สหัสวัต คุ้มคง อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูป กองทัพและระบบยุติธรรมให้เป็นระบบเดียวที่บังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ.... ที่เสนอโดยท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ท่านประธานครับผมขอพูดถึงหลักการทางกฎหมายสักเล็กน้อยครับว่าเหตุใด เราจึงมีความจำเปึนที่จะต้องแก้ไข พ.ร.ป. ฉบับนี้ครับ
เรื่องแรกที่ผมอยากจะพูดครับคือหลักการในการมีมาตรฐานเดียว มีระบบ กฎหมายเดียวครับ ปัจจุบันนี้ครับเราใช้ชีวิตปกติครับเรามักไม่ค่อยเอะใจกันครับว่า จริง ๆ แล้ว บ่อยครั้งประเทศนี้อยู่ในสภาวะที่มีระบบกฎหมาย ๒ ระบบซ้อนกันอยู่ครับ นั่นคือระบบ กฎหมายที่บังคับใช้กับพลเรือน ซึ่งก็คือพวกเราครับ และอีกระบบก็คือระบบที่บังคับใช้กับ บุคคลที่อยู่ภายใต้อำนาจศาลทหารหรือระบบศาลทหารนั่นเองครับ หลายท่านก็อาจจะบอก ว่าแทบทุกประเทศนี่ก็มีศาลทหารทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ท่านครับสาเหตุที่ผมต้อง ยกตัวอย่างแบบนี้ก็เพราะว่ามันผิดปกติครับ ศาลทหารเองครับควรมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ ที่จำกัด เช่น เรื่องของวินัยทหารหรืออาญาทหารหรือในช่วงเวลาที่ประเทศมีศึกสงคราม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ คือขอบเขตอำนาจของศาลทหารในบ้านเรามีอำนาจล้นพ้นมากครับ นอกจากเรื่องวินัยทหาร อาญาทหารแล้ว ศาลทหารยังขยายอำนาจไปเยอะทั้งเรื่องความมั่นคง หรือแม้กระทั่งเรื่องของพลเรือน พลเรือนขึ้นศาลทหารต่าง ๆ เราก็เห็นมาเยอะครับ แต่บางทีพลเรือนจะเอาผิดทหารผ่านศาลทหารบ้างกลับทำได้ยากเย็น ผมขอไม่ลงรายละเอียด เรื่องนี้นะครับ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้โดยตรงครับ เพียงแต่ยกตัวอย่างว่า ศาลทหารนั้นมีขอบเขตอำนาจที่มากเกินไปพิจารณาอรรถคดีแทบทุกอย่าง ทั้ง ๆ ที่มี ศาลยุติธรรมอยู่แล้ว และเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบเองก็เปึนหนึ่งในเรื่องที่ศาลทหาร มีอำนาจพิจารณาด้วยครับ หากคนเหล่านั้นอยู่ในอำนาจของศาลทหาร ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ นับเปึนเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งครับ ในเมื่อเรามีศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบอยู่แล้ว เปึนแผนกที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเปึนพิเศษ ทำไมเราจึงต้องใช้ศาลทหารในการพิจารณาเรื่องทุจริตในแวดวงทหารอยู่ครับ เรื่องนี้ก็เปึน เรื่องแปลกเรื่องแรกครับ เรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่งครับ คือเมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นครับ การตรวจสอบพิจารณาความหรือสอบสวนความจริงนี่ก็ควรจะเปึนเรื่องที่อยู่บุคคลภายนอก องค์กรหรือบุคคลที่ ๓ ต้องเปึนผู้กระทำครับ แต่ปัจจุบันครับกลายเปึนว่าการตรวจสอบ ทุจริตต่าง ๆ ในกองทัพหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกองทัพ ผู้ที่ไต่สวนพิพากษาให้คุณให้โทษ ก็เปึนคนของกองทัพเอง แบบนี้มันจะทำให้มีโอกาสที่จะเอื้อประโยชน์ให้กันและช่วยเหลือกัน ได้ง่ายขึ้นครับ นี่ยังไม่ได้นับว่าผู้ให้ข้อมูลหรือผู้ที่เป่ดโปงข้อมูลเรื่องทุจริตอาจถูกกลั่นแกล้ง โดยวินัยทหารสั่งซ่อมสั่งคุมขังก็มีให้เห็นกันมานะครับหรือถ้าใครจำได้นะครับในช่วงป้ ๒๕๖๓ ก็มีการออกมาเป่ดโปงเรื่องทุจริตเบี้ยเลี้ยงทหารผู้ที่ร้องเรียนต้องโดนทั้งคุมขัง โดนกลั่นแกล้ง ต่าง ๆ จนสุดท้ายครับต้องออกจากราชการ จนถึงวันนี้เรื่องที่เขาร้องเรียนกลับไม่มีใครรู้เลย ครับว่าไปถึงไหนแล้วบ้าง มีใครได้รับโทษบ้างไหม คดีถึงไหนแล้วไม่มีใครรู้เลยครับ เรื่องราว การตรวจสอบทุจริตในกองทัพนั้นแทบจะเปึนแดนสนธยาไปแล้วนะครับท่าน ต่อให้คน ทั้งประเทศจะรู้ว่ามันมีการโกงกันจริง ๆ แต่พอระบบมันไม่เอื้อ ให้เกิดการไต่สวนที่โปร่งใส โดยศาลที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะก็จะมีปัญหาแบบนี้ครับ หลายท่านก็อาจจะบอกว่า ผมกำลังกล่าวหาศาลทหารหรือไม่ หรืออาจจะแย้งว่าจริง ๆ แล้ว โทษของทหารหลายครั้ง รุนแรงกว่าโทษของศาลพลเรือนเสียอีก เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นครับ ผมไม่ได้บอกว่าศาลทหาร กระทำสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ได้บอกว่าตัดสินดีกว่าแย่กว่าหรือไม่ แต่ที่ผมจะสื่อก็คือเรื่องดังกล่าว มันผิดหลักการครับ วันนี้เราต้องมาพูดถึงหลักการที่ควรจะเปึน ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่า ศาลทหารมีประสิทธิภาพมากหรือน้อย แต่เปึนเรื่องที่ว่าขอบเขตอำนาจของศาลทหารนั้นมีมากเกินไปหรือไม่ครับและสำหรับผมครับ ร่าง พ.ร.ป. ฉบับนี้เปึนการ Guarantee ว่าระบบยุติธรรมของประเทศเราควรมีระบบเดียว และบังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน และมากไปกว่านั้น นี่จะเปึนก้าวแรกของการปฏิรูป กองทัพที่เราหลายคนในที่นี้บอกว่าอยากเห็นและหลายพรรคการเมืองก็ได้ใช้ในการหาเสียง เลือกตั้ง สุดท้ายครับเพื่อจะให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าประเทศไทยของเราจะต้องมีระบบกฎหมายเดียว นั่นคือการทบทวนขอบเขตอำนาจศาลทหารครับ และเปึนเรื่องที่ต้องทำเรื่องต่อไปหลังจาก การแก้ไข พ.ร.ป. ฉบับนี้เสร็จสิ้นครับ ขอบคุณครับ