นันทนา นันทวโรภาส หารือเรื่องร่างกฎหมายที่เสนอมาเพื่อแก้ปัญหาการทุจริต โดยบอกว่าร่างกฎหมายนี้ยังน้อยเกินไป และต้องการให้มาตรการคุ้มครองชีวิตและเงินรางวัลให้แก่ผู้ที่ให้เบาะแสการทุจริต
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในเบื้องต้น ขอเรียนว่าดิฉันสนับสนุนร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ แต่ดิฉันมีเวลาอภิปรายเพียง ๔ นาทีครึ่ง เนื่องจากท่านประธานจัดสรรเวลามาให้ สว. เพียง ๖๐ นาที มี สว. อภิปราย ๑๓ คน แบ่ง ๆ กันไปเหมือนอภิปรายพอเปึนพิธี แตะ ๆ แล้วก็จบ เรื่องสำคัญแบบนี้ควรให้เวลาเพราะว่า ประชาชนเขาอยากรู้ว่าเราจะผ่านร่างกฎหมายอะไรมาบังคับใช้กับเขา ซึ่งหากไม่มีเวลาจริง ๆ ดิฉันก็เข้าใจได้นะคะ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือดิฉันเพิ่งได้รับแจ้งว่าวุฒิสภา จะงดการประชุมในวันอังคารที่ ๒๔ ธันวาคมนี้ ก็ถ้างดประชุมก็แปลว่าไม่มีวาระจะประชุม แล้วทำไมพอมีวาระสำคัญ ๆ จึงมาจำกัดเวลาแบบนี้ล่ะคะ อย่าเหมารวมว่า สว. ทั้งหมด ไม่ชอบอภิปราย สนใจแต่จะโหวตตาม Line เท่านั้น ที่กล่าวมาทั้งหมดเปึน Introduction ค่ะ หวังว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่จับเวลานะคะ เนื้อหาเริ่มตรงนี้ เริ่มจับเวลาได้ค่ะ ต้องขอบคุณ ครม. ที่เสนอร่างกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองแก่พยานผู้ให้ข้อมูลเบาะแสการทุจริต และ สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะที่เสนอเรื่องที่จะนำคดีทุจริตของเจ้าหน้าที่ทหารไปขึ้นกับ ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตเช่นเดียวกับพลเรือน เราทุกคนทราบดีค่ะว่าปัญหาการทุจริต เปึนเรื่องใหญ่มากในสังคมไทยค่ะ เปึนลูกตุ้มใหญ่ยักษ์ที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศไทยค่ะ สร้างความไม่เปึนธรรมในสังคมและเปึนสาเหตุสำคัญของความเจ็บป์วยของประเทศไทย มายาวนานนะคะ ที่จริงเปึนความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่สังคมไทยจะต้องสังคายนาและจัดวาง ระเบียบกันใหม่เพื่อขจัดคอร์รัปชันให้หมดไปหรือให้เหลือน้อยที่สุด ดิฉันอยากจะบอกค่ะว่า ร่างกฎหมายที่เสนอมานั้นยังน้อยเกินไป มันไม่พอที่จะทำให้เราแก้ปัญหาการทุจริตที่เลวร้ายมาก ในประเทศไทย สิ่งที่ร่าง ครม. เสนอคือการให้ความคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ที่ให้เบาะแส เกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งดิฉันก็เห็นว่าเปึนสิ่งที่ดี หลายประเทศก็ได้ใช้ระบบนี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่า ระบบ Whistleblower หรือคนเป์านกหวีด แต่การที่จะให้ความคุ้มครองทางกฎหมายน่าจะ ไม่พอ จะต้องช่วยมากกว่านี้ อาทิเช่น มีมาตรการคุ้มครองชีวิตของเขา มีค่าเสียเวลาหรือ เงินรางวัลให้แก่ผู้ที่ให้เบาะแสการทุจริต คล้าย ๆ กับสินบนนำจับยาเสพติด เพราะการกระทำ ทั้ง ๒ อย่างนี้เลวร้ายพอ ๆ กัน เทียบเคียงกันได้ ท่านประธานที่เคารพคะ มาตรการในการ ขจัดทุจริตในประเทศไทยต้องทำหลายส่วน ตั้งแต่ค่านิยมในสังคม การศึกษา กระบวนการ หล่อหลอมทางสังคม ระบบการเมือง ระบบการตรวจสอบควบคุม ในบรรดามาตรการทั้งปวงนี้ ระบบการตรวจสอบ Accountability คือแก่นของการปราบทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าเราจะแก้ปัญหา คอร์รัปชันเราจะต้องทำ ๖ ด้านไปพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือ DQDFSG D แรกคือ Dog Nose หรือระบบดมกลิ่น งานปราบปรามทุจริตที่ดีต้องทำแบบสุนัขดมกลิ่นคือต้องไวและมีการข่าว ที่ดี Q คือ Quick Respond ระบบตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต้องเข้าไปตรวจสอบรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานต่าง ๆ อย่างทันท่วงที D ที่ ๓ ก็คือ 1 Division Combat Force นั่นหมายถึงว่า ป.ป.ช. จะต้องมีกำลังพลขนาด ๑ กองพล ปัจจุบัน ป.ป.ช. นั้นมีกำลังพลอยู่ประมาณ ๓,๕๐๐ คน นั่นเท่ากับสัดส่วน ๑ : ๑๐๐๐ ประชากรซึ่งน้อยเกินไป F คือ Fastrack Judicial Process หรือกระบวนการยุติธรรมเพื่อปราบทุจริตโดยเฉพาะ ดิฉันหมายถึงกระบวนการ ยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบสอบสวนดำเนินคดี ระบบอัยการ ระบบศาล ที่ทำหน้าที่ เรื่องการทุจริตโดยเฉพาะ แยกออกจากคดีทั่วไปและดำเนินการอย่างรวดเร็ว และ S คือ Severe Punishment คือการลงโทษที่เฉียบขาด ๑. ทรัพย์ที่ได้มาโดยทุจริตต้องถูกริบ เปึนของรัฐทั้งหมดทุกกรณี ๒. ศาลต้องกำหนดโทษจำคุกขั้นต่ำทุกกรณี และ ๓. บุคคล ที่ต้องโทษในคดีทุจริตต้องไม่มีสิทธิกลับเข้ามาในวงราชการหรือวงการเมืองตลอดชีวิต และ G สุดท้ายคือ Good Governance อำนาจการตรวจสอบทุจริตต้องมาโดยธรรมาภิบาลที่ดี ต้องเปึนอำนาจที่บริสุทธิ์ ไม่ยึดโยงกับคนกลุ่มใดนอกจากประชาชน ดิฉันมั่นใจค่ะ ถ้าเรา สังคายนาระบบการตรวจสอบการทุจริตและปรับปรุงประสิทธิภาพแบบครบวงจรทั้งองคาพยพ กล่าวคือทำให้คนทุจริตถูกจับได้ง่ายมีสายตาที่ตรวจจับอยู่ทุกที่ทำคดีและตัดสินให้เร็ว รับโทษจริงตามความผิดและมีการควบคุมระบบทั้งหมดที่มีประสิทธิภาพปัญหาการทุจริต ในประเทศไทยจะต้องดีขึ้นแน่นอน ฝากไว้ให้พิจารณาค่ะ ขอบคุณค่ะ