ในภาคธุรกิจสามารถไปต่อในตลาดโลกได้

คำถามสุดท้ายก็คือหลักสูตรแล้วก็โครงการที่ท่านจะทำอบรม สัมมนาเหล่านี้ สามารถตอบโจทย์ความท้าทายตามสถานการณ์โลกได้หรือไม่ แล้วก็มีความคุ้มค่ากับ งบประมาณที่จัดสรรลงไปมากน้อยแค่ไหน ดิฉันขอตัดลดงบประมาณของกระทรวง อุตสาหกรรมลง โดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เป็นการฝึกอบรมและสัมมนาของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่หลักสูตรมีความซ้ำซ้อน วัดผลได้ไม่ชัดเจนทั้งเชิงปริมาณแล้วก็ เชิงคุณภาพ อีกทั้งยังไม่ตอบโจทย์กับการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต อย่างยั่งยืน เพื่อให้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนถูกใช้อย่างคุ้มค่าสูงสุด ดิฉันขอตัดลดลง ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ได้ขอแปรญัตติไว้ ขอบพระคุณค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ไม่มีผู้อภิปรายนะครับ ขอเชิญกรรมาธิการตอบชี้แจง เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรา ๒๖ ซึ่งงบประมาณมีการตั้งไว้ทั้งสิ้น ๒,๖๘๕ ล้านบาทเศษ ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่า ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ คำอภิปรายของท่านทรงคุณค่าแล้วก็จะเป็น ข้อแนะนำ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงาน ให้มีประสิทธิภาพแล้วก็เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไปนะครับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงจะนำไปพิจารณาประกอบเข้าไปกับการดำเนินงานภายใต้ งบประมาณปี ๒๕๖๙ หลายข้อสังเกตที่ท่านนำเสนอมาก็บรรจุอยู่ในข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการเรียบร้อย ในส่วนของหน่วยงานมีการปรับลดงบประมาณรวมทั้งสิ้น ๓๗.๙ ล้านบาทเศษ ถ้าดูเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วปรับลดไป ๑.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ก็อยู่ในเกณฑ์ ที่ค่อนข้างมาก มีการปรับลดอย่างมีความเหมาะสม โดยเฉพาะในการปรับลดไม่กระทบ ต่อการดำเนินงาน คือเราไม่ได้ปรับลดเนื้องานแต่เราปรับลดในเรื่องของไขมัน เป็นการ ประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายให้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมด คงวัตถุประสงค์และภารกิจของหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วนนะครับ ในส่วนของการบริหารจัดการเรื่องกากอุตสาหกรรม ท่านสมาชิกครับ ทางกรมโรงงาน อุตสาหกรรมมีแนวทางในการบริหารจัดการเรื่องของกากอุตสาหกรรมตามที่ท่านได้นำเรียน ต่อที่ประชุมอยู่หลายระบบครับ ระบบแรกก็คือเรื่องของการกำจัดบำบัดเพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับประชาชนแล้วก็สิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ต้องให้ ความสำคัญแล้วก็ยากต่อการควบคุม การกำจัดบำบัด ซึ่งอาจจะมีผลกระทบร้ายแรง ในระยะยาวกับประชาชนแล้วก็สิ่งแวดล้อม ปัจจุบันนี้ในกรมโรงงานอุตสาหกรรมเองมีการ ตั้งงบประมาณมาเพื่อดำเนินการกำจัดกากอุตสาหกรรมซึ่งมีการลักลอบทิ้งหรือจัดการ ไม่เหมาะสมจำนวน ๑๔ พื้นที่ ๗ จังหวัด มีปริมาณกากอุตสาหกรรมที่ต้องจัดการประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณตามวงเงินที่ได้ตั้งไว้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านมามีการดำเนินการไปแล้วประมาณ ๗ พื้นที่

แนวทางที่ ๒ คือเรื่องของการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งสุดท้ายก็ต้องเป็น ภารกิจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร โดยการปรับแก้กฎหมายให้ผู้ก่อมลพิษร่วมรับผิดชอบ ต่อกากอุตสาหกรรมของตนเองจนถูกนำไปบริหารจัดการอย่างแล้วเสร็จ แนวทางวิธีการก็คือ ต้องมาแก้ไขในเรื่องของ พ.ร.บ. โรงงาน ซึ่งทางหน่วยงานกำลังมีการเตรียมการในการ พิจารณาเรื่องของการแก้ไขตัวกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ประเด็นการตั้งกองทุนอุตสาหกรรม เพื่อใช้ในการส่งเสริมโรงงานและใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการประกอบ กิจการโรงงาน การเพิ่มบทลงโทษ อัตราค่าปรับในกรณีโรงงานปล่อยมลพิษและก่อให้เกิด ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างรุนแรง

แนวทางที่ ๓ คือการบูรณาการในการกำกับดูแลโรงงานในพื้นที่ที่เข้มงวด ทำงานเชิงรุก แล้วก็บูรณาการกันในทั้งส่วนกลางก็คือส่วนของกระทรวง จังหวัด และภารกิจ ในส่วนของภูมิภาคเพื่อที่จะดำเนินการร่วมกันอย่างบูรณาการในการป้องกันแล้วก็ลดปัญหา ในเรื่องของกากอุตสาหกรรมที่กระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ทางกรรมาธิการเสนอยืนตามความเห็นครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการได้ตอบครบถ้วนทุกประเด็นนะครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการ แก้ไขนะครับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขออนุญาต ท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ เนื่องจากวันนี้ เป็นวันศุกร์มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นมุสลิมจะต้องมีการละหมาดวันศุกร์ จะขอพัก การประชุมสัก ๑๕ นาที เพราะพี่น้องมุสลิมที่เป็นสมาชิกจะได้ทำการละหมาดตามหลัก ศาสนาครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เดี๋ยวลงมติมาตรานี้ก่อน ใช้เวลาไม่นานครับ เนื่องจากมาตรานี้

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ตอนนี้ขึ้นไปละหมาด กันแล้วครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ไชยวัฒนาครับ

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง ผมเห็นด้วย กับท่านทวี สอดส่อง ที่พี่น้องชาวมุสลิมเราจะได้ทำพิธี ผมขอให้ท่านประธานได้พักการประชุม สัก ๑๕ นาที ขอบพระคุณครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เนื่องจากเราเข้าใจตรงกันว่า วันศุกร์นี้จะเป็นละหมาดใหญ่ของพี่น้องมุสลิม ทางพรรคประชาชนเองก็มี สส. ที่เป็นมุสลิม เช่นเดียวกันครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านทวี สอดส่อง ที่ให้ความสำคัญ เพราะผมเอง ก็เห็นพ้องด้วยแล้วก็เวลาละหมาดรอไม่ได้ครับ ฉะนั้นก่อนที่จะมีการลงมติถ้าถึงเวลานั้นแล้ว พวกผมไม่ติดใจครับ แล้วก็เห็นพ้องด้วยว่าหากจะมีการพักการประชุมตามเวลาที่เหมาะสม ที่พี่น้องเราต้องละหมาดก็ยินดีครับ ขอบพระคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ความเห็นสอดคล้องต้องกันนะครับ ผมขอพักประชุม ๓๐ นาทีครับ

พักประชุมเวลา ๑๒.๕๒ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๒๑ นาฬิกา

ขอเชิญ ท่านสมาชิก เราประชุมต่อนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่กำลังรับประทานอาหารอยู่เชิญ ห้องประชุมครับ เมื่อสักครู่เราพักการประชุม เรายังมีอีกหลายมาตรา ช่วงเช้าเพิ่งได้ ๓ มาตรา มีทั้งหมด ๔๑ มาตรา วันนี้เราประชุมมาเป็นวันที่ ๓ แล้ว ขอเชิญท่านสมาชิกครับ เรื่องที่ค้างอยู่ ก่อนพักประชุมเป็นการลงมติของมาตรา ๒๖ กระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากมาตรา ๒๖ มีการแก้ไข จากนี้ไปจะมีการลงมติตามข้อบังคับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกเข้าห้องประชุม เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไข หรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรแก้ไขผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ก่อนจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการ แก้ไขหรือไม่ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุม

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ ครับ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ก่อนที่เราพักการประชุมเป็นเหตุจากเพื่อนสมาชิก ต้องปฏิบัติศาสนกิจ ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะยังกลับมาไม่ครบถ้วน ฉะนั้น เฉพาะในมาตรานี้พรรคประชาชนจะแสดงตนเป็นองค์ประชุม ผมแสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสมาชิกโปรดใช้สิทธิเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

ท่านประธานครับ เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๐๒๙ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แสดงตนครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ๒๑๗ แสดงตน

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑๗ แสดงตน มีไหมท่านใดยังไม่ได้แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านใดบัตรขัดข้องกรุณา ขานชื่อและบอกหมายเลข เจ้าหน้าที่จะบันทึกเพิ่มเติมให้ครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๒๑๑ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑๑ แสดงตน ถ้าไม่มีสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนเพิ่มเติม ผมขอปิดการแสดงตน

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

ท่านประธาน ๐๒๒ แสดงตนค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๒๒ นะครับ ผมขอปิดการแสดงตน

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

๓๖๔ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

๑๖๖ แสดงตนค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้เข้า ร่วมประชุม ๓๔๔ ท่าน เพิ่มอีก ๓ ท่าน เป็น ๓๔๗ ท่าน

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครบถ้วนแล้วนะครับ เมื่อสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครบถ้วนแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ๒๙๘ เห็นด้วยค่ะ

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

ท่านประธานครับ ๑๑๗ เห็นด้วยครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานครับ ๕๔ เห็นด้วยครับ ๓๘๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยให้มีการแก้ไขนะครับ

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธาน ๓๗๕ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หลังจาก ปิดการลงคะแนนให้เพิ่มเติมนะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ครับ

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

๐๓๖ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปผมขอถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก อยู่ในห้องประชุมโปรดใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ขอเชิญทุกท่าน แสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ แสดงตนครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๓๒ แสดงตน มีท่านใดขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตนครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๓ ท่าน บวกอีก ๑ ท่าน เป็น ๓๗๔ ท่าน

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธาน ๓๔๙ แสดงตนค่ะ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ลงคะแนนเสียงครบถ้วนแล้วนะครับ ผมขอปิด การลงคะแนน ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผล มีจำนวนผู้ลงมติ ๓๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๑๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ๓๙๓ เห็นด้วยครับ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

๔๘๗ เห็นด้วยครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ บันทึกไว้นะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เป็นอันจบพิจารณามาตรา ๒๖ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๗ ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวงและหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒๗ ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวงหรือหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแล ของนายกรัฐมนตรี มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ มีสมาชิกแสดงความจำนงขออภิปรายนะครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น อภิปราย ท่านแรก คุณฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมขออนุญาตอภิปรายในส่วนของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติครับ ผมมีโครงการที่มาเสนอตัดงบเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป อยู่รายการที่ ๙ เป็นเงินอุดหนุนค่าดูแลรักษาวัดนวมินทรราชูทิศเฉลิมพระเกียรติ ณ นครบอสตัน ๓.๐๘๖ ล้านบาท ตรงนี้ผมเองก็ได้สอบถามตอนมีการชี้แจงในห้อง อนุกรรมาธิการนะครับ เพราะผมพบว่ามีงบชื่อเดียวกันนี้ จำนวนเดียวกันนี้ต่อเนื่องมากัน หลายปี ทางผู้ชี้แจงก็ได้บอกว่าเนื่องจากเป็นวัดสำคัญแล้วก็เป็นมติของ ครม. แต่เหตุผลที่ผมเสนอตัดก็คือว่านี่ไม่ใช่งบที่เอาไปช่วยบูรณะที่ว่าเราจะมีงบบูรณะวัดต่าง ๆ ให้กับวัดทั่วประเทศนะครับ แต่เข้าข่ายเป็นงบประจำเพราะมาทุกปี ปีละ ๓ ล้านบาท ลองพิจารณาดูเราจะพบว่าเรามีการสร้างวัดที่สำคัญตามวาระ ตามโอกาสต่าง ๆ ทั่วโลก อยู่ในหลายนครที่สำคัญ เพราะฉะนั้นคงมิใช่เพียงแค่วัดนี้ที่มีความสำคัญอย่างโดดเด่นที่สุด เรายังมีอีกหลาย ๆ วัด จึงอยากจะให้เสนอตัดในส่วนนี้และเป็นการเฉลี่ยความสำคัญเอาบุญ ไปหลาย ๆ วัดนะครับ

ต่อมาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินะครับ ขอพูดในส่วนของงบบูรณะวัด ทั่วประเทศ ปีนี้ ๗๐๙ ล้านบาท มี ๕๔๖ รายการ ในขั้นกรรมาธิการผมก็ได้สอบถามว่า ๕๔๖ รายการนี้มีหลักเกณฑ์อะไรในการคัดเลือก ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดีมีรายการต่าง ๆ เสนอเข้ามา แต่อย่างไรก็ดีเราคงจำกันได้ว่าในอดีตไม่กี่ปีก่อนหน้านั้นก็มีคดีเกี่ยวกับเรื่อง เงินทอนวัด ก็มาจากโครงการลักษณะพวกนี้ ผมเองก็อยากให้ทุกท่านได้ช่วยกันจับตาดู งบประมาณตรงนี้นะครับ ในอนาคตอยากจะให้วัดต่าง ๆ เราควรจะส่งเสริมให้สามารถ บริหารจัดการได้ด้วยตนเอง จัดการภายในคณะสงฆ์แล้วก็พุทธศาสนิกชน โดยที่ในอนาคต คงไม่ใช่ภาระที่ภาครัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเมื่อกระจายออกไปแล้วงบประมาณนั้น ก็ไม่สามารถที่จะไปให้ทุกวัดได้ เราจะให้ได้แค่บางส่วน บางโครงการเท่านั้นเองครับ

ต่อมามาดูที่งบพระวินยาธิการหรืองบที่มีชื่อว่างบอุดหนุนการตรวจการ คณะสงฆ์และตรวจตราพระสงฆ์ที่มีอาจาระไม่สมควรแก่สมณวิสัย และส่งเสริม การปฏิบัติงานของพระวินยาธิการ พระมือปราบนั่นละครับ ตรงนี้ก็อยากจะฝากเป็น ข้อสังเกตว่าควรจะมีการจัดทำยุทธศาสตร์เพราะว่างบที่ท่านได้มา ๓.๖๒ ล้านบาทนั้นก็ไม่ได้ มากมายอะไรกับภารกิจของพระมือปราบที่จะต้องตระเวนไปทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศในการ จะลงพื้นที่ไปฟัง ไปชำระอธิกรณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ควรมีการจัดทำยุทธศาสตร์ เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานพระวินยาธิการและควรจะสร้างให้พระวินยาธิการสามารถประสานงานกับ หน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อันนี้เอาเป็น เครื่องมือไปช่วยพระมือปราบนะครับ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. เป็นต้น

ต่อมาครับ มาพูดเรื่องงบพระสังฆาธิการ ปีนี้เป็นปีที่พี่น้องประชาชนรู้จัก คำว่าเงินนิตยภัตกันมากขึ้น คืออะไร ก็คือเงินที่ถวายประจำเดือนเป็นรายเดือนให้กับ พระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ ตรงนี้ขอตั้งข้อสังเกตผ่านบันทึกของการประชุม สภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ในส่วนของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายในปีต่อ ๆ ไป ถึงความเหมาะสม ถึงสัดส่วน และอยากจะปิดท้ายด้วยจากเหตุการณ์การทุจริตในวงการพระพุทธศาสนา กรณี ยักยอกเงินวัดต่าง ๆ จะเห็นได้ว่ามีการบริหารจัดการเงินวัดที่ไม่โปร่งใส เช่น มีบัญชีธนาคาร จำนวนมากแต่ก็ไม่ได้ถูกรายงาน มีการเก็บเงินสดไว้ที่เจ้าอาวาส มีข้อแนะนำสั้น ๆ ก็คือว่า

๑. ควรจะมีมาตรการกำกับดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดทั่วประเทศ ป้องกันการรั่วไหล

๒. เปิดเผยข้อมูลรายรับรายจ่ายของวัดต่อสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเงินบริจาค

๓. ก็คือกำหนดระเบียบและแนวปฏิบัติที่เข้มงวด ให้วัดต่าง ๆ ต้องมีระบบ บัญชีที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องมีการรายงานข้อมูลธนาคารทั้งหมดให้กับสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

๔. เมื่อมีการร้องเรียนควรจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ยิ่งถ้าเป็นคดีทุจริตควรจะเอาองคาพยพสำนักงานต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอเมื่อสักครู่นี้มาช่วยกัน

๕. สุดท้ายคือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติควรจะถอดบทเรียน นอกจากการดำเนินการทางสงฆ์แล้วควรจะลงโทษทางกฎหมาย มีการตรวจสอบและติดตาม การใช้จ่ายเงินอุดหนุนวัด

ท่านประธานที่เคารพครับ พระท่านบอกว่า กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม แต่กรรมจะติดจรวดเร็วขึ้นหากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเร่งรัดทำคดี อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใสแล้วก็ได้ศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่างเมตตา เราก็จะโอบอุ้มพระศาสนาของเราให้ดีขึ้น สาธุครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการท่านต่อไป คุณภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคประชาชน ก็ขอใช้สิทธิในการอภิปรายงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปี ๒๕๕๙ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สงวนคำแปรญัตติเพื่อจะตัดลด สิ่งที่ผมพูด อาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไร ผมอาจจะคนละ Tone กับเพื่อนสมาชิก ท่านฉัตรเมื่อสักครู่นะครับ ผมก็ต้องพูดตรง ๆ ว่านักการเมืองไม่ค่อยอยากไปยุ่งกับพระเท่าไร เพราะพระนี่เป็นหัวคะแนน พระนี่เป็น Influencer ระดับชุมชน แต่ตอนนี้ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาแล้วครับ ก็เลยต้อง ขอใช้สิทธิในการอภิปราย ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

รายละเอียดงบประมาณเป็นอย่างไร ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในฐานะพุทธศาสนิกชน ผมเห็นว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณแบบนี้ เป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ขัดต่อหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ผมจึงไม่แปลกใจเลย วันนี้การดำรงอยู่ของสงฆ์มันถึงเละเทะมีปัญหาแบบนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงงบบุคลากร ๑,๖๔๒ ล้านบาท นึกว่าเป็นข้าราชการ เป็นพนักงานรัฐ ไม่ใช่ครับ เอาเงินไปให้พระ ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามันขัดอยู่แล้ว พระจริง ๆ ไม่ควรจะถือเงิน ไม่สามารถ จะจัดการกับเดียรถีย์ พวกคนเลว ๆ ทั้งหลายที่ไปแฝงตัวอยู่ เอาเงินไปให้พระ เละหมดครับ พระจริง ๆ เขาห้ามจับเงิน ว่างครับ แทนที่จะเอาเวลาไปปฏิบัติธรรม มีแต่ข่าวอะไรก็ไม่รู้ ยาเสพติดเอย ไปยุ่งกับเรื่องทางโลก ทางเพศ ยังไม่อยากพูดเยอะเดี๋ยวเสียเวลา ภารกิจ ตัวเองหลายเรื่องก็ไม่ใช่ เรื่องศึกษา หลายเรื่องซ้ำซ้อน ผมดูในงบของสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปทำอะไรเลอะเทอะเยอะแยะมากมายเลยครับ

เงินอุดหนุนนิตยภัต เมื่อสักครู่ท่านฉัตรพูดไปแล้ว แต่ผมก็ต้องพูดแบบแรง ๆ ตรง ๆ เลย มันเป็นการนำเงินภาษีของพวกเราทุกคนไปใช้จ่ายเป็นเงินเดือนของพระสงฆ์ ในประเทศนี้มีคนไม่นับถือศาสนา มีคนนับถือศาสนาอื่น มันถูกต้องเป็นธรรมหรือเปล่าครับ พระพุทธเจ้าก็บอกแล้วละทางโลก ออกไปแสวงหาทางดับทุกข์ นี่รัฐกลับมาจ่ายเงินเดือน ส่งเสริมให้พระมีเงินเดือน สั่งสมความมั่งคั่ง ถ้าพระพุทธเจ้ารู้ก็คงตกใจ ๒,๕๐๐ ปี มันแปรเปลี่ยนไปขนาดนี้ บิดเบือนคำสอน ผมเสนอตัดลดออกไปให้หมดครับ ชาวบ้านทำบุญ ตักบาตรอยู่แล้ว ไปไหนมาไหนพระไม่ต้องเสียเงิน จะเอาเงินให้พระทำไม

อันนี้ก็เรื่องทางโลกอีก ไปอุปโลกน์ เอาเรื่องทางโลกไปอุปโลกน์และยัดเยียด ให้สงฆ์ไปตั้งสมณศักดิ์ ไปทำเป็นขุนนางพระ แต่น่าตกใจครับ พระเป็นเจ้าพนักงานที่มานะ ทางธรรม ผ่านกลไกมหาเถรสมาคม ไม่ใช่การทำนุบำรุงศาสนา มีการวิ่งเต้นขอตำแหน่ง กันเยอะแยะ มัวหมองชั่วร้าย เสนอครับ ในหลวงก็เพิ่งยกเลิกการแต่งตั้งสมณศักดิ์ไป จึงขอให้ตัดลดงบอุดหนุนปกครองคณะสงฆ์ เงินเดือนรายปี พัดยศนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ อนุกรรมาธิการครุภัณฑ์สามารถตัดได้ เผอิญพระชั้นผู้ใหญ่ไปหมดเลยครับ ตัดออกไปได้ ครึ่งหนึ่งพัดยศ โชคดีมากครับ ทุกถอดลาสิกขาปาราชิก กลายเป็นสมีไปหมดแล้ว

ตำรวจพระ เมื่อสักครู่ท่านฉัตรก็พูดแบบสุภาพ พระวินยาธิการ ปีละ ๓ ล้านบาท ไม่สามารถปราบอลัชชีได้ครับ พบทุจริตบริจาคมากมายซื้อขายตำแหน่ง จริง ๆ ถ้าพระอยู่ใน พระวินัย เน้นปฏิบัติก็คงไม่มีอะไรแบบนี้หรอกครับ

พวกพิธีกรรมทั้งหลายลด ละ เลิกได้แล้วครับ อุดหนุนเจริญพระพุทธมนต์ ค่าใช้จ่ายวันสำคัญทางพุทธศาสนา ปกติวัดเขาก็มีคนทำบุญ เขาโฆษณาอยู่แล้ว เงินอุดหนุน หมู่บ้านรักษาศีลห้า ส่งเสริมสันติสุข เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกผมคงมาพูดในส่วนของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เอาเรื่องนี้ไปยุ่งกับเรื่องการเมืองอีก ค่าใช้จ่ายในการพระราชทานวิสุงคามสีมา จะต้องมีประกาศนียบัตรบอกว่าตรงนี้เป็นที่สงฆ์คือไปเอาเรื่องธุรการเข้าไปใส่ ค่าใช้จ่าย เดินทางไปสังเวชนียสถาน ๕ ล้านบาท พระแค่ ๑๐๐-๒๐๐ รูป มีหลักเกณฑ์อะไรในการที่จะ ไปให้เขาจัดสรร หรือผมต้องไปบวชเป็นพระแล้วผมถึงจะไปได้ ผมก็ถามไปทางสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ชี้แจงออกมาเป็นมีแต่ระเบียบ Print แต่ระเบียบออกมา ไม่มี คำชี้แจงอะไรเลย

สิ่งที่แย่ที่สุดครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็พูดไปยังไม่ได้ถึงจุดที่เราไปอิง สถาบันอีกแล้ว แจกทุนแล้วก็อ้างว่าต้องเป็นตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ผมไม่ได้เสนอให้ตัด มันควรจะย้ายไปอยู่ในที่ที่ถูกที่ควร ไม่ใช่เรื่องของพระ อุดหนุน เรื่องการศึกษา ไปแย่งงานกระทรวงศึกษาธิการ เข้าไปดูโรงเรียนพระปริยัติธรรม ไปสอนอะไร มีพวกปั้นพระพุทธ พระธรรม เป็นเรื่องช่างศิลป์ทำอะไรต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเลย ไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องของธรรมะอะไรเลย

นี่ก็ถามเหมือนกันว่าอุดหนุน ทำไมอยู่ดี ๆ ไปเลือกอุดหนุน ๓ ล้านบาท วัดที่บอสตันที่สหรัฐอเมริกาวัดเดียว เขารวยอยู่แล้ว ค่าน้ำ ค่าไฟมีคนศรัทธาเขาก็บริจาค กันอยู่แล้ว ท่านจะต้องเลือกไปที่เดียวเลย ผมก็งงว่าแล้ววัดอื่นในประเทศไทยหรือในโลกนี้ มันไม่ได้เทิดพระเกียรติหรืออย่างไรครับ อุดหนุนวัดนี้อยู่วัดเดียว เหมือนเลือกปฏิบัติแล้วไม่ได้ มีเกณฑ์อะไร ก็คงเป็นข้อเสนอที่อาจจะดู Radical หรือรุนแรงแต่ผมว่าถึงเวลาแล้วเราต้องมา จัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติผมขอเอกสารไม่มีรายละเอียด ไม่ได้รับการตอบรับเรื่องว่าเงินอุดหนุนวัด วัดหลวงแต่ละวัดได้เท่าไร เงียบ ไม่บอก จริง ๆ วัดมีรายได้อยู่แล้ว คนทำบุญ ปล่อยเช่าทั้งที่ดินของชาวบ้านรอบ ๆ เชิงพาณิชย์ ที่จอดรถ ศาลาศพ แล้วก็เงินอุดหนุน มีรายได้อยู่แล้วต้องเปิดเผย รัฐอุปถัมภ์เฉพาะพระพุทธศาสนา เยอะมาก อาจจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับศาสนาอื่น จึงเสนอครับ เรื่องนี้ต้องแยกออก ชัดเจนเรื่องรัฐกับเรื่องศาสนา การนับถือ การศรัทธาไม่ได้ว่ากัน Heal ใจได้ เป็นเรื่องความเชื่อ ส่วนบุคคล มันไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีที่นับถือศาสนาอื่น เสนอให้เพิ่มงบประมาณในการ จัดทำระบบตรวจสอบทรัพย์สินของวัด บัญชีส่วนตัวของพระและไวยาวัจกร รวมถึงยื่นภาษี เงินได้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

ขอถอนข้อ ๓ แปรในทางเพิ่มไม่ได้ ขอบคุณครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น เชิญครับ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ท่านประธาน ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ ก็เป็น ๓ หน่วยงาน ซึ่งอันแรกก็เป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อันนี้หลายท่านอาจจะแปลกใจว่า ทำไมผมพูดถึงโครงการนี้ บังเอิญในเอกสารที่เขาส่งมาให้ห้องกรรมาธิการ ในเอกสารหน้า ๒๓ ในส่วนของงบดำเนินงาน ข้อ ๑.๑ ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ ลำดับที่ ๔ เขียนค่าตอบแทน กรรมการ ๑๑๓,๐๐๐ ไม่มีหน่วยเงิน ผมก็ไม่ทราบว่าเขามีการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือไม่ แต่ในมือผม ผมเห็นเอกสารว่าพอไม่มีหน่วยเงินผมก็เลยขอตัดตัวเลขไป เพราะไม่รู้ว่าตัวเลขนี้ คือบาท หรือคือดอลลาร์ หรือคืออะไรแต่พออนุมานได้ ก็เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าผมดู รายละเอียดเท่านั้นเอง

ต่อไปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าที่ขอปรับลดก็ยังมีข้อมูลที่ สตง. ยังให้ความเห็น ยังมีเงื่อนไขอยู่ แต่ต้องขอชมเพราะว่าในเอกสารที่ส่งมาสำนักงานตำรวจ แห่งชาติได้แนบของปี ๒๕๖๖ กับปี ๒๕๖๕ มาให้ด้วย ของปี ๒๕๖๗ มีเงื่อนไข รายละเอียด ก็ไม่ขออธิบายแล้วกัน เพราะว่าเขากำลังปรับปรุงอยู่ แต่ปี ๒๕๖๕ ที่ส่งมาให้ ในเอกสาร หน้า ๗๒-๗๓ ของเอกสารที่ส่งให้ เป็นความเห็นว่ารายงานการเงินไม่ถูกต้อง ปี ๒๕๖๖ ก็ไม่ถูกต้อง แต่พอปี ๒๕๖๗ เป็นมีเงื่อนไข ก็แสดงว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรับปรุงระบบ บัญชี แก้ไขข้อผิดพลาดได้ตามที่ สตง. รายงาน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง สำหรับตัวที่มีเงื่อนไข บางส่วนก็เลยขอปรับลด เพื่อให้ท่านไปปรับปรุงให้ดีขึ้นและหวังว่าปีหน้างบของท่านก็คงจะ เป็นแบบไม่มีเงื่อนไข จะได้ชำระสะสางให้เสร็จสิ้นไปในรูปของบัญชี

อันสุดท้ายของ ปปง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน อันนี้มีเงื่อนไข แต่ที่กระผมเขียนขอปรับลดคือพอพูด ปปง. เราก็เข้าใจว่า ท่านแม่นเรื่องเงิน เส้นเงิน สส. มีเงินเข้าบัญชีเกิน ๓,๐๐๐ บาท หรือมีเงิน โน่น นี่ นั่น หรือว่า ผู้มีอิทธิพล ผู้ค้ายา ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ฝาก ถอนเกิน ๒ ล้านบาท เป็นเงินสด ไม่กรอก ธนาคารหรือว่ามีเคลื่อนไหวถี่ ๆ บ่อย ๆ ท่านตรวจได้ละเอียดหมด แต่บัญชีท่านกลับไม่ลงตัว มันมี ๒ รายการ คือในส่วนราคาทุนตามทะเบียนคุมทรัพย์สินในระบบ New GFMIS Thai กับราคาทุนตามทะเบียนคุมของส่วนพัสดุ อาคารสถานที่ ยานพาหนะ มียอดคงเหลือ ไม่ตรงกัน ๔๐๘ ล้านบาท มันก็แปลกใจสิครับ คือบัญชีท่านท่านหาไม่ได้ แต่ของคนอื่นที่ท่าน ไปตรวจ ไปไล่โน่น นี่ นั่น ท่านกลับทำได้มีเครื่องไม้เครื่องมือ แค่บัญชีแค่นี้ท่านทำไม่ได้ แล้วก็เป็นยอดที่ค้างมาจากปี ๒๕๖๖ อันนี้ผมก็เลยเรียนอธิบายว่าผมแปลกใจ

อีกอันหนึ่งมีแค่ ๒ รายการ แล้วก็หมดแล้ว ทะเบียนคุมทรัพย์สินในระบบ New GFMIS Thai ๑,๒๕๑ ล้านบาท แต่ยอดตามทะเบียนคุมของส่วนพัสดุอาคารและ สถานที่ ๘๓๙ ล้านบาท เกิดผลต่าง ๔๑๒ ล้านบาท อย่างนี้ผมรับไม่ค่อยได้ เพราะว่าถ้าท่าน แม่นเรื่องเงิน เรื่องกระแสเงิน เส้นทางเงินของบุคคลต่าง ๆ ของในประเทศ ต่างประเทศอะไรนี่ แต่ท่านยังแก้ไขไม่ได้ ก็หวังว่าปีหน้าท่านจะแก้ ๒ รายการนี้ให้เสร็จสิ้นไปนะครับ ดังนั้น ผมขอปรับลดและสงวนความเห็นไว้ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปมีผู้แปรญัตติ ขอเชิญท่านแรก คุณนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เชิญครับ

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขออภิปรายพิจารณา วาระงบประมาณรายจ่ายวาระที่สอง ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยเฉพาะงบสำหรับการเผยแผ่และส่งเสริมพระพุทธศาสนา เราดูโดยรวมในรอบ ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ จนถึงปี ๒๕๖๙ ที่ท่านขอมานะครับ สำนักงานใช้งบตัวนี้ รวมกันหลายร้อยล้านบาทเพื่อเผยแผ่ แต่เมื่อดูอย่างละเอียดเรากลับพบ ๓ ปัญหาหลักใหญ่ ๆ ก็คือในเรื่องของความไม่คุ้มค่า ไม่ทั่วถึงและไม่โปร่งใส ไม่คุ้มค่าอย่างไร วันนี้ผมจะหยิบขึ้นมา ๔ โครงการเพื่อให้พี่น้องประชาชนแล้วก็ท่านสมาชิกในที่นี้ได้รับฟังกันนะครับ งบประมาณ ๒๒ ล้านบาทจาก ๔ โครงการที่ผมจะพูดถึง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โครงการแรก ก็คือโครงการสร้างขวัญ และกำลังใจบุคลากรเผยแผ่ งบ ๕ ล้านบาท ทำไมพระสงฆ์จะต้องมีทั้งขวัญและกำลังใจในการ ทำงานด้วยหรือครับ ผมก็งง แล้วบอกว่าเพื่อเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานในประเทศ อินเดียและเนปาล ก็คือไปสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา แล้วก็ปรินิพพาน ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผู้ได้ประโยชน์ ไปทั้งหมด ๑๐๐ รูป ตกรูปละ ๕๐,๐๐๐ บาท ไปทำอะไร เดี๋ยวขอดูสไลด์ต่อไปนะครับ ไปกราบครับ ท่านอยู่ประเทศไทย ท่านให้คนอื่นเขากราบไหว้ พอท่านไปประเทศอื่นท่านกลับไปกราบอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งอาจจะอยู่ใน หลักการของศาสนาพุทธนะครับ แต่พอกลับมาแล้วผมกลับมาดูรายงานของกรรมาธิการ ก็ไม่ได้มีแผนต่อยอดหรือพัฒนาศักยภาพอะไรเลยหลังจากกลับมา เมื่อเทียบกับงบประมาณ ที่ท่านใช้จ่ายไปผมดูแล้วก็ไม่ตอบโจทย์ในภารกิจของสำนักพุทธ สำนักพุทธมีหน้าที่เผยแผ่ พุทธศาสนาในประเทศและดูแลประชาชนให้เข้าถึงหลักธรรมคำสอน แล้วก็ไม่มีหลักฐาน ใด ๆ เลยที่ดูว่ากลับมาแล้วมาทำให้ศาสนาหรือการเผยแผ่ศาสนาดีขึ้นแต่อย่างใดนะครับ สำนักงานอาจถูกตั้งคำถามว่าท่านใช้งบหลวงเพื่อไปทัศนศึกษาแล้วก็ไปกราบสิ่งเหล่านี้ มากกว่าพัฒนาพุทธศาสนาในเชิงระบบครับ

โครงการที่ ๒ โครงการวันสำคัญทางศาสนาใช้งบ ๗.๖ ล้านบาท เป้าหมาย ก็คือ ๕๗,๐๐๐ คน จากเอกสารสัมฤทธิผลอันนี้ที่อยู่ในมือผมระบุว่าใช้งบตรงนี้เพื่อทำให้ ประชาชน ปุถุชนเข้าไปตื่นตัวแล้วก็มีความสนใจ เขียนสั้น ๆ แค่นี้ครับท่านประธาน ผมมองว่า ๒ อย่างเมื่อสักครู่มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกชั่วคราว ประเดี๋ยวประด๋าวเดี๋ยวก็ลืมไปแล้ว ไม่มีตัวชี้วัดเลยว่าหลังจากเสร็จงานแล้วพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมมีความเปลี่ยนไปอย่างไร อย่างเช่น มีการปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นหรือเปล่า หรือมีกิจกรรมทางศาสนาต่อเนื่องหรือไม่ จัดเสร็จแล้วก็จบ ๆ ไปไม่มีกิจกรรมต่อยอดอะไรเลยหรือเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ผมก็เลยขอตั้ง คำถามว่าความคุ้มค่าวงเงิน ๗.๖ ล้านบาทที่ท่านขอมา โครงการนี้มันไม่ต่างอะไรกับการ ของบเพื่อจัดงานตามปฏิทินเท่านั้น แล้วก็ไร้เป้าหมายเหมือนเดิม

โครงการที่ ๓ อันนี้ดีขึ้นมานิดหนึ่งโครงการพัฒนาบุคลากรที่เผยแผ่ก็จะมี พระวิปัสสนาจารย์ พระธรรมทูต พระนักเทศน์ ใช้งบ ๒.๕๕ ล้านบาท สำหรับพระทั้งหมด ๕๕๐ รูป ผมก็เข้ามาดูรายงานอะไรก็แล้วแต่กลับพบว่ามันก็ไม่ได้มีข้อมูลอะไรหลังอบรมเลย เพราะพระเหล่านี้มีทักษะหรือความรู้ใด ๆ เพิ่มขึ้น ไม่มีการติดตาม การประเมินผลหรือ Follow up อะไรเลยว่าผ่านการอบรมแล้วนำสิ่งที่ท่านอบรมทั้งหลายไปเผยแผ่อย่างมี คุณภาพหรือไม่ แต่เอกสารสัมฤทธิผลเช่นเดิมครับ กลับใช้ ๒ คำเหมือนเดิม เช่น ให้มีความรู้ ความเข้าใจหรือเผยแผ่ได้อย่างถูกต้อง ก็ไม่ได้บอกว่าเชิงปริมาณ จำนวนกิจกรรมที่เผยแผ่ หลังอบรม หรือพุทธศาสนิกชนจะได้รับผลประโยชน์อย่างไร

โครงการต่อไปโครงการที่ ๔ โครงการงบอุดหนุนวัดไทยในต่างประเทศ ใช้งบประมาณ ๗ ล้านบาท ให้ทั้งหมด ๓๙ แห่ง และเป้าหมายพุทธศาสนิกชน ๒,๗๐๐ คน เมื่อเทียบตัวเลขย้อนหลังตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เหมือนกัน จนมาถึงปี ๒๕๖๙ ที่ท่านมาขอ ก็จะพบว่างบเพิ่มขึ้นแต่ผู้ได้รับประโยชน์ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเลยครับ เป็นการใช้งบใน ต่างประเทศและคนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ประโยชน์จากเงินภาษีจำนวนนี้เลย ถูกไปสนับสนุน วัดไทยที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ของต่างประเทศ ท่านจะสังเกตว่ามีอยู่ไม่กี่ประเทศที่จะได้เงิน สนับสนุนนี้ไป อย่างสหรัฐอเมริกา ลอนดอน ซิดนีย์ ลอสแองเจลิส แล้วกลุ่มเป้าหมายก็เป็น คนไทยที่อยู่ในต่างแดนซึ่งมีจำนวนไม่มาก เน้นกิจกรรมทำแบบซ้ำ ๆ ปีหนึ่งทำครั้ง ๒ ครั้ง แล้วกิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมแบบสั้น ๆ แล้วก็ไม่ได้สร้างโครงสร้างถาวรให้กับชุมชนไทย ในต่างประเทศเลย แล้วก็หลายวัดที่ผมทราบมาว่ามีรายได้จากการทำบุญมากมายมหาศาล อยู่แล้วแต่ก็ยังได้รับงบอุดหนุนซ้ำซ้อนเหล่านี้อีกจากรัฐบาลไทย ทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น อีกต่างหากภารกิจของท่าน อย่างงานด้านวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศมันก็ควรจะเป็น บทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมหรือกระทรวงการต่างประเทศ แต่สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาตินั้นเองกลับเอางบนี้ไปทำกิจกรรมคล้ายกัน ผมว่ามันค่อนข้างที่จะมีความซ้ำซ้อน

แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุด งบเหล่านี้ผมต้องพูดตามตรงว่าการจัดสรรงบ ปี ๒๕๖๙ ไม่ตอบโจทย์ปัญหาหลักของวงการสงฆ์ในวันนี้ ถ้าท่านมองที่สไลด์ท่านจะเห็นว่าประชาชน หลายล้านคนทั้งประเทศต้องมาทนเห็นข่าวพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมเสื่อม ทั้งกรณีอย่างวัดไร่ขิง กรณีของเรื่องพระผู้ใหญ่หลายสิบรูปที่ท่านภัณฑิลพูดไปว่าท่านออกเองโดยที่ไม่ต้องใช้ งบประมาณ จนไปถึงข่าวสีกากอล์ฟเกี่ยวกับการฟอกเงิน การพนัน ยาเสพติดและพระบางรูป ในนี้ก็ยังเคยเป็นพระที่เข้าร่วมโครงการอบรมและได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติอีกด้วยซ้ำ คำถามพวกนี้ท่านต้องตอบประชาชนเพราะมันเป็นผลผลิตที่มาจากการ สนับสนุนงบประมาณของสำนักงานของท่าน ดังนั้นผมจึงขอเสนอต่อที่ประชุมให้ตัดงบประมาณ ในหมวดนี้และขอให้ยกเลิกโครงการออกไปทั้งหมดเลยครับ สาธุครับท่านประธาน

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สาธุนะครับ ต่อไปผู้แปรญัตติ ขอเชิญคุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เชิญครับ

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน ก็ขออนุญาตว่างเว้นจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จากสีกากอล์ฟมาสู่วงการของสีกากีกันบ้างนะคะ ดิฉันขออนุญาตแปรญัตติในส่วนของ มาตรา ๒๗ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นอีก ๑ หน่วยงานที่ทุกครั้งที่เข้ามาในคณะกรรมาธิการงบประมาณมักจะพูดอยู่ตลอดเวลาว่า เป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณน้อย งบประมาณไม่เพียงพอ ผบ.ตร. กี่ท่าน ๆ ก็จะเข้ามาบอกว่า ไม่เพียงพอ ๆ ขออนุญาตชี้แจงถึงงบประมาณ อย่างปี ๒๕๖๙ งบประมาณของ สตช. ได้ไป ทั้งหมด ๑๒๕,๗๘๘ ล้านบาท ซึ่งเมื่อพอเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ต้องเทียบหน่วยงานก็ได้ เทียบระดับกระทรวง กระทรวงกลาโหมมี ๔ เหล่า งบประมาณประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงยุติธรรม ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวง พม. ที่ดูแลคนเปราะบางอยู่ทั่วประเทศ ได้ประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น และในงบประมาณ ๑๒๕,๗๘๘ ล้านบาทนี้ เป็นงบ บุคลากรไปแล้วประมาณเกือบ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท หักกลบลบหนี้ไปแล้วเหลืองบอยู่แค่ นิดเดียวก็ยังไปก่อสร้างอาคารอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท และงบเช่ารถอีกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบประมาณหักไปหักมาเหลืองบประมาณในการดูแลประชาชน บริการประชาชนในการปราบปรามต่าง ๆ เหลือไม่เท่าไร แต่ก็ยังชอบนำไปใช้ในโครงการ ที่มันไม่จำเป็น เป็นโครงการใดไม่ได้พูดมา ๓ ปีติด โครงการ Local CAT หรือว่าหลักสูตร แมวบ้านของตำรวจ ๒๙๘ ล้านบาท พูดกี่ครั้งก็ยังของบประมาณมาเท่าเดิม ล่าสุดในห้อง อนุกรรมาธิการฝึกอบรม ก็ชี้แจงกับท่านกรรมาธิการว่าปรับลดไม่ได้จริง ๆ ใน ๒๙๘ ล้านบาทนี้ เป็นค่าเครื่องแบบไปแล้วกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๑๙ ล้านบาท และค่าใช้จ่ายที่เหลือต่าง ๆ ในการฝึกอบรมก็ไปทับซ้อนกับค่าใช้จ่ายในการฝึกยุทธวิธีที่แต่ละปีก็ขอมาในหลักร้อยล้านบาท อยู่แล้วค่ะ ตำรวจได้มาตอบในห้องกรรมาธิการบ่อยครั้งว่างบเครื่องแบบจำเป็นเพราะว่า ต้องนำไปใช้ในการถวายความปลอดภัย ใช้ในการถวายการดูแลพระบรมวงศานุวงศ์ต่าง ๆ แต่พอไปดูคำสั่งแต่ละครั้งที่ ตร. ออกมาให้ตำรวจที่ผ่านหลักสูตร Local CAT ไปทำงาน ไม่ได้ใส่เครื่องแบบตำรวจค่ะ เขาจะให้ใส่เครื่องแบบที่มันสามารถปะปนกับประชาชนได้ เนียน ๆ กับประชาชนได้ เพราะฉะนั้นค่าเครื่องแบบไม่ได้จำเป็น ยิ่งไปกว่านั้นการนำตำรวจที่ทำ พนักงานสอบสวนไปอบรม Local CAT ก็อาจจะเสี่ยงต่อการผิด พ.ร.บ. ตำรวจหรือไม่ ในมาตรา ๙๒ ที่บอกว่าห้ามมิให้มีการนำตำรวจท้องที่ไปทำงาน Local CAT พูดมา ๓ ปีแล้วค่ะ ว่างเว้นจาก Local CAT มาพูดถึงเรื่องคฤหาสน์ใจกลางเมืองดีกว่า จำนวน ๙๑.๔ ล้านบาท มี Floor Plan สวย ๆ ตามนี้ค่ะ ในปีนี้มีโครงการใหม่ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการ เสนอเข้ามาในห้องงบประมาณนั่นคือบ้านพักข้าราชการตำรวจค่ะ ถ้าไม่พลิกดูดี ๆ ไม่ดูดี ๆ จะไม่รู้เลยว่ามีบ้านพักของ ผบ.ตร. อยู่ด้วย เพราะว่าในวัตถุประสงค์เขียนเอาไว้ว่าเป็น ศูนย์บัญชาการของ ตร. แล้วก็เป็นที่หลบภัยสำหรับข้าราชการระดับสูงเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ เนื่องจากถ้ามีการชุมนุมทางการเมือง ตำรวจอาจเป็นเป้าหมายสำคัญต้องการที่บัญชาการค่ะ พอมาดูงบประมาณอย่างที่บอก กลับกลายเป็นบ้านพักของ ผบ.ตร. และ รอง ผบ. ทั้ง ๖ ซึ่งงบประมาณมากกว่างบประมาณอาคารของตำรวจท่องเที่ยวทั้ง ๗๐ ครอบครัว ๗๗ ล้านบาทอีกนะคะ นี่บ้านพักของทั้ง ๗ ท่าน ใช้งบประมาณไปประมาณ ๙๑.๔ ล้านบาท Floor Plan ค่ะ เขาบอกว่าจะมาหลบภัย เป็นที่ Command Center แต่ลองดู Floor Plan บ้านพัก ผบ.ตร. กับบ้านรอง ผบ. ทั้ง ๖ หลบภัยแบบใดคะอยู่กันเป็นกระจุกแบบนี้ บุกมาทีเดียวก็เรียบร้อยทั้ง ๗ คนแล้ว เพราะฉะนั้นน่าสงสัยอย่างยิ่งว่าสร้างมาเพื่อหลบภัย จริงหรือเปล่า ไปดูกันต่อค่ะ อันนี้เป็นอาคารเฉพาะของ ผบ.ตร. นี่เป็นสถานที่หลบภัย Command Center จริงหรือ เพราะว่าดูจากลักษณะ Floor Plan ต่าง ๆ แล้วน่าจะเป็นวัง มากกว่า งบประมาณการตกแต่งภายในเฉพาะของบ้าน ผบ.ตร. ๒๓.๙ ล้านบาท ต่อมา งบประมาณการตกแต่งของบ้านรอง ผบ.ตร. อีกประมาณ ๗ ล้านบาทต่อหลัง ตกแต่งกัน แบบใด เปิด Floor Plan ดูดี ๆ ว่าที่นี่เป็น Command Center เป็นที่หลบภัยจริงไหม Search ไป Search มา ค้นดูดี ๆ กลับกลายเป็นห้องจัดเลี้ยง แล้วก็ห้องจัดเลี้ยงกลางแจ้ง หลบภัยแบบใด Command Center แบบใดต้องมีงาน Gala Dinner ด้วยนะคะ เมื่อวาน เหมือนทาง ตร. ทราบข่าวว่าจะพูดเรื่องนี้มีการออกมาแถลงว่าปมบ้านพักหรูทาง ผบ.ตร. เป็นคนตัดออกไปเอง เพราะว่าคำนึงถึงประชาชน คิดถึงประชาชน คิดถึงสวัสดิการของ ตำรวจชั้นผู้น้อยที่มันขาดแคลนก็เลยเสนอตัดเอง คำถามคือ ผบ.ตร. ไปสั่งเบรกตอนไหน เสนอให้ตัดตอนไหนเพราะว่าท่านไม่ได้อยู่ในห้องงบประมาณ เรื่องนี้ท่านศุภณัฐเองหรือ ท่านวิโรจน์เองทราบดีว่าในห้องอนุกรรมาธิการก่อสร้าง ทราบดีว่ามีการตั้งคำถามจากท่าน คณะกรรมาธิการหลายท่าน การตอบคำถามที่ไม่ตรงกันต่าง ๆ จึงทำให้ท่านต้องถอนงบตัวนี้ ออกไปเอง ท่านไม่ได้เสนอตัดเองตั้งแต่แรกค่ะ ถ้าท่านคำนึงถึงสวัสดิการตำรวจผู้น้อยจริง ท่านจะไม่เสนอมาตั้งแต่แรก ยิ่งไปกว่านั้นบอกว่าคำนึงถึงข้าราชการชั้นผู้น้อย คำนึงถึง ประชาชนที่งบประมาณมันน้อยอยู่แล้วบอกว่ามีการเสนอตัดไปตั้งแต่แรก คำถามคืออุทธรณ์ เข้ามาทำไมในห้องใหญ่ มีการอุทธรณ์บ้านพัก ๙๑.๔ ล้านบาท เข้ามาในห้องกรรมาธิการใหญ่ เพื่อจะขอคืนงบประมาณก้อนนี้ แล้วข้อสันนิษฐานอีกอันคือว่ามีการให้เหตุผลต่างไปจากเดิมด้วย เพราะตอนที่ในห้องอนุกรรมาธิการบอกว่าเป็น Command Center เป็นที่หลบภัย พอเรา ไปเปิดเจอห้องจัดเลี้ยงก็เหมือนโป๊ะแตก พอมาในห้องใหญ่เพื่อจะของบประมาณก้อนนี้คืน ก็เลยชี้แจงใหม่ว่าเป็นบ้านพักของตำรวจ ข้าราชการระดับสูงที่ไม่มีบ้านพักในกรุงเทพมหานคร และเอาไว้รับรองผู้มาติดต่อราชการจากต่างประเทศ ไปดูอาคาร สตช. ที่ปทุมวันได้ ๑๙ ชั้น มีห้องเยอะแยะมากมายที่จะรับรองได้ ไม่จำเป็นเลยค่ะ รวมถึงข้าราชการระดับสูง ดิฉันเชื่อว่า ทุกคนมีบ้านพัก ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้เพราะว่าตัวบ้านพักถูกตัดออกไปแล้วก็เลย ขอเสนอปรับลดงบประมาณในส่วนของ Local CAT ออกไปครึ่งหนึ่ง เหลือประมาณ ๑๔๙ ล้านบาท ขอบคุณท่านประธานค่ะ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายไชยา พรหมา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรอมฎอน ปันจอร์ ครับ

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมใช้เวลาสั้น ๆ นี้ขอแปรญัตติ ในมาตรา ๒๗ ด้วยครับ พูดถึงงบประมาณ ๒ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ ศอ.บต. ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ประเด็นแรกเป็นเรื่องของ DNA งบประมาณ DNA ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งมา ๙.๒ ล้านบาท ผมขออนุญาต ท่านประธานขอตัดเลยนะครับ ทั้ง ๙.๒ ล้านบาทนี้ในโครงการจัดทำฐานข้อมูลสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าการจัดเก็บ ตอนนี้มีฐานข้อมูลอยู่ ๒๖๗,๔๖๔ ตัวอย่าง แล้วมียอดในการจัดเก็บ ๘๓๐ ตัวอย่างต่อเดือน ปีนี้ต้องเก็บถึง ๑๐,๐๐๐ ราย ทั้งหมดนี้คือแผนที่วางไว้ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าการจัดเก็บจริง ๆ ในทางปฏิบัติ เมื่อเดือนมิถุนายนก็ยังมีเหตุการณ์นี้ หลายปีที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนแบบนี้ คือการจัดเก็บแบบเหมือนจะไม่สมัครใจ เพราะว่ามีการทำให้การจัดเก็บ ผู้ที่ถูกจัดเก็บที่ถูก มองว่าเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงก็ถูกจับตา บางกรณีเก็บกันข้างถนนแบบนี้เลย แล้วมันก่อให้เกิดอะไรครับ ก่อให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือ ของฐานข้อมูลนี้ เพราะอะไร เพราะตามกฎหมาย ป.วิอาญา อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถ จัดเก็บเฉพาะผู้ต้องสงสัย หรือผู้เสียหาย หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำ ก็คาบเส้นคาบดอกมาก เพราะฉะนั้นการจัดทำฐานข้อมูลกระบวนการของมันอาจจะทำให้ ฐานข้อมูลของเราไม่มีความน่าเชื่อถือ และจะทำลายความไว้วางใจของประชาชนด้วย นี่คือ ประเด็นที่ผมคิดว่าถ้ายังมีกระบวนการในการจัดเก็บที่มีปัญหาอย่างนี้ การจัดทำฐานข้อมูล อาจจะมีปัญหาต่อไป เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยเองก็สะท้อนกับผมว่าถ้ามีหลักเกณฑ์ ที่แน่นอน ทำถูกต้องตามกฎหมายน่าจะดีกว่า เพราะฉะนั้นผมขอให้ตัดไปก่อนสำหรับปีนี้ ๙.๒ ล้านบาท

ประเด็นถัดไปเป็นเรื่องกำลังพล เมื่อวานซืนผมก็อภิปรายเรื่องงบประมาณ กำลังพลของ กอ.รมน. และผมก็ไปเจอยอดนี้ เบี้ยเลี้ยง ที่พักและพาหนะของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ที่ใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีค่าเบี้ยเลี้ยงที่ตรงตามระเบียบ คล้าย ๆ กับของ กอ.รมน. เลย ผมก็เอ๊ะขึ้นมาครับ ไปไล่ดูจริง ๆ แล้วก็จะพบว่ามียอดถึง ๙๒๕ ล้านบาท เปรียบเทียบกันแล้ว กอ.รมน. ตั้งอยู่ ๓,๔๐๐ ล้านบาท และ กอ.รมน. ระบุด้วยว่าผ่องถ่าย ๓๔๓ ล้านบาท ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะที่เป็นหน่วยที่ขึ้นตรงทางยุทธการของ กอ.รมน. แต่ตำรวจก็ตั้งอีก ๙๒๕ ล้านบาท ถามไปถามมาในห้องอนุกรรมาธิการก็ได้ความว่า มีการสับหว่างสับเหลื่อมกัน ท่านประธานครับ ผมต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าประเด็นเรื่องเหตุสงบ งบไม่มาชาวบ้านกังขามาก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ต้องขอทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ชี้แจง แจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับงบกำลังพลให้กระจ่างมากกว่านี้ อันนี้ผมก็แจ้งไปทาง กอ.รมน. เช่นกัน ถ้ามาแบบยอดใหญ่ ๆ แบบนี้ ต้องรบกวนจริง ๆ ว่าเพื่ออะไร เพื่อให้ หลักประกันว่าเงินภาษีของเราจะไปถึงผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ จะไม่มีการยักยอก ไม่มีการ เล่นแร่แปรธาตุใด ๆ ทั้งสิ้น นี่คือประเด็นที่อยากฝากท่านประธาน และจริง ๆ เราสามารถ ตัดยอดนี้ได้อีกนะครับ เพื่อให้มีการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายครับ ไปที่ ศอ.บต. ด้วยเวลาอันจำกัด ก็เป็นประเด็น จริง ๆ คล้ายกับ เพื่อนสมาชิก แต่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีงบประมาณของภาครัฐที่สนับสนุนคนดี มีคุณธรรมไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ซาอุดิอาระเบีย ๑๐๐ คนต่อปี ปี ๒๕๖๙ ตั้งมา ๑๐๐ คน ๓๐.๘ ล้านบาท ตกหัวละ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ในขณะเดียวกันก็มีงบที่ไปสังเวชนียสถานด้วย ๒๐๐ คน ตั้งอยู่ที่ ๑๖ ล้านบาท ตกหัวละ ๘๐,๐๐๐ บาท อาจจะมากกว่าเมื่อสักครู่นี้ น่าสนใจเหมือนกัน เมื่อสักครู่นี้ตั้งไว้ ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ที่ชายแดนใต้ ๘๐,๐๐๐ กว่าบาท มาที่พิธีฮัจญ์ก่อนครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าตอนนี้ราคาค่าใช้จ่ายต่อคน ราคาตลาดจริง ๆ ตอนนี้ก็ถือว่าหนักแล้วอยู่ที่ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาท แต่การตั้งที่ ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อหัว ถือว่าสูงมาก ก็มีการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. จากเลขาธิการ ศอ.บต. ในห้องอนุกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนคาใจมากกว่านั้นก็คือแล้วคัดคนไปได้อย่างไร ผมยัง ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ เรามีมาตรการของรัฐที่อุดหนุนให้คนไปทำพิธีกรรมทางศาสนานี้มันควร จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ในขณะที่รัฐของเรามีผู้คนที่มีความแตกต่างทางศาสนาเยอะแยะ มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นเหตุผลหนึ่งที่พอจะมีน้ำหนักคือการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุความไม่สงบ หรือแม้กระทั่งมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายด้วยก็คือ ผู้ที่ถูกละเมิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนเปราะบาง กลุ่มคนเหล่านี้พอเข้าใจได้ ที่เขาจะได้รับการเยียวยาจิตใจในการให้โอกาสของเขาในการเดินทางไปประกอบศาสนพิธี แต่อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มเหล่านี้ อย่างน้อย ๆ ๑๐๐ คนที่ไปทำฮัจญ์ อย่างน้อยมี ๓๕ คน หรือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมเห็นว่าก็น่าตั้งคำถามว่าเรายังจำเป็นที่จะต้องใช้เงินของพี่น้องประชาชน ของเรา ของคนทั้งประเทศไปสนับสนุนหรือไม่ และที่สำคัญคือการคัดเลือกคน อย่างกลุ่ม ผู้นำศาสนาหรือผู้กระทำคุณประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็น กรอบที่กว้างมาก หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เอง คน ๓๐ กว่าคนนี้ จริง ๆ เราสามารถ ตัดงบประมาณตรงนี้ได้ เพื่อที่จะทำให้การคัดกรองคนมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเอาคนที่ควรจะได้รับการดูแลเยียวยา เดินทางไปน่าจะดีกว่า เพราะว่าอะไรครับ เพราะก็มีข้อครหาว่า ๓๕ คนนี้อย่างน้อย ๒๕ คน ก็มาจากกลุ่มคนที่อาจจะใกล้ชิดผู้มีอำนาจ ใกล้ชิดพรรคการเมืองนั้น ใกล้ชิดข้าราชการ มันก็ก่อให้เกิดคนตั้งคำถามว่ามันไม่ Fair เพราะฉะนั้นในปีถัดไป ปีนี้ตัดได้อย่างน้อยที่สุด ๑๐ ล้านบาท และในคราวถัดไปถ้าจะต้องมีการปรับปรุงผมคิดว่าก็ต้องหาวิธีการคัดเลือกคน ที่ให้ความเป็นธรรมมากขึ้น และแน่นอนครับมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่เปราะบาง กลุ่มคนที่ได้รับ ผลกระทบจากความไม่สงบ แล้วก็มากกว่านั้นผมคิดว่าบทบาทของ ศอ.บต. ที่ควรจะต้องทำ ก็คือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ 🔗

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโพรง บางด้วน พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันได้เสนอแปรญัตติ ปรับลดงบประมาณมาตรา ๒๗ ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรงลง ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะดิฉันยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะงบซ่อมบำรุงอากาศยาน ๙๕๐ ล้านบาทที่ไม่ได้ถูกปรับลดในชั้นกรรมาธิการ ดิฉันยืนยันว่าดิฉันไม่เคยคัดค้านงบประมาณที่จำเป็นต่อภารกิจของตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบซ่อมบำรุงอากาศยานของกองบินตำรวจที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่และ เกี่ยวข้องโดยตรงกับประสิทธิภาพความปลอดภัยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ประชาชน แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันไม่อาจปล่อยผ่านได้ก็คือปัญหาการใช้งบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ ภารกิจหน้าที่จริง จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมอากาศยานตำรวจตก ๓ ลำภายใน ๓ ปี และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตถึง ๙ นาย สไลด์ขึ้นได้เลยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดิฉันเชื่อว่าเราทุกคนยังจำได้ การสูญเสียนั้นไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดของครอบครัวผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่สร้างความ สะเทือนใจกับสังคมอย่างมาก และเป็นสัญญาณเตือนคนทั้งประเทศว่าระบบซ่อมบำรุงและ ความพร้อมของอากาศยานตำรวจกำลังมีวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ จนทำให้นายกรัฐมนตรี แพทองธารในขณะนั้นออกมาสั่งการอย่างจริงจังว่า ผบ.ตร. และกองบินตำรวจต้องรายงาน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมวางแนวทางไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต จัดสรร งบประมาณให้เพียงพอ รวมถึงจัดหาเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ใหม่ให้เหมาะสมกับภารกิจ ในอนาคต เน้นย้ำว่าสวัสดิการเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ผบ.ตร. เอง ก็รับลูกออกมาให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้มีการใช้งบซ่อมบำรุงก้อนปี ๒๕๖๘ สั่งสอบทุจริต งบซ่อมบำรุงย้อนหลัง พร้อมวางกรอบการใช้งบประมาณหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นทันทีในช่วง ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และวันนี้เรากำลังจะผ่านงบ ๙๕๐ ล้านบาทก้อนนี้ของ ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โดยที่ยังไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจนต่อสาธารณชนว่าสำนักงานตำรวจ แห่งชาติจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ผลการตรวจสอบทั้งการเกิดอุบัติเหตุและการสอบ ทุจริตเป็นอย่างไร ท่านประธานคะ ในระหว่างนี้ดิฉันได้พยายามที่จะสืบค้นข้อมูล ส่งเรื่อง เข้าคณะกรรมาธิการการตำรวจให้เกิดการตรวจสอบ ซึ่งแม้รายงานการสืบสวนสอบสวน การเกิดอุบัติเหตุจะยังไม่เสร็จ เพราะต้องรอการตรวจสอบจากบริษัทผู้ผลิตต้นทาง หากแต่ ผู้ชี้แจงค่ะ ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ระบุว่าเครื่องบินที่ตกมีปัญหา พร้อมทั้งส่ง ข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติม นี่คือสภาพความเป็นจริงของความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ทางอากาศของ ตำรวจไทยในปัจจุบันที่เกือบทั้งหมดไม่พร้อมบิน ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเครื่องบิน ทั้งหมด ๑๑ ลำ ใช้งานจริงได้ ๑ ลำ อยู่ระหว่างซ่อม ๕ ลำ พิจารณาจำหน่ายอีก ๕ ลำ เฮลิคอปเตอร์มีทั้งหมด ๗๑ ลำใช้ได้จริง ๔ ลำ อยู่ระหว่างรอซ่อม ๓๐ ลำ และพิจารณา รอจำหน่ายอีก ๓๗ ลำ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการ ซ่อมบำรุงอากาศยานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีปัญหาจริง มันเป็นไปได้อย่างไรคะ ตำรวจมีเครื่องบินที่พร้อมใช้ ๑ ลำ มี ฮ. ที่พร้อมบิน ๔ ลำเท่านั้นเอง ในขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณก้อนนี้ทุกปี ปีละ ๙๕๐ ล้านบาท หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นเราจะมีอากาศยานที่พร้อมปฏิบัติภารกิจได้เพียงพอได้อย่างไร ซึ่งจากที่ดิฉันได้มีโอกาสสอบถามผู้ชี้แจงค่ะ ตัวแทนจากกองบินตำรวจในห้องกรรมาธิการ การตำรวจก็พบว่างบประมาณก้อน ๙๕๐ ล้านบาทนี้ไม่เพียงพอต่อการซ่อมบำรุงจริง และจากประสบการณ์การบินของตัวดิฉันเองก็ยืนยันว่าอากาศยานต้องได้รับการซ่อมบำรุง อย่างสม่ำเสมอ หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตอบสนองต่อ ความต้องการ อากาศยานไม่ถูกบำรุงตามรอบ ของบางอย่างไม่เสียมันก็เลยเสีย ส่งผลให้ ค่าบำรุงรักษานั้นสูงกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามีเครื่องบินที่อยู่ ระหว่างซ่อมใช้การไม่ได้เป็นจำนวนมากขนาดนี้ แล้ว ๓๐ ลำ ในจำนวนนี้อายุไม่ถึง ๑๐ ปี เท่านั้นเองนะคะ ซึ่งหากท่านตั้งคำถามถึงความสำคัญและความจำเป็นของกองบินตำรวจ จะเห็นได้ว่าอากาศยานมีความสำคัญต่อการฝึกและภารกิจของตำรวจอย่างยิ่ง ทั้งการฝึก กระโดดร่ม รบพิเศษ หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย หลักสูตรการค้นหาและช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย หลักสูตรพลซุ่มยิง หลักสูตรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หลักสูตรถวายความปลอดภัย และอารักขาบุคคล รวมถึงภารกิจที่ดำเนินการเป็นหลักค่ะ ทั้งการสับเปลี่ยนกำลังพล ส่งเสบียงและลาดตระเวนทางอากาศ ภารกิจทั้งหมดนี้และการฝึกทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับ กำลังพลถึง ๒,๕๕๔ นาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงกับทุกคนในที่นี้จากการขาด ความพร้อมด้านอากาศยานก็คือตำรวจไม่สามารถดำเนินการฝึกภาคอากาศได้ตามแผน ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรและไม่สามารถปฏิบัติภารกิจที่ต้องใช้อากาศยานในการสนับสนุน ได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งหากเราโฟกัสที่ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ปัญหาไม่ได้มีเพียง ตัวอากาศยานเท่านั้น แต่รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบภารกิจการบินด้วยมันก็มีปัญหาค่ะ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่เคยเกิดขึ้นก็คือกรณีลวด Sling กระตุกร่มที่ใช้ของไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ ร่มไม่กางแล้วทำให้นักเรียนนายร้อยตำรวจเสียชีวิตถึง ๒ ราย นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น นี่คือความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดแม้แต่ครั้งเดียวค่ะ ดิฉันจึงมีคำถามอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังคณะอนุกรรมาธิการว่าท่านได้มีการสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติใน รายละเอียดการใช้งบประมาณปี ๒๕๖๙ หรือไม่ว่าจะมีการบริหารการใช้จ่ายอย่างไร ท่านได้ สอบถามหรือไม่ว่างบปี ๒๕๖๘ ยังไม่ทันจะได้ใช้แล้วงบปี ๒๕๖๙ จะเอาอย่างไรต่อ ได้มีการ ประเมินในห้องกรรมาธิการไหมว่างบที่ต้องใช้ในการซ่อมบำรุงทั้งหมดจริง ๆ มันเป็นเท่าไร เพราะท่านจะสามารถมาคำนวณคำตอบได้ว่าแท้จริงแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรตัดสินใจจัดหาเครื่องบินที่ปลอดภัยและพร้อมใช้งานใหม่มากกว่าการดันทุรังซ่อมเครื่อง ที่เก่าเกินอายุการใช้งานหรือไม่ แล้วดูตามภารกิจทั้งหมดนี้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจะต้องมีอากาศยานประจำการจริง ๆ กี่ลำ ท่านประธานที่เคารพคะ การตั้งงบซ่อมบำรุง อากาศยานของตำรวจไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในเอกสารเท่านั้นนะคะ แต่คือชีวิตของ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และคือความมั่นใจของประชาชนว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นตำรวจ ของเราจะมีเครื่องมือที่พร้อมทำงานจริง ดิฉันจึงขอให้คณะกรรมาธิการตอบให้ชัดว่าท่านได้ มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบหรือไม่ว่างบประมาณก้อน ๙๕๐ ล้านบาทก้อนนี้จะถูกใช้ อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพตามแผนการดำเนินการและผลการดำเนินการตลอด ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกการบินปลอดภัย นักบินของกองบินตำรวจไม่ต้อง ห่วงหน้าพะวงหลัง ตั้งสมาธิอยู่กับการปฏิบัติภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ค่ะ ให้ชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายไม่มีใครต้องเสี่ยงเพราะความไม่พร้อมของอุปกรณ์ เพราะการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ภารกิจและเพราะการทุจริตคอร์รัปชันที่เราเอง ทุกคนในที่นี้สามารถป้องกันได้อีกต่อไป ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสมาชิกขอใช้สิทธิอภิปราย เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ ผมขอปิด การลงชื่อแจ้งความจำนงอภิปรายนะครับ ขอเชิญท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ เชิญครับ

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๘ พรรคประชาชน วันนี้ขออภิปราย ในส่วนของงบประมาณสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่งวงเงินรวม ๖๔๗.๕๘ ล้านบาท โดยคณะอนุกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาอยู่ที่ ๑๑๐.๓๗ ล้านบาท แบ่งเป็นแผนงานพื้นฐาน ๗๐.๔๕ ล้านบาท และแผนยุทธศาสตร์อีก ๓๙.๙๑ ล้านบาท เมื่อพิจารณาเชิงโครงสร้างการใช้จ่ายพบประเด็น สำคัญสมควรตั้งคำถามต่อรัฐบาลดังนี้ครับ

ประเด็นที่ ๑ งบการจ้างที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี ๒๕๖๘ จำนวน ๖.๒๗ ล้านบาท มาเป็น ๓๙.๙๑ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๙ เพิ่มขึ้นกว่า ๖๓๖ เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า ๓๓ ล้านบาท การจ้างที่ปรึกษานี้ระบุเพื่อจัดทำแผนภาพรวมพัฒนาอีอีซี และแผนด้านที่ดินโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค แต่กระผมขอตั้งคำถามว่า ทำไมใช้งบประมาณมหาศาลขนาดนี้ ทั้งที่หน่วยงานเองก็มีบุคลากรระดับผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว และแผนอีอีซีเดิมก็มีอยู่หลายฉบับ การซ้ำซ้อนของแผนอาจนำไปสู่การใช้จ่ายเกิน ความจำเป็

ประเด็นที่ ๒ งบฝึกอบรมและสัมมนาลดลงจาก ๐.๒๕ ล้านบาท เหลือเพียง ๐.๑๘๗๒ ล้านบาท หรือประมาณลบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระทบต่อการพัฒนาบุคลากรทั้งที่ อีอีซีเองก็ต้องการบุคลากรที่มี Competency และ Future Skill ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพิเศษ ใช่หรือไม่

ประเด็นที่ ๓ งบการลงทุนลดลงจาก ๑๓.๔๓ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง ๒.๗๐ ล้านบาท ขออภัยนะครับ จาก ๑๓.๔๓ ล้านบาท เหลือเพียง ๒.๗๐ ล้านบาท คือลบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในปีนี้แทบไม่มี หากเป็นเพราะ การดำเนินโครงสร้างเสร็จสิ้นแล้วก็ต้องชี้แจงให้กับสังคมรับทราบ แต่ถ้าลดลงเพราะ การเบิกจ่ายล่าช้าก็ต้องแก้ไขปัญหาการบริหารโครงสร้าง สรุปเอกชนที่มาลงทุนปัญหาต่าง ๆ จะแก้ไขได้หรือไม่ ทางวิ่ง ทางขับที่ ๒ จะเริ่มต้นได้เมื่อไร

ประเด็นที่ ๔ ผลการเบิกจ่ายปี ๒๕๖๘ ต่ำมาก เบิกได้เพียง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าหน่วยงานมีปัญหาในกระบวนการ การดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งหน่วยงานไปพึ่งเงินนอกงบประมาณที่ไม่มี รายละเอียดให้พิจารณาอย่างครบถ้วน เงินนอกระบบไปจ่ายที่ปรึกษาซ้ำซ้อนอีก ทำไม เงินนอกงบประมาณถึงไม่จำกัดในการใช้จ่าย

ท่านประธานที่เคารพ การใช้งบประมาณของอีอีซีในปีนี้มีสัญญาณชัดเจนว่า ควรปรับโครงสร้าง โดยเฉพาะการจ้างที่ปรึกษาที่สูงผิดปกติและการจัดลำดับความสำคัญ ของงบการฝึกอบรมและการลงทุนให้ใช้เงินนอกงบประมาณ การใช้เงินนอกงบประมาณ หากไม่มีการทบทวนอาจทำให้การใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนขาดประสิทธิภาพ กระผม จึงขอเสนอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาปรับลดงบประมาณบางโครงการและจัดลำดับ การจัดสรรให้ตรงกับภารกิจเร่งด่วนของอีอีซีมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มงบพัฒนาบุคลากร และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหัวใจของการดึงดูดการลงทุน โดยปรับลดในส่วนของ การจ้างที่ปรึกษาจากเงินนอกงบประมาณเพราะมันซ้ำซ้อน ขอขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน ครับ

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้วและเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายตั้งข้อสังเกตใน มาตรา ๒๗ ที่มีการแก้ไข โดยเฉพาะงบประมาณในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อน ๆ สมาชิก ๓ ท่านได้พูดไปแล้ว ๓ ท่านพูดไปแล้ว ผมขอเป็นท่านที่ ๔ เลยแล้วกันนะครับ จะได้ครบจาตุรงคสันติบาต วันมาฆบูชา ท่านประธานครับ งบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอเข้ามาที่ ๕,๕๑๘ ล้านบาท มีคำถาม มีข้อสังเกตว่าคุ้มค่าหรือไม่ หรือพูดให้ถูกต้องที่สุดก็คือว่า การดำรงอยู่ของหน่วยงานอย่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้นเป็นสิ่งที่เราต้อง ตั้งคำถามร่วมกันขบคิดโดยเฉพาะทิศทางของสากลโลก นั่นก็คือการที่ศาสนาเป็นอิสระจากรัฐ การที่แยกศาสนาออกจากรัฐ เป็น Secular State ท่านประธานครับ ผมชื่อเชตวัน ชื่อของผม เป็นชื่อวัดที่พระพุทธเจ้าจำพรรษานานที่สุด เพราะฉะนั้นการอภิปรายครั้งนี้จึงเป็นการอภิปราย ด้วยความปรารถนาดี ผมมีข้อสังเกตเรื่องงบประมาณที่รัฐใช้ให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติเพิ่มขึ้นทุกปี จุดเปลี่ยนอยู่ในสมัยที่มีการยึดอำนาจรัฐประหาร โดยในปี ๒๕๖๐ งบประมาณอยู่ที่ ๒,๔๗๗ ล้านบาท แต่จู่ ๆ พอปี ๒๕๖๑ เพิ่มขึ้นมาอีกเกือบเท่าตัว เป็น ๔,๙๓๐ ล้านบาท จากนั้นงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ไต่ลมบน ขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๘ อยู่ที่ ๕,๔๑๐ ล้านบาท ปีนี้ขอมาที่ ๕,๕๑๘ ล้านบาท และเมื่อพิจารณาในรายละเอียดที่ขอมาผมคิดว่าสามารถตัดลงได้อีกครับ เพื่อนสมาชิก พูดไปแล้วผมอาจจะไปเร็ว ๆ นะครับ งานบูรณะวัดทั่วประเทศ ๘๕๐ ล้านบาท ตัดลงได้ เพราะว่าเงินบริจาค เงินทำบุญเข้าวัดก็เอาไปทำแบบนี้ด้วยเหมือนกัน ค่านิตยภัตหรือ เงินเดือนพระ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ตัดได้ เพราะพระไม่จำเป็นต้องมีเงินเดือน ค่าใช้จ่าย ในวันสำคัญทางศาสนา ๗.๖ ล้านบาท ตัดได้ เพราะแต่ละวัดศาสนิกชนต่าง ๆ ให้เขาทำเอง ค่าพัดยศปีละ ๑๖.๕ ล้านบาททุกปี ซึ่งล่าสุดได้ทราบจากทางห้องคณะอนุกรรมาธิการว่า ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาชี้แจงตัดได้ ๓๖ รายการที่บอกว่ามีตั้งแต่หลัก ๒,๐๐๐ บาท จนถึง ๘๕,๐๐๐ บาทนั้น เหตุผลชี้แจงเมื่อสักครู่เพื่อนยังไม่อธิบายผมขอพูด แล้วกัน ท่านบอกว่ามี ๒ ข้อที่จะต้องมีพัดยศ ข้อที่ ๑ เป็นโบราณราชประเพณี ข้อที่ ๒ พระไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกับประชาชน เพราะฉะนั้นจะไม่มีเครื่องประดับ มีแต่เพียงจีวร เท่านั้น ดังนั้นการมาอยู่รวมกันจะทำให้รู้ การมีพัดยศจะทำให้รู้ว่าใครอยู่ตรงไหน ใครนั่งบน ใครนั่งล่าง คือพระต้องปล่อยวางไม่ใช่หรือครับ ท่านบวชมาเพื่อที่จะละวางซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง ทางโลกแล้วทำไมยังคิดถึงเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์แบบนี้ ดังนั้นตัดได้ครับ ยังมีอีกที่ตัดได้ เงินอุดหนุนส่งเสริมการบริหารปกครองสงฆ์ ๑๐ ล้านบาท งบตรวจการสงฆ์หรือตำรวจพระ อีก ๓.๖ ล้านบาท รวมถึงงบบุคลากรที่ใช้กับองค์กรที่ตกปีละ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คือผมมี ข้อสังเกต มีคำถามว่าท่านปกครองกันแบบไหน ตรวจกันอย่างไรทำไมหลายเดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งแม้แต่ปัจจุบันนี้ข่าวคราวก็ยังไม่เงียบไปเพียงแค่มีข่าวอื่นเข้ามากลบเท่านั้นเอง กรณีพระยักยอกเงินวัด พระมั่วสีกา พระพัวพันขบวนการสีเทา แต่สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติกลับเงียบ ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้คนในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสะกดคำว่า กอล์ฟเป็นหรือยัง ก อ ล การันต์ ฟ อ่านว่า กอล์ฟ สีกากอล์ฟ สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้เลย ท่านเคยได้ยินไหมครับ ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และส่งเสริมพระธรรมวินัย ทราบหรือไม่ว่าศูนย์นี้อยู่ที่สังกัดหน่วยงานไหน ผมเฉลยครับ อยู่กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เขาตั้งขึ้นมาก็เพราะว่าสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติไม่ให้ความร่วมมือเรื่องคดีความฉาวโฉ่ในวงการสงฆ์ ท่าน พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว ท่านพูดเองว่าเรื่องนี้ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยุ่งไม่ได้เพราะเขาเป็น Connection กัน เป็นพวกกัน สุดท้ายครับ ผมคิดว่าเรื่องรัฐต้องเป็นกลางทางศาสนา เป็นเรื่อง ที่เราต้องขบคิด แล้วก็การที่เอารัฐออกจากศาสนาเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากัน ขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ ครับ

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธาน ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จรเข้บัว เพื่อน ๆ ผมพูดไป ๔ คนแล้วครับ บวกผมเพิ่มอีก ๑ คน ตอนนี้ทั้ง ๔ คนเราปรารถนาดีกันหมดเลย บวกผมไปอีก ๑ คนตอนนี้เราจะเป็น เบญจกัลยาณีกันแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้พระสงฆ์ล้วนมีคำถามว่าทำอย่างถูกต้อง เหมาะสมเพียงใด ถูกต้องตามพระวินัยหรือไม่ เพราะว่าทุกวันนี้พระสงฆ์กับทางโลกและรัฐนั้น ดูค่อนข้างที่จะเข้ามาประสานกันมากขึ้น มันดูเหมือนว่าจะทำงานเป็นคล้าย ๆ กับข้าราชการ ไปทุกวัน เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างมาให้ดูว่าเขาทำงานคล้ายกันอย่างไร ของเรามันมีงบประมาณ ในการฝึกอบรม สัมมนา ทางศาสนาพระสงฆ์ก็มีการฝึกอบรม สัมมนาเช่นเดียวกัน แล้วก็ บรรจุงบนี้ในทุกปี ปี ๒๕๖๙ ก็มีครับ ยกตัวอย่างเช่นโครงการอบรมพระสังฆาธิการ ๑.๒ ล้านบาท เป้าหมายก็คืออบรมพระสังฆาธิการทั่วประเทศ ๔๒๐ รูป มีตัวชี้วัดคุณภาพไม่น้อยกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วค่าเฉลี่ยรายหัวต่อการอบรมนี้ไม่ได้สูง แต่ก็มีคำถามที่ว่า งบของทุกปีมาแบบนี้ อบรมทุกปีมาแบบนี้แต่ทำไมปัญหามันถึงยังเกิดขึ้น มาดูหลักสูตรอบรม ๕ วัน ๔ คืน นอกจากกิจของสงฆ์แล้วเขาเรียนอะไร เรียนบริหารวัด กิจการวัด เรียนบัญชี เรียนประสานหน่วยงานราชการ รู้จักการก่อสร้างด้วย รู้จักการทำนุบำรุงโบราณสถาน ทำตาม โครงการพระราชดำริ สงเคราะห์ชุมชน ป้องกันยาเสพติด ทำศูนย์อบรมเด็ก ดูแลการเกษตร พระสงฆ์เป็นแทบทุกอย่าง เป็นแทบทุกอย่างให้เธอแล้ว เป็นให้กับรัฐไทยด้วย ทำขนาดนี้แล้ว ทำไมพระสงฆ์ถึงจะไม่มีสิทธิเลือกตั้งบ้าง อย่างไรก็ดีโครงการแบบนี้ไม่ได้แก้ที่ปัญหาเลยครับ การลงทุนสิ่งก่อสร้างที่สูง ทุจริตเงินวัด ปัญหาโครงสร้างหรือกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งพวกนี้มาจาก ปัญหาโครงสร้างทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ว่าการขาดความรู้แล้วเข้าไปอบรม แล้วก็มีตัวคะแนน ชี้วัดแบบนั้นมันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่ได้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติถ้าจะทำจริง ๆ ควรจะต้องเข้ามาประเมิน ให้ Third Party เข้ามาประเมิน ที่ผ่านมาสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติหย่อนยานหรือไม่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็บอกว่าผมเป็นเหมือนแค่ เลขานุการ จะถามอะไรต้องไปถามมหาเถรสมาคม เป็นเช่นนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดอบรมแบบนี้ ไปทำไม เมื่อมีการจัดอบรม อบรมเสร็จก็มาตรวจสอบ โครงการเงินอุดหนุนส่งเสริมบริหาร ปกครองสงฆ์ งบ ๑๐ ล้านบาท มีเพื่อให้ตรวจราชการปกครองของสงฆ์กันเอง โครงการนี้ ชี้ให้เห็นว่ามีงบแบบนี้ก็ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาได้ บางครั้งการบินไปตรวจราชการของสงฆ์ ก็เป็นการจัดการกันเอง ปัญหาก็ถูกซุกใต้พรมบ้าง เปรียบเทียบก็คล้าย ๆ กับทหารที่ต้อง ขึ้นศาลทหาร บางครั้งก็กลายเป็นการตรวจสอบที่ขาดความโปร่งใส ไม่ได้เชื่อมโยงกับ ความรู้สึกหรือการตรวจสอบหรือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเลย สุดท้ายแล้วระบบ มันก็ดูเป็นการรวมศูนย์แบบนี้นี่เอง บางครั้งบินไปเยี่ยมเยียนมีแต่พระผู้ใหญ่ชั้นพระสังฆาธิการ ทั้งนั้น งบบางทีก็บินไปเพื่อปลุกเสกทำบุญหล่อพระบ้าง ไม่เกี่ยวกับการปกครองอะไรทั้งนั้นเลย ทำแบบนี้อยากจะทำก็ควรจะกำหนดเคพีไอเลยครับ ให้เป็นเรื่องเป็นราว ควรจะมีจัด คณะกรรมการตรวจสอบจากภายนอก กระจายอำนาจให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม ซึ่งหากโครงสร้างเชิงพื้นที่แบบนี้มีจริง งบประมาณที่จะต้องให้พระชั้นสูงเดินทางไปทั่วประเทศ มาเบิกค่าเครื่องบิน ค่ารถ ค่าสำนักงานแบบนี้ก็จะลดลงไป อบรมเสร็จ ตรวจสอบเสร็จ ถูกใจ ก็มีการให้รางวัลกันต่อ โครงการวัดใจกลางชุมชนงบประมาณรวมประมาณ ๔.๔๔ ล้านบาท แบ่งออกเป็น ๒ โครงการ โครงการแรกก็คือเงินอุดหนุนวัดที่มีผลงานดีเด่น ๒.๕ ล้านบาท ให้กับวัด ๑๐๐ วัด โครงการที่ ๒ คือโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข ชื่อคุ้น ๆ มีจำนวน ๑๓๔ แห่ง เป็นตัวเลขชี้วัด ทำไมตัวเลขมันเฉพาะเจาะจงกันประมาณนั้น ประกวดวัดครับ สอดคล้องกับ หลักพระพุทธศาสนาหรือไม่ ประกวดเพื่อชิงรางวัลพวกนี้ มันเป็นการจำเป็นที่เราจะต้อง ลดอัตรา ไม่มีความยึดมั่น ไม่มีถือมั่น การทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน การจัดประกวด จะสร้างปลิโพธ ความกังวลใจให้กับพระสงฆ์ทั่วประเทศ จะทำอย่างไรดี จะไปเอาเงินจากไหน เพื่อทำให้บูรณะวัดแล้ววัดจะได้รางวัล หรือจะรอให้พระชั้นสูงเข้ามาตรวจ โอกาสดีก็เลื่อน สมณศักดิ์กันต่อไป งบปี ๒๕๖๙ มันเป็นแบบนี้ บางทีแล้วสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็อาจจะมองว่ามันเป็นกุศโลบายในทางโลกเพื่อสร้างแรงจูงใจ หรือเป็น Incentive ให้กับ วัดต่าง ๆ บางทีก็จะทำให้วัดดูสะอาดบ้าง มีบทบาทเกื้อกูลชุมชนบ้าง อบรมกันแบบนี้ ทำแบบนี้ สุดท้ายแล้วมันก็จะนำมาสู่ให้มีการบริหารทางการเงินเพื่อจะให้ได้รางวัลขึ้นมา ตัวเลขที่กำหนด ๑๓๔ แห่งอย่างที่ผมบอก จำเพาะเจาะจงกันเกินไป ก็มีคำถามที่ว่ามีการ คัดเลือกแบบใด กำหนดโควตาหรือเปล่า ในขณะเดียวกันผู้มีอำนาจ คณะกรรมการที่คัดเลือกโปร่งใสหรือไม่ ถูกควบคุมโดยกลุ่มคนเดิม ๆ เครือข่ายเดิม ๆ พวกพ้องหรือเปล่าแบบนี้ สุดท้ายแล้วมันบ่อนทำลายหลักธรรมาภิบาล ในระยะยาวได้ จริง ๆ แล้วสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีภารกิจที่ต้องสร้างความเข้าใจ สถาบันทางศาสนาก็ต้องพึงว่าสิ่งเหล่านั้นก็ต้องทำอยู่แล้วครับ ไม่ใช่ทำเพื่อรางวัลหรือเพื่อ สรรเสริญ ถึงจุดนี้ถ้าเขารู้เรื่องแบบนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องจัดสรรงบประมาณแบบนี้เลยครับ ยิ่งพระได้อำนาจในทางราชการมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้พระมีอำนาจ มีเงิน ปัญหาที่สุดอย่างทุกวันนี้ ที่เกิดขึ้น ขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เหลือ ๒ ท่านสุดท้าย ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเตรียมตัวเข้าห้องประชุมเราจะมีการ ลงมตินะครับ ต่อไปท่านซาการียา สะอิ เชิญครับ

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ประกอบไปด้วย อำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ในมาตรา ๒๗ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ซึ่งเป็นในส่วนงบประมาณของ ศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาตรานี้ ศอ.บต. ได้รับงบประมาณ ๑,๑๐๓ ล้านบาทเศษ ถูกปรับลดอยู่ที่ ๙ ล้านบาทเศษ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในมาตรานี้ของ ศอ.บต. จะมี ๑. ก็คือแผนความมั่นคง ๑๒๖ ล้านบาท แล้วก็แผนยุทธศาสตร์ป้องกัน และแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อความมั่นคง ๙๗๖ ล้านบาท ๙๗๖ ล้านบาทนี่ละครับที่โดน ปรับลดไป ที่เป็นการปรับปรุงศูนย์อัจฉริยะทางอุตสาหกรรมฮาลาล ตำบลบ่อทอง หนองจิก ปัตตานี เดี๋ยวจะพูดถึงเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ในปีที่ผ่าน ๆ มางบประมาณของ ศอ.บต. จะอยู่ในงบบูรณาการเสียส่วนใหญ่ ซึ่งผมเองก็อยู่ในอนุกรรมาธิการงบประมาณที่ผ่านมาด้วย หมายถึงว่าปี ๒๕๖๘ ไม่ใช่ปีนี้ แล้วปีนี้ก็ได้เป็นที่ปรึกษาถึงจะทราบดีว่างบประมาณบูรณาการ ก็จะเป็นงบของ ศอ.บต. ก็อยู่ในส่วนนี้ด้วยนะครับ ซึ่งปีนี้จะแตกต่างจากปีเดิม ๆ ปีที่ผ่าน ๆ มา ก็คือจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ๑. ก็คือเป็นงบบูรณาการ ๒. ก็คืองบฟังก์ชันซึ่งอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ จริง ๆ ผมต้องขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมปีนี้เราถึงต้องแยกงบประมาณ เนื่องจากว่าถ้าเป็นงบบูรณาการทำให้ สส. หรือกรรมาธิการสามารถตรวจสอบงบประมาณ ที่ซ้ำซ้อนได้ครับ จะเห็นได้ว่างบประมาณถ้ามันอยู่แตกไป เราไม่รู้เลยว่างบประมาณตรงไหน ทำอะไรบ้าง ไปจุดไหนบ้าง และทำให้เข้าใจถึงกระบวนการบูรณาการในหลาย ๆ ภาคส่วน ซึ่งถ้าบอกว่าเพราะคาดการณ์ว่าปี ๒๕๗๐ กำลังทหารหรือด้านความมั่นคงจะลดลงทำให้ ต้องพิจารณาแบบฟังก์ชันปกติมากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงแม้ว่ากำลังทหารจะลดลงก็จริง แต่กำลัง อื่น ๆ เช่น กำลังตำรวจ กำลัง อส. ก็มีเพิ่มขึ้นและการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาก็ไม่ได้ Guarantee เลยว่าความรุนแรงจะลดลง ซึ่งเราก็เห็นทุกวันว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเรื่องบาดเจ็บล้มตายของเพื่อนข้าราชการ เพื่อน อส. ตำรวจ หรือเป็นชาวบ้านเองเยอะแยะ ไปหมดเลยครับ ซึ่งปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนทราบดีว่าปัญหามันเป็น ปัญหาที่ซับซ้อนมาก การที่ สส. สามารถเข้าไปในการตรวจสอบงบประมาณมันทำให้เกิด การบูรณาการ ทำให้ทราบถึงงบประมาณว่าไปที่ไหนบ้าง อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ฝากไว้ ท่านประธานครับ มาที่มาตรา ๒๗ ในส่วนงบ ศอ.อบต. ที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ที่บอกว่า ถูกปรับลดลง ๙,๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นในส่วนของการปรับปรุงศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรม ฮาลาล ซึ่งศูนย์นี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒๓๗ ล้านบาทเศษ เป็นงบผูกพัน ๓ ปีเริ่มตั้งแต่ ปีที่แล้ว ปีที่แล้วผมอยู่ในงบนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยครับ อาจจะไปอยู่ในมาตรานี้ เพราะฉะนั้น ผมจะบอกว่างบผูกพัน ๓ ปี ๒๐๐ กว่าล้านบาท หลาย ๆ คนในพื้นที่ทราบว่าปัตตานี มีโครงการส่งเสริมอาหารฮาลาล อยู่ที่ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ที่มีเนื้อที่ ๑๗๓ ไร่ ซึ่งตรงนี้เอง ศอ.บต. ก็เป็นหน่วยงานที่ดูแลอยู่ แล้วใช้งบประมาณเยอะมากครับ เป็นงบของนิคมอุตสาหกรรม ของ นอ. ถ้าจำไม่ผิด ของนิคมอุตสาหกรรม ๗๐ กว่าล้านบาท แล้วเป็นงบของ ศอ.บต. อีก ๒๐ กว่าล้านบาท งบเป็น ๑๐๐ ล้านบาทมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ทีนี้เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ได้มีมติอนุมัติให้ยุบเขตอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม ฮาลาลจังหวัดปัตตานี นิคมนี้ถูกปิดลงไป ถามว่าวันนี้ท่านเอางบประมาณตรงนี้ไปทำ อุตสาหกรรมฮาลาลอีก แล้วมันไม่ซ้ำซ้อนหรือเปล่าครับ อันนี้ผมฝากให้ทราบว่าจริง ๆ แล้ว ถามว่าคนใน ๓ จังหวัดเขาอยากได้ไหมอุตสาหกรรมฮาลาล เขาอยากได้ แต่การที่ทำแล้ว มาทิ้งมาขว้าง ทำแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรต่อคน ๓ จังหวัดเขาก็ไม่เอาครับ วันนี้ฝากให้ ท่านประธานได้มองถึงกระบวนการว่าร้อยล้านที่ผ่านมาถ้าไม่ได้ทำอะไรแล้วเอาตรงนั้น ไปใช้ได้ไหม ไม่ใช่ว่าไปเปิด Port ใหม่ ไปเปิดอันใหม่ ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนประชาชน จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ สตช. ผมในฐานะลูกตำรวจคนหนึ่ง จริง ๆ แอบเอาใจช่วยมาตลอด เพราะว่า เห็นใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่งบประมาณปีนี้หลาย ๆ โครงการในปีนี้ผมก็แบกไม่ไหว ในชั้นกรรมาธิการ สตช. เอกสารก็ไม่ส่งให้กรรมาธิการอ่านล่วงหน้าเหมือนหน่วยงานอื่น เขาทำกัน พอทวงตอนเข้ามาชี้แจงก็ยื่น Flash Drive มาให้เป็น File PDF เกือบ ๓๐๐ ไฟล์ ขนาดรวมกันประมาณ ๒ กิกะไบต์ แล้วอนุกรรมาธิการจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนได้อย่างไร แค่เปิด File PDF ขนาด ๒ กิกะไบต์ก็เครื่องค้างแล้ว ซึ่งเราก็พยายามกันเต็มที่แล้วครับ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันมีหลายโครงการที่ต้องตั้งข้อสังเกตแล้วขอให้ตัด อันแรกครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการ Presentation)

โครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรม พัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจกับโครงการปรับปรุงห้องพักภูมิทัศน์ ศูนย์ฝึกอบรม พัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจ รวมกัน ๒ โครงการ ๓๑๘ ล้านบาท ศูนย์ฝึกอบรมนี้ อยู่ที่ชะอำ ถ้าใครไปเดินเล่นชายหาดอาจจะมองหาไม่เจอ เพราะเขาไม่ได้ใช้ชื่อนี้ เขาใช้ชื่อว่า Sea Sand Sun ชะอำ-รีสอร์ท เขาไม่ได้ใช้ชื่อศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ แบบที่ของบประมาณเรามา คือพอเห็นทหารมีโรงแรม ทหารมี Passive Income ตำรวจ ก็อยากจะเอาบ้าง เพราะว่ารายได้จากโรงแรมแบบนี้มันไม่ต้องส่งเข้าคลัง มันเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนเกษียณได้เลย โรงแรมนี้เปิดให้บริการมาแล้ว ๒-๓ ปี โดยการจ้างเอกชนก็คือเครือ ดุสิตธานีมาบริหารให้ น่าจะเก็บรายได้ไปเยอะแล้ว ไม่ควรจะต้องมาของบประมาณแบบนี้ ที่ผ่านมาหลายปีมานี้ก็ของบไปทำโรงแรมนี้หมดไปหลายร้อยล้านแล้ว คนจ่ายภาษีก็นั่ง มองตากันปริบ ๆ กันครับ

โครงการต่อไปจัดซื้อยานพาหนะสำหรับภารกิจพิเศษ สตช. ขอซื้อ Benz S350 ๓ คัน คันละ ๗ ล้านบาท Benz CLK450 ๒ คัน คันละ ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาท Toyota Camry HEV อีก ๒ คัน คันละ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท สตช. บอกว่าจะต้องใช้รถแบบนี้ในการนำขบวน แล้วก็ปิดท้ายขบวนในภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ พอถามว่าแล้วทำไมต้องซื้อ ๓ แบบ ๓ รุ่น ก็บอกว่า Benz ขับนำขบวน ส่วน Toyota ก็ปิดท้ายขบวน ผมไม่เข้าใจ รถญี่ปุ่นคันละ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ทำไมทำได้แค่ปิดท้ายขบวน ทำไมรถญี่ปุ่นขับนำไม่ได้ ผมน้อยใจแทนคน ใช้รถญี่ปุ่น ในเมื่อจะขับนำขับตามมันก็ต้องไปพร้อมกันจะซื้อแยกทำไม จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ มีอะไรเลย มันเป็นแค่เรื่องของความรู้สึกภาพลักษณ์ที่ต้องการให้มันดูดีดูหรูหราเท่านั้นเอง ใช้เงินภาษีแบบนี้มันก็น่าเศร้า สตช. ปีนี้ตั้งหน่วย คฝ. เพิ่มขึ้นเป็น ๑๔๔ หน่วย ๑๔๔ หน่วย เลยนะครับควบคุมฝูงชน โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนมี ๓ โครงการ ผมไม่ติดใจถ้าท่านจะซื้ออุปกรณ์ที่เป็นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จะเกราะ จะโล่ จะอะไร ซื้อเลยไม่ติดใจ แต่โครงการที่ขอซื้อเครื่องยิงแก๊สน้ำตา ๗๒ กระบอก ปืนช็อตไฟฟ้า ๖๐ กระบอก ปืนยิงคลื่นเสียง ๖ ชุด ปืนยิงตาข่ายอีก ๑๘ กระบอก คือปืนยิงแห ที่เหลือก็เป็น หมวกกันน็อก มูลค่ารวม ๓๗.๖๙ ล้านบาท เฉพาะโครงการนี้ที่ผมรับไม่ได้ ตำรวจต้องมี สำนึกว่าหน้าที่ของตำรวจคือการปกป้องรักษาสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งการชุมนุม มันเป็นการออกมาใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเลยที่ควรจะต้องสนับสนุนเขาด้วยซ้ำ ผมอยากเห็น สตช. เปลี่ยน Mindset ปีหน้าลองดูครับ ลองของบซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์แบบฉุกเฉิน เผื่อมีประชาชนที่ออกมาชุมนุมแล้วเกิดเป็นลม หัวใจวายขึ้นมาจะได้เข้าไปช่วยทัน หรือจะลอง ของบประมาณมาซื้อรถสุขาเคลื่อนที่ก็ได้ ให้บริการประชาชนที่ออกมาชุมนุมเรียกร้อง เพราะมันเป็นสิทธิเสรีภาพของเขา

โครงการสุดท้ายที่ผมคิดว่าเป็นโครงการสืบสวนที่หมิ่นเหม่จะขัดกับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๓๖ แล้วก็อาจจะละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ซึ่งก็คือ โครงการจำพวก Hardware แล้วก็ Software ที่ไปดักฟังโทรศัพท์ ไปดูดข้อมูลจากมือถือ เป้าหมาย ไปเจาะระบบโจรกรรมข้อมูลจากเป้าหมาย ปีนี้มีหลายโครงการ ขอสไลด์เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โครงการจัดหาระบบสนับสนุน การวิเคราะห์ข่าวกรองของกองบังคับการการปราบปราม ๙๓.๒๕ ล้านบาท เป็นการซื้อ Software ที่ชื่อว่า Intellectus TUCAN เจ้านี่ทำอะไรได้ครับ เจ้านี่คือ Software ที่ใช้วิเคราะห์ Social Media ของเป้าหมาย มันทำอะไรได้อีกนอกจากจะเข้าไปใน Social Media ของเราแล้ว มันเข้ามาในระบบแชตได้ มันไปเอาข้อมูลจากในแชตได้ มันสามารถเข้าไปใน Cloud ได้ ถ้าเรา Login Cloud ไว้ ไม่ว่าจะ Google Drive ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม มันจะเข้าไปได้ มันจะใช้ Token ที่อยู่ในเครื่องโทรศัพท์ของเราแล้วก็เข้าไป มันสามารถปลอมตัวได้ มันสามารถเปลี่ยนชื่อ Profile ของเราไม่ว่าจะ App ไหน ไม่ว่าจะเฟซบุ๊ก Twitter Instagram เพราะฉะนั้นอันนี้ก็หมิ่นเหม่แล้วก็สุ่มเสี่ยงที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน มาก ๆ ครับ

อีก ๒ โครงการ มี Software ที่ไว้เจาะมือถือ ๑. คือเครื่องมือถอดรหัส อุปกรณ์พกพาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ๑๐ ล้านบาท อันนี้เป็นของตำรวจไซเบอร์ ซึ่งผมเข้าใจได้ ถ้าเป็นของตำรวจไซเบอร์ โครงการที่ ๒ คือการต่ออายุ ๑๐ อุปกรณ์สำหรับการสืบสวน สอบสวนและรวบรวมข้อมูลโทรศัพท์มือถือของสรรพาวุธกองส่งกำลังบำรุง อันนี้ต้องการ ต่ออายุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะมือถือ ๑๐๔ User ในระยะเวลา ๑ ปีคือ License เขาให้ เวลาแค่ ๑ ปี ๑๖๐ ล้านบาท เจ้านี่เขาเรียกว่า Cellebrite Cellebrite จริง ๆ มันเป็น Software ที่ไปลงกับคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ แล้วก็เอาโทรศัพท์ที่ต้องการเอาข้อมูล เสียบตูดเข้าไป ข้อมูลก็จะออกมาทั้งหมด ไม่ว่าท่านจะใช้ Apple Version ไหน ไม่ว่าท่านจะใช้ Android Version ไหน เจ้า Cellebrite ก็จะเอาข้อมูลออกมาได้ทั้งหมด นี่ก็เป็นเรื่องที่ น่ากลัว มันสามารถดึงข้อมูลจาก SIM Card ได้ เอาข้อมูลจาก SD Card ก็ได้ กู้ข้อมูลที่เรา ลบไปแล้วเมื่อเดือนที่แล้วก็ยังทำได้ ประวัติโทรเข้า โทรออก ประวัติการใช้เว็บไซต์ ประวัติแชต คัดลอก IMEI แล้วก็ Clone SIM Card ได้ ซึ่งอันนี้น่ากลัวมาก แถมยังเข้าไปในข้อมูลจากสื่อ ออนไลน์ แล้วตัวใหม่ก็คือรองรับ Cloud Drive อย่างน้อย ๕๐ Brand ที่มีการใช้อยู่ในทั่วโลก โดยเอาข้อมูลจาก Token เรานี่แหละไปถอดรหัส การเข้าข้อมูลแบบ ๒ ชั้นที่เราชอบใช้กัน ใช่ไหมครับ Two-Factor Authentication ที่ต้องมีการ Scan นิ้วแล้วก็ใส่รหัสพร้อมกัน ๒ ครั้งเจ้า Cellebrite นี้ก็ทะลุทะลวงได้หมดเลย สิทธิการใช้งาน ๑ User ก็คือ ๑ ปี เขาต้องการ ๑๐๔ User

สุดท้ายครับ โครงการพัฒนาสืบสวนสมัยใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มันเป็นรายการชุดเครื่องมือตรวจตำแหน่งโทรศัพท์ระบบ Active ชนิดความถี่กว้างระยะที่ ๒ ๑๓๕ ล้านบาท เจ้านี่มันเป็น Cell Site Simulator ที่เหมือนกับไปหลอกว่านี่คือเสาสัญญาณ ให้โทรศัพท์เราไปเกาะ ถ้าท่านประธานเป็นตำรวจต้องการจะใช้เครื่องนี้ท่านประธานก็ไปใกล้ ๆ กับเป้าหมายที่ต้องการ ไปอยู่ใกล้ ๆ เอาเครื่องนี้ออกมาเปิดปุ๊บ โทรศัพท์เป้าหมายที่ท่านประธาน ต้องการก็จะมาล็อกกับเจ้าเครื่องนี้ ไม่ไปล็อกกับ Dtac ไม่ไปล็อกกับ True มาล็อกกับเจ้านี่แทน แล้วมันก็จะปลอมตัวเป็นเหมือนผู้ให้บริการเครือข่าย แล้วก็หลังจากนั้นที่น่ากลัว เพราะว่า Pegasus ที่เราเคยมีข่าวโด่งดังกันเมื่อ ๒ ปีก่อนก็ต้องใช้เครื่องนี้เหมือนกันในการเริ่ม โจรกรรม ท่านประธานครับ ถ้า สตช. เอาอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้ในงานปราบปรามยาเสพติด เอาไปใช้ในงานก่อการร้ายข้ามชาติ เอาไปใช้กับพวก Call Center Scammer ผมคิดว่าไม่มีใคร มีปัญหาครับ ประเด็นคือตำรวจหรือ สตช. ประวัติไม่ดี มีคดีติดตัวมาตั้งแต่ ๒ ปีก่อน ยังจำได้ ไหมครับ ๒ ปีก่อนพรรคก้าวไกล ท่านพิจารณ์แฉเรื่อง Spyware Pegasus ที่ สตช. ซื้อมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้ว หลังรัฐประหาร อ้างว่าใช้ปราบปรามยาเสพติด แต่ถึงเวลาเอามาใช้กับ นักกิจกรรม อาจารย์มหาวิทยาลัย นักการเมืองกว่า ๓๐ คน นักการเมืองในที่นี้ก็โดนไป หลายคน ท่านชาดา ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็โดนเหมือนกัน โดนเจ้าหน้าที่ฝัง Spyware เข้าไป แล้วก็เอาข้อมูลส่วนตัวไปติดตามว่าอยู่ที่ไหน สอดแนม เปิดกล้องก็ได้ เปิดลำโพงก็ได้ เปิดไมค์ก็ได้ จนเป็นข่าวไปทั่วโลกเลย ซึ่งโครงการที่ขอมาปีนี้มันก็น้อง ๆ Pegasus ครับ เพราะว่าความสามารถมันใกล้เคียงแล้ว มันแค่ไม่ Zero Click เท่านั้นเอง เพราะมันต้อง ไปเอามือถือมาเสียบตูดก่อน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รบกวนสรุปครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

นิดเดียวจบแล้วครับ ปัญหาคือ เราจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ สตช. อาศัยอำนาจจากกฎหมายอะไร ทั้ง ๔ โครงการนี้ไม่ได้ซื้อให้ ป.ป.ส. นะครับ ซื้อให้กองสรรพาวุธที่กรุงเทพฯ แล้วท่านก็ไม่ใช่หน่วยงานเกี่ยวกับข่าวกรอง ที่จะใช้กฎหมายข่าวกรอง ไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวกับการฟอกเงินที่จะใช้กฎหมาย ปปง. ด้วย คำถามคือที่ใช้กันอยู่ได้ขอหมายศาลหรือเปล่า ผมถามไปในห้องอนุกรรมาธิการตอนแรก บอกว่าไม่จำเป็นต้องขอ ใช้ได้เลย ซักไปซักมาเริ่มอึก ๆ อัก ๆ แล้วบอกว่าจริง ๆ ก็ขอทุกอัน ขอทุกครั้งที่ใช้ ซึ่งน่ากลัวมากเลยครับ นี่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง เพราะในความเป็นจริงถ้าจะใช้ได้มันมีแค่ ๒ ทาง อย่างแรกคือหมายศาล อย่างที่ ๒ คือ Consent คือเจ้าของเครื่องมือถือต้องยินยอม ถ้าไม่มีอย่างใดอย่างหนึ่งตำรวจทำไม่ได้ แล้วขอซื้อไปเยอะขนาดนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลไปออกกฎหมายให้ถูกต้องก่อนดีไหม ไปกำหนด ขอบเขตการใช้งานอำนาจการใช้ให้ครบก่อน จะได้มีความรับผิดชอบต่อการใช้ด้วยแล้วก็ ยึดหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในอนาคต ผมฝากไว้ข้อสังเกตครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ จบการอภิปรายทุกท่านแล้ว ต่อไปกรรมาธิการจะตอบชี้แจงประเด็นที่ยังติดใจกันอยู่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกท่านเตรียมตัวในการเข้ามาลงมตินะครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ กรรมาธิการชี้แจงครับ

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก่อนอื่นในส่วนมาตรา ๒๗ ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ความสนใจ แล้วก็ให้คำแนะนำ แล้วก็แปรญัตติตัดในส่วนที่คิดว่าจะต้องตัด ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนะครับ ซึ่งจะแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่วนที่ ๒ ของ สตช. และส่วนที่ ๓ ก็คือ ศอ.บต. และ สมช. เพราะฉะนั้นใน ๓ กลุ่มนี้ขออนุญาตที่จะตอบรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้ให้ ความสำคัญและให้ความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นท่านฉัตร ท่านภัณฑิล ท่านนนท์ ท่านเชตวัน ท่านภูริวรรธก์ ที่ได้อภิปรายเกี่ยวกับสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งงบประมาณเองจริง ๆ แล้ว ต้องขออนุญาตว่าตั้งไว้ไม่เยอะและมีหลายท่านได้พูดถึงว่าทำไมสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติจะต้องตั้งงบประมาณในการที่จะต้องเข้าพาคณะสงฆ์หรือผู้ที่สนับสนุนบำรุง พระพุทธศาสนาไปสังเวชนียสถาน ซึ่งต้องขออนุญาตเรียนว่าศาสนาพุทธก็เป็นศาสนาประจำชาติ ของพวกเรา พวกเราเคารพ ศรัทธา บูชา แล้วทุกคนเองก็มีธรรมะยึดมั่นในจิตใจ ในครั้งหนึ่ง ของชีวิตถ้าเรานับถือศาสนาพุทธหรือแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งท่านได้บวชมาตลอดชีวิตของท่าน มีสักครั้งหนึ่งที่จะมีโอกาสได้ไปสักการะในสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพระภิกษุสงฆ์หรือของ ชาวพุทธของพวกเราก็คือสังเวชนียสถาน คือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ลุมพินี พุทธคยา สารนาถและกุสินารา นี่คือส่วนหนึ่งที่ทุกคนได้ใฝ่ฝัน เหมือนกับที่ศาสนาอิสลามที่จะต้องเข้าไปพิธีฮัจญ์ ผมถือว่าใน ๑๐๐ คน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือ ๕ ล้านบาท ถือว่าเป็นเงินไม่มากเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกหลายท่านที่ได้อภิปราย เกี่ยวกับในเรื่องของเงินค่าตอบแทนของพระภิกษุสงฆ์ ต้องขออนุญาตว่าในแต่ละวัด ก็ไม่เหมือนกัน ประเทศของเรา ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ธรรมดาของเรามีบวร บ้าน วัด โรงเรียน ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือวัด วัดที่ห่างไกลจากตัวเมืองก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าแม้แต่ค่าน้ำ ค่าไฟท่านก็ไม่มี วัดหนึ่งที่อยู่ใกล้ริมป่าหรืออยู่ในเขาบางทีท่านเองมีคุณาประโยชน์ อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาป่า ดูแลไฟป่า และส่วนหนึ่งก็คือขาดการดูแล เพราะห่างไกลจากชุมชน ถึงอยู่ใกล้ชุมชนแต่ชุมชนนั้นก็ไม่มีงบประมาณหรือไม่มีเงิน ไม่เหมือนกับวัดที่อยู่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็มีความเพียบพร้อมทั้งหมด เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตว่าในส่วนนี้ทางกรรมาธิการได้พิจารณาอย่างดีที่สุดแล้วว่าสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติก็คือจะต้องเป็นหลักที่สำคัญในการที่จะดูแลทะนุบำรุง พระพุทธศาสนาของพวกเรา ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ สำหรับส่วนของ สตช. พวกเราเองก็มีการพิจารณาในห้องกรรมาธิการใหญ่ ซึ่งวันนั้นก็ใช้เวลา ประชุมเกือบข้ามวันนะครับ ทุกคนก็มีความใส่ใจ แล้วก็ได้สอบถามในหลาย ๆ เรื่อง และส่วน ที่สำคัญในหลาย ๆ เรื่องนั้นก็ได้รับคำตอบในวันนั้น พวกเราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้วในส่วนที่ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มาชี้แจง

อีกส่วนหนึ่งที่ท่านรอมฎอน ปันจอร์ แล้วก็ท่านซะการียา สะอิ ขอโทษ อาจจะกล่าวนามท่านผิด ซึ่งจริง ๆ ในส่วน ศอ.บต. แล้วก็ส่วนของ สมช. ทางพวกเราเองก็ได้ พิจารณาเป็นอย่างดี ก็ขออนุญาตที่จะบอกว่าพวกเราทุกคนตั้งใจในการพิจารณางบประมาณ แผ่นดินให้กับพี่น้องประชาชนของพวกเราด้วยความตั้งใจ และในครั้งนี้ที่ทางฝ่ายกรรมาธิการ เสียงข้างมากและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้ช่วยกันในการดูแลงบประมาณเป็นอย่างดี ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน ขออนุญาตที่จะต้องขอตอบเป็น ภาพรวมว่าทางกรรมาธิการเสียงข้างมากขอยืนตามที่เราได้พิจารณามาครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการได้ชี้แจงประเด็นที่ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็น แล้วก็สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติ เรียบร้อยนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติ ขอเชิญท่านสมาชิก

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

มาตรา ๒๗ ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวงและหน่วยงานภายใต้ การควบคุมของนายกรัฐมนตรี มาตรานี้มีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามคำถามเป็น ๒ ครั้ง เหมือนเดิมว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ ถ้าหากว่ามีมติเห็นด้วยกับการแก้ไข ก็จะถาม ต่อว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย และผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ จะถามเป็นคำถาม ๒ ครั้ง ดังนั้นก่อนที่จะ ขอมตินั้น ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามานั้นกรุณากดปุ่มแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านแสดงตน ท่านเข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่ม แสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

๐๒๕ แสดงตนค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๒๕ แสดงตนนะครับ ท่านใดบัตรมีปัญหาบ้างครับ ท่านสมาชิกที่เดินเข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตน ผมจะรอท่านสมาชิกสักครู่นะครับ

ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ๒๙๑ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๙๑ นะครับ มีอีกไหมครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนบ้างครับ ยังมีเดินเข้ามาอยู่ เดี๋ยวรอสักครู่ครับ

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

๓๒๓ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๒๓ นะครับ

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

๔๒๗ แสดงตนค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๒๗ ครับ แสดงตนกันครบถ้วนแล้วผมขอปิดการแสดงตน เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๒ ท่าน บวกอีก ๔ ท่าน เป็น ๒๕๖ ท่าน

ครบองค์ประชุม ต่อไปผมถามมติว่าท่านเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยให้มีการแก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขคือคงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนน กันครบถ้วนหรือยังครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน

ดังนั้น ที่ประชุมให้ความเห็นว่ามีมติให้มีการแก้ไขนะครับ ต่อไปผมจะถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับ การแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และผู้แปรญัตติ สงวนคำแปรญัตติ ดังนั้นก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิก กดปุ่มแสดงตนนะครับ เชิญใช้สิทธิแสดงตนได้ครับ ไม่มีท่านไหนออกไปไหนนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน ขอเชิญส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๕๖ ท่าน

ครบองค์ประชุม ต่อไปผมถามมติว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอให้ท่านใช้สิทธิ ลงคะแนนได้แล้วครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ลงคะแนนกันครบถ้วนหรือยังครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๔ ท่าน งดออกเสียง ๒๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมนั้นให้ความเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ต่อไปเป็น มาตรา ๒๘ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๘ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็นนะครับ แล้วก็มีผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ มาตรานี้มีการ แก้ไข ขอเชิญท่านเรืองไกร กรรมาธิการเสียงข้างน้อยเชิญครับ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ มาตรา ๒๘ ผมขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ขึ้นสไลด์ ให้ดูหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนาะ กรรมาธิการ

ตัวตารางครับ แถวบนในจอ ท่านประธานครับ คือเรื่องจังหวัด กลุ่มจังหวัดผมก็ไม่ค่อยได้ดูรายละเอียดเท่าไร พราะงบ มันเยอะมาก แต่ผมสนใจตัวที่เป็นกลุ่มจังหวัด ถ้าจากตารางเขาจะเทียบตั้งแต่ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๙ ของจังหวัดถ้าจากข้างบนดูบรรทัดที่ ๓ ก่อน ๑๗ ล้านบาท มาเป็น ๑๘ ล้านบาท เป็น ๑๙ ล้านบาท บวก ๕.๖๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ของกลุ่มจังหวัด จาก ๕,๔๐๐,๐๐๐ บาท มาเป็น ๕,๗๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มา ๗,๒๐๐,๐๐๐ บาท บวก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเห็นว่ามันไม่เป็นสัดส่วน การเพิ่มผมไม่เข้าใจว่าในการจัดทำในการขอเขาทำกันอย่างไร แต่ว่าถ้าอัตราเฉลี่ยแล้วมันควรจะเพิ่มในลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งถ้าเราดูในรายละเอียด แผ่นแรกมันมี ๔๐ จังหวัด จะมีเพียง ๒ จังหวัดก็คือสมุทรปราการที่ได้ลดลงกับจังหวัด ปราจีนบุรีลดลงไป ๔ เปอร์เซ็นต์ สมุทรปราการลดลงไป ๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวกลุ่มจังหวัด บวก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเห็นว่าก็ควรจะเพิ่มสักแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็หมายความว่า ควรลดลง ตามที่ผมให้เหตุผลก็คือว่าแทนที่จะเพิ่มเป็น ๗,๒๖๖,๗๗๐,๖๐๐ บาท ก็ควร จะเป็นเพียงแค่ ๖,๑๓๙,๔๖๗,๐๐๐ บาท จึงเสนอปรับลดลง ๑,๑๒๗,๓๐๓,๖๐๐ บาท ก็คือ เพิ่มให้ประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ คำว่าเพิ่มไม่ได้หมายความว่าไปเพิ่มงบประมาณ คือเพิ่มจาก อัตราส่วนที่ท่านเพิ่ม ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือปรับลดนั่นละ คือลดลงมาเหลือแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ ด้วยจำนวนดังกล่าว ก็มีประเด็นแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกได้แปรญัตติแล้วก็ได้สงวนความเห็น ๒ ท่าน แล้วก็มีท่านสมาชิกที่ขอใช้สิทธิ ในการอภิปราย ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหนไกลนะครับ มีผู้อภิปรายอยู่ ๓ ท่าน เชิญท่านชลธานี เชื้อน้อย

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๓ พรรคประชาชน ได้แปรญัตติ ปรับลดงบประมาณในมาตรา ๒๘ จังหวัด กลุ่มจังหวัด ในมาตรา ๒๘ ในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นี้มีความสำคัญคือการเชื่อมโยงแนวความคิด การพัฒนาพื้นที่เชิงรุก โดยกำหนดวงเงินไว้ที่ ๒๖,๕๒๕ ล้านบาท สำหรับงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เป็นงบลงทุน ๑๕,๙๘๗ ล้านบาท ซึ่งผมเห็นว่าแม้จำนวนเงินดังกล่าวอาจจะดูมากในภาพรวมนะครับ แต่เมื่อกระจายลงสู่แต่ละจังหวัดจริง ๆ กลับไม่เพียงพอที่จะรองรับความหลากหลาย ของสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่ ผมขอเสนอว่าก่อนการอนุมัติวงเงินนี้ขอให้พิจารณา ถึงปัญหาและข้อเสนอต่อไปนี้อย่างรอบด้านเพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกจัดสรรใช้อย่างมี ประสิทธิภาพและโปร่งใส จากกรมบัญชีกลางระบุว่างบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดตั้งไว้ที่ ๒๖,๕๒๕ ล้านบาท ด้วยเหตุนี้การตั้งงบประมาณในส่วนของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดจะเป็น ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรวม หากพิจารณาแล้วอาจจะน้อยเกินไปก็ยิ่งทำให้พื้นที่ ต้องแบ่งงบกันอย่างจำกัดยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ คำถามสำคัญ งบประมาณที่ลดลงนี้จะส่งผล อย่างไรต่อโครงการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ที่มีความซับซ้อน เช่น จังหวัดชายแดนหรือจังหวัด ที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ดังนั้นการวิเคราะห์ผลกระทบต่อแผนงานจึงจำเป็น ปัญหาที่ผมพบในส่วนของงบประมาณจังหวัด กลุ่มจังหวัดมีอยู่ ๔ ประเด็น แม้ชื่อจังหวัดและ กลุ่มจังหวัดจะชวนวาดฝันให้ถึงพื้นที่ที่มีอิสระต่อการจัดสรร แต่พิสูจน์แล้วว่าอำนาจจริง ยังอยู่ในมือของส่วนกลาง การเสนอแผนมักถูกปรับหรือแก้ไขก่อนอนุมัติ ทำให้จังหวัดเลือกโครงการที่ผ่านง่ายมากกว่าตอบโจทย์ความต้องการจริง ตัวอย่างสำคัญครับ โครงการก่อสร้างปรับปรุงหรือติดไฟส่องสว่างถนนทางหลวง และทางหลวงชนบทไม่ควร มาอยู่ในงบจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด มันเป็นการเบียดบังงบประมาณซึ่งกรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบทก็มีงบประมาณเองแล้วก็มีอำนาจหน้าที่โดยตรง มีงบประมาณอยู่ที่ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่กลับพบว่ายังมีงบของทางหลวงและทางหลวงชนบทมาแฝงอยู่ใน งบจังหวัด กลุ่มจังหวัดหลายพันล้านบาท ในกรณีนี้อนุกรรมาธิการปรับลดเพียงจังหวัดเดียว คือจังหวัดชัยนาท เป็นงบประมาณ ๕๐ ล้านบาท เนื่องจากจังหวัดชัยนาทเป็นจังหวัดแรก ที่เข้ามาชี้แจงนะครับ แล้วก็นโยบายไม่ชัดเจนจากกรรมาธิการห้องใหญ่เรื่องการปรับลด แล้วหลังจากนั้นจังหวัดชัยนาทไปขออุทธรณ์ท่านก็ไม่คืนให้ ขอเหตุผลของกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่ไม่คืนอุทธรณ์ ท่านต้องใช้มาตรฐานเดียวกันในการจัดการกับทุกจังหวัดครับ เกณฑ์การจัดสรรที่ไม่เป็นธรรม การจัดสรรมักพิจารณาตามจำนวนประชากรเท่านั้น ไม่คำนึงถึงปัจจัยเชิงพื้นที่ เช่น พื้นที่ภูเขา ชายแดน ทำให้จังหวัดต้องใช้เงินต่อหน่วยพื้นที่มาก แต่ได้รับงบประมาณไม่เพียงพอ กลายเป็นประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ได้ถูกแก้ไข งบบูรณาการในส่วนของกลุ่มจังหวัดเป็นงบที่ถูกกระจายแบบจังหวัดเดียวแทนการรวมกลุ่ม ทำให้โครงการขนาดเขตพื้นที่ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือนโยบายร่วมไม่บรรลุวัตถุประสงค์ แล้วก็ระบบตรวจสอบยังคงอ่อนแอ การทำ e-Monitoring ยังใช้ไม่เต็มที่ สตง. มีรายงาน พบว่าโครงสร้างถนนที่ไม่ถึงหมู่บ้าน ศูนย์เรียนรู้ที่ร้างบ้าง แล้วก็ใช้งบประมาณกับพิธีเปิด หรือประชาสัมพันธ์มากเกินไป และไม่มีการติดตามผลและเปิดเผยข้อมูลแบบ Real Time ต่อประชาชน เอกสารงบนั้นเน้นที่การผ่านอย่างเดียวโดยไม่มีเคพีไอว่างบประมาณในแต่ละปี ที่เราใช้ไปเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากเท่าไร และเราควรจะมีมาตรการลงโทษ ในพื้นที่จังหวัดที่ทำโครงการและไม่ประสบความสำเร็จ จากการพิจารณางบประมาณในส่วน ของกลุ่มจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น Event หรือว่าเป็นงบพัฒนาต่าง ๆ หลายพื้นที่นะครับ ปีหนึ่ง ทำโครงการหนึ่ง อีกปีหนึ่งทำโครงการหนึ่ง ให้เหตุผลว่าปีที่แล้วทำโครงการมาแล้วไม่ประสบ ความสำเร็จก็เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาพื้นที่ของจังหวัด กลุ่มจังหวัด ก็ทำให้ไม่ต่อเนื่องและทำให้การใช้งบประมาณของเราใช้ไปอย่างสูญเปล่า เพราะฉะนั้น จังหวัดควรมีอำนาจในการอนุมัติโครงการ อย่างน้อย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ มาตรา ๒๘ โดยที่ไม่ต้องผ่านการปรับจากส่วนกลาง ปรับสูตรการจัดสรรให้สะท้อนบริบทของพื้นที่ ตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบโครงการแบบรายปีและรายงานความคืบหน้าต่อสภา และผูกพันกับปีถัดไปด้วยเคพีไอที่แท้จริง เราจะเห็นว่าการตั้งโครงการระหว่างปี ๒๕๕๙ กับปี ๒๕๖๘ บางจังหวัดก็ตั้งโครงการซ้ำ บางจังหวัดก็ตั้งโครงการใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทาง คณะอนุกรรมาธิการไม่สามารถพิจารณาได้ก็คือการที่ไม่มีเคพีไอที่ชัดเจนว่างบประมาณ ที่จ่ายไปในแต่ละปีนั้นมีความคุ้มค่าหรือไม่ เคพีไออย่างที่ผมพูดถึงนะครับ อย่างเช่น งบประมาณการจัด Event หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะตั้งงบประมาณมา ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท บางจังหวัดก็ทำรายงานดีที่ว่ามีนักท่องเที่ยวหรือมีตัวเลข เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในจังหวัดของตนเองมีความคุ้มค่าแต่บางจังหวัดเองก็ไม่ได้ตั้ง เพราะฉะนั้น การพิจารณามันไม่เป็นในมาตรฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นบทสรุปนะครับ ท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน มาตรา ๒๘ ไม่ใช่ตัวเลขของงบประมาณอย่างเดียวแต่เป็น เครื่องมือสำคัญสำหรับการยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่ หากไม่มีการปฏิรูปจะเป็นเพียง งบราชการที่ล้มเหลวในการเข้าถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศและมาตรา ๒๘ นี้ถูกปรับลดเพียง ๑๙๔ ล้านบาท เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ แต่หลักใหญ่ หลักสำคัญก็คือมีงบฝาก จำนวนมาก เช่น ถนนทางหลวง ทางหลวงชนบท เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์จากงบลงทุน ๑๕,๙๘๗ ล้านบาท ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการโดยท่านประธานธีระชัย ขอเอ่ยชื่อ ไม่เสียหายนะครับ ก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าในงบประมาณปีถัดไปขอปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านของสังคมหรือกิจกรรมอื่น ๆ ฉะนั้น ผมขอเสนอปรับลดงบประมาณตามที่แปรญัตติไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อความมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ควรมีเงื่อนไขที่ชัดเจน เช่น การให้จังหวัดมีอำนาจอนุมัติบางส่วน ปรับสูตร จัดสรรให้อยู่บนหลักธรรมาภิบาล สร้างระบบตรวจสอบและรายงานที่โปร่งใสและผูกพัน ผลสัมฤทธิ์ในปีถัด ๆ ไป หากเราทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันแผนนี้ให้เกิดจริง จะทำให้งบจังหวัด และกลุ่มจังหวัดกลายเป็นหัวใจของการพัฒนาพื้นที่อย่างสมบูรณ์และเป็นรูปธรรม ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภคมน หนุนอนันต์ ครับ

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนประธานสภาค่ะ ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ดิฉันแปรญัตติเอาไว้ใน มาตรา ๒๘ งบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด งบประมาณจำนวน ๒๖,๕๒๕ ล้านบาท ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนที่อภิปรายงบประมาณก้อนนี้ในวาระแรกมาแล้ว เห็นโครงสร้าง งบประมาณทั้งหมด วิเคราะห์งบประมาณรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณ ต้องยืนยันว่า งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดไม่ได้ถูกใช้เพื่อตอบโจทย์ของพื้นที่ แม้ว่านโยบายของงบประมาณ ก้อนนี้จะเขียนไว้ชัดว่าต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลด ความเหลื่อมล้ำในสังคมอันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง แต่ดูเหมือน หลักเกณฑ์ข้อนี้จะถูกมองข้าม งบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดทุกปีถูกใช้แบบ Pattern เดิม ๆ งบประมาณก้อนใหญ่ก้อนนี้ได้รับงบประมาณสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของหน่วยรับงบประมาณ ทั้งหมด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน งบประมาณก้อนนี้มีโครงสร้างการใช้จ่ายที่เอาง่ายเข้าว่า ไม่ว่าท่านจะตั้งชื่อมาว่าอะไรก็ตาม สุดท้ายหักลบกลบหนี้ก็เป็นการสร้างถนน ทำสะพาน ติดไฟฟ้าส่องสว่าง ไฟจราจร อีกส่วนหนึ่งเอาไปจ่ายกับการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งน้ำ และเหลือก็เอาไปสร้างเป็นสิ่งก่อสร้างกระจุกกระจิก และจัดอบรม สัมมนา จากประเภท ที่ดิฉันแยกมาจะเห็นได้ว่างบประมาณถูกใช้ไปกับการซ่อม สร้าง แต่ปัญหาพื้นที่ในประเทศไทย มันมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มันมีปัญหาความยากจน มันมีปัญหาที่ประชาชนเข้าไม่ถึง ระบบบริการสาธารณสุขอีกมากมาย เหล่านี้ไม่ถูกแก้ไขเลย และปัญหาเหล่านี้ไม่มีทางถูกแก้ ด้วยการจัดสรรงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ปีหนึ่ง ๒๖,๕๒๕ ล้านบาท และแนวโน้ม จะไปสูงสุดที่ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท เพราะอะไร เพราะเกณฑ์จัดสรรยังจัดสรรแบบที่ให้จังหวัดใหญ่ และรวยได้งบประมาณก่อน แม้จะบอกว่าท่านมีสัดส่วนการพิจารณาที่มีสัดส่วนคนจน แต่สัดส่วนนี้แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองค่ะ นำมาพิจารณา สรุปง่าย ๆ วันนี้มิติสังคม คนจน เด็กยากจนไม่ได้เรียนหนังสือ คนเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล ก็ดิ้นรน กันไป เพราะงบประมาณยังพุ่งเป้าไปที่การก่อสร้างอยู่ดี ท่านประธานคะ งบประมาณในก้อนใหญ่ ของ ๒๖,๕๒๕ ล้านบาท จะมีงบอยู่ก้อนหนึ่งชื่อว่างบบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ ปี ๆ หนึ่ง ราวประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้อยู่ที่ ๗๙๒ ล้านบาท ตั้งไว้ในรายจ่ายอื่น จัดสรรให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดเล็กได้ ๘ ล้านบาท จังหวัดกลางได้ ๙ ล้านบาท จังหวัดใหญ่ได้ ๑๐ ล้านบาท จังหวัดไหนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดก็ได้เพิ่มอีก ๔-๖ ล้านบาท ดิฉันตั้งคำถามว่าเงินก้อนนี้มีไว้เพื่ออะไร แล้วมีรายละเอียดการใช้งบประมาณหรือไม่ ทำไม ต้องมีในเมื่อเรามีแผนพัฒนาจังหวัดอยู่แล้ว เห็นหรือไม่ว่าโครงสร้างงบประมาณจังหวัดและ กลุ่มจังหวัดมันเป็นการติดอาวุธให้กับตัวแทนราชการส่วนภูมิภาค ไม่แค่นั้นนะคะ ปีนี้รัฐบาล ใจดีโอนงบกลางให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุก ๆ จังหวัดอีก รวมเป็นเงิน ๒๕๖ ล้านบาท จัดสรรตามขนาดจังหวัด จังหวัดเล็กได้ ๓ ล้านบาท จังหวัดกลางได้ ๓.๖ ล้านบาท จังหวัดใหญ่ได้ ๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นไปอีก เท่ากับว่าปีนี้งบบริหารงานแบบบูรณาการที่ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด รวมแล้ว ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกณฑ์การจัดสรรก็เหมือนกัน เป็นงบบริหารจัดการนี่ละ เอาไว้ทำโครงการที่ส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาความเร่งด่วนของประชาชนในวงกว้าง ไม่ต้องมีแผนล่วงหน้า พิจารณาเอาตามความเร่งด่วน เป๊ะ มีแล้วเพิ่มก็ขึ้นไปอีก งบบริหารจัดการ จังหวัดแบบบูรณาการที่มีที่ว่าเป็นงบที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดกระเป๋าเอาไว้ แบบนี้สินะคะ ที่เขาเรียกงบผู้ว่าซีอีโอ ดิฉันขอตัดลดงบประมาณทั้งหมดก้อนนี้ออก และต้องยืนยันกัน แบบนี้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเป็นตัวแทนรัฐส่วนกลาง ท่านดำเนินงานตามแผนกระทรวง ไปเลย ไม่ต้องมีเงินติดกระเป๋าไว้บริหารอำนาจหรอก แต่ความพยายามในการเพิ่มงบประมาณ เข้าไปให้กับอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ดิฉันว่านี่คือการพยายามปิดประตูการกระจายอำนาจ ลดทอนอำนาจบริหารของผู้บริหารท้องถิ่น เดือดร้อนอะไรก็วิ่งเข้าหาผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะว่าเขามีงบประมาณ ดังนั้นดิฉันขอเสนอและย้ำแบบนี้อีกครั้งว่าการปฏิรูปงบประมาณ ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดต้องเป็นไปในรูปแบบนี้ค่ะ

ข้อแรก งบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดต้องถูกใช้เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการของพื้นที่ ไม่ใช่ใช้เพื่อสร้างอย่างเดียว ท่านต้องใช้เพื่ออุดหนุนมิติทางสังคม อื่น ๆ ด้วย

ข้อที่ ๒ ปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ เน้นพัฒนาจังหวัดที่ถูกทิ้งไว้ ข้างหลัง จัดงบตามยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน มีตัวชี้วัดและให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ข้อที่ ๓ โอนอำนาจและงบประมาณให้แก่ อปท. ให้เขาบริหารโดยตรงไม่ต้องผ่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดคือกลไกของรัฐส่วนกลางที่มักปิดกั้น การกระจายอำนาจ ถ้าจะกระจายอำนาจจริงและหากรัฐบาลมุ่งหวังที่จะมีการกระจาย อำนาจจริงต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้กับผู้ที่ใกล้ชิดกับประชาชนได้ตัดสินใจ ในการใช้อำนาจและใช้งบประมาณค่ะ

ท่านประธานคะ ดิฉันก็ลังเลอยู่นานที่ตัดสินใจว่าจะซักถามข้อสงสัยนี้ไหม ดิฉันมีความสงสัยเรื่องนี้อยู่ประมาณ ๑ เดือนค่ะ มันมีโครงการของจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยที่เป็นงบอบรมเป็นอาสาสมัครกู้ชีพในพื้นที่ท่องเที่ยว เป็นการตั้งโครงการ มาแบบซ้ำกัน แตกงบประมาณออกเป็น ๒ ก้อน ซึ่งดิฉันในฐานะคนที่ติดตามงบประมาณ จังหวัด กลุ่มจังหวัด ไม่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วอนุมัติโครงการไปการดำเนินงานจะแตกต่างกัน ฝากให้ท่านกรรมาธิการตอบคำถามข้อนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ท่านสมาชิกขอใช้สิทธิในการอภิปราย ๑ ท่าน เชิญท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วงบประมาณ จังหวัดเป็นงบประมาณที่มีความสำคัญมาก วันนี้ถ้าท่านจะได้ยินผู้แทนราษฎรหลายท่าน ขึ้นมาพูด ก็จะเห็นความหวังของคนในต่างจังหวัดให้ความหวังกับงบประมาณส่วนนี้มาก แต่ในช่วงประมาณหลายปีที่ผ่านมา ผมเองก็เป็นกรรมาธิการงบประมาณค่อนข้างบ่อยมาก มาพูดกันว่าทำไมไม่ให้งบก้อนนี้เป็นงบในการพัฒนาจังหวัดจริง ๆ ทำไมถึงมีงบของกระทรวง คมนาคม หรืองบฟังก์ชัน งบถนนไปปรากฏ ไม่ว่าทางหลวง ทางหลวงชนบท ไปปรากฏอยู่ใน งบประมาณของจังหวัด ซึ่งผมก็สอบถามกับท่านกรรมาธิการหลายท่านก็บอกว่าไม่เห็นด้วย แล้วก็ให้แจ้งกลับไปบอกจังหวัดว่าอย่าใส่เข้ามาอีก ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ กรรมาธิการบอกไปตลอด แต่ก็ตั้งมาตลอด ผมก็กลับไปดูว่าปี ๒๕๗๐ ตั้งมาอีกไหม ตั้งมาอีกครับ ปี ๒๕๗๐ เหมือนเดิมครับ ไม่ได้ฟังเลยว่ากรรมาธิการส่งสัญญาณ ไปว่าอย่างไร วันนี้สิ่งที่ผมจะพูดผมก็จะถามกลับไปที่กรรมาธิการว่าในสิ่งที่กรรมาธิการ เคยพูดไว้ว่าต่อไปนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๗๐ ถ้ามีการตั้งงบประมาณของถนนไม่ว่า ทช. ทล. อะไรก็แล้วแต่ เข้ามาในงบนี้ ท่านจะตัดจริง ๆ หรือไม่ ถ้าท่านตอบว่าตัดก็ส่งสัญญาณกลับไปให้กับหัวหน้า สำนักงานจังหวัดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่าถ้าปี ๒๕๗๐ มีงบประมาณดังกล่าวเข้ามานั้น กรรมาธิการจะตัดทิ้งทั้งหมด แล้วเปิดโอกาสให้เงินก้อนนี้ไปพัฒนาจังหวัด ไปดูแลเรื่องอาชีพ ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ ไปให้หอการค้า สภาอุตสาหกรรม เยาวชนเด็กและเยาวชนท้องถิ่น ไปใช้เงินก้อนนี้ได้ ไม่ใช่ว่าเป็นเงินที่มีแต่ถนนมาทุกปีเลย ผมเรียนท่านประธานครับ นี่คือ ความไม่เห็นด้วยของผู้แทนเกือบทั้งสภา แต่ท่านกรรมาธิการไม่ชัดครับว่าท่านกรรมาธิการ จะปล่อยไปอีกหรือเปล่า เพราะตอนแรกได้ยินว่าปีนี้ก็จะตัด แต่สุดท้ายมาก็เห็นว่าถ้าตัดแล้ว จะเกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตถามชัด ๆ ไปสู่คณะกรรมาธิการว่าไม่ว่าใครขึ้น เป็นกรรมาธิการงบประมาณในปีหน้า ถ้ายังมีงบประมาณของถนน ทช. ทล. เข้าไปจะตัด หรือไม่ ถ้าท่านยืนยันว่าตัด ผมก็คาดว่าปีนี้สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทยก็คงจะ เปิดโอกาสให้เอางบก้อนนี้ออกอย่าปล่อยเข้ามา มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายกับจังหวัด ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่อยากจะฟังท่านกรรมาธิการตอบในฐานะของกรรมาธิการ ทั้งหมดครับ แล้วก็เราจะได้นำงบจังหวัดเราเข้าไปพัฒนาจังหวัดอย่างจริงจังเสียที ไม่ใช่ ไปปล่อยให้มีแต่ถนน ซึ่งงบประมาณของคมนาคมมีมากอยู่แล้ว ผมก็ถามไปทางกระทรวง คมนาคมเขาบอกเขามีพอให้ไปขอเขาได้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านกรรมาธิการครับ ขออนุญาต ท่านเป็นผู้แทนของกรรมาธิการตอบคำถามนี้ให้ชัด ๆ ให้ผู้แทนทั้งสภาได้สบายใจว่าอย่างน้อย ปี ๒๕๗๐ จะต้องไม่มีงบประมาณถนนหรืองบฟังก์ชันที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัด มาอยู่ในงบจังหวัดซึ่งเป็นความหวังของการพัฒนาจังหวัด ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอใช้สิทธิอีก ๑ ท่าน ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เชิญครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ กรรมาธิการ ในฐานะผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๒๘ เป็นงบประมาณ รายจ่ายของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตั้งไว้ ๒๖,๕๒๕ ล้านบาท มีหน่วยรับงบประมาณทั้งสิ้น ๙๔ หน่วยรับงบประมาณ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตปรับลดลง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมตัดเยอะจัง ผมขออนุญาตอภิปรายดังนี้ครับ การตั้ง งบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเท่าที่ผมดูมา ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ จนถึงปีนี้ ปี ๒๕๖๙ ครับ งบยังกระจุกตัวอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานเหมือนเดิมครับ ดีนิดหนึ่งก็คือปีนี้ ลดลงหน่อย เป็นโครงการในการก่อสร้างบำรุงถนน ปรับปรุงถนนประมาณ ๑๐,๖๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ ๓๙ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าเงินไปกระจุกอยู่ตรงไหนครับ มี ๒ หน่วยรับใหญ่ ๆ คือกรมทางหลวงกับกรมทางหลวงชนบท นี่คืองบผู้ว่าซีอีโอ ท่านประธานครับ นอกจาก กระจุกตัวแล้วการจัดสรรงบยังไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาของจังหวัดนั้น ๆ แต่ละจังหวัด มีปัญหาแตกต่างกันไป บางจังหวัดก็มีปัญหาความยากจน บางจังหวัดก็มีปัญหาเรื่อง การศึกษา และทางภาคอีสานตอนบนของผมอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องยาเสพติด ผมดูในเล่มขาว คาดแดง วันนี้ผมเอามาด้วย งบผู้ว่าซีอีโอแทบจะไม่มีลงไปในการแก้ไขเรื่องปัญหายาเสพติด เลยครับ ๒๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของการจัดทำงบประมาณนั้นก็คือมันเป็นปัญหาเรื่องของ กรอบเวลาครับ ผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็คือว่า Timeline หรือ Time Frame หรือกรอบเวลาของงบตัวนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือสำนักงบประมาณกับสภาพัฒน์ แล้วก็ กปร. วางแผนในการจัดสรรงบประมาณหรือว่าทำแผนงบปีนี้เนิ่นนานเกินไปครับ อย่างสมมุติว่า ปัจจุบันนี้เดือนกรกฎาคม สิงหาคม เป็นการจัดทำงบของปี ๒๕๗๐ ครับ คือวางตั้งแต่ตอนนี้ ไปจนถึงปี ๒๕๗๐ เงินถึงจะออก แต่ท่านประธานครับ ปัญหามันเปลี่ยนแปลงทุกวัน ใครจะไปรู้ละครับว่าน้ำจะท่วมเมื่อไร ฝนจะแล้งเมื่อไร แต่ถ้าเผื่อว่าท่านทำงบประมาณแบบนี้ และกรอบเวลาอย่างนี้ผมว่ามัน Fix เกินไปไม่ได้ให้ความยืดหยุ่นกับผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ผมเห็นด้วยกับเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านชลธานี แล้วก็โดยเฉพาะท่านภคมน ในเรื่องตัวคูณครับ ตัวคูณในการที่จะจัดสรรเม็ดเงินลงไปให้แต่ละจังหวัดนั้น ตัวคูณสำคัญจริง ๆ อีกตัวหนึ่ง ก็คือเรื่องรายได้มวลรวมของจังหวัดครับ ถ้าเราจัดสรรอย่างนี้ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาททุกจังหวัด จังหวัดที่มีรายได้ต่อคนต่อหัวต่ำ ๆ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ อันนี้ ๕ จังหวัดท้าย ๆ มีนราธิวาส แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู มุกดาหาร ยโสธร นราธิวาส ขออนุญาตนะครับ รายได้ต่อคนต่อหัว ปี ๒๕๖๗ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อปี หรือเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ถ้าคิดเป็นวันก็คือเขามีรายได้เพียงเดือนละ ๑๖๖ บาทต่อวัน เปรียบเทียบกับที่เรานั่งอยู่ตรงนี้ รายได้ต่อวันของเรานี้ต่างกันเยอะครับ ถ้าหากว่าสำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ ยังจัดงบประมาณ แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จังหวัดเหล่านี้ก็จะจนต่อไป ไม่สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานเป็นความเห็นสำหรับในการจัดสรรงบประมาณของปี ๒๕๗๐ และปีต่อ ๆ ไป อยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยปรับปรุงในส่วนของการจัดสรรงบประมาณ ให้ตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นแล้วก็ผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ และท่านสมาชิกที่ใช้สิทธิในการอภิปรายในมาตราที่มีการแก้ไขได้อภิปรายครบถ้วนแล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญทางกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกยังติดใจ เชิญครับ

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในส่วนมาตรา ๒๘ งบจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดซึ่งมีผู้อภิปราย ๔ ท่าน ท่านชลธานี ท่านภคมน ท่านวรวัจน์ แล้วก็ ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิก ทั้งกรรมาธิการ เสียงข้างมาก กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าในส่วน กรรมาธิการของพวกเรานั้นได้ตั้งข้อสังเกตทุกปีเกี่ยวกับงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดบอกว่า ถ้าส่วนใดผู้ว่าราชการจังหวัดไหนถ้าตั้งงบซ้ำกับงบหลัก กระทรวงหลักที่เขาทำอยู่แล้ว หรือเรียกว่างบฟังก์ชันนั้น พวกเราจะตัดงบตัวนั้นออกไป พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ปรากฏว่าในสิ่ง ที่ทำกลับมานั้นก็ยังซ้ำซ้อน ด้วยเหตุตรงนี้ต้องขออนุญาตขอบคุณเพื่อนสมาชิกได้หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาพูด งบ ๒๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท คูณ ๔ ปี เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปซ้ำกับงบทางหลวง ทางหลวงชนบท ซึ่งถือว่าเขามีงบประจำของเขาทุกปีอยู่แล้ว ในส่วนนี้เพื่อนผู้แทนราษฎรเองก็ยังตระหนัก โดยตลอด และบางจังหวัดหนักกว่านั้นอีกครับ มีการแบ่งซื้อแบ่งจ้างชุดละ ๕๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ก็ต้องฝาก ป.ป.ช. ลงไปดูเรื่องนี้ว่างบในการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ส่วนของตำบล ของ อปท. แค่งบเฉพาะเจาะจง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตำหนิเขาแล้วตำหนิเขาอีก แต่ตัวนี้แบ่งซื้อแบ่งจ้าง ๕๐ ๕๐ ๕๐ เป็นตอน ๆ ไป อยากถามว่างบ ๕๐ ๕๐ ที่ท่านตัดไปนั้น รับงบไปนั้นงบคืนสู่กลับมารัฐบาลกลางเท่าไร หรือฟันงานกันเท่าไร ส่วนนี้ต้องขออนุญาต เรียนว่าที่ท่านพิษณุได้พูดไปถูกต้องว่ากรอบในเรื่องของการเสนอแผนงบจังหวัดหรือ กลุ่มจังหวัดนั้น ท่านเพื่อนสมาชิกผู้แทนทุกท่านครับ ณ วันนี้งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แผนงานเขาส่งกลับมาแล้ว ปรากฏว่างบปี ๒๕๗๐ ตอนนี้แผนก็คือวันที่ ๓๑ กรกฎาคมต้องจบ กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ทุกอย่างจบหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกท่านใด ที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบตอนนี้สามารถเข้าไปตรวจสอบงบจังหวัดของตัวเองได้ แล้วผมเอง ต้องขออนุญาตที่จะฝากถึงคณะกรรมการนโยบายบริหารเชิงพื้นที่แบบบูรณาการหรือ กนบ. ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานซึ่งจะมีการประชุมเร็ว ๆ นี้ ขอว่ากรอบในการที่จะยื่น งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้ขยายออกไปเหมือนปกติที่กระทรวงแต่ละกระทรวงได้รับ เพราะฉะนั้นไม่ปฏิเสธครับ เห็นด้วยกับทุกท่านที่ท่านนำเสนอมา พวกเราเองได้ตั้งข้อสังเกต ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพรวมนั้น เราบอกว่าเราให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในภาพรวม ด้านอาชีพ ด้านความเหลื่อมล้ำ ด้านความเดือดร้อน เรื่องสินค้าเกษตร แก้ไขปัญหายาเสพติด ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรืองบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเข้าไปเติมเต็มให้กับกลุ่มนี้ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั้น ขออนุญาตว่าไม่ได้เป็นตามวัตถุประสงค์ที่เพื่อนสมาชิกหรือกรรมาธิการทั้งเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อย พวกเราเองคุยกันมาโดยตลอดต่อไปนี้ที่ท่านวรวัจน์บอกว่าต้องตอบ คำถามนี้ว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ากรรมาธิการถ้าเกิดว่าจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้เสนอซ้ำซ้อน กับงบหลักของแต่ละกระทรวงคือทางหลวงและทางหลวงชนบทให้ตัดออกทั้งหมด สำหรับ ตัวผมนั้นก็ขอยืนยันว่าถ้ายังอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณในปีหน้า ถ้ามีงบตัวนี้เข้ามาเราก็ จะต้องตัดจริง ๆ เพราะถือว่าเราเตือนกันแล้ว แต่ส่วนหนึ่งที่น่าดีใจต้องขออนุญาตเรียนว่าในสิ่งที่พวกเราพูดไปนั้นก็ยังมีบางจังหวัดที่ให้ ความใส่ใจในข้อสังเกตของพวกเรา ในปี ๒๕๖๗ นั้นปรากฏว่าทางจังหวัดและกลุ่มจังหวัด หน่วยของบประมาณตรงก็คือ อปท. ได้รับการจัดสรรจากจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีความใส่ใจ ปี ๒๕๖๗ เราได้คืนมาให้ อปท. ๓,๙๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๘ เราได้มา ๕,๒๐๐ ล้านบาท และปี ๒๕๖๙ ที่เราพูดแล้วพูดอีกได้คืนมา ๖,๕๘๖ ล้านบาท นี่คือส่วนหนึ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดที่คืนกลับ อปท. เพราะว่าสิ่งนี้ก็คือการเติมเต็มในการ แก้ปัญหาที่ถูกจุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดในส่วนตัวของผมว่าวิธีแก้ปัญหางบจังหวัดและ กลุ่มจังหวัด วิธีที่ดีที่สุดที่ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาจาก การเลือกตั้ง ขอบคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ธีระชัยครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญให้เป็นท่านประธานในคณะอนุกรรมาธิการจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ อีก รวมทั้งหมด ๑๙๑ หน่วยงาน แต่ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปทั้ง ๓-๔ ท่านนั้นตรงใจผมหมดครับ แต่ในขณะที่เราปฏิบัติภารกิจนั้นเราได้รับมอบหมายจาก คณะใหญ่เพื่อที่จะไปดำเนินการในเรื่องนี้ แต่กระบวนการมันหมักหมมมานาน มันหมักหมม สะสมกันมานาน มันเป็นมาเฟียกันมานาน เพราะฉะนั้นผมก็เลยบอกว่าเราจะไปสามารถ ตัดสินใจในการดำเนินการได้ทันทีทันใดในการที่จะตัดออกมาได้ทั้งหมดนั้นมันเป็นเรื่องยาก เหลือเกิน ผมได้เอาคำแนะนำ คำเสนอแนะหลาย ๆ ปี ผมเพิ่งเป็นปีแรกคณะกรรมาธิการ วิสามัญนี้ เอาคำเสนอแนะของพวกท่านทั้งหลายมาพูดในที่ประชุมคณะ ไปถามผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดได้เลยว่าในแต่ละจังหวัดเข้ามาทีละ ๕ ท่าน ทีละ ๑๐ ท่าน ผมได้คำนึงถึงและ มีการให้คำแนะนำแบบไหนบ้าง แต่ในขณะเดียวกันแผนงานที่เขาได้ทำไว้แล้วนั้น หลาย ๆ จังหวัด ก็มากระซิบบอกว่าท่านครับผมเพิ่งย้ายมาเขาทำมาไว้ก่อนแล้ว อะไรลักษณะอย่างนี้ ผมถึงได้ เรียนว่ามันหมักหมมกันมานาน เพราะฉะนั้นกระบวนการอย่างนี้ผมในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ขอรับคำติชม ขอรับคำเสนอแนะจากพวกท่านแล้วผมก็เห็นด้วย แต่ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ ซึ่งมีข้อจำกัดในการทำงานเพียงไม่กี่วันนี้ เริ่มทำงานวันที่ ๙ แล้วก็เริ่มทำงานมาประชุมกัน วันที่ ๑ แล้วทำงานประมาณสัก ๑๕ วัน ๑๐ กว่าวันก็เสร็จ เพราะเราจะต้องคุยกันแต่ยังดีกว่า แต่ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ก็บอกว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านโปรดทราบ ผมบอกอย่างนี้เลย ถ้าเป็นงบฟังก์ชันที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เป็นงบของกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบท ถ้าท่านอยากจะทำแบบนี้อีกให้ท่านไปเป็นอธิบดีกรมทางหลวง ไม่ต้องมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผมก็บอกอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ในหลาย ๆ จังหวัดที่มันเกินเหตุเกินผล หรืออะไรต่าง ๆ ไปซ้ำซ้อน ไปทำถนน ๔ เลนอย่างนี้ แทนที่จะไปทำถนนในเขต อบต. ที่เขา ไม่มีถนน ไปลูบ ๆ คลำ ๆ ให้ผู้รับเหมาไปจัดการอย่างนี้ ไปทำมาหากินกันอย่างนี้ผมก็ไม่ได้ชอบ เหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันในเมื่อทำอย่างนี้แล้ว ในเมื่อกำหนดกติกาอย่างนี้แล้วเราก็ต้อง ว่ากันอย่างนี้ ผมก็เลยบอกว่าตราบใดที่ผม ถ้ายังมี สส. ที่ชื่อธีระชัยอยู่มีโอกาสไปเป็น ประธานคณะอนุกรรมาธิการกลุ่มจังหวัดต่อไปในอนาคตข้างหน้า ในปี ๒๕๗๐ จะไม่มีงบ ฟังก์ชันอย่างแน่นอนนอกจากคนอื่นครับ ขอยืนยันอย่างเต็มที่ครับ แต่วันนี้จึงขอให้ท่านทั้งหลาย ที่อภิปรายไปแล้วหรือแม้กระทั่งให้ผมชี้แจงในภาพรวม เรามองถึงภาพรวมเพราะว่าเขาได้ทำ มาแล้ว แผนงานต่าง ๆ มีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด โยกย้ายหัวหน้าสำนักงานจังหวัด ก็เอาไปทำกัน ถึงเวลาก็ไปเรียก ผอ. แขวง ผอ. อะไร เขาไม่ได้ประชาพิจารณ์จาก พี่น้องประชาชนมา พอไปทำมาแล้วก็ไปทำโครงสร้างซ้ำซ้อนกัน ไป Recycling ไปทำโน่นทำนี่ ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานหลักมันมีอยู่แล้วอันนี้ก็เป็นที่ทราบกันดี เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมถึงได้ผิดใจ หลาย ๆ ท่านที่กรุณาไปให้กำลังใจในเวลากลุ่มจังหวัดเข้า สส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลด้วย ณ วันนี้ผมพูดแบบตรงไปตรงมาเลยว่าวันนี้ผมให้ผ่านไปก่อน เพราะว่าอย่างไรก็ต้องยืนยัน ตามมติเสียงข้างมาก ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการต้องขอร้องกันละครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านพงศกร ท่านพรรคเดียวกันกับผม ท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว หรือแม้แต่ เพื่อนสมาชิกที่เป็นคณะอนุกรรมาธิการด้วยกัน ท่านชลธานีช่วยผมได้มากด้วย ท่าน สส. ลำปางช่วยผมได้มากในการที่จะเอาข้อมูลอะไรต่าง ๆ มาช่วย และคณะอนุกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ถูกแต่งตั้งมา ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทุกพรรค ที่ได้ช่วยกันคุยกันเรื่องนี้ตลอดเพื่อที่จะสนองตอบนโยบายของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ผมก็เคยคุยนะครับ พวกท่านเป็นภาคราชการ ผมเอากันอย่างนั้น ผมเลยต่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัด บางจังหวัดที่ถกเถียงกับผมจนพอแรง ไม่อยากจะเอ่ยนาม ผมบอกว่าพวกคุณเป็นภาคราชการ ถ้าตัดมาก็แสดงว่าพวกท่านทิ้งประชาชน อ้างประชาชน ใครจะใกล้ชิดประชาชนมากกว่ากัน เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวงที่ผมมาพูดนี้คือเป็นความจริงใจที่ได้พูดให้ท่านทั้งหลายฟัง และในปี ๒๕๗๐ นี้ถ้าหากว่าอย่างนี้เกิดขึ้นอีกพวกเราก็ต้องคุยกันให้เรียบร้อย แล้วก็ฟังไว้ ตั้งแต่วันนี้ ถ้างบกลุ่มจังหวัดหรือจังหวัดมาอีกซึ่งเป็นงบฟังก์ชัน แทนที่จะไปใช้งบต่าง ๆ ในการที่ไปปราบปรามยาเสพติด ไม่มีเลยครับ นโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด แต่งบบูรณาการ งบกลุ่มจังหวัดไม่มี มีเล็ก ๆ น้อย ๆ แทนที่จะไปช่วยกับกระทรวงหลัก อะไรต่าง ๆ ในการช่วยทำ ป.ป.ส. แต่ไม่มี งบกลุ่มอาชีพ งบอะไรต่าง ๆ ก็มีนิด ๆ หน่อย ๆ มีแต่ Event มีแต่อบรม มีแต่โน่น พริกเขือเกลือปลาร้า มันแย่จริง ๆ ขอพูดก่อน แล้วก็ ขอยืนยัน ขอบคุณครับ

(นายนิติพล ผิวเหมาะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไหน ประท้วง

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ข้างหน้าท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไรครับ

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ พรรคประชาชน แบบบัญชีรายชื่อ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๙ ให้ควบคุมการประชุม ผมนั่งฟังท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการชี้แจงยังไม่มีตรงไหนที่เป็นตัวเลขสักคำเลย เวียนอยู่ ๓-๔ รอบแล้ว แล้วก็ขอกันง่าย ๆ ว่าขอเถอะครับ ขอให้ผ่านไปเถอะครับ เราขอกัน ง่าย ๆ แบบนี้หรืองบประมาณ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจครับ

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เราว่ากันทั้งวันทั้งคืนนะครับ ผมยกตัวอย่างผมอภิปรายเมื่อคืน งบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่า จะส่งเอกสารตามมา วันนี้ยังไม่ได้เอกสารเลย แล้ววันนี้ชี้แจงอย่างไรครับ ไม่มีแม้กระทั่ง คำเดียวว่าเป็นโครงการไหนตามที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายไป ขอให้ท่านประธานควบคุม การประชุมด้วย ไม่อย่างนั้นเราเช้ากันแน่นอน ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว กรรมาธิการ

ถ้าพูดแบบนี้ก็เสียหาย

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้ว ท่านธีระชัย

นายธีระชัย แสนแก้ว กรรมาธิการ

เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาตัวเลขเป็น ๑๐ รถบรรทุก เพราะฉะนั้นผมก็จะสรุปให้เลยว่าภาพรวมว่าจะเอาอย่างไร

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เอามาครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอครับ ขอความกรุณา ท่านธีระชัยก็ใช้สิทธิของกรรมาธิการตอบชี้แจงไปแล้ว แล้วก็ยังยืนยันตามมติ เสียงข้างมากของกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านคิดว่ามันไม่ถูกใจแล้วก็ไม่เห็นด้วย สุดท้ายเราก็ต้องลงมติ ขอความกรุณาเถอะ ไม่อย่างนั้นแล้วเดี๋ยวมันยืดเยื้อกว่าจะจบอีก ๑๐ กว่ามาตรา วันนี้ผมว่าไม่ต่ำกว่าตีสองตีสาม ขอความกรุณาท่านครับ

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

การประชุมถ้าปล่อยให้พูดกัน แบบนี้ก็ช้า

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะควบคุม ให้อยู่ในกติกาให้ดีที่สุด ขอบคุณท่านครับ ท่านธีระชัยพอแล้ว ลงมติขออนุญาตนะครับ ผมคิดว่าพอแล้ว กรรมาธิการก็ตอบชี้แจงไปแล้ว ท่านใดที่ยังติดใจอยู่ก็โหวตที่จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานขอชัด ๆ นิดเดียวครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นิดเดียวนะครับ ท่านวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

วันนี้เป็นข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องงบประมาณที่เอาถนน ทช. ทล. บรรจุในงบของจังหวัด ซึ่งวันนี้ปี ๒๕๗๐ ก็ถือว่า รับทราบกันแล้วโดยทั่วไป ถ้าหากว่ายังมีจังหวัดไหนบรรจุเข้ามาแล้วถูกกรรมาธิการตัด ก็ถือว่าจังหวัดนั้นบกพร่อง เราจะดำเนินการกันอย่างนั้นนะครับ เพราะว่าเวลาบอกไปแล้ว ก็บรรจุเข้ามาตอนนี้ก็จะจับว่าในเมื่อประกาศกันชัด ๆ แล้ว ขอร้องว่าอย่าเอาเข้ามาก็จะ ดำเนินการตามนั้น ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็เป็นข้อสังเกตนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามา เพื่อที่จะเตรียมการในการลงมตินะครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

เนื่องจาก มาตรานี้กรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติเป็น ๒ ครั้งว่าท่านเห็นด้วยให้มีการแก้ไข หรือไม่ ถ้าหากว่าที่ประชุมเห็นด้วยให้มีการแก้ไขก็จะถามต่อเนื่องว่าท่านเห็นด้วย กับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือผู้ที่แปรญัตติ สงวนคำแปรญัตติ ดังนั้นก่อนถามมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอให้ท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกท่านเข้ามาแล้วเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ เชิญท่านสมาชิกกดปุ่ม แสดงตนได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านใด บัตรลงคะแนนมีปัญหาไหมครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนบ้างครับ ผมขอปิดการแสดงตน เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๑ ท่าน

ครบองค์ประชุมนะครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ กิตติศักดิ์ หมายเลข ๒๔ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้ปิด การแสดงตนไปแล้วก็บันทึกไว้นะครับ ต่อไปเป็นการลงมติ ผมจะถามท่านสมาชิกว่าท่านผู้ใด เห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขหรือให้คงไว้ ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้มีการแก้ไข ต่อไปผมจะถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไข ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวน คำแปรญัตติ ก่อนการลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่าน เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

จะเป็นการ ลงมติว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการที่สงวน ความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตตินะครับ ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

๐๘๔ แสดงตนค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๘๔ แสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๖๑ ท่าน

ครบองค์ประชุม ต่อไปผมขอถามมติว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ต่อไปเป็น มาตรา ๒๙ นะครับ มาตรา ๒๙ รัฐวิสาหกิจนะครับ

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๙ รัฐวิสาหกิจมีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรานี้ มีผู้อภิปรายทั้งหมด ๘ ท่าน ท่านบริหารเวลาของท่านนะครับ มีท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอสงวนความเห็น ๒ ท่าน ขอเชิญท่านเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ครับ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการครับ จริง ๆ ในการสงวนความเห็นผมมันจะเท้าความไปถึงของ ปี ๒๕๖๘ แต่ก็คิดว่าคงไม่ติดใจนะครับ เพราะว่าผมมีเรื่องสำคัญมากกว่านั้นก็คือในมาตรา ๓๐ ที่จะต้องอธิบายให้ที่ประชุมทราบ แล้วก็อยากจะเชิญพี่น้องสื่อมวลชนคอยรับฟังด้วยครับ ดังนั้นมาตรา ๒๙ ผมไม่ติดใจ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านเรืองไกรมากครับ ต่อไปท่านกรรมาธิการ อาจารย์วีระ ธีรภัทรานนท์ เชิญครับ

นายวีระ ธีรภัทรานนท์ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีระ ธีรภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการที่ได้ขอสงวนความเห็นในมาตรานี้ ผมอยากจะเริ่มต้น อย่างนี้ว่าในเอกสารงบประมาณมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ ๒ มาตรา คือมาตรา ๒๙ และมาตรา ๔๐ ซึ่งมีความยึดโยงกันแต่ผมจะไม่ลงในรายละเอียด เอาไว้ถึงช่วงที่จะอภิปราย มาตรา ๔๐ แล้วผมจะขยายความนะครับ อยากจะเริ่มต้นอย่างนี้ว่าในเอกสารงบประมาณ ที่เป็นงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจมาตรา ๒๙ มีรัฐวิสาหกิจ ๒๑ แห่ง ได้ของบประมาณ มาเป็นเงินรวมกันทั้งสิ้น ๗๔,๔๐๙.๔๔ ล้านบาท ในชั้นกรรมาธิการได้มีการเพิ่มงบประมาณ โดยการโอนจากงบประมาณที่มีการตัดทอนมาเพิ่มให้อีก ๔,๙๑๔,๔๘๐,๐๐๐ บาท นั่นเท่ากับว่ายอดที่เป็นงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจสุทธิแล้ว ๗๙,๒๙๘ ล้านบาท แต่เป็นอันที่จริงค่าใช้จ่ายของรัฐวิสาหกิจโดยรวมแล้วไม่ใช่ตัวเลขนี้ ตัวเลขจริงคือของ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องที่เป็นก้อนใหญ่ทั้งหมด ๑๔๓,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยเหตุที่มันมีการแยก การตั้งงบประมาณให้กับรัฐวิสาหกิจออกเป็น ๒ ส่วน มันเลยทำให้เกิดความสับสน ซึ่งผมจะ ขออธิบายเพื่อให้ทำความเข้าใจต่อไป ในบรรดารัฐวิสาหกิจ ๒๑ แห่งที่ของบประมาณมา ผมไม่ค่อยติดใจเพราะว่าจำนวนหนึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีรายได้ จำนวนหนึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ บางรัฐวิสาหกิจมีหนี้สินรุงรังไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นปัญหาน่าจะข้ามศตวรรษ ในการจะแก้ไข นอกจากนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่มีรายได้ อย่างเช่น การท่องเที่ยว องค์การจัดการ น้ำเสีย องค์การตลาด พวกนี้ผมไม่ติดใจ แต่สิ่งที่ควรจะต้องฝากไปถึงคนที่เกี่ยวข้องในเรื่อง การจัดการรัฐวิสาหกิจก็คือว่ารัฐวิสาหกิจที่มีปัญหารัฐบาลต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าจะให้ รัฐวิสาหกิจอย่างนั้นคงอยู่ต่อไปในสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือจะดำเนินการแปรรูปให้เอกชน มาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดภาระการคลังในอนาคตอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน กรณีของ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการโดยที่รัฐบาล ยังถือหุ้นใหญ่อยู่ประมาณร้อยละ ๔๐ แต่ว่าไม่มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป อันนี้เป็น บทเรียนของความสำเร็จในการจัดการรัฐวิสาหกิจที่ไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณ แต่ที่ผม ติดใจก็คือรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะ ประกอบด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม บสย. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank และรัฐวิสาหกิจอีก ๓ แห่งคือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฟม. การทางพิเศษ แห่งประเทศไทยและบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในงบประมาณรายจ่าย รัฐวิสาหกิจ มีตัวเลขที่รัฐวิสาหกิจขอมาที่ไม่ควรมองข้าม อย่างน้อย ๔ รายการ เริ่มต้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นรัฐวิสาหกิจที่ของบประมาณในมาตรา ๒๙ งบรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจสูงที่สุด ๒๐,๒๐๓ ล้านบาท บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรม ขนาดย่อม บสย. ๘,๘๓๔.๖๔ ล้านบาท ธนาคารออมสิน ๑,๕๑๗ ล้านบาท SME Bank ๒๗๘ ล้านบาท คำถามก็คือว่ารัฐวิสาหกิจสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มาของบประมาณ มาขอทำไม ทำไมต้องให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้ ในเมื่อต่างมีผลประกอบการ มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ แล้วก็ไม่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินแต่อย่างใด คำตอบที่พวกเรา อาจจะไม่ทราบกันก็คือ นี่คือรายการตั้งงบประมาณชำระคืนตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ซึ่งเกิดจากการที่หน่วยงานของรัฐดำเนินกิจกรรม มาตรการและโครงการโดยที่รัฐบาล รับปากว่าจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินการนั้นให้ในอนาคต แต่รัฐบาลกลับเอางบประมาณที่จัดสรรให้รัฐวิสาหกิจแห่งอื่น ๆ ที่มีลักษณะของธุรกรรม แตกต่างกันเอามาไว้ในที่เดียวกัน อันนี้จากที่ได้ศึกษาส่วนที่สำนักงบประมาณทำมา ผมอยากจะบอกอย่างนี้ว่าแบบนี้ไม่ควรทำ เพราะเป็นการใช้เล่ห์เหลี่ยมในการจัดทำงบประมาณ เพื่อปกปิดการดำเนินการของรัฐบาล ที่ใช้เงินนอกงบประมาณด้วยนโยบายกึ่งการคลัง ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนรัฐวิสาหกิจอีก ๒ แห่ง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณเช่นเดียวกันนี้ ผมอยากจะบอกแต่เพียงว่าเหตุผลจะเป็นอะไรก็ตามที แต่รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่งนี้ มีผลประกอบการที่มีกำไร ไม่ควรจะมาของบประมาณในลักษณะแบบนี้อีกต่อไป เรื่องนี้ ทางกระทรวงการคลังที่ดูแลรัฐวิสาหกิจต้องไปคิดอ่าน ประเด็นที่เป็นปัญหาขณะนี้ ผมอยากจะพูดอย่างนี้ไม่ต้องใช้เวลามาก ล่าสุดทางรัฐบาลตกลงจะมีการใช้งบประมาณ ประมาณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จ่ายสำรองไปก่อนสำหรับการที่จะช่วยเหลือชาวนาสำหรับข้าวนาปรังและข้าวนาปี ที่จะเกิดขึ้นต่อไป นั่นก็ทำให้ ธ.ก.ส. ต้องมาแบกรับภาระตามมาตรา ๒๘ ของพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐเพิ่มเติม ข้อมูลที่น่าตกใจ ท่านทราบหรือไม่ว่าระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่เป็นรายการนอกงบประมาณด้วยนโยบายกึ่งการคลัง ในขณะนี้มียอดคงค้างทั้งสิ้น ณ สิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ๑,๐๒๘,๒๗๙ ล้านบาท และตัวเลขล่าสุดที่ผมเพิ่งทราบ ๑,๐๗๗,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ คือท่านสมาชิกที่พิจารณางบประมาณรายจ่าย ท่านไม่มีสิทธิ จะไปพิจารณารายการนอกงบประมาณรายจ่ายเป็นมูลค่าประมาณ ๑ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นจุดที่จะต้องมีการปรับ สิ่งที่น่าตกใจมากกว่านั้นธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรธนาคารเดียวต้องทำตามนโยบายของรัฐ มียอดคงค้างที่รัฐบาลต้อง ตั้งงบประมาณจ่ายมากถึง ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่จะต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลัง ประมาณ ๗๔๒,๐๐๐ ล้านบาท แม้ว่าจะมีการรายการที่สำนักบริหาร หนี้สาธารณะโอนเข้าเป็นหนี้สาธารณะไปแล้ว ๑๖๐,๒๐๗ ล้านบาท ก็ตามที นี่ยังไม่รวม บสย. ยังไม่รวมธนาคารออมสิน ซึ่งมีรายการในลักษณะเดียวกันรวมอยู่อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเรามีเงินนอกงบประมาณที่ให้รัฐบาลใช้นโยบายกึ่งการคลังต่อเนื่องยาวนาน เป็นวงเงินยอดคงค้าง ๑ ล้านล้านบาท ท่านอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่างบที่เคยใช้นโยบาย แบบนี้เมื่อปี ๒๕๕๔ เพิ่งจะมีการตั้งงบประมาณรายจ่ายใช้คืนในปี ๒๕๖๙ เวลาผ่านไปถึง ๑๕ ปี เพราะฉะนั้นเงินก้อนนี้ที่จะใช้หมดผมนึกไม่ออกเลยว่าจะใช้หมดเมื่อไร เพราะในระหว่าง ที่ใช้ไปก็มีการให้ ธ.ก.ส. ออมสิน อะไรพวกนี้ออกเงินให้รัฐบาลไปก่อนอีก พูดแบบไม่ต้อง เกรงใจ รัฐบาลควรเลิกนโยบายที่เป็นมาตรการกึ่งการคลังผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ออมสิน และ บสย. ได้แล้ว ถ้าหากยอดยังสูงในระดับ ๑ ล้านล้านบาท อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผมเรียนเลยว่านอกจากที่เราทำงบประมาณรายจ่าย ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่า มันเป็นปัญหา เรายังมีรายการที่เป็นรายการนอกงบประมาณที่เป็นปัญหา ซึ่งเมื่อรวม ๒ กระแสนี้เข้ามาด้วยกันวิกฤติการเงินการคลังเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

ประเด็นที่ผมอยากจะเพิ่มเติมในตอนท้ายนิดเดียวเพื่อเป็นข้อสังเกต เผื่อปีหน้าผมไม่ได้มามีส่วนร่วมในการเป็นกรรมาธิการงบประมาณอีกแล้ว ในขณะที่ปีนี้ เรามีความเป็นห่วงเรื่องงบประมาณรายจ่าย ผมอยากจะเรียนว่าปีหน้างบประมาณที่เกี่ยวข้อง กับรัฐวิสาหกิจจะเป็นการใช้หนี้หรือจะเป็นการลงทุนอะไรก็ตามทีจะกระโดดจาก ๔๒๐,๘๖๔ ล้านบาท เป็น ๕๙๓,๗๗๔ ล้านบาท อันนี้อยู่ในเอกสารเล่มขาวคาดแดง หน้า ๒๙๖

นอกจากนี้อีกรายการหนึ่ง ซึ่งเป็นรายการที่ผมเป็นห่วงที่สุด คือรายการ ที่เป็นงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ ปี ๒๕๖๙ งบประมาณส่วนนี้ซึ่งสำนักบริหาร หนี้สาธารณะเป็นคนจัดการ จากหนี้สาธารณะที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคุณศิริกัญญาก็เคยพูด แล้วว่ามันแตะ Ceiling เรากำลังไม่มี Room ที่จะเพิ่มหนี้ได้อีกแล้ว ปีนี้ตั้งงบชำระหนี้ของ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ ๓๖๖,๗๗๖ ล้านบาท ซึ่งมากอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกว่าเป็นดอกเบี้ย เท่าไร เป็นเงินต้นเท่าไร แต่ที่น่าตกใจที่สุด ปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๑ ปี ๒๕๗๒ ซึ่งล็อกตัวเลข ที่จะต้องชำระคืนหนี้ภาครัฐกระโดดขึ้นไปเป็นเท่าไรทราบไหมครับ ปี ๒๕๗๐ กระโดดจาก ๓๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ปี ๒๕๗๑ เพิ่มจาก ๕๐๑,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๗๐ เป็น ๕๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วกลายเป็น ๕๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๗๒ นี่คือสิ่งที่ผมบอกตามตรงว่าถ้าหากเราไม่จัดการเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ การบริหารจัดการนอกงบประมาณอย่างจริงจัง เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากนะครับ ผมก็ขอเวลา ที่จะแสดงความคิดเห็นแต่เพียงเท่านี้ แต่ว่ามีตอนท้ายซึ่งผมไม่แน่ใจว่าผมจะมาอภิปราย หรือเปล่านะครับ คือการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ แล้วก็การบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ แล้วก็ การบริหารจัดการเงินชดใช้เงินคงคลัง ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวพัน แต่เนื่องจากว่ามันอยู่ใน มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ ซึ่งเป็นมาตราท้าย ๆ ของการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๙ ผมก็ไม่แน่ใจเพราะว่าอายุมากแล้วอาจจะนอนดึกขนาดนั้นไม่ได้ ถ้าไม่ได้ มาพูดก็เก็บเอาไว้ก็แล้วกันนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ อาจารย์มากครับ ต่อไปเป็นท่านสมาชิกที่แปรญัตติ แล้วก็สงวนความเห็น มีอยู่ ๓ ท่าน เชิญท่านรัชนก สุขประเสริฐ ครับ

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๒ พรรคประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โดยวันนี้ดิฉันเป็นผู้แปรญัตติ ไว้ในวาระที่สอง มาตรา ๒๙ ท่านประธานคะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการเคหะแห่งชาติ มีโครงการ ๆ หนึ่ง เรียกว่าโครงการอาคารเช่าของการเคหะแห่งชาติ ที่มีการจัดสรร และบริหารจัดการอาคารเพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อยและผู้ที่ยังไม่มี ที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้เช่าพักอาศัยในราคาที่ยุติธรรมและเหมาะสม ซึ่งโครงการนี้ ที่มีการกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศไทยแต่ละภูมิภาค รวมทั้งหมด ๕๒ โครงการ ฟังเบื้องต้นแล้วดูดีใช่ไหมคะ แต่ข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นการเคหะแห่งชาตินำโครงการอาคารเช่าทั้ง ๕๒ โครงการนี้เอาไปเขียน TOR ปล่อยให้เอกชนเข้ามาเช่าทั้งหมด ซึ่งใน ๕๒ โครงการนี้มีบริษัทเอกชนได้ไปทั้งหมด ๑๑ ราย ช่างเป็นบริษัทที่สุดแสนจะโชคดีที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเลยค่ะ เพราะในแต่ละ โครงการที่ได้กันไปชนะการประมูลไปเพียงแค่ ๕ บาท ๑๐ บาทเท่านั้นเอง ดูบนสไลด์นะคะ เดี๋ยวจะหาว่าดิฉันพูดเกินจริง โครงการทั้งหมดที่ปรากฏอยู่บนเอกสารที่ท่านประธานเห็น ชนะกันไปในราคา ๕ บาท โอ้โห มันช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ เลยค่ะ ดูอาคารเช่าเหมาที่การเคหะ แห่งชาติทำแล้วเจ๊งแต่เอกชนทำแล้วกำไร แย่งกันยกใหญ่ออกมา ๕๒ โครงการเกือบ ๓๐,๐๐๐ ยูนิต ได้ไปทั้งหมด ๑๑ บริษัท ดิฉันก็ไปดูว่า ๑๑ บริษัทที่โชคดีที่สุดในโลกฟันหัว ประชาชนเนาะ ๆ ทุกเดือน สร้างก็ไม่ต้องสร้าง ซ่อมก็ไม่ต้องซ่อม รับไปเก็บสตางค์อย่างเดียว สบาย ๆ คือบริษัทอะไร พอเปิดไปดูบริษัท เอ็ม แอสเสท จำกัด รับงานแถวบ้านดิฉันไปค่ะ ชาวบ้านเขาก็บ่นกับดิฉันมาว่าค่าเช่ามันแพง ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลางแพงหมด พอเข้าไปดู นามสกุลคุ้น ๆ นี่มันบริษัทครอบครัวอดีตเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้นี่เอง นามสกุลนี้คุ้น ๆ ไหมคะ สุวรรณบุตร ค่ะ ชาวบ้านเขารู้จักกันดีแต่ไม่คิดเลยว่าจะโชคดีได้โครงการไปดูแลถึง ๕,๐๐๐ กว่าห้อง พื้นที่ไข่แดงของจังหวัดสมุทรปราการทั้งนั้นเลยค่ะ ถึงเวลาจัดงานในพื้นที่ ผู้ช่วยผู้ว่าการเดินตามต่ำต้อย ๆ อวยจนดิฉันงงว่าสรุปแล้วยังกินเงินเดือนภาษีพี่น้องประชาชน หรือเปล่า ดิฉันถ่ายคลิปอัดเสียงไว้หมดแล้วค่ะ เดี๋ยวจะส่งให้ท่านผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ ไม่อยากเอามาเปิดในสภาผู้แทนราษฎรให้เสียเวลาพิจารณา งบประมาณค่ะ แต่เรื่องนี้การเคหะแห่งชาติเสียหาย รัฐเสียหาย พี่น้องประชาชนเสียผลประโยชน์ และสิ่งที่ร้ายแรงมันน่าเกลียด ดิฉันรับไม่ได้เป็นอย่างมากนั่นคือโครงการต่าง ๆ ที่ปล่อยให้ เอกชนเข้ามาเช่าเหมาบริการจัดการ เมื่อห้องเมื่ออาคารมันเสื่อมผุพังต้องซ่อมแซม บริษัทเอกชนเขาก็ไม่ต้องออกค่าใช้จ่าย คนที่จ่ายคือพี่น้องประชาชนทุกคนเพราะการเคหะ เขาเอาโครงการเช่าต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาของบประมาณในการซ่อมอยู่ทุก ๆ ปี เช่น ปี ๒๕๖๗ ของบประมาณซ่อมไป ๑๕ แห่ง วงเงิน ๗๖ ล้านบาท ปี ๒๕๖๘ ของบประมาณซ่อมไป ๑๔ แห่ง วงเงิน ๑๕๓ ล้านบาท และในปีนี้เข้ามาขอซ่อมอีกทั้งหมด ๓๓ แห่ง วงเงิน ๓๐๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซ่อมแล้วซ่อมอีก ซ่อมพร้อมเสิร์ฟเอกชนกันเสร็จสรรพ เรียบร้อยเลยค่ะ พวกเราจะยอมให้ผ่านกันไปจริง ๆ หรือคะ งบอุ้มเอกชนแบบนี้ รับงาน ไปขูดรีดประชาชนแถมกลับมาเอาเงินประชาชนไปซ่อมกันอีกแบบนี้จะให้กันจริง ๆ หรือค่ะ ดิฉันเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณจำนวน ๓๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสิ้นเปลือง แต่ยังเป็นการซ้ำเติมปัญหาการใช้ทรัพยากรของรัฐที่บิดเบือนจากภารกิจหลักอย่างสิ้นเชิง หากเรายังปล่อยให้กลไกเช่นนี้ดำเนินการต่อไปประเทศจะตกอยู่ในวงจรเดิมรัฐลงทุน เอกชน กอบโกย ประชาชนแบกรับค่าใช้จ่าย ดิฉันจึงขอให้มีการตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ออกทั้งหมด แล้วก็ขอให้เพื่อนสมาชิกพิจารณาการลงมติในมาตรานี้ให้ดี ๆ เพราะว่านี่คือเงินภาษีของ พี่น้องประชาชนทุกคนที่กำลังจะนำไปอุ้มเอกชนเพียงไม่กี่คนในประเทศนี้ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปทิดา ตันติรัตนานนท์ ครับ

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจลงไป ๒ เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไว้ ๗๙,๒๙๘.๓๔ ล้านบาท เนื่องจากดิฉันมองว่า ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพมากขึ้นอาจจะยังไม่เห็นบทบาทในส่วนนี้ มากมายนัก แต่เรามาส่องดูในส่วนของการกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับงบประมาณจัดสรรไป ๓,๒๓๗.๐๑ ล้านบาท ประกอบไปด้วย ๔ แผนงานหลัก เราจะมาดู ๔ แผนงานหลักกัน นิดหนึ่งก่อนค่ะ

แผนงานแรก คือแผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ จำนวน ๗๒.๐๘ ล้านบาท

๒. แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว งบประมาณจัดสรร ๗๗.๗๖ ล้านบาท

๓. แผนงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power งบประมาณ ๖๖๐.๕๐ ล้านบาท

๔. แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพด้านการกีฬา งบประมาณที่ได้รับไว้ ๒,๔๒๖.๗๖ ล้านบาท ถ้าอ่านมาตรงนี้ดิฉันก็รู้สึกดีใจว่าแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้าง ศักยภาพด้านการกีฬาเราได้รับงบประมาณจัดสรรไปเยอะมาก แต่พอมาดูแผนงานพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ได้พอ ๆ กันกับยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนา ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ตัวเลขไม่ได้แตกต่างกันค่ะ ทั้งที่งบประมาณของด้าน การท่องเที่ยวก็อยู่ในหน่วยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ที่มีงบประมาณถึง ๒,๖๕๓.๖๔ ล้านบาท จริง ๆ แล้วดิฉันมองว่าการพัฒนาด้านการกีฬาหรือการที่ทำให้ ทรัพยากรมนุษย์ของเรามีทักษะตั้งแต่เริ่มต้น เราก็ควรจะต้องทำตั้งแต่ที่เป็นเด็ก ๆ เพราะเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตามการที่จะทำให้เด็กมีศักยภาพด้านการกีฬา จะต้องเริ่มทำตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วก็นำมาฝึกฝนต่อ แล้วก็สามารถที่จะได้ช้างเผือกที่จะนำไปสู่ การพัฒนาที่ไปถึงกีฬาระดับโลกได้ แต่จริง ๆ แล้วพอเรามาดูเราจะเห็นว่าถ้าพูดถึงใน ต่างจังหวัดเราขาดแคลนซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดทั้งมวล เราไม่มีสนาม เราไม่มีอุปกรณ์ เราไม่มี Coach เราไม่มีอุปกรณ์อื่น ๆ เลยค่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้การที่เราจะพัฒนาเด็กมันต้องมี ส่วนประกอบเพิ่มเติม เราถึงจะสามารถทำให้เด็ก เยาวชนของประเทศไทยของเราได้มี ศักยภาพด้านการกีฬามากขึ้นค่ะ แต่จริง ๆ เรามาดูเด็ก ๆ อย่างบ้านของดิฉันเอง เด็ก ๆ มีความสนใจในกีฬาฟุตบอล แต่ทำอย่างไรเราไม่มีสนาม เราก็อาศัยสนามตามโรงเรียน อยากจะไปแข่งขันเรามี Sponsor ไหม ไม่มีค่ะ ผู้ปกครองล้วน ๆ คุณครูช่วยกันสนับสนุน ค่าเดินทาง สนับสนุนเรื่องอาหารเพื่อจะได้ให้เด็กมีโอกาสได้ออกไปสู่พื้นที่อื่น ได้ไปเห็น ศักยภาพของเด็กที่อื่นเพื่อจะกลับมามีแรงบันดาลใจในการที่จะพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพ มากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันจึงมองว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านกีฬาฟุตบอลหรือกีฬาอย่างอื่น และที่สำคัญก็คือเรื่องว่ายน้ำ เราจะได้ยินข่าวอยู่เสมอว่ามีข่าวเรื่องเด็กจมน้ำอยู่บ่อย ๆ ทำอย่างไรจะให้เด็กมีทักษะด้านการว่ายน้ำ เพราะเราจะถือว่าเป็นการ Save เด็กให้เกิด ความปลอดภัย แล้วยังสามารถเพิ่มทักษะให้เด็กที่จะสามารถพัฒนาไปเป็นนักกีฬาใน ระดับประเทศแล้วก็ระดับโลกต่อไปได้ค่ะ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะเห็นโครงการ ๑ โรงเรียนในฝัน ๑ อำเภอเราก็เห็นมาแล้ว ๑ โรงเรียน ๑ อำเภอ ๑ ทุนการศึกษาที่ไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ODOS เราก็เห็นมาแล้ว ดิฉันอยากเห็น ๑ อำเภอ ๑ สนามกีฬาดี ๆ ให้กับเด็กที่ไม่มีโอกาส ที่จะได้ไปมีสนามที่เป็นมาตรฐานได้มีโอกาสฝึกฝนตัวเอง แล้วก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ตัวเองได้มีโอกาสเป็นนักกีฬาที่มีศักยภาพไปได้ จริง ๆ แล้วนักกีฬาที่มีชื่อเสียง แล้วก็ได้รับเหรียญกลับมาก็สมควรได้รับรางวัลเป็นที่ชื่นชมจากความพยายาม แล้วก็ ความเหน็ดเหนื่อยที่พวกเขาได้ฝึกฝนมา แต่สำหรับคนอื่น ๆ ที่กำลังอยู่ในห้วงเวลาของการ พัฒนาตนเอง การมีแรงจูงใจแล้วก็มีสถานที่ที่พร้อมก็จะช่วยทำให้พวกเขาสามารถที่จะ พัฒนาตัวเองได้มากขึ้น แต่ดิฉันอยากให้ทุกท่านได้ตระหนักว่าการสร้างแล้วก็การพัฒนา ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้นเท่าไรก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าหรือไม่ ดังนั้นดิฉันก็ขออนุญาตฝากข้อเสนอแนะไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ถึงสำนักงบ แล้วก็การกีฬาแห่งประเทศไทยได้นำไปพิจารณาจัดทำ แล้วก็ควรจะทำอย่างยิ่งเพื่อให้ เด็กไทยทุกคนเราได้มีโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในเมือง ก็ขออนุญาตฝากอีกนิดหนึ่งว่า การจัดทำงบประมาณทุกทีเราก็จะเห็นว่าปัญหามีในลักษณะเช่นนี้มาตลอดค่ะ ทุกกระทรวง ด้วยค่ะ แต่ดิฉันก็ยังไม่เห็นการแก้ไขในการจัดทำงบประมาณได้เลย พองบประมาณปีหน้ามา ก็คงจะต้องมีคำถามเช่นเดิมอีกว่าทำไมปัญหาเป็นแบบเดิมอีกแล้ว ดิฉันก็คิดว่าถ้าเรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้วยเงินงบประมาณที่มีมาก ขนาดนี้ ไม่น่าจะเกิน ๓ ปี หรือ ๔ ปี ประเทศไทยเราก็คงน่าจะมีความสำเร็จทุก ๆ ด้าน เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ แล้วก็คำถามใหญ่สุดที่พวกเราจะถามกันตลอดเวลาก็คือทำไมพวกเรา ถึงทำไม่ได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ ครับ

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชน ๖,๒๐๐ กว่าล้านบาท ซื้อฝันแต่ปลุกนักท่องเที่ยวไม่ตื่น ท่านประธานครับ งบประมาณปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้รับงบ มหาศาลกว่า ๖,๒๐๐ ล้านบาท เงินภาษีพี่น้องประชาชน ตั้งเป้ารายได้ ๓.๕ ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ ๔๐ ล้านคน แต่เพียงครึ่งปีแรกต้องถอยครับ ถอยเหลือ ๒.๘๗ ล้านล้านบาท ถอยเหลือ ๓๕ ล้านคน นี่คืออะไรครับ ตั้งเป้าให้สูงแล้วค่อยหาทางปีนลงมาใช่หรือไม่ครับ แล้วอย่าลืมว่า ททท. ไม่ได้มีแค่งบประจำปีนี้ แต่ยังได้งบกลางเพิ่มขึ้นทุกปี ล่าสุดได้ไปอีก ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผลงานก็ยังไม่ได้ดีขึ้น ตัวเลขก็ไม่เข้าเป้า ปัญหาเดิมก็ยังอยู่ครบ ท่านประธานครับ ปัญหาที่นักท่องเที่ยวบ่นทุกปี ความปลอดภัยก็ไม่มี มิจฉาชีพก็เต็มเมือง ราคา ๒ มาตรฐานไม่เคยหาย ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายในสายตา สื่อต่างชาติ แต่งบประมาณกลับไม่ถูกใช้แก้สิ่งเหล่านี้ กลับถูกใช้ไปกับโครงการที่ดูดีแค่ไหน สไลด์ Presentation ท่านประธานครับ โครงการดึง Digital Nomad จากทั่วโลกให้มาทำงาน ในประเทศไทย แต่สิ่งที่ทำก็คือการสร้างตู้ทำงาน Pop-up Workspace ตู้ขนาดตู้โทรศัพท์ ตู้ปลา อินเทอร์เน็ตไม่แรง วิวไม่สวย แล้วจะมีใครบินข้ามทวีปเพื่อมานั่งในกล่องแบบนี้ นี่ไม่ใช่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว นี่คือการเอางบยัดใส้ตู้แล้วล็อกประตูทิ้งไว้ ท่านประธานครับ อีก ๑ โครงการ Amazing Thailand App ใช้งบก็สูง โหลดช้า ข้อมูลไม่ Update ฟังก์ชัน ไม่ตอบโจทย์ และในช่วงโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง App นี้ถึงกับล่มใช้ไม่ได้ ประชาชน หลายคนเจอกับตัวเอง เสียเวลา เสียโอกาส นี่คือความล้มเหลวที่ประชาชนจำได้ขึ้นใจ นักท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้หันไปใช้ App อื่น ๆ หมดแล้ว Amazing ครับ มหัศจรรย์จริง ๆ มหัศจรรย์ตรงที่เงินหายเร็วกว่าหน้า App จะโหลดขึ้นมาเสียอีก ท่านประธานครับ ผมยัง ไม่เห็นอะไร Grand ตามที่ประกาศไว้ทั้งที่อีกไม่กี่เดือนก็จะหมดปีงบประมาณอยู่แล้ว โครงการ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ที่ควรเป็นตัวชูโรง สร้างแรงดึงดูดระดับโลก กลับไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่มีภาพจำให้ชาวต่างชาติพูดถึง นี่คือ ตัวอย่างความล้มเหลวของ ททท. เพราะถ้า Grand แค่ในแผน แต่ไม่ Grand ในความเป็นจริง ก็เป็นเพียงคำโฆษณาที่สุดท้ายก็เงียบหายไปกับสายลม ท่านประธานครับ นอกจากนี้ตัวเลข นักท่องเที่ยวจีนลดลงเอา ๆ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๔๘ เปอร์เซ็นต์ แต่การตลาดและงบก็ยังเท ไปที่จีนเป็นหลักครับ ไข่ทั้งหมดอยู่ในตะกร้าใบเดียว พอจีนสะดุด ไทยก็ล้มทั้งตะกร้า งบ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ควรสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นตัวเลขที่ถดถอย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านใช้งบน้อยกว่าแต่เติบโตมากกว่า ท่านประธานครับ ผมมีข้อเสนอที่ชัดเจนนะครับ อย่างแรกเลยคือเลิกเถอะครับ เลิกทำ Spot โฆษณาที่ไม่ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง เลิกเสียเงินหลายล้านบาท ไปจ่ายให้กับ Global Media อย่าง Euronews Sky News CNN ที่วันนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ตลาดแล้ว เดี๋ยวนี้ นักท่องเที่ยวเขาไม่ได้ตัดสินใจเที่ยวเพราะเห็นโฆษณา ๓๐ วินาทีในทีวีต่างประเทศอีกต่อไปแล้ว เดี๋ยวนี้เขาดูใน TikTok เฟซบุ๊ก ดังนั้นควรหันมาสนับสนุน Micro Influencer เจาะกลุ่มตรงกว่า ถูกกว่า แล้วเข้าถึงจริง

ข้อที่ ๒ ไปหาทางบูรณาการกับหน่วยงานอื่นแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้คนอยากกลับมาเที่ยว

และข้อ ๓ ต้องตั้งเคพีไอที่ชัดเจน วัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่นับยอดวิว ยอด Like ยอดแชร์ในเฟซบุ๊ก ใน Social media ปีนี้ครับท่านประธาน เราเห็นการใช้เงินภาษีอย่างมหาศาล เพื่อไล่ตามตัวเลขที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง สิ่งที่ได้ ไม่ได้ได้นักท่องเที่ยวเพิ่ม แต่ได้ตู้ว่าง ๆ App ว่าง ๆ โฆษณาที่ไม่มีคนดู และโครงการ Grand ที่ไม่ได้ Grand เอาเสียเลย ประชาชน ไม่ได้จ่ายภาษีมาเพื่อซื้อตู้เปล่า App ที่ไม่มีใครเปิด Spot โฆษณาที่ไม่มีใครจำได้ และคำว่า Grand ที่ไม่มีความหมาย แต่เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาน่าเที่ยวอย่างแท้จริง ผมขอตัด งบประมาณตามที่แปรญัตติไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ และขอทิ้งท้ายไว้ว่าจัดงบไม่คุ้มค่าแบบนี้ ผมไม่ให้ผ่าน ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข มีท่านสมาชิกขอใช้สิทธิในการอภิปราย ๓ ท่าน ท่านแรก ขอเชิญท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ ครับ

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จรเข้บัว พรรคประชาชน วันนี้ขออภิปรายในมาตรา ๒๙ การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะพูดกันในเรื่อง e-Sports e-Sports กับเกมนี่แตกต่างกันนะครับ e-Sports ถูกกำหนดเป็นกีฬา ทำให้การบริหารการจัดการต่าง ๆ แตกต่างกับตัวเกม ไม่ว่า จะเป็นการแข่งขันตัวนักกีฬาก็มีลักษณะเฉพาะตัว แต่ว่าอย่างไรก็ดีงบประมาณ e-Sports ด้านหนึ่งถูกใช้ผ่านหน่วยรับงบประมาณอย่าง DEPA หรือกระทรวงดิจิทัลเช่นเดียวกัน มีเรื่อง OFOS มีเรื่องการจัดมหกรรมเกม และ e-Sports คล้ายๆ กันด้วย แต่สำหรับงบประมาณ ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ของบไปเป็นการจัดการกิจกรรมเช่นเดียวกัน โดยงบประมาณ แบ่งออกเป็น ๓ ก้อนครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ก้อนแรกเป็นการแข่งขัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ทักษะกีฬา e-Sports ๑๓.๑๙ ล้านบาท โครงการต่อไปเป็น โครงการพัฒนาทักษะ e-Sports เพื่อพัฒนาทักษะนักกีฬา e-Sports สู่สากล ๒.๑๙ ล้านบาท ก้อนสุดท้ายเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่บ่มเพาะบุคลากรในอุตสาหกรรม e-Sports อีก ๖.๔๓ ล้านบาท เราเดินสายคุยกับสมาคมแล้วก็ผู้ประกอบการเกี่ยวกับ e-Sports ค่าย e-Sports ต่าง ๆ มีการสะท้อนถึงการใช้งบประมาณนี้กลับมาครับ

ก้อนแรก เป็นการแข่งขันในรายการ Thailand e-Sports Championship 2025 หลักการมันเขียนไว้ว่าเพื่อเฟ้นหานักกีฬาและสโมสรกีฬาอาชีพ เพื่อเป็นตัวแทนในการ สู่การแข่งขันระดับสากล จำนวน ๓ ทีม ซึ่งหลักการตรงนี้ไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นการ คัดไปเพื่ออะไร เป็นทีมชาติ หรือเป็นทีมอาชีพ เพราะรูปแบบในการคัดนั้น การจัดการต่าง ๆ มันไม่เหมือนกัน การเข้ามามีอิทธิพลของสมาคมกีฬา e-Sports ก็มีผลต่อการคัดเลือก เช่นเดียวกัน นอกจากนี้โครงการไม่ได้ลงรายละเอียดประเภทของเกม แล้วก็ส่วนใหญ่ในงาน แบบนี้ ก็ไม่ค่อยมี Publisher ไทยสักเจ้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไม่มีส่วนร่วมของ Stakeholder ในวงการ e-Sports ส่วนใหญ่เกมที่เราเอามาใช้เป็น Publisher ต่างประเทศ สุดท้ายแล้วเงินก็จะไหลออกนอกประเทศ มากกว่าที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ๕๐๐ ล้านบาท อย่างที่บอกไว้ การกำหนดงบประมาณที่สูงในแต่ละรายการ เช่น ค่าจัดสถานที่ ค่าออกแบบ ออกแบบ Artwork ที่มีมูลค่าสูงมาก งานแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ Publisher หรือเอกชนที่เขาเคยจัดงานในระดับประเทศเลยนะครับ เขามองว่า ๑ วันที่ใช้เงินไป ๑๓ ล้านบาท เป็นมูลค่าที่สูงมาก เอกชนสามารถทำได้เพียง ๓-๔ ล้านบาท เท่านั้นเอง ต่อให้ มีการจัดการแข่งขันระดับ Tournament ที่คัดเลือกมาแล้ว เอกชนจัดเอง ๘-๑๐ ล้านบาท ไม่เกินครับ แต่อันนี้ ๑๓ ล้านบาท

งบประมาณตัวถัดมา เป็นโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนามาตรฐานทักษะกีฬา e-Sports เพื่อทักษะสู่สากล ๒.๑๙ ล้านบาท ซึ่งระบุว่าเป็นการพัฒนาทักษะครอบคลุม ทั้งทางเทคนิค จิตวิทยา สังคม โดยเน้นว่าเป็นแรงงานขั้นสูงจำนวน ๒,๐๐๐ ซึ่งอันนี้ไม่มี ความชัดเจนว่าเป็นนักกีฬาหรือแรงงาน ใส่เป็นแรงงานเข้าไป แต่เมื่อใช้คำว่าขั้นสูงก็ต้อง มานั่งนึกถึงว่ากลุ่มนั้นต้องเป็น Pro League หรือเปล่าหรือเป็น League ไหน ซึ่งต่อให้เรา เอานักกีฬาทั้ง Pro League มารวมกันในประเทศไทยจริง ๆ ก็ไม่ถึง ๑,๐๐๐ คนครับ แต่ท่านใส่ไปตั้ง ๒,๐๐๐ คน หากวางตัวชี้วัดแบบนี้นั่นก็แสดงว่าไปรวมกลุ่มอื่นด้วยหรือเปล่า อันนี้เขียนแบบไม่ชัดเจน อย่างไรก็ดีโครงการนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกันนะครับ

มาดูงบประมาณก้อนสุดท้ายครับ เป็นงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่บ่มเพาะ ย้ำคำว่าพื้นที่นะครับ เป็นพื้นที่บ่มเพาะบุคลากรอุตสาหกรรม e-Sports เขาใช้ภาษาอังกฤษ คำว่า e-Sports Incubation Center แต่รายละเอียดโครงการมันน้อยมาก ขอเข้ามา ในแต่ละรายการดูไม่เป็นการสร้างศูนย์พัฒนาอะไรเลยครับ เป็นการทำ Booth การเรียนรู้ ทำกิจกรรม ประกวดนวัตกรรม ทำเผยแพร่ว่าต่อไปจะมีพื้นที่บ่มเพาะหรือไม่ ๖.๔ ล้านบาท ไม่ระบุว่าต่อไป Venue จะเป็นที่ไหนด้วย หรือแม้กระทั่งในงานนี้ท่านจะไปจัดงานที่ไหน มันเหมือนโยนหินถามทางไปก่อน เพื่อว่าในอนาคตจะมีการสร้างแล้วค่อยมาว่ากันอีกที อย่างไรก็ดีการสร้างศูนย์นี้ต้องเป็นสิ่งที่ต้องคิดแล้วก็บริหารอย่างดีว่าพื้นที่นี้มันควรจะเป็น Multipurpose ครับ ไม่ใช่ศูนย์บ่มเพาะอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นไม่รอดครับ เอกชนเคยทำมา หลายครั้งครับ ซึ่งภาครัฐนั้นก็อาจจะมีข้อจำกัดมาก อย่างเช่นเรื่องของการไม่สามารถหา Field Occupancy ได้ การลงทุนทางเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง ความล่าช้าของระบบ ราชการก็อาจจะทำให้ศูนย์บ่มเพาะแห่งนี้มันไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็ควรจะ เปิดให้เอกชนมาร่วมบริหาร ความไม่ชัดเจนในโครงการแบบนี้ครับ ขอปีนี้ไป ๖.๘ ล้านบาท ที่ไม่ได้เห็นผลสัมฤทธิ์อะไรมากเลยก็เป็นการเอาเงินมาละลายกันในปีนี้ หากจะจัดทำจริง ควรเอางบก้อนนี้เก็บไปก่อนแล้วกลับมาปีหน้าเขียนใหม่ นี่เป็นบทเริ่มต้นนะครับ เดี๋ยวเพื่อน สมาชิกผมจะลงไปใน Detail เป็นนักกีฬาด้วย ๘ ปี ฟังกันต่อครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัด ระยอง อำเภอบ้านค่าย ปลวกแดง วังจันทร์ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในมาตรา ๒๙ รัฐวิสาหกิจ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมไปยังรัฐบาลที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นความตั้งใจที่จะ มีการสนับสนุนงบประมาณไปยังองค์การ e-Sports ซึ่งผมเองตรงนี้ต้องขอชื่นชมจริง ๆ ที่รัฐบาลให้ความสนใจ แต่อย่างไรก็ดีผมก็มีเรื่องที่เอ๊ะอยู่หลาย ๆ เรื่องนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องแรก อันนี้ฝากเป็นคำถามไปยังทาง ท่านอนุกรรมาธิการ เรื่องนี้อยู่ใน มาตรา ๒๙ ว่าด้วยรัฐวิสาหกิจ แต่ทำไมทราบมาว่างบก้อนที่ เกี่ยวกับ e-Sports ที่อยู่ใน กกท. ถึงได้ไปอยู่ในห้องกลุ่มจังหวัดที่เป็นมาตราที่แล้ว มาตรา ๒๘ อันนี้คือเราสามารถจับโยนงบที่ไม่เกี่ยวข้องไปไว้ยังห้องที่ไม่เกี่ยวข้องได้หรือครับ อันนี้ผมต้อง ตั้งคำถามอันแรกไว้จริง ๆ

อันที่ ๒ แม้จะมีความสนใจที่จะให้การสนับสนุน แต่ผมก็ต้องถามจริง ๆ ว่า ในการสนับสนุนครั้งนี้ท่านสนับสนุนอย่างสนใจแต่เข้าใจมันหรือไม่ มาดูตัวเลขกันที่อยู่ใน สไลด์นะครับ ตัวเลขที่เขียนไว้อย่างสวยงามว่าจะมีมูลค่าฐานเศรษฐกิจจากการแข่งขัน ๕๐๐ ล้านบาท ตัวชี้วัดคืออะไรครับ ตัวชี้วัด ๕๐๐ ล้านบาทมาจากอันไหน และอันที่ ๑ ที่เขียนว่าตัวแทนนักกีฬา e-Sports ประเทศไทยพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในระดับสากล จำนวน ๓ ทีม ประทานโทษนะครับ ปัจจุบันเกิน ๓ ทีมอยู่แล้ว เขียนอย่างนี้เขียนอย่างไร ก็ได้ครับ เราลงแข่งขันได้เหรียญทองกีฬาระดับนานาชาติมาหลายครั้งแล้วครับ e-Spots แล้วมันเกมอะไร ผมต้องถามคำถามนี้เลย ไม่แน่ใจว่าท่านอนุกรรมาธิการที่ได้ถาม ได้ถาม เรื่องนี้ไว้หรือเปล่า ที่เป็นแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ๑๓ ล้านกว่าบาท มีงบจัดการแข่งขัน ๘ ล้านบาท ก็ถามเหมือนเดิมครับ เกมอะไรที่เอามาแข่ง e-Sports มันเป็นไปได้หรือครับ เราจัดแข่งเกมโดยไม่บอกว่าเป็นเกมอะไร ลองนึกภาพนะครับ บอกว่าจะจัดมหกรรมกีฬา แข่งกีฬาใช้งบเท่านี้แต่ไม่บอกว่ากีฬาอะไร มันได้หรือครับ ให้ไปเฉย ๆ ไม่ได้ถามไม่ได้ตัดอะไรเลย สรุปแล้วคือตีเช็คเปล่าให้กับผู้ที่เขา จะเอางบไปจัดอย่างนั้นหรือครับ และจริง ๆ แล้วทุกอัน ทุกท่อนถึงจะไม่ได้ Highlight ไว้ แต่ขอให้ดูนะครับ การเผยแพร่โครงการกีฬา e-Sports รัฐเรารู้จักกีฬา e-Sports ดีแค่ไหน จะไปเผยแพร่ให้คนทั่วไปที่เขาเล่นกันรู้ครับ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท จัดแข่งขันคัดเลือกตัวแทน ประเทศไทย ๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ประทานโทษนะครับ ที่ผ่านมาแข่งได้เหรียญทองจาก หลาย ๆ กีฬา ไม่ว่าจะซีเกมส์หรือเอเชียนเกมส์ เราคัดตัวแทนทีมชาติไปแข่งขันไม่เคยใช้งบ เลยนะครับ แล้วได้เหรียญทองมา รอบนี้อยู่ดี ๆ ก็ตั้งงบ ตั้งนี่คือจะให้เป็นเงินเดือนนักกีฬา ทีมชาติหรืออย่างไรครับ อยากจะถามทางอนุกรรมาธิการว่าได้ถามไหมว่าอันนี้เอาไปทำอะไร ในการคัด เพราะที่ผ่านมาคัดไม่เคยใช้เงิน หรือการให้ความรู้ e-Sport ระดับภูมิภาค ให้ความรู้เรื่องอะไรครับ เราจะไปสอนนักกีฬาเขาแข่งกีฬาหรือครับ หรือกิจกรรม Tournament รองสุดท้ายที่ผม Highlight ไว้ครับ รอบสุดท้ายมันต้อง Grand ขนาดไหนครับ ที่จะมีการจัด ๘ ล้านบาท เพราะจริง ๆ มันใช้ไม่ถึง หลักแสนก็จัดได้ครับ ถ้าจะจัดให้มันแพร่หลายก็ต้อง ย่อยงบลงไปครับ หรือการจัดนิทรรศส่งเสริมอุตสาหกรรม ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท มันอย่างไร เงินรางวัลผู้แข่งขัน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ตรงนี้ผมโน้ตไว้เดี๋ยวจะมีช่วงท้าย สไลด์ถัดไปครับ จำนวนจัดงาน จัด Booth ค่า Booth ต่าง ๆ ที่ผม Highlight มานะครับ สรุปสั้น ๆ ราคา แพงกว่าราคาทั่วไปของ Event Organizer ทั้งนั้นครับ แล้วใช้บุคลากรในการเฝ้า Booth ทั้งหมด ๒ คน แล้วใช้ค่าอาหาร ๖๐๐ คน คนมาเข้าร่วม ๖๐๐ คน คืออย่างไรครับ ใช้คน ๒ คน ดูแลคน ๖๐๐ คนหรืออย่างไรครับ จัดแข่ง ๑ วันครับ อันนี้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาท การคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยที่ผมถามในรายละเอียด มันอย่างไรครับ คือจัดเป็น Tournament มี Live Stream ไหม มีถ่ายทอดสดไหม ได้ถามเขาหรือเปล่าทางอนุกรรมาธิการ ใครเป็นคนมานำเสนอครับ ผมสงสัยมากว่าท่านถามอะไรเขาไปบ้าง สไลด์ถัดไปครับ อันนี้ ก็เรื่องระดับภูมิภาค ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็คำถามเดียวกันว่าท่านถามอะไรเขาไปบ้างถึงได้ ให้ไปโดยไม่ตัด จัดแข่งอีก ๑ วัน แข่งเกมอะไรครับ จัดแข่งเกม ๑ วันที่ว่า งบประมาณ ๘ ล้านกว่าบาท จนถึงตอนนี้ผมพยายามจะถามเท่าที่ถามได้แล้ว ยังไม่ทราบว่าจะจัดแข่ง เกมอะไร จะจัดแข่งกีฬาอะไรไม่รู้ อันนี้จะเป็นเรื่องรายละเอียดงบประมาณที่มีตัวชี้วัด เป้าหมาย ๑๒ เดือน จำนวน ๒,๐๐๐ คน ที่จะได้นักกีฬา e-Sport ตอนนี้อย่างไรก็เกินแล้ว ทุกเกมรวมกันตอนนี้ที่มีอยู่อย่างไรก็เกินเขียนมาอย่างนี้ แล้วที่ผมวงเล็บไว้ในทางขวามือ กิจกรรมส่งเสริมสมรรถนะนักกีฬา e-Sport เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานทักษะขั้นสูง (EFSS Radar) ผมอยู่วงการนี้มาหลายปีมากครับ คำนี้มันคืออะไร หาอย่างไรก็ไม่เจอครับ ท่านได้ถามเขาไหมว่า EFSS Radar มันคืออะไรที่จะให้งบเขาไป เรื่องตัวชี้วัดบ่มเพาะ บุคลากรเป้าหมาย ๑,๐๐๐ คน มันอย่างไรครับ คือผมต้องถามผ่านไปยังท่านอนุกรรมาธิการ เพราะการสนใจที่จะให้งบและสนับสนุนวงการนี้เป็นเรื่องดีครับ แต่ท่านสนใจแต่ไม่ใส่ใจ ที่จะถามรายละเอียดเลย แม้งบประมาณที่ลงไปมันจะไม่เยอะมันก็มีปัญหาอยู่ดีว่าเราจะ สนใจ แล้วสุดท้ายคนที่เขาตั้งใจจะจัดงานพวกนี้ตามภูมิภาคต่าง ๆ พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ สุดท้ายเขาไม่ได้งบหรือเปล่าเพราะเอางบไปลงอยู่กับผู้ที่มาของงบประมาณของท่าน นี่คือตัวอย่างการจัดงาน ๑ งานนะครับ ติด Logo ครับ Logo ติดอยู่ว่า กกท. ใน Logo นี้ มีการ Promote จัดแข่งวันที่ ๗-๙ มิถุนายน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา ประชาสัมพันธ์อยู่ในช่องทางทางการที่เกี่ยวข้องกับ กกท. ไม่รู้ว่าใช่หน่วยงานเดียวกัน กับที่มา Present ในห้องอนุกรรมาธิการหรือเปล่า เงินรางวัล ๓ ล้านบาท เขาแข่งรอบ ออนไลน์หาตัวแทนมาลงแข่งกันตั้งกี่ทีมทั่วประเทศ เพื่อหวังจะไปแข่งรอบสุดท้ายชิงเงิน รางวัล ๓ ล้านบาทครับ ผลสุดท้ายเกิดอะไรขึ้นท่านรู้ไหมครับ ท่านสมาชิกรู้ไหมครับ แม้จะเป็นเงินไม่เยอะแต่เด็ก ๆ ที่เขามาลงแข่งเขาคาดหวัง พอถึงวันแข่งไม่มีการแข่ง งบมาจากที่พวกเราอนุมัติไปหรือเปล่าครับ แล้วพอถึงวันแข่งไม่มีการแข่ง เราอนุมัติงบไป แล้วไม่ถูกเอาไปใช้ครับ อันนี้มันตั้งข้อสงสัยได้ไหมว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันของหน่วยงาน ที่มาของงบไป ท่านได้ถามหรือเปล่าครับท่านอนุกรรมาธิการ ท่านได้ถามคนที่มาของบ หรือเปล่าครับ ผมได้ข่าวว่าคนที่มาของงบมีบริษัทที่เขาเอามา สงสัยกันว่าจะใช้ในการรับงาน หรือเปล่าเพราะเห็นใช้บริษัทเดิมซ้ำ ๆ เรื่องนี้ต้องไปสืบกันต่อ ผมฝากไว้เป็นข้อสังเกต แล้วอย่าลืมคำถามที่ผมถาม ท่านได้ถามอะไรไปบ้างในการให้งบก้อนนี้หรือท่านเห็นว่า มันน้อย เงินก้อนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริม e-Sport ถ้าเกิดท่านเห็นว่ามันน้อยก็เลย ไม่ได้ใส่ใจให้อย่างไรก็ได้ แต่สุดท้ายเงินไปไม่ถึงคนที่เขาอยู่ในวงการที่ต้องการส่งเสริมวงการนี้ เพื่อประเทศชาติ สุดท้ายเงินไปกระจุกตัวอยู่กับคนที่เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ สุดท้ายประเทศชาติ จะได้อะไรจากการอนุมัติงบก้อนนี้ไปครับ อย่างไรผมฝากเป็นข้อสังเกตให้กับทางอนุกรรมาธิการ และฝากให้ท่านลุกขึ้นตอบผมจะรอฟัง ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ คุณชลธานี เชื้อน้อย

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๓ พรรคประชาชน ในมาตรา ๒๙ ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจการกีฬาแห่งประเทศไทย ผมขอตั้งข้อสังเกต ในโครงการมวยไทย Soft Power ซึ่งวงเงินเดิมคือ ๖๔๐ ล้านบาท เป้าหมายคือการผลักดัน มวยไทยเป็น Soft Power ระดับโลก ผ่านการจัดกิจกรรมมวยไทย Soft Power ซึ่งชั้น อนุกรรมาธิการปรับลดไป ๒ ล้านบาท จัดกิจกรรมเผยแพร่มวยไทยทั้งในและต่างประเทศ โครงการ Muaythai Soft Power ซึ่งรัฐบาลได้เน้นย้ำว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างชื่อเสียงและมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศ ต้องขอยืนยันว่าผมเห็นด้วยว่ามวยไทยคือมรดกทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้าง Soft Power ได้จริง แต่สิ่งที่น่าวิตกในงบปีนี้ก็คืองบประมาณมุ่งเน้นไปที่การจัดกิจกรรมใหญ่และ ประชาสัมพันธ์มากกว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรที่ยั่งยืน ขาดการวัดผล เชิงเศรษฐกิจที่ชัดเจน เช่น อาร์โอไอหรือเคพีไอที่จับต้องได้ ไม่มีแผนระยะยาวและไม่บูรณาการ กับภาคการท่องเที่ยว การศึกษาหรือวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ผมมานั่งไล่ดูอย่างละเอียด ในภายหลัง อย่างเช่น โครงการ Muaythai for All ซึ่งค่าใบประกาศนียบัตรสูงสำหรับ ผู้เข้าร่วมถึง ๑๒ ล้านบาท โดยที่ลักษณะของโครงการระบุว่าเป็นการที่ครูมวยไปสอนแต่ละครั้ง มีนักเรียนอย่างน้อย ๑๐-๓๐ คน แสดงว่าการตั้งงบประมาณลักษณะนี้เป็นการตั้งงบประมาณ ที่เผื่อไปมาก ซึ่งทั้งหมดไม่ถึง ๑,๕๐๐ คนแน่ ๆ การผลิตวิดีโอคลิปซึ่งตั้งไว้สูงมาก คลิป ๑๐ นาที คลิปละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท คลิป ๑ นาที คลิปละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ค่าเผยแพร่ คลิปละ ๗๕,๐๐๐ บาท ในกิจกรรมสร้างการรับรู้ ในกิจกรรมการเผยแพร่มวยไทยใน ต่างประเทศก็ตั้งค่าบริหารจัดการไว้สูงมาก อย่างเช่นค่าโดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจตั้งไว้ที่ ๒๐๐,๐๐๐-๒๕๐,๐๐๐ บาท รวมถึงการตั้งงบประมาณในชั้นประหยัดที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสายการบินหรือสายทางที่เราเดินทางจะเป็นในสายทางของประเทศจีน ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ซึ่งชั้นประหยัด ๑๐๐,๐๐๐ บาทถือว่าสูงมาก หรือว่าจะเป็นค่าทำ Visa แบบ Priority คนละ ๔๐,๐๐๐ บาท ผมจึงขออภิปรายในหัวข้อหลัก ๔ เรื่อง ได้แก่ การวิเคราะห์เจตนารมณ์และ เป้าหมายของโครงการ การตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณว่าถูกใช้ตรงตามเป้าหมาย หรือไม่ เสนอข้อสังเกตและตั้งคำถามสำคัญในรายจ่ายและโครงสร้าง นำเสนอข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายเพื่อให้โครงการได้ผลจริงในระยะยาว นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเคยระบุ ว่าโครงการนี้มีเป้าหมายชัดเจน ยกระดับมวยไทยจากศิลปะการต่อสู้ในประเทศสู่ศิลปะ การต่อสู้ระดับโลกและมุ่งหวังให้สร้างรายได้กว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท และสร้างการรับรู้ใน ต่างประเทศถึง ๑๙๐ ประเทศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่ชัดว่า Soft Power ต้องแปลงเป็น Soft Economic Power แต่คำถามก็คือในงบปี ๒๕๖๙ นี้ รัฐบาลยังคงรักษา แนวคิดนี้ไว้หรือไม่ ปริมาณการใช้จ่ายของการประชาสัมพันธ์สูงกว่าการส่งเสริมการลงทุน ที่สะท้อนว่าโครงการอาจเน้นการสร้างภาพมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจจริง ซึ่งการจัดสรรงบประมาณควรจัดแบบผสม แบ่งงบอย่างเหมาะสม เช่น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อกิจกรรม ๓๐ เปอร์เซ็นต์พัฒนาคน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ประชาสัมพันธ์ และ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สำหรับติดตามและประเมินผล แล้วก็สร้างระบบมาตรฐาน กกท. ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา DITP TAT สร้างมาตรฐานการรับรองค่ายมวยและครูมวยหรือว่าการสร้าง Sport Truism ซึ่งเน้นการสร้าง Soft Power เรื่องราวเชิงวัฒนธรรมและสิ่งสำคัญที่สุดคือเคพีไอ ของแต่ละโครงการไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เข้าร่วม รายได้จากการท่องเที่ยว มูลค่าลิขสิทธิ์ แล้วก็รายงานผลต่อสาธารณะ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกครับ มวยไทยคือ Soft Power ที่มีพลังจริง ถ้าเราใช้ด้วยความจริงจัง วางแผนเป็นระบบและเน้นผลลัพธ์ มวยไทยสามารถ สร้างชื่อเสียง สร้างงาน สร้างรายได้และสร้างภาพลักษณ์ประเทศได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ผมขอให้คณะกรรมาธิการการกีฬาแห่งประเทศไทยย้อนกลับไปพิจารณาการจัดสรรงบประมาณ วางกลไกติดตามที่ชัดเจนและผนวกมวยไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมหรือ Cultural Economy อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในงบประมาณการเผยแพร่มวยไทยทั้งในและ ต่างประเทศภายใต้โครงการ Muaythai Soft Power งบประมาณ ๒๓๕,๖๘๘,๐๐๐ บาท นี่จึงเป็นเหตุผลในการปรับลดงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มเติม ถ้าเราไม่ทำ Soft Power อย่างมีแผน และมีผลลัพธ์ โครงการนี้จะเป็นเพียงชื่องานที่แปะบนเวที แต่เราทำจริงมวยไทยจะกลายเป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งและสร้างอัตลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ กรรมาธิการชี้แจงครับ

นายพงศกร อรรณนพพร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขออนุญาต ที่จะตอบข้อซักถามและการอภิปรายในมาตรา ๒๙ งบประมาณของรัฐวิสาหกิจ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่กรุณาให้คำแนะนำ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะและจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการพัฒนา ปรับปรุง ดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ประเทศชาติต่อไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงดำเนินงาน ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาชี้แนะ รวมถึงประเด็น ที่สำคัญ คณะกรรมาธิการได้บรรจุในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไว้เรียบร้อยแล้ว รัฐวิสาหกิจเสนอตั้งงบประมาณในมาตรา ๒๙ เฉพาะแผนงานพื้นฐานและแผนงานยุทธศาสตร์ รวม ๒๑ หน่วยงานงบประมาณ จำนวนเงิน ๗๔,๔๐๙ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ จากรัฐวิสาหกิจ จำนวน ๕๒ แห่ง โดยรัฐวิสาหกิจที่ต้องรับการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐเนื่องจาก มีลักษณะภารกิจและแหล่งรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมด อาทิ การปฏิบัติภารกิจเพื่อ สาธารณะมากกว่าผลกำไร การดำเนินงานเชิงสังคม รวมถึงการดำเนินโครงการหรือนโยบาย ที่รัฐมอบหมาย ดังนั้นจึงได้มีการตั้งงบประมาณให้เป็นไปตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความสำเร็จและเป้าหมายของผลผลิตที่กำหนดไว้แต่ละรัฐวิสาหกิจ ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตที่จะต้องตอบคำถามของเพื่อนสมาชิก ถ้าไม่ตอบก็คงจะเสียหาย เนื่องจากว่า ท่านได้อภิปรายในส่วนของท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรัชนก สุขประเสริฐ ท่านได้ถาม เรื่องโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยและมีการแบ่งแยกความรับผิดชอบระหว่าง การเคหะแห่งชาติและเอกชนอย่างไร เหตุใดงบประมาณในการปรับปรุงจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ในขณะที่เอกชนไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงซ่อมแซมดังกล่าว ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านสมาชิกว่าโครงการเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยสามารถจำแนกออกเป็น ๒ ประเภทดังนี้ ๑. กรณีการเคหะแห่งชาติให้ผู้มีรายได้น้อยเช่ากับการเคหะแห่งชาติโดยตรง การปรับปรุงซ่อมแซมอาคารค่าเช่าดำเนินการใน ๔ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นภูมิสถาปัตย์ อาคาร ภายในห้องพัก ทางเดินบันได ด้านความปลอดภัยและด้านประปา ระบบน้ำสุขาภิบาล กรณีที่ ๒ กรณีที่การเคหะแห่งชาติได้ให้เอกชนเข้ามาเช่าเหมาทั้งโครงการ การปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารค่าเช่าการเคหะแห่งชาติจะดำเนินการซ่อมเฉพาะโครงสร้างของอาคารเท่านั้น ในส่วนของการปรับปรุงซ่อมแซมทั้งภายในและภายนอกอาคาร เอกชนจะเป็นผู้รับภาระ ค่าใช้จ่ายดังกล่าว ซึ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารจะกำหนดไว้ใน สัญญาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามเงินสนับสนุนอุดหนุนค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเช่า สำหรับผู้มีรายได้น้อยทั้ง ๒ กรณี ล้วนแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ยังไม่สามารถที่จะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ ภายใต้เงื่อนไขการปรับปรุงซ่อมแซม และต้องเป็นอาคารที่มีอายุ ๑๐ ปีขึ้นไป มีสภาพทรุดโทรมทางกายภาพที่อาจส่งผลอันตราย ต่อผู้อยู่อาศัย คุณภาพและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย งบประมาณปี ๒๕๖๘ ได้จัดสรร งบประมาณค่าปรับปรุงซ่อมแซมค่าเช่าทั้งหมด ๑๕๓ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ จำนวน ๑๔ แห่ง แต่สำหรับปี ๒๕๖๙ เสนอตั้งงบประมาณในการปรับปรุงอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จำนวน ๓๓ แห่ง เป็นเงิน ๓๐๓ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ นะครับ นี่ก็คือส่วนหนึ่ง และเป้าหมาย ที่เพิ่มขึ้นทั้ง ๒๓ แห่ง เนื่องจากว่าอาคารเช่าที่ขอสนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๖๙ มีสภาพ ที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ต้องขออนุญาตกราบเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่ากรรมาธิการ ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบและคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้ว มีการปรับลดงบประมาณ จำนวน ๒๕,๕๗๖,๘๐๐ บาท หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ ๐.๐๓ ซึ่งการปรับลดงบประมาณ ดังกล่าวไม่กระทบต่อการดำเนินงาน เนื่องจากเป็นการปรับลดเพื่อการประหยัดค่าใช้จ่าย และเพื่อประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ และคณะกรรมาธิการได้มีมติแปรเพิ่ม งบประมาณให้กับการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นจำนวนเงิน ๔,๙๑๔ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ครับ คิดเป็นร้อยละ ๖.๖๐ เนื่องจากเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญา สัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์และศูนย์วัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกว่าขอยืนยันตามมติกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ กรรมาธิการครับ เชิญเลยครับ ท่านต้องการซักถามเพิ่มเติม

นายธีระชัย แสนแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่เกี่ยวข้อง e-Sports นั้นอยากจะขอเรียนกับ ท่านทั้งหลายอย่างนี้ว่าอุตสาหกรรม e-Sports ในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น e-Sports ก็ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อปรับ ความบันเทิงเท่านั้น แต่ก็ยังเป็นเส้นทางสู่อาชีพในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นในเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับ e-Sports เกี่ยวกับเรื่องการกีฬา เกี่ยวเรื่องมวยไทยนั้นก็เป็น Soft Power อย่างหนึ่งที่มีความเจริญมาเรื่อย ๆ ในการที่เราจะนำพาเพื่อให้สร้างฐานเศรษฐกิจได้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องกีฬาของการท่องเที่ยวและการกีฬา ยกระดับกีฬาเพื่อมูลค่าทางด้าน เศรษฐกิจ แพร่วัฒนธรรมสู่สากล ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนหรือว่าภาคราชการ สมาคมอะไรต่าง ๆ ก็ได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้เยอะ เพราะฉะนั้นงบประมาณในส่วนที่ได้ จัดตั้งไว้นั้นก็เป็นการส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องนี้ แล้วก็ในคณะอนุกรรมาธิการซึ่งดูแล รับผิดชอบเรื่องรัฐวิสาหกิจ ๑๙ หน่วยงานนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นรัฐวิสาหกิจที่เราไม่สามารถ ที่จะตัดได้ เพราะว่ามันเป็นงบประมาณที่เขาส่งเสริมต่าง ๆ เป็นงบประมาณตัวของเขาเอง อยู่แล้ว แล้วก็บวกลบคูณหารรายได้ที่จะนำพานั้นมันเป็นตัวเลขที่ไม่ได้มากเท่าไร เพราะฉะนั้น ตัดงบประมาณอย่างการกีฬานั้นก็ตัด ๒ ล้านบาท แล้วก็ท่าน ททท. ก็ตัด ๓ ล้านบาท รวมแล้ว รัฐวิสาหกิจทั้งหมด ๑๙ หน่วยงาน นอกนั้นก็เป็นธนาคารอะไรต่าง ๆ เราไม่สามารถที่จะไปตัดได้ เพราะว่าก็เป็นค่าใช้จ่ายประจำอะไรของเขามากอยู่แล้ว แล้วบางอย่างของรัฐวิสาหกิจ อย่างการยางแห่งประเทศไทยเขาก็ยืนยันว่าปีหน้าเขาจะไม่ของบประมาณเลย ปีนี้เราก็อนุญาต ให้เขาไป รัฐวิสาหกิจบางหน่วยงานเขาก็ขาดทุน บางหน่วยงานก็ไม่ขาดทุน รายได้ที่จะเข้ามา เพราะงบประมาณเท่านี้ก็เลยสามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ในส่วนที่ท่าน ได้กล่าวมาแล้วนั้นทางฝ่ายบริหาร ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รับฟังอยู่ แล้วก็ขอยืนยันในมติ เห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอบคุณครับ

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชุติพงศ์ครับ

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ขอบคุณคำตอบของท่านธีระชัย แสนแก้ว เกี่ยวกับเรื่อง e-Sports เพราะว่า มีคำถามฝากมาจากเพื่อนพี่น้องในแวดวง e-Sports เยอะมาก แต่ว่าที่ผมถามท่านคือถามว่า ท่านได้ซักถามเรื่องการใช้ศัพท์หรือการจัดงานต่าง ๆ หรือไม่ เพราะผมอภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่า มันแพงเกินจริง แล้วพี่น้องในแวดวง e-Sports เขาก็ถามว่าเมื่อไรรัฐจะให้การสนับสนุน วันนี้ มันเป็นประจักษ์พยานชัดแล้วว่ารัฐเองไม่ได้ละเลยการสนับสนุน แต่การสนับสนุนทำไม ถึงไปลงอยู่กับหน่วยงานที่มาขอท่าน แล้วที่ผมสงสัยคือถ้าเกิดเขาบอกว่าปีหน้าไม่ขอแล้ว คืออย่างไรครับ คือเราจะเลิกส่งเสริมเรื่องพวกนี้หรือครับ คำตอบที่ท่านตอบมา ผมสงสัย เอ๊ะขึ้นมาอีกอันหนึ่ง คือเขาเห็นว่าการขอไปแล้วรอบหน้าอาจจะไม่ Work แล้วก็เลยไม่ขอ แต่เราให้ครั้งนี้ไปก่อน ผมก็งงว่าเราจะให้งบอันนี้ไปได้จริง ๆ หรือ อันนี้ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานถามซ้ำเรื่องนี้จริง ๆ คือมันควรจะเป็นโครงการที่ส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง อยู่ดี ๆ บอกว่าปีนี้ขอแล้ว แล้วปีหน้าจะไม่ขอ มันคืออย่างไรหรือครับ อันนี้ผมสงสัยจริง ๆ อันนี้ ข้อแรกนะครับ

ข้อ ๒ ที่ผมอภิปรายไปคืองบมันไปกระจุกตัวอยู่ที่หน่วยงานที่เขาขอจากท่านไป ซึ่งผมยังไม่ได้บอกว่าหน่วยงานไหน เขาได้ชี้แจงอะไรท่านเพิ่มเติมและท่านได้ถามอะไรเขาไปบ้าง ในห้องอนุกรรมาธิการ อันนี้ที่ท่านยังไม่ได้ตอบ ต้องขออนุญาตท่านประธานถามเพิ่มเติม แค่ประมาณเท่านี้ละครับ ขอบคุณครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว กรรมาธิการ

เรื่องนี้ได้คณะอนุกรรมาธิการก็ได้ มีการซักถาม ท่านชลธานีก็ได้ช่วยซักถามในรายละเอียดต่าง ๆ หลาย ๆ ท่านก็มีการซักถาม ได้มีการคุยกันพอสมควร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เลยมีการตัดงบประมาณ ๒ ล้านบาท ของการกีฬา เรื่องนี้ก็ได้ซักถามอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว แล้วก็มีการชี้แจงมามากพอสมควร ถ้าหากว่าจะมีการชี้แจงในรายละเอียดต่าง ๆ มันก็จะเป็นการเสียเวลา เพราะว่า ณ ตรงนี้ผมก็คิดว่าน่าจะเข้าใจ ได้มีการซักถามจริง ๆ ครับ ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวง เฉพาะการกีฬาเรื่องนี้ก็ประมาณเกือบ ๆ ร่วมชั่วโมงท่านชุติพงศ์ครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้คำที่ท่านได้กล่าวมา ได้สอบถามมาก็ต้องไปปรับกระบวนท่า แล้วเมื่อสักครู่นี้ผมพูด เรื่องการยางเขาจะไม่ขอครับ มีรัฐวิสาหกิจเดียวที่เขาจะไม่ขอปีหน้า ผมยกตัวอย่างเฉย ๆ อันนี้การกีฬา e-Sport กับการกีฬา เมื่อสักครู่ท่านอาจจะฟังสับสนไป ผมพูดว่าบางหน่วยงาน เขาก็ขอ บางหน่วยงานเขาก็ไม่ขอ บางหน่วยงานที่เขาสามารถเดินหน้าของเขาไปได้แล้ว รัฐวิสาหกิจเขาก็จะไม่ขอ หลาย ๆ หน่วยงานเขาก็ไม่ขอเพียงแต่ว่าดูแล้ว ก็เล่าให้ท่านฟัง อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานผมขออีก ๓๐ วินาที ได้ไหมครับ สั้น ๆ จริง ๆ ไม่ได้ถามให้ตอบเพิ่มเติม ฝากเป็นข้อสังเกตครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน ขอบคุณท่านธีระชัย อย่างไรท่านไปย้อนดูการอภิปราย โดยเฉพาะสไลด์สุดท้ายนะครับ มันมีการจัดการแข่งขัน ที่ติดตรา กกท. ซึ่งผมไม่รู้ว่าใช้งบก้อนเดียวกันไหม มีการบอกว่าเงินรางวัล ๓ ล้านบาท แต่การแข่งขันพอถึงเวลานักกีฬาและทีมกีฬา e-Sport ที่เขาพยายามจะจัดแข่ง แล้วก็เข้าไป ชิงเงินรางวัลนี้ เงินรางวัลนั้นไม่ได้ถูกจ่ายเพราะไม่มีการจัดรอบสุดท้าย แล้วถ้าเกิดเรายังคง อนุมัติงบประมาณไม่ว่าจะน้อยหรือมากแค่ไหนก็ตามให้กับหน่วยงานที่เอาเงินไปแล้วไม่ได้ เอาไปใช้มันจะผิดหรือเปล่าครับ ตรงส่วนนี้ผมฝาก อย่างไรท่านลองไปสืบดูว่าหน่วยงานที่มา ของบใช่หน่วยงานเดียวกันหรือเปล่า คงจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนแล้วก็คนที่ ติดตามเรื่องนี้อยู่ ก็ขอบคุณท่านประธาน ฝากทิ้งท้ายไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝากเป็นข้อสังเกต ไว้ก็แล้วกันครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมก็จะถามมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นสมควรให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นว่าควรมีการแก้ไข ผมจึงจะถามต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของ คณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ก่อนที่จะถาม ความเห็นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเพิ่งเห็นรายงานการโหวต มาตรา ๒๗ ผมได้ลงมติ เสียบบัตรเรียบร้อยแต่ไม่ขึ้นในมติโหวต เพราะฉะนั้นผมอยากให้ที่ประชุมนี้ได้บันทึกไว้ว่า นายชัยชนะ เดชเดโช ได้โหวตเห็นชอบในการพิจารณามาตรา ๒๗ ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้ครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

สมาชิกที่อยู่ข้างนอก กรุณาเข้ามาครับ

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

ท่านประธาน ๔๗๓ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่จดนะครับ ท่านที่อยู่ในห้องแล้วหรือเดินเข้ามากรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ จะรอสักนิด ข้างหลังมาอีกหลายท่าน ที่เข้ามาเสียบบัตรแสดงตนเลยนะครับ ทุกท่านที่เข้ามาในห้องแสดงตน ทุกท่านแล้วนะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ มาตราต่อ ๆ ไปหลังจากมาตรา ๓๐ นี้แล้วคงจะมีการสงวนความเห็นและอภิปรายไม่มาก ท่านอย่าเพิ่งไปไหน อยู่ใกล้ ๆ ห้องนี้ จะได้ลงมติ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วกรุณาแสดงผลครับ มีผู้มาแสดงตน ๒๕๖ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๕๗ ท่าน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ครบองค์ประชุม จะถามมติว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ถ้าท่านผู้ใด เห็นว่าสมควรแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ลงมติบ้างครับ ลงมติทุกท่านแล้วนะครับ ปิดการลงมติ แสดงผลครับ มีผู้มาลงมติ ๔๐๘ ท่าน เห็นด้วยกับการแก้ไข ๓๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๒๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เพราะฉะนั้น ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขนะครับ ต่อไปจะถามว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติ สงวนคำแปรญัตติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านที่อยู่ในห้อง กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตนทุกท่านแล้ว ก็แสดงผลครับ มีผู้แสดงตน ๒๕๓ ท่านนะครับ

ครบองค์ประชุม จะถามมติต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วย กับการแก้ไขของผู้สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ถ้าเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติทุกท่านแล้ว มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติ ไม่มีนะครับ แสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้มาลงมติ ๔๐๕ ท่าน เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๒๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะฉะนั้น ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

ท่านประธาน ๔๘๗ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ก็บันทึกไว้ ๔๘๗ เห็นด้วยอีกท่านหนึ่งครับ ต่อไปเลขาธิการเชิญต่อครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๐ หน่วยงานของรัฐสภา มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะฉะนั้น ผมจะเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ซึ่งมี ๓ ท่าน เชิญคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ก่อนครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ 🔗

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมาธิการผู้ขอสงวน ความเห็น ท่านประธานครับ ผมต้องยืนยันว่ารัฐสภาที่ดีและที่เราควรจะรู้สึกภาคภูมิใจ ไม่ใช่รัฐสภาที่มีอาคารที่หรูหราหรือว่ายิ่งใหญ่อลังการ แต่คือรัฐสภาที่สามารถขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงที่พี่น้องประชาชนต้องการ ผมยืนยันกับท่านประธานว่ารัฐสภาที่ดีนั้นไม่ใช่ รัฐสภาที่แข่งกันใช้งบประมาณกับฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ แต่คือรัฐสภาที่แข่งกันทำงาน และร่วมกันตรวจสอบกันและกัน แล้วผมก็ยืนยันเช่นกันว่ารัฐสภาที่ดีนั้นไม่ใช่รัฐสภาที่มองว่า การตรวจสอบงบของตนเองนั้นเป็นการเผาบ้าน แต่มองว่าการตรวจสอบงบของตนเองนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาความชอบธรรมของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการ ตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานอื่น

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดังนั้นหากเราไปดูสไลด์ที่ ๑ วันนี้ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มารายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าทาง กรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ได้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนของหน่วยงานของรัฐสภาไป ๘๘๐ ล้านบาท ซึ่งหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะทำให้ในบรรดาหน่วยงานระดับกระทรวงครับ ถือว่าหน่วยงานของรัฐสภานั้นถูกกรรมาธิการงบประมาณปรับลดสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และในบรรดาหน่วยงานระดับกรมครับ ก็ถือว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถูกปรับลดงบประมาณโดยกรรมาธิการนั้นสูงเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน ถ้าเราไปดูกันว่า กรรมาธิการงบประมาณได้ปรับลดอะไรไปบ้าง ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่ามีหลายโครงการ ที่คณะกรรมาธิการของเราได้ตัดออกไปทั้งโครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น ในปีนี้ จะไม่มีภาษีของพี่น้องประชาชนแม้แต่บาทเดียวที่ถูกใช้ไปกับการปรับปรุงศาลาแก้ว ๑๒๓ ล้านบาท ในวันที่อาคารรัฐสภาของเรานั้นมีพื้นที่เต็มไปหมดในการต้อนรับแขก ต่างประเทศและผู้นำต่างประเทศ ไปสไลด์ถัดไปเช่นเดียวกันครับ ในปีนี้ก็จะไม่มีภาษีของ พี่น้องประชาชนแม้แต่บาทเดียวที่ถูกใช้ไปกับการปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณมูลค่า ๑๑๘ ล้านบาท ที่ทางกรรมาธิการพวกเราเองนี่ละครับก็ใช้งานได้อย่างดี อย่างสะดวก มาตลอด ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา และแม้จะมีบางโครงการที่กรรมาธิการของเรานั้นอาจจะ ไม่สามารถตัดออกได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็สามารถปรับลดงบประมาณลงไปได้ ในสัดส่วนที่สูงเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ในส่วนของโครงการห้องบรรยายใหญ่ แล้วระบบ ภาพยนตร์ 4D ทางกรรมาธิการนั้นก็ปรับลดออกไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ตัดระบบ 4D ออก และแปลงเป็นแค่ห้องสารนิเทศทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีระบบ 3D หรือ 4D ที่ฟุ่มเฟือยและ เกินความจำเป็น หรือในสไลด์ถัดไป ในส่วนของโครงการจัดซื้อจอแอลอีดีขนาดใหญ่ เราก็มีการ ปรับลดไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ประหยัดภาษีพี่น้องประชาชนไปได้ประมาณ ๕๗ ล้านบาท ลดจากที่ตอนแรกมีการของบประมาณมาสำหรับ ๑๙ จอ ที่จะติดตั้งทั้งภายในและภายนอก อาคาร เหลือเพียงแค่ ๔ จอ ที่หน่วยงานยืนยันว่ามีความจำเป็นเพื่อใช้สำหรับห้องอบรม สัมมนาภายในอาคารแห่งนี้ แน่นอนครับ หากจะถามผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมก็เห็นว่ายังมีงบประมาณอีกหลายด้านของสภาที่เราสามารถปรับลดลงได้มากกว่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ในส่วนของงบประมาณการเดินทางไปต่างประเทศ ผมก็มีความเชื่อว่า เราสามารถปรับลดลงได้มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่กรรมาธิการงบประมาณปรับลดไปโดยไม่ส่ง ผลเสียใด ๆ ต่องานนิติบัญญัติของสภาเรา

ตัวอย่างที่ ๒ ในส่วนของงบประมาณเรื่องของการทำแพลตฟอร์ม Application ต่าง ๆ ผมก็มีความเชื่อเช่นกันว่าเราสามารถปรับลดงบในส่วนนี้ได้มากขึ้นกว่าเดิม นอกเหนือ จากระบบ LMS ที่ทาง สว. ขอมาแล้วเราได้ชะลอไป ๑ ปี หากเราสามารถปรับระบบการทำงาน ให้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักเลขาธิการวุฒิสภาซึ่งทำงานอยู่ในอาคารเดียวกัน ตัดสินใจพัฒนาแล้วก็ใช้ทรัพยากรร่วมกันมากขึ้น แทนที่ต่างหน่วยงานจะต่างตั้งงบประมาณ ในส่วนของตนเอง

และอีกตัวอย่างหนึ่ง ในส่วนของงบประมาณเกี่ยวกับอาคารสำนักงานของ สถาบันพระปกเกล้า ผมก็มีความเชื่อเช่นกันว่าเราสามารถปรับลดส่วนนี้ออกได้เกือบทั้งหมด หากเราเพียงแค่กำหนดนโยบายให้สถาบันพระปกเกล้านั้นย้ายมาทำงานที่สภาแห่งนี้ ในเมื่อ งานหลายด้านของสถาบันพระปกเกล้าเองก็มีความเชื่อมโยงกับงานของสำนักต่าง ๆ ในสภา แห่งนี้ และผมเชื่อว่าหากสมมุติมาทำงานในอาคารสถานที่เดียวกันก็จะเพิ่มแนวโน้มที่ สส. ในสภาแห่งนี้จะใช้ประโยชน์จากงานวิชาการของสถาบันพระปกเกล้ามากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถปรับลดงบประมาณได้เยอะเท่ากับที่ผมเห็นสมควร ก็ต้องยืนยันว่า การที่กรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ร่วมกันปรับลดงบประมาณไปถึง ๘๘๐ ล้านบาท ก็ถือว่า เป็นความคืบหน้าที่สำคัญในการช่วยกันประหยัดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ท่ามกลาง สถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และในการช่วยกันส่งสัญญาณว่าสภาผู้แทนราษฎรนั้นพร้อมที่จะ ตรวจสอบตนเอง ซึ่งสำหรับการปรับลดงบประมาณตรงนี้ ผมต้องขอขอบคุณทั้งทางกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการทุกท่าน โดยเฉพาะทางประธานคณะอนุกรรมาธิการ ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านธเนศ เครือรัตน์ ที่รับผิดชอบในส่วนของอนุกรรมาธิการที่ดูแลประเด็นนี้ เป็นหลัก

แต่ท่านประธานครับ ผมอยากจะทิ้งท้ายแบบนี้ว่าผมไม่อยากให้เราพอใจแค่นี้ ผมไม่อยากให้เราลืมว่าความสำเร็จในการตัดงบประมาณร่วมกันในครั้งนี้นั้นมีส่วนไม่มากก็น้อย มาจากการที่เรานั้นเปิดเผยข้อมูลเร็ว หากวันนั้นคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองซึ่งประกอบ ไปด้วยตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง ไม่ตัดสินใจนำเอาคำของบประมาณของหน่วยงานสภา มาเปิดเผยและมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันก่อนที่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณจะถูกเสนอเข้ามาใน วาระที่หนึ่งในที่ประชุมแห่งนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วเราไม่ได้นำมาเปิดเผยก่อน ทางคณะ อนุกรรมาธิการจะมีเวลาเพียงแค่ ๔๕ นาทีที่จะตรวจสอบในชั้นอนุกรรมาธิการ ค้นพบสิ่งที่ อาจจะไม่จำเป็น ซักถามรายละเอียดแล้วก็โน้มน้าวเพื่อนสมาชิกในคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อตัดสินใจปรับลดงบประมาณในส่วนดังกล่าว แต่พอทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง เราร่วมกันตัดสินใจในการนำเอาคำของบประมาณมาเปิดเผยและให้ สส. ได้ศึกษาก่อน ล่วงหน้า เวลาที่เรามีในการตรวจสอบก็ขยายจาก ๔๕ นาที ไปเป็น ๔๕ วัน เป็น ๔๕ วันครับ ที่ทำให้เราได้มีเวลาทำการบ้านโดยละเอียดมากขึ้น เป็น ๔๕ วันที่ทำให้เราได้มีเวลาสอบถาม ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ นำเสนอความเห็นของเราผ่านเวทีสื่อมวลชน รวมถึงรับฟังข้อทักท้วง และข้อสังเกตของพี่น้องประชาชน ดังนั้นท่านประธานครับ ผมหวังว่าการปรับลดงบประมาณสภา ที่เราทำสำเร็จร่วมกันในวันนี้จะไม่กลายเป็นเพียงความสำเร็จครั้งเดียวหรือความสำเร็จชั่วคราว ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่จะเป็นสัญญาณเตือนภัยให้กับพวกเราทุกคน เพื่อทำให้เราเห็นตรงกัน ว่าถึงเวลาแล้วที่งบประมาณแผ่นดินของทุกกระทรวงทุกหน่วยงานนั้น จะต้องไม่เพียงแค่ ถูกเปิดเผยตามขั้นตอนปกติแบบที่เป็นมา แต่จะต้องถูกเปิดเผยเร็วขึ้น ละเอียดขึ้น และในรูปแบบ ที่สามารถวิเคราะห์ต่อได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ประชาชนนั้นสามารถมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบงบประมาณได้มากขึ้น แต่จะยังทำให้ผู้มีอำนาจนั้นต้องคิดหนักขึ้นก่อนที่จะ ตั้งงบประมาณที่ฟุ่มเฟือยและเกินความจำเป็น

ท้ายสุดนี้ท่านประธาน ต้องเรียนว่าการตัดสินใจของผมและคณะกรรมาธิการ พัฒนาการเมืองเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ในการนำเอาคำของบประมาณมาตรวจสอบและมาเปิดเผย ก่อนนั้น เป็นการกระทำที่ทำให้ผมถูกผู้บริหารสภาก่อนหน้านี้ตำหนิและต่อว่าผมกลางที่ประชุม สภาแห่งนี้ ผมก็ได้แต่หวังว่า ๓ เดือนผ่านไป การตัดสินใจของเราในวันนั้นที่เคยถูกตำหนินั้น จะถูกทำให้กลายเป็นความปกติใหม่ และบรรทัดฐานใหม่ของสภาแห่งนี้ในการตรวจสอบและ ปกป้องภาษีของพี่น้องประชาชนทุกคน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธาน ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาต Update เพื่อน ๆ สมาชิกและเจ้าหน้าที่สภาก็คงติดตามกันหลายคน กลับเป็นเครื่องเตือนใจ ผมดีใจท่านประธานนั่งอยู่ข้างบนพอดี เป็นเครื่องเตือนใจพวกเราถึงการใช้งบประมาณของ ของพวกเราในฐานะที่เราเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบการใช้งบประมาณของ ทั้งประเทศ อาจจะขอใช้เวลาเกินสักนิดหนึ่ง ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านพริษฐ์ได้เอ่ยไปแล้วบางส่วนในเชิง ของหลักการ ตอนแรกผมก็คิดในใจเหมือนกันว่าจะตัดได้หรือเปล่า ยกตัวอย่างศาลาแก้ว ตอนแรกผมเห็นเหตุผลว่าจะต้องใช้รับเสด็จ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะตัดได้หรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ตัดได้จริง ๆ พอผมขอรายละเอียดเอกสารตกใจครับ ขอรื้อถอน เป็นไปอย่างที่เขา Mouth กันจริง ๆ ครหากันว่าจะรื้อออกไปทั้งหมดเลย ทำงานกระจกหลังคา ๑๔ ล้านบาท งานปรับอากาศ คือเหมือนจะทำใหม่ทั้งหมด นี่เป็นแค่รายละเอียดบางส่วน เราต้องเห็นข้อมูลเร็ว ไม่อย่างนั้นเรากว่าจะขอเอกสาร กว่าจะได้ใบเสนอราคาประกอบการตัดสินใจมันช้า ห้องประชุมงบครับ เห็นแบบเลย ตกใจ ตอนแรกจะทำ ๑๔๘ ล้านบาทจะทำอะไร จะทำ Slope ใหม่ ทำเหมือนห้องนี้ให้เป็น Slope ขึ้นไป มันถึงแพงขนาดนั้น คือรื้อทำใหม่ทั้งหมด ปรับภูมิทัศน์ครับ ทำปุ๋ย เอาใบไม้ทั้งหมด กวาดมารวมแล้วมาทำปุ๋ย ๔๐ กว่าล้านบาท อันนี้ประชาชนเห็นไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรครับ ปรับปรุงห้องรับรอง ยังมีไม่เยอะพออีกหรือครับ ผมขอเอกสารจากทางกลุ่มงานอาคารและ สถานที่ เรามีพื้นที่ใช้สอยเฉพาะในส่วนของห้องรับรอง ๓๔,๗๑๙ ตารางเมตร แล้วคุณจะไป ปรับปรุงอะไรอีก ไม่เข้าใจครับ

เราปรับลดอะไรไปบ้างนะครับ ยกตัวอย่างที่มีการ Lobby กันหนักมาก ในอนุกรรมาธิการ จริง ๆ ก็ต้องขอบคุณท่านธเนศที่ให้เวลาพวกเราเข้าไปคุยกัน เจ้าหน้าที่ ก็พยายามบอกท่านอย่าตัดเลย เราขอไป ๔ จอใหญ่ ๆ จะเอาไปติดตามแยกตรงลานประชาชน ข้างใน B1 B2 กี่ห้อง ๑๐ กว่าอัน ท่านพริษฐ์ก็ทำหน้าไม่ถูกเลยครับ เขามาพูดขอความเห็นใจ แต่เราถามว่าท่านจะเอาไปทำอะไรจอแอลอีดีตั้ง ๗ เมตรเอาไปแปะข้างหน้า สุดท้ายก็ตัดมา อันหนึ่ง บอกโอเคเอาไปไว้ลานประชาชน ข้างล่างห้องสัมมนาตั้งเยอะแยะ เราใช้พร้อมกัน ครั้งหนึ่งห้องหรือ ๒ ห้องอย่างมาก ท่านจะเอาแอลอีดีไปทำเป็น Stage ทั้งหมดตั้งกี่ตัว ก็เลยตัดออกมาได้ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งว่ามันจำเป็นหรือเปล่า เราต้องตั้งคำถามจริง ๆ เพราะว่าเงิน ด้วยความเคารพครับเจ้าหน้าที่สภา มันไม่ใช่เงินท่าน ท่านอยากใช้ ใช่ครับ อยากจะให้มันอลังการ ให้มันตอบสนองต่อการให้บริการประชาชน แต่ประชาชนจริง ๆ เขาไม่ได้ต้องการอะไรแบบนี้ เขาต้องการการเข้าถึงตัวอาคารสภาที่มันง่ายนะครับ

เรื่องอาหาร เรื่องครัวก็ Drama เยอะ ผมก็กลัวเหมือนกันครับ จะตัดตั้งเป็น หลักร้อยล้าน ก็กลัวว่าพวกเราจะไม่มีอะไรกินกัน จะไปทำอาหารกันที่ไหน มันอยู่ที่ไหน ผมก็เดินลงไปดูครัว ปรากฏมันไม่ใช่จุดเดียวที่เขาจะทำครัวครับ ข้างล่าง B2 ที่จะย้าย Food Court ลงไป พอเข้าไปดูในรายละเอียดครัวนี้จะทำ ๖ จุด อันนี้เราเป็น Catering หรือครับ ห้องครัวใหญ่ ชั้น B1 ห้องครัวด้านหลัง อาคารสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชั้น ๒ ห้องครัว รับรองทูตานุทูต ชั้น ๑ ห้องมุมกระจก ๑๑๓ ห้องครัวเตรียมอาหาร หลังห้อง Convention Hall B1 ห้องครัวเตรียมอาหาร Food Store สำหรับ Food Court ข้าราชการ สส. ชั้น ๑ ห้องเตรียมอาหาร รับรองพิเศษ ๒๐๗ ๖ ที่ครับ จะมีครัวกลางในสภานี้ ๖ ที่ อันนี้ผมแค่เอา Potation มาให้ดูตัวเดียวนะครับ ๕๙ ล้านบาทจุดเดียว จะซื้อเครื่องครัว อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ครัว มันไปกันใหญ่เลยครับ เราจะมีหม้อ ไห จาน ชามกี่ชุดในนี้ เราจะทำธุรกิจจัดเลี้ยงกันหรือครับ ถ้าเผื่อไม่มีข้อมูลจะมาพูดกันให้ฟังได้อย่างไร แต่สุดท้ายไม่เห็นจะต้องใช้เงินเลยครับ เดี๋ยว Food Court ที่เป็นตัวประกัน ที่บอกว่ามันไม่มีที่ที่จะไปกินข้าวกัน เดี๋ยววันที่ ๑๘ นี้ก็เปิด แล้วครับ B2 ไม่เห็นต้องใช้เงินสักแดงเลยเขาก็ทำกันได้ ก็งงเหมือนกันว่าจะทำครัวไปอะไร อีกตั้งเยอะแยะ จริง ๆ อยากจะตัดออกไปให้หมดเลย เราก็เกรงใจ ตอนแรกกลัวตัดไปหมด แล้วเดี๋ยวไม่มีอะไรกินกัน อันนี้ผมก็ถาม เคยไปเดินริมน้ำห้องจัดเลี้ยง ๔ ห้อง ๑๐๑ ไล่มาเรื่อย ๆ จนเขาส่งแบบมาให้ดู ก็ไม่แปลกใจครับ ท่านจะทำเป็นเหมือน Art Deco คือมันวิลิศมาหรามากครับ เข้าไปดูงานพื้น งานผนัง งานพื้นนี่ ๕,๐๐๐ บาทต่ออะไร คือรื้อ ทำใหม่เกือบหมด ทั้ง ๆ ที่มันใช้ได้อยู่แล้ว มีพรม มีไฟ มีแอร์ นี่มันอะไรกันครับ ผนัง ๑๓,๐๐๐ ต่อตารางเมตร กี่ห้องเรียงกันเข้าไป โต๊ะอาหารไม้สักแท้ หน้ากว้าง ๑.๕ เมตร Style Classic ๙ ตัว ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อโต๊ะให้ใครนั่ง นี่โต๊ะยังมีไม่มากพอหรือครับ เก้าอี้นั่งรับประทานอาหาร Style Louis พร้อมสลัก Logo องค์กร ๖๔ ตัว ตัวละ ๒๕,๐๐๐ บาท มันก็เกินไป มีรายการอะไรแปลก ๆ อีกเยอะเลยครับที่กล้าขอเข้ามา แม้กระทั่งที่ผมอภิปราย ท่านรองประธานเสร็จวันนั้น ช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคมก็ยังกล้าขอที่จะแปรเพิ่มเข้ามาอีก แล้วไปดูก็มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ต้องฝากท่านประธานจริง ๆ อย่าไปลักไก่ทำทีหลังมันทุเรศครับ ฉากหลังบัลลังก์ถูกตัด ออกไปยังจะแปรเข้ามาอีก ภาพอยู่ข้างบนเป็นจิตรกรรมนูนต่ำ ทางศิลปากรเขาก็บอกว่า มาตาม Brief Brief มาก็ต้องทำอย่างนั้น เขาก็อ้างอิงถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย ทำเป็นอย่างนั้นเหมือนคล้าย ๆ Style ขอมนิดหนึ่งครับ ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ อยู่ตรงกลางร้อยกว่าล้านครับ ซึ่งจริง ๆ ผมคุยกับสถาปนิกคนที่ออกแบบอาศรมศิลป์ ศิลปิน แห่งชาติ เขาบอกว่าตามราคาเดิมมันแค่ ๓๐ กว่าล้านบาท แต่ความจริงผมว่าอย่างนี้ก็โอเคแล้ว ไม่จำเป็นที่จะทำให้ต้องเสียเงินแล้วการทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือเปล่า

เรือตรวจการณ์ เมื่อวานท่านภัสรินอภิปรายไปทำโรงจอดเรือ ไปไถเงิน กรมเจ้าท่ามาทำโรงจอดเรือ ท่าเรือ ๒ ฝั่ง ทั้ง ๆ ที่มันมี Amazon มีอะไรหมดแล้วก็ไม่รู้จะรื้อ อย่างไร มีเรือตรวจการณ์เจ็ตสกีกล้าขอเข้ามาอีก ๘๘ ล้านบาท เครื่องทำ Ozone ไม่ใช่ PM คนละอันกันนะครับ เครื่องทำโอโซน ๑๐ ล้านบาท เครื่องระบบป้องกันฝุ่น ๕๐ ล้านบาท จะซื้อเหมือนกับของ สว. เรียงติดกันไปทุกที่เลยหรือครับ สุขภาพเรา เราไม่อายประชาชน เวลาเขามีฝุ่นควันทางภาคเหนือ เราจะตอบคำถามเขาอย่างไร ๕๐ ล้านบาท เพื่อเอาตัวรอด หรือครับ เพื่อพวกเราจะได้มีสุขภาพที่ดี รถจักรยานยนต์นำขบวน ๘,๐๐๐,๐๐๐ App ก็มา Thailand Parliament Visit Application ผมว่าต้องเฝ้าระวังอย่าได้ริอ่านขอมาอีกอะไรแบบนี้ หรือไปโอนเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง ด้วยความเคารพครับ

ผูกพันเดิมนี่เราไม่ได้ตัดนะครับพิพิธภัณฑ์ เข้าใจว่าอยากจะไปทำข้างบน รอบเครื่องยอดในรอบ ๆ ที่เป็นห้องสีดำ ๆ อยู่ตอนนี้ทั้ง MB1 และข้างบน ผมก็ต้องขอว่า แบบจะทำอะไรกันอย่างไรเพราะไม่ไว้ใจจริง ๆ เวลาเห็น BOQ ออกมาแล้วตกใจทุกทีใช้เงิน กันขนาดนี้ รวมถึงท่าเรือที่มีการอภิปรายไปแล้วนะครับ เข้าใจออกแบบไปแล้วมันผูกพัน มันเลยตัดไม่ได้ แต่เราจะอย่างนี้ต่อไปหรือ เราจะปู้ยี่ปู้ยำกันอย่างนี้หรือครับ ใครจะนั่งครับ ประชาชนเขาใช้ท่าเรือวัดแก้วฟ้า อันนี้เราทำมาเพื่ออะไร เพื่อจะ Service คน ๕๐๐ คน หรือจะเอาไว้ ผมก็ไม่แน่ใจไว้รับเสด็จหรือจะเอาไว้ดูเรือสุพรรณหงส์หรืออะไรเราถึงต้องสร้าง ท่าเรือแบบนี้ครับ โครงการใหม่เข้าใจว่าอันหนึ่งก็เป็นดำริของท่าน ท่านอยากกระทำ Co-Working Space ลงมาข้างล่าง ห้องสมุด เอาน้ำออกแล้วก็สร้างอะไรขึ้นไป อย่าเลยครับ พื้นที่เราเยอะแล้วครับ ขอความกรุณาไหว้ครับท่านประธาน มันอายคนอื่นเขา ค่าใช้จ่าย ของท่านรองเลขาธิการคนเก่านะ ค่าใช้จ่ายคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกัน ลดอุบัติเหตุ ๑๓ ล้านบาท ผมก็นึกจะไปซื้อกรวย ซื้อกระจกติดโค้งทำให้มันปลอดภัยขึ้นในสภา ปรากฏไปดูงานต่างประเทศ ๖.๒ ล้านบาท แล้วมันจะปลอดภัยอย่างไรจราจรในนี้ อันนี้น่าเกลียด แล้วไปดู Quotation มันเหมือนกัน ๒ บริษัท ๑๐ ล้านบาทเป๊ะ ผมไม่อยากขยายให้มันเห็น มันน่าเกลียด มันล็อกมาแล้วครับ แล้วนี่พอได้ไหมครับ ขอแถมนิดหนึ่ง เข้าร่วมประชุมองค์กร ห้องสมุดระหว่างประเทศ ๓ ล้านบาท ประชุมสหพันธ์ คือประชุมแล้วมีใครขึ้นไปใช้ห้องสมุดบ้าง ด้วยความเคารพเจ้าหน้าที่ อย่าเลยเรื่องพวกนี้ ลดราวาศอกได้แล้วครับ

สว. ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาเยอะในห้องอนุกรรมาธิการ จริง ๆ อยากจะตัด เยอะมากครับ เริ่มต้นมาก่อนก็ต้องขอบคุณท่านธเนศอีกทีลดค่าไฟ ๑๖๐ ล้านบาท แล้วก็ตัดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จริง ๆ มันมีระบบ IOT ในอนาคตผมว่า Trend มันก็สามารถที่จะทำให้ ลดลงได้ เดินทางต่างประเทศของคณะกรรมาธิการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สไลด์ต่อไปผมจะพูด เพื่อนสมาชิกก็คงไม่ค่อยพอใจจาก ๕ ล้านบาท เป็น ๔.๕ ล้านบาท แต่มันต้องให้เห็นว่า เราไปดูงานจริง ๆ ไม่ใช่ไปทำอะไรอย่างอื่นแล้วเราจะตอบ มาถึงขนาดนี้แล้วเดี๋ยวทุกท่าน ก็ต้องถูกขอ ประธานทุกท่านก็ต้องบอกกำหนดการมาละเอียดครบทุกอย่างเลยถึงเราจะตอบได้ ไม่ได้ห้ามไปดูงาน แต่มันต้องมีกำหนดการที่ชัดเจน เรื่องค่าอาหารก็ซ้ำซ้อนเราก็กินกันไม่ไหว สส. ห้องกรรมาธิการ ห้องอนุกรรมาธิการ กินกันจนอ้วนแล้วครับ พอได้แล้ว อีกอันหนึ่งครับ ของ สว. มันหยุมหยิมมาก คือไม่รู้ท่านมีภารกิจอะไร ทั้งคุณธรรม ดิจิทัล Green ทุจริต คือจะทำทุกอย่างในโลกนี้ พูดภาษาแบบหยาบนิดหนึ่ง เสือกทุกเรื่อง จะทำทุกอย่าง หน้าที่หลัก ของ สว. มีอะไรครับ กลั่นกรองกฎหมาย กลั่นกรองผู้จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรต่าง ๆ แค่นั้นเอง ๒ อย่าง อย่าไปทำเรื่องอื่นครับ ผมก็ว่าเจ้าหน้าที่ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เหมือนกัน เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองท่านไม่ต้องทำงานเยอะ ท่านอย่าไปหาทำเรื่องโน้นเรื่องนี้เต็มไปหมด จะต้องไปลูกเสือโลก จะต้องรับรองแขก ต่างบ้านต่างเมือง เป็นทูตหรืออย่างไร ไปรับรองประธานสภาที่ปรึกษาจากาอุดิอาระเบียที ๓ ล้านกว่าบาท เราไม่ได้รวยขนาดนั้นครับ มอบโล่รางวัล ท่านไปเดินดูมีแต่โล่ มีประกาศนียบัตร ซื้อตู้มาใส่โล่อบรม สัมมนากันแบบเยอะมาก ผมอ่านไม่อยากจะแฉ ทนฟังผมอีกหน่อยแล้วกัน โครงการฝึกอบรมซ้อมแผนฉุกเฉินกราดยิงในสภายังมีเลยครับ ขอมา ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ค่าวิทยากร ค่าทำป้าย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็มี ๑๖๐,๐๐๐ บาท เป็นค่ารถไปอบรมกัน Social Listening ก็ทำ ท่านไปอ่านใน Social ก็พอแล้วครับ ๙๐,๐๐๐ กว่าบาท วารสาร เรื่องสั้น นวนิยาย ซื้อมา ๑๐๐,๐๐๐ บาท พอได้แล้วกับการซื้อของมากมาย ตัวอย่างของ สว. จริง ๆ สส. ก็มี ผมก็ถามเขาท่านไปทำอะไรครับ เกษตรสหกรณ์ ๑.๔ ล้านบาท จอร์เจีย ประเทศเขาเป็นประเทศต้นแบบของการทำเกษตรหรือครับ นิวซีแลนด์ กรรมาธิการการทหาร และความมั่นคงเขายังเป็นเกาะอยู่ คุณจะไปดูอะไรเขามีอาวุธที่เกรียงไกรที่สุดในโลกหรือครับ เทคโนโลยีสารสนเทศไปโครเอเชีย บริหารราชการแผ่นดินไปจอร์เจียอีกแล้ว สโลวีเนีย มันเหมือนบริษัททัวร์ยุโรปตะวันออกหรือเปล่าครับ ไปดูอะไรกันครับ ประหลาดมาก ของเรา ก็ยังดี มีกรรมาธิการการแรงงานโปรตุเกสซึ่งผมตั้งคำถามว่าท่านไปทำอะไรที่โปรตุเกส มันมีอะไรเรื่องดูแลคุ้มครองแรงงาน เลิกจ้างเสียทีเถอะครับ บริษัททัวร์มันสามารถทำแบบมี กำหนดการ เครื่องบินเราซื้อเองได้ โรงแรมเราจองตรงเองได้ ไม่ต้องไปผ่านบริษัททัวร์ และสถานทูตก็ประสานรถเรามีกำหนดการชัดเจน เราจะไปหาหน่วยงานไหนบ้าง ทัวร์เราจะซื้อ ไปทำไมเราไม่ได้ไปเที่ยว

อันนี้ก็อีกอันหนึ่งผมไม่ค่อยมีเวลาพูดเยอะในห้องใหญ่ในกรรมาธิการ สถาบัน พระปกเกล้าเป็นหน่วยงานวิจัยภายใต้รัฐสภาท่านก็เป็นผู้บังคับบัญชาเขา จะสร้างตึก อยากเป็นเอกเทศ ทำพิพิธภัณฑ์ อันนี้ก็ซ้าร้ายไม่ค่อยแพ้สภาเราเลยครับ ค่าปรับปรุงอาคาร ผูกพัน ๒ ปี ๔๐๐ กว่าล้านบาท ทำพิพิธภัณฑ์มี Holographic มี AR เล่าเรื่องด้วยเอไอ เสมือนจริงครับ ๘๐ ล้านบาท มีศูนย์ประชาธิปไตยด้วย มี ๒ อัน มันมีแยก ๒ ฟังก์ชัน คือพิพิธภัณฑ์แล้วก็มีโครงการปรับปรุงพัฒนาศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม ควรจะเอา เข้ามาอยู่ในสภาเราครับ ที่เดียวกันจะไปตั้งตนเป็นลานอิสระทำไม แล้วก็จัดเต็มครับ วีอาร์ เออาร์ เอไอ Interactive Chatbot Digital Passport Mobile App Gamification Roleplay บวกไปบวกมาเกือบ ๔๐ ล้านบาท แล้วสถิติผู้เข้าชมเป็นอย่างไรครับ นี่ฟรีนะครับ มี Voucher ด้วย ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ต่อปี หารมาต่อวันหลักร้อยครับ แล้วลงทุนไป กี่สิบล้านครับ อันนี้ไม่ควรปล่อยผ่านเลยนะครับ ต้องเรียกร้องไปทางเลขาธิการสถาบัน พระปกเกล้าคนใหม่ด้วย

สุดท้ายครับ สถาบันพระปกเกล้าได้รับเงินอุดหนุนจากเงินแผ่นดินแต่ก็ยัง มาเก็บเงินคนไปเรียนในกรณีไปต่างประเทศ วัฒนธรรมคล้ายกับเราเลยครับ ไปมองโกเลีย ดูที่ผมขีดเส้นไว้ไป ๔ วัน ดูงานจริง ๆ แค่ ๒-๓ Match ทัศนศึกษา สภาพสังคมและ วัฒนธรรมมันมีอะไรให้ดูหรือครับที่มองโกเลีย มันมีต้นแบบแห่งประชาธิปไตย มีระบบ Parliament ที่ดีที่สุด หรือไปดูเจงกิส ข่านหรืออะไร ก็เรียกร้องนะครับ โดยสรุปเราเป็น สถาบันนิติบัญญัติ เป็นสถาบันหลักของประเทศ อย่าให้ประชาชนเขามาครหาตั้งคำถามได้ มันอายเขาครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งครับ ท่านเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ก่อนหน้านี้มาตั้งแต่วันแรก แต่เนื่องจากมันอยู่ ในส่วนของมาตรา ๓๐ แล้วก็เรียนทุกท่านไว้ว่าเราพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ทั่วไปหมด ๓ วันที่ผ่านมา ผมก็ถามพี่น้องสื่อมวลชนว่าควรจะเข้ามาฟังเรื่องนี้หรือไม่ ประเด็นอื่น ๆ ที่ผมเตรียมไว้ เยอะแยะผมจะตัดออก ผมขอสงวนแล้วก็ตัดนิดเดียว ๑๐,๘๐๐ บาท แต่เหตุที่ตัดเพราะเห็น เรื่องกระบวนการทำงานการประชุมของฝ่ายนิติบัญญัติเรา ผมเข้าใจว่าขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบ ในมาตราต่าง ๆ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมไม่เคยเป็น สส. แต่ผมเป็น สว. มา ๓ ปี ในช่วงที่เป็นผมก็ตาม การตรากฎหมายที่ไม่ชอบของ สนช. ๒๐๐ ฉบับ แล้วก็จำทุกวันนี้ จดชวเลขทุกมาตรา ทุกกฎหมาย แล้ววันนี้ก็ยังเกิดกรณีเช่นนี้อีก ส่วนหนึ่งก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเราด้วย รัฐธรรมนูญปัจจุบัน มาตรา ๑๒๐ บอกว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุม วุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของแต่ละสภาจึงจะเป็นองค์ประชุม คำว่าเว้นแต่ผมไม่อ่าน เป็นส่วนประกอบ คำว่าองค์ประชุม เขาไม่ได้พูดถึงขั้นตอนตอนกดออดเรียกเข้ามาหรือลงมติ เขาพูดขณะที่เราพิจารณาแต่ละ มาตรา กฎหมายนี่องค์ประชุมต้องเกินกึ่งหนึ่งนะครับ ผมพูดเช่นนี้เพราะอะไร ถ้ามีสไลด์ ที่ผมส่งให้ในมาตรา ๓๐ กรุณาช่วยขึ้นให้ด้วย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในส่วนของหน้าที่ ๑๖ นะครับ เล่ม ๑๒๕ ตอน ๗๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญเรื่ององค์ประชุม ในหน้า ๑๖ ดังกล่าว ผมจะเอาย่อส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ๒ ตอน ให้ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกฟังนะครับ การที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับกำหนด จำนวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ที่ประกอบกันเป็นองค์ประชุม ไว้ด้วยก็เพื่อให้การประชุมพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของทั้งสองสภา เป็นไปด้วยความรอบคอบ มีมุมมองที่หลากหลาย และมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในส่วนที่เกี่ยวกับการตรา กฎหมายนั้น กฎหมายที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลง พระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ย่อมมีผลใช้บังคับกับประชาชนทุกคน ในประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการพิจารณาทุกวาระ และเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดองค์ประชุมไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา ย่อมมีความหมายว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุม วุฒิสภาที่มีจำนวนสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมจะถือว่าเป็นการใช้อำนาจ นิติบัญญัติโดยองค์กรสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไม่ได้ นี่ขั้นตอนแรก ตรงนี้เราเห็นชัด จากอะไร ก่อนลงมติ อภิปรายเสร็จ สงวนความเห็น ผู้แปรญัตติเสนอคำแปรญัตติ เสียงข้างน้อย ข้างมาก ท่านก็จะกดออด พอกดออดเสร็จสมาชิกฝ่ายรัฐบาลบ้าง ฝ่ายค้านบ้างก็จะบอก ท่านครับรอหน่อย ตรงนี้ประชุมกรรมาธิการอยู่ ตรงนี้อยู่ในห้องอาหาร ตรงนี้กำลังพักผ่อน นั่นคือหลักฐานที่บอกว่าองค์ประชุมขณะพิจารณากฎหมายไม่ครบ ท่านถึงรอ ตรงนี้ศาล ก็วินิจฉัยเพิ่มว่า และเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดองค์ประชุมไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดไปแล้ว ต่อมาหากมีการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และที่ประชุมวุฒิสภาที่ไม่ครบองค์ประชุม จะถือว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญไม่ได้ จากคำวินิจฉัยนี้ ซึ่งมีลักษณะเดียวกันอยู่ ๗ คำวินิจฉัย ในปี ๒๕๕๑ กับปี ๒๕๕๒ เหตุมันเกิดจาก สนช. สมัยนั้นมาเข้าชื่อ ๒๕๐ คน เข้าชื่อเสร็จกลับบ้าน มีฉบับหนึ่งลงน้อยที่สุด ๘ เสียง รองลงมา ๑๒ เสียง ผมเก็บหมด ๒๐๐ ฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญตีตกไป ๗ ฉบับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้หลักการไว้ว่า ๑. ขณะที่เราพิจารณาเพื่ออภิปรายความเห็นให้ต่าง ๆ นานา สมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือแม้กระทั่งกรรมาธิการผู้เสนอความเห็น ผู้สงวนความเห็นอะไรต่าง ๆ ที่เป็นคนนอก อย่างเช่นผม ก็เพื่อจะให้เกิดความกว้างขวางในการพิจารณากฎหมาย ขณะนั้นก็เป็นหน้าที่ แต่ก็เป็นหน้าที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ท่านนับองค์ประชุม เพราะในข้อบังคับ ข้อ ๙ การประชุม ประธานมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๒) กำกับและดูแลการดำเนินกิจการของสภา ทีนี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันเราไหม ผูกพัน ทีนี้ในสิ่งที่ผ่านมาท่านจะเห็นว่าทำไม ผมถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา ผมถ่ายรูปเพื่อที่จะเอาเข้าไปแล้วเดี๋ยวผมจะใช้เครื่องเอไอจับแล้วก็ นับจำนวนว่าขณะที่ผมถ่าย ก่อนที่อภิปราย ครบจำนวนกึ่งหนึ่งหรือไม่ ถ้าไม่ครบก็ไปเข้าเงื่อนไข ข้อแรก ก็ไม่ใช่การใช้อำนาจนิติบัญญัติ แต่จะมาถูกเฉพาะตอนท้ายคือตอนลงมติ ตอน Check องค์ประชุม เพราะฉะนั้นกระบวนการตรากฎหมายตรงนี้เกิดปัญหาไหม เกิดไปแล้ว ทีนี้ผมก็ทำอย่างไรครับ ผมก็หาทาง เพราะปี ๒๕๖๓ เราเคยเกิดเรื่องนี้ครั้งหนึ่ง เรื่องงบประมาณ ตามคำวินิจฉัย ที่ ๒-๓/๒๕๖๓ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ร้อง ตอนนั้นมีเรื่องเสียบบัตร

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นอย่างนี้ คุณเรืองไกรครับ ตอนนี้เป็นเรื่องงบประมาณวาระที่สอง ท่านก็เอาตามสมควรพอ ในเรื่อง ของการตีความรัฐธรรมนูญองค์ประชุม ท่านสรุปได้นะครับ ที่ประชุมจะได้เข้าใจ ไม่อย่างนั้น มันจะไปไกลครับ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ผมสรุปว่าที่ผมตัดของงบประมาณ ไม่มาก เพราะกระบวนการพิจารณาของเราถ้ายึดตามคำวินิจฉัย ที่ ๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ตั้งแต่หน้า ๑๖ จนไปถึงหน้าสุดท้าย มี ๓-๔ หน้า ผมกำลังเรียนว่าเรา ดำเนินกระบวนการพิจารณามาตั้งแต่มาตราต่าง ๆ ไม่ชอบ แต่ควรจะส่งให้ศาลไปวินิจฉัย เพื่อลงมติกันใหม่หรือไม่ ผมนับวันแล้ว วันที่ ๒๐ ร่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นเข้ามายังไม่ครบ ๑๐๕ วันมันจะแก้ไข แต่ถ้าปล่อยเลยไปผมอาจจะหยิบมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นมา แล้วก็ อาจจะจำเป็นที่จะต้องสอบถามว่าพวกท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ตามที่ได้ปฏิญาณกันหรือไม่ ขอแค่นี้ครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ๑ ท่าน เชิญคุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้อภิปรายในมาตรา ๓๐ เรื่องงบประมาณ รายจ่ายของหน่วยงานรัฐสภา โดยหยิบยกประเด็นการจัดสรรงบประมาณค่าอาหารเลี้ยงรับรอง สมาชิกในวันประชุม และค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางไปดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการสามัญ ของ สส. และ สว. ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เริ่มต้นด้วยค่าอาหารเลี้ยงรับรอง สมาชิกและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวันประชุมร่วมของ รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวน ๕๗,๐๑๓,๕๐๐ บาท สำหรับการประชุม ๘๑ วัน โดยอ้างอิงผลจากการจ่ายในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ตารางทางขวาคือรายละเอียดค่าอาหารในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมเลขอยู่ที่ขวาล่าง คือ ๔๙.๘ ล้านบาทครับ ขอสไลด์ถัดไปด้วยครับ และนี่คือรายละเอียดค่าอาหารในวันประชุมร่วมของรัฐสภาที่มีทั้ง สส. และ สว. รวมกัน ๗.๑๙ ล้านบาท แต่หากคำนวณเฉลี่ยแล้วครับ เพื่อนสมาชิกดูตาม กรอบสีส้ม พบว่าในการประชุม ๑ วัน สส. ๑ คนจะได้รับค่าอาหารเลี้ยงรับรองเป็นจำนวน ๑,๒๕๐ บาท แบ่งออกเป็นอาหารว่างเช้ารวมเครื่องดื่ม ๒๐๐ บาท อาหารกลางวันและเย็น รวมเครื่องดื่มมื้อละ ๔๐๐ บาท และอาหารค่ำรวมเครื่องดื่ม ๒๕๐ บาท ในขณะที่เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติการในการประชุมกลับได้รับอาหารกล่องเฉพาะมื้อเย็น ๑๓๐ บาท เจ้าหน้าที่อำนวย ความสะดวกในการจราจรก็ดีขึ้นมาหน่อยครับ ได้รับทั้งมื้อเที่ยง มื้อเย็น มื้อละ ๑๔๐ บาท รวมเป็น ๒๘๐ บาท

มาดูในส่วนของวุฒิสภาครับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับจัดสรร งบประมาณเป็นจำนวน ๑๔,๒๘๐,๐๐๐ บาท สำหรับการประชุม ๖๘ วัน เมื่อเฉลี่ยแล้ว พบว่าในการประชุม ๑ วัน สว. ๑ คนจะได้รับอาหารเลี้ยงรับรองรวมเป็นจำนวน ๙๕๐ บาท แบ่งออกเป็นอาหารว่างเช้าและบ่าย รวมเครื่องดื่มมื้อละ ๒๐๐ บาท อาหารกลางวัน รวมเครื่องดื่ม ๔๐๐ บาท และอาหารเย็นรวมเครื่องดื่มเฉลี่ย ๑๕๐ บาท ในขณะที่เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานในวันประชุมของวุฒิสภาได้รับอาหารกล่อง ๑๑๐ บาทต่อวัน คำถามที่เราต้อง ร่วมกันตอบ คือเหตุใดการจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันระหว่าง ๒ สภานี้จึงมีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งที่ล้วนเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเหมือนกัน และเหตุใดเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการประชุมให้ดำเนินการไปได้ด้วยดี กลับได้รับเพียงอาหารกล่องที่มีราคาแตกต่างกันหลายเท่าตัว ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ล้วนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าและเข้าใจถึง สถานการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงภัยความมั่นคงชายแดนที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญอยู่ใน ปีปัจจุบัน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเราควรแสดง Spirit ช่วยชาติ ช่วยแผ่นดินด้วยการตัดลด งบประมาณที่ฟุ่มเฟือยของตัวเองลง ดังนั้นผมจึงขอเสนอให้มีการปรับลดราคาอาหารเลี้ยงรับรอง สมาชิกในวันประชุมของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และของ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๑๒,๑๒๒,๓๘๐ บาท ขอให้แต่ละสำนักได้นำงบประมาณคงเหลือจัดสรรให้กับสมาชิกและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อย่างเท่าเทียมกัน

สำหรับประเด็นที่ ๒ ค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศของ คณะกรรมาธิการสามัญครับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังคงได้รับจัดสรร งบประมาณเป็นจำนวนเท่าเดิมคือ ๑๗๕ ล้านบาท สำหรับ ๓๕ คณะในปีนี้ เมื่อเฉลี่ยแล้ว พบว่ากรรมาธิการสามัญ ๑ คณะจะได้รับค่าใช้จ่ายเพื่อศึกษาดูงานต่างประเทศเป็นจำนวน ๕ ล้านบาท ในส่วนของวุฒิสภาก็เช่นกันครับ ยังคงได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวน เท่าเดิมคือ ๖๘.๒๕ ล้านบาท สำหรับ ๒๑ คณะ เมื่อเฉลี่ยแล้วกรรมาธิการสามัญ ๑ คณะ ๓,๒๕๐,๐๐๐ บาท ผมเข้าใจดีถึงความจำเป็นในการศึกษาดูงาน แต่ในห้วงเวลาที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นข่าวการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของกรรมาธิการต่าง ๆ รวมถึง ผู้บริหารของรัฐสภา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงลิ่วจากงบประมาณแผ่นดิน แม้ว่าการศึกษาดูงาน จะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ แต่คำถามที่เกิดขึ้นในใจของประชาชนคือการเดินทางแต่ละครั้งมีความคุ้มค่ากับงบประมาณ ที่เสียไปหรือไม่ ผลลัพธ์ของการศึกษาดูงานได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็นรูปธรรมมากน้อย แค่ไหน มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการเดินทางชัดเจนหรือไม่ และมีการบริหารจัดการ ส่งต่อองค์ความรู้ที่ได้ไปจากการดูงานต่างประเทศแก่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รุ่นถัดไปอย่างไรครับ ดังนั้นเพื่อให้งบประมาณของรัฐสภาเกิดประโยชน์สูงสุดคุ้มค่า คุ้มภาษี ที่สุด ผมจึงขอเสนอให้มีการปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของ กรรมาธิการสามัญของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากเดิม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่คณะกรรมาธิการงบประมาณมีมติเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ลงอีก ๓๘.๔๖ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๓๑,๒๕๐,๐๐๐ บาท ก็จะเหลือค่าดูงาน ต่างประเทศเป็นคณะละประมาณ ๒ ล้านบาท โดยสรุปนะครับ มาตรา ๓๐ งบประมาณ รายจ่ายของหน่วยงานรัฐสภาซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขและให้ปรับลดงบประมาณ เป็นจำนวน ๘๘๐,๒๘๓,๐๐๐ บาท ผมขอเสนอให้มีการปรับลดงบประมาณเพิ่มอีกจำนวน ๑๒๕,๘๗๒,๓๘๐ บาท หรือรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑,๐๐๖,๕๘๐,๖๘๐ บาท ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีสมาชิกจะอภิปรายด้วยอีก ๑ ท่าน เชิญคุณทศพร เสรีรักษ์ ครับ

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมขอตัดงบประมาณสภา ๕๐ ล้านบาท ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการ Presentation)

เรื่องที่ผมพูดอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่มันเป็นเรื่องเล็กที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่าถ้าเราตัดงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้ แต่สภาเรายังฟุ่มเฟือยมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปทำอย่างนั้น อันนี้เป็นรูปอาหาร ที่สภาครับ ท่านประธานทราบไหมว่าปีหนึ่ง ๆ ในโลกนี้มีขยะอาหาร ๑,๐๐๐ ล้านตัน แล้วในสภาก็จะเป็นอย่างนี้ อาหารที่เหลือติดจานไม่ต้องพูดถึงครับ อันนั้นอาจจะเป็นเพราะ อาหารไม่อร่อยหรืออะไรก็ตามผมไม่เอาภาพมาแสดง แต่ว่าทุกเย็นก็จะมีอาหารเหลืออยู่ อย่างนี้ จนเป็นภาพจำว่า สส. จะกลับบ้านก็จะหิ้วถุงกันคนละถุง ๒ ถุงกลับบ้าน เราได้ งบประมาณกันคนละประมาณ ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน แต่เมื่อวานที่ผมพูดถึง ท่านประธาน อาจจะยังจำได้ว่าในสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ในสถานสงเคราะห์เด็กพิการ ได้ค่าอาหารกัน คนละ ๖๐ บาทต่อคนต่อวัน ปีที่แล้วต้องขอบคุณท่านธเนศได้ตัดงบประมาณค่าอาหารไป ๑๕ ล้านบาท ปีนี้ก็คงต้องตัดอีกครับ จะเลิกเลี้ยงอาหารเลยหรือว่าถ้าเลิกไม่ได้จริง ๆ ก็ลดอาหารครับ เหลือแค่มื้อเช้ากับมื้อเที่ยงก็น่าจะเพียงพอแล้ว

เรื่องที่ ๒ ที่เป็นเรื่องสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของบุหรี่ครับ ท่านประธาน คงจำได้ทุกปีท่านประธานกับผมก็จะลงไปที่ชั้น ๑ ข้างล่าง แล้วเราก็จะมีนิทรรศการวันงด สูบบุหรี่โลก ทุกวันที่ ๓๑ พฤษภาคม แต่ในสภาเราก็ยังไม่มีที่สูบบุหรี่ให้เป็นพื้นที่เป็นทาง ก็เห็นใจผู้ที่สูบบุหรี่นะครับ ก็ทำห้องสูบบุหรี่ให้เป็นที่เป็นทางสักห้องเถอะครับ จะเข้าไป สูบบุหรี่กันในห้องให้เหมือนสนามบินเลยก็น่าจะดี ปีนี้ที่ผมขอตัด ๕๐ ล้านบาท ถ้าตัดไม่ได้ จริง ๆ อาจจะแพ้เสียงข้างมาก ปีหน้าก็คงต้องยื่นขอตัดอีก ขอให้ท่านประธานมาช่วยกัน ทำให้สภาของเราเป็นสภาสีเขียว ไม่มีขยะอาหาร เป็นสภาไทยที่ไร้ควันบุหรี่ แล้วก็ช่วยกัน ประหยัดภาษีของประชาชน ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการตอบชี้แจงครับ

นายธเนศ เครือรัตน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธเนศ เครือรัตน์ กรรมาธิการครับ ขออนุญาตตอบทางท่านผู้แปรญัตติและ ท่านสมาชิกสั้น ๆ ว่าหน่วยงานรัฐสภาเป็นหน่วยงานที่ถูกปรับลดงบประมาณลงมากที่สุด หน่วยหนึ่งนะครับ ประมาณ ๘๘๐ ล้านบาท เป็นอันดับ ๒ รองจากกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ท่านอนุกรรมาธิการ ที่ให้ความร่วมมือกับทางห้อง คณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนานะครับ มีประเด็นเรื่องเดียวที่อยากจะนำเรียน ท่านสมาชิกอย่างนี้ว่าเรื่องค่าอาหาร ทางคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ในปี ๒๕๕๘ ได้มีการปรับลดค่าอาหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรลง ๑๕ ล้านบาท คืออย่างนี้ ทุกปีเขาจะตั้งไว้ประมาณ ๗๒ ล้านบาท เราจะใช้จริง ๆ ประมาณ ๓๐ ล้านบาทเศษ ก็ปรับลง ๑๕ ล้านบาท ก็เหลืออยู่ประมาณ ๕๒ ล้านบาท ในปีนี้ทางท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็ตั้งไว้ ๕๒ ล้านบาทโดยประมาณ เท่าที่เราได้ตัดลงไปแล้วนะครับ ซึ่งก็มีเหตุผลว่าทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเลี้ยงอาหารในกรณีที่มี การประชุมร่วมกับสมาชิกวุฒิสภาด้วยเลยต้องมีการเผื่อค่าอาหารไว้ ผมคิดว่าที่ปรับลดลง ก็เพียงพอแล้วก็เลยไม่ได้มีการปรับลดลงอีก ถือว่าทางท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ ปรับลดลงเท่ากับปี ๒๕๖๘ ท่านประธานครับ คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณ ทุกอย่างด้วยความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ส่วนรายการปรับลดต่าง ๆ ท่านพริษฐ์และท่านกรรมาธิการท่านอื่น ๆ ก็ได้มีการพูดถึงไปแล้ว ผมขออนุญาตจะไม่เอ่ยถึง รายการปรับลดแต่ละรายการก็ตั้งอยู่บนโต๊ะท่านเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านเปิดดูได้ว่ามีส่วนใด บางรายการก็ปรับลดทั้งโครงการ บางรายการก็ปรับลดเป็นบางส่วน อย่างเช่น ห้องอาหาร ที่ท่านภัณฑิลได้พูดถึงเขาจะปรับปรุงทั้งหมด ๖ ห้อง ทางคณะอนุกรรมาธิการก็บอกว่า ลองปรับปรุงสัก ๓ ห้องดูก่อนเพื่อให้เราดูก่อนว่าเป็นอย่างไรและในปีต่อไปค่อยว่ากัน ส่วนห้องรับรอง ครม. ปรับลดทั้งโครงการเพราะว่าทาง ครม. ไม่เคยมาเลย นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง คณะกรรมาธิการขอยืนยันตามมติที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีมติไปแล้วนะครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ เนื่องจากมาตรานี้มีคณะกรรมาธิการแก้ไขนะครับ ผมจึงจะถามจาก ที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกับการแก้ไขก็จะถามมติ ที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตตินะครับ ก่อนที่จะถามมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมได้รับแจ้ง จากท่าน สส. ประภาพร ทองปากน้ำ ซึ่งทำหน้าที่ติดตามการลงมติเขาแจ้งผมว่าในมาตรา ๒๙ ผมไม่ได้แสดงตนแล้วก็ไม่ได้ลงมติ ผมขออนุญาตบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าผมอยู่กับท่านอดิศร ผมได้กดปุ่มแสดงตนแต่ไม่ปรากฏแล้วก็ได้ลงมติเห็นชอบด้วย ขอให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วย ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้บันทึกไว้ ก็แล้วกัน กดแล้วสัญญาณไม่ขึ้นอย่างไรก็แจ้งได้นะครับ

นายวารุจ ศิริวัฒน์ อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วารุจ ศิริวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เช่นเดียวกับท่านขจิตรนะครับ แต่จะหนักกว่าท่านขจิตรนิดหนึ่งเพราะว่าเมื่อสักครู่มาตรา ๒๙ ผมโหวตเห็นด้วยนะครับ แต่ในใบที่ Print มาเป็นไม่เห็นด้วย รบกวนท่านประธานบันทึกในที่ประชุมด้วยว่า วารุจ ศิริวัฒน์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็บันทึกความเห็น ทั้ง ๒ อย่างครับ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ หมายเลข ๒๔๑ จากผลการบันทึกการลงมติในมาตรา ๒๗ ไม่ปรากฏผลการลงมติการออกเสียงของดิฉันค่ะ ก็ขอเรียนยืนยันว่าดิฉันได้ลงมติตาม ระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ขอเรียนไว้เป็นข้อมูล ขอบพระคุณมากค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้นะครับ ก่อนที่จะลงมติต่อไป เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไขว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่เข้ามา กรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกเชิญครับ ผมคิดว่ามาตราต่อ ๆ ไปคงจะอภิปรายไม่เยอะแล้วครับ เพราะฉะนั้น ท่านอยู่ในห้องไว้ก่อนก็ได้มันจะได้เสร็จก่อนเที่ยงคืน มีสมาชิกที่เข้ามาแล้วยังไม่ได้แสดงตน บ้างไหมครับ ท่านที่เข้ามาใหม่กรุณาแสดงตนด้วยนะครับ มีอีกไหมที่ยังไม่ได้แสดงตน ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วขอปิดการแสดงตน แสดงผลด้วยนะครับ มีผู้มาเข้าห้องประชุม แสดงตน ๒๕๖ ท่าน

ครบองค์ประชุม ผมก็จะดำเนินการถามว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ

นายสิริน สงวนสิน กรุงเทพมหานคร

๔๒๐ เห็นชอบครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นชอบ ๑ ท่าน บันทึกนะครับ ลงคะแนนทุกท่านแล้วก็ปิดการลงคะแนนนะครับ มีผู้ลงมติ ๓๙๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๖ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๕ ท่าน

ที่ประชุมเห็นด้วย กับการแก้ไข เพราะฉะนั้นก็จะถามต่อไปว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตตินะครับ ก่อนลงคะแนนก็ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านที่อยู่ ห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ ไม่มี เพราะฉะนั้นขอให้แสดงผลครับ มีผู้แสดงตน ๒๕๔ ท่าน

ถือว่าครบองค์ประชุม ก็จะถามจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ถ้าเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียงครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสิริน สงวนสิน กรุงเทพมหานคร

๔๒๐ ไม่เห็นชอบครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วย มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติบ้างครับ ถ้าลงมติหมดแล้วก็ปิดการลงมติ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๖ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๑๒๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน