เปรมศักดิ์ เพียยุระ หารือเรื่องผลกระทบของ FTA กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคนม ที่จะกระทบต่อชีวิตของเกษตรกรทั้งสองกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคนมเดือดร้อนมากขึ้น และเรียกร้องให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์แก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มอาชีพสาธารณสุข จากจังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยอยู่ถนนอู่ทองในเหมือนกระผม ท่านคงจะเคยชินกับภาพที่ติดตาภาพหนึ่ง คือภาพที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเอานมมาเทที่หน้า รัฐสภาด้วยความขมขื่น ตอนนั้นเรายังไม่มี FTA ก็ยังสาหัสขนาดนั้น เวลานี้มี FTA แล้วก็ มีการแก้ไขเพิ่มเติมความเดือดร้อนกำลังจะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมากขึ้นตามลำดับ แน่นอนครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้พูดถึงแต่ข้อดีว่าเราได้เปรียบ ดุลการค้าทั้ง ๒ ประเทศ ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พูดถึงว่าสินค้าที่ได้เปรียบ สินค้าที่ได้ ดุลการค้าก็เปึนเรื่องของยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า แต่สินค้า ที่เราเป่ดตลาดให้เขาเข้ามาบ้านเราโดยภาษีเท่ากับศูนย์เปึนสินค้าที่กลับกระทบต่อพี่น้อง ส่วนใหญ่ของประเทศ นั่นก็คือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งมีทั้งหมดในขณะนี้ ๑๖,๐๐๐ ครัวเรือน มีโคนมในประเทศขณะนี้ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัว นี่คือวงการที่ ๑ วงการที่ ๒ ก็คือเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งมีทั้งสิ้น ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน มีโคเนื้ออยู่ประมาณ ๙.๘ ล้านตัว ซึ่งทั้งสอง ทั้งโคเนื้อและโคนมตอนนี้จะกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ เพราะสินค้าจากออสเตรเลีย ท่านประธานได้ยินชื่อไหมครับที่บอกว่าเนื้อออสนั่นละครับ คือเนื้อจากออสเตรเลีย ทำไมถึงกระทบเพราะออสเตรเลียนั้นคุณภาพดีกว่าเนื้อจากประเทศไทย แต่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อในออสเตรเลียต้นทุนเขาต่ำกว่าเรา ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ก็มาร้องทุกข์กับท่าน สว. เศรณี อนิลบล ว่ากำลังจะเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส เพราะในวงการโคเนื้อก็มีเนื้อกล่อง มีเนื้อตกแต่ง มีเครื่องใน มีชิ้นส่วนต่าง ๆ ส่งนำเข้าเพราะภาษีเท่ากับศูนย์ ท่านประธานครับเขาต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาเมืองไทยโดยภาษีเท่ากับศูนย์ แน่นอนครับเขาต้อง ได้เปรียบทางการค้า อันนี้คือไส้ในที่ FTA ไม่ได้พูดถึง เราเสียเปรียบในเรื่องเกษตรกรครับ แล้วคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยก็คือเกษตรกร เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อวันนี้รอวันตายครับ ท่านประธานครับเพราะเนื้อออสเตรเลียเข้ามาตีแหลกลาญหมด ถ้าท่านรัฐมนตรีอยากจะรู้ว่า เขานำเข้าแล้วไปจัดวางแผงขายกันที่ไหน ให้ไปดูโรงงานแถวจังหวัดอยุธยานะครับ ท่านลองส่ง Spy สายลับไปสืบดูก็ได้ หรือถ้าไปไม่ถูกจะมาบอกผมกับ สว. เศรณีก็จะพาไปดูครับ อันนี้ จะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อพินาศกันทั้งประเทศนะครับ ส่วนโคนม ท่านประธานครับ เราเลี้ยงโคนมกันเอาน้ำนมดิบมาทำเปึนนมส่งไปเปึนโครงการนมโรงเรียนที่เด็กนักเรียน เราได้กินนมกันทั่วประเทศ ปัญหาขณะนี้ก็คือเมื่อเราได้มี FTA กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นมก็เข้ามาพร้อมกับเนื้อครับ แต่นมที่เข้ามาไม่ได้เปึนนมดิบเหมือนเราเปึนนมผง นมผงมาผสมน้ำ แล้วก็ออกขาย จำหน่ายเปึนนมโรงเรียนด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ในขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม บ้านเรานับวันก็จะตายไปตามลำดับ วันหนึ่งก็อาจจะมาเทน้ำนมดิบอยู่หน้ารัฐสภาอีกครั้งก็ได้ ซึ่งท่านประธานของผมก็คงไม่อยากเห็นภาพอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีจะต้องดูเรื่อง ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรด้วยนะครับ อย่าไปเพลิดเพลินเจริญใจแต่พวกส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับคนส่วนใหญ่ของประเทศเลยนะครับ อันนี้เปึนเรื่องของนายทุน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แต่ที่จะกระทบหนัก ๆ ก็คือโคเนื้อกับโคนมนี่ล่ะครับ ผมว่าในสภา เราทั้ง ๒ สภาไม่กินโคเนื้อก็ต้องกินโคนมนั่นล่ะครับในผลิตภัณฑ์โคนมก็มีทั้งนมสด นมผง นมเปรี้ยว Yoghurt ครีม เนยและ Cheese คนก็ต้องกินล่ะครับไม่อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าเปึน ต่างประเทศนำเข้าเขานำเข้ามาด้วยราคาที่ถูกกว่าเรา ประเทศของเราจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วยถามคณะรัฐมนตรีหน่อยครับ นี่มันหลายกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยอะไรด้วยนี่นะครับ จะวางแผนรับมืออย่างไร เราอย่ามองแต่ว่า เราไปได้เปรียบทางการค้าเท่านั้นล้านเท่านี้ล้าน อย่าไปกระหยิ่มยิ้มย่องกับตัวเลขที่มันอาจจะ ตกแต่งกันด้วยก็ได้นะครับ แต่ชีวิตจริงวันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหลังจากเกษตรกรโคเนื้อมาร้อง อาทิตย์ที่แล้วครับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมก็มาร้องกับ สว. เศรณีอีกแล้วล่ะครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานครับว่าภายใต้พิธีสารที่สวยงาม ภายใต้การดูแลจากกระทรวง พาณิชย์และการต่างประเทศที่ดูเหมือนว่าเราได้เปรียบ ท่านตอบผมสักคำหน่อยครับว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะเอาตัวรอดอย่างไรภายใต้กติกาที่ไส้ในเรา เสียเปรียบอย่างนี้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานนิดเดียวครับว่า ๑ มกราคม ๒๕๖๘ อย่าให้ มีเปึนสวัสดีป้ใหม่ด้วยการเอานมมาเทอยู่หน้าสภาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ