ภูริวรรธก์ วิจารณ์งบอีสปอร์ต 6.4 ล้าน ชี้เป้าหมายคลุมเครือ ขอทบทวน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ภูริวรรธก์ ใจสำราญ อภิปรายเรื่อง e-Sports ในฐานะกีฬาที่ควรแยกการบริหารจากเกมทั่วไป โดยเสนอให้พัฒนาทักษะนักกีฬาและสร้างศูนย์บ่มเพาะบุคลากรอย่างมีระบบ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความคลุมเครือในงบประมาณกว่า 6.4 ล้านบาทสำหรับโครงการศูนย์บ่มเพาะที่ขาดความชัดเจนทั้งเป้าหมาย สถานที่ตั้ง และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน จึงเสนอให้ชะลอการใช้จ่ายและทบทวนโครงการใหม่เพื่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูงสุด

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จรเข้บัว พรรคประชาชน วันนี้ขออภิปรายในมาตรา ๒๙ การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะพูดกันในเรื่อง e-Sports e-Sports กับเกมนี่แตกต่างกันนะครับ e-Sports ถูกกำหนดเป็นกีฬา ทำให้การบริหารการจัดการต่าง ๆ แตกต่างกับตัวเกม ไม่ว่า จะเป็นการแข่งขันตัวนักกีฬาก็มีลักษณะเฉพาะตัว แต่ว่าอย่างไรก็ดีงบประมาณ e-Sports ด้านหนึ่งถูกใช้ผ่านหน่วยรับงบประมาณอย่าง DEPA หรือกระทรวงดิจิทัลเช่นเดียวกัน มีเรื่อง OFOS มีเรื่องการจัดมหกรรมเกม และ e-Sports คล้ายๆ กันด้วย แต่สำหรับงบประมาณ ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ของบไปเป็นการจัดการกิจกรรมเช่นเดียวกัน โดยงบประมาณ แบ่งออกเป็น ๓ ก้อนครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ก้อนแรกเป็นการแข่งขัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ทักษะกีฬา e-Sports ๑๓.๑๙ ล้านบาท โครงการต่อไปเป็น โครงการพัฒนาทักษะ e-Sports เพื่อพัฒนาทักษะนักกีฬา e-Sports สู่สากล ๒.๑๙ ล้านบาท ก้อนสุดท้ายเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่บ่มเพาะบุคลากรในอุตสาหกรรม e-Sports อีก ๖.๔๓ ล้านบาท เราเดินสายคุยกับสมาคมแล้วก็ผู้ประกอบการเกี่ยวกับ e-Sports ค่าย e-Sports ต่าง ๆ มีการสะท้อนถึงการใช้งบประมาณนี้กลับมาครับ

ก้อนแรก เป็นการแข่งขันในรายการ Thailand e-Sports Championship 2025 หลักการมันเขียนไว้ว่าเพื่อเฟ้นหานักกีฬาและสโมสรกีฬาอาชีพ เพื่อเป็นตัวแทนในการ สู่การแข่งขันระดับสากล จำนวน ๓ ทีม ซึ่งหลักการตรงนี้ไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นการ คัดไปเพื่ออะไร เป็นทีมชาติ หรือเป็นทีมอาชีพ เพราะรูปแบบในการคัดนั้น การจัดการต่าง ๆ มันไม่เหมือนกัน การเข้ามามีอิทธิพลของสมาคมกีฬา e-Sports ก็มีผลต่อการคัดเลือก เช่นเดียวกัน นอกจากนี้โครงการไม่ได้ลงรายละเอียดประเภทของเกม แล้วก็ส่วนใหญ่ในงาน แบบนี้ ก็ไม่ค่อยมี Publisher ไทยสักเจ้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไม่มีส่วนร่วมของ Stakeholder ในวงการ e-Sports ส่วนใหญ่เกมที่เราเอามาใช้เป็น Publisher ต่างประเทศ สุดท้ายแล้วเงินก็จะไหลออกนอกประเทศ มากกว่าที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ๕๐๐ ล้านบาท อย่างที่บอกไว้ การกำหนดงบประมาณที่สูงในแต่ละรายการ เช่น ค่าจัดสถานที่ ค่าออกแบบ ออกแบบ Artwork ที่มีมูลค่าสูงมาก งานแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ Publisher หรือเอกชนที่เขาเคยจัดงานในระดับประเทศเลยนะครับ เขามองว่า ๑ วันที่ใช้เงินไป ๑๓ ล้านบาท เป็นมูลค่าที่สูงมาก เอกชนสามารถทำได้เพียง ๓-๔ ล้านบาท เท่านั้นเอง ต่อให้ มีการจัดการแข่งขันระดับ Tournament ที่คัดเลือกมาแล้ว เอกชนจัดเอง ๘-๑๐ ล้านบาท ไม่เกินครับ แต่อันนี้ ๑๓ ล้านบาท

งบประมาณตัวถัดมา เป็นโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนามาตรฐานทักษะกีฬา e-Sports เพื่อทักษะสู่สากล ๒.๑๙ ล้านบาท ซึ่งระบุว่าเป็นการพัฒนาทักษะครอบคลุม ทั้งทางเทคนิค จิตวิทยา สังคม โดยเน้นว่าเป็นแรงงานขั้นสูงจำนวน ๒,๐๐๐ ซึ่งอันนี้ไม่มี ความชัดเจนว่าเป็นนักกีฬาหรือแรงงาน ใส่เป็นแรงงานเข้าไป แต่เมื่อใช้คำว่าขั้นสูงก็ต้อง มานั่งนึกถึงว่ากลุ่มนั้นต้องเป็น Pro League หรือเปล่าหรือเป็น League ไหน ซึ่งต่อให้เรา เอานักกีฬาทั้ง Pro League มารวมกันในประเทศไทยจริง ๆ ก็ไม่ถึง ๑,๐๐๐ คนครับ แต่ท่านใส่ไปตั้ง ๒,๐๐๐ คน หากวางตัวชี้วัดแบบนี้นั่นก็แสดงว่าไปรวมกลุ่มอื่นด้วยหรือเปล่า อันนี้เขียนแบบไม่ชัดเจน อย่างไรก็ดีโครงการนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกันนะครับ

มาดูงบประมาณก้อนสุดท้ายครับ เป็นงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่บ่มเพาะ ย้ำคำว่าพื้นที่นะครับ เป็นพื้นที่บ่มเพาะบุคลากรอุตสาหกรรม e-Sports เขาใช้ภาษาอังกฤษ คำว่า e-Sports Incubation Center แต่รายละเอียดโครงการมันน้อยมาก ขอเข้ามา ในแต่ละรายการดูไม่เป็นการสร้างศูนย์พัฒนาอะไรเลยครับ เป็นการทำ Booth การเรียนรู้ ทำกิจกรรม ประกวดนวัตกรรม ทำเผยแพร่ว่าต่อไปจะมีพื้นที่บ่มเพาะหรือไม่ ๖.๔ ล้านบาท ไม่ระบุว่าต่อไป Venue จะเป็นที่ไหนด้วย หรือแม้กระทั่งในงานนี้ท่านจะไปจัดงานที่ไหน มันเหมือนโยนหินถามทางไปก่อน เพื่อว่าในอนาคตจะมีการสร้างแล้วค่อยมาว่ากันอีกที อย่างไรก็ดีการสร้างศูนย์นี้ต้องเป็นสิ่งที่ต้องคิดแล้วก็บริหารอย่างดีว่าพื้นที่นี้มันควรจะเป็น Multipurpose ครับ ไม่ใช่ศูนย์บ่มเพาะอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นไม่รอดครับ เอกชนเคยทำมา หลายครั้งครับ ซึ่งภาครัฐนั้นก็อาจจะมีข้อจำกัดมาก อย่างเช่นเรื่องของการไม่สามารถหา Field Occupancy ได้ การลงทุนทางเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง ความล่าช้าของระบบ ราชการก็อาจจะทำให้ศูนย์บ่มเพาะแห่งนี้มันไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็ควรจะ เปิดให้เอกชนมาร่วมบริหาร ความไม่ชัดเจนในโครงการแบบนี้ครับ ขอปีนี้ไป ๖.๘ ล้านบาท ที่ไม่ได้เห็นผลสัมฤทธิ์อะไรมากเลยก็เป็นการเอาเงินมาละลายกันในปีนี้ หากจะจัดทำจริง ควรเอางบก้อนนี้เก็บไปก่อนแล้วกลับมาปีหน้าเขียนใหม่ นี่เป็นบทเริ่มต้นนะครับ เดี๋ยวเพื่อน สมาชิกผมจะลงไปใน Detail เป็นนักกีฬาด้วย ๘ ปี ฟังกันต่อครับ ขอบคุณท่านประธานครับ