เรืองไกร ชี้องค์ประชุมไม่ครบ ห่วงขัดรัฐธรรมนูญ แนะตรวจสอบด้วยเทคโนโลยี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในการประชุมสภาที่อาจขาดองค์ประชุมตามมาตรา 120 พร้อมอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและยกตัวอย่างกรณีลงมติที่ไม่สมบูรณ์ เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบจำนวนสมาชิกด้วยเทคโนโลยีเพื่อความโปร่งใสในการตรากฎหมาย พร้อมขอให้แสดงสไลด์ประกอบการอภิปรายในประเด็นมาตรา 30 เพื่อความชัดเจนต่อกระบวนการนิติบัญญัติ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ก่อนหน้านี้มาตั้งแต่วันแรก แต่เนื่องจากมันอยู่ ในส่วนของมาตรา ๓๐ แล้วก็เรียนทุกท่านไว้ว่าเราพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ทั่วไปหมด ๓ วันที่ผ่านมา ผมก็ถามพี่น้องสื่อมวลชนว่าควรจะเข้ามาฟังเรื่องนี้หรือไม่ ประเด็นอื่น ๆ ที่ผมเตรียมไว้ เยอะแยะผมจะตัดออก ผมขอสงวนแล้วก็ตัดนิดเดียว ๑๐,๘๐๐ บาท แต่เหตุที่ตัดเพราะเห็น เรื่องกระบวนการทำงานการประชุมของฝ่ายนิติบัญญัติเรา ผมเข้าใจว่าขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบ ในมาตราต่าง ๆ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมไม่เคยเป็น สส. แต่ผมเป็น สว. มา ๓ ปี ในช่วงที่เป็นผมก็ตาม การตรากฎหมายที่ไม่ชอบของ สนช. ๒๐๐ ฉบับ แล้วก็จำทุกวันนี้ จดชวเลขทุกมาตรา ทุกกฎหมาย แล้ววันนี้ก็ยังเกิดกรณีเช่นนี้อีก ส่วนหนึ่งก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเราด้วย รัฐธรรมนูญปัจจุบัน มาตรา ๑๒๐ บอกว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุม วุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของแต่ละสภาจึงจะเป็นองค์ประชุม คำว่าเว้นแต่ผมไม่อ่าน เป็นส่วนประกอบ คำว่าองค์ประชุม เขาไม่ได้พูดถึงขั้นตอนตอนกดออดเรียกเข้ามาหรือลงมติ เขาพูดขณะที่เราพิจารณาแต่ละ มาตรา กฎหมายนี่องค์ประชุมต้องเกินกึ่งหนึ่งนะครับ ผมพูดเช่นนี้เพราะอะไร ถ้ามีสไลด์ ที่ผมส่งให้ในมาตรา ๓๐ กรุณาช่วยขึ้นให้ด้วย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในส่วนของหน้าที่ ๑๖ นะครับ เล่ม ๑๒๕ ตอน ๗๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญเรื่ององค์ประชุม ในหน้า ๑๖ ดังกล่าว ผมจะเอาย่อส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ๒ ตอน ให้ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกฟังนะครับ การที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับกำหนด จำนวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ที่ประกอบกันเป็นองค์ประชุม ไว้ด้วยก็เพื่อให้การประชุมพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของทั้งสองสภา เป็นไปด้วยความรอบคอบ มีมุมมองที่หลากหลาย และมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในส่วนที่เกี่ยวกับการตรา กฎหมายนั้น กฎหมายที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลง พระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ย่อมมีผลใช้บังคับกับประชาชนทุกคน ในประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการพิจารณาทุกวาระ และเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดองค์ประชุมไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา ย่อมมีความหมายว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุม วุฒิสภาที่มีจำนวนสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมจะถือว่าเป็นการใช้อำนาจ นิติบัญญัติโดยองค์กรสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไม่ได้ นี่ขั้นตอนแรก ตรงนี้เราเห็นชัด จากอะไร ก่อนลงมติ อภิปรายเสร็จ สงวนความเห็น ผู้แปรญัตติเสนอคำแปรญัตติ เสียงข้างน้อย ข้างมาก ท่านก็จะกดออด พอกดออดเสร็จสมาชิกฝ่ายรัฐบาลบ้าง ฝ่ายค้านบ้างก็จะบอก ท่านครับรอหน่อย ตรงนี้ประชุมกรรมาธิการอยู่ ตรงนี้อยู่ในห้องอาหาร ตรงนี้กำลังพักผ่อน นั่นคือหลักฐานที่บอกว่าองค์ประชุมขณะพิจารณากฎหมายไม่ครบ ท่านถึงรอ ตรงนี้ศาล ก็วินิจฉัยเพิ่มว่า และเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดองค์ประชุมไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดไปแล้ว ต่อมาหากมีการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และที่ประชุมวุฒิสภาที่ไม่ครบองค์ประชุม จะถือว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญไม่ได้ จากคำวินิจฉัยนี้ ซึ่งมีลักษณะเดียวกันอยู่ ๗ คำวินิจฉัย ในปี ๒๕๕๑ กับปี ๒๕๕๒ เหตุมันเกิดจาก สนช. สมัยนั้นมาเข้าชื่อ ๒๕๐ คน เข้าชื่อเสร็จกลับบ้าน มีฉบับหนึ่งลงน้อยที่สุด ๘ เสียง รองลงมา ๑๒ เสียง ผมเก็บหมด ๒๐๐ ฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญตีตกไป ๗ ฉบับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้หลักการไว้ว่า ๑. ขณะที่เราพิจารณาเพื่ออภิปรายความเห็นให้ต่าง ๆ นานา สมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือแม้กระทั่งกรรมาธิการผู้เสนอความเห็น ผู้สงวนความเห็นอะไรต่าง ๆ ที่เป็นคนนอก อย่างเช่นผม ก็เพื่อจะให้เกิดความกว้างขวางในการพิจารณากฎหมาย ขณะนั้นก็เป็นหน้าที่ แต่ก็เป็นหน้าที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ท่านนับองค์ประชุม เพราะในข้อบังคับ ข้อ ๙ การประชุม ประธานมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๒) กำกับและดูแลการดำเนินกิจการของสภา ทีนี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันเราไหม ผูกพัน ทีนี้ในสิ่งที่ผ่านมาท่านจะเห็นว่าทำไม ผมถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา ผมถ่ายรูปเพื่อที่จะเอาเข้าไปแล้วเดี๋ยวผมจะใช้เครื่องเอไอจับแล้วก็ นับจำนวนว่าขณะที่ผมถ่าย ก่อนที่อภิปราย ครบจำนวนกึ่งหนึ่งหรือไม่ ถ้าไม่ครบก็ไปเข้าเงื่อนไข ข้อแรก ก็ไม่ใช่การใช้อำนาจนิติบัญญัติ แต่จะมาถูกเฉพาะตอนท้ายคือตอนลงมติ ตอน Check องค์ประชุม เพราะฉะนั้นกระบวนการตรากฎหมายตรงนี้เกิดปัญหาไหม เกิดไปแล้ว ทีนี้ผมก็ทำอย่างไรครับ ผมก็หาทาง เพราะปี ๒๕๖๓ เราเคยเกิดเรื่องนี้ครั้งหนึ่ง เรื่องงบประมาณ ตามคำวินิจฉัย ที่ ๒-๓/๒๕๖๓ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ร้อง ตอนนั้นมีเรื่องเสียบบัตร