ธิษะณา ชุณหะวัณ นำเสนอข้อมูลข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2548 และขอเปิดคลิปภาพประกอบ เพื่อชี้ให้เห็นปัญหาเกษตรกรโคนมที่ขาดประสิทธิภาพในการผลิตและนโยบายคุ้มครองราคาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ จึงเรียกร้องให้รัฐเร่งศึกษาและปรับปรุงมาตรการสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันก่อนหมดอายุข้อตกลงในปี 2568 นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการผลิตสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ในกระบวนการเจรจา FTA กับออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ โดยชี้ให้เห็นปัญหาโลกร้อน ก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและการปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย
เรียนท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ สาทร ปทุมวัน และราชเทวี พรรคประชาชน ท่านประธานคะ เมื่อพูดถึงข้อตกลง การค้าเสรีระหว่างประเทศไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ขออนุญาตสไลด์ขึ้นค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
และความตกลง จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เมื่อป้ ๒๕๕๓ มาจนถึงตอนนี้ก็เกือบจะ ๒๐ ป้แล้วนะคะ แล้วก็จะยืดเวลาไปอีก ๒๐ ป้ รวมเปึน ๔๐ ป้ โดยภายใต้การเจรจาตั้งแต่ ฉบับแรกได้มีการครอบคลุมการเป่ดตลาดการค้าสินค้า การบริหาร ขอสไลด์ที่ ๒ ค่ะ การลงทุน และการร่วมมือทางการค้า อาทิเช่นทรัพย์สินทางปัญญา หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เปึนต้น ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมความร่วมมือระหว่าง ๓ ประเทศในทางเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การค้าเสรี เต็มรูปแบบค่ะ ล่าสุดนี้ฉบับที่สองค่ะก็มีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้า สินค้าระหว่างประเทศภาคี เป่ดเสรีการค้าบริการระหว่างประเทศภาคี จัดตั้งกรอบความร่วมมือ มุ่งหวังขยายห่วงโซ่อุปทานและให้สมาชิก AANZFTA สามารถส่งวัตถุดิบมาสะสมในไทย พร้อมอำนวยการลงทุน นอกจากนี้ Free Trade Agreement หรือเขตการค้าเสรีระหว่าง ไทย-นิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย ยังมีเงื่อนไขเรื่องอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน สิทธิแรงงาน และที่สำคัญคือประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรโคนมค่ะ ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ในปัจจุบัน FTA ระหว่างไทย-ออสเตรเลีย TAFTA และระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ ประเทศไทย ได้ลดภาษีแล้วเกือบทั้งหมดให้ทางออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เหลือศูนย์ค่ะท่านประธาน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ รายการ แต่ยังคงเหลือสินค้าการเกษตรบางรายการ เช่น นม ครีม หรือเครื่องดื่มนมปรุงแต่ง หรือนมผงพร่องมันเนยที่กำลังจะลดภาษีให้เปึนศูนย์ภายใน ป้ ๒๕๖๘ ซึ่งก็คือป้หน้านี้ค่ะ ภายใต้สัญญาที่จะมีผลในป้ ๒๕๖๘ นี้ รวมทั้งมาตรการรับมือ ต่อจากนี้จะมีผลกระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรโคนมที่จะต้องเผชิญกับ สถานการณ์ต้นทุนการผลิตและกำไรที่ไม่คุ้มค่า ส่วนหนึ่งมาจากการที่ภาครัฐได้ควบคุมราคา ปลายทางทำให้ Margin แคบลงจนเกษตรกรโคนมทยอยหมดแรงบันดาลใจเนื่องจาก การเสียเปรียบในทางการค้าค่ะท่านประธาน นิวซีแลนด์ที่มีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตได้ ในปริมาณที่มากในต้นทุนที่ต่ำกว่าเกษตรกรคนไทย และต้นทุนการผลิตไม่สามารถแข่งขัน ทางเทคโนโลยีในประเทศออสเตรเลียหรือประเทศนิวซีแลนด์ได้ อย่างไรก็ดีผู้ได้เปรียบ ก็น่าจะเปึนบริษัทที่เปึนทุนผูกขาดเพียงไม่กี่บริษัทที่จะสามารถแข่งขันในกำลังการผลิตได้ แม้ว่าผลิตภัณฑ์โคนมของไทยจะยังคงใช้มาตรการโควตาภาษีและมาตรการปกปัองพิเศษ โดยบอกว่าปกปัองอุตสาหกรรมโคนมไทยเพื่อให้มีเวลาปรับตัว จนเมื่อป้ ๒๕๕๙ กลุ่มผลิตภัณฑ์ โคนมที่เป่ดตลาดลดภาษีเหลือศูนย์แล้ว แต่ท่านประธานคะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดผลิตภัณฑ์โคนม และอุตสาหกรรมโคนมตลอด ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะพัฒนา เพื่อไปแข่งขันตลาดผลิตภัณฑ์จากโคนมในระดับสากล ดิฉันเข้าใจว่าตลาดไทยยังไม่ได้มี ขนาดใหญ่และยังต้องพึ่งพาของนำเข้าอย่างนมผงพร่องมันเนยที่นำไปแปรรูป แต่ดิฉันคิดว่า เราควรคำนึงถึงผลประโยชน์ทางการค้าทั้งเกษตรกรโคนม ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร รายย่อย และผู้ค้ารายใหญ่ด้วย ขอสไลด์ที่ ๔ ค่ะ ปัญหาความสูญเปล่า ๒๐ ป้ที่ผ่านมา เกษตรกร โคนมก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตที่จะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น นี่เปึนบทเรียน ราคาแพงของประเทศไทยที่มีรากฐานมาจากหลายสาเหตุ เช่น การขาดแรงจูงใจในการพัฒนา นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตนะครับ เนื่องมาจากนโยบายการคุมราคานม ที่อาจจะยังไม่ถูกต้องมากนักนะครับ ซึ่งส่งผลต่อการตั้งเปัาหมายในการดำเนินกิจการทำให้ ไม่เกิดแรงจูงใจในการแสวงหาวิธีการผลิต พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพไม่ว่า จะเปึนการเพิ่มปริมาณผลผลิตด้วยคุณภาพเท่าเดิมและต้นทุนเท่าเดิม หรือผลิตมากขึ้นด้วย คุณภาพมากขึ้นและต้นทุนเท่าเดิม การเข้าถึงแหล่งทุนก็เปึนเรื่องที่สำคัญท่านประธาน หรือสาเหตุอื่นใดก็ตามเปึนบทเรียนที่ทำให้ประเทศไทยยังต้องมีการศึกษาถึงนโยบายที่จะ เหมาะสมในการปกปัองอุตสาหกรรมโคนมที่ได้ทำข้อตกลงการค้าเสรีเปึนระยะ เพราะหาก นโยบายเดิมไม่ได้ผลก็แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจากนโยบายดังกล่าว เพราะฉะนั้น ท่านควรที่จะรีบศึกษาและแก้ไขปรับปรุงในการสนับสนุนเกษตรกรโคนมรายย่อย ปกปัอง ผลประโยชน์ให้มีความสามารถในขีดการแข่งขันมากยิ่งขึ้นในตลาดโลกนะครับ และการปกปัอง สินค้าไทยอุตสาหกรรมโคนมเปึนสิ่งสำคัญเพื่อให้ด้านผู้ผลิตไทยได้มีการปรับตัว สามารถ แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ดิฉันมองว่าการปรับลดอัตราภาษีเพื่อนำเข้าไปสู่ เปัาหมายในการค้าเสรีระหว่างไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์นั้นจำเปึนต้องมีนโยบาย หรือมาตรการในการเปลี่ยนผ่านห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมโคนมตั้งแต่ต้นจนถึงปลายน้ำ ให้สามารถที่จะแข่งขันได้ โดยเฉพาะกลุ่มการราคาตลาดภายในประเทศการปกปัองนั้น หรือ Protectionism ก็พูดเปึนอีกนัยหนึ่งใช้แค่ชั่วคราว เพราะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนตามข้อตกลง FTA ที่จะปกปัองที่จะหมดภายในป้ ๒๕๖๘ ดังนั้น ภายในป้หน้านี้รัฐบาลก็ควรจะมั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคนม มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับประเทศที่จะนำสินค้านำเข้ามานะคะ ซึ่งก็คือออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่วนผู้ส่งออกโดยปกติก็มักจะมีความสามารถในการแข่งขันอยู่แล้วแต่ก็สามารถ ตรวจสอบสมาคมผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์โคนมในประเด็นเกี่ยวข้องกับความสามารถการแข่งขัน ในปัจจุบันและอนาคตเพื่อแจ้งข้อมูลให้ FTA ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการวางแผนทางธุรกิจ ส่วนระหว่างไทยกับออสเตรเลียในด้านผลกระทบทางด้านการลงทุนที่ไทยได้ลงนามไว้ เมื่อป้ ๒๕๔๘ หรือเกือบ ๒๐ ป้ที่แล้วโดยเอื้อประโยชน์ให้แก่นักลงทุนออสเตรเลียในสิทธิ ในการโอนเงินออกจากประเทศไทยได้ตลอดเวลาและสิทธิในการแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทใด ๆ ดิฉันมีข้อเสนอค่ะ นั่นก็คือ ๑. ทบทวนสิทธิการลงนามในข้อการโอนเงินออกนอกประเทศ ได้ตลอดเวลานะคะ แล้วก็ควรมีการทำข้อตกลงกันใหม่ทั้ง ๒ ฝ์ายเพื่อปัองกันการโอนเงิน ที่อาจผิดกฎหมายได้ในอนาคตและปัองกันผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนค่ะ ๒. คือทบทวน การลงนามในข้อตกลงสิทธิในการแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทใด ๆ ดิฉันขอให้เสนอแนะ เมื่อมีข้อพิพาททางธุรกิจควรจะมีระบุให้อย่างชัดเจนในข้อตกลงในการลงนามในการแก้ไข ตัดสินข้อพิพาทสำหรับนักธุรกิจที่มาลงทุนในประเทศไทยเปึนต้นค่ะท่านประธาน ขอสไลด์ที่ ๕ นอกจากนี้เราก็ต้องเน้นย้ำไปถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน และสิ่งแวดล้อมที่อาจจะ ตามมาและเปึนปัญหาที่ประสบอยู่ปัจจุบันในสากลโลกค่ะ และประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน อย่างที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ก็ควรจะลดมาตรการการกีดกันทางการค้าสินค้าที่จำเปึนนะคะ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิดเพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่าย เงื่อนไขที่สำคัญ ก็คือการลงนามเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์คือเรื่องสิทธิแรงงาน แรงงานของเราต้องได้รับการพัฒนาฝ้มือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และได้รับถ่ายทอด องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีแนวทางการปฏิบัติเพื่อพัฒนาศักยภาพและสามารถควบคุมวิธี การผลิตในด้านอุตสาหกรรมโคนมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุ้มค่า ลดต้นทุนและทุ่นแรง ในการผลิตผลิตภัณฑ์
ต่อมาเรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะ เราก็ต้องคำนึงถึงในการเข้าร่วม FTA ครั้งนี้ในกรณี ที่เปึนผลิตภัณฑ์โคนม ซึ่งเราก็ทราบดีว่ามาจากสัตว์นะคะ ย่อมมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในกระบวนการการผลิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปศุสัตว์ พื้นที่ป์าไม้ ที่ต้องถากถางเพื่อเกษตรกร น้ำที่จะต้องใช้ ธัญพืชที่ต้องเปึนอาหารสัตว์ล้วนมีส่วนร่วมในการ สร้างปรากฏการณ์โลกร้อนนะคะ ปัญหาก๊าซเรือนกระจกซึ่งแย่ลงค่ะ เราได้ลงนามร่วมกัน ในประเด็นสิ่งแวดล้อมในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๘ โดยไม่ระบุถึงสิ้นสุดการลงนาม ปัจจุบัน ทั้ง ๒ ฝ์ายมีการหารือข้อบทภายใต้การเจรจาระหว่างอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เสร็จแล้วเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๕ โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เรื่องการค้า และการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้ข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ โดยอาจเปึนรูปแบบความร่วมมือระหว่าง ประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อสภาพอากาศ พี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบันก็มีการป์วยเปึนโรคทางเดินหายใจมากขึ้นนะคะ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่เกิดขึ้นก็มาจากการทำปศุสัตว์และการเกษตรที่ไม่คำนึงถึงสภาพอากาศ และการปล่อยฝุ์นควัน PM2.5 อย่างหนาแน่นเนื่องจากอุตสาหกรรมการเกษตรปศุสัตว์ก็เปึน การเผาไหม้ของพลังงานฟอสซิลนะคะ ซึ่งปัจจุบันมีคลินิกมลพิษจำนวน ๘๑ แห่งและคลินิก มลพิษออนไลน์ ๑๕๘ แห่งทั่วประเทศในป้ ๒๕๖๗ พบผู้ป์วยที่ต้องเข้าคลินิกระบบทางเดินหายใจ เปึน ๕๘ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ในการตกลงสินค้าทางการค้าระหว่างไทย-นิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย ควรหนักแน่นเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสิทธิมนุษยชนและเรื่องการปกปัองผลประโยชน์สูงสุด ของพี่น้องเกษตรกรคนไทยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ