นภินทร ศรีสรรพางค์ นำเสนอและขอความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ โดยชี้แจงสาระสำคัญที่ปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย ทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้า การเปิดตลาดบริการและการลงทุน รวมถึงมาตรการรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรี เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นำเสนอ เรื่อง พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน- ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗๘ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนี้
๑. ความเปึนมาของความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ ก่อนอื่นผมขอกราบเรียนครับว่าภาพรวมของความสัมพันธ์การค้าระหว่างไทยกับ ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการค้าในช่วงก่อน ที่มีความตกลง AANZFTA จะมีผลใช้บังคับเมื่อป้ ๒๕๕๒ กับปัจจุบันจะพบว่าความสัมพันธ์ ทางการค้ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมป้ ๒๕๖๗ การค้ารวม มีมูลค่า ๑๗,๑๘๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปึนการส่งออก ๑๑,๖๙๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๘.๒ และนำเข้า ๕,๔๘๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๒.๖ โดยไทย เปึนฝ์ายได้ดุลการค้ามูลค่า ๖,๒๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้สินค้าที่ไทยได้รับสิทธิประโยชน์ อาทิเช่น ยานยนต์และชิ้นส่วนประเภทรถนั่งส่วนบุคคล รถพิกอัป เครื่องปรับอากาศ เครื่องสำอาง เปึนต้น ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หรือที่เรียกว่าความตกลง AANZFTA ประกอบด้วยประเทศสมาชิก ๑๒ ประเทศด้วยกัน ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ คือบรูไน เมียนมา กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนามและออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โดยความตกลงนี้มีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ จนถึง ปัจจุบัน ความตกลงมีอายุนานถึง ๑๔ ป้มาแล้ว มีสาระสำคัญครอบคลุมการค้า สินค้า การค้าบริการ การลงทุน การอำนวยความสะดวกทางการค้าต่าง ๆ นะครับและความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ความตกลง AFTA มีผลบังคับใช้สำหรับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลง โดยได้ทยอยเป่ดการค้า สินค้า โดยการ ลดภาษีเปึนศูนย์ และเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๓ ไทยได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าเปึนศูนย์จำนวน ๖,๑๒๗ รายการ คิดเปึนสัดส่วน ๙๘.๘ เปอร์เซ็นต์ ยังคงเหลือเพียงสินค้าที่มีความอ่อนไหว จำนวน ๒๓ รายการที่ไทยไม่ได้ผูกพันการเป่ดตลาดและยังมีการจัดเก็บภาษีตามมาตรา โควตาภาษี อาทิเช่น นมและครีม เครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง นมผงขาดมันเนย มันฝรั่งสด หรือแช่แข็ง หอมหัวใหญ่และกระเทียม เปึนต้น และในช่วงเวลาเดียวกันออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิกเปึนศูนย์ทุกรายการ หรือคิดเปึนร้อยละ สัดส่วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในเวลาต่อมาประเทศสมาชิก AFTA ได้มีการจัดทำพิธีสารฉบับที่หนึ่ง เพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ โดยมีผล ใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขข้อผูกพันในบทกฎถิ่นกำเนิด สินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดการปรับปรุงพิกัดศุลกากรขององค์กรศุลกากรโลก ในทุก ๆ ๕ ป้ และปรับแก้ไขระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อให้ สอดคล้องกับวิธีการปฏิบัติทางการค้าในขณะนั้น การจัดทำพิธีสารฉบับที่สอง เพื่อแก้ไข ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เนื่องจากความตกลง AFTA มีการบังคับใช้มานาน ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการปรับปรุงแก้ไขความตกลงนี้โดยเริ่มขึ้นในระหว่าง การประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ครั้งที่ ๒๑ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ ณ นครเวียงจันทน์ สปป. ลาว ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการศึกษาและจัดทำข้อเสนอ เพื่อทบทวนความตกลง AFTA ต่อมาที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ ครั้งที่ ๒๓ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๑ ได้ให้ความเห็นชอบข้อเสนอแนะที่ได้จัดทำ เพื่อเปึนพื้นฐานในการวางแนวทางปรับปรุงการยกระดับความตกลง AFTA ประเทศสมาชิก ได้เริ่มเป่ดการเจรจารอบแรกในป้ ๒๕๖๔ นะครับและสามารถปรับปรุงสรุปการเจรจา ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ และได้จัดทำพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง AFTA โดยมี สาระสำคัญครอบคลุมการปรับปรุง เรื่องราวของการอำนวยความสะดวกทางการค้า สินค้า การเป่ดตลาดการค้าบริการการลงทุนและการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน และเปึนการยกระดับความตกลงให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าโลก ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและอาเซียนกับคู่เจรจา ตามมติที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ และมติรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ แล้วเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง AANZFTA และมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงนามในพิธีสารดังกล่าว ซึ่งไทยได้ลงนามพิธีสารดังกล่าว แล้วเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้รับทราบจาก สำนักงานเลขาธิการอาเซียนว่าประเทศสมาชิกทั้ง ๑๒ ประเทศได้ลงนามครบแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พร้อมทั้งกระทรวงพาณิชย์ได้รับสำเนาพิธีสารซึ่งได้รับการรับรอง ความถูกต้องจากสำนักงานเลขาธิการอาเซียน โดยผ่านกระทรวงการต่างประเทศแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ สาระสำคัญของพิธีสารกระผมขอกราบเรียนต่อสภาอย่างนี้ครับว่า สาระสำคัญของความตกลง AANZFTA ที่มีการยกระดับให้มีการจัดทำบทเพิ่มเติมบทที่ ปรับปรุงเนื้อหาความตกลงเดิม ภาคผนวกและบทที่ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขรวมทั้งสิ้น ๒๑ บท โดยมีรายละเอียดดังนี้ บทที่เพิ่มเติมรวม ๓ บท ได้แก่ ๑. บทการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ๒. บทการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และ ๓. บทวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย บทที่ ปรับปรุงเนื้อหาความตกลงเดิม โดยใช้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรือเรียกว่า ความตกลง RCEP เปึนพื้นฐานรวม ๑๓ บท เช่น การจัดตั้งเขตการค้าเสรี วัตถุประสงค์ และนิยามทั่วไป การค้า สินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากรและอำนวยความสะดวก ทางการค้า การค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุน เปึนต้น ภาคผนวกรวม ๔ ภาคผนวกได้แก่ ๑. ตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากร ๒. ตาราง ข้อผูกพันเฉพาะสำหรับบริการ ๓. ตารางข้อสงวนมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับพันธกรณี สำหรับการลงทุนและ ๔. ตารางข้อผูกพันเฉพาะว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา บทที่ ไม่มีการแก้ไขปรับปรุงรวม ๕ บท ได้แก่ ๑. มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ๒. มาตรการปัองกัน ๓. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ๔. ทรัพย์สินทางปัญญา และ ๕. บทบัญญัติ เกี่ยวกับสถาบัน
กระผมขอกราบเรียนสรุปสาระสำคัญของพิธีสารฉบับที่สองดังนี้ครับ การค้า สินค้ามีการปรับปรุงเนื้อหาในบทการค้า สินค้าให้มีความทันสมัย โดยไม่มีการเจรจา เป่ดตลาดการค้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด จึงยังคงใช้ตารางข้อผูกพันการลดภาษีตามข้อตกลง ANNZFTA ฉบับเดิมซึ่งได้เห็นชอบร่วมกันตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ ทั้งนี้ระดับสินค้าเกษตรที่มีโควตา ภาษีภายใต้องค์การค้าโลกจำนวน ๒๓ รายการ เช่น นม และครีมและเครื่องดื่มประเภท นมปรุงแต่ง ๒. นมผงขาดมันเลย ๓. หอมหัวใหญ่ ๔. กระเทียม ๕. เมล็ดกาแฟ เปึนต้น ไทยไม่ได้ ลดภาษีเพิ่มเติม ดังนั้นไทยจึงยังคงใช้มาตรการโควตาภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีสินค้าเหล่านี้จาก ประเทศสมาชิกต่อไป สำหรับประเด็นเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ประเทศสมาชิกได้เพิ่มความอำนวย ความสะดวกทางการค้าในใบอนุญาตให้นำสินค้าเข้าสู่ประเทศไทย Container และ Pallet ที่นำมาใช้ในการขนส่งสินค้าเข้ามาชั่วคราวแล้วมีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เช่น การนำเข้ามา ในงานแสดงสินค้าโดยไม่เสียอากรศุลกากร รวมทั้งได้เพิ่มประเด็นใหม่ที่ยังไม่เคยบรรจุ ในความตกลงฉบับอื่น คือการไม่ใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับสินค้าจำเปึน อาทิ สินค้า ในกลุ่มเวชภัณฑ์ที่ใช้ทางการแพทย์ในช่วงวิกฤติด้านมนุษยธรรมและโรคระบาด นอกจากนี้ ยังเพิ่มเรื่องการอนุญาตให้ใช้การสะสมถิ่นกำเนิด สินค้าแบบเต็มส่วนนะครับ หรือ Full Cumulation โดยให้นับรวมมูลค่ากระบวนการผลิตและวัตถุดิบทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศ สมาชิกซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการในภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของไทยมีทางเลือก ในการแสวงหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพและไม่สามารถหาได้ภายในประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพ ทางการค้าที่มีการแข่งขัน รวมถึงการจะเปึนทางเลือกให้ประเทศสมาชิกสามารถเลือกนำเข้า วัตถุดิบที่มีคุณภาพจากไทยเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งถือว่าเปึนการเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าของไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัตถุดิบได้ ด้านการบริการ มีพื้นฐานมาจากความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการภายใต้องค์การการค้าโลกและข้อตกลง RCEP ทั้งนี้ไทยได้เป่ดตลาดการค้าบริการโดยให้นักลงทุนจากประเทศสมาชิกถือหุ้นได้ในสัดส่วน ร้อยละ ๗๐ ใน ๔๖ สาขาย่อย เช่น บริการสนับสนุนในงาน Software บริการการแพทย์เฉพาะทาง ในโรงพยาบาลเอกชนนะครับ บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์ขนส่งทางราง เปึนต้น นอกจากนี้ได้เป่ดตลาดให้นักลงทุนจากประเทศสมาชิกถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ ๑๐๐ ใน ๒ สาขาย่อยคือบริการด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ นวัตกรรม หลักสูตรภาษาอังกฤษ และบริการต่าง ๆ ภายใต้บริษัทหลักทรัพย์ เช่น การจัดการ สินทรัพย์และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน เปึนต้น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดทำบท พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และ ความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย โดยมีพื้นฐานมาจากบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ความตกลง RCEP การลงทุน กำหนดให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติต่อการลงทุนได้รับความคุ้มครองอย่างเปึนธรรม และเท่าเทียมสอดคล้องกับหลักการด้านการลงทุนระหว่างประเทศ โดยครอบคลุมด้านการส่งเสริม และอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การเป่ดเสรีการลงทุนและการคุ้มครองการลงทุน ทั้งนี้ไม่รวมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การอุดหนุน ทั้งนี้ไทยเป่ดตลาดการลงทุนโดยนักลงทุน จากประเทศสมาชิกถือหุ้นได้ในสัดส่วนร้อยละ ๑๐๐ ในสาขาการผลิต ๒๘ สาขาย่อย แบ่งเปึน ๒๓ สาขาย่อย ผูกพันเท่ากับความตกลง RCEP เช่น สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์พลาสติก แผ่นวงจรฟ่ล์มหุ่นยนต์ ยานยนต์ ส่วนประกอบยานยนต์ เปึนต้น และ ๕ สาขาย่อยผูกพัน เพิ่มเติมจากความตกลง RCEP ซึ่งเปึนสาขาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงสอดคล้องกับ นโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนของไทย เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ทางการแพทย์ด้านศัลยกรรม อากาศยานและยานอวกาศ และบรรจุภัณฑ์อาหารที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรียนท่านประธาน และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ การเจรจาความตกลง AANZFTA ได้เพิ่มบทใหม่ ๓ บท ได้แก่ ๑. บทการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเปึนสาขาความร่วมมือทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่ครอบคลุมประเด็น สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงาน เปึนต้น โดยประเทศสมาชิกจะร่วมส่งเสริมเปัาหมายตามกรอบพันธะกรณีระหว่าง ประเทศที่ประเทศสมาชิกเปึนภาคีอยู่ รวมทั้งส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมายภายใต้ประเทศ ที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเคารพซึ่งสิทธิอธิปไตยของแต่ละประเทศสมาชิกเปึนสำคัญ บทบาทการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐ เน้นการส่งเสริมความโปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ความถูกต้องและเปึนธรรม รวมทั้งการอำนวยความสะดวกที่มีการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินการที่ผ่านมาของหน่วยงานที่รับผิดชอบและไม่มีความจำเปึน ต้องแก้ไขเพิ่มเติม บทวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ส่งเสริมการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อยระหว่างกัน ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านระเบียบ และการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับวิสาหกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ประโยชน์จากการตกลง การค้าเสรี กระผมขอกราบเรียนย้ำว่า การยกระดับข้อตกลง AANZFTA ในครั้งนี้ไทยไม่ได้เป่ด ตลาดการค้า สินค้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด มีเพียงปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านพิธีการศุลกากรและ การอำนวยความสะดวกการค้าให้ทันสมัยและในส่วนของการเป่ดตลาดการบริการและการลงทุนไทย ก็ไม่ได้เป่ดตลาดในระดับที่เกินกว่ากรอบ ของกฎหมายในปัจจุบัน ดังนั้นจึงเปึนเพียงการออกประกาศของกระทรวงการคลังและ กระทรวงพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีตามข้อตกลงเท่านั้น ทั้งนี้พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงและจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์ จะมีผลใช้บังคับ ๖๐ วันนับจากวันที่ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์และประเทศสมาชิก อาเซียนอย่างน้อย ๔ ประเทศนำส่งสัตยาบันสารแก่เลขาธิการอาเซียนแล้ว และจะมีผล บังคับให้กับประเทศสมาชิกที่ให้สัตยาบันภายหลังจากที่ลงสัตยาบันแล้ว ๖๐ วัน หลังจาก ประเทศสมาชิกนั้นได้นำส่งสัตยาบันของตนแก่เลขาธิการอาเซียน ประโยชน์ของพิธีสาร กระผมขอกราบเรียนต่อสมาชิกรัฐสภาดังนี้ครับว่า พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง เพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ จะมีส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ไทย มีแต้มต่อและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศโดยสรุปดังนี้
๑. ขยายโอกาสให้ไทยสามารถเปึนส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในภูมิภาค เนื่องจากนับแต่ความตกลงแรกของอาเซียนที่นำมาสะสมถิ่นกำเนิดแบบเต็มรูปแบบหรือ Full Cumulation มาใช้บังคับ โดยสามารถสะสมถิ่นกำเนิดได้ตามสัดส่วนมูลค่าตามวัตถุดิบ ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการที่จะส่งออกและเลือกใช้วัตถุดิบ ที่จะได้ยกเว้นการเรียกเก็บภาษีจากประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้น
๒. อำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนเพื่อส่งเสริมความคล่องตัว ทางการค้าในภูมิภาคโดยพัฒนาระบบการค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศสมาชิก นอกจากนี้ยังได้เพิ่มการอำนวยความสะดวกในเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้าจำเปึนในช่วงวิกฤติ ซึ่งถือว่าเปึนความตกลงแรกของอาเซียนที่มีการบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้
๓. พัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะ ประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังได้ให้ความสำคัญการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ความตกลงฉบับนี้ พัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถทางการค้า
ผลกระทบจากมาตรการรองรับ เมื่อพิจารณาในด้านผลกระทบพันธกรณีและ ข้อผูกพันไทยภายใต้พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลง AANZFTA ไม่มีผลให้ไทยต้อง แก้ไขกฎหมายภายในประเทศเพิ่มเติมและไม่มีการนำตารางข้อผูกพันการลดภาษีภายใต้ ความตกลง AANZFTA มาเจรจาเพื่อเป่ดการค้าตลาดสินค้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งนี้ พันธกรณีในการลดภาษีและการเป่ดตลาดสินค้ายังคงเปึนไปตามข้อตกลงเดิม สำหรับ การเป่ดตลาดด้านการค้าบริการและการลงทุนได้มีการเจรจายกระดับพันธกรณีและ ข้อผูกพันโดยใช้ตารางผูกพันเป่ดตลาดภายใต้ความตกลง AFTA และ RCEP เปึนพื้นฐาน ในการเจรจาซึ่งไทยไม่ได้ผูกพันการเป่ดตลาดบริการเกินกว่าที่กฎหมายของไทยกำหนด และไม่มีความจำเปึนในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับมาตรการรองรับผลกระทบปัจจุบัน รัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากการเป่ดการค้าเสรี ได้แก่ กองทุนปรับปรุงโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ยังได้มีการเสนอขอจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ เพื่อปรับปรุงของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดการค้าเสรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามหลักการและการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ เพื่อเปึนกลไกในการช่วยเหลือเยียวยาตลอดจนการเตรียมความพร้อม ผู้ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรีทางการค้าให้สามารถปรับตัวและมีศักยภาพในการแข่งขัน ในขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชบัญญัติกองทุนช่วยเหลือ เพื่อปรับปรุงภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรีทางการค้า เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามกระบวนการตรากฎหมายต่อไป การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย กระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้จัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับบทสรุปการเจรจายกระดับความตกลง AANZFTA เมื่อช่วงเดือนกันยายน ป้ ๒๕๖๖ โดยผู้มีส่วนได้เสียผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการเข้าร่วม ซึ่งมาจากการประเมินผล ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างเห็นความสำคัญของการเจรจาในการช่วยยกระดับความตกลง AANZFTA ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทการค้าของโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้หลังจากที่พิธีสาร ฉบับที่สองเพื่อแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะแจ้งหน่วยงานภาครัฐเพื่อดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนจะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันต่อไป
สุดท้ายนี้ครับ กระผมขอกราบเรียนว่า พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขข้อตกลง เพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ถือเปึนความตกลงของคนไทยทุกคน และเปึนกลไกสำคัญที่จะช่วยพัฒนายกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยรวมทั้ง จะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจน ส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพยั่งยืนต่อไป ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น กระผมจึงหวังอย่างยิ่งว่ารัฐสภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไข ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ที่เสนอมาในวันนี้เพื่อให้ พิธีสารมีผลใช้บังคับโดยเร็วเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนต่อไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ