ปรเมษฐ จินา อภิปรายเรื่องการขยายความร่วมมือพิธีสารอาเซียน-นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย โดยเน้นประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการค้า พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงอุดมศึกษาฯ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และขอให้เจรจาต่อรองเพื่อปกป้องสินค้าเกษตรไทยจากผลกระทบ ปรเมษฐ จินา เสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการจัดซื้อจัดจ้าง โปร่งใส การส่งเสริม SMEs และระบบโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรายได้ของประชาชน รวมถึงเสนอให้ศึกษาโมเดลการจัดการพหุวัฒนธรรมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อนำมาปรับใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างสันติภาพและความยั่งยืน ปรเมษฐ จินา เสนอแนวคิดจัดตั้งองค์กรกลางกึ่งรัฐ-เอกชน เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเจรจาการค้าแบบ G2G และควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม โดยหวังลดขั้นตอนความซับซ้อนและสร้างกลไกที่เป็นรูปธรรมในการส่งเสริมการขาย
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ และสวัสดีสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี วันนี้ก็ขอร่วมอภิปรายในส่วนของการทำพิธีสารฉบับที่สองระหว่างอาเซียน-นิวซีแลนด์แล้วก็ ออสเตรเลีย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ แล้วก็ได้ดำเนินการมาหลายป้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของประเทศในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศ เราก็ได้มีการทำงาน ร่วมกันแล้วก็มีข้อตกลงเยอะแยะมากมายนะครับ ส่วนที่จะขยายไปเปึน ๑๒ ประเทศ รวมออสเตรเลียแล้วก็นิวซีแลนด์ด้วยก็เปึนเรื่องที่ดีนะครับ เพราะว่าในส่วนประเทศทั้ง ๒ ประเทศ ที่อยู่นอกกลุ่มอาเซียนพบว่าเปึนประเทศที่มีคุณภาพแล้วก็เปึนประเทศที่น่าคบค้า สมาคมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราดูข้อมูลการส่งออก การนำเข้าเราก็จะได้เปรียบดุลการค้า ใน ๒ ประเทศนี้นะครับ แล้วก็ที่สำคัญในส่วนของประเทศนิวซีแลนด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้ มีโอกาสเข้าไปทำความตกลงร่วมมือกับมหาวิทยาลัย AUT นะครับ ในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งลูกหลานของคนไทยไปศึกษาอยู่อย่างมากมายเปึนมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ส่วนหนึ่ง ที่อยากจะฝากเพิ่มเติมเมื่อพูดถึงประเด็นการศึกษาแล้วก็อยากจะฝากเพิ่มเติมไปยังกระทรวง อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ช่วยไปดูในเรื่องของการแทรกเข้าไปอยู่ใน ส่วนนี้หรือว่าอาจจะเปึนหลวม ๆ อาจจะเปึนการพูดคุยนอกรอบในเรื่องของการทำข้อตกลง แลกเปลี่ยนนักศึกษาส่วนนี้ก็จะเปึนการดีมากยิ่งขึ้นนะครับ ส่วนที่ท่านจะทำต่อเปึนฉบับที่ ๒ ก็คงจะเดินหน้าแล้วก็พยายามที่จะดูให้มันครอบคลุมรอบด้านมากที่สุด ส่วนไหนที่ทำแล้ว ประเทศไทยเราเสียเปรียบอันนี้ผมขอยึดเอา ของประเทศไทยก่อนนะครับถ้าอีก ๙ ประเทศก็เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกประเด็นหนึ่งครับ ในส่วนที่ ประเทศไทยเราอาจจะเสียเปรียบนะ ยกตัวอย่างเช่นการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมนะครับ ไม่ว่า จะเปึนนมโค นมแพะถ้าเราไปในประเทศออสเตรเลียหรือว่านิวซีแลนด์ก็จะพบว่า ๒ ประเทศนี้ มีประชากรโคแล้วก็ประชากรแพะมากกว่าประชากรของมนุษย์นะครับ อันนี้ก็เปึนส่วนที่ สำคัญถ้าเรานำเข้าเสรีประเภทนี้เข้ามานะครับก็จะทำให้เปึนปัญหาในเรื่องของราคาสินค้า เกษตรโดยเฉพาะนมแล้วก็ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากนมก็จะมีปัญหาในเรื่องของราคาอาจจะต้อง มีการทบทวนหรือว่าการเจรจาต่อรองอันนี้กระทรวงพาณิชย์ก็คงจะถนัดหรือว่ากระทรวง การต่างประเทศที่ดูแลสนธิสัญญาเรื่องกฎหมายก็ลองไปดูถ้าเขาดึงดันเจรจาต่อรองแล้วเขาว่า ให้ภาษีเปึนศูนย์เราก็ต้องเจรจาต่อรองในเรื่องของสินค้าที่ล้นตลาดของบ้านเรา เหมือนผม อยู่ทางใต้ก็ต้องเจรจาว่านำเข้ายางพาราหรือว่าผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากยางพารานะครับ หรือว่านำเข้าปาล์มน้ำมันหรือว่าผลิตภัณฑ์ที่ต่อเนื่องจากปาล์มน้ำมันก็จะต้องมีการเจรจา ต่อรองให้มัน Win Win ทั้งคู่นะครับเพื่อจะไม่ได้เสียเปรียบนะถ้าเราเป่ดแบบ ๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนะครับเราก็จะสู้ในเรื่องของต้นทุนในการผลิตเขาไม่ได้นะครับ
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากเพิ่มเติมนอกจากในเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีช่วย ได้นำเรียนเบื้องต้นนะครับว่าเราจะมีข้อตกลงใหม่ ๆ อยู่ ๓ ด้านนะครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่อง ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสนะครับ แล้วก็ในเรื่องของ SMEs นะครับ ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของการที่จะทำให้ประเทศของเราได้มีส่วนได้เปรียบ ในส่วนที่จะทำ อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของระบบ Logistic เพราะว่าเราประเทศที่อยู่ใต้ เส้นศูนย์สูตรแล้วก็เปึนพื้นที่เกาะด้วยกันนะครับอันนี้ก็คงจะดูในเรื่องที่การจับมือร่วมกัน ในเรื่องของการท่องเที่ยวเพราะว่าเปึนส่วนที่สำคัญรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องของ ปากท้องแล้วก็เรื่องรายได้ของประชาชนในประเทศเปึนหลักอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้ เราก็จะต้องจัดระบบให้มันเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่างวันนี้ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีช่วย เนื่องจากผมว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องที่จะต้องมานั่งฟังด้วยก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเห็นภาพการแก้ปัญหาพหุวัฒนธรรม ในประเทศออสเตรเลียเขาก็มีกลุ่มชาติพันธุ์หรือว่ามีชนกลุ่มต่าง ๆ เยอะแยะมากมายแต่เขา อยู่ร่วมด้วยความผาสุก ในนิวซีแลนด์ก็จะมีชนพื้นเมืองที่เรียกว่าชาวเมารีเขาก็จะอยู่กับ ฝัืงประชากรส่วนใหญ่แล้วก็เขาจะมีการส่งเสริมรายได้ส่งเสริมอาชีพ เวลาเราลงไปเที่ยว เราไปศึกษาดูงานที่ประเทศนิวซีแลนด์นะครับเขาก็จะให้มีชาวเมารีมาต้อนรับ มีการเคารพ แบบเอาหน้าผากชนกันแล้วก็ในส่วนของการแสดงต้อนรับต่าง ๆ เขาจะให้ชนเผ่าเมารีจะได้มี รายได้แล้วก็มีคุณค่าในประเทศของเขา ถ้าเปึนไปได้ลองดูนะครับในส่วนของพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ของเราให้เกียรติทุกพหุวัฒนธรรมที่อยู่ในพื้นที่นะครับให้เกียรติซึ่งกันและกัน แล้วก็ให้เขามีรายได้ด้วยกันแล้วก็อยู่ด้วยกันนะครับ ผมมองว่ามันน่าจะมีความสุขยิ่งขึ้น ในส่วนของการแก้ปัญหาในเรื่องของพหุวัฒนธรรมนะครับ
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากเพิ่มเติมไปนะครับในเรื่องของการที่จะ รวมตัวกันยกตัวอย่างครับว่าเมื่อสักครู่ผมนำเรียนในส่วนของนมแล้วก็ผลิตภัณฑ์จากนม ของเราก็มีเยอะ เปึนไปได้ไหมถ้ามีองค์กรขึ้นมาสักองค์กรหนึ่งนะครับที่เปึนกึ่ง ๆ นะ เปึนกรรมการร่วมที่อาจจะแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเพื่อเปึน โซ่ข้อกลางในการที่จะทำการค้าการขายเปึนองค์กรหนึ่งที่มีความคล่องตัวนะถ้าเราจัดซื้อจัดจ้าง ในนาม G2G นะครับก็อาจจะขั้นตอนเยอะแยะมากมาย จะทำในเรื่องของภาคเอกชนด้วยกัน การควบคุมคุณภาพก็อาจจะมีการตกหล่นแล้วก็อาจจะมีการตีคืนในเรื่องของสินค้าด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ก็มีองค์กรอิสระขึ้นมาระหว่างภาครัฐที่เข้มแข็งเกินไปนะครับแล้วก็ ภาคเอกชนที่ควบคุมคุณภาพอาจจะไม่ได้ให้มีตรงนี้ขึ้นมาเปึนโซ่ข้อกลาง แล้วก็ร่วมกันทำเรื่องของการค้าการขายให้เปึนรูปธรรมแล้วก็พยายามส่งเสริมจุดบอดต่าง ๆ ที่เรายังเปึนปัญหาอยู่ในเรื่องของการค้าการขายนะครับ พยายามที่จะดูแล้วก็แทรกเข้าไป เปึนทางการในรูปเล่มซึ่งเราทำมาสมบูรณ์แบบตรงนี้ไม่ได้ก็อาจจะเปึนในเรื่องของลักษณะ ในทางปฏิบัติก็ขอเสนอแนะเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ