พนิดา มงคลสวัสดิ์ ตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณซ่อมบำรุงอากาศยานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเกิดเหตุเครื่องบินตกซ้ำซากจนสูญเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางอากาศอย่างเร่งด่วน
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโพรง บางด้วน พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันได้เสนอแปรญัตติ ปรับลดงบประมาณมาตรา ๒๗ ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรงลง ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะดิฉันยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะงบซ่อมบำรุงอากาศยาน ๙๕๐ ล้านบาทที่ไม่ได้ถูกปรับลดในชั้นกรรมาธิการ ดิฉันยืนยันว่าดิฉันไม่เคยคัดค้านงบประมาณที่จำเป็นต่อภารกิจของตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบซ่อมบำรุงอากาศยานของกองบินตำรวจที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่และ เกี่ยวข้องโดยตรงกับประสิทธิภาพความปลอดภัยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ประชาชน แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันไม่อาจปล่อยผ่านได้ก็คือปัญหาการใช้งบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ ภารกิจหน้าที่จริง จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมอากาศยานตำรวจตก ๓ ลำภายใน ๓ ปี และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตถึง ๙ นาย สไลด์ขึ้นได้เลยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ดิฉันเชื่อว่าเราทุกคนยังจำได้ การสูญเสียนั้นไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดของครอบครัวผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่สร้างความ สะเทือนใจกับสังคมอย่างมาก และเป็นสัญญาณเตือนคนทั้งประเทศว่าระบบซ่อมบำรุงและ ความพร้อมของอากาศยานตำรวจกำลังมีวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ จนทำให้นายกรัฐมนตรี แพทองธารในขณะนั้นออกมาสั่งการอย่างจริงจังว่า ผบ.ตร. และกองบินตำรวจต้องรายงาน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมวางแนวทางไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต จัดสรร งบประมาณให้เพียงพอ รวมถึงจัดหาเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ใหม่ให้เหมาะสมกับภารกิจ ในอนาคต เน้นย้ำว่าสวัสดิการเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ผบ.ตร. เอง ก็รับลูกออกมาให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้มีการใช้งบซ่อมบำรุงก้อนปี ๒๕๖๘ สั่งสอบทุจริต งบซ่อมบำรุงย้อนหลัง พร้อมวางกรอบการใช้งบประมาณหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นทันทีในช่วง ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และวันนี้เรากำลังจะผ่านงบ ๙๕๐ ล้านบาทก้อนนี้ของ ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โดยที่ยังไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจนต่อสาธารณชนว่าสำนักงานตำรวจ แห่งชาติจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ผลการตรวจสอบทั้งการเกิดอุบัติเหตุและการสอบ ทุจริตเป็นอย่างไร ท่านประธานคะ ในระหว่างนี้ดิฉันได้พยายามที่จะสืบค้นข้อมูล ส่งเรื่อง เข้าคณะกรรมาธิการการตำรวจให้เกิดการตรวจสอบ ซึ่งแม้รายงานการสืบสวนสอบสวน การเกิดอุบัติเหตุจะยังไม่เสร็จ เพราะต้องรอการตรวจสอบจากบริษัทผู้ผลิตต้นทาง หากแต่ ผู้ชี้แจงค่ะ ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ระบุว่าเครื่องบินที่ตกมีปัญหา พร้อมทั้งส่ง ข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติม นี่คือสภาพความเป็นจริงของความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ทางอากาศของ ตำรวจไทยในปัจจุบันที่เกือบทั้งหมดไม่พร้อมบิน ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเครื่องบิน ทั้งหมด ๑๑ ลำ ใช้งานจริงได้ ๑ ลำ อยู่ระหว่างซ่อม ๕ ลำ พิจารณาจำหน่ายอีก ๕ ลำ เฮลิคอปเตอร์มีทั้งหมด ๗๑ ลำใช้ได้จริง ๔ ลำ อยู่ระหว่างรอซ่อม ๓๐ ลำ และพิจารณา รอจำหน่ายอีก ๓๗ ลำ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการ ซ่อมบำรุงอากาศยานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีปัญหาจริง มันเป็นไปได้อย่างไรคะ ตำรวจมีเครื่องบินที่พร้อมใช้ ๑ ลำ มี ฮ. ที่พร้อมบิน ๔ ลำเท่านั้นเอง ในขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณก้อนนี้ทุกปี ปีละ ๙๕๐ ล้านบาท หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นเราจะมีอากาศยานที่พร้อมปฏิบัติภารกิจได้เพียงพอได้อย่างไร ซึ่งจากที่ดิฉันได้มีโอกาสสอบถามผู้ชี้แจงค่ะ ตัวแทนจากกองบินตำรวจในห้องกรรมาธิการ การตำรวจก็พบว่างบประมาณก้อน ๙๕๐ ล้านบาทนี้ไม่เพียงพอต่อการซ่อมบำรุงจริง และจากประสบการณ์การบินของตัวดิฉันเองก็ยืนยันว่าอากาศยานต้องได้รับการซ่อมบำรุง อย่างสม่ำเสมอ หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตอบสนองต่อ ความต้องการ อากาศยานไม่ถูกบำรุงตามรอบ ของบางอย่างไม่เสียมันก็เลยเสีย ส่งผลให้ ค่าบำรุงรักษานั้นสูงกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามีเครื่องบินที่อยู่ ระหว่างซ่อมใช้การไม่ได้เป็นจำนวนมากขนาดนี้ แล้ว ๓๐ ลำ ในจำนวนนี้อายุไม่ถึง ๑๐ ปี เท่านั้นเองนะคะ ซึ่งหากท่านตั้งคำถามถึงความสำคัญและความจำเป็นของกองบินตำรวจ จะเห็นได้ว่าอากาศยานมีความสำคัญต่อการฝึกและภารกิจของตำรวจอย่างยิ่ง ทั้งการฝึก กระโดดร่ม รบพิเศษ หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย หลักสูตรการค้นหาและช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย หลักสูตรพลซุ่มยิง หลักสูตรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หลักสูตรถวายความปลอดภัย และอารักขาบุคคล รวมถึงภารกิจที่ดำเนินการเป็นหลักค่ะ ทั้งการสับเปลี่ยนกำลังพล ส่งเสบียงและลาดตระเวนทางอากาศ ภารกิจทั้งหมดนี้และการฝึกทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับ กำลังพลถึง ๒,๕๕๔ นาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงกับทุกคนในที่นี้จากการขาด ความพร้อมด้านอากาศยานก็คือตำรวจไม่สามารถดำเนินการฝึกภาคอากาศได้ตามแผน ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรและไม่สามารถปฏิบัติภารกิจที่ต้องใช้อากาศยานในการสนับสนุน ได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งหากเราโฟกัสที่ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ปัญหาไม่ได้มีเพียง ตัวอากาศยานเท่านั้น แต่รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบภารกิจการบินด้วยมันก็มีปัญหาค่ะ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่เคยเกิดขึ้นก็คือกรณีลวด Sling กระตุกร่มที่ใช้ของไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ ร่มไม่กางแล้วทำให้นักเรียนนายร้อยตำรวจเสียชีวิตถึง ๒ ราย นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น นี่คือความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดแม้แต่ครั้งเดียวค่ะ ดิฉันจึงมีคำถามอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังคณะอนุกรรมาธิการว่าท่านได้มีการสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติใน รายละเอียดการใช้งบประมาณปี ๒๕๖๙ หรือไม่ว่าจะมีการบริหารการใช้จ่ายอย่างไร ท่านได้ สอบถามหรือไม่ว่างบปี ๒๕๖๘ ยังไม่ทันจะได้ใช้แล้วงบปี ๒๕๖๙ จะเอาอย่างไรต่อ ได้มีการ ประเมินในห้องกรรมาธิการไหมว่างบที่ต้องใช้ในการซ่อมบำรุงทั้งหมดจริง ๆ มันเป็นเท่าไร เพราะท่านจะสามารถมาคำนวณคำตอบได้ว่าแท้จริงแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรตัดสินใจจัดหาเครื่องบินที่ปลอดภัยและพร้อมใช้งานใหม่มากกว่าการดันทุรังซ่อมเครื่อง ที่เก่าเกินอายุการใช้งานหรือไม่ แล้วดูตามภารกิจทั้งหมดนี้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจะต้องมีอากาศยานประจำการจริง ๆ กี่ลำ ท่านประธานที่เคารพคะ การตั้งงบซ่อมบำรุง อากาศยานของตำรวจไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในเอกสารเท่านั้นนะคะ แต่คือชีวิตของ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และคือความมั่นใจของประชาชนว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นตำรวจ ของเราจะมีเครื่องมือที่พร้อมทำงานจริง ดิฉันจึงขอให้คณะกรรมาธิการตอบให้ชัดว่าท่านได้ มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบหรือไม่ว่างบประมาณก้อน ๙๕๐ ล้านบาทก้อนนี้จะถูกใช้ อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพตามแผนการดำเนินการและผลการดำเนินการตลอด ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกการบินปลอดภัย นักบินของกองบินตำรวจไม่ต้อง ห่วงหน้าพะวงหลัง ตั้งสมาธิอยู่กับการปฏิบัติภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ค่ะ ให้ชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายไม่มีใครต้องเสี่ยงเพราะความไม่พร้อมของอุปกรณ์ เพราะการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ภารกิจและเพราะการทุจริตคอร์รัปชันที่เราเอง ทุกคนในที่นี้สามารถป้องกันได้อีกต่อไป ขอบคุณท่านประธานค่ะ