สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ฉัตร สุภัทรวณิชย์ อภิปรายเรื่องงบประมาณที่จะจัดสรรให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการบูรณะวัดทั่วประเทศ และเสนอให้ตัดงบประมาณที่จัดสรรให้กับวัดหนึ่งแห่งที่มีชื่อเสียง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้วัดต่าง ๆ สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการเร่งด่วนในคดีทุจริต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและลงโทษทางกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุนวัด เพื่อป้องกันการรั่วไหลและเปิดเผยข้อมูลให้กับสาธารณชน

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมขออนุญาตอภิปรายในส่วนของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติครับ ผมมีโครงการที่มาเสนอตัดงบเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป อยู่รายการที่ ๙ เป็นเงินอุดหนุนค่าดูแลรักษาวัดนวมินทรราชูทิศเฉลิมพระเกียรติ ณ นครบอสตัน ๓.๐๘๖ ล้านบาท ตรงนี้ผมเองก็ได้สอบถามตอนมีการชี้แจงในห้อง อนุกรรมาธิการนะครับ เพราะผมพบว่ามีงบชื่อเดียวกันนี้ จำนวนเดียวกันนี้ต่อเนื่องมากัน หลายปี ทางผู้ชี้แจงก็ได้บอกว่าเนื่องจากเป็นวัดสำคัญแล้วก็เป็นมติของ ครม. แต่เหตุผลที่ผมเสนอตัดก็คือว่านี่ไม่ใช่งบที่เอาไปช่วยบูรณะที่ว่าเราจะมีงบบูรณะวัดต่าง ๆ ให้กับวัดทั่วประเทศนะครับ แต่เข้าข่ายเป็นงบประจำเพราะมาทุกปี ปีละ ๓ ล้านบาท ลองพิจารณาดูเราจะพบว่าเรามีการสร้างวัดที่สำคัญตามวาระ ตามโอกาสต่าง ๆ ทั่วโลก อยู่ในหลายนครที่สำคัญ เพราะฉะนั้นคงมิใช่เพียงแค่วัดนี้ที่มีความสำคัญอย่างโดดเด่นที่สุด เรายังมีอีกหลาย ๆ วัด จึงอยากจะให้เสนอตัดในส่วนนี้และเป็นการเฉลี่ยความสำคัญเอาบุญ ไปหลาย ๆ วัดนะครับ

ต่อมาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินะครับ ขอพูดในส่วนของงบบูรณะวัด ทั่วประเทศ ปีนี้ ๗๐๙ ล้านบาท มี ๕๔๖ รายการ ในขั้นกรรมาธิการผมก็ได้สอบถามว่า ๕๔๖ รายการนี้มีหลักเกณฑ์อะไรในการคัดเลือก ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดีมีรายการต่าง ๆ เสนอเข้ามา แต่อย่างไรก็ดีเราคงจำกันได้ว่าในอดีตไม่กี่ปีก่อนหน้านั้นก็มีคดีเกี่ยวกับเรื่อง เงินทอนวัด ก็มาจากโครงการลักษณะพวกนี้ ผมเองก็อยากให้ทุกท่านได้ช่วยกันจับตาดู งบประมาณตรงนี้นะครับ ในอนาคตอยากจะให้วัดต่าง ๆ เราควรจะส่งเสริมให้สามารถ บริหารจัดการได้ด้วยตนเอง จัดการภายในคณะสงฆ์แล้วก็พุทธศาสนิกชน โดยที่ในอนาคต คงไม่ใช่ภาระที่ภาครัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเมื่อกระจายออกไปแล้วงบประมาณนั้น ก็ไม่สามารถที่จะไปให้ทุกวัดได้ เราจะให้ได้แค่บางส่วน บางโครงการเท่านั้นเองครับ

ต่อมามาดูที่งบพระวินยาธิการหรืองบที่มีชื่อว่างบอุดหนุนการตรวจการ คณะสงฆ์และตรวจตราพระสงฆ์ที่มีอาจาระไม่สมควรแก่สมณวิสัย และส่งเสริม การปฏิบัติงานของพระวินยาธิการ พระมือปราบนั่นละครับ ตรงนี้ก็อยากจะฝากเป็น ข้อสังเกตว่าควรจะมีการจัดทำยุทธศาสตร์เพราะว่างบที่ท่านได้มา ๓.๖๒ ล้านบาทนั้นก็ไม่ได้ มากมายอะไรกับภารกิจของพระมือปราบที่จะต้องตระเวนไปทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศในการ จะลงพื้นที่ไปฟัง ไปชำระอธิกรณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ควรมีการจัดทำยุทธศาสตร์ เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานพระวินยาธิการและควรจะสร้างให้พระวินยาธิการสามารถประสานงานกับ หน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อันนี้เอาเป็น เครื่องมือไปช่วยพระมือปราบนะครับ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. เป็นต้น

ต่อมาครับ มาพูดเรื่องงบพระสังฆาธิการ ปีนี้เป็นปีที่พี่น้องประชาชนรู้จัก คำว่าเงินนิตยภัตกันมากขึ้น คืออะไร ก็คือเงินที่ถวายประจำเดือนเป็นรายเดือนให้กับ พระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ ตรงนี้ขอตั้งข้อสังเกตผ่านบันทึกของการประชุม สภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ในส่วนของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายในปีต่อ ๆ ไป ถึงความเหมาะสม ถึงสัดส่วน และอยากจะปิดท้ายด้วยจากเหตุการณ์การทุจริตในวงการพระพุทธศาสนา กรณี ยักยอกเงินวัดต่าง ๆ จะเห็นได้ว่ามีการบริหารจัดการเงินวัดที่ไม่โปร่งใส เช่น มีบัญชีธนาคาร จำนวนมากแต่ก็ไม่ได้ถูกรายงาน มีการเก็บเงินสดไว้ที่เจ้าอาวาส มีข้อแนะนำสั้น ๆ ก็คือว่า

๑. ควรจะมีมาตรการกำกับดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดทั่วประเทศ ป้องกันการรั่วไหล

๒. เปิดเผยข้อมูลรายรับรายจ่ายของวัดต่อสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเงินบริจาค

๓. ก็คือกำหนดระเบียบและแนวปฏิบัติที่เข้มงวด ให้วัดต่าง ๆ ต้องมีระบบ บัญชีที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องมีการรายงานข้อมูลธนาคารทั้งหมดให้กับสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

๔. เมื่อมีการร้องเรียนควรจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ยิ่งถ้าเป็นคดีทุจริตควรจะเอาองคาพยพสำนักงานต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอเมื่อสักครู่นี้มาช่วยกัน

๕. สุดท้ายคือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติควรจะถอดบทเรียน นอกจากการดำเนินการทางสงฆ์แล้วควรจะลงโทษทางกฎหมาย มีการตรวจสอบและติดตาม การใช้จ่ายเงินอุดหนุนวัด

ท่านประธานที่เคารพครับ พระท่านบอกว่า กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม แต่กรรมจะติดจรวดเร็วขึ้นหากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเร่งรัดทำคดี อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใสแล้วก็ได้ศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่างเมตตา เราก็จะโอบอุ้มพระศาสนาของเราให้ดีขึ้น สาธุครับ