ปทิดา แปรญัตติปรับลดงบฯ ตั้งข้อสังเกตจัดสรรงบกีฬา-พัฒนาเยาวชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ปทิดา ตันติรัตนานนท์ แปรญัตติปรับลดงบประมาณรัฐวิสาหกิจ 2 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบของกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในแผนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการส่งเสริม Soft Power พร้อมหารือการจัดสรรงบเพื่อพัฒนากีฬาและศักยภาพเยาวชน เน้นความจำเป็นในการสร้างสนามกีฬาและสนับสนุนทักษะพื้นฐานอย่างว่ายน้ำในต่างจังหวัด เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสพัฒนาอย่างเท่าเทียมและปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรม

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจลงไป ๒ เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไว้ ๗๙,๒๙๘.๓๔ ล้านบาท เนื่องจากดิฉันมองว่า ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพมากขึ้นอาจจะยังไม่เห็นบทบาทในส่วนนี้ มากมายนัก แต่เรามาส่องดูในส่วนของการกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับงบประมาณจัดสรรไป ๓,๒๓๗.๐๑ ล้านบาท ประกอบไปด้วย ๔ แผนงานหลัก เราจะมาดู ๔ แผนงานหลักกัน นิดหนึ่งก่อนค่ะ

แผนงานแรก คือแผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ จำนวน ๗๒.๐๘ ล้านบาท

๒. แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว งบประมาณจัดสรร ๗๗.๗๖ ล้านบาท

๓. แผนงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power งบประมาณ ๖๖๐.๕๐ ล้านบาท

๔. แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพด้านการกีฬา งบประมาณที่ได้รับไว้ ๒,๔๒๖.๗๖ ล้านบาท ถ้าอ่านมาตรงนี้ดิฉันก็รู้สึกดีใจว่าแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้าง ศักยภาพด้านการกีฬาเราได้รับงบประมาณจัดสรรไปเยอะมาก แต่พอมาดูแผนงานพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ได้พอ ๆ กันกับยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนา ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ตัวเลขไม่ได้แตกต่างกันค่ะ ทั้งที่งบประมาณของด้าน การท่องเที่ยวก็อยู่ในหน่วยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ที่มีงบประมาณถึง ๒,๖๕๓.๖๔ ล้านบาท จริง ๆ แล้วดิฉันมองว่าการพัฒนาด้านการกีฬาหรือการที่ทำให้ ทรัพยากรมนุษย์ของเรามีทักษะตั้งแต่เริ่มต้น เราก็ควรจะต้องทำตั้งแต่ที่เป็นเด็ก ๆ เพราะเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตามการที่จะทำให้เด็กมีศักยภาพด้านการกีฬา จะต้องเริ่มทำตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วก็นำมาฝึกฝนต่อ แล้วก็สามารถที่จะได้ช้างเผือกที่จะนำไปสู่ การพัฒนาที่ไปถึงกีฬาระดับโลกได้ แต่จริง ๆ แล้วพอเรามาดูเราจะเห็นว่าถ้าพูดถึงใน ต่างจังหวัดเราขาดแคลนซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดทั้งมวล เราไม่มีสนาม เราไม่มีอุปกรณ์ เราไม่มี Coach เราไม่มีอุปกรณ์อื่น ๆ เลยค่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้การที่เราจะพัฒนาเด็กมันต้องมี ส่วนประกอบเพิ่มเติม เราถึงจะสามารถทำให้เด็ก เยาวชนของประเทศไทยของเราได้มี ศักยภาพด้านการกีฬามากขึ้นค่ะ แต่จริง ๆ เรามาดูเด็ก ๆ อย่างบ้านของดิฉันเอง เด็ก ๆ มีความสนใจในกีฬาฟุตบอล แต่ทำอย่างไรเราไม่มีสนาม เราก็อาศัยสนามตามโรงเรียน อยากจะไปแข่งขันเรามี Sponsor ไหม ไม่มีค่ะ ผู้ปกครองล้วน ๆ คุณครูช่วยกันสนับสนุน ค่าเดินทาง สนับสนุนเรื่องอาหารเพื่อจะได้ให้เด็กมีโอกาสได้ออกไปสู่พื้นที่อื่น ได้ไปเห็น ศักยภาพของเด็กที่อื่นเพื่อจะกลับมามีแรงบันดาลใจในการที่จะพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพ มากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันจึงมองว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านกีฬาฟุตบอลหรือกีฬาอย่างอื่น และที่สำคัญก็คือเรื่องว่ายน้ำ เราจะได้ยินข่าวอยู่เสมอว่ามีข่าวเรื่องเด็กจมน้ำอยู่บ่อย ๆ ทำอย่างไรจะให้เด็กมีทักษะด้านการว่ายน้ำ เพราะเราจะถือว่าเป็นการ Save เด็กให้เกิด ความปลอดภัย แล้วยังสามารถเพิ่มทักษะให้เด็กที่จะสามารถพัฒนาไปเป็นนักกีฬาใน ระดับประเทศแล้วก็ระดับโลกต่อไปได้ค่ะ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะเห็นโครงการ ๑ โรงเรียนในฝัน ๑ อำเภอเราก็เห็นมาแล้ว ๑ โรงเรียน ๑ อำเภอ ๑ ทุนการศึกษาที่ไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ODOS เราก็เห็นมาแล้ว ดิฉันอยากเห็น ๑ อำเภอ ๑ สนามกีฬาดี ๆ ให้กับเด็กที่ไม่มีโอกาส ที่จะได้ไปมีสนามที่เป็นมาตรฐานได้มีโอกาสฝึกฝนตัวเอง แล้วก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ตัวเองได้มีโอกาสเป็นนักกีฬาที่มีศักยภาพไปได้ จริง ๆ แล้วนักกีฬาที่มีชื่อเสียง แล้วก็ได้รับเหรียญกลับมาก็สมควรได้รับรางวัลเป็นที่ชื่นชมจากความพยายาม แล้วก็ ความเหน็ดเหนื่อยที่พวกเขาได้ฝึกฝนมา แต่สำหรับคนอื่น ๆ ที่กำลังอยู่ในห้วงเวลาของการ พัฒนาตนเอง การมีแรงจูงใจแล้วก็มีสถานที่ที่พร้อมก็จะช่วยทำให้พวกเขาสามารถที่จะ พัฒนาตัวเองได้มากขึ้น แต่ดิฉันอยากให้ทุกท่านได้ตระหนักว่าการสร้างแล้วก็การพัฒนา ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้นเท่าไรก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าหรือไม่ ดังนั้นดิฉันก็ขออนุญาตฝากข้อเสนอแนะไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ถึงสำนักงบ แล้วก็การกีฬาแห่งประเทศไทยได้นำไปพิจารณาจัดทำ แล้วก็ควรจะทำอย่างยิ่งเพื่อให้ เด็กไทยทุกคนเราได้มีโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในเมือง ก็ขออนุญาตฝากอีกนิดหนึ่งว่า การจัดทำงบประมาณทุกทีเราก็จะเห็นว่าปัญหามีในลักษณะเช่นนี้มาตลอดค่ะ ทุกกระทรวง ด้วยค่ะ แต่ดิฉันก็ยังไม่เห็นการแก้ไขในการจัดทำงบประมาณได้เลย พองบประมาณปีหน้ามา ก็คงจะต้องมีคำถามเช่นเดิมอีกว่าทำไมปัญหาเป็นแบบเดิมอีกแล้ว ดิฉันก็คิดว่าถ้าเรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้วยเงินงบประมาณที่มีมาก ขนาดนี้ ไม่น่าจะเกิน ๓ ปี หรือ ๔ ปี ประเทศไทยเราก็คงน่าจะมีความสำเร็จทุก ๆ ด้าน เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ แล้วก็คำถามใหญ่สุดที่พวกเราจะถามกันตลอดเวลาก็คือทำไมพวกเรา ถึงทำไม่ได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ