มนพร เสนอร่าง ป.ป.ช. คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส-ลดความเสี่ยงฟองคดี

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗

มนพร เจริญศรี นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยชี้แจงหลักการ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การยกเว้นความรับผิดชอบสำหรับผู้ให้ข้อมูลเบาะแส, การกำหนดกระบวนการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส, หลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราว และวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา มนพร เจริญศรี อภิปรายถึงมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้รัฐต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันยังขาดกลไกในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร่วมต่อต้านทุจริต จึงควรกำหนดให้มีมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี มนพร เจริญศรี อภิปรายเรื่องกฎหมายฟองคดีปดปากและเสนอรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองผูแจงเบาะแสการทุจริต โดยชี้แจงความเปนไปของกลไกใหมในการชวยเหลือประชาชนที่ถูกฟองคดี

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อรัฐสภา โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ค่ะ

หลักการนั่นก็คือเปึนการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๓ ในประเด็นดังต่อไปนี้ค่ะ

ประเด็นที่ ๑ เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมยกเว้นความรับผิดชอบ ผู้ให้ถ้อยคำ แจ้งข้อมูลหรือเบาะแสหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางวินัย โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓๒

หลักการข้อที่ ๒ นั่นก็คือกำหนดกระบวนการขั้นตอนและมาตรการในการ ให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ เพิ่มมาตรา ๑๓๒/๑ และ มาตรา ๑๓๒/๒

หลักการในข้อที่ ๓ นั่นก็คือกำหนดหลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ซึ่ง ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ เพิ่มเติมมาตรา ๑๓๒/๓

หลักการข้อที่ ๔ คือการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของกองทุนปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อให้ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือบุคคล ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๖๒ (๒) ค่ะ

เหตุผลนั่นก็คือมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติ ให้รัฐต้องมีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อให้มีส่วนร่วม ในการรณรงค์ให้ความรู้ต่อต้านหรือแจ้งเบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมาย บัญญัติ แต่โดยที่ปัจจุบันยังขาดกลไกในการที่จะให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ที่ให้ถ้อยคำ แจ้งข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสหรือแสดงความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเปึน เหตุให้บุคคลดังกล่าวอาจถูกร้องทุกข์ ถูกกล่าวโทษ หรือว่าถูกฟัองคดี หรือถูกดำเนินการ ทางวินัยจากการดำเนินการดังกล่าว สมควรกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองและช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการปัองกันและการปราบปรามการทุจริตค่ะ

ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อกล่าวถึงการฟัองคดีป่ดปาก นั่นก็คือการขัดขวาง หรือว่าการคุกคาม โดยใช้กระบวนการยุติธรรมที่มีการฟัองคดีเปึนเครื่องมือ โดยมีวัตถุประสงค์ ในการฟัองนะคะเพื่อยับยั้งข่มขู่ประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมหรือแจ้งเบาะแสเพื่อปกปัอง ผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งผู้ฟัองคดีไม่ได้มุ่งหวังที่จะมีผลแพ้หรือชนะของคดี แต่มุ่งผลเพียงเพื่อให้ ประวิงเวลาและลดทอนประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ทั้งกระบวนการตั้งแต่ในชั้นของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ศาล รวมไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ท่านประธานที่เคารพคะในปัจจุบัน แม้จะมีการให้ความคุ้มครองและเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตอันเปึนกลไก ที่ได้รับรองไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๒ ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ และมาตรา ๑๓๒ ที่ได้กำหนดให้มีความคุ้มครองของผู้แจ้งถ้อยคำและ แจ้งเบาะแสแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยไม่ต้องมีความผิดทั้งทางแพ่งและไม่มีความผิด ทั้งทางอาญาก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีค่ะท่านประธานคะ บทบัญญัติดังกล่าวเปึนเพียงบทบัญญัติ ที่สันนิษฐานว่าการกระทำนั้นไม่ถือเปึนความผิด ซึ่งมีผลเพียงให้ประชาชนที่ได้รับ ความร่วมมือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการแจ้งข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตค่ะ แล้วต่อมาถูกฟัองคดีป่ดปากจะต้องไปดำเนินการยกขึ้นเปึนประเด็นที่ต่อสู้ด้วยตนเองจนกว่า จะพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าตนอยู่ในข่ายได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๒ แต่กฎหมายไม่ได้ บัญญัติมาตราหรือกลไกใด ๆ ที่จะให้ความช่วยเหลือในระหว่างที่ประชาชนนั้นถูกฟัองคดี จึงย่อมเปึนการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ที่ให้ความร่วมมือกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนอย่างมาก อีกทั้งยังเปึนการขัดขวางและลดทอนประสิทธิภาพ ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตค่ะท่านประธานคะ ดังนั้นจึงมีกลไกในการคุ้มครอง และช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ชี้ช่องเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตซึ่งเปึนหลักเกณฑ์สำคัญในการ ปัองกันของผู้ถูกฟัองคดีป่ดปาก โดยกำหนดให้มีกลไกคุ้มครองและช่วยเหลือในคดีผู้ที่ ให้ถ้อยคำแจ้งข้อมูลเบาะแสหรือแสดงความคิดเห็น เมื่อถูกร้อง ถูกกล่าวโทษ ถูกฟัองคดี หรือถูกดำเนินการทางวินัยจากการดำเนินการดังกล่าวที่ได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้อง รับผิดชอบทั้งทางแพ่งทางอาญาแล้วก็ทางวินัยและได้รับความช่วยเหลือในการต่อสู้คดี เช่น การจัดหาทนายความให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีให้ความช่วยเหลือในการ ปล่อยตัวชั่วคราวย่อมมีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ ขอกราบเรียนว่าการกำหนดให้มีกลไกในการคุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ชี้ช่อง เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตเพื่อเปึนการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วม ในการรณรงค์ให้ความรู้ต่อต้านหรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมาย บัญญัติให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ในหมวด ๕ ซึ่งเปึนหน้าที่ของรัฐ จึงจำเปึนจะต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานคะการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้เปึนการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ต้องบอกว่าฉบับปรับปรุง ซึ่งได้ให้ความสำคัญ ในกิจกรรมของการปฏิรูปที่จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ในกิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ ในการพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส การทุจริตที่มีประสิทธิภาพที่ได้กำหนดให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อปัองกันไม่ให้ มีการฟัองร้องดำเนินคดีกับบุคคลที่แสดงความเห็นหรือเป่ดโปงเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต และประพฤติมิชอบกฎหมายปัองกันการฟัองป่ดปากให้มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตมาเพื่อให้รัฐสภาได้พิจารณาลงมติเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการ วิสามัญในโอกาสต่อไป ขอบคุณค่ะ