กัลยพัชร รจิตโรจน์ อภิปรายร่างงบประมาณปี 2569 โดยตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบของกระทรวงสาธารณสุขที่ยังเน้นโครงการลงทุนขนาดใหญ่และกิจกรรมที่ไม่เร่งด่วน ทั้งที่ระบบสาธารณสุขกำลังเผชิญปัญหาเร่งด่วนหลายด้าน เช่น ขาดแคลนบุคลากร ระบบสุขภาพปฐมภูมิอ่อนแอ และการเชื่อมโยงข้อมูลที่ไม่เพียงพอ จึงเสนอตัดงบในหลายโครงการ ทั้งการก่อสร้างสถาบันมะเร็งบางขุนเทียนที่ยังไม่มีเครื่องมือ โครงการกิจกรรม Global Wellness Summit 23 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ภูเก็ตที่มีความหรูหราเกินจำเป็น พร้อมเรียกร้องให้จัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยเน้นการพัฒนาบุคลากรและบริการสาธารณสุขพื้นฐานที่จำเป็นเร่งด่วนมากกว่า
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันจะขออภิปรายงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข มาตรา ๒๕ วาระที่สอง โดยเสนอตัดงบ ๓ โครงการด้วยกัน ด้วยความกังวลอย่างยิ่งว่าการจัดสรร งบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นี้ยังให้ความสำคัญกับสิ่งเพิ่มเติมที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน ในขณะที่ สิ่งจำเป็นเร่งด่วนของระบบสาธารณสุขยังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลน บุคลากรทางการแพทย์ที่ยังวิกฤติหนักมาก การเยียวยาอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับชายแดน อันเนื่องมาจากการที่ทรัมป์ (Trump) ยกเลิการช่วยเหลือสาธารณสุขชายแดนหรือแม้แต่ ในเหตุปะทะบริเวณชายแดน ระบบสุขภาพปฐมภูมิยังไม่เกิด ๓๐ บาทรักษาทุกที่ยังไม่ทุกที่จริง อันเนื่องมาจากการขาดการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพข้ามสังกัด คลินิกและ สถานพยาบาลต่าง ๆ มีเงินบำรุงติดลบและอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน และนี่คือโครงการที่ ๑ ค่ะ
เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ดิฉันขอเริ่มต้นด้วย โครงการของกรมการแพทย์ คือโครงการก่อสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ สาขา บางขุนเทียน วงเงินทั้งสิ้น ๓,๓๐๗,๗๑๖,๑๐๐ บาท เป็นตึกที่แพงมากเลย โครงการก่อสร้าง สถาบันมะเร็งแห่งชาติในวงเงินสูงขนาดนี้ในสถานการณ์ประเทศเป็นแบบนี้เป็นการลงทุน ที่ผิดจุดในความคิดของดิฉัน นอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาที่เร่งด่วนของสาธารณสุขแล้ว ยังอาจทำให้ปัญหาที่มีอยู่หนักกว่าเดิมอีกด้วย เพราะเพิ่มภาระงานให้กับบุคลากรของเรา ที่ไม่เพียงพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่ตึกนี้ก่อสร้างมาเพื่อรอเครื่อง ที่ยังเจรจาราคาไม่เสร็จกับประเทศมหาอำนาจแห่งหนึ่ง ที่ต้องเฉพาะเจาะจงว่าเป็นประเทศ มหาอำนาจแห่งนี้ก็เพราะว่าเป็นประเทศที่ให้ราคาที่เอื้อมถึงได้ และเป็นการยืนยันจาก คำกล่าวของท่านอธิบดีเลยที่มาชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง สรุปง่าย ๆ คืองบ ๓,๓๐๐ ล้านบาทนี้สร้างเฉพาะตัวตึกเปล่า รอเครื่องฉายรังสีมะเร็งที่ยังตกลงราคา กันไม่ได้ ท่านคุ้น ๆ เหตุการณ์นี้ไหมคะ นี่ท่านทำตาม Model เรือดำน้ำไม่มีเครื่องหรือเปล่าคะ เมื่อดิฉันสอบถามในชั้นอนุกรรมาธิการว่ามีคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้การรักษาที่ทันสมัย Advance ขนาดนี้เพียงไหน ท่านก็กล่าวว่าเป็นการรักษามะเร็งชนิด Solid Tumor คือมะเร็งแข็งที่รักษาได้โดยการฉายรังสี โดยยิงได้แม่นถึงระดับโปรตอนให้เนื้อเยื่อบริเวณ ใกล้เคียงเสียหายน้อยที่สุด โดยเครื่องชนิดนี้มีไม่กี่ที่ในโลกเท่านั้น ในประเทศที่มีล้วนแต่เป็น ประเทศโลกที่หนึ่ง และทั้งหมดล้วนมีงบประมาณสาธารณสุขและงบประมาณแผ่นดิน มากกว่าไทยหลายเท่าค่ะ สิ่งที่ดิฉันกำลังกังวลเกี่ยวกับสาธารณสุขไทยตอนนี้ก็คือการจัดลำดับความสำคัญ ดิฉันคิดว่า การเร่งนำเทคโนโลยีราคาสูงควรทำอย่างยิ่ง ถ้าระบบสาธารณสุขมูลฐานที่พวกเรามีอยู่นั้น ไม่ได้มีปัญหาที่เร่งด่วนมากมาย ดิฉันขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะคะ ด้วยวงเงิน ๓,๓๐๐ ล้านบาทนี้ เราสามารถผลิตแพทย์เพิ่มได้จำนวน ๑,๘๓๗ คน เพราะแพทย์ ๑ คน ใช้งบ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน เราจะฝึกอบรมพยาบาลวิชาชีพได้ ๖,๖๑๕ คน เพราะคนหนึ่ง ใช้งบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนโดยเฉลี่ย ซึ่งดิฉันมองว่าการใช้งบประมาณในรูปแบบนี้ จะช่วยแก้ปัญหาได้ทันทีและตรงจุดมากกว่าการก่อสร้างอาคารใหม่อย่างแน่นอนค่ะ
ต่อมาโครงการที่ ๒ กรมการแพทย์แผนไทย อันนี้เป็นสไลด์จากที่กรมการแพทย์ แผนไทยไปชี้แจงในอนุกรรมาธิการฝึกอบรมค่ะ ดิฉันพบว่างบจำนวน ๓๗.๔ ล้านบาท สำหรับแผนงานส่งเสริม Soft Power แพทย์แผนไทยนั้นประกอบด้วย ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ เป็นงบดำเนินงาน จำนวน ๑๓.๖ ล้านบาท สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและพัฒนา สมุนไพรเกี่ยวกับอุตสาหกรรมความงาม ๒ อันนี้ดิฉันไม่ติดนะคะ โอเคเลย รายจ่ายส่วนที่ ๒ ๒๓.๘ ล้านบาท สำหรับงาน Global Wellness Summit คือต้องบอกก่อนว่า ๒๓.๘ ล้านบาท คือเฉพาะค่าธรรมเนียมการเป็นเจ้าภาพและค่าสิทธิที่จะได้จัดงาน ท่านต้องชี้แจงค่าจัดงาน ที่ต้องเสียเพิ่ม ท่านต้องเสียเงินภาษีของประชาชนเพิ่มอีกเท่าไรเพื่อจัดงานนี้ ท่านต้องตอบ คำถามนี้ให้ได้ค่ะ นี่คือตัวอย่างของการใช้งบประมาณแบบสวยแต่รูป ในอดีตเรามีบทเรียน จากการส่งเสริมกัญชาแล้วใช่ไหมคะ สาธารณสุขไทยได้อะไรจากการส่งเสริมกัญชาบ้าง เงินลงทุนได้สะท้อนมาในระบบเศรษฐกิจไทยไหมคะ เกษตรกรที่ปลูกสมุนไพรอยู่ดีกินดีขึ้นไหม ท่านลงทุนกับแปลงเกษตรเหมือนลงทุนการจัด Event มากมายหรือเปล่า ท่านได้คุยกับ กระทรวงอุตสาหกรรมหรือยัง เพื่อตั้งมาตรฐานสกัดยาแบบใช้ทางการแพทย์หรือว่า Medical Grade ดิฉันมองว่าสาธารณสุขไทยควรลงทุนในสิ่งจำเป็นพื้นฐานมากกว่าสิ่งเพิ่มเติม ที่จำเป็นรองลงมาอย่างที่กล่าวไปข้างต้นค่ะ ดิฉันจึงขอเสนอตัดงบประมาณสร้างตึกของ กรมการแพทย์ลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน ๔๙๖,๑๕๗,๔๑๕ ล้านบาท เพิ่มเติมจากที่ อนุกรรมาธิการตัดไป ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ตรงกับที่ท่านตั้งไว้สำหรับงบปีแรกพอดี ด้วยเหตุผล ที่ว่ากำลังคนไม่มี เสี่ยงสร้างแล้วไม่ได้ใช้ สถาบันมะเร็งเดิมก็ยังใช้การได้อยู่ เครื่องมืออย่างเดียว ไม่เสร็จนะคะ และควรลงทุนกับสาธารณสุขพื้นฐานมากกว่า Advance Medicine ค่ะ ขอตัดงบประมาณ Soft Power ของกรมการแพทย์แผนไทยในส่วนของรายการจ่ายอื่น ซึ่งก็คือ การจ่ายเงินเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit 2026 ถ้าท่านยังไม่มี ตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพียงพอว่าท่านจะได้อะไรจากการจัดงานครั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายกี่คน รวมถึง เงินที่ท่านจ่ายไปเป็นเพียงสิทธิในการเป็นเจ้าภาพ ชี้แจงเงินที่เหลือมาด้วยว่าจัดงานเท่าไร ดิฉันขอตัดงบประมาณจำนวนนี้ทั้งหมด ๒๓.๘ ล้านบาท จาก ๓๗.๔๑ ล้านบาท คิดเป็น ๖๓.๖ เปอร์เซ็นต์ของโครงการนี้ด้วย ๒ เหตุผล เหตุผลแรก คือขอตั้งเป็นคำถามต่อรัฐมนตรี และ ครม. ว่าสาธารณสุขมีหน้าที่หารายได้หรือดูแลประชาชนกันแน่ค่ะ จัดไปแล้วได้อะไร รัฐบาลนี้มี Event เยอะมาก แต่ผลสัมฤทธิ์ก็เห็นกันอยู่ไม่ค่อยได้ผลอะไรนัก เป็นที่น่าสังเกต อย่างยิ่งว่าโครงการที่ Hit ที่สุดของปีนี้ก็คือการสร้างตึกและจัด Event นั่นเอง
ขอแถมโครงการสุดท้ายที่ดูจะหรูหราเป็นพิเศษ ท่านดูในสไลด์ได้เลยก็คือ เหมือนสถานพยาบาลหรือว่า Resort มากกว่ากันนะคะ โครงการนี้เป็นโครงการของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นโครงการสร้างตึกอีกแล้วค่ะ สร้างอาคารปฏิบัติการ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๑๑/๑ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๑ หลัง ตั้งวงเงินไว้ ๒๕๔,๒๑๓,๐๐๐ บาท สไลด์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เอามานำเสนอใน อนุกรรมาธิการก่อสร้างนั้นสวยงามมากค่ะ มีมากกว่านี้อีกเยอะที่ดิฉันตกใจ ใช้สถาปนิก ตกแต่งภายในสวยงามมากแต่ว่านั่นไม่ใช่ภารกิจหลักของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นะคะ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นห้องปฏิบัติการมีหน้าที่จัดหาเครื่องมือแล็บ ทำแล็บ จากภาพนี้ รายละเอียดมีห้องโถงรอ ห้องโถงรองรับด้วย สรุปตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำงาน เจาะเลือด เป็นทำงาน Service Provider ให้บริการผู้ป่วยแล้วใช่หรือไม่ ยังไม่นับถึงสไลด์ ที่เน้นแต่ความสวยงามแต่ไม่บอกเลยว่าจะเก็บเชื้ออย่างไร มีห้อง Sterile ไหม มีห้อง ดูดอากาศไหมกรณีที่มีโรคติดต่อแบบโควิดขึ้นมาอีก สิ่งที่ท่านมาโชว์ก็คือห้องผู้บริหารที่ดูแล้ว ต้องถามว่าจำเป็นต้องดูดีขนาดนี้ไหม ถ้าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสไลด์สุดท้าย โชว์ Lighting ยามค่ำคืนอีกด้วยค่ะ โดยติดไฟหลายชนิด ๆ ละ ๑๐ ตัว ๔๐ ตัวบ้าง ดิฉันต้องบอกตรง ๆ ว่าเสียดายภาษีประชาชนค่ะ ขอให้ท่านชี้แจงดิฉันได้เลยค่ะว่าท่านทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับนโยบาย Medical Wellness Medical Tourism ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ก็ต้องขอถามย้ำว่าตอนนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็น Service Provider ให้บริการผู้ป่วยแล้วใช่หรือไม่ ดิฉันขอเสนอตัดงบโครงการนี้ออก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นจำนวนเงิน ๓๘,๑๓๑,๙๕๐ บาท สรุปรวมทั้ง ๓ โครงการ ขอเสนอตัดงบประมาณรวมทั้งหมด ๕๕๘,๐๘๙,๓๖๕ บาทค่ะ ซึ่งคิดเป็นเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ ของงบกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณค่ะ