รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำป้ครั้งที่สอง)
วันศุกร์ที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐภา
ขณะนี้ท่านสมาชิกรัฐสภา เข้ามาประชุมครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขออนุญาตเป่ดการประชุมและดำเนินการประชุม ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เนื่องจากว่าก่อนประชุมรัฐสภาในวันนี้ ทางประธานรัฐสภาได้เชิญวิปทั้ง ๓ ฝ์าย พร้อมกับผู้แทนของรัฐบาลมาร่วมการประชุมนะครับ แล้วก็ได้มีมติตกลงกันในบางประการแล้ว ผมอยากให้วิปทั้ง ๓ ฝ์ายได้ช่วยชี้แจงว่าในการประชุมนั้นมีเรื่องใดที่จะแจ้งบ้าง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา เนื่องจากการประชุมร่วม ๓ ฝ์ายครับท่านประธาน เรามีความเห็นตรงกันว่าในวันนี้ เราจะมีการเลื่อนระเบียบวาระเพื่อที่จะพิจารณาใน ๓ เรื่องครับ ก็คือในเรื่องด่วนที่ ๒๐ พิธีสาร ฉบับที่สองของไทย ออสเตรีย-นิวซีแลนด์ เรื่องด่วนที่ ๑๙ พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ป.ป.ท. ของท่านวิโรจน์ และเรื่องด่วนที่ ๔ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ของคณะรัฐมนตรี และในส่วนของเวลาครับ การพิจารณาร่างพิธีสารจะใช้เวลาอภิปรายฝ์ายละ ไม่เกิน ๓๐ นาที โดยไม่รวมเวลาของผู้เสนอ เช่นเดียวกันในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ท. ทั้ง ๒ ฉบับจะพิจารณาพร้อมกันแต่แยกลงมติ และจะใช้เวลา อภิปรายฝ์ายละไม่เกิน ๑ ชั่วโมง โดยไม่รวมเวลาของผู้เสนอครับ
ที่เปึนกฎหมาย วาระที่ ๔ กับวาระที่ ๑๙ นั้นจะใช้เวลาฝ์ายละ ๑ ชั่วโมง ถูกไหมครับ แต่ว่าพิธีสารของเขตการค้าเสรี จะใช้ฝ์ายละครึ่งชั่วโมงนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดก็โดยประมาณเกือบ ๔ ชั่วโมงครึ่งก็คง จะเลิกในวันนี้ประมาณบ่ายสี่โมง อันนี้แจ้งให้สมาชิกทราบก่อนว่าเผื่อให้ท่านอยู่ในที่ประชุม เพราะว่าจะมีการลงมติทุกฉบับก็คงใช้เวลาไม่เกิน ๔ โมงเย็นหรือ ๕ โมงเย็นนะครับ
ท่านประธานครับ
เพราะได้ตกลงเวลากันแล้ว เชิญคุณปกรณ์วุฒิครับ
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ในฐานะผู้ที่เข้าร่วมประชุมวิป ๓ ฝ์ายเช่นกัน ก่อนอื่นก็ยืนยันวาระที่ทางวิปรัฐบาลได้แจ้งว่าวันนี้เราจะมีทั้งสิ้น ๒ วาระนะครับ กรอบเวลา ที่ตกลงกันก็เปึนไปตามที่ทางวิปรัฐบาลชี้แจงเช่นกัน แต่อาจจะเพิ่มเติมเล็กน้อยนะครับ ในการประชุมวันนั้นก็ได้มีการระบุกันไว้ว่าฝ์ายละครึ่งชั่วโมงของพิธีสาร ฝ์ายละครึ่งชั่วโมง แล้วก็ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฝ์ายละ ๑ ชั่วโมง
ถูกครับ
ไม่นับผู้เสนอ ก็อาจจะสามารถยืดหยุ่นได้เพราะอย่างที่ท่านประธานบอกว่าเราเลิกประมาณ ๔ โมงนะครับ คือต่อให้แต่ละฝ์ายอาจจะใช้เวลาเกินไปบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็น่าจะยังอยู่ในกรอบ ๔ โมงได้ แบบสบาย ๆ อยู่ครับ เราอาจจะไม่ได้เข้มงวดเรื่องกรอบเวลามากขนาดนั้น ถ้าไม่เยอะ จนเกินไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญครับ มีผู้แทนวิปท่านใด จะเสนอเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้เสนอมา ผมคิดว่าครบถ้วนแล้วนะครับ ทั้งวิปรัฐบาลและฝ์ายค้าน ได้พูดถึงข้อตกลงครบถ้วนแล้ว ขอชี้แจงเพิ่มเติมหน่อยเพื่อจะได้เตรียม กรรมาธิการตกลงว่า กรรมาธิการกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ก็ใช้ ๓๙ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๔ ท่าน ของวุฒิ ๑๐ ท่าน สส. ๒๕ ท่านซึ่งได้ตกลงกันแล้วเพื่อให้ประธานวิปแต่ละฝ์ายได้เตรียมกรรมาธิการไว้เสนอในตอน ประชุมด้วย จะมีเสนอเรื่องอะไรอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุมครับ เมื่อสักครู่นี้ ใครยกมือเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กาญจนบุรี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เนื่องจากมีระเบียบตามวาระเร่งด่วนครับท่านประธาน ซึ่งจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้นเพื่อให้เปึน ประโยชน์ในการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา กระผมจึงขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม รัฐสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ (๒) โดยขอนำระเบียบวาระเร่งด่วนที่ ๒๐ ระเบียบวาระเร่งด่วนที่ ๔ และระเบียบวาระเร่งด่วนที่ ๑๙ ขึ้นมาพิจารณาก่อนตามลำดับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
รับรองครบถ้วนนะครับ เสนอขอให้เลื่อนระเบียบวาระตามที่วิปได้ตกลงไว้แล้วเพื่อขอมติจากที่ประชุม มีท่านสมาชิก ท่านใดขัดข้องไหมครับ ไม่มีผู้ใดขัดข้องก็ถือว่าเลื่อนเอาระเบียบเรื่องด่วนที่ ๒๐ แล้วก็ เรื่องระเบียบวาระที่ ๔ กฎหมาย ป.ป.ช. ของรัฐบาล ระเบียบวาระที่ ๑๙ ของคุณวิโรจน์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน เรียงตามลำดับนี้นะครับ ถ้าไม่มีเห็นเปึนอย่างอื่นก็มติไปตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุมครับ
รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยประชุมสามัญ ประจำป้ครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งได้วางให้สมาชิกตรวจดู ที่หน้าห้องประชุมแล้วเพื่อให้สภาได้รับรอง มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขหรือเห็นเปึนอย่างอื่นบ้าง ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งดังกล่าวนี้แล้วนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีครับ
เนื่องจากว่าได้มีสมาชิกเสนอขอนำเรื่องด่วนที่ ๒๐ ขึ้นมาพิจารณาก่อนครับ
เรื่องด่วน
๑. เรื่อง พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน- ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ เชิญคณะรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นำเสนอ เรื่อง พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน- ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗๘ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนี้
๑. ความเปึนมาของความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ ก่อนอื่นผมขอกราบเรียนครับว่าภาพรวมของความสัมพันธ์การค้าระหว่างไทยกับ ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการค้าในช่วงก่อน ที่มีความตกลง AANZFTA จะมีผลใช้บังคับเมื่อป้ ๒๕๕๒ กับปัจจุบันจะพบว่าความสัมพันธ์ ทางการค้ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมป้ ๒๕๖๗ การค้ารวม มีมูลค่า ๑๗,๑๘๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปึนการส่งออก ๑๑,๖๙๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๘.๒ และนำเข้า ๕,๔๘๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๒.๖ โดยไทย เปึนฝ์ายได้ดุลการค้ามูลค่า ๖,๒๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้สินค้าที่ไทยได้รับสิทธิประโยชน์ อาทิเช่น ยานยนต์และชิ้นส่วนประเภทรถนั่งส่วนบุคคล รถพิกอัป เครื่องปรับอากาศ เครื่องสำอาง เปึนต้น ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หรือที่เรียกว่าความตกลง AANZFTA ประกอบด้วยประเทศสมาชิก ๑๒ ประเทศด้วยกัน ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ คือบรูไน เมียนมา กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนามและออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โดยความตกลงนี้มีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ จนถึง ปัจจุบัน ความตกลงมีอายุนานถึง ๑๔ ป้มาแล้ว มีสาระสำคัญครอบคลุมการค้า สินค้า การค้าบริการ การลงทุน การอำนวยความสะดวกทางการค้าต่าง ๆ นะครับและความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ความตกลง AFTA มีผลบังคับใช้สำหรับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลง โดยได้ทยอยเป่ดการค้า สินค้า โดยการ ลดภาษีเปึนศูนย์ และเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๓ ไทยได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าเปึนศูนย์จำนวน ๖,๑๒๗ รายการ คิดเปึนสัดส่วน ๙๘.๘ เปอร์เซ็นต์ ยังคงเหลือเพียงสินค้าที่มีความอ่อนไหว จำนวน ๒๓ รายการที่ไทยไม่ได้ผูกพันการเป่ดตลาดและยังมีการจัดเก็บภาษีตามมาตรา โควตาภาษี อาทิเช่น นมและครีม เครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง นมผงขาดมันเนย มันฝรั่งสด หรือแช่แข็ง หอมหัวใหญ่และกระเทียม เปึนต้น และในช่วงเวลาเดียวกันออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิกเปึนศูนย์ทุกรายการ หรือคิดเปึนร้อยละ สัดส่วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในเวลาต่อมาประเทศสมาชิก AFTA ได้มีการจัดทำพิธีสารฉบับที่หนึ่ง เพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ โดยมีผล ใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขข้อผูกพันในบทกฎถิ่นกำเนิด สินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดการปรับปรุงพิกัดศุลกากรขององค์กรศุลกากรโลก ในทุก ๆ ๕ ป้ และปรับแก้ไขระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อให้ สอดคล้องกับวิธีการปฏิบัติทางการค้าในขณะนั้น การจัดทำพิธีสารฉบับที่สอง เพื่อแก้ไข ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เนื่องจากความตกลง AFTA มีการบังคับใช้มานาน ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการปรับปรุงแก้ไขความตกลงนี้โดยเริ่มขึ้นในระหว่าง การประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ครั้งที่ ๒๑ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ ณ นครเวียงจันทน์ สปป. ลาว ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการศึกษาและจัดทำข้อเสนอ เพื่อทบทวนความตกลง AFTA ต่อมาที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ ครั้งที่ ๒๓ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๑ ได้ให้ความเห็นชอบข้อเสนอแนะที่ได้จัดทำ เพื่อเปึนพื้นฐานในการวางแนวทางปรับปรุงการยกระดับความตกลง AFTA ประเทศสมาชิก ได้เริ่มเป่ดการเจรจารอบแรกในป้ ๒๕๖๔ นะครับและสามารถปรับปรุงสรุปการเจรจา ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ และได้จัดทำพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง AFTA โดยมี สาระสำคัญครอบคลุมการปรับปรุง เรื่องราวของการอำนวยความสะดวกทางการค้า สินค้า การเป่ดตลาดการค้าบริการการลงทุนและการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน และเปึนการยกระดับความตกลงให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าโลก ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและอาเซียนกับคู่เจรจา ตามมติที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ และมติรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ แล้วเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง AANZFTA และมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงนามในพิธีสารดังกล่าว ซึ่งไทยได้ลงนามพิธีสารดังกล่าว แล้วเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้รับทราบจาก สำนักงานเลขาธิการอาเซียนว่าประเทศสมาชิกทั้ง ๑๒ ประเทศได้ลงนามครบแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พร้อมทั้งกระทรวงพาณิชย์ได้รับสำเนาพิธีสารซึ่งได้รับการรับรอง ความถูกต้องจากสำนักงานเลขาธิการอาเซียน โดยผ่านกระทรวงการต่างประเทศแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ สาระสำคัญของพิธีสารกระผมขอกราบเรียนต่อสภาอย่างนี้ครับว่า สาระสำคัญของความตกลง AANZFTA ที่มีการยกระดับให้มีการจัดทำบทเพิ่มเติมบทที่ ปรับปรุงเนื้อหาความตกลงเดิม ภาคผนวกและบทที่ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขรวมทั้งสิ้น ๒๑ บท โดยมีรายละเอียดดังนี้ บทที่เพิ่มเติมรวม ๓ บท ได้แก่ ๑. บทการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ๒. บทการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และ ๓. บทวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย บทที่ ปรับปรุงเนื้อหาความตกลงเดิม โดยใช้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรือเรียกว่า ความตกลง RCEP เปึนพื้นฐานรวม ๑๓ บท เช่น การจัดตั้งเขตการค้าเสรี วัตถุประสงค์ และนิยามทั่วไป การค้า สินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากรและอำนวยความสะดวก ทางการค้า การค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุน เปึนต้น ภาคผนวกรวม ๔ ภาคผนวกได้แก่ ๑. ตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากร ๒. ตาราง ข้อผูกพันเฉพาะสำหรับบริการ ๓. ตารางข้อสงวนมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับพันธกรณี สำหรับการลงทุนและ ๔. ตารางข้อผูกพันเฉพาะว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา บทที่ ไม่มีการแก้ไขปรับปรุงรวม ๕ บท ได้แก่ ๑. มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ๒. มาตรการปัองกัน ๓. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ๔. ทรัพย์สินทางปัญญา และ ๕. บทบัญญัติ เกี่ยวกับสถาบัน
กระผมขอกราบเรียนสรุปสาระสำคัญของพิธีสารฉบับที่สองดังนี้ครับ การค้า สินค้ามีการปรับปรุงเนื้อหาในบทการค้า สินค้าให้มีความทันสมัย โดยไม่มีการเจรจา เป่ดตลาดการค้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด จึงยังคงใช้ตารางข้อผูกพันการลดภาษีตามข้อตกลง ANNZFTA ฉบับเดิมซึ่งได้เห็นชอบร่วมกันตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ ทั้งนี้ระดับสินค้าเกษตรที่มีโควตา ภาษีภายใต้องค์การค้าโลกจำนวน ๒๓ รายการ เช่น นม และครีมและเครื่องดื่มประเภท นมปรุงแต่ง ๒. นมผงขาดมันเลย ๓. หอมหัวใหญ่ ๔. กระเทียม ๕. เมล็ดกาแฟ เปึนต้น ไทยไม่ได้ ลดภาษีเพิ่มเติม ดังนั้นไทยจึงยังคงใช้มาตรการโควตาภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีสินค้าเหล่านี้จาก ประเทศสมาชิกต่อไป สำหรับประเด็นเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ประเทศสมาชิกได้เพิ่มความอำนวย ความสะดวกทางการค้าในใบอนุญาตให้นำสินค้าเข้าสู่ประเทศไทย Container และ Pallet ที่นำมาใช้ในการขนส่งสินค้าเข้ามาชั่วคราวแล้วมีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เช่น การนำเข้ามา ในงานแสดงสินค้าโดยไม่เสียอากรศุลกากร รวมทั้งได้เพิ่มประเด็นใหม่ที่ยังไม่เคยบรรจุ ในความตกลงฉบับอื่น คือการไม่ใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับสินค้าจำเปึน อาทิ สินค้า ในกลุ่มเวชภัณฑ์ที่ใช้ทางการแพทย์ในช่วงวิกฤติด้านมนุษยธรรมและโรคระบาด นอกจากนี้ ยังเพิ่มเรื่องการอนุญาตให้ใช้การสะสมถิ่นกำเนิด สินค้าแบบเต็มส่วนนะครับ หรือ Full Cumulation โดยให้นับรวมมูลค่ากระบวนการผลิตและวัตถุดิบทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศ สมาชิกซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการในภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของไทยมีทางเลือก ในการแสวงหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพและไม่สามารถหาได้ภายในประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพ ทางการค้าที่มีการแข่งขัน รวมถึงการจะเปึนทางเลือกให้ประเทศสมาชิกสามารถเลือกนำเข้า วัตถุดิบที่มีคุณภาพจากไทยเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งถือว่าเปึนการเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าของไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัตถุดิบได้ ด้านการบริการ มีพื้นฐานมาจากความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการภายใต้องค์การการค้าโลกและข้อตกลง RCEP ทั้งนี้ไทยได้เป่ดตลาดการค้าบริการโดยให้นักลงทุนจากประเทศสมาชิกถือหุ้นได้ในสัดส่วน ร้อยละ ๗๐ ใน ๔๖ สาขาย่อย เช่น บริการสนับสนุนในงาน Software บริการการแพทย์เฉพาะทาง ในโรงพยาบาลเอกชนนะครับ บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์ขนส่งทางราง เปึนต้น นอกจากนี้ได้เป่ดตลาดให้นักลงทุนจากประเทศสมาชิกถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ ๑๐๐ ใน ๒ สาขาย่อยคือบริการด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ นวัตกรรม หลักสูตรภาษาอังกฤษ และบริการต่าง ๆ ภายใต้บริษัทหลักทรัพย์ เช่น การจัดการ สินทรัพย์และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน เปึนต้น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดทำบท พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และ ความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย โดยมีพื้นฐานมาจากบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ความตกลง RCEP การลงทุน กำหนดให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติต่อการลงทุนได้รับความคุ้มครองอย่างเปึนธรรม และเท่าเทียมสอดคล้องกับหลักการด้านการลงทุนระหว่างประเทศ โดยครอบคลุมด้านการส่งเสริม และอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การเป่ดเสรีการลงทุนและการคุ้มครองการลงทุน ทั้งนี้ไม่รวมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การอุดหนุน ทั้งนี้ไทยเป่ดตลาดการลงทุนโดยนักลงทุน จากประเทศสมาชิกถือหุ้นได้ในสัดส่วนร้อยละ ๑๐๐ ในสาขาการผลิต ๒๘ สาขาย่อย แบ่งเปึน ๒๓ สาขาย่อย ผูกพันเท่ากับความตกลง RCEP เช่น สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์พลาสติก แผ่นวงจรฟ่ล์มหุ่นยนต์ ยานยนต์ ส่วนประกอบยานยนต์ เปึนต้น และ ๕ สาขาย่อยผูกพัน เพิ่มเติมจากความตกลง RCEP ซึ่งเปึนสาขาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงสอดคล้องกับ นโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนของไทย เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ทางการแพทย์ด้านศัลยกรรม อากาศยานและยานอวกาศ และบรรจุภัณฑ์อาหารที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรียนท่านประธาน และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ การเจรจาความตกลง AANZFTA ได้เพิ่มบทใหม่ ๓ บท ได้แก่ ๑. บทการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเปึนสาขาความร่วมมือทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่ครอบคลุมประเด็น สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงาน เปึนต้น โดยประเทศสมาชิกจะร่วมส่งเสริมเปัาหมายตามกรอบพันธะกรณีระหว่าง ประเทศที่ประเทศสมาชิกเปึนภาคีอยู่ รวมทั้งส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมายภายใต้ประเทศ ที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเคารพซึ่งสิทธิอธิปไตยของแต่ละประเทศสมาชิกเปึนสำคัญ บทบาทการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐ เน้นการส่งเสริมความโปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ความถูกต้องและเปึนธรรม รวมทั้งการอำนวยความสะดวกที่มีการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินการที่ผ่านมาของหน่วยงานที่รับผิดชอบและไม่มีความจำเปึน ต้องแก้ไขเพิ่มเติม บทวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ส่งเสริมการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อยระหว่างกัน ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านระเบียบ และการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับวิสาหกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ประโยชน์จากการตกลง การค้าเสรี กระผมขอกราบเรียนย้ำว่า การยกระดับข้อตกลง AANZFTA ในครั้งนี้ไทยไม่ได้เป่ด ตลาดการค้า สินค้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด มีเพียงปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านพิธีการศุลกากรและ การอำนวยความสะดวกการค้าให้ทันสมัยและในส่วนของการเป่ดตลาดการบริการและการลงทุนไทย ก็ไม่ได้เป่ดตลาดในระดับที่เกินกว่ากรอบ ของกฎหมายในปัจจุบัน ดังนั้นจึงเปึนเพียงการออกประกาศของกระทรวงการคลังและ กระทรวงพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีตามข้อตกลงเท่านั้น ทั้งนี้พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงและจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ จะมีผลใช้บังคับ ๖๐ วันนับจากวันที่ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์และประเทศสมาชิก อาเซียนอย่างน้อย ๔ ประเทศนำส่งสัตยาบันสารแก่เลขาธิการอาเซียนแล้ว และจะมีผล บังคับให้กับประเทศสมาชิกที่ให้สัตยาบันภายหลังจากที่ลงสัตยาบันแล้ว ๖๐ วัน หลังจาก ประเทศสมาชิกนั้นได้นำส่งสัตยาบันของตนแก่เลขาธิการอาเซียน ประโยชน์ของพิธีสาร กระผมขอกราบเรียนต่อสมาชิกรัฐสภาดังนี้ครับว่า พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง เพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ จะมีส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ไทย มีแต้มต่อและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศโดยสรุปดังนี้
๑. ขยายโอกาสให้ไทยสามารถเปึนส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในภูมิภาค เนื่องจากนับแต่ความตกลงแรกของอาเซียนที่นำมาสะสมถิ่นกำเนิดแบบเต็มรูปแบบหรือ Full Cumulation มาใช้บังคับ โดยสามารถสะสมถิ่นกำเนิดได้ตามสัดส่วนมูลค่าตามวัตถุดิบ ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการที่จะส่งออกและเลือกใช้วัตถุดิบ ที่จะได้ยกเว้นการเรียกเก็บภาษีจากประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้น
๒. อำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนเพื่อส่งเสริมความคล่องตัว ทางการค้าในภูมิภาคโดยพัฒนาระบบการค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศสมาชิก นอกจากนี้ยังได้เพิ่มการอำนวยความสะดวกในเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้าจำเปึนในช่วงวิกฤติ ซึ่งถือว่าเปึนความตกลงแรกของอาเซียนที่มีการบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้
๓. พัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะ ประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังได้ให้ความสำคัญการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ความตกลงฉบับนี้ พัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถทางการค้า
ผลกระทบจากมาตรการรองรับ เมื่อพิจารณาในด้านผลกระทบพันธกรณีและ ข้อผูกพันไทยภายใต้พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง AANZFTA ไม่มีผลให้ไทยต้อง แก้ไขกฎหมายภายในประเทศเพิ่มเติมและไม่มีการนำตารางข้อผูกพันการลดภาษีภายใต้ ความตกลง AANZFTA มาเจรจาเพื่อเป่ดการค้าตลาดสินค้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งนี้ พันธกรณีในการลดภาษีและการเป่ดตลาดสินค้ายังคงเปึนไปตามข้อตกลงเดิม สำหรับ การเป่ดตลาดด้านการค้าบริการและการลงทุนได้มีการเจรจายกระดับพันธกรณีและ ข้อผูกพันโดยใช้ตารางผูกพันเป่ดตลาดภายใต้ความตกลง AFTA และ RCEP เปึนพื้นฐาน ในการเจรจาซึ่งไทยไม่ได้ผูกพันการเป่ดตลาดบริการเกินกว่าที่กฎหมายของไทยกำหนด และไม่มีความจำเปึนในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับมาตรการรองรับผลกระทบปัจจุบัน รัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากการเป่ดการค้าเสรี ได้แก่ กองทุนปรับปรุงโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ยังได้มีการเสนอขอจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ เพื่อปรับปรุงของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดการค้าเสรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามหลักการและการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ เพื่อเปึนกลไกในการช่วยเหลือเยียวยาตลอดจนการเตรียมความพร้อม ผู้ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรีทางการค้าให้สามารถปรับตัวและมีศักยภาพในการแข่งขัน ในขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชบัญญัติกองทุนช่วยเหลือ เพื่อปรับปรุงภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรีทางการค้า เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามกระบวนการตรากฎหมายต่อไป การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย กระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้จัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับบทสรุปการเจรจายกระดับความตกลง AANZFTA เมื่อช่วงเดือนกันยายน ป้ ๒๕๖๖ โดยผู้มีส่วนได้เสียผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการเข้าร่วม ซึ่งมาจากการประเมินผล ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างเห็นความสำคัญของการเจรจาในการช่วยยกระดับความตกลง AANZFTA ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทการค้าของโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้หลังจากที่พิธีสาร ฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะแจ้งหน่วยงานภาครัฐเพื่อดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนจะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันต่อไป
สุดท้ายนี้ครับ กระผมขอกราบเรียนว่า พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขข้อตกลง เพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ถือเปึนความตกลงของคนไทยทุกคน และเปึนกลไกสำคัญที่จะช่วยพัฒนายกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยรวมทั้ง จะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจน ส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพยั่งยืนต่อไป ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น กระผมจึงหวังอย่างยิ่งว่ารัฐสภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไข ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ที่เสนอมาในวันนี้เพื่อให้ พิธีสารมีผลใช้บังคับโดยเร็วเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนต่อไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ ในการนี้รัฐบาลได้ขออนุญาตให้มีผู้เข้ามาชี้แจงจำนวน ๖ ท่าน ซึ่งผมจะขออนุญาตนะครับ คือ ๑. จากกระทรวงพาณิชย์ กรมเจรจาการค้า คุณโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ๒. คุณจณัญญา บัณฑุกุล ผู้อำนวยการ สำนักอเมริกา แปซิฟ่กและองค์การระหว่างประเทศ ๓.คุณพริ้วแพร ชุมรุม ผู้อำนวยการ สำนักการค้าบริการและการลงทุน ๔. คุณปองวลัย พัวพันธ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ และจากกระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย คุณสุทธาทิพย์ วาทิตต์พันธุ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนางานกฎหมายระหว่างประเทศ และจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ คุณวรางคณา โตรส เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ ขอเชิญทั้ง ๖ ท่านเข้ามาร่วม ชี้แจงได้นะครับ เชิญครับ สำหรับรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายได้ส่งมาแล้วนะครับ ผมจะเชิญท่านแรก จากวุฒิสมาชิก คุณพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ขอ ๖ นาที เชิญครับ
กราบเรียนประธานรัฐสภาและ สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน กระผม พรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ตัวแทนกรุงเทพมหานคร จากกลุ่มอาชีพอิสระ วันนี้ขออภิปรายเรื่องเกี่ยวกับพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง เพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า AANZFTA ผมอยากจะพูดเรื่องที่ว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด จากพิธีสารนี้ครับ จริง ๆ พิธีสารนี้ก็มีอายุถึง ๑๔ ป้แล้วนะครับ แล้วครั้งนี้เราก็จำเปึนจะต้อง มาปรับปรุงเพื่อที่จะให้เนื้อหามันทันสมัยแล้วก็ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยการแก้ไขในครั้งนี้ก็ใช้ RCEP เปึนพื้นฐานครับ เนื้อหาในการปรับปรุงส่วนใหญ่ก็มีการปรับปรุง ๑๓ บท โดยที่มีการเพิ่มอีก ๓ บทให้ครอบคลุมทุกด้าน ผมคงไม่สามารถจะพูดรายละเอียดได้ เพราะว่ามีเวลาแค่ ๖ นาทีเท่านั้น แต่ว่าจุดมุ่งหมายของการปรับปรุงในครั้งนี้ อย่างแรกก็คือ เพื่อให้มันโปร่งใสยิ่งขึ้นนะครับ โปร่งใสอย่างไร ก็คือจะมีการเพิ่มบทการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส มีการส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แล้วก็มีการ อำนวยความสะดวกให้กับทาง SMEs มากขึ้น ตลอดจนมีการแก้ไขบทด่านศุลกากร แล้วก็ ขั้นตอนในการดำเนินการ อีกอย่างหนึ่งที่เราแก้ไขไปก็เพื่อความยั่งยืนยิ่งขึ้น จะมีการเพิ่ม บทใหม่ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการกำหนด Blue Economy Green Economy มีการกำหนด มาตรฐานด้านแรงงานสิ่งแวดล้อมแล้วก็พลังงาน มีการเพิ่มบทเรื่องวิสาหกิจขนาดกลางแล้วก็ ขนาดย่อมเพื่อสนับสนุนให้ SMEs สามารถสร้างประโยชน์ให้กับ AANZFTA ได้มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งก็คือเราจะทำให้การตกลงการค้าเสรีนี้มีความเปึนเสรีมากขึ้น ก็คือมีการเป่ดเสรี การค้า บริการในหลาย ๆ ด้านเลย มีการเป่ดเสรีการลงทุนมากขึ้น การเคลื่อนไหวของบุคคล ธรรมดา การเคลื่อนย้ายของบุคคลธรรมดา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนข้อที่สำคัญมาก ๆ ก็เลยมีการปรับปรุงกฎถิ่นกำเนิดสินค้ามาเปึนการสะสมถิ่นกำเนิดแบบเต็มส่วน หรือว่า Full Cumulation ก็คือถ้าเกิดมีการผลิตสินค้าในประเทศภาคีเกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เอามา ประกอบในประเทศใดประเทศหนึ่งก็สามารถส่งออกไปในประเทศภาคีได้โดยที่อากร เปึนศูนย์ครับ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัว AANZFTA ความตกลงนี้ที่ผ่านมาก็คือไม่ว่าจะเปึน การใช้สิทธิระหว่างไทยกับออสเตรเลีย หรือว่าสิทธิระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ อัตราการใช้สิทธิ ต่ำมากเลย อย่างไทยกับออสเตรเลียนอัตราการใช้สิทธิต่ำเพียง ๓๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เท่ากับว่าจริง ๆ เราส่งออกสินค้าไปออสเตรเลียจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ เรามีสิทธิที่จะ ใช้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย แต่เราใช้สิทธิเพียงแค่ ๓๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แล้วก็อัตราการใช้สิทธิ การค้าระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ผ่านความตกลง AANZFTA นี้ใช้สิทธิต่ำยิ่งกว่าอีก เพียงแค่ ๑๒.๔๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แล้วในกรณีของไทย-ออสเตรเลียก็ยังมีปัญหาเรื่องสินค้าที่ใช้สิทธิ กระจุกตัวสูงในกลุ่มยานยนต์ แล้วก็ชิ้นส่วนยานยนต์เท่านั้นถึงเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ในขณะที่ในส่วนของนิวซีแลนด์นี้สินค้าที่ใช้สิทธิก็กระจายตัวสูงอยู่ในหลายอุตสาหกรรมครับ ทีนี้เรามาดูกันว่าทำไมอัตราการใช้สิทธิมันถึงได้ต่ำผิดปกติ เหตุเพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จักว่า AANZFTA คืออะไร คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรามีความตกลง อาเซียน-ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์อยู่ หรือว่าถ้ารู้จักนี่ก็ไม่เข้าใจกลไกแล้วก็รายละเอียดจึงล้มเลิกก่อนที่จะเริ่มต้น ใช้สิทธินี้ด้วยซ้ำ ผมอยากจะยกตัวอย่างว่าทำไมคนไทยเขาถึงได้เลิกล้มนะครับ อันนี้คือ หนังสือที่รวมรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีสารมันหนาพันกว่าหน้าครับ หนากว่าสมุดโทรศัพท์อีก ถามว่ามีผู้ประกอบไทยที่เปึน SMEs คนไหนที่เขาจะสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้บ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องของความยุ่งยากซับซ้อน ตลอดจนรายละเอียดที่มีเยอะมากอ่านก็ไม่รู้เรื่อง คนส่วนใหญ่ก็รู้สึกว่ากฎเกณฑ์มันยุ่งยาก อีกทั้งศัพท์แสงที่ใช้คนทั่วไปก็ไม่เข้าใจครับ การปฏิบัติเยี่ยงคนต่างชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่งอันนี้คนทั่วไปอย่างไรก็ไม่เข้าใจ เรื่องของ Ratchet Future Liberalization หรือว่า FL Negative List Positive List ถ้าเกิดไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ หรือคนที่มาศึกษาเรื่องนี้จริง ๆ ก็ใช้งานได้ยากมาก ๆ ไม่มีทางรู้เลยว่ามันหมายความว่า อย่างไร เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่บริษัทที่สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงนี้ได้ก็จะเปึนบริษัท ยักษ์ใหญ่ เปึนบริษัทที่มีเงินพอที่จะไปจ้างที่ปรึกษา ๆ มาให้คำปรึกษาว่าทำอย่างไรถึงจะใช้ FTA นี้ได้ เพราะฉะนั้นนะครับผมคิดว่าเราจึงจะต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้ว่าทำอย่างไรคนไทย ถึงจะใช้งาน FTA นี้ได้สะดวกขึ้นนะครับ คำตอบก็คือ Simplification หรือว่าการทำให้ใช้งานง่ายขึ้นครับ ผมเสนอนะครับว่าตอนนี้เนื่องจากตัว FTA มันซับซ้อน มากเลยนะครับ เราน่าจะใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยได้นะครับ เราสามารถใช้ Machine Learning ให้เขามาศึกษากฎที่มันซับซ้อนทั้งหมดนี้เลยแล้วก็ใช้ Engine ของ AI สร้างเปึน FTAI สำหรับ ประเทศไทยขึ้นมาให้ผู้ประกอบการสามารถมาสอบถามผ่านระบบ AI ได้เลยว่าเขาผลิตสินค้านี้ อยู่ในพิกัดสินค้าที่สามารถส่งไป ๒ ประเทศนี้ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีอากรหรือไม่นะครับ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ มีอะไรที่เขาจะต้องกังวลบ้าง ขั้นตอนคืออะไร จะต้องเตรียมเอกสาร อะไรบ้างนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มันเข้าใจง่าย ใช้งานง่าย เข้าถึงง่าย ให้เปึน FTA ของทุกคน เพื่อทุกคนอย่างแท้จริง อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลให้การสนับสนุนก็คือ การบูรณาการโครงสร้างการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพราะว่า FTA มันต้องอาศัยการทำงาน ร่วมกันของหลายหน่วยงานมาก เพราะฉะนั้นการ Unification หรือว่าผสานการทำงาน ให้เปึนหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะของกรมเจรจาการค้า กรมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ กรมศุลกากร กรมสนธิสัญญา ระหว่างประเทศของกระทรวงต่างประเทศนะครับ แล้วก็กระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องร่วมมือกัน เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ FTA นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมก็จะสลับนะครับ จากวุฒิสภาก็มาที่พรรคร่วมฝ์ายค้านแล้วก็จะไปที่รัฐบาลครับ ตอนนี้ก็ขอเชิญพรรคร่วมฝ์ายค้าน ท่านแรก คุณปรีติ เจริญศิลปี ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลปี นะครับ วันนี้ในนามสมาชิก รัฐสภาและ สส. พรรคประชาชน จังหวัดนนทบุรีครับ วันนี้ผมขอเปึนปากเปึนเสียงให้กับ เกษตรกรโคนมไทยและภาคอุตสาหกรรมโคนมนะครับ ที่อาจได้รับผลกระทบจากสิ่งที่กำลัง จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ครับ ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าผมเห็นด้วยในการที่เราเป่ดการค้าเสรี ไม่ว่าจะเปึนอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์หรือจะเปึนระหว่างคู่ค้าทวิภาคีไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ครับ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถช่วยให้ประเทศไทยสามารถส่งออก สินค้าไปยังคู่ค้าได้มากยิ่งขึ้นครับ ขอสไลด์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า การเป่ดตลาดที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ที่จะเรียกว่าภาษีเปึนศูนย์ จะมีสินค้าบางประเภท ที่จะเกิดขึ้นนะครับ ผมเองเปึนห่วงสินค้าเกษตรเปึนอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะสินค้า Dairy Products หรือผลิตภัณฑ์นม ๔ ชนิดครับ ที่เรียกว่าเปึนสินค้าที่ Sensitive มากที่สุดครับ เพราะเปึนกลุ่มสุดท้ายที่เขาจะยกเลิกกำแพงภาษีและโควตาอยู่ให้หมดลงไปในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วันเท่านั้นครับ ซึ่งผมทราบมาว่ารัฐบาลก็ยังไม่ได้มี มาตรการอะไรในการช่วยเหลือเกษตรกรโคนมที่ชัดเจนออกมาเลยนะครับ สไลด์หน้าถัดไป สินค้า ๔ ชนิดที่ทางรัฐมนตรีก็ได้กล่าวไว้ครับ นม ครีม เครื่องดื่มนมปรุงแต่งและนมผง ขาดมันเลยครับ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อภาษีเปึนศูนย์และนำเข้าได้ไม่จำกัดจะมีการนำเข้ามาแน่นอน มากขึ้นเรื่อย ๆ จากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่วนล่าสุดนี้ครับ ผมเล่าสถานการณ์ ว่าผู้ประกอบอุตสาหกรรมเขาก็ได้เตรียมแผนที่จะขอนำเข้าไว้แล้วครับ ในป้ ๒๕๖๘ มีการยื่น ป้นี้เพื่อขอโควตานำเข้า เขายื่นไปเปึนสถิติเลยครับ ๙.๑ หมื่นตันครับ แต่เท่าที่ทราบครับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คงตกใจว่ามีการยื่นขอเข้ามาเยอะ กลัวจะกระทบกับ เกษตรกรครับ มีการตีวาระกลับไปให้กรมปศุสัตว์พิจารณาใหม่ครับ แหล่งข่าวเขาเล่ามาว่า กรมปศุสัตว์ก็ไปกดครับ ไม่ให้มีการนำเข้าตามที่ร้องขอที่เอกชนเขาแจ้งมาครับ จะลดเหลือเพียง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของยอดที่ต้องนำเข้าและจะเสนอ Billboard ในสัปดาห์หน้านะครับ ผมไม่ทราบ ว่าสิ่งเหล่านี้เราทำถูกวิธีหรือเปล่านะครับ เดี๋ยวต้องให้กรมปศุสัตว์เปึนคนช่วยตอบครับ ส่วนตัวนี้จะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบฉาบฉวยนะครับ เพราะอาจเปึน การละเมิดข้อตกลงทางการค้าอย่างชัดเจน ถ้าหากผู้แทนของนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เขามาฟัองเราก็จะเปึนปัญหาใหญ่ว่าเพิ่งเป่ดการค้าเสรีวันที่ ๑ ปุ็บเกิดการกดดันจากภาครัฐ ไม่ให้มีการนำเข้าเกิดขึ้นครับ แต่ส่วนตัวเห็นว่านะครับได้เคยพูดในที่สภาแห่งนี้ไว้แล้วครับว่า รัฐควรไปลดต้นทุนเรื่องของอาหารสัตว์ ให้กับเกษตรกรที่มีความจริงจังมากกว่านี้ครับ เพราะอาหารสัตว์เปึนโครงสร้างต้นทุนหลัก การผลิตของเกษตรกรโคนมเลยครับ แต่ที่ผ่านมาเหมือนจะมีโครงการต่าง ๆ มากมาย แต่เรายังลดไม่ได้ หน้าถัดไปครับ อันนี้ตัวเลข ๑๐ ป้ที่ผ่านมาที่เราทำมาต้นทุนก็ยังเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นกลับลดลงด้วย อย่างนี้เราจะไปแข่งขันกับเขาอย่างไรนะครับ หน้าถัดไปครับ เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์ก็มีการทำโครงการที่ผ่านมาทุ่มงบประมาณโครงการ ต่าง ๆ ลงไปแล้วครับ สิ่งเหล่านี้อาจจะต้องหยุดหรือละเลิกไป ทุกรัฐบาลมาก็จะมีการมาเป่ดงาน จัดงานลงไปตรวจครับ แต่ตัวเลขมันบ่งชัดอย่างที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ว่ามันไม่ได้ผลอาจจะ ต้องยกเลิกครับ หรือหาวิธีการใหม่ ๆ ครับ การจะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมาเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนมันอาจจะไม่ทันในระยะอันสั้นแล้วตอนนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ว่าต้องไม่ละเมิด กฎเกณฑ์ระหว่างประเทศด้วย อย่างแรกสิ่งที่ผมเห็นคือต้นทุนอาหารสัตว์ทางกระทรวงพาณิชย์ ที่สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายที่จะเข้าไปตรวจสอบไปลดต้นทุน ไปลดราคาได้ประกาศ ราคาออกมาได้แต่ผมก็ยังไม่เห็นว่ามีการเข้าไปทำอย่างนี้ที่ไหนนะครับ มันส่งผลในระยะยาว ที่ทำให้เกษตรกรก็ไม่รู้ทิศทางว่าสรุปแล้วรัฐสามารถช่วยได้หรือไม่ในเรื่องต้นทุนหลักครับ เขาต้องตัดสินใจว่าเขาจะเดินต่ออย่างไรหลังจากเป่ดการค้าเสรีนะครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่า อยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์ต้องไปหารือร่วมกันในการหา ข้อสรุปให้ได้ว่าเกษตรกรโคนมไทยหรืออุตสาหกรรมโคนมจะอยู่กันอย่างไร ช่วยเขาได้แค่ไหน หรือถ้าทำไม่ได้แล้วมันก็ต้องเยียวยาต่อไปในการที่จะปรับปรุงแก้ไข หรือที่ท่านบอกว่า เตรียมตั้งกองทุนขึ้นมาตอนนี้ถึงไหนแล้วนะครับ ถ้าท่านรีบเสนอเข้าสภาอย่างไรก็ต้องรีบ พิจารณาเพราะวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ เชื่อว่าจะมีสินค้าทยอยทะลักเข้ามา แล้วถึงวันนั้น เกษตรกรโคนมไทยอาจจะขายนมไม่ได้ คนที่ต้องไปซื้อสุดท้ายก็กลายเปึนรัฐเอง อ.ส.ค. ก็ต้องมาแบกรับซื้อครับ ทั้งที่มันอาจจะไม่ได้นำไปให้กับประชาชนบริโภคได้อย่างแท้จริง จะต้องรับซื้อไว้สุดท้ายก็มาอัดไปที่นมโรงเรียนอย่างเดียว จึงขอฝากกระทรวงพาณิชย์แล้วก็ กรมปศุสัตว์ช่วยชี้แจงในประเด็นที่ผมได้สอบถามไปด้วย ขอบคุณครับ
ต่อไปพรรคร่วมรัฐบาลครับ ขอเชิญคุณปรเมษฐ์ จินา ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ และสวัสดีสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี วันนี้ก็ขอร่วมอภิปรายในส่วนของการทำพิธีสารฉบับที่สองระหว่างอาเซียน-นิวซีแลนด์แล้วก็ ออสเตรเลีย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ แล้วก็ได้ดำเนินการมาหลายป้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของประเทศในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศ เราก็ได้มีการทำงาน ร่วมกันแล้วก็มีข้อตกลงเยอะแยะมากมายนะครับ ส่วนที่จะขยายไปเปึน ๑๒ ประเทศ รวมออสเตรเลียแล้วก็นิวซีแลนด์ด้วยก็เปึนเรื่องที่ดีนะครับ เพราะว่าในส่วนประเทศทั้ง ๒ ประเทศ ที่อยู่นอกกลุ่มอาเซียนพบว่าเปึนประเทศที่มีคุณภาพแล้วก็เปึนประเทศที่น่าคบค้า สมาคมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราดูข้อมูลการส่งออก การนำเข้าเราก็จะได้เปรียบดุลการค้า ใน ๒ ประเทศนี้นะครับ แล้วก็ที่สำคัญในส่วนของประเทศนิวซีแลนด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้ มีโอกาสเข้าไปทำความตกลงร่วมมือกับมหาวิทยาลัย AUT นะครับ ในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งลูกหลานของคนไทยไปศึกษาอยู่อย่างมากมายเปึนมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ส่วนหนึ่ง ที่อยากจะฝากเพิ่มเติมเมื่อพูดถึงประเด็นการศึกษาแล้วก็อยากจะฝากเพิ่มเติมไปยังกระทรวง อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ช่วยไปดูในเรื่องของการแทรกเข้าไปอยู่ใน ส่วนนี้หรือว่าอาจจะเปึนหลวม ๆ อาจจะเปึนการพูดคุยนอกรอบในเรื่องของการทำข้อตกลง แลกเปลี่ยนนักศึกษาส่วนนี้ก็จะเปึนการดีมากยิ่งขึ้นนะครับ ส่วนที่ท่านจะทำต่อเปึนฉบับที่ ๒ ก็คงจะเดินหน้าแล้วก็พยายามที่จะดูให้มันครอบคลุมรอบด้านมากที่สุด ส่วนไหนที่ทำแล้ว ประเทศไทยเราเสียเปรียบอันนี้ผมขอยึดเอา ของประเทศไทยก่อนนะครับถ้าอีก ๙ ประเทศก็เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกประเด็นหนึ่งครับ ในส่วนที่ ประเทศไทยเราอาจจะเสียเปรียบนะ ยกตัวอย่างเช่นการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมนะครับ ไม่ว่า จะเปึนนมโค นมแพะถ้าเราไปในประเทศออสเตรเลียหรือว่านิวซีแลนด์ก็จะพบว่า ๒ ประเทศนี้ มีประชากรโคแล้วก็ประชากรแพะมากกว่าประชากรของมนุษย์นะครับ อันนี้ก็เปึนส่วนที่ สำคัญถ้าเรานำเข้าเสรีประเภทนี้เข้ามานะครับก็จะทำให้เปึนปัญหาในเรื่องของราคาสินค้า เกษตรโดยเฉพาะนมแล้วก็ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากนมก็จะมีปัญหาในเรื่องของราคาอาจจะต้อง มีการทบทวนหรือว่าการเจรจาต่อรองอันนี้กระทรวงพาณิชย์ก็คงจะถนัดหรือว่ากระทรวง การต่างประเทศที่ดูแลสนธิสัญญาเรื่องกฎหมายก็ลองไปดูถ้าเขาดึงดันเจรจาต่อรองแล้วเขาว่า ให้ภาษีเปึนศูนย์เราก็ต้องเจรจาต่อรองในเรื่องของสินค้าที่ล้นตลาดของบ้านเรา เหมือนผม อยู่ทางใต้ก็ต้องเจรจาว่านำเข้ายางพาราหรือว่าผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากยางพารานะครับ หรือว่านำเข้าปาล์มน้ำมันหรือว่าผลิตภัณฑ์ที่ต่อเนื่องจากปาล์มน้ำมันก็จะต้องมีการเจรจา ต่อรองให้มัน Win Win ทั้งคู่นะครับเพื่อจะไม่ได้เสียเปรียบนะถ้าเราเป่ดแบบ ๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนะครับเราก็จะสู้ในเรื่องของต้นทุนในการผลิตเขาไม่ได้นะครับ
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากเพิ่มเติมนอกจากในเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีช่วย ได้นำเรียนเบื้องต้นนะครับว่าเราจะมีข้อตกลงใหม่ ๆ อยู่ ๓ ด้านนะครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่อง ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสนะครับ แล้วก็ในเรื่องของ SMEs นะครับ ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของการที่จะทำให้ประเทศของเราได้มีส่วนได้เปรียบ ในส่วนที่จะทำ อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของระบบ Logistic เพราะว่าเราประเทศที่อยู่ใต้ เส้นศูนย์สูตรแล้วก็เปึนพื้นที่เกาะด้วยกันนะครับอันนี้ก็คงจะดูในเรื่องที่การจับมือร่วมกัน ในเรื่องของการท่องเที่ยวเพราะว่าเปึนส่วนที่สำคัญรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องของ ปากท้องแล้วก็เรื่องรายได้ของประชาชนในประเทศเปึนหลักอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้ เราก็จะต้องจัดระบบให้มันเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่างวันนี้ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีช่วย เนื่องจากผมว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องที่จะต้องมานั่งฟังด้วยก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเห็นภาพการแก้ปัญหาพหุวัฒนธรรม ในประเทศออสเตรเลียเขาก็มีกลุ่มชาติพันธุ์หรือว่ามีชนกลุ่มต่าง ๆ เยอะแยะมากมายแต่เขา อยู่ร่วมด้วยความผาสุก ในนิวซีแลนด์ก็จะมีชนพื้นเมืองที่เรียกว่าชาวเมารีเขาก็จะอยู่กับ ฝัืงประชากรส่วนใหญ่แล้วก็เขาจะมีการส่งเสริมรายได้ส่งเสริมอาชีพ เวลาเราลงไปเที่ยว เราไปศึกษาดูงานที่ประเทศนิวซีแลนด์นะครับเขาก็จะให้มีชาวเมารีมาต้อนรับ มีการเคารพ แบบเอาหน้าผากชนกันแล้วก็ในส่วนของการแสดงต้อนรับต่าง ๆ เขาจะให้ชนเผ่าเมารีจะได้มี รายได้แล้วก็มีคุณค่าในประเทศของเขา ถ้าเปึนไปได้ลองดูนะครับในส่วนของพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ของเราให้เกียรติทุกพหุวัฒนธรรมที่อยู่ในพื้นที่นะครับให้เกียรติซึ่งกันและกัน แล้วก็ให้เขามีรายได้ด้วยกันแล้วก็อยู่ด้วยกันนะครับ ผมมองว่ามันน่าจะมีความสุขยิ่งขึ้น ในส่วนของการแก้ปัญหาในเรื่องของพหุวัฒนธรรมนะครับ
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากเพิ่มเติมไปนะครับในเรื่องของการที่จะ รวมตัวกันยกตัวอย่างครับว่าเมื่อสักครู่ผมนำเรียนในส่วนของนมแล้วก็ผลิตภัณฑ์จากนม ของเราก็มีเยอะ เปึนไปได้ไหมถ้ามีองค์กรขึ้นมาสักองค์กรหนึ่งนะครับที่เปึนกึ่ง ๆ นะ เปึนกรรมการร่วมที่อาจจะแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเพื่อเปึน โซ่ข้อกลางในการที่จะทำการค้าการขายเปึนองค์กรหนึ่งที่มีความคล่องตัวนะถ้าเราจัดซื้อจัดจ้าง ในนาม G2G นะครับก็อาจจะขั้นตอนเยอะแยะมากมาย จะทำในเรื่องของภาคเอกชนด้วยกัน การควบคุมคุณภาพก็อาจจะมีการตกหล่นแล้วก็อาจจะมีการตีคืนในเรื่องของสินค้าด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ก็มีองค์กรอิสระขึ้นมาระหว่างภาครัฐที่เข้มแข็งเกินไปนะครับแล้วก็ ภาคเอกชนที่ควบคุมคุณภาพอาจจะไม่ได้ให้มีตรงนี้ขึ้นมาเปึนโซ่ข้อกลาง แล้วก็ร่วมกันทำเรื่องของการค้าการขายให้เปึนรูปธรรมแล้วก็พยายามส่งเสริมจุดบอดต่าง ๆ ที่เรายังเปึนปัญหาอยู่ในเรื่องของการค้าการขายนะครับ พยายามที่จะดูแล้วก็แทรกเข้าไป เปึนทางการในรูปเล่มซึ่งเราทำมาสมบูรณ์แบบตรงนี้ไม่ได้ก็อาจจะเปึนในเรื่องของลักษณะ ในทางปฏิบัติก็ขอเสนอแนะเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปขอเชิญคุณโสภณ มะโนมะยา ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูหน่อยครับ ท่านยังเสียบบัตรไม่ได้
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายโสภณ มะโนมะยา สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ ๑๐ กลุ่มผู้ประกอบการ จากอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะอภิปรายในวันนี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับพิธีสารฉบับที่สอง เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของ การค้าเสรี เมื่อพูดถึงเรื่องการค้าเสรีสิ่งที่ต้องพูดถึงและขาดเสียมิได้ก็คือเรื่องของสิทธิบัตรยา ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่าขณะนี้ตลาดยาในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เทียบเท่ากับงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่า กระทรวงกลาโหมเปึนกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากเปึนอันดับ ๔ ของประเทศ รองจากกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง มูลค่ายาของไทย มากขนาดนี้ถือว่ามากเปึนอันดับ ๒ ของ Southeast Asia รองจากประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ บริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติจากหลาย ๆ ประเทศต่างให้ความสำคัญกับประเทศไทย เปึนพิเศษและต้องการที่จะขยายตลาดเข้ามาในประเทศไทย Free Trade Agreement หรือการค้าเสรีจึงเปึนโอกาสที่จะทำให้บริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติเหล่านั้นเข้าสู่ตลาด ในประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญที่สุดคือยังได้รับความคุ้มครองจากสิทธิบัตรยา ในการผูกขาดและห้ามทำการค้าแข่งเปึนระยะเวลาถึง ๒๐ ป้ครับท่าน ท่านประธานครับ ยาดังกล่าวมีมูลค่าทางการตลาดคิดเปึนเงินไทยประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ และมี อัตราการเจริญเติบโตขึ้นทุกป้ไม่น้อยกว่าป้ละ ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจดีครับท่านว่าบริษัท ที่ทำวิจัยและพัฒนายาในแต่ละตัวต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาลกว่าจะได้ยามา ๑ ตัว เพื่อที่จะใช้ในการรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผมเห็นด้วยครับว่าเราควรให้ความคุ้มครอง บริษัทยาที่ทำวิจัยยาตัวใหม่ ๆ ออกมา แต่ท่านครับ ผมไม่เห็นด้วยเลยครับกับระยะเวลาที่ให้ ความคุ้มครองนานถึง ๒๐ ป้ ค่อนข้างจะนานไปนะครับท่าน แต่เมื่อมันเปึนกติกาสากล ที่ WTO เขากำหนดไว้เราก็ต้องปฏิบัติตามครับ ท่านประธานครับ ๒๐ ป้ที่ผลิตภัณฑ์ยาที่วิจัย และคิดค้นขึ้นใหม่ได้รับความคุ้มครองซึ่งถือว่านานมากแล้วนะครับท่าน ยังครับ ยังไม่พอครับท่าน บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเหล่านี้ยังหาเทคนิคและวิธีการที่จะต่ออายุสิทธิบัตรยานี้ออกไปอีก เพิ่มเปึนอีก ๒๐ ป้รวมแล้วเปึน ๔๐ ป้ครับท่าน ตรงนี้ละครับที่ผมรับไม่ได้ แล้วผมก็เชื่อว่า หลาย ๆ คนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ก็คงรับไม่ได้เช่นเดียวกัน เทคนิคหรือวิธีการที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติใช้ในการต่ออายุสิทธิบัตรยาออกไป ๒๐ ป้ เราเรียกกันว่า Evergreening Patents ถ้าแปลกันตรง ๆ เปึนภาษาไทยฟังดูสวย ๆ ก็คือ สิทธิบัตรที่เขียวชอุ่มตลอดไป แต่ถ้าเรียกอีกชื่อหนึ่งก็คือว่าสิทธิบัตรที่ไม่มีวันหมดอายุครับ วิธีการที่เขาใช้กันมีหลายวิธีในการที่จะได้ Evergreening Patents นะครับ ยกตัวอย่างเช่น การนำเอายา ๒ ตัว ซึ่งปกติเราแยกกันทานอย่างละเม็ด แต่เขาเอามาผสมรวมกันแล้ว ได้เม็ดยาเดียวกันที่เรียกว่า Combination แล้วมาขอจดสิทธิบัตรใหม่ อีกวิธีหนึ่งก็คือ การเพิ่มสารปรุงแต่งบางตัวเข้าไปในยาเก่าเพื่อให้ตัวยาสำคัญละลายตัวได้ดีขึ้น แล้วก็นำมา ขอจดสิทธิบัตรใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปลดปล่อยของตัวยา ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมยาที่เราทานครั้งละ ๑ เม็ด วันละ ๓ ครั้ง เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ครบ ๒๔ ชั่วโมง เปลี่ยนเปึนรูปแบบที่ทำให้ยาออกฤทธิ์เนิ่นที่เรียกว่า Sustained Release ก็คือรับประทาน แค่ ๑ เม็ด แต่ฤทธิ์ยายังอยู่ ๒๔ ชั่วโมง แต่ผลการรักษาก็ยังเหมือนเดิมครับ อย่างนี้ก็นำมา ขอจดสิทธิบัตรใหม่ หรือการพบข้อบ่งใช้ใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ยาลดไข้บรรเทาปวดต่อมา ใช้มาระยะหนึ่งก็พบว่ายาดังกล่าวสามารถที่จะใช้ละลายลิ่มเลือดได้ ก็นำมาขอจดสิทธิบัตรใหม่ ทั้ง ๆ ที่เปึนยาตัวเดิมหรือการเปลี่ยนรูปแบบของเกลือหรือแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Ester แล้วนำมาขอจดสิทธิบัตรใหม่ทั้ง ๆ ที่ผลการรักษายังเหมือนเดิม ทั้งนี้เพื่อจะขอขยาย ระยะเวลาการคุ้มครองออกไปอีก ๒๐ ป้ เทคนิคที่กล่าวมาแล้วนี้จะส่งผลกระทบกับอะไร ตลาดยาในประเทศไทยบ้างครับท่าน สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือยาสามัญไม่สามารถที่จะเข้ามา แข่งขันในตลาดยาได้ ๒. รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่ายาแพงขึ้นและ มากขึ้นทุกป้ และที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้ผู้ป์วยเข้าถึงยาได้น้อยลง ผมขอยกตัวอย่างยาตัวหนึ่ง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนนะครับ มียามะเร็งตัวหนึ่งบริษัทยาต้นแบบคิดราคาขายในราคาขวดละ ๓๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่ยังมีสิทธิบัตรยาอยู่ แต่เมื่อหมดสิทธิบัตรยาลงไปมียาสามัญใหม่เข้ามา ยาดังกล่าวขายอยู่แค่ขวดละ ๑,๐๐๐ บาทเอง ท่านประธานลองคิดดูว่าตลอดระยะเวลา ๒๐ ป้ ที่บริษัทยานี้ได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตรเขาโกยกำไรจากประเทศไทยไปอย่างมหาศาล เท่าไรแล้วนะครับ ดังนั้นผมจึงขอฝากไปทางรัฐบาลได้โปรดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เปึนพิเศษ และต้องกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีมาตรการในการจัดการกับสิทธิบัตรในลักษณะ Evergreening Patents อย่างเข้มข้นและจริงจังนะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนสืบไป ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัด ปทุมธานี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมก็ขอร่วมอภิปรายพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไข ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์นะครับ พิธีสารฉบับนี้ โดยรวมแล้วผมก็เห็นด้วยถือว่าเปึนเรื่องที่ดีนะครับ เนื่องจากว่าเนื้อหาในการปรับปรุง FTA ให้ทันสมัยขึ้นก็จะเปึนประโยชน์ต่อการค้าการขยายโอกาสในการลงทุน แล้วเราก็ต้องเตรียม ความพร้อมให้กับธุรกิจของประเทศไทยเราด้วยในการรองรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ แต่ผมก็มีข้อสังเกตบางประการแล้วก็มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมด้วย เห็นด้วยกับการปรับปรุง เนื้อหาให้ทันสมัย อย่างเช่น ในบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เปึนการ Update ให้ทันสมัย ในเรื่องของยุคดิจิทัล ส่วนการค้าการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมนะครับ การสนับสนุน SMEs การส่งเสริมโอกาสทางการค้า การลงทุนในยุคดิจิทัลทั้งหมดนี้นะครับ แต่เราก็ต้องเตรียมตัวให้กับ SMEs ของไทยให้เข้าใจในโอกาสแล้วก็ประโยชน์ของ FTA ที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมทั้งบางภาคส่วนที่อาจจะมีการแข่งขันมากขึ้นก็ต้องเตรียมความพร้อม ให้กับ SMEs เหล่านั้นด้วย การใช้ RCEP เปึนพื้นฐานเรื่องการปรับปรุงของ FTA ฉบับนี้ บางบทก็อาจจะไม่ครอบคลุม สินค้าบางประเภท อย่างเช่น การเกษตรแล้วก็สินค้าแปรรูปยังมีข้อจำกัดอยู่หลายชนิด ไทยได้ผูกพันกับการเป่ดตลาดเพิ่มเติมในบางสาขาที่ผมเปึนห่วงก็คือการลงทุนการผลิตที่ใช้ เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งอาจช่วยดึงดูดนักลงทุนเข้ามาได้ อาจจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่ตรงนี้ ก็มีข้อกังวลนะครับว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า หรือจะมีการเกิดขึ้น เลยหรือไม่ เนื่องจากว่าเราเป่ดการค้าเสรีในเทคโนโลยีชั้นสูงนี้ อย่างเช่น การผลิตอุปกรณ์ ทางการแพทย์ การอากาศยาน ยานอวกาศ แล้วก็บรรจุภัณฑ์ที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้เราให้ต่างชาติถือหุ้นได้สูงสุดถึงร้อยละ ๑๐๐ นะครับ ก็คือต่างชาติถือหุ้นได้ทั้งหมดเลย แล้วตรงนี้อาจจะทำให้ผู้ผลิตของประเทศไทยอาจจะเสียเปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากเทคโนโลยี เราไม่ทัน แล้วก็เงินลงทุนเราไม่ได้มีเยอะเท่าต่างชาติ แล้วการถ่ายทอดเทคโนโลยีก็อาจจะ ไม่เกิดขึ้นถ้าเขาได้เปึนเจ้าของร้อยเปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เปึนข้อกังวลแล้วก็ยังไม่มีการเจรจา เป่ดตลาดสินค้าเพิ่มเติม ยังคงใช้อัตราภาษีเดิมแม้ว่าจะมีการปรับปรุงเรื่องกฎถิ่นฐานใหม่ กฎถิ่นกำเนิด และมาตรฐานทางการค้าก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ผู้ส่งออกบางกลุ่มของไทย ที่ต้องการลดภาษีในตลาดเฉพาะ แล้วก็เรื่องความไม่สมดุลด้านแรงงานด้วยนะครับ เมื่อเรา เป่ดตลาดบุคคลธรรมดาในบางสาขา เช่น การซ่อมบำรุงอากาศยานอาจจะดึงดูดแรงงานต่างชาติ เข้ามา แต่แรงงานไทยก็ยังไม่พร้อมเราจะเสียเปรียบในระยะยาว ข้อเสนอแนะนะครับ ผมก็มี ข้อเสนอแนะอยู่บางเรื่อง อย่างที่เกริ่นไปแล้วนะครับเรื่องของการเตรียมพร้อมให้กับ SMEs ของไทย เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ของข้อตกลงฉบับนี้ได้อย่างเต็มที่ ควรให้ความรู้ในเรื่อง ของการลดต้นทุนผ่านกฎเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าหรือแม้แต่เรื่องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่มเติมเข้ามา การส่งเสริมเกษตรและนวัตกรรมก็ไม่ควรที่จะขาดไปนะครับ ใช้โอกาสนี้ ที่เรามีข้อผูกพันด้านการค้าสินค้าแล้วก็การส่งเสริมสินค้าเกษตรแปรรูปเราควรจะพัฒนา เทคโนโลยีการแปรรูปไปพร้อม ๆ กันด้วย แล้วก็เทคโนโลยีทางการเกษตรไปพร้อม ๆ กันด้วย แล้วเราก็ควรจะมีการศึกษาผลกระทบอย่างเชิงลึกในแต่ละสาขาที่เราเป่ดเสรีเพิ่มเติมอย่างที่ ได้กล่าวไป เรามีเป่ดเพิ่มเติมหลายสาขาอยู่นะครับ อาจจะกล่าวได้ไม่หมด ตรงนี้ต้องศึกษา ผลกระทบเพื่อกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ
ข้อ ๔ ก็คือควรจะส่งเสริมพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการ ในสาขาที่มีการเป่ดเสรี อย่างเช่น สาขาการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง แล้วก็ควรเร่งพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการขยายตัวของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ข้อ ๖ ควรมีการติดตามประเมินผลการใช้ประโยชน์จากความตกลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงนโยบายและมาตรการสนับสนุนให้เหมาะสม
ข้อ ๗ ก็ต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายต่าง ๆ การจัดการทรัพย์สิน ทางปัญญา เรื่องการรองรับการดำเนินงานของข้อตกลงฉบับนี้ แล้วก็ควรจะมีการสร้าง แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวด้วยว่าเราจะพัฒนากลยุทธ์ของประเทศไทยอย่างไรในการใช้ประโยชน์ ของพิธีสารฉบับนี้ให้เกิดผลจริง ทั้งในมิติทางด้านการค้า การลงทุน แล้วก็ภาคแรงงานด้วย
ข้อ ๙ เราก็ควรจะมีหน่วยงานกลางที่ประสานงานและให้คำปรึกษากับธุรกิจ ของไทย แล้วควรมีการจัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนด้วยเพื่อให้ไทยสามารถที่จะ เข้าใจได้อย่างถ่องแท้แล้วก็สามารถที่จะแข่งขันกับการเป่ดตรงนี้ได้นะครับ
ข้อสุดท้ายครับ ถึงแม้ว่าเราจะเน้นด้านดิจิทัลหรือว่ามี FTA ฉบับนี้หรือไม่มีก็ตาม สิ่งที่เราขาดไม่ได้คือโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งเราก็ล่าช้ามานานแล้ว แล้วเราก็กำลังต้องรองรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเปึน AI หรือว่า Could ของประเทศ Data Center สิ่งเหล่านี้เราควรจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล แล้วก็ Ecosystem ควรมีการสนับสนุนการวิจัยแล้วก็พัฒนานวัตกรรมไปพร้อม ๆ กันด้วย อันนี้คือยุทธศาสตร์ ที่เราจะต้องใช้ FTA นี้อย่างมีระบบ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไข ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นะครับ ซึ่งเปึนไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ นะครับซึ่งเปึนสัญญาที่ต้องทำกับต่างประเทศให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับผมชอบเรื่อง FTA นี่นะครับเพราะว่าของเราได้มีการ ลงนามกันในอาเซียนกับออสเตรเลียบ้าง นิวซีแลนด์บ้างตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ซึ่งเปึนรัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้ง การเป่ดเสรีจะอำนวยความสะดวกเรื่องอะไรบ้างครับ เรื่องการค้าขาย ลดอุปสรรค ลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจแล้วก็เพิ่มการค้าและการลงทุน การค้าและการลงทุน เปึนเรื่องสำคัญนะครับ แล้วก็ที่สำคัญคือเน้นย้ำเรื่องเศรษฐกิจการรวมตัวกันและพัฒนา ในภูมิภาคนี้ ท่านประธานครับในภูมิภาคนี้นะครับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ เรื่องทั้งภูมิประเทศ เรื่องการค้าแล้วก็คนอพยพย้ายเยอะแยะ ผมยกตัวอย่างเช่น โรคระบาด มีประเทศหนึ่งเกิดปัูบมันจะระบาดประเทศอื่นได้อย่างทันที เพราะฉะนั้นการเตรียมตัว โดยเฉพาะเรื่องภายในประเทศเปึนเรื่องสำคัญ เรื่อง Health Security ที่มีการประชุมกัน เรื่อง IPU ที่จัดขึ้นซึ่งรัฐสภาของเราเปึนเจ้าภาพซึ่งท่านประธานรัฐสภาไปเป่ดก็ได้ประสบ ความสำเร็จอย่างเดียว เขาสรุปว่าไม่มีใครแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองนะครับ การค้าขายเหมือนกัน ในปัจจุบันนี้ต้องทำเปึนกลุ่ม ๆ จะเห็นว่าเดี๋ยวกลุ่มนั้นก็เจรจากลุ่มนี้ก็เจรจาเพราะทุกคน อยู่ในชะตากรรมเดียวคือเศรษฐกิจมันมีปัญหาขึ้นมันก็กระจายไปทั้งหมด ท่านประธานครับ การที่เรามีการเจรจาแล้วมีการปรับปรุงขึ้นมาเรื่อยเปึนสิ่งที่ดีนะครับ เพราะเท่าที่ดูมันเปึน เรื่องประเด็นใหม่ เรื่องความโปร่งใสหรือความสะดวกแล้วก็เพิ่มความเข้มข้นและเป่ดโอกาส อะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ท่านประธานครับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วมาก อันนี้เราจะได้ประโยชน์นะครับ เพราะถ้าเราไม่รู้เท่าทันเขา เขาก็เอาเปรียบเราเหมือนที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐหรือเอกชนอย่างนี้เราต้องหาคนที่มีความชำนาญนะครับ การส่งเสริมรัฐวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม อันนี้จำเปึนมากเพราะว่าเปึนสิ่งที่ประเทศไทย เราถนัดแล้วที่สำคัญก็คือการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อตกลงเหล่านี้ต้องเอาให้ดีนะครับ ดูให้แน่ โดยเฉพาะการแข่งขันทางการค้าเสรีเป่ดโอกาสให้เรานะครับ พิธีการทางศุลกากร อันนี้เปึนหน้าที่ของรัฐที่ต้องอำนวยความสะดวกในการค้านะครับ ทีนี้มันจะได้ประโยชน์ อะไรบ้างครับท่านประธานครับ เท่าที่ดูนี่นะครับด้านเศรษฐกิจผู้ประกอบการของไทยมีโอกาส ที่จะเข้าไปถึงตลาดในออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ได้ซึ่งเขาดีกว่าเรานะครับ แล้วก็โดยเฉพาะ ในภูมิภาคนี้ใกล้ ๆ กันเรื่องถิ่นฐานกำเนิดของสินค้ามันก็จะเป่ดโอกาสให้เราได้อธิบาย ได้เตรียมตัวเอื้อต่อการผลิตร่วมมือกันผลิต ท่านประธานครับการลงทุนของต่างชาติเปึนเรื่องสำคัญ ที่เขามาลงทุนแล้วเราส่งออก การส่งออกเปึนการนำรายได้เข้าประเทศประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มีการวิจัยชัดเจนว่าการลงทุนของต่างประเทศจะช่วยในเรื่อง SDG ขจัดความยากจน แล้วก็ การเติบโตเศรษฐกิจจะดีขึ้น ข้อ ๑ ข้อ ๘ ข้อ ๑๐ ลดความเหลื่อมล้ำแล้วก็มีการร่วมมือ ที่เข้มแข็งแล้วก็ยั่งยืนนะครับ ซึ่งสำหรับประเทศไทยมีด้อยอยู่นิดหนึ่งก็คือความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้นถ้ามีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาจะดีมากครับ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ เรื่องเอไอต่าง ๆ ท่านประธานครับไปดูเรื่องดุลการค้าที่เราได้เปรียบ ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์มันเพิ่มขึ้นแต่คนมาใช้สิทธิของเรามันน้อยลง ดังนั้นมันจึงมีความจำเปึน ที่ว่าเราต้องช่วยกัน ท่านประธานครับ นอกจากเศรษฐกิจแล้วยังมีเรื่องภาคบริการการส่งออก ดูสถิติที่เราส่งออกไปเปึนเรื่องรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ อัญมณี แล้วอันนี้มีอุปสรรคเยอะ ท่านประธานครับ EV อยากถามเจ้าหน้าที่ว่าเรามีการสนับสนุนไหม เพราะว่าเท่าที่ผมดู EV ที่โคราชอู่เชิดชัยอะไรนั่นมีการผลิตส่งไปขายอินโดนีเซียก็เยอะ ซึ่งอันนี้ควรจะสนับสนุน
อีกอันหนึ่งครับคือภาคแรงงานที่จะไปต่างประเทศ เขาก็มีคำแนะนำว่าก็ควร จะทำให้ภาษาอังกฤษดีขึ้น ท่านประธานครับ อุปสรรคต่าง ๆ มันเปึนเรื่องปกติสำหรับประเทศไทย แล้วที่สำคัญก็คือเราต้องแข่งขันกับเขา แล้วของเรานี่เราต้องการแรงงานที่มี เขาเรียกว่า Skill มาก ก็ต้องถือโอกาสอันนี้พัฒนา การลงทุนจากต่างประเทศเขาต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี จำเปึนอยู่ที่ว่าเราต้องพัฒนาฝ้มือแรงงานให้ตรงกับที่เขาต้องการจะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ ระดับนานาชาติแล้วก็สู้กับเขาได้ เพราะว่าเศรษฐกิจของเรานี่เปึนอันดับ ๒ ของอาเซียน กำลังซื้อก็เยอะครับ เพราะฉะนั้นคนจะสนใจประเทศไทยมาก ขอให้กำลังใจรัฐบาลนะครับ ขอสนับสนุนพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรี ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญท่านปริญญา วงษ์เชิดขวัญ ครับ ผมขอเปลี่ยนเปึนท่านเปรมศักดิ์ เพียยุระ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มอาชีพสาธารณสุข จากจังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยอยู่ถนนอู่ทองในเหมือนกระผม ท่านคงจะเคยชินกับภาพที่ติดตาภาพหนึ่ง คือภาพที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเอานมมาเทที่หน้า รัฐสภาด้วยความขมขื่น ตอนนั้นเรายังไม่มี FTA ก็ยังสาหัสขนาดนั้น เวลานี้มี FTA แล้วก็ มีการแก้ไขเพิ่มเติมความเดือดร้อนกำลังจะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมากขึ้นตามลำดับ แน่นอนครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้พูดถึงแต่ข้อดีว่าเราได้เปรียบ ดุลการค้าทั้ง ๒ ประเทศ ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พูดถึงว่าสินค้าที่ได้เปรียบ สินค้าที่ได้ ดุลการค้าก็เปึนเรื่องของยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า แต่สินค้า ที่เราเป่ดตลาดให้เขาเข้ามาบ้านเราโดยภาษีเท่ากับศูนย์เปึนสินค้าที่กลับกระทบต่อพี่น้อง ส่วนใหญ่ของประเทศ นั่นก็คือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งมีทั้งหมดในขณะนี้ ๑๖,๐๐๐ ครัวเรือน มีโคนมในประเทศขณะนี้ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัว นี่คือวงการที่ ๑ วงการที่ ๒ ก็คือเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งมีทั้งสิ้น ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน มีโคเนื้ออยู่ประมาณ ๙.๘ ล้านตัว ซึ่งทั้งสอง ทั้งโคเนื้อและโคนมตอนนี้จะกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ เพราะสินค้าจากออสเตรเลีย ท่านประธานได้ยินชื่อไหมครับที่บอกว่าเนื้อออสนั่นละครับ คือเนื้อจากออสเตรเลีย ทำไมถึงกระทบเพราะออสเตรเลียนั้นคุณภาพดีกว่าเนื้อจากประเทศไทย แต่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อในออสเตรเลียต้นทุนเขาต่ำกว่าเรา ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ก็มาร้องทุกข์กับท่าน สว. เศรณี อนิลบล ว่ากำลังจะเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส เพราะในวงการโคเนื้อก็มีเนื้อกล่อง มีเนื้อตกแต่ง มีเครื่องใน มีชิ้นส่วนต่าง ๆ ส่งนำเข้าเพราะภาษีเท่ากับศูนย์ ท่านประธานครับเขาต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาเมืองไทยโดยภาษีเท่ากับศูนย์ แน่นอนครับเขาต้อง ได้เปรียบทางการค้า อันนี้คือไส้ในที่ FTA ไม่ได้พูดถึง เราเสียเปรียบในเรื่องเกษตรกรครับ แล้วคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยก็คือเกษตรกร เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อวันนี้รอวันตายครับ ท่านประธานครับเพราะเนื้อออสเตรเลียเข้ามาตีแหลกลาญหมด ถ้าท่านรัฐมนตรีอยากจะรู้ว่า เขานำเข้าแล้วไปจัดวางแผงขายกันที่ไหน ให้ไปดูโรงงานแถวจังหวัดอยุธยานะครับ ท่านลองส่ง Spy สายลับไปสืบดูก็ได้ หรือถ้าไปไม่ถูกจะมาบอกผมกับ สว. เศรณีก็จะพาไปดูครับ อันนี้ จะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อพินาศกันทั้งประเทศนะครับ ส่วนโคนม ท่านประธานครับ เราเลี้ยงโคนมกันเอาน้ำนมดิบมาทำเปึนนมส่งไปเปึนโครงการนมโรงเรียนที่เด็กนักเรียน เราได้กินนมกันทั่วประเทศ ปัญหาขณะนี้ก็คือเมื่อเราได้มี FTA กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นมก็เข้ามาพร้อมกับเนื้อครับ แต่นมที่เข้ามาไม่ได้เปึนนมดิบเหมือนเราเปึนนมผง นมผงมาผสมน้ำ แล้วก็ออกขาย จำหน่ายเปึนนมโรงเรียนด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ในขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม บ้านเรานับวันก็จะตายไปตามลำดับ วันหนึ่งก็อาจจะมาเทน้ำนมดิบอยู่หน้ารัฐสภาอีกครั้งก็ได้ ซึ่งท่านประธานของผมก็คงไม่อยากเห็นภาพอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีจะต้องดูเรื่อง ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรด้วยนะครับ อย่าไปเพลิดเพลินเจริญใจแต่พวกส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับคนส่วนใหญ่ของประเทศเลยนะครับ อันนี้เปึนเรื่องของนายทุน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แต่ที่จะกระทบหนัก ๆ ก็คือโคเนื้อกับโคนมนี่ล่ะครับ ผมว่าในสภา เราทั้ง ๒ สภาไม่กินโคเนื้อก็ต้องกินโคนมนั่นล่ะครับในผลิตภัณฑ์โคนมก็มีทั้งนมสด นมผง นมเปรี้ยว Yoghurt ครีม เนยและ Cheese คนก็ต้องกินล่ะครับไม่อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าเปึน ต่างประเทศนำเข้าเขานำเข้ามาด้วยราคาที่ถูกกว่าเรา ประเทศของเราจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วยถามคณะรัฐมนตรีหน่อยครับ นี่มันหลายกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยอะไรด้วยนี่นะครับ จะวางแผนรับมืออย่างไร เราอย่ามองแต่ว่า เราไปได้เปรียบทางการค้าเท่านั้นล้านเท่านี้ล้าน อย่าไปกระหยิ่มยิ้มย่องกับตัวเลขที่มันอาจจะ ตกแต่งกันด้วยก็ได้นะครับ แต่ชีวิตจริงวันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหลังจากเกษตรกรโคเนื้อมาร้อง อาทิตย์ที่แล้วครับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมก็มาร้องกับ สว. เศรณีอีกแล้วล่ะครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานครับว่าภายใต้พิธีสารที่สวยงาม ภายใต้การดูแลจากกระทรวง พาณิชย์และการต่างประเทศที่ดูเหมือนว่าเราได้เปรียบ ท่านตอบผมสักคำหน่อยครับว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะเอาตัวรอดอย่างไรภายใต้กติกาที่ไส้ในเรา เสียเปรียบอย่างนี้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานนิดเดียวครับว่า ๑ มกราคม ๒๕๖๘ อย่าให้ มีเปึนสวัสดีป้ใหม่ด้วยการเอานมมาเทอยู่หน้าสภาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยประชาชนเพื่อประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรี อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ท่านประธานครับก่อนที่จะอภิปรายตัวพิธีสารนี้นะครับผมมี ข้อเสนอแนะต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการพิจารณาหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๘ เช่นความตกลงที่เกี่ยวข้องกับการค้าเสรีฉบับนี้นะครับ สำหรับในอนาคตข้างหน้าครับเนื่องจากความตกลงต่าง ๆ นะครับ มีเนื้อหามีรายละเอียด ค่อนข้างมากนะครับ เราเห็นเนื้อหาเอกสารประกอบในการพิจารณานะครับมีรายละเอียด มากพอสมควร ดังนั้นผมมีข้อเสนอแนะว่าเราอาจจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างรัฐสภา ระหว่างผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาก่อนนะครับ โดยมีกรรมาธิการที่มาจากทั้งสมาชิกรัฐสภา และบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญรอบด้านนะครับ เพราะว่าเรื่องของการค้าเสรีต้องการ ความรู้รอบด้านทั้งด้านการค้า การต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศนะครับ เศรษฐกิจ สังคมเทคโนโลยีประกอบกันด้วยนะครับ เพื่อให้การศึกษาตรวจสอบประเด็นต่าง ๆ ของ สนธิสัญญาที่รัฐบาลเสนอมายังรัฐสภานะครับเปึนไปอย่างรอบคอบ มีการวิเคราะห์เห็นข้อดี ข้อเสียนะครับที่เสนอมาได้อย่างรอบคอบสมบูรณ์ก่อนที่จะเสนอให้มาการประชุมร่วมรัฐสภา ต่อไปนะครับเพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอต่อสมาชิกรัฐสภาในการตัดสินใจด้วย แล้วก็ขอเข้าเรื่อง เกี่ยวกับตัวตราสารนี้นะครับ ถ้าจะพูดถึงกรอบการค้าเสรีประเทศไทยที่มีกรอบการค้า แบบทวิภาคีนะครับ เราก็มีแบบทวิภาคีกับทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อยู่แล้วนะครับ ดังนั้นกรอบอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ FTA ฉบับนี้ ก็เปึนกรอบการค้าเสรีในระดับพหุภาคี ที่ทำกับภูมิภาคอาเซียนที่มีสมาชิก ๑๐ ประเทศกับออสเตรเลียแล้วนิวซีแลนด์ ซึ่งถ้าดู ภาพรวมการค้าของประเทศไทยกับออสเตรเลีย ล่าสุดดูที่ป้ ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาออสเตรเลีย ก็เปึนคู่ค้าอันดับที่ ๗ ของไทย แล้วก็ไทยเปึนคู่ค้าอันดับที่ ๙ ของออสเตรเลียนะครับก็ถือว่า มีมูลค่าการค้าสูงพอสมควรนะครับ โดยที่ไทยส่งออกไปออสเตรเลียประมาณ ๑๒,๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วก็นำเข้ามา ๖,๘๗๓ ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับนิวซีแลนด์เปึนคู่ค้า อันดับที่ ๓๑ ของไทยนะครับก็อาจจะดูไม่เยอะ แต่ไทยเปึนคู่ค้าอันดับที่ ๙ ของนิวซีแลนด์ครับ ก็ถือว่ามีนัยสำคัญ แล้วก็ไทยส่งออกไปยังนิวซีแลนด์ ๑,๔๐๐ ล้านเหรียญ นำเข้า ๘๓๘ ล้านเหรียญ จากสถิติการค้าที่ผ่านมาไทยก็ได้ดุลการค้ากับทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มาอย่างต่อเนื่องครับ แม้ว่ามูลค่าทางการค้าอาจจะยังไม่ได้สูงมากถ้าเปรียบเทียบกับประเทศ ขนาดใหญ่ที่มีการค้ามาก แต่เราก็เปึนประเทศที่ได้ดุลการค้ากับเขามาโดยตลอด การมีกรอบ อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ขึ้นมาอันนี้ก็จะเพิ่มข้อที่ได้ประโยชน์จากกรอบทวิภาคีเดิม เนื่องจากว่ามีประโยชน์ต่อสินค้าบางประเภทมากขึ้น เช่นพวกสิ่งทอ เหล็ก ทองแดง อลูมิเนียม เคมีภัณฑ์ และพลาสติกต่าง ๆ ดังนั้นก็จะเห็นว่าการมีกรอบในระดับพหุภาคีเสริมเข้ามาก็เปึน ประโยชน์ แล้วในการแก้ไขความตกลงและพิธีสารฉบับที่สองนี้นะครับมีการแก้ไขในหลาย ๆ บท ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปึนการปรับปรุงหรือ Update เนื้อหาและบทนิยามต่าง ๆ ให้สอดคล้องทันสมัย แล้วก็เปึนไปตามกรอบความตกลงของ RCEP นะครับ นอกจากนี้ก็ยังมีการเพิ่มเติมบทใหม่ เข้ามาอีก ๓ บทนะครับ ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงไปแล้วไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การค้า การพัฒนาที่ยั่งยืน การส่งเสริมขีดความสามารถให้กับ SMEs แต่ที่สำคัญอีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องของบทในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐนะครับที่เน้นให้เกิดความโปร่งใสเปึนธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งจะดีมากนะครับถ้าหากเราปฏิบัติได้ก็จะช่วยลดปัญหาคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้างหากิน กับภาษีของพี่น้องประชาชนนะครับ ซึ่งในส่วนของการแก้ไขนี้มีเนื้อหาเยอะมีรายละเอียด ค่อนข้างมาก เท่าที่ผมดูก็ไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไรในการแก้ไขนี้ แต่แน่นอนครับท่านประธานว่า การเป่ดการค้าเสรีนั้นย่อมมีทั้งด้านบวกและด้านลบนะครับ ในด้านบวกธุรกิจไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ครับ ประชาชนไทยซึ่งเปึนผู้บริโภคนะครับ ผู้ประกอบการไทย ก็จะมีทางเลือกมากขึ้นในการซื้อสินค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพสูงในราคาที่ถูก จากนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ส่วนด้านลบเกษตรกรไทยก็ย่อมเผชิญกับความยากลำบาก ในการแข่งขันกับเกษตรกรจากนิวซีแลนด์ที่มีคุณภาพสูงกว่าในเรื่องของการผลิตนม และเนื้อสัตว์นะครับ ดังนั้นอุตสาหกรรมการเกษตรไทยก็จะต้องมีการปรับตัวปรับปรุง มาตรฐานเพื่อให้แข่งขันได้ครับ แล้วท่านประธานครับภายในวันที่ ๑ มกราคม ป้ ๒๕๖๘ ก็คืออีกแค่ ๑๒ วันสวัสดีป้ใหม่ ๒๕๖๘ ขึ้นมาเราจะมีสินค้าที่เหลืออีกแค่ ๒ รายการนะครับ ที่ไทยกำลังจะลดภาษีนำเข้าเหลือเปึน ๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือนมและครีม และเครื่องดื่มประเภท นมปรุงแต่งและนมผงขาดมันเนยนะครับ ซึ่งอันนี้จะส่งผลโดยตรงต่อพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร อย่างแน่นอนนะครับ แล้วก็ส่งผลต่ออุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทย ผมอยากให้เห็นข้อมูล การนำเข้าโคนมของนิวซีแลนด์ ขอสไลด์โชว์ด้วย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
นิวซีแลนด์กับ ออสเตรเลียนะครับ ตัวเลขอาจจะเล็กไปหน่อยแต่เราจะเห็นว่าไทยนำเข้านมจากนิวซีแลนด์ และออสเตรเลียสูงที่สุด ก็คือมูลค่าประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ ๓,๖๐๐ ล้านบาท ตามลำดับนะครับ ขอหน้าถัดไปครับ การนำเข้าจากนิวซีแลนด์ที่เดียวก็มากกว่าครึ่งหนึ่งของ ผลิตภัณฑ์นมนำเข้าทั้งหมดของประเทศไทยแล้วครับ แล้วก็ปัจจุบันชำระในอัตราน้ำนมดิบ ร้อยละ ๒๐ แต่ถ้าเปึนนมผง นมขาดมันเนยร้อยละ ๕ แต่ว่าอีก ๑๒ วัน พรุ่งนี้ก็จะเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ และข้อเท็จจริงก็คือว่าน้ำนมดิบของนิวซีแลนด์ ออสเตรเลียมีต้นทุน ถูกกว่าไทยนะครับ ราว ๆ ๓๕-๕๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการผลิตนมไทยมีปัญหาต้นทุนสูง อาหารสัตว์ราคาแพง โรคระบาดเกิดบ่อย ปัญหาเหล่านี้เปึนเชิงโครงสร้างทั้งนั้นมีมานานแล้ว ไม่ได้เพิ่งมีนะครับ ผมจึงขอตั้งคำถามไปยังท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลนะครับเกี่ยวกับว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ท่านมีมาตรการรับมืออย่างไร อีกแค่ ๑๒ วัน สวัสดีป้ใหม่นี้เกษตรกรไทยก็จะเจอความท้าทายในการแข่งขันกับภาคการเกษตรที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโคนมของมิตรประเทศของเราทั้ง ๒ ประเทศนี้อย่างแน่นอนทันที ซึ่งที่ผ่านมาครับ ขอเกินเล็กน้อยนะครับท่านประธาน ที่ผ่านมารัฐบาลไทยก็ไม่ได้ว่าอะไร รัฐบาลไทยไม่ได้ว่าอะไรนะครับ รัฐบาลไทยก็ไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไร มีการตั้งกองทุนขึ้นมา ๒ กองทุนครับ กองทุนที่ ๑ ชื่อว่าโครงการกองทุนช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิต และภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรีทางการค้า อันนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการมาเปึนเวลา ๑๕ ป้ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐-๒๕๖๕ ตอนนี้ได้จบ โครงการไปแล้วนะครับ อีกกองทุนหนึ่งครับตั้งมาเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้วครับ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ยังดำเนินการอยู่ ชื่อว่ากองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศ อันนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ก็มีภารกิจในการสนับสนุนเงินทุนช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดการค้า เสรีครับ ไม่ว่าจะเปึนการปรับโครงสร้างการผลิต การปฏิรูปผลิตผลทางการเกษตร การเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และ ครม. ก็เพิ่งมีมติออกมาเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคมให้ขยายระยะเวลาในการดำเนินการของกองทุน ปรับโครงสร้างนี้ออกไปอีก ๒๐ ป้ ผมจึงขอถามไปยังท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลนะครับว่า ตั้งกองทุนเพื่อรับมือการเป่ดการค้าเสรีมา ๒๐ ป้แล้วนะครับ ขีดความสามารถในการแข่งขัน ของเกษตรกรไทยดีขึ้นแค่ไหนครับ
ขอสไลด์หน้าถัดไปนะครับ ท่านควรจะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของกองทุน เหล่านี้อย่างไรนะครับ จะมีมาตรการอย่างไรที่จะทำให้เกษตรกรไทยแข่งขันกับโลกได้นะครับ เพราะว่าอีก ๑๒ วันเท่านั้นเองครับ ภาษีนำเข้าเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว เกษตรกรโคนมไทย พร้อมใช่ไหมครับ สไลด์ลงได้นะครับ นอกจากผลิตภัณฑ์โคนมที่ราคาถูกกว่าต่างประเทศ เรายังมีพืชผักผลไม้หลายชนิดที่ไม่สามารถส่งออกไปยัง ๒ ประเทศคู่ค้านี้ได้ เพราะต้องผ่าน การประเมินความเสี่ยงศัตรูพืช หรือที่เรียกว่า Pest Risk Analysis PRA แล้วก็ต้องผ่าน มาตรฐานสุขอนามัย Import Health Standard ที่เปึนมาตรฐานสูงมากนะครับ ผมจึงขอ เสนอแนะเรียนผ่านไปยังท่านประธานไปถึงรัฐบาลให้มีมาตรการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทย อย่างจริงจังเสียทีครับ ไม่ใช่คิดแต่มาตรการแจกเงินนะครับเพราะว่าแจกเงินไปเท่าไรก็ไม่ได้ แก้รากเหง้าปัญหา อาหารสัตว์แพง โรคระบาดควบคุมไม่ได้นะครับ มาตรฐานสุขอนามัย ของสินค้าเกษตรนี้ไม่ถึงเกณฑ์จะทำอย่างไรนะครับถึงจะแข่งกับโลกได้ รัฐบาลควรปรับ โครงสร้างกองทุนปรับโครงสร้างนี้ก่อนเปึนอันดับแรกเลยครับ ถ้าไม่ปฏิรูปการทำงานต่ออายุ ไปอีก ๒๐ ป้ ใช้งบประมาณไปอีกเท่าไรนะครับ เกษตรกรไทยก็ยังเหมือนเดิม ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ต่อไปขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอถือโอกาสนี้อภิปรายในเรื่องการตกลงการค้า เสรีระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ FTA นี้นะคะ ซึ่งวันนี้เรากำลังพิจารณา พิธีสารฉบับที่สองเกี่ยวกับการแก้ไขความตกลง ดิฉันมองว่าการดำเนินการครั้งนี้ถือเปึน สัญญาณที่ดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในฐานะที่เปึนประเทศ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งช่วยให้มีความเชื่อมั่นกับพันธมิตรทางการค้าและเป่ด โอกาสใหม่ ๆ กับเศรษฐกิจไทยในเวทีโลกค่ะท่านประธาน ดิฉันขอเริ่มด้วยประโยชน์ ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการตกลงครั้งนี้นะคะ ว่าไม่ว่าจะการส่งออกสินค้าเกษตร สินค้า แปรรูปที่มีศักยภาพของไทย เช่น ผลไม้สด ผลไม้แปรรูป ทุเรียน มังคุด น้ำมะพร้าวรวมถึง สินค้าเกษตรอินทรีย์นั้นตอบโจทย์ตลาดสุขภาพในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ สินค้า หัตถกรรม เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานและของตกแต่งบ้านที่เปึนเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็ยัง ตอบโจทย์ในความนิยมตลาด Premium ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดิฉันมองว่าประโยชน์เหล่านี้ มันช่วยเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามท่านประธาน ดิฉันไม่ลงลึกในรายละเอียดต่าง ๆ นะคะ ดิฉันว่ามันจะใช้เวลาเกินไปแต่ขอพาท่านประธาน นำไปสู่เรื่องที่เปึนความกังวลและความท้าทายที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความตกลงนี้ ข้อกังวลที่ประเทศไทยต้องพิจารณาค่ะท่านประธาน คือผลกระทบจากการนำเข้าเนื้อวัว สิ่งที่ดิฉันกังวลอยู่ ประเทศไทยนั้นมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้ออยู่ประมาณ ๑.๔ ล้านราย แล้วก็ มีโคเนื้ออยู่ประมาณ ๙ ล้านตัว อย่างไรก็ตามในป้ ๒๕๖๖ นั้นประเทศไทยก็นำเข้าเนื้อวัว จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ตัน คิดเปึนเงินประมาณ ๗,๗๐๐ ล้านบาท เนื้อวัวเหล่านี้ราคาถูกกว่าแล้วก็มีคุณภาพมากกว่า ดังนั้นจึงมาตีตลาดในเมืองไทยได้ง่าย เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในเมืองไทยจึงประสบปัญหาโดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายย่อยค่ะท่านประธาน อาจจะเกิดปัญหาว่าสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในประเทศไปอย่างมาก ในขณะเดียวกัน การแข่งขันกับเวียดนามในตลาดส่งออกพวกเราก็รู้แล้วว่าตลาดของเวียดนามเก่งมากนะคะ เขาทำเรื่องเก่งมาก แล้วเขาก็ทำตลาดกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย ซึ่งเวียดนาม เปึนคู่แข่งที่สำคัญของประเทศไทย ผลไม้แปรรูปก็ดี น้ำมะพร้าวก็ดี สินค้าเกษตรอินทรีย์นั้น เวียดนามเก่งมากทีเดียว จึงถือว่าพวกเขาจะพัฒนาแล้วก็ทันสมัยมากขึ้น นี่ก็คือคู่แข่งที่สำคัญ ดิฉันขอเรียนถึงแนวทางที่จะพูดถึงประเทศไทยว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนะคะ เพื่อให้ลดผลกระทบต่อไป ก็คืออยากจะเสนออย่างนี้ค่ะท่านประธาน เมื่อมีปัญหาแล้วก็ อยากจะให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนเกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ กองทุนนี้จะช่วยลดหรือ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อได้เพราะว่าโคเนื้อของเราจะถูกตี ตลาดอย่างหนักเลยนะคะ และในขณะเดียวกันก็ขอให้สนับสนุนยกระดับคุณภาพโคเนื้อ ให้แข่งขันในตลาดได้ต่อไป หากเราพัฒนาคุณภาพโคเนื้อก็จะสามารถตอบโจทย์ตลาด ในประเทศแล้วก็ส่งออกได้ด้วยถ้าเราพัฒนา แล้วก็อยากให้ยกระดับโคเนื้อของไทยนั้นซึ่งถือว่า เปึนโอกาสดีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจะเร่งพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อของไทยให้ด้วย แล้วก็ควรปรับปรุงกระบวนการเลี้ยงดูนะคะ จัดการเลี้ยง จัดการอาหาร จัดการดูแลให้ได้ มาตรฐานสากลไปด้วย เพราะว่าเรากำลังแข่งขันอย่างเต็มที่ สำหรับเปัาหมายระยะยาวนั้น ก็เพิ่มโอกาสให้การส่งออกโคเนื้อของไทยนั้นได้ไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ตลาดตะวันออกกลาง เอเชียให้ได้โคเนื้อที่มีคุณภาพสูง ก็ถือโอกาสนี้วิกฤตินี้ให้เปึนโอกาสที่ดีด้วยเลยนะคะ หากไทยเรานั้นไม่พัฒนาให้ชัดเจน ส่วนแบ่งตลาดเราจะเสียไปให้กับประเทศอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่ดิฉันกล่าวไปถึงนะคะ แล้วก็ควรจะพัฒนาสินค้าเกษตรและ สินค้าแปรรูปด้วย ทั้งหมดทั้งปวงที่ดิฉันพูดมานั้นหมายความว่าถ้าหากเราไม่มีการตระหนัก ถึงเกษตรกรไทยเราเสียหายแน่นอนและถ้าไม่พัฒนาเราจะเสียหายในระยะยาว ดิฉันอยากจะ ขอบอกว่าดิฉันก็อยากที่จะให้อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ FTA นี้เปึนทั้งโอกาสและ ความท้าทายของประเทศไทย หากเรามีมาตรการที่เหมาะสมท่านประธานคะ ไทยเรา จะสามารถใช้โอกาสนี้พัฒนาประเทศแล้วก็สร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืนค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ต่อไปขอเชิญคุณเทวฤทธิ์ มณีฉาย ครับ
เรียนท่านประธาน ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา นะครับ โดยรวม ๆ หลัก ๆ แล้วพิธีสารนี้ แม้ว่าจะเปึนเพียงแค่การปรับให้เท่ากับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ไม่มีการเข้าไปปรับในเรื่องของประเด็นใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทรัพย์สิน ทางปัญญาหรือว่าการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามก็มีประเด็นที่ผมคิดว่าควรจะตระหนักก็คือ เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แม้ยังเปึนไปในเรื่องของการเพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลก็ตาม แต่ว่าโดยภาพรวมเรื่องของความมุ่งหมายก็คือเพื่อให้ประเทศสมาชิกตระหนักถึงบทบาท ของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐว่าจะเปึนการเป่ดการแข่งขันระหว่างประเทศ ทำให้ต้องมีการพิจารณา ถึงวิธีการส่งเสริมและการดำเนินการตามหลักการสำคัญของความโปร่งใส ความคุ้มค่า ความรับผิดชอบ และกระบวนการอันชอบธรรม รวมไปถึงเรื่องของการส่งเสริมการเผยแพร่ ให้เรื่องของข้อมูลที่เหมาะสมไม่ว่าจะเปึนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ แล้วก็ขั้นตอน การจัดซื้อจัดจ้างนะครับ เพื่อเป่ดโอกาสให้ผู้เสนอราคาทราบ แล้วก็มีเรื่องของการประกาศ ผู้ชนะการคัดเลือกสู่สาธารณะ แล้วที่สำคัญก็ควรจะมีการจัดทำเปึนภาษาอังกฤษ ที่สำคัญ ไปกว่านั้นครับท่านประธานครับ ก็คือในห้วงเวลานี้นอกจาก FTA อาเซียน-ออสเตรเลียแล้วก็ นิวซีแลนด์ สิ่งที่เราก็มีกระบวนการในการจัดทำการค้าเสรีอีกหลายฉบับไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ Thai-EU หรือว่า CPTPP ประเด็นเหล่านี้มันก็เปึนประเด็นข้อกังวลร่วมเพราะมันเปึน Trend หรือแนวโน้มของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะ CPTPP นี้ที่มันมีมาตรการในการห้าม สมาชิกทำนโยบาย Offset Policy หรือนโยบายเรื่องของการชดเชย ซึ่งมันจะส่งผลเรื่องของ การกระทบต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างงาน รวมไปถึงเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรม ภายในประเทศ ในขณะที่ FTA Thai-EU ก็ตามก็มีการตั้งเงื่อนไข แล้วก็เรียกร้องให้ประเทศไทย เป่ดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเช่นเดียวกัน ซึ่งเราเองก็มีกฎหมายในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็บริหารพัสดุภาครัฐที่สนับสนุนให้ใช้ยาที่ผลิตภายในประเทศ แล้วก็ยังมีเรื่องของ กฎหมายส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย แล้วก็นวัตกรรมที่ส่งเสริมให้มีการวิจัยพัฒนา ซึ่งยาและเวชภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเองเข้าถึงยาหลาย ๆ ตัว ที่ราคาถูกกว่าประเทศอื่น ๆ แม้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวพิธีสารฉบับนี้โดยตรง แต่อย่างที่ ผมบอกไว้นะครับว่ามันเปึน Trend มันเปึนแนวโน้มของการจัดซื้อจัดจ้าง บวกกับ Trend อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของการห้ามเรื่อง Offset Policy หรือว่านโยบายจำกัด นโยบายชดเชย อะไรอย่างนี้ครับ ซึ่งอันนี้ก็จะมีปัญหาในระยะยาว หากในอนาคตถ้าเกิดเราจะต้องเป่ดไปถึง ขั้นนั้นจริง ๆ ก็จะส่งผลต่อพวกสินค้าที่กระทบต่อความจำเปึนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะยา ซึ่งอันนี้ก็จะมีปัญหาที่อาจจะต้องไปยกเลิกกฎหมายที่เรารองรับไว้อะไรต่าง ๆ ดังนั้นก็จึงอยากฝากทางผู้ที่เกี่ยวข้องมองถึงภาพรวมแนวโน้มนโยบายนี้ แล้วก็หามาตรการ ปัองกันรับมือทั้งพิธีสารนี้ FTA นี้ รวมไปถึงพิธีสารอื่น ๆ ที่เปึนระบบภาพรวมมากขึ้น เพราะว่าคงหนี Trend นี้ไม่ได้นะครับ
อีกประการหนึ่ง ผมก็ได้รับฝากมาจากภาคประชาชนที่ติดตามเรื่องการทำงาน ของรัฐสภา รวมไปถึงเรื่องตัวของนโยบาย FTA หรือการค้าเสรีเหล่านี้ ว่าเอกสารในเรื่องของ พิธีสารตัวนี้มันอาจจะมีความล่าช้าในการเผยแพร่โดยเฉพาะในพื้นที่ของรัฐสภา เพื่อที่จะได้ ทำการบ้านเอยหรือว่าเพื่อจะได้ติดตาม มีส่วนร่วมในการติดตาม หรือว่าแสดงความกังวล ของภาคประชาชนนะครับ เปึนไปได้ในอนาคตก็อยากจะให้เผยแพร่ในพื้นที่ของเว็บไซต์ก็ดี ของรัฐสภานี่ครับ ให้รวดเร็วหรือว่าทันท่วงที เพื่อประชาชนที่เขาอาจจะจับตาเรื่องนี้อยู่จะได้ ติดตามได้อย่างทันท่วงทีครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ สาทร ปทุมวัน และราชเทวี พรรคประชาชน ท่านประธานคะ เมื่อพูดถึงข้อตกลง การค้าเสรีระหว่างประเทศไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ขออนุญาตสไลด์ขึ้นค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
และความตกลง จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เมื่อป้ ๒๕๕๓ มาจนถึงตอนนี้ก็เกือบจะ ๒๐ ป้แล้วนะคะ แล้วก็จะยืดเวลาไปอีก ๒๐ ป้ รวมเปึน ๔๐ ป้ โดยภายใต้การเจรจาตั้งแต่ ฉบับแรกได้มีการครอบคลุมการเป่ดตลาดการค้าสินค้า การบริหาร ขอสไลด์ที่ ๒ ค่ะ การลงทุน และการร่วมมือทางการค้า อาทิเช่นทรัพย์สินทางปัญญา หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เปึนต้น ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมความร่วมมือระหว่าง ๓ ประเทศในทางเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การค้าเสรี เต็มรูปแบบค่ะ ล่าสุดนี้ฉบับที่สองค่ะก็มีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้า สินค้าระหว่างประเทศภาคี เป่ดเสรีการค้าบริการระหว่างประเทศภาคี จัดตั้งกรอบความร่วมมือ มุ่งหวังขยายห่วงโซ่อุปทานและให้สมาชิก AANZFTA สามารถส่งวัตถุดิบมาสะสมในไทย พร้อมอำนวยการลงทุน นอกจากนี้ Free Trade Agreement หรือเขตการค้าเสรีระหว่าง ไทย-นิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย ยังมีเงื่อนไขเรื่องอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน สิทธิแรงงาน และที่สำคัญคือประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรโคนมค่ะ ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ในปัจจุบัน FTA ระหว่างไทย-ออสเตรเลีย TAFTA และระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ ประเทศไทย ได้ลดภาษีแล้วเกือบทั้งหมดให้ทางออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เหลือศูนย์ค่ะท่านประธาน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ รายการ แต่ยังคงเหลือสินค้าการเกษตรบางรายการ เช่น นม ครีม หรือเครื่องดื่มนมปรุงแต่ง หรือนมผงพร่องมันเนยที่กำลังจะลดภาษีให้เปึนศูนย์ภายใน ป้ ๒๕๖๘ ซึ่งก็คือป้หน้านี้ค่ะ ภายใต้สัญญาที่จะมีผลในป้ ๒๕๖๘ นี้ รวมทั้งมาตรการรับมือ ต่อจากนี้จะมีผลกระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรโคนมที่จะต้องเผชิญกับ สถานการณ์ต้นทุนการผลิตและกำไรที่ไม่คุ้มค่า ส่วนหนึ่งมาจากการที่ภาครัฐได้ควบคุมราคา ปลายทางทำให้ Margin แคบลงจนเกษตรกรโคนมทยอยหมดแรงบันดาลใจเนื่องจาก การเสียเปรียบในทางการค้าค่ะท่านประธาน นิวซีแลนด์ที่มีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตได้ ในปริมาณที่มากในต้นทุนที่ต่ำกว่าเกษตรกรคนไทย และต้นทุนการผลิตไม่สามารถแข่งขัน ทางเทคโนโลยีในประเทศออสเตรเลียหรือประเทศนิวซีแลนด์ได้ อย่างไรก็ดีผู้ได้เปรียบ ก็น่าจะเปึนบริษัทที่เปึนทุนผูกขาดเพียงไม่กี่บริษัทที่จะสามารถแข่งขันในกำลังการผลิตได้ แม้ว่าผลิตภัณฑ์โคนมของไทยจะยังคงใช้มาตรการโควตาภาษีและมาตรการปกปัองพิเศษ โดยบอกว่าปกปัองอุตสาหกรรมโคนมไทยเพื่อให้มีเวลาปรับตัว จนเมื่อป้ ๒๕๕๙ กลุ่มผลิตภัณฑ์ โคนมที่เป่ดตลาดลดภาษีเหลือศูนย์แล้ว แต่ท่านประธานคะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดผลิตภัณฑ์โคนม และอุตสาหกรรมโคนมตลอด ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะพัฒนา เพื่อไปแข่งขันตลาดผลิตภัณฑ์จากโคนมในระดับสากล ดิฉันเข้าใจว่าตลาดไทยยังไม่ได้มี ขนาดใหญ่และยังต้องพึ่งพาของนำเข้าอย่างนมผงพร่องมันเนยที่นำไปแปรรูป แต่ดิฉันคิดว่า เราควรคำนึงถึงผลประโยชน์ทางการค้าทั้งเกษตรกรโคนม ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร รายย่อย และผู้ค้ารายใหญ่ด้วย ขอสไลด์ที่ ๔ ค่ะ ปัญหาความสูญเปล่า ๒๐ ป้ที่ผ่านมา เกษตรกร โคนมก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตที่จะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น นี่เปึนบทเรียน ราคาแพงของประเทศไทยที่มีรากฐานมาจากหลายสาเหตุ เช่น การขาดแรงจูงใจในการพัฒนา นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตนะครับ เนื่องมาจากนโยบายการคุมราคานม ที่อาจจะยังไม่ถูกต้องมากนักนะครับ ซึ่งส่งผลต่อการตั้งเปัาหมายในการดำเนินกิจการทำให้ ไม่เกิดแรงจูงใจในการแสวงหาวิธีการผลิต พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพไม่ว่า จะเปึนการเพิ่มปริมาณผลผลิตด้วยคุณภาพเท่าเดิมและต้นทุนเท่าเดิม หรือผลิตมากขึ้นด้วย คุณภาพมากขึ้นและต้นทุนเท่าเดิม การเข้าถึงแหล่งทุนก็เปึนเรื่องที่สำคัญท่านประธาน หรือสาเหตุอื่นใดก็ตามเปึนบทเรียนที่ทำให้ประเทศไทยยังต้องมีการศึกษาถึงนโยบายที่จะ เหมาะสมในการปกปัองอุตสาหกรรมโคนมที่ได้ทำข้อตกลงการค้าเสรีเปึนระยะ เพราะหาก นโยบายเดิมไม่ได้ผลก็แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจากนโยบายดังกล่าว เพราะฉะนั้น ท่านควรที่จะรีบศึกษาและแก้ไขปรับปรุงในการสนับสนุนเกษตรกรโคนมรายย่อย ปกปัอง ผลประโยชน์ให้มีความสามารถในขีดการแข่งขันมากยิ่งขึ้นในตลาดโลกนะครับ และการปกปัอง สินค้าไทยอุตสาหกรรมโคนมเปึนสิ่งสำคัญเพื่อให้ด้านผู้ผลิตไทยได้มีการปรับตัว สามารถ แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ดิฉันมองว่าการปรับลดอัตราภาษีเพื่อนำเข้าไปสู่ เปัาหมายในการค้าเสรีระหว่างไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์นั้นจำเปึนต้องมีนโยบาย หรือมาตรการในการเปลี่ยนผ่านห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมโคนมตั้งแต่ต้นจนถึงปลายน้ำ ให้สามารถที่จะแข่งขันได้ โดยเฉพาะกลุ่มการราคาตลาดภายในประเทศการปกปัองนั้น หรือ Protectionism ก็พูดเปึนอีกนัยหนึ่งใช้แค่ชั่วคราว เพราะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนตามข้อตกลง FTA ที่จะปกปัองที่จะหมดภายในป้ ๒๕๖๘ ดังนั้น ภายในป้หน้านี้รัฐบาลก็ควรจะมั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคนม มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับประเทศที่จะนำสินค้านำเข้ามานะคะ ซึ่งก็คือออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่วนผู้ส่งออกโดยปกติก็มักจะมีความสามารถในการแข่งขันอยู่แล้วแต่ก็สามารถ ตรวจสอบสมาคมผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์โคนมในประเด็นเกี่ยวข้องกับความสามารถการแข่งขัน ในปัจจุบันและอนาคตเพื่อแจ้งข้อมูลให้ FTA ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการวางแผนทางธุรกิจ ส่วนระหว่างไทยกับออสเตรเลียในด้านผลกระทบทางด้านการลงทุนที่ไทยได้ลงนามไว้ เมื่อป้ ๒๕๔๘ หรือเกือบ ๒๐ ป้ที่แล้วโดยเอื้อประโยชน์ให้แก่นักลงทุนออสเตรเลียในสิทธิ ในการโอนเงินออกจากประเทศไทยได้ตลอดเวลาและสิทธิในการแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทใด ๆ ดิฉันมีข้อเสนอค่ะ นั่นก็คือ ๑. ทบทวนสิทธิการลงนามในข้อการโอนเงินออกนอกประเทศ ได้ตลอดเวลานะคะ แล้วก็ควรมีการทำข้อตกลงกันใหม่ทั้ง ๒ ฝ์ายเพื่อปัองกันการโอนเงิน ที่อาจผิดกฎหมายได้ในอนาคตและปัองกันผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนค่ะ ๒. คือทบทวน การลงนามในข้อตกลงสิทธิในการแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทใด ๆ ดิฉันขอให้เสนอแนะ เมื่อมีข้อพิพาททางธุรกิจควรจะมีระบุให้อย่างชัดเจนในข้อตกลงในการลงนามในการแก้ไข ตัดสินข้อพิพาทสำหรับนักธุรกิจที่มาลงทุนในประเทศไทยเปึนต้นค่ะท่านประธาน ขอสไลด์ที่ ๕ นอกจากนี้เราก็ต้องเน้นย้ำไปถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน และสิ่งแวดล้อมที่อาจจะ ตามมาและเปึนปัญหาที่ประสบอยู่ปัจจุบันในสากลโลกค่ะ และประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน อย่างที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ก็ควรจะลดมาตรการการกีดกันทางการค้าสินค้าที่จำเปึนนะคะ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิดเพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่าย เงื่อนไขที่สำคัญ ก็คือการลงนามเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์คือเรื่องสิทธิแรงงาน แรงงานของเราต้องได้รับการพัฒนาฝ้มือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และได้รับถ่ายทอด องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีแนวทางการปฏิบัติเพื่อพัฒนาศักยภาพและสามารถควบคุมวิธี การผลิตในด้านอุตสาหกรรมโคนมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุ้มค่า ลดต้นทุนและทุ่นแรง ในการผลิตผลิตภัณฑ์
ต่อมาเรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะ เราก็ต้องคำนึงถึงในการเข้าร่วม FTA ครั้งนี้ในกรณี ที่เปึนผลิตภัณฑ์โคนม ซึ่งเราก็ทราบดีว่ามาจากสัตว์นะคะ ย่อมมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในกระบวนการการผลิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปศุสัตว์ พื้นที่ป์าไม้ ที่ต้องถากถางเพื่อเกษตรกร น้ำที่จะต้องใช้ ธัญพืชที่ต้องเปึนอาหารสัตว์ล้วนมีส่วนร่วมในการ สร้างปรากฏการณ์โลกร้อนนะคะ ปัญหาก๊าซเรือนกระจกซึ่งแย่ลงค่ะ เราได้ลงนามร่วมกัน ในประเด็นสิ่งแวดล้อมในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๘ โดยไม่ระบุถึงสิ้นสุดการลงนาม ปัจจุบัน ทั้ง ๒ ฝ์ายมีการหารือข้อบทภายใต้การเจรจาระหว่างอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เสร็จแล้วเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๕ โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เรื่องการค้า และการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้ข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ โดยอาจเปึนรูปแบบความร่วมมือระหว่าง ประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อสภาพอากาศ พี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบันก็มีการป์วยเปึนโรคทางเดินหายใจมากขึ้นนะคะ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่เกิดขึ้นก็มาจากการทำปศุสัตว์และการเกษตรที่ไม่คำนึงถึงสภาพอากาศ และการปล่อยฝุ์นควัน PM2.5 อย่างหนาแน่นเนื่องจากอุตสาหกรรมการเกษตรปศุสัตว์ก็เปึน การเผาไหม้ของพลังงานฟอสซิลนะคะ ซึ่งปัจจุบันมีคลินิกมลพิษจำนวน ๘๑ แห่งและคลินิก มลพิษออนไลน์ ๑๕๘ แห่งทั่วประเทศในป้ ๒๕๖๗ พบผู้ป์วยที่ต้องเข้าคลินิกระบบทางเดินหายใจ เปึน ๕๘ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ในการตกลงสินค้าทางการค้าระหว่างไทย-นิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย ควรหนักแน่นเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสิทธิมนุษยชนและเรื่องการปกปัองผลประโยชน์สูงสุด ของพี่น้องเกษตรกรคนไทยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านสุดท้าย ที่จะอภิปรายนะครับ คือคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ
ประเด็นแรกที่ผมจะขออนุญาตอภิปรายก็คือข้อดีของ FTA ระหว่างอาเซียน -ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ครับ จากผลที่พวกเราได้มีการทำ FTA กับออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ในฐานะอาเซียนนั้น ผลที่ออกมาถือว่าน่าพึงพอใจมากครับ เพราะว่าในป้ที่แล้ว เราส่งออกไปประเทศออสเตรเลียถึง ๑๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเกินดุลถึง ๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการใช้สิทธิประมาณ ๑ ใน ๓ ของยอดส่งออกทั้งหมดแสดงว่า มีประชาชนผู้ประกอบการคนไทยได้ผลประโยชน์จากการใช้ FTA ถึงประมาณ ๑ ใน ๓ ของยอดส่งออกทั้งหมดครับ ส่วนนิวซีแลนด์ก็ทำนองเดียวกันถึงประเด็นสัดส่วนที่ได้ ประโยชน์จะน้อยกว่า ๑ ใน ๓ แต่ก็ประมาณ ๑ ใน ๘ ก็ถือว่ามีผลที่ดีนะครับ แล้วก็มีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงอาจกล่าวได้ว่า FTA ที่อาเซียนทำกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้น เปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ นอกจากจะมีผลประโยชน์ ในเรื่องของการส่งออกการเกินดุลแล้วยังมีเรื่องผลประโยชน์ในเรื่องของการลงทุนที่ประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้มาลงทุนในประเทศไทยครับ ในป้ที่แล้วมียอดลงทุนจาก ออสเตรเลียถึง ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเปึนนิมิตหมายอันดีครับ เพราะว่าการมีการลงทุน โดยตรงจากต่างประเทศนั้นเปึนการสร้างรากฐานความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ในระยะยาวครับ ถึงแม้ว่าการตกลงเพิ่มเติมในครั้งนี้เปึนการเซ็นสัญญาปรับปรุงในครั้งที่ ๒ ครั้งนี้จะไม่ได้มีการเพิ่มรายการสินค้าแต่ก็ได้มีการทำให้มีความร่วมมือที่แนบแน่นแน่นแฟัน ยิ่งขึ้นระหว่างประเทศคู่สัญญาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปึนที่น่าสนใจก็คือเรื่องของ การเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ Invoice ก็ดี หรือใบแจ้งหนี้ทางอิเล็กทรอนิกส์ถ้าหากมีการเชื่อมโยงกันในที่สุดไม่ว่าจะเปึนการนำเข้า หรือส่งออกระหว่างประเทศคู่สัญญาก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วครับ เพราะว่า ปกติแล้วถ้าหากว่าไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เราต้องมีการส่งเอกสารต้องมี การส่งข้อมูลจำนวนมากจากประเทศไทยไปยังประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ใช้เวลานานแล้วต้องมีการ ตรวจสอบนะครับ แต่ถ้าหากว่าได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบ Single Window ในที่สุดมันก็เหมือนกับว่าแทนที่พวกเรากับประเทศคู่สัญญาเหมือนกับการส่งออก ข้ามประเทศ แต่ถ้าหากว่ามีการร่วมมือที่แน่นแฟันมันก็คงจะไม่ได้แตกต่างอะไรกับที่ กรุงเทพฯ จะค้าขายกับอุบลราชธานี อีกหน่อยประเทศไทยค้าขายกับออสเตรเลียหรือ นิวซีแลนด์ก็คงจะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเปรียบเสมือนเปึนประเทศเดียวกันก็เปึนสิ่งที่ดี และน่าสนใจครับ นอกจากนี้ก็ยังมีประเด็นในเรื่องที่มีการยอมรับในเรื่องของการตรวจสอบ ระหว่างประเทศคู่สัญญา แต่เดิมเวลาที่มีการส่งสินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากประเทศไทย ไปประเทศอื่น ๆ นอกจากในประเทศของเราจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้า มีการตรวจสอบ ในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ พอไปถึงประเทศปลายทางนะครับ ประเทศปลายทางก็ต้อง ตรวจสอบในทำนองเดียวกันอีก ทำให้การตรวจสอบต่าง ๆ เหล่านี้เปึนการตรวจสอบ ที่ซ้ำซ้อนนะครับ แต่ถ้าหากว่ามีการยอมรับในเรื่องของการตรวจสอบต่าง ๆ โดยประเทศ คู่สัญญามันก็จะทำให้ลดความซ้ำซ้อนหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเปึนลงได้ครับ เพราะว่ามีหลายครั้ง ที่เราจะเห็นว่ามีการส่งสินค้าการเกษตรจากประเทศไทยหรือสินค้าอุตสาหกรรมก็ตามไปยัง ประเทศคู่ค้าในประเทศของเราหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณภาพตรวจสอบแล้วพบว่าใช้ได้ แต่พอไปถึงประเทศปลายทางตรวจสอบแล้วกลับมีปัญหา ลักษณะต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้สินค้า ที่ส่งไปมีปัญหาต้องมีการปรับปรุงคุณภาพที่ปลายทาง หรือต้องมีการตีกลับก็เปึนปัญหา ที่ใหญ่และเปึนปัญหาที่ทำให้การค้าขายระหว่างประเทศคู่สัญญามีปัญหา การที่มีการยอมรับ ในเรื่องการตรวจสอบคุณภาพจากประเทศต้นทางช่วยลดความซ้ำซ้อนแล้วก็ช่วยทำให้ การค้าขายระหว่างประเทศเปึนไปโดยความสะดวกและมีประโยชน์ยิ่งขึ้น สำหรับประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกกังวลกันค่อนข้างมากนะครับ ก็คือกังวลว่าพอเราเป่ดตลาดขึ้นมาแล้วสินค้า เกษตรของเราไม่ว่าจะเปึนนมก็ดีหรือสินค้าอื่น ๆ ก็ดีเราจะมีปัญหาว่าจะต่อสู้แข่งขันได้ หรือไม่นะครับ ผมก็ขออนุญาตให้ข้อมูลครับว่าประเทศออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์นั้นมีค่าแรงสูงกว่าเรา มากกว่า ๑๐ เท่าครับท่านประธาน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของเขาไม่ได้ถูกกว่าเรานะครับแต่สิ่งที่ เขามีความโดดเด่นและเหนือกว่าเราคือความสามารถทางด้านเทคโนโลยี ถ้าหากว่าเราจะใช้ ประโยชน์จากเรื่องของ FTA แล้วมีการร่วมมือกับต่างประเทศไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการปลูกข้าว ก็ดี ในเรื่องของการเลี้ยงโคนมก็ดี นำเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นใช้แล้ว ได้ประโยชน์ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้พันธุ์ข้าวดีขึ้น ทำให้การเลี้ยงโคนมได้ประโยชน์ขึ้น แล้วนำมาใช้กับการเกษตรในประเทศไทยหรืออุตสาหกรรมในประเทศไทยผมเชื่อว่าก็คง จะได้ประโยชน์ครับและความสามารถในการแข่งขันทางสินค้าเกษตรก็จะไม่มีปัญหา แล้วสิ่งที่ เกษตรกรกำลังกังวลครับว่าเราจะแข่งขันกับต่างประเทศไม่ได้จะแข่งขันกับออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ไม่ได้ก็จะหมดไปนะครับ เพราะว่าโดยพื้นฐานจริง ๆ แล้วประเทศไทย มีความสามารถในการแข่งขันในเรื่องของค่าแรงและหลาย ๆ อย่างที่เข้มแข็งกว่าประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ครับ เราขาดแค่เทคโนโลยีถ้าหากว่าได้มีการนำเทคโนโลยี จากประเทศที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าเรามาใช้ก็จะดีขึ้นครับ และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาต ฝากความกังวลไว้นะครับก็คือเรื่องของนั้น Non-Tariff Barrier นะครับ ในเรื่องการส่งออก สินค้าเกษตรไปต่างประเทศเรามักจะมีปัญหาในเรื่องของ Non-Tariff Barrier อย่างเช่น การส่งข้าวไปที่ออสเตรเลียเราจะเจอปัญหาครับว่าออสเตรเลียมีมาตรฐานในการนำเข้าที่สูงมาก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของมอดหรือแมลงที่มีมาตรฐานสูงและมีการจำกัดถึงพันธุ์ของมอดและแมลง ที่อนุญาตให้พบในผลิตภัณฑ์การเกษตรหรือแม้แต่ปริมาณข้าวเปลือกที่อยู่ในข้าวที่ออสเตรเลีย กำหนดให้มีไม่เกิน ๕ เม็ดต่อ ๑ กิโลต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่าเปึนมาตรการการจำกัดทางการค้า ที่เปึนอุปสรรคต่อการส่งออกของประเทศไทยครับ ถ้าหากว่ากระทรวงพาณิชย์จะได้นำเรื่อง ดังกล่าวไปเจรจากับประเทศคู่ค้าก็จะเปึนประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เปึนอันว่า ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายจบแล้วนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีตอบชี้แจงครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตตอบข้อซักถามแล้วก็ข้อห่วงใยของเหล่า สมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ในวันนี้ทางคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมมาเสนอพิธีสาร ฉบับที่สองเพื่อแก้ไขข้อตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านนั้นได้อภิปรายในประเด็นข้อห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องของนมแล้วก็ โคเนื้อ ซึ่งเปึนเกี่ยวกับ FTA ระหว่างไทยกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งไม่เกี่ยวกับพิธีสาร ฉบับที่สองฉบับนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับข้อเสนอแนะข้อห่วงใยที่ท่านได้นำเสนอนั้น เปึนความหวังดีต่อพี่น้องประชาชนนะครับ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ดีทางรัฐบาลก็ดีก็จะรับ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปพิจารณานะครับ ขอตอบข้อชี้แจงนิดหนึ่งครับว่าในส่วนของการใช้สิทธิ FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ที่ท่านได้กล่าวไว้ว่าเราใช้สิทธิน้อยนะครับอยู่เพียง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วก็ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าการใช้สิทธิประโยชน์ FTA นั้นของไทยกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เราไปใช้สิทธิในการนำเข้าอีกฉบับหนึ่งนะครับ โดยเฉพาะในส่วนของออสเตรเลียนั้นเราใช้สิทธิในการนำเข้าป้ ๒๕๖๖ มีมูลค่าถึง ๖,๒๘๐ ล้านเหรียญ U.S. นะครับซึ่งใช้สิทธิถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สำหรับนิวซีแลนด์เราส่งออก ไปนิวซีแลนด์ ๑,๔๐๐ ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ใช้สิทธิถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น การใช้สิทธิในการนำเข้าสู่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นเราใช้ FTA อีกฉบับหนึ่ง ซึ่งให้สิทธิที่มากกว่าครับ กราบเรียนข้อเสนอแนะนะครับที่ท่านเปึนห่วงในเรื่องของน้ำนม ที่จะนำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งจะเปึน ๐ เปอร์เซ็นต์ในต้นป้ ๒๕๖๘ ตลอดจนโคเนื้อ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าสิ่งหนึ่งที่เราพยายามปรับปรุงมาตรฐานในการแข่งขันซึ่งเราก็ได้ พยายามทำมาตลอดระยะเวลา ๒๐ ป้นะครับ แต่ปัจจัยที่สำคัญของน้ำนมที่มาจากนิวซีแลนด์ และออสเตรเลียนั้นเราต้องยอมรับความจริงว่าประเทศเขานั้นมีพื้นที่ที่มาก มีประชากรที่น้อย พื้นที่ในการเพาะเลี้ยงโคนมเขามีพื้นที่ถึง ๒๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร คิดเปึน ๘ เปอร์เซ็นต์ สำหรับการเลี้ยงสัตว์ แล้วปรากฏว่าในธุรกิจของการเลี้ยงสัตว์นั้นเขาเปึนธุรกิจขนาดใหญ่ ในส่วนของนิวซีแลนด์มีจำนวนโคนมอยู่ประมาณ ๔.๗ ล้านตัว มีเกษตรกรนิวซีแลนด์อยู่ ๑๐,๔๘๕ รายด้วยกัน คิดเปึนอัตราเฉลี่ย ๑ คนต่อ ๔๔๘ ตัว นี่คือเกษตรกรรายใหญ่ ส่วนของออสเตรเลียนั้นมีโคนม ๒.๑ ล้านตัว มีเกษตรกร ๔,๑๕๓ ราย ถ้าคิดอัตราส่วนนั้น ๑ คนเลี้ยงโคนม ๕๐๔ ตัวนะครับ แต่สำหรับประเทศไทยนั้นเรามีโคนมอยู่ ๕๖๘,๐๐๐ ตัว มีเกษตรกร ๑๕,๐๐๐ กว่ารายด้วยกัน คิดเปึนอัตราส่วน ๑ ต่อ ๓๖ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เกษตรกร ๑ คนนั้นเรามีประสิทธิภาพในการเลี้ยงโคนมเปึนเกษตรกรรายเล็กเพียง ๓๖ ตัวเท่านั้น แต่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ประมาณ ๑ ต่อ ๕๐๐ จึงเปึนเกษตรกรรายใหญ่ เขาสามารถใช้นวัตกรรมใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งลดต้นทุนการผลิตได้ แล้วที่สำคัญ ในส่วนของอาหารสัตว์นะครับ อาหารสัตว์ที่เปึนวัตถุดิบที่จำเปึนก็คือข้าวโพด ประเทศ ออสเตรเลียนั้นสามารถผลิตข้าวโพดได้ ๑ ไร่ อยู่ประมาณ ๑.๕ ตันต่อไร่นะครับ ในขณะที่ ประเทศไทยนั้นผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๑ ไร่ได้ประมาณ ๘๐๐ กิโลกรัมนะครับ ต้นทุน ของประเทศไทยนั้นอยู่ ๗.๕๘ สตางค์ต่อกิโลกรัม นี่คือต้นทุนที่แตกต่างกันซึ่งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์นั้นมีต้นทุนอยู่เพียง ๔ บาทด้วยกันนะครับ ซึ่งเราก็พยายามทำให้ต้นทุน อาหารสัตว์นั้นต่ำลงแต่ต้องเข้าใจครับว่าพี่น้องเกษตรกรไทยเราก็มีความจำเปึนที่จะต้องทำ อย่างไรให้เขาสามารถอยู่ได้โดยการดึงราคาให้เขานั้นสามารถขายได้ในราคาประมาณ ๙ บาท ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ของประเทศไทยนั้นตกกิโลกรัมละประมาณ ๑๐ บาทด้วยกันทำให้ ต้นทุนอาหารสัตว์ของประเทศไทยสูงกว่าต่างประเทศนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วน ของแนวทางในการที่จะปัองกันทำให้น้ำนมดิบของประเทศไทยนั้นสามารถขายได้และอยู่ได้ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงโคนมนะครับ
มาตรการแรกก็คือนมโรงเรียนทั้งหมดเราต้องใช้นมดิบของประเทศไทย เท่านั้น ไม่สามารถเอานมผงของต่างประเทศมาละลายน้ำและที่สำคัญก็คือพยายาม เสริมสร้าง Know-How นวัตกรรมต่าง ๆ ให้คนไทยนั้นสามารถที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ Yoghurt ก็ดี เนยก็ดี นมข้นหวานก็ดี ตลอดจน Bakery ต่าง ๆ แล้วก็พยายามขยายตลาดในการส่งออก เราส่งออกในอาเซียนด้วยกันเราเปึนอันดับ ๑ นะครับ ตลอดระยะเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมา แล้วก็เปึนอันดับ ๗ ของการส่งออกนมในระดับโลกนะครับ ในส่วนของโคเนื้อนั้นผมเรียนอย่างนี้ครับว่าประเทศไทยได้พยายามเจรจากับประเทศจีน ตอนนี้ประเทศจีนให้เซ็นสัญญากับเวียดนามในการส่งออกสุกร ส่วนโคเนื้อนั้นให้ประเทศลาว ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้พยายามเจรจากับรัฐบาลของจีนว่าให้ประเทศไทยนั้น สามารถส่งออกโคเนื้อไปยังประเทศจีน เพียงแต่ว่าติดตรงรายละเอียดตรงที่ว่าประเทศไทยนั้น การเลี้ยงโคก็ดี การเลี้ยงสุกรก็ดี เรายังไม่ปลอดจากโรคปากเป๋ือยเท้าเป๋ือย เรามีเขตปลอดโรค ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกแล้วก็อยู่ในภาคใต้ตั้งแต่ชุมพรลงไปนะครับ แต่การปลอดโรค ของประเทศไทยนั้นยังใช้วัคซีนอยู่ ซึ่งยังไม่เปึนที่ยอมรับในเวทีสากล แต่เราได้เจรจากับ ประเทศจีนว่าในกรณีที่เราจะส่งออกไปจีนนั้นเราจะสร้างด่านกักสัตว์ขึ้นมาที่เชียงของซึ่งจะ กักเนื้อโคไว้ประมาณ ๓๐ วันนะครับ กักโคไว้ ๓๐ วัน เพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นปลอดจากโรคปากเป๋ือยเท้าเป๋ือยจริง แล้วก็สร้างโรงชำแหละ ที่ฝัืงประเทศไทยหรือฝัืงประเทศจีนนะครับอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อทำอย่างไรให้โคเนื้อ ของประเทศไทยนั้นมีตลาดในการส่งออกและไม่ทำให้ราคานั้นตกต่ำ นอกจากนี้เรายังตั้ง กองทุนช่วยเหลือเพื่อปรับปรุงภาคการเกษตรและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ด ตลาดการค้าเสรี นี่คือสิ่งที่เราพยายามทำในส่วนของรัฐบาลนะครับ ในส่วนของการเผยแพร่ FTA ต่าง ๆ ตลอดจนสิทธิบัตรยาต่าง ๆ นี้กรมเจรจาการค้านั้นได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ผมขอให้ท่านโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้านั้นเปึนผู้ชี้แจงในรายละเอียด
ส่วนในประเด็นเรื่องของการนำเข้าโควตานมซึ่งเรามีพระราชบัญญัติโคนม และผลิตภัณฑ์นม ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งมีคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์โคนมหรือ Milk Board ซึ่งจะมีอำนาจในการกำหนดปริมาณและเงื่อนไขการนำเข้าและการส่งออกโคนม เรายังมี อำนาจตรงนี้อยู่ซึ่งในขณะนี้มีการขอนำเข้าโคนมจากออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์อยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ตัน แต่อนุ Milk Board ก็ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติฉบับนี้พิจารณานำเข้าอยู่ ประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ต่อไปนะครับ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เรา พยายามที่จะรักษาเสถียรภาพราคาน้ำนมและปริมาณน้ำนมที่ใช้ในประเทศให้เหมาะสม ซึ่งเดี๋ยวผมจะขอให้คุณวรางคณา โตรส เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กรมปศุสัตว์เปึนผู้ชี้แจงครับ ก็ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีจะขอให้ท่านโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ชี้แจงต่อจากท่าน ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉัน โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศนะคะ ความตกลงฉบับนี้อาเซียน- ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์เปึนความตกลงที่จัดทำขึ้นมา ๑๐ กว่าป้แล้วนะคะ แต่ก่อนหน้านั้น จริง ๆ มีความตกลงที่เปึนลักษณะ ๒ ฝ์าย คือไทย-ออสเตรเลีย แล้วก็ไทย-นิวซีแลนด์อีก ๒ ฉบับ จัดทำขึ้นมากว่า ๒๐ ป้แล้วนะคะ ดังนั้นทางกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกระทรวง พาณิชย์ได้ดำเนินการที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องรายละเอียดของความตกลง รวมถึงเตรียม ความพร้อมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งที่ได้รับผลประโยชน์จากความตกลงแล้วก็ผลกระทบ จากความตกลง ตลอดระยะเวลา ๒๐ ป้ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันนะคะ โดยทางกรมเจรจา การค้าและกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการ อาทิเช่น ลงให้ความรู้กับภาคส่วนไม่ว่า จะเปึนธุรกิจขนาดใหญ่ผ่านทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแล้วก็สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย รวมถึงลงไปในภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาคตลอดระยะเวลา ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา รวมถึงให้ในรายละเอียดวิธีการใช้ความตกลงว่าจะต้องมีเอกสารอะไรบ้าง ดำเนินการ ยื่นอย่างไร แล้วก็จะต้องดำเนินการยื่นเอกสารอะไรบ้างมีการให้ความรู้มาโดยตลอดนะคะ แล้วก็ในช่วง ๕ ป้ที่ผ่านมากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศก็ได้มีการจัดตั้ง FTA Center ขึ้นที่กรมโดยสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับความตกลงต่าง ๆ และวิธีการใช้ประโยชน์ผ่านทาง เว็บไซต์ได้ รวมถึงมีเบอร์โทร ๕๐๗๗๕๕๕ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ ประโยชน์จากความตกลงได้ รวมถึงล่าสุดนี้เราได้มีการจัดทำ Application FTA Choice ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทาง App Store แล้วก็ Play Store ซึ่งจะสามารถ Check ได้เลยนะคะว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้จากทางประเทศคู่เจรจารวมถึงที่เราเก็บจากคู่เจรจานั้น มีอัตราอยู่ที่เท่าไรบ้างค่ะ
สำหรับการลงพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ได้แต่เพียงให้ข้อมูลเท่านั้นนะคะ ยังได้มีการ ทำงานร่วมกับสหกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสหกรณ์โคนมในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อที่จะร่วมกันพัฒนา ผลิตภัณฑ์แล้วก็มีการพาออกไปในต่างประเทศเพื่อที่จะให้ได้มีประสบการณ์นะคะว่า ในต่างประเทศมีสินค้าที่เกี่ยวข้องเราจะสามารถไปเจาะตลาดได้อย่างไร ซึ่งมีทั้งไปในประเทศ สิงคโปร์ กัมพูชา จีน แล้วก็มีการส่งออกจริงแล้วทั้งในเรื่องของที่เปึนน้ำนม กล่อง แล้วก็มี Yogurt แล้วก็รวมถึงนมอัดเม็ดก็ได้มีออกไปในประเทศเหล่านี้นะคะ
สำหรับในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาที่ท่านได้กรุณา พูดถึงนะคะ ภายใต้ความตกลงอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แล้วก็พิธีสารฉบับที่จะได้ มีการปรับปรุงในวันนี้ก็มีพูดถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาด้วย แต่ว่าส่วนใหญ่จะเปึนเรื่องของ ความร่วมมือไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องสิทธิบัตรยาหรืออะไร ทุกอย่างจะเปึนไปตามความตกลง ด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่ภายใต้องค์การการค้าโลก แล้วก็อยากจะขออนุญาตเรียนเสริม ในประเด็นที่ท่านได้กรุณาพูดถึงประเด็นทางด้านการศึกษา ในความตกลงมีการเป่ดช่องให้มี ความร่วมมือด้านการศึกษาเปึนการเฉพาะด้วย ซึ่งจะเปึนการเป่ดโอกาสให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องของอาเซียนแล้วก็ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์มาหารือกันในเรื่องการแลกเปลี่ยน นักศึกษา รวมถึงการยอมรับคุณสมบัติแล้วก็หลักสูตรระหว่างกัน แล้วก็มีประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาคการศึกษาด้วยค่ะ
และสำหรับในอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านจิตติพจน์ได้กรุณาพูดถึง ในความตกลง ฉบับนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ มีพันธกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องของ Paperless Trading คือการค้าไร้กระดาษ แล้วก็ในเรื่องของใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์หรืออิเล็กทรอนิกส์ Invoicing ด้วยนะคะ ซึ่งจะเปึนไปตามที่ท่านได้อภิปรายคืออาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ต้องการที่จะเชื่อมโยงระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็เตรียมในเรื่องของการพัฒนาเรื่องกฎหมาย เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาแล้วก็ต้นทุนของผู้ประกอบการ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ผู้ชี้แจงท่านต่อไปครับ
เรียนท่าน สส. และ สว. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางวรางคณา โตรส เปึนผู้แทนจากกรมปศุสัตว์ ในประเด็น เรื่องของการเป่ดตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์นมทั้ง ๓ ชนิด ได้แก่ นมและครีม เครื่องดื่มประเภท นมปรุงแต่ง แล้วก็นมผงขาดมันเนยนะคะ ซึ่งสินค้าทั้ง ๓ ชนิดนะคะผ่านการพิจารณาของ คณะอนุกรรมการพิจารณาจัดสรรโควตาและอัตราภาษีการนำเข้านมผงขาดมันเนย นมดิบ นมพร้อมดื่ม แล้วก็จะรอเสนอให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ในวันที่ ๒๔ ธันวาคมนี้ โดยกรอบในการพิจารณาก็จะปฏิบัติตามพันธกรณี แล้วก็จะดูอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นมนะคะ ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกคนในห่วงโซ่อุปทานสินค้าโคนม และผลิตภัณฑ์นมนะคะ ส่วนประเด็นในเรื่องของการดูแลพี่น้องเกษตรกรโคเนื้อและโคนม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะมีคณะกรรมการกำกับดูแลรายชนิดสัตว์นะคะ ก็คือจะมี คณะกรรมการนโยบายโคเนื้อกระบือและผลิตภัณฑ์นะคะ แล้วก็คณะกรรมการโคนมและ ผลิตภัณฑ์นม โดยมีแผนปฏิบัติการรองรับสินค้าทั้ง ๒ ชนิด ในการทำงานดังกล่าวจะมีผู้ที่ เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการทุกภาคส่วน เกษตรกรผู้ประกอบการที่จะดูแลในเชิงนโยบายแล้วก็ ร่วมกันแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามในแผนปฏิบัติการดังกล่าวอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของ งบประมาณก็จะนำเรียนท่าน แล้วก็ในประเด็นข้อห่วงใยของท่าน สส. และ สว. ทางเราก็จะ นำไปขับเคลื่อนในคณะกรรมการนโยบายสินค้าที่เกี่ยวข้องต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เปึนอันว่า ผู้ชี้แจงได้ชี้แจงจบแล้วนะครับ ต่อไปจะเปึนการลงมติให้ความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สอง เพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ครับ กดออด เรียกลงมตินะครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ปกติเวลาที่จะกดออดการแสดงตนต่าง ๆ มักจะมีข้อความที่ขึ้นบนจอภาพไปพร้อมกัน แต่วันนี้จอภาพไม่ได้ขึ้นนะครับ ฉะนั้นไม่แน่ใจว่าเพื่อนบางท่านอาจจะไม่ทราบว่ากำลังอยู่ใน ระหว่างการจะให้มีการแสดงตน ต้องขออนุญาตนำเรียนท่านประธานในเชิงเทคนิคด้วยครับ จะได้เดินหน้าไปพร้อมกัน ต้องเปึนแบบนี้ครับท่านประธาน กำลังขึ้นนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรแสดงตนและ กดปุ์มแสดงตนได้แล้วครับ
เรียนท่านประธานครับ สว. สากล ๑๖๒ แสดงตนครับ
ท่านประธานครับ โสภณ สว. ๑๘๒ ขอแสดงตนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ชาญวิศว์ บรรจงการ สมาชิกวุฒิสภาขอแสดงตนครับ
ยังมีท่านใดที่ยังไม่ได้ แสดงตนไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอป่ดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้เข้า ประชุม ๔๙๔ ท่าน บวกอีก ๓ ท่านเปึน ๔๙๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามมติจากที่ ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้า เสรีอาเซียน-ออสเตรีย-นิวซีแลนด์หรือไม่ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สว. สากล ภูลศิริกุล ๑๖๒ เห็นด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สว. ชาญวิทย์ บรรจงการ เห็นชอบครับ
เรียนท่านประธาน ผม โสภณ มโนมะยา สว. ๑๘๒ เห็นด้วยครับ
ท่านประธานครับ กรวีร์ ๐๐๔ เห็นด้วยครับ
ยังมีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ ถ้ามีขอเชิญใช้สิทธิได้ครับ ถ้าไม่มีผมขอป่ดการลงคะแนนนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๕๑๔ ท่าน บวกกับ ๔ ท่าน เปึน ๕๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๕๑๓ ท่าน บวก ๔ ท่าน เปึน ๕๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรี อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ขอบคุณครับ
ต่อไป
๒. เรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่องกันอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะเปึนผู้เสนอ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถที่จะ รวมระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาพร้อมกันโดยแยกลงมติในขั้นรับหลักการ แต่ละฉบับตามข้อบังคับ ข้อ ๓๓ (๑) และ (๓) จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่รับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้ไปเลยนะครับ
ด้วยคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับมายังรัฐสภาเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ (๑) และ (๒) ซึ่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับได้มีการนำเสนอรายงาน การรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก กฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว
สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๒ (๑) ประกอบข้อบังคับ ข้อ ๘๔ วรรคสอง กำหนดให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ประธานรัฐสภาได้สั่งบรรจุระเบียบวาระ
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๕๒ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมครับ ท่านที่ ๑ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านที่ ๒ นายบดินทร์ กรีฑาธร ผู้อำนวยการสำนักคดี ท่านที่ ๓ นางสาวจิราพร บุรินทรวานิช ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ท่านที่ ๔ นางสาวป่ยพร อุปพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย ๒ ท่านที่ ๕ นางสาวสรัลรัตน์ จันทวี พนักงานไต่สวนระดับกลางครับ ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญ ผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อรัฐสภา โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ค่ะ
หลักการนั่นก็คือเปึนการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๓ ในประเด็นดังต่อไปนี้ค่ะ
ประเด็นที่ ๑ เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมยกเว้นความรับผิดชอบ ผู้ให้ถ้อยคำ แจ้งข้อมูลหรือเบาะแสหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางวินัย โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓๒
หลักการข้อที่ ๒ นั่นก็คือกำหนดกระบวนการขั้นตอนและมาตรการในการ ให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ เพิ่มมาตรา ๑๓๒/๑ และ มาตรา ๑๓๒/๒
หลักการในข้อที่ ๓ นั่นก็คือกำหนดหลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ซึ่ง ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ เพิ่มเติมมาตรา ๑๓๒/๓
หลักการข้อที่ ๔ คือการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของกองทุนปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อให้ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือบุคคล ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๖๒ (๒) ค่ะ
เหตุผลนั่นก็คือมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติ ให้รัฐต้องมีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อให้มีส่วนร่วม ในการรณรงค์ให้ความรู้ต่อต้านหรือแจ้งเบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมาย บัญญัติ แต่โดยที่ปัจจุบันยังขาดกลไกในการที่จะให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ที่ให้ถ้อยคำ แจ้งข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสหรือแสดงความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเปึน เหตุให้บุคคลดังกล่าวอาจถูกร้องทุกข์ ถูกกล่าวโทษ หรือว่าถูกฟัองคดี หรือถูกดำเนินการ ทางวินัยจากการดำเนินการดังกล่าว สมควรกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองและช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการปัองกันและการปราบปรามการทุจริตค่ะ
ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อกล่าวถึงการฟัองคดีป่ดปาก นั่นก็คือการขัดขวาง หรือว่าการคุกคาม โดยใช้กระบวนการยุติธรรมที่มีการฟัองคดีเปึนเครื่องมือ โดยมีวัตถุประสงค์ ในการฟัองนะคะเพื่อยับยั้งข่มขู่ประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมหรือแจ้งเบาะแสเพื่อปกปัอง ผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งผู้ฟัองคดีไม่ได้มุ่งหวังที่จะมีผลแพ้หรือชนะของคดี แต่มุ่งผลเพียงเพื่อให้ ประวิงเวลาและลดทอนประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ทั้งกระบวนการตั้งแต่ในชั้นของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ศาล รวมไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ท่านประธานที่เคารพคะในปัจจุบัน แม้จะมีการให้ความคุ้มครองและเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตอันเปึนกลไก ที่ได้รับรองไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๒ ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ และมาตรา ๑๓๒ ที่ได้กำหนดให้มีความคุ้มครองของผู้แจ้งถ้อยคำและ แจ้งเบาะแสแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยไม่ต้องมีความผิดทั้งทางแพ่งและไม่มีความผิด ทั้งทางอาญาก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีค่ะท่านประธานคะ บทบัญญัติดังกล่าวเปึนเพียงบทบัญญัติ ที่สันนิษฐานว่าการกระทำนั้นไม่ถือเปึนความผิด ซึ่งมีผลเพียงให้ประชาชนที่ได้รับ ความร่วมมือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการแจ้งข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตค่ะ แล้วต่อมาถูกฟัองคดีป่ดปากจะต้องไปดำเนินการยกขึ้นเปึนประเด็นที่ต่อสู้ด้วยตนเองจนกว่า จะพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าตนอยู่ในข่ายได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ แต่กฎหมายไม่ได้ บัญญัติมาตราหรือกลไกใด ๆ ที่จะให้ความช่วยเหลือในระหว่างที่ประชาชนนั้นถูกฟัองคดี จึงย่อมเปึนการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ที่ให้ความร่วมมือกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนอย่างมาก อีกทั้งยังเปึนการขัดขวางและลดทอนประสิทธิภาพ ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตค่ะท่านประธานคะ ดังนั้นจึงมีกลไกในการคุ้มครอง และช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ชี้ช่องเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตซึ่งเปึนหลักเกณฑ์สำคัญในการ ปัองกันของผู้ถูกฟัองคดีป่ดปาก โดยกำหนดให้มีกลไกคุ้มครองและช่วยเหลือในคดีผู้ที่ ให้ถ้อยคำแจ้งข้อมูลเบาะแสหรือแสดงความคิดเห็น เมื่อถูกร้อง ถูกกล่าวโทษ ถูกฟัองคดี หรือถูกดำเนินการทางวินัยจากการดำเนินการดังกล่าวที่ได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้อง รับผิดชอบทั้งทางแพ่งทางอาญาแล้วก็ทางวินัยและได้รับความช่วยเหลือในการต่อสู้คดี เช่น การจัดหาทนายความให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีให้ความช่วยเหลือในการ ปล่อยตัวชั่วคราวย่อมมีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ ขอกราบเรียนว่าการกำหนดให้มีกลไกในการคุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ชี้ช่อง เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตเพื่อเปึนการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วม ในการรณรงค์ให้ความรู้ต่อต้านหรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมาย บัญญัติให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ในหมวด ๕ ซึ่งเปึนหน้าที่ของรัฐ จึงจำเปึนจะต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานคะการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้เปึนการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ต้องบอกว่าฉบับปรับปรุง ซึ่งได้ให้ความสำคัญ ในกิจกรรมของการปฏิรูปที่จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ในกิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ ในการพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส การทุจริตที่มีประสิทธิภาพที่ได้กำหนดให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อปัองกันไม่ให้ มีการฟัองร้องดำเนินคดีกับบุคคลที่แสดงความเห็นหรือเป่ดโปงเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต และประพฤติมิชอบกฎหมายปัองกันการฟัองป่ดปากให้มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตมาเพื่อให้รัฐสภาได้พิจารณาลงมติเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการ วิสามัญในโอกาสต่อไป ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ผู้เสนอต่อไป
เรื่องด่วนที่ ๑๙ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เปึนผู้เสนอ)
ขอเชิญแถลงหลักการเหตุผลครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับผมได้รับมอบหมายจากคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศรแล้วก็คณะที่เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินะครับ ซึ่งก็มีหลักการและเหตุผลในการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๖๑ โดยหลักการเปึนการยกเลิกการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับผู้กล่าวหาซึ่งเปึน บุคคลที่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร โดยยกเลิกมาตรา ๙๖ และกำหนดให้บรรดาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของอัยการก่อนวันที่จะตราพระราชบัญญัตินี้ ประกอบรัฐธรรมนูญบังคับใช้ให้โอนไปยังอัยการสูงสุดเปึนผู้ดำเนินการในคดีอาญาทุจริตและ ประพฤติมิชอบตามมาตรา ๔ ทั้ง ๒ มาตราที่ร่างขึ้น เปึน ๑ Jigsaw เล็ก ๆ ของการปฏิรูป ในกระบวนการยุติธรรมของศาลทหาร ท่านประธานครับในพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหารนั้นเขียนเอาไว้ว่าบุคคลที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารก็คือบรรดาทหาร กรณีที่ผ่านมา เวลามีการตรวจสอบคดีทุจริตประพฤติมิชอบ อย่างเช่น คดี GT200 คดี ALPHA 6 บุคคล ที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารก็ต้องขึ้นตรงกับศาลทหาร ซึ่งประชาชนก็ตั้งข้อสงสัย ตั้งข้อสอบถาม ว่าเหตุใดจะมีการช่วยเหลือกันหรือไม่ ด้วยเหตุผลหลายประการซึ่งผมจะได้อธิบายเหตุผล และความจำเปึนให้ฟัง ดังนั้นนะครับท่านประธาน กรณีของการที่บุคคลที่อยู่ในศาลทหาร แล้วขึ้นศาลทหารก็มีปัจจัยที่จะต้องมาตรวจสอบถึงการถ่วงดุลอำนาจในการใช้อำนาจของศาล
ด้วยเหตุผลข้อที่ ๑ ท่านประธานครับในศาลทหารนั้นปกติใช้วิธีระบบ การกล่าวหา นั่นหมายความว่าโจทย์จะเปึนผู้ที่นำอัยการโจทย์ซึ่งเปึนทหารเช่นเดียวกัน อยู่ภายใต้สังกัดกรมกองเดียวกันคือตุลาการพระธรรมนูญนะครับ อัยการทหาร ทนายจำเลย อยู่ภายใต้สังกัดเจ้ากรมพระธรรมนูญซึ่งอยู่ภายใต้หน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาแน่นอนจะต้องมีความสัมพันธ์กัน รู้จักกัน ซึ่งปกติในระบบของศาลยุติธรรมไม่เปึนแบบนั้น อัยการก็มีหน่วยงานขึ้นตรงแยกนะครับ ศาลยุติธรรมก็ขึ้นตรงแยกโดยตุลาการ มีการควบคุมกำกับโดยประธานศาลฎีกา ดังนั้นครับ ท่านประธานเมื่อคดีทุจริตซึ่งเปึนระบบกล่าวหา มีการรู้จักมีความสัมพันธ์กันก็เปึนข้อติฉินนินทา ในการทำงาน
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน อย่างที่บอกไปพอเปึนระบบการกล่าวหาแล้ว แม้ว่าในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความอาญาทุจริตนี้จะบอกว่าให้กรมพระธรรมนูญไปออก ระเบียบที่เปึนเกี่ยวกับการไต่สวนได้นะครับ แต่ว่าด้วยความชำนาญการ ด้วยความเชี่ยวชาญ ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าศาลอาญาทุจริตมีผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ทำหน้าที่ในการเข้าใจระบบ ของการไต่สวนคดีนะครับ มีการเรียกพยานเอกสารเพิ่มเติม มีการซักถามพยานที่เปึน ผู้เชี่ยวชาญอาจจะเปึนนักบัญชี นักวิเคราะห์บัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชีต่าง ๆ ได้เข้าใจหรือ การบันทึกถ้อยคำของกระบวนพิจารณาคดีสามารถที่จะเข้าใจเนื้อหาอรรถคดี ประเด็นแห่งคดี ได้เข้าใจละเอียดมากกว่า ดังนั้นเมื่อ ๒ ศาลพิจารณาคดีแตกต่างกันก็เกิดคำถามกับพี่น้อง ประชาชนครับ
ท่านประธานครับนอกจากนี้ถ้าจะสังเกตในพระราชบัญญัติปัองกันและ ปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายหรือ พ.ร.บ. อุ้มหายที่เราเรียกกัน มีการร่างมาตรา ๓๔ ขึ้นมาครับ ซึ่งให้อำนาจศาลอาญาทุจริต มีอำนาจเหนือบุคคลที่อยู่ใน อำนาจของศาลทหารในการดำเนินคดี แปลง่าย ๆ บรรดาคดีที่กระทำผิดในพระราชบัญญัติ การปัองกันและปราบปรามการทรมานและการอุ้มหายนี้ พ.ร.บ. อุ้มหายนี้นะครับ ซึ่งเราจะ เจอบ่อย ๆ ที่จะถูกบังคับใช้ เช่น กรณีของการซ้อมทรมานในค่ายทหาร หรือการบังคับ นายทหาร พลทหารให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้หรือซ้อมทรมานเขาจนถึงแก่ชีวิตและความตาย แบบนี้ก็เข้าข่ายกระทำความผิดฐานประพฤติมิชอบ ซึ่งแน่นอนจะต้องไปขึ้นศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบ แต่ตอนนี้ยังไม่มีสักเคสเดียวที่มาถึงศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ เพราะสุดท้ายเมื่ออัยการไม่เข้าใจกระบวนการขั้นตอนก็จะส่งฟัองไปที่ศาลทหาร ดังนั้นครับ ท่านประธานเพื่อให้เกิดความเปึนธรรมสอดคล้องต้องกัน หนึ่งในการแก้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญในการยกเลิก นี่คือการนับหนึ่งให้อัยการสูงสุดนี้เปึนอัยการทหารแทน ดำเนินกระบวนพิจารณา ให้ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบดำเนินคดีบุคคลใดก็ตามที่อยู่ใช้อำนาจรัฐในการทุจริต และประพฤติมิชอบ ไม่ใช่พอพลเรือนไปขึ้นศาลหนึ่ง พอเปึนทหารไปขึ้นอีกศาลหนึ่ง นี่ก็คือ ข้อครหาที่เกิดขึ้นในสังคม นอกจากนี้ครับท่านประธานก็คือกรณีเรื่องของการบังคับใช้ ร่างกฎหมายซึ่งในการเชี่ยวชาญของตุลาการที่จะพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ บรรดาตุลาการก็จะมีการไปอบรมหรือว่าจะเปึนบุคคลที่เข้าใจในวิชาชีพเฉพาะทางนะครับ ก็จะสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาได้เปึนขั้นเปึนตอน แต่ในขณะที่ตุลาการที่อยู่ในศาลทหาร จะประกอบด้วย ๓ ส่วน ๒ ส่วนหลัก ๆ ๑. ก็คือตุลาการที่เปึนนายทหารพระธรรมนูญ ซึ่งก็จะมีการจบเนติบัณฑิตนะครับ แต่ว่าอีก ๒ ท่านก็จะเปึนตุลาการที่มาจากนายทหาร สัญญาบัตรซึ่งก็จะเปึนเชี่ยวชาญเฉพาะวิชาการทางทหาร ดังนั้นครับท่านประธานเมื่อเห็น องค์ประกอบขององค์คณะในการพิจารณาคดีแล้วก็จะพบว่าถ้าไปอยู่ในศาลอาญาทุจริต ก็จะเปึนท่านผู้พิพากษาที่เข้าใจในคดีเชี่ยวชาญนั้นอย่างแท้จริง
ท่านประธานครับปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างของศาลทหารยังขาดหน่วยงานกลาง และเจ้าหน้าที่พนักงานคดีที่ดำเนินการเกี่ยวกับคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยเฉพาะด้วย ท่านประธานครับเมื่อเปรียบเทียบศาลทหารชั้นต้นกับที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบนะครับ ประกอบด้วยศาลทหารกรุงเทพฯ ก็มีเขตอำนาจไม่จำกัดพื้นที่ แล้วก็ศาลมณฑลทหารที่มีเขตอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดเขตอำนาจศาลทหารนะครับ ซึ่งหากผู้กระทำผิดในคดีประพฤติมิชอบก็ต้องขึ้นศาลทหารกรุงเทพฯ หรือว่าศาลมณฑล ทหารที่มีเขตอำนาจ ข้อแตกต่างที่กฎหมายมีข้อกำหนดในเรื่องของการวิธีพิจารณาความนี้ คือทหารจะมีรูปแบบลักษณะดำเนินการทั้งในระบบกล่าวหาอย่างที่ผมได้บอกไปนะครับ แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความลักลั่นของโครงสร้างเพราะว่าโครงสร้างของศาลทหารยังไม่มี แผนกที่จัดตั้งเกี่ยวกับการทำงานด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบนะครับ ไม่มีอัตรา กำลังคนและภาระงานที่รับผิดชอบนะครับ เปึนเจ้าหน้าที่ฝ์ายทหารซึ่งรับผิดชอบรูปแบบของ คดีพิเศษแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นลักษณะงานหน้าที่เฉพาะกับงานที่ทำอยู่ก็จะไม่เข้าใจ ไม่เชี่ยวชาญในคดีนั้น ๆ ท่านประธานครับนอกจากนี้ปัญหาการรับรู้หลักการของระบบไต่สวน ในกระบวนการยุติธรรมก็เปึนสิ่งสำคัญด้วยนะครับ ซึ่งผมก็อยากจะให้ทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาคดีมีความเชี่ยวชาญ แม้ว่าจะเปึนอัยการทหารหรืออัยการสูงสุดย่อมจะมี ประสบการณ์ที่แตกต่างกันในการทำคดี เพราะว่าอัยการสูงสุดก็เปึนผู้ที่จะต้องตรวจสอบ สำนวนนะครับ ก็จะมีมาตรฐานการทำงานเดียวกันกับพลเรือนแต่เมื่อส่งให้อัยการทหาร แน่นอนก็จะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยนะครับไม่ใช่ว่าท่านเหล่านั้นไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่มีความสามารถนะครับ แต่เปึนเรื่องของความแตกต่างกันในลักษณะของการทำงาน ท่านประธานครับนอกจากนี้ปัญหาเชิงนโยบายต่อการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในศาลทหารนี้นะครับจะเห็นว่าแนวทางการปฏิบัติตามพันธกิจที่มุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เรียบร้อยแล้วประสิทธิภาพเปึนสากลนี้ ยังไม่มีความสมบูรณ์ในการอำนวยความยุติธรรม ผมยกตัวอย่างที่สำคัญเลยนะครับ อย่างเช่นกรณีที่คดี GT200 หรือคดี ALPHA 6 กรณี ถ้าหากว่าบุคคลที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารนั้นมียศ ชั้นยศที่สูงนะครับ จะทำให้ผู้พิพากษา ตุลาการที่ทำหน้าที่ในขณะนั้นจะต้องมีชั้นยศที่สูงกว่า ดังนั้นหากผู้ถูกดำเนินคดีเปึนยศนายพล ขึ้นไปจะเกิดช่องว่างทางกฎหมายอย่างหนึ่งครับ คือว่าในพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร เขียนเอาไว้ว่ากรณีที่แบบนี้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในการดึงบุคคลภายนอก ที่มียศสูงกว่าผู้ต้องหาหรือจำเลย ผู้ถูกร้องนี่นะครับเข้ามาเปึนองค์คณะได้ ท่านเห็นไหมว่านี่ จะไม่เกิดขึ้นในระบบศาลยุติธรรมแน่นอน ไม่มีว่าผู้พิพากษาท่านนี้อ่อนกว่าจำเลย ต้องเอา ผู้พิพากษาที่อายุสูงกว่าหรือมีชั้นยศมากกว่านะครับ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นในศาลยุติธรรม ท่านประธานครับดังนั้นการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะเปึนหนึ่งใน Jigsaw สำคัญ ที่จะทำให้ศาลทหารมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น คือพูดง่าย ๆ คดีที่ตนเองไม่ชำนาญ คดีที่ไม่มีความเชี่ยวชาญก็โอนไปให้ศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบดำเนินการเสีย ซึ่งหนึ่ง ในขั้นตอนนั้นก็คือการให้อัยการสูงสุดเปึนผู้ทำหน้าที่ในการพิจารณาคดี ซึ่งเปึนเหตุผล และที่มาที่ทำให้ต้องมีการเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเชิญ ท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ท่านแรกคือท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ขอเชิญครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขอสนับสนุนร่างทั้ง ๒ ฉบับ และเสนอว่าขอให้รัฐสภาได้รับหลักการ ของร่างทั้ง ๒ ฉบับ คือร่างของคณะรัฐมนตรีและร่างของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ ผมจะขออภิปรายเฉพาะข้อกฎหมายล้วน ๆ นะครับ เผื่อว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นมาจะได้กรุณานำไปพิจารณา
เรื่องแรก ร่างของคณะรัฐมนตรีก่อนนะครับ ผมขอเริ่มเปึนมาตราเลยนะครับ มาตรา ๓ ที่แก้มาตรา ๑๓๒ ที่บอกว่าผู้ใดให้ถ้อยคำแจ้งข้อมูลหากได้กระทำโดยสุจริตผู้นั้น ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญาและทางวินัย ผมขอตั้งคำถามว่า ใครเปึนคนชี้ครับ ใครเปึนคนชี้ว่าเปึนการทำโดยสุจริตหรือไม่สุจริต และการชี้อย่างนี้เปึนบทบังคับ เด็ดขาดหรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในมาตรา ๑๓๒ ที่แก้นี่บอกว่า ถ้าชี้ว่ากระทำสุจริต แล้วผู้นั้นย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญา ผมขอถามว่าถ้าเกิด ดำเนินคดีไปเรื่อย ๆ แล้วถึงศาลฎีกาเกิดยกฟัองผู้ต้องหาโดยไม่เชื่อถ้อยคำหรือหลักฐาน ผลมันจะเปึนอย่างไรครับทางกฎหมาย นั่นคือคำถามแรกนะครับ
กรณีที่ ๒ คือในมาตรา ๑๓๒/๑ ก็เช่นกันครับ ระบุไว้ตอนกลางว่าให้พนักงาน เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ หรือไม่ เช่นเดียวกันใครเปึนคนชี้ครับ เป่ดการวิ่งเต้นได้ไหมว่าสุจริตหรือไม่สุจริต แล้วถ้า ป.ป.ช. ชี้ว่าไม่สุจริตนี่ข้อมูลที่ผู้ให้ถ้อยคำมามันจะเก็บไว้เปึนความลับหรือเปล่า แล้วถ้าเกิด เอาไปใช้ ผู้ที่ถูกกล่าวหาเอาไปใช้ฟัองผู้ที่มาให้ถ้อยคำจะทำอย่างไร ได้รับความคุ้มครองหรือเปล่า
กรณีที่ ๓ กรณีตามมาตรา ๑๓๒/๒ (๑) กรณีถูกฟัองคดีแพ่ง ท่านบอกว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ เขาขอสนับสนุนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ผมขอถามทางฝ์ายกฎหมาย ป.ป.ช. เกิดมีการฟัองคดีกับผู้ให้ถ้อยคำคดีแพ่ง แล้วศาลพิพากษา ให้ชำระ ๑๐ ล้านบาท ทำอย่างไรครับ แล้วมีการอุทธรณ์ อุทธรณ์ก็ไม่ใช่เปึนการทุเลาการบังคับคดี เงิน ๑๐ ล้านบาทนี้ใครจะเปึนคนวางครับ ผู้ให้ถ้อยคำหรือใครครับ
ต่อไปก็คือกรณีตามมาตรา ๑๓๒/๒ (๒) (ข) ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ (ก) บอกว่าถ้าการดำเนินการของพนักงานสอบสวนก็ส่งความเห็นของ ป.ป.ช. ไปได้ แต่ถ้าถูก ฟัองคดีอาญาในคดีที่ราษฎรเปึนโจทย์เอง กรณีแบบนี้สำนวนความเห็นของ ป.ป.ช. ทำอย่างไรครับ จะถูกส่งไปที่ศาลด้วยหรือเปล่าหรือว่าคนที่ถูกฟัองจะต้องมาขอยืมสำนวน จาก ป.ป.ช.
ถัดไปในมาตรา ๑๓๒/๒ (๒) (ง) การสนับสนุนค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ในการต่อสู้คดีจะสนับสนุนทั้งหมดหรือเปล่าครับ คำว่าสนับสนุนนี่เท่าไรครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือทั้งหมด
ถัดไป (จ) การช่วยเหลือในการปล่อยตัวชั่วคราว อันนี้รวมถึงการหลักประกัน หรือเปล่าครับ หลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราว ทำสัญญาหลักประกัน การวางเงินสด ด้วยหรือเปล่า แล้วเช่นเดิมนะครับ ถ้าศาลฎีกายกฟัองแล้วผู้ให้ถ้อยคำที่เปึนจำเลยจะต้องมา ชำระกับ ป.ป.ช. หรือเปล่า อันนี้อาจจะไม่ต้องตอบก็ได้แต่ผมขอฝากไว้ใน ป.ป.ช. ในกรณี ที่ท่านไปนั่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ ร่างของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งผมขอสนับสนุนและขอให้ทางรัฐสภานี้รับหลักการเพื่อจะไปพิจารณา ร่วมกัน ผมมีอยู่ ๒ ๓ ประเด็นเท่านั้นนะครับ
ประเด็นแรก คือตามมาตรา ๓ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๖ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ถ้าเรามาดู มาตรา ๙๖ มันอยู่ในหมวด ๔ ส่วนที่ ๑ เกี่ยวกับการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ของรัฐ มันมี หลักการสำคัญอยู่ ๓ มาตรา คือมาตรา ๙๕ ๙๖ ๙๗ มาตรา ๙๕ นี้พูดถึงกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา เปึนอัยการสูงสุดครับ ยกเว้นคือให้ประธาน ป.ป.ช. เปึนคนกล่าวหา อันนี้ผมก็เห็นด้วย ข้ามไปมาตรา ๙๖ เปึนมาตรา ๙๗ ครับ กรณีผู้กระทำความผิดเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่างประเทศซึ่งให้อัยการสูงสุดดำเนินคดี ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่มาตรา ๙๖ นี้ผมไม่เข้าใจเลย มันโผล่มาได้อย่างไร มาตรา ๙๖ ว่าอย่างไรครับ มาตรา ๙๖ คือในการดำเนินคดีกับผู้ถูก กล่าวหาที่เปึนบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร และเปึนคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารให้อัยการสูงสุด เปึนอัยการศาลทหารตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร หรือมอบอำนาจให้อัยการ ศาลทหารเปึนผู้ฟัองคดีแทนก็ได้ ผมจึงเห็นว่าเพื่อจะให้สอดคล้องกับร่างของ ครม. ผมจึงเห็นด้วย ว่าควรจะยกเลิกมาตรานี้ออกไป ถามว่ามีผลกระทบหรือครับ บางท่านบอกว่าจะต้องไปแก้ ธรรมนูญศาลทหาร ป้ ๒๔๙๘ ผมว่าไม่ต้องแก้ ทำไมครับ เพราะว่า พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ป้ ๒๔๙๘ มาตรา ๑๔ เขียนไว้ชัดเจน คดีที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารคือ (๑) คดีที่บุคคล อยู่ในอำนาจศาลทหารและบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดร่วมกัน คดีทุจริต ร้อยทั้งร้อยมันปรบมือข้างเดียวดังไม่ได้ มันจะต้องมีส่วนอื่นที่ไม่ใช่ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมขอสรุปท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่าด้วยเวลาอันจำกัดนี้ผมขออภิปรายข้อกฎหมายล้วน ๆ ที่ผ่านมา และขอเสนอให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้รับหลักการของร่างทั้ง ๒ ฉบับ เพื่อความสมบูรณ์ ของกฎหมาย ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป ขอเชิญนางสาวนันทนา นันทวโรภาส ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในเบื้องต้น ขอเรียนว่าดิฉันสนับสนุนร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ แต่ดิฉันมีเวลาอภิปรายเพียง ๔ นาทีครึ่ง เนื่องจากท่านประธานจัดสรรเวลามาให้ สว. เพียง ๖๐ นาที มี สว. อภิปราย ๑๓ คน แบ่ง ๆ กันไปเหมือนอภิปรายพอเปึนพิธี แตะ ๆ แล้วก็จบ เรื่องสำคัญแบบนี้ควรให้เวลาเพราะว่า ประชาชนเขาอยากรู้ว่าเราจะผ่านร่างกฎหมายอะไรมาบังคับใช้กับเขา ซึ่งหากไม่มีเวลาจริง ๆ ดิฉันก็เข้าใจได้นะคะ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือดิฉันเพิ่งได้รับแจ้งว่าวุฒิสภา จะงดการประชุมในวันอังคารที่ ๒๔ ธันวาคมนี้ ก็ถ้างดประชุมก็แปลว่าไม่มีวาระจะประชุม แล้วทำไมพอมีวาระสำคัญ ๆ จึงมาจำกัดเวลาแบบนี้ล่ะคะ อย่าเหมารวมว่า สว. ทั้งหมด ไม่ชอบอภิปราย สนใจแต่จะโหวตตาม Line เท่านั้น ที่กล่าวมาทั้งหมดเปึน Introduction ค่ะ หวังว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่จับเวลานะคะ เนื้อหาเริ่มตรงนี้ เริ่มจับเวลาได้ค่ะ ต้องขอบคุณ ครม. ที่เสนอร่างกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองแก่พยานผู้ให้ข้อมูลเบาะแสการทุจริต และ สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะที่เสนอเรื่องที่จะนำคดีทุจริตของเจ้าหน้าที่ทหารไปขึ้นกับ ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตเช่นเดียวกับพลเรือน เราทุกคนทราบดีค่ะว่าปัญหาการทุจริต เปึนเรื่องใหญ่มากในสังคมไทยค่ะ เปึนลูกตุ้มใหญ่ยักษ์ที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศไทยค่ะ สร้างความไม่เปึนธรรมในสังคมและเปึนสาเหตุสำคัญของความเจ็บป์วยของประเทศไทย มายาวนานนะคะ ที่จริงเปึนความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่สังคมไทยจะต้องสังคายนาและจัดวาง ระเบียบกันใหม่เพื่อขจัดคอร์รัปชันให้หมดไปหรือให้เหลือน้อยที่สุด ดิฉันอยากจะบอกค่ะว่า ร่างกฎหมายที่เสนอมานั้นยังน้อยเกินไป มันไม่พอที่จะทำให้เราแก้ปัญหาการทุจริตที่เลวร้ายมาก ในประเทศไทย สิ่งที่ร่าง ครม. เสนอคือการให้ความคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ที่ให้เบาะแส เกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งดิฉันก็เห็นว่าเปึนสิ่งที่ดี หลายประเทศก็ได้ใช้ระบบนี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่า ระบบ Whistleblower หรือคนเป์านกหวีด แต่การที่จะให้ความคุ้มครองทางกฎหมายน่าจะ ไม่พอ จะต้องช่วยมากกว่านี้ อาทิเช่น มีมาตรการคุ้มครองชีวิตของเขา มีค่าเสียเวลาหรือ เงินรางวัลให้แก่ผู้ที่ให้เบาะแสการทุจริต คล้าย ๆ กับสินบนนำจับยาเสพติด เพราะการกระทำ ทั้ง ๒ อย่างนี้เลวร้ายพอ ๆ กัน เทียบเคียงกันได้ ท่านประธานที่เคารพคะ มาตรการในการ ขจัดทุจริตในประเทศไทยต้องทำหลายส่วน ตั้งแต่ค่านิยมในสังคม การศึกษา กระบวนการ หล่อหลอมทางสังคม ระบบการเมือง ระบบการตรวจสอบควบคุม ในบรรดามาตรการทั้งปวงนี้ ระบบการตรวจสอบ Accountability คือแก่นของการปราบทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าเราจะแก้ปัญหา คอร์รัปชันเราจะต้องทำ ๖ ด้านไปพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือ DQDFSG D แรกคือ Dog Nose หรือระบบดมกลิ่น งานปราบปรามทุจริตที่ดีต้องทำแบบสุนัขดมกลิ่นคือต้องไวและมีการข่าว ที่ดี Q คือ Quick Respond ระบบตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต้องเข้าไปตรวจสอบรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานต่าง ๆ อย่างทันท่วงที D ที่ ๓ ก็คือ 1 Division Combat Force นั่นหมายถึงว่า ป.ป.ช. จะต้องมีกำลังพลขนาด ๑ กองพล ปัจจุบัน ป.ป.ช. นั้นมีกำลังพลอยู่ประมาณ ๓,๕๐๐ คน นั่นเท่ากับสัดส่วน ๑ : ๑๐๐๐ ประชากรซึ่งน้อยเกินไป F คือ Fastrack Judicial Process หรือกระบวนการยุติธรรมเพื่อปราบทุจริตโดยเฉพาะ ดิฉันหมายถึงกระบวนการ ยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบสอบสวนดำเนินคดี ระบบอัยการ ระบบศาล ที่ทำหน้าที่ เรื่องการทุจริตโดยเฉพาะ แยกออกจากคดีทั่วไปและดำเนินการอย่างรวดเร็ว และ S คือ Severe Punishment คือการลงโทษที่เฉียบขาด ๑. ทรัพย์ที่ได้มาโดยทุจริตต้องถูกริบ เปึนของรัฐทั้งหมดทุกกรณี ๒. ศาลต้องกำหนดโทษจำคุกขั้นต่ำทุกกรณี และ ๓. บุคคล ที่ต้องโทษในคดีทุจริตต้องไม่มีสิทธิกลับเข้ามาในวงราชการหรือวงการเมืองตลอดชีวิต และ G สุดท้ายคือ Good Governance อำนาจการตรวจสอบทุจริตต้องมาโดยธรรมาภิบาลที่ดี ต้องเปึนอำนาจที่บริสุทธิ์ ไม่ยึดโยงกับคนกลุ่มใดนอกจากประชาชน ดิฉันมั่นใจค่ะ ถ้าเรา สังคายนาระบบการตรวจสอบการทุจริตและปรับปรุงประสิทธิภาพแบบครบวงจรทั้งองคาพยพ กล่าวคือทำให้คนทุจริตถูกจับได้ง่ายมีสายตาที่ตรวจจับอยู่ทุกที่ทำคดีและตัดสินให้เร็ว รับโทษจริงตามความผิดและมีการควบคุมระบบทั้งหมดที่มีประสิทธิภาพปัญหาการทุจริต ในประเทศไทยจะต้องดีขึ้นแน่นอน ฝากไว้ให้พิจารณาค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านต่อไปนะครับขอเชิญ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรีและของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับโดยเฉพาะร่างของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากผลการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมีความเห็นเปึน ๒ แนวทาง คือเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยครับ ส่วนตัวผมแล้วเห็นด้วยกับหลักการในการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลก็คือการให้ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีอำนาจในการพิจารณา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่ในเขตอำนาจของศาลทหารมาเปึนศาลยุติธรรม ซึ่งใช้ระบบ ไต่สวนมีความเหมาะสมและเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศาลอาญาทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ที่มีหลักการเพื่อให้การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเปึนไป ด้วยความรวดเร็วมีประสิทธิภาพและเสมอภาค ประกอบกับการโอนคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ชั้นศาลทหารไปพิจารณาในคดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบ มิได้ส่งผล กระทบต่อหน้าที่และอำนาจของกรรมการ ป.ป.ช. แต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ ประโยชน์ที่ประชาชนและสังคมได้รับจากการแก้ไขเพิ่มเติมร่างฉบับนี้ คือการดำเนินคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบได้รับการพิจารณาภายใต้มาตรฐานและหลักการเดียวกันไม่ว่า เปึนประชาชน ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร และการปัองกันปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ คดีความที่เกี่ยวข้องได้รับการพิจารณา อย่างรวดเร็ว เสมอภาค เปึนธรรม เกิดเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐและประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๙๖ บัญญัติไว้ว่า ในการดำเนินคดี กับผู้ถูกกล่าวหาที่เปึนบุคคลอยู่ในอำนาจศาลทหารและเปึนคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร ให้อัยการสูงสุดเปึนอัยการทหารตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารหรือจะมอบหมาย ให้อัยการทหารเปึนผู้ฟัองคดีแทนก็ได้ ในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมขอสนับสนุน ร่างของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นะครับ ก็คือในมาตรา ๓ ให้ยกเลิกความมาตรา ๙๖ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ และมาตรา ๔ บรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ของอัยการทหาร ก่อนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับให้โอนไปยัง อัยการสูงสุดเปึนผู้ดำเนินการในศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในประเด็นนี้ผมขอเพิ่มเติมสักเล็กน้อยก็คือควรจะแก้ไขกรณีที่ข้าราชการ ถูกดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยู่ในชั้นอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. เมื่อมี ความเห็นว่าชี้มูลความผิดแล้วส่งเรื่องให้อัยการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบพิจารณา ผลปรากฏว่าอัยการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบมีความเห็นว่าข้อเท็จจริงไม่สมบูรณ์ ผมจึงมีความเห็นว่ากรณีเช่นนี้มิต้องตั้งกรรมการร่วม ๒ ฝ์าย ระหว่างอัยการปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบกับอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. ครับเมื่อพิจารณาถึงมูล ความคิดว่าจะฟัองหรือไม่ฟัองผมมีความเห็นว่าเมื่ออัยการมีความเห็นว่าข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่สมบูรณ์คดีนี้ก็ควรระงับไป มิต้องนำมาฟัองซ้ำอีกถ้าเปึนอย่างนี้แล้วจะส่งให้อัยการ ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบพิจารณาไปเพื่ออะไร เรื่องนี้ก็ต้องแก้ไขด้วยครับ ท่านประธานครับ
อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยกับมาตรา ๔ ของร่างคณะรัฐมนตรีที่เพิ่มความในมาตรา ๑๓๒/๑ มาตรา ๑๓๒/๒ และมาตรา ๑๓๒/๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ร่างข้อความโดยรวมเปึนการคุ้มครองให้ความช่วยเหลือพยานของ ป.ป.ช. การว่าความให้พยาน ที่ถูกฟัองคดีหรือการจ้างทนายความให้พยานที่ถูกฟัองคดีเรียกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้กับพยานที่ถูกฟัองคดี อันนี้ผมก็เห็นด้วยกับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ
สำหรับเรื่องเยียวยาให้กับจำเลยที่ถูก ป.ป.ช. ดำเนินคดี เมื่อศาลพิพากษา จำเลยถึงที่สุดแล้วยกฟัองขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชดเชยหรือเยียวยาทั้งตำแหน่งหน้าที่ การงาน และขอรับค่าเสียหายจากกองทุนยุติธรรมได้ด้วยครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรีและของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป ขอเชิญท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตทั้ง ๒ ฉบับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต นำเรียนว่าในส่วนของผมแล้วเห็นด้วยทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับแรกเปึนร่างของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเรา ต้องบอกว่าเปึนการทำงานเชิงรุก ในการที่จะสนับสนุนรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ ในการที่จะ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตโดยที่จะมีการให้สนับสนุนในการปัองกัน ในการคุ้มครองพยาน ในการที่จะมีการแจ้งเบาะแสการทุจริตต่าง ๆ ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้กับสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งตรงนี้ผมต้องขออนุญาตว่าเปึนการทำงานเชิงรุกที่จะได้ผลและได้ประสิทธิภาพดีมาก
ส่วนอีกร่างฉบับหนึ่งครับท่านประธาน เปึนร่างของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ ซึ่งต้องบอกว่าร่างนี้เปึนร่างที่จะสร้างให้เกิดความเปึนธรรมกับข้าราชการหรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทครับ เดิมข้าราชการฝ์ายทหารถ้ามีการกระทำทุจริตที่เกิดขึ้น เมื่อ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเสร็จก็ต้องไปขึ้นศาลทหารครับท่านประธาน แต่เจ้าหน้าที่รัฐอื่น ไม่ว่าจะเปึนข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตำรวจ ต้องขึ้นศาลยุติธรรมครับ ศาลยุติธรรม ในคำนิยามนี้ก็คือศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ดังนั้นมันเกิดความเขย่งในการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหารเหมือนกับมีอภิสิทธิชนมากกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นในขณะนี้ครับ ดังนั้นผมถึงนำเรียนว่าร่างของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะก็ถือว่าเปึนร่างที่จะสร้าง ให้เกิดความเปึนธรรมให้เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและข้าราชการทุกประเภทให้เสมือน หนึ่งเดียวกันครับ ผมฝากข้อสังเกตถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการตั้งขึ้นมาในส่วนนี้ ครับท่านประธาน
ประการแรก ก็คือกฎหมายในการที่จะแก้ไขคงไม่ใช่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเท่านั้นเองครับ จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงร่าง จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงพระธรรมนูญศาลยุติธรรมของศาลทหาร ไม่ว่าจะเปึนมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ ซึ่งเปึนการกล่าวถึงเขตอำนาจของศาลทหารด้วยครับ ที่ผมกล่าวดังนี้เนื่องจากว่าถ้าท่านจะมีการปรับปรุงตรงนี้ได้ คดีที่เกิดขึ้นระหว่างทหารที่ไป กระทำความผิด ไม่ว่าจะเปึนกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีเช็ค คดีฉ้อโกง คดีทำร้ายประชาชน อยากจะเห็นภาพครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นขึ้นศาลยุติธรรมหมดแล้วครับ แต่ในกรณี คดีพวกนี้ถ้าเปึนทหารกระทำความผิดยังขึ้นศาลทหารอยู่เลยครับ ปรับแก้ด้วยครับ ปรับแก้ พระธรรมนูญศาลทหารป้พุทธศักราช ๒๔๙๘ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ ซึ่งจะไป เชื่อมโยงกับการแก้ไขปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญในขณะนี้ด้วยถ้าเปึนไปได้นะครับ ผมอยากจะเห็นภาพว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ์ายได้รับการสนับสนุนและได้รับการทำงาน ที่เท่าเทียมกันคงไม่ใช่เฉพาะทหารในการที่จะดำเนินการขึ้นศาลทหารได้ฝ์ายเดียว แต่เจ้าหน้าที่ ของรัฐอื่นทุกคนในขณะนี้ต้องขึ้นศาลยุติธรรมทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นกรณีคดีของศาลทหาร ก็ขอไว้เพียงว่าเปึนกรณีที่เปึนคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ. วินัยทางทหารเท่านั้น ถ้าทหารกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคดีอื่นก็ต้องขึ้นศาลยุติธรรมเหมือนกันท่านประธาน ฝากข้อสังเกตตรงนี้ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมจะเรียก ท่านต่อไป เนื่องจาก สส. มีผู้อภิปรายหลายคน ผมจะเรียกทีละ ๒ คน เพราะใช้เวลา ๔ นาที ท่านต่อไปเปึนท่านธนกร วังบุญคงชนะ แล้วก็ต่อไปเปึนท่านอังคณา นีละไพจิตร กับท่านสุทนต์ กล้าการขาย ขอเชิญท่านธนกร วังบุญคงชนะ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองขอสนับสนุนร่าง พ.ร.ป. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติที่ ครม. เสนอนะครับ โดย พ.ร.ป. ฉบับนี้ท่านประธานครับ มีการแก้ไข ปรับปรุงในมาตรา ๑๓๒ นะครับ รวมไปถึงมีการแก้ไขในเรื่องของมาตรา ๑๖๒ (๒) ซึ่งผม เชื่อว่าทั้งหมดนี้มันจะทำให้การปัองกันการทุจริตประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนนะครับ โดยความสำคัญในมาตรา ๑๓๒ นั้นท่านประธานครับ มีเปัาหมายเพื่อปกปัองผู้ที่แจ้งเบาะแส ให้ข้อมูลต่าง ๆ เพราะว่าในวันนี้เราต้องยอมรับว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันมันเกาะกิน สังคมไทยมาอย่างยาวนานมาก และผู้ที่แจ้งเบาะแสท่านประธานผมมีข้อมูลนะครับว่า ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยกล้าแจ้งนะครับ เพราะแจ้งเมื่อไรก็ถูกฟัองถูกดำเนินคดีต่าง ๆ มากมาย เรายกตัวอย่างง่าย ๆ มันจะมีใครที่กล้าหาญเหมือน ผอ. ชัยวัฒน์ที่กระทรวงทรัพยากร ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในวันนี้คนทั่วไป พี่น้องประชาชนคนทั่วไปเขาไม่กล้าหรอก เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยนะครับที่มันจะต้องมีกระบวนการในการแก้ไขกฎหมายในการ คุ้มครองผู้ถูกร้อง ถูกกล่าวโทษ หรือถูกดำเนินทางวินัย เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้มันดีแล้วนะครับ ในส่วนของการสร้างกฎหมายที่ชัดเจนอย่างนี้นะครับ ท่านประธาน ผมคิดว่ามันช่วยให้ประชาชนที่มีจิตสำนึกรักประชาธิปไตย รักความถูกต้อง รักประเทศเขาพร้อมที่จะออกมาให้ข้อมูลเมื่อมีการปกปัองเขาแบบนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งท่านประธาน นอกจากนั้นการแก้ไขมาตรา ๑๖๒ (๒) ในเรื่องของ กองทุนปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ครอบคลุมไปถึงค่าใช้จ่ายในการสนับสนุน ผู้แจ้งเบาะแสช่วยสร้างกลไกในการสนับสนุนโดยเฉพาะการช่วยเหลือทางการเงินในขณะ ที่เขาถูกฟัอง เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งท่านประธานที่รัฐบาลได้ให้ ความสำคัญในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ท่านประธานครับ เหรียญย่อมมี ๒ ด้าน กฎหมายฉบับนี้ผมเห็นด้วยก็ตามทีแต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องยอมรับนะครับท่านประธาน ที่ผ่านมานี้ก็มีการกลั่นแกล้งกันนะครับ ผู้ให้เบาะแสต่าง ๆ ก็มีการกลั่นแกล้งก็น่าเห็นใจ ข้าราชการและนักการเมืองบางครั้งถูกตั้งอนุไต่สวนหรือถูกตรวจสอบโดย ป.ป.ช. เขาไม่สามารถ ที่จะเติบโตในหน้าที่ราชการได้เลย แม้แต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็ยังไม่ได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นในมุมนี้ผมคิดว่ามันต้องมีกลไกในการปัองกันไม่ให้มีการแจ้งข้อมูลเท็จหรือ กลั่นแกล้ง วันนี้การกลั่นแกล้งนักร้องมีมากมาย ท่านประธานเห็นไหมครับ นักร้องนักบุญ ในคราบคนบาปมันเต็มประเทศไทยแล้วตอนนี้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเขาจะอยู่ อย่างไร บางคนไปร้องเรียนที่ ป.ป.ช. ท่านประธาน แล้วก็ไปกลั่นแกล้งเขาลับหลังก็ไปไถเงินเขา ก็มีมากมายเราก็เห็นกันมากมายนะครับ แต่คนดี ๆ ก็มี เพราะฉะนั้นกระบวนการเหล่านี้ มันต้องดูด้วยเหรียญย่อมมี ๒ ด้าน
ท่านประธานที่เคารพสุดท้ายครับผมอยากให้สมาชิกรัฐสภาได้ช่วยให้การ สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้และผมเองให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ให้กำลังใจกรรมการ ป.ป.ช. ทุกท่านในการทำหน้าที่ วันนี้เท่าที่ผมมีข้อมูลท่านประธาน คดีต่าง ๆ ลดลงจำนวนมากครับ แต่ก่อนหน้านี้ท่านไปตรวจสอบได้เลยคดีมันค้างอยู่จำนวนมาก แต่วันนี้ผมเข้าใจว่าเท่าที่ผม มีข้อมูลก็มีการปรับวิธีการทำงานแล้ว ทำให้คดีที่ค้างอยู่นี่มันลดลง โดยเฉพาะรักษาการณ์ ท่านประธาน ป.ป.ช. ท่านวิทยา อาคมพิทักษ์ ผมก็รู้จักท่านเพราะผมเปึนนักศึกษาหลักสูตร ของ ป.ป.ช. ผมคิดว่าท่านทำงานได้ดี แล้วก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกเรื่องนะครับว่าวันนี้กรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ครบ ๙ ท่าน ที่ผ่านมาไม่เคยครบ ๙ ท่านเลย เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากจะให้กระบวนการในการสรรหาคัดสรรต่าง ๆ ซึ่งท่าน สว. ผู้ทรงเกียรติ แห่งนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะครับ ได้เร่งดำเนินการให้ครบทั้ง ๙ คน ผมเชื่อว่าถ้ามีกรรมการ ครบ ๙ คนนะครับ การทำงานต่าง ๆ มันจะรวดเร็วยิ่งขึ้น และ ป.ป.ช. ก็สามารถทำหน้าที่ ได้อย่างเต็มที่ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ มันจะได้ลดลง วันนี้ผมเห็นในข่าวหรือที่ผ่านมา เวลาโทษนะครับ โทษแต่นักการเมือง ท่านประธานครับ ท่านประธานไปดูระบบราชการสิครับ มันไม่ได้แตกต่างกับการเมืองเลยนะครับ แต่ที่ผมพูดนี่ไม่ได้หมายความว่าคนดีไม่มีนะครับ คนดีมีมากกว่าคนไม่ดี ผมให้กำลังใจคนดี เพราะฉะนั้นแล้วเราอย่าไปโทษนักการเมือง นักการเมืองที่ดีมีเยอะแยะนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่ากระบวนการในการปัองกัน การทุจริตแห่งชาติมันมีความสำคัญมาก แล้วก็สถิติต่าง ๆ มันก็ดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่า หัวใจสำคัญที่สุดเขาต้องการให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ มีส่วนร่วม ในการปัองกันการทุจริต เพราะฉะนั้นผมให้กำลังใจนะครับ ให้กำลังใจทุกคน ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป ขอเชิญท่านอังคณา นีละไพจิตร ครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานคะ ดิฉันขออภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานคะ เรื่องทุจริตเปึนเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับ หลักสุจริตในการพิจารณาคดีก็เปึนหลักการสำคัญที่ศาลยุติธรรมใช้ตีความกฎหมาย และวินิจฉัยชี้ขาดคดีเพื่อให้เกิดความเปึนธรรม การดำเนินคดีและการลงโทษผู้กระทำผิด ก็ไม่ใช่เพียงการแก้ไขข้อพิพาทส่วนบุคคลและการฟัองคดีก็ไม่ใช่เปึนเพียงสิทธิของผู้ฟัอง หากแต่ต้องเปึนไปเพื่อความเปึนธรรมทั้งต่อบุคคลและสังคม ปัจจุบันมีการใช้การดำเนินคดี อาญาเพื่อประโยชน์ส่วนตนในลักษณะไม่สุจริต โดยใช้ศาลเปึนเครื่องมือในการข่มขู่คุกคาม ประชาชนกลุ่มเปราะบางหรือผู้ที่ไม่อยู่ในฐานะที่จะสู้คดีได้ เช่น การฟัองหมิ่นประมาท ทางอาญาในข้อหาหมิ่นประมาท หรือให้การเท็จเพื่อป่ดปากไม่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดในประเด็นสาธารณะ การฟัองคดีในลักษณะนี้ทำให้ผู้ถูก ฟัองคดีซึ่งส่วนมากเปึนคนเปราะบางต้องรับภาระในการสู้คดีทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศาล ค่าทนายความ นอกจากนั้นบางคดีผู้ฟัองคดีอาจฟัองเพื่อกลั่นแกล้งโดยฟัองข้ามจังหวัด ทำให้ผู้ถูกฟัองคดีต้องแบกภาระเกินจำเปึน ท่านประธานคะ คดีในลักษณะนี้ชาวบ้านเขามัก เรียกว่าคดีทิพย์หรือฟัองทิพย์ เพราะผู้ฟัองไม่ได้หวังจะชนะคดีนะคะ แต่หวังเพียงเพื่อทำให้ผู้ถูกฟัองเกิดความหวาดกลัวและสร้างความลำบากแก่ผู้ถูกฟัอง จนอาจทำให้พยานในคดีทุจริตไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงเพื่อปกปัองประโยชน์สาธารณะได้ ท่านประธานคะ หลักการสำคัญในการพิจารณาคดีคือทุกฝ์ายต้องมีสิทธิในการสู้คดีอย่างเต็มที่ และศาลต้องมีความเปึนอิสระและพิจารณาคดีอย่างเป่ดเผยนะคะ ดิฉันขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ โดยเฉพาะร่างของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ให้ย้ายโอน อำนาจการพิจารณาคดีออกจากศาลทหารเนื่องจากพระราชบัญญัติศาลทหารไม่สอดคล้อง กับหลักการพิจารณาคดีอย่างเปึนธรรมไม่สอดคล้องกับกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง และหลักการพื้นฐานในการกำกับดูแลการบริหารการยุติธรรม ผ่านศาลทหารของสหประชาชาติหรือที่เรียกว่าหลักการ Decaux ซึ่งยืนยันหลักการพื้นฐาน ว่าระบบยุติธรรมของทหารควรเปึนส่วนหนึ่งของระบบยุติธรรมตามปกติ และควรดำเนินการ ในลักษณะที่ประกันให้เกิดความสอดคล้องอย่างเต็มที่กับหลักสิทธิมนุษยชนและศาลทหาร ไม่ควรมีเขตอำนาจเหนือพลเรือนและรัฐควรประกันว่าพลเรือนจะได้รับการพิจารณาคดี จากศาลพลเรือน รวมถึงยืนยันว่ามาตราในการรักษาความลับทางทหารไม่อาจถูกนำมาใช้ เพื่อยกเว้นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมได้ นอกจากนั้นองค์คณะในศาลทหารเอง อาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายค่ะ ท่านประธานคะ เพื่อให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ สอดคล้องอย่างเต็มที่กับกฎหมาย ป.ป.ท. ที่รัฐสภาได้แก้ไขและให้ความเห็นชอบแล้วนะคะ อีกทั้งยังสอดคล้องกับพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้ บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ ในมาตรา ๓๔ ที่ให้ศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบค่ะ เปึนศาล ที่มีเขตอำนาจเหนือคดีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และให้รวมคดีซึ่งผู้กระทำความผิด เปึนบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิดด้วย ดิฉันจึงเห็นว่าควรมีความจำเปึน ที่จะต้องปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อคุ้มครองพลเรือนให้ได้รับการพิจารณาคดีในศาล ที่เปึนอิสระ ให้พลเรือนมีสิทธิในการสู้คดีอย่างเต็มที่และเป่ดเผย เพื่อคุ้มครองผู้เปราะบาง ให้สามารถให้ข้อมูลโดยสุจริตและปราศจากความกลัว เพื่อปกปัองประโยชน์สาธารณะ และเพื่อความยุติธรรมของสังคมค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป เชิญท่านสุทนต์ กล้าการขาย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุทัยธานี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอใช้โอกาสนี้ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งถือเปึนกฎหมายสำคัญ ปัจจุบัน การกระทำอันมีลักษณะเปึนการทุจริตประพฤติมิชอบจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงผู้ใช้และผู้สนับสนุนการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจการไต่สวน และชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีรูปแบบการกระทำความผิดที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น ในการได้มาซึ่งเบาะแสข้อมูลต่าง ๆ จึงจำเปึนต้องได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคมและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหลักการคุ้มครองบุคคลที่แจ้งเบาะแส ให้กับ ป.ป.ช. ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย ย่อมส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และภาคประชาชนกล้าที่จะให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือเบาะแสที่สำนัก ป.ป.ช. มากยิ่งขึ้นครับ ซึ่งหลักการสำคัญในร่างมาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓๒ ถึงแม้จะเปึนหลักการที่มีอยู่ใน พระราชบัญญัติต่าง ๆ อยู่หลายฉบับ เช่น กฎหมายว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การฟอกเงิน พระราชบัญญัติมาตรการของฝ์ายบริหารในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ เปึนต้นก็ตาม แต่การดำเนินงาน ของสำนักงาน ป.ป.ช. ก็ควรมีมาตรการในการที่จะให้ความคุ้มครองบุคคลที่ให้เบาะแส รวมถึงบุคคลในครอบครัวของผู้ให้เบาะแสหรือข้อมูลอย่างรัดกุมซึ่งก็จะรวมถึงระเบียบของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน พุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งใช้บังคับอยู่ ก็ควรมีการแก้ไขหลักการการดำเนินการด้วย แนวทางการคุ้มครองพยานให้คุ้มครองกับ สถานการณ์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยด้วยนะครับ ทั้งนี้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือประชาชนผู้ให้เบาะแสอันเปึนประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ของสำนักงาน ป.ป.ช. ถูกฟัองร้องดำเนินคดีทางแพ่งหรือถูกฟัองเปึนคดีอาญาหรือถูกลงโทษ ทางวินัย และได้รับความคุ้มครองจากการเพิ่มบัญญัติให้สำนักงาน ป.ป.ช. มีอำนาจช่วยเหลือ ในการต่อสู้คดีการจัดหาทนายความหรือว่าต่างหรือแก้ต่างคดีให้ก็เปึนเรื่องที่เห็นสมควร และสนับสนุนอย่างยิ่ง นอกจากนี้การแก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓๒ เพิ่มเติมมาตรา ๑๓๒/๑ ถึงมาตรา ๑๓๒/๓ รวมทั้งหมดยังเปึนการอนุวัตกฎหมายภายในประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการปัองกันการทุจริตที่สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้าน การทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ หรือ United Nations Convention Against Corruption หรือ UNCAC และจะส่งผลให้ค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือค่า CPI ของประเทศไทยจะมีคะแนนที่เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจึงเปึนเรื่องที่รัฐสภาควรให้การสนับสนุนและเห็นชอบ ต่อการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การปัองกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศไทยเปึนไป อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเรียนมาให้ที่ประชุมได้โปรดพิจารณา ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป ขอเชิญท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขอร่วมอภิปราย ในเรื่องของพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ก็คือเรื่องของการปกปัองและปราบปราม ทุจริตแห่งชาตินะครับ วันนี้ อ.เอท ขอเราใช้ Model ง่าย ๆ ครับ เพราะเราจะพูดถึงเรื่อง ของคอร์รัปชัน ปราบปรามคอร์รัปชันในเรื่องของการใช้รัฐธรรมนูญ ข้อ ๖๓ ให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการที่จะปกปัองการทำทุจริต Model วันนี้ใช้คำว่า FALSE ๕ ตัวอักษรครับ จบเลยครับง่าย ๆ
ตัวแรกครับ เรามาดูเรื่องของการจะทำอย่างไรให้ ป.ป.ช. นั้นทำหน้าที่ได้ดีขึ้น F คือคำว่า Fake ครับ Fake คืออะไรครับ แปลว่าการโกงหรือแกล้ง แสดงว่า ป.ป.ช. นั้น บางครั้งอาจจะแกล้งดำเนินคดีหรือเปล่าแต่ไม่ทำจริง เพราะมีหลาย ๆ ท่านบอกกับ อ.เอท ว่ามีคดีที่ค้างเยอะจริง ๆ ทำไมถึงต้องมีการทุจริต คำตอบครับ ที่ทุจริตเพราะว่ามี ๒ ทฤษฎี
๑. ก็คือสมขบคิดก็ให้ตัวเองทำไม่ได้ก็ให้คนอื่นไปทำแทนให้ พอทำไปทำมา สุดท้ายปุ็บก็ไม่ต้องโดนดำเนินคดีทั้งคู่
และทฤษฎีที่ ๒ เปึนเรื่องของ Conflict Of Interest ก็แปลว่ายังมีเรื่องของ ผลประโยชน์ที่ทับซ้อนหรือเปล่า ไม่ว่าจะเปึนผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์ส่วนรวม นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดคำว่าคอร์รัปชันในประเทศและเปึนสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ประเทศของเรา ยังไม่ไปไหนสักที
ต่อมาครับ คือตัว A A อ.เอท ใช้คำว่า The Accused แปลว่าผู้ถูกกล่าวหา ในคดีของ ป.ป.ช. จะมีหลายท่านที่ไม่รับฟัองคดีเพราะอะไรครับ เพราะผู้ถูกกล่าวหาบางครั้ง ออกจากสมมุตินะครับ อ.เอท ออกจากการเปึนผู้แทนไปแล้วเกิน ๕ ป้ ไม่รับครับทั้ง ๆ ที่ ถ้าเกิดชี้มูลหรือมีหลักฐานเชิงประจักษ์ได้ว่ามีข้อมูลหรือมีหลักฐานชัดเจนในการที่จะ ประกอบการดำเนินคดีเขาก็ไม่รับ นี่คือข้อที่ ๕๕/๓ ในมาตราของ ป.ป.ช. ที่เราควรจะแก้ไขครับ ขออนุญาตเสริมในประเด็นนี้ ต่อมาคือตัว L FAL L คืออะไรครับ L คือ The Lange Of Time หรือจำนวนเวลาหรือระยะเวลาที่เราต้องดำเนินคดีครับ ปกติ ป.ป.ช. บอกเฮ้ยเกิน ๑๐ ป้ ฉันไม่รับ แต่บางคดีโดยเฉพาะคดีที่เปึนคดีอาญาแผ่นดิน อาญาแผ่นดินมีเรื่องของเวลาในการ ดำเนินคดีอายุความนี่ครับง่าย ๆ ๒๐ ป้ เพราะฉะนั้นในบางคดีถ้าเห็นได้ชัดเจนว่ามีมูล มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถประกอบการดำเนินคดีได้ ป.ป.ช. คงรับครับ และนี่ก็อยู่ใน มาตรา ๕๕/๑ และต่อมาครับมาถึงตัวที่ ๔ FALS แล้ว S คืออะไรครับ S ในที่นี้ อ.เอท ใช้คำว่า Sample Crew แน่นอนครับ อ.เอท ขออนุญาตนะครับที่มาพูดในวันนี้หรืออภิปรายวันนี้ ขออนุญาตสนับสนุนทั้ง ๒ ร่างไม่ว่าจะเปึนร่างที่มาจากรัฐมนตรีแล้วก็ร่างจากพี่วิโรจน์นะครับ เรานับถือแล้วเราก็ยินดีทั้ง ๒ ร่าง ทีนี้ร่างที่เน้นส่วนมากเลยครับก็คือมาที่หัวข้อตัว S นะครับ S ของ อ.เอท คือ Sample Crew ซึ่งก็แปลว่าผู้ที่มาให้เบาะแสเราชัดเจนครับเราทำตาม หลักการรัฐธรรมนูญข้อที่ ๖๓ มาตรา ๖๓ อยากจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมเมื่อสักครู่หลายท่าน พูดเรื่องของ SLAAP Law ป่ดปาก อันนี้ อ.เอท เชื่อมั่นเหลือเกินว่าอย่างน้อย ๆ ก็น่าที่จะ แก้ไขอะไรบางอย่างได้นะครับเพราะว่าเราจะปัองกันจะปกปัองผู้ที่มาให้เบาะแสหรือ ท่าน สส. ไวท์บอกเปึนพยานนะครับเขาจะได้มีความสุขไม่ต้องมาระแวดระวังกันเขาจะต้อง ปลอดภัยทั้งชีวิตทรัพย์สินและในเรื่องของคดีครับ ไม่ว่าจะเปึนคดีแพ่ง คดีอาญาหรือความผิด ทางวินัยเขาจะต้องได้รับการคุ้มครอง และนี่คือตัว S ของ อ.เอท เราก็มาดูตัวสุดท้ายยังมี เวลาอีกนิดหน่อยนะครับ ตัวสุดท้ายคือตัว E ครับ E ในที่นี้ อ.เอท คิดนานมากจะเอาเปึน ตัวไหนดีก็คุยกับเพื่อน ๆ เพื่อนบอกเอาตัวนี้เลยง่ายสุด Effectiveness หรือ Efficiency แปลว่าประสิทธิภาพและประสิทธิผล คืออย่างนี้ครับในคดีบางคดีของ ป.ป.ช. ที่รับไปจะมีผู้ที่ ถูกฟัองร้อง ๑ คดีอาจจะผู้เกี่ยวข้อง ๔ ๕ คน เสร็จปุ็บเขาก็ต้องมีการไต่สวน ไต่สวนกันมา ๒ ป้กว่าไม่เสร็จก็ต้องไปป้ที่ ๓ แต่ระหว่างไต่สวนสมมุติจะมี ๕ คน คนที่ ๑ คนที่ ๒ เขาไต่สวน เขาได้มูลความผิดเขารู้แล้วว่าคนนี้เขาผิดแน่ ท่านก็ส่ง ๒ คนที่ผิดชัวร์นี่ที่ทำตัวไม่ดีทำตัวชั่วนี่ ส่งเข้าศาลอาญาและเปึนศาลอาญาที่เปึนศาลยุติธรรมของพวกเราไม่ต้องเข้าศาลทหารนะครับ ให้เขาไปลงโทษ จบ ที่เหลืออีก ๓ คนก็ค่อยว่ากันเพราะตอนนี้เหมือนกับว่าท่านเหมาเข่ง รอ ๕ คนเสร็จสรุปกว่าจะเสร็จ ๕ คนบางทีเกิน ๒ ป้เกิน ๓ ป้สุดท้ายไม่ต้องมีใครรับผิด และนี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ และนี่ก็คือ FALSE ครบทั้ง ๕ ตัวแล้ว
สุดท้ายนี้ครับ อ.เอท ก็อยากจะเห็น ป.ป.ช. ไม่ได้แปลว่าเปึนการป่ดปาก ประชาชนอีกต่อไป ป.ป.ช. ควรที่จะเปึนเพราะ ป.ป.ช. อ.เอท เรียนมาว่าเขาเปึนองค์กรอิสระ เขามีอำนาจมหาศาลตรวจสอบเขาก็ยากมาก เมื่อสักครู่นี้ทนายไวท์ ทนายเอ๊ะยืนตรงนี้ครับ เขาบอกเลยครับว่ากว่าอาจจะเรียกเข้ามาในชั้น กมธ. ต้องส่งจดหมายก่อนล่วงหน้าเดือนกว่า คือท่านมีอำนาจเหลือเกิน ก็เลยอยากจะฝากคำขวัญของไป Spider-Man เขาบอกว่าอย่างไร เขาบอกว่าอำนาจที่ยิ่งใหญ่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง ขอฝากครับ Respect ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมจะเรียกต่อไป จะบอกลำดับไว้ก่อนนะครับเพื่อจะได้เตรียมตัวครับ คือท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เสร็จแล้ว ก็จะเปึนท่านวิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ ท่านพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา แล้วกลับมาที่ท่านเชตะวัน เตือประโคน ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ ครับต่อไปขอเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ
ท่านประธานสภา ที่เคารพผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกรัฐสภา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต ๒ เรื่อง ที่เข้ามาก็คือคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เปึนผู้นำเสนอ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านเรียบร้อยแล้วครับฉบับนี้ เห็นด้วย สนับสนุนร่างนี้ แต่ขอตั้ง ข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นหลังจากนี้ ท่านประธานครับมาตรการในการแก้ไข คอร์รัปชันของรัฐบาลมันมีองค์ประกอบอยู่ ๓ อย่าง ๑. ผู้แจ้งเบาะแสและพยานที่เรากำลัง ร่างกฎหมายปกปัองเขา ถือว่าเปึนผู้ช่วยรักษาผลประโยชน์ให้กับสังคม ๒. ผู้ถูกร้องครับ ๓. หน่วยงานของรัฐที่เสียหายทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวครับ ท่านประธานครับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของคณะรัฐมนตรีมันมีหลายมาตรา แต่ละร่าง สรุปได้ ๕ ข้อครับ ๑. ให้ความคุ้มครองให้ถ้อยคำผู้แจ้งเบาะแสหรือพยานไม่ต้องรับผิดชอบ ทางแพ่งและทางอาญาและทางวินัย นี่คือข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ครับ ป.ป.ช. พิจารณาบุคคลให้ได้รับ ความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดชอบทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย ถือว่าเปึนการปกปัองพยาน ๓. ให้ความช่วยเหลือ ป.ป.ช. ให้ถ้อยคำแจ้งเบาะแส ให้ข้อมูลแก่ ป.ป.ช. หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่กรณีถูกร้องทุกข์ ถูกกล่าวโทษ ถูกฟัองคดี เปึนคดีแพ่ง คดีอาญา หรือถูกดำเนิน ทางวินัย ข้อที่ ๔ การกำหนดหลักเกณฑ์ปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลที่ได้รับการคุ้มครอง ๕. แก้ไขเพิ่มเติมกองทุนปัองกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติให้คุ้มครองถึงการให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง สรุปแล้วทุกมาตราที่ร่างขึ้นมาให้การคุ้มครองพยานและผู้ร้อง ท่านประธานครับทั้ง ๕ ประเด็นร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลคือการช่วยเหลือคุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแสพยานเพื่อประโยชน์ในทางคดีของ ป.ป.ช. ทีนี้ล่ะครับ เปึนคำถามที่ตัวแทน ต้องตอบผม ๕ ข้อ ๑. ถ้าผู้แจ้งและพยานมีเจตนาเท็จในการกลั่นแกล้ง กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองไหม ๒. ถ้าผู้แจ้งพยานกลับคำให้การในชั้นพนักงานสอบสวนกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองไหมครับ ๓. ผลการตัดสินพิจารณาของ ป.ป.ช. คณะใหญ่ยกคำร้อง ผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแสและพยาน จะรับผิดชอบและกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองไหมครับ เมื่อ ป.ป.ช. ยก ๔. ป.ป.ช. ยื่นให้กับอัยการ อัยการสั่งไม่ฟัองนะครับ ผมจะถามท่านว่าผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแสและพยานจะได้รับ การคุ้มครองจากฉบับนี้ไหมครับ สุดท้ายนะครับ ถือว่าเปึนกระบวนการสุดท้าย ศาลทุจริต ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินไม่ผิด ในคดีทุจริตที่ ป.ป.ช. ส่งมา ผู้ถูกกล่าวหา ผู้แจ้ง เบาะแส พยานที่ท่านคุ้มครองจะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้ไหมครับ นี่คือหัวใจหลัก ทั้งหมดทุกมาตรา สิ่งเหล่านี้ที่ผมอภิปรายผมเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.ป. ฉบับนี้ แต่เราในฐานะ คนออกกฎหมาย คนแก้กฎหมายต้องคำนึงให้รอบด้านครับท่านประธานผลจะตามมา หลังกฎหมายฉบับนี้ประกาศออกไปเราไม่สามารถดึงกลับมาภายในเวลา ๑ นาทีได้ มันต้อง ใช้กระบวนการ เพราะฉะนั้นผู้ถูกร้องกรณีทุจริตโดยเฉพาะในชั้น ป.ป.ช. ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นมาอภิปราย ผมจะขอเสริม ๑. ไม่ได้รับโอกาสโยกย้ายแต่งตั้ง ในตำแหน่งที่สูงขึ้นในฐานะที่เขาเปึนข้าราชการโดน ป.ป.ช. ๒. ไม่ได้รับการพิจารณาตำแหน่ง ในระดับสูงภาครัฐ หาดใหญ่นายอำเภอหาดใหญ่กำลังจะขึ้นปลัดจังหวัดปรากฏว่าเอาเรื่อง ป.ป.ช. มาเล่นจบครับ นี่คือเรื่องล่าสุด เรื่องต่อไปมีผลทางการเมืองครับพวกผมเปึน สส. โอกาสที่จะได้เปึนรัฐมนตรี ไม่ได้ครับ เพราะโดนตรวจสอบ ป.ป.ช. สุดท้ายครับพวกเราแสดงบทบาทในหน้าที่สมาชิก รัฐสภา สส. สว. รับราชการ แต่มีมลทิน ป.ป.ช. ไม่ได้รับการพิจารณาเครื่องราชย์อิสริยาภรณ์ ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้นครับท่านประธาน โดนลิดรอนสิทธิฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.ป. ปัองกันปราบปรามทุจริตฉบับนี้ ให้ความเปึนธรรมกับผู้แจ้งเบาะแส ให้ความเปึนธรรมกับผู้กล่าวหา ให้ความเปึนธรรมกับ ผู้ถูกกล่าวหา ให้ความเปึนธรรมกับหน่วยงานของรัฐที่เสียหายและไม่ละเลยก็คือ ป.ป.ช. ป.ป.ท. เราให้ความเปึนธรรม ผมเองครับท่านประธาน เปึนผู้ได้รับผลกระทบจาก ป.ป.ช. โดน ป.ป.ช. ตัดสิน ปรากฏว่าผมยื่นอุทธรณ์ครับ มีองค์คณะบอกว่าเขายังมีความยุติธรรม ให้เสมอผมเลยมีวันนี้ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนร่างคณะรัฐมนตรี ร่างของนายวิโรจน์ เพื่อให้สมาชิกร่วมอภิปรายนะครับ เพื่อตั้งกรรมาธิการและให้นำคำอภิปรายของพวกผม ทั้งหมดของสมาชิกรัฐสภาไปประกอบโดยเฉพาะข้อสังเกตในการแก้ไขเพื่อเสนอในวาระสอง วาระสาม ต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป เชิญนางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกรัฐสภา ดิฉัน วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตนำเสนอ Power Point ด้วย ท่านประธานประเทศไทยเรามีพระสยามเทวาธิราช ซึ่งเปึนเทพยาดาที่ปกปักษ์รักษาประเทศไทย เรามีหลักชัยที่เปึนความภูมิใจของคนในชาติ นั่นคือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งเปึนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยมาช้านาน สิ่งใดก็ตามที่จะเปึนปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศชาติ สิ่งนั้นคือหน้าที่ของพวกเราทุกคน วันนี้ดิฉันจะขออนุญาตได้มาอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริตค่ะ
ขอสไลด์ถัดไปเลยนะคะ การทุจริตคอร์รัปชันเปึนเรื่องที่เราเองพูดกันมา ช้านานค่ะ แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงท่านดูจากสไลด์นี้นะคะ ในห้วงเวลาที่ผ่านมาจากดัชนี การรับรู้การทุจริตหรือว่า CPI ที่เปึนการจัดอันดับการทุจริตทั่วโลก เราพบว่าในห้วงเวลา ที่ผ่านมาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลยเราลองดูตัวเลขในป้หน้า มกราคม ๒๕๖๘ ซึ่งจะเปึนผลดัชนี ของป้ ๒๕๖๗ นะคะว่าจะเปึนอย่างไร ถ้าเราบอกว่าการทุจริตเปึนสิ่งที่อยู่คู่กับประเทศไทย แบบแยกไม่ออก แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไรปัญหาเหล่านี้จะลดน้อยถอยลง วันนี้การทุจริตไม่ใช่มีเพียง แค่ทางการเมืองไม่ใช่แค่ข้าราชการ แต่ยังเลยไปถึงองค์การของภาคเอกชนหรือแม้กระทั่งลงไป ลึกถึงครอบครัว และนี่คือสิ่งที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายไปทุกสถาบันในสังคมไทยนะคะ
สไลด์ถัดไปค่ะ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคมที่ผ่านมา ดิฉันเองในฐานะของรองประธาน อนุกรรมาธิการพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดินและบุคลากรภาครัฐวุฒิสภา เราได้รับรายงาน จากทาง ป.ป.ช. ถึงสถานการณ์ทุจริตซึ่งเปึนข้อมูล ณ วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๗ เราพบว่า ความผิดที่ทุจริตอันดับหนึ่งคือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันดับ ๒ คือการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งพบว่ามีตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ อันดับที่ ๓ คือการใช้อำนาจโดยมิชอบ แนวโน้ม ความรุนแรงของปัญหาเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในอนาคต จากแนวโน้มสถานการณ์ ที่ผ่านมาในป้ ๒๕๖๗ และป้ที่ผ่านมานะคะ เราพบว่าเรื่องที่เปึนปัญหามากที่สุดนั่นก็คือ เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง
สไลด์ถัดไปได้เลยค่ะ โดยเรื่องที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดจะเปึนเรื่องของ การจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับสาธารณูปโภค ถ้าเราจะลงไปดูในหน่วยงานเราจะพบว่าหน่วยงาน ที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดก็จะเปึนในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รองลงมาก็คือ กระทรวงมหาดไทย ขณะเดียวกันส่วนกลางเองก็มีมูลค่าความเสียหายที่ค่อนข้างสูง
สไลด์ถัดไปเลยค่ะ จากผลของโครงการวิจัยของสำนักงาน ป.ป.ช. ก็ได้พบถึง ปัญหาลักษณะของการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างมากมายหลายปัญหามากกว่า ๑๑ ข้อ หนึ่งในนั้น อาจจะเปึนเรื่องของการล็อกสเปก การฮั้วประมูล การแก้ไขสัญญาเพื่อทำให้รัฐนั้นเสียเปรียบ หรือว่าเรื่องเงินทอนอื่น ๆ อีกมากมายเพราะว่ามันมีปัจจัยที่เอื้อต่อการทุจริต หนึ่งในนั้น คือเรื่องของกฎหมายแล้วก็การบังคับใช้กฎหมายค่ะ ท่านประธานคะ ในประเทศไทยเราเอง เรายังขาดกฎหมายที่จะให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการฟัองป่ดปาก จากการแสดง ความเห็น จากการให้ข้อมูล จากการคัดค้าน การร่วมกระบวนการต่าง ๆ ในการฟัองป่ดปาก ถือว่าเปึนการนำเอากระบวนการยุติธรรมมาใช้เปึนเครื่องมือในการคุกคามเพื่อไม่ให้ประชาชน หรือว่าองค์กรต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบแล้วก็การปกปัองประโยชน์ของ สาธารณะ
สไลด์สุดท้ายเลยค่ะ ท่านประธานคะที่ผ่านมาดิฉันเองก็มีหลักในการดำเนิน ชีวิตโดยที่ได้น้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทยในฐานะ ที่ดิฉันเองอดีตคือพยาบาลวิชาชีพ ท่านทรงบอกว่าให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวเปึนที่ ๒ ประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์เปึนที่ ๑ ดิฉันคิดว่าตั้งแต่เริ่มต้นที่เราพูดถึงประเทศชาติ เรามีหลักชัย พี่น้องประชาชนเราเองก็เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ดิฉันคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องให้พี่น้องประชาชน เราได้มีโอกาสทำความดีเพื่อบ้านเมืองในการร่วมกันที่จะต่อต้านปราบปรามการทุจริต โดยดิฉัน คิดว่ารัฐเองจะต้องมีกฎหมาย มีมาตรการ มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการที่จะมาปัองกันและขจัด การทุจริตในการประพฤติมิชอบอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการที่จะส่งเสริมให้ประชาชนนั้น ได้มีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต เรื่องของการชี้เบาะแสโดยที่จะต้องได้รับความคุ้มครอง โดยการได้รับการช่วยเหลือจากรัฐตามกฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเหลือแต่นี่ยังเปึนเรื่องของการปกปัองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ดิฉันคิดว่ากฎหมายนี้เปึนก้าวที่สำคัญในการที่จะส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการปกปัองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนไทยค่ะ
ท้ายที่สุดดิฉันเองก็มีความเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในการได้เข้ามา ตรวจสอบและการคุ้มครองอย่างเปึนธรรม อย่างน้อยปัญหาการทุจริตเหล่านี้อาจจะลด น้อยลงรวมถึงปัญหาต่าง ๆ ในบ้านเมืองเราด้วย มีคนบอกว่า ๑ แสงของหิ่งห้อยในหลาย ๆ ล้านดวงจะช่วยส่องสว่างให้ประเทศไทยเราสว่างโชติช่วงและชัชวาลได้ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป เชิญท่าน พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสุโขทัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนและเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งกับร่างของคณะรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนร่างที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติที่ประชาชนจะสามารถ มีความกล้าหาญที่จะให้เบาะแสอะไรต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับร่างของท่านวิโรจน์นะครับ จากการอ่านหลักการและเหตุผลก็จะสามารถสรุปข้อกล่าวอ้าง ในการแก้หรือเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เปึน ๔ เรื่อง
ในเรื่องแรกก็บอกว่าปัจจุบันนี้ได้มีการจัดตั้งศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยใช้ระบบไต่สวนซึ่งถ้าการโอนครั้งนี้ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ในมาตรา ๑๙๙ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่าการพิจารณาคดีอาญาบุคคลที่อยู่ใน ผมสรุปว่า เปึนวงงานของทหารก็แล้วกัน เปึนอำนาจของศาลทหาร คดีทุจริตก็เปึนคดีอาญาประเภทหนึ่ง เท่านั้นครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าการกำหนดอย่างนี้มันจะขัดหลักการหรือว่าขัดเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ ซึ่งคดีทุจริตมันก็เปึนคดีอาญาซึ่งมีการพิจารณาแตกต่างจาก คดีอาญาทั่วไป คือคดีอาญาทั่วไปจะใช้ระบบกล่าวหาแต่คดีทุจริตและประพฤติมิชอบใช้ ระบบไต่สวน ศาลทหารได้ใช้ระบบไต่สวนมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๙ พร้อมกับศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยทั้ง ๒ ศาลได้มีการประสานการปฏิบัติกันมาตั้งแต่ต้น ได้มีการประสาน การปฏิบัติทุกอย่างเราเริ่มมาพร้อมกันนะครับ ศาลทหารได้มีการพัฒนาบุคลากรไม่ว่าจะเปึน การอบรมนะครับ ศึกษาหลักสูตรในโรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญนะครับ โดยได้เชิญ วิทยากรจากองค์กรของกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ มาเปึนวิทยากร มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมทั้งได้ส่ง ผมพูดภาษาง่าย ๆ คนของเรานี้ในศาลทหารไปอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ ของ กระบวนการยุติธรรมนะครับ ศาลทหารนี้ก็ได้มีการพัฒนาในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ ในการที่จะใช้ในระบบไต่สวน ไม่ว่าจะเปึนการบันทึกเสียง บันทึกภาพ วิดีโออะไรต่าง ๆ เปึนไปตามมาตรฐาน ในจุดนี้ผมก็ขอเรียนว่าไม่ว่าจะเปึนบุคลากรเครื่องไม้เครื่องมือหรือ ขบวนการระบบในการไต่สวนเหมือนกับศาลอาญาคดีทุจริตทุกประการ ผมมั่นใจนะครับว่า ทุกอย่างเหมือนกัน มีประสิทธิภาพเหมือนกัน
ในข้อกล่าวอ้างที่ ๒ ก็บอกครับว่าการโอนไปครั้งนี้จะทำให้เกิดความรวดเร็ว ผมไม่เห็นด้วยครับท่าน ในระบบของศาลทุกศาลพวกเราทราบกันดีอยู่แล้ว งานเยอะ งานล้นมือ งานมาก ศาลทหารนี้ก็มีงานที่รับอยู่ส่วนหนึ่ง การที่เอางานของศาลทหารไปแล้วบอกว่า จะทำให้งานมันรวดเร็วขึ้น จะพิพากษาคดีอะไรต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น ผมว่าเปึนความคิด ที่เลื่อนลอยนะครับ ผมยกตัวอย่างก็เหมือนกับโรงพยาบาล ที่ผมยกตัวอย่างโรงพยาบาล เพราะว่ามีประชาชนไปใช้บริการมากมาย โรงพยาบาลของทหารกับโรงพยาบาลของรัฐบาลทั่วไป ยกตัวอย่างพระมงกุฎก็ได้มีผู้ใช้บริการเยอะ ถ้าเราบอกต่อไป พลเรือนให้ไปใช้โรงพยาบาล ของรัฐบาลเท่านั้น แล้วมันจะเกิดความรวดเร็วขึ้น ผมยกเปึนตัวอย่างให้เห็นว่ามันเปึนไปไม่ได้
ในประเด็นที่ ๓ ก็กล่าวอ้างว่าการโอนไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อความเสมอภาคเปึนธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ์ายนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ทุกศาล ให้ความยุติธรรมเปึนหลักอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันอยู่ที่ตัวคนครับ เรามาพูดกันถึงเรื่องความจริง กันดีกว่าไม่ใช่พูดเรื่องข้อเท็จจริงนะครับ พูดความจริง ผมจะเรียนว่าสถิติในป้ ๒๕๖๕ คดี ที่พิจารณาแล้วเสร็จ ๑,๑๒๕ คดี มีการลงโทษ ๑,๑๐๒ คดี คิดเปึน ๙๘.๘๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยกฟัอง ๑๓ คดี คิดเปึน ๑.๑๗ เปอร์เซ็นต์ สำหรับในป้ ๒๕๖๖ จำนวน ๙๕๐ คดี ลงโทษไป ๙๓๗ คดี คิดเปึน ๙๘.๖๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยกฟัอง ๑๓ คดี คิดเปึน ๑.๓๗ เปอร์เซ็นต์ ฟังอีกครั้งหนึ่งครับ เฉพาะ ๒ ป้ ถ้าโดยสรุปก็คือพิพากษาลงโทษ ๙๘ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ แล้วก็ยกฟัอง ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เพราะฉะนั้นที่พูดกล่าวอ้างกันว่าทหารช่วยเหลือกัน เล่นพรรคเล่นพวก แต่ศาลทหารทรงความยุติธรรมนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นคดีที่ยกฟัองคงไม่ใช่ ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ผมเรียนยืนยันครับ
ข้อกล่าวอ้างที่ ๔ หนักหนาสาหัส บอกว่าถ้าไม่แก้ที่จะให้ไปอยู่ศาลอาญา ทุจริตอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐและประชาชน ข้อหาใหญ่นะครับ เปึนข้อกล่าวอ้างใหญ่มาก ผมอยากให้ดูกระบวนการรับฟังความคิดเห็น แล้วท่านจะเห็น ว่าจริง ๆ มันคืออะไร กลุ่มเปัาหมายบอกว่ากลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงนี้ก็ส่งไปที่ส่วนราชการ ๘ หน่วยงาน เกี่ยวข้องโดยอ้อม ๒ หน่วยงาน แล้วก็เกี่ยวข้องทั่วไปก็คือประชาชน วิธีรับฟัง ผมใช้คำง่าย ๆ เลยก็แล้วกัน ก็ทางเว็บไซต์ของรัฐสภา แล้วก็ส่งประเด็นไปให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยตรง ๘ หน่วย แล้วก็ทางอ้อม ๒ หน่วย เวลาครับ ใช้เวลาในการดำเนินการ ๔๕ วัน ขยาย เวลาไปอีก ๑๕ วัน เปึน ๖๐ วัน ผลออกมาเปึนอย่างไรครับ ผลการรับฟังความคิดเห็น มีผู้เข้าร่วมชมเว็บไซต์มากถึง ๓๙๙ คน มีผู้ที่แสดงความคิดเห็น ๑๔ คนนะครับ เปึนชาย ๗ คน หญิง ๗ คน เป็ะเลยครับ ขนาดเลื่อนเวลาหรือขยายเวลาไปจนครบ ๖๐ วัน ความคาดหวัง ของผมที่จะไปดูความคิดเห็นของประชาชนนะครับ บ้านเราประเทศเรามีประชากรประมาณ ๖๖ ล้านคน ผมก็คาดหวังว่าจากเว็บไซต์ ๑๔ คน ผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานโดยตรง ๘ แล้วก็ เกี่ยวข้องทางอ้อม ๒ ก็น่าจะมีความเห็นอย่างน้อย ๒๔ ความเห็น ท่านลองไปดูสิครับ พอไปดู ตารางสรุปความเห็นมีความเห็นอย่างนี้ครับ เห็นด้วยกับร่างของท่านวิโรจน์ ๖ คน ไม่เห็นด้วย ๗ คน มันก็แปลก ๆ นะครับ ไหนอ้างว่าฉบับนี้ทำเพื่อประชาชน ผมยังอยากรู้ว่าประชาชน เขาได้ทราบเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน มันถึงออกมาเปึนอย่างนี้ ผมฝากไปถึงท่านประธานครับ ผมคิดว่าถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องมาทบทวนในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นให้มันดู ดีกว่านี้ได้ไหมครับ แล้วผมก็คิดของผมเองว่าถ้าผมได้รับฟังความคิดเห็นหรือความสนใจ ของประชาชนมากมายอย่างนี้ผมน่าจะยกเลิกเรื่องนี้ตั้งแต่ได้รับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนแล้วครับ ไม่น่าจะต้องมาเปึนภาระในสภานี้ ผมก็ขอฝากอีกนิดถึงพี่น้องรัฐสภา ทุกท่านนะครับ ผมมั่นใจว่าไม่มีความจำเปึนที่จะต้องแก้ไขนะครับ แล้วก็คิดว่าประชาชน เขาก็กำลังดูเราอยู่ ขออนุญาตยืมคำนี้มาใช้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตที่ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เปึนคนเสนอ และกำลังจะชี้ให้เห็นถึงความจำเปึนว่าทำไมจะต้องมีการแก้ไขที่ท่านวิโรจน์เสนอให้มีการแก้ไข ในส่วนคดีความซึ่งเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบของบุคคลที่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร เปลี่ยนไปอยู่ในศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งเปึนศาลใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบครับ ดังนั้นก็ควรมีการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ ให้สอดคล้องกับยุคสมัยอย่างที่ผมมั่นใจว่าวันนี้รัฐสภาของเราจะมีมติเห็นชอบกับร่างแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมร่วมขบวนกับพรรคอนาคตใหม่มาตั้งแต่วันแรกก่อตั้ง จนกระทั่งพรรคถูกยุบกลายมาเปึนพรรคก้าวไกลในวันนี้ครับ กลายมาเปึนพรรคประชาชน ในวันนี้ เข้าใจอุดมการณ์ เข้าใจจุดยืนของพรรคเปึนอย่างดีว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้น เปึนสิ่งที่พรรคเรารับไม่ได้ พูดถึงจุดยืนของพวกเราครับ เอาเฉพาะในส่วนของคนที่จะมาเปึน นักการเมือง คนที่จะมาเปึนผู้สมัครไม่ว่าจะ สส. หรือไม่ว่าจะนักการเมืองท้องถิ่นในทุกระดับ เราพิจารณาจากคุณค่าหลัก ๔ ประการสำคัญต่อไปนี้
๑. เปึนผู้ที่มีความเชื่อมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบ รัฐสภาหมายถึงยืนอยู่ฝ์ายประชาธิปไตย ไม่เห็นดีเห็นงามกับการยึดอำนาจ ไม่เห็นดีเห็นงาม กับการรัฐประหาร ไม่ใช่คนที่เรียกทหารออกมายึดอำนาจ เอาอำนาจไปไว้ให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
๒. เปึนผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ ขบวนการค้าอาวุธ และขบวนการ ค้ายาเสพติด อันหมายถึงยาเสพติดร้ายแรงที่มอมเมาประชาชน
๓ .เปึนผู้ที่ไม่เคยมีประวัติการใช้อำนาจบาตรใหญ่ กระทำการซ้อมทรมาน อุ้มหาย อุ้มฆ่า ตลอดจนกระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างระดับร้ายแรง
๔. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย นั่นก็คือเปึนผู้ที่ทำงานการเมืองโดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช้เงินซื้อสิทธิซื้อเสียง ซึ่งจะเปึนเครื่อง Guarantee ว่าเมื่อคุณได้เข้าไปมีอำนาจแล้ว จะไม่ใช้อำนาจนั้นในทางที่ผิดทำการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อเอาเงินคืน นี่คือ Core Value หรือค่านิยมของพรรค นี่คือ Code Of Conduct หรือจริยธรรมและจรรยาบรรณของพรรค นี่คือจุดยืนของพรรค นี่คือเส้นที่ไม่ว่าจะเปึนใครหน้าไหนก็จะล้ำมิได้ครับ ท่านประธานครับ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันเปึนหนึ่งในสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ดังนั้นคดีความที่เกี่ยวกับการทุจริต และประพฤติมิชอบจึงเปึนสิ่งที่ควรต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่า จะเปึนใครก็ตาม ทหารซึ่งก็เปึนข้าราชการถ้าทำผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติ มิชอบก็ต้องขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นเดียวกับข้าราชการคนอื่น ๆ ไม่ใช่ บอกว่าเปึนคนที่อยู่ในอำนาจขอบเขตของศาลทหารแล้วไปขึ้นศาลทหาร ท่านประธานครับ เรื่องนี้สำคัญอย่างไร ทำไมต้องมีการแก้ไข ถ้าเราไปดู พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ๒๔๙๘ ซึ่งไม่ได้แก้ไขมานานมากเลยนะครับ เราจะพบว่าบุคคลที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารนั้น ในกรณีที่เปึนผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด คดีที่มีโทษร้ายแรงนะครับ โทษจำคุกมากกว่า ๓ ป้ หรือปรับมากกว่า ๖๐,๐๐๐ บาทนั้น กรณีนี้นอกจากจะมีตุลาการศาลทหารที่ทำหน้าที่ พิจารณาคดีแล้วต้องมีการตั้งตุลาการร่วมที่เปึนนายทหารชั้นสัญญาบัตรอีก ๒ คน มาร่วม พิจารณาคดีด้วย ปัญหาก็คือว่าตุลาการศาลทหารโดยปกติก็จะเปึนคนที่เรียนจบกฎหมาย เรียนจบเนติบัณฑิต แล้วก็ไปรับราชการทหาร ขณะที่ตุลาการรวมอีก ๒ ท่านเปึนนายทหาร ชั้นสัญญาบัตรและต้องมียศสูงกว่าผู้ที่ถูกกล่าวหา ส่วนใหญ่ก็จะเปึนนายทหารที่จบมาจาก โรงเรียนเตรียมทหาร ถึงตรงนี้ก็เปึนอย่างที่ทหารส่วนใหญ่เปึนสิครับ เปึนอย่างไรครับ เวลา เขาเจอกันเขาจะทักกัน ทักกันว่าอย่างไรครับท่านชัชวาล เขาจะทักกันว่า รุ่นไหน พี่รุ่นไหน น้องรุ่นไหน เอ็งรุ่นไหน เปึนระบบรุ่น ทหารที่เปึนจำเลยกับตุลาการร่วมที่อยู่ใน ศาลทหารเปึนรุ่นพี่รุ่นน้องกันหมด ดังนั้นหลักการที่เราอยากเห็นคือตุลาการร่วมแทนที่จะ กดดันจำเลยได้นะครับ เปล่าเลยครับ กลายเปึนว่าเหมือนจะมาช่วยจำเลยและกดดัน ตุลาการทหารแทน แล้วคดีมันจะเดินไปสู่ทิศทางไหนครับ คดีจะเดินไปสู่ทิศทางไหนครับ แบบนี้มีระบบรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน รุ่นน้องแบบนี้ เดาไม่ยากเลยใช่ไหมครับว่ารอดหรือร่วงครับ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างคดี GT200 ซึ่งเปึนคดีที่มีคนตายนะครับ คดีนี้ข้าราชการ ไปขึ้นศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ขณะที่ทหารไปขึ้นศาลทหาร ขออนุญาตครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกไม่เสียหายเพราะเอ่ยมาด้วยความชื่นชม แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ คุณหญิงหมอได้รับความยุติธรรมแล้วเพราะฎีกายกฟัองในคดีนี้ แต่ถ้าเราไปดูการต่อสู้ในศาลของท่านนะครับ ตั้งแต่ขั้นต้นมาจนชั้นอุทธรณ์ มาจนชั้นฎีกา เปึนวิบากกรรมของท่านและท่านก็ต่อสู้มาอย่างทรหดอดทน เมื่อเทียบกับนายทหารที่โดนคดี เช่นกัน เมื่อเทียบกับนายทหารลูกผู้ชายอกสามศอกที่ต่อสู้ในคดีเดียวกัน ไปขึ้นศาลทหาร ไปอยู่ใน Safe Zone ของท่าน สังเกตไหมครับ กรณีของคุณหญิงหมอเมื่อศาลฎีกาพิพากษา ว่าเปึนผู้บริสุทธิ์ท่านก็กล้าประกาศออกมาเลยว่าท่านชนะคดี กล้าประกาศออกมาเลยว่า ท่านบริสุทธิ์ ในขณะที่นายทหารที่สู้คดี ที่รอดคดี กลับกระมิดกระเมี้ยนไม่กล้าพูดว่าตัวเอง เปึนผู้บริสุทธิ์ เพราะไม่รู้ว่าตกลงแล้วชนะเพราะคดีหรือชนะเพราะรุ่นหรือไม่อย่างไร นี่คือ เหตุผลที่คดีทุจริตประพฤติมิชอบควรต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติที่เปึนมาตรฐาน เดียวกันครับ ท่านประธานครับ คดีอาญาทั่วไปอย่างลักวิ่งชิงปล้นฆ่า ตามหลักนะครับ ผู้ที่ถูก กล่าวหาที่เปึนทหารที่ต้องให้ขึ้นศาลทหารนั้นก็เพราะทหารเปึนอาชีพที่สังคม เปึนอาชีพ ที่ประชาชนอนุญาตให้ถือป๋น ป๋นที่มาจากภาษีของประชาชนด้วยนะครับ ดังนั้นการขึ้น ศาลทหารในคดีอาญาทั่วไปเปัาหมายจริง ๆ ก็คือต้องการให้ทหารผู้เหิมเกริมนั้นได้รับโทษ มากกว่าพลเรือน แต่เดิมทหารกลัวการขึ้นศาลทหารนะครับเพราะโทษหนักกว่า เพราะป๋น ที่ถือนั้นคือป๋นหลวง เอาป๋นหลวงไปก่อคดีแบบนี้โทษต้องหนักกว่า อย่างสมมุตินะครับ บทลงโทษสูงสุด ๑๕ ป้กรณีศาลยุติธรรมเราก็อาจลงโทษเหลือแค่ ๑๐ ป้แต่ถ้าเปึนศาลทหาร ลงโทษเต็ม Max ครับ ๑๕ ป้เต็ม เพราะว่าคุณบังอาจเปึนอาชีพที่ถือป๋นแต่ดันไปกระทำ ความผิด คนจะคิดอย่างไรกับทหารครับ คนเห็นคนถือป๋นแล้วจะรู้สึกแย่ไหม นี่คือเบื้องหลัง หลักคิดที่ต้องไปขึ้นศาลทหารนะครับ แต่กรณีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้นไม่ใช่ครับ คุณเปึนเจ้าหน้าที่รัฐคุณกระทำการทุจริตเงินหลวงมันไม่เกี่ยวกับทหาร ไม่เกี่ยวกับอาชีพ ที่ประชาชนอนุญาตให้คุณถือป๋น แต่มันเปึนพฤติกรรมชั่ว เปึนพฤติกรรมชั่วแบบนี้ ไม่ว่า คุณจะเปึนข้าราชการใดคุณควรต้องอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมเดียวกัน ซึ่งนั่นก็คือ การขึ้นศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ สำหรับข้ออ้างที่คนซึ่งไม่อยากให้แก้เรื่องนี้นะครับ ที่บอกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาในส่วนคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบทหารก็ต้องไปขึ้น ที่ศาลทหาร ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ไหมครับ ผมในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการศึกษา และแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับศาลทหาร ในคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ถามหน่อย กล้าไหมครับ ไปเปลี่ยนธรรมนูญศาลทหารของไทยให้สอดคล้องกับธรรมนูญ ศาลทหารของอเมริกาเอาไหมครับ เอาไหมครับ เดี๋ยวผมจะบอกว่าต้องเปลี่ยนอะไรบ้างด้วย กล้าไหมครับ รับปากไหม ถ้าจะเอาอย่างนั้นก็ได้เลยครับสร้างศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ของทหารขึ้นมาเลย แล้วให้ผู้พิพากษาไปไต่สวนเอาตุลาการร่วมเปึนผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ไปร่วมด้วย ใช้ระบบไต่สวนด้วย อย่างนั้นก็ได้นะครับ คือเราต้องดูก่อนครับ ไปดูก่อนไม่ใช่ เอะอะก็อเมริกา คดีทุจริตเข้าศาลทหาร ต้องดูว่า พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารของเขาเปึนอย่างไร ก้าวหน้าแบบไหน ท่านประธานครับการต่อสู้คดีทุจริตของทหารในศาลทหาร เพราะระบบ รุ่นนี่ละครับ ต่อให้คุณชนะคดีด้วยกระบวนการยุติธรรมจริง ๆ ประชาชนก็ไม่เชื่อนะครับ เพราะประชาชนเขาก็เชื่อว่าคนนี้รุ่นเดียวกัน คนนี้รุ่นพี่ คนนั้นรุ่นน้อง ต่อให้ข้อเท็จจริงมันใช่คนก็ไม่เชื่อ ต่อให้ข้อเท็จจริงมันใช่คนก็คิดว่าช่วย อันนี้ผมไม่ได้ กล่าวหาท่านอาจจะไม่ช่วยก็ได้แต่คนเชื่อว่าช่วย ถึงกระบวนการยุติธรรมเปึนอย่างนี้ ยิ่งกระบวนการยุติธรรมเปึนอย่างนี้คนจะไม่ไว้ใจทหารท่านอาจจะรอดคุกแต่ท่านจะถูกจองจำ ในอคติเชิงลบจากประชาชนเพราะคนก็คิดว่าช่วยกันครับ ท่านอาจจะรอดจากการติดคุกจริง แต่ท่านติดคุกในใจประชาชนและความสัมพันธ์ของประชาชนกับทหารจะยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน คำพูดที่ฝ์ายหนึ่งชอบใช้กันใช้ถามเสมอกรณี เวลาที่มีใครเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ซึ่งผมก็ไม่ชอบคำนี้นะครับ คำพูดที่เขาใช้กัน คำพูดที่เขาถามกันขอเอามาถามตรงนี้หน่อย คำถามที่ว่าถ้าผิดแล้วกลัวอะไร ทำไมทหารไม่มาขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นเดียวกับประชาชน นี่คือเหตุผล ที่ผมสนับสนุนร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานคณะกรรมาธิการ การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตต่อสภาแห่งนี้อภิปราย กฎหมายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอเข้าสู่สภา ในวันนี้ที่เราต้องมาประชุมร่วมทั้ง ๒ สภา เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเสนอ กฎหมายลักษณะอย่างนี้ต้องประชุมร่วมกันนะครับ ซึ่งกฎหมายเรื่องการปราบปรามการทุจริต เรามีอยู่แล้วและบังคับใช้มาหลายป้แล้ว โดยสรุปก็คือผมขอสนับสนุนโดยหลักการและเหตุผล ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามาทั้งหมด ๗ มาตรา ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตาม เท่าที่อ่านร่างของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้มีข้อห่วงกังวลอาจจะต้องมีการเสนอ ให้มีการทบทวนฉบับร่างนี้ในชั้นกรรมาธิการในวาระสองต่อไปครับ ประเด็นอยู่อย่างนี้ครับ กล่าวโดยสรุป ๗ มาตรานี้ กฎหมายฉบับนี้เน้นคุ้มครองเพื่อต้องการให้มีการแจ้งเบาะแส เพื่อปัองกันไม่ให้มีการทุจริต แล้วก็ให้มีข้อมูลข้อเท็จจริงให้กับคนที่แจ้งเบาะแสได้รับ การคุ้มครอง โดยมีกระบวนการต่าง ๆ ว่าคนที่แจ้งเบาะแสไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย และยังคุ้มครองต่อไปอีกนะครับว่าหากถูกฟัองทั้งทางแพ่งก็จะหาทนายให้ ออกค่าฤชาธรรมเนียมให้ หากถูกฟัองทางอาญาทาง ป.ป.ช. ก็จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดหา อัยการให้ ท่านประธานครับ การคุ้มครองโดยเหตุผลที่อ้างตามมาตรา ๖๓ ผมเปึนห่วงตั้งแต่ มาตรา ๓ เลยนะครับท่านประธาน เพราะว่าเหตุผลที่อ้างรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ เขาให้ คุ้มครองระบุเฉพาะการชี้เบาะแสก็คือคนชี้เบาะแสที่ให้ได้รับการยกเว้นคุ้มครองตามกฎหมาย ที่บัญญัติไว้ นั่นก็คือกฎหมายฉบับนี้ก็จะนำไปสู่กฎหมายที่บัญญัติไว้ภายใต้มาตรา ๖๓ แต่กฎหมายที่เรากำลังพิจารณาอยู่ฉบับนี้ในมาตรา ๓ มันเกินเลยที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๓ ก็คือว่าไม่เฉพาะผู้แจ้งข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสครับท่านประธาน ยังคุ้มครองผู้ให้ถ้อยคำ หรือแสดงความคิดเห็น ที่ผมติดใจก็คือว่าในส่วนของหรือแสดงความคิดเห็นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ไม่ได้ระบุบัญญัติในเรื่องของผู้แสดงความคิดเห็นเลย แต่จะให้การคุ้มครองกับ คนที่แจ้งเบาะแสชี้มูลชี้ข้อมูลกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. คำว่าแสดงความคิดเห็นผมอยาก ให้ทางผู้มาชี้แจงที่เสนอกฎหมาย คณะรัฐมนตรีที่เปึนตัวแทนมาเสนอกฎหมายในวันนี้ ช่วยอธิบายขยายความให้เข้าใจสักหน่อยนะครับว่า คำว่าแสดงความคิดเห็นนั่นหมายความว่าเปึนบุคคลที่ยังไม่ได้เสนอเรื่องต่อ ป.ป.ช. แต่เปึน สื่อสาธารณะหรือคนที่ใช้ TiKTok ใช้ IO ใช้สื่อ Social แสดงความคิดเห็นนะครับ ในที่สาธารณะ อ้างว่าอีกคนหนึ่งทุจริต ทั้ง ๆ ที่ความจริง จริงหรือไม่จริงเรายังไม่ทราบ แต่ถ้าดูต่อในมาตรา ๔ ก็คือว่าหาความปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ ป.ป.ช. เขาสามารถที่จะขอความคุ้มครอง ประเด็นนี้ผมดูแล้วมันน่าจะเกินเลยไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ เพราะในมาตรา ๖๓ ไม่ได้ ระบุว่าให้ผู้ที่แสดงความคิดเห็นนอกเหนือจากคนที่ชี้เบาะแสให้กับ ป.ป.ช. นะครับ นั่นคือ ประเด็นที่ ๑
เหตุผลประเด็นที่ ๒ ที่ผมเปึนห่วงนะครับ การร้อง ป.ป.ช. นี่นะครับมันมีผล หลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับผู้ถูกกล่าวหา คนที่รับราชการหากถูกอ้างว่ากระทำการ ทุจริตทั้ง ๆ ที่ความจริงหรือไม่จริงบนหลักการรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ เขาบอกว่าตราบใด ที่ศาลยังไม่พิพากษาให้ถือว่าเปึนผู้บริสุทธิ์ แต่ในทางปฏิบัติตอนนี้นะครับหลายท่านได้รับ ผลกระทบจากเรื่องที่อยู่ ป.ป.ช. แม้แต่ทางการเมืองนะครับ ก็มีผลถึงขนาดไม่ได้รับตำแหน่ง ไม่ได้รับการแต่งตั้งหากเรื่องที่อยู่ที่ ป.ป.ช. โดยที่ยังไม่มีการพิพากษา กฎหมายฉบับนี้ คุ้มครองเฉพาะผู้ที่แจ้งเบาะแส แต่ไม่ได้คุ้มครองผู้ถูกกล่าวหา ประเด็นมีอยู่ว่าถ้าหาก ความมาปรากฏในภายหลังนะครับท่านประธาน ว่าข้อมูลที่เขาแจ้งมาเปึนความเท็จไม่ใช่ เรื่องจริงแต่เขาเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามมาตรา ๓ และมาตรา ๔ ไปแล้วนะครับ นั่นหมายความว่าคนที่ถูกกล่าวหาเขาดูว่าเขาถูกกลั่นแกล้งเขาก็ไปฟัองศาลว่าหมิ่นประมาท เขาไปฟัองศาลว่าคนที่กล่าวหาเขานี่จดแจ้งข้อความอันเปึนเท็จต่อเจ้าพนักงาน คดีหมิ่นประมาท พิสูจน์ไปปรากฏว่าสุดท้ายผิดจริงครับหมิ่นประมาทจริงคนที่แจ้งเบาะแสไปนั้นเอาข้อความ อันเปึนเท็จเพื่อหวังผลอย่างอื่นไม่ได้หวังผลทางคดีอาจจะหวังผลไม่ให้คนนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง อาจจะหวังผลไม่ให้คนนี้ได้รับตำแหน่ง สุดท้ายถูกฟัองหมิ่นประมาท คนที่ถูกฟัองหมิ่นประมาท และศาลพิพากษาว่าหมิ่นประมาทจริงแต่คนนั้นเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามมาตรา ๔ นั่นคือว่าทาง ป.ป.ช. ได้หาอัยการให้สู้คดี กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ว่าต่อนะครับว่าถ้าผลปรากฏ ในภายหลังแล้วคนที่แจ้งเบาะแสได้รับการคุ้มครอง แต่สุดท้ายมาปรากฏว่าข้อความที่เขาแจ้ง เปึนความเท็จผลเปึนอย่างไร รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับเขาไปแล้ว ถ้าถูกฟัองคดีแพ่งก็จัดหา ทนายให้เสียค่าทนายให้ไปแล้ว รัฐเสียเงินเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปให้กับคนเหล่านั้น คุ้มครองคนเหล่านั้นผมไม่ว่าแต่ต้องมีมาตรการคุ้มครองคนที่ถูกแล้วต่อไปด้วยนะครับ นั่นคือ ประเด็นที่ผมเปึนห่วงนะครับว่าอย่างน้อยที่สุดผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้เท่าที่ฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายก็ให้การสนับสนุนแต่อาจจะต้องมีการถกในชั้นกรรมาธิการในวาระต่อไป ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไปจะเปึนของท่าน วุฒิสมาชิกซึ่งผมจะเลือก ๒ ท่านต่อเนื่องกันนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณเปรมศักดิ์ เพียยุระ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ประเทศเวียดนามกับประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขัน อยู่ระดับที่ใกล้เคียงกันมากนะครับ แต่วันนี้เวียดนามก้าวไปไกลกว่าเรา อันเนื่องมาจากมาตรการ ในการขจัดคอร์รัปชันทำให้เกิดความเชื่อมั่นในสายตาต่างประเทศ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ในภาพลักษณ์ของการลงทุน ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องกฎหมายคอร์รัปชันถือว่าเปึนวิธีที่จะกู้เศรษฐกิจได้วิธีหนึ่ง วันนี้ คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ได้นำเสนอให้มีการแก้ไข ว่าจะให้มีการคุ้มครองพยานจึงถือได้ว่าเกาได้ถูกที่คันครับ ก่อนหน้านี้ถ้าศึกษาคดีของ ป.ป.ช. จะเห็นว่าประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งก็คือคดีมีความล่าช้า เพราะไม่มีใครกล้ามาเปึนพยาน ไม่มีหลักประกันให้พยานรู้สึกปลอดภัยว่าถ้าเข้ามาร่วมเปึนพยานแล้วจะเกิดผลประโยชน์ที่ดี ทั้งต่อส่วนรวมและที่สำคัญต่อตัวเองจะรอดปลอดภัยหรือไม่ คดีก็เลยล่าช้าไปตามลำดับ และจนทำให้ประเด็นที่ ๒ ก็คือเมื่อคดีล่าช้าไม่มีพยานเมื่อมีการสอบสวนเสร็จนำเข้าสู่ การฟัองคดีก็ปรากฏปัญหาที่ ๒ ก็คือสำนวนอ่อน มีบางคดีท่านประธานครับเปึนคดี ที่เกี่ยวพันกับการทุจริตของอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าอัยการไม่ฟัองเพราะสำนวนอ่อน จนทาง ป.ป.ช. ต้องฟัองเอง อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นเมื่อแก้ปัญหานี้ผู้คนที่เปึนพยาน ก็จะเกิดความรู้สึกปลอดภัยและได้รับความคุ้มครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการช่วยเหลือ ด้านค่าใช้จ่าย ประเด็นนี้สำคัญครับท่านประธาน จะมีการแก้ไขในมาตรา ๕ ให้ยกเลิกความ ใน (๒) ของมาตรา ๑๖๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้วให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ตรงนี้สำคัญครับ ท่านประธาน ให้เปลี่ยนเปึน (๒) แก้เปึนว่าให้เปึนค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีมาตรการคุ้มครอง ช่วยเหลือและค่าทดแทนตามมาตรา ๑๓๑ การให้ความช่วยเหลือตามมาตรา ๑๓๒/๒ และ เงินรางวัลตามมาตรา ๑๓๗ ผมจะฝากประเด็นนี้ให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นต่อไป ได้พิจารณาว่าจะแก้ตรงนี้ให้เหมาะสมอย่างไรจึงจะเกิดผลดีต่อการที่เราแก้กฎหมายในครั้งนี้ ท่านประธานครับ การเพิ่มเขี้ยวเล็บให้ ป.ป.ช. ผมถือว่าเปึนจังหวะสมควรที่จะทำให้กู้ภาพลักษณ์ ของ ป.ป.ช. ที่หลายคนพยายามที่จะให้สมญาว่าเปึนเสือกระดาษ ผมอยากให้เปึนพยัคฆ์ที่มี เขี้ยวเล็บที่แหลมคมและสามารถเปึนความหวังในคดีต่าง ๆ ได้อย่างแท้จริง ผมขอให้กำลังใจ และในส่วนบันทึกของฉบับที่ ๒ สั้น ๆ ท่านประธานครับ ของท่าน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผมขอชื่นชมและให้กำลังใจนะครับ เพราะว่ามันมีคำหนึ่งซึ่งแสลงใจคนไทยทั้งประเทศ คือคำว่า ๒ มาตรฐาน ถ้าดำเนินการสำเร็จก็จะเปึนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึนคดีของ ทหารหรือพลเรือนจึงจะเปึนสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยที่เจริญแล้วในประเทศของเราต่อไป ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณเทวฤทธิ์ มณีฉาย
เรียนท่านประธาน ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา โดยหลักการผมเห็นด้วยทั้ง ๒ ร่างแต่ว่า จะขออภิปรายร่างเดียว ก็คือในเรื่องของการยกเลิกมาตรา ๖๙ หรือการยกเลิกการดำเนินคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบกับผู้ถูกกล่าวหาที่เปึนบุคคลในอำนาจศาลทหาร ไม่ใช่เหตุผลอะไร มากมายเลยนะครับท่าน ก็คือในเมื่อทหารใช้งบประมาณใช้ทรัพยากรของรัฐที่มาจากประชาชน เหมือนกับข้าราชการพลเรือนทั่วไปที่มีอำนาจ ก็แค่ทำให้เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาครับ ก็คือมาอยู่ภายใต้การดำเนินคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในเรื่องของ ระบบการไต่สวนที่มันจะมีประสิทธิภาพรวดเร็วเสมอภาคแล้วก็อย่างที่ท่านผู้ที่อภิปราย เมื่อสักครู่ก็คือมีมาตรฐานเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับศาลทหารแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อมาดู คนในวงงานของทหารหรือสิ่งที่เรียกว่าบุคคลในอำนาจศาลทหารไม่ว่าจะเปึนทหารเอง นักเรียนทหาร ผู้ที่มิใช่ยังรวมถึงผู้ที่มิใช่ทหารอีก ที่เปึนทั้งข้าราชการของกระทรวงกลาโหมที่เปึน พลเรือน บุคคลที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ์ายทหารเปึนต้นนะครับ หัวใจสำคัญ เลยครับท่านประธานก็คือเรื่องของความเปึนอิสระและความเปึนกลางครับท่านประธาน เนื่องด้วยตุลาการศาลทหารหรือแม้กระทั่งตุลาการร่วมก็ตามก็สังกัดอยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหม แล้วรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมก็เปึนผู้บังคับบัญชาทหาร สามารถแต่งตั้งตุลาการศาลทหารได้ ทำให้ตุลาการศาลทหารอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของระบบทหารนะครับ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาในคดี ไม่ว่าจะเปึนผู้บังคับบัญชาก็ดี ไม่ว่าจะเปึนอดีตผู้บังคับบัญชาก็ดี หรือเพื่อนร่วมรุ่นก็ดีมาถูก ดำเนินคดีแล้วผู้พิพากษาตุลาการศาลทหารมีความเชื่อมโยงเกี่ยวโยงกันผมก็กังวลในเรื่อง ของความเปึนกลางนะครับ ความกังวลเหล่านี้นะครับถ้าเรารู้สึกว่ามันไม่มีความกังวลหรอกครับ มันก็เปึนระบบมาตรฐานทั่วไปนะครับ ไม่ว่าเขาจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องมันก็เปึนระบบ มาตรฐานทั่วไป แต่ว่าคนก็จับตาดูนะครับเพราะว่าก็เปึนคนรู้จักหรือว่าเปึนคนที่อยู่ในวงงาน เดียวกันมันก็จะเปึนปัญหา ซึ่งถ้าเกิดเราตอบว่ามันไม่มีปัญหาหรอกมันมีประสิทธิภาพ มันเปึนอิสระ แล้วก็การพิจารณามีความเปึนธรรมผมก็กังวลว่าคนในวงงานของกระทรวงอื่น ก็อยากจะตั้งศาลของตัวเองขึ้นมาบ้าง ต่อไปในอนาคตอาจจะมีศาลมหาดไทย ศาลสาธารณสุข ศาลศึกษาธิการบ้างนะครับ ผมก็คิดว่าถ้าเกิดเราตอบว่ามันมีประสิทธิภาพ ถ้าเราตอบว่า มันสามารถอำนวยความยุติธรรมได้จริง ๆ ถ้าเราตอบว่ามันสามารถที่จะแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชันซึ่งเปึนปัญหาเรื่องอำนาจจริง ๆ ผมคิดนะครับว่ากระทรวงอื่นเขาก็อยากจะตั้งศาล ของตัวเองขึ้นมานะครับ
ท้ายนี้ไม่มีเหตุผลอะไรนะครับที่เราจะปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ตราบเท่าที่เรายังอยู่ใน สภาแห่งนี้ ก็เพราะอะไรครับ เพราะเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยมันมีหลักการเรื่องของ การแบ่งแยกอำนาจนะครับ หลักการเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุล การที่มีฝ์ายบริหาร การที่มี ฝ์ายนิติบัญญัติสภา การที่มีฝ์ายตุลาการก็เพื่อหลักประกันเหล่านี้ละครับว่ามันจะไม่ได้ก้าวก่าย หรือว่าตรวจสอบถ่วงดุลกัน มีความเปึนอิสระในการที่จะตรวจสอบคัดง้างกันโดยเฉพาะคดี ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจอย่างคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นผมคิดว่าไม่มี เหตุผลอะไรที่เราจะปฏิเสธร่าง พ.ร.บ. นี้ ในเมื่อเราอยู่ในระบอบนี้ ในเมื่อเราอยู่ในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับผมขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริต ไม่ว่าจะเปึนฉบับที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีนะครับหรือที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ แน่นอนครับก่อนอื่นก็คงต้อง ย้อนความกันว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๖๑ ครับ นั่นหมายถึงว่า ณ ปัจจุบันกฎหมายนี้มีผลมาแล้วกว่า ๖ ป้ครับมันอาจจะมีอีกหลายประเด็นนะครับที่คงจะต้อง มาถึงวาระของการทบทวนกันว่าในแง่ของการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้มีประเด็นใด ๆ ที่สมควรที่จะมีการแก้ไขบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผล ของการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งถ่วงรั้งความเจริญของประเทศมาโดยตลอด และด้านหนึ่งก็คงต้องยอมรับว่าก็ต้องทำให้ปราศจากการใช้หรือถูกใช้ให้เปึนเครื่องมือ ทางการเมืองในการทำร้ายทำลายบุคคลที่ไม่ได้มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการประพฤติทุจริต หรือประพฤติมิชอบใด ๆ ซึ่งเปึนสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในการใช้กฎหมายในประเทศนี้เปึนอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามครับเวลาที่เราจะพูดถึงเรื่องของการแก้ไขกฎหมายนั้นถึงแม้ในชั้นนี้จะเปึน ขั้นรับหลักการครับ แต่ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องดูทั้งเหตุผลแล้วก็เนื้อหาสาระของการแก้ไข ทั้ง ๒ ฉบับไปประกอบกัน ท่านประธานครับเหตุผลสำคัญในการแก้ไขในฉบับของรัฐบาลนั้น ก็คือการคุ้มครองและช่วยเหลือไม่ว่าจะเปึนกรณีของผู้ที่เปึนผู้ให้ถ้อยคำ ผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ให้ข้อเท็จจริงในกระบวนการ ซึ่งมีทั้งประชาชนและอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ผมพยายามที่จะอ่านในเหตุและผลครับว่านอกเหนือจากการร้องทุกข์กล่าวโทษถูกฟัองคดีนั้น มันมีเรื่องของการถูกดำเนินการทางวินัย แต่พอท่านใช้คำว่าประชาชนไม่มีหรอกครับประชาชน ที่จะถูกดำเนินการในทางวินัย จริง ๆ ในเหตุผลนั้นควรจะต้องมีคำขยายหรือคำอธิบาย เฉกเช่นเดียวกับที่อยู่ใน พ.ร.บ. ถ้าจำไม่ผิดจะเปึนมาตรา ๑๓๓ ที่พูดถึง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ใช่ประชาชนแล้วอยู่ในกระบวนการการให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกดำเนินการ ทางวินัย เพราะประเด็นนี้จะไปเกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระที่ท่านมีการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๑๓๒/๒ แต่ท่านไม่ได้เขียนไว้ในเหตุและผลอย่างชัดเจน ก็ต้องเรียนท่านประธานไปยัง ท่านกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สภาก็สามารถที่จะแก้เหตุผลได้ถ้าคิดว่าเหตุผลนั้น จะทำให้สมกับเจตนารมณ์ของการยกร่างกฎหมายอย่างแท้จริงครับ ผมอาจจะมีรายละเอียด บางประการครับในเนื้อหาสาระที่จำเปึน ต้องขออนุญาตสอบถามหรือท้วงติงไว้เผื่อนำไปสู่ การแก้ไข ผมยกตัวอย่างเช่นในกรณีที่เราพูดถึงกระบวนการในการแก้ต่างโดยพนักงาน เจ้าหน้าที่ให้กับบุคคลที่เปึนผู้ให้ข้อมูลต่าง ๆ ถ้าท่านเปึนกรณีของทนายความขององค์กรอัยการ ผมไม่มีความเห็นที่แตกต่างเลยครับ เพราะท้ายที่สุดทนายความนั้นเปึนผู้ประกอบวิชาชีพ อัยการก็ได้รับฉันทานุมัติหรืออำนาจทางกฎหมายในการไปแก้ต่าง แต่มีอยู่บางประการครับ เช่นในกรณีมาตรา ๑๓๒/๒ ครับที่ท่านพูดถึงเรื่องการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เปึนผู้ดำเนินการมีอำนาจในการแก้ต่างเฉกเช่นเดียวกับทนายความ ผมไม่คลางแคลง ต่อศักยภาพหรือความสามารถของพนักงานเจ้าหน้าที่ของท่านหลายท่านก็เปึนรุ่นพี่คณะ นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ที่ผมได้ศึกษาเล่าเรียนมา ผมไม่สงสัยในคุณสมบัติส่วนบุคคลครับ แต่ผมสงสัยในเชิงหลักการการบัญญัติกฎหมายว่าระบบที่เราปัองกันประสิทธิภาพ ประสิทธิผลให้ใครก็แล้วแต่ที่ถูกดำเนินคดีตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างเท่าเทียมกันนั้น ทนายความท่านเปึนผู้ประกอบวิชาชีพ อัยการก็เปึนผู้ประกอบวิชาชีพมีหน้าที่ แต่อะไร คือหลักประกันว่าการแก้ต่างของพนักงานเจ้าหน้าที่ของท่านจะมีอำนาจ มีศักยภาพ มีความสามารถเฉกเช่นเดียวกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ๆ ท่านเอามาจากกฎหมายไหน ท่านเอา หลักนี้มาจากที่ใด ท่านเอาวิธีการคิดแบบนี้มาได้อย่างไร แล้วเพราะเหตุใดถึงเขียนคำนี้ไปใน ร่างกฎหมายครับ
ประการแรกถัดมาที่อยากจะนำเรียนท่านประธานครับ ก็คืออย่างที่ผมได้นำเรียน ไปแล้วว่ากรณีของคนที่ถูกดำเนินการหรือคนที่เราต้องเข้าไปคุ้มครองนั้น ต้องรวมถึงเจ้าหน้าที่ ของรัฐที่ถูกดำเนินการทางวินัย บังเอิญท่านไม่ได้เขียนในเหตุและผลครับ แต่คำเหล่านี้มาอยู่ ในมาตรา ๑๓๒/๑ มาตรา ๑๓๒/๒ ท่านล้อหรือใส่โดยเอา ๑๓๓ ที่มีอยู่แล้วนี่มาปักหลักวางไว้ ตอนต้นได้ไหมว่าประชาชนในกรณีข้อยกเว้นที่ถูกดำเนินการทางวินัยนั้นคือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ประการถัดมาอีกประการหนึ่งในมาตรา ๕ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมความ ในมาตรา ๑๖๒ เฉพาะกรณี (๒) หรือวรรคสอง ท่านไม่ได้แก้อะไรมากนะครับคำเกือบคำเดิม ทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนกรณีของข้าราชการคุ้มครองช่วยเหลือหรือค่าทดแทน แต่ผมอยากเห็นข้อมูล ในเชิงรายละเอียดครับว่าก่อนหน้านี้ที่ท่านใช้กฎหมายนี้มา ๖ ป้มีกระบวนการการใช้จ่ายเงิน จากกองทุนที่มีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ใน (๒) ไปแล้วเปึนจำนวนเท่าไร และหากจะมีการใช้ กฎหมายฉบับที่มีการแก้ไขงบประมาณที่ถูกใช้จะมากขึ้นน้อยลงหรือแตกต่างไปแบบใด อย่างไร สภาแห่งนี้ควรจะทราบครับเพราะเราจำเปึนที่จะต้องพิจารณา เวลาที่ตั้งงบประมาณรายจ่าย ให้กับท่านและจำเปึนต้องพิจารณาในรายงานประจำป้และรายงานทางการเงินที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าเรามีความชอบธรรมที่จะได้คำตอบครับ
ท่านประธานครับประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะนำเรียนผ่านท่านประธานไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการรับฟังความคิดเห็นครับ มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาบางท่านท่านติงว่า สภาแห่งนี้เป่ดรับฟังความคิดเห็นไปมีคนรับฟังความคิดเห็นแค่ ๓๙๙ ราย มีผู้ลงไปแสดง ความเห็นน้อยลงไปอีก ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับกฎหมายหลายฉบับน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำขนาด กฎหมายบางฉบับที่มากกว่านี้วันก่อนผมฟังอภิปรายในสภาท่านก็ติง ผมก็เห็นชอบด้วย แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้น้อยไปกว่าศักยภาพหรือความสามารถของสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา สำนักงานกลาง หรือ ป.ป.ช. นะครับ ของท่านรวมกันน้อยกว่าสภา ๓๙๙ คนด้วยซ้ำ ฉะนั้นผมคงไม่มาถกเถียงกันว่าเพราะเหตุใดทำไมมีคนแสดงความคิดเห็นน้อยมาก หรือเข้าไปชม น้อยมากต่าง ๆ แต่อยากจะฝากท่านประธานไปลองดูว่าเราสามารถเป่ดช่องทางมากขึ้น ในกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นได้หรือไม่อย่างไร เพราะเราเองก็เชื่อแบบเดียวกันครับว่า ความคิดเห็นที่หลากหลายนั้นจะมีผลต่อประสิทธิภาพในการแก้ไขกฎหมาย ก็เปึนประเด็น เกือบทั้งหมดที่ผมได้สอบถาม อย่างไรก็ตามผมก็คงต้องนำเรียนว่าผมเองก็คงรับหลักการ กฎหมายทั้ง ๒ ร่าง และขอให้นำไปสู่การแก้ไขในรายละเอียดต่อไป ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันนี้ผมขออภิปรายร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีทาง ครม. เปึนผู้เสนอ และของท่านวิโรจน์ เปึนผู้เสนอ ในวันนี้ ในร่างของ ครม. วันนี้เปึนการแก้ไขมาตรา ๑๓๒ ซึ่งในเรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ที่เราจะมีการปรับปรุงมาตรานี้ เพื่อให้การคุ้มครองเกี่ยวกับผู้ร้อง ผู้ถูกกล่าวโทษ ผู้กล่าวโทษ แล้วผู้ถูกฟัองคดี ในการปัองกันในการที่เขาไม่ต้องการดูแลจากภาครัฐ ซึ่งฉบับนี้จะสร้าง ความมั่นใจให้กับผู้ร้อง ซึ่งจริง ๆ แล้วปกติผู้ร้องก็เปึนความลับปกป่ดอยู่แล้ว แต่จะถูก เป่ดเผยต่อเมื่อคดีถึงชั้นอัยการหรือชั้นศาลก็จะมีการรู้ว่าท่านใดจะเปึนพยานหรือกรณี ที่ส่งไปดำเนินการสอบวินัยก็จะมีชื่อผู้ร้องหลุดล่วงออกมา จริง ๆ แล้วถ้าเรามีแก้ไข พ.ร.ป. เพิ่มเติมอีกเกี่ยวกับเรื่องการที่ปกป่ดพยานให้ชัดเจนนี่ ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่ค่อยเกิดขึ้นครับ เอาล่ะครับแต่ในเมื่อเราต้องการดูแลเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร้องหรือผู้กล่าวโทษนั้น เราก็ต้องมีมาตรการในการปัองกันเพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ของ ป.ป.ช. ในการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตได้มีความเข้มข้นมากขึ้นแข็งแรงที่จะดูแลงบประมาณของชาติต่อไป
ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของกรณีที่ผู้ถูกกล่าวโทษนี้ กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ทราบแล้วก็บอกว่าให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ นะครับ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวได้รับ ความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ หรือไม่ แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยพลัน และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาให้เสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ ได้รับเรื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ประเด็นนี้ผมเปึนห่วงว่าหลังจากทราบเรื่องแล้ว คดีก็เริ่มแล้ว กรณีกว่าเจ้าหน้าที่จะเสนอกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเปึนคณะใหญ่ เขาก็เกรงว่าเจ้าหน้าที่ เกิดความล่าช้า จริง ๆ ประเด็นนี้น่าจะไปเสนอกับประธาน ป.ป.ช. แล้วก็พิจารณาสั่งการ ในกรณีเพียงแค่ประกันหรือในกรณีที่ออกค่าใช้จ่าย ค่าทนาย ค่าฤชาธรรมเนียมได้เลย แล้วก็ แจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับทราบในภายหลัง ประเด็นนี้ผมว่าจะใช้เวลาได้รวดเร็ว แล้วก็คุ้มครองผู้ถูกร้องทุกข์ ผู้ถูกกล่าวโทษและพยานได้รวดเร็วมากกว่า ถ้ามัวแต่ไปรออย่างนี้ ท่านจะเห็นได้ครับว่าเราไปที่สถานีตำรวจ กรณีญาติไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีเงินประกันก็ยังมี นายหน้ารับจ้างประกัน ก็ประกันได้ทันทีเลยภายในวันเดียว ถ้ากรณีต้องรอ ๑๕ วัน ประเด็นนี้ ก็จะเปึนการที่ผู้ร้องก็จะไม่ค่อยให้ความมั่นใจในประเด็นนี้นะครับ แล้วเกี่ยวกับเรื่องการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้ทราบว่า ในกรณีผู้ร้องแล้วเมื่อท่านรับคดี แล้วจะต้องทำให้เสร็จภายใน ๒ ป้ ได้ขยายอีก ๑ ป้ตามที่ผมทราบก็ยังเร็วกว่าเมื่อก่อนนี้ ตามอายุความ อายุความ ๑๕ ป้นะครับ บางคดีเสร็จ ๑๓ ป้ ๑๔ ป้ล่าช้าทำให้ผู้ถูกร้องบางท่าน เสียชีวิตแล้วก็มี พยงพยานก็หายไป ก็จะดำเนินการได้ไม่เต็มที่นะครับ จะฝากทาง ป.ป.ช. ก็คือเรื่องของกรณีที่ ป.ป.ช. มักจะดำเนินการตามหลังการทุจริตทุกครั้งคือไม่มีการปัองปราม ที่ชัดเจนกับหน่วยงาน ท่านได้แต่รณรงค์นะครับ จริง ๆ ถ้าท่านได้เข้าไปอยู่ในหน่วยงานของรัฐ เช่น หน่วยงานคณะกรรมการราคากลางจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ของกรมบัญชีกลางซึ่งดูแล จัดซื้อจัดจ้างงบประมาณประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท ถ้ามีคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญสัก ๒ ๓ ท่านนี้เข้าไปร่วมเปึนคณะทำงานหรือเปึนที่ปรึกษา อย่างนี้ไปทำให้ปัองปรามตัวนี้ได้เยอะมาก และอีกหน่วยงานหนึ่งที่ต้องดำเนินการร่วมงานด้วย อย่างชัดเจนก็คือ ป.ป.ง. เพราะการทุจริตนั้นต้องอาศัยการฟอกเงินทั้งนั้นนะครับ ต้องนำเงิน ที่เกิดจากการทุจริตไปให้กับหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการทุจริต เงินเหล่านี้มาจากไหน เงินเหล่านี้ก็มาจากธนาคาร สถาบันการเงินของรัฐ ออกมาได้อย่างไร ก็ออกมาจากผู้ประกอบการ ออกจากเครือญาติ ญาติพี่น้อง ลูกหลานแล้วแต่อะไรแบบนี้ ถ้าท่านมี ป.ป.ง. มาช่วยในการ ดำเนินการที่จะดูแลเรื่องการฟอกเงินเหล่านี้มันก็จะทำให้การทุจริตได้ลดน้อยลงไป ประเด็น เหล่านี้ถือว่าเปึนเรื่องสำคัญ ท่านมีกองทุนปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งในนี้ ท่านก็บอกว่าท่านได้แก้ไขหลักเกณฑ์แล้วในเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขวัตถุประสงค์ เพื่อให้ การคุ้มครองดูแลได้ดีขึ้น ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการในส่วนนี้ได้อย่างรวดเร็วให้ทันการณ์ให้กับ ผู้ถูกร้อง ก็ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปขอเชิญคุณมณีรัฐ เขมะวงค์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ เปึนที่น่ายินดีค่ะ ที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ป ป.ป.ช. มีการเพิ่มบทบัญญัติในการคุ้มครองสิทธิของผู้ให้ข้อมูล การให้ความช่วยเหลือในคดีแพ่ง คดีอาญา และมาตรการการปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยความเคารพ ค่ะท่านประธาน ดิฉันมีข้อเสนอแนะในมาตรา ๑๓๒/๑ /๒ และ /๓ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ และความชัดเจนในบทบัญญัติมากยิ่งขึ้นนะคะ ซึ่งจะขอเปึนสรุปประเด็นสั้น ๆ เนื่องจาก มีเวลาจำกัดมากค่ะ
ประเด็นที่ ๑ มาตรา ๑๓๒/๑ ไม่ได้กำหนดตำแหน่งพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มี อำนาจพิจารณาว่ามีตำแหน่งใดบ้าง จึงเห็นควรว่าให้มีการกำหนดตำแหน่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ชัดเจน เนื่องจากในมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.ป. นี้ ได้นิยามพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้อย่างกว้าง และครอบคลุมหลายตำแหน่งค่ะ และมาตรา ๑๓๒/๑ นี้กำหนดให้เจ้าพนักงานเมื่อพิจารณา แล้วให้เสนอความเห็นต่อ ป.ป.ช. โดยพลัน ซึ่งคำว่า โดยพลัน ไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลา จึงเห็นควรว่าควรให้มีการกำหนดกรอบเวลาเพื่อเปึนการเร่งรัดการพิจารณาและปัองกัน การใช้ดุลยพินิจที่ไม่เปึนธรรมค่ะ
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่มีการฟัองผู้ให้ข้อมูลเปึนคดีละเมิดและได้มีมติของ ป.ป.ช. ว่าผู้ให้ข้อมูลได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่งนั้นมีความสำคัญต่อศาล ที่จะต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้ประกอบการพิจารณา แต่ในมาตรา ๑๓๒/๒ (๑) ไม่ได้กำหนดให้ ต้องส่งมติไปยังศาล จึงควรมีการกำหนดให้ส่งข้อมูลและมติของ ป.ป.ช. ต่อศาลที่พิจารณาคดีค่ะ
ประเด็นที่ ๓ การกำหนดหลักเกณฑ์การปล่อยชั่วคราวมาตรา ๑๓๒/๓ บัญญัติไว้ว่ากรณีบุคคลผู้ให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช. อยู่ในอำนาจของพนักงานอัยการหรือศาล พนักงานอัยการหรือศาลจะสั่งปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกันก็ได้ การบัญญัติในลักษณะนี้ อาจทำให้เกิดการตีความได้ว่าเปึนการใช้ดุลยพินิจ จึงเห็นว่าควรจะกำหนดมีการแก้ไข ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าบุคคลดังกล่าวอยู่ในอำนาจของพนักงานอัยการหรือศาลแล้วแต่ กรณีให้ ป.ป.ช. แจ้งมติการปล่อยตัวชั่วคราว และให้พนักงานอัยการหรือศาลสั่งปล่อย ชั่วคราวทันที พนักงานอัยการหรือศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วย หรือไม่ก็ได้ และให้ ป.ป.ช. มีอำนาจประกันหรือวางหลักประกันดังกล่าวค่ะ และก่อนการจบ อภิปรายนะคะ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตในเรื่องการปราบปรามการทุจริตในวงราชการของไทย เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นก็จะมีการจับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ เช่น เจ้าหน้าที่ที่เปึนในระดับ เจ้าหน้าที่พัสดุ เจ้าหน้าที่การเงินว่าเปึนการเอาเงินไปแล้วหนี ท่านประธานคะ กรมคือ หน่วยงานราชการที่มีสภาพเปึนนิติบุคคล ทุกโครงการในแต่ละกรมการเบิกจ่าย การจ่ายเงิน อธิบดีจะต้องเซ็นเบิกเงินด้วยนะคะ และเมื่ออธิบดีเซ็นโครงการหรือเบิกเงินเมื่อเกิดปัญหา ทางด้านการเงินทำไมอธิบดีถึงไม่ต้องรับผิดชอบ ทำไมต้องเปึนเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่รับผิดชอบ เราจึงไม่เห็นว่าที่ผ่านมามีอธิบดีติดคุกเลย มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับเล็ก ๆ เท่านั้น เมื่ออธิบดี และกรมซึ่งเปึนโซ่ข้อกลางระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองไม่ได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบ ต่อความเสียหายของการทุจริตที่เกิดขึ้น เมื่ออธิบดียังรอดแล้วรัฐมนตรีจะไม่รอดได้อย่างไร เราต้องให้เขารับผิดชอบเพื่อทำให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทำได้จริง ในส่วน ความรับผิดชอบหรือโทษเปึนอย่างไรต้องมาดูในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอเชิญคุณนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ในสถานะสมาชิกรัฐสภาครับ จริง ๆ ผมก็เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.ป. ทั้ง ๒ ร่าง แต่วันนี้อยากจะขออภิปรายสนับสนุนการแก้ไข พ.ร.ป. ปัองกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๙๖ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
ประการแรกนะครับนี่เปึนการแก้คอร์รัปชันที่ต้นตอของปัญหา ท่านประธานครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการคอร์รัปชันเปึนปัญหาที่สำคัญที่ถูกพูดมาทุกยุคทุกสมัยนะครับ แต่ที่ผ่านมาแนวทางการแก้ปัญหาก็วนเวียนอยู่กับประโยคเดิม ๆ ว่าคอร์รัปชันเปึนปัญหาที่คน เราต้องสนับสนุนคนดีและไม่สนับสนุนคนไม่ดี ซึ่งผมมองว่าแนวทางแบบนี้เปึนการพูด แบบนามธรรม เปึนการพูดทิ้งขว้างแล้วไม่รู้ว่าต้องเริ่มแก้ปัญหาที่จุดไหน ตัวผมเชื่อว่าปัญหา คอร์รัปชันเปึนปัญหาที่ระบบ คอร์รัปชันจะถูกแก้ได้เราต้องแก้โครงสร้างให้มีการตรวจสอบ ถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่จะเปึนการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอครับไม่ใช่ที่ปลายเหตุ ผมมองว่า ร่างแก้ไข พ.ร.ป. ฉบับนี้จะเปึนหนึ่งก้าวย่างของการแก้คอร์รัปชันอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพราะการปรับแก้ครั้งนี้เปึนการปรับแก้ที่โครงสร้างกระบวนการยุติธรรมภายในกองทัพ ซึ่งอย่างที่เรารู้ครับว่ากองทัพไทยเปึนแดนสนธยาที่ตรวจสอบยากและมากไปด้วยข้อครหา
ประการที่ ๒ นะครับ นี่เปึนการยุติการขัดกันของผลประโยชน์ พ.ร.ป. ฉบับนี้ อนุญาตให้คดีทุจริตของทหารไปอยู่ในการตัดสินใจของศาลทหาร ในเมื่อเราย้อนกลับไปดู พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ป้ ๒๔๙๘ ก็จะพบว่าคนที่มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการศาลทหาร ก็คือทหารผู้มีอำนาจบังคับบัญชา คำถามผมจึงมีอยู่ว่าหากนายทหารชั้นนายพลยศใหญ่ ที่แต่งตั้งตุลาการศาลทหารเหล่านี้เปึนผู้กระทำผิดคดีทุจริตเสียเอง มันจะนำไปสู่การขัดกัน ของผลประโยชน์หรือว่า Conflict Of Interest หรือไม่ ยกตัวอย่างนะครับอย่างเช่นกรณี มหากาพย์การทุจริตเครื่องตรวจระเบิด GT200 เมื่อหลายป้ก่อนทหารชั้นผู้น้อยที่คอยรับ คำสั่งก็ต้องถูกฟัองนะครับ แต่ไม่มีทหารชั้นนายพลตัวต้นตอคนไหนเลยที่ถูกยื่นฟัองต่อ ศาลทหารกรุงเทพฯ แม้แต่คนเดียวเลยนะครับ แล้วก็เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้ในกรณี ทหารยศพลโทท่านหนึ่งที่ถูกตัดสินคดีทุจริตกังหันเติมอากาศในน้ำที่โดนตัดสินโทษจำคุก ๒ ป้ แต่ศาลทหารก็เห็นควรผ่อนปรนโทษให้รอลงอาญาไว้โดยให้เหตุผลนะครับว่าพลโทท่านนี้ ทำคุณงามความดีไว้ รับใช้ประเทศชาติด้านงานวิจัยไว้เปึนจำนวนมากครับ ท่านจะเห็นว่าการให้ อำนาจศาลทหารในการตัดสินคดีทุจริตที่ผ่านมานำมาซึ่งการขาดความเชื่อมั่นต่อระบบ กระบวนการยุติธรรมต่อสาธารณชนที่แม้แต่คนในกองทัพเองบางทีก็ยังไม่เชื่อมั่นเลยด้วยซ้ำ
ประการที่ ๓ นะครับท่านประธานนี่จะเปึนการยกเลิกความ ๒ มาตรฐาน และความซ้ำซ้อนของกระบวนการยุติธรรมครับ ในปัจจุบันนี้เรามีศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบอยู่แล้วในการตัดสินพิจารณาคดีเกี่ยวกับการทุจริต ผมเชื่อมั่นว่าศาลอาญา คดีทุจริตมีความเพียบพร้อมด้านบุคลากร กระบวนการและทรัพยากรอีกมากมายนะครับ ผมจึงไม่เข้าใจว่าทำไมเรายังต้องมีกระบวนการพิจารณาคดีที่ซ้ำซ้อนด้วยการเอาคดีทุจริตไปไว้ ในศาลทหารแทนที่จะเปึนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เหตุผลเดียวที่ผมนึกออกได้ ตอนนี้นะครับ ก็คือกองทัพต้องการคงสถานภาพอภิสิทธิ์ชนเอาไว้ไม่ให้ตัวเองถูกตรวจสอบ และตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนคนทั่วไปนั่นเองครับ
และประการสุดท้ายครับท่านประธานครับนี่จะเปึนการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้แก่สถาบันทหาร หลายป้ที่ผ่านมาเราคงเคยได้ยินกระแสเชิงลบต่อสถาบันที่สำคัญของ ประเทศสถาบันนี้นะครับ ด้วยคำถามที่ว่าทหารมีไว้ทำไมครับ เหตุที่เปึนเช่นนี้เพราะเรา ปล่อยปละละเลยเนื้อร้ายที่อยู่ในกองทัพไว้นานเกินไปแล้วครับ เราจำเปึนต้องปฏิรูปกองทัพ ให้มีความทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ และผมเชื่อเปึนอย่างยิ่งนะครับว่าการแก้ พ.ร.ป. นี้ จะเปึนหนึ่งในก้าวย่างที่ดีในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับกองทัพให้ประชาชนมั่นใจว่า บุคลากรของกองทัพก็อยู่ภายใต้แม่บทกฎหมายเดียวกับประชาชนคนทั่วไป เพราะถ้าเราเชื่อว่า คนทุกคนในประเทศนี้มีความเท่าเทียมกันครับ และเชื่อว่าถ้าหากใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ การทุจริตคอร์รัปชันที่เปึนความผิดร้ายแรง สุดท้ายก็ต้องถูกตัดสินบนกติกาเดียวกัน และบน ระบบยุติธรรมเดียวกันครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณสหัสวัต คุ้มคง ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ.... ที่เสนอโดยท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ท่านประธานครับผมขอพูดถึงหลักการทางกฎหมายสักเล็กน้อยครับว่าเหตุใด เราจึงมีความจำเปึนที่จะต้องแก้ไข พ.ร.ป. ฉบับนี้ครับ
เรื่องแรกที่ผมอยากจะพูดครับคือหลักการในการมีมาตรฐานเดียว มีระบบ กฎหมายเดียวครับ ปัจจุบันนี้ครับเราใช้ชีวิตปกติครับเรามักไม่ค่อยเอะใจกันครับว่า จริง ๆ แล้ว บ่อยครั้งประเทศนี้อยู่ในสภาวะที่มีระบบกฎหมาย ๒ ระบบซ้อนกันอยู่ครับ นั่นคือระบบ กฎหมายที่บังคับใช้กับพลเรือน ซึ่งก็คือพวกเราครับ และอีกระบบก็คือระบบที่บังคับใช้กับ บุคคลที่อยู่ภายใต้อำนาจศาลทหารหรือระบบศาลทหารนั่นเองครับ หลายท่านก็อาจจะบอก ว่าแทบทุกประเทศนี่ก็มีศาลทหารทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ท่านครับสาเหตุที่ผมต้อง ยกตัวอย่างแบบนี้ก็เพราะว่ามันผิดปกติครับ ศาลทหารเองครับควรมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ ที่จำกัด เช่น เรื่องของวินัยทหารหรืออาญาทหารหรือในช่วงเวลาที่ประเทศมีศึกสงคราม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ คือขอบเขตอำนาจของศาลทหารในบ้านเรามีอำนาจล้นพ้นมากครับ นอกจากเรื่องวินัยทหาร อาญาทหารแล้ว ศาลทหารยังขยายอำนาจไปเยอะทั้งเรื่องความมั่นคง หรือแม้กระทั่งเรื่องของพลเรือน พลเรือนขึ้นศาลทหารต่าง ๆ เราก็เห็นมาเยอะครับ แต่บางทีพลเรือนจะเอาผิดทหารผ่านศาลทหารบ้างกลับทำได้ยากเย็น ผมขอไม่ลงรายละเอียด เรื่องนี้นะครับ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้โดยตรงครับ เพียงแต่ยกตัวอย่างว่า ศาลทหารนั้นมีขอบเขตอำนาจที่มากเกินไปพิจารณาอรรถคดีแทบทุกอย่าง ทั้ง ๆ ที่มี ศาลยุติธรรมอยู่แล้ว และเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบเองก็เปึนหนึ่งในเรื่องที่ศาลทหาร มีอำนาจพิจารณาด้วยครับ หากคนเหล่านั้นอยู่ในอำนาจของศาลทหาร ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ นับเปึนเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งครับ ในเมื่อเรามีศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบอยู่แล้ว เปึนแผนกที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเปึนพิเศษ ทำไมเราจึงต้องใช้ศาลทหารในการพิจารณาเรื่องทุจริตในแวดวงทหารอยู่ครับ เรื่องนี้ก็เปึน เรื่องแปลกเรื่องแรกครับ เรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่งครับ คือเมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นครับ การตรวจสอบพิจารณาความหรือสอบสวนความจริงนี่ก็ควรจะเปึนเรื่องที่อยู่บุคคลภายนอก องค์กรหรือบุคคลที่ ๓ ต้องเปึนผู้กระทำครับ แต่ปัจจุบันครับกลายเปึนว่าการตรวจสอบ ทุจริตต่าง ๆ ในกองทัพหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกองทัพ ผู้ที่ไต่สวนพิพากษาให้คุณให้โทษ ก็เปึนคนของกองทัพเอง แบบนี้มันจะทำให้มีโอกาสที่จะเอื้อประโยชน์ให้กันและช่วยเหลือกัน ได้ง่ายขึ้นครับ นี่ยังไม่ได้นับว่าผู้ให้ข้อมูลหรือผู้ที่เป่ดโปงข้อมูลเรื่องทุจริตอาจถูกกลั่นแกล้ง โดยวินัยทหารสั่งซ่อมสั่งคุมขังก็มีให้เห็นกันมานะครับหรือถ้าใครจำได้นะครับในช่วงป้ ๒๕๖๓ ก็มีการออกมาเป่ดโปงเรื่องทุจริตเบี้ยเลี้ยงทหารผู้ที่ร้องเรียนต้องโดนทั้งคุมขัง โดนกลั่นแกล้ง ต่าง ๆ จนสุดท้ายครับต้องออกจากราชการ จนถึงวันนี้เรื่องที่เขาร้องเรียนกลับไม่มีใครรู้เลย ครับว่าไปถึงไหนแล้วบ้าง มีใครได้รับโทษบ้างไหม คดีถึงไหนแล้วไม่มีใครรู้เลยครับ เรื่องราว การตรวจสอบทุจริตในกองทัพนั้นแทบจะเปึนแดนสนธยาไปแล้วนะครับท่าน ต่อให้คน ทั้งประเทศจะรู้ว่ามันมีการโกงกันจริง ๆ แต่พอระบบมันไม่เอื้อ ให้เกิดการไต่สวนที่โปร่งใส โดยศาลที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะก็จะมีปัญหาแบบนี้ครับ หลายท่านก็อาจจะบอกว่า ผมกำลังกล่าวหาศาลทหารหรือไม่ หรืออาจจะแย้งว่าจริง ๆ แล้ว โทษของทหารหลายครั้ง รุนแรงกว่าโทษของศาลพลเรือนเสียอีก เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นครับ ผมไม่ได้บอกว่าศาลทหาร กระทำสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ได้บอกว่าตัดสินดีกว่าแย่กว่าหรือไม่ แต่ที่ผมจะสื่อก็คือเรื่องดังกล่าว มันผิดหลักการครับ วันนี้เราต้องมาพูดถึงหลักการที่ควรจะเปึน ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่า ศาลทหารมีประสิทธิภาพมากหรือน้อย แต่เปึนเรื่องที่ว่าขอบเขตอำนาจของศาลทหารนั้นมีมากเกินไปหรือไม่ครับและสำหรับผมครับ ร่าง พ.ร.ป. ฉบับนี้เปึนการ Guarantee ว่าระบบยุติธรรมของประเทศเราควรมีระบบเดียว และบังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน และมากไปกว่านั้น นี่จะเปึนก้าวแรกของการปฏิรูป กองทัพที่เราหลายคนในที่นี้บอกว่าอยากเห็นและหลายพรรคการเมืองก็ได้ใช้ในการหาเสียง เลือกตั้ง สุดท้ายครับเพื่อจะให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าประเทศไทยของเราจะต้องมีระบบกฎหมายเดียว นั่นคือการทบทวนขอบเขตอำนาจศาลทหารครับ และเปึนเรื่องที่ต้องทำเรื่องต่อไปหลังจาก การแก้ไข พ.ร.ป. ฉบับนี้เสร็จสิ้นครับ ขอบคุณครับ
ขอเชิญคุณก่อแก้ว พิกุลทอง
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองขออนุญาตมาแสดงความเห็นสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริตที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอนะครับ ซึ่งร่างนี้เปึนร่างเกี่ยวกับการปรับปรุงกรณีคุ้มครองพยานบุคคลซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. ท่านประธานครับ สังคมไทยทุกคนก็ตระหนักดีว่าประเทศไทย มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชันมากเปึนไปอย่างกว้างขวางครับ แล้วก็แทบทุกองค์กรก่อให้เกิด ภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อประเทศชาติแล้วก็เปึนต้นทุนทางธุรกิจอย่างหนึ่ง เมื่อสักครู่ท่าน สว. ท่านหนึ่งก็เอา Chart มาให้ดูว่าจาก Corruption Perception Index ปรากฏว่าของไทยนั้น อยู่ลำดับที่ ๑๐๘ จาก ๑๘๐ ประเทศ ซึ่งก็เห็นชัดเจนว่าเปึนภาพลักษณ์ที่เสียหายนะครับ แต่ละป้มีการประเมินว่ามีการคอร์รัปชันในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดสูญเสียเงินทองทั้งของรัฐ และของประชาชนถึงประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านต่อป้ อาทิเช่นว่าการโกงกินเงินหลวงซึ่งมีการ สูญเสียป้ละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านนะครับ การรับสินบนจากธุรกิจสีเทาซึ่งก็มีมูลค่า ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ การซื้อขายตำแหน่งราชการในองค์การต่าง ๆ อย่างที่ เราก็ทราบข่าวกันเนือง ๆ การเบียดบังเงินทองจากประชาชนหรือรับสินบนจากประชาชน ที่มาติดต่อราชการไม่ว่าเรื่องขออนุญาต เรื่องขอสัมปทาน หรืออื่น ๆ นะครับทั้งหมดทั้งปวง รวมแล้วประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ซึ่งเงินจำนวนนี้ถ้าเกิดนำมาใช้พัฒนาประเทศ คิดดูสิครับว่ามันเปึนจำนวนมหาศาล เราสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เราใช้เงินแค่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง เพราะฉะนั้น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราสามารถสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ถึง ๕ แห่ง ท่านประธานครับตาม พ.ร.ป. ของ ป.ป.ช. ป้ ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๑ ซึ่งก็เปึนเรื่อง เกี่ยวกับการคุ้มครองพยานซึ่งตอนนั้นกฎหมายนี้ให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยาน ในคดีอาญามาบังคับใช้โดยอนุโลมซึ่งเปึนการคุ้มครองพยานในกรณีเรื่องความปลอดภัย ซึ่งหลายหน่วยงานไม่ว่าตำรวจหรือ DSI ก็ใช้กฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญามาร่วมใช้ เหมือนกันนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะของพยานในคดีสำคัญ ๆ ซึ่งให้ตำรวจหรือ DSI คุ้มครองพยานหรือบางทีให้ไปอยู่ใน Savehouse หรือถ้าร้ายแรงมาก ๆ พยานอันตรายมากก็ต้องมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนที่อยู่หรือแม้กระทั่ง เปลี่ยนอาชีพนะครับ นั่นกรณีเรื่องความปลอดภัยของพยาน แต่วันนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอ มาตรา ๑๓๒ เข้ามานะครับ ซึ่งเปึนการคุ้มครองพยานในกรณีที่ต้องการปัองกันไม่ให้พยาน ถูกกลั่นแกล้งนะครับ อย่างเช่นว่ามีพยานซึ่งเปึนผู้ร้องเป่ดโปงการทุจริต แล้วคนที่ถูกเป่ดโปง ก็จะตอบโต้แก้แค้นหรือกลั่นแกล้งกลับนะครับ โดยการฟัองร้องบ้างหรือถ้าผู้ถูกเป่ดโปงเปึน ผู้บังคับบัญชาของผู้ร้องก็จะมีการสอบวินัยผู้ร้องบ้างเปึนการกลั่นแกล้ง ทำให้ผู้ร้องนั้น ต้องเหนื่อย ต้องยาก ต้องมาต่อสู้คดี ทั้งที่ตัวเองนั้นมีความประสงค์ดีต่อบ้านเมืองในการเป่ดโปง การทุจริตนะครับ เพราะฉะนั้นการที่คณะรัฐมนตรีได้ปรับปรุงกฎหมายมาตรา ๑๓๒ ซึ่งเปึนการปกปัอง คุ้มครองพยานบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้เขาได้รับการดูแล ได้รับความเปึนธรรม ผมจึงขอสนับสนุน การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้อย่างยิ่งครับ และผมเชื่อว่าหลังการแก้ไขกฎหมายนี้จะทำให้ผู้ได้รับ ความถูกต้อง ผู้ที่ทนเห็นการทุจริตไม่ได้จะออกมาเป่ดเผยการทุจริต ออกมาเป่ดเผยข้อมูล ออกมาให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. มากขึ้นครับท่านประธาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ ผมก็ห่วงเรื่องเดียว ที่ผ่านมาเราเห็นอยู่นะครับว่าเรามีนักร้องมืออาชีพที่หาเงินหาทอง จากการร้องเรียน ร้องเรื่อยเป๋ือย ร้องเพื่อหาเงิน ร้องเพื่อเขาเรียกว่า Blackmail ซึ่งตรงนี้ เปึนกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้น พ.ร.ป. ที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ส่วนอีกฉบับที่มาเสนอ ในครั้งเดียวกันของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ขอให้ย้ายคดีทุจริตที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ของอัยการทหารนะครับ เข้าไปอยู่ในการดำเนินการของอัยการสูงสุด อยู่ในศาลอาญาคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเองก็เห็นด้วยนะครับ ผมเองเคยมี ประสบการณ์ในการขึ้นศาลทหารมาก่อน ถึงแม้ว่าจะเปึนพลเรือนนะครับ แต่ว่าเคยถูก ดำเนินคดีจากการออกมารณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ จนถูก คสช. ดำเนินคดีไป ซึ่งตอนนั้นต้องขึ้นศาลทหาร ท่านประธานครับ ยอมรับเลยว่าบรรยากาศของศาลทหาร มันแตกต่างกับบรรยากาศของศาลพลเรือนนะครับ มีกระบวนการที่แตกต่างกัน ความรู้สึก ความเชื่อมั่นที่แตกต่างกัน ตัวตุลาการเองค่อนข้างเชื่อมั่น แต่ว่ากระบวนการที่เกี่ยวข้อง ผมไม่มั่นใจเลยครับ ฉะนั้นถ้าเกิดมีการโอนมาในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น จะทำให้สังคมไทยเชื่อมั่นมากกว่า เพราะว่าตัวอัยการและศาลนั้นมาจากคนละองค์กรกัน มีความโปร่งใสมากกว่า มีความเชื่อมั่นได้มากกว่า และเหมือนข้าราชการหรือพลเรือนคนอื่น ๆ ที่ถูกดำเนินคดีจะทำให้ทุกอย่างมันเท่าเทียมกัน ปราศจากข้อสงสัย เชื่อมั่นได้ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอสนับสนุนร่างของคุณวิโรจน์ด้วยเช่นกันครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปขอเชิญวีระยุทธ สร้อยทอง ครับ
เรียนประธานรัฐสภาและ สมาชิกทุกท่านครับ ผม วีระยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอร่วม อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริตที่กำหนดให้ยกเลิกการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเปึน บุคคลที่มีอำนาจอยู่ในศาลทหาร และกำหนดให้โอนบรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยู่ ระหว่างดำเนินคดีของอัยการทหารก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ไปให้อัยการสูงสุดเปึนผู้ดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแทน ซึ่งเปึนร่างหนึ่ง ของการประชุมสภาวันนี้ของเพื่อนสมาชิกครับ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสำคัญคงเปึนเรื่องความเชื่อมั่นต่อศาลทหารในการอำนวย ความยุติธรรม ซึ่งถูกตั้งคำถามในหลายประการดังนี้ครับ
ประการที่ ๑ จากวาทกรรมของทหารที่ทำการรัฐประหารท่านหนึ่งที่ว่า ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟัองนาย ไม่ขายเพื่อน ทำให้การปกปัองพวกพ้องตนเปึนทั้งวัฒนธรรมและเรื่องจริงที่มิอาจ หลีกเลี่ยงได้ในสังคมทหาร เมื่อเกิดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดเช่นนี้เกิดขึ้น ในวันที่จะเอาผิด ทหารจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ เราจะไว้วางใจให้ทหารมอบความยุติธรรมให้ประชาชน และประเทศได้อย่างไร
ประการที่ ๒ ทหารนั้นยังไม่มีความพร้อมในแง่ของบุคลากรเทียบกับศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในด้านการจัดการธุรการ รวมถึงความรู้เชี่ยวชาญของ ตุลาการทหารในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิพลเมือง ดังเช่น การทุจริต การละเมิด สิทธิเสรีภาพของบุคคล หรือความขัดแย้งทางการเมืองที่มีความซับซ้อนสูง อาจส่งผลให้ การพิจารณาคดีไม่เปึนไปตามมาตรฐานสากลที่ต้องการความโปร่งใสและยุติธรรมอีกทั้ง มีความเคลือบแคลงใจต่อความเปึนอิสระของตุลาการทหาร เนื่องจากตุลาการในศาลทหาร แต่งตั้งจากผู้มีอำนาจบังคับบัญชาในระดับจังหวัดทหาร มณฑลทหาร หน่วยงานทหาร หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีคำถามครับ การที่มีที่มาขององค์กรตุลาการ อย่างนี้จะวางใจได้หรือไม่ในการตัดสินคดีทุจริต
ประการที่ ๓ ทุกท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวทางกฎหมายที่ว่ากระบวนการ ยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม การดำเนินการพิจารณาล่าช้าในศาลทหารนั้นมีผลกระทบ ต่อการอำนวยความยุติธรรมที่ต้องรอการพิจารณาในหลายประการ เช่น เกิดการสูญเสียสิทธิ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง เกิดผลกระทบทางจิตใจ ความเครียดจากการรอคอยคำตัดสิน นอกจากนี้ การนัดการสืบพยานที่มีต่อเนื่องหรือการไม่เคารพอำนาจศาลของทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่มา ตามหมายเรียก
ประการสุดท้ายครับ ปัญหาในการกำหนดโทษและการขาดหลักเกณฑ์ ที่ชัดเจนในการกำหนดโทษของศาลทหาร ซึ่งอาจเปึนเพียงโทษจำขัง งดบำเหน็จ ซึ่งก็คือ คล้ายอัยการไม่เลื่อนขั้น ไม่เลื่อนเงินเดือน ทำให้เกิดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดอย่างสมบูรณ์ ในสังคมทหาร จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดอย่างสมบูรณ์นี้อาจทำให้เกิดการละเมิด สิทธิมนุษยชนและการกระทำผิดซ้ำ ๆ และหากมีการช่วยเหลือหรือปกปัองผู้กระทำผิด ภายในกองทัพอย่างต่อเนื่องจะทำให้ความน่าเชื่อถือของกองทัพในสายตาประชาชน ยิ่งถดถอยไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหานี้จำเปึนต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน โปร่งใสและมีความเปึนอิสระ โดยเห็นสมควรให้บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารซึ่งเปึนผู้ถูก กล่าวหาในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบถูกดำเนินคดีโดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เนื่องจากศาลพลเรือนมีระบบไต่สวนและการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เป่ดเผยต่อสาธารณะ มากกว่า และปราศจากการแทรกแซงซึ่งช่วยลดโอกาสการปกป่ดข้อเท็จจริงหรือความลำเอียง เพื่อธำรงความเปึนอิสระและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมได้ ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ฉบับนี้ ขอบคุณครับ
ต่อไป ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ครับ
เรียนท่านประธานครับ คือในส่วนของเวลาผมนี่ได้มอบให้ท่านพลเอก สวัสดิ์ ไปแล้วท่านครับ ขออนุญาตไม่อภิปราย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอเชิญท่านวุฒิสภาอีกท่านหนึ่งครับ เพราะเปึนท่านสุดท้ายแล้วก็คือคุณสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม สหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา จากภาคเศรษฐกิจนะครับ ตัวแทนจาก SMEs แล้วก็ภาคหอการค้าไทย ขออนุญาตฉายสไลด์
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้ เรามีปัญหา เศรษฐกิจไทยของเรากำลังอยู่ในช่วงมีปัญหา พื้นฐานของกฎหมายที่ซ้ำซ้อน จะทำให้ระบบคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ สไลด์ต่อไปครับ จากสไลด์นี้ประเทศไทยจะอยู่ในอันดับที่ ๑๐๑ มี ๓๖ คะแนน ประเทศที่มีคอร์รัปชันน้อยที่สุด อุปสรรคของภาครัฐที่ทำมาหากินยากขึ้น ทุกวันนี้ การขออนุญาต การขออนุมัติมากมายหลายขั้นตอนเลยเกิดปัญหาซ่อนการคอร์รัปชันขึ้น ในหน่วยงานราชการต่าง ๆ โดยระบบนะครับ สไลด์ถัดไปครับ ปัจจัยที่เกิดการคอร์รัปชัน ปัจจัยด้านโครงสร้างของระบบ ปัจจัยด้านต่าง ๆ ในระบบราชการที่มีความซ้ำซ้อนเป่ดช่อง ให้เกิดมีดุลยพินิจในการวิเคราะห์ให้การอนุญาตต่าง ๆ นะครับ เกิดปัญหาในขั้นตอนต่าง ๆ ขาดความโปร่งใสและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ กฎหมายและบทลงโทษที่ไม่รุนแรงพอ ทำให้เจ้าหน้าที่บางท่านกระทำผิด ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคม ความมีธุรกิจที่มีความแตกต่าง ระดับกลาง ระดับเล็ก และระดับใหญ่ มีความได้เปรียบ เสียเปรียบในสังคม รายได้ของเจ้าหน้าที่เพียงพอหรือไม่ที่จะทำให้ประคองชีพ ดูแลชีพและ ครอบครัวของตัวเอง การแข่งขันธุรกิจที่รุนแรงทำให้ต้องแสวงหาความได้เปรียบเสียเปรียบ หรือการติดสินเกิดขึ้น ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม เรามีค่านิยมที่ไม่ถูกต้องหรือค่านิยมบริโภคนิยม วัตถุนิยม จะทำให้ระบบมีการเปลี่ยนแปลงไป ซ่อนเร้นซ่อนเงื่อน ระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทยเกิดขึ้น การขาดจิตสำนึกสาธารณะ การดูแล การประพฤติปฏิบัติ การปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ต้องยอมรับนะครับว่าคอร์รัปชันในประเทศไทยเปึนเรื่องปกติไปแล้ว ปัจจัยทางด้านการเมือง มีส่วนเกี่ยวข้องครับ ผู้ผูกขาดอำนาจทางการเมือง การแทรกแซงการทำงานของหน่วยงาน และการตรวจสอบผลประโยชน์ซ้ำซ้อนระหว่างนักการเมืองและนักธุรกิจต่าง ๆ ด้านการเมือง ปัจจัยด้านบุคคล ความโลภและการขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม การขาดความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ ทัศนคติการมองการคอร์รัปชันเปึนเรื่องปกติในสังคมไทยเกิดขึ้น สไลด์ถัดไปครับ อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ การใช้งบประมาณโดยไม่โปร่งใส ลักษณะปัญหา จัดงบประมาณที่ไม่เหมาะสม โครงการต่าง ๆ มีการจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใส โครงการไม่ได้รับการดำเนินการจริง ตัวอย่างการก่อสร้างโครงการพื้นฐานบางโครงการราคา เกินจริง การซื้อสิทธิขายเสียง และผู้มีอิทธิพลทางการเมืองก็เปึนปัจจัยสำคัญ ความประพฤติ มิชอบในสังคมถึงเกิดขึ้น ปัญหาในบุคลากรต่าง ๆ ในหน่วยงานต่าง ๆ และผลประโยชน์ ของพวกพ้อง การจ่ายสินบนเพื่อการอนุมัติและใบอนุญาตต่าง ๆ ซ้ำซ้อนมาก ต้องยกตัวอย่าง อย่างหนึ่งว่าถ้าเราจะเป่ดร้านอาหารเราต้องขออนุญาตระดับ ๘ ใบ ถึง ๑๐ ใบ ต้องบอกว่า ในสังคมไทยซ่อนเงื่อนซ่อนปัญหาอยู่เราจะแก้อย่างไรในเมื่อเรามีการอนุญาตซ้ำซ้อน เราเลย เสนอนโยบายว่าทำอย่างไรหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งช่วยกันแก้ปัญหา เราช่วยกันแก้สัก ๑,๐๐๐ เรื่องพร้อม ๆ กันในประเทศไทยนี้ เราจะมีรายได้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้กลับมา GDP จะเพิ่มขึ้น ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ ทำอย่างไรที่จะให้สังคมไทยแก้ไขปัญหานี้หมดไปจากระบบ ผู้ประกอบการต่าง ๆ เรามีปัญหา ฝากผมมาในวันนี้ อยากบอกทางฝัืงรัฐบาลว่าเราช่วยกัน แก้ปัญหาให้ SMEs ขับเคลื่อนได้ ซึ่งเปึนผู้ประกอบการที่มีมูลค่า มีจำนวนสูงสุดในประเทศไทย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเปึน ผู้อภิปรายท่านสุดท้ายนะครับ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี ลาดกระบัง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ร่าง คือร่างเสนอ โดยคณะรัฐมนตรีและร่างของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผมเห็นด้วยในหลักการทั้ง ๒ ร่าง ในส่วนร่างของทางรัฐบาลคือร่างของคณะรัฐมนตรีนั้น ในส่วนของการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสนั้น ควรจะมีในเชิงหลักการครับ แต่ผมขออนุญาตมาพูดร่างที่สำคัญอยู่ร่างหนึ่งคือร่างของ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เรื่องสำคัญก็คือร่างนี้เปึนร่างที่ยกเลิกมาตรา ๙๖ นั่นหมายความว่า มาตรา ๙๖ เปึนเรื่องของการที่คดีทุจริตเดิมนั้นอยู่ในอำนาจของศาลทหาร ถ้ายกเลิกแล้ว ก็จะไม่มีอยู่ในศาลทหารต่อไป แต่ให้ย้ายคดีที่ทุจริตและประพฤติมิชอบมาอยู่ในศาลพลเรือน คือศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบแทน เรื่องนี้เปึนหลักการที่สำคัญของประเทศนี้นะครับ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยการแยกอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการนั้นเปึนสิ่งสำคัญ ไม่ควรจะอยู่สิ่งเดียวกัน ศาลทหารมีความเหมาะสมในช่วงที่เกิดภาวะสงคราม จำเปึนต้องใช้ วินัยเข้มข้น จำเปึนต้องใช้ความสำคัญของผู้บังคับบัญชาที่คอยเข้มงวดในการห้ามหนีทหาร ให้ปฏิบัติตามเคร่งครัดอันนี้สำคัญ แต่ในช่วงปกติการมาใช้ศาลทหารนั้นมันเกิดความลักลั่น กับศาลพลเรือน มันเปึนอย่างไรครับ หลักของความเท่าเทียมกัน ความเสมอภาค คนที่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาชีพธุรกิจ ลูกจ้าง ชาวนา ครู ข้าราชการอื่นจะต้องขึ้นคดี ศาลทุจริต แต่ทำไมคนเพียงแค่ประกอบอาชีพที่แตกต่างคือทหารเท่านั้นเองมีอภิสิทธิ์ชน ไปขึ้นศาลทหาร นี่คือความไม่เสมอภาค ไม่เท่ากันครับ เมื่อสักครู่มีหลายท่านพูดถึงคดี GT200 ศาล ป.ป.ช. ศาลคดีทุจริตนะครับลงโทษ มีทั้งลงโทษ ทั้งยกฟัองและต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ศาลทหารที่ตัดสินคดีนี้นายพลไม่โดน นี่คือความชอบธรรม ไม่มีนะครับ คดีระดับอย่างนั้นไปลงเฉพาะคดีนายร้อยแค่เล็ก ๆ เด็ก ๆ โดน แล้วทำไม นายพลถึงไม่โดนเพราะอะไรครับ เรามาดูเนื้อในของศาลทหารว่าทำไมถึงเปึนเช่นนั้น เรามาดู พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๓๐ เขาบอกว่าผู้มีอำนาจที่แต่งตั้งตุลาการ ศาลทหาร วรรคหนึ่งผู้มีอำนาจบังคับบัญชาศาลทหารเปึนผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการศาลทหาร ผู้มีอำนาจบังคับบัญชามณฑลทหารเปึนผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการศาลทหารมณฑลทหาร ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยทหารเปึนผู้มีอำนาจแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเปึนผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการศาลทหารกรุงเทพฯ ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการ ตามมาตรานี้จะแต่งตั้งนายทหารนอกประจำการเปึนตุลาการก็ได้ครับ นั่นหมายความว่า ฝ์ายทหารด้วยกันแต่งทหารด้วยกันเอง คุณสมบัติมาดู วุฒิจบปริญญาตรีแค่ปริญญาตรี แล้วให้ฝ์ายกันเอง พวกกันเองแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาแต่งตั้ง ถามว่าจะมีความอิสระได้อย่างไร ความเชี่ยวชาญการสอบเข้าแบบผู้พิพากษาตุลาการศาลปกติเขาต้องจบเนติบัณฑิตเปึนอย่างน้อย แล้วมาสอบแข่งขันยากมากครับ สอบเนติบัณฑิตว่ายากมากแล้วสอบตุลาการยากกว่า ศาลทหาร แต่งตั้งกันเลยเมื่อสักครู่เห็นไหมครับ แล้วจะหาความเปึนกลางและคุณภาพได้อย่างไร ไม่มี การแข่งขันไม่มีการจำแนกแยกแยะว่าใครเก่งหรือไม่เก่ง และสามารถย้ายไปทำหน้าที่อื่นได้ ความเชี่ยวชาญของศาลทหาร ตุลาการศาลทหารไปไหนครับ นี่คือคุณภาพ เอาหลักการ ทั่วไปเลยหลักความเปึนอิสระ ความเปึนอิสระมีอยู่ ๒ ประเภทนะครับ อิสระประเภทที่ ๑ คืออิสระในเชิงของโครงสร้าง อำนาจตุลาการต้องไม่อยู่ภายใต้อำนาจทหารหรืออำนาจ บริหาร แต่นี่ศาลทหารอยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงกลาโหมอยู่ในแผนกหนึ่งนะครับ ซึ่งเปึนอำนาจขึ้นกับหน่วยรบ แต่อยู่อำนาจฝ์ายบริหารนะครับ ในเชิงของตัวโครงสร้างไม่ใช่ แล้วอีกส่วนหนึ่งความอิสระในเชิงของปัจเจก แต่ละคนที่จะเปึนตุลาการจะต้องมีอิสระ ของตัวเอง มีดุลยพินิจที่ตัดสินอะไรก็ได้ แต่ศาลทหารนั้นผู้บังคับบัญชาแต่งตั้ง ไม่แปลก GT200 นายทหารระดับนายพลไม่โดน เมื่อสักครู่ที่ท่านเชตวัน เตือประโคน บอกว่าไม่มี นายทหารที่หลุดตรงนั้นมามาพูดชื่นชมเพราะตัวเองพ้นว่าสุจริต ไม่กล้าพูดครับ แล้วเดี๋ยวนี้ ทำไมคดีทุจริตถึงจะต้องไปอยู่ให้ทหารพวกเดียวกันตัดสินกันเองด้วย ผมไม่เข้าใจ เมื่อสักครู่ มีท่านสมาชิกรัฐสภาพูดบอกชื่นชมว่ามีการพัฒนาการ มีการอะไร ถามว่าแล้วเขาเชื่อถือไหมล่ะครับ ตัดสินกันเองก็ไม่มีทางเลย ดังนั้นสิ่งที่ควรจะเปึนก็ควรจะย้ายเข้ามาให้คดีที่อยู่ในศาลทหาร คดีทุจริตมาในศาลที่เขาเชี่ยวชาญจริง ๆ ตุลาการที่เปึนการเชื่อถือ อย่าไปเอาเปรียบเขา อย่ามี อภิสิทธิ์ชน เลิกอภิสิทธิ์ชนของทหารได้แล้ว ออกมาเสียทีครับ มาอยู่เท่ากับเขา ผิดก็ว่ากันไป ตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูกให้เขาตัดสินไป สู้แบบแฟร์ ๆ เปึนชายชาติทหารกลัวอะไรครับ การสู้คดี เราถึงเวลาหรือยังครับที่จะต้องกล้าหาญ วันนี้ผมอยากเรียนท่านสมาชิกรัฐสภา ทุกท่านนะครับ ถึงเวลาที่จะแบ่งแยกอำนาจชัดเจนเอาออกจากทหาร ซึ่งรวมถึงอนาคตคดี ของศาลทหารในคดีอาญาประเภทอื่นที่ถูกทำร้ายถูกอะไรขึ้นมา นายทหารหลายคน ไม่รับผิดชอบนะครับ ออกมาให้หมด มาอยู่อาญาทั่วไป เว้นแต่กรณีมีการรบการอะไรค่อยเข้าไปอยู่ อำนาจศาลทหารอย่างนั้นได้ไหม มันถึงเวลาหรือยังที่เราต้องกล้าหาญตรงนี้ วันนี้เปึนวันที่ รัฐสภาแห่งนี้จะตัดสินถึงอำนาจการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันจะอยู่ที่ไหน คดีแบบ GT200 จะเกิดขึ้นอีกไหมครับ มีแยก ๒ มาตรฐาน และอีกคดีหนึ่งคดีที่พลโทที่ถูกตัดสินแล้วก็จำคุก ๒ ป้ ล่าสุดที่ตัดสินมาไม่นาน ป้ ๒๕๖๗ ก็ให้รอการลงโทษได้เพราะเหตุว่าเคยทำความดีมา แสดงว่าทหารไม่เคยทำผิด ทำผิดทุจริตก็ยังปล่อยให้รอการลงโทษได้หรือ เช่นนั้นหรือ นี่คือ สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขอฝากท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านจุดตรงนี้เปึนจุดที่สำคัญที่จะ เปลี่ยนอำนาจของประเทศที่จะอยู่กับร่องกับรอยสักทีหนึ่ง ก้าวที่สำคัญขยับคดีทุจริตมาอยู่ตรง ศาลทั่วไปให้เท่ากันข้าราชการทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน ถัดมาก้าวต่อไปคดีอาญามาอยู่ ฐานปัจจุบันได้หรือไม่
ทางฝ์ายรัฐบาลขออีก ๑ ท่าน ๗ นาที เพราะเวลาของรัฐบาลก็ยังเหลืออยู่อนุญาต เชิญคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น วันนี้เราทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนการประชุมร่วมกัน ๒ สภา โดยปกติการร่างกฎหมายจะต้องเปึนไปตาม ๒ สภาครับ เริ่มจากสภาผู้แทนราษฎร ในวาระหนึ่ง วาระสอง วาระสาม เสร็จจากนั้นก็ไปที่วุฒิสภา วาระหนึ่ง วาระสอง วาระสามเหมือนกัน ถ้าเห็นตรงกันก็ทูลเกล้าฯ ไม่เห็นตรงกันก็ตั้งกรรมาธิการร่วมดังที่เราเคยปฏิบัติมา แต่นี่ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๑๐ ประการ ถึงได้ มีโอกาสได้มาอยู่ด้วยกัน ผมคิดอีกแง่หนึ่งการมาอยู่ด้วยกันนี้จะเปึนเจตนาโดยตรงหรือเปล่า เปึนการทำลายระบบ ๒ สภาให้เหลือสภาเดียว แต่คนบางคนไปพูดทำไมเพราะเปึนรัฐธรรมนูญ ผมเสียดายระบบ ๒ สภานะครับก่อนที่จะลงเนื้อใน ผมอยากให้มีระบบ ๒ สภา มันถึงจะ ละเอียดรอบคอบ พอเปึนกรรมาธิการร่วมกันอย่างนี้ในทางปฏิบัติทางสภาผู้แทนราษฎร จะเพลี่ยงพล้ำ เพราะว่าในการโหวตเสียงทีไรประชุมร่วมกันทางวุฒิสภาเขาสามัคคีมากกว่า เขาจะได้รับชัยชนะจากการโหวตเสียงทุกกรณีไป นี่เปึนข้อสังเกตนะครับ ผมฟังแล้วกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้กฎหมายที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาแสดงถึงความตั้งใจจริง ของรัฐบาลอยากจะแก้ไขอยากจะส่งเสริมให้มีการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ จึงได้เร่งรัด ที่จะเสนอกฎหมายฉบับนี้มา เพราะการหาพยานที่จะมาสนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชันของบรรดา ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ผมเคยเขียนบทความในสมัยเปึนทนายความหนุ่ม ๆ ผมเขียนว่า Commission กับคอร์รัปชันมันเปึนสิ่งเดียวกันหรือไม่ คอร์รัปชันกับ Commission ยกตัวอย่างประเทศ สารขัณฑ์ผู้ว่าราชการจังหวัดรับเงิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เขาเรียกว่า Commission หรือคอร์รัปชัน ถ้าแยก Commission กับคอร์รัปชันไม่ออกต่อให้ตั้งอย่างไรมันก็ไม่สามารถปราบปราม การทุจริตได้ ผมดีใจที่อยากจะคุ้มครองพยานเพราะความกล้าหาญในการที่จะมาเปึนพยาน เสี่ยงภัยทั้งชีวิต เพราะว่าได้ยินข่าวที่จังหวัดโน่นก็โปังกันเก็บกันความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินทางรัฐ กฎหมายฉบับนี้จะพยายามอุดรูรั่วให้มีกำลังใจสร้างจิตสำนึกของประชาชน ทั่วประเทศให้ทำหน้าที่ในการปราบปรามการทุจริต คุณก่อแก้ว พิกุลทอง ได้อภิปราย ผมขออนุญาตเอ่ยนาม การทุจริตคอร์รัปชันถ้าจำนวนเงินทั้งหมดเอามาพัฒนาด้านอื่น มันเยอะนะครับ จึงอยากให้กรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นได้โปรดวินิจฉัยว่า Commission กับคอร์รัปชันเปึนสัตว์ประเภทเดียวกันไหม นี่ฝากไปด้วยครับ ส่วนเรื่อง พ.ร.บ. ของคุณวิโรจน์ ซึ่งเอาชื่อผมไปเปึนนามสกุล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผมว่าเปึนสิ่งสำคัญวันนี้ไม่มีตัวแทน ของศาลเลย ไม่มีตัวแทนของทหารเลยครับ วันนี้ผมฟังแล้วประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดเขามี ความคิดว่าถ้าเปึนอย่างนี้แล้วจะมีศาลทหารไว้ทำไม จะมีอัยการศาลทหารไว้ทำไม ผมมีเพื่อน รุ่นผมนี่เปึนพลเอกนะครับจบนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ มีคนเดียวที่เปึนพลเอก แต่เปึนเจ้ากรม หรือเปล่าไม่ทราบพลเอก ได้เปึนตอนลาออกแล้วก็ได้แค่พลโทเขาแถมให้อีกขั้นหนึ่งเปึนพลเอก ท่านที่เคารพครับวันนี้เสียหายอย่างยิ่งหาตัวแทนทหารสักคนสิครับ ท่านรองประธานวุฒิ ก็เปึนทหารเก่าเปึนแม่ทัพ รองพูดสิว่าจำเปึนต้องมีศาลทหารวินิจฉัยเรื่องนี้ไหม ผมเรียน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ศาลทหารมาก่อน ศาลของทหารวินิจฉัยคดีที่ทหารทำความผิดกับ ทหาร ทำความผิดเกี่ยวกับวินัย มูลเหตุที่ตั้งศาลทหารเปึนอย่างนั้นแยกออกจากศาลพลเรือน เขาให้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ คราวนี้เรื่องที่ไปพาดพิงเรื่องทุจริตคอร์รัปชันท่านวินิจฉัยกันเอง เขาไม่ไว้ใจฟังถึงวินาทีนี้ ไม่มีใครมาโน้มน้าวที่จะไปช่วยเหลือท่าน ผมเองก็ต้องโหวตให้แก่ทาง ลักขณาอดิศรครับเที่ยวดีเพราะไม่มีอีกฝ์ายหนึ่งมาพูดว่าจำเปึนต้องตั้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ให้ทหารพิจารณาของทหารเอง ท่านครับทหารวันนี้ตกเปึนจำเลยโดยเฉพาะศาลทหาร ผมเห็นใจนะครับผมเปึนลูกเขยทหารนะครับ ลูกสาวทหารหาเงินเก่งนะครับซ่อนไว้ที่ไหน หาเจอหมดเลยครับ วันนี้อยากให้ตัวแทนทหารคือให้ก้ำกึ่งเปึนความยุติธรรมหน่อยครับ จำเปึน จะต้องมาแก้ไขข้อขัดข้องครับว่าคุณเอาอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องทุจริตคอร์รัปชันแต่ประชาชน ไม่ไว้ใจว่าคุณทำกันเอง มันเปึนเรื่องใหญ่ที่จะมีหรือไม่มีศาลทหารต่อไป ความเคารพนับถือ ความศรัทธา จึงขอโดยสารพูด วันนี้เราตัดอำนาจเรา ๒ สภาเหลือสภาเดียวท่านประธานครับ แล้วผลของกฎหมายจะเปึนอย่างไรหากเปึนไปได้ถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญนะครับซึ่งโอกาสแก้ ก็ริบหรี่แล้วละครับ ก็ควรจะแยกให้เปึน ๒ สภาซึ่งเปึนจิตใจที่เรามี ๒ สภาในการกลั่นกรองกัน ขออนุญาตโดยสารพูดเปึนคนสุดท้ายครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เมตตาให้ได้ มีโอกาสพูดเผื่อว่าคนทางบ้านว่าผมมาประชุมครับ ขอบคุณครับ
จบการอภิปราย ของท่านสมาชิกแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ เมื่อได้อภิปรายจบแล้วผู้เสนอญัตติ ก็มีสิทธิที่จะสรุปได้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ ผู้เสนอญัตติฉบับของคุณวิโรจน์ครับมอบให้ คุณเอกราชหรือเปล่าครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนประธานรัฐสภา ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับที่ได้อภิปราย สนับสนุนร่างแล้วก็เท่าที่ฟังมาส่วนใหญ่สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้เห็นตรงกันนะครับเกี่ยวกับ ปัญหาของศาลทหารแล้วมีความเข้าใจมีเพียงเพื่อนสมาชิกบางท่านที่อาจจะติดยศติดเหลิง ในอำนาจไม่ค่อยเข้าใจเรื่องศาลทหารเท่าไร ผมก็เลยอยากจะขอใช้เวลานี้สั้น ๆ ในการสรุปประเด็น อภิปรายปัญหาเผื่อเพื่อนสมาชิกที่ยังไม่เข้าใจในประเด็นนี้ก็จะได้เห็นปัญหาแล้วก็ได้ออกเสียง ลงคะแนนด้วยความอุเบกขา ท่านประธานครับในส่วนของการดำเนินการในศาลทหารนั้นครับ มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาโดยกรรมาธิการการทหารก็ไปศึกษารับฟังในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทุกท่านประชาชนที่มาสะท้อนปัญหาได้พูดถึงกระบวนการวิธีพิจารณาความ มากมายนะครับซึ่งผมไม่สามารถลงรายละเอียดถึงปัญหาเพราะว่า ๒ ชั่วโมงก็ไม่จบ ดังนั้น เพื่อนสมาชิกที่บอกว่าศาลทหารดีอยู่แล้วท่านเชื่อมจิตเอานึกเอาเองว่ามันดีอย่างนั้นดีแบบนี้ แต่ในความเปึนจริงนี่คือเสียงของประชาชนครับในฐานะผู้แทนราษฎร และเพื่อนสมาชิกหลายคน ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ก็เคยไปใช้บริการศาลทหารในฐานะที่เปึนจำเลยก็มีก็พูดเปึนเสียงเดียวกัน ว่ากระบวนการยุติธรรมเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ การที่จะมายกบอกว่าคดีที่จะมีการแพ้ชนะกันมีอัตราส่วนเท่านั้นเท่านี้ แสดงถึงความสถิตยุติธรรมนั้นใช้ไม่ได้นะครับ เนื่องจากการที่จะบอกว่าในศาลทหารนั้น มีสถิติการยกฟัองจำนวนเท่านั้นเท่านี้อัตราน้อยถ้าไปเทียบกับศาลยุติธรรม ซึ่งการนำสถิติ มากล่าวอ้างเปึนเชิงตัวเลขแต่ในความเปึนจริงต้องดูเรื่องของกระบวนวิธีพิจารณาความ และการอำนวยความยุติธรรมที่ยอมรับได้และที่ประชาชนนักกฎหมายยอมรับได้
เอาเรื่องแรกครับท่านประธาน ไม่มีศาลยุติธรรมที่ไหนที่ยอมให้ตุลาการ ทนายความหรืออัยการที่เปึนฝ์ายโจทก์ นายทหารพระธรรมนูญหรือทนายความของจำเลย อยู่ภายใต้โครงสร้างองค์กรเดียวกัน หลักการแบ่งแยกอำนาจการอำนวยความยุติธรรมพวกนี้ จะมารู้จักกันภายหลังอะไรตรงนี้เปึนเรื่องลับหลัง แต่ว่าโครงสร้างที่เราจะยอมรับให้ทั้งหมดนี้ เปึนรุ่นเปึนพวกเดียวกันยอมรับไม่ได้ครับ ประชาชนยอมรับไม่ได้ วันหนึ่งเปึนอัยการฟัองคดี ศาลทหารแห่งหนึ่ง สุดท้ายวันดีคืนดีผ่านไป ๓ ป้คดีมีการโยกย้าย ตัวเองต้องไปเปึนทนาย ให้กับจำเลยสู้คดีของสำนวนตัวเอง แบบนี้จะไปยอมรับได้อย่างไรให้เกิดขึ้น นี่คือ ๑ เรื่อง ที่ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าถ้าหากว่ามีการยอมรับการแก้ไขให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้นทุกคน อยากเห็นระบบศาลที่สถิตยุติธรรมมากขึ้น แน่นอนครับก็มีคนกล่าวอ้างไปอีก ๑ ประเด็นว่า ในกรณีของศาลทหารนั้น หรือพระราชบัญญัติอย่างเช่น พ.ร.บ. อุ้มหายเรียกสั้น ๆ อาจจะขัด รัฐธรรมนูญหรือไม่เพราะว่ารัฐธรรมนูญได้เขียนเอาไว้ไม่ว่าจะเปึนมาตรา ๑๙๓ หรือมาตรา ๑๙๙ ผมขอชี้แจงแบบนี้ครับท่านประธาน ในมาตรา ๑๙๓ เขาเขียนบัญญัติเอาไว้ครับว่าให้แต่ละศาล ยกเว้นศาลทหารมีหน่วยงานรับผิดชอบธุรการที่เปึนอิสระ นั่นหมายความว่าสำนักงานศาลยุติธรรม เขาสามารถที่จะตั้งระบบข้าราชการต่าง ๆ ของตุลาการที่จะดูแลงานหลังบ้านยกเว้นศาลทหาร ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหมขึ้นตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ประเด็นที่ ๒ มาตรา ๑๙๙ มาตรา ๑๙๙ เขาเขียนสั้น ๆ แบบนี้ครับ ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเปึนบุคคลซึ่งอยู่ในอำนาจ ของศาลทหารและคดีอื่นทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ นั่นหมายความว่ามีร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอื่นที่สภาแห่งนี้ซึ่งเปึนอำนาจนิติบัญญัติ ร่างออกมาว่าควรจะเปึนอย่างไร ดังนั้นถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นตรงกันว่าวันนี้เราจะนับหนึ่ง แก้ปัญหาศาลทหารให้มีความศักดิ์สิทธิยุติธรรมเทียบเท่ากับศาลยุติธรรมอื่น ๆ โดยเริ่มต้น นับหนึ่งในคดีอาญาทุจริตก่อนนะครับ คดีอาญาทุจริตเรามีศาลอาญาทุจริตหนึ่งในศาลยุติธรรม ถ้าเราจะนับหนึ่งวันนี้ถ้าเราแก้ไขตามมาตราที่เสนอมาก็จะสามารถที่จะไปยกเลิกให้คดีอาญาทุจริต ทั้งหลายที่ดำเนินกระบวนการพิจารณามาก่อนไปอยู่ศาลอาญาทุจริตดำเนินการโดยอัยการ นี่คือหัวใจสำคัญจุดเริ่มต้นเปึน Jigsaw แค่ ๑ ตัวยังเหลืออีก ๓ เรื่องที่จะต้องไปให้ถึง ไม่ว่า จะเปึนการแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ไม่ว่าจะเปึนการแก้ไขพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาความในคดีอาญาทุจริต ดังนั้นก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่สนับสนุนแล้วก็ หวังว่าทุกท่านจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปก็จะเปึนการลงมตินะครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่พิจารณานี้มีอยู่ ๒ ฉบับ แต่ว่าตั้งแต่เริ่ม ท่านสมาชิกรัฐสภามีความเห็นว่าจะแยกการลงมติแต่ละฉบับนะครับ ก็จะดำเนินการตามที่ ท่านสมาชิกได้เสนอและตกลงตั้งแต่แรกแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในวาระนี้ก็จะเริ่มลงมติว่า จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอก่อน แล้วหลังจากนั้นก็จะไปพิจารณารับหรือไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ที่คุณวิโรจน์และคณะเปึนผู้เสนอ เข้าใจตามนี้นะครับ ก่อนที่จะมีการลงมติก็ขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาในห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรือว่าอยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญครับ จะมีการลงมติในร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนี้ สำหรับท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนนะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สากล ภูลศิริกุล สว. ๑๖๒ แสดงตนครับ
สว. ๑๖๒ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดนะครับ ถ้ามีปัญหาขัดข้องกรุณาบอกด้วยแล้วก็บอกเลขที่สมาชิกแล้วก็บอก สว. หรือ สส. ด้วยเพื่อง่ายต่อการจดนะครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม โสภณ มะโนมะยา สว. ๑๘๒ ขออนุญาตแสดงตนครับ
สว. ๑๘๒ แสดงตนครับ เชิญครับกำลังเข้ามาอีกหลายท่านครับ
ท่านประธานครับ ผม ฉลาด ขามช่วง แสดงตนครับ
บอกเลขที่ด้วย สส. เลขที่ เท่าไรครับ
สส. ๖๕ ครับ
๖๕ นะครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สส. ๓๐๑ แสดงตนครับ
สส. ๓๐๑ แสดงตนนะครับ
ท่านประธานครับ สิริน สงวนสิน ๔๒๐ แสดงตนครับ
ช่วยขานเลขที่ให้ชัดหน่อย เจ้าหน้าที่จะได้จดครับ เจ้าหน้าที่จดด้วยนะครับ กำลังเข้ามาอีกหลายท่าน ท่านที่เข้ามาใหม่ กรุณากดบัตรแสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ ไม่มีครับ ผมขอป่ดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ตอนนี้มีผู้แสดงตน ๓๘๓ ท่าน ที่ขานชื่อ อีก ๕ ท่าน รวมเปึนอยู่ในห้องประชุม ๔๘๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ก็จะดำเนินการ ต่อไปนะครับ
ก็จะถามมติจากท่านสมาชิก ทุกท่านว่าจะสมควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอหรือไม่ ท่านผู้ใด เห็นว่าสมควรรับหลักการกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่สมควรรับหลักการ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สว. สากล ภูลศิริกุล ๑๖๒ เห็นชอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง หมายเลข ๖๕ เห็นชอบครับ
เห็นชอบ ๒ ท่านแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผม สิริน สงวนสิน ๔๒๐ เห็นชอบครับ
ช่วยขานด้วยเห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบครับ ท่านบอกเลขที่อย่างเดียวครับ
สิริน สงวนสิน ๔๒๐ เห็นชอบครับ
เห็นชอบนะครับ
ผม นายสาเหะมูหามัด ๔๑๕ เห็นชอบครับ
เจ้าหน้าที่จดด้วยนะครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม โสภณ มะโนมะยา สว. ๑๖๒ เห็นด้วยครับ
ครับ มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงมติบ้างนะครับ ไม่มีนะครับ ป่ดการลงมตินะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้มาลงมติ ๔๙๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๘๘ ท่าน เดี๋ยวขานชื่ออีกเท่าไรนะครับ มีผู้เห็นด้วย ๔๘๘ ท่าน บวก ๕ ท่าน เปึน ๔๙๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน เพราะฉะนั้นที่ประชุมนี้เห็นสมควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
ต่อไปก็จะให้ท่านสมาชิก เสนอจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอเสนอกรรมาธิการจำนวน ๓๙ ท่านครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ มีผู้ใด เสนอเปึนอย่างอื่นครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ไม่ได้เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ แต่ว่าขอหารือท่านประธานเพื่อให้ท่านสมาชิกจะได้ไม่เข้าใจผิด ผมเข้าใจว่าได้รับสัญญาณจะทางวิปรัฐบาล เดี๋ยวเรายังมีอีก ๑ ร่างเราจะตั้งกรรมาธิการชุดนี้ ให้เสร็จแล้วเดี๋ยวเราจะต้องลงมติกันอีก ๑ ร่าง ท่านสมาชิกจะได้ยังอยู่รอเพื่อลงมติอีก ๑ ร่าง ขอบคุณครับ
อันนี้ลงมติเฉพาะ ของคณะรัฐมนตรี แล้วก็ตั้งกรรมาธิการก็ของคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน เดี๋ยวอีกสักครู่ เพื่อความเข้าใจตรงกันก็จะมีการพิจารณาร่างของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พิจารณา เช่นเดียวกันและกรรมาธิการนั้นค่อยว่ากันอีกที จะใช้ชุดเดียวกันหรือว่าคนละชุดก็ได้ค่อยว่า อีกทีนะครับ เข้าใจตรงกันนะครับ ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วย กับจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่าน เชิญเสนอสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจำนวน ๔ ท่าน ดังนี้ ๑ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ๒. นายณรงค์ ทับทิมไสย์ ๓. นายโกเมท ทองภิญโญชัย ๔. นายธีระพงศ์ มีลักษณ์ ขอบคุณค่ะ
คณะรัฐมนตรีขอเสนอ ๔ ท่าน แล้วท่านเสนอชื่อแล้วนะครับ ส่วนสัดส่วนของท่านสมาชิกจาก ๓๙ ท่านก็เปึน ๓๕ ท่าน ในสัดส่วน ๓๕ ท่านนี้ก็เปึนของวุฒิสมาชิก ๑๐ ท่าน สัดส่วนของ สส. ๒๕ ท่านนะครับ สัดส่วนของ สส. ในจำนวน ๒๕ ท่าน ก็จะเปึนดังต่อไปนี้ พรรคประชาชน ๗ ท่าน เพื่อไทย ๗ ท่าน ภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ขอเชิญท่านสมาชิกวุฒิสภาเสนอสัดส่วนของท่านวุฒิสภา ๑๐ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของวุฒิสภาจำนวน ๑๐ คน ดังนี้ ๑. พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๒. ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ ๓. พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ๔. นางอังคณา นีละไพจิตร ๕. นายนิพนธ์ เอกวานิช ๖.นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ๗. นายเศก จุลเกษร ๘. นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ๙. นายสุนทร เชาว์กิจค้าและ ๑๐. นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ต่อไปก็เปึนสัดส่วนของ พรรคประชาชน ๗ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ ในฐานะตัวแทนรัฐสภาครับ ผมขออนุญาตเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต สัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๗ คน ดังนี้ครับ ๑. นายเอกราช อุดมอำนวย ๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๓. นายนพดล ทิพยชล ๔. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ๕. นาวาโท กิตติพงษ์ ป่ยะวรรณโณ ๖. พลอากาศตรี ชัยวัฒน์ วัชรคีรี ๗. นายต่อพงษ์ จีนใจน้ำ ขอผู้รับรองครับ
รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจำนวน ๗ ท่าน ลำดับที่ ๑ นายนพดล ปัทมะ ลำดับที่ ๒ นายชลน่าน ศรีแก้ว ลำดับที่ ๓ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ ๔ นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ลำดับที่ ๕ นายชัชชัย แจ่มจันทร์ ลำดับที่ ๖ นายเอกชัย ไชยนุวัติ และลำดับที่ ๗ นายธงทอง นิพัทธรุจิ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน ๑. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๒. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๓. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ใยอนงค์ ทิมสุวรรณ ๔. นางสาวสุกัญญา กอจรัญจิตต์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเปึนพรรครวมไทยสร้างชาติครับ
เรียนท่านประธาน ผม จ่าอากาศเอก อภิชาต แก้วโกศล นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อตามสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติดังนี้ ท่านแรก ท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ท่านที่ ๒ ท่านโกวิทย์ ธารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเปึนพรรคประชาธิปัตย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านนะครับ ได้แก่ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญในนามของพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านคือนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พลังประชารัฐครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นาย อัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่านดังนี้ครับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พัสกร องอาจ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนาครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอชื่อนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคประชาชาติครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนป้แน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ขอเสนอในสัดส่วนของ พรรคประชาชาติ ๑ ท่านด้วยกัน นั่นก็คือท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เมื่อครู่นี้ผมอ่านชื่อพรรคชาติไทยพัฒนาเสนอแล้วนะครับ ครบแล้วนะครับทุกพรรคการเมือง ต่อไปเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๙ คน ๑. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ๒. นายณรงค์ ทับทิมไสย์ ๓. นายโกเมท ทองภิญโญชัย ๔. นายธีระพงศ์ มีลักษณ์ ๕. พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๖. ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ ๗. พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ๘. นางอังคณา นีละไพจิตร ๙. นายนิพนธ์ เอกวานิช ๑๐. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ๑๑. นายเศก จุลเกษร ๑๒. นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ๑๓. นายสุนทร เชาว์กิจค้า ๑๔. นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ ๑๕. นายเอกราช อุดมอำนวย ๑๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๑๗. นายนพดล ทิพยชล ๑๘. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ๑๙. นาวาโท กิตติพงษ์ ป่ยะวรรณโณ ๒๐. พลอากาศตรี ชัยวัฒน์ วัชรคีรี ๒๑. นายต่อพงษ์ จีนใจน้ำ ๒๒. นายนพดล ปัทมะ ๒๓. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒๔. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๒๕. นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ๒๖. นายชัชชัย แจ่มจันทร์ ๒๗. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๒๘. นายธงทอง นิพัทธรุจิ ๒๙. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๓๐. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๓๑. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ใยอนงค์ ทิมสุวรรณ ๓๒. นางสาวสุกัญญา กอจรัญจิตต์ ๓๓. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ๓๔. นายโกวิทย์ ธารณา ๓๕. ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ๓๖. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๓๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พัสกร องอาจ ๓๘. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ และ ๓๙. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์
ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ กำหนดเวลาแปรญัตติกี่วันครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
เสนอกำหนดเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน มีท่านสมาชิกจะเสนอเปึนอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีเสนออย่างอื่นก็ตกลงว่าแปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ
ต่อไปก็จะเปึนการลงมติร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศรกับคณะ เปึนผู้เสนอนะครับ ก่อนจะลงมติผมก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกครับ เข้ามาเพื่อลงมตินะครับ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญครับท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วก็กรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีสมาชิกท่านใดยังไม่กดบัตร แสดงตนบ้างครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ฉลาด ขามช่วง หมายเลข ๖๕ แสดงตนครับ
ครับ คุณฉลาด ขามช่วง แสดงตนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สากล ภูลศิริกุล วุฒิสมาชิก ๑๖๒ แสดงตนครับ
๒ ท่านแล้วนะครับ มีอีกไหมครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม โสภณ มะโนมะยา สว. ๑๘๒ ขออนุญาตแสดงตนครับ
แสดงตน ๓ ท่านครับ มีไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วก็ป่ดการแสดงตนนะครับ แสดงผลด้วยนะครับ ผล ๔๗๕ ท่าน บวก ๓ ท่าน เปึน ๔๗๘ ท่าน
ต่อไปก็จะเปึนการลงมติ ว่าสมควรจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่า สมควรจะรับหลักการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่สมควร รับหลักการกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง กรุณาลงมติได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ฉลาด ขามช่วง หมายเลข ๖๕ เห็นชอบครับ
สส. ๖๕ เห็นชอบนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สากล ภูลศิริกุล วุฒิสมาชิก ๑๖๒ ไม่เห็นด้วยครับ
ไม่เห็นด้วยหรือไม่รับ หลักการ ไม่เห็นด้วยนะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม โสภณ มะโนมะยา สว. ๑๘๒ ไม่เห็นด้วยครับ
ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ ลงคะแนนบ้างครับ ไม่มีนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ มีผู้มาลงมตินะครับ ๓๘๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๗ ท่าน เดี๋ยวจะมีคะแนนเพิ่มที่ขานชื่อครับ เดี๋ยวกรุณาแจ้งมาด้วยครับ ที่ได้เห็นชอบหรือรับหลักการ ๓๕๓ ท่าน บวก ๑ ท่านนะครับ ไม่เห็นชอบคือไม่รับหลักการนะครับ เมื่อสักครู่ ๓๕๓ ท่าน บวก ๑ ท่าน ก็เปึน ๓๕๔ ท่าน ไม่รับหลักการ ๑๒๗ ท่าน บวก ๒ ท่าน เปึน ๑๒๙ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน เพราะฉะนั้นที่ประชุมนี้เห็นชอบรับหลักการพระราชบัญญัติว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศรกับคณะเปึนผู้เสนอ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับผมเสนอให้เราใช้คณะกรรมาธิการในการพิจารณาชุดเดียวกับการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตฉบับ ของ ครม. ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครับ ใช้ฉบับเดียวกัน กับฉบับที่แล้วของคณะรัฐมนตรีนะครับคือ ๓๙ ท่าน ตามสัดส่วนแล้วก็อ่านรายชื่อไปแล้ว เปึนคณะนั้นชุดเดียวกันนะครับ แต่เนื่องจากว่าอันนี้ก็ต้องพิจารณาชุดเดียวกัน ระยะเวลา แปรญัตติคงเหมือนกันนะครับ เพื่อความสะดวก ๑๕ วันเหมือนกัน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันเท่ากันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับก็ขอแจ้งให้ทราบอีกนิดหนึ่งว่าจะมีการประชุมร่วมของรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเปึนการพิจารณาวาระเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้บรรจุระเบียบวาระไปแล้วนะครับ แล้วก็จะส่งให้สมาชิกทราบในภายหลัง แต่จะมีการประชุมใน ๒ วันนะครับกำหนดไว้แล้ว เพื่อท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัวไว้ได้ไม่ได้มีนัดหมายอย่างอื่นครับ จะมีการประชุมร่วมกันของ รัฐสภานะครับในวันที่ ๑๔ และ ๑๕ มกราคม รวม ๒ วันก็เริ่มเวลา ๙.๓๐ นาําิกาแบบที่เรา ประชุมในวันนี้ก็เปึนการประชุมวาระที่สำคัญ เรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ วันนี้ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ จบระเบียบวาระแล้ว ขออนุญาต ป่ดการประชุมครับ
เลิกประชุมเวลา ๑๕.๔๒ นาําิกา