จิรัฏฐ์ ตั้งข้อสังเกตงบตำรวจ ทั้งรีสอร์ท-ดักฟัง-ซอฟต์แวร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรีสอร์ทที่ควรทบทวนการใช้งบภาครัฐ เนื่องจากมีรายได้จากการบริหารโดยเอกชน พร้อมวิพากษ์การใช้งบฟุ่มเฟือยในการจัดซื้อยานพาหนะและอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน รวมถึงตั้งข้อกังวลต่อโครงการจัดหาซอฟต์แวร์ดักฟังข้อมูลและเครื่องมือตรวจตำแหน่งโทรศัพท์ที่อาจละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนและขัดรัฐธรรมนูญ มาตรการดังกล่าวจึงต้องมีการควบคุมอย่างโปร่งใสและคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแท้จริง

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนประชาชน จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ สตช. ผมในฐานะลูกตำรวจคนหนึ่ง จริง ๆ แอบเอาใจช่วยมาตลอด เพราะว่า เห็นใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่งบประมาณปีนี้หลาย ๆ โครงการในปีนี้ผมก็แบกไม่ไหว ในชั้นกรรมาธิการ สตช. เอกสารก็ไม่ส่งให้กรรมาธิการอ่านล่วงหน้าเหมือนหน่วยงานอื่น เขาทำกัน พอทวงตอนเข้ามาชี้แจงก็ยื่น Flash Drive มาให้เป็น File PDF เกือบ ๓๐๐ ไฟล์ ขนาดรวมกันประมาณ ๒ กิกะไบต์ แล้วอนุกรรมาธิการจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนได้อย่างไร แค่เปิด File PDF ขนาด ๒ กิกะไบต์ก็เครื่องค้างแล้ว ซึ่งเราก็พยายามกันเต็มที่แล้วครับ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันมีหลายโครงการที่ต้องตั้งข้อสังเกตแล้วขอให้ตัด อันแรกครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการ Presentation)

โครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรม พัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจกับโครงการปรับปรุงห้องพักภูมิทัศน์ ศูนย์ฝึกอบรม พัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจ รวมกัน ๒ โครงการ ๓๑๘ ล้านบาท ศูนย์ฝึกอบรมนี้ อยู่ที่ชะอำ ถ้าใครไปเดินเล่นชายหาดอาจจะมองหาไม่เจอ เพราะเขาไม่ได้ใช้ชื่อนี้ เขาใช้ชื่อว่า Sea Sand Sun ชะอำ-รีสอร์ท เขาไม่ได้ใช้ชื่อศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ แบบที่ของบประมาณเรามา คือพอเห็นทหารมีโรงแรม ทหารมี Passive Income ตำรวจ ก็อยากจะเอาบ้าง เพราะว่ารายได้จากโรงแรมแบบนี้มันไม่ต้องส่งเข้าคลัง มันเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนเกษียณได้เลย โรงแรมนี้เปิดให้บริการมาแล้ว ๒-๓ ปี โดยการจ้างเอกชนก็คือเครือ ดุสิตธานีมาบริหารให้ น่าจะเก็บรายได้ไปเยอะแล้ว ไม่ควรจะต้องมาของบประมาณแบบนี้ ที่ผ่านมาหลายปีมานี้ก็ของบไปทำโรงแรมนี้หมดไปหลายร้อยล้านแล้ว คนจ่ายภาษีก็นั่ง มองตากันปริบ ๆ กันครับ

โครงการต่อไปจัดซื้อยานพาหนะสำหรับภารกิจพิเศษ สตช. ขอซื้อ Benz S350 ๓ คัน คันละ ๗ ล้านบาท Benz CLK450 ๒ คัน คันละ ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาท Toyota Camry HEV อีก ๒ คัน คันละ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท สตช. บอกว่าจะต้องใช้รถแบบนี้ในการนำขบวน แล้วก็ปิดท้ายขบวนในภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ พอถามว่าแล้วทำไมต้องซื้อ ๓ แบบ ๓ รุ่น ก็บอกว่า Benz ขับนำขบวน ส่วน Toyota ก็ปิดท้ายขบวน ผมไม่เข้าใจ รถญี่ปุ่นคันละ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ทำไมทำได้แค่ปิดท้ายขบวน ทำไมรถญี่ปุ่นขับนำไม่ได้ ผมน้อยใจแทนคน ใช้รถญี่ปุ่น ในเมื่อจะขับนำขับตามมันก็ต้องไปพร้อมกันจะซื้อแยกทำไม จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ มีอะไรเลย มันเป็นแค่เรื่องของความรู้สึกภาพลักษณ์ที่ต้องการให้มันดูดีดูหรูหราเท่านั้นเอง ใช้เงินภาษีแบบนี้มันก็น่าเศร้า สตช. ปีนี้ตั้งหน่วย คฝ. เพิ่มขึ้นเป็น ๑๔๔ หน่วย ๑๔๔ หน่วย เลยนะครับควบคุมฝูงชน โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนมี ๓ โครงการ ผมไม่ติดใจถ้าท่านจะซื้ออุปกรณ์ที่เป็นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จะเกราะ จะโล่ จะอะไร ซื้อเลยไม่ติดใจ แต่โครงการที่ขอซื้อเครื่องยิงแก๊สน้ำตา ๗๒ กระบอก ปืนช็อตไฟฟ้า ๖๐ กระบอก ปืนยิงคลื่นเสียง ๖ ชุด ปืนยิงตาข่ายอีก ๑๘ กระบอก คือปืนยิงแห ที่เหลือก็เป็น หมวกกันน็อก มูลค่ารวม ๓๗.๖๙ ล้านบาท เฉพาะโครงการนี้ที่ผมรับไม่ได้ ตำรวจต้องมี สำนึกว่าหน้าที่ของตำรวจคือการปกป้องรักษาสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งการชุมนุม มันเป็นการออกมาใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเลยที่ควรจะต้องสนับสนุนเขาด้วยซ้ำ ผมอยากเห็น สตช. เปลี่ยน Mindset ปีหน้าลองดูครับ ลองของบซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์แบบฉุกเฉิน เผื่อมีประชาชนที่ออกมาชุมนุมแล้วเกิดเป็นลม หัวใจวายขึ้นมาจะได้เข้าไปช่วยทัน หรือจะลอง ของบประมาณมาซื้อรถสุขาเคลื่อนที่ก็ได้ ให้บริการประชาชนที่ออกมาชุมนุมเรียกร้อง เพราะมันเป็นสิทธิเสรีภาพของเขา

โครงการสุดท้ายที่ผมคิดว่าเป็นโครงการสืบสวนที่หมิ่นเหม่จะขัดกับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๓๖ แล้วก็อาจจะละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ซึ่งก็คือ โครงการจำพวก Hardware แล้วก็ Software ที่ไปดักฟังโทรศัพท์ ไปดูดข้อมูลจากมือถือ เป้าหมาย ไปเจาะระบบโจรกรรมข้อมูลจากเป้าหมาย ปีนี้มีหลายโครงการ ขอสไลด์เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โครงการจัดหาระบบสนับสนุน การวิเคราะห์ข่าวกรองของกองบังคับการการปราบปราม ๙๓.๒๕ ล้านบาท เป็นการซื้อ Software ที่ชื่อว่า Intellectus TUCAN เจ้านี่ทำอะไรได้ครับ เจ้านี่คือ Software ที่ใช้วิเคราะห์ Social Media ของเป้าหมาย มันทำอะไรได้อีกนอกจากจะเข้าไปใน Social Media ของเราแล้ว มันเข้ามาในระบบแชตได้ มันไปเอาข้อมูลจากในแชตได้ มันสามารถเข้าไปใน Cloud ได้ ถ้าเรา Login Cloud ไว้ ไม่ว่าจะ Google Drive ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม มันจะเข้าไปได้ มันจะใช้ Token ที่อยู่ในเครื่องโทรศัพท์ของเราแล้วก็เข้าไป มันสามารถปลอมตัวได้ มันสามารถเปลี่ยนชื่อ Profile ของเราไม่ว่าจะ App ไหน ไม่ว่าจะเฟซบุ๊ก Twitter Instagram เพราะฉะนั้นอันนี้ก็หมิ่นเหม่แล้วก็สุ่มเสี่ยงที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน มาก ๆ ครับ

อีก ๒ โครงการ มี Software ที่ไว้เจาะมือถือ ๑. คือเครื่องมือถอดรหัส อุปกรณ์พกพาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ๑๐ ล้านบาท อันนี้เป็นของตำรวจไซเบอร์ ซึ่งผมเข้าใจได้ ถ้าเป็นของตำรวจไซเบอร์ โครงการที่ ๒ คือการต่ออายุ ๑๐ อุปกรณ์สำหรับการสืบสวน สอบสวนและรวบรวมข้อมูลโทรศัพท์มือถือของสรรพาวุธกองส่งกำลังบำรุง อันนี้ต้องการ ต่ออายุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะมือถือ ๑๐๔ User ในระยะเวลา ๑ ปีคือ License เขาให้ เวลาแค่ ๑ ปี ๑๖๐ ล้านบาท เจ้านี่เขาเรียกว่า Cellebrite Cellebrite จริง ๆ มันเป็น Software ที่ไปลงกับคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ แล้วก็เอาโทรศัพท์ที่ต้องการเอาข้อมูล เสียบตูดเข้าไป ข้อมูลก็จะออกมาทั้งหมด ไม่ว่าท่านจะใช้ Apple Version ไหน ไม่ว่าท่านจะใช้ Android Version ไหน เจ้า Cellebrite ก็จะเอาข้อมูลออกมาได้ทั้งหมด นี่ก็เป็นเรื่องที่ น่ากลัว มันสามารถดึงข้อมูลจาก SIM Card ได้ เอาข้อมูลจาก SD Card ก็ได้ กู้ข้อมูลที่เรา ลบไปแล้วเมื่อเดือนที่แล้วก็ยังทำได้ ประวัติโทรเข้า โทรออก ประวัติการใช้เว็บไซต์ ประวัติแชต คัดลอก IMEI แล้วก็ Clone SIM Card ได้ ซึ่งอันนี้น่ากลัวมาก แถมยังเข้าไปในข้อมูลจากสื่อ ออนไลน์ แล้วตัวใหม่ก็คือรองรับ Cloud Drive อย่างน้อย ๕๐ Brand ที่มีการใช้อยู่ในทั่วโลก โดยเอาข้อมูลจาก Token เรานี่แหละไปถอดรหัส การเข้าข้อมูลแบบ ๒ ชั้นที่เราชอบใช้กัน ใช่ไหมครับ Two-Factor Authentication ที่ต้องมีการ Scan นิ้วแล้วก็ใส่รหัสพร้อมกัน ๒ ครั้งเจ้า Cellebrite นี้ก็ทะลุทะลวงได้หมดเลย สิทธิการใช้งาน ๑ User ก็คือ ๑ ปี เขาต้องการ ๑๐๔ User

สุดท้ายครับ โครงการพัฒนาสืบสวนสมัยใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มันเป็นรายการชุดเครื่องมือตรวจตำแหน่งโทรศัพท์ระบบ Active ชนิดความถี่กว้างระยะที่ ๒ ๑๓๕ ล้านบาท เจ้านี่มันเป็น Cell Site Simulator ที่เหมือนกับไปหลอกว่านี่คือเสาสัญญาณ ให้โทรศัพท์เราไปเกาะ ถ้าท่านประธานเป็นตำรวจต้องการจะใช้เครื่องนี้ท่านประธานก็ไปใกล้ ๆ กับเป้าหมายที่ต้องการ ไปอยู่ใกล้ ๆ เอาเครื่องนี้ออกมาเปิดปุ๊บ โทรศัพท์เป้าหมายที่ท่านประธาน ต้องการก็จะมาล็อกกับเจ้าเครื่องนี้ ไม่ไปล็อกกับ Dtac ไม่ไปล็อกกับ True มาล็อกกับเจ้านี่แทน แล้วมันก็จะปลอมตัวเป็นเหมือนผู้ให้บริการเครือข่าย แล้วก็หลังจากนั้นที่น่ากลัว เพราะว่า Pegasus ที่เราเคยมีข่าวโด่งดังกันเมื่อ ๒ ปีก่อนก็ต้องใช้เครื่องนี้เหมือนกันในการเริ่ม โจรกรรม ท่านประธานครับ ถ้า สตช. เอาอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้ในงานปราบปรามยาเสพติด เอาไปใช้ในงานก่อการร้ายข้ามชาติ เอาไปใช้กับพวก Call Center Scammer ผมคิดว่าไม่มีใคร มีปัญหาครับ ประเด็นคือตำรวจหรือ สตช. ประวัติไม่ดี มีคดีติดตัวมาตั้งแต่ ๒ ปีก่อน ยังจำได้ ไหมครับ ๒ ปีก่อนพรรคก้าวไกล ท่านพิจารณ์แฉเรื่อง Spyware Pegasus ที่ สตช. ซื้อมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้ว หลังรัฐประหาร อ้างว่าใช้ปราบปรามยาเสพติด แต่ถึงเวลาเอามาใช้กับ นักกิจกรรม อาจารย์มหาวิทยาลัย นักการเมืองกว่า ๓๐ คน นักการเมืองในที่นี้ก็โดนไป หลายคน ท่านชาดา ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็โดนเหมือนกัน โดนเจ้าหน้าที่ฝัง Spyware เข้าไป แล้วก็เอาข้อมูลส่วนตัวไปติดตามว่าอยู่ที่ไหน สอดแนม เปิดกล้องก็ได้ เปิดลำโพงก็ได้ เปิดไมค์ก็ได้ จนเป็นข่าวไปทั่วโลกเลย ซึ่งโครงการที่ขอมาปีนี้มันก็น้อง ๆ Pegasus ครับ เพราะว่าความสามารถมันใกล้เคียงแล้ว มันแค่ไม่ Zero Click เท่านั้นเอง เพราะมันต้อง ไปเอามือถือมาเสียบตูดก่อน