โสภณ อภิปราย Free Trade Agreement หนุนสิทธิบัตรยาผูกขาด 20 ปี

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗

โสภณ มะโนมะยา อภิปรายเรื่องพิธีสารฉบับที่สองเกี่ยวกับการค้าเสรี โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบของสิทธิบัตรยาที่มีต่อตลาดยาไทยและเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นนี้

นายโสภณ มะโนมะยา สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายโสภณ มะโนมะยา สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ ๑๐ กลุ่มผู้ประกอบการ จากอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะอภิปรายในวันนี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับพิธีสารฉบับที่สอง เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของ การค้าเสรี เมื่อพูดถึงเรื่องการค้าเสรีสิ่งที่ต้องพูดถึงและขาดเสียมิได้ก็คือเรื่องของสิทธิบัตรยา ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่าขณะนี้ตลาดยาในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เทียบเท่ากับงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่า กระทรวงกลาโหมเปึนกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากเปึนอันดับ ๔ ของประเทศ รองจากกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง มูลค่ายาของไทย มากขนาดนี้ถือว่ามากเปึนอันดับ ๒ ของ Southeast Asia รองจากประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ บริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติจากหลาย ๆ ประเทศต่างให้ความสำคัญกับประเทศไทย เปึนพิเศษและต้องการที่จะขยายตลาดเข้ามาในประเทศไทย Free Trade Agreement หรือการค้าเสรีจึงเปึนโอกาสที่จะทำให้บริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติเหล่านั้นเข้าสู่ตลาด ในประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญที่สุดคือยังได้รับความคุ้มครองจากสิทธิบัตรยา ในการผูกขาดและห้ามทำการค้าแข่งเปึนระยะเวลาถึง ๒๐ ป้ครับท่าน ท่านประธานครับ ยาดังกล่าวมีมูลค่าทางการตลาดคิดเปึนเงินไทยประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ และมี อัตราการเจริญเติบโตขึ้นทุกป้ไม่น้อยกว่าป้ละ ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจดีครับท่านว่าบริษัท ที่ทำวิจัยและพัฒนายาในแต่ละตัวต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาลกว่าจะได้ยามา ๑ ตัว เพื่อที่จะใช้ในการรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผมเห็นด้วยครับว่าเราควรให้ความคุ้มครอง บริษัทยาที่ทำวิจัยยาตัวใหม่ ๆ ออกมา แต่ท่านครับ ผมไม่เห็นด้วยเลยครับกับระยะเวลาที่ให้ ความคุ้มครองนานถึง ๒๐ ป้ ค่อนข้างจะนานไปนะครับท่าน แต่เมื่อมันเปึนกติกาสากล ที่ WTO เขากำหนดไว้เราก็ต้องปฏิบัติตามครับ ท่านประธานครับ ๒๐ ป้ที่ผลิตภัณฑ์ยาที่วิจัย และคิดค้นขึ้นใหม่ได้รับความคุ้มครองซึ่งถือว่านานมากแล้วนะครับท่าน ยังครับ ยังไม่พอครับท่าน บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเหล่านี้ยังหาเทคนิคและวิธีการที่จะต่ออายุสิทธิบัตรยานี้ออกไปอีก เพิ่มเปึนอีก ๒๐ ป้รวมแล้วเปึน ๔๐ ป้ครับท่าน ตรงนี้ละครับที่ผมรับไม่ได้ แล้วผมก็เชื่อว่า หลาย ๆ คนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ก็คงรับไม่ได้เช่นเดียวกัน เทคนิคหรือวิธีการที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติใช้ในการต่ออายุสิทธิบัตรยาออกไป ๒๐ ป้ เราเรียกกันว่า Evergreening Patents ถ้าแปลกันตรง ๆ เปึนภาษาไทยฟังดูสวย ๆ ก็คือ สิทธิบัตรที่เขียวชอุ่มตลอดไป แต่ถ้าเรียกอีกชื่อหนึ่งก็คือว่าสิทธิบัตรที่ไม่มีวันหมดอายุครับ วิธีการที่เขาใช้กันมีหลายวิธีในการที่จะได้ Evergreening Patents นะครับ ยกตัวอย่างเช่น การนำเอายา ๒ ตัว ซึ่งปกติเราแยกกันทานอย่างละเม็ด แต่เขาเอามาผสมรวมกันแล้ว ได้เม็ดยาเดียวกันที่เรียกว่า Combination แล้วมาขอจดสิทธิบัตรใหม่ อีกวิธีหนึ่งก็คือ การเพิ่มสารปรุงแต่งบางตัวเข้าไปในยาเก่าเพื่อให้ตัวยาสำคัญละลายตัวได้ดีขึ้น แล้วก็นำมา ขอจดสิทธิบัตรใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปลดปล่อยของตัวยา ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมยาที่เราทานครั้งละ ๑ เม็ด วันละ ๓ ครั้ง เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ครบ ๒๔ ชั่วโมง เปลี่ยนเปึนรูปแบบที่ทำให้ยาออกฤทธิ์เนิ่นที่เรียกว่า Sustained Release ก็คือรับประทาน แค่ ๑ เม็ด แต่ฤทธิ์ยายังอยู่ ๒๔ ชั่วโมง แต่ผลการรักษาก็ยังเหมือนเดิมครับ อย่างนี้ก็นำมา ขอจดสิทธิบัตรใหม่ หรือการพบข้อบ่งใช้ใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ยาลดไข้บรรเทาปวดต่อมา ใช้มาระยะหนึ่งก็พบว่ายาดังกล่าวสามารถที่จะใช้ละลายลิ่มเลือดได้ ก็นำมาขอจดสิทธิบัตรใหม่ ทั้ง ๆ ที่เปึนยาตัวเดิมหรือการเปลี่ยนรูปแบบของเกลือหรือแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Ester แล้วนำมาขอจดสิทธิบัตรใหม่ทั้ง ๆ ที่ผลการรักษายังเหมือนเดิม ทั้งนี้เพื่อจะขอขยาย ระยะเวลาการคุ้มครองออกไปอีก ๒๐ ป้ เทคนิคที่กล่าวมาแล้วนี้จะส่งผลกระทบกับอะไร ตลาดยาในประเทศไทยบ้างครับท่าน สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือยาสามัญไม่สามารถที่จะเข้ามา แข่งขันในตลาดยาได้ ๒. รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่ายาแพงขึ้นและ มากขึ้นทุกป้ และที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้ผู้ป์วยเข้าถึงยาได้น้อยลง ผมขอยกตัวอย่างยาตัวหนึ่ง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนนะครับ มียามะเร็งตัวหนึ่งบริษัทยาต้นแบบคิดราคาขายในราคาขวดละ ๓๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่ยังมีสิทธิบัตรยาอยู่ แต่เมื่อหมดสิทธิบัตรยาลงไปมียาสามัญใหม่เข้ามา ยาดังกล่าวขายอยู่แค่ขวดละ ๑,๐๐๐ บาทเอง ท่านประธานลองคิดดูว่าตลอดระยะเวลา ๒๐ ป้ ที่บริษัทยานี้ได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตรเขาโกยกำไรจากประเทศไทยไปอย่างมหาศาล เท่าไรแล้วนะครับ ดังนั้นผมจึงขอฝากไปทางรัฐบาลได้โปรดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เปึนพิเศษ และต้องกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีมาตรการในการจัดการกับสิทธิบัตรในลักษณะ Evergreening Patents อย่างเข้มข้นและจริงจังนะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนสืบไป ขอบพระคุณครับ