เรืองไกร ชี้งบการเงินศึกษาฯ ขัดแย้ง ท้าทายการตรวจสอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ตั้งข้อสังเกตความไม่สอดคล้องของข้อมูลงบประมาณบุคลากรระหว่างแบบฟอร์ม 3.1 และ 3.2 ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่ยอดรวมเท่ากันแต่รายละเอียดต่างกันและไม่สอดคล้องกับงบการเงินจริง พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบจัดทำงบประมาณให้ใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน และชี้ปัญหาการตรวจสอบงบการเงินของกรมส่งเสริมการเรียนรู้และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่ สตง. ไม่สามารถตรวจสอบได้ครบถ้วน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ มาตรา ๒๔ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในกำกับ ผมเสียงข้างน้อยก็สงวนความเห็นไว้ ของสำนักงานปลัดปรับลดตามรายการในเล่ม หน้า ๑๒๙ เป็นเรื่องเอกสารซึ่งผมเว้นมาหลายมาตรา จริง ๆ มันเกิดขึ้นทุกมาตรา แล้วก็ เพิ่งมาเริ่มพูดในมาตรานี้เป็นหลักนะครับ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอเอกสาร ให้กรรมาธิการพิจารณาตามแบบฟอร์ม ๓.๑ กับ ๓.๒ สำหรับงบปี ๒๕๖๘ กับปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๖๘ ก็จะทำถึง ๓๐ เมษายน ทั้ง ๓.๑ และ ๓.๒ ยอดรวมเท่ากัน โดย ๓.๑ ก็แยกตาม แผนงานตามที่กำหนด ๓.๒ ก็แยกตามแผนงานที่กำหนด แต่จะมีรายการหนึ่งที่เขียน เหมือนกันคือแผนงานบุคลากร งบบุคลากร ท่านประธานครับ ยอดรวมเท่ากันแต่งบบุคลากร ทั้ง ๓.๑ ๓.๒ ไม่เท่ากันและไม่เคยเท่ากันทุกหน่วยเลย มีหน่วยเดียวที่เท่าคือ กปร. เดี๋ยวถึง กปร. แล้วจะอธิบายให้ฟัง ทีนี้ทางฝ่ายสำนักงบก็ชี้แจงให้ผมว่าเดี๋ยวปีหน้าจะทำให้มันเท่า ผมก็ไม่ได้พูดมาหลายมาตราก็มาถึงจังหวะของกระทรวงศึกษาธิการก็เลยเอามาพูดให้ฟังว่า วิธีทำงบประมาณถ้าจากฐานเดียวกัน Data Based เดียวกัน คุณจะทำ Report เป็นรูปแบบไหน ก็แล้วแต่ตาม User Requirement หรือ End User ต้องการ หรือตาม Format ของมัน แต่อย่างไรมันต้องกลับไปสู่ฐานเดิมให้ได้ อันนี้มันแตกต่างกันโดยไม่ทราบสาเหตุนะครับ แล้วที่สำคัญพอเราไปดูงบการเงิน งบบุคลากรเป็นยอดที่มากกว่าทั้ง ๒ แบบ เป็นเหมือนกัน ทุกหน่วยที่แสดงแบบฟอร์มเข้ามา แล้วเป็นแบบฟอร์มที่กรรมาธิการกำหนดให้เสนอ อันนี้ สำนักงานปลัดนะครับ

ส่วนต่อไปกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ท่านประธานครับ ผมน่าจะเป็นคนเดียว ที่พูดถึงเรื่องงบการเงินก็ต้องใช้ความรู้เพื่ออธิบายให้ทางท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิก ได้เข้าใจไปด้วย ฟังบ่อย ๆ ก็คงจะเข้าใจว่า Debit Credit ทรัพย์สิน หนี้สิน ทุนคืออะไร สำหรับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่งก็คือ สตง. ไม่แสดงความเห็น แนวทางการสอบบัญชีเราถือว่าเรื่องนี้ร้ายแรงสุดคือตรวจไม่ได้ คือไม่มีข้อมูลให้ตรวจ ถ้าตรวจแล้วไม่มีอะไรเราก็แสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข รองลงมาน้อยหน่อยก็มีเงื่อนไข ซึ่งก็จะเจอบ่อย ๆ ที่ผมได้เรียนท่านประธานและที่ประชุมให้ทราบไปแล้วนะครับ ต่อมา ก็เห็นว่าตรวจแล้วงบการเงินไม่ถูกต้อง แต่ไม่แสดงความเห็นก็คือมันตรวจไม่ได้ ตรวจไม่ได้ เพราะไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอนะครับ ผมก็ย่อว่า อย่างหมายเหตุ ๔ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ ๖๕ บัญชี เป็นเงิน ๓๑ ล้านบาทเศษ หมายเหตุ ๗ ลูกหนี้เงินโอน ๑๙ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๘ อาคารอุปกรณ์ ๑,๔๒๑ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๙ สินทรัพย์ ไม่มีตัวตนสุทธิ ๓๔ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๑๐ เจ้าหนี้การค้า ยอดคงเหลือ ๕๘ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๑๓ เงินรับฝากระยะสั้น แสดงยอดคงเหลือ ๗๓ ล้านบาทเศษ ไม่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบ หมายเหตุ ๑๕ รายการ ขายสินค้าและบริการ ๔๙ ล้านบาทเศษ และหมายเหตุ ๒๒ ค่าใช้สอยอีก ๒,๖๘๘ ล้านบาทเศษ มีรายได้เงินนอกงบประมาณและค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานไม่บันทึกในระบบ New GFMIS Thai นี่คือเหตุผลที่ สตง. ต้องออกรายงานถือว่าร้ายแรงที่สุดใน ๔ ประเภทของ Auditor Report ของรายงานผู้สอบบัญชี ซึ่งสภาวิชาชีพรู้จักกัน ผู้สอบบัญชีข้างนอก ผู้สอบบัญชีตลาด ผู้สอบบัญชีภาษีอากร รวมกระทั่ง สตง. เราใช้มาตรฐานลักษณะเดียวกัน แล้วก็เป็นอย่างนี้ ทั่วโลก อันนี้ก็จำเป็นต้องนำมาชี้แจงให้ฟัง อีกอันหนึ่งก็คือนอกจากหมายเหตุต่าง ๆ แล้ว ยังมีอีกหัวข้อหนึ่งก็คือมีการเปิดเผยข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ทำตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ว ก็คือหนังสือเวียน เวียนให้ทุกหน่วยทราบ ว ๕๕๙ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ รูปแบบการนำเสนอ รายงานการเงินหน่วยงานของรัฐต้องทำอย่างไร องค์ประกอบงบการเงินย่อหน้า ๑๗ ส่วนหมายเหตุ ๑๘ ก็เหมือนกัน ทั้งหมดนี้ผมพูดมา หลายครั้งแล้วว่าผมจะโยงไปถึงรัฐมนตรีที่กำกับดูแลตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผมก็เลยสรุปว่าแสดงว่ารัฐมนตรีไม่ทำหน้าที่กำกับหรือควบคุมกิจการของหน่วยรับงบประมาณ หรือควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ และให้มีการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดผลสัมฤทธิ์ สูงสุด ทั้งนี้ตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘ ชัดเจนนะครับ ผมเอาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แล้วผมก็กล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าท่านไม่ทำหน้าที่ตามมาตรา ๘ ที่ผมเคยบอกก่อนหน้านี้ ก็เป็นอย่างนี้ทุกกระทรวงแล้วท่านก็ไม่เคยขึ้นมานั่งอยู่บนบัลลังก์ ข้างประธานครับ ต่อไปอีก ๒-๓ หน่วย ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก็แสดงว่า รายงานการเงินไม่ถูกต้องคือไม่สามารถหาหลักฐานการตรวจสอบบัญชีที่เหมาะสมกับแสดง ข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง ก็ลักษณะเดียวกันก็คือสำหรับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมก็กล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าไม่ทำหน้าที่ตามมาตรา ๘ เช่นเดียวกัน อีกหน่วยหนึ่ง สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา อันนี้แสดงความเห็นเบาลงมาหน่อยคือมีเงื่อนไข แต่เช่นเดียวกันผมก็กล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าไม่กำกับตามมาตรา ๘ ไม่อย่างนั้นท่านก็จะบอก ไม่รู้ปลัดมาชี้แจง อธิบดีชี้แจงแล้วก็จบ สุดท้ายท่านประธานสำนักงานคณะกรรมการ การส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา แสดงความเห็นรายงาน การเงินไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีเกณฑ์ในการแสดงความเห็น เช่น แสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญ รายละเอียดก็ตามรายงานผู้สอบบัญชีผมไม่อ่านแล้วนะครับ เพราะว่า จะเสียเวลา เช่นเดียวกันผมก็บอกว่ารัฐมนตรีไม่ทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ มาตรา ๘ ท่านจะฟังอยู่ข้างนอกแล้วเข้ามาตอบหรือไม่ก็ตาม ผมเคยพูดเรื่องนี้ ในสมัยที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรีก็รีบวิ่งเข้ามาตอบเขาบอกว่าเรืองไกรตีหัวเข้าบ้านเลย ผมบอกไม่ใช่ ผมทำตามหน้าที่ แต่ท่านไม่มานั่งฟัง ท่านไม่มาตอบ แล้วก็ให้กรรมาธิการ เสียงข้างมากคอยตอบ ตอบกันอยู่แค่นี้ครับ ผ่านมานี่เข้าวันที่ ๓ ก็มีเท่านี้ครับ ขอบคุณมาก