เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทบทวนผลการตรวจสอบงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยชี้ประเด็นความไม่สอดคล้องในหลายรายการทางการเงิน เช่น สินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคาร เจ้าหนี้ และการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ไม่เปิดเผยตามมาตรฐานบัญชีภาครัฐ พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีไม่ส่งเอกสารครบถ้วนให้ สตง. ตรวจสอบ และเรียกร้องให้หน่วยงานรับผิดชอบ ปรับปรุงความโปร่งใส และเคารพขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธาน ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ มาตรา ๒๕ กระทรวง สาธารณสุขและหน่วยงานในกำกับ มีหน่วยรับงบประมาณตามเอกสารเล่มขาวทั้งหมด ๑๖ หน่วยนะครับ อันนี้ไม่ได้รวมแผนบูรณาการหรือว่าแผนบุคลากร เฉพาะหน่วยรับ ตามแผนงานพื้นฐาน แผนงานยุทธศาสตร์ ก็แทบจะไม่ต้องดูอะไรเยอะเพราะว่าส่วนใหญ่ หน่วยงานของแพทย์ต้องชื่นชมนะครับ งบของท่านค่อนข้างจะ Clean ยกเว้นอันเดียว คือของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานผู้สอบบัญชีของสำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข การที่ไม่แสดงความเห็นคือตรวจไม่ได้ ผมก็ยังย้ำว่ารัฐมนตรีต้องรับรู้ครับ รัฐมนตรีก็คุ้นกันอยู่ สมัยก่อนท่านก็เคยมา วาระสอง ดึก ๆ ท่านก็บอกเรืองไกรไม่อยู่แล้ว ค่อยยังชั่ว กลับไป ไม่ใช่ไม่เคยมานะครับรัฐมนตรีในวาระสอง ทีนี้ท่านประธานครับ ในรายงานผู้สอบบัญชีเขาบอกว่าการที่ไม่สามารถแสดงความเห็นเพราะอะไร คือไม่สามารถ หาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ สำนักงาน ปลัดมีหนังสือ ที่ สธ ๐๒๐๖.๐๗.๑/๓๘๘๐๐ ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ก็บอก ความแตกต่างดังต่อไปนี้ ก็คือว่าหมายเหตุ ๖ ลูกหนี้การค้ายอดคงเหลือ ๔๘,๓๗๗.๘๗ ล้านบาท ก็ไม่มาก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้รวมยอดคงเหลือรายการที่มีผลต่างกับรายละเอียด ประกอบ จำนวน ๑,๔๙๔.๙๑ ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานมิได้เปิดเผยข้อมูลที่แยกตามอายุลูกหนี้ ให้เป็นไปตามหนังสือของกรมบัญชีกลางที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๔๗๙ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ และหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๕๕๙ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ นี่ข้อที่ ๑ ท่านปลัดจะตอบที่กรรมาธิการท่านก็ไม่ได้ตอบ ท่านรัฐมนตรีก็ควรจะมาตอบ
ข้อ ๒ หมายเหตุข้อ ๗ ลูกหนี้ระยะสั้น ยอด ๓,๖๖๓.๓๘ ล้านบาท มีผลต่างกับ รายละเอียดประกอบรายงานการเงิน ๔๑.๗๔ ล้านบาท หน่วยงานมิได้เปิดเผยข้อมูลลูกหนี้ ที่แยกตามอายุลูกหนี้ให้เป็นไปตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๔๗๙ และหนังสือ ที่ ๐๔๑๐.๒/ว ๕๕๙ เหมือนกับข้อ ๑ เขาไม่ได้อ้างความเห็นของ สตง. เขาอ้าง ของกรมบัญชีกลาง
ข้อ ๓ หมายเหตุ ๘ สินค้าคงเหลือ วันที่ ๓๐ กันยายน ๑๑,๒๐๘.๒๘ ล้านบาท มีผลต่างอยู่ ๕๖๕.๘๕ ล้านบาท ก็หารายละเอียดไม่ได้
ข้อ ๔ หมายเหตุ ๑๒ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์สุทธิ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ เหมือนกัน ยอดก็ไม่มากไม่เท่างบประมาณ ๓ ล้านล้านบาท ๑๘๘,๒๕๐.๑๘ ล้านบาท รวมยอด ที่มีผลต่างจากรายงานการเงิน ๘,๖๐๑.๐๒ ล้านบาท หน่วยงานมิได้เปิดเผยข้อมูลรายการ กระทบยอดของมูลค่าบัญชีระหว่างต้นงวดถึงสิ้นงวดที่แสดงถึงมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น จากการจำหน่ายออกมูลค่าทรัพย์สินที่ได้มาจากการรวมหน่วยงานและการเพิ่มขึ้นหรือลดลง ของสินทรัพย์จากสาเหตุต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๑๗ เรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
ข้อ ๕ หมายเหตุ ๑๕ เจ้าหนี้การค้า วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ยอดคงเหลือ ๑๐,๘๙๑.๖๓ ล้านบาท รวมยอดผลต่างเกี่ยวกับรายละเอียดประกอบไว้ ๔๒๕.๑๔ ล้านบาท
ข้อ ๖ หมายเหตุประกอบงบการเงิน หมายเหตุ ๑๗ เจ้าหนี้อื่นระยะสั้น ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ แสดงยอดคงเหลือ ๓๐,๖๐๘.๐๖ ล้านบาท รวมยอดผลต่าง ๓๔๕.๐๗ ล้านบาท
ข้อ ๗ หมายเหตุ ๑๘ เงินรับฝากระยะสั้นยอดคงเหลือ ๑๓,๔๖๑.๑๘ ล้านบาท รวมผลต่าง ๓๓๒.๓๗ ล้านบาท
ข้อ ๘ รายการแก้ไขข้อผิดพลาดแสดงยอดคงเหลือในงบเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ สุทธิต่อส่วนทุน จำนวน ๑๑,๘๗๓.๘๔ ล้านบาท ได้รวมยอดผลต่าง ๑,๐๐๘.๖๙ ล้านบาท แล้วหน่วยงานไม่ได้นำข้อผิดพลาดดังกล่าวปรับปรุงรายงานการเงินที่นำมาแสดงเป็นข้อมูล เปรียบเทียบ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลลักษณะของข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในรายงานการเงิน งวดก่อน ก็คืองวดก่อน ปี ๒๕๖๗ จำนวนเงินรายการแต่ละบรรทัดในรายงานการเงินที่ได้รับ ผลกระทบเท่าที่สามารถปฏิบัติได้ จำนวนเงินของรายการปรับปรุง ณ วันต้นงวดบัญชีแรกสุด ที่นำมาเปรียบเทียบนั้นไม่ได้ทำให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๓ เรื่อง นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด
ข้อสุดท้าย ข้อ ๙ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถชี้แจงสาเหตุ ของผลต่างยอดคงเหลือที่แสดงในรายงานการเงินกับรายละเอียดประกอบรายงานการเงิน ไม่นำส่งเอกสารหลักฐานรายละเอียดประกอบให้ สตง. ตรวจสอบอย่างครบถ้วนทุกรายการ ได้แก่ ทะเบียนคุม ลูกหนี้ทะเบียนคุม สินทรัพย์ รายงานผลการตรวจสอบพัสดุ ทะเบียน คุมเจ้าหนี้ ทะเบียนคุมเงินรับฝาก และรายละเอียดปรับปรุงผลสะสมจากการแก้ไข ข้อผิดพลาด
นี่เป็นเหตุที่ สตง. บอกว่า ๙ ข้อตรวจไม่ได้ เมื่อตรวจไม่ได้ผมต้องก็อ้างว่า กฎหมายวิธีงบประมาณ มาตรา ๘ ก็ยังบัญญัติให้รัฐมนตรีต้องมีหน้าที่ควบคุมแล้วก็ที่มาตรา ก่อนหน้านี้ท่านได้ท้วงผม ผมก็บอกไม่เป็นไร ผมยกรัฐธรรมนูญเลย มาตรา ๑๖๓ รัฐมนตรี ย่อมมีสิทธิเข้าประชุมและแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในที่ประชุม แต่ไม่มีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ตอบชัดหรือยังครับ ผมเข้าประชุมแต่ผมไม่มีสิทธิ เป็น สส. ไม่มีสิทธิ ลงคะแนน ผมถึงถามว่ารัฐมนตรีผมเป็นมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ พอดึก ๆ รัฐมนตรีที่ขึ้นมาก็บอก เรืองไกรกลับบ้านแล้ว ขอบคุณ เพราะกลัวที่จะต้องตอบคำถามผม ท่านกลับไปเปิดเทป เปิดรายงานการประชุมสิครับ ท่านเป็นฝ่ายค้านท่านก็เคยท้วง ผมก็เป็นกรรมาธิการ ปี ๒๕๖๓ ก็เป็นอยู่กับพวกท่านนั่นละ แล้วมาตรา ๑๒๙ วรรคสี่ให้อะไร กรรมาธิการมีอำนาจเรียก แล้วในชั้นคณะกรรมาธิการ รัฐมนตรีมาหรือไม่ ประธานคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้มา ท่านรองประธานทำหน้าที่ท่านก็บอก ท่านยุ่ง ท่านไปยุ่งเรื่อง Tariff เรื่องอะไรท่านก็ส่งใบลา แต่ไม่มีใครท้วงหรอกว่าท่านประธาน ไม่ได้มาแต่เลือกท้วงบางท่าน คนนั้นไม่มาคนนี้ไม่มา ก็เลือกเอาสิ่งที่พูดแล้วมันเกิดประโยชน์ ทางการข่าว เป็น Gimmick ทางการเมือง แล้วก็ข้อบังคับนะครับ เดี๋ยวถึงมาตราที่เกี่ยวกับสภา ผมจะพูดให้ฟังว่าข้อบังคับที่พวกท่านอ้างมันขัดมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อย่างไร รอสักครู่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ