กอแกว พิกุลทอง สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามทุจริต โดยเน้นการคุ้มครองพยานบุคคลเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันการกลั่นแกล้ง พร้อมยกตัวอย่างความเสียหายจากคอร์รัปชัน และเสนอให้โอนคดีทุจริตจากอัยการทหารไปสู่อัยการสูงสุด
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองขออนุญาตมาแสดงความเห็นสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริตที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอนะครับ ซึ่งร่างนี้เปึนร่างเกี่ยวกับการปรับปรุงกรณีคุ้มครองพยานบุคคลซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. ท่านประธานครับ สังคมไทยทุกคนก็ตระหนักดีว่าประเทศไทย มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชันมากเปึนไปอย่างกว้างขวางครับ แล้วก็แทบทุกองค์กรก่อให้เกิด ภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อประเทศชาติแล้วก็เปึนต้นทุนทางธุรกิจอย่างหนึ่ง เมื่อสักครู่ท่าน สว. ท่านหนึ่งก็เอา Chart มาให้ดูว่าจาก Corruption Perception Index ปรากฏว่าของไทยนั้น อยู่ลำดับที่ ๑๐๘ จาก ๑๘๐ ประเทศ ซึ่งก็เห็นชัดเจนว่าเปึนภาพลักษณ์ที่เสียหายนะครับ แต่ละป้มีการประเมินว่ามีการคอร์รัปชันในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดสูญเสียเงินทองทั้งของรัฐ และของประชาชนถึงประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านต่อป้ อาทิเช่นว่าการโกงกินเงินหลวงซึ่งมีการ สูญเสียป้ละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านนะครับ การรับสินบนจากธุรกิจสีเทาซึ่งก็มีมูลค่า ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ การซื้อขายตำแหน่งราชการในองค์การต่าง ๆ อย่างที่ เราก็ทราบข่าวกันเนือง ๆ การเบียดบังเงินทองจากประชาชนหรือรับสินบนจากประชาชน ที่มาติดต่อราชการไม่ว่าเรื่องขออนุญาต เรื่องขอสัมปทาน หรืออื่น ๆ นะครับทั้งหมดทั้งปวง รวมแล้วประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ซึ่งเงินจำนวนนี้ถ้าเกิดนำมาใช้พัฒนาประเทศ คิดดูสิครับว่ามันเปึนจำนวนมหาศาล เราสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เราใช้เงินแค่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง เพราะฉะนั้น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราสามารถสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ถึง ๕ แห่ง ท่านประธานครับตาม พ.ร.ป. ของ ป.ป.ช. ป้ ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๑ ซึ่งก็เปึนเรื่อง เกี่ยวกับการคุ้มครองพยานซึ่งตอนนั้นกฎหมายนี้ให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยาน ในคดีอาญามาบังคับใช้โดยอนุโลมซึ่งเปึนการคุ้มครองพยานในกรณีเรื่องความปลอดภัย ซึ่งหลายหน่วยงานไม่ว่าตำรวจหรือ DSI ก็ใช้กฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญามาร่วมใช้ เหมือนกันนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะของพยานในคดีสำคัญ ๆ ซึ่งให้ตำรวจหรือ DSI คุ้มครองพยานหรือบางทีให้ไปอยู่ใน Savehouse หรือถ้าร้ายแรงมาก ๆ พยานอันตรายมากก็ต้องมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนที่อยู่หรือแม้กระทั่ง เปลี่ยนอาชีพนะครับ นั่นกรณีเรื่องความปลอดภัยของพยาน แต่วันนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอ มาตรา ๑๓๒ เข้ามานะครับ ซึ่งเปึนการคุ้มครองพยานในกรณีที่ต้องการปัองกันไม่ให้พยาน ถูกกลั่นแกล้งนะครับ อย่างเช่นว่ามีพยานซึ่งเปึนผู้ร้องเป่ดโปงการทุจริต แล้วคนที่ถูกเป่ดโปง ก็จะตอบโต้แก้แค้นหรือกลั่นแกล้งกลับนะครับ โดยการฟัองร้องบ้างหรือถ้าผู้ถูกเป่ดโปงเปึน ผู้บังคับบัญชาของผู้ร้องก็จะมีการสอบวินัยผู้ร้องบ้างเปึนการกลั่นแกล้ง ทำให้ผู้ร้องนั้น ต้องเหนื่อย ต้องยาก ต้องมาต่อสู้คดี ทั้งที่ตัวเองนั้นมีความประสงค์ดีต่อบ้านเมืองในการเป่ดโปง การทุจริตนะครับ เพราะฉะนั้นการที่คณะรัฐมนตรีได้ปรับปรุงกฎหมายมาตรา ๑๓๒ ซึ่งเปึนการปกปัอง คุ้มครองพยานบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้เขาได้รับการดูแล ได้รับความเปึนธรรม ผมจึงขอสนับสนุน การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้อย่างยิ่งครับ และผมเชื่อว่าหลังการแก้ไขกฎหมายนี้จะทำให้ผู้ได้รับ ความถูกต้อง ผู้ที่ทนเห็นการทุจริตไม่ได้จะออกมาเป่ดเผยการทุจริต ออกมาเป่ดเผยข้อมูล ออกมาให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. มากขึ้นครับท่านประธาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ ผมก็ห่วงเรื่องเดียว ที่ผ่านมาเราเห็นอยู่นะครับว่าเรามีนักร้องมืออาชีพที่หาเงินหาทอง จากการร้องเรียน ร้องเรื่อยเป๋ือย ร้องเพื่อหาเงิน ร้องเพื่อเขาเรียกว่า Blackmail ซึ่งตรงนี้ เปึนกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้น พ.ร.ป. ที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ส่วนอีกฉบับที่มาเสนอ ในครั้งเดียวกันของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ขอให้ย้ายคดีทุจริตที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ของอัยการทหารนะครับ เข้าไปอยู่ในการดำเนินการของอัยการสูงสุด อยู่ในศาลอาญาคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเองก็เห็นด้วยนะครับ ผมเองเคยมี ประสบการณ์ในการขึ้นศาลทหารมาก่อน ถึงแม้ว่าจะเปึนพลเรือนนะครับ แต่ว่าเคยถูก ดำเนินคดีจากการออกมารณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ จนถูก คสช. ดำเนินคดีไป ซึ่งตอนนั้นต้องขึ้นศาลทหาร ท่านประธานครับ ยอมรับเลยว่าบรรยากาศของศาลทหาร มันแตกต่างกับบรรยากาศของศาลพลเรือนนะครับ มีกระบวนการที่แตกต่างกัน ความรู้สึก ความเชื่อมั่นที่แตกต่างกัน ตัวตุลาการเองค่อนข้างเชื่อมั่น แต่ว่ากระบวนการที่เกี่ยวข้อง ผมไม่มั่นใจเลยครับ ฉะนั้นถ้าเกิดมีการโอนมาในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น จะทำให้สังคมไทยเชื่อมั่นมากกว่า เพราะว่าตัวอัยการและศาลนั้นมาจากคนละองค์กรกัน มีความโปร่งใสมากกว่า มีความเชื่อมั่นได้มากกว่า และเหมือนข้าราชการหรือพลเรือนคนอื่น ๆ ที่ถูกดำเนินคดีจะทำให้ทุกอย่างมันเท่าเทียมกัน ปราศจากข้อสงสัย เชื่อมั่นได้ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอสนับสนุนร่างของคุณวิโรจน์ด้วยเช่นกันครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน