จุลพงษ์ อยู่เกษ อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยเสนอให้ยกเลิกมาตรา ๙๖ เนื่องจากขัดต่อหลักการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และชี้แจงเหตุผลทางกฎหมายว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขธรรมนูญศาลทหารปี ๒๔๙๘ ก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีและเพื่อให้กฎหมายสมบูรณ์ จึงขอเสนอให้รัฐสภารับหลักการร่างทั้ง ๒ ฉบับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขอสนับสนุนร่างทั้ง ๒ ฉบับ และเสนอว่าขอให้รัฐสภาได้รับหลักการ ของร่างทั้ง ๒ ฉบับ คือร่างของคณะรัฐมนตรีและร่างของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ ผมจะขออภิปรายเฉพาะข้อกฎหมายล้วน ๆ นะครับ เผื่อว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นมาจะได้กรุณานำไปพิจารณา
เรื่องแรก ร่างของคณะรัฐมนตรีก่อนนะครับ ผมขอเริ่มเปึนมาตราเลยนะครับ มาตรา ๓ ที่แก้มาตรา ๑๓๒ ที่บอกว่าผู้ใดให้ถ้อยคำแจ้งข้อมูลหากได้กระทำโดยสุจริตผู้นั้น ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญาและทางวินัย ผมขอตั้งคำถามว่า ใครเปึนคนชี้ครับ ใครเปึนคนชี้ว่าเปึนการทำโดยสุจริตหรือไม่สุจริต และการชี้อย่างนี้เปึนบทบังคับ เด็ดขาดหรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในมาตรา ๑๓๒ ที่แก้นี่บอกว่า ถ้าชี้ว่ากระทำสุจริต แล้วผู้นั้นย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญา ผมขอถามว่าถ้าเกิด ดำเนินคดีไปเรื่อย ๆ แล้วถึงศาลฎีกาเกิดยกฟัองผู้ต้องหาโดยไม่เชื่อถ้อยคำหรือหลักฐาน ผลมันจะเปึนอย่างไรครับทางกฎหมาย นั่นคือคำถามแรกนะครับ
กรณีที่ ๒ คือในมาตรา ๑๓๒/๑ ก็เช่นกันครับ ระบุไว้ตอนกลางว่าให้พนักงาน เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ หรือไม่ เช่นเดียวกันใครเปึนคนชี้ครับ เป่ดการวิ่งเต้นได้ไหมว่าสุจริตหรือไม่สุจริต แล้วถ้า ป.ป.ช. ชี้ว่าไม่สุจริตนี่ข้อมูลที่ผู้ให้ถ้อยคำมามันจะเก็บไว้เปึนความลับหรือเปล่า แล้วถ้าเกิด เอาไปใช้ ผู้ที่ถูกกล่าวหาเอาไปใช้ฟัองผู้ที่มาให้ถ้อยคำจะทำอย่างไร ได้รับความคุ้มครองหรือเปล่า
กรณีที่ ๓ กรณีตามมาตรา ๑๓๒/๒ (๑) กรณีถูกฟัองคดีแพ่ง ท่านบอกว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ เขาขอสนับสนุนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ผมขอถามทางฝ์ายกฎหมาย ป.ป.ช. เกิดมีการฟัองคดีกับผู้ให้ถ้อยคำคดีแพ่ง แล้วศาลพิพากษา ให้ชำระ ๑๐ ล้านบาท ทำอย่างไรครับ แล้วมีการอุทธรณ์ อุทธรณ์ก็ไม่ใช่เปึนการทุเลาการบังคับคดี เงิน ๑๐ ล้านบาทนี้ใครจะเปึนคนวางครับ ผู้ให้ถ้อยคำหรือใครครับ
ต่อไปก็คือกรณีตามมาตรา ๑๓๒/๒ (๒) (ข) ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ (ก) บอกว่าถ้าการดำเนินการของพนักงานสอบสวนก็ส่งความเห็นของ ป.ป.ช. ไปได้ แต่ถ้าถูก ฟัองคดีอาญาในคดีที่ราษฎรเปึนโจทย์เอง กรณีแบบนี้สำนวนความเห็นของ ป.ป.ช. ทำอย่างไรครับ จะถูกส่งไปที่ศาลด้วยหรือเปล่าหรือว่าคนที่ถูกฟัองจะต้องมาขอยืมสำนวน จาก ป.ป.ช.
ถัดไปในมาตรา ๑๓๒/๒ (๒) (ง) การสนับสนุนค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ในการต่อสู้คดีจะสนับสนุนทั้งหมดหรือเปล่าครับ คำว่าสนับสนุนนี่เท่าไรครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือทั้งหมด
ถัดไป (จ) การช่วยเหลือในการปล่อยตัวชั่วคราว อันนี้รวมถึงการหลักประกัน หรือเปล่าครับ หลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราว ทำสัญญาหลักประกัน การวางเงินสด ด้วยหรือเปล่า แล้วเช่นเดิมนะครับ ถ้าศาลฎีกายกฟัองแล้วผู้ให้ถ้อยคำที่เปึนจำเลยจะต้องมา ชำระกับ ป.ป.ช. หรือเปล่า อันนี้อาจจะไม่ต้องตอบก็ได้แต่ผมขอฝากไว้ใน ป.ป.ช. ในกรณี ที่ท่านไปนั่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ ร่างของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งผมขอสนับสนุนและขอให้ทางรัฐสภานี้รับหลักการเพื่อจะไปพิจารณา ร่วมกัน ผมมีอยู่ ๒ ๓ ประเด็นเท่านั้นนะครับ
ประเด็นแรก คือตามมาตรา ๓ ให้ยกเลิกมาตรา ๙๖ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ถ้าเรามาดู มาตรา ๙๖ มันอยู่ในหมวด ๔ ส่วนที่ ๑ เกี่ยวกับการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ของรัฐ มันมี หลักการสำคัญอยู่ ๓ มาตรา คือมาตรา ๙๕ ๙๖ ๙๗ มาตรา ๙๕ นี้พูดถึงกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา เปึนอัยการสูงสุดครับ ยกเว้นคือให้ประธาน ป.ป.ช. เปึนคนกล่าวหา อันนี้ผมก็เห็นด้วย ข้ามไปมาตรา ๙๖ เปึนมาตรา ๙๗ ครับ กรณีผู้กระทำความผิดเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่างประเทศซึ่งให้อัยการสูงสุดดำเนินคดี ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่มาตรา ๙๖ นี้ผมไม่เข้าใจเลย มันโผล่มาได้อย่างไร มาตรา ๙๖ ว่าอย่างไรครับ มาตรา ๙๖ คือในการดำเนินคดีกับผู้ถูก กล่าวหาที่เปึนบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร และเปึนคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารให้อัยการสูงสุด เปึนอัยการศาลทหารตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร หรือมอบอำนาจให้อัยการ ศาลทหารเปึนผู้ฟัองคดีแทนก็ได้ ผมจึงเห็นว่าเพื่อจะให้สอดคล้องกับร่างของ ครม. ผมจึงเห็นด้วย ว่าควรจะยกเลิกมาตรานี้ออกไป ถามว่ามีผลกระทบหรือครับ บางท่านบอกว่าจะต้องไปแก้ ธรรมนูญศาลทหาร ป้ ๒๔๙๘ ผมว่าไม่ต้องแก้ ทำไมครับ เพราะว่า พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ป้ ๒๔๙๘ มาตรา ๑๔ เขียนไว้ชัดเจน คดีที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารคือ (๑) คดีที่บุคคล อยู่ในอำนาจศาลทหารและบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดร่วมกัน คดีทุจริต ร้อยทั้งร้อยมันปรบมือข้างเดียวดังไม่ได้ มันจะต้องมีส่วนอื่นที่ไม่ใช่ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมขอสรุปท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่าด้วยเวลาอันจำกัดนี้ผมขออภิปรายข้อกฎหมายล้วน ๆ ที่ผ่านมา และขอเสนอให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้รับหลักการของร่างทั้ง ๒ ฉบับ เพื่อความสมบูรณ์ ของกฎหมาย ขอบคุณครับท่านประธานครับ